เสียหน้า กองทัพสหรัฐฯ วอน ปชช.ช่วยหาบินรบ F-35 หายหลังนักบินดีดตัว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2726203

เสียหน้า กองทัพสหรัฐฯ วอน ปชช.ช่วยหาบินรบ F-35 หายหลังนักบินดีดตัว

19 ก.ย. 2566 03:15 น.

เสียหน้า กองทัพสหรัฐฯ วอน ปชช.ช่วยหาบินรบ F-35 หายหลังนักบินดีดตัว

กองทัพสหรัฐฯ ขอให้ประชาชนช่วยค้นหาเครื่องบินรบ F-35 ราคาร่วม 100 ล้านดอลลาร์ ที่หายไปหลังเกิดอุบัติเหตุที่เซาท์ แคโรไลนา จนนักบินต้องดีดตัวหนีออกมา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันจันทร์ที่ 18 ก.ย. 2566 ว่า เครื่องบินรบ F-35B Lightning II ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ หายสาบสูญไปเมื่อช่วงบ่ายวันอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังจากนักบินดีดตัวออกจากเครื่องขณะบินอยู่เหนือรัฐเซาท์ แคโรไลนา โดยเขาใช้ร่มชูชีพลงมาได้อย่างปลอดภัย และขณะนี้กำลังรักษาตัวที่โรงพยาบาล

ฐานทัพอากาศ ชาร์ลส์ตัน ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างรัฐนอร์ทและเซาท์ แคโรไลนา ของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า เกิดอุบัติเหตุขึ้นกับ F-35 ลำนี้ แต่ไม่เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม นักบินดีดตัวออกไปในขณะที่เครื่องอยู่ในโหมตขับเคลื่อนอัตโนมัติ (autopilot) และบินหายไปที่ใดสักแห่ง

เจ้าหน้าที่เชื่อว่า F-35 อาจบินต่อไปอีกชั่วระยะเวลาหนึ่ง โดยตอนนี้พวกเขากำลังมุ่งเน้นการค้นหาที่บริเวณรอบทะเลสาบโมลทรี (Lake Moultrie) กับทะเลสาบแมเรียน (Lake Marion) ทางเหนือของเมืองชาร์ลส์ตัน ซึ่งเป็นสถานที่สุดท้ายที่ตรวจพบตำแหน่งของเครื่องบินลำนี้

ฐานทัพอากาศ ชาร์ลส์ตัน ยอมรับด้วยว่า มีการขอให้สังคมร่วมมือกับกองทัพและเจ้าหน้าที่พลเรือน ในการค้นหาเครื่องบินที่หายไปด้วย โดยขอให้ใครก็ตามที่มีข้อมูลที่อาจช่วยทีมค้นหาของพวกเขาได้ ติดต่อไปยังศูนย์ปฏิบัติการ

ด้านนาง แนนซี เมซ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากรัฐเซาท์ แคโรไลนา สังกัดพรรครีพับลิกัน ออกมาตั้งคำถามผ่าน X หรือ ทวิตเตอร์ ว่า “คุณทำ F-35 หายไปได้อย่างไรกัน? ทำไมจึงไม่ใช้อุปกรณ์ติดตาม และเราไปขอให้ประชาชนทำอะไรนะ ช่วยหาเครื่องบินแล้วนำมาคืนอย่างนั้นหรือ?”

ทั้งนี้ F-35 ที่หายไปเป็นของฝูงบินฝึกโจมตี 501 ของนาวิกโยธินสหรัฐฯ ซึ่งใช้ฝึกสอนนักบิน ขณะที่ทางหน่วยนาวิกโยธินของสหรัฐฯ บอกกับสำนักข่าว บีบีซี ว่า ในตอนนี้ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ยังมีจำกัด โดยหน่วยนาวิกโยธินกำลังพยายามรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม และกำลังสืบสวนเรื่องอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น

ที่มา : bbc

สหรัฐฯ-อิหร่าน แลกตัวนักโทษ 5 อเมริกันเป็นอิสระ หลังถูกขังนานกว่า 5 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2726201

สหรัฐฯ-อิหร่าน แลกตัวนักโทษ 5 อเมริกันเป็นอิสระ หลังถูกขังนานกว่า 5 ปี

19 ก.ย. 2566 01:55 น.

