อ้วน รีเทิร์น หวิดเลิก หมอย้ง หลังลงรูปคู่หนุ่มอาหรับ สามีงัดไม้เด็ด งดให้เงินก้อนโต!

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2829792

อ้วน รีเทิร์น หวิดเลิก หมอย้ง หลังลงรูปคู่หนุ่มอาหรับ สามีงัดไม้เด็ด งดให้เงินก้อนโต!

7 ธ.ค. 2567 19:15 น.

อ้วน รีเทิร์น หวิดเลิก หมอย้ง หลังลงรูปคู่หนุ่มอาหรับ สามีงัดไม้เด็ด งดให้เงินก้อนโต!

เรื่องราวความรักที่ยาวนานกว่า 14 ปีระหว่าง อ้วน รีเทิร์น และ หมอย้ง ที่มักมีแต่ความหวานให้แฟนๆ ได้อิจฉาตลอด กลายเป็นประเด็นอีกครั้งเมื่อความรักของคู่รักสุดหวาน อ้วน-หมอย้ง ออกมาเปิดใจผ่านรายการ “คุยแซ่บโชว์” เรียกได้ว่าครั้งนี้ต้องเจอบททดสอบครั้งใหญ่ หลังแม่อ้วนโพสต์รูปคู่หนุ่มอาหรับสุดหล่อลงโซเชียล ทำเอาหมอย้งออกอาการหึงหนักจนต้องงัดไม้เด็ดดัดนิสัย ด้วยการงดเงินก้อนโตที่เคยมอบให้เป็นประจำ

หมอย้ง : คือมีปัญหาจริง ส่วนเหตุผลคือช่วงนั้นงานผมเยอะ ลูกค้าเยอะ และเข้าแล็บเยอะ และช่วงนั้นเป็นช่วงที่พี่อ้วนหาเวลาเที่ยว ทีนี้เวลาเที่ยวเราก็เป็นห่วงสุขภาพแก กลับบ้านเที่ยงคืน ตี 1 แกก็ออกไปกับเพื่อนแก และบางทีก็มีข่าวกับเพื่อนที่เป็นต่างชาติหลายคน แต่เราก็เงียบ ช่วงนั้นเป็นช่วงที่พี่อ้วนลงรูปถ่ายเซ็กซี่บ่อยและลงรูปผู้ชายต่างชาติบ่อย โกรธจนหนีเข้าวัดปฏิบัติธรรม 10 วัน คือก่อนหน้านั้นเราเคยมีคุยกันไว้แล้วว่า อันไหนที่พี่อ้วนทำแล้วมีความสุข เราก็มีความสุขร่วม แต่พอเวลามันผ่านไปกายสังขารเราเปลี่ยน จิตเราเปลี่ยน พอเรามารับตอนหลังแค่รู้สึกว่ามันรับไม่ได้

ด้านแม่อ้วนก็ไม่รอช้า รีบชี้แจงถึงความบริสุทธิ์ใจ พร้อมยืนยันว่าไม่มีอะไรเกินเลยและรักหมอย้งเพียงคนเดียว

อ้วน : รู้สึกผิดว่าเราผิด เราไม่ไว้หน้าเค้า เราให้เกียรติเค้าไม่พอ เราสนุกเกินเลยลืมคิด และช่วงนั้นลงรูปเกือบทุกวัน ไปอยู่เมืองนอกลงถี่มากประมาณ 20-30 รูป แถมมีกลอนอีโรติกไปด้วย หลังจากนั้นเริ่มมีปัญหา และพอมีปัญหาครั้งนั้นทำให้เข็ด เพราะว่าพ่อแม่พี่น้องเค้าก็นิ่งกับเราไปเลยจากที่รักเรา เค้าก็นิ่งกันไปหมดเลย ไม่มีใครโทรหาเราเลยช่วงนั้น เลยรีบโทรหาหมอย้งว่าไม่ใช่นะ เราสนุกอย่างเดียว และเราก็บอกเค้าอธิบายเหตุผลให้เค้าฟัง เค้าก็บอกว่าทีหลังอย่าทำอีกนะ ไม่พอใจ เราก็ไม่ทำอีก

ส่วนกับที่บ้านหมอย้งพอเราเคลียร์กับหมอย้ง เค้าก็เข้าไปเคลียร์กับคุณพ่อคุณแม่ให้เค้าก็หาย บ้านหมอย้งน่ารักหมดทุกคน จริงๆ พอมีปัญหาก็รีบกลับมาเคลียร์เลย รีบโทรหาหมอย้งและก็ไปหา รีบไปง้อเค้าบอกเค้าว่า จริงๆ มันไม่มีอะไรเลย เราแค่ไปเจอผู้ชายคนนึงที่มันเป็นเหมือนเพื่อน

และทีนี้เราก็โพสต์รูปลงแต่งกลอน เราก็ผิดเอง เราก็ขอโทษเค้าที่เราทำผิดแบบนี้ และก็สัญญากับเค้าว่าเราจะไปทำอีก ให้เค้าไว้ใจ และสำนึกผิดจริงๆ และเรารู้เลยว่าเราไม่อยากเสียเค้าไป คนแบบนี้เราจะหาที่ไหนได้ และเราก็รู้สึกว่าสิ่งที่เราทำมันไม่ถูกต้องจริงๆ และหมอย้งก็ปลอบเราว่า อย่าคิดมากนะ ถ้าพี่อ้วนพูดแบบนี้ผมโอเคแล้ว

มีวิธีดัดนิสัยแม่อ้วนยังไง?
หมอย้ง : ล่าสุดเราก็ถามตัวเองนะว่าขาดพี่อ้วนไปเราเสียใจมั้ย เราอยู่ได้มั้ย และถ้าเกิดเค้าทำพฤติกรรมแบบนี้เราอยู่ได้มั้ย สรุปก็มีคำตอบคือเราเองก็ขาดเค้าไม่ได้

อ้วน : แต่เค้าก็แก้เผ็ดนะ อย่างปลายปีนี้มีไปเที่ยวอีก เค้าจะวิดีโอคอล ไม่ว่าเวลาไหนก็แล้วแต่เค้าจะคอลดูว่าเราอยู่ที่ไหนกับใคร และอีกวิธีที่พี่เจ็บใจมาก คือเค้าไม่ให้ตังค์ ซึ่งปกติปีนี้เค้าจะให้ตังค์และซื้อของให้ เค้าไม่ให้อะไรเลย

หมอย้ง : ความรู้สึกมันบังคับไม่ได้ครับ ถ้าเราอยากให้มันจะให้เองครับ ก็เป็นการลงส่วนหนึ่ง อย่างถ้าเหตุการณ์ปกติพี่อ้วนจะชอบเพชร รถ และเงินสดครับ

