‘อาชีวะ-ขนส่ง’ ให้บริการตรวจสภาพรถยนต์ รถจักรยานยนต์ฟรี! 150 จุด 77 จังหวัดทั่วประเทศ

'อาชีวะ-ขนส่ง' ให้บริการตรวจสภาพรถยนต์ รถจักรยานยนต์ฟรี! 150 จุด 77 จังหวัดทั่วประเทศ

‘อาชีวะ-ขนส่ง’ ให้บริการตรวจสภาพรถยนต์ รถจักรยานยนต์ฟรี! 150 จุด 77 จังหวัดทั่วประเทศ

วันศุกร์ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 15.28 น.

เริ่มแล้ว !! “อาชีวะ-ขนส่ง อาสาช่วยประชาชน”  มอบของขวัญปีใหม่ 2568 ให้บริการตรวจสภาพรถยนต์ รถจักรยานยนต์ฟรี! 150 จุด 77 จังหวัดทั่วประเทศ 27ธ.ค- 5 ม.ค. 68    

วันที่ 27 ธันวาคม 2567 พล.ต.อ.เพิ่มพูน  ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.) เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมอาชีวะ–ขนส่ง อาสาช่วยประชาชน เทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2568 พร้อมปล่อยขบวนคาราวานอาชีวะอาสา ช่วยประชาชน ในกิจกรรมอาชีวะ – ขนส่ง อาสาช่วยประชาชน  ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ร่วมกับกระทรวงคมนาคม โดยกรมการขนส่งทางบก และเครือข่ายภาคเอกชน ร่วมให้บริการตรวจสภาพรถยนต์และรถจักรยานยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า ก่อนการเดินทางฟรี  150 จุดบริการ ครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศ  โดยมี นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมช.ศธ. , นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ, นายยศพล  เวณุโกเศศ  เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา พร้อมด้วยผู้บริหาร สอศ. นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดศธ. ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการ กพฐ. , นายประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการ สกศ., นายมณฑล ภาคสุวรรณ์ เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษาเอกชน, นายฐิติพัฒน์ ไทยจงรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักสวัสดิภาพการขนส่งทางบก, กองบังคับการตำรวจทางหลวง, นายวัชระ กระแสร์ฉัตร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และภาคีเครือข่ายพันธมิตรภาคเอกชน ร่วมในพิธีเปิด ณ บริเวณเค้กบ้านสวน สาขา 2 ถนนพหลโยธิน ฝั่งขาออก กม.ที่ 76 ตำบล ลำไทร อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

พล.ต.อ.เพิ่มพูน  เปิดเผยว่า โครงการอาชีวะอาสา ช่วยประชาชน ได้ทำมาอย่างต่อเนื่อง แต่วันนี้เพิ่มมิติด้วยการมาเปิดที่เค้กบ้านสวน วังน้อย ซึ่งเป็นจุดที่ประชาชนแวะพักรถ จึงเลือกเป็นจุดให้บริการตรวจสภาพรถให้กับประชาชน เพื่อเป็นการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางจราจรอันนำไปสู่การบาดเจ็บและเสียชีวิตตามนโยบายรัฐบาลโดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จึงได้ระดมนักเรียนนักศึกษาอาชีวะจิตอาสา และครู อาจารย์ สาขาวิชาช่างยนต์ และสาขาอื่น ๆที่เกี่ยวข้อง จากสถานศึกษาในสังกัดทั่วประเทศ ร่วมกับกรมขนส่งทางบก และภาคีเครือข่าย ตั้งจุดบริการอาชีวะ-ขนส่ง อาสาช่วยประชาชน ครอบคลุม 77 จังหวัด จำนวน 150 ศูนย์บริการ ตามเส้นทางถนนสายหลักและสายรองทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 27 ธ.ค. 2567 – 5 ม.ค. 2568 ระหว่างเวลา 06.00 – 18.00 น. และถึงเวลา 24.00 น. ณ จุดบริการในพื้นที่สำคัญ โดยจุดสังเกตุ คือ เต็นท์สีส้ม ซึ่งจะมีป้ายบอกทางเป็นระยะก่อนถึงศูนย์บริการ ซึ่งภายในศูนย์จะให้บริการตรวจเช็คสภาพความพร้อมของรถยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า(อีวี) และรถจักรยานยนต์ รวมถึงการซ่อมบำรุง เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง การให้บริการพักผ่อนเพื่อคลายความเหนื่อยล้า ฟรี  รวมไปถึงการให้บริการนอกพื้นที่กรณีฉุกเฉินระยะทาง 5 กม. ห่างจากจุดให้บริการด้วยรถโมบาย และรถจักรยานยนต์ Fix it จิตอาสา ตลอดจนแนะนำเส้นทางและบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน เพื่อให้การเดินทางของประชาชนเป็นไปอย่างปลอดภัย โดยได้รับการสนับสนุนพื้นที่ตั้งจุดบริการ น้ำมันเครื่อง วัสดุอุปกรณ์ จากภาคีเครือข่ายพันธมิตรภาคเอกชน  ได้แก่ บริษัท ปิโตรเลียมไทย คอร์ปอเรชั่น จำกัด บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด และบริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท Bangkok ATV Adventures บริษัท เค้กบ้านสวน จำกัด และร้านตี๋ม่อ ท่าพระ มาร่วมกิจกรรมเพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับการบริการประชนชนมากขึ้น

“กิจกรรมครั้งนี้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ ที่ต้องการมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชนชาวไทยในโอกาสเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2568 เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชน และเป็นประโยชน์ต่อสังคม รวมทั้งเป็นการทำงานแบบบูรณาการร่วมกัน ระหว่างสถานศึกษากับภาครัฐและภาคเอกชน สร้างให้เด็กนักเรียน อาชีวศึกษามีจิตอาสาบริการสังคม ทำงานเป็นทีม และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ พร้อมกับได้ฝึกทักษะจากการปฏิบัติงานจริง ส่วนพี่น้องประชาชนที่ใช้รถไฟฟ้าก็ขอให้สบายใจได้ เพราะศูนย์อาชีวะ สามารถดูแลได้ด้วย และจากที่เดินชมบูธให้บริการถือว่าผ่าน แสดงว่ามาตรฐานการศึกษาของเราใช้ได้ มีมิติที่เปลี่ยนแปลงในรอบปีที่ผมมาบริหารก็ถือว่ากระทรวงเปลี่ยนแปลงไปเยอะมาตรฐานการศึกษามีมากขึ้น“ รมว.ศธ. กล่าว               

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถค้นหาข้อมูล สอบถาม และการขอความช่วยเหลือเบื้องต้น ผ่านช่องทาง Application : อาชีวะอาสา ผ่านระบบ Android / Line Official :ID: @vecrsa /Facebook : อาชีวะอาสา สอศ.และ Website : อาชีวะอาสา ก็จะเห็นว่ามีจุดบริการอาชีวะอาสาอยู่ที่ใดบ้าง

ด้าน นายยศพล  เวณุโกเศศ  เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า สอศ.ได้ร่วมกับกระทรวงคมนาคม และภาคีเครือข่ายพันธมิตร จัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้นเพื่อให้บริการส่งมอบความสุขและความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนในการเดินทางกลับบ้านในช่วงปีใหม่นี้ และเพื่อให้นักเรียนนักศึกษาอาชีวะจิตอาสา สาขาช่างยนต์ สาขาอื่นๆ และหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้นร่วมให้บริการ 150 จุด บริการบนถนนสายหลักและถนนสายรอง พร้อมกันทั่วประเทศ ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ในการให้บริการดูแลรถยนต์สันดาบและรถยนต์อีวีรวมถึงรถจักรยานยนต์ เพื่อให้รถมีความพร้อมในการเดินทางกลับบ้านช่วงเทศกาลปีใหม่อย่างปลอดภัย และให้บริการนวดผ่อนคลายความเมื่อยล้า บริการผ้าเย็น เครื่องดื่ม อาหาร บริการที่พักผ่อนก่อนออกเดินทางต่ออย่างปลอดภัย
 

