‘จุรินทร์’ ขอบคุณเสียงชื่นชมทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ยันทำงานร่วม กก.ไร้ปัญหา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558352

12 ก.ย. 2566

'จุรินทร์' ขอบคุณเสียงชื่นชมทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ยันทำงานร่วม กก.ไร้ปัญหา

‘จุรินทร์’ ขอบคุณเสียงชื่นชมหลังลุกขึ้นอภิปรายคำแถลงนโยบาย ซัดหลายนโยบายไม่ตรงปก ยันไร้ปัญหาทำงานฝ่ายค้านร่วม ‘ก้าวไกล’ ยกเว้นบางจุดยืน

วันที่ 12 ก.ย.  นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงภาพรวมการอภิปรายของฝ่ายรัฐบาลเมื่อวานนี้ (11 ก.ย.) ว่า มีเรื่องหนึ่งที่ต้องขอบคุณนั่นก็คือการที่รัฐบาลฟังสิ่งที่ตนพูด ในเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ขอให้ไปแก้ไขให้ชัดเจนเพื่อคลายความกังวล เพราะในนโยบายเขียนแค่ว่าจะไม่แก้ไขในหมวด 2 ว่าด้วยเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีอยู่แล้วตนสนับสนุน แต่ในนโยบายไม่ได้ระบุว่าจะไม่แก้ในหมวด 1 ด้วย ซึ่งหมวด 1 ก็มีความสำคัญ เพราะระบุไว้ว่าประเทศไทยปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียวกันแบ่งแยกไม่ได้ ต้องยอมรับความจริง ว่าแนวคิดแบ่งแยกดินแดนก็มีปรากฏให้เห็นตนเสนอว่าให้รัฐบาลไปทำให้เกิดความชัดเจนในเรื่องนี้ “ถ้าแก้รัฐธรรมนูญ จะไม่แตะทั้งหมวด 1 และหมวด 2” ซึ่งเมื่อวานนี้ นายกรัฐมนตรีได้ออกมารับรองว่าจะไม่แตะต้องหมวดดังกล่าว ถือว่ามีความชัดเจนขึ้น ซึ่งเป็นไปตามที่ตนได้ร้องขอไว้ 

นายจุรินทร์ ยังได้กล่าวถึงนโยบายอื่นๆ ที่รัฐบาลแถลงต่อรัฐสภา ยังมีความคลุมเครือ ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย คำตอบหลายนโยบายยังไม่ตรงปก เช่น นโยบายค่าแรง นโยบายแก้ไขปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรนโยบายปริญญาตรี 25,000 บาท ซึ่งทั้งหมดนี้ยังขึ้นอยู่กับเงื่อนไขว่าถ้าเศรษฐกิจดีขึ้น ก็จะทำได้ตามลำดับ แต่ไม่ได้หมายความว่าทำอย่างไร ทำเมื่อไหร่ เหมือนที่พูดไว้ตอนหาเสียง รวมถึงนโยบายด้านการเกษตรที่ตนได้ถามว่าถ้าไม่ทำจำนำข้าวกับประกันรายได้เกษตรกร จะมีนโยบายอะไรที่เป็นรูปธรรมมาทดแทน ก็ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน มีแค่พักหนี้เกษตรกร ซึ่งเหมือนเป็นแค่ยาแดง หนี้เกษตรกรก็ยังคงมีอยู่ ส่วนเรื่องเงินดิจิทัลวอลเล็ตนั้น ก็มีคำตอบเพียงว่าจะไม่กู้ และจะไม่เอาเงินกองทุนต่างๆ มาใช้ รวมถึงเงินหลวงตาบัว จึงมีคำถามตามมาว่าจะเอาเงินที่ไหนมาใช้ ยังไม่มีความชัดเจน ก่อนย้ำว่า “ตนวิจารณ์ตามเนื้อผ้า เพราะทุกคนต้องการคำตอบ” และยังเหลืออีก 1 ทางคืองบประมาณ ตนเป็นถามในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีก่อนพ้นจากรัฐบาลที่ผ่านมาว่างบประมาณปี 2567 จะเหลือให้รัฐบาลไปทำนโยบายได้เท่าไหร่ ซึ่งผู้อำนวยการสำนักงบประมาณก็ตอบชัดว่าเหลือไม่เกิน 200,000 ล้านบาท และนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตใช้งบประมาณกว่า 500,000 ล้านบาท ซึ่งถ้าเอาก้อนที่เหลือมาใช้ทั้งหมดก็จะไม่เหลืองบประมาณไว้ทำนโยบาบอื่น อีกทั้งยังต้องหาเพิ่มอีกหลายแสนล้านบาท 

เมื่อถามถึงกรณีหลายฝ่ายออกมาชื่นชมการทำหน้าที่ของตนในนามฝ่ายค้านนั้น นายจุรินทร์ กล่าวขอบคุณพร้อมบอกว่าตนมีหน้าที่อะไรก็ทำเต็มที่ สุดความสามารถเสมอ ตอนเป็นรัฐบาลก็คิดว่าเป็นคนหนึ่งที่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีในรัฐบาลอย่างเต็มความสามารถ เมื่อมาเป็นฝ่ายค้าน ตนก็มีหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลแทนประชาชน ทวงถามหาคำตอบให้ประชาชน ยืนยันจะทำหน้าที่เต็มที่ ไม่ต้องกังวลตนซื่อสัตย์ต่อการทำหน้าที่เสมอ ขอบคุณสำหรับการชื่นชม

เมื่อถามว่ามีปัญหาในการทำงานเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้านกับพรรคก้าวไกลหรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวยืนยันว่าไม่มีปัญหา เป็นวิถีทางประชาธิปไตยตามระบบรัฐสภา พรรคการเมืองที่ไม่เป็นรัฐบาลก็ต้องมารวมกันเป็นฝ่ายค้าน ไม่สามารถเลือกได้เหมือนพรรคร่วมรัฐบาล แต่เราก็ต้องตระหนักว่าเมื่อมาเป็นฝ่ายค้าน ก็ต้องจับมือกันตรวจสอบรัฐบาลแทนประชาชน ถ้าไม่จับมือกัน น้ำหนักการตรวจสอบก็จะหายไป และเมื่อน้ำหนักหายไป คนขาดทุนคือประชาชน  ประชาธิปัตย์ตระหนักในภารกิจ และเชื่อว่าพรรคก้าวไกลก็เช่นกัน ทำงานร่วมกันได้ยกเว้นจุดยืนบางเรื่องที่เคยพูดไปแล้ว

นพ.ชลน่าน แถลงนโยบาย เน้นด้านสุขภาพจิต ชูการรักษาใกล้บ้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558351

12 ก.ย. 2566

นพ.ชลน่าน แถลงนโยบาย เน้นด้านสุขภาพจิต ชูการรักษาใกล้บ้าน

รมว.สาธารณสุข แถลงนโยบาย ยกประเด็นสุขภาพจิตและการรักษาจิตเวชใกล้บ้าน สนับสนุนบริการดิจิทัลออนไลน์ผ่านระบบ Telepsychiatry เพิ่มศักยภาพการดูแลพื้นที่ห่างไกลและกลุ่มเปราะบาง