สหรัฐฯ-อิหร่าน แลกตัวนักโทษ 5 อเมริกันเป็นอิสระ หลังถูกขังนานกว่า 5 ปี

ชาวอเมริกัน 5 คนที่ถูกควบคุมตัวในประเทศอิหร่าน ได้รับการปล่อยตัวเป็นอิสระแล้ว ภายใต้ข้อตกลงแลกตัวนักโทษซึ่งสหรัฐฯ ยอมเลิกอายัดเงิน 6 พันล้านดอลลาร์ของอิหร่าน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ชาวอเมริกัน 5 คนที่ถูกคุมขังในประเทศอิหร่านได้รับการปล่อยตัวเป็นอิสระแล้ว ในวันจันทร์ที่ 18 ก.ย. 2566 และกำลังเดินทางกลับสหรัฐฯ โดยในเบื้องต้นพวกเขาถึงกรุงโดฮา ประเทศกาตาร์แล้ว ขณะที่ฝ่ายสหรัฐฯ ก็ปล่อยตัวนักโทษชาวอิหร่าน 5 คนเช่นกัน

การปล่อยตัวนักโทษดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงขนาดใหญ่กว่าระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ซึ่งรวมถึงการยกเลิกการอายัดเงินจากกองทุนอิหร่านมูลค่า 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นรายได้จากการขายน้ำมันในอดีตของอิหร่านที่ถูกธนาคารกลางเกาหลีใต้อายัดไว้

นักโทษชาวอเมริกันที่ได้รับการปล่อยตัวมีการเปิดเผยชื่อออกมาเพียง 3 คนได้แก่นาย เอมัด ชาร์กี, โมราด ทาห์บาซ และเชียมัค นามาซี ซึ่งทั้งหมดถูกคุมขังมานานกว่า 5 ปีแล้ว โดยในนามาซีถูกควบคุมตัวตั้งแต่ปี 2558

ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ในวันจันทร์ แสดงความยินดีกับการปล่อยตัวชาวอเมริกันทั้ง 5 คน “ในที่สุด วันนี้ชาวอเมริกันผู้บริสุทธิ์ 5 คนผู้ถูกคุมขังในอิหร่านก็ได้กลับบ้าน” เขายังขอบคุณรัฐบาลกาตาร์, โอมาน, สวิตเซอร์แลนด์ และเกาหลีใต้ ที่ช่วยให้การแลกเปลี่ยนนักโทษครั้งนี้เกิดขึ้นด้วย

ทั้งนี้ การแลกเปลี่ยนตัวนักโทษล่าสุดถูกมองว่าเป็นการฝ่าทางตันทางการทูตอย่างมีนัยสำคัญ หลังจากสหรัฐฯ กับอิหร่าน ซึ่งเป็นอริมานานกว่า 40 ปี เจรจากันทางอ้อมโดยมีกาตาร์เป็นตัวกลางมานานหลายปี โดยความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศยิ่งแย่ลงหลังจากอดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ พาสหรัฐฯ ถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านในปี 2561 และกลับมาใช้มาตรการคว่ำบาตรอีกครั้ง

ตอนนี้ยังไม่แน่ชัดว่าการแลกเปลี่ยนนักโทษดังกล่าวจะนำความคืบหน้ามาสู่ปัญหาอื่นๆ ระหว่างทั้งสองประเทศหรือไม่ แต่เจ้าหน้าที่อาวุโสของรัฐบาลไบเดนคนหนึ่ง บอกกับซีเอ็นเอ็นว่า ข้อตกลงนี้ไม่ได้เปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ของสหรัฐฯ กับอิหร่านไปในทางใดเลย และสหรัฐฯ จะพยายามเอาผิดอิหร่านเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนและควบคุมโครงการนิวเคลียร์ต่อไป