‘นฤมล’ถกผอ.สถาบันวิจัยฯ ร่วมงานวิจัยข้าว-พัฒนาบุคลากร

‘นฤมล’ถกผอ.สถาบันวิจัยฯ  ร่วมงานวิจัยข้าว-พัฒนาบุคลากร

‘นฤมล’ถกผอ.สถาบันวิจัยฯ ร่วมงานวิจัยข้าว-พัฒนาบุคลากร

วันศุกร์ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 08.23 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังหารือร่วมกับ ดร.อีวอน มาเรีย พินโต ผอ.สถาบันวิจัยข้าวระหว่างประเทศ โดยมีนายถาวร ทันใจ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ ดร.ชิษณุชา บุดดาบุญ รองอธิบดีกรมการข้าว และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ว่ากระทรวงเกษตรฯ ร่วมเป็นสมาชิกสถาบันวิจัยข้าวระหว่างประเทศ (International Rice Research Institute: IRRI) ตั้งแต่ปีเริ่มก่อตั้งในปี พ.ศ.2503 และดำเนินความร่วมมือร่วมกันมาเป็นเวลากว่า 50 ปีและได้มีบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านการเกษตร ระหว่างไทย-IRRI เมื่อปี พ.ศ.2540

“ประเทศไทยได้มีส่วนในการการร่วมวางแผน กำหนดนโยบายต่างๆ และองค์ความรู้จากสถาบัน IRRI และหุ้นส่วนความร่วมมืออื่นๆ ในการต่อยอดงานวิจัยและพัฒนาข้าวของประเทศไทย และสามารถนำไปถ่ายทอดสู่ชาวนา เจ้าหน้าที่ภาครัฐและภาคเอกชน ทำให้เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของข้าวไทย เป็นการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจทั้งโดยตรงจาก การส่งออกข้าว รวมทั้งทำให้นักวิชาการไทยมีโอกาสได้เผยแพร่ผลงานวิจัยด้านข้าวให้เป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ” ศ.ดร.นฤมล กล่าว

ศ.ดร.นฤมล เน้นย้ำการประสานความร่วมมือกับ IRRI อย่างต่อเนื่อง และให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการปลูกข้าว โดยปัจจุบันการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภาคเกษตร 57 ล้านตันฯ มาจากการปลูกข้าวมากที่สุด 29 ล้านตันฯ คิดเป็นร้อยละ 51 เพื่อสนับสนุนเป้าหมายของประเทศไทยในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายใต้ NDC ร้อยละ 40 ภายในปี ค.ศ. 2030 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี ค.ศ. 2050 รวมถึงการสนับสนุนการจัดทำเอกสารความตกลงประเทศเจ้าบ้าน (Host Country Agreement: HCA) ระหว่างไทย – IRRI ซึ่งสถานะปัจจุบันอยู่ระหว่างการจัดเตรียมเอกสารเพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา

นอกจากนี้ สำหรับความร่วมมือระหว่างไทย-IRRI ได้ร่วมมือกันในด้านการวิจัยและพัฒนาบุคลากร โดยหารือกันในการจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จ.สุพรรณบุรี สำหรับประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate change) IRRI ได้มีการจัดทำโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงการวิจัยปรับปรุงพันธุ์ข้าวที่มีความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ

ในโอกาสนี้ ได้เรียนเชิญ รมว.เกษตรฯ เข้าร่วมงานเฉลิมฉลองดังกล่าว ที่สำนักงานใหญ่สถาบันวิจัยข้าวระหว่างประเทศ เมืองลอสบันยอส (Los Banos) จังหวัดลากูนา (Laguna) ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่ง IRRI ได้กำหนดจัดงานครบรอบ 65 ปี ของการก่อตั้ง IRRI ในปี 2568 และได้เชิญผู้นำประเทศต่างๆ เข้าร่วมด้วย

รมว.เกษตรฯร่วมดันนโยบายเกษตรฯ

รมว.เกษตรฯร่วมดันนโยบายเกษตรฯ

รมว.เกษตรฯร่วมดันนโยบายเกษตรฯ

วันศุกร์ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุม The Second Global Working Conference of FAO Representatives โดยมีผู้บริหารระดับสูงของ FAO จากทั่วโลกเข้าร่วมการประชุม ที่โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กทม.

