ถอดบทเรียน‘ทรู’กับการศึกษาไทย ร่วมพลิกโฉมผ่าน CONNEXT ED

https://www.naewna.com/local/842554

ถอดบทเรียน‘ทรู’กับการศึกษาไทย ร่วมพลิกโฉมผ่าน CONNEXT ED

ถอดบทเรียน‘ทรู’กับการศึกษาไทย ร่วมพลิกโฉมผ่าน CONNEXT ED

วันพุธ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 14.20 น.

ถอดบทเรียน‘ทรู’กับการศึกษาไทย นำพลังเทคโนโลยี สร้างโรงเรียนต้นแบบแห่งอนาคต ร่วมพลิกโฉมการศึกษาไทย ผ่าน CONNEXT ED ทั้งโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล อินเทอร์เน็ต สื่อไอซีที ICT Talent และ School Partner

ทรู คอร์ปอเรชั่น อยู่คู่การศึกษาไทยมาอย่างยาวนาน…อีกหนึ่งโครงการที่เห็นได้ชัด คือ CONNEXT ED ที่ทรู เป็นหนึ่งใน 12 องค์กรเอกชน ผู้ก่อตั้งมูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี ภายใต้ความร่วมมือ 3 ภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคประชาสังคม และภาคเอกชน สานต่อความมุ่งมั่นในการเป็นเทคคอมปานีไทย นำศักยภาพด้านเทคโนโลยีดิจิทัล มาร่วมสนับสนุนการศึกษา ดูแลโรงเรียนคอนเน็กซ์อีดีของทรู 1,101 แห่ง ครอบคลุม 70 จังหวัดทั่วประเทศ สร้างผู้นำด้านเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา (ICT Talent) กว่า 80 คน พร้อมด้วยผู้นำรุ่นใหม่ (School Partner) อีก 250 คน ที่พร้อมเคียงบ่าเคียงไหล่ ทำงานร่วมกับผู้บริหาร ครู นักเรียน และชุมชน เพื่อวางแผนพัฒนาโรงเรียนให้เกิดขึ้นจริงอย่างยั่งยืน

นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ และประธานกรรมการ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น และประธานคณะกรรมการบริหารมูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี กล่าวว่า “โลกเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เราจำเป็นต้องปรับตัวให้ทัน รวมถึงด้านการศึกษา ที่ไม่ใช่มุ่งเน้นกระบวนการเรียนรู้เพียงแค่ “จำให้ได้ สอบให้ผ่าน ทำการบ้านให้เสร็จ” แต่ควรเป็นการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติและลงมือทำเพื่อให้ได้ประสบการณ์จริง โดยบทบาทของครู จะกลายเป็นโค้ชออกแบบการสอนให้ผู้เรียนได้เพิ่มพูนประสบการณ์และสนุกไปกับการเรียนที่ให้เด็กเป็นศูนย์กลาง ซึ่งแม้ประเทศของเราอาจจะยังไม่มีพิพิธภัณฑ์ที่ครอบคลุมด้านต่างๆ มากมาย ให้เด็กได้เลือกเรียนตามความสนใจ แต่ถ้าภาคเอกชน สามารถทำให้มีศูนย์ Learning  Center เกิดขึ้น และปรับหลักสูตรร่วมกับภาคการศึกษา ก็จะทำให้องค์ความรู้จากภาคเอกชนเชื่อมโยงเข้าไปพัฒนาระบบทรัพยากรมนุษย์ได้”

#ดึงศักยภาพทรู บุกเบิกโครงการ ร่วมพลิกโฉมการศึกษาไทย

ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ริเริ่มโครงการต่างๆ เพื่อร่วมขับเคลื่อนภารกิจยกระดับการศึกษาไทย ผ่านความร่วมมือมูลนิธิฯ ซึ่งภายหลังได้กลายเป็นโมเดลต้นแบบให้ภาครัฐและองค์กรเอกชนอื่นๆ ได้นำไปประยุกต์ใช้ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ของเยาวชนไทยยุคดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็น นำร่องสร้างศูนย์การเรียนรู้ชุมชน (Learning Center) ตั้งแต่ปี 2560 เพื่อสร้างระบบนิเวศและเสริมกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง อีกทั้งสนับสนุนการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยจากเดิมมี 9 แห่ง ขยายเพิ่มขึ้นเป็น 20 แห่งทั่วประเทศ หรือโครงการผู้นำด้านเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา (ICT Talent) ที่ทำหน้าที่ผลักดันให้ครูและนักเรียนใช้สื่อไอซีทีอย่างสร้างสรรค์และเกิดประโยชน์สูงสุด

นายมนัสส์ มานะวุฒิเวช ประธานคณะผู้บริหาร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “ทรู คอร์ปอเรชั่น พร้อมให้การสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี สอดคล้องตามแนวทาง 5 ยุทธศาสตร์หลักมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะยุทธศาสตร์ที่ 5 (Digital Infrastructures) นำโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล รวมถึงความเชี่ยวชาญด้านไอซีทีและเทคโนโลยีที่มีอยู่ของทรู เข้าไปร่วมสนับสนุนภาคการศึกษา แต่ขณะเดียวกัน ต้องปลูกฝังเยาวชนเรื่องการใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์และปลอดภัย โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI กำลังเข้ามามีบทบาทอย่างยิ่งในทุกด้าน ดังนั้นการให้ความรู้ สร้างความเข้าใจเรื่องการใช้เทคโนโลยีและ AI อย่างมีจริยธรรม มีความรับผิดชอบ จึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง”

#ส่อง ร.ร.บ้านตำหรุ (วิงประชาสงเคราะห์) จ.ประจวบฯ สู่โรงเรียนต้นแบบคอนเน็กซ์อีดี

หนึ่งในโรงเรียนคอนเน็กซ์อีดีต้นแบบ คือ โรงเรียนบ้านตำหรุ (วิงประชาสงเคราะห์) จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของทรู นับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างโมเดลโรงเรียนที่สะท้อนให้เห็นชัดถึงการทำงานร่วมกันอย่างเข้มแข็งระหว่างผู้บริหารสถานศึกษา คุณครู นักเรียน ICT Talent และ School Partner ที่สามารถนำแนวทางยุทธศาสตร์ 5 หลัก ไปประยุกต์ใช้จนเกิดผลและสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม

1.ยุทธศาสตร์ที่ 1 : การเปิดเผยข้อมูลสถานศึกษาสู่สาธารณะ (Transparency) นำระบบ School Management System (SMS) มาใช้ พร้อมกรอกข้อมูล และตรวจสอบข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเรียนรู้จุดอ่อนจุดแข็ง มาวางแผนพัฒนาโรงเรียนต่อไป

2.ยุทธศาสตร์ที่ 2 : กลไกตลาดและวัฒนธรรมการมีส่วนร่วม (Market Mechanisms) โรงเรียนแห่งนี้ทำงานร่วมกับชุมชนอย่างเข้มแข็ง องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ให้การสนับสนุน เช่น คอมพิวเตอร์ งบประมาณ และองค์ความรู้จากชาวบ้าน มีกรรมการสถานศึกษาร่วมติดตามในทุกด้าน รวมถึงมี SP ร่วมคิดพัฒนา ทำงานกันอย่างใกล้ชิด

3.ยุทธศาสตร์ที่ 3 : การพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน (High Quality Principals & Teachers) ICT Talent ผลักดันให้ครูมีทักษะดิจิทัล และผลักดันครูทุกคนมี Blog ของตนเองในเว็บไซต์โรงเรียน เพื่ออัปโหลดคลิปวิดีโอ  สื่อการสอน และกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้นักเรียนสามารถเข้าไปทบทวนบทเรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา ผู้ปกครองยังสามารถเข้ามาดูบรรยากาศในห้องเรียนของบุตรหลานได้ด้วย ครูบางส่วน สามารถใช้ AI ทำสื่อการสอนให้เด็กๆ อีกทั้งยังสามารถต่อยอดทักษะการใช้อุปกรณ์บอร์ด Micro:bit มาสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ เป็นต้น ล่าสุด โรงเรียนได้รับการประเมินจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาประจวบคีรีขันธ์ เขต 2 ให้เป็นโรงเรียน Digital Platform ต้นแบบ นอกจากนี้ ICT Talent ยังทำงานร่วมกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และ ICT Talent ภาครัฐ อบรมให้ความรู้ด้านเทคโนโลยีแก่บุคลากรการศึกษาในพื้นที่อีกด้วย

4.ยุทธศาสตร์ที่ 4 : เด็กเป็นศูนย์กลาง เสริมสร้างคุณธรรมและความมั่นใจ (Child Centric & Curriculum)  จัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning เด็กนักเรียนสามารถนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการเรียนรู้ เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันระดับประเทศ เช่น นำ AI มาใช้ในการแต่งและเล่านิทาน ความสามารถด้านวิทยาศาสตร์ ซึ่งกำลังมีแผนนำห้องสมุดมาปรับเป็นศูนย์ Learning Center โดยสามารถระดมทุนและจัดหางบประมาณได้ด้วยตนเองจากการจัดกิจกรรมฟุตบอล ผ่านความร่วมแรงร่วมใจกับคนในชุมชน

5.ยุทธศาสตร์ที่ 5 : การเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของสถานศึกษา (Digital Infrastructures) เข้าถึงสื่ออุปกรณ์การเรียนรู้คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก เด็กนักเรียนมีห้องคอมพิวเตอร์ ห้องวิทยาศาสตร์ และห้องออกอากาศ เพื่อการเรียนรู้และอัปเดตข่าวสารของโรงเรียน

นางบุษบา มณีวงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านตำหรุ (วิงประชาสงเคราะห์) จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า “โรงเรียนบ้านตำหรุ (วิงประชาสงเคราะห์) พัฒนาในทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยนำ 5 ยุทธศาสตร์หลักของคอนเน็กซ์อีดีมาปรับใช้ และที่สำคัญมี ICT Talent และ School Partner จากทรู ที่เปรียบเสมือนเพื่อนคู่คิด ทำให้โรงเรียนเกิดการเปลี่ยนแปลงด้านบวกในหลากหลายด้าน โดยเฉพาะการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลของครูและนักเรียน รวมถึงการสนับสนุนที่เข้มแข็งจากชุมชน ทั้งนี้ เชื่อว่ากระบวนการเรียนรู้ที่ได้จากการเป็นโรงเรียนคอนเน็กซ์อีดี จะช่วยส่งเสริมระบบการศึกษาของโรงเรียนอย่างแน่นอน”

#มูลนิธิสานอนาคตการศึกษาคอนเน็กซ์อีดี #CONNEXTEDfoundation #CONNEXTED #True

เพลงขวัญ นัตยา นางเอกช่องวันเศร้า สูญเสียคุณพ่อสุจิน บอก ‘พ่อเก่งที่สุดแล้ว’

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2826579

เพลงขวัญ นัตยา นางเอกช่องวันเศร้า สูญเสียคุณพ่อสุจิน บอก 'พ่อเก่งที่สุดแล้ว'

20 พ.ย. 2567 12:42 น.

เพลงขวัญ นัตยา นางเอกช่องวันเศร้า สูญเสียคุณพ่อสุจิน บอก ‘พ่อเก่งที่สุดแล้ว’

เป็นอีกหนึ่งคนบันเทิงที่ต้องพบกับความสูญเสียใจ สำหรับ เพลงขวัญ นัตยา นางเอกของช่องวัน ที่กำลังมีผลงานละครเรื่อง เกมรักปาฏิหาริย์ ออนแอร์อยู่ในตอนนี้ 

โดยเพลงขวัญได้โพสต์อาลัยคุณพ่อสุจิน สูงยิ่ง พร้อมแคปชั่นสุดเศร้าว่า “วันนี้พ่อเดินทางไกลแสนไกล พ่อเก่งที่สุดแล้ว ไว้เจอกันใหม่นะ รักมากที่สุดของหัวใจ ”

และนอกจากนี้ เจ้าตัวยังได้แจ้งกำหนดการสวดพระอภิธรรมและฌาปนกิจของคุณพ่อเอาไว้ว่า จะจัดขึ้นที่วัดหาดทรายสมบูรณ์ ต.ทุ่งมะพร้าว อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา ในวันที่ 19-23 พ.ย.2567 เวลา 19.00 น. สวดพระอภิธรรม วันที่ 24 พ.ย.2567 เวลา 13.00 น. พิธีฌาปนกิจ 

ซึ่งเจ้าตัวได้โพสต์ข้อความเอาไว้อีกว่า “ขอบคุณทุกกำลังใจมากๆ นะคะ ขอโทษที่ไม่ได้รับสายและตอบข้อความ ขอบคุณมากค่ะ” 

ช่อง 3 ส่ง จม. แถลงปกป้อง หลิง-ออม เตรียมดำเนินคดีคนโพสต์หมิ่นประมาท

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2826562

ช่อง 3 ส่ง จม. แถลงปกป้อง หลิง-ออม เตรียมดำเนินคดีคนโพสต์หมิ่นประมาท

20 พ.ย. 2567 11:47 น.

ช่อง 3 ส่ง จม. แถลงปกป้อง หลิง-ออม เตรียมดำเนินคดีคนโพสต์หมิ่นประมาท

หลังจากที่เกิดดราม่าภาพปฏิทินปี 2025 ของทางช่อง 3 ที่พระเอกหนุ่ม โป๊ป ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ ถ่ายภาพร่วมกับคู่จิ้นดัง หลิงหลิง คอง และ ออม กรณ์นภัส เศรษฐรัตนพงศ์ โดยวิจารณ์ถึงเรื่องชุดที่ใส่และท่าโพสว่าไม่เซฟนักแสดงหญิง และมีแฟนคลับบางรายโพสต์วิจารณ์ โป๊ป จนก่อให้เกิดความเสียหาย และทางช่อง 3 ต้นสังกัด ก็ได้โพสต์จดหมายแถลงปกป้อง โป๊ป และจะดำเนินการเอาผิดกับคนที่หมิ่นประมาท ดังที่มีข่าวไปก่อนหน้านี้

แต่หลังจากนั้นแฟนคลับหลายรายก็วิจารณ์ว่าทางช่อง 3 ปกป้องนักแสดงชาย แต่ไม่ปกป้องนักแสดงหญิงบ้าง เพราะก็มีคนที่ออกมาโพสต์ว่า หลิง-ออม เหมือนกัน อีกทั้งก่อนหน้านี้นักแสดงหญิงของช่องก็เคยถูกชาวเน็ตวิจารณ์ในทางเสียหายด้วย จนทำให้เกิดแฮชแท็ก #ช่อง3ทรีตนสดหญิงให้เท่าเทียม ในทวิตเตอร์ (X)

ล่าสุด ช่อง 3 ก็ได้โพสต์จดหมายแถลงปกป้อง หลิง-ออม แล้ว และจะดำเนินคดีกับคนที่โพสต์ข้อความเชิงหมิ่นประมาท โดยมีเนื้อหาดังนี้

“กรณีนักแสดงในสังกัด หลิงหลิง คอง และ ออม กรณ์นภัส ถูกบุคคลบางกลุ่มคุกคามด้วยการโพสต์ข้อความพาดพิงเชิงลบ สร้างข้อความอันเป็นเท็จ มีการหมิ่นประมาท ทำให้ได้รับความเดือดร้อนและเสื่อมเสียต่อชื่อเสียง

โดยสถานีฯ ได้มีการแต่งตั้งทนายความ เพื่อดำเนินการเอาผิดทางกฎหมาย ต่อผู้ที่แสดงความคิดเห็นเชิงหมิ่นประมาทไปก่อหน้านี้แล้ว โดยมีความตั้งใจที่จะดำเนินการอย่างไม่เปิดเผย ตามที่ศิลปินต้องการ เพื่อไม่ให้เกิดเป็นกระแสข่าว

อย่างไรก็ตาม ภายหลังกระแสข่าวเชิงลบดังกล่าว ที่เกิดขึ้นในช่วงหลายวันนี้ ทางสถานีจึงใคร่ขอชี้แจงให้ทราบว่า บริษัทไม่ได้นิ่งนอนใจต่อการหมิ่นประมาทดังกล่าว และขณะนี้กำลังอยู่ในกระบวนการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อผู้หมิ่นประมาทให้ถึงที่สุด เพื่อปกป้องสิทธิและชื่อเสียงของนักแสดง

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ

ฝ่ายกฎหมาย

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3”

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

น้องสิงห์ ลูกสาว อัษฎาวุธ เซ็นสัญญา GMMTV โต้ใช้เส้นพ่อประกวดจนชนะ

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2826550

น้องสิงห์ ลูกสาว อัษฎาวุธ เซ็นสัญญา GMMTV โต้ใช้เส้นพ่อประกวดจนชนะ

20 พ.ย. 2567 11:08 น.

น้องสิงห์ ลูกสาว อัษฎาวุธ เซ็นสัญญา GMMTV โต้ใช้เส้นพ่อประกวดจนชนะ

อดีตพระเอกแถวหน้าของเมืองไทย วุธ อัษฎาวุธ ที่วันนี้ควงลูกสาว น้องสิงห์ มาเปิดใจครั้งแรก หลังคว้าแชมป์บนเวที Thailand School Star 2024 พร้อมเคลียร์คำครหาใช้เส้นคุณพ่อจนชนะ ผ่านทางรายการ “คุยแซ่บ Show” ทางช่องวัน 31 ที่มี ดีเจพุฒ พุฒิชัย และ เอส กันตพงศ์ เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับน้องสิงห์ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ Thailand School Star 2024?

น้องสิงห์ : รู้สึกตื่นเต้นมากเลยค่ะ เหมือนฝัน ด้วยความที่ไม่คิดว่าจะมาเข้าวงการ

ปีนี้อายุเท่าไหร่แล้ว?

น้องสิงห์ : 15 ปีค่ะ

เวทีที่เราชนะมาใครสามารถเข้ามาประกวดได้บ้าง?

น้องสิงห์ : เป็นเรตอายุประมาณ 15-20 ปี ส่วนใหญ่จะเป็นนักเรียน

วุธ :  School Star ก็แบบ ม.1-ม.6 ประมาณนั้น

อะไรที่ทำให้น้องสิงห์เข้ามาประกวด?

น้องสิงห์ : มีเพื่อนรีโพสต์ลงในไอจี กดเข้าไปดูว่ารายละเอียดมันเป็นยังไงบ้าง ซึ่งมันน่าสนใจ เพราะทราบว่าพี่เจมีไนน์ โฟร์ท ก็มาจากเวทีนี้เหมือนกัน หนูก็รู้สึกว่าน่าจะเป็นโอกาสที่ดี

มีความชอบในวงการบันเทิงมาก่อนไหม?

น้องสิงห์ : ดูละครตลอด เพราะว่า

วุธ : พ่อเป็นผู้กำกับไง แล้วก็บังคับ คนที่ได้ดูก่อนคือสิงห์ ถ้าสนุกก็โอเค แต่ถ้าไม่สนุกก็ต้องตัดใหม่ แล้วเค้าก็จะชอบดนตรี จริงๆ เราก็ให้เขาลองหลายอย่าง แต่มาจบที่กลอง

ฝึกนานไหม?

น้องสิงห์ : โซโลฝึกกับครูที่สอน ช่วยกันคิด ฝึกประมาณ 1 เดือน

วุธ : คือเขาก็มีโชว์ที่โรงเรียน ครูที่สอนกลองบอกว่า คุณพ่อคุณแม่ครับ  ท่าทางจะไม่ไหว เพราะขี้เกียจ เหมือนตอนนั้นยังไม่อิน ตอนเด็กๆ อะ แต่พอมาโควิดเลยจริงจัง

น้องสิงห์ : ตอนโควิดไม่ได้ไปเรียนที่โรงเรียน ก็เลยให้ครูมาช่วยสอนด้วย พอเข้าไปเรียน ม.1 โควิดเริ่มจางแล้ว เลยได้มาฟอร์มวงกับเพื่อนจริงจังมากขึ้น พัฒนาให้ความสามารถเท่ากัน

ตอนตีกลอง จับไมค์ มีคนกรี๊ดเยอะไหม?

น้องสิงห์ : ก็ประมาณนึงค่ะ

วุธ : ในโรงเรียนก็ไม่รู้นะ สาธิตประสานมิตรจะมีนักแสดงเยอะอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเดินไปเดินมา เขาอาจจะไม่ได้สนใจมาก แต่ในโซเชียล มีคนเข้ามาขอเป็นมัมหมีหน่อย หนูอยู่ ป.2 นะ ขอเป็นมัมหมีพี่สิงห์ได้ไหม เราก็เจนนี่ กับเจนนั้นก็จะงงๆ นิดๆ กับความคิดเขา กับการมีด้อมสิงหา พยายามทำความเข้าใจกับพวกนี้

ตอนที่ไปรายการนี้ เราตั้งเป้าไว้ยังไง?

น้องสิงห์ : หนูก็แค่ว่าติดก็ได้ ไม่ติดก็ได้ หนูรู้สึกแค่ว่ามาเอาประสบการณ์ลองไปก่อน แต่พอได้ปุ๊บหลังจากนั้นหนูตั้งใจเลย รอบ 2 เขาเรียกมาที่ตึก มาดูตัว

วุธ : แต่พ่อแม่เพิ่งรู้ แต่จริงๆ เขาเคยบอกแล้ว แต่เราอ่ะไม่รู้ว่าประกวดอะไร จนต้องมาเซ็นเอกสารให้เค้าตอนติด 20 คน คือวันที่มาส่งที่ตึกแกรมมี่ ก่อนติด 20 คน คือคนมาสมัครเยอะมาก ก็แบบสิงห์มันทำอะไรของมันเนี่ย คือลูกเราอ่ะยังเด็กในสายตาเราเสมอ แล้วพอ 20 คน มันต้องทำอะไรอีกสิงห์

น้องสิงห์ : จริงๆ ตั้งแต่วันแรกที่สแกนไป มันจะมีไฟล์ให้เขียนพยานตั้งแต่วันแรก แต่เค้าน่าจะยังไม่ฟิกมาก ข้อมูลยังไม่บอกชัดว่ามันคืออะไร เค้าก็ไม่รู้ จนกระทั่งหนูได้เข้า 20 คน

วุธ : แล้วต้องบอกว่าวันนี้ประกวดจริง แล้วบนเวทีต้องทำอะไร หนูไม่เคยขึ้นเวทีมาก่อนในชีวิต ในฐานะโชว์ แล้วสิงห์จะทำอะไร หนูตีกลอง แล้วก็อาจจะร้องเพลง คือโชว์เขาคิดเอง แต่สิ่งที่เรากังวล เดี๋ยวนี้โลกมันอยู่ในโซเชียล ถ้าทำอะไรไม่ดีมันจะอยู่ในนั้นอีกยาวนาน ก็เลยบอกว่า สิงห์เอาดีๆ มีเวลาอีกเดือนนึง มันจะเป็นสิ่งที่ตราตรึง ถ้าบวกก็คือบวก แต่ถ้าลบก็คือลบอยู่ในนั้นอีกนาน มันเลยต้องมีการปรึกษากัน

รอบ 20 คน สิงห์ต้องจริงจังแล้ว?

น้องสิงห์ : ใช่ค่ะ

ในรอบชิงชนะเลิศเราเลือกเพลงอะไรบ้าง?

น้องสิงห์ : ตอนแรกเขาบอกให้โชว์ เหมือนเป็นชาเลนจ์โชว์ ก็คิดอย่างแรกเลยต้องกลองแล้ว แต่ว่าถ้ากลองอย่างเดียวมันจะน้อยไป ไม่ใช่ทุกคนจะเข้าใจ มันดูเหมือนเป็นด้านเดียวเกินไป เดี๋ยวเขาจะรู้สึกว่าหนูเฟียสอย่างเดียวหรือเปล่า หรือได้แนวเดียวหรือเปล่า แต่มันก็ยังคิดไม่ออก จนถามแม่ เขาให้เป็นเพลงของ GMM แต่ก็นึกไม่ออกว่าเป็นเพลงอะไร หนูก็เลยเลือกเพลง ไม่ใช่ผู้ชาย เพราะเป็นเสียงรอสายของแม่

เห็นว่าตอนซ้อมรู้สึกหนักใจมากกว่าตอนโชว์?

น้องสิงห์ : ใช่ค่ะ เหมือนในสคริปต์ที่อยากให้เป็นมันต้องเล่นกับคนดู แต่เหมือนไม่มีคนดูให้เล่นด้วย ก็เลยรู้สึกว่าไม่รู้วันจริงจะทำได้หรือเปล่า แต่พอวันจริงมีคนดูเล่นด้วยมันทำให้รู้สึกสนุก

พี่วุธเห็นลูกแสดงออกขนาดนี้รู้สึกยังไง?

วุธ : ก็ตื่นเต้นนะ แต่ก็หวั่นใจ อย่างที่บอกว่าเป็นครั้งแรก ก็หันมองหน้ากันสองสามีภรรยา มันจะรอดไหม

เห็นว่าก่อนขึ้นโชว์คุณพ่อมีพูดคุยกับน้อง?

วุธ : เราอยู่ในวงการ ตอนนี้ในโซเชียลมีคนแสดงความคิดเห็นโน่นนั่นนี่ บางทีก็มีข้อมูล บางทีก็ไม่มีข้อมูล เพราะฉะนั้นการไปอยู่ในแสง มันง่ายต่อการถูกวิจารณ์ ทั้งบวกและลบ แล้วเด็กอายุ 15 เป็นครั้งแรกในการขึ้นเวทีแบบนี้ โดยที่ไม่รู้เลยว่าข้างหน้าจะเจออะไร ถ้าประกวดแล้วตกรอบ จะดำเนินชีวิตต่อไปยังไง ก็มีเพื่อนๆ ที่คาดหวังสิงห์อยู่ แต่ดันไปเข้ารอบ 1 ใน 20 นี่หนักเข้าไปอีก ถ้าตกในรอบนี้คนรู้จักเยอะขึ้น แล้วเขาบอกไอ้เด็กตกรอบ จะรับได้ไหม หรือถ้าชนะเลิศ วันที่เดินกลับเข้าโรงเรียน หลังจากได้รางวัลเราเป็นสิงห์คนเดิมหรือเปล่า ข้ามวันสิงห์เปลี่ยนเป็นคนอื่นเลยหรือเปล่า

เพราะฉะนั้นคาดหวัง แต่ถ้าผิดหวังก็ไม่ต้องเสียใจ เพราะนี่มันคือพาร์ทหนึ่งในชีวิตเราแค่นี้เอง เพราะฉะนั้นทำยังไงก็ได้ให้สนุกที่สุดบนเวที ผลจะเป็นยังไง ช่างมัน บางทีของบางอย่างที่เราได้มา คนรู้จักเราในฐานะศิลปิน แล้วชีวิตเราเปลี่ยนไป แต่เราก็ยังเป็นเรา เราอย่าเห่อแสง จนทำให้คนที่อยู่ข้างๆ เรา ต้องร้อน ต้องโดนแสงเหล่านั้นแผดเผาไปด้วย เพราะแสงมันคือแสง เดี๋ยวมันก็มีวันเฟดไป หรือมันอาจจะสว่างขึ้น แต่เราจะอยู่กับมันได้ยังไงโดยที่ไม่ทำร้ายคนรอบตัวเราเอง นี่คือสิ่งสำคัญ

น้องสิงห์พอฟังคุณพ่อสอนรู้สึกยังไงบ้าง?

น้องสิงห์ : ก็เตรียมใจด้วย เผื่อหนูไม่ได้ไปต่อ แต่หนูรู้สึกว่ามาเอาประสบการณ์ พ่อเขาก็บอกว่าถ้าไม่ได้เข้ารอบหรือตกรอบก็ไม่ต้องซีเรียสนะ เอาเป็นประสบการณ์เพราะอันนี้ก็คือเวทีแรกของหนู ส่วนเรื่องที่ได้ที่หนึ่ง เหมือนเขากลัวว่าหนูดังแล้วจะหยิ่ง หนูไม่เป็นแบบนั้นอยู่แล้ว เพราะหนูรักเพื่อน

พอเราได้รางวัลชนะเลิศ ไปที่โรงเรียนเพื่อนเป็นยังไงบ้าง กรี๊ดไหม?

น้องสิงห์ : เขาก็เหมือนแซวๆ นิดนึง คือเขาแซวแบบร้องเพลงให้ฟัง เพลงไม่ใช่ผู้ชายนี่แหละ

ย้อนกลับไปตอนประกาศผล พอรู้ว่าน้องชนะคุณพ่อรู้สึกยังไง?

วุธ : ทำเป็นหูตึง หูอื้อ ตอนเขาประกาศ แต่พอมันได้ เออมันได้ว่ะ ปากบอกว่าไม่ลุ้น แต่จริงๆ มันก็ลุ้นนะ ก็ดีใจกับเขา แต่ก็หวั่นใจและหนักใจต่อว่าสิ่งที่รออยู่ข้างหน้า มันจะหนักไปสำหรับเด็ก 15 หรือเปล่า แต่เชื่อมั่นเขาเหมือนกันว่าสิ่งที่เลือกเขาก็พร้อมจะเจอ

น้องสิงห์ : ตอนนั้นหนูก็อึ้งๆ คนที่ยืนหน้าหนูความสามารถสูงมาก ไม่คิดว่าตัวเองจะได้ ก็ตกใจนิดนึง

วุธ : แต่ที่ดีใจมากกว่ารางวัลก็คือ เขาเจอไอดอลที่ชอบ

มันก็จะมีชาวเน็ตบางคนคอมเมนต์ว่าเพราะใช้เส้นคุณพ่อในการประกวดเลยทำให้ชนะหรือเปล่า?

วุธ : อันนี้เป็นสิ่งที่ต้องเคลียร์เลย เป็นสิ่งแรกเลยที่กังวล เพราะนามสกุล เหลืองสุนทร ก็ต้องมีคนรู้จัก คนที่เข้าประกวดด้วยกัน เขาก็คาดหวังว่านี่คือลูกดารา 1. เรามีโอกาสโปรโมท ทำให้คนรู้จักมากขึ้นไหม เพราะการที่เราเป็นดาราหรือเป็นคนในวงการมันอาจจะมีโอกาสมากกว่าคนอื่น หรือ กับ GMM TV เราก็เคยทำงานด้วยกัน จะมีคนเม้าท์หรือเปล่าว่า ถ้าเขาได้รางวัลมามันจะไม่สงสัย เราเลยตั้งใจตั้งแต่แรก เพราะสิงห์เข้าประกวดอันนี้ ป๊ากับแม่จะไม่ยุ่ง มีอะไรให้เซ็นหรือมีอะไรให้ติดต่อหนูประสานเองนะ คุยกับพี่แอดมินเอง จนถึงรอบต้องไปซ้อมที่ตึก ถ่ายคลิป ถ่ายแบบ ถ่ายโปสเตอร์ ก็มาอีก จนถึงรอบสุดท้าย ก็มาในฐานะคนดู ไปนั่งอยู่

หลังกรรมการ เห็นหลังพี่ฐาก็ไม่กล้าทัก กลัวว่าถ้าทักแล้วจะมีคนรู้สึกว่ามีอะไรกันหรือเปล่า ก็อดทนให้การประกวดเสร็จ ได้หรือไม่ได้ก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่ถ้าไม่ได้ก็โล่งใจว่าข้อครหานี้จะหายไป แต่ถ้าได้จะรับมือกับมันยังไง แต่ดันได้ ชนะเลิศด้วย แต่สิ่งที่ดีในวันนั้นก็คือ เป็นเอกฉันท์ คนดู ดูแล้วมีเสียงกรี๊ด มีเสียงเชียร์ มีเสียงให้กำลังใจสิงห์อย่างชัดเจน แล้วกรรมการก็เป็นเอกฉันท์ให้คะแนนคนนี้ว่าทำดีที่สุดบนเวที

วันที่เขามาเซ็นสัญญาที่ตึก พ่อแม่ต้องมาด้วย วันนั้นแหละที่ได้เจอพี่ฐา ตั้งแต่วันที่เขาสมัคร ก็บอกพี่ฐาว่าอึดอัดมากเลยเราไม่คุยกันเลย พี่ฐาก็บอกพี่อึดอัดเหมือนกัน แล้วมีน้องผู้ชายที่เขาชนะที่ 1 เขาก็มานั่งอยู่ในนั้น แล้วแม่เขาด้วย พี่ฐาก็เลยบอกว่า นี่คือความตั้งใจของ GMM TV ทุกคนรู้ว่าสิงห์เป็นลูกนักแสดง แต่เพื่อความชัดเจนของ GMM และของเราด้วย เขาเลยบอกว่าไม่มีการคอนเน็กกันเลย บนเวทีสิงห์ก็ทำได้ดี จนมันเป็นเอกฉันท์ อยากให้สิงห์ภูมิใจกับรางวัลที่เขาได้ เขาได้ด้วยความสามารถของเขาเอง คือมีพยานในการรับรู้ในคำพูดของพี่ฐา ต้องขอบคุณพี่ฐามากที่มองเห็นถึงประเด็นนี้ มันอาจจะทำให้เกิดปัญหาได้ถ้าเราไม่ชัดเจน แล้วก็ฝากเป็นพี่ฐาด้วยนะครับ

ตอนนี้น้องสิงห์ได้เซ็นสัญญาเป็นนักแสดงในสังกัด GMMTV เรียบร้อยแล้ว?

น้องสิงห์: ถ้าเป็นเรื่องแสดงก็ต้องตามทางค่ายเลยค่ะ

แล้วในตอนนี้อยากทำอะไรบ้าง?

น้องสิงห์: อะไรก็ได้เลยค่ะ หนูอยากทำหมด

อยากให้คุณพ่อ คุณลูก บอกความในใจซึ่งกันและกัน?

น้องสิงห์: ต้องขอบคุณคนนี้แหละ เขาส่งหนูไปเทรน สนับสนุน จนหนูได้เข้ามาอยู่ในรายการ และได้ที่หนึ่ง ถ้าไม่มีคนนี้ก็ไม่มีหนู

วุธ: เราใช้ประสบการณ์ตั้งแต่เด็กจนโต เราอยากทำนู่น ทำนี่ แต่ยุคสมัยมันเปลี่ยน เมื่อก่อนมันอาจจะไม่ได้มีโอกาสกว้างเท่าทุกวันนี้ แต่พอทุกวันนี้มีโอกาส มีโรงเรียนนั้น คนนี้สอน คนเก่งคนนั้น คนเก่งคนนี้ เราก็อยากให้ลูกได้ประสบการณ์และได้เจอโลกกว้าง และในที่สุดเขาก็จะเป็นคนเลือกมันเอง จริงๆ เขาไม่จำเป็นต้องเหมือนเรา เขาต้องเป็นตัวเขา มีความสุขในแบบที่เขาเป็น ไม่ใช่ทำเพื่อให้พ่อแม่มีความสุขหรือคนทั่วไปมีความสุข แต่เขาต้องทุกข์ในสิ่งนั้น เขาต้องเอ็นจอยในสิ่งนั้น

ชมคลิป

“มุกดา” โบกมือลาช่อง7 ขอผันตัวเป็นนักแสดงอิสระ ตัดสินใจยากแต่ต้องโตขึ้น

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2826417

"มุกดา" โบกมือลาช่อง7 ขอผันตัวเป็นนักแสดงอิสระ ตัดสินใจยากแต่ต้องโตขึ้น

20 พ.ย. 2567 07:30 น.

“มุกดา” โบกมือลาช่อง7 ขอผันตัวเป็นนักแสดงอิสระ ตัดสินใจยากแต่ต้องโตขึ้น

เปิดใจครั้งแรก นางเอกสาว “มุกดา นรินทร์รักษ์” ตัดสินใจเป็นนักแสดงอิสระแบบเต็มตัวหลังหมดสัญญากับช่อง 7 และตัดสินใจไม่ต่อสัญญา เจอมุกดามาร่วมงาน Silhouette (ซีลูเอ็ท) แบรนด์แฟชั่นดีเอ็นเอสัญชาติไทย ฉลองครบรอบ 10 ปี จัดแฟชั่นโชว์ครั้งใหญ่เนรมิตรันเวย์ เปิดตัวคอลเลกชัน Autumn-Winter 2024 ภายใต้ชื่อ “Lost in the Museum” ณ La Chapelle Bangkok เลยได้อัปเดตสัญญา มุกดาเผยว่า “ตอนนี้สัญญากับทางช่อง 7 หมดเป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ”

หมดพร้อมหนุ่ม เข้ม หัสวีร์ มั้ย?

“หมดก่อนค่ะ ของเข้มเหลือเท่าไหร่ไม่แน่ใจ แต่ของมุกหมดมาสักพักนึงแล้วค่ะ”

ทำไมถึงตัดสินใจไม่ต่อ?

“อาจจะเพราะอายุด้วยและเราอยากจะทำอะไรที่มันหลากหลายมากขึ้น ก็เลยตัดสินใจที่จะไม่ต่อ ก็ตัดสินใจยากค่ะ เพราะมุกก็อยู่กับช่อง 7 มานานมากๆ รักช่อง 7 มากๆ การที่เราออกจากบ้านที่เราอยู่มานานมากๆ ก็รู้สึกกลัวเหมือนกันแต่ก็รู้สึกว่าต้องลองอะไรใหม่ๆโตขึ้นอีกนิดนึงก็ลองดู ถามว่ามีใจหายมั้ย คือทุกๆการเริ่มต้นใหม่มุกว่าทุกคนก็ต้องมีบ้างนิดๆหน่อยๆแต่เราก็เต็มที่ อยากลองในสิ่งที่เราอยากลองจริงๆ”

คิดว่าอยากลองทำอะไร?

“จริงๆก็อยากลองหลายอย่างนะคะ เบื้องหลังก็อยากลองทำและอาจจะมีงานอื่นๆใหม่ๆด้วยค่ะ”

เรียกว่าเป็นนักแสดงอิสระได้เต็มตัวแล้ว?

“ใช่ค่ะ (ยิ้ม) มองตลาดการเป็นนักแสดงอิสระยังไงเหรอ ก็น่ากลัวนะคะ (หัวเราะ) ถ้าตามสถานการณ์ทั่วไปทุกคนก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่าเป็นยังไง แต่ก็เต็มที่ค่ะ ไม่ได้เอาอะไรมากดดันตัวเองเพราะเราก็พยายามทำอะไรอื่นๆอีกหลายอย่างควบคู่ไปด้วย”

พออิสระแล้วเนื้อหอมมั้ย?

“มันก็ไม่ถึงกับเนื้อหอมขนาดนั้น (ยิ้ม) แต่ถ้ามีโอกาสดีๆ จากผู้ใหญ่ หรือใครที่อยากได้เราไปร่วมงานด้วย เราก็ยินดีค่ะ”

เห็นว่ามีจองเป็นแพ็กเกจ ทั้งเราทั้งเข้ม?

“ไม่ใช่ๆ จองเป็นแพ็กเกจเลยเหรอ (หัวเราะ) คือมุกกับเข้มก็โตมาด้วยกันตลอดนะคะ ไม่ว่าในอนาคตเราจะมีผลงานร่วมกันหรือไม่มี ถ้ามีผู้ใหญ่ที่ให้ความเอ็นดูเราทั้งสองคน เราก็ดีใจค่ะ ถ้าอยากให้เรากลับมาคู่กันหรือได้ร่วมงานกันอีกครั้งนึง”

มีคนมาจีบเยอะมั้ย?

“ก็เรื่อยๆ ค่ะ”

แม่หนิง ปณิตาว่ายังไงบ้าง?

“แม่ให้คำปรึกษาตลอดอยู่แล้วค่ะไม่ว่าจะเรื่องการทำงานหรือชีวิตปกติ เวลามีอะไรแม่ก็จะสอนตลอด”

ถ้าต้องไปร่วมงานที่อื่นกับเข้มรู้สึกยังไง?

“ก็ตื่นเต้นค่ะ ถ้าวันนึงได้มีโอกาสร่วมงานกันในต่างที่ เราก็จะรู้สึกว่าตื่นเต้น และเป็นสถานที่ใหม่ที่เราต้องปรับตัว และต้องใช้เวลากับการทำงานที่ใหม่ๆด้วย ก็เป็นเรื่องปกติค่ะน่าจะมีตื่นเต้นบ้าง ปรับตัวบ้าง”

เราจะได้เห็นกันเมื่อไหร่?

“น่าจะปลายปีนี้หรือต้นปีค่ะ”

อยากเล่นบทอะไร?

“อยากเล่นอะไรที่มันมีความลึกขึ้นในเรื่องของอารมณ์มากกว่า เป็นบทแบบไหนได้หมดเลย แค่มีความลึกของตัวละคร ให้เราได้โตกับตัวละครไป”

ดีใจมั้ยที่แฟนๆ ยังตามเชียร์เข้มมุกดาอยู่ตลอด?

“ก็ดีใจค่ะ เพราะเราก็โตมาด้วยกัน เราก็อยากจะให้เราอยู่ด้วยกันไปเรื่อยๆ อยู่แล้ว ถ้าวันนึงเราจะโตกันต่อไปอีก มีคนรัก คนเอ็นดูต่อไปอีก เราก็ดีใจ แต่ไม่ใช่ว่าต้องไปด้วยกันตลอดนะเราก็แยกกันได้ เพราะทุกวันนี้เราก็มีอย่างอื่นที่ถึงเราจะไม่ได้ทำด้วยกัน แต่เราก็มีการพูดคุยกัน ปรึกษากันเสมอค่ะ”

นอกจากงานบันเทิงยังมีอะไรอย่างอื่นที่อยากทำอีกมั้ย?

“ซีรีส์ยูริก็เป็นอีกอย่างนึงที่อยากทำนะคะ เคยลองทำไพลอตออกมาก่อนหน้านี้ที่ปล่อยไป เป็นชิมลางให้เห็นว่าจะฟีลประมาณไหนถ้าเราทำ (ยิ้ม) ความท้าทายมันก็คนละแบบกับที่เคยทำมานะ เหนื่อยคนละแบบด้วย รู้สึกว่าตรงนี้เบื้องหลังมันยากกว่าเยอะเลย หนูว่าความยากของยูริ คือตัวที่หนูทำออกมาหนูอาจจะไม่ได้เล่นเป็นเมนคาแรกเตอร์จริงๆ อันนี้ทำมาแค่ให้เป็นน้ำจิ้ม แต่จะเป็นใครเดี๋ยวมารอลุ้นกันอีกทีดีกว่า (ยิ้ม) ก็ยากในการทำงานเบื้องหลังมากกว่าค่ะ ตอนนี้มุกก็เป็นอิสระแล้วนะคะ ก็ฝากผู้จัด ผู้ใหญ่ทุกคนเรียกร่วมงานได้นะคะ (ยิ้ม)”.

“ฮาน่า-แอนน่า” สวยเฉือน เปิดฉาก “เล่ห์มยุรา” นักแสดงฟูลทีม “เปี๊ยก-อรัญญา” คืนจอในรอบ 15 ปี

https://www.thairath.co.th/novel/news/2826447

"ฮาน่า-แอนน่า" สวยเฉือน เปิดฉาก "เล่ห์มยุรา" นักแสดงฟูลทีม "เปี๊ยก-อรัญญา" คืนจอในรอบ 15 ปี

20 พ.ย. 2567 07:15 น.

“ฮาน่า-แอนน่า” สวยเฉือน เปิดฉาก “เล่ห์มยุรา” นักแสดงฟูลทีม “เปี๊ยก-อรัญญา” คืนจอในรอบ 15 ปี

เปิดฉากอีพีแรกกันแบบนักแสดงฟูลทีมจุกๆ สำหรับละครเรื่อง “เล่ห์มยุรา” ทางช่อง 7HD โดยผู้จัด อี๊ฟ พุทธธิดา ศิระฉายา จากค่ายสกาย เอ็นเทอร์เทนเมนท์ กำกับโดย หนึ่ง ชัชวาล ศาสวัตกลูน พร้อมเปิดฉากฟาดอารมณ์ทางการแสดงอินเนอร์จัดเต็ม

นักแสดงนำทั้ง ฮาน่า ลีวิส, แอนน่า กลึคส์ สวยเริ่ด บูม กิตตน์ก้อง, เมฆ จุติ หล่อออร่าแรง อีกทั้งยังเป็นการคืนจอในรอบ 15 ปี ของ “เปี๊ยก อรัญญา นามวงษ์” โดยเป็นฉากอลังการงานสร้างฉากงานแฟชั่นโชว์เครื่องเพชรการกุศลที่จัดขึ้นในวันครบรอบ 50 ปีของโรงแรมสยามไดมอนด์ที่ อินทุอร (แอนน่า) และ อารัฐกร (แอนดรูว์ กรเศก) เป็นผู้บริหาร

โดยงานนี้ อินทุอร วางแผนการบางอย่างให้เกิดขึ้นระหว่าง อุรัจวสี (ฮาน่า) และ ราเมศร (บูม) เรียกว่าเป็นฉากรวมตัวของนักแสดงหลายเจนทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ แถมยังได้รับเกียรติจาก อาเปี๊ยก อรัญญา มาเป็นหนึ่งในเซเลบ เป็นการหวนคืนมาแสดงละครอีกครั้งในรอบ 15 ปีเลยก็ว่าได้ ทำเอาทีมงานหลายฝ่ายตื่นเต้น ทีมคอสตูมจัดเสื้อผ้าหน้าผมให้ทุกคนสวยหล่อสะกดใจ พร้อมเครื่องเพชรชุดใหญ่ที่ได้รับการสนับสนุนจาก Chateau Des Gems เรียกว่าเริ่ดเจิดจรัสแต่กว่าจะเริ่มถ่ายทำกันได้ก็เหมือนจับปูใส่กระด้ง

เบื้องหลังแต่ละคนสนุกสุขหรรษาแกล้งกันไปมาตลอดแต่เบื้องหน้าปะทะคารม ประชันการแสดงกันแบบเดือด ทั้งสีหน้าและแววตาที่ยิ้มแต่ซ่อนเกมแก้แค้นในใจโดยเฉพาะ ฮาน่า กับ แอนน่า สองนักแสดงสาวอินเนอร์มาเต็มจนขนลุก ห้ามพลาดความเชือดเฉือนตั้งแต่ตอนแรก วันพุธนี้ 20.30 น. ทางช่อง 7HD.

เม้าท์ชัด จัดทุกตอน ติดตามได้ที่ www.thairath.co.th/novel และ Facebook Fanpage : นิยายไทยรัฐ

แอนโทเนีย ไม่ใช่สายมูแต่ดื่มน้ำมนต์ก่อนออกจากบ้านทุกวัน ตอนประกวด MUT

https://www.thairath.co.th/entertain/beauty-pageant/2826470

แอนโทเนีย ไม่ใช่สายมูแต่ดื่มน้ำมนต์ก่อนออกจากบ้านทุกวัน ตอนประกวด MUT

19 พ.ย. 2567 20:05 น.

แอนโทเนีย ไม่ใช่สายมูแต่ดื่มน้ำมนต์ก่อนออกจากบ้านทุกวัน ตอนประกวด MUT

โบกมืออำลาตำแหน่งรองอันดับ 1 มิสยูนิเวิร์ส 2023 ไปเรียบร้อยแล้วสำหรับ แอนโทเนีย โพซิ้ว งานนี้เจ้าตัวเลยมาเปิดใจในรายการ แม๊เม้าท์ ถึงความลับเบื้องหลังความสำเร็จของตนเองตอนอยู่ในกองประกวดให้ได้ฟังว่า 

“แอนไม่ได้เป็นสายมู แต่เริ่มตอนที่ไปประกวด MUT ก็ได้ยินเรื่องราวของคนเล่นของไม่ดีใส่เรา เราก็เซฟตัวเองไว้ก่อน ทีมก็ไปเอาน้ำมนต์จากหลายๆ วัดมาใส่ขวดน้ำแล้วก็จะดื่มทุกวันก่อนออกจากบ้าน

แล้วก็จะทำแบบถ้าลืมก็จะใส่เป็นสเปรย์น้ำแร่ฉีดหน้า จะฉีดก่อนและหลังแต่งหน้า เวลาก่อนทานอาหารก็ต้องฉีดใส่อาหารด้วย แต่ตอนนี้ไม่ขนาดนั้นแล้วค่ะ ผ่อนคลายแล้ว

แอนก็มีความเชื่อเรื่องน้ำมนต์ แต่ไม่ได้คิดว่าที่เรามีได้ทุกวันนี้เพราะน้ำมนต์อย่างเดียว ทุกอย่างมันมีเหตุผลจากสิ่งที่เราพยายาม พยายามพัฒนาชีวิตของเรา

ถ้ามันต้องเกิดขึ้นมันก็จะเกิดขึ้นในเวลาของมัน เราไปบังคับมันไม่ได้ สิ่งที่เราทำได้คือป้องกันตัวเองจากสิ่งไม่ดี ถ้าคิดว่ามันจะเกิดอะไรไม่ดีเราก็ป้องกันตัวเองไว้ก่อน”

เปิดภาพ นาย ณภัทร เที่ยวกับ หนุ่ม กรรชัย ที่ จ.น่าน ท่ามกลางบรรยากาศสุดชิล

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2826467

เปิดภาพ นาย ณภัทร เที่ยวกับ หนุ่ม กรรชัย ที่ จ.น่าน ท่ามกลางบรรยากาศสุดชิล

19 พ.ย. 2567 19:55 น.

เปิดภาพ นาย ณภัทร เที่ยวกับ หนุ่ม กรรชัย ที่ จ.น่าน ท่ามกลางบรรยากาศสุดชิล

เรียกว่านานๆ จะได้พักผ่อนเที่ยวชิลๆ สักที สำหรับพิธีกรดัง หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย ที่ล่าสุดเดินทางไปเที่ยวที่ จ.น่าน พร้อมกับพระเอกหนุ่ม นาย ณภัทร เสียงสมบุญ รวมไปถึงเพื่อนๆ ในแก๊ง

ซึ่ง หนุ่ม กรรชัย ก็ได้โพสต์ภาพกับ นาย ณภัทร และเพื่อน พร้อมทั้งเขียนข้อความว่า “อุ่นใจได้ เพราะเขาจะอยู่หลังเราเสมอ” โดยมีแฟนๆ เข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นหลายพันข้อความ

ในขณะที่ นาย ณภัทร ก็ได้รีโพสต์ภาพดังกล่าวลงในไอจีสตอรี่ อีกทั้งโพสต์คลิปโมเมนต์ หนุ่ม กรรชัย และสมาชิกในกลุ่มเพื่อนสวมบทเด็กเช็ดรถหรู และเขียนข้อความว่า “เด็กเช็ดรถ น่านคาร์แคร์” และแท็กไปที่ไอจีของแต่ละคนด้วย

พีพี พัชญา ตอบชัดหลังใกล้หมดสัญญาช่อง หรือเตรียมปิดตำนานนางเอกเรตติ้งดี ?

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2826461

พีพี พัชญา ตอบชัดหลังใกล้หมดสัญญาช่อง หรือเตรียมปิดตำนานนางเอกเรตติ้งดี ?

19 พ.ย. 2567 19:16 น.

พีพี พัชญา ตอบชัดหลังใกล้หมดสัญญาช่อง หรือเตรียมปิดตำนานนางเอกเรตติ้งดี ?

เป็นนางเอกสาวมากความสามารถ ที่โลดแล่นอยู่ในวงการมานนาน สำหรับ สาว พีพี พัชญา ซึ่งตอนนี้เจ้าตัวใกล้หมดสัญญากับต้นสังกัดเดิมในช่วงต้นปีหน้า งานนี้ก็ไม่รู้ว่าสาวพีพีจะต่อสัญญาหรือว่าเตรียมโบยบินตามรุ่นพี่ไปหาประสบการณ์ใหม่ ด้วยการเป็นนักแสดงอิสระหรือเปล่า

โดย สาวพีพี ออกมาเปิดใจสั้นๆ ว่า “ตอนนี้สัญญากับช่อง 7 ใกล้จะหมดแล้วค่ะ ถามว่าวางแผนชีวิตยังไงต่อ คือต้องยอมรับว่าคิดหนักอยู่เหมือนกันนะคะ เราอยู่บ้านหลังนี้มานานมาก แต่สุดท้ายถ้ามันถึงเวลาที่จะต้องเลือก มันก็ต้องเลือกค่ะ ซี่งทุกคนย่อมเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเองอยู่แล้ว

ว้ายยย..ยังไงคะเนี่ย งานนี้สาวพีพีจะเลือกเซ็นต่อกับสังกัดเดิม หรือจะโบยบินตามรุ่นพี่ออกมา แฟนคลับคงต้องติดตามกันต่อไปนะจ๊ะ ต้นปีหน้าเหลืออีกไม่กี่เดือน ลุ้นแล้วเนี่ย”

พี่ชายเผยสาเหตุการเสียชีวิตของ อุ้ม พรรษวุฒิ หาหมอครั้งสุดท้ายห้ามแม่เข้าไปฟัง

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2826443

พี่ชายเผยสาเหตุการเสียชีวิตของ อุ้ม พรรษวุฒิ หาหมอครั้งสุดท้ายห้ามแม่เข้าไปฟัง

19 พ.ย. 2567 19:16 น.

พี่ชายเผยสาเหตุการเสียชีวิตของ อุ้ม พรรษวุฒิ หาหมอครั้งสุดท้ายห้ามแม่เข้าไปฟัง

อั๋น สิรคุปต์ และ เอ้ ศตวรรษ พี่ชายของ อุ้ม พรรษวุฒิ ลูกชายของนักแสดงผู้ล่วงลับอย่าง สมบัติ เมทะนี ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อเกี่ยวกับการเสียชีวิตของน้องที่จากไปอย่างสงบด้วยโรคมะเร็ง ในวัย 49 ปี โดยทั้งคู่เผยว่า 

– รายละเอียดการเสียชีวิต เขาคงเป็นมาระยะหนึ่งแล้ว เขาออกกำลังกายเยอะ มีอาการหลายอย่างที่ชี้ว่าไปทางนั้น เขาไม่บอก แต่พอมาตรวจเจอก็เป็นระยะที่น่าเป็นห่วงแล้ว ทำการรักษากันอยู่ประมาณหนึ่ง อยู่ได้ 3-4 เดือน ที่ไม่บอก เพราะกลัวคนเป็นห่วง

– เขาไม่ได้บอกที่บ้านว่าป่วย แต่เคยบ่นปวดหลัง และกินยาคลายกล้ามเนื้อก็ดีขึ้น แต่พักหนึ่งก็ปวดอีก เป็นอย่างนี้ซ้ำๆ แต่สุดท้ายไปตรวจเพราะน้ำหนักลงจนผอมมาก ไม่ปกติแล้ว 

– อุ้มปั่นจักรยานเกือบ 100 กิโลเมตรเป็นประจำ จึงมีหุ่นที่ลีน แต่มีช่วงหนึ่งที่หุ่นลีนมากกว่าปกติ ดูผิดปกติ ต่อให้ลีนอย่างไร เขาก็จะมีแก้ม แต่ตอนนั้นแก้มตอบ ผิดสังเกต 

– ยอมรับว่าน้องชายดื้อ บอกให้ไปหาหมอแต่จะบอกว่าไม่เป็นไร โอเค แค่ปวดหลัง 

– แต่สุดท้ายปวดจนทนไม่ไหว จึงไปตรวจ แต่เจอในช่วงที่สายไป แต่พอคุยกันก็จะสู้ไปด้วยกัน เขาไม่แสดงอาการอ่อนแอออกมาเลย บอกจะสู้ เดี๋ยวก็หาย 

 – ตอนที่ตรวจพบ มันกินไปหลายที่ แต่สาเหตุที่มาเป็นน่าจะเป็นที่ปอด และลามไปที่ต่างๆ และกระดูกสันหลัง 

– ตอนนี้ต้องเยียวยาจิตใจคุณแม่ อยู่ด้วยกันเยอะๆ เท่าที่จะทำได้ เพราะคือตั้งแต่คุณพ่อเสียทุกคนก็กลับมาอยู่ด้วยกัน กลับมาดูแลแม่ สิ่งที่ทำได้ ณ ตอนนี้คือดูกันต่อ แต่คุณแม่จิตใจค่อนข้างแข็งแกร่ง 

– อาการป่วยของน้อง คุณแม่เป็นคนรู้ข้อมูลเยอะที่สุด ไปหาหมอกับอุ้มตลอด แต่มีแค่ครั้งสุดท้ายที่อุ้มไม่ยอมให้แม่เข้าไปฟังว่าหมอจะพูดอะไร ตอนนี้พวกตนก็ไม่รู้ว่าหมอพูดกับอุ้มว่าอะไร

– อยากจะบอกว่าเรื่องสุขภาพประมาทไม่ได้ หลายคนจะมุ่งเน้นเรื่องของการหาเงิน แต่อย่าลืมเรื่องสุขภาพ จริงๆ เขาก็เป็นคนดูแลสุขภาพ คนแข็งแรงขนาดนี้ยังหนีไม่พ้นเรื่องนี้ ควรหมั่นตรวจสุขภาพ