อนึ่ง ภายใต้ข้อตกลงระหว่างทั้งสองประเทศ สหรัฐฯ กำหนดเงื่อนไขการโอนเงินดังกล่าวจำกัดเฉพาะการนำไปใช้ในการจัดซื้อสินค้าต่างๆ ที่จำเป็นด้านมนุษยธรรมของอิหร่านเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงนี้ถูกนักการเมืองฝ่ายรีพับลิกันวิพากษ์วิจารณ์ว่าเหมือนเป็นการจ่ายเงินค่าไถ่

นายไบเดนยังประกาศใช้มาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่ ต่อนายมาห์มูด อาห์มาดิเนจาด อดีตประธานาธิบดีอิหร่าน กับกระทรวงข่าวกรองอิหร่าน ฐานเกี่ยวข้องกับการจับกุมตัวอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมาย คล้ายกับว่าไบเดนต้องการลดเสียงวิจารณ์จากฝ่ายรีพับลิกัน และแสดงท่าทีแข็งกร้าวต่ออิหร่านต่อไป

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : reuters , cnn

สลด รถบัสเปรูพลัดตกเขาแอนดีส ร่วง 200 ม. ดับแล้ว 24 ศพ เจ็บอื้อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2726199

สลด รถบัสเปรูพลัดตกเขาแอนดีส ร่วง 200 ม. ดับแล้ว 24 ศพ เจ็บอื้อ

19 ก.ย. 2566 00:35 น.

สลด รถบัสเปรูพลัดตกเขาแอนดีส ร่วง 200 ม. ดับแล้ว 24 ศพ เจ็บอื้อ

รถบัสโดยสารในประเทศเปรูพลัดตกเขาระหว่างเดินทางบนเทือกเขาแอนดีส เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 24 ศพ บาดเจ็บอีกหลายสิบราย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดอุบัติเหตุรถบัสรับส่งผู้โดยสารเชื่อมระหว่างเมืองในประเทศเปรู พลัดตกหุบเขาบนเทือกเขาแอนดีส ระหว่างเมืองฮวนคาโย กับเมืองฮวนตา เมื่อวันจันทร์ที่ 18 ก.ย. 2566 โดยตกลงไปเป็นระยะทางกว่า 200 ม. ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 24 ศพ บาดเจ็บอีก 21 ราย

จนถึงตอนนี้ ยังไม่มีเจ้าหน้าที่ออกมายืนยันสาเหตุที่ทำให้รถบัสคันนี้หลุดออกจากถนนแล้วตกลงไปในหุบเขา ในพื้นที่ที่รู้จักกันในชื่อว่า ‘ฮวกโกโต’ (Huaccoto) แต่นายกเทศมนตรีของเมืองใกล้เคียงบอกกับสถานีวิทยุท้องถิ่นว่า ถนนสายที่เกิดอุบัติเหตุ ยังไม่ได้รับการซ่อมแซมเลยนับตั้งแต่เสียหายเพราะดินถล่มเมื่อเดือนก่อน

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากเมืองฮวนตา และจังหวัดชูร์กัมปา ถูกส่งไปยังจุดเกิดเหตุแล้ว ขณะที่ชาวบ้านท้องถิ่นซึ่งถึงที่เกิดเหตุเป็นกลุ่มแรกเล่าว่า รถบัสคันนี้ตกลงไปบนพุ่มไม้ ซึ่งช่วยไม่ให้มันถูกพัดไปกับแม่น้ำที่อยู่ใกล้ๆ พวกเขายังพบผู้รอดชีวิตบางส่วนบนรถบัสด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่ช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด

ทั้งนี้ รถบัสในประเทศเปรูมีสถิติเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง โดยเฉพาะในช่วงกลางคืนและบนถนนหลวงบนภูเขา โดยตัวเลขอย่างเป็นทางการระบุว่า เมื่อปี 2565 มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรในประเทศมากกว่า 3,300 ศพ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

สั่งรื้อ’พิกบอร์ด’ ‘ธรรมนัส’กำชับสางปัญหาปม’หมูเถื่อน’ทะลักเข้าไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/757826

สั่งรื้อ'พิกบอร์ด' 'ธรรมนัส'กำชับสางปัญหาปม'หมูเถื่อน'ทะลักเข้าไทย

สั่งรื้อ’พิกบอร์ด’ ‘ธรรมนัส’กำชับสางปัญหาปม’หมูเถื่อน’ทะลักเข้าไทย

วันพุธ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2566, 12.25 น.

