พีพี พัชญา งง! ไปช่อง 7 แต่ รปภ. ไม่รู้จัก ชาวเน็ตตอบกลับไม่รู้จักเหมือนกัน

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2829556

พีพี พัชญา งง! ไปช่อง 7 แต่ รปภ. ไม่รู้จัก ชาวเน็ตตอบกลับไม่รู้จักเหมือนกัน

6 ธ.ค. 2567 15:50 น.

พีพี พัชญา งง! ไปช่อง 7 แต่ รปภ. ไม่รู้จัก ชาวเน็ตตอบกลับไม่รู้จักเหมือนกัน

ทำเอาแฟนๆ ต่างเอ็นดู เมื่อได้เห็นคลิปใน TikTok ของ 2 นักแสดงสาวช่อง 7 พีพี พัชญา เพียรเสมอ กับ รุ้ง ชนัญญา พงษ์นาค ที่ทั้งคู่ได้ถ่ายคลิปด้วยกัน ซึ่ง รุ้ง ได้โพสต์คลิปดังกล่าวลงช่อง TikTok ของตัวเอง และเขียนว่า นางเอกเบอร์ต้นช่อง 7 มาช่อง ยามถาม “มาติดต่ออะไรคับ”

ในคลิปทั้งคู่ได้พูดว่า 

รุ้ง “นางเอกเบอร์ต้นของช่อง พีพี พัชญา เพียรเสมอ ไปช่อง 7 ยามหน้าป้อมบอกว่าไรนะ”

พีพี “มาติดต่อเรื่องอะไรครับ”

รุ้ง “ขอโทษนะคะนี่นางเอกช่อง ยามไม่รู้จัก (หัวเราะ)”

พีพี “งงเลย ตอบไม่ถูกเลยอะ”

รุ้ง “งง ใครเคยดูละครนางคอมเมนต์มาหน่อย ฟอลโลว์ติ๊กต่อกนางได้นะคะ เล่นมาหลายปีละฟอลเท่าเดิม ฟอล 5 พันสงสารนางหน่อย”

จากนั้นหลายคนที่เห็นคลิป ก็ได้เข้ามาคอมเมนต์กันจำนวนมาก อาทิ ไม่รู้จักทั้งคู่เลยค่ะ ถ้าเจอข้างนอกเราก็คงมองว่า ผญ.2คนนี้สวยนะ แต่ไม่คิดว่าเป็นดาราแน่นอนค่ะ, อย่าว่าเรานะ เราไม่รู้จักเธอทั้งสองคนอ่า, ฉันก็ไม่รู้จัก ขอโทษเหมือนกันค่ะ, อะไรคือเบอร์ต้น ไม่รู้จัก, ฉันคนนึงที่ไม่รู้จัก, อ๋อ นางเอกพีพีที่เล่นสาวน้อยอ้อยควั่น กับแอม จำหน้าไม่ได้แต่พอพูดชื่อก็จำข่าวได้อยู่ ไม่ค่อยได้ดูละครนานแล้ว ไม่รู้ตอนนี้ดาราใครเป็นใครบ้าง รปภ.เขาก็ทำตามหน้าที่ กับคนอื่นเขาก็คงอาจจะถามเหมือนๆกันค่ะ, ไม่รู้จักทั้ง 2คนเลยค่ะ แต่น้องๆ น่ารักนะ แต่ตอนนี้ดาราเยอะมาก และหน้าคล้ายๆ กันหมดเลย เป็นต้น 

และทางด้าน รุ้ง ก็ได้เข้าไปตอบกลับในคอมเมนต์ของคนที่เข้ามาเขียน บอกว่า ใช่ค่ะ พี่ รปภ. ทำตามหน้าที่เลย เพื่อนมาเล่าให้ฟัง แล้วเราตลกค่ะ ว่ามันเป็นนางเอกช่องยังไงยามไม่ให้เข้าเลย, เพื่อนเราไม่ใช่นางเอกเบอร์ต้นค่ะ เราแค่แซวมันเปิดหัวคลิปว่านางเอกเบอร์ต้น ต้นยังไงก่อน ขนาดนั้นยามหน้าช่องยังไม่ให้มันเข้าเลย ถามมาทำไรครับ, ไม่ใช่เบอร์ต้นค่ะ คือมันเป็นนางเอกเฉยๆ แต่เราแซวมันว่านางเอกเบอร์ต้นเฉยๆ ขอโทษที่ใช้คำไม่เหมาะสมจนเกิดความไม่สบายใจค่ะ, ไม่เป็นไรค่ะ หนูเป็นนักแสดงตัวน้อยๆ ค่ะ ไม่ได้มีบทบาทอะไรมากค่ะ

https://www.tiktok.com/embed/v2/7444089625951358215?lang=th-TH&referrer=https%3A%2F%2Fwww.thairath.co.th%2Fentertain%2Fnews%2F2829556

โก๊ะตี๋ โพสต์ซึ้งถึงลูกบุญธรรม ไม่เคยเสียใจที่ให้โอกาสได้ลืมตาดูโลก

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2829602

โก๊ะตี๋ โพสต์ซึ้งถึงลูกบุญธรรม ไม่เคยเสียใจที่ให้โอกาสได้ลืมตาดูโลก

6 ธ.ค. 2567 15:22 น.

โก๊ะตี๋ โพสต์ซึ้งถึงลูกบุญธรรม ไม่เคยเสียใจที่ให้โอกาสได้ลืมตาดูโลก

ยังอยู่ในช่วงเทศกาลบรรยากาศวันพ่อ 5 ธ.ค. 2567 ซึ่งในแวดวงบันเทิงมีทั้งคุณพ่อคุณลูกต่างโพสต์ถึงกันและกัน รวมไปถึงนักแสดง-พิธีกรหนุ่มอารมณ์ดี โก๊ะตี๋ เจริญพร อ่อนละม้าย หรือ โก๊ะตี๋ อารามบอย ที่เผยความซึ้งผ่านทางอินสตาแกรม @kootee ถึงลูกบุญธรรมที่เคยให้โอกาสลืมตาดูโลกเมื่อ 23 ปีที่แล้ว

โดย โก๊ะตี๋ โพสต์ภาพตัวเองตอนอุ้มเด็กน้อยซึ่งเป็นลูกบุญธรรม พร้อมทั้งเขียนข้อความสุดซึ้งไว้ว่า “ให้ “โอกาส” เขาได้ลืมตาดูโลก ถึงแม้จะไม่ใช่ลูกแท้ๆ แต่พ่อก็ไม่เคยเสียใจเลยที่ตัดสินใจแบบนั้นเมื่อ 23 ปีที่แล้ว หากพ่อย้อนเวลากลับไปได้พ่อก็คงทำแบบนั้นเดิมนั่นแหละ…พ่อรักหนูนะ #วันพ่อ #5ธันวา2567 #ครั้งหนึ่งในชีวิต”

โดยมีทั้งคนในวงการบันเทิงและแฟนๆ ต่างกดไลค์รัวๆ กับภาพนี้ และส่งอีโมจิหัวใจให้พ่อลูกเต็มไอจีเลยทีเดียว

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

เป้ย ปานวาด รู้ทุกเรื่องอดีตสามี คนส่งหลักฐานเพียบ มดดำ เผยผู้หวังดีคือคนในวงการ

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2829582

เป้ย ปานวาด รู้ทุกเรื่องอดีตสามี คนส่งหลักฐานเพียบ มดดำ เผยผู้หวังดีคือคนในวงการ

6 ธ.ค. 2567 13:59 น.

เป้ย ปานวาด รู้ทุกเรื่องอดีตสามี คนส่งหลักฐานเพียบ มดดำ เผยผู้หวังดีคือคนในวงการ

กลับมาเป็นสาวโสดอีกครั้ง สำหรับนางร้ายสาว เป้ย ปานวาด เหมมณี หลังตัดสินใจปลดล็อกชีวิต จบความสัมพันธ์กับ ป๊อป นิธิ บุญยะรัตกลิน ในฐานะคนรัก และเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ล่าสุด เป้ย มาร่วมรายการ “แฉ” ทางช่อง GMM25 ก็ได้เปิดใจถึงเรื่องราวชีวิตความรักหลังจบชีวิตคู่

ซึ่ง เป้ย ปานวาด เผยว่า ตอนนี้กลับมาทำงานแบบฟูลไทม์ เป็นอาชีพที่รักและได้กลับมาทำ ตอนนี้พยายามสร้างเนื้อสร้างตัวให้มีความมั่นคงที่สุด เพื่อตัวเราและลูกเรา ชีวิตส่วนตัวตอนนี้มูฟออนได้ 100% แล้ว ตอนนี้เป็นเพื่อนกันกับคุณป๊อปได้ เรื่องลูกก็มีคุณแม่ของคุณป๊อปช่วยดูแลด้วย ตอนนี้อยู่บ้านคนละหลัง แต่บ้านอยู่ติดกัน คนละรั้ว เป็นรั้วเตี้ยๆ ลูกไม่ได้รู้สึกถึงผลกระทบอะไรมากมาย เพราะไม่ได้เปลี่ยนแปลง ลูกๆ ก็แฮปปี้ คุณย่ามองเข้ามาก็เห็นภายในบ้าน

มดดำ ถามว่าเลิกกันไม่จำเป็นต้องเป็นศัตรูกัน เป้ย บอกว่า “แต่มันก็ต้องใช้เวลา 12 ปีกว่าจะมาถึงวันนี้ ความรู้สึกค่อยๆ เปลี่ยนไปโดยไม่รู้ตัว จนวันที่ตัดสินใจแล้วมันหายไปเลย ความสัมพันธ์ตอนนั้นก็สวีตกันเหมือนเดิมนะ แต่พอเวลาเจอเหตุการณ์แต่ละครั้ง มันทำให้จิตใจเราสร้างภูมิคุ้มกัน มันเข้มแข็งไปโดยปริยาย เจออีกแล้วเหรอ เหมือนด้านชา” 

มดดำ ถามอีกว่าแสดงว่าก่อนหน้านี้ทุกอักษรย่อเธอก็รู้เรื่อง เป้ย ตอบว่า “รู้เรื่องหมด” มดดำ ถามว่าเธอรู้หมดเขาไปกับคนโน้นคนนี้ เป้ย ตอบว่า “ฉันรู้เพราะจะมีผู้หวังดี มาบอกฉันตลอดเวลา” ทำเอา มดดำ หัวเราะก่อนบอกว่า “ฉันรู้ จริงๆ พวกผู้หวังดีส่วนใหญ่อยู่ในวงการบันเทิง สาระแน้ สาระแน แต่ละคนคือพวก…” เป้ย พูดต่อ “ฉันไม่ต้องไปจ้างนักสืบเลย ส่งมามีครบเลย”

ทำเอา ดีเจดาด้า ถามย้ำว่า “คนในวงการเนี่ยเหรอ” เป้ย ตอบว่า “ส่งมาครบเลย ทั้งภาพทั้งคลิปมีหมด ฉันเป็นคนมีบุญ ไม่ต้องเสียเงินจ้างเลย” มดดำ ถามว่าในละครกรี๊ดๆ แต่ชีวิตจริงแรกๆ กรี๊ด หลังๆ ชินชาไหม เป้ยบอกทันที “ฉันไม่เคยกรี๊ด ฉันไม่เหมือนในละคร” ดาด้าถามว่า สมมติมีผู้หวังดีส่งมาแล้ว เป้ยตัวจริงเป็นยังไง เป้ย บอกว่า “ฉันจะนิ่งมากแล้วเรียกคุย แล้วเขาก็จะตัวสั่นของเขาเอง เป้ยไม่โวยวาย เป้ยจะพูดคุย

ไม่ถามเกิดอะไรขึ้น ฉันโยนไปเลย เอาโทรศัพท์มา เขาก็จะให้ เขายินยอมทุกอย่าง ฉันก็จะเห็นหมดทุกอย่าง ก็จะมีหลักฐานเพิ่มมากขึ้น ซึ่งคุณป๊อปถึงที่สุดแล้วเขาก็จะมีความยินยอมที่จะให้เรารับรู้อะไรหลายอย่าง เพราะรู้ว่าสุดท้ายเราคือคนที่เขาเลือก แต่พอดีว่าเราเป็นคนที่รับไม่ได้กับเรื่องพวกนี้” 

มดดำ ถามว่า ก็เลยเดินออกมา เป้ย ตอบว่า “ใช่ 12 ปี ถามว่าจับได้ตลอดเลยเหรอ ทุกปี ฉันรู้เพราะอดีตสามีก็ไม่ปิดฉัน พอเริ่มมีกลิ่นปุ๊บ ผู้หญิงก็จะมีเซ้นส์ เขาก็จะยอมรับ” เชาเชา ถามว่า แล้วตกลงกันยังไง เป้ย บอกว่า “คือมันไม่ได้ตกลงหรอก เพียงแต่บางทีเรามองความเป็นครอบครัว ณ ตอนนั้น เราก็ให้อภัย แต่ไม่มีการแบบว่าเธอซื้ออันนี้ให้ฉันแล้วฉันจะหาย ไม่เคยได้รับอะไรเลย เป้ยไม่ใช่คนแบบนั้น เป้ยไม่ต้องการสิ่งนั้น สิ่งที่เป้ยต้องการคือความสมบูรณ์ในครอบครัว” มดดำ บอกว่า นี่คือเป้ย ปานวาด ตัวจริง เอาตรงๆ เขารู้ ข่าวที่เราได้อ่านว่าเขามีคนโน้น เป้ย พูดทันที “มันก็เป้ยนั่นแหละ อักษรย่อนางร้ายอะไรแบบนี้ ฉันน่ะแหละ จะใครล่ะ (หัวเราะ)”

มดดำ ถามว่า กว่าจะผ่านมาได้ อะไรคือวันที่เรารู้สึกว่าพอเถอะ ยอมแพ้แล้ว เป้ย บอกว่า “เหตุการณ์ก่อนหน้านี้ก็คุยกับคุณป๊อปว่า ถ้าเกิดเรื่องราวอีกครั้งนึง เป้ยขอไปนะ เป้ยบอกแล้ว แต่ไม่คิดว่าพอถึงเวลาจริงๆ จะทำได้ แต่พอถึงเวลาจริงๆ อยู่ๆ ก็ทำได้เลย ด้วยหลายอย่าง ลูกมารู้เรื่องด้วย มันรู้สึกว่า ไม่สามารถเปลี่ยนเขาได้แล้ว เราเลยเลือกที่จะเปลี่ยนตัวเองดีกว่า เขาก็ยอมรับ ก็เป็นการพูดคุยที่ลงตัวมาก ก็โอเคต่างคนต่างเป็นเพื่อนที่ดีแล้วกัน”

นอกจากนี้ เป้ย ยังยืนยันว่าอยู่ได้แม้ไม่มีแฟน โดยบอกว่า “เชื่อเถอะว่ามันอยู่ได้ ใครที่คิดว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ไม่ได้ เชื่อเถอะว่ามันอยู่ได้ค่ะ” และพูดถึงชีวิตในปัจจุบันหลังกลับมาเป็นเพื่อนกับอดีตสามีว่า “เราไม่มีความรู้สึกอะไรแล้ว คุยกันเฮฮาสนุกสนาน แซวกันด้วย มันคือความรู้สึกดีๆ เขาก็ถามเป็นไงบ้าง ทำอะไรอยู่ เขาก็ยังเป็นห่วงว่าเราโอเคไหม เพียงแต่เราไม่เคยพูดกับเขาว่าเป็นห่วง เป้ยก็อยากบอกกับคุณป๊อปว่าหวังว่าเขาจะเจอคนที่ดีๆ ในชีวิต”

ชมคลิป

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

บุคคลในข่าว 7 ธันวาคม 2567

https://www.thairath.co.th/lifestyle/2829559

บุคคลในข่าว 7 ธันวาคม 2567

7 ธ.ค. 2567 05:36 น.

บุคคลในข่าว 7 ธันวาคม 2567

กฎหมายจะศักดิ์สิทธิ์ต้องมีความเที่ยงธรรม

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสี จำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันเสาร์ที่ 7 ธันวาคม 2567

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯไปทรงวางพุ่มดอกไม้ ณ พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม.

“ธนูเทพ” ประจำการรับใช้ ท่านผู้อ่าน…เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.ที่ผ่านมา แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในพิธีรับ พระบรมสารีริกธาตุ (พระเขี้ยวแก้ว) จากวัดหลิงกวง กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน มาประดิษฐานในประเทศไทยเป็นการชั่วคราว ที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง เพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 และในโอกาสครบรอบ 50 ปี การสถาปนา ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน ปี 2568

สุดยอด สนั่น อังอุบลกุล มอบรางวัล “The Thailanders Top Business Organizations & Social Impact Sustainability Awards 2024” ให้ รุจิตร สุธนะเสรีพร, ปานัดฌา ไทยเศรษฐ์ และ คณชัย เบญจรงคกุล โดยมี อมรสิริ บุญญสิทธิ์ มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมพาร์ค ไฮแอท วันก่อน.

โดย นายกฯแพทองธาร ระบุว่า รัฐบาลไทย และ รัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้มีฉันทามติร่วมกันในการจัดพิธีอัญเชิญ พระบรมสารีริกธาตุ (พระเขี้ยวแก้ว) จากวัดหลิงกวง กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน มาประดิษฐานในประเทศไทยเป็นการชั่วคราว เป็นเวลา 73 วัน ระหว่างวันที่ 4 ธ.ค.2567 ถึงวันที่ 14 ก.พ.2568 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง เพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเป็นการสานสัมพันธไมตรีระหว่าง ประเทศไทย และ สาธารณรัฐประชาชนจีน ให้แนบแน่นยิ่งขึ้น…ทั้งนี้ ในนาม รัฐบาล และ ปวงชนชาวไทย มีความปีติยินดีเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณ รัฐบาลสาธารณรัฐ ประชาชนจีน โดยการอัญเชิญ พระบรมสารีริกธาตุ (พระเขี้ยวแก้ว) มาประดิษฐานในประเทศไทยในครั้งนี้ นับเป็นวาระ แห่งมิตรภาพ ระหว่าง ประเทศไทย และ สาธารณรัฐ ประชาชนจีน ที่จะส่งเสริมให้ความสัมพันธ์มีความแน่นแฟ้นยิ่งๆขึ้นไป

อาหารอร่อย สมเด็จพระราชินีซังเก โชเดน วังชุก พระราชชนนีแห่งภูฏาน เสด็จฯมาร่วมงานเปิดห้องอาหารอิตาเลียน คานนูบี บาย อุมแบร์โต บอมบานา โดยมี อาสา สารสิน, เปาโล ดีโอนีซี, ชนินทธ์ โทณวณิก และ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมดุสิตธานี วันก่อน.

ทั้งนี้ สำหรับ พระบรมสารีริกธาตุ (พระเขี้ยวแก้ว) จะเปิดให้ประชาชนเข้าร่วมสักการะ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ไปจนถึงวันที่ 14 ก.พ.2568 ตั้งแต่เวลา 07.00-20.00 น. ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน ไปร่วมสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลโดยทั่วกัน

คริสต์มาส ดร.พัชรา วีรบวรพงศ์ เป็นประธานเปิดไฟต้นคริสต์มาส ประจำปี 2567 เพื่อต้อนรับการฉลองเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ โดยมี พัชราวดี วีรบวรพงศ์, วัลลภ กมลวิศิษฎ์, ชัยพร อินทนิล และ ภัคชุดา ผลจริต มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ วันก่อน.

อืม…เป็นเรื่องที่ น่ายินดีและภาคภูมิใจ ของคนไทยทั้งประเทศ เมื่อที่ประชุม คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการสงวนการรักษามรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ครั้งที่ 19 ของ ยูเนสโก ได้ประกาศขึ้นทะเบียน “ต้มยำกุ้ง” เป็น มรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ…ทั้งนี้ นายกฯแพทองธาร กล่าวถึงการประกาศขึ้นทะเบียนให้ “ต้มยำกุ้ง” เป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ว่า ต้มยำกุ้ง เป็นเครื่องยืนยันอย่างดีถึง มรดกทางวัฒนธรรม ที่เป็นส่วนหนึ่งของ Soft Power ไทย โดยอาหารไทยจานนี้สะท้อนถึงความเข้าใจในการใช้ชีวิตอย่างสอดคล้องร่วมกับธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง จึงขอเชิญให้ทุกคนลิ้มลอง ต้มยำกุ้ง ที่ร้านอาหารไทยทั่วโลก หรือค้นหาสูตรอาหารออนไลน์เพื่อทดลองทำ ต้มยำกุ้ง เองที่บ้าน

ให้ทุน ประจักษ์ ตั้งคารวคุณ มอบทุนการศึกษาต่อเนื่อง ประจำปี 2567 จำนวน 17 ทุน สำหรับนักศึกษาสาขาการแพทย์และสาธารณสุขขาดแคลนทุนทรัพย์ ให้ ผศ.ร.ท.ทพ.ชัชชัย คุณาวิศรุต โดยมี กนกรัตน์ นพโสภณ มาร่วมในพิธีด้วย ที่มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา วันก่อน.

ประสา “ธนูเทพ” ก็รู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ ต้มยำกุ้ง ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ และเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก…ที่สำคัญ เมื่อ นายกฯแพทองธาร ยกย่องให้ ต้มยำกุ้ง เป็น Soft Power ไทย พร้อมเผยแพร่เชิญชวนให้คนทั่วโลกลิ้มลองรสชาติ ก็ไม่ควรลืมถึงเรื่อง การส่งเสริมด้านการประมง และ การเลี้ยงกุ้ง ที่เป็นวัตถุดิบสำคัญของ ต้มยำกุ้ง ไม่ว่าจะเป็น กุ้งแม่น้ำ กุ้งก้ามกราม กุ้งขาว ที่ทุกวันนี้ ชาวประมง และ ผู้ประกอบการเลี้ยงกุ้ง ต้องแบกรับต้นทุน ทั้ง ราคาน้ำมันเชื้อเพลิง อาหารและยารักษากุ้ง ยาปรับสภาพน้ำ ที่มีราคาแพงมากขึ้น รัฐบาล ควรมีมาตรการที่จะ ช่วยลดต้นทุน เหล่านี้ เพื่อให้ ชาวประมงผู้จับกุ้ง และ ผู้ประกอบการเลี้ยงกุ้ง สามารถอยู่ได้ เพื่อผลิตกุ้งที่มีคุณภาพ และราคาไม่แพง ไปใช้ทำต้มยำกุ้งบริโภคและอวดชาวโลก

ตามไปกิน ภัทรา ทรัพยะประภา และ มาริส อโบลตินส์ เปิด ศูนย์อาหารฟู้ดพาทิโอ รวมสุดยอดร้านอาหารระดับตำนานของเมืองไทยและมิชลิน ไกด์ 27 ร้านค้า โดยมี ปัฐพล พนมรัตน์, ภาสวรรณ ศรีวิรุฒ และ พิมพ์ใจ รุจิตานนท์ มาร่วมงานด้วย ที่เมกาบางนา วันก่อน.

ฮัดชิ้ว…จากการที่ กรมราชทัณฑ์ ปล่อยตัว บุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ ผู้ต้องขัง คดีทุจริตการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) หลัง ได้รับการพักโทษ…พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ออกมาระบุว่า กรณี อดีต รมต.บุญทรง ที่มีบางคนบอกว่าโทษเยอะแต่ทำไมได้รับการพักโทษ อยากชี้แจงว่า อดีต รมต.บุญทรง ได้รับ การอภัยโทษมาแล้ว 4 ครั้ง เหลือโทษประมาณ 10 ปี แต่ถูกลงโทษไปแล้ว 7 ปี 6 เดือน เหลือโทษอีกประมาณ 3 ปี โดยจะได้รับการพักโทษประมาณ 3 ปี ทั้งนี้ ในการพักโทษจะถือภูมิลำเนาของผู้อุปการะเป็นสำคัญ โดยลูกชายที่เป็นผู้อุปการะแจ้งว่าจะไปอยู่จังหวัดเชียงใหม่ โดยจะต้อง ติดกำไลอีเอ็ม รายงานตัวกับ กรมควบคุมประพฤติที่เชียงใหม่…ส่วนของ คนอื่นๆ ในคดีเดียวกันทราบว่ามีหลายคน รวมถึง ข้าราชการ ที่จะได้รับการพักโทษด้วย มีหลายคนที่ได้รับการพักโทษไปแล้ว ยืนยันว่า ไม่เลือกปฏิบัติ และ ใช้เกณฑ์เดียวกัน ส่วนที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าคดีนี้มีโทษจำคุกเยอะแต่ติดคุกเพียงไม่กี่ปีก็ได้ออกมานั้นยืนยันว่าเรื่องแบบนี้ไม่ได้มีที่ ประเทศไทย ประเทศเดียว แต่มีอยู่ทั่วโลก…เมื่อทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบและกฎหมาย ทุกฝ่ายก็ต้องยอมรับ

แจกจริง ยศสรัล แต้มคงคา จับรางวัลผู้โชคดีจากแคมเปญ “ไวไวแจกจริงอร่อยลุ้นโชค” เพื่อมอบโชคใหญ่ให้ลูกค้า โดยมี ณิชรัตน์ ชำนาญกิจ, ธีรเมธ เลาวานันท์พันธุ์, สมนึก อนันตศัพท์ และ ธนปกรณ์ วูวงศ์ มาร่วมงานด้วย ที่อาคารศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ วันก่อน.

ผ่างๆ…ทางด้านการตรวจสอบเอาผิดทางคดีกับ ผู้เกี่ยวข้อง กรณี ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไปรักษาตัว ที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ…วิทยา อาคมพิทักษ์ รักษาการประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ระบุความคืบหน้าว่า ยังอยู่ในชั้นตรวจสอบเบื้องต้น และเมื่อตรวจสอบแล้วจึงเสนอเข้ามาที่ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ เพื่อพิจารณาว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไรทราบว่าตอนนี้อยู่ในชั้นของ คณะกลั่นกรอง เพื่อเสนอเข้าสู่การพิจารณาของ คณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยคาดว่าเร็วๆนี้จะเสนอเข้ามา…งานนี้ต้องรอลุ้นว่ามีกระบวนการช่วยเหลือเอื้อประโยชน์ให้ อดีตนายกฯ ปรึกษานอกเรือนจำ เพื่อไม่ต้องนอนคุกอย่างที่มีเสียงครหาจริงหรือไม่ เดี๋ยวก็รู้นะจ๊ะ

มอบความสุข ระวีพรรณ แก้วเพียงเพ็ญ และ อมรรัตน์ บรรยงก์สินธุ์ เปิดงาน “Christmas Tree Light Up Celebration 2025” เพื่อตอกย้ำการเป็นแลนด์มาร์กแห่งการฉลองเทศกาลแห่งความสุขของชาว จ.นนทบุรี โดยมี ญาณิพัชญ์ ศรีโคตร มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัล เวสต์เกต วันก่อน.

สังคมทั่วไป…ประเสริฐ ประคุณศึกษาพันธ์ อดีต สว.ขอนแก่น ขอเชิญศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันโรงเรียนขอนแก่นวิทยายน ร่วมงานเลี้ยงพบปะสังสรรค์ครบรอบการก่อตั้งโรงเรียนขอนแก่นวิทยายน 127 ปี ที่ตะวันแดง มหาซน ณ ขอนแก่น 7 ธ.ค. ตั้งแต่ 07.00-22.00 น.

“ธนูเทพ”

คลิกอ่านคอลัมน์ “บุคคลในข่าว” เพิ่มเติม

กลุ่มหนุน-กลุ่มต้านนายยุนชุมนุมหน้าสภา ก่อนกระบวนการถอดถอนจะเริ่ม

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2829740

กลุ่มหนุน-กลุ่มต้านนายยุนชุมนุมหน้าสภา ก่อนกระบวนการถอดถอนจะเริ่ม

7 ธ.ค. 2567 14:47 น.

กลุ่มหนุน-กลุ่มต้านนายยุนชุมนุมหน้าสภา ก่อนกระบวนการถอดถอนจะเริ่ม

สถานการณ์ในเกาหลีใต้ทวีความตึงเครียด โดยมีทั้งกลุ่มที่สนับสนุนนายยุน ซอก ยอล ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ และกลุ่มต่อต้านที่ต้องการให้นายยุนลาออก เดินขบวนแสดงจุดยืนหน้าอาคารรัฐสภาในกรุงโซล ก่อนหน้าที่จะมีการลงมติถอดถอนในช่วงบ่ายวันนี้

กลุ่มผู้ประท้วงที่โกรธแค้นการประกาศกฎอัยการศึกของนายยุน ต่างเดินขบวนไปตามท้องถนนในกรุงโซล มุ่งหน้าไปยังรัฐสภาเพื่อประท้วงต่อต้านประธานาธิบดียุน ซอก ยอลของเกาหลีใต้ ก่อนการลงมติถอดถอนเขาในวันนี้ซึ่งคาดว่าอาจจะมีผู้เข้าร่วมประท้วงครั้งนี้ถึงหลักแสนคน ขณะเดียวกันก็มีรายงานกลุ่มผู้สนับสนุนประธานาธิบดียุน ซอก ยอล ของเกาหลีใต้ ไปรวมตัวกันที่หน้ารัฐสภาในวันเสาร์ ก่อนการลงมติในรัฐสภาที่จะตัดสินชะตาการเมืองของเขาเช่นกัน

โดยในช่วงเช้าที่ผ่านมา นายยุนได้แถลงทางโทรทัศน์ ขอโทษประชาชนอย่างสุดซึ้ง ที่ทำให้เกิดกระแสความวิตกกังวล จากการตัดสินใจประกาศกฎอัยการศึก

พร้อมทั้งยืนยันว่าเขาจะไม่หลีกเลี่ยงความรับผิดชอบทั้งทางกฎหมายและการเมืองสำหรับการประกาศดังกล่าว และจะไม่มีการประกาศกฎอัยการศึกอีกเป็นครั้งที่ 2 โดยเขาจะปล่อยให้พรรคของเขาเป็นผู้กำหนดทิศทางและอนาคตทางการเมืองของเขาต่อไป

ตั้งแต่เขาขึ้นดำรงตำแหน่งในปี 2022 นายยุน ซึ่งเป็นนักการเมืองสายอนุรักษ์นิยม ต้องประสบปัญหายากลำบากในการผลักดันนโยบายผ่านรัฐสภาที่ถูกควบคุมโดยฝ่ายค้าน และกำลังเผชิญกับคะแนนนิยมที่ลดต่ำลง ท่ามกลางข่าวอื้อฉาวเกี่ยวกับตัวเขาและภรรยา

การลงมติในรัฐสภาเพื่อถอดถอนนายยุนของพรรคฝ่ายค้าน จะเกิดขึ้นในช่วงบ่ายวันเสาร์ โดยพรรคฝ่ายค้านที่ร่วมยื่นคำร้องถอดถอนยุนมีสมาชิก 192 คนจากทั้งหมด 300 คนในรัฐสภา ซึ่งหมายความว่าพวกเขาต้องการเสียงสนับสนุนเพิ่มอย่างน้อย 8 เสียงจากพรรคประชาชน เพื่อให้ครบตามจำนวน 2 ใน 3 จึงจะสามารถถอดถอนนายยุนได้ ซึ่งถ้าหากนายยุนถูกถอดถอน อำนาจของเขาจะถูกระงับจนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินว่าจะถอดถอนเขาออกจากตำแหน่งหรือไม่ หากถูกถอดถอน จะต้องมีการเลือกตั้งใหม่ภายใน 60 วัน.

ที่มา : Channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ เกาหลีใต้

ผลวิจัยใหม่ชี้ คนหนุ่มสาวเสี่ยงตายจากคลื่นความร้อนมากกว่าผู้สูงอายุ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2829698

ผลวิจัยใหม่ชี้ คนหนุ่มสาวเสี่ยงตายจากคลื่นความร้อนมากกว่าผู้สูงอายุ

7 ธ.ค. 2567 09:40 น.

ผลวิจัยใหม่ชี้ คนหนุ่มสาวเสี่ยงตายจากคลื่นความร้อนมากกว่าผู้สูงอายุ

เม็กซิโกเผยผลการศึกษาที่น่าประหลาดใจเมื่อพบว่า กลุ่มอายุที่มีการเสียชีวิตจากความร้อนหรือคลื่นความร้อนสูงที่สุดคือ กลุ่มวัย 18 ถึง 35 ปี มากกว่าผู้สูงอายุที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ถึง 9 เท่า

การศึกษาฉบับนี้ถูกเผยแพร่ในวารสาร Science Advances (ไซเอ็นส แอดวานซ์) เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยนักวิจัยพบว่า เมื่ออุณหภูมิและความชื้นสูงขึ้น ความร้อนจะทำให้กลุ่มวัย 18 ถึง 35 ปี เสียชีวิตมากกว่าผู้ที่อายุมากกว่า 50 ปี ถึง 9 เท่า ซึ่งถือว่าพลิกมุมมองที่มีต่อกลุ่มอายุที่เสี่ยงที่สุดจากความร้อน เนื่องจากในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา นักวิชาการด้านสุขภาพและสภาพอากาศต่างเตือนว่า ผู้สูงอายุและเด็กเล็กคือกลุ่มที่เสี่ยงที่สุดในช่วงที่มีคลื่นความร้อน

โดยการศึกษานได้วิเคราะห์การเสียชีวิตทั้งหมดในเม็กซิโกระหว่างปี 1998 ถึง 2019 แสดงให้เห็นว่าเมื่ออุณหภูมิและความชื้นรวมถึงระดับความร้อนที่ไม่สบายตัว เช่น 30 องศาเซลเซียส และความชื้นสัมพัทธ์ 50% จะมีการเสียชีวิตจากอุณหภูมิที่สูงถึง 32 รายจากคนที่อายุต่ำกว่า 35 ปี สำหรับทุกการเสียชีวิตของผู้ที่อายุมากกว่า 50 ปี

นักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญต่างๆ กำลังพยายามหาสาเหตุว่า ทำไมกลุ่มคนวัยหนุ่มสาวในเม็กซิโกถึงเสียชีวิตจากความร้อนมากกว่าผู้สูงอายุ สองทฤษฎีที่อธิบายได้คือ การทำงานกลางแจ้งในสภาพอากาศร้อนจัด ซึ่งทำให้ไม่สามารถหลีกเลี่ยงความร้อนได้ และคนหนุ่มสาวอาจจะไม่ระวัง และรู้จักขีดจำกัดของร่างกายตัวเอง

แนวโน้มนี้น่าจะเพิ่มมากขึ้นตามภาวะโลกร้อนที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกตามการจำลองของคอมพิวเตอร์ที่ทำโดยทีมวิจัย

เจฟฟรีย์ ชเรเดอร์ นักเศรษฐศาสตร์ด้านสภาพภูมิอากาศจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบียกล่าว เมื่อสภาพอากาศร้อนขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การเสียชีวิตจากอุณหภูมิสูงจะมีแนวโน้มที่ย้ายไปที่กลุ่มคนรุ่นใหม่ แยกออกจากกลุ่มผู้สูงอายุที่มักจะมีความเสี่ยงจากอากาศหนาวมากกว่า

โดยข้อมูลจากสภาพอากาศหนาวแสดงให้เห็นว่า มีการเสียชีวิตจากความหนาวของคนอายุ 50 ปีขึ้นไป มากกว่า 300 รายต่อการเสียชีวิตจากความหนาวของคนหนุ่มสาวหนึ่งราย ตามข้อมูลของงานวิจัยชิ้นนี้.

ที่มา : เอพี

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ คลื่นความร้อน

ยุนซอกยอลแถลงขอโทษ เรื่องกฎอัยการศึก แต่ยังไม่ลาออก

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2829689

ยุนซอกยอลแถลงขอโทษ เรื่องกฎอัยการศึก แต่ยังไม่ลาออก

7 ธ.ค. 2567 09:05 น.

ยุนซอกยอลแถลงขอโทษ เรื่องกฎอัยการศึก แต่ยังไม่ลาออก

ประธานาธิบดียุน ซอก ยอล ผู้นำเกาหลีใต้ แถลงเปิดใจครั้งแรกผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ ขออภัยประชาชนอย่างสุดซึ้งจากใจจริง จากการตัดสินใจประกาศกฎอัยการศึกที่ผ่านมา

นายยุน ซอก ยอล ประธานาธิบดีเกาหลีใต้แถลงออกสื่อเป็นครั้งแรก หลังประกาศกฎอัยการศึกที่มีผลราว 6 ชั่วโมงเมื่อกลางดึกคืนวันอังคารที่ผ่านมา โดยยืนยันว่า การตัดสินใจดังกล่าวมาจากตนเองเพียงคนเดียว เพราะเขารู้สึกสิ้นหวังในฐานะประธานาธิบดี แต่การตัดสินใจดังกล่าวกลับสร้างความตื่นตระหนกและความไม่สบายใจให้กับประชาชน เขาจึงรู้สึกเสียใจอย่างมาก

ในการแถลงดังกล่าวนายยุน ยังยืนยันด้วยว่าเขาจะไม่หลบหนี หรือหลีกเลี่ยงบทลงโทษทางกฎหมายและทางการเมืองจากการกระทำของเขาในครั้งนี้ พร้อมให้คำมั่นว่า จะไม่มีการประกาศกฎอัยการศึกเป็นครั้งที่ 2 ในขณะที่เขายังคงอยู่ในตำแหน่งประธานาธิบดีของเกาหลีใต้

ผู้นำเกาหลีใต้ได้กล่าวสรุปในการแถลงครั้งนี้ว่า เขาจะปล่อยให้พรรคเป็นผู้ตัดสินใจเกี่ยวกับการจัดการสถานการณ์ของประเทศ รวมถึงประเด็นที่เกี่ยวกับระยะเวลาการดำรงตำแหน่งของเขา ส่วนอนาคตทางการเมืองของตัวเขา และเสถียรภาพทางการเมืองของเกาหลีใต้นับจากนี้ ให้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของพรรคพลังประชาชนซึ่งเป็นพรรครัฐบาล และการปฏิบัติหน้าที่ของคณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบัน

โดยในวันนี้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ กำลังเตรียมลงมติเกี่ยวกับญัตติถอดถอนนายยุน ในข้อหาก่อกบฏในเวลา 19.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันที่ 7 ธ.ค. หรือ ราว 17.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย เพื่อชี้ชะตาทางการเมืองของนายยุนต่อไป.

ที่มา : BBC

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ยุนซอกยอล

วันนี้เกาหลีใต้เตรียมเปิดสภาลงมติถอดถอน ชี้ชะตาปธน.ยุน ซอกยอล ในข้อหาก่อกบฎ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2829674

วันนี้เกาหลีใต้เตรียมเปิดสภาลงมติถอดถอน ชี้ชะตาปธน.ยุน ซอกยอล ในข้อหาก่อกบฎ

7 ธ.ค. 2567 05:15 น.

วันนี้เกาหลีใต้เตรียมเปิดสภาลงมติถอดถอน ชี้ชะตาปธน.ยุน ซอกยอล ในข้อหาก่อกบฎ

รัฐสภาเกาหลีใต้เตรียมเปิดอภิปรายญัตติถอดถอน ประธานาธิบดียุน ซอกยอล ออกจากตำแหน่ง หลังประกาศกฎอัยการศึกอย่างกะทันหันเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยจะมีการลงมติในช่วงค่ำวันนี้

วันที่ 7 ธันวาคม 2567 โฆษกสมาชิกรัฐสภาจากพรรคประชาธิปไตย ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้าของเกาหลีใต้เปิดเผยว่า การลงมติถอดถอนประธานาธิบดียุน ซอกยอล ออกจากตำแหน่งจะมีขึ้นในวันนี้ เวลาประมาณ 19.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น หลังจากที่ประธานาธิบดียุน ได้ประกาศใช้กฎอัยการศึกแบบพลการ เมื่อช่วงค่ำวันที่ 3 ธ.ค.ที่ผ่านมา หวังควบรวมอำนาจ สั่งห้ามการเคลื่อนไหวทางการเมือง และปิดกั้นการทำงานของสื่อมวลชน โดยอ้างความจำเป็นในการปกป้องประเทศจากกองกำลังคอมมิวนิสต์เกาหลีเหนือ

การประกาศกฎอัยการศึกของประธานาธิบดียุน ทำให้ประเทศตกอยู่ในภาวะระส่ำระส่าย ประชาชนพากันออกมาประท้วง และสมาชิกรัฐสภาต่างออกมาลงมติคัดค้าน ทำให้ประธานาธิบดียุนต้องประกาศถอย ยอมยกเลิกกฎอัยการศึกอย่างเป็นทางการช่วงเช้าวันที่ 4 ธ.ค. 

หลังจากสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย นายฮง จางวอน รองผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองแห่งชาติเกาหลีใต้ ได้มีการออกมาเปิดเผยรายละเอียดของค่ำคืนวันอังคารที่ผ่านมาว่า หลังประกาศกฎอัยการศึก ประธานาธิบดียุน ยังได้สั่งจับกุมนายฮัน ดงฮุน หัวหน้าพรรครัฐบาลของเขาเอง โดยรายชื่อผู้ถูกจับกุมยังรวมถึงนายอี แจมยอง หัวหน้าพรรคฝ่ายค้านหลัก และสมาชิกรัฐสภาฝ่ายค้านอีก 3 คน 

ขณะที่พรรคการเมืองทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลได้จัดการประชุมฉุกเฉินตลอดทั้งวันศุกร์ โดยสมาชิกรัฐสภาวางแผนที่จะลงมติถอดถอนประธานาธิบดียุน ซึ่งในญัตติซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันเสาร์นี้จะผ่านได้ก็ต่อเมื่อสมาชิกรัฐสภา 2 ใน 3 ลงมติเห็นชอบ

ทางด้านนายฮัน ดงฮุน หัวหน้าพรรครัฐบาลพลังประชาชน กล่าวว่า เขาได้หารือกับประธานาธิบดียุน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา แต่ไม่ได้รับคำตอบใดๆ ที่อาจเปลี่ยนจุดยืนของเขาที่เรียกร้องให้ระงับอำนาจประธานาธิบดีของนายยุนโดยทันที

ทั้งนี้ ในการลงมติถอดถอนประธานาธิบดี ต้องใช้เสียงจากสมาชิกรัฐสภา 2 ใน 3 หรือ 200 เสียงต่อ 300 เสียง ปัจจุบันฝ่ายค้านครองอยู่ที่ 192 เสียง ต้องการอีก 8 เสียงจากพรรครัฐบาลเพื่อให้การลงมติถอดถอนสำเร็จ

ประชาชนอพยพอีกหลายพันคน หลังกลุ่มต่อต้านรัฐบาลซีเรียเคลื่อนพลประชิดเมืองฮอมส์ เมืองใหญ่อันดับสาม

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2829672

ประชาชนอพยพอีกหลายพันคน หลังกลุ่มต่อต้านรัฐบาลซีเรียเคลื่อนพลประชิดเมืองฮอมส์ เมืองใหญ่อันดับสาม

7 ธ.ค. 2567 04:23 น.

ประชาชนอพยพอีกหลายพันคน หลังกลุ่มต่อต้านรัฐบาลซีเรียเคลื่อนพลประชิดเมืองฮอมส์ เมืองใหญ่อันดับสาม

นักรบฝ่ายต่อต้านรัฐบาลซีเรีย เปิดแนวรบด้านที่สอง โดยบุกประชิดชายแดนเมืองฮอมส์ เมืองใหญ่อันดับสามของประเทศ ทำให้ประชาชนหลายพันคนต้องอพยพหนี เผยจุดหมายคือกรุงดามัสกัส

วันที่ 7 ธันวาคม 2567 กองกำลังต่อต้านรัฐบาลซีเรีย นำโดยกลุ่ม “ฮายัต ตาห์รีร์ อัลชาม” ออกแถลงการณ์ระบุว่า ขณะนี้นักรบของฝ่ายต่อต้านรัฐบาลได้เริ่มเปิดแนวรบอีกด้าน เพื่อท้าทายอำนาจรัฐบาลของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาด ตรงบริเวณชายแดนของจังหวัดฮอมส์ เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา หลังจากประชาชนหลายพันคนเริ่มอพยพออกจากเมืองสำคัญแันดับสามของประเทศแห่งนี้

ผู้บัญชาการกองกำลังฝ่ายต่อต้านระบุว่า ได้ปลดปล่อยหมู่บ้านสุดท้ายในบริเวณใกล้เคียงเมืองฮอมส์แล้ว และขณะนี้พวกเขาอยู่ที่บริเวณชายแดน พร้อมกันนี้ได้เรียกร้องให้กองกำลังรัฐบาลซีเรียแปรพักตร์

ก่อนหน้านี้ กลุ่มสังเกตการณ์สิทธิมนุษยชนซีเรีย ระบุว่า ชาวเมืองฮอมส์หลายพันคนเริ่มหลบหนีไปยังชายฝั่งตะวันตกในชั่วข้ามคืน ซึ่งประธานาธิบดีอัสซาด ที่กำลังเผชิญความขัดแย้งยังคงควบคุมสถานการณ์อยู่ โดยกลุ่มนักรบฝ่ายต่อต้านสามารถยึดเมือง 2 เมือง คือ ราสตัน และทัลบีเซห์ ในเขตผู้ว่าการฮอมส์ได้ ก่อนที่จะเดินหน้าเข้าใกล้ตัวเมือง

โดยเมืองฮอมส์ เป็นเมืองสำคัญที่เชื่อมระหว่างกรุงดามัสกัสกับพื้นที่ชายฝั่งของซีเรีย อยู่ห่างจากเมืองฮามา ไปทางใต้ประมาณ 46 กิโลเมตร ซึ่งกองกำลังฝ่ายต่อต้านและกองกำลังพันธมิตรยึดครองได้เมื่อวันพฤหัสบดี ไม่กี่วันหลังยึดเมืองอเลปโป เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสอง ของประเทศ จากกองกำลังของรัฐบาลได้

ทางด้านนายสเตฟาน ดูจาร์ริก โฆษกของนายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวว่า การสู้รบรอบใหม่ในซีเรีย ทำให้ประชาชนอย่างน้อย 370,000 คนต้องไร้ที่อยู่อาศัยทั่วประเทศ นับตั้งแต่เกิดการสู้รบรุนแรงเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน

โดยระบุว่า นับตั้งแต่การสู้รบทวีความรุนแรงขึ้น มีผู้ชาย ผู้หญิง และเด็กชาย เด็กหญิงอย่างน้อย 370,000 คน ต้องอพยพออกจากบ้านเรือน ขณะที่การโจมตีทางอากาศของรัฐบาลซีเรียที่ได้รับการสนับสนุนจากรัสเซียใกล้กับเมืองฮอมส์ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 20 ศพ แล้ว

“มิโฮะ นาคะยามะ” นักแสดงชื่อดังชาวญี่ปุ่น เสียชีวิตในวัย 54 ปี

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2829610

"มิโฮะ นาคะยามะ" นักแสดงชื่อดังชาวญี่ปุ่น เสียชีวิตในวัย 54 ปี

6 ธ.ค. 2567 15:27 น.

“มิโฮะ นาคะยามะ” นักแสดงชื่อดังชาวญี่ปุ่น เสียชีวิตในวัย 54 ปี

มิโฮะ นาคะยามะ นักแสดงและศิลปินชื่อดังชาวญี่ปุ่น เสียชีวิตแล้วด้วยวัย 54 ปี ที่บ้านของเธอในกรุงโตเกียว

มิโฮะ นาคะยามะ นักแสดงและศิลปินชื่อดังชาวญี่ปุ่น เสียชีวิตแล้วด้วยวัย 54 ปี ที่บ้านพักของเธอในกรุงโตเกียว รายงานข่าวโดยสถานีโทรทัศน์ NHK เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม ระบุว่าเธอถูกพบหมดสติอยู่ในห้องน้ำ ในช่วงเที่ยงวันนี้ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิตของเธอ

ตลอดช่วงปลายทศวรรษ 1980 นาคะยามะกลายเป็นหนึ่งในไอดอลที่โด่งดังที่สุดของญี่ปุ่น โดยออกเพลงฮิตและอัลบั้มที่ติดอันดับชาร์ตจำนวนมาก อาชีพนักร้องช่วงแรกของเธอโดดเด่นด้วยการผสมผสานระหว่างเพลงป๊อปและเพลงแดนซ์ โดยมีซิงเกิลที่มีชื่อเสียงอย่าง “Waku Waku Sasete” และ “You’re My Only Shinin’ Star” ในช่วงต้นทศวรรษ 1990 เธอได้เปลี่ยนมาร้องเพลงที่มีเนื้อหาเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น แต่งเนื้อเพลงเอง และบันทึกเพลงบัลลาดที่กินใจซึ่งเข้าถึงผู้ฟังในวงกว้าง

อาชีพการแสดงของเธอประสบความสำเร็จควบคู่ไปกับงานดนตรี โดยมีผลงานโดดเด่นในภาพยนตร์อย่าง Love Letter หรือ “ถามรักจากสายลม” กำกับโดย ชุนจิ อิวาอิ ในปี 1995 และ Tokyo Weather ในปี 1997 โดย Love Letter ยังคงเป็นผลงานที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดของเธอในระดับนานาชาติ โดยได้รับคำชมเชยจากนักวิจารณ์และรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมหลายรางวัล ” โดยภาพยนตร์เรื่องดังกล่าว ประสบความสำเร็จอย่างมาก รวมถึงยังทำให้ นาคะยามะ ได้รับรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม ในงาน Blue Ribbon Awards ครั้งที่ 38, เทศกาลภาพยนตร์โยโกฮาม่าครั้งที่ 17 และรางวัล Hochi Film Awards ครั้งที่ 18 มาครองด้วย นอกจากนี้ เธอยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ของญี่ปุ่นจากบทบาทของเธอใน Tokyo Biyori ในปี 1998

นาคะยามะยังคงพัฒนาตัวเองในฐานะศิลปินอย่างต่อเนื่อง โดยแสดงในละครโทรทัศน์และการแสดงบนเวทีต่างๆ ในปี 2021 เธอได้แสดงความสามารถของเธอในละครเวทีเรื่อง Aoi no Ue/Yoroboshi ร่วมกับนักแสดงยอดนิยมอย่างยูตะ จิงกูจิ ความสามารถในการเชื่อมโยงกับผู้ชม ไม่ว่าจะเป็นผ่านดนตรีหรือการแสดง ทำให้เธอกลายเป็นสัญลักษณ์อันทรงคุณค่าในวงการบันเทิงของญี่ปุ่น.

ที่มา JAPAN TIMES

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign