‘จีน่า เดอะเฟซ’สวมบิกินีดีไซน์เก๋ ปล่อยช็อตเด็ดแซ่บเกินต้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/755381

'จีน่า เดอะเฟซ'สวมบิกินีดีไซน์เก๋ ปล่อยช็อตเด็ดแซ่บเกินต้าน

‘จีน่า เดอะเฟซ’สวมบิกินีดีไซน์เก๋ ปล่อยช็อตเด็ดแซ่บเกินต้าน

วันศุกร์ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2566, 15.43 น.

8 ก.ย.66 ทำเอาไอจีแทบลุกเป็นไฟเลยทีเดียว สำหรับนางแบบสาวสวย “จีน่า เดอะเฟซ” หรือ จีน่า วิรายา ภัทรโชคชัย เจ้าของตำแหน่ง The Face All Stars โดยล่าสุด สาวจีน่าได้แชะภาพอวดหุ่นแซ่บเบาๆ ในชุดว่ายน้ำดีไซน์เก๋ ขณะกำลังเล่นน้ำในสระที่ภูเก็ต พร้อมแคปชั่น “กลัวผมเปียกน้ำครับ” บอกเลยว่าสวยแซ่บเต็มสิบจริงๆ

ปลัดมหาดไทยเผย คนมหาดไทยต้องทำงานเชิงรุกด้วยความรวดเร็ว มีความพร้อมขับเคลื่อนงานในทุกมิติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/755541

ปลัดมหาดไทยเผย คนมหาดไทยต้องทำงานเชิงรุกด้วยความรวดเร็ว มีความพร้อมขับเคลื่อนงานในทุกมิติ

ปลัดมหาดไทยเผย คนมหาดไทยต้องทำงานเชิงรุกด้วยความรวดเร็ว มีความพร้อมขับเคลื่อนงานในทุกมิติ

วันเสาร์ ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2566, 13.36 น.

ปลัดมหาดไทยเผย “คนมหาดไทยต้องทำงานเชิงรุกด้วยความรวดเร็ว” มีความพร้อมขับเคลื่อนงานในทุกมิติ เพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่ บำบัดทุกข์ บำรุงสุข ทำให้ประชาชนมีความอุดมสมบูรณ์พูนสุขโดยถ้วนหน้า “ทำงานวันนี้ ต้องเสร็จเมื่อวาน”

วันที่ 9 กันยายน 2566 นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงวิธีการทำงานของคนมหาดไทยตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวในโอกาสพบปะข้าราชการเมื่อวันที่ 7 กันยายนที่ผ่านมา ความว่า “…ผมเป็นคนทำงานวันนี้ สั่งงานวันนี้ ต้องเสร็จเมื่อวาน เพราะงั้นก็ขอให้ทุกคนได้มีความมั่นใจ..” เป็นเครื่องเตือนใจให้คนมหาดไทยต้องทำงานด้วยความรวดเร็ว และมีความพร้อมอยู่เสมอ ที่สำคัญต้องทำงานเชิงรุก เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา ถ้า “เข้าใจ เข้าถึง” พี่น้องประชาชนแล้ว ปัญหาต่าง ๆ ตลอดจนความต้องการของพี่น้องประชาชนในทุกเรื่อง ก็จะสามารถพัฒนาและดำเนินการได้ทันที อะไรที่ยังแก้ไขไม่ได้ ก็ต้องมีการสื่อสารสร้างความเข้าใจต่อพี่น้องประชาชน ต่อสาธารณชน สอดคล้องกับหลักปฏิบัติที่คนมหาดไทยได้รับการบ่มเพาะถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นมาโดยตลอดว่า “รอบรู้ รวดเร็ว ริ่เริ่ม และเร่งรัด” ดังที่ท่านวิญญู อังคณารักษ์ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้เคยกล่าวไว้

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เน้นย้ำว่า หลายคนอาจตั้งข้อสงสัยว่า “เมื่อวานนี้งานจะเสร็จได้อย่างไร ในเมื่อสั่งวันนี้” แต่ข้าราชการกระทรวงมหาดไทยทุกคนในฐานะข้าราชการประจำ ผู้มีความมุ่งมั่นตั้งใจสอบคัดเลือกเข้ามารับราชการ ด้วยหัวใจที่มุ่งมั่นทำงานเพื่อประชาชนจนกว่าจะเกษียณอายุราชการ ต่างก็รู้อยู่ก่อนแล้วว่าข้าราชการกระทรวงมหาดไทยนั้นมีภาระหน้าที่อันหนักหน่วง นั่นคือ ทุกปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน คือ หน้าที่ของคนมหาดไทย งานของทุกกระทรวง ทบวง กรมที่ลงสู่พื้นที่ ก็คืองานของคนมหาดไทย ดังนั้น พวกเราในฐานะข้าราชการประจำ จะต้องมุ่งมั่นทุ่มเททำงานแบบรองเท้าสึกก่อนกางเกงขาด มีใจ มี Passion ในการทำงานโดยไม่ยึดถือเรื่องเวลาเป็นข้อจำกัดของการทำงาน เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาที่ดี คือ การคิดริเริ่มสร้างสรรค์นำเสนอสิ่งที่ดีเพื่อให้ผู้บังคับบัญชาได้เห็นชอบตามที่เราได้คิด ได้เสนอ 

“นอกจากนี้ คนมหาดไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ผู้ว่าราชการจังหวัด” ผู้บริหารระดับสูง ต้องเป็น “ผู้นำต้องทำก่อน” ต้องรู้ลึก รู้กว้าง ถึงเรื่องที่จะขับเคลื่อน เพื่อนำไปสื่อสารกับนายอำเภอในฐานะผู้นำของพื้นที่และภาคีเครือข่าย ซึ่งมีนัยนะว่า “ผู้นำทำงานต่าง ๆ ลำพังคนเดียวไม่ได้” ต้องมีทีมงานจาก 7 ภาคีเครือข่าย ทั้งภาคราชการ ภาคผู้นำศาสนา ภาควิชาการ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ภาคประชาชน ภาคสื่อสารมวลชน ช่วยขับเคลื่อนงาน และที่สำคัญ “ต้องเร่งรัด ติดตามการขับเคลื่อนงาน” เพื่อให้มั่นใจว่าทุกภาคส่วนได้ช่วยกันทำหน้าที่ในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุขแบบบูรณาการอย่างยั่งยืนได้อย่างถูกต้องตามหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร คือ ร่วมคิด ร่วมพูดคุย ร่วมทำ ร่วมแก้ปัญหา ร่วมรับประโยชน์ ทำให้ประชาชนมีความอุดมสมบูรณ์พูนสุขโดยถ้วนหน้า ซึ่งหากทุกคนสามารถทำได้อย่างนี้แล้ว ก็จะมีคุณสมบัติตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวไว้นั่นเอง” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวในช่วงท้าย

สพม.บุรีรัมย์คุมเข้มสอบผู้บริหารสถานศึกษาสแกนผู้เข้าสอบทุกรายลั่นพบทุจริตดำเนินคดีทันที

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/755525

สพม.บุรีรัมย์คุมเข้มสอบผู้บริหารสถานศึกษาสแกนผู้เข้าสอบทุกรายลั่นพบทุจริตดำเนินคดีทันที

สพม.บุรีรัมย์คุมเข้มสอบผู้บริหารสถานศึกษาสแกนผู้เข้าสอบทุกรายลั่นพบทุจริตดำเนินคดีทันที

วันเสาร์ ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2566, 11.03 น.

ผอ.สพม.บุรีรัมย์ พร้อมกรรมการควบคุมการสอบ นำตำรวจ พร้อมเครื่องสแกนคุมเข้มตรวจร่างกายผู้เข้าสอบ ป้องกันการนำวัตถุ เครื่องอิเล็กทรอนิกส์เข้าไปกระทำทุจริต สอบแต่งตั้งรองผู้อำนวยการสถานศึกษาและผู้อำนวยการสถานศึกษา ยันหากพบทุจริต ตัดสิทธิ์ และดำเนินคดีทันที

วันที่ 9 ก.ย.66 บรรยากาศสนามสอบแข่งขันคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา และผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปี พ.ศ.2566 ซึ่งในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์ มีตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษาว่าง 8 อัตราและตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา 13 อัตรา ที่สนามสอบโรงเรียนบุรีรัมย์พิทยาคม ต.ในเมือง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์

ดร.กฤษ ละมูลมอญ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์ ได้ชี้แจงระเบียบการเข้าสอบของผู้เข้าสอบทุกคนได้รับทราบก่อนเข้าห้องสอบ ขณะเดียวกันคณะกรรมการฯ ได้ร่วมกับสถานีตำรวจภูธรเมืองบุรีรัมย์ เพิ่มมาตรการเข้มในการป้องกันทุจริตการสอบ โดยมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดด้านหน้าอาคาร จัดกำลังตำรวจ 2 นายเดินตรวจตราความเรียบร้อยรอบบริเวณอาคาร พร้อมทั้งใช้เครื่องสแกนทำการตรวจจับสัญญาณวัตถุ เครื่องอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องมือสื่อสารผู้เข้าสอบทุกคน เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้าไปใช้ทุจริตในการสอบ โดยผู้เข้าสอบสามารถนำเพียงปากกา ดินสอ ยางลบ บัตรประจำตัวประชาชน และบัตรประจำตัวผู้สอบ เข้าไปได้เท่านั้น ซึ่งมีผู้สมัครสอบหลายคนสวมใส่นาฬิกามาเจ้าหน้าที่ต้องให้ถอดตามกฎระเบียบ

อย่างไรก็ตาม หากพบว่ามีกลุ่มบุคคลหรือผู้สอบได้กระทำการทุจริตในกรณีใดก็ตาม จะตัดสิทธิและส่งดำเนินคดีตามกฎหมายทันที ซึ่งการสอบครั้งนี้มีผู้สมัครสอบทั้งสิ้น จำนวน 157 คน แยกเป็น รองผู้บริหารสถานศึกษา 117 ราย และ ผู้บริหารสถานศึกษา 40 ราย

ด้าน ดร.กฤษ ละมูลมอญ ผอ.สพม.บุรีรัมย์ กล่าวว่า การสอบรองผู้อำนวยการสถานศึกษา และผู้อำนวยการสถานศึกษา ครั้งนี้ ได้มีการเฝ้าระวังคุมเข้มให้เป็นไปด้วยความถูกต้องเรียบร้อยตามระเบียบหลักเกณฑ์ โปร่งใส และเป็นธรรม เพื่อเป็นการป้องกันการเกิดปัญหาทุจริตการสอบ โดยใช้เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องมือสื่อสาร รวมไปถึงการแอบอ้างเรียกรับเงินจากกลุ่มบุคคลที่ไม่หวังดี และยืนยันว่าการสอบในครั้งนี้จะไม่มีการทุจริตในทุกขั้นตอนอย่างแน่นอน – 003

อาลัย ‘สมลักษณ์ จัดกระบวนพล’ อดีตผู้พิพากษา-อดีต ป.ป.ช. ถึงแก่อนิจกรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/755461

อาลัย ‘สมลักษณ์ จัดกระบวนพล’ อดีตผู้พิพากษา-อดีต ป.ป.ช. ถึงแก่อนิจกรรม

อาลัย ‘สมลักษณ์ จัดกระบวนพล’ อดีตผู้พิพากษา-อดีต ป.ป.ช. ถึงแก่อนิจกรรม

วันศุกร์ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2566, 19.25 น.

วันที่ 8 กันยายน 2566 ศ.พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ อดีตคณบดี คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊ก ถึงการเสียชีวิตของ นางสมลักษณ์ จัดกระบวนพล อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา และอดีตกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยระบุว่า

“สมลักษณ์ ลาลับแล้ว แต่ร่าง กายนา จัด ว่าฝากฝีมือพร่าง พลุ่งพร้อย กระบวน ยุติธรรมวาง วงดอก ไม้เอย พล และผลงานร้อย ประดับเวิ้งเวียงสยาม

อาจารย์สมลักษณ์ จัดกระบวนพล เป็นนักกฎหมายอาวุโส ผู้เคยดำรงตำแหน่งเป็นผู้พิพากษาระดับสูง เคยเป็นกรรมการ ป.ป.ช. เป็นอาจารย์พิเศษในคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แม้พ้นจากหน้าที่การงานแล้ว อาจารย์ก็ยังเป็นผู้ให้ความคิดเห็นและให้สติปัญญา

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของกฎหมายและความยุติธรรมกับคนทั้งหลายอยู่เสมอ ความคิดเห็นของอาจารย์ทุกเรื่องอยู่บนหลักวิชาและไม่เคยเบี่ยงเบนไปจากความคลองธรรมเลย

แม้จะมิได้เคยมีโอกาสรู้จักคุ้นเคยกับอาจารย์เป็นการส่วนตัวมากนัก เพียงได้เคยร่วมเวทีอภิปรายทางวิชาการกับท่านครั้งเดียว แต่ผมมั่นใจว่าอาจารย์เป็นผู้หนึ่งที่ผมเรียกขานท่านว่าเป็นอาจารย์ในทางความรู้และการวางตนของผมได้อย่างแน่นอน เมื่อได้รับทราบข่าวว่าท่านถึงอนิจกรรมแล้วในวันนี้ ผมจึงขอกราบลาท่านด้วยความเคารพและอาลัยยิ่ง”

นางสมลักษณ์ จัดกระบวนพล เกิดเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2483 เกิดในครอบครัวทหารมีคุณพ่อเลื่อน นัยนะแพทย์ เป็นทหารม้า บรรดาศักดิ์พันโทพระจัดกระบวนพล ส่วนคุณปู่เป็นหมอในพระราชวังสมัย ร.5-ร.6 มีบรรดาศักดิ์เป็น หลวงวโรสถประสิทธิ์ นัยนะแพทย์ จบการศึกษาระดับปรืญญาจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รุ่นนิติศาสตร์ 01 (เข้าเรียนปี 2501)

หลังเรียนจบเข้าทำงานที่กระทรวงพาณิชย์ เริ่มต้นที่กรมเศรษฐสัมพันธ์ จากนั้นก็มาทำงานในกรมทะเบียนการค้า จนกระทั่งอายุใกล้ 30 ปี สมลักษณ์สอบชิงทุนไปดูงานด้านกฎหมายที่ประเทศฝรั่งเศส เป็นเวลา 9 เดือน ก่อนตัดสินใจสอบเป็นผู้พิพากษา โดยเริ่มจากการเรียนเนติบัณฑิต แล้วสอบได้เป็นผู้ช่วยผู้พิพากษา จนอบรมเป็นผู้ช่วยผู้พิพากษาแล้ว 1 ปี ก็ได้รับการโปรดเกล้าฯเป็นผู้พิพากษาประจำกระทรวงยุติธรรม

หลังจากเกษียณอายุราชการเมื่อ พ.ศ. 2543 ได้รับตำแหน่งผู้พิพากษาอาวุโสศาลจังหวัดนนทบุรีแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว ก่อนจะได้รับแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตามประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ 19 ลงวันที่ 22 กันยายน 2549

‘เทศบาล-ตำรวจ-โรงเรียน’ทองผาภูมิรวมพลังต่อต้านการใช้ยาเสพติด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/755439

'เทศบาล-ตำรวจ-โรงเรียน'ทองผาภูมิรวมพลังต่อต้านการใช้ยาเสพติด

‘เทศบาล-ตำรวจ-โรงเรียน’ทองผาภูมิรวมพลังต่อต้านการใช้ยาเสพติด

วันศุกร์ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2566, 17.56 น.

เทศบาลตำบลทองผาภูมิ – ตำรวจ สภ.ทองผาภูมิ และโรงเรียนในสังกัด ร่วมพิธีปิดโครงการการศึกษาเพื่อต่อต้านการใช้ยาเสพติดในเด็กนักเรียน (D.A.R.E)

วันนี้ (8 ก.ย.66) ที่ห้องประชุมสำนักงานเทศบาลตำบลทองผาภูมิ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี นายศราวุธ ศรีทันดร นายกเทศมนตรีตำบลทองผาภูมิ พร้อมด้วย พ.ต.อ.มนตรี แตงโต ผกก.สภ.ทองผาภูมิ นายสุเมธ จันทร์เจือจุน ผู้อำนวยการสถานศึกษาโรงเรียนเทศบาลทองผาภูมิ นายศราวุฒิ วงษ์เอก ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลทองผาภูมิ รวมทั้งรองนายกเทศมนตรีตำบลทองผาภูมิ เลขาฯ สมาชิกสภาเทศบาลฯ รักษาการปลัดเทศบาล  หัวหน้าสำนักปลัดงานกองการศึกษา ร่วมพิธีปิดโครงการการศึกษาเพื่อต่อต้านการใช้ยาเสพติดในเด็กนักเรียน (D.A.R.E) และมอบเกียรติบัตรให้กับเด็กนักเรียน โดยมีคณะครูร่วมพิธีในครั้งนี้

สำหรับโครงการครูแดร์ได้ดำเนินการเข้าสอนโรงเรียนเทศบาลทองผาภูมิและโรงเรียนอนุบาลทองผาภูมิ ในชั้นประถมศึกษา ปีที่ 5 ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2566 ถึงวันที่ 6 กันยายน 2566 รวมระยะเวลาเรียน 13 สัปดาห์ มีเด็กนักเรียน 128 คนเข้าร่วมโครงการ ซึ่งเป็นการบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานในการดำเนินงานด้านการสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันยาเสพติดกลุ่มเด็กและเยาวชน เพื่อควบคุมการขยายตัวของปัญหายาเสพติดและลดการแพร่ระบาดของยาเสพติดในสถานศึกษา พร้อมเป็นการปลุกจิตสำนึกของเด็กนักเรียนและเยาวชนให้มีความรู้ ความเข้าใจ ตระหนักถึงพิษภัยของยาเสพติดที่มีผลต่อร่างกาย สุขภาพอนามัย และส่งผลกระทบต่อปัญหาของสังคมตลอดจนความมั่นคงของชาติ 

ทั้งนี้นักเรียนจะเข้าใจถึงความเสี่ยงทางด้านร่างกาย ความรู้สึกสังคมและกฎหมายและผลกระทบ ของการเสพเหล้า บุหรี่ กัญชาและสาระระเหย ที่มีต่อสมองและร่างกายที่กำลังพัฒนาและสามารถประยุกต์ใช้ทักษะเหล่านี้ ในลักษณะที่เหมาะสมกับสถานการณ์ใกล้เคียงกับชีวิตได้ต่อไป 

‘อภินนท์ สุชีวบริพนธ์’ นำ ‘บุตรชาย-นส.ทิพวรรณ กานต์เจนภพ’ เข้าเฝ้าถวายสักการะ ‘สมเด็จพระสังฆราช

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/755378

'อภินนท์ สุชีวบริพนธ์' นำ 'บุตรชาย-นส.ทิพวรรณ กานต์เจนภพ' เข้าเฝ้าถวายสักการะ 'สมเด็จพระสังฆราช

‘อภินนท์ สุชีวบริพนธ์’ นำ ‘บุตรชาย-นส.ทิพวรรณ กานต์เจนภพ’ เข้าเฝ้าถวายสักการะ ‘สมเด็จพระสังฆราช

วันศุกร์ ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2566, 15.23 น.

“อภินนท์ สุชีวบริพนธ์” นำ บุตรชายและ นส.ทิพวรรณ กานต์เจนภพ เข้าเฝ้าถวายสักการะ “สมเด็จพระสังฆราช”เพื่อเป็นศิริมงคลแก่ชีวิตคู่

 วันที่ 8 กันยายน เวลา 09.30 น. นายอภินนท์ สุชีวบริพนธ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า ไดฮัทสุ เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด นำ นายวีรภัทร์ สุชีวบริพนธ์ (บุตรชาย) และ นส.ทิพวรรณ กานต์เจนภพ เข้าเฝ้าถวายสักการะสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (อัมพร อมพโร) เพื่อกราบขอพร และรับประทานน้ำพระพุทธมนต์ จากสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ฯ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร เพื่อเป็นศิริมงคลแก่ชีวิตคู่

‘เศรษฐา’เดินตลาดร่มเขียว เจอชาวบ้านท้าสร้างรัฐสวัสดิการแล้วจะยอมรับ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558151

09 ก.ย. 2566

‘เศรษฐา’เดินตลาดร่มเขียว เจอชาวบ้านท้าสร้างรัฐสวัสดิการแล้วจะยอมรับ

‘นายกเศรษฐา’ เดินตลาดร่มเขียว จ.อุดรธานี เจอชาวบ้านท้าสร้างระบบรัฐสวัสดิการให้ได้ถึงจะยอมรับ เจ้าตัวโต้รัฐดูแลประชาชนอยู่แล้ว

วันที่ 9 ก.ย. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วยนายภูมิธรรมเวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการคมนาคม, นายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ , นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย , นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และคณะ ลงพื้นที่ตลาดร่มเขียวอุดรธานี โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก มีประชาชนมาให้การต้อนรับอย่างเนืองแน่นและส่งเสียงกรี๊ดเมื่อเจอนายกรัฐมนตรีตัวจริง ก่อนพูดว่า “ตัวจริงสูงและหล่อกว่าในทีวี”

โดยระหว่างการเดินเท้านายเศรษฐา ได้ยกมือไหว้ทักทายประชาชนตลอดเส้นทาง ซึ่งทุกร้านค้าได้พยายามนำเสนอสินค้าของตนเองให้นายเศรษฐาได้ชิม ทั้งข้าวจี่ ปลาร้าบอง ถั่วคั่ว กล้วย และก๋วยเตี๋ยวหลอด ซึ่งนายเศรษฐาได้ทดลองชิมเพียงบางอย่าง เพราะบางอย่างทานไม่เป็น แต่ก็ยังอุดหนุนสินค้าการเกษตร อาทิ ผักสวนครัว ข้าวไรซ์เบอรี่ และถั่วคั่วทราย ซึ่งเป็นของขึ้นชื่อของจ.อุดรธานี และนายเศรษฐายังถือโอกาสเหมาร้านข้าวจี่ด้วย และให้คำแนะนำกับพ่อค้าแม่ค้าพัฒนาแพกเกจเพื่อส่งออก รวมถึงอยากใส่รายละเอียดเพื่อจูงใจให้ผู้บริโภคซื้อสินค้า เพราะสินค้าบางอย่างของไทยเป็นที่ต้องการในต่างประเทศ

ทั้งนี้ มีรายงานว่า ช่วงหนึ่งระหว่างเดินในตลาดมีคุณลุงได้เดินมา ท้านายกรัฐมนตรีว่า “นายกรัฐมนตรีต้องทำให้ประเทศนี้เป็นรัฐสวัสดิการให้ได้ แล้วผมจะยอมรับ” ซึ่งนายกรัฐมนตรีตอบกลับไปทันทีว่า “พูดแบบนี้คนอาจจะไม่เข้าใจรัฐสวัสดิการคือ รัฐดูแลประชาชน ย้ำว่ารัฐดูแลประชาชน”

‘สววันชัย’ แซะบางพรรคทำตัวเหมือนหมาเห่าหลังโรงลิเก ตกยุคย่ำอยู่กับที่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558140

09 ก.ย. 2566

‘สววันชัย’ แซะบางพรรคทำตัวเหมือนหมาเห่าหลังโรงลิเก ตกยุคย่ำอยู่กับที่

‘สววันชัย’ แนะบางพรรคเลิกทำตัวเหมือนหมาเห่าหลังโรงลิเก เขาเปลี่ยนวิกเปลี่ยนเรื่องกันแล้ว แต่ตัวเองยังตกยุคย่ำอยู่กับเรื่องเก่าเล่าเรื่องเดิม

วันที่ 8 ก.ย. นายวันชัย สอนศิริ สมาชิก ส.ว.โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่อง“การเมือง..กับหมาเห่าหลังโรงลิเก” ระบุว่าเวลาเปลี่ยน สถานการณ์เปลี่ยน โลกเปลี่ยน ชีวิตเราก็เปลี่ยน สมัยก่อนวัดตามต่างจังหวัดจะมีโรงลิเกประจำอยู่ในวัด เมื่อมีงานประจำปี หรืองานเทศกาลต่างๆ จะมีลิเกมาเล่น 7 วัน 7 คืน 15 วัน 15 คืน หรือบางแห่งเป็นเดือนก็มี เพราะสมัยโบราณการเดินทางลำบาก

เมื่อจ้างมาเล่นทั้งทีก็จะเล่นหลายคืน เจ้าภาพจะเอาอาหารมาเลี้ยงลิเก 3 มื้อ เมื่อลิเกกินอาหารเหลือก็จะสาดไปหลังโรง หมาก็จะกัดกันเห่ากันแย่งอาหารกัน วันต่อๆมา หมาก็จะมาเห่าหอนรออาหาร เป็นอย่างนี้ทุกวัน

เขาเรียกว่า หมาหลังโรงลิเก ครั้นเมื่อครบ 7 วันหรือ 15 วัน ลิเกเลิก เก็บฉากเก็บดาบเก็บหอกเก็บข้าวเก็บของย้ายวิกไปแสดงที่อื่น หมาหลังโรงลิเกมันไม่รู้ว่าลิเกเขาเลิกแล้ว ย้ายวิกเปลี่ยนเรื่องไปแสดงที่อื่นแล้ว มันยังมาเห่าหอนอยู่หลังโรงลิเก คิดว่าจะได้เศษอาหารเหมือนที่มันเคยได้ มันจะมาเห่าหอนอย่างนี้ทุกวัน ใครเห็นก็เรียกว่า พวกหมาเห่าหลังโรงลิเก

“สื่ออาวุโสท่านหนึ่งเล่าเรื่องนี้ให้ผมฟัง บอกว่าวันนี้เวลานี้การเมืองมันเปลี่ยน เรื่องเก่าเขาเลิกเล่นกันแล้ว เขาเปลี่ยนวิกเปลี่ยนเรื่อง อย่าทำตัวเป็นคนตกยุค ตกสมัย ย่ำอยู่กับเรื่องเก่าเล่าเรื่องเดิม คุณวันชัย อย่าทำตัวเป็นหมาเห่าหลังโรงลิเกนะ ผมเงี๊ยะ เข้าใจลึกซึ้ง จี๊ดเลย 

‘เศรษฐา’ เดินตลาดเกษตรกร เมืองอุดรสาวเล็ก-สาวใหญ่ รุมกรี๊ด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558138

09 ก.ย. 2566

'เศรษฐา' เดินตลาดเกษตรกร เมืองอุดรสาวเล็ก-สาวใหญ่ รุมกรี๊ด

‘เศรษฐา’ เดินตลาดเกษตรกร เมืองอุดร สาวเล็ก-สาวใหญ่ รุมกรี๊ด บอกตัวจริงหล่อกว่าในทีวี เจ้าตัวเดินช้อป ชิม ช่วยแม่ค้า แซวพ่อค้าไข่ อย่าบังรองนายก ‘ภูมิธรรม’ ลั่นนี่คนกำหนดราคา

9 ก.ย. 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณสวนสาธารณะหนองประจักษ์ จังหวัดอุดรธานี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วยนายภูมิธรรม เวชยชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายไชยา พรหมมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ ลงพื้นที่ตลาดร่มเขียว บริเวณสวนสาธารณะหนองประจักษ์จังหวัดอุดรธานี 

โดยมีประชาชนมาให้การต้อนรับอย่างเนื่องแน่น ทั้งสาวเล็กสาวใหญ่รุมกรี๊ด และยังพูดว่า “ตัวจริงสูงและหล่อกว่าในทีวี” ขณะที่นายกรัฐมนตรี ได้ยกมือไหว้สวัสดีประชาชนตลอดทาง ซึ่งทุกร้านค้าได้พยายามนำเสนอสินค้าของตนเอง ให้นายกได้ชิม ทั้งข้าวจี่ ปลาร้าบอง ถั่วคั่ว กล้วย ก๋วยเตี๋ยวหลอด ซึ่งนายกรัฐมนตรี ชิมเพียงบางอย่าง เพราะบางอย่างรับประทานไม่เป็น 

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เดินตลาดเกษตรกร จ.อุดรธานีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เดินตลาดเกษตรกร จ.อุดรธานี

นอกจากนี้นายกรัฐมนตรี ยังอุดหนุนสินค้าการเกษตร หลายอย่างเช่นผักสวนครัว ข้าวไรซ์เบอรี่ ถั่วคั่วทราย ซึ่งเป็นของขึ้นชื่อของจังหวัดอุดรธานี และประกาศเหมาร้านข้าวจี่  

ในจังหวะหนึ่งที่มีประชาชนนำไข่ไก่ และไข่เป็ดไล่ทุ่ง มามอบให้กับนายกรัฐมนตรี แต่คนมอบยืนบัง นายภูมิธรรม นายกรัฐมนตรี ใช้มือดันออกพร้อมแซวว่า “อย่ายืนบังท่านรองนายกผม รู้ไหมว่าคนนี้เป็นคนกำหนดราคาไข่ของคุณ” ทำให้ทุกคนที่อยู่บริเวณนั้นหัวเราะ

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เดินตลาดเกษตรกร จ.อุดรธานีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เดินตลาดเกษตรกร จ.อุดรธานี

นอกจากนายกรัฐมนตรี จะเดินตลาดแล้ว ยังให้คำแนะนำกับพ่อค้าแม่ค้า ในการพัฒนาแพคเกจจิ้งเพื่อส่งออก รวมถึงอยากให้ลูกค้าใส่รายละเอียดเพื่อจูงใจ ให้ผู้บริโภคซื้อสินค้า เพราะสินค้าบางอย่างของไทยเป็นที่ต้องการในต่างประเทศ 

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เดินตลาดเกษตรกร จ.อุดรธานีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เดินตลาดเกษตรกร จ.อุดรธานี

ทั้งนี้ ระหว่างเดินในตลาดจังหวะหนึ่ง มีคุณลุงได้เดินมา ท้านายกรัฐมนตรี ว่า “นายกต้องทำให้ประเทศนี้เป็นรัฐสวัสดิการให้ได้ แล้วผมจะยอมรับ” ซึ่งนายกรัฐมนตรีตอบกลับไปทันทีว่า พูดแบบนี้คนอาจจะไม่เข้าใจ รัฐสวัสดิการคือ รัฐดูแลประชาชน และย้ำว่ารัฐดูแลประชาชน

‘วันนอร์ ‘ เรียกเลขาธิการสภาฯ ขีดเส้นกลางเดือนนี้  จบปัญหา อาหารรับรองสส. 

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558127

08 ก.ย. 2566

'วันนอร์ ' เรียกเลขาธิการสภาฯ ขีดเส้นกลางเดือนนี้  จบปัญหา อาหารรับรองสส. 

ถึงคราวประธานสภาผู้แทนราษฎร  “วันมูหะมัดนอร์ มะทา” ออกโรงกับปัญหา” อาหารรับรองสส.”  เอากลับบ้าน /เหลือทิ้ง   เบื้องต้นเรียกคุย  เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร   ทำความเข้าใจ  ระบุหลังรัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเสร็จ  ตั้งวงคุยให้จบ  ท่องสูตร ยึดหลักความเหมาะสม ไม่ฟุ่มเฟือย

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร   เปิดเผยว่า ปัญหา “อาหารรับรองสส.” ในวันที่มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่กลายเป็นประเด็น สส. นำไปรับประทานที่บ้าน ในการแก้ไขปัญหา อาหารที่เหลือวันที่มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร   ได้เรียกนางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร มาพูดคุยถึงปัญหาดังกล่าวแล้ว เพื่อวางแนวทาง และหลังแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา  จะเชิญผู้เกี่ยวข้อง ทั้งรองประธานสภาผู้แทนราษฎร และสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร มาพูดคุยหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน 


จนถึงขณะนี้ได้รับทราบข้อมูลมาแล้ว  เรื่อง  “อาหารรับรองสส.”   ยอมรับว่ายังมีปัญหาอยู่บ้าง แต่ยืนยันว่า ภายในกลางเดือนนี้ปัญหาต่าง ๆ จะเรียบร้อย บนนโยบายที่ สส.ได้รับบริการอาหารอย่างทั่วถึง และไม่เหลือ ยึดหลักความเหมาะสม ไม่ฟุ่มเฟือย  ส่วนจำเป็นจะต้องมีการปรับลดงบประมาณค่าจัดเลี้ยง สส.ลงที่เตรียมไว้ปีละประมาณ 100 ล้านบาท ลงหรือไม่นั้น  ต้องรอดูในรายละเอียดก่อน เพราะยังไม่ทราบงบประมาณทั้งหมด และจะให้รองประธานสภาผู้แทนราษฎร และเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องมาร่วมให้ความคิดเห็นด้วย 

“การตั้งข้อสังเกตที่มีอาหารเหลือตลอด ต้องเห็นใจกับผู้ประกอบการที่มาจัดบริการอาหารให้สส. เพราะบางครั้งสส.ก็มาประชุมพร้อมเพรียง แต่บางครั้ง สส.ก็กลับไปก่อน ดังนั้น หากอาหารไม่ครบก็จะเกิดปัญหา และหากจัดเตรียมเกินความพอดี ก็จะไม่เหมาะสม ดังนั้นทุกฝ่าย จะต้องร่วมมือกัน เพื่อหาสมดุลให้ได้   ส่วนที่มี สส.นำอาหารที่เหลือกลับบ้าน   สส.คนดังกล่าว อาจไม่ต้องการรับประทานอาหารในห้องอาหาร และต้องการเดินทางกลับเร็ว จึงนำอาหารใส่ห่อกลับไปด้วย  เชื่อว่าไม่ได้นำกลับไปฝากให้ใคร   ซึ่งเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ก็ได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่า หากมีอาหารเหลือ ก็จะนำไปบริจาคให้สถานเด็กกำพร้า หรือ บ้านคนจน รวมถึงคนไร้บ้าน โดยไม่ได้ทิ้ง ”  นายวันมูหะมัดนอร์ ระบุ