ถึงแม้เหตุการณ์นี้จะทำให้เกิดความไม่เข้าใจกันในช่วงแรก แต่ท้ายที่สุด ทั้งแม่อ้วนและหมอย้งก็สามารถปรับความเข้าใจและกลับมารักกันเหมือนเดิมอีกครั้ง ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่สะท้อนถึงความสำคัญของการสื่อสารและความเชื่อใจในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ พร้อมฝากถึงแฟนๆ ว่า การมีความรักยืนยาวนั้นต้องอาศัยทั้งความซื่อสัตย์ ความเข้าใจ และการให้อภัยซึ่งกันและกัน

ชมคลิป

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

มดดำ เจอคำพูดจุกอกจากผู้ชาย จนไม่ศรัทธาในความรัก ถ้าเหงาก็ซื้อกิน

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2829786

มดดำ เจอคำพูดจุกอกจากผู้ชาย จนไม่ศรัทธาในความรัก ถ้าเหงาก็ซื้อกิน

7 ธ.ค. 2567 18:52 น.

มดดำ เจอคำพูดจุกอกจากผู้ชาย จนไม่ศรัทธาในความรัก ถ้าเหงาก็ซื้อกิน

ยอมเปิดใจเล่าถึงความรักของตัวเอง สำหรับพิธีกรคนเก่ง มดดำ คชาภา ล่าสุด เป้ย ปานวาด ได้มาออกรายการ แฉ

ซึ่งช่วงหนึ่งของรายการ เป้ย ได้เล่าถึงความรักของตัวเองที่วันนี้ได้ปลดล็อกทุกอย่างแล้ว พร้อมกับหันไปพูดกับ มดดำ ว่า ส่วนเธอยังต้องโทรไปถามแม่หมออยู่ใช่มั้ย

ด้าน มดดำ ก็ได้เปิดปากเล่าถึงความรักของตัวเองให้ฟังทันที บอกว่า วันนี้ฉันพอแล้ว ตอนนี้ไม่ได้ดูดวงเกี่ยวกับความรักแล้ว ไม่เอาแล้ว ไม่มีเรื่องความรักอีกเลย วันหนึ่งไม่เชื่อเรื่องความรักอีกเลย เพราะอะไร อยู่ดีๆ ผู้ชาย พูดแค่คำพูดคำเดียวขึ้นมาว่า “ใครคิดกับพี่ว่าพี่เป็นแฟน” จบเลย

แล้วหลังจากนั้นไม่เคยคิดที่จะโหยหาความรักอีกเลย วันหนึ่งเข้าใจแล้วว่า ถ้าโดนเข็มจิ้มจี๊ด เราก็จะสะดุ้งตื่น ซึ่งมันเป็นเรื่องจริง ถ้าเหงาก็ซื้อ จบ ส่วนเวลาไปงานแต่งงานก็ไม่ค่อยไป นอกจากคนสนิทจริงๆ ซึ่งถ้าวันหนึ่งมันถึงวันนั้นจริงๆ มันอยู่ได้ 

สละโสดแล้ว! เบนซ์ ปุณยาพร ควง แก๊ป วิทนาถ ทายาทโรงแรมดังวิวาห์หวาน (คลิป)

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2829785

สละโสดแล้ว! เบนซ์ ปุณยาพร ควง แก๊ป วิทนาถ ทายาทโรงแรมดังวิวาห์หวาน (คลิป)

7 ธ.ค. 2567 18:10 น.

สละโสดแล้ว! เบนซ์ ปุณยาพร ควง แก๊ป วิทนาถ ทายาทโรงแรมดังวิวาห์หวาน (คลิป)

สละโสดแล้วเรียบร้อยจ้า! สำหรับนักแสดงสาว เบนซ์ ปุณยาพร พูลพิพัฒน์ ที่ควงนักธุรกิจหนุ่มทายาทโรงแรมรอยัลคลิฟ แก๊ป วิทนาถ วรรธนะกุล เข้าพิธีมงคลสมรสไปเมื่อช่วงเช้าวันที่ 7 ธ.ค. 2567 ที่ผ่านมา ณ โรงแรมรอยัลคลิฟ บีช รีสอร์ท พัทยา จ.ชลบุรี

สำหรับบรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น โดยเป็นการจัดงานแบบพิธีไทย มีการแห่ขันหมาก กั้นประตูเงินประตูทอง ที่แต่ละด่านกว่าจะผ่านไปได้ก็ไม่ง่าย แต่เจ้าบ่าวก็ทำเต็มที่ เพื่อไปหาเจ้าสาวที่รออยู่ด้านใน จากนั้นเป็นพิธีสวมแหวน ทันทีที่เจ้าสาวก้มกราบเจ้าบ่าว เจ้าบ่าวก็ดูดีอกดีใจสุดๆ

ซึ่งภายในงานมีทั้งคนในครอบครัว ตลอดจนคนในวงการบันเทิงมาร่วมแสดงความยินดีมากมาย อาทิ เนย โชติกา, แม็กกี้ อาภา, กระแต ศุภักษร, ฝ้าย ณิชานันท์, เอม สาธิดา ฯลฯ มาร่วมแสดงความยินดีมากมาย

โดยก่อนหน้านี้ เบนซ์ ปุณยาพร และ แก๊ป วิทนาถ เข้ารับพระราชทานน้ำสังข์ สมรสพระราชทานไปเมื่อวันที่ 12 ก.ค. 2567 ที่ผ่านมา และในส่วนพิธีฉลองมงคลสมรสของ เบนซ์-แก๊ป จะจัดขึ้นในวันพรุ่งนี้ (8 ธ.ค. 2567) ณ โรงแรมรอยัลคลิฟ บีช รีสอร์ท พัทยา จ.ชลบุรี บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

บุคคลในข่าว 8 ธันวาคม 2567

https://www.thairath.co.th/lifestyle/2829766

บุคคลในข่าว 8 ธันวาคม 2567

8 ธ.ค. 2567 04:40 น.

บุคคลในข่าว 8 ธันวาคม 2567

อำนาจการเมืองขึ้นอยู่กับศรัทธาประชาชน หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสี จำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันอาทิตย์ที่ 8 ธันวาคม 2567

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯไปพระราชทานรางวัลแก่ผู้ชนะเลิศการแข่งขันเรือใบนานาชาติ “ภูเก็ตคิงส์คัพรีกัตต้า” ครั้งที่ 36 ณ โรงแรมบียอนด์ กะตะ จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม.

