‘สมลักษณ์ จัดกระบวนพล’ อดีต ‘ปปช.’ เสียชีวิตแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558114

08 ก.ย. 2566

'สมลักษณ์ จัดกระบวนพล' อดีต 'ปปช.' เสียชีวิตแล้ว

อดีตปลัดประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่ายกลอนเศร่า อำลา ‘สมลักษณ์ จัดกระบวนพล’ อดีต ‘ปปช.’ เสียชีวิตแล้ว เมื่อสักครู่นี้

เฟซบุ๊ก ธงทอง จันทรางศุ อดีตปลัดประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์ กลอนอำลา  สมลักษณ์ จัดกระบวนพล อดีต ปปช.เสียชีวิตด้วยวัย  83 ปี

สมลักษณ์ ลาลับแล้ว แต่ร่าง กายนา
จัด ว่าฝากฝีมือพร่าง พลุ่งพร้อย
กระบวน ยุติธรรมวาง วงดอก ไม้เอย
พล และผลงานร้อย ประดับเวิ้งเวียงสยาม

อาจารย์สมลักษณ์ จัดกระบวนพล เป็นนักกฎหมายอาวุโสผู้เคยดำรงตำแหน่งเป็นผู้พิพากษาระดับสูง เคยเป็นกรรมการ ปปช. เป็นอาจารย์พิเศษในคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แม้พ้นจากหน้าที่การงานแล้ว อาจารย์ก็ยังเป็นผู้ให้ความคิดเห็นและให้สติปัญญา

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของกฎหมายและความยุติธรรมกับคนทั้งหลายอยู่เสมอ ความคิดเห็นของอาจารย์ทุกเรื่องอยู่บนหลักวิชาและไม่เคยเบี่ยงเบนไปจากความคลองธรรมเลย

แม้จะมิได้เคยมีโอกาสรู้จักคุ้นเคยกับอาจารย์เป็นการส่วนตัวมากนัก เพียงได้เคยร่วมเวทีอภิปรายทางวิชาการกับท่านครั้งเดียว แต่ผมมั่นใจว่าอาจารย์เป็นผู้หนึ่งที่ผมเรียกขานท่านว่าเป็นอาจารย์ในทางความรู้และการวางตนของผมได้อย่างแน่นอน เมื่อได้รับทราบข่าวว่าท่านถึงอนิจกรรมแล้วในวันนี้ ผมจึงขอกราบลาท่านด้วยความเคารพและอาลัยยิ่ง

ศาลฎีกานักการเมือง ยกฟ้อง “ปารีณา” คดีจงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สินหนี้สิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558097

08 ก.ย. 2566

ศาลฎีกานักการเมือง ยกฟ้อง "ปารีณา" คดีจงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สินหนี้สิน

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษายกฟ้อง “ปารีณา ไกรคุปต์” อดีต สส.พปชร. คดีจงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน เงินกู้ยืมและพระเครื่อง

8 ก.ย. 2566  ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อม.21/2565 คดีหมายเลขแดงที่ อม. 25/2566 ระหว่าง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)  ผู้ร้อง น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ผู้ถูกกล่าวหา อดีต สส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ
 

คดีนี้ ป.ป.ช. ยื่นคำร้องเมื่อวันที่ 17 ต.ค. 2565 ว่า ผู้ถูกกล่าวหา จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบ กรณีเข้ารับตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน  2 รายการ

ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกัน พ.ศ. 2561 มาตรา 114 วรรคสอง (1), 167 และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้ถูกกล่าวหาตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 81

ผู้ถูกกล่าวหาให้การปฏิเสธ ศาลไต่สวนพยานผู้ร้อง 2 นัด พยานผู้ถูกกล่าวหา 1 นัด


ศาลฎีกาฯ โดยมติเสียงข้างมาก เห็นว่า สำหรับรายการเงินให้กู้ยืม รายนาย ป. นั้น ทางไต่สวนข้อเท็จจริงฟังได้ว่า นาย ป. ยอมรับว่า ผู้ถูกกล่าวหาให้เงินสนับสนุนในการหาเสียงเลือกตั้ง ประกอบกับพฤติการณ์ที่นาย ป. เปิดบัญชีเงินฝากกระแสรายวัน ธนาคาร  สาขาโพธาราม และสั่งจ่ายเช็คมอบให้ผู้ถูกกล่าวหาเป็นหลักประกัน

เมื่อผู้ถูกกล่าวหาขอหลักประกันเพิ่ม นาย ป. ได้นำโฉนดที่ดินไปให้ผู้ถูกกล่าวหายึดถือ และนาย ป. เคยบอกนาย ส. ว่า ผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการหาเสียงเลือกตั้ง และขอให้นาย ส. ไปเป็นเพื่อนเพื่อไปทำสัญญากู้ยืมที่ผู้ถูกกล่าวหาให้การสนับสนุนนาย ป. ในการลงสมัครรับเลือกตั้งโดยนาย ส. ได้ยินผู้ถูกกล่าวหาพูดทวงเงินจากนาย ป. เชื่อว่านาย ป. ได้รับเงินช่วยเหลือเป็นค่าใช้จ่ายในการหาเสียงเลือกตั้งจากผู้ถูกกล่าวหาและไม่ได้เป็นการช่วยเหลือแบบให้เปล่า 

แม้ไม่ปรากฏพยานหลักฐานการส่งมอบเงินแต่ทางไต่สวนไม่ปรากฏพยานหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าสัญญาเงินกู้ดังกล่าวเป็นเอกสารสิทธิปลอม และไม่ปรากฎข้อเท็จจริงจากสำนวนการไต่สวนของผู้ร้องว่ามีการสมคบกันทำสัญญาเงินกู้ขึ้นโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

ผู้ถูกกล่าวหา จึงเข้าใจโดยสุจริตว่าตนมีสิทธิตามสัญญาเงินกู้ จึงฟังไม่ได้ว่าผู้ถูกกล่าวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบต่อผู้ร้องสำหรับรายการนี้

ส่วนรายการพระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์เส้นด้าย และพระสมเด็จนางพญาพิษณุโลก พิมพ์อกนูนใหญ่
ศาลฎีกาฯ โดยมติเสียงข้างมาก เห็นว่า การยื่นบัญชีแสดงรายการ ทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบของผู้ถูกกล่วหาในการดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ถูกกล่าว ได้แสดงรายการพระเครื่องทั้งสององค์โดยขอใช้เอกสารชุดเดิมทั้งหมด

ประกอบกับนาย อ. อดีตสามีของ ผู้ถูกกล่าวหาให้ถ้อยคำว่า นาย อ. เป็นเจ้าของพระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์เส้นด้าย (กรุใหม่) และพระสมเด็จนางพญาพิษณุโลก พิมพ์อกนูนใหญ่ ซึ่งเป็นองค์เดียวกับที่ผู้ถูกกล่าวหาแสดงในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบของคู่สมรส

การจัดทำบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ถูกกล่าวหา กรณีพ้นจากตำแหน่งครบ 1 ปี ในปี 2557 นาย อ. มอบให้เลขานุการเป็นผู้รวบรวมเอกสารนำไปยื่นต่อผู้ร้อง เนื่องจากนาย อ. กำลังจะหย่ากับผู้ถูกกล่าวหา
   

นาย อ. เคยให้ผู้ถูกกล่าวหายืมใส่พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์เส้นด้าย (กรุเก่า) และพระนางกำแพง หลังจากหย่ากันผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้คืนให้ พระเครื่องที่ผู้ถูกกล่าวหาครอบครองเป็นคนละองค์กับพระเครื่องสององค์ดังกล่าว และผู้ถูกกล่าวหาให้ถ้อยคำว่าหลังจดทะเบียนหย่าผู้ถูกกล่าวหาครอบครองพระเครื่องสององค์เรื่อยมาเป็นเหตุให้ผู้ถูกกล่าวหาเข้าใจว่าตนเป็นเจ้าของพระเครื่องทั้งสององค์ที่อยู่กับตนและเป็นองค์เดียวกับที่เคยยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้อง 
   

สอดคล้องกับที่นาย พ.ผู้เชี่ยวชาญ ให้ถ้อยคำว่า คนทั่วไปที่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญและไม่มีความรู้เรื่องพระเครื่องย่อมไม่อาจแยกแยะข้อแตกต่างของพระเครื่องทั้งสององค์ได้ เชื่อว่าผู้ถูกกล่าวหาเข้าใจมาโดยตลอดว่าพระเครื่องทั้งสององค์ที่ได้รับมาจากนาย อ. ระหว่างสมรสและอยู่ในความครอบครองเรื่อยมา คือ พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์เส้นด้าย (กรุใหม่) และพระสมเด็จนางพญาพิษณุโลก พิมพ์อกนูนใหญ่ ที่ยื่นและอ้างไว้ในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบ
   

โดยไม่รู้ข้อเท็จจริงว่าพระเครื่องสององค์ที่นำมาแสดงต่อผู้ร้องเป็นคนละองค์กับที่ ผู้ถูกกล่าวหายื่นไว้ในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบ พฤติกรณ์แห่งคดีจึงฟังไมได้ว่าผู้ถูกกล่าวหามีเจตนาแสดงรายการพระเครื่องไม่ตรงกับที่มีอยู่จริงและระบุราคาสูงกว่าความเป็นจริง กรณีจึงรับฟังไม่ได้ว่า ผู้ถูกกล่าวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบต่อผู้ร้อง พิพากษายกคำร้อง

เกลือจิ้มเกลือ ‘อนุทิน’ ยื่นดาบให้ ‘ชาดา ไทยเศรษฐ์’ ลุยปราบมาเฟีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558092

08 ก.ย. 2566

เกลือจิ้มเกลือ 'อนุทิน' ยื่นดาบให้ 'ชาดา ไทยเศรษฐ์' ลุยปราบมาเฟีย

ว้าวุ่นแน่ ‘อนุทิน’ มท.1 ยื่นดาบ ให้ ‘ชาดา ไทยเศรษฐ์’ รมช.มหาดไทย ขึ้นบัญชีผู้มีอิทธิพลทั่วประเทศ บ้านเมืองมีขื่อมีแป ลั่น มหาดไทยยุคนี้ ไม่มีเส้นสาย ไม่มีสิงห์ดำ สิงห์แดง ใครมีผลงาน คนนั้นเส้นใหญ่จริง

สะเทือนวงการสีกากี กรณีคนใกล้ชิด “กำนันนก” ผู้กว้างขวางเมืองนครปฐม ยิงตำรวจระยะเผาขนดับ ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ตำรวจ 21 นาย อีกทั้งหลักฐานถูกทำลายสิ้น กลายเป็นเรื่องฉาวระดับชาติ ทุกเวทีถูกหยิบยกขึ้นมาถกเถียง ไม่เว้นแม้แต่เวที มท.1 พบผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 8 ก.ย. 2566 ที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงข้อสั่งการทำบัญชีผู้มีอิทธิพลว่า เป็นสิ่งที่เราจะต้องคัดกรองคนที่จะมาดูแลความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ต้องมีคุณธรรม ต้องไม่ใช้อิทธิพล ปกครองดูแลชาวบ้าน

มท.1 พบผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ มท.1 พบผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ

แต่ถ้าเป็นผู้ปกครองที่มีอิทธิพล มาดูแลชาวบ้านก็จะเกิดเหตุการณ์เหมือน ที่จ.นครปฐม ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจถูกยิงในบ้าน “กำนันนก”  ไม่พอใจก็ข่มขู่ นี่ขนาดลูกน้องนะ แล้วถ้าลูกพี่จะขนาดไหน ลูกน้องมันไม่มี ไม่ทำตามลูกพี่หรอก ตัวอย่างที่เลว ๆ แบบนี้ 

“ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือ กระทรวงมหาดไทย โดยนายชาดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย ต้องไปขึ้นทะเบียน ไปคัดกรองคนแบบนี้อยู่ในสังคม อยู่ในบ้านเมืองไม่ได้ ประชาชนเดือดร้อน เอากันถึงชีวิตกันเลยแบบนี้ไม่ได้ บ้านเมืองมีขื่อมีแป”นายอนุทิน ระบุ

เกลือจิ้มเกลือ 'อนุทิน' ยื่นดาบให้ 'ชาดา ไทยเศรษฐ์' ลุยปราบมาเฟีย

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย

ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องการครอบครองอาวุธปืนต้องเข้มข้นขึ้นใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ต้องเข้มข้นขึ้น แม้จะมีใบอนุญาตแต่ห้ามพกพาไปในที่สาธารณะ ประเทศเราไม่ใช่บ้านป่าเมืองเถื่อน ทำไมเราต้องมีปืน ตนคิดว่าพี่น้องประชาชนคงไม่ต้องการอยู่ภายใต้การนำของอันธพาลอย่างนี้

เมื่อถามว่าการทำงานของกระทรวงมหาดไทยในยุคนี้จะไม่มีเรื่องเส้นสายเป็นทางลัดเข้าสู่ตำแหน่งใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เป็นสไตล์การทำงานของตน ตนเชื่อมั่นว่า ถ้าเราให้ความเป็นธรรมกับทุกคนได้ เส้นสายจะเปลี่ยนเป็นผลงาน ใครมีผลงานคนนั้นเส้นใหญ่ ใครรักประชาชน ใครที่ได้รับความชื่นชอบกับประชาชน ยังไงก็เข้าตาผู้บริหาร เข้าตารัฐมนตรี

“ยุคนี้ไม่มีสิงห์ดำ สิงห์แดง สิงห์ทอง พิสูจน์มาแล้ว สมัยที่คุณพ่อของผม (นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย สมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ) เป็น รมว.มหาดไทย เราเอาผลงานเป็นที่ตั้ง ระบบเส้นสายใครควรจะหมดไปตั้งนานแล้ว ผมจะพยายามทำให้มันไม่มีการแบ่งขั้ว แบ่งฝ่าย กระทรวงมหาดไทยต้องเป็นกระทรวงที่บำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับประชาชน ไอ้สี หรือไอ้ขั้วฝ่าย มันไปช่วยให้ประชาชนคลายทุกข์ไม่ได้หรอก จิตใจ ความสามารถ ประสบการณ์ ความตั้งใจต่างหากที่จะทำให้ประชาชนมีความสุขและคลายทุกข์ได้ คนไหนที่ทำได้ คือ คนนั้น” รมว.มหาดไทย กล่าว

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อม รมช.มหาดไทย ได้พบปะกับผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย-ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ในการประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย และได้เน้นย้ำ DNA มหาดไทย ‘ทันโลก ทันสมัย ทันท่วงที’ และต้องเตรียมพร้อมปรับตัวรับรัฐบาลดิจิทัล

เศรษฐา ทวีสิน ‘นายกฯ’ ไฟเขียว ‘หมอชัย’ นั่ง ‘โฆษกรัฐบาล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558085

08 ก.ย. 2566

เศรษฐา ทวีสิน 'นายกฯ' ไฟเขียว 'หมอชัย' นั่ง 'โฆษกรัฐบาล'

‘หมอชัย’ ยิ้มรับ ตอบรับเป็น ‘โฆษกรัฐบาล’ แล้ว หลังหารือ นายกฯ วันหฤหัส ถ่อมตัวเป็นเด็กใหม่ ขอคำแนะนำสื่อมวลชนด้วย ขณะที่ ‘เศรษฐา’ ยันโควต้า รมต.พิชิต-ไผ่ ลิกค์ ยังเหมือนเดิม ย้ำลงพื้นที่ 3 พรรคเป็นรัฐบาลประชาชน

ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) “หมอชัย” นายสัตวแพทย์ (น.สพ.) ชัย วัชรงค์ คณะทำงานด้านนโยบายการเกษตรพรรคเพื่อไทย เปิดเผย ถึงกระแสข่าวที่จะเป็นโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ว่า ได้ตอบรับด้วยวาจาแล้ว ซึ่งอยู่ระหว่างรอความชัดเจนเรื่องการแต่งตั้ง

น.สพ.ชัย วัชรงค์ คณะทำงานด้านนโยบายการเกษตรพรรคเพื่อไทย ว่าที่ โฆษกรัฐบาล น.สพ.ชัย วัชรงค์ คณะทำงานด้านนโยบายการเกษตรพรรคเพื่อไทย ว่าที่ โฆษกรัฐบาล

เมื่อถามว่ามีความพร้อมในการเป็นโฆษกรัฐบาลหรือไม่ น.สพ.ชัย กล่าวว่า “พร้อมครับ และได้หารือกับนายกรัฐมนตรีแล้ว เมื่อวานนี้ (9 ก.ย. 2566)”

ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่จะได้ทำงานกับสื่อมวลชนรู้สึกอย่างไร น.สพ.ชัย กล่าวว่า ต้องขออนุญาตให้น้องๆ แนะนำเด็กใหม่


ขณะที่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงเรื่องการแต่งตั้ง “โฆษกรัฐบาล” จะเป็นนายสัตวแพทย์ ชัย วัชรงค์ ตามที่มีกระแสข่าวหรือไม่นั้นว่า ขอดูขั้นตอนก่อน ไม่อยากพูดไปก่อน แต่คงเป็นรายชื่อตามที่สื่อเปิดเผยออกมา

ส่วนโฆษกและรองโฆษกจะมีกี่คน และจะมีโฆษกและรองฯ อย่างละ 1 คนจากพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า เป็นไปตามกฎและกติกาที่กำหนดไว้ เราให้เกียรติทุกอย่าง เป็นเหมือนเดิมทั้งหมด

โควต้า รัฐมนตรี พิชิต-ไผ่ ลิกค์ ยังอยู่

ส่วนโควต้ารัฐมนตรีในรัฐบาลเศรษฐา 1 ยืนยัน ยังไม่มีรายชื่อมาแทนนายพิชิต ชื่นบาน แต่จะยังเป็นนายพิชิต ชื่นบานหรือไม่นั้น ยืนยันว่า ยังไม่แต่งตั้งใคร ทั้งสองคนยังเก็บไว้อยู่ รวมถึงนายไผ่ ลิกค์ กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ

ส่วนใครจะดูฝ่ายกฎหมายให้กับรัฐบาลนั้น นายเศรษฐา ยืนยันว่ามีคนดูเรื่องกฎหมายให้หลายคน รัฐบาลมีคนที่มีความสามารถเยอะ

สำหรับการลงพื้นที่วันนี้มากันทั้ง 3 พรรคการเมือง การทำงานดูเหมือนจะเป็นดรีมทีมหรือไม่นายเศรษฐา กล่าวว่า ตนเองได้บอกไปแล้ว เราเป็นรัฐบาลของประชาชน ไม่ได้ดูเรื่องโควต้าพรรคไหน ตนเองไม่เคยยึดหลักว่าจะต้องรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยเท่านั้น และหลายท่านก็รู้จักกันดี เรื่องความสมัครสมานสามัคคีของการทำงานในคณะรัฐมนตรี เป็นน้ำหนี่งใจเดียวกัน เป็นรัฐบาลของประชาชน ไม่ใช่แบ่งว่าพรรคใครเป็นของใคร เอาเรื่องงานเป็นสำคัญ เมื่อเลือกไปแล้ว ให้บริหารจัดการได้ก็โอเค

เสียงปชช.เป็นเสียงที่ประเสริฐที่สุด

สำหรับช่วงที่ชาวบ้านชื่นชมว่าเป็นนายกฯ ที่ดีที่สุดในโลก รู้สึกอย่างไร นายเศรษฐา บอกว่า “ค่อนข้างอึดอัด เพราะเป็นนายกฯ ได้ไม่กี่วัน คงไม่ได้ดีอย่างที่ท่านว่า ต้องมีการพิสูจน์อีกเยอะ บางทีเราก็อย่าไปหลงตามเสียงที่เราอยากจะฟัง อยู่กับความเป็นจริงดีกว่า บางทีเสียงที่เราไม่อยากได้ยิน เป็นเสียงที่ประเสริฐที่สุด”

ส่วนประเด็นเรื่องการแถลงนโยบายที่วิป 3 ฝ่ายได้ให้เวลา 30 ชั่วโมง ใช้เวลา 2 วัน คือ 11-12 กันยายน 2566 เพียงพอหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า เป็นไปตามที่วิป 3 ฝ่ายได้พูดคุยกัน ขอให้ติดตามในวันนั้น ส่วนที่มี สว.กังวลเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาล นายเศรษฐา กล่าวย้ำว่า ขอให้ติดตามดูรายละเอียดในการแถลงนโยบายในวันนั้น

นายกฯตรวจสถานการณ์ภัยแล้งที่ขอนแก่นนายกฯตรวจสถานการณ์ภัยแล้งที่ขอนแก่น

เศรษฐา ทวีสิน 'นายกฯ' ไฟเขียว 'หมอชัย' นั่ง 'โฆษกรัฐบาล'
เศรษฐา ทวีสิน 'นายกฯ' ไฟเขียว 'หมอชัย' นั่ง 'โฆษกรัฐบาล'

ครั้งแรก ‘อนุทิน’ พบ ผู้ว่าฯ กำชับ ปม ‘กำนันนก’ ต้องไม่ปล่อยคนแบบนี้เป็นผู้นำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558072

08 ก.ย. 2566

ครั้งแรก 'อนุทิน' พบ ผู้ว่าฯ กำชับ ปม 'กำนันนก' ต้องไม่ปล่อยคนแบบนี้เป็นผู้นำ

‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ รมว.มหาดไทย พบปะผู้ว่าฯ ทั่วประเทศครั้งแรก เผย เร่งหารือกรณี ‘กำนันนก’ ย้ำพ่อเมืองปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนี้ไม่ได้ ตั้งคำถามปล่อยให้คนแบบนี้เป็นผู้นำประชาชนได้ไง จากนี้ เข้มสอบประวัติ-พฤติกรรม

วันที่ 8 ก.ย. 2566 ที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร (กทม.)นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย(รมว.มท.) พบผู้ว่าฯทั่วประเทศ แต่ในช่วงหนึ่ง ระบุถึงกรณีนายธนัญชัย หมั่นมาก ลูกน้องคนสนิทของนายประวีณ จันทร์คล้าย หรือ “กำนันนก” ใช้อาวุธปืน ยิงตำรวจทางหลวงเสียชีวิตว่า เป็นเรื่องที่กระทรวงมหาดไทย(มท.)ที่จะต้องระดมสมองร่วมกันหารือ ที่จะไม่ให้ระบบเหล่านี้มาทำลายชีวิต ทำลายความเป็นอยู่ของประชาชน ที่ลูกน้องของผู้มีอิทธิพลคนหนึ่งถือปืนเข้ามาสังหารประชาชน หรือแม้กระทั่งเจ้าหน้าที่รัฐ

รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย พบผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ครั้งแรกหลังพิธีถวายสัตย์ฯรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย พบผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ครั้งแรกหลังพิธีถวายสัตย์ฯ

ครั้งแรก 'อนุทิน' พบ ผู้ว่าฯ กำชับ ปม 'กำนันนก' ต้องไม่ปล่อยคนแบบนี้เป็นผู้นำ

“โดยความเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด ความเป็นพ่อเมืองของทุกคน ปล่อยให้เกิดเรื่องนี้แบบนี้ไม่ได้ และต้องลงไปตรวจสอบว่า คนแบบนี้เป็นกำนัน เป็นหัวหน้า เป็นผู้นำชุมชนได้อย่างไร และหากประชาชนต้องตามคนเหล่านี้ประเทศจะเป็นอย่างไร”

หลังจากนี้จะต้องมีการขึ้นบัญชี สอบประวัติ และพฤติกรรม หากพบมีพฤติกรรมเช่นนี้ คงมาเป็นผู้นำมวลชนไม่ได้ และมีที่เดียวที่จะอยู่ ซึ่งสมัยก่อนสังกัดกระทรวงมหาดไทย แต่ขณะนี้ไปสังกัดกระทรวงยุติธรรม ให้ส่งไปปลายทางนั้นที่น่าจะยินดีรับคนเหล่านี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยรัฐมนตรีช่วย นายทรงศักดิ์ ทองศรี และนายชาดา ไทยเศรษฐ์ พบปะผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ในการประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย หลังจากเมื่อวานนี้ได้เข้ากระทรวงมหาดไทยเป็นวันแรก (ขาด นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รมช.มหาดไทย เนื่องจากติดภารกิจลงพื้นที่กับนายกรัฐมนตรี)

นายอนุทิน กล่าวบนเวทีว่า ถือเป็นโอกาสอันดี เป็นจังหวะที่ดี ที่ตนและรัฐมนตรีช่วย มีโอกาสได้มาพบกับผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งถือเป็นเครื่องจักรสำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจของกระทรวงมหาดไทย พร้อมกล่าวขอบคุณผู้บริหารของกระทรวงมหาดไทยทุกคน ที่ได้ให้การต้อนรับอย่างความอบอุ่น และมีไมตรีจิตที่จะทำงานร่วมกัน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย

สำหรับตนเป็นคนนอกกระทรวงมาก่อน มองว่า กระทรวงมหาดไทยถือเป็นทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ต้องมีความรับผิดชอบต่อประชาชนตั้งแต่เกิดเจริญเติบโต สูงวัย สูงอายุ จนสิ้นอายุขัย ทุกอย่างมีความเกี่ยวพันต่อเนื่อง ภารกิจของกระทรวงมหาดไทยจึงแทบจะครอบจักรวาล แต่จะจัดลำดับความสำคัญอย่างไรให้ถูกแปรไปให้เกิดคุณประโยชน์กับประชาชน

นายอนุทิน ยังเน้นย้ำว่า ภารกิจของตัวเอง คือการถวายความจงรักภักดี ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของคนไทยทุกคน นี่คือวาระสำคัญของการเป็นรัฐมนตรีมหาดไทย ของตนและทีมงาน เพราะฉะนั้นเมื่อใดที่อธิบดี หรือผู้ว่าฯ ได้รับภารกิจต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับสถาบัน เราต้องถวายงาน ไม่ต้องมาถามตน ทำไปเลยทำอย่างทุ่มเทที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้บังเกิดผลงาน บังเกิดสิ่งที่เป็นประโยชน์กับประเทศกับประชาชน ถัดไปคือการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ไม่ใช่แค่กับคนใดคนหนึ่ง แต่ต้องเป็นประชาชนทุกคน

นายอนุทิน ยังขอเวลาให้ตัวเอง และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย(รมช.มท.) ซึ่งจะพยายามเข้ามาจัดลำดับงานเร่งด่วนที่สุด ว่าต้องขับเคลื่อนอย่างไร แต่คิดว่าพื้นฐานก็คงไม่ต่างจากสิ่งที่ตัวเองปฏิบัติหน้าที่ที่ผ่านมา พร้อมขอความร่วมมืออย่างเต็มที่จากผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยทุกคน เพราะมีเป้าหมายคือความสุขของประชาชน ความอยู่ดีกินดี ตนมั่นใจว่าทุกคนมีความยืดหยุ่น เปลี่ยนแปลงสภาพการทำงานให้สอดคล้องก้บยโยบายของผู้ที่เข้ามาบริหาร วันนี้ตนมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำรัฐบาล ขอให้มั่นใจว่าแม้จะอยู่ต่างพรรคกัน ขับเคี่ยวกันในการหาเสียง แต่ทุกอย่างก็จบแล้วเมื่อมาเป็นคณะรัฐมนตรี ดังนั้นการขับเคลื่อนงานของตน ไม่มีพรรคการเมืองแล้ว มีแต่รัฐบาลโดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้ารัฐบาล

ขอผู้ว่าฯ ดูแลนายกฯ-รองนายกฯ

“ขอให้ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย ยึดหลักการทำงาน “ทันโลก ทันสมัย ทันถ่วงที” หากใครมีปัญหาเรื่องเร่งด่วน ขอให้โทรหาผมหรือรัฐมนตรีช่วย ได้ทันที อย่าไลน์มา เพราะบางทีไม่ได้อ่าน ไม่ต้องเกรงใจ เพราะบางทีระบบไลน์ก็ทำให้คนเราขาดปฏิสัมพันธ์ ทั้งนี้ขอให้สบายใจกับการทำงานของผม เพราะเป็นคนติดดิน อยู่ง่ายกินง่าย และจะไม่เป็นภาระกับข้าราชการ”

พร้อมทั้งฝากว่า หากนายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่จังหวัดใด ขอให้ผู้ว่าฯ อยู่กับนายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรีด้วย อย่ามอบหมายคนอื่น และไม่ต้องเป็นห่วงตนว่าจะไม่มีคนดูแล เพราะมีคนอื่นดูแลอยู่แล้ว อยากให้ไปคอยอธิบายหรือชี้แจงกับนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของรัฐมนตรีมหาดไทย

เป็นคนมหาดไทยเหมือนกันหมด

ขอให้ทุกคนทำงานอย่างเต็มที่ ไม่มีใครอยู่สายใคร เป็นคนมหาดไทยเหมือนกันหมด เพราะ 1+1 ต้องเท่ากับ 2 ไม่ใช่ 1+1 เท่ากับ 1 หรือ 0 จึงขอให้ทุกคนสบายใจได้ ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ซื่อสัตย์สุจริต มีความมั่นคง ใครก็ทำลายความเจริญก้าวหน้าของท่านไม่ได้ และถ้าใครมาพูดเรื่องตำแหน่งหรือผลประโยชน์ ก็อย่าไปเชื่อ ถ้าใครอ้างว่าเป็นตัวแทนของตน ขอให้ถ่ายรูปหรือวีดีโอส่งมา แล้วดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น ซึ่งถ้าข้าราชการไม่ได้ทำผิดทำนองคลองธรรม ผิดกฎหมาย ผิดระเบียบ ก็จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับพวกท่านเป็นอันขาด ขอยืนยันตรงนี้ และขอให้วางใจว่า จะไม่มีการรับน้องใดๆ ต่อไปคงได้พบปะกันอีก และคงได้เข้าใจความเป็นตัวตนของตนมากขึ้น ขออย่างเดียวคือ ความร่วมมือ ความจริงใจ อย่ารังแกประชาชน อย่าให้ประชาชนถูกรังแก และกำจัดคนที่ชอบรังแกประชาชน ถ้าเกิดความเป็นธรรม แล้วสิ่งดีๆ ก็จะเกิดขึ้นตามมา และขอให้ทำงานให้สนุก ถึงจะเป็นสุข

พ่อถูกกล่าวขึ้นหน้า1 ตราบาปยังอยู่

ในช่วงท้าย นายอนุทิน ยังกล่าวว่า เมื่อสมัยที่ นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล พ่อของตนเป็นรัฐมนตรีมหาดไทย ได้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด ก็ถูกตีตราขึ้นหน้า 1 แต่เมื่อแก้ไขชี้แจงได้ ทำให้กลายเป็นสิ่งที่ดี กลับไปถูกนำเสนออยู่หน้า 17 ซึ่งตราบาปก็ยังคงอยู่ อาจจะแกะออกได้หรือแกะไม่ได้เลย

ครั้งแรก 'อนุทิน' พบ ผู้ว่าฯ กำชับ ปม 'กำนันนก' ต้องไม่ปล่อยคนแบบนี้เป็นผู้นำ

นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย เป็นตัวแทนมอบดอกไม้แสดงความยินดีนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย เป็นตัวแทนมอบดอกไม้แสดงความยินดี

ครั้งแรก 'อนุทิน' พบ ผู้ว่าฯ กำชับ ปม 'กำนันนก' ต้องไม่ปล่อยคนแบบนี้เป็นผู้นำ
ครั้งแรก 'อนุทิน' พบ ผู้ว่าฯ กำชับ ปม 'กำนันนก' ต้องไม่ปล่อยคนแบบนี้เป็นผู้นำ

นอกจากนี้ นายอนุทิน นายชาดา และนายทรงศักดิ์ ยังได้เข้าไปทักทาย สมาคมแม่บ้านมหาดไทย ที่มีการประชุมอยู่ห้องติดกัน โดยนางวันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย เป็นตัวแทนมอบดอกไม้แสดงความยินดี พร้อมกล่าวเป็นกำลังใจให้ เพราะถือว่าแม่บ้านมหาดไทยเสียสละมาทำงานโดยไม่มีเงินเดือน แต่ทำเพื่อบ้านเมือง

อนุทิน ยอมรับอยู่ชมรม กลัวเมีย

นายอนุทิน ยังกล่าวด้วยว่า ตัวเองอยู่ชมรม “เกลียมัว” (กลัวเมีย) พร้อมเล่าว่า ในงานเลี้ยงหนึ่ง พิธีกรประกาศว่าใครกลัวเมียขึ้นมาบนเวที ตนและคนอื่นๆรีบขึ้นเวทีกันหมด ยกเว้นท่านปลัด (สุทธิพล จุลเจริญ) ที่นั่งคนเดียว จึงถามว่าทำไมท่านปลัดไม่ขึ้นมา ท่านปลัดตอบว่า คุณวันดี (ภรรยา) ยังไม่ได้สั่ง

ยุคนี้ไม่มี มท.1 มีแต่มท.หนู

พร้อมย้ำว่า ยุคนี้อย่างที่บอก “ไม่มีครับ มท.1 มีแต่ มท.หนู มท.ป้อม (ชื่อเล่นทรงศักดิ์) มท.หลา (ชื่อเรียกชาดา) เพราะต้องทำงานด้วยกัน” แล้วก็ทำให้เป้าหมายคือประชาชน พร้อมฝากไว้ 3 คำ ให้กรอกหูสามีทุกวันก่อนนอน “ทันสมัย ทันท่วงที ทันเวลา” ถือเป็นสโลแกนในการทำงานของพวกเราที่เข้ามาทำงานในยุคนี้

ครั้งแรก 'อนุทิน' พบ ผู้ว่าฯ กำชับ ปม 'กำนันนก' ต้องไม่ปล่อยคนแบบนี้เป็นผู้นำ
ครั้งแรก 'อนุทิน' พบ ผู้ว่าฯ กำชับ ปม 'กำนันนก' ต้องไม่ปล่อยคนแบบนี้เป็นผู้นำ
ครั้งแรก 'อนุทิน' พบ ผู้ว่าฯ กำชับ ปม 'กำนันนก' ต้องไม่ปล่อยคนแบบนี้เป็นผู้นำ

‘ไทยสร้างไทย’ แนะ ‘รัฐบาลไทย’ เร่ง กอบกู้ศักดิ์ศรีประเทศในอาเซียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558067

08 ก.ย. 2566

'ไทยสร้างไทย' แนะ 'รัฐบาลไทย' เร่ง กอบกู้ศักดิ์ศรีประเทศในอาเซียน

โฆษกไทยสร้างไทย แนะ ‘รัฐบาลไทย’ เร่งกอบกู้ศักดิ์ศรีประเทศ ในอาเซียน ยกระดับการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในเมียนมาร์เป็นตัวกลางเจรจาเพื่อสันติภาพ พร้อมหนุนการรวมตัวทางเศรษฐกิจของอาเซียนให้แน่นแฟ้น

น.ส.ธิดารัตน์ ยิ่งเจริญ โฆษกพรรคไทยสร้างไทย เปิดเผยถึงผลการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 43 ระหว่างวันที่ 5-7 กันยายน 2566 ภายใต้แนวคิด Asean Matters: Epicentrum of Growth หรือ “อาเซียนเป็นศูนย์กลาง: สรรค์สร้างความเจริญ” วาระสำคัญในการหารือ ครอบคลุมเรื่องวิกฤตเมียนมาร์ ข้อพิพาททะเลจีนใต้ การแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ และจีนในภูมิภาค และการผลักดันให้อาเซียนเป็นศูนย์กลางการสร้างความเจริญตามแนวคิดของประธานอาเซียนอินโดนีเซีย

น.ส.ธิดารัตน์ ยิ่งเจริญ โฆษกพรรคไทยสร้างไทยน.ส.ธิดารัตน์ ยิ่งเจริญ โฆษกพรรคไทยสร้างไทย

ในโอกาสนี้ นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชาได้แสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับวิกฤตเมียนมาร์ โดยต้องการให้มีการเจรจาอย่างสร้างสรรค์ และพร้อมทำงานอย่างใกล้ชิดกับประเทศสมาชิกเพื่อให้บรรลุสันติภาพและสร้างความเจริญในกับอาเซียนและที่อื่นๆ บนโลก ซึ่งน.ส.ธิดารัตน์ โฆษกพรรคไทยสร้างไทย เห็นว่าผู้นำคนใหม่ของกัมพูชาได้ใช้โอกาสบนเวทีอาเซียนแสดงจุดยืนด้านต่างประเทศ จึงอยากให้รัฐบาลไทยกอบกู้ศักดิ์ศรีประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศด้วย โดยเฉพาะวิกฤตในภูมิภาค

ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีพรมแดนติดกับเมียนมาร์และได้รับผลกระทบโดยตรง ดังนั้น จึงควรยกระดับบทบาทด้วยการผลักดันให้เกิดความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในเมียนมาร์โดยเร็ว และเสนอเป็นตัวกลางในการเจรจาเพื่อสันติภาพ เน้นการเปิดให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้ามามีมีส่วนร่วม เพื่อเร่งให้เมียนมาร์ปฏิบัติตามฉันทามติ 5 ข้อให้ได้สำเร็จ และพลิกฟื้นภาพลักษณ์ด้านต่างประเทศของไทยในกลับมาน่าเชื่อถือ เป็นไปตามหลักปฏิบัติสากล เพื่อสร้างการยอมรับในหมู่ประชาคมโลก

การประชุมครั้งนี้ยังมีนางคามาลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ นายหลี่เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน และนายเซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการต่างประเทศรัสเซีย และผู้นำจากประเทศพันธมิตรอื่นๆ เข้าร่วมด้วย ถือเป็นบททดสอบสำคัญของอาเซียนในการดำรงความสัมพันธ์กับประเทศมหาอำนาจอย่างสมดุลทุกฝ่าย 

แม้อาเซียนจะเผชิญความตึงเครียด โดยเฉพาะทางการค้าและเทคโนโลยี เนื่องจากความพยายามเข้ามามีอิทธิพลเหนือทะเลจีนใต้ของจีน ประธานอาเซียนจึงเน้นย้ำถึงความรับผิดชอบร่วมกันในการลดความขัดแย้ง เนื่องจากผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นย่อมสั่นคลอนสันติภาพ เสถียรภาพและความมั่นคงในภูมิภาคนี้

สำหรับประเทศไทย นายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ไม่ได้เดินทางเข้าร่วมการประชุม เนื่องจากติดภารกิจนำคณะรัฐมนตรี(ครม.)เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ และได้มอบหมายให้นายศรัณย์ เจริญสุวรรณ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เข้าร่วมแทน โดยเน้นย้ำจุดยืนการรักษาความเป็นแกนกลางของอาเซียน หรือ ASEAN Centrality และจะดำเนินนโยบายต่างประเทศอย่างสร้างสรรค์บนหลัก ASEAN Outlook on the Indo-Pacific (AOIP) โดยใช้เวทีอาเซียนนำ อีกทั้งยังตอกย้ำบทบาทของอาเซียนในการแก้ไขสถานการณ์เมียนมาร์ โดยเฉพาะการผลักดันการดำเนินการตามฉันทามติ 5 ข้อ ซึ่งยังคงไม่มีความคืบหน้าใดๆ

นอกจากนี้ คณะผู้แทนไทยยังพร้อมที่จะสนับสนุนให้เกิดการรวมตัวทางเศรษฐกิจที่แน่นแฟ้น ทันสมัย และยั่งยืน ผ่านแนวคิด ASEAN green agenda ตลอดจนสร้างความมั่นคงและความปลอดภัยให้ประชาชน รวมทั้งส่งเสริมสันติภาพของโลกผ่านเวทีอาเซียน เร่งแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ และรักษาภูมิภาคอาเซียนให้เป็นเขตปลอดอาวุธนิวเคลียร์ตามสนธิสัญญาว่าด้วยเขตปลอดอาวุธนิวเคลียร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งลงนามที่กรุงเทพหหานคร เมื่อปี 2538

จุรินทร์ ลั่น ‘ประชาธิปัตย์’ อภิปราย นโยบายรัฐบาล คุ้มค่าแน่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/558063

08 ก.ย. 2566

จุรินทร์  ลั่น ‘ประชาธิปัตย์’ อภิปราย นโยบายรัฐบาล คุ้มค่าแน่

จุรินทร์ ชี้นโยบายรัฐบาล ยังคลุมเครือ ไม่ตรงปก ลั่น ‘ประชาธิปัตย์’ ได้เวลา 2 ชม.15 นาที อภิปรายนโยบายรัฐบาล ยืนยัน ทำหน้าเกิดประโยชน์สูงสุด ไร้ปัญหาทำงานฝ่ายค้าน ร่วม ‘ก้าวไกล’

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผย ถึงแนวทางในการอภิปรายนโยบายรัฐบาล วันที่ 11-12 ก.ย.นี้ ว่า พรรคประชาธิปัตย์ จะอภิปรายทั้ง 3 ด้าน ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ซึ่งอยู่ในนโยบายที่รัฐบาลจะแถลง

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

15 สส.ประชาธิปัตย์พร้อมอภิปรายฯ

โดยขณะนี้มี สส. มีความจำนง 15 คน ซึ่งตนจะเป็นคนอภิปราย คนแรกของพรรคประชาธิปัตย์ ถัดจาก พรรคก้าวไกล และมีนายชวน หลีกภัย และ สส. ใหม่อีกหลายคน 

ยืนยันว่าจะทำหน้าที่ให้เต็มที่ในการตรวจสอบนโยบาย อย่าง สร้างสรค์ ตรงไปตรงมา พร้อมเสนอแนะ และจะตั้งคำถามแทนประชาชนในเรื่องที่ไม่ชัดเจน เพราะต้องยอมรับว่า มีหลายเรื่องที่ยังคลุมเครืออยู่บ้าง หรือไม่ตรงปก อย่างที่วิจารณ์กัน บางเรื่องที่พูดไว้ตอนหาเสียงก็ไม่มี แต่รายละเอียดขอไปพูดในการอภิปรายฯ

พร้อมย้ำว่า จะเป็นการอภิปรายฯแบบไม่มีอคติและ เป็นประโยชน์ต่อการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ได้เวลาในการอภิปรายฯ ทั้งหมด 2 ชั่วโมง 15 นาที แม้จะเป็นข้อจำกัด แต่จะใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ที่สุด

ส่วนการอภิปรายฯ ของ สส.ในพรรคตะเป็นไปมนทิศทางเดียวกันหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ 16 สส. มีท่าทีสนับสนุนพรรคเพื่อไทย นายจุรินทร์ กล่าวว่า การลงมติสนับสนุนนายกรัฐมนตรี ครั้งนั้น ไม่ได้แปลว่าสนับสนุน รัฐบาล ซึ่งจากนี้ไปพรรคประชาธิปัตย์ก็จะทำหน้าที่ฝ่ายค้านในทิศทางเดียวกัน ย้ำ ว่าจะทำหน้าที่เต็มความสามารถ เพราะพรรคฝ่ายค้านก็ถือว่าเป็นฝ่ายค้านของประชาชน เพราะมาตากการเลือกตั้งของประชาชนเช่นเดียวกัน

ประชาธิปัตย์ จะอภิปรายฯคุ้มค่าเวลา 2ชม.15 นาที

สำหรับการทำงานร่วมกับพรรคก้าวไกล นั้น ก็ ไม่มีปัญหาอะไร เมื่อไม่เป็นรัฐบาลก็ต้องมาทำหน้ามีร่วมกันในการเป็นฝ่ายค้าย แต่ขอย้ำว่า อะไรที่ต่างกัน พรรคประชาธิปัตย์ก็ยังคงจุดยืนในความแตกต่างนั้น เช่น การ ไม่แตะ ม.112 แต่อะไรที่ต้องทำหน้าที่ร่วมกันในการตรวจสอบรัฐบาลก็ทำงานร่วมกันได้ ไม่มีมีปัญหา เชื่อว่า ก้าวไกลคิดเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตามขณะนี้ ยังไม่ถึงขั้นแชร์ข้อมูลกัน แต่มีการตกลงเรื่องเวลากัน ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์อยากได้ 3 ชม เนื่องจากฝ่ายค้านได้เวลาในการอภิปรายทั้งหมด 14 ชม แต่ได้มา 2 ชั่วโมง 15 นาที ก็ทำหน้าที่อย่างดีที่สุด เพราะเสียง สส. ไม่มากนัก และไม่ขัดข้องหมองใจอะไร

จุรินทร์  ลั่น ‘ประชาธิปัตย์’ อภิปราย นโยบายรัฐบาล คุ้มค่าแน่

บุคคลในข่าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/2723234

"มนตรี เทศขัน" มอบโล่ประกาศเกียรติคุณในวันสถาปนาครบ 75 ปี กองบังคับการปราบปราม

8 ก.ย. 2566 05:23 น.

“มนตรี เทศขัน” มอบโล่ประกาศเกียรติคุณในวันสถาปนาครบ 75 ปี กองบังคับการปราบปราม

คอลัมน์

ความทุ่มเทตั้งใจช่วยให้บรรลุผลสำเร็จ…..หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสี จำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 8 กันยายน 2566

  • “ธนูเทพ” ประจำการรับใช้ท่านผู้อ่าน…เมื่อวันที่ 5 ก.ย.ที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี นำ คณะรัฐมนตรี เฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับตำแหน่งหน้าที่…โอกาสนี้ พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสแก่ นายกรัฐมนตรี และ คณะรัฐมนตรี เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ ความว่า “ข้าพเจ้ามีความยินดีที่ได้พบกับคณะรัฐมนตรี ซึ่งได้มาถวายสัตย์ฯในวันนี้ ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีที่รู้จักกัน เพราะหลายคนก็เคยรู้จักกันแล้ว หลายคนก็ยังไม่เคยรู้จัก จะได้รู้จักกันและแสดงความ ยินดีที่มีศรัทธาเข้ามาบริหารประเทศ ก็ขอถือโอกาสให้พรให้มีกำลังใจ กำลังกาย และปัญญาที่จะปฏิบัติหน้าที่ เพื่อความสุขและเพื่อประโยชน์เป็นส่วนรวมต่อประเทศชาติและประชาชน ข้าพเจ้ามีความมั่นใจว่าท่านมีความตั้งใจดีทุกคน มีศรัทธาทุกคน ก็ขอให้พรให้ท่านมีกำลังใจต่อไปในการปฏิบัติหน้าที่”
การแพทย์ – ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา เปิดงานประชุมสัมมนาและกิจกรรมส่งเสริมอุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์ การแพทย์และสุขภาพระดับเอเชียแปซิฟิก โดยมี ดร.จิตติ์พร ธรรมจินดา, ศ.ดร.ศันสนีย์ ไชยโรจน์ และ ยงยุทธ กิดาธนพนต์ มาร่วมงานด้วย ที่ไบเทค บางนา วันก่อน.
  • กระแสพระราชดำรัสที่พระราชทานพรให้แก่ นายกฯเศรษฐา และ คณะรัฐมนตรี ถือเป็นพรอันประเสริฐในการที่จะ ทุ่มเททำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน จากนี้ไปอีก 4 ปี แก้ปัญหาวิกฤติต่างๆ เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติและประชาชน ให้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี
  • ที่แน่ๆ ในการประชุม คณะรัฐมนตรี นัดพิเศษ เมื่อวันที่ 6 ก.ย. นายกฯเศรษฐา ได้ชี้แจงแนวทางการทำงานร่วมกันของคณะรัฐมนตรีว่า จะต้องทำหน้าที่ในฐานะเป็นรัฐบาลของประชาชน จะทำงานเพื่อประชาชนที่ ปฏิบัติตัวเคร่งครัดตามรัฐธรรมนูญ และ กฎหมาย มุ่งมั่นแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ความเหลื่อมล้ำ และปัญหาสังคม รวมถึงปัญหาความแตกแยกทางด้านความคิดทั้งหลาย รัฐบาล จะพยายามทำงานแก้ไขปัญหาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ อะไรที่ทำได้ก่อนโดยไม่ติดข้อกฎหมายขอให้รีบทำ รีบสร้างผลงานออกมา เพราะพี่น้องประชาชนทุกคนกำลังเดือดร้อน กำลังรอคอยการทำงานของรัฐบาล
งานใหญ่ – นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์, ดร.จุฬา สุขมานพ และ จิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา เปิดงาน MIRA และ SUBCON EEC 2023 เพื่อผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและจัดซื้อชิ้นส่วนในภูมิภาคอาเซียน โดยมี มนู เลียวไพโรจน์ มาร่วมงานด้วย ที่สวนนงนุชพัทยา วันก่อน.
ภูมิใจ – พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป. มอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้ ประจักษ์ ตั้งคารวคุณ, กิตติพงษ์ เตรัตนชัย และ ชาญกิจ วิทยาวรากรณ์ ในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาครบรอบ 75 ปี กองบังคับการปราบปราม โดยมี พ.ต.อ.สุเทพ โตอิ้ม มาร่วมในพิธีด้วย ที่กองบังคับการปราบปราม วันก่อน.
  • ที่สำคัญ นายกฯเศรษฐา ยังเน้นย้ำเรื่องการโปร่งใสในการทำงาน โดยเฉพาะ การโยกย้ายข้าราชการ ขอให้รัฐมนตรีทุกคนเข้าใจเห็นใจ ข้าราชการ ที่ตั้งใจทำงานมาตลอดทั้งชีวิต ต้องการความก้าวหน้าทางด้านการงาน เรื่อง ซื้อขายตำแหน่ง ต้องไม่มี ต้องให้เกียรติข้าราชการ และขอให้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน อย่าให้มีการแบ่งแยกพรรคพวก เป็นรัฐบาลที่ทำงานเพื่อประชาชนจริงๆ…มอบแนวทางนโยบายในการทำงาน กำชับเข้มข้นขนาดนี้ หากใครนอกลู่นอกทางมีหวังไม่รุ่งแน่
  • อืม…ถือเป็นการประเดิมกล่าวปาฐกถาพิเศษครั้งแรก หลังเข้ารับหน้าที่นายกรัฐมนตรี โดยเมื่อวันที่ 6 ก.ย.ที่ผ่านมา นายกฯเศรษฐา ได้ขึ้นเวทีเป็นประธานเปิดงาน และกล่าวปาฐกถาพิเศษใน วันต่อต้านคอร์รัปชัน 6 ก.ย.2566 ภายใต้หัวข้อ “ดีเดย์ 6 ก.ย.66 รวมพลังคนไทยต่อต้านคอร์รัปชัน” ที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ โดยเน้นย้ำในการปาฐกถาตอนหนึ่งว่า การปราบปรามทุจริต เป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของรัฐบาล และเป็นหน้าที่ หน่วยงานรัฐ ต้องสนับสนุนและปฏิบัติตามอย่างไม่มีข้อยกเว้น ประเทศไทย ได้รับการจัดอันดับการรับรู้เรื่องการทุจริตเป็นอันดับ 4 ของ อาเซียน ต่ำกว่า สิงคโปร์ มาเลเซีย และ เวียดนาม จึงเป็นเรื่องที่เราต้องพัฒนา เพราะการทุจริตทำให้เกิดความไม่เชื่อมั่นแก่ นักลงทุน และทำให้ เศรษฐกิจถดถอย กระทบจีดีพี ทั้งนี้เพื่อให้ปัญหาทุจริตหมดไป รัฐบาล มีนโยบายนำ เทคโนโลยี เข้ามาใช้เพื่อความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเร่งปรับปรุงกฎหมายเพื่ออำนวยความสะดวกการขอใบอนุญาต ลดการเรียกรับสินบน จากประชาชน รัฐบาล จะให้ความสำคัญกับ การบังคับใช้กฎหมาย และ ลงโทษที่เฉียบขาด เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและ สร้างรากฐานให้สังคมเคารพกฎหมายร่วมกัน และ ขจัดคอร์รัปชันให้หมดไปจากประเทศ
วันสำคัญ – ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล แถลงข่าวการจัดงาน “24 กันยายน “วันมหิดล” ศิลปินรวมใจช่วยเหลือผู้ป่วยด้อยโอกาส รพ.ศิริราช” โดยมี ศ.นพ.วิศิษฎ์ วามวาณิชย์, รศ.พญ.นันทกร ทองแตง, ลาวัลย์ กันชาติ และ สมพันธ์ จารุมิลินท มาร่วมงานด้วย ที่ รพ.ศิริราช วันก่อน.
วิจัยยาง – ณกรณ์ ตรรกวิรพัท และ มัวริซ แวน วินเดน ลงนามความร่วมมือเพื่อวิจัยและพัฒนาการผลิต วิธีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อให้ต้นยางโตเปิดกรีดได้เร็วให้ผลผลิตสูง โดยมี ดร.กวีฉัฏฐ ศีลปพิพัฒน์ และ วีรวัฒน์ ยมจินดา มาร่วมในพิธีด้วย ที่บริษัท Deroose plants NV ประเทศเบลเยียม วันก่อน.
  • “ธนูเทพ” ได้ยินแล้วไม่อยากขัดคอ เพราะเข้าใจในความตั้งใจของ นายกฯเศรษฐา ที่ต้องการ ขจัดปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ทั้งในแวดวง ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และแวดวง ข้าราชการ แต่จากสภาพความเป็นจริงที่เห็นๆกันอยู่ ผู้นำรัฐบาลทุกยุคทุกสมัยต่างก็ ประกาศต่อต้านทุจริตคอร์รัปชัน กันอย่างเข้มแข็งครึกโครม แต่เอาจริงเอาจัง ทำได้สำเร็จแค่ไหน และเหตุใด ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันยังเต็มบ้านเต็มเมือง อย่างที่นิยมพูดกันว่า ถ้าหัวไม่ส่าย หางไม่กระดิก ถ้าทำได้จริงๆ ปัญหาทุจริตโกงกินคงหมดไปนานแล้ว…ฉะนั้นจะรอพิสูจน์คำพูด ความทุ่มเทตั้งใจและฝีมือของ นายกฯคนที่ 30 ว่าขลัง จริงหรือไม่ ทำได้จริงอย่างที่พูดรึเปล่า
  • ผ่างๆ…หันมาทางด้าน สมาชิกวุฒิสภา ล่าสุด เสรี สุวรรณภานนท์ สว. ระบุถึงการแถลงนโยบายของ รัฐบาล ต่อ รัฐสภา ในวันที่ 11 ก.ย. นี้ เบื้องต้นทาง สว.เตรียมเสนอแนะแนวทางการทำงานของ รัฐบาล เกี่ยวกับนโยบายต่างๆ ที่หาเสียงไว้ อาทิ นโยบายแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท ส่วน นโยบายเรื่องการเมือง มีข้อห่วงใยเกี่ยวกับ เสถียรภาพรัฐบาล ที่มาจากหลายพรรค แต่ละพรรคจะมีนโยบายของตัวเอง ดังนั้นต้องผสมผสานให้นำไปปฏิบัติได้จริง สิ่งที่อยากฝาก รัฐบาลใหม่ คือ การระมัดระวังเรื่องการใช้อำนาจบริหารประเทศ โดยเฉพาะระมัดระวังตัวเอง ไม่ใช้อำนาจไปในแนวทางหาผลประโยชน์…ถือเป็นการเสนอแนะแนวทาง อย่างตรงไปตรงมา สมกับเป็น สมาชิกสภาสูง
  • สังคมทั่วไป…กระทรวงแรงงาน ร่วมกับ สมาคมแม่บ้านกระทรวงแรงงาน และ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย จัดกิจกรรมจิตอาสาร่วมบริจาคโลหิต “1 คนให้ หลายคนรับรู้รักสามัคคี พัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงาน ครั้งที่ 3/2566” ที่ห้องประชุมกระทรวงแรงงาน ชั้น 5 อาคารกระทรวงแรงงาน เขตดินแดง กทม. 8 ก.ย. ตั้ง 09.00-15.00 น. ขอเชิญชวนบรรดาผู้มีจิตอาสาและจิตกุศลไปร่วมบริจาคโลหิตโดยพร้อมเพรียงกัน.
สัมผัสญี่ปุ่น – ทาคุโอะ ฮาเซกาว่า เปิดงาน “NIPPON HAKU BANGKOK 2023” มหกรรมเพื่อคนรักญี่ปุ่นแบบครบทุกเรื่องให้ได้สัมผัสกับความเป็นญี่ปุ่นอย่างแท้จริง โดยมี เคนจิ โอกิวาระ, นะชิดะ คะสุยะ และ สุขสันต์ กิตติศุภกร มาร่วมงานด้วย ที่สยามพารากอน วันก่อน.
ปากสวยได้ – ปาริชาติ วีระเสถียร และ พนิดา ไพโรจน์กิจจา เปิดตัว 6 เฉดสีใหม่ของลิปสติกนาร์ส พร้อมจุดประกายพลังความงามความมั่นใจด้วยการทาเพียงครั้งเดียว โดยมี ธาพิดา นรพัลลภ, ภูมิพัฒน์ เอี่ยมสำอาง และ รยา วรรณภิญโญ มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.

“ธนูเทพ”

หนุ่มนอร์เวย์ดวงเฮง ใช้เครื่องตรวจจับโลหะจนเจอทองคำโบราณประเมินค่ามิได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2723526

หนุ่มนอร์เวย์ดวงเฮง ใช้เครื่องตรวจจับโลหะจนเจอทองคำโบราณประเมินค่ามิได้

8 ก.ย. 2566 12:47 น.

หนุ่มนอร์เวย์ดวงเฮง ใช้เครื่องตรวจจับโลหะจนเจอทองคำโบราณประเมินค่ามิได้

หนุ่มใหญ่นอร์เวย์ ขุดเจอทองโบราณแบบไม่คาดคิด หลังสั่งซื้อเครื่องตรวจโลหะไว้เดินสำรวจพื้นที่ฆ่าเวลา จนมาเจอเครื่องประดับทองคำแท้หลายชิ้น

นับเป็นการขุดค้นพบทองคำจำนวนมากที่สุดในรอบศตวรรษของนอร์เวย์ หลังจากที่นายเออร์เล็น บอร์หนุ่มใหญ่วัย 51 ปี ใช้เวลาว่างในช่วงหน้าร้อน สั่งเครื่องตรวจจับโลหะ เพื่อไว้ใช้เดินหาโลหะตามพื้นที่ต่างๆ เพื่อเป็นงานอดิเรก แต่กลับมาเจอกับเครื่องประดับทองคำโบราณจำนวนมากโดยบังเอิญ โดยในตอนแรกที่พบ เขานึกว่าจี้วงกลมดังกล่าวเป็นทองห่อขนมช็อกโกแลตที่เด็กๆ ชอบกิน หรือเหรียญทองคำปลอมที่เด็กๆ เล่นขุดหาสมบัติกัน แต่เมื่อพิจารณาอย่างละเอียดกลับพบว่ามันคือทองคำจริงๆ และยังมีอีกหลายชิ้นที่ขุดพบในบริเวณเดียวกัน โดยสิ่งที่ขุดพบประกอบด้วยจี้เหรียญทองคำ 9 ชิ้น แหวน 3 วง และทองคำมุกกลมอีก 10 ชิ้น

โอเล แมดเซ่น ผู้อำนวยการของพิพิธภัณฑ์โบราณคดีแห่งมหาวิทยาลัยสตาแวนเกอร์ ระบุว่า การขุดค้นพบทองคำจำนวนมากในเวลาเดียวกันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากมาก นับว่าการค้นพบครั้งนี้ เป็นการขุดเจอทองคำครั้งประวัติศาสตร์ในรอบ 100 ปี ของนอร์เวย์เลยก็ว่าได้

โดยพิพิธภัณฑ์ได้มีการโพสต์คลิปวิดีโอของสมบัติล้ำค่านี้ทางเฟซบุ๊ก และโพสต์ภาพนิ่งลงบนโซเชียลมีเดีย โดยระบุว่า ทางพิพิธภัณฑ์จะเก็บรักษาและจัดแสดงทองคำชุดนี้ให้เร็วที่สุด โดยพบว่าทองคำที่ขุดพบน่าจะมีอายุอยู่ในช่วงราวคริสต์ศักราช 500

ทั้งนี้ การค้นพบทองคำครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา หลังจากนายบอร์ใช้เครื่องตรวจจับโลหะไปเดินสำรวจรอบๆ เกาะ จนกระทั่งไปเจอกับสิ่งไม่คาดคิด โดยทองคำทั้งหมดมีน้ำหนักรวมกว่า 100 กรัม แต่เขาก็ไม่สามารถครอบครองของล้ำค่านี้ได้แม้แต่ชิ้นเดียว โดยตามกฎหมายของนอร์เวย์ สิ่งของที่มีอายุเก่าแก่ก่อนปี 1537 และเหรียญที่มีอายุเก่าแก่กว่า ปี 1650 จะนับว่าเป็นสมบัติของชาติ และประชาชนที่ขุดพบจะต้องส่งคืนให้แก่ภาครัฐเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ทางรัฐบาลนอร์เวย์จะมีการมอบเงินรางวัลตอบแทนให้แก่นายบอร์ รวมทั้งเจ้าของที่ดินดังกล่าว แต่ยังไม่มีการระบุจำนวนเงินที่แน่ชัด.

ที่มา : CBS

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

ฮ่องกงสั่งปิดเมือง หลังฝนตกหนักสุดในรอบเกือบ 140 ปี ทำน้ำทะลักท่วมเมือง (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2723530

ฮ่องกงสั่งปิดเมือง หลังฝนตกหนักสุดในรอบเกือบ 140 ปี ทำน้ำทะลักท่วมเมือง (คลิป)

8 ก.ย. 2566 11:43 น.

ฮ่องกงสั่งปิดเมือง หลังฝนตกหนักสุดในรอบเกือบ 140 ปี ทำน้ำทะลักท่วมเมือง (คลิป)

ฮ่องกงเผชิญฝนตกหนักที่สุดในรอบเกือบ 140 ปี ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมเป็นวงกว้าง ขณะที่ธุรกิจ ห้างร้าน และสถานศึกษา ต้องปิดทำการจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาฮ่องกงรายงานปริมาณน้ำฝนสูงสุดถึง 158.1 มิลลิเมตรภายในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง ระหว่างช่วงเวลา 23.00-00.00 น. ที่ผ่านมา โดยนับว่าเป็นฝนที่ตกหนักที่สุดนับตั้งแต่ปี 1884 หรือในรอบเกือบ 140 ปี ส่งผลให้ทางการต้องออกคำเตือนพายุฝนระดับสีดำ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่คืนวานนี้ โดยมีรายงานว่ามีฝนตกมากกว่า 200 มิลลิเมตรบนเกาะหลักของฮ่องกง, เกาลูน และทางตะวันออกเฉียงเหนือของเขตเมืองใหม่ของเกาะฮ่องกง ส่งผลให้ธุรกิจต่างๆ ทั้งห้างสรรพสินค้า ถนนและสถานีรถไฟใต้ดิน ต่างได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม จนทางการต้องสั่งปิดโรงเรียนและธุรกิจต่างๆ รวมทั้งตลาดหุ้นที่ต้องปิดทำการในช่วงเช้า

ด้านจอห์น ลี หัวหน้าผู้บริหารเกาะฮ่องกง ออกแถลงการณ์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า เจ้าหน้าที่รัฐบาล รวมทั้งหน่วยงานสำนักระบายน้ำ ได้ระดมกำลังเพื่อจะเร่งแก้ไขสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย พร้อมกันนี้ขอเตือนให้ประชาชนอยู่ในที่ปลอดภัย และให้คอยติดตามข่าวสารด้านสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด และรอฟังประกาศจากรัฐบาลต่อไป

ทั้งนี้ สำนักงานอุตุนิยมวิทยาระบุว่า ร่องความกดอากาศต่ำซึ่งเป็นผลพวงจากพายุไต้ฝุ่นไห่ขุย ก่อให้เกิดฝนตกหนักบริเวณชายฝั่งของมณฑลกวางตุ้งของจีน ตั้งแต่เมื่อวานนี้ และคาดว่าจะมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องอย่างน้อยจนถึงเวลาประมาณ 12.00 น. ของวันนี้.

ที่มา : Hongkongfp.com

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ “ฮ่องกง“