สิ้น’ตรี อภิรุม’! ราชานวนิยายลึกลับ เจ้าของผลงาน’แก้วขนเหล็ก-นาคี’

https://www.naewna.com/local/842836

สิ้น'ตรี อภิรุม'! ราชานวนิยายลึกลับ เจ้าของผลงาน'แก้วขนเหล็ก-นาคี'

สิ้น’ตรี อภิรุม’! ราชานวนิยายลึกลับ เจ้าของผลงาน’แก้วขนเหล็ก-นาคี’

วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 16.33 น.

ปิดตำนาน “ราชานวนิยายลึกลับสยองขวัญ และเจ้าของผลงาน “นาคี” ถึงแก่กรรมอย่างสงบด้วยวัย 94

21 พฤศจิกายน 2567 นายประสพ เรียงเงิน อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) เปิดเผยว่า นายเทพ ชุมสาย ณ อยุธยา ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ (นวนิยาย) พุทธศักราช 2562 นามปากกา “ตรี อภิรุม” หรือ “นายเทพ ชุมสาย ณ อยุธยา” เจ้าของผลงาน “นาคี” ซึ่งทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง 3 นำมาดัดแปลงสร้างเป็นละครโทรทัศน์อันโด่งดัง  ในปี พ.ศ. 2559  ถึงแก่กรรมอย่างสงบ เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2567 เวลาประมาณ ๑๓.๐๕ น. ณ โรงพยาบาลคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี สิริอายุ 94 ปี

โดยมีกำหนดสวดพระอภิธรรม ระหว่างวันที่ ๒๑ – ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ เวลา ๑๙.๐๐ น. ณ ศาลา ๑ วัดเต็มรักสามัคคี อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรีและมีพิธีพระราชทานเพลิงศพ ในวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ เวลา ๑๖.๐๐ น. ณ เมรุวัดเต็มรักสามัคคี อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี

อธิบดี สวธ. เปิดเผยอีกว่า กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ในฐานะหน่วยงานที่ดำเนินการยกย่องเชิดชูเกียรติศิลปินแห่งชาติ เผยแพร่ผลงานให้เป็นที่ประจักษ์แล้ว ในกรณีศิลปินแห่งชาติเสียชีวิต จะได้รับสวัสดิการช่วยเหลือตามกฎกระทรวงกำหนดสาขา คุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือก และประโยชน์ตอบแทนของศิลปินแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๕ ดังนี้ มอบเงินช่วยเหลือเมื่อเสียชีวิตเพื่อร่วมการบำเพ็ญกุศลศพ จำนวน ๒๐,๐๐๐ บาท ค่าเครื่องเคารพศพ ๓,๐๐๐ บาท และค่าจัดทำหนังสือเพื่อเผยแพร่ผลงานเมื่อเสียชีวิตเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน ๑๕๐,๐๐๐ บาท ด้วย

นายเทพ ชุมสาย ณ อยุธยา เกิดเมื่อวันที่ ๕ มกราคม พ.ศ. ๒๔๗๓ ที่อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ขณะศึกษาชั้นมัธยม ณ โรงเรียนสีตบุตรบำรุง ถนนรองเมือง จังหวัดพระนคร เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๗ โรงเรียนปิดลงเนื่องจากภัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ จึงลี้ภัยไปอยู่ต่างจังหวัดและมิได้ศึกษาต่ออีก เมื่ออายุ ๒๔ ปี เริ่มเขียนเรื่องสั้นครั้งแรกลงหนังสือพิมพ์หลักเมืองรายวัน ชื่อเรื่อง “หาดจอมเทียน” ใช้นามปากกา “เทพเทวีวิจิตร” ต่อมาได้เปลี่ยนเป็น “เทพเทวี” และใช้สำหรับ เขียนนวนิยายพาฝัน พ.ศ. ๒๕๐๒ เริ่มเขียนนวนิยายสยองขวัญเรื่องแรกคือ “กายทิพย์” ตีพิมพ์ ในนิตยสารบางกอกรายสัปดาห์ ใช้นามปากกา “ตรี อภิรุม” 

จากนั้นเขียนนวนิยายแนวพาฝัน และแนวสยองขวัญตีพิมพ์ในนิตยสารต่าง ๆ อาทิ ชีวิตจริง อัลบั้มชีวิตคารา คู่รักคู่ชีวิต ดาราภาพยนตร์ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๕ ถึง พ.ศ. ๒๕๕๗ มีผลงานนวนิยายนับร้อยเรื่อง ตีพิมพ์ เป็นเล่มรวมทั้งสิ้น ๕๘ เรื่อง ผลงานโดดเด่น เช่น แก้วขนเหล็ก ทายาทอสูร นาที ผลงาน ถูกสร้างเป็นละครวิทยุ ภาพยนตร์ และละครโทรทัศน์ รวม ๑๙ เรื่อง เทพได้รับรางวัลนราธิป จากสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทยเมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๖

ผลงานนวนิยายลึกลับสยองขวัญของเทพ เป็นหมุดหมายเรื่องลึกลับสยองขวัญของไทย เทพมีความสามารถทางวรรณศิลป์ สร้างสัญลักษณ์เชิงอำนาจที่ก่อให้เกิดความสยองขวัญ เทพสร้างสรรค์ผลงานนับร้อยเรื่องจนได้สมญาว่า “ราชานวนิยายลึกลับสยองขวัญแห่งประเทศไทย” ยืนหยัดในความเป็นนักเขียนอาชีพที่มีผลงานตั้งแต่อายุ ๒๔ ปี จนถึงอายุ ๙๐ ปี และยังคง ทำงานอยู่อย่างสม่ำเสมอ กล่าวได้ว่า เทพ ชุมสาย ณ อยุธยา เป็นนักเขียนผู้สร้างสรรค์วรรณศิลป์ ข้ามผ่านกาลเวลาอย่างแท้จริง  นายเทพ ชุมสาย ณ อยุธยา จึงได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ พุทธศักราช ๒๕๖๒

‘โรงพยาบาล-เลี้ยงเด็กกำพร้า-บวชสามเณร’กฐินวัดพระธรรมกาย สังคมสงเคราะห์ในอินเดีย

https://www.naewna.com/local/842739

‘โรงพยาบาล-เลี้ยงเด็กกำพร้า-บวชสามเณร’กฐินวัดพระธรรมกาย สังคมสงเคราะห์ในอินเดีย

‘โรงพยาบาล-เลี้ยงเด็กกำพร้า-บวชสามเณร’กฐินวัดพระธรรมกาย สังคมสงเคราะห์ในอินเดีย

วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 12.16 น.

‘โรงพยาบาล-เลี้ยงเด็กกำพร้า-บวชสามเณร’กฐินวัดพระธรรมกาย สังคมสงเคราะห์ในอินเดีย

20 พฤศจิกายน 2567 พระครูสมุห์สนิทวงศ์ วุฑฺฒิวํโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย กล่าวว่า ช่วงเทศกาลทอดกฐินสามัคคีที่ผ่านมา วัดพระธรรมกาย มูลนิธิธรรมกาย และคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย ได้บูชาธรรม 80 ปี หลวงพ่อธัมมชโย ด้วยการร่วมทอดกฐิน 30,000 วัดทั่วไทย และทอดกฐินนานาชาติ 21 ประเทศ 500 กว่าวัดในภูมิภาคต่าง ๆ เฉพาะในประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นดินแดนพุทธภูมิ ต้นกำเนิดของพระพุทธศาสนา ได้ถวายกฐิน จำนวนกว่า 50 วัด ใน 5 รัฐ ได้แก่ รัฐมหาราช, รัฐพิหาร, รัฐอุตรประเทศ, รัฐมัธยประเทศ และรัฐเวสเบงกอล

ทั้งนี้ จตุปัจจัยไทยธรรมที่เป็นบริวารกฐิน ส่วนใหญ่นำไปสร้างและทำนุบำรุงเสนาสนะ ศาสนสถาน อาคารสถานที่ และเป็นค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ภายในวัดนานัปการ นอกจากนี้ ที่น่าปลื้มใจ ในส่วนการประสานงานของ พระพรชัย พลวธมฺโม, ดร. ประธานเครือข่ายองค์กรพุทธโลก มีวัดที่นำปัจจัยไปสนับสนุนงานสังคมสงเคราะห์ที่วัดนั้น ๆ ได้ทำ อาทิ สร้างโรงพยาบาล เลี้ยงเด็กกำพร้า ดูแลเยาวชนให้โอกาสบวชเรียนเป็นสามเณร ดังนี้

ในส่วนของ วัดสันตินิเกตัน ประเทศอินเดีย นำไปจัดสร้างโรงพยาบาลสำหรับชุมชน ณ Santiniketan Temple & Santiniketan Ambedga Buddhist welfare mission  จัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567 ที่ผ่านมา โดย พระวินัยยะสิริ มหาเถโร (Binaysree Maha Thero) อายุ 65 ปี 45 พรรษา เจ้าอาวาส เป็นประธานสงฆ์กล่าวว่า “ขอบคุณหลวงพ่อธัมมชโย และคณะลูกศิษย์ที่มาทอดกฐินถวายผ้ากฐินและบริวารกฐิน โดยปัจจัยจากบุญกฐินจะนำสร้างโรงพยาบาลเพื่อชุมชน เป็นที่พึ่งของพระและชาวบ้าน ขออวยพรให้หลวงพ่อธัมมชโยแข็งแรงๆ และปีหน้าขอให้ชาววัดพระธรรมกายมาทอดกฐินอีก” สำหรับวัดสันตินิเกตัน เป็นวัดที่ทำกิจกรรมเผยแผ่พระพุทธศาสนามาอย่างต่อเนื่องกว่า 40 ปี มีศาสนสถานสำคัญ 10 กว่าแห่ง

อาทิ พระพุทธรูปองค์ใหญ่ ศาลาปฏิบัติธรรม ห้องนั่งสมาธิ พระสถูป พระเจดีย์ พระพุทธเจ้า 28 พระองค์ อาคารผู้สูงอายุ อนุสาวรีย์ผู้วายชนม์ ต้นโพธิ์ตรัสรู้ธรรม เป็นต้น และชุมชนนี้ ยังเป็นสถานที่ บ้านเกิดของ รพินทรนาถ ฐากูร นักปรัชญาชื่อดังของอินเดีย ฯลฯ ทั้งนี้ สำหรับปัจจัยบริวารกฐิน ในครั้งนี้ท่านได้นำไปใช้โครงการ โรงพยาบาลสำหรับชุมชน (Hospital for Santiniketan Community) ซึ่งจัดสร้างอยู่ในบริเวณวัด โดยในวันฉลองกฐินได้ทำพิธีวางศิลาเริ่ม (Foundation Stone) โดยคณะสงฆ์และคณะเจ้าภาพจากเมืองไทย รวมทั้งชุมชนมาร่วมในพิธีเป็นจำนวนมาก

ด้าน วัดสิทธัตถะ เมืองกัลกัตตา รัฐเบงกอลตะวันตก จัดในวันเสาร์ที่ 9 พฤศจิกายน 2567 โดย มีคณะสงฆ์นานาชาติร่วมงาน 10 ประเทศ นำโดย ท่านพระพุทธปิยะ มหาเถโร อายุ 65 ปี พรรษา 44 เจ้าอาวาสเป็นประธานในพิธี ท่านกล่าวว่ารู้สึกภาคภูมิใจ และปลื้มใจมาก ๆ ที่คณะผู้แทนมูลนิธิธรรมกาย มาทอดกฐินที่นี่ ตัวท่านเองเคยมาอยู่ศึกษาเรียนรู้ที่วัดพระธรรมกาย ประเทศไทย ประมาณ  1 ปี ในปี พ.ศ. 2532 โดยพักอยู่ที่กุฏิหลังคาจาก รู้สึกประทับใจมาก ๆ ในคำสอนของทั้งหลวงพ่อธัมมชโย และ หลวงพ่อทัตตะชีโว โดยเฉพาะการนั่งสมาธิตามเส้นทางสายกลาง (Middle Way) ด้วยวิธีการนึกนิมิตเป็นดวงแก้วและภาวนา “สัมมาอะระหัง” ซึ่งเข้าใจและปฏิบัติได้ง่ายแต่ได้ผล ส่วนการทอดกฐินในปีนี้มีงานถึง 3 วัน เพื่อประชาสัมพันธ์ ถึงคณะที่มาจากประเทศไทย ท่านได้นิมนต์พระภิกษุนานาชาติจากพุทธคยาร่วมงาน 10 ชาติ กว่า 30 รูป ทั้งพระภิกษุชาวไทย, เวียดนาม , เมียนมา , กัมพูชา, มองโกเลีย , ธิเบต, ภูฏาน, อินเดีย , เนปาล, บังกลาเทศ ทั้งนี้ ท่านพระพุทธปิยะ มหาเถโร เป็นเลขาธิการองค์กร Bharati Sangharaja Bhikkhu Mahasapha (สังฆราชาภิกษุมหาสภาแห่งอินเดีย) มีสมาชิกเป็นวัดต่างๆ ในอินเดีย เป็นสมาชิก กว่า 100 วัด

ทั้งใน รัฐเบงกอลตะวันตก และ รัฐอุตตรประเทศ และท่านได้ตั้งองค์กร SUSWM หรือ Siddhart United Social Welfare Mission

เพื่อทำงานควบคู่กันไปกับการเผยแผ่ธรรมะและงานสังคมสงเคราะห์ โดยเฉพาะวัดท่าน ซึ่งเป็นอาคารตึกแฝด 5ชั้น เพื่อดูแลเด็กกำพร้า ประมาณ 100 คนอีกด้วย และในระหว่างงานท่านได้กล่าวถึงวัดพระธรรมกายกว่า 20 ครั้ง ด้วยความปลื้มใจ รวมถึงบนประรำพิธีทอดกฐิน ท่านได้ติดรูปขนาดใหญ่ของทั้งหลวงพ่อธัมมชโย หลวงพ่อทัตตชีโว คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง คณะสงฆ์จากวัดพระธรรมกาย และอุบาสก อุบาสิกา ที่มาร่วมพิธีด้วย

ส่วน วัดพุทธรัตนางกูร พิหาร เมืองกัลกัตตา (Bouddha Ratnangkur Bihar) โดยมีหลวงพ่อ พระกิตติรัตนะ มหาเถโร อายุ 68 ปี พรรษา 24 เป็นเจ้าอาวาสเป็นประธานสงฆ์ วัดท่านได้ช่วยเหลือเยาวชนให้ได้มีโอกาสบวชสามเณรและศึกษาธรรมะ เป็นการสร้างศาสนทายาทและสืบอายุพระพุทธศาสนา โดยมีสามเณรอยู่ในความดูแลกว่า 30 รูป จัดกิจกรรมทอดกฐิน 3 วัน มีจุดทอผ้าจีวร จากชนเผ่าจักมา ซึ่งมีชื่อเสียงด้านทอผ้า มานั่งทอผ้าด้วยกี่ภายในงานถึง 4 เครื่อง มีผู้ร่วมงานกว่า 7,000 คน

“ปีนี้ คณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย ตั้งใจบูชาธรรม 80 ปี หลวงพ่อธัมมชโย ด้วยการทอดกฐินสามัคคีในประเทศไทย 30,000 วัด และส่งผู้แทนทอดกฐินสมทบนานาชาติ ใน 21 ประเทศ กว่า 500 วัด ได้แก่ เมียนมา 193 วัด  ลาว 91 วัด  อินเดีย 50 วัด บังคลาเทศ 32 วัด เวียดนาม 27 วัด กัมพูชา 24 วัด เนปาล 15 วัด มาเลเซีย 11 วัด อังกฤษ 11 วัด อเมริกา 8 วัด จีน 7 วัด ออสเตรเลีย 4 วัด ฝรั่งเศส 2 วัด อินโดนีเซีย 1 วัด ญี่ปุ่น 1 วัด นิวซีแลนด์ 1 วัด นอร์เวย์ 1 วัด เนเธอร์แลนด์ 1 วัด เยอรมัน 1 วัด และสวิสเซอร์แลนด์ 1 วัด เพื่อร่วมบุญกับกิจกรรมเผยแผ่พระพุทธศาสนาของทุกวัด เป็นการทำนุบำรุงและสืบอายุพระพุทธศาสนาให้เกิดความสามัคคี มั่นคง ยั่งยืน สถาพรสืบไป ดังพุทธพจน์ที่ว่า สุขา สังฆัสสะ สามัคคี ความพร้อมเพรียงของหมู่ ทำให้เกิดความสุข” พระครูสมุห์สนิทวงศ์ กล่าว

Crybaby เปิดตัว CryBunny & CryTeddy คาแรกเตอร์ไซส์บิ๊ก หน้าสยามพารากอน และในสยามเซ็นเตอร์

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2826680

Crybaby เปิดตัว CryBunny & CryTeddy คาแรกเตอร์ไซส์บิ๊ก หน้าสยามพารากอน และในสยามเซ็นเตอร์

20 พ.ย. 2567 19:37 น.

Crybaby เปิดตัว CryBunny & CryTeddy คาแรกเตอร์ไซส์บิ๊ก หน้าสยามพารากอน และในสยามเซ็นเตอร์

“Molly Factory Studio” งานครีเอทอีเวนต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟเอาใจสาวกสาวเจ้าน้ำตา CryBaby เปิดตัวคาแรกเตอร์สุดคิวท์ขนาดยักษ์ CryBunny และ CryTeddy บริเวณสยามพารากอน และสยามเซ็นเตอร์ตั้งแต่วันนี้ – 1 ธ.ค. 67

Molly Factory Studio ร่วมกับสยามพารากอน และสยามเซ็นเตอร์ จัดอีเวนต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่เหล่านักสะสม และสาวกอาร์ตทอยห้ามพลาด ด้วยการเนรมิตพื้นที่ศูนย์การค้าให้เป็นพื้นที่แห่งความสบายใจ และเริ่มต้นใหม่ไปพร้อมๆ กัน ผ่านวิสัยทัศน์สุดสร้างสรรค์ของ ‘มอลลี่’ หรือ ‘มด – นิสา ศรีคำดี’ ศิลปินผู้นำเสนอผลงานคาแรกเตอร์อาร์ตทอยที่ฮอต และเป็นกระแสแรงที่สุดแห่งปีอย่าง CryBaby

‘มอลลี่’ หรือ ‘มด – นิสา ศรีคำดี’ ศิลปินผู้นำเสนอผลงานคาแรกเตอร์อาร์ตทอยที่ฮอต และเป็นกระแสแรงที่สุดแห่งปีอย่าง CryBaby

โดยงานในครั้งนี้ นำทุกคนไปสู่การเยียวยาทางอารมณ์สะท้อนถึงเส้นทางการเติบโตและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในตัวของ ‘มอลลี่’ ศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานกับคาแรกเตอร์อันเป็นที่รักอย่าง “CryBunny” และ “CryTeddy” คาแรกเตอร์สุดคิวท์ขนาดยักษ์ครั้งแรกในโลก ที่ Siam Paragon x CryBunny “Letting go” ณ พาร์ค พารากอน และ Siam Center x CryTeddy “Holding on” ณ ชั้น G สยามเซ็นเตอร์ รวมถึงจัดเต็มกิจกรรมสุดเซอร์ไพรส์ และสินค้าคอลเลกชันพิเศษ ลิมิเต็ดเอดิชันที่จำหน่ายเฉพาะในงานเท่านั้น

  • โซนที่ 1 : “CryBunny” (พาร์ค พารากอน ชั้น M สยามพารากอน)

โซนแรกที่สยามพารากอนนี้จะพานักท่องเที่ยวไปพบกับ CryBunny ที่เป็นสัญลักษณ์แห่งการหลุดพ้นจากพันธนาการทางใจ และการต่อสู้ในอดีต ภายใต้คอนเซปต์ Letting Go Space พื้นที่สุดสร้างสรรค์เหนือจินตนาการ

โดย Molly Factory Studio มาร่วมจัดสถานที่ และปล่อยความกังวล ความเสียใจในอดีต และมาฮีลใจด้วยกันด้วยการเนรมิตพื้นที่เป่าลมขนาดใหญ่ พื้นที่รองรับทุกความรู้สึกของทุกท่านตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาสัมผัส (สามารถจองบัตรล่วงหน้าผ่าน Ticketmelon ราคา 290 บาท เริ่มตั้งแต่เวลา 16.00-21.00 น.ในทุกวัน)

นอกจากนี้ยังมีจุดถ่ายภาพในมุมต่างๆ มาพร้อมโทนสีชมพูสุดน่ารัก และกิจกรรมแบบเอ็กซ์คลูซีฟไม่ว่าจะเป็นการสะสมสแตมป์แลกของรางวัล และเซอร์ไพรส์ของรางวัลที่ซ่อนอยู่ในบริเวณพื้นที่ Letting Go Space อีกมากมาย

  • โซนที่ 2 : “CryTeddy” (เอเทรียม 2 ชั้น G สยามเซ็นเตอร์)

Molly Factory Studio x Siam Center จะชวนนักท่องเที่ยวให้คุณร่วมเดินทางไปกับ “CryTeddy” ในแนวคิด “Holding On” ที่จะพาทุกคนผ่านห้วงแห่งความโศกเศร้าที่ยึดติดสู่การปล่อยวางแล้วก้าวต่อไป

โดยจะได้พบกับ CryTeddy ความสูง 7 เมตร ที่แรก และที่เดียวในไทย ณ เอเทรียม 2 ชั้น G สยามเซ็นเตอร์ ที่จะมาสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้คนที่ได้พบเห็น ไม่ว่าจะมองจากมุมไหนของสยามเซ็นเตอร์ก็จะเห็นความน่ารักของ CryTeddy ได้ครบทุกองศา

  • โซนที่ 3 : CRYBUNNY Pop Up Store และ CRYTEDDY Pop Up Store

ร้านค้าสุดพิเศษ ที่จัดมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ พร้อมสินค้าคอลเลกชันรุ่นพิเศษ โดยจะแบ่งเป็นรอบๆ ให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาจับจองสินค้าสุดน่ารัก ทั้งหมด 12 รอบต่อวัน รอบละ 45 นาที สำหรับ 45 ท่านต่อรอบ เริ่มตั้งแต่เวลา 11.00 น.- 20.00 น. โดยเปิดลงทะเบียนการจองสิทธิ์พร้อมกันผ่าน Ticketmelon จำกัด 1 username / 1 สิทธิ์ สำหรับ CRYBUNNY Pop Up Store (สยามพารากอน) และ CRYTEDDY Pop Up Store (สยามเซ็นเตอร์) ตลอดทั้งงานทั้งสองพื้นที่

ทั้งนี้ผู้ที่ลงทะเบียนสามารถร่วมกิจกรรม Lottery Draw สิทธิ์การพรีออเดอร์ Sad Zoo Day Collection ขนาด 200% (เฉพาะตัวที่เปิดขายแบบ Lottery เท่านั้น โปรดตรวจสอบปฏิทิน และกฎกติกาในแต่ละวัน บนเว็บไซต์ Molly Factory Official)

สาวกเด็กเจ้าน้ำตา (CryBaby) สามารถร่วมเดินทางผ่านห้วงแห่งความโศกเศร้า และก้าวต่อไปกับอีเวนต์สุดพิเศษที่จะสร้างความประทับใจและถ่ายภาพแชร์โมเมนต์แห่งความทรงจำไปด้วยกัน ต่อเนื่อง 12 วันเต็มใน 2 พื้นที่ โดยงานนี้จัดแสดงตั้งแต่วันนี้ – 1 ธันวาคม 2567 ณ สยามพารากอน และสยามเซ็นเตอร์ และสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Molly Factory Official ทุกช่องทาง หรือ Facebook: SiamParagon และ SiamCenter

ภาพ : เอกลักษณ์ ไม่น้อย

งานวัดภูเขาทอง 2567 เปิด-ปิดกี่โมง เดินทางไปยังไง MRT ไหนใกล้สุด?

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2825107

งานวัดภูเขาทอง 2567 เปิด-ปิดกี่โมง เดินทางไปยังไง MRT ไหนใกล้สุด?

12 พ.ย. 2567 17:49 น.

งานวัดภูเขาทอง 2567 เปิด-ปิดกี่โมง เดินทางไปยังไง MRT ไหนใกล้สุด?

งานวัดภูเขาทอง 2567 เริ่มขึ้นแล้ว ร่วมประเพณีห่มผ้าแดงและนมัสการพระบรมสารีริกธาตุ ณ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ประจำปี 2567 จัดงานสมโภชอย่างยิ่งใหญ่ตลอด 10 วัน 10 คืน กลายเป็นพิกัดเที่ยวในกรุงเทพฯ สุดฮิตในขณะนี้

สำหรับใครที่กำลังวางแผนเดินทางไปเที่ยวชมงานวัดภูเขาทอง 2567 แล้วอยากรู้ว่าไปยังไง ต้องเดินทางด้วย MRT สถานีใดจึงจะใกล้ที่สุด พร้อมทั้งรายละเอียดอื่นๆ ไทยรัฐออนไลน์รวมทุกเรื่องน่ารู้มาฝากกัน

งานวัดภูเขาทอง 2567 จัดงานยิ่งใหญ่ 10 วัน 10 คืน

งานวัดภูเขาทอง 2567 คือ งานนมัสการพระบรมสารีริกธาตุที่มีพิธีสำคัญอย่าง “พิธีห่มผ้าแดง” เพื่อให้ประชาชนและผู้มีจิตศรัทธาร่วมทำบุญในการแห่ผ้าแดงห่มพระบรมบรรพต หรือที่เรียกว่า “ภูเขาทอง” ซึ่งเป็นพิธีที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาช้านาน

ทั้งนี้ วัดภูเขาทอง มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร” เป็นวัดโบราณที่สร้างตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ต่อมาพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) โปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์และพระราชทานชื่อใหม่ดังที่ใช้กันในปัจจุบัน

ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) โปรดเกล้าฯ ให้บูรณะ “พระบรมบรรพต” หรือที่เรียกกันว่า “ภูเขาทอง” มีลักษณะเป็นเจดีย์สีทองบนภูเขาจำลอง และมาสร้างแล้วเสร็จในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) โดยภายในภูเขาทองที่มีความสูง 77 เมตร เป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้านั่นเอง

สำหรับงานวัดภูเขาทอง 2567 ถือว่ากลับมาจัดอีกครั้งในรอบ 4 ปี ภายในงานก็ยังจัดกิจกรรมต่างๆ อีกมากมาย รวมถึงโซนงานวัด เครื่องเล่นงานวัด ชิงช้าสวรรค์ อาหารพื้นบ้าน ขนมโบราณ เครื่องดื่มต่างๆ วงดนตรีลูกทุ่ง กิจกรรมแต่งชุดไทย และกิจกรรมลอยกระทงประทีปในช่วงเทศกาลวันลอยกระทง 2567 โดยปีนี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ตลอด 10 วัน 10 คืน

ที่มาของภาพ : เพจเฟซบุ๊กวัดสระเกศ ภูเขาทอง กรุงเทพ ฯ watsaket

งานวัดภูเขาทอง 2567 จัดที่ไหน?

งานวัดภูเขาทอง 2567 จัดขึ้นที่วัดสระเกศ ถ.จักรพรรดิพงษ์ ริมคลองมหานาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ โดยงานเริ่มจัดตั้งแต่วันที่ 8-17 พฤศจิกายน 2567 ซึ่งพิธีห่มผ้าแดงได้ผ่านพ้นไปแล้วเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

งานวัดภูเขาทอง 2567 เปิด-ปิดกี่โมง?

งานวัดภูเขาทอง 2567 เริ่มเปิดงานตั้งแต่เวลา 07.00 น. และปิดงานในเวลา 24.00 น. (เที่ยงคืน)

ในช่วงกลางวันสามารถไปไหว้พระและขึ้นไปนมัสการพระบรมสารีริกธาตุได้ มีร้านค้า ร้านอาหาร และเครื่องดื่มต่างๆ เปิดจำหน่ายแล้ว แต่ความคึกคักจะเริ่มในช่วงเย็นเป็นต้นไป เพราะมีกิจกรรม โชว์ และการแสดงต่างๆ มากมายให้ได้เพลิดเพลินตลอดทั้ง 10 วัน 10 คืน

ที่มาของภาพ : เพจเฟซบุ๊กวัดสระเกศ ภูเขาทอง กรุงเทพฯ watsaket

งานวัดภูเขาทอง 2567 ไปยังไง นั่ง MRT ไปได้ไหม?

สำหรับใครที่ต้องการเดินทางไปเที่ยวงานวัดภูเขาทอง ประจำปี 2567 สามารถนั่ง MRT ไปลงที่สถานีสามยอด ทางออก 1 (Exit 1) แล้วเลี้ยวซ้าย หลังจากนั้นให้เดินตรงไปตาม ถ.เจริญกรุง และเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ ถ.บริพัตร เดินตรงไปเรื่อยๆ ราว 1.4 กิโลเมตร ก็จะถึงงานวัดภูเขาทอง วัดสระเกศฯ

ส่วนใครที่ไม่ต้องการเดิน ก็สามารถต่อรถโดยสารประจำทางสาย 8, 37 และ 48 หรือจะนั่งรถตุ๊กตุ๊ก แท็กซี่ หรือมอเตอร์ไซค์รับจ้างแทนก็ได้เช่นกัน

งานวัดภูเขาทอง 2567 ไปยังไง? รวมสายรถประจำทางและเรือโดยสารที่สามารถเดินทางไปได้

งานวัดภูเขาทอง 2567 จอดรถที่ไหนได้บ้าง?

เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวและประชาชนให้ความสนใจมาร่วมงานวัดภูเขาทอง 2567 เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงค่ำของทุกวัน จึงไม่แนะนำให้เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว แต่หากจำเป็นต้องนำรถยนต์ส่วนตัวมา สามารถไปจอดบริเวณคลองถมเซ็นเตอร์ หรือบริเวณ ถ.ดำรงรักษ์ แล้วเดินเท้าต่อมายังบริเวณงานวัดภูเขาทอง

ที่มาของภาพ : เพจเฟซบุ๊กวัดสระเกศ ภูเขาทอง กรุงเทพฯ watsaket

ขนม ศศิกานต์ ประกาศลดสถานะ ครูเต้ย ไม่มีมือที่ 3 พยายามปรับแต่ไม่สำเร็จ

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2826866

ขนม ศศิกานต์ ประกาศลดสถานะ ครูเต้ย ไม่มีมือที่ 3 พยายามปรับแต่ไม่สำเร็จ

21 พ.ย. 2567 17:08 น.

ขนม ศศิกานต์ ประกาศลดสถานะ ครูเต้ย ไม่มีมือที่ 3 พยายามปรับแต่ไม่สำเร็จ

ทำเอาแฟนๆ ช็อกไม่น้อย เมื่อคุณแม่ลูก 2 อย่าง ขนม ศศิกานต์ ประกาศลดสถานะ ครูเต้ย อภิวัฒน์ ว่าสถานะตอนนี้เหลือแค่ความเป็นพ่อแม่ให้กับลูกๆ ทั้ง 2 คน พร้อมเผยเหตุผลที่ทำให้ทั้งคู่ไปต่อไม่ได้ในฐานะคนรักว่า

– ขนมเผยสถานะกับครูเต้ยเปลี่ยนไป

– ไม่อยากให้โทษว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นนั้นเป็นเพราะตนหรือครูเต้ย เพราะได้พูดคุยกัน ตกลงกันเป็นเรื่องเป็นราวแล้ว

– ครูเต้ยไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่ใช่เรื่องดื่ม ไม่ใช่เรื่องมือที่สาม ไม่ใช่เรื่องไม่มีเวลา เป็นเรื่องส่วนตัวของคนสองคนที่ไม่เข้าใจกันเท่านั้น

– ยังหวังดีและรักกันเหมือนเดิม และแฮปปี้ที่ตัดสินใจแบบนี้กันทั้งคู่ มันอาจจะดูเศร้า แต่ทางนี้เป็นทางที่ทั้งคู่คิดว่ามันดีแล้ว

– ตนกับครูเต้ยพยายามประคับประคองกันมาตลอดไม่ให้เรื่องนี้มันเกิดขึ้น แต่มันไม่เป็นผล

– ลูกๆ โอเค และตนกับครูเต้ยรักลูกที่สุดในโลก สิ่งสำคัญที่สุดคือลูก

– ขอบคุณทุกคนมากๆ ที่เป็นห่วง แต่ขอให้ทุกคนเข้าใจว่าตนและครูเต้ยยังเหมือนเดิมในพาร์ทของพ่อแม่

– ไม่ได้หย่ากันเพราะไม่ได้จดทะเบียน

– ยืนยันว่าตนไม่ได้เป็นซึมเศร้าหลังคลอด

แม่ปุ้ย ยังไม่ได้คุยต่อสัญญาลิขสิทธิ์ MUT แจง โอปอล-อินดี้ เป็นเพื่อนสนิท

https://www.thairath.co.th/entertain/beauty-pageant/2826863

แม่ปุ้ย ยังไม่ได้คุยต่อสัญญาลิขสิทธิ์ MUT แจง โอปอล-อินดี้ เป็นเพื่อนสนิท

21 พ.ย. 2567 16:59 น.

แม่ปุ้ย ยังไม่ได้คุยต่อสัญญาลิขสิทธิ์ MUT แจง โอปอล-อินดี้ เป็นเพื่อนสนิท

หลังจากที่ โอปอล สุชาตา ช่วงศรี มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2024 คว้าตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 3 มิสยูนิเวิร์ส 2024 มาครอง หลังไปประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2024 ครั้งที่ 73 ที่ประเทศเม็กซิโก หลายคนก็อยากรู้ว่า ปุ้ย ปิยาภรณ์ แสนโกศิก ผู้อำนวยการกองประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ จะว่าอย่างไรบ้าง ล่าสุด แม่ปุ้ย เดินทางกลับมาจากเม็กซิโก และเปิดใจกับสื่อมวลชนถึงเรื่องนี้ หลังมาถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเมื่อช่วงเช้าวันที่ 21 พ.ย. 2567 ที่ผ่านมา

โดย ปุ้ย ปิยาภรณ์ เปิดใจหลัง โอปอล สุชาตา คว้ารองอันดับ 3 มิสยูนิเวิร์ส 2024 ว่า เราเป็นผู้จัดประกวดมาก่อน เพราะฉะนั้นจะไม่มีสิทธิ์พูดว่าไม่พอใจ แต่ความคาดหวังของเรา แน่นอนว่าทุกคนต้องเข้าข้างตัวเอง คาดหวังเอง เพราะครั้งนี้เราเต็มที่ที่สุด ในการปิดรอยรั่วทุกอย่างเราทำหมด โชคดีที่โอปอลเขาก็เอาไงเอากัน ทั้งที่บางวันเบื้องหลังคนอาจไม่รู้ว่าเหนื่อยสาหัสมาก เพราะโอปอลเป็นหนึ่งในนางงามที่ถูกเลือกให้ไปทำกิจกรรมเยอะที่สุด เราทำเต็มที่ โอปอลก็ทำเต็มที่ ไม่มีความกังวลใดๆ เลย

เมื่อถามว่าในใจเราคิดว่าได้ตำแหน่งไหน ปุ้ย บอกว่า ถ้าถามส่วนตัวต้องจับมือเท่านั้น ยอมรับเลยว่าครั้งนี้เป็นปีที่เราใจเต้นที่สุด ไม่เคยมีความรู้สึกแบบนี้ ตอนเข้า TOP12 ก็เฮช่วยกัน ตอนเข้า TOP5 เพื่อน ND น่ารักมาก เชียร์เราเต็มที่ เราก็คิดว่าเดี๋ยวมาลุ้นตอบคำถาม แล้วเราอยู่ในดงละตินที่กล้าแกร่งมาก แต่ก็มีความน่ารัก เขาก็ช่วยเชียร์เรา

ถามว่าปีที่แล้วก็ใกล้มง ปีนี้ก็ใกล้ พอไม่ได้รู้สึกนอยด์ไหม ก็ไม่นอยด์ มาถึงจุดที่เราทำดีที่สุดแล้ว อันนี้อาจเป็นสิ่งที่สอนได้ เพราะมันผ่านมากับแม่ปุ้ยเอง มันเลยถึงจุดที่ว่าให้เราทำอะไรก็ตามให้มันสุดไปเลย ทำให้ดีที่สุด ผลจะออกมาเป็นยังไง เราไม่ใช่คนที่กำหนด เพราะฉะนั้นเราจะไม่เสียใจ

ก็บอกโอปอลว่าอย่าเสียใจ คือก่อนที่จะไฟนอล ก็โทรบอกก่อนเขาขึ้นเวทีว่าทำเต็มที่นะลูก ไหว้เจ้าที่เจ้าทาง อะไรจะเกิดก็เกิด เราทำให้ดีที่สุด คิดอย่างเดียวว่าทำให้แฟนๆ คนไทยทุกคน ให้แผ่นดินไทยของเรามีชื่อเสียง คิดแค่นี้จะได้ไม่กดดัน เขาก็ทำแบบนั้นจริงๆ

ถามว่าตอนที่ได้รอง 3 ใจหล่นไหม ก็ไม่หล่นนะ แต่น้ำตาไหล ปกติเป็นคนร้องไห้ยากมาก น้ำตาไหลเพราะว่าไปดูคลิปคนให้กำลังใจโอปอล แล้วมันมีเพลงที่มันซึ้งมากๆ เรามีความรู้สึกว่าใช่เลย เรามองที่หน้าน้องแต่ก็รีบฮึบเพราะว่าตื้นตันเด็กคนนี้มันสู้ ทำทุกอย่างเพื่อเวทีนี้จริงๆ โอปอลบอกแม่เลยว่าเขาจะไม่ประกวดอะไรอีกแล้ว เพราะเขาเกิดมาเพื่อองค์กรมิสยูนิเวิร์ส เขามีความศรัทธาตั้งแต่เด็กๆ เป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่ ชาวต่างชาติก็ชม เราก็ดีใจแทนน้อง

ถามว่าในรอบตัดสิน เห็นอะไรในตัวโอปอล เจ้าตัวบอกว่า วันนั้นเห็นอย่างเดียวว่าเด็กคนนี้อายุเท่านี้และแข็งแกร่งมาก พี่ปุ้ยก็แหวกทางไปหน้าเวทีเพื่อตะโกนหาเขาและบอกว่าทำดีที่สุดแล้ว สุดยอด ไม่เห็นน้ำตาเขาเลย มีกรรมการเดินขึ้นไปชมเขา เขาเข้มแข็งมาก

กับเรื่องที่สื่อต่างประเทศรายงานข่าวว่าโอปอลโดนปล้นมงกุฎ แม่ปุ้ย ตอบว่า คงเป็นอารมณ์ที่เชียร์แล้วไม่ได้ดั่งใจ แต่เรามันผ่านมาหลายปีดีดัก กรรมการว่าไง เราก็ต้องเคารพการตัดสิน ก็บอกโอปอลว่าเรามาทำอะไรที่ดีที่สุดต่อไป เขาก็บอกว่าแม่ ถึงแม้เราจะไม่ได้มงกุฎ แต่หนูเอามงกุฎมาใส่ในใจหนู และจะมุ่งมั่นทำอะไรดีๆ ตลอดชีวิตเขา

ส่วน อินดี้ แสนโกศิก ลูกชายแม่ปุ้ย ไลฟ์สดพูดถึงเรื่องนี้ แม่ปุ้ย บอกว่า คิดว่าเขาก็คงเหมือนคนทั่วไป เขาก็เชียร์ ปกติเขาไม่ออกสื่อ เขาไม่ได้ไลฟ์เอง คงมีคนไปถาม เขาก็คงเสียใจเหมือนคนที่เชียร์ทั่วไปทุกคน

จากนั้นนักข่าวถามถึงเรื่องความสัมพันธ์ของ โอปอล-อินดี้ หลายคนก็จับจิ้นกัน งานนี้แม่ปุ้ยตอบว่า จริงๆ เขาเป็นเพื่อนสนิทกัน และเขาก็สนิทกับแองจี้ (ลูกสาวปุ้ย ปิยาภรณ์) ในอนาคตเราไม่รู้เลย แต่วันนี้ยืนยันเลยว่าเขาเป็นพี่น้องที่สนิทกัน เพราะโอปอลไปไหนกับแองจี้เยอะมาก จริงๆ ไม่ใช่ว่าเป็นโอปอล จะเป็นใครก็ตาม ที่บ้านเลี้ยงลูกค่อนข้างให้อิสระในการตัดสินใจ ขอให้คนนั้นเป็นคนดีก็จบ ใครก็ได้

เมื่อถามว่าอินดี้เคยมาพูดเรื่องนี้ไหม แม่ปุ้ยบอกว่า “ไม่เคย อินดี้เป็นคนที่พูดน้อย เราก็ไม่ถาม คือเคยไปถามเขาตอนเขาอยู่อังกฤษ เขาก็บอกว่าเรื่องนี้ส่วนตัวจริงๆ นะ ถ้าเขาคิดว่าเขามีใครสักคนแล้วต้องเปิดเผยแน่นอน แล้วเห็นใน TikTok มีคนเปิดให้ดู เขาก็บอกว่าดูไม่ออกเหรอว่าร่วมกันขายของ โอปอลได้เปอร์เซ็นต์เยอะนะ (หัวเราะ)”

พอถามว่าจะเปิดตัวเมื่อไร แม่ปุ้ยตอบทันที “ก็รอให้เขาบอกก่อนสิว่าเขาเป็นแฟน แม่บอกไม่ได้เพราะแม่ไม่ได้เป็นแฟนกับเขา เขาบอกว่าถ้าเขาพร้อม แม่ก็จะต้องรู้เอง เตรียมหาแหวนให้อินดี้วงใหญ่ๆ แล้วกัน ถามว่าสืบมั้ย ไม่ต้องสืบหรอก เพราะสืบเดี๋ยวมันด่าเอา (หัวเราะ)”

เมื่อถามว่าโอปอลเป็นสเปกของอินดี้ไหม เจ้าตัวบอกว่าไม่รู้เลย เพราะว่าเคยล้อเล่นถามลูกชายว่ามีสเปกเป็นใครบ้างมั้ย อยู่ใกล้คนสวยๆ เต็มไปหมด นอกจากโอปอลเขาก็มีเพื่อนสนิทหลายคน เพียงแต่อาจจะไม่ได้ออกสื่อ พอถามว่าสเปกเขาเป็นยังไง เขาบอกว่าแล้วแต่เลยแม่ แล้วเขาแกล้งไปถามคุณพ่อว่าสเปกเป็นยังไง พ่อก็จะหัวเราะบอกว่า เดี๋ยวมันเจอที่ใช่ มันก็ไม่มีสเปกหรอก ถามว่าถ้าเป็นโอปอลไม่ติดใช่มั้ย เป็นใครก็ไม่ติด

กับคำถามเรื่องต่อสัญญาลิขสิทธิ์มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2025 ว่าคอนเฟิร์มแล้วใช่ไหม แม่ปุ้ยบอกว่างงมาก ยังไม่ได้มีการมาพูดคุยเรื่องใครจะต่อสัญญาหรือไม่ต่อ ถามว่าจะชัดเจนตอนไหน เมื่อไรที่เราแถลงข่าวว่าจะจัดในรูปแบบไหน นั่นคือสิ่งที่ชัดเจน ก็ต้องติดตามต่อไป เพราะไทยมีศักยภาพแข็งมากในการที่จะจัด พร้อมทั้งขอบคุณที่มีคนชื่นชอบในผลงาน อยากให้จัด MUT ต่อ 

ส่วนเรี่องประเทศเจ้าภาพมิสยูนิเวิร์สก็ยังพูดคุยกันอยู่ ไม่รู้ว่าใครอยู่ลำดับเท่าไรในการจัด ถ้ามาจัดมิสยูนิเวิร์สที่ไทยรับรองว่าสนุกแน่นอน เราจะเอาความแข็งแกร่ง เอาความบกพร่องมาปรับให้ดีขึ้น แต่เรื่องการเป็นเจ้าภาพ กับเรื่องลิขสิทธิ์มันคนละเรื่องกัน 

กับข่าวลือเรื่อง อแมนด้า ออบดัม ไปเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์อีกเวที เจ้าตัวบอกว่าไม่ทราบเลย น้องไม่ได้มาปรึกษา ปิดท้ายแม่ปุ้ยตอบคำถามเรื่องข่าว วีนา ปวีนา และ เจสซี่ กิระนา จะกลับมาประกวดว่า “โอเพ่นเลยค่ะ พูดจริงๆ ทั้งวีนาและเจสซี่เป็นบุคคลพลังงานล้นเหลือ ถ้าเขามาสนุกแน่นอน ไม่ได้มีแค่สองคน มีอีกเยอะ”

ตั๊กแตน ชลดา เล่าชีวิตคู่ 2 ปีสุดพัง เจอเรื่องรับไม่ได้ ถึงขั้นคิดจบชีวิต

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2826859

ตั๊กแตน ชลดา เล่าชีวิตคู่ 2 ปีสุดพัง เจอเรื่องรับไม่ได้ ถึงขั้นคิดจบชีวิต

21 พ.ย. 2567 16:37 น.

ตั๊กแตน ชลดา เล่าชีวิตคู่ 2 ปีสุดพัง เจอเรื่องรับไม่ได้ ถึงขั้นคิดจบชีวิต

เจอประสบการณ์ความรักที่พังมาก จนทำใจแหลกสลายมาแล้ว สำหรับนักร้องสาว ตั๊กแตน ชลดา ถึงขั้นที่คิดจะจบชีวิตตัวเอง แต่สุดท้ายก็ดึงตัวเองกลับมาได้ ล่าสุด ตั๊กแตน ได้เปิดใจเล่าผ่านรายการ Club Friday Show บอกว่า 

“ลูกผู้หญิงคนหนึ่ง คำว่าจดทะเบียนสมรสนั่นคือทุกอย่างแล้ว จนครบรอบ 2 ปี ความจริงปรากฏทุกอย่างเลยค่ะ เรื่องที่เราเจอเป็นเรื่องที่แตนไม่สามารถรับได้ ตอนนั้นเหมือนฟ้าผ่ากลางใจเลย เราก็พูดกับตัวเองเลยนะคะ ว่าฉันจะร้องไห้ให้กับผู้ชายคนนี้แค่วันนี้วันเดียว”

เมื่อถามว่าเคยมีบางโมเมนต์ ถึงขั้นคิดสั้นมั้ย ตั๊กแตน ยอมรับว่า คืนวันนั้นในคืนที่เกิดเหตุ ที่เรารู้ทุกสิ่งทุกอย่างมันมีชั่ววูบหนึ่ง ที่เราคิดขึ้นมาว่าตายเลยดีกว่า และความรักที่เคยเจอมานั้น ถึงขั้นช้ำเลือดช้ำหนองเลยทีเดียว

มุก ภรรยา แซม ยุรนันท์ โพสต์ซึ้งครบรอบแต่งงาน 30 ปี ‘ไม่มีวันที่คิดจะปล่อยมือ’ (คลิป)

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2826858

มุก ภรรยา แซม ยุรนันท์ โพสต์ซึ้งครบรอบแต่งงาน 30 ปี 'ไม่มีวันที่คิดจะปล่อยมือ' (คลิป)

21 พ.ย. 2567 16:25 น.

มุก ภรรยา แซม ยุรนันท์ โพสต์ซึ้งครบรอบแต่งงาน 30 ปี ‘ไม่มีวันที่คิดจะปล่อยมือ’ (คลิป)

หลังจากที่ แซม ยุรนันท์ ถูกคุมตัวอยู่ที่เรือนจำกลางพิเศษกรุงเทพฯ ในคดี ดิ ไอคอน ด้านภรรยาอย่าง มุก มาริษา ก็เก็บตัวเงียบ จนกระทั่งเมื่อช่วงวันลอยกระทงที่ผ่านมา เจ้าตัวได้โพสต์รูปและข้อความลงในอินสตาแกรมของตัวเองว่า “ลอยกระทงปีนี้ ขอลอยเคราะห์ร้ายออกไป ขอความสุขกลับมา” ซึ่งก็มีคนเข้าไปคอมเมนต์และกดไลก์ให้อย่างมากมาย 

และล่าสุด (21 พ.ย. 67) ซึ่งเป็นวันครบรอบแต่งงาน 30 ปี ของ แซมและภรรยา งานนี้ทางด้าน มุก มาริษา ก็ได้โพสต์คลิปประมวลภาพในวันแต่งงาน พร้อมใส่เพลงเธอผู้เดียว ของ มาลีวัลย์ เจมีน่า อีกด้วย พร้อมแคปชั่นว่า  

“ผ่านมา 30 ปีพอดี ครบรอบแต่งงานของเรา 21 พฤศจิกายน 2537 ความรักของเราไม่ได้เริ่มต้นจากวันแต่งงาน มันเริ่มก่อนหน้านี้อีก 11 ปี แค่อยากบอกว่ารักมาตลอด รัก รัก รักเสมอ และรักตลอดไป.. ไม่มีวันไหนที่คิดจะปล่อยมือ เราจะเยียวยาจิตใจของกันและกันไปพร้อมๆ กัน ..จนกว่าจะหายสนิท 21 พ.ย.2567”

หลังจากที่เจ้าตัวโพสต์คลิปครบรอบแต่งงาน 30 ปีไป ก็มีคนเข้ามาคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้กับ มุก มาริษา อย่างมากมายเลยทีเดียว 

จ๊ะ นงผณี โดนติงใส่ชุดนอนไปกินส้มตำริมถนนไม่เหมาะสม ตอบ ‘ขอบคุณที่สอนหนู’

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2826801

จ๊ะ นงผณี โดนติงใส่ชุดนอนไปกินส้มตำริมถนนไม่เหมาะสม ตอบ 'ขอบคุณที่สอนหนู'

21 พ.ย. 2567 15:32 น.

จ๊ะ นงผณี โดนติงใส่ชุดนอนไปกินส้มตำริมถนนไม่เหมาะสม ตอบ ‘ขอบคุณที่สอนหนู’

เป็นอีกหนึ่งสาวที่กินง่ายอยู่ง่าย สำหรับ จ๊ะ นงผณี มหาดไทย เพราะล่าสุด มีคลิปจ๊ะแวะกินส้มตำริมถนนร้านประจำ ถ้าผ่านมาต้องแวะกินเสมอ ซึ่งในคลิปดังกล่าวสาวจ๊ะใส่ชุดนอนไปนั่งกินส้มตำร้านโปรด ซึ่งในคลิปดังกล่าวก็มีคนมาคอมเมนต์มากมาย ทั้งบอกว่า ต้องไปหาทานตาม หรือมาคอนเฟิร์มว่าร้านนี้อร่อยจริง แต่ก็มีชาวเน็ตคนหนึ่งมาคอมเมนต์ติงถึงการแต่งตัวของสาวจ๊ะว่า “ชุดนอน ควรใส่เฉพาะตอนอยู่บนที่นอน”

งานนี้เลยกลายเป็นประเด็นขึ้นมาซะอย่างนั้น ล่าสุดคนใกล้ตัวของ จ๊ะ ที่ได้เห็นคอมเมนต์ติงเรื่องการใส่ชุดนอนไปกินอาหารของสาวจ๊ะ ได้ถามนักร้องสาวถึงประเด็นดังกล่าว ซึ่งจ๊ะก็ได้ตอบกลับไปตามสไตล์ของตัวเองว่า “อ๋อ ชุดนอนต้องอยู่บนที่นอน ไม่เคยติดตามชีวิตกันเลย ไม่เคยอยู่เลยค่ะบนที่นอน ที่นอนคือตรงนี้ค่ะ (บนรถ)

แล้ววันนี้เล่นงานโคราช จะให้ใส่อะไรเธอ ฉันนั่งรถอะ จะเอายังไง แต่ก็ฟังเขาหน่อย วันนี้ก็เลยซื้อขึ้นมากินบนนะ (ยกถ้วยลูกชิ้น) หาวิธีที่อยู่บนที่นอนให้ฟังหน่อย เก่งเกิ้น ขอบคุณที่สอนหนูค่ะ (ยิ้มและกินลูกชิ้นโชว์)”

เปิดภาพลูกสาว กิ๊ก สุวัจนี ตามรอยแม่เข้าวงการบันเทิง เล่นละครเรื่องแรก

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2826779

เปิดภาพลูกสาว กิ๊ก สุวัจนี ตามรอยแม่เข้าวงการบันเทิง เล่นละครเรื่องแรก

21 พ.ย. 2567 13:48 น.

เปิดภาพลูกสาว กิ๊ก สุวัจนี ตามรอยแม่เข้าวงการบันเทิง เล่นละครเรื่องแรก

เป็นนางร้ายในตำนาน เจ้าของมีมปากคว่ำ สำหรับ กิ๊ก สุวัจนี หลังจากเบรกงานในวงการบันเทิงไป 14 ปี มาตอนนี้ กิ๊ก กลับมารับงานเต็มตัว แถมยังพาลูกสาวคนที่สอง น้องธาช่า ธิญาดา วัย 17 ปี ตามรอยเข้าวงการบันเทิงเหมือนคุณแม่ เล่นละครเรื่องแรก หนึ่งในร้อย ซึ่ง แม่กิ๊ก ได้พูดถึง น้องธาช่า และลูกๆ ทั้ง 3 คน ผ่านทางรายการ คุยแซ่บShow ทางช่อง วัน31 บอกว่า 

ล่าสุดลูกสาวก็ได้ชิมลางงานในวงการบันเทิงเหมือนกัน?

“น้องธาช่าค่ะ ละครเรื่อง หนึ่งในร้อย เพราะตอนนั้นคุณแอน (แอน ทองประสม) เขาเห็นในไอจี ลูกเธอเต้นเก่งนะ แล้วเรียนกับครูอู๋ด้วย ทุกอย่างประจวบเหมาะพอดี กิ๊กพาลูกมาเล่นหน่อยได้ไหม มาแคสหน่อย เพราะมันจะมีฉากนึงที่เป็นฉากเต้นรำ เราเลยบอกว่าเราขอถามลูกก่อน พอถามลูก

ลูกบอกได้สิแม่ก็ดีเหมือนกันนะ หนูไม่เคยเล่นอะไรแบบนี้ ซึ่งคนนี้มีแววว่าเขาชอบมาทางนี้ แต่เราก็ไม่บังคับลูก ถ้าคุณรับงานแล้ว คุณก็ต้องรับผิดชอบ โอเคก็มีการถ่ายทำ มันทำให้เรารู้ว่าเขาน่าจะมาสายนี้ แต่ถ้าถามว่าที่บ้านสนับสนุนไหม ตรงๆ เลย คือไม่ได้สนับสนุนเลย อย่างคุณพ่อเขาปิดกั้นเลย เขาบอกมันไม่ใช่หน้าที่ที่ลูกมาทำงานในเวลาตอนนี้ เรารู้ว่าเขาอยากให้ลูกเรียน ซึ่งเราไม่ได้บังคับลูกอยู่แล้ว ถ้าเขาอยากมาทำตรงนี้ เขาก็ต้องเรียนได้ ถ้าเขาเรียนไม่ได้ เขาต้องไม่ทำ เราก็มีกฎกติกามากมายให้กับลูก”

ตอนนี้เขาอายุเท่าไหร่?

“17 ค่ะ มันเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ถ้ามารับงานยาวๆ มันเป็นไปได้ยาก”

พอเห็นผลงานลูกชื่นชมขนาดไหน?

“เห็นผลงานยังไม่เท่าตอนที่ เราเห็นเขาทำงาน พี่ไปเฝ้าลูก พี่รู้สึกว่ามันมีอุปสรรคมากมายในการแสดง พี่อยากให้เขารู้ว่าจริงๆ แล้วการที่แม่ทำงานแบบนี้ เขาเห็นแต่ภาพที่สำเร็จแล้ว เขาไม่ได้เห็นกระบวนการที่เราทำงานว่ามันยากลำบากแค่ไหน นี่คือสิ่งที่พี่อยากให้ลูกเห็นมากกว่าว่าทุกสิ่ง ทุกอย่างมันไม่ได้ง่าย ทุกอย่างต้องมีกระบวนการ

วันนั้นลูกพี่เต้นไป เต้นมาเขาก็เจ็บ เท้าข้างหลังเขาถลอกเลือดไหลเลย 2 ข้าง เพราะมันต้องใส่ส้นสูง ออกสเต็ปนู่นนี่ พี่ก็จะดูว่าเขาจะทำยังไง เวลาเขาเบรก เขาจะถอดรองเท้าแล้วนั่งกับพื้น สักพักพี่ถามว่าไหวไหม เขาบอกไหว แล้วเขาก็ทำจนสุดจริงๆ อันนี้ก็รู้สึกว่าภูมิใจในความเป็นนักสู้ของเขา”

แอบห่วงไหม เห็นลูกเจ็บขนาดนั้น?

“ถามว่าห่วงไหม ก็ห่วงนะ แต่ก็ไม่ตายป่ะ เราผ่านอะไรมามากมาย แค่นั้นมันเล็กน้อยสำหรับพวกเรามาก แต่ว่าลูกอาจจะเป็นเรื่องใหญ่ สำหรับเขา พี่ไม่อยากให้เขารู้สึกว่านั่นคือเรื่องใหญ่ เราแอบเจ็บข้างในดีกว่าอย่าให้เขารู้”

พอละครออนแอร์ไปมีคนไปเปิดวาร์ปเยอะแยะ?

“อันนี้แม่ไม่รู้เลย ลูกไม่เห็นเล่าให้ฟังเลย”