“ธรรมนัส”สั่งตั้งคณะกรรมการปราบปราบลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรทั้งระบบ พร้อมสั่งรื้อ”พิกบอร์ด”ให้มีตัวแทนผู้เลี้ยงหมูรายย่อยเป็นกรรมการ กำชับสางปัญหาปม”หมูเถื่อน”ทะลักเข้าไทย ประสาน”DSI”ทำลายล็อตแรกสัปดาห์หน้า

เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2566 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พบตัวแทนเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรรายย่อย เพื่อหารือปัญหาราคาสุกรตกต่ำ เพื่อหาทางออกร่วมกัน

โดย ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนเข้าใจในเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรเป็นอย่างดี เพราะสมัยเด็กที่ต้องย้ายไปอยู่ที่ใต้ วัยเด็กเคยเลี้ยงสุกรมาก่อนที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ระหว่างติดตามพ่อไปรับราชการในพื้นที่ ซึ่งขณะนี้มีเกษตรกรรายย่อยที่เลี้ยงสุกรกว่า 2 แสนครอบครัว ที่กำลังประสบปัญหา และเป็นหน้าที่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต้องหาวิธีการแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะปัญหาเรื่องการลักลอบนำเข้าเนื้อสุกรเถื่อนที่นำมาจำหน่ายในราคาต่ำ ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรในประเทศ โดยในวันนี้ตนจะลงนามคำสั่งในการแต่งตั้งคณะกรรมการปราบปรามการลักลอบ นำเข้า สินค้าเกษตร ทั้งระบบ และจะให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทั้ง 2 ท่าน เป็นรองประธาน รวมทั้งอธิบดีที่เกี่ยวข้องของแต่ละกระทรวง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงยุติธรรม กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เจ้าหน้าที่ตำรวจ กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ เข้ามามีส่วนร่วม อย่างไรก็ตาม ขอให้เกษตรกรมั่นใจว่าภายใต้การกำกับดูแลของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี พี่น้องเกษตรกรจะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน

นอกจากนั้น ยังมอบหมายให้ นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรฯ เข้าไปดำเนินการ กำกับดูแลกรมปศุสัตว์ เข้าไปดำเนินการกำชับอธิบดีกรมปศุสัตว์ ให้เร่งรัดในการปราบปรามการลักลอบนำเข้า พร้อมรับฟังปัญหาจากเกษตรกรโดยตรง เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาโดยรวมต่อไป ส่วนที่มีการยึดอายัดเนื้อสุกรเถื่อนไว้จำนวน 161 ตู้ ในขณะนี้ได้ให้กรมปศุสัตว์ ประสานดีเอสไอ ที่นำเนื้อสุกรทั้งหมดที่ตรวจยึดได้ไปทำลาย โดยคาดว่าจะสามารถทำลายได้ทั้งหมดภายในสัปดาห์หน้า

“ผมยืนยัน รัฐบาลชุดนี้มีเป้าหมายชัดเจนที่ต้องการทำให้เกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ผมได้ขอให้รัฐมนตรีไชยา ที่กำกับกับดูแลกรมปศุสัตว์ ไปดูอธิบดีกรมปศุสัตว์ ให้แก้ปัญหาหมูเถื่อนให้ดี หากไม่ดีให้บอก รมช.ไชยา จัดการแก้ปัญหาให้ได้ ถ้าไม่ได้ก็บอกผม” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว และว่า นอกจากนั้นยังมีการสั่งให้มีการตั้งคณะกรรมการนโยบายพัฒนาสุกรและผลิตภัณฑ์ (Pig Board) ชุดใหม่ โดยมีตัวแทนเกษตรรายย่อย เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการ เพื่อเข้าไปมีส่วนร่วมในการเสนอแนวทางในการแก้ปัญหาให้กับเกษตรผู้เลี้ยงสุกรด้วย

ท่าเรือแหลมฉบังมอบทุน ให้แก่เยาวชนรอบท่าเรือ เพื่อพัฒนาคนดีลูกน้ำเค็ม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/757731

วันพุธ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องแตรทอง 1 ศูนย์สวัสดิการท่าเรือแหลมฉบัง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี นายวีระยุทธ์ สว่างแจ้งรองผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง เป็นประธานในพิธีมอบเงินสนับสนุนโครงการมอบโอกาสทางการศึกษาพัฒนาคนดีลูกน้ำเค็ม ประจำปี งบประมาณ 2566 โดยมี นายสันติ ศิริตันหยงรองนายกเทศบาลนครแหลมฉบัง นางสิริมา กีรตยาคมนักบริหาร 14 ประจำผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยผู้บริหาร คณะกรรมการชุมชน และเยาวชนที่ได้รับการสนับสนุนเข้าร่วมพิธี โดย นายวีระยุทธ์ กล่าวว่าโครงการมอบโอกาสทางการศึกษาพัฒนาคนดีลูกน้ำเค็มประจำปี งบประมาณ 2566 ได้ดำเนินการมาเป็นปีที่ 7 แล้ว โดยโครงการนี้ ดำเนินงานภายใต้คณะอนุกรรมการพัฒนาชุมชน และสังคมรอบท่าเรือแหลมฉบัง ประกอบด้วย ภาคประชาชน หน่วยงานภาครัฐ และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องร่วมกันพิจารณา และโครงการนี้นับเป็นหนึ่ง ในโครงการที่กำหนดไว้ในกรอบการดำเนินกิจกรรมด้านโครงการสวัสดิการสังคมและคุณภาพชีวิต โดยท่าเรือแหลมฉบัง เล็งเห็นถึงการเปิดโอกาสให้เยาวชนที่ขาดแคลนปัจจัยด้านการศึกษาและปัจจัยด้านการดำรงชีวิต ให้เยาวชนเหล่านั้น ได้รับโอกาสทางการศึกษา รวมถึงยังสามารถช่วยแบ่งเบาภาระการเงินให้ครอบครัว และเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเยาวชนให้ดีขึ้น โดยการคัดเลือกจากคณะกรรมการในชุมชน จำนวน 39 ชุมชน เพื่อเป็นการสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้เยาวชนในชุมชน ชุมชนละ 5 คน

ระยองชวนเที่ยวงานถนนท่องเที่ยว ชมชิมช้อป อาหารถิ่นชาวเลของแท้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/757728

วันพุธ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ลานกิจกรรมชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซาระยอง อ.เมือง จ.ระยอง ว่าที่ ร.ต.พิรุณ เหมะรักษ์ รอง ผวจ.ระยองนายไชยรัตน์ เอื้อตระกูล นายกเทศมนตรีตำบลปากน้ำประแส นายสนาน เพชร์ฉ่ำ รองนายกเทศมนตรีตำบลแกลงกะเฉด นางสุวรรณาโดตี้ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดระยอง และนางกัญญ์ชลา สุขิตรกุล ท่องเที่ยว และกีฬาจังหวัดระยอง ร่วมแถลงข่าวการจัดงาน “ถนนท่องเที่ยว วิถีชาวเล” ภายใต้โครงการส่งเสริมการตลาดและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวจังหวัดระยอง ปี 2566  

