‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’ปธ.ประชุมคณะขับเคลื่อนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของกรมปศุสัตว์ ครั้งที่ 1/2568

https://www.naewna.com/local/846781

'อธิบดีกรมปศุสัตว์'ปธ.ประชุมคณะขับเคลื่อนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของกรมปศุสัตว์ ครั้งที่ 1/2568

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’ปธ.ประชุมคณะขับเคลื่อนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของกรมปศุสัตว์ ครั้งที่ 1/2568

วันพุธ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 12.55 น.

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 11 ธันวาคม 2567 นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นประธานการประชุมคณะขับเคลื่อนการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของกรมปศุสัตว์ ครั้งที่ 1/2568 โดยมี นายสัตวแพทย์ประภาส ภิญโญชีพ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ นายพงษ์พันธ์ ธรรมมา รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ พร้อมด้วยผู้อำนวยการสำนัก/กอง ปศุสัตว์เขต และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน ทั้งนี้ เพื่อรับทราบนโยบายการดำเนินงานของกรมปศุสัตว์ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อไป ณ ห้องม้ากัณฐกะ ตึกอำนวยการ ชั้น 1 กรมปศุสัตว์ พญาไท

– 006

‘กรมปศุสัตว์’ประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริต ‘FIGHT AGAINST CORRUPTION สู้ให้สุด หยุดการโกง’

https://www.naewna.com/local/846780

'กรมปศุสัตว์'ประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริต 'FIGHT AGAINST CORRUPTION สู้ให้สุด หยุดการโกง'

‘กรมปศุสัตว์’ประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริต ‘FIGHT AGAINST CORRUPTION สู้ให้สุด หยุดการโกง’

วันพุธ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 12.52 น.

เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 11 ธันวาคม 2567 กรมปศุสัตว์ นำโดย นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ จัดกิจกรรมต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบของกรมปศุสัตว์ ภายใต้แนวคิด “FIGHT AGAINST CORRUPTION สู้ให้สุด หยุดการโกง” พร้อมด้วย นายสัตวแพทย์โสภัชย์ ชวาลกุล นายสัตวแพทย์ประภาส ภิญโญชีพ และนายพงษ์พันธ์ ธรรมมา รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ ผู้อำนวยการกอง/สำนัก ปศุสัตว์เขต และเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ ณ ลานหน้าเสาธงกรมปศุสัตว์ โดยมีกิจกรรมเดินขบวนรณรงค์ต่อต้านการทุจริต เพื่อสร้างความตะหนักรู้ให้แก่ข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานราชการของกรมปศุสัตว์ และประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันทุกรูปแบบอย่างจริงจัง โดยปฏิบัติหน้าที่ราชการอย่างซื่อสัตย์สุจริตและประพฤติตนตามรอยพระยุคลบาท โดยน้อมนำ สืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชปณิธานของศาสตร์พระราชาผู้ทรงธรรม ด้วยความมุ่งมั่นในประโยชน์อันสูงสุดของประเทศชาติและประชาชน

ทั้งนี้ อธิบดีได้มอบนโยบายงดรับงดให้ของขวัญและของกำนัลทุกชนิดจากการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งในขณะก่อนหรือหลังปฏิบัติหน้าที่ ที่จะส่งผลให้เกิดการทุจริตและประพฤติมิชอบ นอกจากนี้ ได้มอบโล่เกียรติคุณ เพื่อยกย่องหน่วยงานที่ปฏิบัติราชการอย่างใสสะอาด เชิดชูเกียรติผู้ประพฤติปฏิบัติตนชอบด้วยความซื่อสัตย์สุจริตมีคุณธรรมจริยธรรมอันดีงาม ตามมาตรฐานทางจริยธรรม เพื่อเป็นต้นแบบในการปฏิบัติราชการที่ดีแก่ข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานราชการของกรมปศุสัตว์

– 006
 

‘อัครา’ดันแม่ฮ่องสอนโมเดล ช่วยเกษตรกรมีความเป็นอยู่ดีขึ้น

https://www.naewna.com/local/846680

‘อัครา’ดันแม่ฮ่องสอนโมเดล  ช่วยเกษตรกรมีความเป็นอยู่ดีขึ้น

‘อัครา’ดันแม่ฮ่องสอนโมเดล ช่วยเกษตรกรมีความเป็นอยู่ดีขึ้น

วันพุธ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานโครงการแม่ฮ่องสอนโมเดล โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมที่ศูนย์การเรียนรู้สมาคมคนพิการ ต.ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อเยี่ยมชมการผลิตถ่านชีวภาพ (Biochar) จากการนำใบและซังข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มาอัดแท่งเป็นถ่านเชื้อเพลิงสำหรับหุงต้มกรองน้ำ ดูดซับกลิ่น และใช้เป็นสารปรับปรุงดินสำหรับทำเกษตรกรรม ซึ่งสามารถสร้างทักษะอาชีพให้เกษตรกรและผู้พิการ นำไปจำหน่ายสร้างรายได้ให้ครอบครัว

จากนั้น นายอัครา ได้เดินทางไปยังโครงการชลประทานแม่ฮ่องสอน ต.ผาบ่อง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อรับฟังการผลการดำเนินโครงการแม่ฮ่องสอนโมเดลเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจสู่ความยั่งยืน ปี 2568 อาทิ 1.การพัฒนาที่ดินเพื่อเพิ่มศักยภาพการใช้ประโยชน์สำหรับการปลูกพืช 2.การปรับปรุง ซ่อมแซมผนังกันน้ำ ห้วย ฝาย และอาคารบังคับน้ำให้ประชาชนมีใช้อุปโภค-บริโภคอย่างเพียงพอ 3.ส่งเสริมการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรอินทรีย์ (กาแฟ พริก กระเทียม กระเทียมโทน ถั่วลิสงลายเสือ) 4.การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวและการตลาดข้าว การปรับปรุงพันธุ์ข้าว สร้างสายพันธุ์หลัก พันธุ์ขยาย และพันธุ์จำหน่าย 5.การส่งเสริมให้ผลผลิตทางการเกษตรได้การรับรองมาตรฐาน GAP ส่งเสริมการเลี้ยงไก่แม่ฮ่องสอน ไก่ไข่ โคขุน การผลิตปุ๋ยคอกและการแปรรูปผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ 6.การผลิตสัตว์น้ำเศรษฐกิจที่มีมูลค่าสูงเพื่อสร้างรายได้ (ปลากดหลวง ปลาพวงหิน ปลากดคังสาละวิน เขียดแลว ปลานิล และปลาแก้มช้ำ) และ 7.การส่งเสริมและพัฒนาพื้นที่สูงให้เกิดการพัฒนา เพื่อให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ต่อมา รมช.เกษตรฯ เดินทางไปยังศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรแม่ฮ่องสอน สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 1 จ.เชียงใหม่ ต.ผาบ่อง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อรับฟังปัญหาจากตัวแทนเกษตรกรในพื้นที่ ซึ่งส่วนใหญ่ต้องการน้ำสำหรับอุปโภค-บริโภค จึงมอบหมายให้กรมชลประทาน บริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพ อาจใช้ลักษณะเดียวกับโครงการอ่างเก็บน้ำแม่ยะ ต.เกาะตะเภา อ.บ้านตาก จ.ตาก เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่มีระบบขนส่งน้ำอย่างทั่วถึง และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลพื้นที่การเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยจนไม่สามารถทำเกษตรกรรมได้ให้สามารถเพาะปลูกได้โดยเร็ว

โอกาสนี้ รมช.เกษตรฯ นำคณะ เดินทางต่อไปยังศูนย์บริการและพัฒนาลุ่มน้ำปายตามแนวพระราชดำริ (ท่าโป่งแดง) ต.ผาบ่อง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อเยี่ยมชมศูนย์วิจัยและพัฒนาเพาะพันธุ์สัตว์เลี้ยงน้ำจืด อาทิ เขียดแลวปลาพลวงหิน ปลาคังสาละวิน และปลานิลเป็นต้น และเยี่ยมชมโรงแปรรูปผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ (หมู วัว ไก่พันธุ์พื้นเมืองแม่ฮ่องสอน)

สกู๊ปพิเศษ : ยกระดับครูอีสานตอนบน ศึกษาศาสตร์ มข. ผนึกเครือข่ายผลิตครู ใช้ AI เสริมพลัง

https://www.naewna.com/local/846681

สกู๊ปพิเศษ : ยกระดับครูอีสานตอนบน ศึกษาศาสตร์  มข. ผนึกเครือข่ายผลิตครู ใช้ AI เสริมพลัง

สกู๊ปพิเศษ : ยกระดับครูอีสานตอนบน ศึกษาศาสตร์ มข. ผนึกเครือข่ายผลิตครู ใช้ AI เสริมพลัง

วันพุธ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ที่ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในนามแม่ข่ายสถาบันผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่นภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเครือข่าย 19 สถาบัน จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ “The 5th Workshop of Teacher Induction: NextGen Teaching: AI Innovations in Educational Excellence” สำหรับครูผู้ช่วยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนในโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น โดยมี รศ.ดร.อิศราก้านจักร คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ในนามประธานแม่ข่าย เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมบรรยายพิเศษ ในหัวข้อ “AI for LifelongEducators: เสริมพลังครูในยุคการเรียนรู้ไร้ขีดจำกัด” และในอีกหัวข้อ “ครูควรใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ออกแบบจัดการเรียนรู้และวัดประเมินผลการเรียนรู้อย่างไร จึงถูกหลักวิชาการและจริยธรรมวิชาชีพ” โดย ศ.ดร.องอาจ นัยพัฒน์ รองประธานคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อบริหารโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น

รศ.ดร.อิศรา ก้านจักร กล่าวถึงความสำคัญของการใช้ AI ในการพัฒนาการศึกษา โดยเน้นว่า “AI เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยยกระดับคุณภาพการเรียนการสอนของครู และเสริมสร้างความสามารถให้กับเด็กไทยในการแข่งขันในระดับสากล ครูทุกคนควรใช้ AI เป็นเครื่องมือในการออกแบบกระบวนการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียนในยุคดิจิทัล และส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต”

โดยการอบรมได้มีการแยกกลุ่มอบรมการใช้เครื่องมือ AI ในการช่วยจัดทำสื่อและแผนการสอนให้กับครูในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ โดยแบ่งออกเป็น 7 กลุ่ม Smart Teacher1-7 ที่ครอบคลุมทั้งการศึกษาในกลุ่มสาระต่างๆ เช่น คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาไทย ปฐมวัย การศึกษาพิเศษ และอื่นๆ นอกจากนี้ผู้เข้าร่วมยังได้มีโอกาสนำเสนอแผนการสอนที่พัฒนาจากการใช้ AI พร้อมคัดเลือกรับรางวัล “OutstandingInnovations Awards” ซึ่งถือเป็นการสร้างแรงบันดาลใจและกระตุ้นให้ครูทุกคนได้นำความรู้ไปพัฒนาการเรียนการสอนในห้องเรียนจริง

โครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น เป็นโครงการที่มุ่งเน้นการคัดเลือกคนดี คนเก่ง ให้เข้ามาศึกษาวิชาชีพครูในสถาบันฝ่ายผลิตที่มีคุณภาพ เพื่อสร้างครูที่พร้อมด้วยความรู้ ความสามารถ และจิตวิญญาณความเป็นครู เมื่อสำเร็จการศึกษาครูในโครงการฯ จะได้รับการบรรจุเข้ารับราชการในภูมิลำเนาของตน และต้องเข้าร่วมโครงการพัฒนาวิชาชีพในช่วงที่ปฏิบัติงานเป็นครูผู้ช่วย ภายในระยะเวลา 2 ปี สำหรับปี 2565 ครูในโครงการฯ รุ่นที่ 7 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ได้รับการบรรจุรวมจำนวน 414 คน “The 5th Workshop of Teacher Induction: NextGen Teaching: AI Innovations in Educational Excellence” เป็นเวทีสำหรับแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในหลากหลายประเด็นสำคัญ ได้แก่ การวิจัยในชั้นเรียน แนวปฏิบัติที่ดีในการจัดการเรียนรู้ การอบรมเชิงปฏิบัติการการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อสนับสนุนการจัดการเรียนรู้และการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตลอดจนการสร้างเครือข่ายทางวิชาชีพของครูในโครงการฯ ที่ได้รับการบรรจุเป็นครูผู้ช่วยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน

รองปลัดฯหนุนร่วมมืออนุฯลุ่มน้ำโขง

https://www.naewna.com/local/846677

รองปลัดฯหนุนร่วมมืออนุฯลุ่มน้ำโขง

รองปลัดฯหนุนร่วมมืออนุฯลุ่มน้ำโขง

วันพุธ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายถาวร ทันใจ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังร่วมประชุมคณะทำงานด้านเกษตรของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ครั้งที่ 21 (The 21stGMS Working Group in Agriculture) ที่นครคุนหมิง สาธารณรัฐประชาชนจีน ว่าได้หารือเกี่ยวกับแนวทางการทำงานและแผนปฏิบัติการ พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนแนวทางการรับมือความท้าทายในการพัฒนาระบบเกษตรและอาหารอย่างยั่งยืนในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง รวมทั้งนำเสนอการดำเนินงานการพลิกโฉมระบบเกษตรอาหารอย่างยั่งยืนของไทย ให้สอดคล้องกับนโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรฯ “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้”โดยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเกษตรสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มปริมาณและคุณภาพของสินค้าเกษตร และมุ่งเน้นการเกษตรเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโดยใช้โมเดล BCG Economyซึ่งเป็นวาระแห่งชาติ

ทั้งนี้ ได้บูรณาการ 3 ภาคส่วนหลักเข้าด้วยกัน ได้แก่ 1.Bio Economy คือ การใช้ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเพื่อยกระดับจุดแข็งของประเทศไทยในด้านทรัพยากรชีวภาพและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ 2.CircularEconomy คือ การใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และ 3.greeneconomy เศรษฐกิจสีเขียว มุ่งเน้นการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดมลพิษ และส่งเสริมการใช้แหล่งพลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียน

นอกจากนี้ประเทศไทยพร้อมสนับสนุนความร่วมมือกับประเทศสมาชิกในสาขาที่ไทยเชี่ยวชาญ ได้แก่ การควบคุมโรคระบาดผ่านพรมแดน การจัดการ animal resistance risk และเทคโนโลยีนวัตกรรมเกษตรอัจฉริยะ โดยเชื่อมั่นว่าการเสริมสร้างความร่วมมือที่แข็งขันระหว่างประเทศในอนุภูมิภาคจะช่วยให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในกรอบยุทธศาสตร์ GMS 2030 Kunming สำหรับการเปลี่ยนแปลงระบบเกษตรและอาหาร เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนในอนาคตต่อไป

ปลัดฯถกจัดงานมหกรรมฯ ถนนดอกไม้ริมกว๊านพะเยา

https://www.naewna.com/local/846678

ปลัดฯถกจัดงานมหกรรมฯ  ถนนดอกไม้ริมกว๊านพะเยา

ปลัดฯถกจัดงานมหกรรมฯ ถนนดอกไม้ริมกว๊านพะเยา

วันพุธ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจัดงานมหกรรมการเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้งามริมกว๊านพะเยา จ.พะเยา ครั้งที่ 2/2567 โดยมี น.ส.เบญจพร ชาครานนท์ คณะที่ปรึกษา รมว.เกษตรฯ น.ส.ภัทราภรณ์โสเจยยะ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งส่วนกลางและภูมิภาค เข้าร่วมการประชุม ที่ห้องประชุม 134-135 กระทรวงเกษตรฯ และผ่านระบบการประชุมออนไลน์

ทั้งนี้ ที่ประชุมมีการติดตามความก้าวหน้าการจัดนิทรรศการ การจำหน่ายสินค้าทางการเกษตร กิจกรรมบนเวที ในงานมหกรรมการเกษตรฯ ของแต่ละหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ รวมทั้งที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบดังนี้ 1.เห็นชอบกำหนดการพิธีเปิดงานฯ ในวันที่ 29 ธันวาคม 2567 เวลา 15.30 น. ที่บริเวณอนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง ริมกว๊านพะเยา อ.เมือง จ.พะเยา และ 2.เห็นชอบตารางกิจกรรม Highlight ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ที่จะมาร่วมกันจัดขึ้นภายในงาน ระหว่างวันที่27 ธันวาคม 2567-5 มกราคม 2568

นบข.ไฟเขียว ช่วยไร่ละพัน ทำหลักเกณฑ์ ชาวนาได้เฮ!

https://www.naewna.com/local/846683

นบข.ไฟเขียว  ช่วยไร่ละพัน  ทำหลักเกณฑ์  ชาวนาได้เฮ!

นบข.ไฟเขียว ช่วยไร่ละพัน ทำหลักเกณฑ์ ชาวนาได้เฮ!

วันพุธ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ครั้งที่ 2/2567 โดยมีนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เป็นประธานการประชุมพร้อมด้วยนายพิชัย นริพทะพันธุ์รมว.พาณิชย์ นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ และภาคเอกชนเข้าร่วม ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาลว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2567/68 (ไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกินครัวเรือนละ 10 ไร่ หรือไม่เกิน 10,000 บาท) วงเงิน 38,578.22ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อยที่ส่วนใหญ่มีที่ดินเพาะปลูกไม่เกิน 10 ไร่ กว่า 2.1 ล้านครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ 47.31 ของเกษตรกรผู้ปลูกข้าว 4.61 ล้านครัวเรือน

ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติมอบหมายให้กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมการข้าว จัดทำหลักเกณฑ์เงื่อนไข ขั้นตอน วิธีการเข้าร่วมโครงการให้มีความสอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2566 ที่ต้องการให้ดำเนินโครงการในลักษณะส่งเสริมให้เกษตรกรยกระดับการปลูกข้าวอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถเพิ่มระดับผลิตภาพ (Productivity)และสามารถวัดผลการดำเนินการพัฒนาผลผลิตอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีจัดทำหลักเกณฑ์โครงการเสนอที่ประชุม ครม.สัญจร ที่ จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

สกร.จัดแข่งขันกีฬาต้านเสพติด ‘สกร.จ.มุกดาหารเกมส์’ครั้งที่10

https://www.naewna.com/local/846679

สกร.จัดแข่งขันกีฬาต้านเสพติด  ‘สกร.จ.มุกดาหารเกมส์’ครั้งที่10

สกร.จัดแข่งขันกีฬาต้านเสพติด ‘สกร.จ.มุกดาหารเกมส์’ครั้งที่10

วันพุธ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายธฤติ ประสานสอนรองเลขาธิการสภาการศึกษา เป็นประธานเปิดงานการแข่งขันกีฬาต้านภัยยาเสพติด(ระดับจังหวัด) สกร.จังหวัดมุกดาหารเกมส์ ครั้งที่ 10 ประจำปี 2568 โดยมี นายสมเจตน์ สวาศรี ผู้อำนวยการสำนักงาน สกร. ประจำจังหวัดมุกดาหาร นายประมวล ดอนอามาตผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอเมืองมุกดาหาร นายสันติ ทรัพย์ส่งเสริม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านโคก ร่วมกิจกรรมการแข่งขันกีฬาต้านภัยยาเสพติด(ระดับจังหวัด) “สกร.จังหวัดมุกดาหารเกมส์” ครั้งที่ 10 ประจำปี 2568 ณ สนามกีฬาโรงเรียนนาวาราชกิจพิทยานุสรณ์ ตำบลบ้านโคก อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร พร้อม กำนันตำบลบ้านโคก ผู้ใหญ่บ้านทั้ง 14 หมู่บ้าน ครู นักเรียนและประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

นายประมวล ดอนอามาต ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอเมืองมุกดาหาร กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเรียนรู้ ได้มีการจัดกระบวนการเรียนรู้ ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 สาระทักษะการดำเนินชีวิต รายวิชาสุขศึกษา พลศึกษา เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจ มีเจตคติที่ดีและทักษะเกี่ยวกับการดูแล ส่งเสริมสุขภาพอนามัยและความปลอดภัยในการดำเนินชีวิต เปิดโอกาสให้แสดงออกถึงความคิด ความรู้ ความสามารถ ก่อให้เกิดความรัก ความสามัคคี มีน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะรู้อภัย และมีสุขภาพพลานามัยที่ดี สอดคล้องกับการดำเนินการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดมุกดาหาร เห็นความสำคัญในด้านการแข่งขันกีฬาที่จะสามารถส่งเสริมให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนา ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา คุณธรรม จริยธรรม รวมทั้งเสริมสร้างสุขภาพกาย สุขภาพจิต

‘เฟิร์น วรรณภา-ครูเบียร์-จุรี นุ่มแก้ว’ และทีม Dr.Gangnam & Gangnam Clinic ลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วมภาคใต้

https://www.naewna.com/lady/846808

'เฟิร์น วรรณภา-ครูเบียร์-จุรี นุ่มแก้ว' และทีม Dr.Gangnam & Gangnam Clinic ลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วมภาคใต้

‘เฟิร์น วรรณภา-ครูเบียร์-จุรี นุ่มแก้ว’ และทีม Dr.Gangnam & Gangnam Clinic ลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วมภาคใต้

วันพุธ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 13.54 น.

น้ำใจที่ยิ่งใหญ่กว่าน้ำท่วม Dr.Gangnam & Gangnam Clinic นำทีม “เฟิร์น วรรณภา ครูเบียร์ จุรี นุ่มแก้ว อเล็กซ์ ณัติรุจน์ ลงหาดใหญ่ ลุยพื้นที่ ช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยน้ำท่วม จะนะ นาทวี เทพาน้ำท่วมใหญ่ในประวัติศาสตร์ เขตเศรษฐกิจในเมืองเสียหายอย่างหนัก คาดการณ์น้ำจะท่วมไม่ต่ำกว่า 7-10 วันยกธงแดงทั้งเมืองหาดใหญ่ จะนะ เทพา นาวี น้ำท่วมอพยพประชาชน ขนของขึ้นที่สูงน้ำใจไม่ทิ้งกัน เมื่อ อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังชาวใต้ อย่างคุณจุรี นุ่มแก้ว หัวเมืองชาวใต้ ลุยพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม อ.หาดใหญ่ อ.จะนะ อ.นาทวี อ.เทพาพร้อมแรงสนับสนุน  Dr.Gangnam & Gangnam Clinic นำทีม “เฟิร์น วรรณภา ครูเบียร์ นุติญา ลงใต้ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม นำสิ่งของ ข้าวสาร อาหารแห้ง ลุยน้ำ ลงพื้นที่จริง ไปส่งมอบ ถุงน้ำใจ จาก  Dr.Gangnam คนไทยช่วยกันยามวิกฤตน้ำท่วมครั้งนี้เราจะเห็นน้ำใจคนไทย

#Drgangnam

#GangnamClinic

#น้ำท่วมภาคใต้

#เฟิร์นวรรณภา

#ครูเบียร์

#จุรีนุ่มแก้ว

#อเล็กซ์ณัติรุจน์

LIFE & HEALTH : การดูแลเช็คสภาพรถยนต์ก่อนเดินทางไกลช่วงหยุดยาว

https://www.naewna.com/lady/846619

LIFE & HEALTH : การดูแลเช็คสภาพรถยนต์ก่อนเดินทางไกลช่วงหยุดยาว

LIFE & HEALTH : การดูแลเช็คสภาพรถยนต์ก่อนเดินทางไกลช่วงหยุดยาว

วันพุธ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 07.00 น.

ช่วงเทศกาลปีใหม่ถือเป็นช่วงเวลาวันหยุดยาวที่หลายคนรอคอย เพราะเป็นโอกาสพิเศษในการเดินทางกลับบ้านต่างจังหวัดไปพบปะครอบครัวและเฉลิมฉลองกับคนที่เรารัก แต่การเดินทางในช่วงเทศกาลมักมาพร้อมกับความท้าทาย เต็มไปด้วยผู้คนมากมาย เส้นทางที่คับคั่ง การจราจรติดขัดหนาแน่นดังนั้น การเตรียมตัวให้พร้อมจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้การเดินทางกลับบ้านในช่วงปีใหม่นี้ปลอดภัยและราบรื่น

ในการเตรียมตัวก่อนเดินทางไกลนั้น นอกจากต้องเตรียมตัวผู้ขับขี่และผู้ร่วมเดินทางให้พร้อมแล้ว สิ่งที่สำคัญไม่ควรมองข้ามคือการดูแลตรวจเช็คสภาพรถยนต์ให้พร้อม เพราะรถยนต์เปรียบเสมือนเพื่อนร่วมทางที่จะพาทุกคนกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย การละเลยตรวจสอบสภาพรถก่อนออกเดินทางอาจนำไปสู่ปัญหาที่ไม่คาดคิด เช่น การเสียหายกลางทาง หรืออุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งนอกจากการตรวจสภาพรถยนต์เบื้องต้นด้วยตนเองแล้ว สิ่งที่ผู้ใช้รถต้องรู้และให้ความสำคัญเป็นพิเศษ คือการตรวจเช็คสภาพช่วงล่างรถยนต์

ข้อมูลจาก ชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนยานยนต์ ภายใต้แบรนด์ “POP” ชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์มาตรฐานสากลฝีมือคนไทย ที่มีประสบการณ์มากกว่า 30 ปี ให้คำแนะนำว่า การเช็คสภาพช่วงล่างของรถยนต์ก่อนเดินทางไกลเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการขับขี่และช่วยยืดอายุการใช้งาน โดยเทคนิคการดูแล-เช็คสภาพช่วงล่างรถยนต์ที่ผู้ใช้รถต้องรู้ ได้แก่

1.ตรวจสอบยาง :

● เช็คความดันลมยางให้ตรงตามที่ผู้ผลิตกำหนด

● ตรวจสอบดอกยางว่าหมดหรือไม่โดยใช้เหรียญ 1 บาท ทดสอบความลึกของดอกยาง

● มองหารอยฉีกขาด หรือวัตถุแปลกปลอมในยาง

2.ตรวจสอบโช้คอัพ:

● ตรวจดูว่าโช้คอัพไม่มีน้ำมันรั่ว และไม่มีรอยสนิม

● ทดสอบการตอบสนองโดยการกดลงบนรถแล้วปล่อยดูว่ารถยกตัวกลับมาเร็วแค่ไหน

3.เช็คระบบเบรก :

● ตรวจสอบน้ำมันเบรกว่ามีระดับเพียงพอหรือไม่

● ฟังเสียงเบรกขณะขับขี่ เพื่อหาสัญญาณที่บ่งบอกว่าเบรกอาจมีปัญหา

● ตรวจสอบจานเบรกว่ามีการสึกหรอหรือไม่

4. ตรวจสอบระบบพวงมาลัย :

● ทดสอบการหมุนพวงมาลัยว่ามีการตอบสนองที่ดีหรือไม่

● ตรวจสอบว่าไม่มีเสียงผิดปกติเมื่อหมุนพวงมาลัย

5.ตรวจสอบช่วงล่าง :

● มองหาสัญญาณการสึกหรอหรือความเสียหายที่จุดเชื่อมต่อของช่วงล่าง

● เช็คข้อต่อและบูชต่างๆ ว่ายังอยู่ในสภาพดี

6.ตรวจสอบสายพาน:

● ตรวจสอบสายพานที่เกี่ยวข้องกับระบบช่วงล่างว่ามีการสึกหรอหรือรั่วหรือไม่

7.ดูแลระบบขับเคลื่อน :

● หากเป็นรถที่มีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ควรตรวจสอบน้ำมันในระบบขับเคลื่อน

8.ตรวจสอบความแข็งแรงของโครงสร้าง :

● ตรวจสอบว่ามีรอยแตกหรือสัญญาณการเสียหายที่โครงสร้างของรถ

ทำไมต้องดูแลช่วงล่างรถยนต์ ?

อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้รถหลายคนอาจสงสัยว่า ช่วงล่างรถยนต์สำคัญอย่างไร ทำไมต้องให้ความสำคัญใส่ใจดูแลช่วงล่างรถยนต์ ชวิศยงเห็นเจริญ ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การดูแลและเช็คสภาพช่วงล่างอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้ผู้ใช้รถยนต์เดินทางได้อย่างปลอดภัยและมั่นใจมากขึ้น เนื่องจากช่วงล่างของรถยนต์มีส่วนประกอบหลักหลายอย่างที่สำคัญต่อการควบคุมและความปลอดภัยของรถ อาทิ

● ด้านความปลอดภัย : ช่วงล่างมีบทบาทสำคัญในการหยุดรถและควบคุมทิศทาง ช่วงล่างที่ดีช่วยให้การควบคุมรถมีประสิทธิภาพสูง ช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ แต่หากช่วงล่างมีปัญหา อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้

● เพิ่มการขับขี่ที่สะดวกสบาย : โช้คอัพและสปริง ช่วยดูดซับแรงกระแทก ทำให้การขับขี่นุ่มนวลและลดความเมื่อยล้าในขณะขับขี่ โดยเฉพาะการเดินทางในระยะไกล

● เพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่ : ช่วงล่างที่ดีจะช่วยให้รถมีการควบคุมที่ดี เพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ อีกทั้งยังช่วยลดการสึกหรอของยางรถยนต์และระบบเบรก

● ยืดอายุการใช้งานของรถ : ช่วยยืดอายุการใช้งานของรถและประหยัดค่าใช้จ่าย การดูแลช่วงล่างอย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดความเสียหายรุนแรงต่อชิ้นส่วนอื่นๆ ซึ่งอาจทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงมากขึ้นในการซ่อมแซม

หากผู้ใช้รถไม่ใส่ใจให้ความสำคัญกับการดูแลช่วงล่าง อาจนำไปสู่ปัญหาที่ใหญ่ขึ้นในอนาคต ซึ่งไม่เพียงแต่จะมีผลต่อความปลอดภัยเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อความสะดวกสบายในการขับขี่และค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาอีกด้วย ดังนั้น ผู้ใช้รถยนต์ควรตรวจสอบและบำรุงรักษาช่วงล่างอย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานและเพิ่มประสิทธิภาพของรถยนต์ในระยะยาวการดูแลช่วงล่างรถยนต์อย่างละเอียดและรอบคอบอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อให้รถยนต์ของเราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย โดยเฉพาะก่อนเดินทางไกลกลับบ้านต่างจังหวัดในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง

สำหรับ “POP” แบรนด์ชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์มาตรฐานสากลฝีมือคนไทย ที่มีประสบการณ์มากกว่า 30 ปี มีผลิตภัณฑ์มากกว่า 5,000 รายการ อาทิ ยางแท่นเครื่อง ลูกปืนรองรับเพลากลาง บูชปีกนก และชิ้นส่วนอื่นๆ ครอบคลุมตั้งแต่รถยนต์ส่วนบุคคลจนถึงรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ สามารถสอบถามรายละเอียด ที่ร้านอะไหล่รถยนต์ชั้นนำ ตัวแทนจำหน่าย หรือเว็บไซต์ https://chalitindustry.com

ช่วงปีใหม่เป็นช่วงเวลาที่มีการเดินทางมากขึ้นและมีอุบัติเหตุทางรถยนต์เพิ่มขึ้นกว่าช่วงปกติ ทำให้ความต้องการโลหิตในการดูแลผู้ป่วยอุบัติเหตุเพิ่มมากขึ้นด้วย ในช่วงก่อนหยุดยาวนี้ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ขอเชิญร่วมบริจาคโลหิตทั่วประเทศ ได้ที่ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์, หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ ได้แก่ สถานีกาชาด 11 วิเศษนิยม (บางแค) เดอะมอลล์ สาขาบางแค สาขาบางกะปิ สาขางามวงศ์วาน สาขาท่าพระ ศูนย์การค้าดิเอ็มโพเรียม และบ้านทรงไทย (ย่านวงศ์สว่าง), ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่ จังหวัดลพบุรี ชลบุรี ราชบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี นครสวรรค์ พิษณุโลก เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง) สงขลา และภูเก็ต,โรงพยาบาลสาขาบริการโลหิตทั่วประเทศ สอบถามได้ที่ ฝ่ายจัดหาผู้บริจาคโลหิตฯ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย โทร.02-2564300, 02-2639600-99 ต่อ 1101, 1760, 1761 หรือ www.blooddonationthai.com