‘สมศักดิ์’ ประชุมแก้หนี้เกษตรกรภาคอีสาน เร่งจัดสรรที่ดินที่เหลือ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/565644

18 ธ.ค. 2566

'สมศักดิ์' ประชุมแก้หนี้เกษตรกรภาคอีสาน เร่งจัดสรรที่ดินที่เหลือ

‘สมศักดิ์’ ประชุมสภาเครือข่ายประชาชนอีสาน หวังแก้หนี้ภาคเกษตร หลังเหลือที่ดินอีก 1,747 ไร่ แนะใช้กฎหมายไกล่เกลี่ยหนี้และนโยบายรัฐบาลส่งเสริมอาชีพเพื่อรายได้เพิ่ม

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของสภาเครือข่ายประชาชนอีสาน (สอส.) สภาประชาชน 4 ภาค โดยมีนายกิตติกร โลห์สุนทร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง นายวิชัย ไชยมงคล ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี นายประพาส โงกสูงเนิน ประธานสภาเครือข่ายประชาชนอีสาน (สอส.) สภาประชาชน 4 ภาค และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล 

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เป็นการติดตามการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน ปัญหาหนี้สิน และการฟื้นฟูอาชีพ หลังคณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบในการแก้ปัญหา ตั้งแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2552 แต่ปัจจุบันเกษตรกร ยังไม่ได้รับการแก้ปัญหาทั้งหมด ซึ่งคณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้จัดสรรที่ดินให้กลุ่มเกษตรกร จำนวน 1,889 ราย จากที่ซื้อที่ดินในพื้นที่ 18 จังหวัด รวม 15,062 ไร่ โดยมีเกษตรกร เข้าทำประโยชน์ในที่ดินแล้ว 1,025 ราย พื้นที่ 12,576 ไร่

ปัจจุบันยังมีเกษตรกรที่ยังไม่ได้รับการจัดสรรที่ดิน จำนวน 864 ราย เนื่องจากเกษตรกรบางรายขาดคุณสมบัติ ไม่มายืนยันตน หรือ เสียชีวิต จึงทำให้คงเหลือที่ดิน 1,747 ไร่ โดยกลุ่มเกษตรกร เรียกร้องให้นำที่ดินที่เหลือมาจัดสรรให้เกษตรกร

นายสมศักดิ์ เทพสุทินนายสมศักดิ์ เทพสุทิน

ส่วนปัญหาหนี้สินและการฟื้นฟูอาชีพ นายสมศักดิ์แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 4 คณะ คือ คณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินและป่าไม้ คณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาหนี้สินของเกษตรกร คณะอนุกรรมการส่งเสริมและฟื้นฟูอาชีพภาคเกษตร และ คณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาแหล่งน้ำทั้งระบบ เพื่อพิจารณาแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน และกำหนดมาตรการในการช่วยเหลือได้อย่างเหมาะสม 

นายสมศักดิ์ ยังแนะนำให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ใช้กฎหมายไกล่เกลี่ยหนี้สินของกระทรวงยุติธรรม เหมือนสมัยตนเป็น รมว.ยุติธรรม ที่ช่วยไกล่เกลี่ยหนี้ให้ประชาชนกว่า 1 แสนครอบครัว และอาจจะต้องไปบูรณากับหน่วยงานอื่น เช่น กองทุนหมู่บ้าน ที่ตนกำลังผลักดันการส่งเสริมอาชีพด้วยการเลี้ยงวัว เพื่อแก้ปัญหาความยากจน ซึ่งเกษตรกรที่เป็นหนี้ อาจจะมาร่วมการส่งเสริมอาชีพให้มีเงินไปใช้หนี้ได้ นอกจานี้ทุกฝ่ายต้องช่วยกันแยกว่าเกษตรกรเป็นหนี้จำนวนกี่ราย และแบ่งกลุ่มมูลค่าหนี้ เพื่อจะได้กำหนดมาตรการช่วยแก้ปัญหาได้ตรงเป้า จึงขอให้ช่วยกันลงลึกในรายละเอียด จะได้แก้ปัญหาได้อย่างเป็นรูปธรรม

'สมศักดิ์' ประชุมแก้หนี้เกษตรกรภาคอีสาน เร่งจัดสรรที่ดินที่เหลือ

สั่งสอบ จนท.เทศบาล ปมออก ‘สูติบัตร – บัตรประชาชน’ ส่อเอื้อ บิ๊ก รัฐวิสาหกิจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/565631

18 ธ.ค. 2566

สั่งสอบ จนท.เทศบาล ปมออก 'สูติบัตร - บัตรประชาชน' ส่อเอื้อ บิ๊ก รัฐวิสาหกิจ

อธิบดีกรมการปกครอง สั่งสอบ เจ้าหน้าที่เทศบาล นครปฐม ออก ‘สูติบัตร – บัตรประชาชน’ พลาด หลัง ‘ทนายตั้ม’ แฉส่อเอื้อยืด เกษียณอายุราชการ บิ๊ก รัฐวิสาหกิจ

จากกรณีที่ “ทนายตั้ม” ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ แฉว่า มีข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ช่วยผู้บริหารระดับสูง รัฐวิสาหกิจยักษ์ใหญ่ เกี่ยวกับการคมนาคมแห่งหนึ่ง แก้ไขเปลี่ยนแปลงสูติบัตร และบัตรประชาชน เพื่อยืดเกษียณอายุราชการ โดยที่มอบอํานาจให้ญาติ ขอแก้ไขปี พ.ศ.เกิด จากปี 2506 เป็นปี 2507 โดยเจ้าหน้าที่สำนักงานทะเบียนท้องถิ่นเทศบาล ต.บางกระทึก อ.สามพราน จ.นครปฐม รับคำร้องแก้ไขตามสูติบัตร ไม่ได้ตรวจสอบรายละเอียดให้รอบคอบ

นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการปกครอง เปิดเผยว่า กรณีดังกล่าว มีการตรวจสอบมาตั้งแต่ปี 2565 และจากการตรวจสอบเพิ่มเติม พบว่า สูติบัตรเลขที่ 10/2507 ระบุเกิดวันที่ 30 ธ.ค. 2507 แต่แจ้งเกิดวันที่ 31 ม.ค. 2507 ซึ่งเป็นการแจ้งเกิดก่อนวันที่เกิด และเมื่อเทียบวันเดือนปีทางจันทรคติ จะไม่ตรงกับวันที่ 30 ธ.ค. 2507 จึงน่าเชื่อว่า นายทะเบียนรับแจ้งลงปี พ.ศ.เกิด ผิดพลาดคลาดเคลื่อน ที่ถูกต้อง จะเป็นปี 2506 ตามหลักฐานทะเบียนบ้าน

อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันสำนักทะเบียนท้องถิ่น เทศบาล ต.บางกระทึก ได้แก้ไขปี พ.ศ.เกิด จาก 2507 เป็น 2506 พร้อมทั้งแจ้งสิทธิอุทธรณ์คำสั่ง นายทะเบียน และได้พ้นระยะอุทธรณ์แล้ว โดยเจ้าหน้าที่เทศบาล ไม่ได้อุทธรณ์คำสั่ง และอยู่ระหว่าง สำนักทะเบียนท้องถิ่นเทศบาล ต.บางกระทึก ตรวจสอบความผิดในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ที่ออกใบสูติบัตร ซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้น เกิดที่เทศบาลท้องถิ่นในตำบล ไม่ใช่ที่อำเภอ

ทั้งนี้ ตามมาตรา 265 ผู้ใดปลอมเอกสารสิทธิ หรือเอกสารราชการ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน – 5 ปี และปรับตั้งแต่ 1,000 บาท – 10,000 บาท

เอกสารราชการ มาตรา 1 ( 8 ) หมายความว่า เอกสารซึ่งเจ้าพนักงาน ได้ทำขึ้น หรือรับรองในหน้าที่ และให้หมายความรวมถึงสำเนาเอกสารนั้นๆ ที่เจ้าพนักงานได้รับรองในหน้าที่ด้วย เอกสารที่เจ้าพนักงานได้ทำขึ้น เช่น บัตรประชาชน (ฎ.317/2521) ใบเสร็จรับเงินค่าภาษีรถยนต์ (ฎ.1831/2522) ใบประกาศนียบัตร (ฎ.2479/2522)บัตรประจำตัวข้าราชการ (ฎ.2999/2522) ทะเบียนบ้านและสำเนาทะเบียนบ้าน (ฎ.100/2523) แผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ (ฎ.2241/2523,4492/2536) สำเนาป้ายวงกลมแสดงการเสียภาษีรถยนต์ (ฎ.1824/2529,3195/2536)

โปรดเกล้า ‘พ.ร.ฎ.หลักเกณฑ์-วิธีการจ่ายเงินประจำตำแหน่ง’ 2 ครั้งต่อเดือน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/565618

18 ธ.ค. 2566

โปรดเกล้า 'พ.ร.ฎ.หลักเกณฑ์-วิธีการจ่ายเงินประจำตำแหน่ง' 2 ครั้งต่อเดือน

เว็บไซต์ “ราชกิจจานุเบกษา” แพร่ประกาศ “พระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการการจ่ายเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการและผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหาร” มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2567

เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. 2566  เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการการจ่ายเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการและผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารซึ่งไม่เป็นข้าราชการ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2566 โดย นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

ระบุว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการจ่ายเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการและผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารซึ่งไม่เป็นข้าราชการ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 175 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ก่อน ดังต่อไปนี้


มาตรา 1 พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการจ่ายเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการและผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารซึ่งไม่เป็นข้าราชการ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2566” 

มาตรา 2 พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2567 เป็นต้นไป

มาตรา 3 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสองและวรรคสามของมาตรา 14 แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการจ่ายเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการและผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารซึ่งไม่เป็นข้าราชการ พ.ศ. 2539

ในกรณีที่คณะรัฐมนตรีกำหนดให้มีการจ่ายเงินประจำตำแหน่งประจำเดือนของข้าราชการหรือผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารซึ่งไม่เป็นข้าราชการ เดือนละสองครั้ง ให้กระทรวงการคลังกำหนดวันจ่ายให้สอดคล้องกับการจ่ายเงินประจำตำแหน่งดังกล่าว

ให้ข้าราชการหรือผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารซึ่งไม่เป็นข้าราชการมีสิทธิเลือกรับเงินประจำตำแหน่งตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสองตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กระทรวงการคลังกำหนด

ทั้งนี้ เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่รัฐบาลมีนโยบายปรับปรุงการจ่ายเงินเดือนข้าราชการเพื่อเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินและพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ให้แก่ข้าราชการ สมควรแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์และวิธีการจ่ายเงินประจำตำแหน่งประจำเดือนของข้าราชการ หรือผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหาร ซึ่งไม่เป็นข้าราชการให้สอดคล้องกับการดำเนินการในกรณีดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

อ่านรายละเอียด  ราชกิจจานุเบกษา

‘ธรรมนัส’มุ่งแก้ปัญหาเกษตรพื้นที่สูง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/775717

วันจันทร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ติดตามการดำเนินงานของสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. พร้อมมอบนโยบายและแนวทางการพัฒนาพื้นที่สูง อีกทั้งยังเยี่ยมชมพืชสวนและความหลากหลายทางชีวภาพ พระราชกรณียกิจและโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และศิลปวัฒนธรรมล้านนา โดยมีนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายชวลิต ชูขจร ประธานกรรมการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จ.เชียงใหม่

ทั้งนี้ สวพส.มีแนวทางแก้ปัญหาการเผาและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 บนพื้นที่สูง โดยมี อ.แม่แจ่ม เป็นพื้นที่ต้นแบบในการแก้ปัญหาความยากจนและการเผาพื้นที่สูง คือ 1.จัดทำแผนที่ดินของเกษตรกรรายแปลงเพื่อเป็นฐานข้อมูลในการกำหนดขอบเขตการใช้ประโยชน์ที่ดิน แบ่งแยกพื้นที่ป่าและที่ทำกิน วางแผนพัฒนาชุมชนทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมสิ่งแวดล้อม และโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น ให้เป็นไปอย่างถูกต้องเหมาะสมตามหลักวิชาการ ระเบียบ และกฎหมาย แก้ไขปัญหาอย่างพุ่งเป้า ตรงตามบริบทพื้นที่ ปัญหาและความต้องการของชุมชน 2.การสนับสนุนชุมชนป้องกันไฟป่า ส่งเสริมและสนับสนุนสร้างความเข้มแข็งของชุมชน ในการป้องกันไฟป่า อนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ และเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ป่าต้นน้ำลำธาร 3.การจัดการเศษวัสดุการเกษตร (ชีวมวลอัดแท่ง/ปุ๋ยอินทรีย์) สนับสนุนชุมชนโดยการรับซื้อเศษวัสดุการเกษตรภายใต้ข้อตกลงและราคาที่เหมาะสมเพื่อนำไปผลิตชีวมวลอัดเม็ด 4.การส่งเสริมด้านอาชีพ ด้วยเกษตรมูลค่าสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมบนพื้นที่สูง และตลาดนำการผลิต 5.การพัฒนามาตรฐาน GAP PM2.5 Free และ 6.การเพิ่มช่องทางการตลาดผลผลิต (green product) นอกจากนี้ กรมวิชาการเกษตร ได้ดำเนินโครงการส่งเสริมการจัดการเพื่อลดปัญหาฝุ่น PM2.5 สำหรับภาคเกษตรอย่างยั่งยืน ภายใต้มาตรฐานการผลิตพืชเพิ่มมูลค่า เพิ่มแรงจูงใจ (เกษตรพันธสัญญา)

‘ไชยา’หนุนกรมฝนหลวงฯ ศึกษาการใช้บั้งไฟทำฝนเทียม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/775714

วันจันทร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ จ.ตาก พร้อมด้วยนายสมชัย กิจเจริญรุ่งโรจน์ ผวจ.ตาก นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยรับฟังการบรรยายสรุปผลการปฏิบัติการฝนหลวง ในปี 2566 ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยพิบัติทางธรรมชาติ อาทิ ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศ (PM2.5) ปัญหาความรุนแรงของพายุลูกเห็บ ไฟไหม้ป่า รวมถึงเกษตรกรได้รับผลกระทบจากสถานการณ์เอลนีโญที่ทำให้ฝนตกน้อย แต่มีความต้องการน้ำในการทำเกษตรกรรมเป็นจำนวนมาก จากผลกระทบดังกล่าว รมช.เกษตรฯ จึงมอบหมายกรมฝนหลวงฯเติมน้ำลงเขื่อน เพื่อบรรเทาปัญหาเอลนีโญ แต่ในฤดูแล้งน้ำอาจไม่เพียงพอ โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งต้องสร้างมวลเมฆขนาดใหญ่กว่าปกติให้ตกลงมาเป็นฝน เชื่อมั่นว่าน้ำฝนจะเพียงพอต่อการใช้งาน

ทั้งนี้ กรมฝนหลวงฯ เปิดปฏิบัติการโดยจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงทั่วประเทศ รวม 20 หน่วย ระหว่างวันที่ 15 กุมภาพันธ์-15 ตุลาคม 2566 ปฏิบัติการฝนหลวง 193 วัน รวม 4,097 เที่ยวบิน มีฝนตก 186 วัน คิดเป็นร้อยละ 96.37 มีรายงานฝนตก 67 จังหวัด มีพื้นที่ได้รับประโยชน์จากปฏิบัติการฝนหลวง 193.94 ล้านไร่ มีฝนตกในพื้นที่ลุ่มรับน้ำเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ272 แห่ง แบ่งเป็นเขื่อนขนาดใหญ่ 34 แห่ง และขนาดกลาง 238 แห่ง เกิดปริมาณน้ำสะสม 615.21 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) พร้อมทั้งจัดตั้งชุดเคลื่อนที่เร็วหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง
3 หน่วย ปฏิบัติการระหว่างวันที่ 17 ตุลาคม-31 ตุลาคม 2566 รวม 14 วัน 91 เที่ยวบิน ทำให้มีฝนตกทั้ง 14 วัน คิดเป็น 100% ในพื้นที่ 11 จังหวัด มีพื้นที่รับประโยชน์ 17.5 ล้านไร่
มีฝนตกน้ำเข้าเขื่อนขนาดใหญ่ 6 แห่ง และอ่างเก็บน้ำ 57 แห่ง รวมปริมาณน้ำสะสม 21.55 ล้าน ลบ.ม.

“กรมฝนหลวงฯ ได้ศึกษางานวิจัยการใช้จรวดทำฝนเทียมอย่างต่อเนื่อง จึงขอให้นำงานวิจัยมาปรับใช้ร่วมกับภูมิปัญญาท้องถิ่น เช่น การสร้างบั้งไฟบรรจุสารก่อฝนเทียม โดยประเพณีบุญบั้งไฟเดือนหกจะมีการจัดทำบั้งไฟและจุดบั้งไฟขึ้นสู่ฟ้า เพื่อขอฝนกับพญาแถนตามความเชื่อของภาคอีสาน ซึ่งปัจจุบันบั้งไฟมีความสูงใกล้เคียงกับเครื่องบินสำหรับโปรยสารเคมีทำฝนหลวง และหากพัฒนาบั้งไฟฝนเทียมสำเร็จจะสามารถลดต้นทุนได้มากกว่าการใช้เครื่องบิน จึงขอให้กรมฝนหลวงฯ ทำการศึกษาวิธีการใช้วิทยาศาสตร์ควบคู่กับภูมิปัญญาเพื่อยกเป็นหนึ่งใน Soft Power” นายไชยา กล่าวและว่า จะทำหน้าที่ประสานงานและสนับสนุนในการขอใช้พื้นที่สนามบินอยู่ในการกำกับดูแลของกระทรวงคมนาคมให้กับกรมฝนหลวงฯ ได้ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป

กรมข้าวสรุปผล เดินหน้าโครงการ ผลิตข้าวรักษ์โลก ทำแล้ว212ศูนย์ฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/775716

วันจันทร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติอนุมัติให้ดำเนินโครงการส่งเสริมการลดต้นทุนการผลิตข้าวรักษ์โลก BCG Model มีเป้าหมายศูนย์ข้าวชุมชน 292 ศูนย์ วงเงิน 874.832 ล้านบาท โดยอนุมัติโครงการและแผนใช้จ่ายเงินโครงการส่งเสริมลดต้นทุนการผลิตข้าวรักษ์โลก BCG Model กรมการข้าว ได้อนุมัติความต้องการโครงการ 2 ครั้ง รวม 212 ศูนย์ วงเงิน 552,643,361 บาท ซึ่งเป็นการอนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณตามแผนความต้องการของศูนย์ข้าวชุมชน (ตามเกณฑ์ราคา) แต่เมื่อได้รับการจัดสรรงบประมาณแล้ว ศูนย์ข้าวชุมชนจะต้องดำเนินงานจัดซื้อจัดจ้างเครื่องจักรกลการเกษตรและวัสดุเกษตร ให้เป็นไปตามคู่มือการปฏิบัติงานโครงการฯ

นอกจากนั้นการอนุมัติกรอบวงเงินจะต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการในการส่งเสริมสนับสนุนการลดต้นทุนการผลิตให้กลุ่มชาวนาผู้ปลูกข้าวโดยการทำนาแบบประณีต หรือการใช้ระบบชีวมวล ชีวภาพ และจุลินทรีย์ ที่ลดละเลิกการใช้สารเคมีในการป้องกันกำจัดศัตรูข้าวและปุ๋ยเคมี รวมทั้งการสนับสนุนเครื่องจักรกลการเกษตรแล้ว

อธิบดีกรมการข้าว กล่าวอีกว่า มีศูนย์ข้าวชุมชน 1 ศูนย์ ไม่ผ่านการพิจารณาอนุมัติ เนื่องจากไม่เป็นไปตามคุณสมบัติและเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการ คือยังไม่ได้จดทะเบียนนิติบุคคล จึงไม่ให้เข้าร่วมโครงการ และมีศูนย์ข้าวชุมชนเป้าหมาย 79 ศูนย์ ที่ไม่ประสงค์เข้าร่วมโครงการ

รมช.เกษตรฯดูงานศูนย์ฯ การผลิตอาหารสัตว์หมัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/775715

วันจันทร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอนุชา นาคาศัย รมช.เกษตรและสหกรณ์ ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ชัยนาท ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท และชมการสาธิตใช้เครื่องมือ
เทคโนโลยีการผลิตพืชอาหารสัตว์หมักด้วยเครื่องห่อก้อนพลาสติก ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่สำนักพัฒนาอาหารสัตว์ได้ส่งเสริมให้เกษตรกร ตั้งแต่ปี 2562 เหมาะสมสำหรับเกษตรกรรายย่อยนำไปใช้ โดยมีอายุการเก็บรักษาได้นาน

สำหรับเครื่องห่อก้อนพืชอาหารสัตว์ขนาดเล็ก มีกำลังการผลิตก้อนพืชอาหารสัตว์หมัก ผลิตได้ 300 ก้อน หรือ 15 ตันต่อวัน ซึ่งสามารถผลิตอาหารหยาบคุณภาพดี ให้เพียงพอตลอดทั้งปี รับรองยุทธศาสตร์ จ.ชัยนาท ในการส่งเสริมการเลี้ยงโคต้นน้ำ “ชัยนาทบรีฟ” ในการผลิตใช้เลี้ยงสัตว์ของตนเอง และพัฒนาเป็นอาชีพ จัดตั้งกลุ่มอาชีพเพื่อการจำหน่าย ทั้งในประเทศและส่งออก

นายอนุชา กล่าวอีกว่า ปัจจุบันการทำเกษตรเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอในการสร้างรายได้ จึงได้สนับสนุนให้เกษตรกรมีอาชีพเสริม ซึ่งการปลูกหญ้าอาหารสัตว์ก็เป็นอีกอาชีพที่น่าสนใจ ปลูกง่าย ปลูกได้ต่อเนื่อง เป็นการส่งเสริมให้เกษตรกรมีรายได้เสริมจากการเพาะปลูก ยกระดับคุณภาพชีวิตให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ดังนั้นจึงต้องบูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

‘ธรรมนัส’ลุยฟื้นคืนวิถีชีวิตชุมชนริมคลองบางใหญ่ ต่อยอดสู่การท่องเที่ยว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/775661

'ธรรมนัส'ลุยฟื้นคืนวิถีชีวิตชุมชนริมคลองบางใหญ่ ต่อยอดสู่การท่องเที่ยว

‘ธรรมนัส’ลุยฟื้นคืนวิถีชีวิตชุมชนริมคลองบางใหญ่ ต่อยอดสู่การท่องเที่ยว

วันอาทิตย์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 22.10 น.

“ธรรมนัส”ติดตามโครงการปรับปรุงประตูระบายน้ำคลองบางใหญ่ ฟื้นคืนวิถีชีวิตชุมชนริมคลอง ต่อยอดสู่การท่องเที่ยว

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2566 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามราชการโครงการปรับปรุงประตูระบายน้ำคลองบางใหญ่ โดยมีผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้บริหารจังหวัดนนทบุรี เข้าร่วม ณ ประตูระบายน้ำคลองบางใหญ่ ต.บางแม่นาง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี

ทั้งนีั ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า กรมชลประทานร่วมกับส่วนราชการจังหวัดนนทบุรี เข้าสำรวจความต้องการและรับฟังความคิดเห็นประชาชนในพื้นที่สำหรับการพัฒนาและปรับปรุงประตูระบายน้ำคลองบางใหญ่ ซึ่งมีอายุเก่าแก่กว่า 70 ปี เพื่อพัฒนาการบริหารจัดการน้ำ และปรับปรุงเส้นทางสัญจรทางน้ำของประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณริมคลองให้มีความสะดวกมากยิ่งขึ้น อีกทั้งเป็นการฟื้นฟูวิถีชีวิตชุมชนริมคลอง และสามารถต่อยอดสู่การส่งเสริมการท่องเที่ยวคลองบางใหญ่ได้อีกด้วย โดยเร่งให้บรรจุแผนการดำเนินโครงการ ในปีงบประมาณ 2568 และมอบหมายกรมชลประทานศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำเค็มทะลักเข้าพื้นที่เกษตรกรรมของประชาชนด้วย

สำหรับแผนปรับปรุงประตูระบายน้ำคลองบางใหญ่ ประกอบด้วย การรื้อถอนประตูระบายน้ำเดิม และก่อสร้างประตูระบายน้ำ ขนาด 6.00×6.00 เมตร จำนวน 2 ช่อง ก่อสร้างประตูเรือสัญจร ขนาด 6.00×6.00 เมตร จำนวน 1 ช่อง พร้อมทั้งก่อสร้างทางสัญจรสำหรับรถจักรยานยนต์ ความกว้างอย่างน้อย 2.50 เมตร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ ป้องกันและบรรเทาปัญหาอุทกภัย รองรับการสัญจรทางน้ำและเพิ่มโอกาสในการท่องเที่ยวในพื้นที่ รวมทั้งลดการเกิดปัญหามลพิษและการเน่าเสียของน้ำ

– 006

The 1 Exclusive จับมือ นารา กรุ๊ป สานต่อ Exclusive Dining Experience

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/775658

The 1 Exclusive จับมือ นารา กรุ๊ป สานต่อ Exclusive Dining Experience

The 1 Exclusive จับมือ นารา กรุ๊ป สานต่อ Exclusive Dining Experience

วันจันทร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

The 1 Exclusive ผู้นำโปรแกรมดูแลกลุ่มลูกค้า Wealth Segment ของ The 1 อันดับหนึ่งในประเทศไทย ภายใต้กลุ่มเซ็นทรัล ผนึกกำลัง นารา กรุ๊ป เครือร้านอาหารไทยชั้นนำ มอบสิทธิประโยชน์ “แลก Point อร่อย Exclusive” เพื่อสมาชิก The 1 Exclusive เท่านั้น รับส่วนลดทันที 100 บาท เพียงแลกคะแนนบน The 1 APP พร้อมรับโปรโมชั่น 4 จ่าย 3 จาก 5 ร้านอาหารชั้นนำได้แก่ Nara Thai Cuisine, INKA, Ang Morr, Co Limited และ Co Go Round ตั้งแต่วันนี้-31 ธันวาคม 2567 สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้บน The 1 APP คลิก https://t1x.onelink.me/XZji/myvg287x

อรญา คูนลินทิพย์ Head of Wealth & Credit Card-The 1 กล่าวว่า “The 1 Exclusive พร้อมมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดภายใต้วิสัยทัศน์ Ultimate Experience Curation เพื่อให้สมาชิก Proud to be The 1 Exclusive ยิ่งกว่าที่เคย โดยเฉพาะในเรื่องของ Exclusive Dining Experience โดยตลอดปี 2566 เราได้ร่วมมือกับหลากหลายเครือร้านอาหารชั้นนำเพื่อมอบสิทธิพิเศษให้สมาชิกคนสำคัญ ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดีเรื่อยมา และในครั้งนี้ เราได้ร่วมมือกับ นารา กรุ๊ป ผู้นำในวงการร้านอาหารระดับพรีเมียมในไทย ผ่านแคมเปญ “แลก Point อร่อย Exclusive” มอบสิทธิประโยชน์ 2 ต่อ ให้สมาชิกได้เพลิดเพลินไปกับมื้อพิเศษ พร้อมรับสิทธิประโยชน์เหนือระดับเฉพาะสมาชิก The 1 Exclusive เท่านั้น โดยสมาชิกสามารถรับสิทธิ์ได้อย่างสะดวกและง่ายดายบน The 1 APP ที่เดียว”

ด้าน นริพร เคียงศิริ CMO-นารา กรุ๊ป กล่าวว่า “เราอยากส่งมอบรสชาติอาหารไทยสูตรต้นตำรับที่เราตั้งใจเสิร์ฟให้กับลูกค้าไม่ว่าจะเป็นคนไทย หรือต่างชาติ ทุกคนจะต้องได้รับรสชาติอาหารที่ออกจากครัวเราอย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งปัจจุบันเรามีอาหารไทยประยุกต์หลากหลายรูปแบบเพื่อให้ถูกปากคนรุ่นใหม่ และส่งต่อความอร่อยไปสู่กลุ่มลูกค้าที่หลากหลายมากขึ้น อีกทั้ง เรายังมีเฟรนไชส์กว่า 8 ประเทศทั่วโลก และในอนาคตจะขยายอย่างต่อเนื่อง เพื่อเผยแพร่อาหารไทยสูตรต้นตำรับจากรุ่นสู่รุ่นไปยังประเทศอื่นๆ อีกมากมาย และสำหรับการร่วมมือกับ The 1 Exclusive เพื่อมอบสิทธิประโยชน์ในครั้งนี้ เราเชื่อมั่นว่าสิทธิประโยชน์ที่เรามอบให้จะช่วยยกระดับประสบการณ์ในทุกๆ มื้อพิเศษของสมาชิก The 1 Exclusive ในช่วงเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองได้เป็นอย่างดี”

สำหรับสมาชิก The 1 Exclusive สามารถสัมผัสความพิเศษเหนือระดับ ณ 5 ร้านอาหารชั้นนำในเครือนารา กรุ๊ป พร้อมรับสิทธิประโยชน์ 2 ต่อ บน The 1 APP เท่านั้น ตั้งแต่วันนี้-31 ธันวาคม 2567 เฉพาะสมาชิก The 1 Exclusive! แลกเพียง 600 คะแนน รับส่วนลดทันที 100 บาท ไม่มีขั้นต่ำโดยโปรโมชั่น 4 จ่าย 3 สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 5 ร้านอาหารในเครือ นารา กรุ๊ป ที่ร่วมรายการ

ทั้งนี้ สามารถดาวน์โหลด The 1 APP เพื่อติดตามข่าวสาร โปรโมชั่นและสิทธิพิเศษต่างๆ ได้ทั้งบน App Store, Play Store และ Huawei AppGallery https://t1x.onelink.me/XZji/myvg287x

ฉลอง 89 ปี มธ. จัดรายการพิเศษ วันธรรมศาสตร์ 9 ธันวาคม รายได้สมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ รพ.ธรรมศาสตร์ฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/775646

ฉลอง 89 ปี มธ. จัดรายการพิเศษ วันธรรมศาสตร์ 9 ธันวาคม  รายได้สมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ รพ.ธรรมศาสตร์ฯ

ฉลอง 89 ปี มธ. จัดรายการพิเศษ วันธรรมศาสตร์ 9 ธันวาคม รายได้สมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ รพ.ธรรมศาสตร์ฯ

วันจันทร์ ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย ชาญศิลป์ ตรีนุชกร นายกสมาคม ร่วมกับ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ สมาคมและชมรมธรรมศาสตร์ทั่วประเทศ ฉลองครบรอบ 89 ปี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ ก้าวสู่ปีที่ 90 จัดรายการพิเศษเนื่องใน “วันธรรมศาสตร์ 9 ธันวาคม” โดยมี ประกิต อภิสารธนรักษ์ เป็นประธานจัดรายการพิเศษฯ ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 MCOT HD เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2566 เวลา 22.00-24.00 น. เพื่อเชิญชวนร่วมบริจาคสนับสนุนโครงการจัดซื้ออุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ ศูนย์การแพทย์ธรรมศาสตร์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

รายการพิเศษ “วันธรรมศาสตร์ 9 ธันวาคม” นำเสนอความเจริญก้าวหน้า การพัฒนา การเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ รวมทั้งกิจกรรมหลากหลายสุดพิเศษตลอดปีเพื่อประชาคมธรรมศาสตร์ โดยมีศิษย์เก่าธรรมศาสตร์ที่มีชื่อเสียงมาร่วมรับบริจาคทางโทรศัพท์อย่างพร้อมเพรียง อาทิ ชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตประธานรัฐสภา, พิชัย ชุณหวชิร ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมธรรมศาสตร์ฯ, สมชาย พูลสวัสดิ์ อดีตนายกสมาคมธรรมศาสตร์ฯ, ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ นายกสภา มธ., รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดี มธ., ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อดีต อธิการบดี มธ., อนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, อาคม เติมพิทยาไพสิฐ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, รศ.นพ.ดิลก ภิยโยทัย คณบดีแพทยศาสตร์ มธ., รศ.นพ.พฤหัส ต่ออุดม ผู้อำนวยการ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ, ผาณิต พูนศิริวงศ์, พรชัย กิตติปัญญางาม, จำกัดธิต ศิริพูนทรัพย์, ชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ, ดร.ธีรวัฒน์ ธัญลักษณ์ภาคย์์, ดารณี วัธนเวคิน และ กำธร วังอุดม เป็นต้น

ขอขอบคุณจากใจชาวธรรมศาสตร์ ทั้งนี้ รายการพิเศษ 89 ปีวันธรรมศาสตร์ ในวันที่ 9 ธันวาคม 2566 ณ เวลา 24.00 น. ได้ยอดเงินบริจาค 34,057,322 บาท ผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมบริจาคเงินเพื่อศูนย์การแพทย์ธรรมศาสตร์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ได้ที่ บัญชี โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ธ.กรุงเทพ เลขที่บัญชี 091-0-20188-8

รายการพิเศษเนื่องในวันธรรมศาสตร์ 9 ธ.ค. 2566 จัดรายการพิเศษ 89 ปี ธรรมศาสตร์ ช่อง 9 MCOT HD ลูกแม่โดม นำโดย ชวน หลีกภัย ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมธรรมศาสตร์ฯ พร้อมด้วย อาทิ ชาญศิลป์ ตรีนุชกร นายกสมาคมธรรมศาสตร์ฯ, พิชัย ชุณหวชิร อดีตนายกสมาคมธรรมศาสตร์ฯ, สมชาย พูลสวัสดิ์ อดีตนายกสมาคมธรรมศาสตร์ฯ, ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ นายกสภา มธ., รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดี มธ., ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อดีตอธิการบดี, รศ.นพ.ดิลก ภิยโยทัย คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มธ., รศ.นพ.พฤหัส ต่ออุดม ผอ.รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ, มนู-ผศ.ประภัสสร เลียวไพโรจน์, ผาณิต พูนศิริวงศ์, พรชัย กิตติปัญญางาม, จำกัดธิต ศิริพูนทรัพย์, ชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ และศิษย์เก่ามาร่วมกันรับโทรศัพท์เชิญชวนร่วมบริจาคเงินเพื่อโครงการจัดซื้ออุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ ศูนย์การแพทย์ธรรมศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

รายการพิเศษเนื่องในวันธรรมศาสตร์ 9 ธ.ค. 2566 จัดรายการพิเศษ 89 ปี ธรรมศาสตร์ ช่อง 9 MCOT HD ลูกแม่โดม นำโดย ชวน หลีกภัย ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมธรรมศาสตร์ฯ พร้อมด้วย อาทิ ชาญศิลป์ ตรีนุชกร นายกสมาคมธรรมศาสตร์ฯ, พิชัย ชุณหวชิร อดีตนายกสมาคมธรรมศาสตร์ฯ, สมชาย พูลสวัสดิ์ อดีตนายกสมาคมธรรมศาสตร์ฯ, ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ นายกสภา มธ., รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดี มธ., ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อดีตอธิการบดี, รศ.นพ.ดิลก ภิยโยทัย คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มธ., รศ.นพ.พฤหัส ต่ออุดม ผอ.รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ, มนู-ผศ.ประภัสสร เลียวไพโรจน์, ผาณิต พูนศิริวงศ์, พรชัย กิตติปัญญางาม, จำกัดธิต ศิริพูนทรัพย์, ชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ และศิษย์เก่ามาร่วมกันรับโทรศัพท์เชิญชวนร่วมบริจาคเงินเพื่อโครงการจัดซื้ออุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ ศูนย์การแพทย์ธรรมศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

ชวน หลีกภัย ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมธรรมศาสตร์ฯ พร้อมด้วย รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดี มธ., ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ นายกสภา มธ., อาคม
เติมพิทยาไพสิฐ อดีต รมว.คลัง, อนุชา นาคาศัย รมช.เกษตรและสหกรณ์,
ชาญศิลป์ ตรีนุชกร นายกสมาคมธรรมศาสตร์ฯ และ ดารณี วัธนเวคิน

ชวน หลีกภัย ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมธรรมศาสตร์ฯ พร้อมด้วย รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดี มธ., ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ นายกสภา มธ., อาคม เติมพิทยาไพสิฐ อดีต รมว.คลัง, อนุชา นาคาศัย รมช.เกษตรและสหกรณ์, ชาญศิลป์ ตรีนุชกร นายกสมาคมธรรมศาสตร์ฯ และ ดารณี วัธนเวคิน

ประกิต อภิสารธนรักษ์ ประธานจัดรายการพิเศษฯ, กิตติพงค์ เศวตกิติธรรม, ชัยศักดิ์
อังค์สุวรรณ, ยอดยิ่ง โสภณ, ดร.ธีรวัฒน์ ธัญลักษณ์ภาคย์, ผาณิต พูนศิริวงศ์, กำธร  วังอุดม และ พรชัย กิตติปัญญางาม

ประกิต อภิสารธนรักษ์ ประธานจัดรายการพิเศษฯ, กิตติพงค์ เศวตกิติธรรม, ชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ, ยอดยิ่ง โสภณ, ดร.ธีรวัฒน์ ธัญลักษณ์ภาคย์, ผาณิต พูนศิริวงศ์, กำธร วังอุดม และ พรชัย กิตติปัญญางาม

อลิศ-ธนัชศลักษณ์ ฮัดสัน The Golden Song ก็มาร่วมเป็นกำลังใจพร้อมถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับศิษย์เก่าธรรมศาสตร์

อลิศ-ธนัชศลักษณ์ ฮัดสัน The Golden Song ก็มาร่วมเป็นกำลังใจพร้อมถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับศิษย์เก่าธรรมศาสตร์

ชวน หลีกภัย กับคณะแพทย์ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

ชวน หลีกภัย กับคณะแพทย์ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

จำกัดธิต ศิริพูนทรัพย์, ชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ, อนุชา นาคาศัย, อาคม เติมพิทยาไพสิฐ, ดร.ธีรวัฒน์ ธัญลักษณ์ภาคย์, ผาณิต พูนศิริวงศ์, มนู-ผศ.ประภัสสร เลียวไพโรจน์

จำกัดธิต ศิริพูนทรัพย์, ชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ, อนุชา นาคาศัย, อาคม เติมพิทยาไพสิฐ, ดร.ธีรวัฒน์ ธัญลักษณ์ภาคย์, ผาณิต พูนศิริวงศ์, มนู-ผศ.ประภัสสร เลียวไพโรจน์

ชวน หลีกภัย, ชาญศิลป์ ตรีนุชกร, รศ.นพ.ดิลก ภิยโยทัย,รศ.นพ.พฤหัส ต่ออุดม, มนู เลียวไพโรจน์ และ ผาณิต พูนศิริวงศ์

ชวน หลีกภัย, ชาญศิลป์ ตรีนุชกร, รศ.นพ.ดิลก ภิยโยทัย,รศ.นพ.พฤหัส ต่ออุดม, มนู เลียวไพโรจน์ และ ผาณิต พูนศิริวงศ์

ประกิต อภิสารธนรักษ์ ประธานจัดรายการ
พิเศษฯ กับ สุนทร สถาพร

ประกิต อภิสารธนรักษ์ ประธานจัดรายการ พิเศษฯ กับ สุนทร สถาพร

รศ.นพ.จิตตินัดด์ หะวานนท์ ผอ.ศูนย์การแพทย์์, สุนทร สถาพร และ รศ.นพ.พฤหัส ต่ออุดม ผอ.รพ.ธรรมศาสตร์ฯ

รศ.นพ.จิตตินัดด์ หะวานนท์ ผอ.ศูนย์การแพทย์์, สุนทร สถาพร และ รศ.นพ.พฤหัส ต่ออุดม ผอ.รพ.ธรรมศาสตร์ฯ

สมชาย พูลสวัสดิ์ อดีตนายกสมาคมธรรมศาสตร์ฯ, ปสันน์ เทพรักษ์ และศิษย์เก่าร่วมรับโทรศัพท์

สมชาย พูลสวัสดิ์ อดีตนายกสมาคมธรรมศาสตร์ฯ, ปสันน์ เทพรักษ์ และศิษย์เก่าร่วมรับโทรศัพท์

พิชัย ชุณหวชิร อดีตนายกสมาคมธรรมศาสตร์ฯ กับ ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อดีตอธิการบดี และ ชาญศิลป์ ตรีนุชกร นายกสมาคมธรรมศาสตร์ฯ

พิชัย ชุณหวชิร อดีตนายกสมาคมธรรมศาสตร์ฯ กับ ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อดีตอธิการบดี และ ชาญศิลป์ ตรีนุชกร นายกสมาคมธรรมศาสตร์ฯ

ชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ ประธานจัดงานวันธรรมศาสตร์, อาคม เติมพิทยาไพสิฐ อดีต รมว.กระทรวงคมนาคม และ อนุชา นาคาศัย รมช. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ ประธานจัดงานวันธรรมศาสตร์, อาคม เติมพิทยาไพสิฐ อดีต รมว.กระทรวงคมนาคม และ อนุชา นาคาศัย รมช. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

อธิการบดี รองอธิการบดี และศิษย์เก่า

อธิการบดี รองอธิการบดี และศิษย์เก่า

อาคม เติมพิทยาไพสิฐ, ผาณิต พูนศิริวงศ์ และสองพิธีกร แห่งช่อง 9 MCOT HD นันทกา วรวณิชชานันท์ และ สุทิวัส หงส์พูนพิพัฒน์

อาคม เติมพิทยาไพสิฐ, ผาณิต พูนศิริวงศ์ และสองพิธีกร แห่งช่อง 9 MCOT HD นันทกา วรวณิชชานันท์ และ สุทิวัส หงส์พูนพิพัฒน์

ครอบครัวเศวตกิติธรรม บริจาค 3 แสน 5 หมื่นบาท

ครอบครัวเศวตกิติธรรม บริจาค 3 แสน 5 หมื่นบาท

ดร.ธีรวัฒน์ ธัญลักษณ์ภาคย์, มนู-ผศ.ประภัสสร เลียวไพโรจน์, ชวนพิศ ฉายเหมือนวงศ์, พงษ์ศักดิ์ พยัฆวิเชียร

ดร.ธีรวัฒน์ ธัญลักษณ์ภาคย์, มนู-ผศ.ประภัสสร เลียวไพโรจน์, ชวนพิศ ฉายเหมือนวงศ์, พงษ์ศักดิ์ พยัฆวิเชียร

ธ.กรุงเทพ จำกัด (มหาชน) บริจาค 3 แสนบาท

ธ.กรุงเทพ จำกัด (มหาชน) บริจาค 3 แสนบาท

บมจ.เสนาดีเวลลอปเม้นท์ บริจาค 3 แสนบาท

บมจ.เสนาดีเวลลอปเม้นท์ บริจาค 3 แสนบาท

ดารณี วัธนเวคิน บริจาค 3 แสน 5 หมื่นบาท

ดารณี วัธนเวคิน บริจาค 3 แสน 5 หมื่นบาท

บมจ.บางจาก คอร์ปอเรชั่น บริจาค 5 แสนบาท

บมจ.บางจาก คอร์ปอเรชั่น บริจาค 5 แสนบาท

ชาญกิจ ไตรรัตนานนท์ บริจาค 5 แสนบาท

ชาญกิจ ไตรรัตนานนท์ บริจาค 5 แสนบาท

สุชัย พรชัยศักดิ์อุดม บริจาค 5 แสนบาท

สุชัย พรชัยศักดิ์อุดม บริจาค 5 แสนบาท

บมจ.สกาย ไอซีที บริจาค 5 แสนบาท

บมจ.สกาย ไอซีที บริจาค 5 แสนบาท

สุชัย วีระเมธีกุล โดย ฉัตรชัย วีระเมธีกุล และครอบครัว บริจาค 1 ล้านบาท

สุชัย วีระเมธีกุล โดย ฉัตรชัย วีระเมธีกุล และครอบครัว บริจาค 1 ล้านบาท

บจ.เอเบิล อินดัสตรีส์ บริจาค 2 ล้านบาท

บจ.เอเบิล อินดัสตรีส์ บริจาค 2 ล้านบาท

ผู้ร่วมบริจาคเพื่อศูนย์การแพทย์ธรรมศาสตร์ฯ พงษ์ชัย เศรษฐีวรรณ 2 แสนบาท, ว่องไว-รศ.เกศินี วิฑูรชาติ 1 ล้านบาท และ ม.ร.ว.อติเทวัญ-นิสากร เทวกุล 1 ล้านบาท

ผู้ร่วมบริจาคเพื่อศูนย์การแพทย์ธรรมศาสตร์ฯ พงษ์ชัย เศรษฐีวรรณ 2 แสนบาท, ว่องไว-รศ.เกศินี วิฑูรชาติ 1 ล้านบาท และ ม.ร.ว.อติเทวัญ-นิสากร เทวกุล 1 ล้านบาท