ฟิล์ม รัฐภูมิ โพสต์ขอโทษ ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง ปมพาดพิงหาว่าเรียกเงิน (คลิป)

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2826457

ฟิล์ม รัฐภูมิ โพสต์ขอโทษ ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง ปมพาดพิงหาว่าเรียกเงิน (คลิป)

19 พ.ย. 2567 19:04 น.

ฟิล์ม รัฐภูมิ โพสต์ขอโทษ ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง ปมพาดพิงหาว่าเรียกเงิน (คลิป)

หลังจากมีคลิปเสียงนักร้องนักแสดงหนุ่ม ฟิล์ม รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ และ เจ๊พัช กฤษอนงค์ สุวรรณวงศ์ ที่มีการพูดพาดพิงถึงบุคคลที่มีชื่อเสียงหลายคน จนทำให้เกิดการฟ้องร้องดำเนินคดี และเจ๊พัชในเวลานี้ถูกส่งตัวไปเรือนจำแล้ว

โดยหนึ่งในคนที่ถูกพาดพิงคือ อ้อ ชลิดา พะละมาตย์ หรือ ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง จิตอาสาทำงานเพื่อสังคม เพราะมีคลิปหนึ่งที่มีการพูดว่า คนพวกนี้ ซึ่งรวมถึงต้นอ้อ ไปรับเงินเขามา ทำให้ดูภาพลักษณ์ไม่ดี

จากนั้น ต้นอ้อ โพสต์คลิปรายการ “เปิดปากกับภาคภูมิ” ทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32 เทปที่ อี้ แทนคุณ เปิดคลิปเสียงของฟิล์ม พร้อมทั้งเขียนข้อความในเฟซบุ๊กว่า “อ้อไม่เคยไปเรียกเก็บเงินใครนะคะ ไปหาคนที่จ่ายอ้อมาที พูดแบบนี้ ไม่โอเคเลยเด้อ ช่วยคนไม่เคยเรียกเงินผู้เสียหาย ไม่มีสันดานตบทรัพย์ใครนะคะ”

https://www.facebook.com/watch/?ref=embed_video&v=545616178249333

จากประเด็นดังกล่าวทำให้ ฟิล์ม รัฐภูมิ โพสต์ข้อความถึงเรื่องนี้ผ่านทางเฟซบุ๊ก Rattapoom Tokongsup โดยบอกว่า “ขอโทษพี่ต้นอ้อที่ไปพูดพาดพิงจนทำให้เกิดผลกระทบกับพี่ต้นอ้อนะครับ” และ ต้นอ้อ ก็ได้แชร์โพสต์ดังกล่าวลงในเฟซบุ๊กด้วย

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

บุคคลในข่าว 20 พฤศจิกายน 2567

https://www.thairath.co.th/lifestyle/2826370

บุคคลในข่าว 20 พฤศจิกายน 2567

20 พ.ย. 2567 04:50 น.

บุคคลในข่าว 20 พฤศจิกายน 2567

หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสี ขายดีที่สุด รัฐบาลควรเร่งสร้างงานสร้างเงินในระบบเศรษฐกิจแทนการแจกเงิน ฉบับนี้ประจำวันพุธที่ 20 พฤศจิกายน 2567

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่ง อัมพรสถาน พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี เฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเงินรายได้จากการจำหน่ายเข็มที่ระลึกตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติ โดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย เมื่อวันก่อน.

ปีหน้าครบ 50 ปีความสัมพันธ์ไทย–จีน นายกรัฐมนตรีแถลงว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงตอบรับการเสด็จเยือนจีนอย่างเป็นทางการในช่วงปลายปี 2568 ตามคำเชิญของรัฐบาลจีน เป็นข่าวดีของความสัมพันธ์ไทย-จีน ที่มีมายาวนานตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย ประเทศไทยมีความสัมพันธ์ค้าขายกับจีนเรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้

ห้าสิบปี ดร.สร้อยเพชร เรศานนท์ จัดงานฉลองก้าวสู่กึ่งศตวรรษของ กาโดซ์ จิวเวลรี่ พร้อมเปิดตัวโครงการ Loop 2 Loft ส่งเสริมการจำหน่ายของใช้เหลือเก็บในครัวเรือนลดปริมาณขยะโลก โดยมี มณี นามศิริพงศ์พันธุ์ และ พนิดา ปทุมารักษ์ มาร่วมงานด้วย ที่เกษร ทาวเวอร์ วันก่อน.

ไทย–จีน มีการ สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2518 โดยมีการลงนามร่วมระหว่าง ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช นายกรัฐมนตรีไทย กับ นายโจว เอินไหล นายกรัฐมนตรีจีน 1 กรกฎาคม 2568 จึงครบรอบ 50 ปีพอดี

เรื่องเอไอ ศุภมาส อิศรภักดี รมว.อว. เปิดงานประชุมวิชาการ “IACIO 2024 Annual Conference” เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ด้านปัญญาประดิษฐ์ โดยมี ศ.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ และ ดร.ฌอง–ปิแอร์ อัฟเฟรต มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไท วันก่อน.

“ไต้ฝุ่น” เป็นนักหนังสือพิมพ์ที่โชคดีมากคนหนึ่ง หลังจากที่ นายกฯคึกฤทธิ์ ลงนามเปิดความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศจีนไปแล้วหนึ่งเดือน “ไต้ฝุ่น” และเพื่อนสื่ออีก 4 คน ได้มีโอกาสเดินทางไปเยือนจีนในฐานะ แขกพิเศษ ของ นายกฯโจว เอินไหล ได้พบกับ รองนายกฯจีน ที่ดูแลพรรคคอมมิวนิสต์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งไทย ณ มหาศาลาประชาชน เมื่อ 49 ปีก่อน

แล้ว ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3 ก็ฟ้อง การแจกเงิน 145,000 ล้านบาท ให้กับ กลุ่มเปราะบาง 14.5 ล้านคน คนละ 10,000 บาท นั้น ไม่ก่อให้เกิดพายุหมุนทางเศรษฐกิจ แต่กระตุ้นเศรษฐกิจได้นิดเดียว ไม่คุ้มค่าการลงทุน ดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒน์ แถลงตัวเลขเมื่อวันจันทร์ จีดีพีไตรมาส 3 ขยายตัวร้อยละ 3 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 2.2 ในไตรมาส 2 เมื่อปรับผลของฤดูกาลออกแล้ว จีดีพีไตรมาส 3 ขยายตัวจริงๆ เพียงร้อยละ 1.2 น้อยมาก เมื่อเทียบกับเงิน 145,000 ล้านบาทที่ทุ่มลงไป

คริสต์มาส ชาญ ศรีวิกรม์ จัดงาน “Gaysorn Christmas Village 2024” เพื่อต้อนรับเทศกาลแห่งความสุข โดยมี ฟ้าฟื้น เต็มบุญเกียรติ, ทิพย์วิภา จันทภาษา ศรีวิกรม์, อารยา ขันทปราบ, แพททริค กัสทานิเยร์ และ เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา มาร่วมงานด้วย ที่เกษรอัมรินทร์ วันก่อน.

ล่าสุด อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ไปช่วยลูกพรรคหาเสียงที่ อุดรธานี ประกาศว่า นายกฯ อิ๊งค์ แพทองธาร ชินวัตร จะแจกเงิน 10,000 บาทอีกแล้ว คราวนี้จะแจกให้กับผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปคนละ 10,000 บาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ประสา “ไต้ฝุ่น” ได้แต่เสียดายเงินภาษีของประชาชน ถ้าเอาเงินก้อนแรก 145,000 ล้านบาท กับ เงินก้อนใหม่อีกไม่รู้กี่แสนล้านบาท ไป “สร้างงาน” เพื่อ “สร้างเงิน” ให้เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจแบบยั่งยืน จะเกิดผลดีต่อชาติบ้านเมืองมากกว่าการแจกเงินเพื่อสร้างความนิยมให้กับพรรคการเมืองเพียงพรรคเดียว เป็นนโยบายหาเสียงที่ไม่เป็นธรรมต่อบ้านเมือง

คุ้มมาก ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา และ ผกาฉัตร เตชาบูรพานนท์ เปิดแคมเปญ “มื้อนี้ K เลย” เพื่อมอบประสบการณ์ความอร่อยคุ้มค่าให้ลูกค้าผู้ถือบัตรเครดิตกสิกรไทย จัดถึง 3 ม.ค.68 โดยมี ขวัญแก้ว สิริจินดา และ เจนนิเฟอร์ พาร์คิน มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.

หลียวไปดู จีดีพีไตรมาส 3 ของประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน กันบ้าง เวียดนามขยายตัวสูงสุด 7.4% สูงกว่าไทยกว่า 2 เท่า มาเลเซีย ขยายตัว 5.3% สิงคโปร์ ขยายตัว 4.1% อินโดนีเซีย ขยายตัว 4.9% แม้แต่ ฟิลิปปินส์ ก็แซงหน้าไทย ขยายตัวสูงถึง 5.2% ทั้งที่ประสบกับภัยธรรมชาติพายุไต้ฝุ่นมากกว่าไทยหลายเท่า ตัวเลขจีดีพีเหล่านี้สะท้อนถึงประสิทธิภาพของรัฐบาลแต่ละประเทศชัดเจน รัฐบาลประเทศไหนเก่งกว่ากัน

ท่านเลขาธิการสภาพัฒน์ ดนุชา พิชยนันท์ ยังได้เตือน รัฐบาลเพื่อไทย ด้วยว่า ปีหน้า 2568 เศรษฐกิจโลกคาดว่าจะขยายตัว 3% แต่ เศรษฐกิจไทยคาดว่าจะขยายตัวได้ 2.8% และคาดว่า การส่งออกจะลดลงจาก 3.8% ในปีนี้เหลือ 2.6% จากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ทำให้มีความเสี่ยงทางธุรกิจเพิ่มขึ้น “เรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล จึงต้องดูช่วงเวลาที่เหมาะสม และทำแบบพุ่งเป้ามากขึ้น” ไม่ใช่แจกดะหาเสียงอย่างเดียว

ลดโลกร้อน จตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ จัดงานเสวนา “นวัตกรรมสีรักษ์โลกและวัสดุก่อสร้างคาร์บอนต่ำ” รับรองด้วยฉลากลดโลกร้อน ให้พันธมิตรโครงการอสังหาริมทรัพย์ โดยมี ชูรัชฏ์ ชาครกุล และ ประเสริฐ ตระการวชิรหัตถ์ มาร่วมงานด้วย ที่โชว์รูมกระเบื้องทีโอเอ สุขุมวิท วันก่อน.

ร้อนแรงสุดแบบฉุดไม่อยู่ นับตั้งแต่ โดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็คือ Bitcoin และ เงินคริปโตเคอร์เรนซีทุกสกุล ราคาบิทคอยน์เมื่อ 5 โมงเย็นวันจันทร์อยู่ที่ 91,700 กว่าดอลลาร์ กว่า 3.2 ล้านบาทต่อบิทคอยน์ เพิ่มขึ้นอีกกว่า 2 พันดอลลาร์ในวันเดียว จากก่อนวันเลือกตั้งที่ราคา 67,800 ดอลลาร์ต่อบิทคอยน์ บวกขึ้นไปถึง 23,900 ดอลลาร์ กว่า 8 แสนบาท ในเวลาไม่กี่วัน เกจิเงินคริปโตฯคาดว่าบิทคอยน์จะขึ้นไปถึง 100,000 ดอลลาร์ในไม่เกินสิ้นปีนี้ ไม่เชื่อก็รอดู

ภาคนี วิริยะรังสฤษฎ์ ประธานจัดงานร่วม มหกรรมการเงิน Money Expo เชียงใหม่ ครั้งที่ 19 ระหว่าง 8-10 พฤศจิกายน ณ เชียงใหม่ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเชียงใหม่แอร์พอร์ต แถลงว่า มียอดธุรกรรมการเงินการลงทุนเกิดขึ้นในงานรวมกว่า 5,600 ล้านบาท โดยมี สินเชื่อบ้านและรีไฟแนนซ์บ้านมาเป็นอันดับ 1 ตามมาด้วย สินเชื่อ SMEs อันดับ 2 ด้วย อัตราดอกเบี้ยตํ่าเป็นพิเศษ อันดับ 3 เงินฝากและสลากออมทรัพย์ ส่วน อันดับ 4 กรมธรรม์ประกันชีวิต/ประกันภัย และแบงก์แอสชัวรันส์ และ อันดับ 5 บัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคล สะท้อนถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเชียงใหม่และภาคเหนือตอนบนได้เป็นอย่างดี

ให้ผู้สูงอายุ มนต์ชัย วรจรรยาวงศ์ และ ดร.อรรถพล เสือคำรณ พร้อมเพื่อนชมรม ปศส. สถาบันพระปกเกล้า มอบเงินพร้อมเครื่องใช้สำหรับผู้สูงอายุ รวมมูลค่า 270,000 บาท ให้ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการผู้สูงอายุบ้านบางละมุง โดยมี อรอุมา อินทฉาย เป็นผู้รับมอบ ที่ จ.ชลบุรี วันก่อน.

สนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย จัดงานสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 42 ณ Nice Hall สวนนงนุช ชลบุรี 22-24 พฤศจิกายน ภายใต้ธีมสัมมนา “สร้างไทยให้เติบโต สู่อนาคตที่ยั่งยืน Connect for Growth : Innovating for Sustainable Future” โดยมี คณะกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอ การค้าแห่งประเทศไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ประธานหอการค้าและเลขาธิการหอการค้าจังหวัด ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ YEC หอการค้าจังหวัดทั่วประเทศ ผู้แทนภาครัฐและสื่อมวลชนกว่า 1,200 คน เข้าร่วมประชุม

เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดงาน มหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 41 Motor Expo 2024 ให้กับ ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงานวันที่ 28 พ.ย. เวลา 08.30 น. ณ ห้องรอยัลจูบิลีบอลรูม อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี

มีแล้วยัง เอ็ดวิน ยัป ฮอสัน และ นางาอิ ซึเนโอะ เปิดตัว ซุปเปอร์บอน สิงห์มาวิน แบรนด์แอมบาสเดอร์นาฬิกา G-SHOCK รุ่นไอคอนิก G-STEEL GM-2110D Metal Series โดยมี จิตรฤดี พนิตพล และ คิคุโอะ อิเบะ มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ ลาดพร้าว วันก่อน.

บนแผงวันนี้ วารสารการเงินธนาคาร พฤศจิกายน เจาะลึกสู่ทศวรรษที่ 6 ของ SET ตลาด หุ้นไทย เจาะลึก เศรษฐกิจอินเดียน่าลงทุนขนาดไหน เจาะลึก ธุรกิจเด่นสวนวิกฤติเศรษฐกิจโลก และเทคนิคการยื่นภาษีร้านค้าออนไลน์ สตรีมเมอร์ อินฟลูเอนเซอร์, อนุสาร อสท. พ.ย. ฉบับ Pattani Yala Narathiwat พหุวัฒนธรรม 3 จังหวัด พาเที่ยวเลียบรอยอดีตสามสมัย โกตามลิฆัย ปตานีดารุส สลาม ปัตตานี, เบตงสุดแดนใต้ ปลายทางปรารถนา, ศิลปวัฒนธรรม ก้าวสู่ปีที่ 46 พระนางจามเทวี พระนางผู้เป็นตำนาน แต่ไม่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์?

ศพ นางรัชนี เสือคำรณ มารดา อรรถพล เสือคำรณ อยู่ศาลากวีนิรมิต (กลางน้ำ) วัดเทพศิรินทราวาส ถึง 22 พ.ย. พระราชทานเพลิงศพ 23 พ.ย. เวลา 17.00 น.

“ไต้ฝุ่น”

คลิกอ่านคอลัมน์ “บุคคลในข่าว” เพิ่มเติม

ตร.โตเกียวรวบสมาชิกบริษัทแมวมอง ชักชวนสาวๆผ่านโซเชียลไปสมัครงานร้านเซ็กส์ช็อป

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2826542

ตร.โตเกียวรวบสมาชิกบริษัทแมวมอง ชักชวนสาวๆผ่านโซเชียลไปสมัครงานร้านเซ็กส์ช็อป

20 พ.ย. 2567 11:31 น.

ตร.โตเกียวรวบสมาชิกบริษัทแมวมอง ชักชวนสาวๆผ่านโซเชียลไปสมัครงานร้านเซ็กส์ช็อป

ตำรวจกรุงโตเกียวของญี่ปุ่นจับผู้ต้องสงสัย 5 ราย ชักชวนหญิงสาวในโลกโซเชียลไปสมัครงานที่ร้านเซ็กส์ช็อป โดยทำสัญญาเป็นแมวมองชักชวนหญิงสาวไปทำงานในร้านต่างๆ กว่า 350 แห่งทั่วประเทศ

วันที่ 20 พฤศจิกายน 2567 เว็บไซต์ข่าว NHK รายงานว่า ตำรวจนครบาลโตเกียวจับกุมผู้ต้องสงสัย 5 รายที่ละเมิดกฎหมายความมั่นคงในการจ้างงานของญี่ปุ่น โดยเชื่อว่าผู้ต้องสงสัยเหล่านี้ได้ชักชวนหญิงสาววัยประมาณ 20 ปี ผ่านทางโซเชียลมีเดียให้ไปสมัครทำงานในร้านขายบริการทางเพศในจังหวัดโออิตะ ซึ่งตำรวจเผยว่า กลุ่มผู้ต้องสงสัยได้เซ็นสัญญากับร้านขายบริการทางเพศทั่วประเทศประมาณ 350 แห่ง

ตำรวจเปิดเผยรายละเอียดว่า ผู้ต้องสงสัย 1 รายปฏิเสธข้อกล่าวหา แต่ผู้ต้องสงสัยอีก 4 รายยอมรับสารภาพหมดแล้วระหว่างการสอบสวน โดยเปิดเผยว่า พวกเขาจะนำภาพโปรไฟล์ของผู้หญิงเหล่านี้ไปให้ร้านค้าหลายแห่งดู รวมถึงรูปถ่ายใบหน้าและรูปที่เห็นสัดส่วนของพวกเธออย่างชัดเจน แล้วแนะนำพวกเธอให้รู้จักกับร้านที่เสนอราคาสูงที่สุด

รายงานข่าวระบุว่า ปัจจุบันในอุตสาหกรรมบันเทิงสำหรับผู้ใหญ่ มักจะใช้ช่องทางบริษัทจัดหาในลักษณะนี้คอยหาหญิงสาวมาให้บริการทางเพศ โดยเป็นช่องทางที่ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19 เนื่องจากเมื่อร้านโพสต์ข้อความโฆษณารับสมัครงานบนเว็บไซต์ในปัจจุบัน พวกเขากลับไม่ได้รับการตอบรับมากนัก แต่การใช้บริการคนรับสมัครงานทำให้พวกเขาสามารถรับข้อมูลเกี่ยวกับผู้หญิงใหม่ๆ ได้ทุกวัน

รายงานข่าวยังระบุว่า กลุ่มผู้ต้องสงสัยได้หักรายได้ของผู้หญิงไปประมาณ 15% ซึ่งตำรวจเชื่อว่าคนกลุ่มนี้ได้รับเงินเกินกว่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แล้ว.

นักวิจัยเสียชีวิต 3 ศพ ระหว่างการทดสอบรถยนต์ในโรงงานฮุนได ที่เกาหลีใต้

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2826522

นักวิจัยเสียชีวิต 3 ศพ ระหว่างการทดสอบรถยนต์ในโรงงานฮุนได ที่เกาหลีใต้

20 พ.ย. 2567 08:58 น.

นักวิจัยเสียชีวิต 3 ศพ ระหว่างการทดสอบรถยนต์ในโรงงานฮุนได ที่เกาหลีใต้

เกิดเหตุสลด นักวิจัยที่กำลังทดสอบขับรถอยู่ภายในโรงงานฮุนได ที่เกาหลีใต้ เกิดขาดอากาศหายใจเสียชีวิตทั้ง 3 คน อยู่ในห้องทดสอบรถ ผู้เชี่ยวชาญเร่งตรวจสอบว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร

วันที่ 20 พฤศจิกายน 2567 สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้ รายงานว่า เกิดเหตุนักวิจัย 3 คนที่เข้าไปทำการทดสอบรถในโรงงานของฮุนได มอเตอร์ ที่เมืองอุลซาน ทางตะวันออกเฉียงใต้ เสียชีวิตเพราะขาดอากาศหายใจ 

สำนักงานตำรวจนครบาลอุลซานระบุว่า ในจำนวนผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ศพ เป็นชายมีอายุ 40 30 และ 20 ปี โดยมีอยู่ 2 รายเป็นนักวิจัย และอีก 1 รายเป็นพนักงานสังกัดบริษัทรับจ้าง ทั้งหมดนอนหมดสติอยู่ในห้องทดสอบของโรงงาน ซึ่งพวกเขากำลังดำเนินการทดสอบสมรรถนะของรถยนต์ 

เจ้าหน้าที่บริษัทฮุนได มอเตอร์ เปิดเผยว่า ทั้ง 3 คนไม่ได้ออกมาจากห้องทดสอบรถ หลังจากทำการทดสอบขับขี่เสร็จสิ้นในห้องทดลองของโรงงาน หมายเลข 4 ในเวลาประมาณ 12.50 น. ต่อมาพบพวกเขานอนอยู่บนพื้นในห้องทดลอง ขณะที่คนอื่นๆ เข้าไปตรวจสอบในเวลาประมาณ 15.00 น.

เจ้าหน้าที่บริษัทและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องแจ้งว่า ทั้งสามคนถูกนำส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง แต่แพทย์ระบุว่าเสียชีวิตแล้ว โดยคาดว่าอาจหายใจไม่ออกเนื่องจากก๊าซพิษในห้องปิด และขณะนี้สถานีตำรวจอุลซานเหนือและกระทรวงการจ้างงานและแรงงานกำลังสืบสวนหาข้อเท็จจริงของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น.

สหรัฐฯเตรียมรับมือ ไซโคลนระเบิด ฝนกระหน่ำ หิมะตก ลมแรง

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2826520

สหรัฐฯเตรียมรับมือ ไซโคลนระเบิด ฝนกระหน่ำ หิมะตก ลมแรง

20 พ.ย. 2567 08:26 น.

สหรัฐฯเตรียมรับมือ ไซโคลนระเบิด ฝนกระหน่ำ หิมะตก ลมแรง

พื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของสหรัฐอเมริกาเตรียมรับมือกับ “บอมบ์ ไซโคลน” หรือ ไซโคลนระเบิด ที่กำลังเคลื่อนตัวอยู่บริเวณชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกและทวีความแรงขึ้น คาดว่าจะทำให้มีกระแสลมแรงจัดในพื้นที่ มีฝนตกหนัก เกิดน้ำท่วมฉับพลัน ดินถล่ม รวมไปถึงหิมะตกหนัก กระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชนกว่า 7 ล้านคน

สำนักงานบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติ หรือ (NOAA) คาดว่าประชาชนจะเริ่มได้รับผลกระทบจาก “บอมบ์ ไซโคลน” ตั้งแต่วันอังคาร และคาดว่าสถานการณ์จะเลวร้ายลงอีกจนถึงสุดสัปดาห์

“บอมบ์ ไซโคลน” เกิดจากความกดอากาศต่ำ ที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็วจนส่งผลให้เกิดสภาพอากาศแปรปรวนรุนแรง โดยมักเกิดขึ้นเหนือมหาสมุทร อาจเป็นพายุโซนร้อนหรือพายุที่ไม่ใช่โซนร้อนก็ได้ เหตุผลที่เรียกกันว่า “บอมบ์ ไซโคลน” เนื่องจากพายุเหล่านี้มีพลังที่ระเบิดได้จากการลดลงของความดันอย่างรวดเร็ว พายุประเภทนี้นำมาซึ่งสภาพอากาศหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่พายุหิมะไปจนถึงพายุฝนฟ้าคะนองรุนแรง และการตกของฝนอย่างหนัก

ล่าสุด พื้นที่บางส่วนของภาคตะวันตกเฉียงเหนือเริ่มรู้สึกถึงผลกระทบจากพายุแล้ว โดยมีลมกระโชกแรงในพื้นที่ซีแอตเทิล คาดว่าพายุนี้จะทำให้หิมะตกหนักในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของมหาสมุทรแปซิฟิก โดยมีอัตราการสะสมหิมะ 5-8 ซม.ต่อชั่วโมง และลมกระโชกแรงสูงสุด 29 เมตรต่อวินาที สภาพอากาศอาจทำให้เกิดพายุหิมะตกหนัก ทำให้การเดินทางยากลำบาก

ขณะที่ลมกระโชกอาจทำให้เกิดไฟฟ้าดับ ต้นไม้ล้ม และคลื่นทะเลสูงตามชายฝั่ง ซึ่งหน่วยงานสภาพอากาศของสหรัฐฯ คาดการณ์ว่าจะมีความเสี่ยงฝนตกหนักทางตะวันตกเฉียงเหนือของแคลิฟอร์เนียและอาจทำให้เกิดดินถล่มตามมา นอกจากนี้หน่วยบริการสภาพอากาศแห่งชาติ ยังได้ออกคำเตือนเกี่ยวกับสภาพอากาศหนาวและคำเตือนพายุหิมะจนถึงวันพุธในหลายพื้นที่บริเวณชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกด้วย.

ที่มา : BBC

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ไซโคลนระเบิด

วิเคราะห์สาเหตุที่ไบเดนไฟเขียวให้ยูเครนใช้ขีปนาวุธของสหรัฐฯโจมตีรัสเซีย

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2826385

วิเคราะห์สาเหตุที่ไบเดนไฟเขียวให้ยูเครนใช้ขีปนาวุธของสหรัฐฯโจมตีรัสเซีย

20 พ.ย. 2567 08:00 น.

วิเคราะห์สาเหตุที่ไบเดนไฟเขียวให้ยูเครนใช้ขีปนาวุธของสหรัฐฯโจมตีรัสเซีย

  • หลายฝ่ายต่างตั้งข้อสังเกต ทำไมโจ ไบเดนถึงยกเลิกคำสั่งห้ามยูเครนโจมตีภายในรัสเซียด้วยขีปนาวุธระยะไกลของสหรัฐฯทั้งๆที่เหลือวาระการดำรงตำแหน่งอีกไม่นาน
  • แม้ว่าเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ จะระบุว่าการเปลี่ยนแปลงการตัดสินใจของไบเดน เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองต่อการที่ทหารเกาหลีเหนือถูกส่งไปช่วยการสงครามของมอสโกในสงครามกับยูเครน แต่นักวิเคราะห์มองว่า อาจจะมีเหตุผลทางการเมืองแอบแฝงอยู่

นักวิเคราะห์ต่างจับตามองความเคลื่อนไหวล่าสุดของประธานาธิบดี โจ ไบเดนของสหรัฐฯ ที่ได้ตัดสินใจครั้งสำคัญด้วยการอนุญาตให้ยูเครนใช้ขีปนาวุธระยะไกลของสหรัฐฯ โจมตีเป้าหมายภายในรัสเซียได้ ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่ที่มีผลต่อสถานการณ์โลกในเวลานี้  รวมทั้งย่อมส่งผลต่อผู้ที่จะมาทำหน้าที่ผู้นำคนต่อไปของสหรัฐฯนั่นก็คือนายโดนัลด์ ทรัมป์นั่นเอง ซึ่งผู้เชี่ยวชาญต่างมองว่า นี่เป็นการตัดสินใจที่มีเป้าหมายบางประการ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการทำให้การทำหน้าที่ประธานาธิบดีของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ยุ่งยากขึ้น

การตัดสินใจของไบเดน ถือเป็นการกลับลำนโยบายหลักของสหรัฐอเมริกาที่มีต่อสงครามรัสเซีย-ยูเครน โดยเกิดขึ้นก่อนที่เขาจะส่งมอบตำแหน่งให้กับทรัมป์ในวันที่ 20 มกราคมเพียงสองเดือน

ในตอนนี้รัสเซียกำลังรุกคืบเข้าสู่ยูเครนด้วยความรวดเร็วที่สุดนับตั้งแต่ปี 2022 ทำให้ยูเครนพยายามเรียกร้องให้ยกเลิกข้อจำกัดในการใช้ขีปนาวุธ Army Tactical Missile System (ATACMS) เพื่อหวังจะช่วยปกป้องกองกำลังของตนเองในภูมิภาคคูร์สก์ของรัสเซีย

อเล็กซานเดอร์ โคโรเลฟ ผู้ช่วยอาจารย์ด้านการเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจากมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์กล่าวว่า แรงจูงใจหลักในการเปลี่ยนแปลงความคิดของไบเดนและการเลือกเวลาของการตัดสินใจนี้คือ การทำให้ชีวิตของประธานาธิบดีทรัมป์ในอนาคตยากที่สุดเท่าที่จะทำได้ นักวิเคราะห์กล่าวว่าไบเดนและพรรคเดโมแครตของเขามั่นใจว่าจะชนะ การเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน แต่รองประธานาธิบดี คามาลา แฮร์ริส กลับพ่ายแพ้ให้กับทรัมป์ ดังนั้นการตัดสินใจนี้จะเปลี่ยนแปลงกรอบการดำเนินงานของโดนัลด์ ทรัมป์ด้วย โคโรเลฟกล่าวในรายการ Asia First ของแชนแนลนิวส์เอเชียว่า ในระหว่างการหาเสียงและก่อนที่ทรัมป์จะเริ่มหาเสียงอย่างเป็นทางการ เขาเคยประกาศคำพูดที่เกินจริงว่า เขาจะยุติสงครามในยูเครนภายในหนึ่งวันหรือหนึ่งสัปดาห์ก็ยังได้ ดังนั้นการตัดสินใจของไบเดน จะทำให้การเคลื่อนไหวในเรื่องนี้ของทรัมป์ยากขึ้น เพราะเขาจะต้องหาทางยุติสงครามยูเครนให้ได้ โดยไม่แสดงให้เห็นว่าเขาสนับสนุนรัสเซีย และแม้ว่าทรัมป์อาจจะประกาศเปลี่ยนเรื่องนี้หลังจากเข้ารับตำแหน่งได้ แต่การทำเช่นนั้นจะทำให้อเมริกาดูไม่ดี ในสายตาของประเทศพันธมิตร โดยเฉพาะในยุโรป

โดยก่อนหน้านี้ทรัมป์ได้ขู่ว่าจะตัดความช่วยเหลือจากยูเครนมาแล้วหลายครั้ง และในระหว่างการหาเสียง เขายังได้วิจารณ์ประธานาธิบดียูเครน โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ว่าเป็นเซลล์ขายของที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก พร้อมชี้ให้เห็นว่าสหรัฐฯได้ให้เงินช่วยเหลือหลายพันล้านดอลลาร์แก่เคียฟ

การตัดสินใจที่มีนัยการเมืองและเชิงสัญลักษณ์

โคโรเลฟระบุว่า การใช้ ATACMS ซึ่งสามารถยิงได้ไกลถึง 300 กิโลเมตร เป็นการตัดสินใจทางการเมืองและเป็นการตัดสินใจเชิงสัญลักษณ์เป็นส่วนใหญ่ เพราะขีปนาวุธนี้จะไม่ทำให้ฉากทัศน์ของสงครามเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ โดยขีปนาวุธเหล่านี้จะไม่สามารถโจมตีศูนย์กลางการเมืองที่สำคัญได้ แต่อาจจะถูกนำไปใช้โจมตีภูมิภาคคูร์สก์และพื้นที่อื่น ๆ ที่ถูกรัสเซียยึดครอง ซึ่งเดิมเคยเป็นพื้นที่ของยูเครน โดยรัฐบาลของนายไบเดน เลือกที่จะชี้แจงต่อสื่อต่างๆว่า การตัดสินใจครั้งนี้ เป็นการตอบโต้ต่อการที่เกาหลีเหนือส่งทหารไปช่วยรัสเซียในสงครามกับยูเครนเพื่ออ้างความชอบธรรม

แกรนต์ นิวแชม นักวิจัยอาวุโสจาก Japan Forum for Strategic Studies กล่าวว่า สถานการณ์ได้แย่ลงถึงจุดที่รัฐบาลใหม่ของทรัมป์จะต้องทำงานหนักมาก โดยรัฐบาลทรัมป์จะเข้าใจถึงความเสี่ยงที่ไม่เพียงแต่สหรัฐฯ แต่ทั้งโลกต้องเผชิญ ทำให้พวกเขาจะเข้มงวดและเด็ดขาดมากขึ้นกับเกาหลีเหนือ, จีน และรัสเซีย 