สร้างความตื่นตระหนกให้แก่ประชาชนที่กำลังเผชิญ ปัญหาปากท้อง จากภาวะ เศรษฐกิจถดถอย เมื่อ พิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ออกมาเสนอแนวคิดที่จะปรับขึ้น ภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT จากที่เก็บอยู่ในปัจจุบัน 7% เป็น 15% ท่ามกลางเสียงคัดค้านและวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าเป็นเพราะ รัฐบาลถังแตก จึงหันมาใช้ มาตรการรีดภาษี จาก ประชาชน เพื่อนำไป โปะงบประมาณ…ล่าสุด เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.ที่ผ่านมา แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม คณะที่ปรึกษานโยบายของนายกรัฐมนตรี โดยมี พันศักดิ์ วิญญรัตน์ ประธานที่ปรึกษานโยบายฯ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองประธานที่ปรึกษานโยบายฯ ศุภวุฒิ สายเชื้อ, ธงทอง จันทรางศุ, พงศ์เทพ เทพกาญจนา ที่ปรึกษานโยบายฯ พิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง และ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมหารือด้วย

แท้งกิ้ว – ดร.นุชนาถ วสุรัตน์ และ ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ จัดงานเลี้ยงขอบคุณนักแสดงงิ้วการกุศลชุดเปาบุ้นจิ้น ตอนบุญคุณกับความยุติธรรม โดยมี ดร.สมพร สืบถวิลกุล, ร.อ.ชาคริต ศึกษากิจ และ ดร.ธีรอัศฐ์ สีหสินอิทธ มาร่วมงานด้วย ที่ รร.แกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ วันก่อน.

โดยหลังการประชุม นายกฯแพทองธาร โพสต์เฟซบุ๊กถึงการหารือ กรณีกระแสข่าว ประชาชน คัดค้าน การขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ว่า จากข้อกังวลใจของประชาชนต่อเรื่อง VAT 15% วันนี้ตนเองได้พูดคุยหารือในประเด็นดังกล่าวกับ รองนายกฯพิชัย ร่วมกับ คณะที่ปรึกษานโยบายของนายกรัฐมนตรี เพื่อความชัดเจนจึงขอสรุป เพื่อชี้แจงต่อพี่น้องประชาชน ดังนี้ 1.ไม่มีการปรับ VAT เป็น 15% 2.กระทรวงการคลัง กำลังศึกษาการปรับ โครงสร้างภาษี ที่ต้องมองทั้งระบบ ให้ครบทุกมิติและเป็นธรรม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ 3.การปรับ โครงสร้างภาษี ของประเทศอื่นๆ ใช้เวลาศึกษาและ ปรับตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป บางประเทศใช้เวลาปรับเปลี่ยนกว่า 10 ปี 4.นโยบายหลักของ รัฐบาล คือ การลดรายจ่ายของประชาชน ลดรายจ่ายและเพิ่มประสิทธิภาพของ ภาครัฐ ควบคู่ไปกับการหาโอกาสจากการสร้างรายได้ใหม่ให้ประชาชน ทั้งหมดนี้เพื่อ ชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ของพี่น้องประชาชนคนไทย “ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่าการทำงานของรัฐบาลเราดำเนินการด้วยความรัดกุม รับฟังทุกภาคส่วน และยึดประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเป็นที่ตั้ง เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยของเราทุกคน”

เบิร์ธเดย์ – คุณหญิงโรส บริบาลบุรีภัณฑ์ จัดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดให้ รมณีย์ เธียรประสิทธิ์ โดยมี มาลินี สุขมงคล, รัญชา บริบาลบุรีภัณฑ์, สุกัญญา นิยมมาลัย และ สุภารัตน์ จักรพันธุ์ ณ อยุธยา มาร่วมอวยพรด้วย ที่ห้องลอร์ดจิมส์ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล วันก่อน.

งานนี้ ผู้นำรัฐบาล ต้องรีบออกมาสยบกระแสร้อนๆ ที่ รองนายกฯและ รมว.คลัง เป็นผู้โยนหินถามทางออกมา ก่อนจะลุกลามกลายเป็น แรงต้านรัฐบาล ทำให้ กระแสดำดิ่ง ลงไปอีก เพราะ ความเดือดร้อน จาก ปัญหาปากท้อง ของประชาชน รัฐบาล ยังแก้ไขไม่ได้ แต่กลับมีแนวคิดแผลงๆจะ รีดเลือด รีดภาษี ซ้ำเติมเข้าไปอีก แค่คิดก็ผิดแล้ว อย่าล้อเล่นกับ ความเดือดร้อนอดอยาก ของ ชาวบ้านนะจ๊ะ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน

ครบวงจร – อรธิรา ภาคสุวรรณ์ และ สุธาวดี ศิริธนชัย เปิดโซนใหม่ “EM BEAUTY & WELLNESS” ศูนย์รวมบิวตี้แบรนด์ชั้นนำระดับโลกและสถานเสริมความงามพรีเมียมแบบครบวงจร โดยมี พญ.วิสุทธิยา บุญสม และ ปรียา จิระเกียรติวัฒนา มาร่วมงานด้วย ที่เอ็มสเฟียร์ วันก่อน.

อืม…ส่วนรายนี้มุ่งเน้นเร่งช่วยเหลือ กลุ่มคนเปราะบาง และ ผู้ด้อยโอกาส ล่าสุด วราวุธ ศิลปอาชา รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตอกย้ำการเดินหน้าตามมติ ครม. ในเรื่อง การปรับเพิ่มเบี้ยยังชีพ ให้แก่ ผู้สูงอายุ และ คนพิการ ว่า เมื่อ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) แจ้ง มติ ครม. กลับมายัง กระทรวง พม. แล้วจะดำเนินการพิจารณาจัดทำข้อมูลกลุ่มเป้าหมายทั้ง กลุ่มเด็ก, ผู้สูงอายุ และ คนพิการ เพื่อให้ได้จำนวนกลุ่มเป้าหมายและ งบประมาณ ที่ต้องใช้ดำเนินการ และหารือร่วมกับ สำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง เรื่องแหล่งเงิน และกำหนดแนวทางในการโอนเงินให้ กลุ่มเป้าหมาย คาดหากไม่ติดขัดในประเด็นใด ช่วงปลายปี 2568 ประชาชนกลุ่มเป้าหมายแต่ละกลุ่มจะได้รับเงินช่วยเหลือที่ปรับเพิ่มขึ้นทันที ต้องทำงานเชิงรุกช่วยเหลือชาวบ้านแบบนี้ถึงจะได้ใจคน

น่าซื้อน่าใส่ – ขนิษฐา ดรุณเนตร จัดแฟชั่นโชว์เปิดตัวคอลเลกชันฟอล/วินเทอร์ 2024 ของแบรนด์ คานิท ดีไซน์เรียบโก้ช่วยเพิ่มความอ่อนหวานมีเสน่ห์ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้หญิงยุคใหม่ โดยมี เสาวคนธ์ พรพัฒนารักษ์ และ ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ มาร่วมงานด้วย ที่พาร์คสีลม วันก่อน.

ผ่างๆ…จากเหตุ เครนถล่ม บน ถนนพระราม 2 ทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม ออกมาสำทับถึงการลงโทษ ผู้รับเหมา ที่ทำให้เกิดเครนถล่มว่า มีบทลงโทษโดยจัดทำสมุดพกตัดคะแนน ชั้นผู้รับเหมา หากถึงเกณฑ์ที่กำหนดจะ หมดสิทธิการประมูลโครงการภาครัฐทันที แต่ยังมีข้อจำกัดในการลงโทษ เพราะยังติด สัญญาเดิม โดย กระทรวงคมนาคมไม่ได้นิ่งนอนใจมอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดที่มีงานก่อสร้าง อาทิ กรมทาง หลวง กรมทางหลวงชนบท การทางพิเศษแห่งประเทศไทย การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ร่วมกันเร่งพิจารณาให้ความเห็นต่อ ร่างระเบียบกระทรวงการคลัง ในการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้รับเหมา เพื่อหารือกับ กรมบัญชีกลาง ถึงแนวทางจัดทำ มาตรการสมุดพกผู้รับเหมา ให้ออกมาเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด…โดยเบื้องต้นมาตรการดังกล่าวนอกจากจะ ปรับเงินสูงสุดตามกฎหมาย และตัดสิทธิในการเข้าร่วมประมูลงานจะเพิ่มการตัดคะแนนด้วย หากไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดจะ ลดชั้นผู้รับเหมา และ ถอดรายชื่อ ออกจาก ทะเบียนผู้รับเหมา ที่มีสิทธิเข้าประมูล โครงการของภาครัฐทันที โดยภายใน 2 สัปดาห์นี้ จะเร่งสรุปความเห็นต่อร่างระเบียบ กระทรวงการคลัง ดังกล่าว เพื่อนำไปหารือกับ กรมบัญชีกลาง เพื่อหาข้อสรุปให้มีผลบังคับใช้ต่อไป…เน้นใช้ยาแรง เพื่อรักษาความปลอดภัยของประชาชน

ปรับปรุงคลอง – อรรถวุฒิ พึ่งเนียม และ พิมพ์ภัทรา จันทร์หิรัญ เปิดงาน “CSR 2024” ทำความสะอาดท่อระบายน้ำ ปรับปรุงภูมิทัศน์คลองคุตและชุมชนใกล้เคียง โดยมี พ.ต.อ.ไพบูลย์ แพรสีนวล, เครือวรรณ์ บุญญาธนานุรัตน์ และ ธนิษา โจเซฟ มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัล ศาลายา วันก่อน.

สังคมทั่วไป

  • บริษัท บีพี-คาสตรอล (ประเทศไทย) จำกัด จัดงานสัมมนา “ช่างรถจักรยานยนต์ ยกระดับมาตรฐานสู่ช่างซ่อมคาสตรอลมืออาชีพ” ที่ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ 8 ธ.ค. 09.00 น.
  • พิธีอุปสมบท นพปพัทธ์ สุทธิฉัตรปกรณ์ ลูกชาย อภิวิชญ์–ลดาวัลย์ สุทธิฉัตรปกรณ์ ที่พระอุโบสถ วัดเสมียนนารี เขตจตุจักร กทม.11 ธ.ค. 08.00 น.
  • ฌาปนกิจศพ ศักดิ์ นันทกาวงศ์ บิดา ผอ.สุรางค์ พ่อตา ผอ.นพดล บุญยายน วัดเขียนเขต ต.บึงยี่โถ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี 8 ธ.ค. 16.00 น.
  • ศพ คุณแม่อรพิน มากวงศ์นาค มารดา คุณหญิงทิพยวรรณ ตันตกิตติ์ ตั้งสวดศาลามณเฑียร วัดเทพศิรินทราวาส 18.30 น. 8 ธ.ค. คืนสุดท้าย ฌาปนกิจ 9 ธ.ค. 17.00 น.
เพลิดเพลิน – คณิต ภาวศุทธิพันธุ์ จัดงาน “Bangkok International Audio-Video?” ฟรีคอนเสิร์ตจากศิลปิน โชติชู พึ่งอุดม, วิยะดา โกมารกุล ณ นคร และ สุทธิพงศ์ ทัดพิทักษ์กุล โดยมี ไอลดา บำรุงพฤกษ์ และ สิปปทัศน์ ทับสุวรรณ มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมมณเฑียร ริเวอร์ไซด์ วันก่อน.
ดีใจด้วย – ผศ.ทพ.ดร.นฤมนัส คอวนิช, ผศ.นพ.โอภาส พิณไชย, พญ.วิลาสินี อยู่สุข, การะ เกด สุขพงศ์ และ นงนุช นามวงศ์ มาร่วมในงานเลี้ยงแสดงความยินดีให้ รศ.นพ.อำนาจ อยู่สุข ในโอกาสได้รับเลือกเป็นนักศึกษาเก่าดีเด่น ม.เชียงใหม่ ที่คุ้มเวียงยอง จ.เชียงใหม่ วันก่อน.

“ธนูเทพ”

คลิกอ่านคอลัมน์ “บุคคลในข่าว” เพิ่มเติม

กบฏซีเรีย ยึดกรุงดามัสกัสสำเร็จ ปธน.อัสซาดเผ่นหนีออกนอกประเทศ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2829854

กบฏซีเรีย ยึดกรุงดามัสกัสสำเร็จ ปธน.อัสซาดเผ่นหนีออกนอกประเทศ

8 ธ.ค. 2567 11:38 น.