ภายในงานแถลงข่าวมีการแสดงจากกลุ่มผู้สูงอายุ ได้มาแสดงวิถีชาวบ้านริมปากน้ำประแสทั้งหว่านแห ลากอวน ในระหว่างการแสดงลากอวน เป็นที่ชื่นชอบแก่คนดูเป็นอย่างมากจนอดใจไม่ไหวต้องโยนทิปลงไปในอวน ช่วยกันเก็บไม่หวาดไม่ไหว บางคนก็อดใจไม่ไหวต้องขึ้นเวทีไปเต้นกับบรรดายายๆ อย่างสนุกสนาน โดยจัดขึ้น  2 ครั้ง ครั้งที่ 1 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29-30 ก.ย.นี้ ที่บริเวณชายหาดสวนสน อ.เมือง จ.ระยอง ภายใต้ชื่องาน“ชมวิวสวนสน ยลวิถี ชาวเล” และครั้งที่ 2 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-7 ต.ค.นี้ ที่บริเวณอนุสรณ์เรือหลวงประแส อ.แกลง จ.ระยอง ในงานมีร้านอาหารถิ่น อาหารทะเล สินค้าชุมชน 100 ร้านค้ามาจำหน่าย มีช่วงสินค้านาทีทอง สินค้าราคาพิเศษ กิจกรรมสาธิตการทำอาหารทะเล การสาธิตวิถีชาวเล กิจกรรมเพ้นท์หน้า โดยผู้มาร่วมงานที่แต่งกายแบบชาวเล ลุ้นรับกิฟท์วอยเชอร์ มูลค่า 100 บาท 50 รางวัล เพื่อนำมาช้อป ชิมในร้านค้าที่มาจำหน่ายในงาน นอกจากนี้ในงานยังมีการประกวดค้นหาหนุ่มสาวชาวเล และมีคอนเสิร์ตจากศิลปินนักร้องชื่อดัง เบล-วริศรา เอิ๊ต-ภัทรวี ตรี-ชัยณรงค์ และเต๋า-ภูศิลป

สทนช.ถก6ชาติลุ่มน้ำโขง เน้นย้ำร่วมฝ่าวิกฤตโลกร้อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/757727

วันพุธ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ได้เป็นตัวแทนประเทศไทย เข้าร่วมการประชุมการประชุมความร่วมมือทรัพยากรน้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง ครั้งที่ 3 และประชุมคณะทำงานร่วมพิเศษว่าด้วยความร่วมมือด้านทรัพยากรน้ำโขง-ล้านช้าง และคณะกรรมการร่วมคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง ที่กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ร่วมกับผู้แทนประเทศสมาชิกภายใต้กรอบความร่วมมือแม่น้ำโขง-ล้านช้าง เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เทคโนโลยี นำเสนอผลลัพธ์ของโครงการที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนพิเศษแม่น้ำโขง-ล้านช้าง และรายงานความก้าวหน้าแลกเปลี่ยนแนวคิด รวมถึงให้นโยบายแนวทางกรอบความร่วมมือแม่น้ำโขง-ล้านช้าง สาขาทรัพยากรน้ำระหว่างประเทศสมาชิกทั้ง 6 ประเทศ ภายใต้ธีมงาน “การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำเพื่อรับรองความมั่นคงทางน้ำ”

“การประชุมครั้งนี้ไทยเน้นย้ำถึงความร่วมมือกันระหว่างประเทศสมาชิกในการบริหารจัดการน้ำร่วมกัน ผ่านกลไกต่างๆ ที่มีทั้งหน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานเอกชน องค์กรภาคประชาชน สตรีและเยาวชน เพื่อให้สามารถผ่านสถานการณ์ของโลกที่เปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็นภัยจากน้ำท่วม ภัยแล้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะภาวะโลกร้อนและความต้องการของน้ำที่เพิ่มขึ้น” ดร.สุรสีห์ กล่าว

อย่างไรก็ดี ภายใต้การประชุมดังกล่าวยังได้มีการประชุมเชิงวิชาการ โดยผู้แทนฝ่ายไทย มีการเสนอแผนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศไทยภายใต้แผนแม่บทบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี ที่ปรับปรุงใหม่ มุ่งส่งเสริมการบรรลุเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับน้ำในวาระสหประชาชาติปี 2030 เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน รวมถึงกลไกความร่วมมือกับต่างประเทศ ภายใต้กรอบความร่วมมือแม่น้ำโขง-ล้านช้าง เพื่อสนับสนุนการพัฒนาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศไทยในอนาคต ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมประชุมเป็นอย่างมาก รวมถึงยังได้เข้าร่วมประชุมวิสามัญครั้งที่ 1 ระหว่างคณะกรรมการภายใต้กรอบความร่วมมือแม่น้ำโขง (MRC JC)กับกรอบความร่วมมือล้านช้าง-แม่น้ำโขง (MLC JWG) เพื่อรับทราบผลของการศึกษาร่วมภายใต้โครงการ “การศึกษาร่วมเรื่องรูปแบบการเปลี่ยนแปลงสภาพอุทกวิทยาของลุ่มน้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขงและกลยุทธ์การปรับตัว” ที่ต้องการให้ประเทศสมาชิกทราบสาเหตุของการไหลของแม่น้ำโขงที่เปลี่ยนไปจากอดีต พร้อมให้แนวทางการดำเนินงานในระยะที่ 2 เพื่อให้ประชาชนและหน่วยงานต่างๆ ในลุ่มน้ำโขงสามารถนำข้อมูลมาใช้ในการเตือนภัยและการวางแผนการใช้น้ำร่วมกันได้ ตลอดจนได้รับทราบนโยบายของการทำงานร่วมระหว่าง MRC และ MLC ในโครงการต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

‘ธรรมนัส’ลงพื้นที่พะเยาลุยงานทันที

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/757724

วันพุธ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ จ.พะเยาเป็นประธานการประชุมแนวทางขับเคลื่อนการพัฒนาและบริหารจัดการกว๊านพะเยา ที่ลานอนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง โดยมี ว่าที่ ร.ต.ณรงค์ โรจนโสทรผวจ.พะเยา กล่าวต้อนรับ รวมทั้งนายอัครา พรหมเผ่า นายก อบจ.พะเยา นางสุมิตรา กัณฑมิตร นายกเทศมนตรีเมืองพะเยา ผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชน ให้การต้อนรับกว่า 1,300 คน

“ขอขอบคุณพี่น้องประชาชน เกษตรกร ที่ได้ให้กำลังใจ ได้เตรียมพร้อมปฏิบัติหน้าที่ทันที เพราะปัญหาของพี่น้องเกษตรกรสะสมมานาน จำเป็นต้องได้รับการแก้ไข โดยนโยบายที่จะขับเคลื่อนเร่งด่วน อาทิ การพักหนี้เกษตรกร การยกระดับแปลงใหญ่ การแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายฯ (IUU) การแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินในพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.) เป็นต้น อย่างไรก็ดี จะประชุมร่วมกับ ผวจ.พะเยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อมอบนโยบายและหารือแนวทางการพัฒนา จ.พะเยา ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงจังหวัดอื่นๆ ด้วย” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

สำหรับ จ.พะเยา มีประเด็นปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไขและพัฒนา คือการให้ความช่วยเหลือเร่งรัดการพัฒนาพื้นที่หนองเล็งทราย การแก้ไขปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง ของกว๊านพะเยา การติดตามและขับเคลื่อนโครงการอ่างเก็บน้ำน้ำปี้อันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ รวมถึงการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ เพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และเพิ่มการกักเก็บน้ำให้มากขึ้น

โอกาสนี้ รมว.เกษตรฯ ได้นำมังคุด มาแจกจ่ายให้กับประชาชนชาวจ.พะเยา ซึ่งเป็นมังคุดที่รับซื้อจากเกษตรกร จ.นครศรีธรรมราช 5 ตัน แบ่งเป็น 4 ตัน สำหรับแจกจ่าย และอีก 1 ตัน ที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่เหมาะกับการบริโภค นำมาแจกจ่ายให้กับเกษตรกรเพื่อใช้ทำเป็นปุ๋ยหมักชีวภาพ

กรมตรวจบัญชีฯจัด งานประชุมสัมมนา ยกระดับขับเคลื่อน นำองค์กรสู่อนาคต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/757732

วันพุธ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

น.ส.อัญมณี ถิรสุทธิ์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กล่าวว่า ได้ยกระดับการควบคุมคุณภาพงานสอบบัญชี (TSQC1) พัฒนาสู่มาตรฐานการบริหารคุณภาพงานสอบบัญชี (TSQM) เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล กฎหมายที่เกี่ยวข้องและข้อกำหนดด้านจรรยาบรรณ รวมทั้งเน้นย้ำการรายงานข้อสังเกตจากการตรวจสอบรวมถึงจุดอ่อนจากการควบคุมภายในให้ทันต่อสถานการณ์ และให้คำปรึกษาแนะนำแก่สหกรณ์เพื่อให้สามารถดำเนินการแก้ไขตามข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ รวมถึงส่งเสริมให้สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร สามารถใช้ข้อมูลทางการเงินการบัญชีในการวางแผนบริหารจัดการ โดยใช้เทคโนโลยีอย่างรู้เท่าทันและเกิดประสิทธิภาพ เพิ่มความเชื่อมั่นและความโปร่งใส รับการเปลี่ยนแปลงธุรกิจสหกรณ์ในปัจจุบัน

ทั้งนี้ มีการประชุมสัมมนาวิชาการประจำปี 2566 หัวข้อ “กตส.ยกระดับขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคต CAD : Shift & Change for the Future” ที่โรงแรมเฮอริเทจเชียงราย แอนด์ คอนเวนชั่น อ.เมือง จ.เชียงราย ให้ผู้บริหารกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ รับทราบทิศทางการดำเนินงานในอนาคต พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงสู่การเป็นหน่วยงานภาครัฐยุคดิจิทัล และเป็นเวทีเผยแพร่ผลงานวิชาการ นวัตกรรมทางวิชาการ การอภิปรายและการประชุมกลุ่มย่อยจากกรณีศึกษาการสอบบัญชี การจัดแสดงนิทรรศการ และการบรรยายความรู้ในประเด็นที่น่าสนใจ และการเสวนาหัวข้อ ปักหมุด 5 Cluster ธุรกิจสหกรณ์ เป็นต้น เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ความคิดเห็น ประสบการณ์ ได้รับความรู้ความเข้าใจและสามารถนำไปปฏิบัติได้

ปลัดฯรับลูกรมว.เกษตรฯ กำชับขับเคลื่อนนโยบาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/757725

วันพุธ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารการขับเคลื่อนงานนโยบายสำคัญและการแก้ไขปัญหาภาคเกษตร ครั้งที่ 2/2566 โดยมีผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงเกษตรฯ เข้าร่วม ที่ห้องประชุม 134-135กระทรวงเกษตรฯ ว่าการประชุมในวันนี้ได้มอบนโยบายและหารือการขับเคลื่อนงานเร่งด่วนของกระทรวงเกษตรฯ ตามที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรฯ มอบนโยบายไว้ อาทิ มาตรการแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตรใน จ.นครศรีธรรมราช โดยเฉพาะมังคุดและยางพารา การแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกร การบริหารจัดการน้ำภาคการเกษตร การแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตรระยะเร่งด่วนและระยะยาว ได้แก่ สินค้ากุ้ง และโคนม และการแก้ไขปัญหาการทำประมง เป็นต้น ซึ่งได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำมาตรการแก้ไขปัญหาระยะเร่งด่วนเพื่อนำเสนอให้ รมว.เกษตรฯ พิจารณาและเตรียมดำเนินการได้ทันที

ขณะเดียวกัน ยังได้หารือประเด็นที่สำคัญอื่นๆ ประกอบด้วย 1.การจัดการที่ดิน ส.ป.ก.และนิคมสหกรณ์ 2.การเตรียมการแก้ไขปัญหาเอลนีโญ 3.การเตรียมการแก้ไขปัญหาหมอกควัน และ 4.การขับเคลื่อนมาตรการคาร์บอนเครดิต