นิวแชมกล่าวว่า การที่เกาหลีเหนือเข้ามามีส่วนร่วมในสงครามรัสเซีย-ยูเครนเป็นสิ่งที่ต้องกังวลอย่างมาก เพราะเมื่อไม่นานมานี้ เกาหลีเหนือได้ทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีปใหม่ที่พวกเขากล่าวอ้างว่าสามารถโจมตีแผ่นดินใหญ่ของสหรัฐฯ ได้ นอกจากนี้นายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือยังได้เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ทหารเตรียมพร้อมสำหรับสงคราม และแสดงตัวให้ทั่วโลกเห็นว่าเกาหลีเหนือไม่กลัวการคว่ำบาตรใดๆ เพราะได้รับการสนับสนุนจากรัสเซียและจีนอยู่

ความเสี่ยงจากการตัดสินใจครั้งนี้

สหรัฐอเมริกาเชื่อว่าเกาหลีเหนือส่งทหารกว่า 10,000 คนไปยังรัสเซียตะวันออก โดยส่วนใหญ่ไปยังภูมิภาคคูร์สก์และเริ่มปฏิบัติการรบแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ แสดงท่าทีไม่เต็มใจที่จะให้ยูเครนใช้ขีปนาวุธที่จัดหาโดยสหรัฐฯ เพื่อโจมตีเป้าหมายภายในรัสเซียลึก ๆ เพราะเกรงว่าจะทำให้สงครามทวีความรุนแรงขึ้น ก่อนที่ล่าสุดจะเปลี่ยนท่าทีและอนุญาตให้ยูเครนนำขีปนาวุธจากสหรัฐฯไปใช้ได้

หลังจากที่สหรัฐฯส่งสัญญาณออกไป นายเซเลนสกีได้ระบุในการแถลงเมื่อตอนเย็นวันอาทิตย์ว่า ขีปนาวุธเหล่านี้จะบอกเล่าทุกอย่างด้วยตัวมันเอง โดยก่อนหน้านี้ในเดือนกันยายน ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซียเตือนว่าการใช้ ATACMS ภายในรัสเซียจะหมายความว่า NATO หรือองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ อยู่ในภาวะสงครามกับรัสเซีย ขณะที่นายวลาดิเมียร์ จาบาโรฟ รองหัวหน้าคณะกรรมาธิการด้านกิจการต่างประเทศของสภาผู้แทนราษฎรแห่งรัสเซียกล่าวกับ TASS สื่อของรัสเซียว่า การตัดสินใจนี้อาจนำไปสู่สงครามโลกครั้งที่ 3 และจะได้รับการโต้อย่างรวดเร็ว.

ผู้เขียน : อาจุมมาโอปอล

ที่มา : channelnewsasia , BBC

กาตาร์เผย ทีมเจรจาฮามาสปิดสำนักงาน-ออกจากโดฮา แต่ย้ำไม่ปิดถาวร

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2826497

กาตาร์เผย ทีมเจรจาฮามาสปิดสำนักงาน-ออกจากโดฮา แต่ย้ำไม่ปิดถาวร

20 พ.ย. 2567 04:45 น.

กาตาร์เผย ทีมเจรจาฮามาสปิดสำนักงาน-ออกจากโดฮา แต่ย้ำไม่ปิดถาวร

ทีมเจรจาฮามาสปิดสำนักงานและออกจากกรุงโดฮาแล้ว หลังกาตาร์ประกาศระงับบทบาทการเป็นตัวกลางเจรจาหยุดยิงในฉนวนกาซา

เมื่อวันอังคารที่ 19 พ.ย. 2567 นาย มาเจด อัล-อันซารี โฆษกกระทรวงต่างประเทศของกาตาร์ เปิดเผยว่า นาย คาลิล อัล-ฮายยา ผู้นำอาวุโสที่สุดของกลุ่มฮามาสนอกฉนวนกาซา กับสมาชิกคนสำคัญในทีมเจรจาของพวกเขา ออกจากกรุงโดฮาแล้ว

นายอัล-อันซารี ระบุว่า สำนักงานของฮามาสในกรุงโดฮา ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อีกต่อไป หลังจากกาตาร์ประกาศถอนตัวจากการเป็นตัวกลางเจรจาหยุดยิงในกาซา เมื่อช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน อย่างไรก็ตาม โฆษกย้ำว่า สำนักงานไม่ได้ปิดตัวลงอย่างถาวร

ด้านเจ้าหน้าที่ของปาเลสไตน์ บอกกับสำนักข่าว บีบีซี ว่า ปฏิเสธรายงานข่าวที่ว่า กาตาร์ร้องขออย่างเป็นทางการให้ฮามาสออกจากกรุงโดฮา โดยกาตาร์วางตัวอย่างระมัดระวังเพื่อหลีกเลี่ยงการสร้างความตึงเครียดระหว่างรัฐบาลของ โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งกำลังจะหมดวาระ กับรัฐบาลของ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะเข้ามาแทนที่

เขาบอกอีกว่า ทีมเจรจาของฮามาสต้องปรับการประจำการในภูมิภาค และปกปิดที่อยู่ของตัวเองเป็นความลับ เพื่อไม่ทำให้ประเทศเจ้าบ้านต้องเสียหน้า แต่คาดว่า นายอัล-ฮายยา อาจจะอยู่ที่ตุรกี ซึ่งเขาเคยเดินทางไปหลายครั้งในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดี เมื่อวันจันทร์ที่ 18 พ.ย. กลุ่มฮามาสออกแถลงการณ์ผ่านเทเลแกรม เพื่อปฏิเสธที่ว่า ผู้นำของกลุ่มฮามาสกำลังออกจากกาตาร์ไปตุรกี ซึ่งกำลังแพร่สะพัดในสื่ออิสราเอล

ขณะที่กระทรวงต่างประเทศของตุรกีก็ออกมาปฏิเสธเช่นกัน โดยระบุว่า แม้สมาชิกฝ่ายการเมืองของฮามาสจะมาเยือนตุรกีเป็นครั้งคราว แต่ข้อกล่าวหาที่ว่าสำนักงานการเมืองของฮามาสถูกย้ายมายังตุรกีนั้น ไม่เป็นความจริง

ส่วนนาย แมทธิว มิลเลอร์ โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ พวกเขาไม่อยู่ในตำแหน่งที่จะโต้แย้งรายงานนี้ได้ แต่พวกเขาเชื่อว่า ผู้นำองค์กรก่อการร้ายไม่ควรอยู่ที่ใดก็ตามได้อย่างสุขสบาย โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ของหนึ่งในประเทศพันธมิตรสำคัญและหุ้นส่วนของเรา


นายมิลเลอร์ปฏิเสธที่จะคาดการณ์ว่า หากตุรกีรับผู้นำฮามาสเข้าไปอยู่ จะเกิดผลที่ตามมาอย่างไร ในฐานะที่ตุรกีเป็นชาติสมาชิกนาโต

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

พระโอรสของมกุฎราชกุมารีแห่งนอร์เวย์ โดนจับ เป็นผู้ต้องสงสัยคดีข่มขืน

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2826496

พระโอรสของมกุฎราชกุมารีแห่งนอร์เวย์ โดนจับ เป็นผู้ต้องสงสัยคดีข่มขืน

20 พ.ย. 2567 03:24 น.

พระโอรสของมกุฎราชกุมารีแห่งนอร์เวย์ โดนจับ เป็นผู้ต้องสงสัยคดีข่มขืน

มาริอุส บอร์ก ฮอยบี พระโอรสของมกุฎราชกุมารีแห่งนอร์เวย์ ถูกจับกุมตัวในฐานะผู้ต้องสงสัยในคดีข่มขืน โดยเจ้าตัวปฏิเสธข้อกล่าวหา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า มาริอุส บอร์ก ฮอยบี วัย 27 ปี พระโอรสในเจ้าหญิงเม็ตเต-มาริต มกุฎราชกุมารีแห่งนอร์เวย์ ที่เกิดกับนาย มอร์เทิน บอร์ก อดีตเพื่อนชายคนสนิท และปัจจุบันเป็นพระโอรสบุญธรรมของเจ้าชายโฮกุน มกุฎราชกุมารแห่งนอร์เวย์ ถูกจับกุมตัวในฐานะผู้ต้องสงสัยในคดีข่มขืน

เมื่อวันอังคารที่ 19 พ.ย. 2567 ตำรวจนอร์เวย์เปิดเผยว่า นายฮอยบีถูกตั้งข้อหา มีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่ไม่มีสติ หรือไม่สามารถขัดขืนได้ด้วยสาเหตุอื่น รวมถึงข้อหาอื่นๆ ที่กระทำต่อผู้เสียหาย 4 คน แต่นายฮอยบีปฏิเสธข้อหาข่มขืน

ตามรายงานของสื่อท้องถิ่น นายฮอยบีถูกจับกุมตัวในเวลา 23.12 น. ของวันจันทร์ที่ 18 พ.ย. ขณะอยู่ในรถกับหญิงซึ่งเป็นเหยื่ออีกรายของเขาจากคดีอื่น ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 ส.ค. และทำให้หนุ่มวัย 27 ปีรายนี้ถูกตั้งข้อหาใช้ความรุนแรงและทำลายทรัพย์สินส่วนบุคคล

ตำรวจระบุด้วยว่า นายฮอยบีถูกตั้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมในคดีเมื่อเดือนสิงหาคมคือ ทารุณผู้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิด กับละเมิดคำสั่งห้ามเข้าใกล้ผู้เสียหาย และเพิ่มข้อหา ขับขี่ยานพาหนะโดยไม่มีใบอนุญาตด้วย

ก่อนหน้านี้ นายฮอยบีเคยถูกตั้งข้อหาทารุณกรรมแฟนเก่า 2 ราย และเคยข่มขู่ชายคนหนึ่งมาแล้ว

ทั้งนี้ มาริอุส บอร์ก ฮอยบี เป็นลูกชายของเม็ตเต-มาริต ที่เกิดกับนาย มอร์เทิน บอร์ก ก่อนที่เธอจะเสกสมรสกับเจ้าชาย ในปี 2544 แต่นายฮอยบีเป็นสามัญชน ไม่มีบรรดาศักดิ์ และไม่มีหน้าที่ต้องปฏิบัติกิจสาธารณะของเชื้อพระวงศ์

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

บราซิลจับ 5 ตำรวจ-ทหาร วางแผนสังหาร ประธานาธิบดี ลูลา ดา ซิลวา

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2826495

บราซิลจับ 5 ตำรวจ-ทหาร วางแผนสังหาร ประธานาธิบดี ลูลา ดา ซิลวา

20 พ.ย. 2567 02:09 น.

บราซิลจับ 5 ตำรวจ-ทหาร วางแผนสังหาร ประธานาธิบดี ลูลา ดา ซิลวา

ตำรวจบราซิล จับกุมตัวทหารกับตำรวจรวม 5 ราย ในฐานะผู้ต้องสงสัย วางแผนลอบสังหารประธานาธิบดี ลูลา ดา ซิลวา ก่อนที่เขาจะรับตำแหน่งเมื่อ 2 ปีก่อน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าวันอังคารที่ 19 พ.ย. 2567 ตำรวจในประเทศบราซิล ดำเนินการจับกุมทหาร 4 นาย กับตำรวจอีก 1 นาย ในฐานะผู้ต้องสงสัย วางแผนสังหารนาย ลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ก่อนที่เขาจะสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อปี 2565

ทั้ง 5 คนถูกกล่าวหาว่า เป็นส่วนหนึ่งในแผนการสังหารนาย ลูลา ดา ซิลวา กับนาย เกรัลโด อัลค์มิน รองประธานาธิบดีของเขา โดยตั้งใจจะลงมือในวันที่ 15 ธ.ค. 2565 หรือประมาณ 2 สัปดาห์ก่อนที่นายลูลา ดา ซิลวา จะสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ของบราซิล

นายลูลาชนะการเลือกตั้งในเดือนตุลาคม 2565 โดยได้คะแนนเสียงมากกว่านาย ชาอีร์ โบลโซนาโร ประธานาธิบดีบราซิลในตอนนั้นเพียงเล็กน้อย

ต่อมาในวันที่ 8 ม.ค. 2566 หรือราว 1 สัปดาห์หลังนายลูลาสาบานตนรับตำแหน่ง ผู้สนับสนุนของนายโบลโซนาโรก็บุกอาคารสภาคองเกรส, อาคารศาลสูงสุด และทำเนียบประธานาธิบดี รื้อทำลายข้าวของภายในจนได้รับความเสียหายอย่างหนัก และเหตุการณ์นี้นำไปสู่การจับกุมผู้ก่อจลาจลจำนวนหลายพันคน

ตำรวจบราซิลเริ่มสืบสวนเรื่องความพยายามขัดขวางนายลูลาจากการรับตำแหน่งประธานาธิบดี ก็เริ่มขึ้นนับจากนั้น แต่เมื่อวันอังคารที่ 20 พ.ย. 2567 ถือเป็นครั้งแรกที่ตำรวจเปิดเผยว่า มีความพยายามลอบสังหารนายลูลาด้วย

นายเปาโล ปิเมนตา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการสื่อสารทางสังคม ของบราซิล กล่าวหลังข่าวเรื่องการจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยทั้ง 5 รายได้รับการเปิดเผยออกมาว่า แผนลอบสังหารนายลูลากับนายอัลค์มิน เกือบจะเกิดขึ้นแล้ว แต่มีรายละเอียดปลีกย่อยบางอย่าง ที่หยุดไม่ให้มันเกิดขึ้น

ด้านสำนักข่าว เอเอฟพี รายงานอ้างการเปิดเผยของแหล่งข่าวในสำนักงานตำรวจกลางของบราซิล ว่า ทหารทั้ง 4 นาย ถูกจับกุมตัวที่ริโอ เด จาเนโร ในระหว่างที่พวกเขากำลังร่วมในปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยให้แก่ผู้นำโลก ที่มาเข้าร่วมการประชุม G20 ซึ่งกำลังเกิดขึ้นในนครแห่งนี้

ขณะที่ G1 เว็บไซต์ข่าวของบราซิล ระบุว่า ทหารทั้ง 4 นาย ซึ่งผ่านการฝึกฝนของกองกำลังพิเศษ ถูกกล่าวหาว่า เป็นผู้ก่อตั้งส่วนหนึ่งขององค์กรอาชญากรรม ที่วางแผนลอบสังหารนายลูลา

ส่วนตำรวจกลางของบราซิล ระบุในแถลงการณ์ว่า การสืบสวนของพวกเขาชี้ว่า องค์กรอาชญากรรมกลุ่มนี้ใช้ความรู้ด้านเทคโนโลยีทางทหารระดับสูง เพื่อวางแผน, ประสานงาน และกระทำการผิดกฎหมาย ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม 2565

แถลงการณ์บอกอีกว่า คนกลุ่มนี้ไม่เพียงวางแผนลอบสังหารประธานาธิบดีกับรองฯ เท่านั้น ยังมีแผนจับตัวและสังหารสมาชิกศาลสูงสุด หลังจากการรัฐประหารประสบความสำเร็จด้วย โดยปฏิบัติการนี้มีชื่อเล่นว่า ปฏิบัติการ “มีดสั้นเขียวเหลือง” (green and yellow dagger) โดยคาดว่าสื่อถึงสีบนธงชาติบราซิล

ตำรวจบอกอีกว่า คนร้ายหารือกันว่าจะสังหารนายลูลากับนายอัลค์มินอย่างไรดี ก่อนจะได้ข้อสรุปว่าจะใช้วิธีวางยาพิษ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

จีนเผย “เผิง ต้าซุ่น” หนึ่งในผู้นำฝ่ายกบฏเมียนมา กำลังรักษาตัวในจีน

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2826491

จีนเผย “เผิง ต้าซุ่น” หนึ่งในผู้นำฝ่ายกบฏเมียนมา กำลังรักษาตัวในจีน

19 พ.ย. 2567 23:45 น.

จีนเผย “เผิง ต้าซุ่น” หนึ่งในผู้นำฝ่ายกบฏเมียนมา กำลังรักษาตัวในจีน

จีนเผย เผิง ต้าซุ่น หนึ่งในผู้นำกองกำลังติดอาวุธชนกลุ่มน้อยในเมียนมา เดินทางมาจีนเพื่อรักษาตัว ท่ามกลางรายงานข่าวว่า ชายคนนี้ถูกทางการปักกิ่งจับกุมแล้ว

เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สื่อท้องถิ่นในเมียนมารายงานข่าวอย่างหนักว่า นายเผิง ต้าซุ่น ผู้นำกองทัพพันธมิตรประชาธิปไตยแห่งชาติเมียนมา (MNDAA) หนึ่งในกลุ่มกบฏที่สำคัญที่สุดในเมียนมา ถูกทางการจีนจับกุมตัวแล้ว

นักข่าวในประเทศจีนจึงถือโอกาส สอบถามนาย หลิน เจียน โฆษกกระทรวงต่างประเทศ ระหว่างจัดงานแถลงข่าวประจำวันในวันอังคารที่ 19 พ.ย. 2567 ว่า นายเผิงถูกจับกุมตัวจริงหรือไม่ ซึ่งนายหลินตอบว่า ก่อนหน้านี้นายเผิงยื่นเอกสารขอเดินทางมาจีนเพื่อรับการรักษาทางการแพทย์ และตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างการรักษาและฟื้นตัว

อย่างไรก็ตาม นายหลินไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการ หรือที่อยู่ของนายเผิง

ทั้งนี้ MNDAA เป็นกองทัพกบฏของชาวโกก้างในรัฐฉาน ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2532 และเป็นกลุ่มแรกๆ ที่ทำข้อตกลงหยุดยิงกับรัฐบาลทหารเมียนมา ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวดำเนินมานานร่วม 20 ปี จนกระทั่งเกิดการปะทะที่โกก้าง เมื่อเดือนสิงหาคม 2552 ทำให้การหยุดยิงพังทลาย

ผลจากการต่อสู้ดังกล่าว ทำให้ MNDAA ถูกผลักดันออกจากเมืองเล่าก์ก่าย ในเขตปกครองตนเองโกก้าง และทำให้ มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารคนปัจจุบันมีชื่อเสียงขึ้นมาในฐานะผู้บัญชาการส่วนภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม เมื่อเดือนมกราคมปีก่อน MNDAA สามารถยึดเมืองเล่าก์ก่ายกลับคืนมาได้สำเร็จ หลังทหารฝ่ายรัฐบาลมากกว่า 2,000 นาย ยอมจำนน จนกลายเป็นความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ที่สุดของรัฐบาลทหารเมียนมาในรอบหลายสิบปี

จากนั้นในเดือนสิงหาคมปีเดียวกัน MNDAA ก็บุกยึดเมืองล่าเสี้ยว ซึ่งห่างจากเขตปกครองตนเองโกก้างราว 100 กม. ได้สำเร็จ

แต่การยึดเมืองล่าเสี้ยวดูเหมือนจะเป็นการล้ำเส้นเกินไปสำหรับจีน ซึ่งแสดงความกังวลมานานแล้วว่า อาจมีอิทธิพลจากชาติตะวันตกเข้ามาเกี่ยวข้องกับ กลุ่มติดอาวุธฝ่ายสนับสนุนประชาธิปไตยบางกลุ่มในเมียนมา และความก้าวหน้าในปัจจุบันของฝ่ายต่อต้าน ก็ทำให้มีความเป็นไปได้ที่รัฐบาลทหารจะล่มสลาย

นับตั้งแต่ล่าเสี้ยวแตก จีนก็ตัดน้ำตัดบริการอินเทอร์เน็ตที่ส่งให้แก่เขตปกครองตนเองโกก้าง ซึ่งติดกับมณฑลยูนนาน ของจีน

ขณะที่นาย เจสัน ทาวเวอร์ จากสถาบันสันติภาพ (Institute of Peace) ในสหรัฐฯ ระบุว่า เนื่องจากจีนมีความต้องการอย่างยิ่งที่จะทำให้การหยุดยิงระหว่างรัฐบาลทหารเมียนมากับฝ่ายต่อต้าน จึงเป็นไปได้ที่จีนจะจับกุมตัวนายเผิงเอาไว้ เพื่อกล่อมให้เขายอมสละเมืองล่าเสี้ยว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna