‘ประยุทธ์’ ร่ายยาวลา 9 ปีเก้าอี้นายกรัฐมนตรี ทุ่มเททำงาน ผลงานเพียบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557001

26 ส.ค. 2566

'ประยุทธ์' ร่ายยาวลา 9 ปีเก้าอี้นายกรัฐมนตรี ทุ่มเททำงาน ผลงานเพียบ

‘ประยุทธ์’ โพสต์เฟซบุ๊กเผย 9 ปีนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี ปกป้องชาติและประชาชน ทุ่มเททำงาน พาประเทศสู่เวทีโลก

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โพสต์เฟซบุ๊ก “ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut-Chan-o-cha” ระบุว่า พี่น้องประชาชนชาวไทยที่รักครับ ตลอดระยะเวลา 9 ปี ของการปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 29 ของประเทศไทย เป็นช่วงเวลาที่มีความหมายมากที่สุดของชีวิต เป็น 9 ปีที่ได้ทำงานเพื่อปกป้องแผ่นดินไทย ซึ่งเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของผม และของเราทุกคน

เป็น 9 ปีที่ผมได้ใช้สติปัญญา ทุ่มเททุกศักยภาพและกำลังความสามารถ สานพลังจากทุกภาคส่วน เพื่อสร้างคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชน รวมทั้งเชิดชูสถาบันอันเป็นที่รักของปวงชนชาวไทย และเป็น 9 ปีของประเทศไทยที่ได้รับการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด มีความเจริญก้าวหน้าในหลายด้านทัดเทียมนานาอารยประเทศ และพร้อมยกระดับไปสู่ประเทศชั้นนำของโลก ในอนาคตอันใกล้นี้ ด้วยเหตุผลสำคัญได้แก่

1. เป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยมี “ยุทธศาสตร์ชาติ” ระยะยาว 20 ปี เพื่อเป็นเข็มทิศนำทางและกรอบแนวคิดในการพัฒนาประเทศในทุกมิติ ให้เกิดความต่อเนื่อง เป็นเป้าหมายให้ทุกภาคส่วนได้ทำงานร่วมกัน ขับเคลื่อนประเทศตามแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกระดับ 
2. มีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมครั้งยิ่งใหญ่ ในทุกระบบ ทั้งทางถนน ทางราง ทางทะเล และทางอากาศ รองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในอนาคต ยกบทบาทของประเทศจากความโดดเด่นทางภูมิรัฐศาสตร์ ให้เป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ ด้านการบิน ด้านการขนส่งสินค้า ด้านการท่องเที่ยว ฯลฯ 
3. มีความพร้อมเรื่อง “เศรษฐกิจดิจิทัล” และ “เศรษฐกิจแพลตฟอร์ม” โดยมีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล และ 5G ที่โดดเด่นในภูมิภาค เป็นที่ดึงดูดการลงทุนบริษัทชั้นนำของโลกหลายราย ซึ่งจะส่งเสริมบทบาทให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้าน 5G – Data center – Cloud services ที่สำคัญในภูมิภาค มีการใช้ประโยชน์ของประชาชนในชีวิตประจำวัน การศึกษาหาความรู้ การประกอบอาชีพ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของตนและสร้างรายได้ที่สูงขึ้นของคนทุกกลุ่ม ทุกสาขาอาชีพ  
4. มีการกำหนด 12 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ซึ่งล้วนเป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคต รวมทั้งมีเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และเขตส่งเสริมเศรษฐกิจเพื่อกิจการพิเศษ ทั้งด้านการแพทย์ ด้านนวัตกรรม ด้านดิจิทัล เป็นต้น ที่เป็นแหล่งบ่มเพาะแรงงานทักษะสูง-แรงงานแห่งอนาคต รวมถึงเกษตรอัจฉริยะ  เพื่อตอบสนองตลาดแรงงานในอนาคต และการพัฒนาประเทศในศตวรรษที่ 21

5. สร้างกลไกในการบริการจัดการทรัพยากรที่สำคัญของชาติ (1) “น้ำ” ออกกฎหมายน้ำฉบับแรกของประเทศ มีสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) บูรณาการหน่วยงานน้ำในทุกระดับ (2) “ดิน” ตั้งคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) และจัดทำแผนที่ One Map เพื่อแก้ปัญหาที่ดินทับซ้อนมาหลายสิบปี รวมทั้งจัดสรรที่ดินทำกินให้กับผู้ยากไร้-เกษตรกร (3) “ป่า” เช่น ออกกฎหมายป่าชุมชน ไม้มีค่า และตลาดคาร์บอนเครดิต เพื่อส่งเสริมการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับประเทศ
6. การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เช่น (1) ส่งเสริมสวัสดิการกลุ่มเปราะบางทั้งเด็ก-ผู้สูงอายุ-ผู้พิการ (2) ส่งเสริมบทบาทกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กองทุนยุติธรรม และกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) เพื่อสร้างสังคมที่เท่าเทียม ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง (3) การยกระดับศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ด้วยการศึกษา รองรับความท้าทายใหม่ๆ ของโลกในอนาคต
7. ปฏิรูปกฎหมายไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ ส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขัน อำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ และดึงดูดการลงทุนเพื่อสร้างรายได้เข้าประเทศ รวมทั้งแก้ไขและบังคับใช้กฎหมายให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล สามารถแก้ไขวิกฤตชาติได้ในหลายเรื่อง เช่น ปลดธงแดง ICAO และแก้ปัญหาการประมงผิดกฎหมาย IUU สร้างความเชื่อมั่นประเทศไทยในเวทีโลก 
8. ประยุกต์เทคโนโลยีที่ทันสมัยในระบบราชการไทย เพื่อยกระดับการให้บริการแก่ประชาชนและเอกชน ที่เข้าถึงง่าย – สะดวก – โปร่งใส เช่น (1) บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ช่วยให้การจ่ายเงินช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางตรงเป้าหมาย เต็มเม็ดเต็มหน่วย ตรวจสอบได้ (2) UCEP สายด่วน 1669 บริการการแพทย์ฉุกเฉิน ฟรีทุกสิทธิ์ ทุกโรงพยาบาล เป็นต้น
9. สร้างความสัมพันธ์ทั่วโลก ทั้งในรูปแบบทวิภาคี-พหุภาคี และเขตการค้าเสรี (FTA) รวมทั้งรื้อฟื้นความสัมพันธ์ไทย-ซาอุดีอาระเบีย เพื่อขยายความร่วมมือ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และตลาดการค้าระหว่างกัน 
ทั้งนี้ การเดินทางของประเทศไทยในช่วง 9 ปีที่ผ่านมา ไม่ได้ราบรื่น หรือง่ายดาย ยังคงมีวิกฤตโควิด วิกฤตความขัดแย้งในโลก ที่ส่งผลกระทบด้านราคาพลังงาน ค่าครองชีพ และเงินเฟ้อจนถึงในปัจจุบัน แต่ด้วยความร่วมมือร่วมใจ เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคนไทย ช่วยให้เราฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ และฟื้นตัวมาได้ ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ยังคงผันผวน


ผมขอขอบคุณพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคน เพื่อนข้าราชการ และทุกภาคส่วน ที่ได้เสียสละและอดทนในทุกสถานการณ์ที่ผ่านมา เพื่อให้ส่วนรวม สังคม และประเทศชาติ กลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง ซึ่งผมมั่นใจอย่างยิ่งว่าประเทศไทยนับจากวันนี้เป็นต้นไป จะไม่ได้เริ่มนับที่ 1 อีกต่อไป หากทุกอย่างที่เราสร้างกันมานั้นได้รับการต่อยอด ก็จะทำให้เราเดินทางเข้าสู่ “เส้นชัย” ได้เร็ววันขึ้นครับ

บุคคลในข่าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/2720007

THAILAND ESAN FABRIC ELEGANCE 2023 งานเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าทออีสาน

26 ส.ค. 2566 05:01 น.

THAILAND ESAN FABRIC ELEGANCE 2023 งานเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าทออีสาน

ผ้าอีสาน  –  ชาญยุทธ วันดี และ เอกวิทย์ ชัยวรานุรักษ์ เปิดงาน “THAILAND ESAN FABRIC ELEGANCE 2023” เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์คอลเลกชันผ้าทออีสานจากดีไซเนอร์รุ่นใหม่โดยมี ปารีสา จาตนิลพันธุ์ และ พศวีร์ ศรีอรุโณทัย มาร่วมงานด้วย ที่สยามเซ็นเตอร์ วันก่อน.

จับตานายกฯคนใหม่ขับเคลื่อนประเทศไทย หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสี จำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันเสาร์ที่ 26 สิงหาคม 2566

  • “ธนูเทพ” ประจำการรับใช้ท่านผู้อ่าน…เมื่อเย็นวันที่ 23 ส.ค. ภายหลัง เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี คนที่ 30 ของประเทศไทย ได้ทำพิธีรับสนองพระบรมราชการโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี แล้ว นายกฯเศรษฐา ได้แถลงผ่านสื่อมวลชน โดยระบุว่า เนื่องในโอกาสที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้กระผมดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นับเป็นศุภสิริมงคลแก่ชีวิตและขวัญกำลังใจอันสูงสุดแก่กระผมและครอบครัวอย่างหาที่สุดมิได้ กระผมมีความปลื้มปีติ และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น และขอเทิดทูนไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อม ทั้งจักมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน และความวัฒนาสถาพรของประเทศชาติ สนองพระราชปณิธานตามพระปฐมบรมราชโองการ และตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญทุกประการ
ให้ทิศทาง  –  ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี มาบรรยายพิเศษ “การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติด้านการศึกษาในภูมิภาค” ในงานการกำหนดทิศทางขับเคลื่อนบริหารการศึกษาของประเทศไทยระดับภูมิภาค โดยมี อรรถพล สังขวาสี มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ วันก่อน.
  • นอกจากนี้ นายกฯเศรษฐา ยังได้ประกาศว่า “พี่น้องประชาชนคนไทยที่เคารพ กระผมขอยืนยันว่าจะทุ่มเททำงานตามมาตรฐานจริยธรรมด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ยึดถือผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ มั่นใจว่า 4 ปีต่อจากนี้จะเป็น 4 ปีแห่งการเปลี่ยนแปลง ประเทศไทยมีวิกฤติและปัญหาที่ต้องการทางออกอย่างเร่งด่วน ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ รายได้ รายจ่าย ความเป็นอยู่ของ พี่น้องประชาชน ความมั่นคง สังคม การต่างประเทศ สิ่งแวดล้อม กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม การทุจริตประพฤติมิชอบ และอื่นๆอีกมากมายที่ล้วนก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำ ความไม่เท่าเทียม ความยากลำบาก กระผมมีความประสงค์ที่จะดำเนินนโยบายต่างๆที่ได้เตรียมไว้เพื่อแก้ไขวิกฤติ สร้างการพัฒนา การเปลี่ยนแปลงในระดับมหภาคไปจนถึงในภาคของครัวเรือน ขับเคลื่อนประเทศไทยไปข้างหน้า บริหารงบประมาณภาครัฐอย่างโปร่งใส มีประสิทธิภาพ เป็นไปตาม พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ
ผู้เชี่ยวชาญ  –  ไพรัช พรสมบูรณ์ศิริ รองอัยการสูงสุด เปิดการอบรมหลักสูตร “ผู้เชี่ยวชาญการดำเนินคดีทางการแพทย์ รุ่นที่ 2” โดยมี ศ.พญ.สมศรี เผ่าสวัสดิ์, อิทธิพร แก้วทิพย์, โกศล วัฒน์ อินทุจันทร์ยง และ สมศิริ ชำนาญชานันท์ มาร่วมงานด้วย ที่ รร.ดิ เอมเมอรัลด์ วันก่อน.
  • และในตอนท้าย นายกฯเศรษฐา ยังสำทับว่า ขอให้คำมั่นว่า รัฐบาล ภายใต้การนำของ พรรคเพื่อไทย จะ ทำงานอย่างหนัก เพื่อบำบัดความทุกข์ สร้างความสุข นำพาความเจริญให้กับประชาชนคนไทยและคนทุกกลุ่มอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ทำให้ ประเทศไทย เป็นประเทศแห่งความหวังของคนรุ่นใหม่ เป็นดินแดนแห่งความสุขของคนทุกวัย เป็นประเทศที่มีเกียรติและศักดิ์ศรีในเวทีนานาชาติอีกครั้งหนึ่ง โดยจะขอทำหน้าที่ นายกรัฐมนตรี ที่ไม่รู้จักคำว่า เหน็ดเหนื่อย เป็น รัฐบาล ที่จะทุ่มเท ทำงานหนัก รับฟังเสียงของประชาชน นำความสามัคคีกลับคืนสู่คนในชาติ นำพา ประเทศไทย ไปข้างหน้าและสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับลูกหลานของพวกเราทุกคนนับจากวันนี้เป็นต้นไป
ปกป้องทะเล  –  ดร.ชวัลวัฒน์ อริยวรารมย์, ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ และ ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ลงนามความร่วมมือโครงการ Shelldon Circularity เพื่อการปกป้องและอนุรักษ์ระบบนิเวศทางทะเล โดยมี ภรณ์สินี เฉลิมรัฐวงศ์ มาร่วมในพิธีด้วย ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วันก่อน.
  • ทุกถ้อยแถลงของ นายกฯเศรษฐา หลังจากรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็น นายกรัฐมนตรี คนที่ 30 ของประเทศไทย ในครั้งนี้ ถือเป็น สัญญาประชาคม ที่จะต้องถูกจับตาติดตาม ตรวจสอบ ควบคู่ไปกับการปฏิบัติหน้าที่จากนี้ไปอีก 4 ปี ถ้าบิดพลิ้ว ควบคุมการบริหารผิดทิศทาง ไม่เป็นไปตามสัญญาประชาคมที่ให้ไว้กับประชาชน ผลจะเป็นอย่างไรในอนาคต นายกฯเศรษฐาคงทราบดีกว่าใครแน่นอน
ศูนย์การแพทย์  –  พ.อ.นพ.ยรรยงค์ อิ่มสุวรรณ, ทัชฐนีย์ ศิริเยี่ยม, อธิเชฐ คำยินดี, พ.ต.บรรจง เนติสารยาภากร, ภาสกร ดมหอม และ โจนาธาน ซี.โนเวล จัดประชุมเพื่อผลักดันโครงการ อาคารศูนย์การแพทย์กองบัญชาการกองทัพไทย ที่กองบัญชาการกองทัพไทย วันก่อน.
  • อืม…แต่ที่แน่ๆ การปฏิบัติภารกิจแรกในวันถัดมา หลังจากได้รับโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี นายกฯเศรษฐา ได้เดินทางไปยัง ทำเนียบรัฐบาล เข้าพบหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ที่ยังต้องปฏิบัติหน้าที่อยู่จนกว่า ครม. ชุดใหม่ จะเข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ฯ โดยการไปครั้งนี้ นายกฯเศรษฐา ระบุชัดเจนว่าไปขอคำแนะนำในการทำงานจาก พล.อ.ประยุทธ์…ขณะที่บรรยากาศ การพบปะกันของ 2 นายกฯ “เศรษฐา–ประยุทธ์” เป็นไปอย่างชื่นมื่น โดยนายกฯประยุทธ์ ได้มอบแจกันดอกไม้แสดงความยินดีกับ นายกฯเศรษฐา พร้อมพูดคุยให้คำแนะนำเกี่ยวกับการทำงาน และยังพา นายกฯเศรษฐา ไปเยี่ยมชม แนะนำอาคาร และห้องต่างๆ ภายในทำเนียบฯอย่างเป็นกันเอง รวมถึงพาชมรูปภาพ ทำเนียบอดีตนายกรัฐมนตรี ที่ล่าสุดได้ติดภาพ พล.อ.ประยุทธ์ แล้ว โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จึงเดินทางกลับ โดย พล.อ.ประยุทธ์ ได้เดินมาส่ง นายกฯเศรษฐา ขึ้นรถที่หน้าตึกไทยคู่ฟ้า… บรรยากาศการพบปะกันของ 2 นายกฯ ที่เป็นไปด้วยความชื่นมื่นครั้งนี้ นายกฯเศรษฐา ได้แสดงออกถึง ความเคารพนอบน้อม ต่อ ผู้อาวุโส ขณะที่ นายกฯ ประยุทธ์ ก็ให้ความเป็นกันเองแบบผู้ใหญ่ที่มีไมตรีจิต
เรื่องต้องรู้  –  ดร.ศิวรักษ์ ศิวโมกษธรรม จัดงานสัมมนาการเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับสื่อมวลชน โดยมี ดร.สุนทรีย์ ส่งเสริม และ ชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี มาร่วมเป็นวิทยากรด้วย ที่โรงแรมเดอะเกรซ อัมพวา รีสอร์ท จ.สมุทรสงคราม วันก่อน.
  • “ธนูเทพ” มองปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นนิมิตหมายที่ดี เพราะเมื่อ ผู้นำรัฐบาลชุดเดิม กับผู้นำรัฐบาลชุดใหม่ มีการหารือกันเรื่องการทำงานด้วยสัมพันธภาพที่ดี ก็คงฝากให้ รัฐบาลชุดใหม่ สานต่อ นโยบาย ต่างๆ ที่เป็น ประโยชน์ต่อประชาชน และ ประเทศชาติ ที่ยังไม่สำเร็จลุล่วง ให้เดินหน้าต่อไปจนบรรลุผลสำเร็จ
โยนโบว์ลิ่ง  –  โชติวิทย์ ธรรมสุจิตร ผอ.โรงเรียนสาธิต ปทุมวัน เปิดการแข่งขัน “Connex Bowl For Fun” ครั้งที่ 18 เพื่อหารายได้สนับสนุนกิจกรรมของสมาคมศิษย์เก่า โดยมี รศ.ดร.ภูมิ มูลศิลป์, ธนาธร สุวิชา และ ธนกร เกษมสิน มาร่วมแข่งด้วย ที่บลูโอ ริธึม แอนด์ โบว์ล พารากอน ซีนีเพล็กซ์ วันก่อน.
  • สังคมทั่วไป…คาวามูระ มากิ ผอ.สำนักข่าวสารญี่ปุ่น และที่ปรึกษาสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย เป็นประธานเปิดงาน “นิทรรศการศิลปะเด็กนานาชาติ ครั้งที่ 53” รวบรวมผลงานภาพวาดเยาวชนของไทยที่ได้รับรางวัลการประกวดโครงการศิลปะนานาชาติ ครั้งที่ 53 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น พร้อมมอบรางวัลแก่เยาวชนไทยที่ชนะการประกวด ที่ลานกิจกรรม ชั้น 9 อาคารสยามสเคป 26 ส.ค. 13.00 น.
  • กรุงเทพมหานคร และ ภาคีภาคเอกชน นำโดย ศุภลักษณ์ อัมพุช ขอเชิญชมการแสดงม่านน้ำและน้ำพุดนตรี ชุด “แม่แห่งแผ่นดิน ผู้ทรงพระมหากรุณาธิคุณ” ที่อุทยานเบญจสิริ ถนนสุขุมวิท วันละ 3 รอบ 19.00 น. 19.45 น. และ 21.00 น. โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายถึง 31 ส.ค.นี้
  • ฌาปนกิจศพ วีระ วิรัชวงศ์ บิดา นิติ วิรัชวงศ์ กรรมการมูลนิธิสมาคมนักเรียนเก่าญี่ปุ่น วัดหลักสี่ กทม. 26 ส.ค. 14.00 น.
  • ฌาปนกิจศพ สีหนุ่ย (สิ่นหุ่ย) ตปนียพันธ์ มารดา ศรีไพบูลย์ ปริณายก วัดลัฎฐิวนาราม (วัดใต้) ต.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต 26 ส.ค. 12.00 น. 

“ธนูเทพ”

เมาวีเผยรายชื่อผู้สูญหายจากเหตุไฟป่าฮาวายมากถึง 388 ราย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2720236

เมาวีเผยรายชื่อผู้สูญหายจากเหตุไฟป่าฮาวายมากถึง 388 ราย

26 ส.ค. 2566 11:32 น.

เมาวีเผยรายชื่อผู้สูญหายจากเหตุไฟป่าฮาวายมากถึง 388 ราย

ทางการเกาะเมาวีเผยรายชื่อผู้สูญหายจากเหตุไฟป่ารุนแรงอยู่ที่ 388 คน โดยเจ้าหน้าที่ได้ร้องขอให้ประชาชนช่วยแจ้งเบาะแส เพื่อยืนยันจำนวนที่แน่ชัดอีกครั้ง

ผู้บัญชาการตำรวจเขตเมาวี จอห์น เพลเล็ตเทียร์ ได้เปิดเผยรายชื่อของผู้สูญหายจากเหตุไฟป่า ลาไฮนา ของฮาวายที่เริ่มปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม รวมทั้งสิ้น 388 รายชื่อ เพื่อให้ประชาชนช่วยกันตรวจสอบและแจ้งเบาะแสเพิ่มเติม โดยหากครอบครัวของผู้ที่อยู่ในรายชื่อดังกล่าวมีข้อมูล ก็ขอให้เข้ามาแจ้งกับทางการเพื่อจะได้ช่วยในกระบวนการสอบสวนต่อไป

ขณะที่ทางเอฟบีไอ ที่ทำงานร่วมกับตำรวจในท้องถิ่น ได้ร้องขอให้ผู้ที่รู้จักบุคคลที่อยู่ในรายชื่อดังกล่าวออกมาให้ข้อมูลเพิ่มเติม หากบุคคลสูญหายยังมีชีวิตอยู่ หรือปลอดภัย หรือหากมีเบาะแสเพิ่มเติมใดๆ ที่จะช่วยค้นหาพวกเขาได้ ให้รีบติดต่อมายังเจ้าหน้าที่ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยไฟป่ารุนแรงครั้งนี้ได้เผาผลาญทำลายบ้านเรือนประชาชนกว่า 13,000 หลังคาเรือน ขณะที่มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 100 ศพ.

ที่มา : ABCnews

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ “ไฟป่าฮาวาย”

ภาพถ่ายทำประวัติทรัมป์กลายเป็นกระแส พ่อค้าหัวใสแห่นำไปทำของที่ระลึกขาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2720221

ภาพถ่ายทำประวัติทรัมป์กลายเป็นกระแส พ่อค้าหัวใสแห่นำไปทำของที่ระลึกขาย

26 ส.ค. 2566 11:07 น.

ภาพถ่ายทำประวัติทรัมป์กลายเป็นกระแส พ่อค้าหัวใสแห่นำไปทำของที่ระลึกขาย

ภาพถ่ายเพื่อทำประวัติอาชญากรรมของนายโดนัลด์ ทรัมป์ กลายเป็นภาพฮิตชั่วข้ามคืน โดยถูกนำไปสกรีนในของที่ระลึกหลากหลายประเภท ทั้งในกลุ่มผู้สนับสนุนทรัมป์ รวมทั้งกลุ่มที่ต่อต้านเขาด้วย

ภาพถ่ายหน้าเต็มเพื่อทำประวัติอาชญากรรม หรือ mugshot ของนายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ กลายเป็นกระแสฮิตไปทั่วสหรัฐฯ หลังจากที่เขาสร้างประวัติศาสตร์เป็นผู้นำสหรัฐฯ คนแรกที่มีภาพถ่ายแบบนี้ โดยเพียงชั่วข้ามคืน ก็มีสินค้าต่างๆ ที่ใช้รูปนี้มาสกรีนวางจำหน่ายเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นเสื้อยืด หมวก แก้วน้ำ โปสเตอร์ รวมไปจนถึงตุ๊กตาส่ายหัว

ด้านฝ่ายที่สนับสนุนทรัมป์เอง รวมทั้งทีมรณรงค์หาเสียงของทรัปม์ก็ใช้ภาพนี้ มาผลิตสินค้าหลากหลายประเภทจำหน่าย เพื่อระดมทุนในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง อย่างคณะกรรมการระดมทุนเซฟ อเมริกาของทรัมป์ ได้ผลิตเสื้อ ทีเชิ้ต ที่สกรีนภาพถ่ายทรัมป์ พร้อมข้อความว่า ไม่เคยยอมจำนน (NEVER SURRENDER!) จำหน่ายในราคา 34 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1,200 บาท นอกจากนี้ยังมีที่ถือกระบอกน้ำ ในราคา 15 ดอลลาร์หรือราว 530 บาท แก้วกาแฟในราคา 25 ดอลลาร์ หรือราว 880 บาท ขณะที่ลูกชายของโดนัลด์ ทรัมป์ ก็ทำการตลาดโปรโมตสโกแกน “FREE TRUMP” หรือปล่อยทรัมป์เป็นอิสระ โดยมีการจำหน่ายเสื้อทีเชิ้ตรูปทรัมป์ ในราคา 29.99 ดอลลาร์หรือราว 1,060 บาท และโปสเตอร์ในราคา 19.99 ดอลลาร์ หรือราว 700 บาทด้วย ซึ่งนักวิเคราะห์ด้านการเมือง คาดว่าภาพถ่ายนี้น่าจะช่วยกอบโกยทุนให้ผู้สมัครพรรครีพับลิกันรายนี้ได้มหาศาล

ส่วนอีกฟากฝั่งหนึ่ง คือกลุ่มที่ต่อต้านทรัมป์ อย่างกลุ่ม ลินคอล์น โปรเจกต์ ก็วางจำหน่ายของที่ระลึกที่ใช้ภาพถ่ายนี้ด้วยเช่นกัน โดยมีการวางจำหน่ายแก้วชอตชุดละ 6 ใบ ในราคา 55 ดอลลาร์ หรือเกือบ 2,000 บาท โดยมีการพิมพ์ตัวย่อว่า FAFO ซึ่งเป็นอักษรย่อของ Fuck Around and Find Out ซึ่งมีความหมายในเชิงลบว่า หากทำสิ่งใดไม่ดีไว้ก็ต้องรับกรรมจากสิ่งนั้น โดยคาดว่าสินค้าที่มีรูปถ่ายประวัติศาสตร์ของทรัมป์ครั้งนี้น่าจะขายดิบขายดีไม่น้อย.

ที่มา : แชนแนลนิวส์เอเชีย

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ “ทรัมป์“

เผยภาพนาทีปล่อยหุ่นสำรวจอินเดีย ล้อแตะพื้นผิวดวงจันทร์ (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2720215

 เผยภาพนาทีปล่อยหุ่นสำรวจอินเดีย ล้อแตะพื้นผิวดวงจันทร์ (คลิป)

26 ส.ค. 2566 09:46 น.

เผยภาพนาทีปล่อยหุ่นสำรวจอินเดีย ล้อแตะพื้นผิวดวงจันทร์ (คลิป)

เผยภาพเคลื่อนไหวนาที หุ่นสำรวจเคลื่อนที่ “ปรัชญาณ” ถูกปล่อยลงและเริ่มเดินล้อออกตระเวนสำรวจพื้นผิวบริเวณขั้วใต้ดวงจันทร์ ในช่วงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากจันทรายาน-3 ลงจอดครั้งประวัติศาสตร์

เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2566 องค์การวิจัยด้านอวกาศแห่งอินเดีย (Indian Space Research Organization-ISRO) เปิดเผยภาพเคลื่อนไหวนาทีที่หุ่นสำรวจเคลื่อนที่ “ปรัชญาณ” ถูกปล่อยลงจากยานลงจอด “วิกรม” ตามภารกิจของยาน “จันทรายาน-3” (Chandrayan-3) ที่อยู่บนดวงจันทร์ จากนั้นหุ่นสำรวจ ปรัชญาญาณ ได้เริ่มเดินล้อออกตระเวนสำรวจพื้นผิวบริเวณขั้วใต้ดวงจันทร์แล้ว ในช่วงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากจันทรายาน-3 ลงจอดครั้งประวัติศาสตร์

นายเอส. สมนาถ ประธานองค์การวิจัยอวกาศอินเดียกล่าวว่า ยานลงจอดใกล้กับศูนย์กลางของพื้นที่กว้าง 4.5 กิโลเมตร ที่ถูกกำหนดเป็นเป้าหมายสำหรับการลงจอด ขณะที่หุ่นสำรวจเคลื่อนที่ที่ถูกปล่อยออกมาสามารถทำงานได้อย่างดี จากนี้จะทำการทดลองนานกว่า 14 วัน รวมถึงการวิเคราะห์องค์ประกอบแร่ของพื้นผิวดวงจันทร์

ทั้งนี้ ภารกิจสำรวจดวงจันทร์ของจันทรายาน-3 นี้ ถือเป็นความพยายามครั้งที่ 2 ของอินเดีย ในการนำยานลงจอดบนดวงจันทร์ และมีขึ้นไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์หลังจากภารกิจสำรวจดวงจันทร์ของยานสำรวจ ลูนา-25 ของรัสเซียล้มเหลว ขณะที่อินเดีย กลายเป็นมหาอำนาจโลกด้านอวกาศเป็นประเทศที่ 4 ต่อจากสหรัฐฯ อดีตสหภาพโซเวียต และจีน ที่ต่างส่งยานไปสำรวจดวงจันทร์มาแล้ว.

ติดตามข่าวต่างประเทศ https://www.thairath.co.th/news/foreign

กองทัพฟิลิปปินส์-ออสเตรเลียซ้อมรบร่วมกันในทะเลจีนใต้เป็นครั้งแรก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2720211

กองทัพฟิลิปปินส์-ออสเตรเลียซ้อมรบร่วมกันในทะเลจีนใต้เป็นครั้งแรก

26 ส.ค. 2566 09:42 น.

กองทัพฟิลิปปินส์-ออสเตรเลียซ้อมรบร่วมกันในทะเลจีนใต้เป็นครั้งแรก

กองทัพฟิลิปปินส์ และออสเตรเลีย เปิดฉากปฏิบัติการซ้อมรบร่วมครั้งแรกบริเวณชายฝั่งของฟิลิปปินส์ ใกล้ทะเลจีนใต้

สำนักข่าวอัลจาซีราห์ รายงานว่า เมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2566 ทหารของกองทัพฟิลิปปินส์ และออสเตรเลีย เปิดฉากปฏิบัติการซ้อมรบร่วมครั้งแรกบริเวณชายฝั่งของฟิลิปปินส์ ใกล้ทะเลจีนใต้ จุดที่รัฐบาลจีนอ้างว่า เป็นอาณาเขตในความครอบครองในทะเลจีนใต้

โดยประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ของฟิลิปปินส์ พร้อมด้วยนายริชาร์ด มาร์ลส์ รัฐมนตรีกลาโหมออสเตรเลีย ร่วมชมการซ้อมรบในครั้งนี้ด้วย ตั้งแต่การยกพลขึ้นบกบนชายหาด การโจมตี และการกระโดดร่มของกองกำลังที่ฐานทัพเรือฟิลิปปินส์ ในจังหวัดซัมบาเลส โดยผู้นำฟิลิปปินส์กล่าวว่า การซ้อมรบร่วมกันในครั้งนี้ เป็นตัวอย่างของความร่วมมือที่ใกล้ชิดกันอย่างยิ่งระหว่างกองทัพของสองประเทศ

ทางด้าน นายมาร์ลส์ รัฐมนตรีกลาโหมออสเตรเลียกล่าวภายหลังการฝึกซ้อมว่า การฝึกลาดตระเวนร่วมในทะเลจีนใต้ครั้งแรกโดยกองทัพเรือออสเตรเลียและฟิลิปปินส์จะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้

การซ้อมรบครั้งนี้ มีทหารเข้าร่วมเกือบ 2,000 คน เป็นฝ่ายกองทัพออสเตรเลีย 1,200 คนและของฟิลิปปินส์ 560 คน โดยที่ผ่านมา ฟิลิปปินส์ และออสเตรเลีย ตลอดจนเวียดนาม มาเลเซีย บรูไน และไต้หวัน ไม่พอใจการกระทำที่ก้าวร้าวและเผชิญหน้าของจีนในทะเลจีนใต้ อย่างไรก็ตามกองทัพฟิลิปปินส์ระบุว่าการซ้อมรบครั้งนี้ ไม่เกี่ยวกับจีนแต่อย่างใด.

ติดตามข่าวต่างประเทศ https://www.thairath.co.th/news/foreign

บลูมเบิร์ก เผยบันเทิงดันเศรษฐกิจสหรัฐฯ เติบโต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2720218

บลูมเบิร์ก เผยบันเทิงดันเศรษฐกิจสหรัฐฯ เติบโต

26 ส.ค. 2566 09:48 น.

บลูมเบิร์ก เผยบันเทิงดันเศรษฐกิจสหรัฐฯ เติบโต

เมื่อ 25 ส.ค.สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่ากระแสความนิยมที่มีต่อทัวร์คอนเสิร์ตของเทย์เลอร์ สวิฟต์ และบียอนเซ 2 ซุปเปอร์สตาร์สาวชื่อก้องโลก รวมทั้งรายได้จากภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์แห่งปีอย่างบาร์บ้ีและออปเพนไฮเมอร์ ด้วยมูลค่าที่อาจสูงถึง 8.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (หรือราว 298,690 ล้านบาท) เป็นปัจจัยสำคัญช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งในไตรมาสที่ 3

อย่างไรก็ตาม บลูมเบิร์กยังระบุว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจจากภาพยนตร์เรื่องดังและการทัวร์คอนเสิร์ตของศิลปินใหญ่นั้นเกิดขึ้นได้เพียงระยะเวลาสั้นๆ ทั้งบียอนเซ และสวิฟต์ไม่มีกำหนดการแสดงในสหรัฐฯใน 3 เดือนสุดท้ายของปี ส่วนภาพยนตร์ทั้ง 2 เรื่องก็กำลังจะลาโรงในอีกไม่กี่วัน.

สลด คนเหยียบกันตายในสนามกีฬามาดากัสการ์ ดับ 13 ศพ เจ็บนับร้อย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2720198

สลด คนเหยียบกันตายในสนามกีฬามาดากัสการ์ ดับ 13 ศพ เจ็บนับร้อย

26 ส.ค. 2566 06:20 น.

สลด คนเหยียบกันตายในสนามกีฬามาดากัสการ์ ดับ 13 ศพ เจ็บนับร้อย

เกิดเหตุเหยียบกันตายที่สนามกีฬาของมาดากัสการ์ ขณะมีพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ ซึ่งมีผู้ชมมามากกว่า 50,000 คน ล่าสุดพบผู้เสียชีวิตแล้ว 13 ศพ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุผู้คนเบียดเสียดและเหยียบกันที่สนามกีฬาในกรุงอันตานานาริโว เมืองหลวงของมาดากัสการ์ เมื่อวันศุกร์ที่ 25 ส.ค. 2566 เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 13 ศพ ในจำนวนนี้เป็นเด็ก 7 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกถึง 107 คน

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบริเวณทางเข้าสนามกีฬา บาเรอา ซึ่งมีผู้ชมกว่า 50,000 คนเดินทางมารวมตัวกันเพื่อเข้าร่วมพิธีเปิดการแข่งขันกีฬา Indian Ocean Island Games ที่จะจัดทุกๆ 4 ปี โดยสาเหตุที่ทำให้คนเหยียบกันยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่สภากาชาดของมาดากัสการะบุว่า จำนวนผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มขึ้นอีก

ด้านนาย อันดรี ราโจลินา ประธานาธิบดีมาดากัสการ์ ซึ่งอยู่ในงานพิธีเปิดด้วย เรียกร้องให้มีการยืนสงบนิ่ง 1 นาทีเพื่อไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิต “เหตุโศกนาฏกรรมนี้เกิดขึ้นเพราะมีการผลักกัน มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตหลายรายที่ทางเข้า” นายราโจลินากล่าวในแถลงการณ์ทางโทรทัศน์

ทั้งนี้ การแข่งขันกีฬา Indian Ocean Island Games เป็นมหกรรมกีฬาสำหรับประเทศหมู่เกาะทางตะวันตกเฉียงใต้ของมหาสมุทรอินเดีย จัดโดยคณะกรรมการโอลิมปิกสากล ทุกๆ 4 ปี และดึงดูดคนมาเข้าร่วมหลายพันคน โดยการแข่งขันครั้งก่อนจัดขึ้นที่ประเทศหมู่เกาะ มอริเชียส

ที่มา : cna

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

รัฐบาลทหารไนเจอร์ ขีดเส้นตาย 48 ชม. ให้ทูตฝรั่งเศสออกจากประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2720197

รัฐบาลทหารไนเจอร์ ขีดเส้นตาย 48 ชม. ให้ทูตฝรั่งเศสออกจากประเทศ

26 ส.ค. 2566 05:34 น.

รัฐบาลทหารไนเจอร์ ขีดเส้นตาย 48 ชม. ให้ทูตฝรั่งเศสออกจากประเทศ

รัฐบาลทหารไนเจอร์ ประกาศขับไล่เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสออกจากประเทศ โดยให้เวลา 48 ชั่วโมง ขณะที่ฝรั่งเศสไม่ยอม อ้างรัฐบาลจากการรัฐประหารไม่มีอำนาจทำเช่นนี้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 25 ส.ค. 2566 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของไนเจอร์ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยรัฐบาลทหารซึ่งก่อเหตุยึดอำนาจเมื่อเดือนกรกฎาคม ประกาศขีดเส้นตายให้ นาย ซิลแวง อิตเตอ เอกอัครราชทูตฝรั่งเศส เดินทางออกจากประเทศภายใน 48 ชั่วโมง

รัฐบาลทหารไนเจอร์อ้างว่า นายอิตเตอไม่ตอบสนองต่อคำเชิญให้เข้าพบกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของพวกเขา ขณะที่รัฐบาลฝรั่งเศส ซึ่งเป็นอดีตเจ้าอาณานิคมของไนเจอร์ ออกมาตอบโต้ว่า ผู้ก่อเหตุยึดอำนาจการปกครองของรัฐไม่มีอำนาจออกคำสั่งขับไล่เช่นนี้ การแต่งตั้งเอกอัครราชทูตต้องกระทำโดยรัฐบาลจากการเลือกตั้งตามกฎหมายเท่านั้น

ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างไนเจอร์กับฝรั่งเศสดิ่งลงอย่างรวดเร็ว เกิดการประท้วงอย่างรุนแรงของชาวไนเจอร์ จากความกระแสความเกลียดชังฝรั่งเศส ที่กลับเข้ามามีอิทธิพลเหนือการเมืองและเศรษฐกิจของประเทศ ขณะที่รัฐบาลทหารของนายพล อับดูราฮามานี ทีอานี ประกาศฉีกข้อตกลงทางทหารกับฝรั่งเศสเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา

นายพลทีอานีประกาศเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า ไนเจอร์จะกลับสู่การปกครองโดยพลเรือนภายใน 3 ปี หลังพบปะพูดคุยกับผู้จากประชาคมชาติแอฟริกาตะวันตก หรือ อีโควาส (ECOWAS)

อีโควาสขู่ว่า พวกเขาจะใช้มาตรการทางทหารเพื่อย้อนคืนการก่อรัฐบาลโค่นอำนาจของประธานาธิบดี โมฮัมเหม็ด บาซูม หากการพูดคุยดังกล่าวล้มเหลว ขณะที่รัฐบาลทหารระบุว่า ไนเจอร์ไม่ได้ต้องการสงคราม แต่พวกเขาพร้อมป้องกันตัวเองต่อการแทรกแซงจากต่างชาติ

“หากมีใครโจมตีเรา มันจะไม่ง่าดายเหมือนที่ใครบางคนอาจคิด” นายพลทีอานีเตือน พร้อมประณามส่งที่เขาเรียกว่า การคว่ำบาตรอย่างผิดกฎหมายและไร้มนุษยธรรมที่อีโควาสบังคับใช้พบประเทศของเขา ซึ่งรวมถึงการตัดการจ่ายไฟฟ้าจนทำให้เกิดไฟดับในกรุงนีอาเมย์ และเมืองใหญ่อื่นๆ รวมถึงปิดกั้นการนำเข้าสินค้าสำคัญ

ที่มา : bbc

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

โคลด ปิกัสโซ ลูกชายปาโบล ปิกัสโซ ถึงแก่กรรมแล้วในวัย 76 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2720196

โคลด ปิกัสโซ ลูกชายปาโบล ปิกัสโซ ถึงแก่กรรมแล้วในวัย 76 ปี

26 ส.ค. 2566 04:50 น.

โคลด ปิกัสโซ ลูกชายปาโบล ปิกัสโซ ถึงแก่กรรมแล้วในวัย 76 ปี

โคลด ปิกัสโซ ลูกชายคนรองของ ปาโบล ปิกัสโซ จิตรกรเอกของโลก ถึงแก่กรรมแล้ว ขณะมีอายุ 76 ปี เพียง 3 เดือนหลังจากผู้เป็นมารดาเสียชีวิต

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โคลด รูอิส-ปิกัสโซ ลูกครึ่งสเปน-ฝรั่งเศส บุตรชายของ ปาโบล ปิกัสโซ หนึ่งในจิตรกรเอกของโลก ถึงแก่กรรมแล้วที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ขณะมีอายุได้ 76 ปี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 ส.ค. 2566 ที่ผ่านมา โดยไม่มีการเปิดเผยสาเหตุการเสียชีวิต

ฌอง-ฌัก นอยเออร์ ผู้เป็นทนายความส่วนตัวของโคลด ปิกัสโซมาตลอด 25 ปี เป็นผู้เปิดเผยข่าวการเสียชีวิตของเขา “โคลด รูอิซ-ปิกัสโซ บุตรชายของปาโบล ปิกัสโซ เสียชีวิตแล้ว เขาเป็นผู้จัดการมรดกของปิกัสโซมาตั้งแต่ปี 2532-2566 เขามีภรรยา 1 คนคือ มาดาม ซิลเวีย ปิกัสโซ, หรือนามสกุลเดิมคือ โซติเยร์ กับลูก 2 คนคือ จัสมิน และโซลัล”

อนึ่ง ปิกัสโซผู้พ่อเป็นที่รู้จักอย่างมากในเรื่องชีวิตรักที่ซับซ้อน เขามีภรรยา 2 คน และมีภรรยาน้อยมากมาย และลูก 4 คน โดยโคลดเกิดในปี 2490 เป็นบุตรของ ฟรองซัวส์ ฌีโล ศิลปินชาวฝรั่งเศส ภรรยาคนที่ 2 ของปิกัสโซ และ 2 ปีต่อมาเธอก็มีลูกกับเขาอีกคน เป็นลูกสาวชื่อว่า พาโลมา

อย่างไรก็ตาม ปิกัสโซมีลูกชายคนโตชื่อ เปาโล เกิดในปี 2464 กับนาง โอลกา โคโคลวา นักเต้นและภรรยาคนแรกของเขา และมีลูกสาวอีกคนชื่อ มายา กับนางมาเรีย-เตรีเซ วอลเตอร์ ในปี 2478

พิพิธภัณฑ์ปิกัสโซ ในเมืองบาร์เซโลนา ที่ปิกัสโซเคยใช้ชีวิตในช่วงวัยรุ่น เป็นหนึ่งในผู้ที่ออกมาแสดงความเสียใจต่อการจากไปของโคลด ปิกัสโซ ผ่าน X หรือชื่อเดิมคือ ทวิตเตอร์ และว่านอกจากเป็นผู้จัดการมรดกแล้ว โคลดยังเคยเป็นผู้ช่วยของช่างภาพชื่อดังอย่าง ริชาร์ด อาเวดอน และเป็นช่างภาพข่าวให้นิตยสาร โวก, ไทม์ไลฟ์ และแซเทอร์เดย์ รีวิว

ไม่เพียงเท่านั้น พิพิธภัณฑ์ปิกัสโซ เผยอีกว่า โคลดเคยได้รับ ‘เครื่องอิสริยาภรณ์เลฌียงดอเนอร์’ (Légion d’honneur) ซึ่งเป็นเครื่องอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดของประเทศฝรั่งเศส ในปี 2554 จากผลงานของเขาในฐานะศิลปินด้วย

ทั้งนี้ ก่อนเสียชีวิต โคลดทุ่มเทให้กับโครงการจัดงานเฉลิมฉลอง ครบรอบ 50 ปีการจากไปของปิกัสโซอย่างมาก โดยมีส่วนร่วมในงานจัดแสดงและงานอีเวนต์ต่างๆ กว่า 50 งานทั่วฝรั่งเศส, สเปน และนานาชาติ

การเสียชีวิตของโคลด ทำให้ตอนนี้ทายาทสายตรงของปิกัสโซเหลือเพียง พาโลม ผู้เป็นลูกสาวเท่านั้น ขณะที่ฌีโล ภรรยาคนที่ 2 ผู้มีอายุห่างจากปิกัสโซถึง 40 ปี เสียชีวิตไปเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ขณะมีอายุ 101 ปี

ที่มา : cnn