กรีซจับผู้ต้องสงสัยวางเพลิง 79 คน ทำเกิดไฟป่าครั้งใหญ่ทุบสถิติ EU

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2720193

กรีซจับผู้ต้องสงสัยวางเพลิง 79 คน ทำเกิดไฟป่าครั้งใหญ่ทุบสถิติ EU

26 ส.ค. 2566 03:32 น.

กรีซจับผู้ต้องสงสัยวางเพลิง 79 คน ทำเกิดไฟป่าครั้งใหญ่ทุบสถิติ EU

เจ้าหน้าที่กรีซจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยวางเพลิง 79 คน ในขณะที่ประเทศกำลังเผชิญไฟป่าขนาดใหญ่ที่สุดที่เคยเกิดขึ้นในสภหภาพยุโรป

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เหตุไฟป่าหลายจุดที่เทือกเขาปาร์นิธา ทางเหนือของกรุงเอเธนส์ เมืองหลวงของกรีซ ยังคงลุกไหม้ย่างไม่อาจควบคุมในวันศุกร์ที่ 25 ส.ค. 2566 เผาผลาญพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้นในช่วงข้ามคืน แต่ไฟป่าขนาดใหญ่ที่สุดยังอยู่ที่ใกล้เมืองอเล็กซานโดรโปลิส ในภูมิภาคเอฟรอส ทางตะวันออกเฉียงเหนือ

นายพาฟลอส มารินากิส โฆษกรัฐบาลกรีศ บอกกับผู้สื่อข่าวในวันศุกร์ว่า ตำรวจจับกุมผู้ต้องสงสัย 79 คนในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการวางเพลิง ขณะที่นาย วาสซิลิส คีคีลิอัส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิกฤติสภาพอากาศระบุผ่านแถลงการณ์ว่า “สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นนี้ ไม่เพียงเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ แต่ยังน่ารังเกียจและเป็นอาชญากรรม”

“คุณกำลังก่ออาชญากรรมต่อประเทศ คุณจะไม่ได้รับการละเว้น เราจะหาคุณให้เจอ และคุณจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย” นายคีคีลิอัสระบุ

ด้านนาย ยาเนซ เลนาร์ชิช ข้าหลวงใหญ่ฝ่ายการจัดการวิกฤติของ EU ระบุว่า ไฟป่าใกล้เมืองอเล็กซานโดรโปลิส กลายเป็นไปป่าขนาดใหญ่ที่สุดที่เคยเกิดขึ้นในสหภาพยุโรปแล้ว หลังจากมันเผาผลาญพื้นที่ป่าไปมากกว่า 73,000 เฮกเตอร์

ขณะที่เมื่อนับรวมทั่วประเทศ ไฟป่าครั้งล่าสุดเผาพื้นที่ของกรีซไปแล้ว 130,000 เฮกเตอร์ หรือประมาณ 1.3 พันล้านตารางเมตร ซึ่งเป็นสถิติใหม่ของสหภาพยุโรปเช่นกัน

ที่มา : cnn

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

รัสเซียพบกล่องดำที่จุดตกเครื่องบิน หน.วากเนอร์-เครมลินปัดอยู่เบื้องหลัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2720187

รัสเซียพบกล่องดำที่จุดตกเครื่องบิน หน.วากเนอร์-เครมลินปัดอยู่เบื้องหลัง

26 ส.ค. 2566 02:10 น.

รัสเซียพบกล่องดำที่จุดตกเครื่องบิน หน.วากเนอร์-เครมลินปัดอยู่เบื้องหลัง

เจ้าหน้าที่รัสเซียพบกล่องดำที่จุดตกของเครื่องบินเล็ก ซึ่งเชื่อว่าสังหารนาย เยฟเกนี ปริโกซิน หัวหน้าทหารรับจ้างวากเนอร์ แล้ว และพบศพผู้เสียชีวิตครบทั้ง 10 ราย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานในวันศุกร์ที่ 25 ส.ค. 2556 ว่า เจ้าหน้าที่ของรัสเซียพบอุปกรณ์บันทึกข้อมูลการบิน จากซากเครื่องบิน Embraer Legacy ของนายเยฟเกนี ปริโกซิน ผู้ก่อตั้งบริษัททหารรับจ้าง “วากเนอร์” ที่ตกในแคว้นตเวียร์ ทางเหนือของกรุงมอสโกเมื่อวันพุธที่ผ่านมา รวมถึงพบศพผู้เสียชีวิตครบทั้ง 10 รายแล้ว

เจ้าหน้าที่สืบสวนระบุว่า ตอนนี้พวกเขากำลังดำเนินการตรวจสอบทางอณูพันธุศาสตร์ (Molecular-genetic) เพื่อยืนยันว่า นายปริโกซินเป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตหรือไม่ หลังจากรายชื่อผู้โดยสารระบุว่าเขากับมือขวาอย่างนายดีมิทรี อุตคิน โดยสารไปกับเครื่องบินลำนี้ด้วย

เหตุเครื่องบินตกดังกล่าวทำให้เกิดการคาดเดามากมาย โดยเฉพาะจากฝั่งชาติตะวันตก ว่าวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย เป็นผู้ออกคำสั่งสังหารนายปริโกซินและอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้หรือไม่ เนื่องจากผู้นำทหารรับจ้างรายนี้เคยก่อกบฏ และพยายามบุกกรุงมอสโกเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ในการแถลงข่าวเมื่อวันศุกร์ นายดีมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัฐบาลเครมลิน ออกมาปฏิเสธการคาดเดาดังกล่าวว่าเป็นเรื่องโกหกอย่างสิ้นเชิง “แน่นอนว่าในตะวันตก การคาดเดาเหล่านี้มาจากมุมมองด้านหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องโกหกอย่างสิ้นเชิง”

“เรายังไม่มีข้อเท็จจริงมากนักในตอนนี้ ข้อเท็จจริงเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องมีเพื่อความชัดเจนระหว่างการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ ณ ขณะนี้” นายเปสคอฟกล่าวโดยไม่ยอมยืนยันว่า นายปริโกซินเสียชีวิตในเหตุการณ์นี้ด้วยหรือไม่

ในวันเดียวกัน นายอเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโก ประธานาธิบดีเบลารุส ออกมาระบุว่า นักรบของบริษัททหารรับจ้าง วากเนอร์ จำนวนสูงสุด 10,000 คนจะประจำการที่ฐานทัพในประเทศของเขาต่อไป ตามข้อตกลงยุติการก่อกบฏที่ทำไว้ก่อนหน้านี้ แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเชื่อว่า นายลูคาเชนโกทำตามคำสั่งจากเครมลินมากกว่า

ที่มา : bbc

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

รัสเซียยิงสกัดโดรนยูเครน 42 ลำ โจมตีไครเมีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2720062

รัสเซียยิงสกัดโดรนยูเครน 42 ลำ โจมตีไครเมีย

25 ส.ค. 2566 15:02 น.

รัสเซียยิงสกัดโดรนยูเครน 42 ลำ โจมตีไครเมีย

รัสเซียประสบความสำเร็จในการสกัดโดรนจากยูเครน 42 ลำ ใกล้กับคาบสมุทรไครเมีย ซึ่งนับเป็นการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ที่สุดที่มีเป้าหมายที่คาบสมุทรไครเมีย

กระทรวงกลาโหมรัสเซีย ระบุวันนี้ (25 ส.ค.) ว่า รัสเซียยิงถล่มโดรนของยูเครน 42 ลำใกล้คาบสมุทรไครเมีย ถือเป็นการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ที่สุดบนคาบสมุทร และหนึ่งวันหลังจากที่ยูเครนอ้างว่ากองกำลังพิเศษบุกโจมตีดินแดนดังกล่าว

ไครเมียซึ่งถูกรัสเซียยึดครองในปี 2557 ตกเป็นเป้าหมายของยูเครนตลอดช่วงการรุกรานยูเครนของรัสเซีย แต่กลับตกอยู่ภายใต้การโจมตีที่รุนแรงมากขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา

กระทรวงกลาโหมรัสเซีย กล่าวในเทเลแกรมว่า โดรน 9 ลำ “ถูกทำลายเหนืออาณาเขตของสาธารณรัฐไครเมีย” ส่วนอีก 33 ลำ ถูกรบกวนด้วยระบบการรบทางอิเล็กทรอนิกส์ และทำให้โดรนตกไปก่อนที่จะบินไปถึงเป้าหมาย โดยไม่ได้ระบุว่ามีความเสียหายหรือมีผู้เสียชีวิตหรือไม่

ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่แต่งตั้งโดยรัสเซีย ระบุว่า มีโดรนหลายลำถูกทำลายเหนือทะเล นอกชายฝั่งแหลมเคอร์โซเนส ของคาบสมุทรไครเมีย แหลมดังกล่าวตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของคาบสมุทร ใกล้กับเมืองเซวาสโทพอล ซึ่งเป็นที่ตั้งของกองเรือทะเลดำของรัสเซีย นายมิคาอิล ราซโวซาเยฟ ผู้ว่าการเมืองเซวาสโทพอล ระบุบนเทเลแกรมว่า หน่วยบริการฉุกเฉินรายงานว่า ไม่พบความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน ที่เกิดจากโดรนดังกล่าว แต่ยังไม่แน่ชัดว่า โดรนดังกล่าวรวมอยู่ในกลุ่ม 42 ลำที่กระทรวงกลาโหมรัสเซียรายงานหรือไม่

รัฐบาลยูเครนเน้นย้ำมาโดยตลอดว่า มีแผนจะยึดคาบสมุทรไครเมียกลับคืนมา ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา มีการกำหนดเป้าหมายโครงสร้างพื้นฐานของรัสเซียบนคาบสมุทรไครเมีย ด้วยการโจมตีทางอากาศด้วยโดรนมากถึง 28 ลำ

นอกจากนั้น ยังมีรายงานว่า การป้องกันทางอากาศของรัสเซียสามารถสกัดการโจมตีด้วยขีปนาวุธของยูเครนในภูมิภาคคาลูกา ทางตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงมอสโก โดยไม่มีรายงานความเสียหายหรือผู้เสียชีวิต

กระทรวงกลาโหมรัสเซีย ระบุในแถลงการณ์ว่า ขีปนาวุธที่ยูเครนยิงมา ถูกตรวจพบและทำลายโดยระบบป้องกันภัยทางอากาศเหนืออาณาเขตของภูมิภาคคาลูกา ตามการระบุของทางการรัสเซีย เมื่อเร็วๆ นี้ ภูมิภาคคาลูกาซึ่งอยู่ติดกับภูมิภาคมอสโก ตกเป็นเป้าการโจมตีด้วยโดรนเกือบทุกวัน

ทั้งนี้ ยูเครนแทบไม่เคยออกมากล่าวอ้างแสดงความรับผิดชอบต่อการโจมตีภายในรัสเซีย หรือบนดินแดนที่รัสเซียควบคุมในยูเครน แต่มีการระบุในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาว่า การทำลายโครงสร้างพื้นฐานทางทหารของรัสเซีย ทำให้ยูเครนสามารถโจมตีตอบโต้ได้

กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ กล่าวว่า จะเริ่มฝึกกองทหารยูเครนให้บินเครื่องบินรบ เอฟ-16 ที่ฐานทัพกองกำลังพิทักษ์ชาติในรัฐแอริโซนาในเดือนตุลาคมนี้

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มีการเปิดเผยว่า สหรัฐฯ อนุญาตให้ประเทศอื่นๆ จัดหาเครื่องบินไอพ่นที่ผลิตโดยสหรัฐฯ ให้กับยูเครน แม้ว่าในตอนแรกจะลังเลที่จะจัดหาเครื่องบินเหล่านี้ เนื่องจากกลัวว่าอาจทำให้ความตึงเครียดกับรัสเซียเพิ่มสูงขึ้น ยูเครนยืนยันว่า ต้องการเครื่องบินไอพ่นเหล่านี้ ที่จะช่วยให้มีความสามารถในการสู้รบทางอากาศที่เหนือกว่ารัสเซีย.

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

แนวหน้าฟู้ดรีวิว : วันเพ็ญเดือน 8 เทศกาลประเพณีของจีน กับขนมไหว้พระจันทร์จาก 9 โรงแรมชื่อดัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/752369

แนวหน้า ฟู้ด รีวิว : วันเพ็ญเดือน 8 เทศกาลประเพณีของจีน  กับขนมไหว้พระจันทร์จาก 9 โรงแรมชื่อดัง

แนวหน้า ฟู้ด รีวิว : วันเพ็ญเดือน 8 เทศกาลประเพณีของจีน กับขนมไหว้พระจันทร์จาก 9 โรงแรมชื่อดัง

วันเสาร์ ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กลับมาพบกันอีกครั้งในวันเสาร์สุดสัปดาห์กับคอลัมน์ “แนวหน้าฟู้ด รีวิว” ที่จะคอยสรรหาเมนูเด็ดพร้อมโปรโมชั่นพิเศษ ให้ผู้อ่านทุกท่านได้ทราบก่อนใคร และในสุดสัปดาห์นี้ที่กำลังย่างเข้าสู่เทศกาลไหว้พระจันทร์ซึ่งตรงกับวันศุกร์ที่ 29 กันยายน 2566 ชวนกันมาร่วมสืบสานเทศกาลประเพณีของจีน ด้วยของฝากที่ระลึกจากใจ “ขนมไหว้พระจันทร์”อันเลิศรสจากโรงแรมชั้นนำ เริ่มต้นกันที่

โรงแรมแกรนด์ไชน่า เยาวราชนำเสนอ “ขนมไหว้พระจันทร์กว่า20 ไส้” ทั้งแบบแป้งอบและแบบแป้งบัวหิมะ ด้วยไส้ยอดนิยมได้แก่ คัสตาร์ด, โหงวยิ้ง, ทุเรียนหมอนทอง และลูกบัว ราคาเริ่มต้นชิ้นละ 120 บาท บรรจุในกล่อง 4 ชิ้น รวมทั้ง “ขนมไหว้พระจันทร์ชิ้นใหญ่พิเศษ ไข่ 8” มีให้เลือก 3 ไส้ ได้แก่ ทุเรียน 560 บาท, ลูกบัว 550 บาท และโหงวยิ้ง 660 บาท ที่ ภัตตาคารเซียงปิงเหลา โทร.061-4136954

โรงแรมแชงกรี-ลา นำเสนอ “ขนมไหว้พระจันทร์ในตำนาน”หลากหลายรสชาติยอดนิยมสุดคลาสสิกพร้อมคอลเลคชั่นกล่องบรรจุขนมไหว้พระจันทร์ดีไซน์หรู ด้วยลวดลายแสนคลาสสิกของนกฮัมมิงเบิร์ดที่กำลังดื่มด่ำน้ำหวานจากดอกโบตั๋น ในราคาเริ่มต้นกล่องละ 488 บาทถ้วน ที่บริเวณล็อบบี้ และห้องคอรันดัมชั้น 3 อาคารแชงกรี-ลาวิง โทร.02-2068791

โรงแรมอนันตรา สยาม นำเสนอ “Celestial Moon Cake” ที่นำสัญลักษณ์ของกลุ่มหมู่ดาว และเส้นสาย ลวดลายของปีนักษัตรต่างๆ มาพิมพ์บนกล่องขนมไหว้พระจันทร์ด้วยสีทองอร่าม บรรจุ 4 ชิ้นในกล่อง 2 โทนสีมงคล ได้แก่ Ruby Celestial Box ราคา 1,188 บาทถ้วน และ EmeraldCelestial Box ราคา 1,788 บาทถ้วน ที่ ร้านเบเกอรี่มอคค่า แอนด์ มัฟฟินส์ โทร.02-1268866

โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ ลาดพร้าว นำเสนอเซตขนมไหว้พระจันทร์ “Luxurious Moon” บรรจุ 4 ชิ้นที่มีให้เลือกถึง 6 รสชาติ ในกล่องสีชมพู ราคา 1,288 บาทถ้วนหรือกล่อง Little Gold Moon บรรจุ 1 ชิ้น ราคา138 บาท ที่ ห้องอาหารจีนไดนาสตี้ โทร.02-5411234

โรงแรมโซ แบงคอก ขนมไหว้พระจันทร์หลากหลายไส้ในกล่องดีไซน์สวยมีสไตล์สีสันสดใสบรรจุ 4 ชิ้น ราคา 1,088 บาทถ้วน สั่งจองได้ถึง 31 ส.ค. ที่ ร้านช็อกโกแล็บ โทร.02-6240000

โรงแรม คิมป์ตัน มาลัย นำเสนอชุดขนมไหว้พระจันทร์ “Kimpton Mooncake” ในกล่องสีชมพูสดใสคาดเขียวมะนาวทันสมัย ลวดลายสวยงามบรรจุ 4 ชิ้น ราคา 2,488 บาทถ้วน และกระเป๋าที่สามารถนำมาใช้ซ้ำได้ โทร.02-0569999

คาเฟ่ แคนทารี นำเสนอ “ขนมไหว้พระจันทร์สูตรต้นตำรับ” ราคาเริ่มต้นชิ้นละ 155 บาทถ้วนหรือสั่งเป็นเซต 4 ชิ้นในกล่องสุดหรู ที่ คาเฟ่ แคนทารีสาขาพระนครศรีอยุธยา, เชียงใหม่, โคราช,ภูเก็ต, ปราจีนบุรี, ศรีราชา และระยอง โทร.1627

โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ นำเสนอ “ขนมไหว้พระจันทร์สูตรพิเศษ” มีให้เลือกถึง 6 ไส้ ได้แก่ ทุเรียนหมอนทองไข่แดง, เม็ดบัวไข่แดง, โป๊ยยิ้ง,คัสตาร์ดแมคคาเดเมีย, คัสตาร์ดยูซุฮันนี่ และ คัสตาร์ดชาเขียวมัทฉะถั่วแดง ราคาชิ้นละ128 บาทถ้วน และเซต 6 ชิ้น พร้อมกล่องดีไซน์สวยหรู ราคา 988 บาทถ้วน โทร.02-3099999

โรงแรมปรินซ์พาเลซ นำเสนอ“ขนมไหว้พระจันทร์สูตรดั้งเดิม” ด้วยส่วนผสมระดับพรีเมียม ราคาชิ้นละ 128 บาทถ้วน และเซต 6 ชิ้น ในกล่องสวยหรู ราคา 988 บาทถ้วนที่ ห้องอาหารจีนไชน่า พาเลซ โทร.02-6281111

ขนมไหว้พระจันทร์ หลากสไตล์หลายรสชาติ ให้เลือกสำหรับการไหว้อธิษฐานขอพรตามประเพณีเพื่อความเป็นสิริมงคล และซื้อเป็นของขวัญของฝากแด่ญาติมิตรเพื่อความประทับใจ อร่อยไปกับ “แนวหน้า ฟู้ด รีวิว”

‘คิดใสไทยแลนด์ ซีซั่น 7’ ดันเยาวชนไทยสู่โอกาสคว้าฝัน กองสลากฯ ผนึกกำลัง มูลนิธิปัญญาวุฒิ สกัดภัยการพนัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/752401

‘คิดใสไทยแลนด์ ซีซั่น 7’ ดันเยาวชนไทยสู่โอกาสคว้าฝัน กองสลากฯ ผนึกกำลัง มูลนิธิปัญญาวุฒิ  สกัดภัยการพนัน

‘คิดใสไทยแลนด์ ซีซั่น 7’ ดันเยาวชนไทยสู่โอกาสคว้าฝัน กองสลากฯ ผนึกกำลัง มูลนิธิปัญญาวุฒิ สกัดภัยการพนัน

วันเสาร์ ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (GLO) ร่วมกับ มูลนิธิปัญญาวุฒิ เปิดตัวโครงการ “คิดใสไทยแลนด์ ซีซั่น 7” โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.ธนวรรธน์พลวิชัย กรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาลและโฆษกคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล ศักดิ์ชัย พฤฒิภัค และ ดร.วีรินทร์ทิรา นาทองบ่อจรัส กรรมการผู้จัดการ บริษัท 360 องศา เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ผู้ดำเนินโครงการ “คิดใสไทยแลนด์ ซีซั่น 7” ในนามมูลนิธิปัญญาวุฒิ ประกาศเปิดรับสมัครเยาวชนทั่วประเทศ เพื่อเข้าร่วมแข่งขันเป็นสุดยอดเยาวชน “คิดใสไทยแลนด์ ซีซั่น 7” ประจำปี 2566

รองศาสตราจารย์ ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย กรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาลและโฆษกคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวว่า ทางสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาเยาวชน และเล็งเห็นปัญหาเกี่ยวกับการพนันในกลุ่มวัยรุ่น จึงได้ส่งเสริมให้มีการจัดโครงการ“คิดใสไทยแลนด์ ซีซั่น 7” เพื่อสร้างสรรค์กิจกรรมที่เป็นประโยชน์ รณรงค์ให้เยาวชนไทยคิดดี ทำดี ทั้งกาย วาจา ใจ ธำรงไว้ซึ่ง ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ภายใต้สโลแกน “พัฒนาเยาวชนไทย
ห่างไกลการพนัน สร้างคนคุณภาพ สู่โลกอนาคต” ให้เยาวชนเป็นบุคคลคุณภาพของสังคมไทยต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง

“การพนันคือสิ่งทำลายชีวิตคนได้รวดเร็วที่สุด ไม่เพียงอนาคตของคนที่ถลำตัวลงไป แต่ทำให้เกิดปัญหาในครอบครัว พ่อแม่หัวใจแหลกสลาย เพราะสุดท้ายลูกจะทิ้งการเรียน และอาจจะไปขายยา ทำสิ่งผิดกฎหมายอื่นๆ ต่อไปเราสนับสนุนเรื่องพื้นฐานความสุขจากครอบครัวมาตลอด “คิดใสไทยแลนด์” จึงเป็นโครงการที่จะช่วยให้เราเพาะต้นกล้าที่ดี เพื่อเป็นรากฐานที่มั่นคง เข้มแข็ง เป็นอนาคตที่ดีของประเทศชาติต่อไป”รองศาสตราจารย์ ดร.ธนวรรธน์กล่าว

ขณะเดียวกัน มูลนิธิปัญญาวุฒิ อีกหนึ่งองค์กรที่ได้ยึดมั่นแนวคิดและอุดมการณ์ในการส่งเสริมเอกลักษณ์ศิลปวัฒนธรรม ความเป็นชาติไทยให้ส่งต่อรุ่นสู่รุ่น พร้อมเล็งเห็นปัญหาการพนันในกลุ่มวัยรุ่นเช่นกัน จึงได้ร่วมขับเคลื่อนรณรงค์ให้เยาวชนไทยห่างไกลการพนันในครั้งนี้ด้วย

ศักดิ์ชัย พฤฒิภัค เลขานุการ มูลนิธิปัญญาวุฒิ กล่าวถึงการจัดโครงการครั้งนี้ว่า “โครงการแบบนี้ จะเป็นการเปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนปล่อยแสงแผงฤทธิ์ เพื่อไม่ให้เขาเป็นเหยื่อของการพนัน เพราะถ้าไม่มีเวทีให้เขาปล่อยของเขาก็จะติดจอ แล้วก็ตกเป็นเหยื่อได้ง่าย ถ้าเด็กๆ สามารถที่จะพัฒนาตัวเองและสามารถสร้างรากฐานอยู่ในพื้นที่ของตัวเองอย่างเป็นสุขได้ เขาก็จะไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับการพนัน และนั่นคือคำตอบที่แท้จริงในการพัฒนาเยาวชนจากรากฐานจริงๆ”

ดร.วีรินทร์ทิรา นาทองบ่อจรัส

ดร.วีรินทร์ทิรา นาทองบ่อจรัส กรรมการผู้จัดการ บริษัท 360 องศาเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ผู้ดำเนินโครงการ “คิดใสไทยแลนด์ ซีซั่น 7”ในนามมูลนิธิปัญญาวุฒิ กล่าวว่า โครงการคิดใสไทยแลนด์ เป็นอีกหนึ่งเวทีที่สร้างสรรค์ เกิดขึ้นจากอุดมการณ์ที่อยากจะสร้างให้เกิดความยั่งยืน คือการส่งต่อรุ่นสู่รุ่น เราตั้งใจที่จะมีการพัฒนาคนไปสู่อนาคต ซึ่งความยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้ เราต้องสร้างจากพื้นฐาน รากเหง้าของความคิด ทัศนคติ เมื่อคิดดี ก็จะทำดี แล้วก็อยากจะพัฒนาตัวเองไปในทางที่ดี แต่ทีนี้เราต้องเข้าใจว่าวันรุ่น จะมีความใกล้ชิดกับสื่อบันเทิงได้มากที่สุด รู้เข้าใกล้แล้วมีความสุข ทั้ง 2 เรื่องนี้ จึงรวมกันเป็นโครงการคิดใสไทยแลนด์ขึ้นมา

พร้อมกันนี้ ทางโครงการฯ ได้เปิดตัวผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อทำหน้าที่เป็นกรรมการค้นหาสุดยอดเยาวชน “คิดใส ไทยแลนด์ ซีซั่น 7” ประกอบด้วยธนินวัฒน์ พัฒนวีรคุณ ทีวี 360 องศา ผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อมวลชน ContentYouTuber, บัณฑิต ทองดี ผู้กำกับการแสดง,พศิน เรืองวุฒิ นักแสดงมืออาชีพผู้เชี่ยวชาญด้านการแสดงและ สุภัชญา ลัทธิโสภณกุล ศิลปินไชน่าดอลและผู้เชี่ยวชาญด้านการเต้น รวมถึง ดร.วีรินทร์ทิรานาทองบ่อจรัส ที่มาทำหน้าที่ ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาบุคลิกภาพ ด้วย

นอกจากนี้ ยังได้แต่งตั้งทูตคิดใสไอดอล ประจำปี 2566 ได้แก่ ปัทมวรรณเค้ามูลคดี ทูตคิดใสไอดอล ด้านศิลปวัฒนธรรม, วิคเตอร์ ชัชชวิศเตชะรักษ์พงษ์ ทูตคิดใสไอดอล ด้านกีฬา, ไฮด์ ศรุญสธร ธนวัชรวัฒน์ ทูตคิดใสไอดอล ด้านสิ่งแวดล้อม, อินเตอร์รุ่งลดา รุ่งลิขิตเจริญ ทูตคิดใสไอดอล ด้านการศึกษา และ ปูรณ์-ปูรณ์ ตระกูลตั้งมั่นทูตคิดใสไอดอล ด้านการศึกษา และยังได้รับเกียรติจาก เฟม-ชวินโรจน์ลิขิตเจริญสกุล ทูตคิดใสไอดอล ด้านศาสนา ประจำปี 2565 เข้าร่วมงานแถลงข่าวในครั้งนี้ด้วย

รองศาสตราจารย์ ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย

ทั้งนี้ ทางโครงการยังจัดกิจกรรมสัญจร ในโรงเรียนต่างๆ 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ โดย ภาคเหนือ ที่ จ.เชียงใหม่, ภาคอีสาน ที่ จ.บุรีรัมย์, ภาคกลาง ที่ กรุงเทพมหานคร จ.นนทบุรี, ภาคใต้ ที่ จ.ชุมพร ระหว่างวันที่ 1 กันยายน-15 พฤศจิกายน 2566 เพื่อพัฒนาเยาวชนให้ห่างไกลการพนันผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อส่งเสริมทักษะ ทั้ง5 ด้าน ได้แก่ ด้านศาสนา, การศึกษา,ศิลปวัฒนธรรม, กีฬา และสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้รับความร่วมมือจากองค์กรพันธมิตรอีกมากมาย ประกอบด้วย บริษัท ตราแม่ครัว จำกัด, มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์,มหาวิทยาลัยรังสิต, กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม, กรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ในกิจกรรมสัญจรแต่ละครั้งด้วย

สำหรับเยาวชนไทย อายุระหว่าง 13-18 ปี สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการ โดยส่งคลิปวีดีโอแสดงความสามารถพิเศษและแสดงวิสัยทัศน์รณรงค์ต่อต้านการพนัน ในแนวคิดที่ว่า “เท่ได้ โดยไม่พึ่งการพนัน” ความยาวไม่เกิน 3 นาที มาที่ www.kidssai.com ตั้งแต่ 18 สิงหาคม-23 พฤศจิกายน 2566 เพื่อชิงโล่เกียรติคุณ สายสะพาย เงินรางวัลและทุนการศึกษา มูลค่ารวมกว่า 1,000,000 บาท พร้อมโอกาสเข้าสู่วงการบันเทิง และการประกาศผลผู้ชนะการประกวดสุดยอดเยาวชน “คิดใสไทยแลนด์ ซีซั่น 7” จะจัดขึ้นในวันที่ 18 ธันวาคม 2566 ณ MCC Hall The Mall งามวงศ์วาน

ศักดิ์ชัย พฤฒิภัค

คุณแหน : 26 สิงหาคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/752405

วันเสาร์ ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll สมาคมนักเรียนเก่าราชินีฯ จัดงานประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2566 วันที่ 27 ส.ค.09.30 ณ ห้องประชุมอาคารสว่างวัฒนา รร.ราชินีถ.มหาราช โดยมี ม.ร.ว.จักรรถ จิตรพงศ์ ประธานคณะกรรมการราชินีมูลนิธิ เป็นประธานฯมอบรางวัล มีนักเรียนเก่าเข้ารับรางวัลในปีนี้ 26 คนและนักเรียนเรียนดี 12 คน หนึ่งในนักเรียนเก่าที่เข้ารับรางวัล ได้แก่ ศ.พิเศษ ดร.ภญ.กฤษณา ไกรสินธุ์ ในฐานะเป็นผู้ที่มีความจงรักภักดี มีคุณธรรม สร้างคุณประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติ…

ll สมาคมนักศึกษาเก่ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ขอเชิญนักศึกษาเก่าทุกท่านร่วมงาน CMU ALUMNI REUNION 2023 “CMU เรารักกัน 2566” ได้พบปะสังสรรค์กับเพื่อนที่รัก พี่น้องที่ผูกพัน รับทานอาหารอร่อยฟรี จากร้านดังที่เลือกสรรของเมืองเชียงใหม่ ซึ่งสมาคมนักศึกษาเก่าทุกคณะร่วมเป็นเจ้ามือ รวมทั้งมีวงสตริงจากนักศึกษาเก่า และ CMU ALUMNIBAND รำลึกความทรงจำของชาวลูกช้าง มช.อีกด้วย…สำหรับ นักศึกษาเก่าคณะใด ที่มาร่วมงานมากที่สุดเป็นอันดับ 1 จะได้รางวัลเป็นเงินสด 20,000 บาท และถ้วยเกียรติยศจาก สุมิตรเพชราภิรัชต์ นายกสมาคมนศ.เก่า มช.ด้วย…งานจัด 17 พ.ย.18.00 น. ณ ห้องทองกวาว สำนักบริการวิชาการ มช. (UNISERV CMU)…

llวิทยาลัยโลกคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับ Indorama Ventures, Tik Tok, UNDP, UNEP, SDG Lab และ G-Lab ขอเชิญชวนเข้าร่วมโครงการ “Circular InnovationChallenge 2023” กิจกรรมเวิร์กช็อป และการแข่งขันในรูปแบบ Online Hackathon เพื่อหาไอเดียการแก้ไขปัญหาด้านสภาพแวดล้อมด้วยนวัตกรรมเศรษฐกิจหมุนเวียน และชิงรางวัลมูลค่า 3,000 USD จาก ผู้เข้าร่วมแข่งขัน 11 ประเทศคุณสมบัติของผู้เข้าร่วม 1.อายุระหว่าง 16-30 ปี,2.มีจำนวนสมาชิก 3-5 คน, 3.มีสมาชิกอย่างน้อย1 คน ที่สามารถสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษได้,4.อาศัยอยู่ในภูมิภาคอาเซียน ได้แก่ ไทย, กัมพูชา,อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, เวียดนาม, เมียนมา, มาเลเซีย,ลาว, สิงคโปร์, บรูไน และติมอร์เลสเต เปิดรับสมัครตั้งแต่บัดนี้ถึง 10 ก.ย. สอบถามรายละเอียดได้ที่ https://sgs.tu.ac.th/tucircularinnovationหรือถามเพิ่มเติมได้ที่ สุธิมา เดชสกุลรัตน์โทร.063-2276259…

ll ธนษร กีรติบุตรแจ้งข่าว ซินแส ธงชัย สถิตย์ศรีสกุล จัดพิธีบูชา เจริญพระพุทธมนต์พระพิฆเณศวร์ ที่ไอยราเทวาลัย พระนครศรีอยุธยา 9 ก.ย.15.19 น. …ผู้สนใจดูรายละเอียดได้ที่ FB Page ไอยราเทวาลัย…

ll กำหนดพระราชทานเพลิงศพ พล.ร.ท.สุธี เมนะโพธิ 27 ส.ค. 16.00 น. ณ ศาลา 1 ฌาปนสถานกองทัพเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี…เพื่อนๆ ศิษย์เก่าราชินีรุ่น 63 และนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ ของ พล.ร.ต.หญิง รวมพรภริยาของผู้วายชนม์ไปร่วมไว้อาลัยกันหลายคน !!…

ll สวด สุดจิตต์ ภูมิจิตร (คุณยายต๋อย)อายุ 101 ปี 4 เดือน ที่ศาลาแม่สุพร (ศาลา 27)วัดธาตุทอง 25-29 ส.ค.18.30 น. และฌาปนกิจ30 ส.ค.17.00 น. เมรุหลัง ….และขอแก้ข่าวคุณยายต๋อยไม่ได้เป็นผู้จัดตั้งโรงเรียนอนุบาลวัดธาตุทองแต่เป็นพระธรรมปาโมกข์ (นพอังกุรปัญโญ) อดีตเจ้าอาวาสเป็นผู้ก่อตั้ง…ll

บารอนเนส

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 26 สิงหาคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/752367

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 26 สิงหาคม 2566

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 26 สิงหาคม 2566

วันเสาร์ ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

Krispy Kreme ชวนชิม “คริสปี้ ครีมxเดอะ รีสเซส รีมิกซ์โดนัท” อร่อยกับพีนัทบัตเตอร์ช็อกโกแลต “รีสเซส 3 สไตล์ในราคาชิ้นละ 35 บาท ถึง 10 ก.ย.ที่ ร้านคริสปี้ ครีม กว่า 50 สาขา

แมคคาเฟ่ ชวนชิมกาแฟอาราบิก้า 100% คุณภาพนำเข้า กลมกล่อมหอมอร่อย ขนาดแก้วที่ใหญ่ขึ้นแต่ปรับลดราคาลงที่ ร้านแมคโดนัลด์ ทุกสาขา หรือแมคดิลิเวอรี ได้ทั้ง 3 ช่องทาง โทร.1711

ชวนชิมขนมไทย, เค้ก, เบเกอรี่, ช็อกโกแลต, ครัวซองต์จากร้านดังกว่า 50 ร้านค้า ในงาน “หวานเด้อแลนด์ มหกรรมขนมหวานนานาชาติ ครั้งที่ 17”ถึง 3 ก.ย. ที่ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และ สเปลล์

ชวนชิม

มิสเตอร์ โดนัท ชวนชิม “ลิ้นจี่ฟรุตมิกซ์” กับ 2 รสชาติ ได้แก่ ลิ้นจี่สตรอว์เบอร์รี่โซดา และลิ้นจี่มะม่วงโซดา แก้วละ 55 บาทถึง 31 ต.ค. ที่ ร้านมิสเตอร์โดนัท ทุกสาขา

Burger King ชวนชิมเมนูใหม่ “ไก่ทอดหาดใหญ่ชิกเก้นคิง” เริ่มต้นชิ้นละ49 บาท หรือแบบเซตสุดคุ้ม พร้อมเครื่องดื่มขนาด 16 ออนซ์ในราคาชุดละ 129 บาทที่ ร้านเบอร์เกอร์คิง ทุกสาขา

ชวนชิมอาหารร้านดัง คาเฟ่สุดพรีเมียม ส่งตรงจากญี่ปุ่นแท้ๆ ทั้งเรื่องกิน เที่ยว ช็อป กว่า 300 บูธ ในงาน “NIPPON HAKU BANGKOK 2023” วันที่ 1-3 ก.ย.
ที่ ชั้น 5 สยามพารากอน

ชวนช็อป

ชวนช็อปผ่าน บัตรเครดิตเซ็นทรัลเดอะวัน รับทันทีคะแนนเดอะวันสูงสุด 3 เท่า พร้อมร้านค้าชั้นนำที่ร่วมรายการกว่า 500 แบรนด์ ถึง 31 ธ.ค. ที่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ทั่วประเทศ

โรงแรมในเครือ เอ็ม บี เค ชวนช็อปพร้อมรับโปรโมชั่นห้องพักและห้องอาหารราคาพิเศษ ในงาน “ไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 67”ถึง 27 ส.ค. ที่บูธ D52 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ชวนช็อปในงาน “ช็อปอย่างมีสไตล์รายได้เพื่อชุมชน” สินค้าและอาหารจากวิสาหกิจชุมชนจังหวัดปทุมธานี กว่า 30 ร้านค้าถึง 29 ส.ค. ที่ ศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ ติวานนท์

ชวนใช้

ชวนพบกิจกรรมสำหรับคนรักการเดินทางพาท่องโลกกว้างท่ามกลางหมู่ดาวสนุกสนานในแบบหนูน้อยนักผจญภัยในงาน “Camp of Laughs” ถึง 3 ก.ย. ที่ ศูนย์สรรพสินค้าซีคอนสแควร์ถนนศรีนครินทร์

ชวนใช้ เครื่องสำอาง PAUL & JOE จากฝรั่งเศส ช็อปครบ 3,500 บาท รับฟรี! กระเป๋าผ้าอเนกประสงค์ และ Protecting Foundation Primer 1 ชิ้น ถึง 31 ส.ค. ที่ เซ็นทรัล ลาดพร้าว และเมกา บางนา

มหกรรมสร้างงาน สร้างอาชีพ ชวนร่วมงาน UPSKILL THAILAND 2023 “จักรวาลสร้างอาชีพ” 6-9 ก.ย.ที่ชั้น 5 ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

ชวนชม

มูลนิธิอาร์ตโนแฮนด์ ชวนฟังธรรมบรรยายในกิจกรรม “Pay It Forward ยิ่งให้ยิ่งสุขใจ ปีที่ 5.2” ในวันเสาร์ที่ 26 ส.ค. ที่ ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุจ.สุพรรณบุรี โทร.02-4182885,098-2638694

“กระจกหกด้าน” ชวนชมสารคดีกระจกหกด้าน ตอน “ทายาทโปรตุเกส”ในวันเสาร์ที่ 2 ก.ย. เวลา 16.15-16.30 น.และสารคดี “ร้อยเรื่องเมืองไทย” ตอน “ศาลเจ้าพ่อยี่กอฮง” ในวันอาทิตย์ที่ 3 ก.ย.เวลา 07.55-08.00 น. ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 7HD

ชวนชมการประกวดสัตว์สุดแปลก ครั้งแรกในไทย ตุ๊กแก, อีเห็น, ปลาช่อน, ด้วงและ Forpus Run ในงาน “EXOTIC FRIENDS& CONTESTS” ถึง 27 ส.ค. ที่ ศูนย์สรรพสินค้าซีคอน บางแค ถนนเพชรเกษม

ส่งข้อมูลกิจกรรมต่างๆ ได้ที่ ธนเดช อิงคภัทรางกูร E-mail : tanadet@outlook.com

โซไซตี้ : DMT จับมือ ม.เกษตรศาสตร์ จัดโครงการ Tollway Green way ต่อเนื่องปีที่ 6

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/752406

โซไซตี้ : DMT จับมือ ม.เกษตรศาสตร์  จัดโครงการ Tollway Green way ต่อเนื่องปีที่ 6

โซไซตี้ : DMT จับมือ ม.เกษตรศาสตร์ จัดโครงการ Tollway Green way ต่อเนื่องปีที่ 6

วันเสาร์ ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เป็นเวลากว่าทศวรรษที่ บมจ.ทางยกระดับดอนเมือง หรือ DMT มุ่งมั่นที่จะปลูกฝังให้คนรุ่นใหม่ มีความรู้และเข้าใจในความสำคัญของแนวคิดการดำเนินธุรกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กรในอนาคต โดยครอบคลุมมิติ ESG สิ่งแวดล้อม สังคม และกำกับดูแลกิจการ โดยได้ยกระดับการดำเนินการตามนโยบายความรับผิดชอบต่อสังคม สู่การพัฒนาที่ยั่งยืนที่เข้มข้นมากขึ้น ผ่านกิจกรรม CSR ของบริษัท ทั้ง 5 ด้าน ประกอบไปด้วย ด้านการศึกษา ด้านยาเสพติด ด้านความปลอดภัยบนท้องถนนด้านคุณภาพชีวิตและสังคม และด้านสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับสากล (Sustainable Development Goals : SDG)

โครงการนี้ บริษัทฯ ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ส่งวิทยากรของบริษัทคือ นพพล โพธิ์ขี ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและกลยุทธ์เพื่อความยั่งยืน DMT ซึ่งเป็นผู้บริหารที่รับผิดชอบด้านการพัฒนาธุรกิจผ่านกลยุทธ์ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม ไปร่วมถ่ายทอดประสบการณ์การทำกิจกรรมซีเอสอาร์ของบริษัทฯในครั้งนี้ เน้นการถ่ายทอดหลักการเชื่อมโยงการดำเนินธุรกิจกับกิจกรรมเพื่อสังคมสู่ผู้มีส่วนได้เสีย และหลักการประเมินผลที่เกิดคุณค่าทั้งผู้ให้และผู้รับในทุกแง่มุมให้กับนิสิตสาขาการตลาด ชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา และมอบโอกาสที่เปิดกว้างให้นิสิตนักศึกษาได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์อย่างเต็มที่ นำเสนอโครงการซีเอสอาร์ที่มีคุณค่าต่อสังคม รวมทั้งต้องสามารถลงมือปฏิบัติได้จริงด้วยตนเอง โดยบริษัท ทำหน้าที่ให้การสนับสนุนเงินทุนสำหรับทำโครงการจำนวนหนึ่ง

นพพล โพธิ์ขี เล่าให้เราฟังว่า “บริษัทให้ความสำคัญกับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงความรับผิดชอบ 3 ด้านหลัก คือสิ่งแวดล้อม (Environment) สังคม (Social) และการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Governance) หรือ ESG เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโต ควบคู่กับการส่งมอบคุณค่าอย่างยั่งยืน ซึ่งใน DMT เองมีการขับเคลื่อนด้าน ESG In Process นั่นคือ ทุกกิจกรรมในการดำเนินธุรกิจจะต้องเชื่อมโยงไปยัง Value Chain และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม โดยเมื่อไม่นานมานี้ผมได้มีโอกาสไปบรรยายให้กับนิสิต คณะวิทยาการจัดการ ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา ซึ่งเราร่วมกันจัดอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 เพื่อการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างภาคเอกชนกับมหาวิทยาลัย โดยเป็นส่วนหนึ่งในวิชาการตลาดเพื่อความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมของคณะฯ ตลอด 2 ชั่วโมงที่ได้บรรยายในหัวข้อ “การสื่อสารและกิจกรรมเพื่อสังคมขององค์กรธุรกิจ” บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนาน น้องๆ นศ.ต่างทุ่มเทช่วยกันใช้ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์วางแผน และนำเสนอโครงการกิจกรรมเพื่อสังคม พร้อมจัดทำงบประมาณมาอย่างละเอียด ซึ่งพวกเราทีมงานด้าน CSR ของดอนเมืองโทลล์เวย์ ก็ช่วยกันแบ่งปันประสบการณ์และเล่าอุปสรรคในการทำงานจริงให้น้องได้รับทราบ เพื่อให้นำไปประยุกต์ใช้ ให้เกิดประโยชน์กับสังคมและประเทศชาติต่อไป”

หลังจากที่จบการบรรยายด้าน ESG ทีมคณะทำงานด้านซีเอสอาร์ของดอนเมืองโทลล์เวย์ ได้สนับสนุนให้น้องๆ เยาวชนจาก ม.เกษตรฯ เหล่านี้ลงพื้นที่ปฏิบัติงาน CSR ที่มูลนิธิบ้านจริงใจ อ.บางละมุง  ภายใต้โครงการ Tollway Green way โดยน้องๆ เลือกที่จะทำโครงการ “ยืดอก เพ้นท์ถุง” เพื่อมุ่งให้ความรู้เรื่องภาวะโลกร้อนที่เกิดจากถุงพลาสติกให้กับเด็กๆ ในมูลนิธิฯ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการลดการใช้ถุงพลาสติก และสามารถลงมือประดิษฐ์ถุงผ้า จากเสื้อผ้าที่ไม่ใช้แล้ว หรือได้เสื้อผ้าที่ได้รับบริจาคมาช่องทางต่างๆ เพื่อปลูกฝังเรื่องสิ่งแวดล้อม และการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ซึ่งจะเป็นรากฐานที่ดีให้กับเด็กๆ ของมูลนิธิฯต่อไปในอนาคต

สำหรับบรรยากาศการทำกิจกรรมนั้นเมื่อบรรดานิสิตและทีมงานจากบริษัทมาถึงที่มูลนิธิบ้านจริงใจ ต่างก็เร่งมือช่วยกันแจกอุปกรณ์ทำถุงผ้าให้กับเด็กๆ ในมูลนิธิฯ โดยมีทีมงานของบริษัท ได้ช่วยอธิบายขั้นตอนการทำกิจกรรม พร้อมทั้งประโยชน์ที่ทุกคนจะได้รับหลังจากการทำกิจกรรมจบ เด็กๆ เริ่มจากลงมือละเลงสี สาดความคิดสร้างสรรค์กันอย่างเต็มที่โดยมีพี่ๆนิสิต นศ. คอยประกบดูแลอย่างใกล้ชิดที่ต่างความสนุกสนานร่วมกับเด็กๆ จนจบกิจกรรม

ดวงรดา ทองเหลือนิสิตชั้นปีที่ 2 คณะวิทยาการจัดการ ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา ตัวแทนเพื่อนๆ เล่าถึงบรรยากาศและสิ่งที่ได้รับจากการเข้าร่วมกิจกรรมในวันนี้ว่า โครงการนี้ริเริ่มมาจากแนวคิดที่ว่า สิ่งของที่เรามองว่าไม่มีประโยชน์แล้ว เช่น เสื้อเก่าที่เก็บไว้ในตู้ บางคนก็เก็บไว้แบบนั้น แต่บางคนก็เลือกที่จะทิ้งไปดื้อๆ โดยไม่นำไปทำให้เกิดประโยชน์ต่อ แถมยังสร้างขยะอีก พวกเราจึงมองว่า ถ้าเรานำเสื้อผ้าไม่ใช้แล้ว มาทำให้เกิดประโยชน์กับผู้อื่น และยังเป็นการลดขยะด้วยคงจะเป็นโครงการที่น่าสนใจมาก และสิ่งที่ได้รับจากโครงการนี้ คือ ได้เรียนรู้ที่จะประยุกต์ใช้สิ่งของที่เรามองข้ามนำกลับมาทำให้มีคุณค่าในการใช้สอยอีกครั้ง ส่วนสิ่งที่ทางเด็กของมูลนิธิฯ ได้รับนั้นตนมองว่า นอกจากได้เรียนรู้สิ่งที่พวกเราถ่ายทอดแล้ว ซึ่งไม่ใช่แค่การสาธิตทำกระเป๋าผ้า แต่เป็นมิตรภาพที่เราต่างส่งต่อให้กัน

ทั้งนี้ นพพลและทีมงานจาก DMT ได้ขอบคุณเหล่าทีมงานและผู้เกี่ยวข้องของมูลนิธิบ้านจริงใจ ที่ได้ให้โอกาสนิสิตได้ฝึกคิด หาวิธีการ จัดทำงบประมาณและเห็นถึงปัญหาและอุปสรรคในการทำงานจริง เป็นการเปิดโอกาสให้เด็กได้ลงสนามจริงและลงมือปฏิบัติจริงกับโครงการ “ยืดอก เพ้นท์ถุง” ที่พวกเขาทุ่มเทคิดขึ้น และดำเนินการจนกิจกรรมสำเร็จด้วยดี ที่สำคัญยังได้ส่งต่อวิธีคิดแผนงานด้าน ESG ให้กับคนรุ่นใหม่เพื่อให้นำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์กับสังคมและประเทศชาติต่อไป บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) เชื่อมั่นว่าการเรียนรู้ คือการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่ดีที่สุดเราจึงไม่หยุดเดินหน้าที่จะส่งมอบความรู้และประสบการณ์แก่เยาวชนให้เป็นคนคุณภาพของสังคมต่อไป

เปิดเส้นทางพัฒนาชุมชนปากพูน สู่หมุดหมายท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/752408

เปิดเส้นทางพัฒนาชุมชนปากพูน  สู่หมุดหมายท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

เปิดเส้นทางพัฒนาชุมชนปากพูน สู่หมุดหมายท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

วันเสาร์ ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

“จากจุดเริ่มต้นเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ กลายเป็นจุดแข็งที่เชื่อมโยงให้ชุมชนปากพูนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เทศกาลล่องเรือกินปู ดูหิ่งห้อยที่เราได้จัดทุกปีนั้น ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ได้รวมวิถีชีวิตชุมชนของเราให้เป็นหนึ่งเดียว” เสียงสะท้อนจาก กวี หมั่นถนอม สมาชิกวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวปากพูน เผยให้เห็นการเชื่อมโยงระหว่างการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมกับการท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่ได้สร้างชื่อเสียงให้ชุมชนปากพูนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวันครศรีธรรมราชในทุกวันนี้ โดยเทศกาลดังกล่าวได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 14-15 กรกฎาคมที่ผ่านมา ถือเป็นหนึ่งในเทศกาลสำคัญประจำปีที่ได้นำเสนอตัวตนที่แตกต่าง พร้อมสะท้อนวิถีชีวิตที่แข็งแกร่งของชุมชนปากพูนได้อย่างแท้จริง

หากย้อนกลับไปเมื่อครั้งอดีต หลายคนอาจนึกไม่ถึงว่าตำบลปากพูนที่มีชื่อเสียงในปัจจุบันกลับเป็นที่รู้จักในฐานะ “ทางผ่าน” ในการเดินทางเท่านั้น เนื่องจากอยู่ใกล้ที่ตั้งของสนามบินประจำ จ.นครศรีธรรมราช แม้จะอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของวิถีชีวิตชุมชนดั้งเดิม แต่จากการใช้ทรัพยากรที่มากเกินไปในช่วงหลายสิบปีก่อนทำให้เสน่ห์ของตำบลปากพูนที่โอบล้อมด้วยความสมบูรณ์ของธรรมชาติเริ่มจางหายไป เพื่อฟื้นเสน่ห์ของชุมชนให้กลับมาอีกครั้ง บริษัท เชฟรอน ประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด และบริษัทผู้ร่วมทุนประกอบด้วย บริษัท มิตซุยออยล์ เอ็กซพลอเรชั่น จำกัด บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) และบริษัท พลังโสภณ จำกัดจึงได้ทำงานร่วมกับภาครัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สนับสนุนการพัฒนาโครงการฟื้นฟูระบบนิเวศป่าชายเลน และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2553 อย่างต่อเนื่องเพื่อพลิกบทบาทของชุมชนปากพูนจาก “ทางผ่าน”สู่หมุดหมายการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์สำคัญของ จ.นครศรีธรรมราช ที่นักท่องเที่ยวต้องมาเยือน

เทศกาล “ล่องเรือ กินปู ดูหิ่งห้อย” หนึ่งในกิจกรรมภายใต้โครงการฟื้นฟูระบบนิเวศป่าชายเลนและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ที่เทศบาลเมืองปากพูนได้จัดขึ้นร่วมกับภาคีเครือข่าย ผ่านการสนับสนุนจาก บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด และบริษัทผู้ร่วมทุน ในปีนี้จัดขึ้นภายใต้ธีม “วิถีชาวเล เสน่ห์ ปากพูน” รวบรวม “เสน่ห์” ที่โดดเด่นของการท่องเที่ยวตำบลปากพูนไว้ด้วยกัน อาทิ กิจกรรมล่องเรือชมอุโมงค์อเมซอนที่โอบล้อมด้วยป่าโกงกาง กิจกรรมเวิร์กช็อปการทำเหนียวห่อกล้วยสูตรโรงเหนียวยายศรี และการร้อยลูกปัดมโนราห์เป็นพวงกุญแจ ไปจนถึงได้เรียนรู้การทำน้ำตาลแท้ๆ ซึ่งเป็นอาชีพดั้งเดิมของชาวปากพูนกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำบริเวณสามแยกปากอ่าว โดยกิจกรรมที่ได้รวบรวมมาในเทศกาลดังกล่าวได้ตอกย้ำยุทธศาสตร์ของพื้นที่ในการเชื่อมโยงระหว่างการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและเชิงอนุรักษ์เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

พรทิพย์ ชุนเชย เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวของเทศบาลเมืองปากพูน กล่าวเสริมว่า “ปัจจุบันเรามุ่งอนุรักษ์ ธรรมชาติเต็มรูปแบบทำให้นักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาสัมผัสธรรมชาติของเรา พื้นที่ของปากพูนมีเสน่ห์ที่น่าสนใจและมีกลิ่นอายวิถีชีวิตดั้งเดิมที่หาดูได้ยาก โดยหลังจากทางโครงการฯ ได้เริ่มส่งเสริมการท่องเที่ยวทำให้แต่ละวันเรารับนักท่องเที่ยวเยอะขึ้นออกเรือพานักท่องเที่ยวไปชมอุโมงค์สัปดาห์หนึ่งได้มากถึง 15 ลำ ในช่วงเทศกาลฯ ได้พานักท่องเที่ยวไปดูหิ่งห้อยถึง 40-50 ลำต่อคืนเลยทีเดียว”

ธนาวุฒิ ถาวรพราหมณ์ นายกเทศมนตรีเมืองปากพูน กล่าวว่า “การที่ภาคเอกชน ดังเช่นเชฟรอนได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่ปากพูนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยงเชิงอนุรักษ์ที่สำคัญของ จ.นครศรีธรรมราช และร่วมสนับสนุนจนถึงปีที่ 14 นี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญอย่างมากในการต่อยอดสู่โมเดลต้นแบบในพื้นที่อื่นๆ 4 ปีที่ผ่านมา เชฟรอนได้ต่อยอดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์มากมายภายใต้โครงการฯ ไม่ว่าจะเป็น การเปิดตัว“ปากพูน Feel Good Station ศูนย์รวมจุดเช็คอินกินเที่ยวที่เดียวครบ” การพัฒนาพื้นที่เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ การปรับปรุงศูนย์นิทรรศการความหลากหลายทางพันธุกรรมระบบนิเวศป่าชายเลน การปรับปรุงห้องสุขาสำหรับต้อนรับนักท่องเที่ยว การปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำและปลูกป่าชายเลน พร้อมสนับสนุนกิจกรรมเทศกาลประจำปีอย่างที่ได้จัดขึ้นเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ความสำเร็จของโครงการนี้เรามีแผนมุ่งสร้างความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยวควบคู่กันเพื่อเสริมแกร่ง จ.นครศรีธรรมราชในทุกมิติ”

พรสุรีย์ กอนันทา รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายกิจการองค์กร บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด กล่าวย้ำถึงความมุ่งมั่นของเชฟรอนว่า “นครศรีธรรมราช เปรียบเสมือนเป็นบ้านอีกหนึ่งหลังของเราตั้งแต่ปี พ.ศ.2553 จนถึงปัจจุบันเราได้มอบเงินสนับสนุนพื้นที่ชุมชนปากพูนภายใต้โครงการฟื้นฟูระบบนิเวศป่าชายเลน และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ด้วยงบประมาณรวม 4.7 ล้านบาท เทศกาลฯ ในปีนี้ ถือเป็นการต่อยอดอีกหนึ่งความสำเร็จครั้งใหญ่ที่จะขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ อุโมงค์อเมซอนโบราณสถาน และผลิตภัณฑ์เด่นในตำบลปากพูนให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนตามพันธกิจที่บริษัทเชฟรอนยึดมั่นและถือปฏิบัติอย่างต่อเนื่องตลอดมา บริษัทหวังว่าโครงการดังกล่าว จะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจชุมชน พร้อมทั้งสร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาเยือน จ.นครศรีธรรมราชและชุมชนปากพูนต่อไป”

ทหารก็คือประชาชน แต่มีหน้าที่ช่วยเหลือในยามประชาชนเดือดร้อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/752398

ทหารก็คือประชาชน แต่มีหน้าที่ช่วยเหลือในยามประชาชนเดือดร้อน

ทหารก็คือประชาชน แต่มีหน้าที่ช่วยเหลือในยามประชาชนเดือดร้อน

วันเสาร์ ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ก็แล้วแต่จะมองว่าทหารเกณฑ์มีประโยชน์ต่อสังคมหรือไม่ แต่บอกได้เพียงว่าเมื่อยามประชาชนเดือดร้อนเพราะภัยพิบัติ ทหารต้องออกไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย

ไลฟ์ วาไรตี สัปดาห์นี้ ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย ชวนคุณไปรับทราบมุมมองของตัวแทนทหารเกณฑ์จากกองทัพเรือ เพื่อให้เข้าใจว่าทหารเกณฑ์ทำประโยชน์ให้สังคม และเห็นว่าการเป็นทหารเกณฑ์ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอย่างที่หลายคนเข้าใจผิด

l สวัสดีครับ ช่วยแนะนำตัวเองด้วยครับ

พลฯ ดนุนันท์ : สวัสดีครับ ผมพลทหาร ดนุนันท์ ชวนอยู่ ครับผม

พลฯ ศิวัช : สวัสดีครับ ผมพลทหาร ศิวัช สุ่มอิ่มครับผม

พลฯ ยงยศ : สวัสดีครับ ผมพลทหาร ยงยศ ศิริสมบัติยืนยง ครับผม

l วันแรกที่จับได้ใบแดง รู้สึกอย่างไรครับ

พลฯ ดนุนันท์ : ตกใจครับ แต่ไม่ได้กลัวนะครับ เพียงแต่นึกในใจว่า เราน่าจะสมัครไปเลย จะได้ไม่ต้องจับใบดำใบแดงให้เสียเวลา

พลฯ ศิวัช : เฉยๆ ครับ เพราะคิดไว้แล้วว่า จับได้ใบแดงก็เป็นทหารไปก็แล้วกันครับ

พลฯ ยงยศ : ครั้งแรกก็ตกใจครับ แต่ก็รับได้ครับ เพราะคิดว่าจะได้ประสบการณ์ใหม่ในชีวิตครับ

l น้องทั้งสามคนเรียนจบระดับปริญญาตรีแล้วใช่ไหมครับ

พลฯ ศิวัช : ผมคนเดียวครับที่ยังเรียนไม่จบ ผมขอลาพักการศึกษาไว้ครับ ผมยังเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ด้านบัญชีครับ 

พลฯ ดนุนันท์ : ผมจบปริญญาตรีจากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาครับ

พลฯ ยงยศ : ผมจบปริญญาตรีจากคณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ครับ

แสดงว่าน้องๆ ที่จบปริญญาตรี ก็จะเป็นทหารเกณฑ์เพียง 1 ปี แต่หากน้องสมัครเป็นทหารก็จะเป็นเพียง 6 เดือนถูกต้องไหมครับ

พลฯ ดนุนันท์ : ใช่ครับ ผมถึงบอกกับตัวเองว่า ถ้ารู้แบบนี้ ผมสมัครไปแล้วครับ (หัวเราะ)

พลฯ ยงยศ : ใช่ครับ ตอนแรกก็คิดจะสมัคร แต่ก็มาคิดเข้าข้างตัวเองว่าเราอาจจะจับได้ใบดำก็ได้ แต่สุดท้าย แดงโร่มาเลยครับ (หัวเราะ) 

น้องทหารคนนี้หน้าคุ้นๆ เป็นดาราหรือนักร้องใช่ไหมครับ 

พลฯ ดนุนันท์ : (หัวเราะ) ครับผม ผมชื่อเล่น กาแฟประกวดร้องเพลงในรายการ The Golden Song ครับ  

l วันแรกที่เข้ามาอยู่ในค่ายทหารมีความรู้สึกอย่างไรบ้าง ความรู้สึกนั้นเหมือนหรือต่างไปจากก่อนที่จะเข้าไปอยู่ในค่ายจริงๆ 

พลฯ ศิวัช : วันแรกที่เข้าค่ายก็ตื่นเต้นพอควรครับ เพราะไม่รู้ว่าจะเจอของจริงอะไรบ้าง เนื่องจากก่อนเข้ามานั้น ก็มีคนหลายคนบอกว่าในค่ายมีเรื่องแย่ๆ มากมาย มีการลงโทษหนัก มีการซ้อมหนัก แต่เข้ามาแล้วก็ไม่ได้เป็นแบบที่เขาเล่าลือ เราก็ถูกฝึกตามปกติ ถ้าไม่ทำอะไรผิด ก็ไม่มีการลงโทษ แต่การลงโทษก็เป็นเพียงการสั่งให้วิ่ง วิดพื้น ลุกนั่ง เท่านั้น ไม่มีการซ้อมด้วยกำลังตามที่เล่าลือ

พลฯ ดนุนันท์ : วันแรกผมก็สนุกเลยครับ ครูฝึกจำได้ว่า อ้าว! นี่นักร้องนี่นา ช่วยร้องเพลงให้เพื่อนๆ ฟังด้วยนะ จำได้ว่าเมื่อเข้ามาในค่ายวันแรกๆ ก็มีการแนะนำกฎระเบียบข้อปฏิบัติต่างๆ และบอกเล่าการใช้ชีวิตในค่าย แต่คืนแรกๆ ก็คิดถึงบ้านครับ 

พลฯ ยงยศ : ก็ไม่รู้สึกอะไรครับ เพราะทำใจตั้งแต่วันที่จับได้ใบแดงแล้วครับ แล้วก็รู้จากคนที่เคยเป็นทหารเกณฑ์ว่าในค่ายไม่มีอะไรน่ากลัวเหมือนคำเล่าลือ
จากภายนอก แล้วถ้าไม่อยากถูกลงโทษก็อย่าทำผิดกฎระเบียบ อยู่ไปสักพักก็ปรับตัวได้ และมีเพื่อนเพิ่มอีกมากมาย 

l สรุปคือ เมื่อเข้ามาอยู่ในค่ายทหารจริงๆ ก็ไม่มีอะไรเลวร้ายหรือน่ากลัวเหมือนคำเล่าลือจากภายนอกใช่ไหมครับ แล้วคิดว่าได้ประโยชน์อะไรกับการได้เข้ามาเป็นทหารเกณฑ์บ้างครับ

พลฯ ดนุนันท์ : ไม่มีอะไรเลวร้ายครับ สนุกดีด้วยครับ เพื่อนเยอะแยะ ได้รู้จักคนมากขึ้น ได้เรียนรู้นิสัยของคนอื่นๆ ต้องปรับตัวให้อยู่ด้วยกันได้ ซึ่งเป็นบทเรียนที่ดีสำหรับชีวิต หากผมอยู่บ้าน ก็ไม่มีประสบการณ์แบบนี้ เพราะอยู่บ้านก็จะคบกับเพื่อนหน้าเดิมๆ หรือเพื่อนจากมหาวิทยาลัย แต่อยู่ในค่ายมีเพื่อนหลากหลายมาก บางคนมีพฤติกรรมประหลาดๆ แต่ก็คบกันได้หลังจากเรียนรู้กันและกัน บางคนบอกผมว่า ไม่เคยล้างจานเลย เพราะอยู่บ้านมีคนทำให้ทั้งหมด ผมก็บอกว่า แต่อยู่ในค่ายต้องทำ
เพราะต้องช่วยกันทำทุกคน แต่ผมก็แปลกใจนะครับไม่เคยล้างจานเลย เป็นไปได้อย่างไร เพราะงานแบบนี้ผมช่วยที่บ้านทำมาตลอด แล้วเพื่อนๆ คนอื่นๆ ก็ต้องเคยช่วยที่บ้านล้างจาน แต่มีบางคนบอกไม่เคยล้างจาน ก็นับว่าเป็นข้อมูลใหม่ที่น่าสนใจครับ ผมมองว่านี่คือประโยชน์อย่างหนึ่งของการเป็นทหารเกณฑ์ เพราะมีประสบการณ์ชีวิตมากขึ้น

พลฯ ศิวัช : ไม่มีอะไรเลวร้ายครับ ก็เป็นการเข้าไปใช้ชีวิตใหม่ในแบบที่เราไม่เคยพบเมื่อเราอยู่ที่บ้านหรือที่มหาวิทยาลัย อยู่ในมหาวิทยาลัยก็มีเพื่อนที่มีระดับการศึกษาพอๆ กัน คุยกันก็ไม่ต้องปรับอะไรมากนัก แต่อยู่ในค่าย มีคนหลากหลาย ทั้งระดับความรู้ ทั้งนิสัยใจคอ บางคนไม่จบ ป. 6 บางคนก็จบสูงกว่าปริญญาตรี ก็ได้คุยกัน ได้เรียนรู้กันและกัน 

พลฯ ยงยศ : ผมก็คงตอบเหมือนๆ กับเพื่อนแหละครับ แต่ที่ผมมีข้อสังเกตคือ ในค่ายทหารทำให้ผมมีระเบียบมากขึ้น รู้จักรักษาเวลามากขึ้น และได้เห็นถึงความเห็นอกเห็นใจกันในกลุ่มเพื่อนทหารเกณฑ์ และได้รับความรู้ด้านอื่นๆ จากครูฝึก เช่น การช่วยเหลือสังคม การเสียสละ เป็นต้น

l มีใครถูกซ้อม หรือถูกซ่อมหนักๆ บ้างไหมครับ แล้วถูกซ่อมเพราะอะไรครับ

พลฯ ยงยศ : ผมถูกทำโทษบ้างครับ แต่ไม่ใช่เรื่องหนัก แค่สั่งให้วิ่งรอบสนามสองรอบ หรือให้วิดพื้น50 ครั้ง เพราะว่าผมบกพร่องในหน้าที่เปิดไฟในช่วงเย็น คือเปิดไฟเกินเวลาที่กำหนด ผมก็เห็นว่าผมบกพร่องก็ต้องถูกลงโทษ เรื่องซ่อมหนักๆ ไม่มีครับ ผมไม่เคยเจอ เพื่อนๆ ก็ไม่เคยเจอเหมือนกันครับ

พลฯ ดนุนันท์ : ผมถูกลงโทษด้วยการให้วิดพื้น 30 ครั้ง สองยก เพราะบกพร่องเรื่องทำความสะอาดเรือนนอน ซึ่งผมก็ได้บทเรียนว่า หากไม่อยากถูกลงโทษก็อย่าบกพร่องในหน้าที่ แต่ผมมองเรื่องลงโทษว่าเป็นการออกกำลังกายมากกว่า เพราะไม่มีอะไรหนักหนา

พลฯ ศิวัช : ผมก็ถูกลงโทษด้วยการวิ่ง ลุกนั่ง วิดพื้นเหมือนๆ กับเพื่อนครับ เพราะเราบกพร่องในภารกิจที่นายทหารกำหนดให้เราทำ แต่ไม่มีการถูกลงโทษแบบรุนแรงครับ ตอนก่อนจะเข้ามาในค่าย เราคิดว่ามันจะลำบากมาก อดอยาก แต่จริงๆ แล้วมันไม่ใช่แบบนั้น มันไม่ได้ลำบากอะไรมากนัก แต่มันคือการฝึกวินัย ฝึกความอดทนมากกว่า และฝึกการอยู่ร่วมกันกับคนหมู่มาก และแบ่งงานกันทำ ถ้าเราไม่ทำอะไรผิด ก็ไม่มีใครลงโทษเรา ไม่มีใครกลั่นแกล้งเราได้ หากเราไม่บกพร่องหรือผิดระเบียบ ส่วนการลงโทษก็เป็นขั้นๆ ไป ตามความผิดมากน้อยที่เราบกพร่องในหน้าที่

l ขอถามเน้นๆ ว่าได้ประโยชน์อะไรจากการเป็นทหารเกณฑ์ครับ

พลฯ ดนุนันท์ : ได้เรียนรู้เรื่องการใช้ชีวิตกับคนหมู่มากที่ต้องอยู่ร่วมกันเป็นประจำทุกวัน และได้เห็นคุณค่าของการรักษาเวลา และการทำงานเพื่อส่วนรวมครับ

พลฯ ศิวัช : ได้ประโยชน์เรื่องการเรียนรู้การอยู่ร่วมกัน แบ่งงานกันทำ และระเบียบวินัย รวมถึงรักษาเวลา ให้เป็นคนตรงต่อเวลาครับ

พลฯ ยงยศ : ผมได้ประสบการณ์จากการอยู่ร่วมกับเพื่อนๆ จากต่างถิ่น ต่างอายุ ต่างความคิด และต่างความเห็น แต่เราก็เรียนรู้กันและกัน แล้วอยู่ร่วมกัน ทำงานแบบช่วยเหลือกัน เน้นประโยชน์ของส่วนรวม เน้นการเสียสละเพื่อสังคมครับ

l มีข้อเสนอใดๆ ให้กองทัพนำไปพิจารณาไหมครับ

พลฯ ดนุนันท์ : ผมเคยคิดว่า สำหรับคนที่ถูกเกณฑ์ทหาร หากเขามีงานการอาชีพที่มั่นคงแล้ว แต่ต้องเป็นทหาร ก็น่าจะเปิดโอกาสให้เขาได้ทำงานเดิมของเขาด้วย เพื่อให้งานของเขาไม่สะดุดหรือเสียโอกาสด้านการงานแต่ก็เข้าใจครับ เพราะเมื่ออยู่ในค่าย ก็ต้องมีกฎระเบียบของค่าย จะออกไปทำงานนอกค่ายก็ไม่ได้ เพราะในค่ายมีเวลากิน นอน ทำงานที่ชัดเจนมาก แต่ก็ยังอยากเสนอให้พิจารณาถึงกำลังพลที่มีงานประจำครับ โดยเรื่องนี้ผู้ใหญ่ในกองทัพอาจจะต้องพิจารณาในรายละเอียด เพื่อความเหมาะสมของทุกฝ่าย ทั้งของกองทัพและของกำลังพลครับ

พลฯ ยงยศ : ไม่มีข้อเสนอใดๆ เพิ่มเติม เพราะผมเห็นว่ากองทัพก็พยายามทำให้กำลังพลมีความรู้ในด้านต่างๆ อยู่แล้ว เช่น เปิดโอกาสให้เรียนเพิ่มเติมได้ในวันเสาร์-อาทิตย์ สำหรับคนที่จบเพียงชั้นประถมปลาย ที่ต้องการเรียนให้จบมัธยมศึกษา แล้วก็เห็นว่ากองทัพได้ฝึกอบรมอาชีพให้กำลังพลตามความถนัดของกำลังพลครับ

พลฯ ศิวัช : ผมมีความคิดคล้ายๆ กับเพื่อนทั้งสองคนครับ และเห็นว่ากองทัพก็พยายามสนับสนุนให้กำลังพลมีความรู้ มีอาชีพติดตัว เมื่อครบกำหนดรับราชการครับ ผมบอกตรงๆ ว่าผมได้ประสบการณ์ที่ดีในชีวิตเมื่อเข้ามาเป็นทหารเกณฑ์ครับ เพราะสมัยก่อนผมก็ไม่ได้เคร่งครัดกับเรื่องเวลา กฎระเบียบ ปล่อยไปเรื่อยๆ ตามสบาย แต่เมื่อได้เรียนรู้ในค่ายทหาร ก็ทำให้สามารถนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ครับ

l ปกติก่อนจะมาเป็นทหาร น้องตื่นนอนกี่โมงครับ 

พลฯ ดนุนันท์ : ไม่เคยตื่นก่อน 8 โมงเลยครับ บางวัน 10 โมงด้วยครับ หากไม่มีเรียนบางวันก็ตื่นเกือบเที่ยงครับ (หัวเราะ) 

พลฯ ยงยศ : อยู่บ้านไม่ได้ตื่นเช้าเหมือนอยู่ในค่ายทหาร ในค่ายนั้นต้องตื่นตีห้าครึ่งครับ เวลานอนก็นอนเป็นเวลา เมื่อเป่าแตรนอน ก็ต้องนอน จะนั่งดูทีวี เล่นโทรศัพท์มือถือไม่ได้ เวลาตื่น เวลานอนต้องเป็นไปตามกำหนดครับ เวลากินก็เหมือนกันครับ ต้องตามกำหนดครับ

l ในค่ายทหารมีการลิดรอนสิทธิเสรีภาพส่วนตัวบ้างไหมครับ

พลฯ ศิวัช : มีระเบียบมีกฎเกณฑ์มากกว่าการอยู่บ้านครับ แต่ไม่คิดว่าลิดรอนสิทธิเสรีภาพครับ เช่น อยู่บ้านจะกินจะนอนกี่โมง ก็อยู่ที่เรา เพราะเมื่อเราไม่ใช่
เด็กน้อย เราก็ตัดสินใจเองว่าจะกินจะนอนจะตื่นกี่โมง แต่ในค่ายทำแบบที่บ้านไม่ได้ เพราะเราอยู่กันเป็นหมู่มาก ต้องทำตามระเบียบ ผมไม่คิดว่าระเบียบเป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพ เพราะหากไม่มีกฎระเบียบ ก็จะเกิดปัญหาเวลาอยู่กันมากๆ 

พลฯ ยงยศ : ไม่มีนะครับ ผมว่ากฎระเบียบไม่ใช่การลิดรอนสิทธิเสรีภาพ มันคือการบอกกติกาในการอยู่ร่วมกันของคนหมู่มาก หากไม่มีกฎระเบียบก็คงเละเทะ อยู่ด้วยกันยากครับ

พลฯ ดนุนันท์ : ผมเคยเป็นคนสบายๆ ไม่ทำอะไรตามระเบียบ เพราะอยู่บ้านไม่มีใครบังคับ เมื่อมาอยู่ในค่ายทหาร ได้เรียนรู้เรื่องกฎระเบียบ แล้วเห็นถึงความสำคัญของกฎระเบียบ ผมเห็นว่าเป็นเรื่องดีกับชีวิตครับ ทำให้เรามีระเบียบในชีวิตมากขึ้นครับ ผมไม่เห็นการกดขี่ ลิดรอนสิทธิเสรีภาพในค่ายนะครับ เวลาว่างเราสามารถทำอะไรได้ตามความต้องการ แต่ต้องไม่ผิดกฎระเบียบของค่ายครับ เรามีเวลาอิสระส่วนตัวครับ มีเวลาออกกำลังกาย เล่นกีฬา พักผ่อน หาความรู้ได้ตามต้องการครับ

l ทำไมคนภายนอกค่ายทหารถึงมองว่าในค่ายมีแต่เรื่องเลวร้าย เรื่องแย่ๆ 

พลฯ ยงยศ : ผมว่าคนที่นำเสนอเรื่องราวร้ายๆ ของค่ายทหารเลือกนำเสนอเรื่องไม่ดีเท่านั้น เขาไม่เคยนำเสนอเรื่องดีในค่ายไม่ใช่ว่ามีแต่เรื่องไม่ดี อาจจะมีเรื่องไม่ดีอยู่บ้าง ซึ่งทุกวันนี้ก็น่าจะเหลือน้อยลงครับ แต่สำหรับที่ผมอยู่นั้น ไม่มีเรื่องเลวร้ายใดๆ ครับ 

พลฯ ศิวัช : จริงครับ ในค่ายทหารไม่ได้เลวร้ายเหมือนข่าวลบที่นำเสนอด้วยความอคติครับ มีเรื่องดีๆ มากมาย แต่ก็ไม่ปฏิเสธว่าบางครั้งบางแห่งก็มีเรื่องเลวร้าย แต่ก็ต้องให้ผู้บังคับบัญชาเข้าไปค้นหาต้นตอของความเลวร้ายและกำจัดเรื่องร้ายๆ ให้หมดสิ้นไป ซึ่งทุกวันนี้ไม่ค่อยมีข่าวเลวร้ายในค่ายทหารครับ

พลฯ ดนุนันท์ : ผมมองเหมือนๆ เพื่อนครับ ผมไม่เคยเจอเรื่องเลวร้ายในค่ายที่ผมอยู่ครับ เรื่องลงโทษก็เป็นไปตามกฎระเบียบ ไม่ใช่การจงใจกลั่นแกล้งครับ

l จะตอบอย่างไรกับคำพูดของคนบางกลุ่มในสังคมที่บอกว่าไม่จำเป็นต้องมีทหาร เพราะไม่มีประโยชน์

พลฯ ดนุนันท์ : ไม่น่าจะจริงครับ ทหารมีประโยชน์ต่อประเทศชาติและต่อประชาชนครับ ผมไม่เข้าใจว่าทำไมคนที่คิดเห็นเช่นนั้นจึงมองว่าทหารไม่มีประโยชน์ แต่ผมยืนยันว่าทหารมีประโยชน์ครับ อย่างพวกผมก็ไปช่วยเหลือชาวบ้าน ประชาชนเมื่อเขาประสบเหตุเดือดร้อนต่างๆ เช่น น้ำท่วม ไฟไหม้ ดินถล่ม หรือเกิดภัยพิบัติอื่นๆ พวกผมก็ยินดีไปช่วยเหลือประชาชนครับ ผมมองว่าเรามีภารกิจช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนครับ ถ้าไม่มีทหารเกณฑ์อย่างพวกผมใครจะออกไปช่วยประชาชนครับ

พลฯ ศิวัช : ประเทศไม่มีทหารจะอยู่อย่างมั่นคงอย่างไรครับ ทหารอย่างพวกผมไม่มีความสามารถรบกับใครก็จริง เพราะผมเป็นแค่ทหารเกณฑ์ ได้รับการอบรมด้านยุทโธปกรณ์ อาวุธต่างๆ เพียงเบื้องต้น เพราะยามนี้ประเทศเราไม่มีศึกสงคราม แต่พวกผมก็ได้รับการอบรมให้ช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนครับ จะเห็นได้ว่าเวลามีภัยพิบัติต่างๆ ทหารจากทุกเหล่าทัพก็ออกไปช่วยเหลือประชาชนเสมอ พวกผมยินดีช่วยเหลือประชาชนครับ มันคือหน้าที่ของเรา

พลฯ ยงยศ : ก็แล้วแต่เขาจะมองครับ หากเขาไม่เดือดร้อน เขาก็ไม่เห็นประโยชน์ของทหาร แต่บอกได้สั้นๆ ครับ ประเทศต้องมีทหารครับ แม้ไม่ได้รบก็ต้องมีทหาร เพราะเราไม่รู้ว่าอนาคตจะเกิดศึกสงครามเมื่อไร เราต้องเตรียมกำลังพลไว้ครับ ยามไม่ได้รบ เราก็ช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนครับ ยามรบเราก็ต้องไปรบ เพื่อรักษาบ้านเมืองของเราไว้ การมีทหารไม่ใช่เรื่องเลวร้าย แต่ต้องเป็นทหารที่ดีมีประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองครับ ในค่ายทหารเรานั้น มีการฝึกให้กำลังพลสามารถออกไปช่วยเหลือชาวบ้านได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าช่วยเรื่องน้ำท่วม หรือเรื่องไฟไหม้ เราได้รับการฝึกอบรมให้ช่วยชาวบ้านตามรูปแบบที่ถูกต้องครับ แล้วที่สำคัญในค่ายทหารยังฝึกอบรมอาชีพให้กำลังพลด้วย ใครสนใจอะไร ถนัดด้านไหน ก็เข้ารับการอบรมในด้านนั้นๆ ซึ่งทำให้มีอาชีพติดตัวออกไปครับ

l ทหารเกณฑ์ยุคนี้ยังต้องถูกดึงไปทำงานที่บ้านของนายอีกไหมครับ

พลฯ ดนุนันท์ : ไม่มีนะครับ ในค่ายของเราไม่มีครับ และก็ไม่มีใครมาบอกให้เราไปทำงานบ้านให้กับบ้านนายทหาร เรามีหน้าที่ฝึกและทำงานในค่ายเท่านั้นครับ อย่างผมนั้น ร้องเพลงได้ ผมก็ร้องเพลงให้กับวงดุริยางค์ทหารเรือ ช่วยงานของกองทัพเท่านั้นครับ

พลฯ ศิวัช : ใช่ครับ เรามีหน้าที่ฝึกและทำงานในค่ายเท่านั้น และช่วยประชาชนยามเดือดร้อน เราไม่มีหน้าที่ไปทำงานรับใช้นายในบ้านส่วนตัวหรือบ้านหลวงครับ

พลฯ ยงยศ : จริงครับ ผมยืนยันได้เหมือนเพื่อนๆ ครับ ในค่ายของเราไม่มีเรื่องแบบนั้น แต่ที่อื่นๆ ผมไม่ทราบครับ ส่วนเรื่องในอดีตอาจจะมีเรื่องแบบนั้น แต่ในขณะนี้ที่พวกผมอยู่กันนั้น ไม่มีเรื่องการไปรับใช้นายที่บ้านครับ

l จะฝากข้อคิดทิ้งท้ายถึงคนที่ต้องเกณฑ์ทหาร และพ่อแม่ผู้ปกครองที่มีลูกหลานต้องเกณฑ์ทหารอย่างไรบ้าง

พลฯ ยงยศ : การเป็นทหารเกณฑ์คือการเข้ามาฝึกฝนระเบียบวินัย มาฝึกการใช้ชีวิตร่วมกันในค่ายในระยะเวลาหนึ่ง อาจจะ 1-2 ปี หรือแค่ 6 เดือน ก็ขึ้นกับวุฒิของแต่ละคน แต่ขอบอกว่า การเป็นทหารเกณฑ์ไม่ได้เลวร้ายเหมือนข่าวลือข่าวเท็จที่ปล่อยกันตาม social media เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัวการเป็นทหารเกณฑ์แล้วจะสูญเสียอิสรภาพ เสรีภาพ ทหารก็คือประชาชนครับ เราถูกฝึกและปลูกฝังให้ออกไปช่วยประชาชนเมื่อประชาชนเดือดร้อน ขอให้พ่อแม่ผู้ปกครองและผู้ที่จะต้องถูกเกณฑ์ทหารสบายใจได้ครับ 

พลฯ ดนุนันท์ : การเป็นทหารเกณฑ์คือการเรียนรู้ประสบการณ์ชีวิตแบบหนึ่ง หากคุณได้เข้ามาเป็นทหารเกณฑ์ คุณจะเข้าใจและเห็นภาพจริงๆ ของมัน มันไม่ได้เลวร้ายไปจนน่ากลัว มันคือการฝึกความอดทน เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัวการเป็นทหารเกณฑ์ เพราะมันคือหน้าที่ของคนไทยทุกคน แล้วต้องบอกว่าการเป็นทหารเกณฑ์มันไม่ได้อดอยากลำบากจนเลือดตากระเด็น มันคือการฝึกความอดทน ฝึกระเบียบวินัยครับ

พลฯ ศิวัช : ผมยืนยันว่าทหารเกณฑ์ไม่ได้ทำให้สังคมเสียหาย การเป็นทหารเกณฑ์คือการทำหน้าที่อย่างหนึ่งของคนไทย ทหารเกณฑ์อย่างพวกผมมีส่วนช่วยเหลือสังคมมากกว่าสร้างปัญหาให้สังคม เวลาสังคมประสบภัยพิบัติ พวกผมก็ยินดีออกไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ประเทศไม่มีทหาร ก็เหมือนบ้านไม่มีรั้ว ไม่มีประตู แล้วบ้านจะปลอดภัยได้อย่างไรเมื่อไม่มีรั้ว ไม่มีประตู งานช่วยเหลือประชาชนอาจจะเป็นงานหนักที่ไม่มีใครอยากทำ แต่สำหรับพวกผมแล้ว ยินดีทำเพราะมันคือหน้าที่และความรับผิดชอบต่อสังคม เราทำงานให้ประชาชนด้วยใจด้วยความรับผิดชอบในหน้าที่ครับ อย่ากลัวการเป็นทหารเลยครับ ให้ถือว่ามันเป็นการทำหน้าที่อย่างมีเกียรติครับ เราทำหน้าที่บำเพ็ญประโยชน์ให้สังคมยามบ้านเมืองไม่มีศึกสงคราม เพราะฉะนั้น พ่อแม่พี่น้องผู้ปกครองที่มีลูกหลานต้องเกณฑ์ทหารโปรดสบายใจเถอะครับ ว่าลูกหลานของคุณได้ทำหน้าที่พลเมืองดีของไทย

คุณสามารถรับชมรายการไลฟ์ วาไรตี รายการที่ให้ทั้งสาระและความรู้ ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 14.05-14.30 น.ทางโทรทัศน์ NBT ช่องหมายเลข 2และชมรายการย้อนหลังได้ที่ YouTube ไลฟ์ วาไรตี