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้แถลงนโยบายกระทรวง สาธารณสุข พ.ศ. 2567 โดยได้มีการชูประเด็นในเรื่องของการขับเคลื่อนด้านการบริการทางการแพทย์ให้ครอบคลุม พร้อมส่งเสริมงานสุขภาพจิตเพื่อลด ช่องว่างการเข้าถึงบริการจิตเวชและยาเสพติด เชื่อมโยงการทํางานทุกภาคส่วนและการวิเคราะห์ข้อมูลยกระดับนโยบายบัตรทอง 30 บาท เพิ่มคุณภาพชีวิตประชาชน 

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ซึ่งนโยบายที่สําคัญ คือ โครงการพระราชดําริ และโครงการพระราชดํารัสฯตลอดจนโครงการเฉลิมพระเกียรติที่ เกี่ยวเนื่องกับพระบรมวงศานุวงค์ และนโยบายกระทรวงสาธารณสุขอีก 11 เรื่อง โดยมีเป้าหมายเพื่อลดช่องว่างบริการสาธารณสุข สาม ประการ คือ การแก้ปัญหา การวางรากฐาน และการสร้างเศรษฐกิจ ทั้งนี้ 1.การแก้ปัญหาที่สําคัญได้แก่การขยายโรงพยาบาลในพื้นที่กทม. 50 เขตและ50 โรงพยาบาลและปริมณฑล,การส่งเสริมและการพัฒนางานสุขภาพจิตและยาเสพติด,การดูแลผู้ป่วยและการพัฒนาระบบ การให้บริการมะเร็งแบบครบวงจร และการสร้างขวัญ กําลังใจบุคลากร

2.การวางรากฐาน อาทิการพัฒนาการแพทย์ปฐมภูมิ,การ สาธารณสุขชายแดนและพื้นที่เฉพาะ,สถานชีวาภิบาลและพัฒนาโรงพยาบาลชุมชนแม่ข่าย และ 3.การสร้างเศรษฐกิจ ได้แก่ การพัฒนา ดิจิทัลสุขภาพ,การส่งเสริมการมีบุตรและเศรษฐกิจสุขภาพ

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า หลังการเพิ่มบริการหอผู้ป่วยจิตเวชในทุกโรงพยาบาล ศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไป ตั้งแต่เดือนมกราคม พศ. 2566 ในระยะเวลาเพียงไม่ถึงหนึ่งปีนี้ สามารถช่วยให้ผู้ป่วยเข้าถึงบริการจิตเวชในปี 2566 เพิ่มขึ้นได้ถึงประมาณร้อยละ 15 โดยเฉพาะการจัดวางกลไกสําคัญในการดูแลผู้ป่วยสารเสพติดและการรักษาผู้ป่วยจิตเวชฉุกเฉิน เป็นการบําบัดผู้ป่วยอย่างเข้มข้นจนอาการทุเลาลงแล้วพิจารณาส่งต่ออย่างเหมาะสม

ซึ่งขณะนี้ มีหอผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติดใน โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไปในสังกัดสํานักงานปลัดกระทรวงฯ ครบทุกจังหวัดและโรงพยาบาลในสังกัดกรมสุขภาพจิต ในทั้ง 12 เขตสุขภาพเป็นจํานวนถึง 7,844เตียง


ด้าน พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ขณะนี้ บริการหอผู้ป่วยจิตเวชในโรงพยาบาลศูนย์และ โรงพยาบาลทั่วไปในสังกัดสํานักงานปลัดกระทรวงฯ รองรับผู้ป่วยได้ถึงร้อยละ 34.3 และ รพ.จิตเวชในสังกัดกรมสุขภาพจิตรองรับผู้ป่วย ร้อยละ 70.8 และทุกหน่วยงานจะเร่งเพิ่มเติมการให้จัดบริการ Telepsychiatry ตามนโยบายรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข เพื่อรองรับ บริการและเพิ่มพูนคุณภาพสําหรับทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยขณะนี้ มีการเริ่มต้นใช้บริการ Telepsychiatry ทั้งสําหรับผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน และกลุ่มญาติหรือผู้ดูแลกว่าสามพันราย

ทั้งนี้ผู้ป่วยที่มีการเข้ารับบริการในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขใน 5 อันดับคือ 1. ผู้ป่วยยาเสพติดที่มีปัญหาจิตเวช 2. โรคจิตเภท 3. โรคซึมเศร้า 4. โรคสมาธิสั้น และ 5. พยายามฆ่าตัวตาย ซึ่งปัจจุบันกรมสุขภาพจิตเพิ่ม ช่องทางการสํารวจสุขภาพใจตนเองผ่าน application on line คือ DMIND Application ทางไลน์หมอพร้อม และคิวอาร์โคดMental Health Check In (MHCI) เพื่อให้ประชาชนรู้เท่าทันสัญญาณความเสี่ยงภาวะสุขภาพจิตได้ พร้อมคําแนะนําการสื่อสารและการบริการ ปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต1323ตลอด24 ชั่วโมงอีกด้วย

กรมสุขภาพจิตพร้อมสนันสนุนการขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพกายและใจแข็งแรง ครอบคลุม ทั่วถึง เท่าเทียม เป็นกําลังสําคัญแก่ประเทศชาติในการสร้างสังคมเศษฐกิจมูลค่าสูง กระทรวงสาธารณสุข พร้อมยกระดับนโยบายบัตรทอง 30 บาทเพิ่มคุณภาพชีวิตประชาชน

‘วราวุธ’ แจงปมจ่ายเงินเด็กแรกเกิดล่าช้า เหตุเป็นช่วงรอยต่อรัฐบาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558346

12 ก.ย. 2566

'วราวุธ' แจงปมจ่ายเงินเด็กแรกเกิดล่าช้า เหตุเป็นช่วงรอยต่อรัฐบาล

‘วราวุธ’ แจงปมจ่ายเงินอถดหนุนเด็กแรกเกิดล่าช้าเพราะเป็นช่วงรอยต่อรัฐบาล เตรียมส่งสหวิชาชีพซัพพอร์ต ‘หยก’ ในมิติครอบครัว

วันที่ 12 ก.ย.นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวถึงการแถลงโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ว่า ในส่วนของ พม.ไม่มีความกังวล เมื่อวานนี้มีสมาชิกรัฐสภาเพียงคนเดียวที่อภิปรายเรื่องเบี้ยยังชีพของผู้สูงอายุ แต่วันนี้คาดว่ามีประเด็นอื่นเพิ่มเติม ซึ่งข้าราชการและเจ้าหน้าที่ในสังกัด พม. ได้เตรียมข้อมูลไว้แล้ว ส่วนตัวก็ต้องขอบคุณหลังจากที่มีการแถลงนโยบายไปแล้วเมื่อวานนี้ ก็มีหลายหน่วยงานติดต่อเข้ามา ซึ่งการทำงานของ พม.จากนี้ไปจะเป็นการทำงานเชิงรุกมากขึ้น 

เมื่อถามถึงเรื่องการเลื่อนจ่ายเงินตามโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด จากวันที่ 8 กันยายน2566 ให้กับผู้มีสิทธิรายเดิมและรายใหม่ 2,288,337 คนนั้น นายวราวุธ กล่าวว่า ต้องขออภัยประชาชนโดยเฉพาะเด็กและผู้มีสิทธิ ปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดจากการอนุมัติในช่วงรอยต่อการเปลี่ยนผ่านรัฐบาล ทำให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดเก่าไม่สามารถอนุมัติงบได้ ส่วนครม. ชุดใหม่ก็ไม่มีอำนาจ ซึ่งในวันพรุ่งนี้จะมีการประชุมครม.อย่างเป็นทางการครั้งแรก โดยตนได้ประสานหน่วยงานในสังกัด พม. เตรียมเอกสารชี้แจงแล้ว เพื่อเร่งจ่ายเงิน 600 บาท ให้ทันวันที่ 18 กันยายนนี้ ขณะเดียวกัน ขอชี้แจงว่า ทุกๆเดือนสุดท้ายของปีงบประมาณนั้น โดยเฉพาะงบของกรมกิจการเด็กและเยาวชน ไม่เพียงพอต่อจำนวนของเด็กที่จะได้รับการสนับสนุน เนื่องจากจำนวนเด็กแรกเกิดมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา แต่ขอย้ำว่าจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นอีก

ส่วนกรณีของหยก ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มเคลื่อนไหวของเด็กและเยาวชน นายวราวุธกล่าวว่า เรื่องของหยกแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่เกิดขึ้นในสถานศึกษา และส่วนที่เกิดขึ้นในครอบครัว ซึ่งบริบทของ พม.ที่รับผิดชอบนั้น จะไม่ก้าวล่วงในเรื่องสถานศึกษา เพราะเป็นบทบาทของกระทรวงศึกษาธิการที่ต้องรับผิดชอบ แต่ในส่วนที่เกี่ยวกับครอบครัว มิติต่างๆ เราคงใช้สหวิชาชีพในทุกแขนงซับพอร์ทดูแลน้อง และขอย้ำว่าไม่ได้เน้นเรื่องปัจเจกบุคคลคือดูแลใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นการทำงานทั้งระบบ ไม่ให้เกิดปัญหาเช่นนี้ เพราะเชื่อว่ามีอีกหลายกรณีที่เกิดเรื่องคล้ายๆกัน ดังนั้นต้องแก้ไขทั้งระบบ

‘ผู้การแต้ม’ ยุติบทบาททางการเมือง ขอเดินหน้าให้ความรู้ ปปช. ผ่านสื่อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558340

12 ก.ย. 2566

'ผู้การแต้ม' ยุติบทบาททางการเมือง ขอเดินหน้าให้ความรู้ ปปช. ผ่านสื่อ

‘ผู้การแต้ม’ อดีตผู้สมัคร สส. กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ประกาศหยุดบทบาททางการเมือง เตรียมเดินหน้าให้ความรู้ประชาชนผ่านสื่อ

วันที่ 12 ก.ย. 2566 พล.ต.ต.ดร.วิชัย สังข์ประไพ หรือ “ผู้การแต้ม” อดีตผู้สมัคร สส. กทม. พรรคประชาธิปัตย์ เขตหลักสี่ ได้มาขอแจ้งต่อสื่อมวลชนว่า ตนเองขอหยุดบทบาททางการเมืองเพื่อไปทำหน้าที่ให้ความรู้กับประชาชน

ทั้งนี้ ตนได้ยื่นใบลาออกจากตัวแทนพรรคการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ ประจำจังหวัดกรุงเทพมหานคร เขตเลือกตั้งที่ 9 ต่อเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์เป็นที่เรียบร้อยแล้วในวันเดียวกัน โดยจะมีการแถลงข่าวเปิดตัวรายการในสื่อโทรทัศน์เร็วๆ นี้

ผู้การแต้มผู้การแต้ม

โดยส่วนตัว “ผู้การแต้ม” มีความเชื่อว่าการทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน สามารถทำได้ในหลายบทบาท การให้ความรู้ ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยเหลือประชาชนในการให้ข้อมูลข้อเท็จจริงและแนวทางที่ถูกต้องเพื่อให้สังคมสามารถนำไปคิดและต่อยอดได้

ผู้การแต้มผู้การแต้ม

ทั้งนี้ “ผู้การแต้ม” พล.ต.ต.ดร.วิชัย สังข์ประไพ ขอขอบคุณพรรคประชาธิปัตย์ที่ได้ให้โอกาสตนเองมาทำงานทางการเมือง รวมถึงผู้ใหญ่ในพรรคหลายท่านที่ตนเองให้ความนับถือและถือเป็นต้นแบบที่ดีทางการเมือง อาทิ นายชวน หลีกภัย นายบัญญัติ บรรทัดฐาน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคฯ และนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รักษาการหัวหน้าพรรคคนปัจจุบัน และขอขอบคุณสื่อมวลชนที่ได้นำเสนอข่าวสาร รวมถึงพี่น้องประชาชนที่ได้ให้การสนับสนุนมาโดยตลอด

‘ประเสริฐ’ ย้ำทุกกระทรวงมีรายละเอียดนโยบาย เชื่อพร้อมแจงดิจิทัลวอลเล็ต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558339

12 ก.ย. 2566

'ประเสริฐ' ย้ำทุกกระทรวงมีรายละเอียดนโยบาย เชื่อพร้อมแจงดิจิทัลวอลเล็ต

‘ประเสริฐ’ ย้ำการแถลงนโบายเป็นกรอบการทำงานมุมกว้าง แต่ทุกกระทรวงมีรายละเอียดหมดแล้ว พร้อมแจงที่มาเงินดิจิทัลวอลเล็ต

วันที่ 12 ก.ย.นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวถึงบรรยากาศการอภิปรายนโยบายของรัฐบาล เมื่อวานี้(11 ก.ย.) ว่า บรรยากาศเป็นไปด้วยดี เข้าใจความเป็นห่วงของสมาชิกฝ่ายค้าน แต่ต้องชี้แจงว่า นโยบายของรัฐบาลเป็นมุมกว้าง ส่วนรายละเอียด กระทรวงต่างๆมีไว้หมดแล้ว ซึ่งรัฐบาลได้ชี้แจงไปส่วนหนึ่งแล้ว และวันนี้จะมีการตอบคำถามเพิ่มเติม ตามสมาชิกสงสัย พร้อมยืนยันว่า จะต้องมีการชี้แจงเรื่อง ที่มาของงบประมาณ ในนโยบายดิจิทัลวอลเล็ทในวันนี้

ทั้งนี้ นายประเสริฐ คาดว่าในวันนี้ กระทรวงที่จะถูกอภิปราย น่าจะมีกระทรวงกลาโหม เป็นหลัก รวมถึงกระทรวงอื่นๆ ที่ยังเหลืออยู่ 

นายประเสริฐเผยว่า การประชุม ครม.ในวันพรุ่งนี้อาจจะมีการทยอยแต่งตั้ง ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองบางส่วน เช่น โฆษกรัฐบาล หรือเลขานุการรัฐมนตรี แต่คงไม่แต่งตั้งหมดทุกตำแหน่ง ซึ่งตอนนี้กำลังรอวาระการประชุมอยู่

รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ทำได้เลยไม่ต้องรอปีใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558335

12 ก.ย. 2566

รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ทำได้เลยไม่ต้องรอปีใหม่

ดร.สามารถชี้ ‘รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย’ สายสีม่วง – แดง ทำได้เลยไม่ต้องรอปีใหม่ เชื่อรัฐต้องจ่ายชดเชยปีละไม่น้อยกว่าหมื่นล้าน แนะเหมาจ่าย 50 บาทช่วยเพิ่มยอดผู้โดยสาร ชดเชยน้อยกว่า

ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ รองหัวหน้พรรคประชาธิปัตย์ นักวิชาการด้านวิศวกรรมขนส่ง เปิดเผยถึงกรณี รถไฟฟ้า 20 บาท ตลอดสาย นโยบายของพรรคเพื่อไทย ที่ไม่ได้ถูกบรรจุไว้ในคำแถลงนโยบายรัฐบาล โดยกล่าวว่า จากกรณีที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม ได้แถลงในสภาว่า รถไฟฟ้า 20บาทตลอดสาย จะทำในช่วงปีใหม่นี้ เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ ซึ่งเดิมบอกว่าต้องใช้เวลา 2 ปี สิ่งที่แถลงไม่ตรงกับที่ชี้แจงเมื่อสัปดาห์ก่อน ดร.สามารถ กล่าวว่า การทำแค่สายใดสายหนึ่งนั้นสามารถทำได้อยู่แล้ว โดยไม่ต้องรอปีใหม่ โดยเฉพาะสายสีม่วง และสายสีแดง โดยในปัจจุบันสายสีม่วงมีค่าโดยสารอยู่ที่ 17- 42 บาท และสายสีแดงอยู่ที่ 12- 42 บาท ซึ่งทั้ง 2 สายลงทุนโดยภาครัฐทั้งหมด โดยสายสีแดงลงทุนโดย รฟท.และสายสีม่วงลงทุนโดยรฟม.100% จึงสามารถทำได้ทันทีไม่ต้องรอปีใหม่ 1 ต.คนี้ ก็สามารถทำได้แล้ว ซึ่งก็ตรงกับที่หาเสียงไว้ที่บอกว่าใช้ข้ามสายได้ 

ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์

สำหรับประเด็นราคาค่าโดยสารราคาเดียวกัน 20 บาทตลอดสายนั้น

ดร.สามารถ ให้ความเห็นว่า สามารถเป็นจริงได้เพียงรัฐต้องชดเชยให้แก่เอกชนผู้เดินรถไฟฟ้า การที่รัฐมนตรีคมนาคม บอกว่า หลังจากลดค่าโดยสารเป็น 20 บาทตลอดสายจะทำให้ผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 20% และรายได้ของผู้เดินรถไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นและจะขอแบ่งจากผู้เดินรถไฟฟ้า เรื่องนี้เป็นไปไม่ได้เลย เพราะรายได้ของผู้เดินรถจะลดลง ซึ่งทางรัฐต้องเป็นฝ่ายชดเชยให้ผู้เดินรถไม่น้อยกว่าปีละ 1หมื่นล้านบาท อย่าหวังว่าจะได้แบ่งผลกำไรจากผู้เดินรถ 

ดร.สามารถ กล่าวด้วยว่า ถ้าจะทำ รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย จริงต้องทำความเข้าใจก่อนว่าต้องอะไรบ้าง และต้องทำอะไรก่อน และจำเป็นต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อเจรจากับผู้เดินรถในเรื่องการแบ่งรายได้ ซึ่งหากรัฐชดเชยให้ได้ก็สามารถทำได้ โดยไม่ต้องรอถึง 2 ปี ในกรณีที่วิ่งข้ามสายได้สามารถทำได้ในระยะเวลาประมาณ 1 ปี โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมต้องกำหนดรายละเอียดลงไปก่อน และต้องจำกัดเวลาการเดินรถด้วย ว่า 20 บาทตลอดสายในช่วงเวลาใด และกี่ชั่วโมง ไม่ใช่ทั้งวันต้องกำหนดให้ชัดเจนก่อน และกำหนดว่าจะใช้ตั๋วโดยสารแบบไหน โดยเคยเสนอแนะไปว่าควรสร้างแอพพลิเคชั่นขึ้นมา วิธีการนี้ง่ายที่สุด

ดร.สามารถ กล่าวว่า รถไฟฟ้าในประเทศไทยปัจจุบัน เปิดมาแล้ว 7 เส้นทาง ระยะทางกว่า 200 กิโลเมตร ยังมีผู้ใช้บริการจำนวนน้อยมาก โดยใช้บริการวันละประมาณ 1.5 ล้านเที่ยวต่อวันเท่านั้น ถ้าคิดเป็นจำนวนคนอยู่ที่ประมาณ 7.5 หมื่นคนต่อวัน ถือว่าน้อยมาก ไม่คุ้มค่าการลงทุน การก่อสร้างเลย ต้องทำให้มีการใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างน้อยเป็น 3 ล้านเที่ยวต่อวัน หรือประมาณ 1.5 ล้านคนต่อวัน โดยปัจจัยที่ทำให้คนใช้บริการน้อย ปัจจัยแรกคือค่าโดยสารแพง ปัจจัยที่สองคือเส้นทางบางเส้นทางมีคนอยู่อาศัยน้อยมาก

ทั้งนี้ในปี 2547 ขณะนั้นนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นรมว.คมนาคม เคยมีความพยามยามจะซื้อสัมปทานคืนจากผู้เดินรถเอกชน แต่ไม่สามารถทำได้เพราะต้องใช้เงินมหาศาล ถัดมาในปี 2554 รัฐบาลเพื่อไทย ตอนหาเสียงประกาศนโนบาย 20 บาทตลอดสายทันที แต่พอได้เป็นรัฐบาลก็ไม่ได้ทำ ส่วนตัวได้ทำการเสนอแนวคิดให้มีการเก็บค่าโดยสารแบบเหมาจ่าย 50 บาททั้งวัน ใช้บริการได้ทุกสาย ทุกสี โดยข้อเสนอนี้มีข้อดีตรงที่ รัฐจะชดเชยให้ผู้เดินรถน้อยกว่า รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย โดยจากการคำนวณเห็นว่ากาชดเชยในปีแรกจะอยู่ที่ราว 7.5 พันล้านบาท และจะลดลงทุกปีเมื่อมีผู้โดยสารเพิ่มขึ้น ซึ่งเชื่อว่านโยบายนี้จะกระตุ้นให้คนหันมาใช้รถไฟฟ้ามากขึ้นแน่นอน

‘เศรษฐา’ ลั่นนโยบายตรงปก จ่อประชุมนัดแรกพรุ่งนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558331

12 ก.ย. 2566

'เศรษฐา' ลั่นนโยบายตรงปก จ่อประชุมนัดแรกพรุ่งนี้

‘นายกเศรษฐา’ ยันนโยบายตรงปก แจงเหตุเข้าออกที่ประชุมบ่อยเพราะสั่งงาน เผยประชุม ครม.นัดแรกเคาะลดค่าไฟพรุ่งนี้

วันที่ 12 ก.ย. เวลา 09.20 น. ที่รัฐสภา นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง  กล่าวถึงภาพรวมการอภิปรายเมื่อวานนี้ ว่าเป็นบรรยากาศที่ดี สร้างสรรค์ และมีการจัดสรรเวลาได้ดี มีข้อเสนอบางข้อที่นำกลับไปพิจารณาได้ ส่วนการชี้แจงต่อที่ประชุมนั้น ก็จะพยายามชี้แจงให้ชัดเจน แต่ยังต้องขอดูในรายละเอียดของแต่ละกระทรวง ทั้งเรื่องงบประมาณและวิธีการทำงาน กรอบเวลา ข้อกฎหมาย เนื่องจากขณะนี้ยังไม่ได้เข้าไปบริหาร และยังไม่สามารถสั่งการอะไรได้ต้องรอให้แถลงนโยบายเสร็จสิ้นก่อน 

นายเศรษฐา ยังกล่าวถึงกรณีเมื่อวานนี้ที่ต้องเข้า-ออกห้องประชุมบ่อย เพราะได้เรียกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาพูดมาพูดคุยสั่งงาน มาเอาข้อคิดข้อเสนอแนะข้อติ ไปพิจารณาต่อ

เมื่อถามถึงการอภิปรายของสมาชิกที่ได้ทวงถามถึงนโยบายที่เคยหาเสียงก่อนเลือกตั้งนั้น นายเศรษฐา บอกว่าเป็นนโยบายหลักโดยรวม เช่น การคมนาคม การยกระดับประชาชน สิทธิเสรีภาพที่ได้พูดครอบคลุม ส่วนแผนรายละเอียดจะเข้าไปบริหารจัดการอีกที

ส่วนที่ ปปช. เตรียมชงชี้มูลคดีเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวจะส่งกระทบต่อนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า การแก้ไขระบบการเดินรถไฟฟ้าทั้งหมด ต้องได้การยอมรับจากทุกฝ่าย รวมถึงต้องศึกษาเรื่องกฎหมายให้ดี โดยจะดูทั้งหมดว่ามีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร ถ้าหากมีคำสั่งศาลออกมาก็จะนำไปพิจารณาอีกครั้ง ส่วนการปรับราคารถไฟฟ้าสายสีแดง-สีม่วง นายเศรษฐา ยืนยันจะพยามทำให้ทันภายในสิ้นปีนี้ ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้แถลงไว้ และท่านคงจะมาบอกรายละเอียดอีกครั้ง

เมื่อถามถึงข้อทวงถามเรื่องที่มาของเงินดิจิทัลวอลเล็ต นายเศรษฐา ย้ำว่าได้ชี้แจงไปบ้างแล้ว หลังจากที่รัฐมนตรีเข้ากระทรวงแล้ว จะนำรายละเอียดมาเสนอกันอีกครั้ง ส่วนการใช้จ่ายระบบบล็อคเชนในนโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัลวอลเล็ตหากมีการหักหัวคิว โดยมีการนำเงินสดออกจากร้านค้า เรื่องนี้ตนก็เข้าใจถึงปัญหาและจะไปเขียนเป็นข้อบังคับ 

ส่วนวาระในการพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันพรุ่งนี้ (13 ก.ย.) จะมีเรื่องการลดราคาค่าไฟ นายเศรษฐากะว่าวันนี้ตนจะมีการพูดคุยกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เชื่อว่าการลดค่าไฟจะมีนัยยะสำคัญต่อประชาชน พรุ่งนี้ในช่วงบ่ายจะได้ทราบอย่างแน่นอนว่าจะลดลงเท่าไหร่ และวันนี้ตนก็จะอยู่ฟังจนกว่าจะปิดการประชุม พร้อมกันนี้ก็จะมีการเชิญเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้ามาสั่งการ ในหลายเรื่องที่สมาชิกรัฐสภา ได้ให้ข้อสังเกตไว้ แต่หากว่าเป็นประเด็นที่สามารถชี้แจงด้วยตัวเองได้ก็จะชี้แจงเอง 

นายเศรษฐา ยังกล่าวถึง การเชิญผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มารายงานความคืบหน้า คดีที่เกี่ยวข้องกับการยิงสารวัตรทางหลวงและ ผกก.ทางหลวง โดยได้กำชับว่าต้องให้ความเป็นธรรม และจากรายงานของ ผบ.ตร.บอกว่า วันนี้กองพิสูจน์หลักฐาน จะสามารถชี้ชัดได้ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร ซึ่งก่อนเที่ยงวันนี้จะมีการแถลง 

นายกรัฐมนตรีในฐานะที่กำกับดูแล ก.ตร. กล่าวถึงการให้ความมั่นใจกับข้าราชการตำรวจว่าจะไม่มีอิทธิพลเข้าไปครอบงำ การทำงานของตำรวจ ว่าเรื่องของอิทธิพลของกลุ่มทุน หรือมาเฟีย รัฐบาลไม่เห็นด้วยอยู่แล้วและก็เป็นเรื่องที่ประชาชนกังวลเป็นอย่างมาก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่เหนือความคาดหมาย และก็เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ และจะต้องเป็นสิ่งที่ไม่ยอมรับต่อไป พร้อมให้คำมั่นว่าจะจัดการเรื่องนี้อย่างเต็มที่ ซึ่งจะจัดการทุกอย่างตามที่ตนมีอำนาจ ไม่ให้เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นอีก และจะบริหารจัดการอย่างถูกต้องเด็ดขาด โดยจะต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย 

ทั้งนี้ นายเศรษฐา กล่าวต่อว่าต้องขอระยะเวลาในการแก้ไขปัญหา เพราะตนก็เพิ่งจะสั่งการได้เมื่อวานเป็นวันแรก ยืนยันว่าทำงานทันที และตนก็เข้าใจว่าตั้งแต่บนลงล่างส่วนไหนมีปัญหาก็จัดการกันไป ขอรับรองว่าหากเจอเรื่องทุจริต และประพฤติมิชอบจะจัดการทันที 

บุคคลในข่าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/2724143

"สนั่น อังอุบลกุล" ต้อนรับ "พิพัฒน์" หารือปัญหาแรงงานไทย พร้อมเสนอแนะแนวทางดูแล

12 ก.ย. 2566 05:13 น.

“สนั่น อังอุบลกุล” ต้อนรับ “พิพัฒน์” หารือปัญหาแรงงานไทย พร้อมเสนอแนะแนวทางดูแล

คอลัมน์

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ…ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ…ฉบับประจำวันอังคารที่ 12 กันยายน 2566

  • การเมืองในสภา กำลังร้อนฉ่า …ก้าวไกล พรรคการเมืองฝ่ายค้าน อภิปรายนโยบายรัฐบาล ชนิดถึงแก่น ….เป็นนโยบายไม่ตรงปก…ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ประสานมือ ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค… บวกตัวตึง วิโรจน์ ลักขณาอดิศร…รับประกันความเข้มข้น…คัดขุนพลมือดีจากพรรคก้าวไกล 66 คนเหลือ 30 คน…ใช้เวลา 720 นาที ในเวทีสภา ขยี้นโยบาย รัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน…เน้นโฟกัสไปที่ ผู้นำรัฐบาล ที่จะต้องรับผิดชอบ รมต.แต่ละกระทรวงที่ตั้งขึ้นมาด้วยมือตัวเอง….ภายใต้รัฐบาลนายกฯคนใหม่แต่ รมต.หน้าเดิมๆ….เป็นด่านแรกที่จะวัด วิสัยทัศน์ผู้นำ ของ เศรษฐา ทวีสิน …เหมาะสมที่จะเป็นผู้นำประเทศหรือไม่
  • งานนี้โฆษกพรรคก้าวไกล รังสิมันต์ โรม ออกมาฟันธง เนื้อหาของนโยบายรัฐบาล ต้องยอมรับว่า…ค่อนข้างน่าผิดหวัง…มีคุณภาพตํ่าเลื่อนลอย ไม่ชัดเจน…นโยบายสำคัญ ที่ใช้ในการหาเสียง ไม่ถูกบรรจุในนโยบายรัฐบาล…ยังแย่กว่า นโยบายในยุค ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หรือเมื่อเปรียบเทียบกับนโยบาย รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ด้วยซ้ำ…จบข่าว
ร่วมมือ – ธีระยุทธ จิราธิวัฒน์ และ กันย์ ศรีสมพงษ์ ลงนามข้อตกลงความร่วมมือด้าน Smart Green Energy Solutions กับ อรรถพงศ์ สถิตมโนธรรม และ อภิเชษฐ นุ้ยตูม เพื่อการให้บริการเทคโนโลยีด้านพลังงานไฟฟ้าแบบยั่งยืน ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.
  • แต่ที่ยังไม่จบ การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง…ที่จะเป็นมือเป็นไม้ในการทำงานของรัฐบาล ส่องเข้าไปในกระทรวงการคลัง ที่คาดว่าจะมีการนำรายชื่อ ปลัดกระทรวงการคลัง เข้า ครม. นัดแรก…ลวรณ แสงสนิท อธิบดีกรมสรรพากร มาไกลกว่าเพื่อน…รวมทั้งตำแหน่ง ระดับอธิบดี ที่จะเกษียณอายุราชการอีก 6 ราย ประกอบด้วย รองปลัดกระทรวง 2 ราย …ผู้ตรวจการกระทรวง 3 ราย และ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) อีก 1 ราย…คาดวันที่ 14 ก.ย.นี้ เศรษฐา ทวีสิน ในฐานะ รมว.คลัง จะเข้ากระทรวงไปมอบหมายนโยบาย เพื่อเร่งผลักดัน โครงการเงินดิจิทัล 10,000 บาท ให้เร็วที่สุด…จบนะ
  • และที่ถูกติดตามเป็นข่าวได้มากกว่ากระทรวงใดๆ…สุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม เดินสายพบว่าที่ผู้นำเหล่าทัพ…พบ อดีต รมว.กลาโหม ตั้งแต่รุ่นดึกดำบรรพ์…ยกเว้น สอง ป. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ…นอกจากนี้ยังขยันตั้งที่ปรึกษา…ยังไม่ทันแถลงนโยบายต่อสภา…ตามข่าวตั้งที่ปรึกษาไปแล้วบานตะไท…13 ที่ปรึกษา ตำรวจ ทหารและพลเรือน อาทิ พล.ต.ท.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูลย์, กำพลศักดิ์ คลังแสง, ดร.ปณชัย แดงอร่าม, อภิศักดิ์ พละวิชัย, อภิชาติ ตุ้มวารี, ธิติภัทร์ สมบัติศิริ, ดร.วรรณ์มงคล ศิลประเสริฐ, พล.อ.ชัยวิน ผูกพันธุ์, พล.อ.อ.สิทธิชัย แก้วบัวดี, พล.ร.อ.พัชระ พุ่มพิเชฏฐ์, พล.อ.ธนสร ป้องอาณา, พล.อ.รักศักดิ์ โรจน์พิมพ์พันธุ์, พล.ท.กิตติยุทธ กิตติยุทธโยธิน….มีชื่อของ พล.อ.อ.สุรพล พุทธมนต์ อดีตรอง ผบ.ทอ. เป็นผู้ช่วยรัฐมนตรี…และมีชื่อ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ อดีตเลขาฯ สมช. ที่เคยเป็นข่าวว่าจะนั่ง รมว.กลาโหม เป็นเลขานุการรัฐมนตรี
ดีใจด้วย – โฆสิต สุวินิจจิต พร้อมเพื่อน บสส.1 มาร่วมแสดงความยินดีแก่ ดร.อนุชิดา ชินศิรประภา ในโอกาสได้รับเหรียญเชิดชูเกียรติของผู้ประนีประนอม โดยมี พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ และ สุพัตรา จิราธิวัฒน์ มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.
ลดริ้วรอย – รุจิตร สุธนะเสรีพร และ นิโคลัส เชนิเย่ร์ เปิดตัว “Supremya at night” ผลิตภัณฑ์ช่วยฟื้นบำรุงลดเลือนริ้วรอยคืนความอ่อนเยาว์จาก ซิสเล่ย์ โดยมี ผศ.นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์ และ พญ.กอบกุลยา จึงประเสริฐศรี มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมเดอะ เฮาส์ ออน สาทร วันก่อน.
  • นอกจากนี้ยังมีเอกสารหลุด อ้างคำสั่ง รมว.กลาโหมแต่งตั้ง ประธานที่ปรึกษา รมว.กลาโหม เลขานุการประจำตัว ออกมาอีก 1 ฉบับ…พายัพ ชินวัตร เป็นประธานที่ปรึกษา…พอพงษ์ ชินวัตร เป็นเลขานุการประจำตัว…พล.ท.เดชนิธิศ เหลืองงามขำ เจ้ากรมการเงินกลาโหม เป็นหัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรี…พล.ท.เพชรรัตน์ ลิ้มประเสริฐ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดกลาโหมเป็นรองหัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรี…พล.อ.ต.วรชาติ ฟองชล ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานปลัดกลาโหม เป็นคณะที่ปรึกษารัฐมนตรี และ พล.ต.อัครภณ ทองสุทธิ์ ผู้ชำนาญการ สำนักงานปลัดกลาโหม เป็นคณะที่ปรึกษารัฐมนตรี…บรรทัดนี้ต้องฝากคำถามไปถึง รมว.กลาโหมคนใหม่…เห็นว่า มีนโยบายจะลดกำลังพลในกองทัพ…แต่กลับมาเพิ่มกำลังพลหน้าห้องทำงาน…แล้วที่ประกาศ จะยกเลิกการซื้อเรือดำน้ำจากจีน เปลี่ยนมาเป็น ซื้อปุ๋ยจากจีน แทน…พูดแล้วต้องทำ เขียนแปะข้างฝาไว้เลย
  • ไหนๆก็ไหนๆ ปิดท้ายที่ตำแหน่ง เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. ที่จะเกษียณอายุราชการในสิ้นเดือนนี้… มีชื่อ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. อาวุโสอันดับ 1 ถูกทาบทามมานั่งเลขาฯ สมช. …เพื่อเปิดทางให้ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร. ขึ้นตำแหน่ง ผบ.ตร. ได้สะดวกขึ้น…ก็แค่นั้น
สวยมาก – ดร.ธนาทร เจียรกุล, ศ.ดร.พรศักดิ์ ศรีอมรศักดิ์, รศ.วราวุฒิ โตอุรวงศ์, ผศ.ดร.สมชาย สำเนียงงาม, ชาตรี โกวิทานุพงศ์ และ กันตภณ ผาณิตรัตน์ มาร่วมชมจิตรกรรมประดับแนวรั้วโครงการเซ็นทรัล ผลงานของนักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากร ที่โครงการเซ็นทรัล นครปฐม วันก่อน.
ปัญหาแรงงาน – สนั่น อังอุบลกุล ให้การต้อนรับ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงาน ในโอกาสมาหารือปัญหาแรงงานไทย พร้อมเสนอแนะแนวทางดูแลภาคแรงงาน โดยมี บุญชอบ สุทธมนัสวงษ์, ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ และ สิรภพ ดวงสอดศรี มาร่วมหารือด้วย ที่หอการค้าไทย วันก่อน.
  • บรรทัดนี้ต้องถอดคำพูดของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ในฐานะที่รับผิดชอบชุดคลี่คลายคดี พ.ต.ต.ศิวกร สายบัว สารวัตรทางหลวง ถูกยิงเสียชีวิตในงานเลี้ยงโต๊ะจีนบ้าน กำนันนก จ.นครปฐม… “ตำรวจทั่วประเทศมีทั้งหมด 2 แสนกว่าคน มีทั้งดีและไม่ดี ฉะนั้น ตำรวจไม่ดีเราต้องไม่ช่วยเหลือและไม่เลี้ยงไว้ มีพฤติกรรมย่ำแย่ ต้องใช้มาตรการเด็ดขาดและขอศาลออกหมายจับใส่กุญแจมือ ปฏิบัติเช่นผู้ต้องหาทั่วไป” …หลังจากที่ ศาลอนุมัติออกหมายจับ ผู้ต้องหาในคดีนี้จำนวน 6 คน เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจยศตั้งแต่ระดับ พ.ต.ต. ลงไป…ความผิดตามมาตรา 157 เป็นเจ้าพนักงานละเว้นปฏิบัติหน้าที่ โดยมิชอบหรือทุจริตร้ายแรง ช่วยเหลือไม่ให้คนร้ายได้รับโทษ และช่วยเหลือซ่อนเร้นพยานหลักฐาน…ส่วนอีก 21 นาย ที่ร่วมงานเลี้ยงโต๊ะจีนในวันเกิดเหตุ มีชื่อชั้นยศระบุอยู่ในหลักฐานพยานบุคคลชัดเจน…อย่างน้อยฉายภาพให้ ประชาชนตาดำๆ ได้เห็นถึง ความเหลื่อมล้ำของสังคมไทยที่ยังอยู่ภายใต้ผู้มี อิทธิพล
  • ข่าวประชาสัมพันธ์ ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. ลงนามบันทึกข้อตกลงกับ กรมการกงสุล เชื่อมโยงบูรณาการข้อมูลนักท่องเที่ยวในการเดินทางเข้าราชอาณาจักรไทย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจลงตราควบคู่กับการคัดกรองและการอำนวยความสะดวกการเดินทางให้รวดเร็วมากขึ้น โดยมี รุจ ธรรมมงคล อธิบดีกรมการกงสุล และ จาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว ร่วมลงนามไปเรียบร้อย…กนกพร รอดรุ่งเรือง ผช.กรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารชื่อเสียงองค์กรและกิจการเพื่อสังคม ปตท. เปิดงานปฐมนิเทศ โครงการ Young Influencer Challenge Thailand 2023 : ชวน U สร้างรอยยิ้ม เปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้แสดงพลังและไอเดียความคิดสร้างสรรค์ผ่าน 30 ทีมเยาวชนจาก 10 มหาวิทยาลัยช่วยเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน.
น่ากิน – ภัทรา ศิลาอ่อน จัดงาน “S&P Mooncake 2023 ของขวัญจากพระจันทร์ สุข สมหวัง ดั่งใจปอง” พร้อมเปิดตัวขนมไหว้พระจันทร์ 2 รสชาติใหม่และขนมไหว้พระจันทร์ชุดมงคลแห่งปี โดยมี วิทูร ศิลาอ่อน และ กำธร ศิลาอ่อน มาร่วมงานด้วย ที่เอสแอนด์พี ฮอลล์ สุขุมวิท 26 วันก่อน.
โปรดทราบ – ณัฏฐวรรณ โกศลวงศ์ และ อรพรรณ พงศ์พานิช จัดงานประกาศรางวัล “Boots Most Loved Beauty Awards 2023” สกินแคร์ท็อปลิสต์ใช้ดีชอบจริงของคนรักผิว โดยมี ภก.วรเศรษฐ์ อริยะสินถาวร และ นัยรัตน์ รัตน์ประสาทพร มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.

“อินทรีเหล็ก”

“มาเรีย เรสซา” เจ้าของโนเบลสันติภาพชาวฟิลิปปินส์พ้นผิดคดีเลี่ยงภาษี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2724441

"มาเรีย เรสซา" เจ้าของโนเบลสันติภาพชาวฟิลิปปินส์พ้นผิดคดีเลี่ยงภาษี

12 ก.ย. 2566 13:28 น.

“มาเรีย เรสซา” เจ้าของโนเบลสันติภาพชาวฟิลิปปินส์พ้นผิดคดีเลี่ยงภาษี

มาเรีย เรสซา เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพชาวฟิลิปปินส์ พ้นผิดในข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการหลบเลี่ยงภาษี ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นชัยชนะของเสรีภาพสื่อ

มาเรีย เรสซา เจ้าของรางวัลโนเบลของฟิลิปปินส์ และ “แรปเปลอร์” เว็บไซต์ข่าวที่เธอก่อตั้ง พ้นผิดในข้อหาฉ้อโกงภาษีจากการพิจารณาคดีของศาลในวันนี้ (12 ก.ย. 2566) นับเป็นชัยชนะทางกฎหมายอีกครั้งสำหรับเรสซา นักข่าวคนสำคัญที่ต่อสู้เพื่อเสรีภาพสื่อในฟิลิปปินส์

เรสซาซึ่งได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพในปี 2564 ร่วมกับนักข่าวชาวรัสเซีย เธอเป็นผู้ก่อตั้ง “แรปเปลอร์” เว็บไซต์ข่าวซึ่งมีชื่อเสียงจากการตรวจสอบการทำงานของอดีตประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เต อย่างเข้มข้น และนโยบายทำสงครามกับยาเสพติดของเขา

หลังจากมีการประกาศคำตัดสิน เรสซากล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า การพ้นผิดของเธอถือเป็นสัญญาณที่ดีแก่แวดวงธุรกิจ เนื่องจากค่าธรรมเนียมภาษีของเธอ “มีส่วนเกี่ยวข้องกับหลักนิติธรรมเป็นอย่างมาก”

“การพ้นผิดในครั้งนี้ตอกย้ำความมุ่งมั่นของเราที่จะดำเนินต่อไปตามระบบยุติธรรม ที่จะยอมจำนนต่อศาล แม้ว่าจะถูกคุกคามทางการเมือง แม้ว่าจะถูกโจมตีต่อเสรีภาพสื่อก็ตาม” และกล่าวเสริมว่า “มันแสดงให้เห็นว่าระบบศาลยังใช้งานได้ เราหวังว่าจะเห็นข้อกล่าวหาที่เหลือถูกยกฟ้อง”

การพ้นผิดของเรสซาเป็นสิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้น หลังจากที่เธอเคลียร์ค่าธรรมเนียมภาษีในลักษณะเดียวกันเมื่อเก้าเดือนก่อน

ข้อกล่าวหาดังกล่าวเกิดจากการฟ้องร้องของรัฐบาลในปี 2561 โดยเรสซาและแรปเปลอร์ ถูกดำเนินคดีจากรัฐบาล 5 ข้อหา ที่เกี่ยวกับการหลีบเลี่ยงภาษี ศาลได้มีคำตัดสินเมื่อเดือนมกราคม ให้เธอและแรปเปลอร์พ้นผิด 4 ข้อหา และข้อกล่าวหาที่ 5 ซึ่งถูกพิจารณาคนละศาลกันเพิ่งมีคำตัดสินในวันนี้ให้เธอและแรปเปลอร์พ้นผิด

ปัจจุบัน เรสซา วัย 59 ปี ได้รับการประกันตัว แม้เธอจะพ้นผิดในคดีนี้ แต่อนาคตของเรสซาและแรปเปลอร์ก็ยังไม่แน่นอน เนื่องจากเธอยังมีอีก 2 ดดีที่ยังอยู่ในระหว่างถูกดำเนินคดี หลังถูกตัดสินลงโทษในปี 2563 ในข้อหาหมิ่นประมาททางไซเบอร์จากบทความในแรปเปลอร์ และคดีละเมิดกฎหมายควบคุมการลงทุนของต่างชาติในกิจการสื่อ โดยเป็นหนึ่งในหลายคดีต่อเว็บไซต์ที่หน่วยงานรัฐบาลยื่นฟ้อง เธอยืนยันว่าคดีเหล่านั้นมีแรงจูงใจทางการเมือง

ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ซึ่งอยู่ในตำแหน่งมา 14 เดือน กล่าวว่าเขาจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคดีในศาลที่ฟ้องร้องแรปเปลอร์ ขณะที่เว็บไซต์แรปเปลอร์ยังคงดำเนินงานตามปกติ ระหว่างการพิจารณาอุทธรณ์คำสั่งปิดจากหน่วยงานกำกับดูแลหลักทรัพย์

ฟรานซิส ลิม หนึ่งในทนายความของเรสซา กล่าวว่า ทีมงานหวังว่าการพ้นผิดครั้งล่าสุดจะนำไปสู่การยกฟ้องคดีอื่นๆ ซึ่งรวมถึงคำสั่งปิดเว็บด้วย

ฟิลิปปินส์อยู่ในอันดับที่ 132 จาก 180 ประเทศ ในดัชนีเสรีภาพสื่อโลก โดยระบุว่าสื่อฟิลิปปินส์ยังคงมีความกระตือรือร้นอย่างมาก แม้ว่ารัฐบาลจะโจมตีแบบกำหนดเป้าหมายและแสดงการคุกคามอย่างต่อเนื่องต่อนักข่าวที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลมากเกินไป.

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

CDC เตือนแนวโน้ม RSV ระบาดเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในเด็กเล็ก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2724443

CDC เตือนแนวโน้ม RSV ระบาดเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในเด็กเล็ก

12 ก.ย. 2566 13:18 น.

CDC เตือนแนวโน้ม RSV ระบาดเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในเด็กเล็ก

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ ประกาศเตือนให้ผู้ปกครองเฝ้าระวังไวรัส RSV หลังพบการระบาดในเด็กเล็กเพิ่มสูงขึ้นในระยะนี้ โดยเฉพาะในพื้นที่ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐฯ

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ หรือ CDC แจ้งเตือน พบการระบาดของเชื้อไวรัส RSV เพิ่มสูงขึ้นในสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะในผู้ป่วยกลุ่มเด็กเล็ก ในพื้นที่ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐฯ โดยตามปกติแล้ว เชื้อไวรัส RSV จะเริ่มระบาดในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ต่อเนื่องไปจนถึงฤดูหนาว คล้ายกับไข้หวัดใหญ่และเชื้อไวรัสเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจอื่นๆ แต่ในปีนี้พบว่า การระบาดของเชื้อ RSV เพิ่มสูงขึ้นกว่าปกติ ทั้งในรัฐฟลอริดา และจอร์เจีย

โดยในช่วง 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าเฉลี่ยของการตรวจหาเชื้อ RSV ใน 3 สัปดาห์ในรัฐฟลอริดาสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติ 5 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งนับว่าเกินเกณฑ์ในช่วงเริ่มต้นฤดูกาล RSV ถึง 3%

ส่วนในรัฐจอร์เจีย ผู้ติดเชื้อ RSV อายุต่ำกว่า 4 ปีที่ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นจาก 2.0 ต่อประชากร 100,000 คน ในช่วงสัปดาห์ที่ 5 สิงหาคม กลายมาเป็น 7.0 ต่อประชากร 100,000 คน ในช่วงสุดสัปดาห์วันที่ 19 สิงหาคม และเป็นที่น่าสังเกตว่า เด็กส่วนใหญ่ที่ต้องเข้าโรงพยาบาลมีอายุน้อยกว่า 1 ขวบ

ทาง CDC จึงฝากไปยังหน่วยงานดูแลเด็กและผู้สูงอายุ ให้เฝ้าระวังไวรัสนี้อย่างใกล้ชิด เพราะเป็นโรคที่อันตรายต่อวัยทารก และเด็กเล็ก โดยเฉพาะเด็กที่เกิดก่อนกำหนด เด็กที่ภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือมีโรคประจำตัวเช่นโรคปอด โรคหัวใจ รวมไปจนถึงผู้สูงอายุด้วย

ทั้งนี้ เมื่อปีที่แล้ว การระบาดของ RSV เกิดขึ้นเร็วกว่าปกติ โดยเริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคมก่อนจะลดลงในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งในช่วงนั้นอาจจะเกี่ยวเนื่องกับการล็อกดาวน์จากโควิดต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2020-2022 ทำให้อัตราการติดเชื้อลดลงไปโดยปริยาย โดยในทุกๆ ปีจะพบเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีต้องเข้ารักษาอาการในโรงพยาบาลราว 58,000-80,000 คน และพบผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไปติดเชื้อราว 60,000-160,000 คน ขณะที่มีเด็กต้องเสียชีวิตจาก RSV ปีละประมาณ 100-300 ศพ และมีผู้สูงอายุเสียชีวิตจาก RSV 6,000-10,000 ศพ

สำหรับอาการของเชื้อไวรัส RSV จะแสดงอาการอยู่ราว 4-6 วัน หลังได้รับเชื้อ โดยจะมีไข้ น้ำมูกไหล จาม ไอ คัดจมูก และเบื่ออาหาร เป็นต้น.

ที่มา : ABCnews

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ “โรคRSV“