ศ.ดร.นฤมลกล่าวว่า ประเทศไทยมุ่งมั่นที่จะพัฒนานวัตกรรมการเกษตร สร้างความมั่นคงด้านอาหาร ผลักดันนโยบายด้านการเกษตร และปรับปรุงการดำรงชีวิตของเกษตรกรและชุมชนในชนบทมาอย่างยาวนาน ซึ่งมีความก้าวหน้าอย่างมากในการพัฒนาการเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคเกษตรกรรมในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกซึ่งนับว่าเป็นรากฐานที่สำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจและการพัฒนาสังคม

“ภูมิภาคนี้ยังมีความเสี่ยงมากที่สุดที่จะได้รับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความผันผวนของตลาด และปัญหาทางภูมิรัฐศาสตร์ สำหรับหลายล้านครัวเรือนในชนบท การเกษตรมิใช่แค่กิจกรรมทางเศรษฐกิจ แต่เป็นวิถีชีวิต ซึ่ง FAO มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนประเทศต่างๆ รวมถึงประเทศไทยในการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร ปรับปรุงความมั่นคงด้านอาหาร และส่งเสริมแนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืน ผ่านความร่วมมือ ความช่วยเหลือด้านเทคนิค และการแบ่งปันความรู้จาก FAO” ศ.ดร.นฤมล กล่าว

นอกจากนี้การสร้างเครือข่ายและพันธมิตรระหว่างกัน เพื่อการพัฒนาที่ครอบคลุมการเกษตรที่ตอบสนองต่อสภาพอากาศ และระบบอาหารเกษตรที่ยั่งยืนและยืดหยุ่น ไม่เพียงแต่ช่วยให้เกษตรกรอยู่รอดเท่านั้นแต่ยังพัฒนาก้าวหน้าอย่างยั่งยืน

ในโอกาสนี้ รมว.เกษตรฯ กล่าวต้อนรับผู้บริหารระดับสูงของ FAO กว่า 150 คน จากทั่วโลกมายังประเทศไทย ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งสำนักงาน FAO ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก และขอขอบคุณ FAO ที่เลือกมาประชุมที่ประเทศไทย หลังจากการประชุมครั้งแรกที่กรุงโรม ประเทศอิตาลี ในปีที่ผ่านมา

‘อิทธิ’รับเสด็จฯ ในหลวงทรงเปิด สวนเปรมประชาฯ ปรับปรุงภูมิทัศน์

‘อิทธิ’รับเสด็จฯ  ในหลวงทรงเปิด  สวนเปรมประชาฯ  ปรับปรุงภูมิทัศน์

‘อิทธิ’รับเสด็จฯ ในหลวงทรงเปิด สวนเปรมประชาฯ ปรับปรุงภูมิทัศน์

วันศุกร์ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังนำคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ “เปรมประชาวนารักษ์” และทอดพระเนตรนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ “ชลวิถีธีรพัฒน์” เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 บริเวณพื้นที่ถนนกำแพงเพชร 6 แนวขนานคลองเปรมประชากร เขตหลักสี่ กทม. ว่าได้ร่วมกับภาครัฐและเอกชน ดำเนินโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่สวนบริเวณถนนดังกล่าว โดยบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้พัฒนาพื้นที่ 10 ไร่ เป็นสวนสาธารณะและจัดสร้างอาคารนิทรรศการเผยแพร่พระราชกรณียกิจโครงการตามพระบรมราโชบายด้านการพัฒนาแหล่งน้ำ คูคลอง ฯลฯ

สำหรับสวนสาธารณะดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาสายน้ำคูคลอง ตลอดจนสิ่งแวดล้อมในเมือง ให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์จากพื้นที่สวนสาธารณะและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ ได้ร่วมกับภาคเอกชน สืบสาน รักษา ต่อยอด โครงการในพระราชดำริด้านการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน ในโอกาสนี้ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ และนายสุริยพลนุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน ได้เข้ารับพระราชทานโล่ที่ระลึกผู้ปฏิบัติหน้าที่สนับสนุนในโครงการพระราชดำริตามพระบรมราโชบายด้วย

รองปลัดฯช่วยเกษตรกร ประสบภัยในพื้นที่ยะลา

รองปลัดฯช่วยเกษตรกร  ประสบภัยในพื้นที่ยะลา

รองปลัดฯช่วยเกษตรกร ประสบภัยในพื้นที่ยะลา

วันศุกร์ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายมานพ หนูสอน รองอธิบดีกรมประมง นายพงษ์พันธ์ ธรรมมา รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ที่ปรึกษา รมช.เกษตรฯ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ และเจ้าหน้าที่หน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ใน จ.ยะลา ลงพื้นที่พบปะเกษตรกรและประชาชนผู้ประสบอุทกภัย ในพื้นที่ บริเวณวัดคูหาภิมุข (วัดหน้าถ้ำ)หมู่ 1 ต.หน้าถ้ำ อ.เมือง จ.ยะลา

นอกจากนี้ ได้มอบถุงยังชีพ ข้าวกล่องพร้อมน้ำดื่ม หญ้าแห้ง ไข่ไก่สด และพด.6 เพื่อใช้บำบัดน้ำเสียในพื้นที่น้ำท่วมขังตามบ้านเรือน ให้แก่เกษตรกรและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัย ดังนี้ 1.โครงการชลประทานยะลา/สนง.เกษตรและสหกรณ์ จ.ยะลา/สนง.เกษตร จ.ยะลา มอบข้าวกล่องพร้อมน้ำดื่ม 100 ชุด 2.สนง.ปศุสัตว์ จ.ยะลา มอบถุงยังชีพ 20 ถุง ถุงยังชีพ (สำหรับสัตว์) 20 ถุง หญ้าแห้ง 140 ฝ่อน และไข่ไก่สด 40 แพ็ก และ 3.สถานีพัฒนาที่ดินยะลา มอบสารจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสีย (พด.6)

สกู๊ปพิเศษ : เทศบาลนครสงขลา จัดสวนดอกไม้ทางเข้า หาดสมิหลา รับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวมาเลเซีย ปีใหม่ 2568

สกู๊ปพิเศษ : เทศบาลนครสงขลา จัดสวนดอกไม้ทางเข้า หาดสมิหลา  รับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวมาเลเซีย ปีใหม่ 2568

สกู๊ปพิเศษ : เทศบาลนครสงขลา จัดสวนดอกไม้ทางเข้า หาดสมิหลา รับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวมาเลเซีย ปีใหม่ 2568

วันศุกร์ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ทางเทศบาลนครสงขลาได้สร้างสีสันชายหาดสมิหลาสงขลาให้มีความสดใสสวยงามอีกรูปแบบหนึ่ง โดยจัดสวนดอกไม้หลากสีหลากหลายชนิดเน้นสีแดงและสีเหลืองเป็นหลัก เมื่อเวลาถ่ายรูปออกไปสีมันจะโดดเด่น เป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเป็นอย่างมาก ที่มีการสร้างสีสันที่บริเวณแหล่งท่องเที่ยวให้มีความสดใส สวยงามจากดอกไม้นานาชนิด

สวนดอกไม้นี้จะอยู่บริเวณทางเข้าชายหาดสมิหลา สงขลา เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวมาเลเซีย ที่เดินทางมาท่องเที่ยวที่ชายหาดสมิหลาในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2568 ได้ถ่ายรูปสวนดอกไม้เก็บไว้เป็นที่ระลึก นักท่องเที่ยวที่จะเข้าไปชายหาดสมิหลาจะต้องเดินผ่านเข้าทางจุดนี้ ซึ่งออกแบบเป็นวงเวียน มีทางเดินเข้าออกได้ทุกด้าน เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้หามุมถ่ายรูปตามใจชอบ มีสีสันสะดุดตาเมื่อเดินผ่านอดใจไม่ได้หากไม่ได้ยกมือถือขึ้นมาบันทึกภาพสวนดอกไม้และเซลฟี่กับดอกไม้สีสันสวยงามที่ถูกจัดวางไว้อย่างลงตัว มีความโดดเด่นโดยเฉพาะสีแดงที่เน้นให้อยู่ตรงกลาง

สวนดอกไม้บริเวณทางเข้าแหลมสมิหลาแห่งนี้หลังจากรับนักท่องเที่ยวช่วงเทศกาลปีใหม่แล้ว อาจจะอยู่ต่อเนื่องไปจนถึงเทศกาลตรุษจีนและเทศกาลวันวาเลนไทน์ เนื่องจากจะมีเจ้าหน้าที่งานสวนของเทศบาลนครสงขลาคอยดูและสับเปลี่ยนต้นไม้ไม่ให้เหี่ยวเฉา จะมีต้นไม้หมุนเวียนเข้ามาเปลี่ยนทุกสัปดาห์ เพื่อให้สวนดอกไม้แห่งนี้มีความสดใสสวยงามอยู่ตลอดเวลา

ในขณะเดียวกัน ในวันที่ 25 ธ.ค. 2567 ซึ่งเป็นวันคริสต์มาส ที่บริเวณชายหาดสมิหลา สงขลา ก็มีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียและสิงคโปร์ เดินทางนำครอบครัวเข้ามา
ท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก อีกทั้งเนื่องจากโรงเรียนในมาเลเซียกำลังจะเปิดในต้นเดือนมกราคม 2568 นี้ ทำให้ชาวมาเลเซียพาครอบครัวมาท่องเที่ยวในจังหวัดสงขลา ส่งท้ายก่อนที่โรงเรียนจะเปิด ส่งผลทำให้ในวันนี้ชายหาดสมิหลาคึกคัก ถึงแม้ไม่ใช่เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ก็ตาม ร้านค้า ร้านขายเสื้อผ้า ขายดิบขายดีเกือบทุกร้าน และคาดว่า ในช่วงวันส่งท้ายปีเก่าและต้อนรับปีใหม่ 2568 จะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย ชาวมาเลเซียและสิงคโปร์ รวมทั้งอินโดนีเซีย จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวชายหาดสมิหลาสงขลาในช่วงเทศกาลปีใหม่เป็นจำนวนมากเหมือนเช่นทุกปี

ปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์

สมาคมกีฬาเชียงรายรับใบประกาศ ส่วนราชการพร้อมหนุนทุกชนิดกีฬา

สมาคมกีฬาเชียงรายรับใบประกาศ  ส่วนราชการพร้อมหนุนทุกชนิดกีฬา

สมาคมกีฬาเชียงรายรับใบประกาศ ส่วนราชการพร้อมหนุนทุกชนิดกีฬา

วันศุกร์ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางรัตนา จงสุทธานามณี นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดเชียงราย พร้อมคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ ร่วมกิจกรรมเนื่องในวันกีฬาแห่งชาติ จังหวัดเชียงราย ประจำปี 2567 ที่สนามฟุตบอล 1 สนามกีฬาจังหวัดเชียงรายจัดโดย สำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดเชียงราย โดยมี นายนรศักดิ์สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้มอบโล่ประกาศเกียรติคุณ แก่นักกีฬา ผู้ฝึกสอน ตลอดจนผู้ทำคุณประโยชน์ด้านกีฬาที่สร้างชื่อเสียงให้กับสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดเชียงราย และ จังหวัดเชียงราย จำนวน 12 ประเภท อาทิ หน่วยงานด้านกีฬาดีเด่น ได้แก่ สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดเชียงราย โดย นางรัตนา จงสุทธานามณี นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดเชียงราย เป็นผู้รับมอบ พร้อมหน่วยงานราชการที่ให้การสนับสนุนกีฬาดีเด่น ได้แก่ เทศบาลนครเชียงราย และ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย หน่วยงานภาคเอกชนที่ให้การสนับสนุนกีฬาดีเด่น ได้แก่ บริษัทโตโยต้าเชียงราย จำกัด และ บริษัทสิงห์ปาร์ค เชียงราย

รางวัลนักกีฬาอาชีพดีเด่นชาย ได้แก่ นายเอกนิษฐ์ ปัญญา นักกีฬาฟุตบอลทีมชาติไทย และ นักฟุตบอลอาชีพไทยแลนด์ลีก รางวัลนักกีฬาอาชีพดีเด่นหญิง ได้แก่ นางสาววิภาวี ศรีทอง นักกีฬาวอลเลย์บอลทีมชาติไทย และ นักกีฬาวอลเลย์บอลอาชีพสังกัดสโมสร ซูว็อน ฮุนได อี & ซี ฮิลล์สเตท, รางวัลนักกีฬาประชาชนดีเด่นชาย ได้แก่ นายจีรพันธ์ โป่งคำ นักกีฬาเพาะกายทีมชาติไทย รางวัลนักกีฬาประชาชนดีเด่นหญิง ได้แก่ สิบตรีหญิง สุรจนา คำเบ้า นักกีฬายกน้ำหนักทีมชาติไทย รางวัลนักกีฬาเยาวชนดีเด่นชาย ได้แก่ นายอาณกร กาวิชา นักกีฬายูยิตสูทีมชาติไทย 

รางวัลนักกีฬาเยาวชนดีเด่นหญิง ได้แก่ นางสาววนิตา มาเยอ นักกีฬา กาบัดดี้ทีมชาติไทย รางวัลนักกีฬาอาวุโสดีเด่นชาย ได้แก่ นายสมชาย ตุงคบุรีนักกีฬากอล์ฟ รางวัลนักกีฬาอาวุโสดีเด่นหญิง ได้แก่ ว่าที่ร้อยตรีหญิงถนอมศรี ไชยชนะ นักกีฬากรีฑา และรางวัลอื่นๆ อีกหลายรายการ

สุดปัง! ส่งสุขปีใหม่’68 ช็อป ชิม! ผลิตภัณฑ์คุณภาพในเขตปฏิรูปที่ดิน

สุดปัง! ส่งสุขปีใหม่'68 ช็อป ชิม! ผลิตภัณฑ์คุณภาพในเขตปฏิรูปที่ดิน

สุดปัง! ส่งสุขปีใหม่’68 ช็อป ชิม! ผลิตภัณฑ์คุณภาพในเขตปฏิรูปที่ดิน

วันพฤหัสบดี ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 21.30 น.

26 ธันวาคม 2567 นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการ ส.ป.ก.และ นายสุรชัย ยุทธชนะ รองเลขาธิการ ส.ป.ก.ได้เยี่ยมชมกิจกรรมจำหน่ายสินค้าคุณภาพในเขตปฏิรูปที่ดิน ณ ส.ป.ก. ถนนราชดำเนินนอก เขตพระนคร กรุงเทพฯ โดยมีร้านค้าจำหน่ายสินค้าคุณภาพในเขตปฏิรูปที่ดิน จำนวน 10 จังหวัด ภายใต้โครงการส่งความสุขปีใหม่ มอบให้เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน ประจำปี พ.ศ.2568 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 – 26 ธันวาคม 2567

กิจกรรมจำหน่ายสินค้าคุณภาพในเขตปฏิรูปที่ดิน ตลอดระยะเวลา 3 วันที่จัดจำหน่าย ได้รับความสนใจจากบุคลากร สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หน่วยงานใกล้เคียง และประชาชนทั่วไป ทั้งนี้จากการจำหน่ายทั้ง 3 วัน มียอดจำหน่ายรวม 260,917 บาท โดยมี ร้านค้าขายดี 3 อันดับแรก ได้แก่ 1. สระแก้ว 2. สุพรรณบุรี 3. กาญจนบุรี

สินค้าขายดี 5 อันดับ ได้แก่ 1. ชมพู่ทับทิมจันทร์ จ.สระแก้ว 25,000 บาท 2. ผลิตภัณฑ์จากต้นกก จ.ปราจีนบุรี 18,424 บาท 3. เม็ดมะม่วงหิมพานต์ จ.สระแก้ว 15,000 บาท 4. ลำไยสด จ.กาญจนบุรี 14,500 บาท 5. หมี่กรอบ จ.ระยอง 11,450 บาท

กิจกรรมจำหน่ายสินค้าคุณภาพในเขตปฏิรูปที่ดินครั้งนี้ ส่งผลให้เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินมีรายได้เพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลปีใหม่ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศจากการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน เกษตรกรมีแนวทางในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค และมีช่องทางการตลาดเพิ่มขึ้น รวมถึงสินค้าเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดินเป็นที่รู้จักต่อประชาชนทั่วไปมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นไปตามความมุ่งมั่นของ ส.ป.ก. ในการทำให้พี่น้องเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน อยู่ได้ อยู่ดี และมีความสุข

‘เลขาธิการ ส.ป.ก.’ร่วมประชุมการนำเสนอข้อมูลและขอความอนุเคราะห์ร่วมจัดงาน FTI EXPO 2025

'เลขาธิการ ส.ป.ก.'ร่วมประชุมการนำเสนอข้อมูลและขอความอนุเคราะห์ร่วมจัดงาน FTI EXPO 2025

‘เลขาธิการ ส.ป.ก.’ร่วมประชุมการนำเสนอข้อมูลและขอความอนุเคราะห์ร่วมจัดงาน FTI EXPO 2025

วันพฤหัสบดี ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 21.25 น.

ส.ป.ก.ร่วมประชุมการนำเสนอข้อมูลและขอความอนุเคราะห์ร่วมจัดงาน FTI EXPO 2025 โดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)

26 ธันวาคม 2567 เวลา 13.30 น.นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการ ส.ป.ก.พร้อมด้วย ผู้แทนจาก สำนักวิชาการและแผนงาน สำนักพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยี ร่วมประชุมการนำเสนอข้อมูลและขอความอนุเคราะห์ร่วมจัดงาน FTI EXPO 2025 จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) โดยมี ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน พร้อมด้วย ผู้บริหารระดับสูงสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมประชุมกับ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในการขอขอความอนุเคราะห์ร่วมจัดงาน FTI EXPO 2025 ซึ่งเป็นงานที่จัดขึ้นเพื่อแสดงศักยภาพของประเทศและความพร้อมของภาคการผลิตไทย ในการเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมระดับโลก เพื่อส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมไทยผ่านนโยบาย “One FTI” ณ ห้องประชุม 134-135 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพฯ

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กำหนดจัดงาน FTI EXPO 2025 ภายใต้แนวคิด “EMPOWERING THAI INDUSTRY, ELEVATING THAILAND’S FUTURE เสริมพลังอุตสาหกรรมไทย เพื่ออนาคตไทยที่ยั่งยืน” ระหว่างวันที่ 12-15 กุมภาพันธ์ 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อแสดงฉากทัศน์ใหม่ของอุตสาหกรรมไทยสู่อนาคต ผ่านแนวคิด 4GO ซึ่งประกอบด้วย GO Digital & AI, GO Innovation, GO Global และ GO Green ตลอดจนเป็นเวทีแสดงศักยภาพสินค้าไทย ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ช่วยธุรกิจสู่ความยั่งยืน

ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีภารกิจที่เชื่อมโยงกันได้กับ แนวคิด GO Green และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำนวน 13 หน่วยงาน ได้เข้าร่วมจัดบูธนิทรรศการภายใต้แนวคิด นวัตกรรมไทย สู่อุตสาหกรรมยุคใหม่ (Agri-Innovation to New Industry for Next Normal) ภายในงาน FTI EXPO 2022 เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน – 3 กรกฎาคม 2565 ณ จังหวัดเชียงใหม่ที่ผ่านมา ในการนี้การประชุมครั้งนี้เพื่อพิจารณาดำเนินการสนับสนุนการออกบูธภายในงาน FTI EXPO 2025 ดังกล่าว เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลในภาพรวมของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต่อไป

– 006

‘เลขาธิการ มกอช.’ร่วมประชุมหารือ เตรียมจัดงาน FTI Expo 2025 เสริมพลังอุตสาหกรรมไทย

'เลขาธิการ มกอช.'ร่วมประชุมหารือ เตรียมจัดงาน FTI Expo 2025 เสริมพลังอุตสาหกรรมไทย

‘เลขาธิการ มกอช.’ร่วมประชุมหารือ เตรียมจัดงาน FTI Expo 2025 เสริมพลังอุตสาหกรรมไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 21.20 น.

“รมว.นฤมล”นำกระทรวงเกษตรฯ หารือสภาอุตสาหกรรมฯ เตรียมจัดงาน FTI Expo 2025 เสริมพลังอุตสาหกรรมไทย 12 – 15 ก.พ.68 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

วันพฤหัสบดีที่ 26 ธันวาคม พ.ศ.2567 เวลา 13.00 น. นายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์ โยธคล เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติเข้าร่วมการหารือแนวทางการจัดงาน FTI Expo 2025 ภายใต้แนวคิด “Empowering Thai Industry, Elevating Thailand’s Future เสริมพลังอุตสาหกรรมไทย เพื่ออนาคตไทยที่ยั่งยืน” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 – 15 กุมภาพันธ์ 2568 ณ Hall 5 – 8 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมี ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการหารือ ซึ่งมีนายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

– 006