กบฏซีเรีย ยึดกรุงดามัสกัสสำเร็จ ปธน.อัสซาดเผ่นหนีออกนอกประเทศ

กองบัญชาการกองทัพซีเรียแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ว่า การปกครองของรัฐบาลประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด สิ้นสุดลงแล้ว หลังจากกลุ่มกบฏโจมตีแบบสายฟ้าแลบ 

กองบัญชาการกองทัพซีเรียแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ว่า การปกครองของรัฐบาลประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด สิ้นสุดลงแล้ว หลังจากกลุ่มกบฏโจมตีแบบสายฟ้าแลบ โดยกลุ่มกบฏซีเรียกล่าวว่ากรุงดามัสกัส “ปลอดจากอัสซาดแล้ว”

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองทัพซีเรียสองนายกล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า นายอัสซาดได้บินออกจากดามัสกัสไปยังจุดหมายปลายทางที่ไม่ทราบแน่ชัดเมื่อวันอาทิตย์ ขณะที่กลุ่มกบฏกล่าวว่าได้เข้าไปในกรุงดามัสกัสโดยไม่มีสัญญาณของกำลังทหาร

ส่วนผู้เห็นเหตุการณ์ระบุว่า ผู้คนนับพันทั้งบนรถยนต์และเดินเท้ารวมตัวกันที่จัตุรัสกลางของดามัสกัส โดยโบกมือและตะโกนว่า “เสรีภาพ” ด้านกลุ่มกบฏกล่าวว่า “เราร่วมเฉลิมฉลองกับชาวซีเรียกับข่าวการปลดปล่อยนักโทษของเราและปลดโซ่ตรวนของพวกเขา และประกาศการสิ้นสุดของยุคแห่งความอยุติธรรมในเรือนจำเซดนายา” ทั้งนี้ เซดนายาเป็นเรือนจำทหารขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ชานกรุงดามัสกัส ซึ่งรัฐบาลซีเรียควบคุมตัวผู้คนนับพัน

ตามข้อมูลจากเว็บไซต์ Flightradar พบเครื่องบินของสายการบินซีเรียนแอร์ ขึ้นบินจากสนามบินดามัสกัสในช่วงเวลาที่มีรายงานว่ากลุ่มกบฏยึดเมืองหลวงได้  โดยในตอนแรกเครื่องบินได้บินไปทางชายฝั่งซีเรีย ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของกลุ่มอลาวีของนายอัสซาด แต่ได้เปลี่ยนทิศทางกะทันหันและบินไปในทิศทางตรงกันข้ามเป็นเวลาไม่กี่นาทีก่อนจะหายไปจากแผนที่ แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าใครอยู่บนเครื่องบินลำนี้

ฮาดี อัล-บาห์รา ซีเรีย ผู้นำกลุ่มฝ่ายค้านหลักของซีเรียในต่างแดน ประกาศเมื่อวันอาทิตย์ว่า ขณะนี้กรุงดามัสกัส “ไม่มีบาชาร์ อัล-อัสซาด” แล้ว
เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านั้น กลุ่มกบฏประกาศว่าพวกเขาสามารถยึดครองเมืองฮอมส์ ซึ่งเป็นเมืองสำคัญได้อย่างสมบูรณ์แล้ว หลังจากสู้รบเพียงวันเดียว ทำให้การปกครองของนายอัสซาดที่ยาวนานถึง 24 ปี ต้องแขวนอยู่บนเส้นด้าย ชาวเมืองฮอมส์หลายพันคนออกมารวมตัวกันบนท้องถนนหลังจากที่กองทัพถอนทัพออกจากใจกลางเมือง โดยพวกเขาเต้นรำและตะโกนว่า “อัสซาดจากไปแล้ว ฮอมส์เป็นอิสระแล้ว” และ “ซีเรียจงเจริญ และจงพินาศไปกับบาชาร์ อัล อัสซาด”

การยึดครองเมืองฮอมส์ ทำให้กลุ่มกบฏสามารถควบคุมพื้นที่ใจกลางยุทธศาสตร์ของซีเรียและทางหลวงสายสำคัญได้ โดยแยกกรุงดามัสกัสออกจากพื้นที่ชายฝั่งซึ่งเป็นฐานที่มั่นของนิกายอลาวีของนายอัสซาด และเป็นที่ตั้งของฐานทัพเรือและฐานทัพอากาศของรัสเซีย การยึดครองเมืองฮอมส์ ยังเป็นสัญลักษณ์ที่ทรงพลังของการกลับมาของขบวนการกบฏในความขัดแย้งที่ดำเนินมายาวนาน 13 ปี พื้นที่ส่วนใหญ่ของเมืองฮอมส์ถูกทำลายล้างด้วยสงครามระหว่างกลุ่มกบฏและกองทัพเมื่อหลายปีก่อน

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้หลายประเทศอาหรับตกตะลึงและเกิดความหวั่นเกรงต่อความไม่มั่นคงในภูมิภาคระลอกใหม่ โดยกาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย จอร์แดน อียิปต์ อิรัก อิหร่าน ตุรกี และรัสเซีย ออกแถลงการณ์ร่วมกันว่า วิกฤตครั้งนี้เป็นการความเคลื่อนไหวที่อันตรายและเรียกร้องให้มีการแก้ไขทางการเมือง

สงครามกลางเมืองซีเรียซึ่งปะทุขึ้นในปี 2011 เป็นการลุกฮือต่อต้านการปกครองของนายอัสซาด ได้นำประเทศมหาอำนาจเข้ามาเกี่ยวข้องจำนวนมาก สร้างพื้นที่ให้นักรบญิฮาดวางแผนโจมตีทั่วโลก และทำให้ประชาชนหลายล้านคนต้องลี้ภัยไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

ฮายัต ตาห์รีร์ อัลชาม ซึ่งเป็นกลุ่มกบฏที่แข็งแกร่งที่สุด เป็นอดีตเครือข่ายอัลกออิดะห์ในซีเรีย ที่สหรัฐและประเทศอื่นๆ มองว่าเป็นองค์กรก่อการร้าย และชาวซีเรียจำนวนมากยังคงหวาดกลัวว่ากลุ่มดังกล่าวจะบังคับใช้การปกครองแบบอิสลามที่เข้มงวด

ที่ผ่านมา ปธน. อัสซาด พึ่งพาพันธมิตรมาเป็นเวลานานในการปราบปรามกลุ่มกบฏ เครื่องบินรบรัสเซียได้ทิ้งระเบิดในขณะที่อิหร่านส่งกองกำลังพันธมิตร รวมถึงกลุ่มฮิซบอลเลาะห์และกองกำลังติดอาวุธอิรัก เพื่อเสริมกำลังกองทัพซีเรียและบุกโจมตีฐานที่มั่นของกลุ่มกบฏ แต่รัสเซียมุ่งความสนใจไปที่สงครามในยูเครนตั้งแต่ปี 2022 และกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ต้องสูญเสียครั้งใหญ่ในสงครามกับอิสราเอล ทำให้ความสามารถของรัสเซียหรืออิหร่านในการเสริมกำลังอัสซาดมีจำกัดอย่างมาก

นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่าสหรัฐฯ ไม่ควรเข้าไปเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งนี้และควร “ปล่อยให้มันดำเนินไป”.

ที่มา Reuters

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

อัยการเกาหลีใต้ จับกุมอดีต รมว.กลาโหม ฐานก่อกบฏ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2829846

อัยการเกาหลีใต้ จับกุมอดีต รมว.กลาโหม ฐานก่อกบฏ

8 ธ.ค. 2567 10:40 น.

อัยการเกาหลีใต้ จับกุมอดีต รมว.กลาโหม ฐานก่อกบฏ

อัยการเกาหลีใต้ได้จับกุมนายคิม ยอง-ฮยอน อดีตรัฐมนตรีกลาโหม จากการสอบสวนข้อกล่าวหาว่าก่อกบฏ หลังจากที่ประธานาธิบดี ยุน ซอกยอล ประกาศกฎอัยการศึกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

อัยการเกาหลีใต้ได้จับกุมนายคิม ยอง-ฮยอน อดีตรัฐมนตรีกลาโหม ในวันนี้ (8 ธ.ค.) ท่ามกลางการสอบสวนข้อกล่าวหาว่าก่อกบฏ หลังจากที่ประธานาธิบดี ยุน ซอกยอล ประกาศกฎอัยการศึกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

สำนักงานสอบสวนพิเศษที่ทำการสอบสวนเหตุการณ์วุ่นวายทางการเมืองระบุว่าได้จับกุมนายคิม และยึดโทรศัพท์มือถือของเขา นายคิมถูกส่งไปที่สถานที่ควบคุมตัวทางตะวันออกของกรุงโซล

การจับกุมเกิดขึ้นประมาณ 6 ชั่วโมง หลังจากที่เขาปรากฏตัวเพื่อเข้ารับการสอบปากคำตลอดทั้งคืน ที่สำนักงานสอบสวนพิเศษเมื่อเวลา 01.30 น. โดยระบุว่าเขาจะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับการสอบสวนที่ยังคงดำเนินอยู่

นายคิมได้เสนอให้ประธานาธิบดี ยุน ซอกยอล บังคับใช้กฎอัยการศึก ซึ่งประธานาธิบดีได้ประกาศเมื่อช่วงค่ำวันอังคารที่ผ่านมา (3 ธ.ค.) ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองที่ทวีความรุนแรงขึ้นกับสภานิติบัญญัติแห่งชาติที่อยู่ภายใต้การควบคุมของฝ่ายค้าน ประธานาธิบดีได้ยกเลิกคำสั่งดังกล่าว 6 ชั่วโมงต่อมา หลังจากที่สภานิติบัญญัติลงมติให้ยุติการประกาศดังกล่าว ต่อมานายคิมยื่นใบลาออก และนายยุนได้ยอมรับการลาออกดังกล่าวเมื่อวันพฤหัสบดี

คาดกันว่าอัยการได้จับกุมนายคิมโดยพิจารณาจากความร้ายแรงของข้อกล่าวหาและความกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่อดีตรัฐมนตรีกลาโหมจะทำลายหลักฐาน โดยการคาดเดาว่าคิมอาจพยายามทำลายหลักฐานเกิดขึ้นหลังจากที่พบว่าเขาเข้าร่วมเทเลแกรมอีกครั้ง หลังจากลบบัญชีเก่าของเขา คาดว่าอัยการจะกู้คืนการสนทนาก่อนหน้านี้ของเขาบนแพลตฟอร์มการส่งข้อความดังกล่าว

ตามกฎหมาย ผู้ต้องสงสัยสามารถถูกจับกุมได้โดยไม่ต้องมีหมายค้น หากมีเหตุผลอันสมควรที่จะเชื่อได้ว่ามีการก่ออาชญากรรมร้ายแรงหรือเมื่อมีข้อกังวลเกี่ยวกับความพยายามทำลายหลักฐานที่อาจเกิดขึ้น

สำนักงานสอบสวนพิเศษมีแผนที่จะขอหมายจับอย่างเป็นทางการของคิมภายใน 48 ชั่วโมง หลังจากถูกควบคุมตัว หากอัยการไม่ยื่นคำร้องขอหมายค้นหรือศาลปฏิเสธ นายคิมจะได้รับการปล่อยตัวทันที

ขณะที่มีรายงานว่า นายกรัฐมนตรีฮัน ดักซู จะเรียกประชุมคณะรัฐมนตรีในเวลา 14.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวเพื่อคลี่คลายความวุ่นวายทางการเมือง การประชุมดังกล่าวมีขึ้นหนึ่งวันหลังจากที่ญัตติถอดถอนนายยุนไม่ประสบผลสำเร็จ เนื่องจากขาดองค์ประชุม โดยสมาชิกรัฐสภาจากพรรครัฐบาลทั้งหมด ยกเว้น สส. สามคน คว่ำบาตรการลงมติดังกล่าว

ในระหว่างการประชุม นายฮันจะหารือถึงมาตรการติดตามเพื่อรับมือกับผลพวงจากการประกาศกฎอัยการศึกของยูนและการลงมติถอดถอนที่ตามมา และมีกำหนดพบกับนายฮัน ดงฮุน หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล ในเวลา 11.00 น. ที่สำนักงานใหญ่ของพรรคทางตะวันตกของของโซล และจะมีการประกาศแถลงการณ์ร่วมกันหลังการเจรจา.

ที่มา Yonhap

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

เจ้าชายวิลเลียมพบโดนัลด์ ทรัมป์ หลังร่วมพิธีเปิดมหาวิหาร นอเทรอดาม

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2829818

เจ้าชายวิลเลียมพบโดนัลด์ ทรัมป์ หลังร่วมพิธีเปิดมหาวิหาร นอเทรอดาม

8 ธ.ค. 2567 05:45 น.

เจ้าชายวิลเลียมพบโดนัลด์ ทรัมป์ หลังร่วมพิธีเปิดมหาวิหาร นอเทรอดาม

เจ้าชายวิลเลียมพบโดนัลด์ ทรัมป์ ครั้งแรกในรอบ 5 ปี หลังร่วมพิธีเปิดมหาวิหาร นอเทรอดาม ในฝรั่งเศส ซึ่งถูกไฟไหม้จนเสียหายหนักเมื่อปี 2562

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า มหาวิหาร นอเทรอดาม ในกรุงปารีส กลับมาเปิดให้ผู้คนได้เข้าชมอีกครั้งอย่างเป็นทางการแล้วในวันเสาร์ที่ 7 ธ.ค. 2567 หลังจากมหาวิหารแห่งนี้ต้องปิดซ่อมบำรุงมานานกว่า 5 ปีครึ่ง เนื่องจากเกิดไฟไหม้รุนแรงในปี 2562 จนได้รับความเสียหายอย่างหนัก

ผู้นำและบุคคลสำคัญของโลกหลายคน รวมถึงเจ้าชายวิลเลียม มกุฎราชกุมารแห่งอังกฤษ และโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ผู้นำคนต่อไปของสหรัฐฯ เดินทางมาร่วมพิธีเปิดในกรุงปารีส โดยประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศสกล่าวสุนทรพจน์ภายในงานว่า “เราต้องให้ความสำคัญกับบทเรียนแห่งความเปราะบาง, ความนอบน้อม และความตั้งใจในครั้งนี้”

บุคคลสำคัญคนอื่นๆ ที่มาร่วมงานรวมถึงนาย โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน และนาง จิล ไบเดน สุภาพสตรีหมายเลข 1 ของสหรัฐฯ ที่กำลังจะหมดวาระการดำรงตำแหน่ง ผู้เดินทางมาเป็นตัวแทนของประธานาธิบดี โจ ไบเดน

ในพิธีเปิด เจ้าชายวิลเลียมทักทายกับนายทรัมป์เป็นระยะเวลาสั้นๆ ก่อนจะไปพบกันอีกครั้งที่บ้านพักเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรในกรุงปารีส เพื่อหารือเรื่องความสัมพันธ์พิเศษระหว่างสหรัฐฯ กับสหราชอาณาจักรกับนายทรัมป์ โดยใช้เวลาประมาณ 40 นาที แต่ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดออกมา

อนึ่ง นี่เป็นการพบกันครั้งแรกของเจ้าชายวิลเลียมกับนายทรัมป์ นับตั้งแต่ปี 2562

กบฏซีเรียอ้าง ใกล้ปิดล้อมกรุงดามัสกัส ฝ่าย รบ.ปัดข่าวกำลังเพลี่ยงพล้ำ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2829816

กบฏซีเรียอ้าง ใกล้ปิดล้อมกรุงดามัสกัส ฝ่าย รบ.ปัดข่าวกำลังเพลี่ยงพล้ำ

8 ธ.ค. 2567 03:32 น.

กบฏซีเรียอ้าง ใกล้ปิดล้อมกรุงดามัสกัส ฝ่าย รบ.ปัดข่าวกำลังเพลี่ยงพล้ำ

กลุ่มพันธมิตรกบฏซีเรียอ้าง เริ่มการปิดล้อมกรุงดามัสกัส ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลยืนยันว่า ไม่ได้ถอนกำลังออกจากพื้นที่โดยรอบเมืองหลวงแห่งนี้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลุ่มกบฏต่อต้านรัฐบาลซีเรียอ้างในวันเสาร์ที่ 7 ธ.ค. 2567 ว่า กองกำลังของพวกเขารุกคืบเข้าใกล้เมืองหลวงกรุงดามัสกัสมากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว ขณะที่รัฐบาลของประธานาธิบดี บาชาร์ อัล-อัสซาด ปฏิเสธข่าวที่ว่า ทหารฝ่ายรัฐบาลถอนกำลังออกจากพื้นที่โดยรอบของเมืองหลวงแห่งนี้

“กองกำลังของเราเริ่มขั้นตอนสุดท้ายในการปิดล้อมกรุงดามัสกัสแล้ว” นายฮัสซัน อับเดล กานี หัวหน้ากลุ่ม “ฮายัต ตาห์รีร์ อัล-ชาม” (HTS) ผู้นำกลุ่มพันธมิตรกบฏ ระบุในแถลงการณ์ และเรียกร้องให้กลุ่มนักรบของพวกเขา ให้เตรียมความพร้อมเข้ายึดรัฐบาลของอัสซาด

“ดามัสกัสกำลังรอพวกคุณอยู่” หัวหน้าของกลุ่ม HTS ระบุในแถลงการณ์ซึ่งเผยแพร่ผ่านแอป เทเลแกรม โดยใช้ชื่อจริงของตัวเองแทนที่ชื่อปลอมอย่าง อาบู โมฮัมเหม็ด อัล-โจลานี

ด้านกระทรวงกลาโหมของซีเรียยืนยันว่า กองทัพรัฐบาลยังคงประจำการในทุกพื้นที่รอบกรุงดามัสกัส หลังจากมีข่าวลือก่อนหน้านี้ว่า กองทัพรัฐบาลถอนกำลังออกจากพื้นที่ชานกรุงแล้ว ส่วนทำเนียบประธานาธิบดียืนยันว่า นายอัสซาดไม่ได้หลบหนีออกจากกรุงดามัสกัส

ทั้งนี้ สงครามกลางเมืองที่สงบลงไปหลายปีแต่ยังคงคุกรุ่นอยู่ ปะทุขึ้นมาอีกครั้งเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน หลังกลุ่มพันธมิตรฝ่ายกบฏที่ก่อตั้งขึ้นใหม่ บุกโจมตีสายฟ้าแลบ ยึดเมืองอเลปโป เมืองใหญ่อันดับ 2 ของซีเรียได้สำเร็จ ตามด้วยการยึดเมืองฮามา อีกหนึ่งจุดยุทธศาสตร์สำคัญเมื่อสัปดาห์ก่อน

ในวันเสาร์ที่ 7 ธ.ค. เกิดการประท้วงต่อต้านรัฐบาลขึ้นหลายจุดในซีเรีย โดยที่ชานกรุงดามัสกัส ชาวบ้านร่วมกันโค่นรูปปั้นของนาย ฮาเฟซ อัล-อัสซาด บิดาของนาย บาชาร์ อัล-อัสซาด ผู้ส่งต่อตำแหน่งประธานาธิบดีให้แก่ลูกชาย ส่วนที่เมืองฮามา ประชาชนจุดไฟเผารูปของนายอัสซาดผู้ลูก ที่หน้าศาลาว่าการเมือง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ช็อก แฟลตในกรุงเฮกระเบิดพังยับ ดับแล้ว 4 ศพ หวั่นสูญหายอีกอื้อ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2829814

ช็อก แฟลตในกรุงเฮกระเบิดพังยับ ดับแล้ว 4 ศพ หวั่นสูญหายอีกอื้อ

8 ธ.ค. 2567 01:54 น.

ช็อก แฟลตในกรุงเฮกระเบิดพังยับ ดับแล้ว 4 ศพ หวั่นสูญหายอีกอื้อ

เกิดระเบิดรุนแรงที่ตึกแถวในกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ทำให้อาคารพังถล่ม พบผู้เสียชีวิตแล้ว 4 ศพ ขณะที่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเหตุการณ์นี้เป็นอุบัติเหตุหรือไม่

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุระเบิดที่ตึกแถวสูง 3 ชั้น ในย่านทาร์เวคอมป์ (Tarwekamp) ของกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมื่อเวลาประมาณ 6.15 น. วันเสาร์ที่ 7 ธ.ค. 2567 ตามเวลาท้องถิ่น ทำให้อาคารพังถล่มลงมาอย่างน้อย 5 หลัง

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่พบผู้เสียชีวิตแล้ว 4 ศพ แต่นาย แยน ฟาน ซาเนน นายกเทศมนตรีกรุงเฮก ยอมรับว่ายังไม่ทราบแน่ชัดว่ามีผู้สูญหายติดอยู่ใต้ซากอาคารอีกกี่คน แต่โอกาสที่จะช่วยเหลือผู้รอดชีวิตออกมาได้นั้น เหลือน้อยแล้ว และขอให้ชุมชนเตรียมใจรับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด

ขณะเดียวกัน มีรายงานที่ไม่ตรงกันเรื่องผู้บาดเจ็บ ตำรวจดัตช์ระบุว่า ผู้ประสบภัยรายที่ 5 กำลังรักษาตัวในโรงพยาบาล แต่สำนักงานดับเพลิงระบุว่า ผู้ประสบภัยรายที่ 5 ที่ถูกดึงออกจากซากอาคาร เสียชีวิตแล้ว ขณะที่ทางการบอกก่อนหน้านี้ว่า มีผู้บาดเจ็บ 4 คน ก่อนที่นายซาเนนจะปรับลงเป็น 3 คน

ด้านสาเหตุของการระเบิด ตำรวจเนเธอร์แลนด์ระบุว่ากำลังอยู่ระหว่างการสืบสวน แต่พวกเขาได้รับรายงานว่า มีรถยนต์คันหนึ่งขับออกไปด้วยความเร็วสูงหลังเกิดเหตุไม่นาน ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังไม่รู้ว่ารถคันนี้เกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดหรือไม่ แต่เรียกร้องให้ผู้เห็นเหตุการณ์เข้าให้ปากคำ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ฝ่ายค้านเกาหลีใต้ลั่น จะยื่นถอดถอน ปธน.อีกรอบ หลังโหวตไม่สำเร็จ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2829806

ฝ่ายค้านเกาหลีใต้ลั่น จะยื่นถอดถอน ปธน.อีกรอบ หลังโหวตไม่สำเร็จ

7 ธ.ค. 2567 21:40 น.

ฝ่ายค้านเกาหลีใต้ลั่น จะยื่นถอดถอน ปธน.อีกรอบ หลังโหวตไม่สำเร็จ

หัวหน้าฝ่ายค้านเกาหลีใต้ขอโทษประชาชนที่ถอดถอนประธานาธิบดี ยุน ซอกยอล ไม่สำเร็จ และประกาศจะยื่นญัตติถอดถอนนายยุนอีกครั้งในสัปดาห์หน้า

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นาย อี แจ-มยอง หัวหน้าพรรคประชาธิปไตย (Democratic Party) แกนนำฝ่ายค้านของเกาหลีใต้ ประกาศในคืนวันเสาร์ที่ 7 ธ.ค. 2567 ว่า พวกเขาจะไม่ยอมล้มเลิกความพยายามที่จะถอดถอนประธานาธิบดี ยุน ซอกยอล ออกจากตำแหน่ง หลังจากการโหวตญัตติเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ล้มเหลว

เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา สภาสมัชชาแห่งชาติของเกาหลีใต้เริ่มลงมติถอดถอนนายยุน โดยสมาชิกสภาฝ่ายค้าน 192 คนเข้าร่วมทั้งหมด แต่มีสมาชิกสภาจากพรรคพลังประชาชน (PPP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล เข้าร่วมเพียง 3 คนได้แก่นาย อัน ชอล-ซู, คิม เย-จี และ คิม ซัง-อุก ส่วนที่เหลืออีก 105 คนบอยคอต

แต่ตามกฎหมายของเกาหลีใต้ ญัตติถอดถอนประธานาธิบดีจะกลายเป็นโมฆะ หากมีผู้ร่วมประชุมสภาไม่ครบองค์ประชุมขั้นต่ำที่ 200 คน ทำให้การลงมติดังกล่าวกลายเป็นโมฆะ โดยที่ประธานสภาประกาศว่า การลงมติไม่อาจเกิดขึ้นได้ เนื่องจากที่ประชุมมี สส.ไม่ครบองค์ประชุม

หลังจากนั้น นายอีก็ออกแถลงการณ์ ขอโทษประชาชนที่ไม่สามารถทำให้เกิดผลลัพธ์ที่พวกเขาต้องการได้ และสัญญาว่าจะถอดถอนนายยุนให้ได้ โดยพวกเขาจะยื่นญัตติถอดถอนประธานาธิบดีอีกครั้งในวันพุธหน้า (11 ธ.ค.) ซึ่งจะทำให้การลงมติอาจเกิดขึ้นในวันเสาร์ในสัปดาห์เดียวกัน

ทั้งนี้ นายยุนทำให้ประเทศตกอยู่ในความปั่นป่วนเมื่อคืนวันที่ 3 ธ.ค. ที่ผ่านมา หลังจากจู่ๆ เขาก็ประกาศกฎอัยการศึก อ้างว่าเพื่อกำจัดกองกำลังต่อต้านรัฐ และเอาชนะอุปสรรคทางการเมือง แต่ถูกกระแสตีกลับอย่างหนัก และรัฐสภาก็ลงมติคัดค้าน ทำให้เขาต้องยกเลิกกฎอัยการศึกหลังจากประกาศใช้ได้ไม่ถึง 6 ชั่วโมง

หลังจากนั้นก็เกิดกระแสเรียกร้องให้นายยุนลาออกไปทั่วประเทศ ขณะที่ฝ่ายค้านยื่นญัตติถอดถอน ส่วนนายยุน ออกแถลงการณ์เป็นครั้งแรกหลังเกิดเรื่องในช่วงเช้าวันเสาร์ โดยเขากล่าวขอโทษประชาชน แต่ไม่ประกาศลาออก

ขณะที่ตำรวจเกาหลีกำลังสืบสวนนายยุนข้อหาก่อการกบฏ ซึ่งสิทธิ์คุ้มครองของประธานาธิบดีก็ไม่สามารถป้องกันได้ และมีโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna