‘WOLF HOWL HARMONY’ บทพิสูจน์ตัวตน ผ่านท่วงทำนองที่ไม่หยุดนิ่ง

https://www.naewna.com/entertain/842416

‘WOLF HOWL HARMONY’ บทพิสูจน์ตัวตน ผ่านท่วงทำนองที่ไม่หยุดนิ่ง

‘WOLF HOWL HARMONY’ บทพิสูจน์ตัวตน ผ่านท่วงทำนองที่ไม่หยุดนิ่ง

วันอังคาร ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 18.47 น.

4 หนุ่ม J-Pop สุดเท่ WOLF HOWL HARMONY from EXILE TRIBE กลับมาอีกครั้งพร้อมซิงเกิลใหม่ “ROLLIN’ STONES” ที่แข็งแกร่งและเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งความมุ่งมั่นผ่านบทพิสูจน์ตนเองจากอุปสรรคและเผชิญกับความท้าทายเพื่อเดินบนเส้นทางที่ภาคภูมิใจ โดยสมาชิกทั้ง 4 ประกอบด้วย RYOJI (เรียวจิ) ลีดเดอร์มาดนิ่ง, SUZUKI (ซูซูกิ) พี่ใหญ่ ออร่ามหาเสน่ห์, GHEE (กี) หนุ่มหน้าคมลูกครึ่งญี่ปุ่น-บราซิล และ HIROTO (ฮิโรโตะ) น้องเล็กที่มาเติมความสดใส ได้มารวมตัวกันเป็นเหล่าหมาป่าเทสดี เดบิวต์อย่างเป็นทางการในเดือนสิงหาคม 2023

ซิงเกิลใหม่ “ROLLIN’ STONES” ของพวกเขาได้นำมาแสดงครั้งแรกบนเวทีคอนเสิร์ต ‘NEO EXILE SPECIAL LIVE 2024’ ในเดือนกันยายน ณ กรุงโตเกียว สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมเป็นอย่างมาก พร้อมกับได้รับเลือกให้เป็นเพลงเปิดสำหรับละครเรื่อง *Bunt Man* ทางช่อง Tokai TV ด้วย โดยซิงเกิลนี้ปล่อยให้แฟน ๆ ได้ฟังกันตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา เป็นบทเพลงที่ถ่ายทอดผ่านท่วงทำนองอันหนักแน่นแข็งแกร่งดังหินผา แต่ว่ากลมกล่อมด้วยเสน่ห์และเสียงร้องสุดลงตัวของทั้ง 4 หนุ่ม WOLF HOWL HARMONY เพื่อมอบแรงบันดาลใจให้ผู้ฟังได้เอาชนะต่อความพ่ายแพ้และลุกขึ้นสู้ด้วยพลังคนรุ่นใหม่ที่ไม่หยุดนิ่ง สานต่อแนวคิดจากซิงเกิลไตรภาคก่อนหน้า อย่าง “Pink Flash Lights”, “Love Triangle” และ “Pierce” พร้อมกันนี้พวกเขากำลังเตรียมอัลบั้มเต็มชุดแรกซึ่งจะปล่อยในวันที่ 12 มีนาคม 2025 ให้บรรดาเหล่า LOVERED (ชื่อแฟนคลับ) เตรียมรอกันได้เลย!

RYOJI (เรียวจิ) ลีดเดอร์มาดนิ่ง

RYOJI (เรียวจิ) ลีดเดอร์มาดนิ่ง

SUZUKI (ซูซูกิ) พี่ใหญ่ ออร่ามหาเสน่ห์

SUZUKI (ซูซูกิ) พี่ใหญ่ ออร่ามหาเสน่ห์

GHEE (กี) หนุ่มหน้าคมลูกครึ่งญี่ปุ่น-บราซิล

GHEE (กี) หนุ่มหน้าคมลูกครึ่งญี่ปุ่น-บราซิล

HIROTO (ฮิโรโตะ) น้องเล็กที่มาเติมความสดใส

HIROTO (ฮิโรโตะ) น้องเล็กที่มาเติมความสดใส

‘มิ้ลค์-เลิฟ’ ปล่อยความสดใส กับซิงเกิลใหม่ ‘ช็อตฟีล’

https://www.naewna.com/entertain/842414

‘มิ้ลค์-เลิฟ’ ปล่อยความสดใส กับซิงเกิลใหม่ ‘ช็อตฟีล’

‘มิ้ลค์-เลิฟ’ ปล่อยความสดใส กับซิงเกิลใหม่ ‘ช็อตฟีล’

วันอังคาร ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 18.39 น.

ปล่อยพลังความสดใสต้อนรับลมหนาว ไปกับซิงเกิลใหม่ล่าสุด “ช็อตฟีล (Shot-Feel)” ของคู่จิ้นคู่ฮอต “มิ้ลค์-พรรษา วอสเบียน” และ “เลิฟ-ภัทรานิษฐ์ ลิ้มปติยากร สังกัด GMMTV” กับเพลงน่ารักๆ ขี้เล่น ที่สองสาวพยายามดึงความเป็นตัวเอง ถ่ายทอดออกมาเป็นบทเพลงนี้ได้ละมุนสุดๆ โดยได้ทีมคนดนตรีคุณภาพอย่าง “Wisp Team” รับหน้าที่ Producer แต่งเนื้อร้องและทำนองให้ได้อย่างลงตัว กับเนื้อหาชวนยิ้มกริ่มที่แม้ว่าเธอจะแอบเซ็งนิดๆ ที่ฉันชอบช็อตฟีล แต่ที่ฉันชอบช็อตฟีลก็เพราะว่าเขินเธอนะ อีกทั้งยังมีท่าเต้นคิ้วท์ๆ ให้แฟนๆ ได้เต้นตามกันอีกด้วย

 “มิ้ลค์-เลิฟ” เผยว่า “พวกเรารู้สึกตื่นเต้นมากๆ ที่ได้ถ่ายทอดความรู้สึก เล่าเรื่องราวที่ค่อนข้างรีเลทกับเรา 2 คน รวมถึงแฟนๆ ด้วย ที่มักจะมีกับคำว่าช็อตฟีลบ่อยๆ เพราะในคำว่า ‘ช็อตฟีล’ จะมีความน่ารัก ขี้เล่น แล้วก็เป็นตัวของเรา 2 คนมากๆ ที่แบบมีความแกล้งๆ กัน มีความเป็นตัวของ ตัวเอง และมีความกวนๆ นิดๆ  ที่พวกเราอยากจะถ่ายทอดลงไปในบทเพลง เลยกลายมาเป็นเพลง ช็อตฟีล (Shot-Feel)’ ขึ้นมา ก็เป็นอีกหนึ่งเพลงที่พวกเราชอบมาก และตั้งใจมากๆ พยายามถ่ายทอดความเป็นมิ้ลค์เลิฟ ความเป็นด้อมเมิฟเมิฟ, มี๊มิฟ, มินิฮาร์ท ให้มากที่สุด และมีท่าเต้นน่ารักๆ ด้วย ทุกคนมาเต้นกันเยอะๆ นะคะ ก็ขอฝากเพลงนี้ด้วยค่ะ”

ติดตามฟังซิงเกิล “ช็อตฟีล (Shot-Feel)” จากเสียงร้องของ 2 สาว “มิ้ลค์-เลิฟ” และรับชมมิวสิควีดิโอได้แล้ววันนี้ที่ YouTube : GMMTV RECORDS และ Music Streaming ทุกช่องทาง สามารถติดตามข่าวสารต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่ Facebook / Instagram / X  / TikTok / YouTube / Weibo: GMMTV

เอ็นดูภาพเบื้องหลัง ‘บูม-ฮาน่า-แอนน่า’ ฟาดอารมณ์แบบตาตึง หน้าตึง

https://www.naewna.com/entertain/842387

เอ็นดูภาพเบื้องหลัง ‘บูม-ฮาน่า-แอนน่า’ ฟาดอารมณ์แบบตาตึง หน้าตึง

เอ็นดูภาพเบื้องหลัง ‘บูม-ฮาน่า-แอนน่า’ ฟาดอารมณ์แบบตาตึง หน้าตึง

วันอังคาร ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 17.22 น.

เอ็นดูความทำตาตึง หน้าตึงใส่กัน แต่แอบหลุดถี่ยิบ ระหว่างสามนักแสดงนำ บูม-กิตตน์ก้อง  ขำกฤษ, ฮาน่า ลีวิส และ  แอนน่า กลึคส์ เพื่อฟาดอารมณ์ตามบทบาทที่ได้รับในละครเรื่อง “เล่ห์มยุรา” โดยผู้จัด อี๊ฟ-พุทธธิดา ศิระฉายา จาก ค่ายสกาย เอ็นเทอร์เทนเมนท์ กำกับการแสดงโดย หนึ่ง ชัชวาล ศาสวัตกลูน ห้ามพลาดวันพฤหัสบดีที่ 21 พ.ย. นี้ เวลา 20.30 น. ทางช่อง 7HD กด 35

เรื่องราววุ่นวายยุ่งเหยิง ! เมื่อ อินทุอร (แอนน่า กลึคส์) ประทับใจในตัว ราเมศร (บูม กิตตน์ก้อง) และต้องการทำให้ อุรัจวสี (ฮาน่า ลีวิส) เจ็บ เพราะลูกเจ็บ กรองแก้ว (ภารดี วงษ์สวัสดิ์) ผู้เป็นแม่ก็จะเจ็บปวดทุกข์ใจยิ่งกว่า อินทุอรเดินหน้าวางแผนแย่งราเมศรจากอุรัจวสี แต่อุรัจวสีเป็นคนฉลาดและรู้ทันคนจึงวางแผนและจับพิรุธอินทุอรได้ สองสาวรู้ทันกัน แต่ราเมศรรู้ไม่เท่าทันสองสาวจึงตกเป็นเครื่องมือของอินทุอรใช้ยั่วอารมณ์อุรัจวสี จนเป็นสาเหตุให้อุรัจวสีกับราเมศรที่ไม่เคยทะเลาะกันกลับต้องมีเรื่องขัดใจกันแทบทุกวัน เรียกว่าเรื่องเข้มข้นจนต้องตามติดทุกตอนกันเลยทีเดียว เบื้องหลังวันนี้ทำเอาต้องแอบขำกับซีนหลุดของ นักแสดงทั้ง 3 คน เมื่อน้องแอนน่าต้องนั่งชิงช้า พี่บูมก็แอบแกล้งนิดหน่อย แต่ฮาน่าไม่ปล่อยจ้า แกว่งไกวชิงช้าที่แอนน่านั่ง ไม่แกว่งธรรมดาผลักให้กระเด็นเลยทีเดียว พอถึงซีนที่ต้องปะทะฝีปากกันก็ไม่มีใครยอมใคร สู้กันสุดฤทธิ์ คนหนึ่งตาขึงปล่อยวาจายับ แต่จะมีนักแสดงอยู่หนึ่งท่านหลุดอมยิ้มทุกซีน เบื้องหลังสนุกแบบนี้ แต่เบื้องหน้ารับรองยิ้มซ่อนแค้นมีจริงต้องติดตาม

ติดตามชมการเชือดเฉือนอารมณ์ ด้วยเล่ห์ ไฟแค้น และกลลวง กับละครเรื่อง “เล่ห์มยุรา” โดยผู้จัด อี๊ฟ-พุทธธิดา ศิระฉายา จาก ค่ายสกาย เอ็นเทอร์เทนเมนท์ กำกับการแสดงโดย หนึ่ง ชัชวาล ศาสวัตกลูน บทประพันธ์ชื่อดังของ ชูวงศ์  ฉายะจินดา

นำแสดงโดย กิตตน์ก้อง  ขำกฤษ, ฮาน่า ลีวิส, แอนน่า กลึคส์, จุติ จำเริญเกตุประทีป พร้อมทัพนักแสดงชื่อดังมากฝีมือมาประชันบทบาททางการแสดงกันเพียบ อาทิ ริญญารัตน์ วัชรโรจน์สิริ, นิคิต้า กรรณเกต, แอนด์ดรูว์ กรเศก, ศิริพิชญ์ วิมลโนช, ภารดี วงษ์สวัสดิ์, นฤมล พงษ์สุภาพ, สุเชาว์ พงษ์วิไล, เบญจสิริ วัฒนา, สมมาตร ไพรหิรัญ, จิรกิตติ์ สุวรรณภาพ ฯลฯ

ทุกวันพุธและพฤหัสบดี เวลา 20.30 น. ออกอากาศทางช่อง 7HD กด 35 ดูทีวี #ช่อง7HD #กด35 ดูสดบนเว็บ ดูย้อนหลังบนแอป #iQIYI และเว็บ iQ.com ที่เดียวเท่านั้น

เปิดใจ..‘น้องเฟิร์น’ นิสิตเภสัชศาสตร์ มมส ออกแบบ ‘โลโก้หมูเด้ง’ เด้งไกลทั่วโลก

https://www.naewna.com/local/842393

เปิดใจ..‘น้องเฟิร์น’ นิสิตเภสัชศาสตร์ มมส  ออกแบบ ‘โลโก้หมูเด้ง’ เด้งไกลทั่วโลก

เปิดใจ..‘น้องเฟิร์น’ นิสิตเภสัชศาสตร์ มมส ออกแบบ ‘โลโก้หมูเด้ง’ เด้งไกลทั่วโลก

วันพุธ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 08.00 น.

หลังจากที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้ร่วมแสดงความยินดีกับ “นางสาวปิยภัสราแก้วตีนแท่น” หรือน้องเฟิร์น นิสิตคณะเภสัชศาสตร์ ที่ชนะการประกวด logo หมูเด้ง ชนะใจแฟนคลับทั่วประเทศ กว่า 57,520 คน จากผู้โหวตกว่า 100,000 คน รับเงินรางวัล 10,000 บาท จากองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา โดยนอกจากโลโก้จะเป็นที่ชื่นชอบถูกใจหลายๆ คนแล้วยังชื่นชมน้องเฟิร์นที่เรียนด้านเภสัชศาสตร์ แต่สามารถสร้างสรรค์งานศิลปะได้เป็นอย่างดีด้วย

โดย น้องเฟิร์น-ปิยภัสรา แก้วตีนแท่นเจ้าของผลงานการออกแบบโลโก้หมูเด้งดังกล่าว เล่าว่า ก่อนหน้านี้ได้ติดตามน้องหมูเด้งมาตลอดดูทุกวัน โดยติดตามผ่านเพจเฟซบุ๊ก ขาหมูแอนด์เดอะแก๊ง ดูพัฒนาการและความน่ารักของน้องหมูเด้งที่เล่นอยู่กับแม่ จากนั้นเห็นมีการประชาสัมพันธ์เรื่องการประกวดออกแบบโลโก้ จึงมีความสนใจ เพราะส่วนตัวก็เป็นคนชอบศิลปะและหัดวาดภาพเป็นงานอดิเรกอยู่แล้ว จึงลองส่งเข้าประกวดดู โดยใช้อุปกรณ์ในการวาดภาพก็มี iPad (ไอแพด) 1 เครื่อง พร้อมโปรแกรม Procreate ซึ่งเป็นแอปสำหรับทำกราฟิกและออกแบบวาดภาพด้วยปากกาที่มีไว้ใช้กับสมาร์ทโฟนหรือแท็บเลต

นึกถึงหมูเด้ง นึกถึงอะไร? นั่นคือโจทย์ที่ต้องคิดให้ออก ก่อนที่จะมาลงมือวาด นั่นคือ “นึกถึงน้องหมูเด้งมีแก้มสีชมพู มีแก้มเยอะๆ มีเหนียงด้วย ลำตัวอ้วนกลม กำลังเงยหน้าอ้าปากรอรับอาหาร หรือกำลังทักทายผู้ชมอยู่” จากนั้นก็ลงมือวาดซึ่งทำไว้หลายแบบ แต่นำมาตัดเส้นทำจริงจัง จำนวน 2 แบบ ในภาพก็จะมีแค่ตัวรูปน้องหมูเด้งและตัวอักษรเขียนว่า MOO DENG อยู่ด้านบนตัวหมูเด้ง ด้วยความที่เป็นโลโก้ อยากให้เป็นทรงกลม มีชื่อด้านบน มีรูปด้านล่างมีขอบเขตเป็นวงกลม

จากนั้นก็มาลุ้นว่าจะได้รับรางวัลหรือไม่ซึ่งในใจก็คิดว่ามีสิทธิ์ลุ้นรางวัล เพราะส่งให้เพื่อนดู เพื่อนก็ชอบด้วยและบอกว่าสวยและติดตามว่าจะประกาศผลวันไหน หลังประกาศเห็นผลโหวตของตัวเองนำโดดเลย ทำให้ดีใจมากๆ โดยกรรมการได้เลือก 10 ผลงานมาก่อนและมาให้ประชาชนทั่วประเทศโหวตทางเพจองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย และก็ปรากฏว่าได้รับเลือกด้วยคะแนนผลโหวตที่มากที่สุด จำนวน 57,520 คน จากผู้โหวตกว่า 100,000 คน

“โดยหลังไปรับรางวัล ได้มีโอกาสไปเจอหมูเด้งตัวจริงมาแล้วตัวเล็กกว่าที่คิด น้องน่ารักมาก ไปเจอตอนน้องกำลังหัดเคี้ยวหญ้าอยู่พยายามชะเง้อดู เพราะคนเยอะมาก และถ่ายรูปคู่กับน้องมาด้วย ประทับใจมาก” น้องเฟิร์น กล่าว

“ฝากถึงเพื่อนๆ ที่อาจจะเครียดด้านการเรียน ลองหากิจกรรมที่ชอบทำในเวลาว่าง เช่น งานศิลปะ ดนตรี หรือกีฬา จะช่วยให้เราผ่อนคลายความเครียด เพราะว่าเป็นงานอดิเรกที่เราทำอย่างมีความสุขทำควบคู่กับการเรียนได้ ให้เกิดความบาลานซ์ สร้างสมดุลชีวิตการเรียนและชีวิตส่วนตัวให้ลงตัว” น้องเฟิร์น-ปิยภัสรา กล่าวทิ้งท้าย

หลังจากนี้ เราก็จะได้เห็นผลงานการออกแบบโลโก้หมูเด้ง ในผลิตภัณฑ์หมูเด้ง ฮิปโปโปเตมัสแคระ เพื่อนำไปใช้เป็นตราสัญลักษณ์ประกอบผลิตภัณฑ์ต่างๆ ขององค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยต่อไป

เดินหน้าโครงการ ‘ติวเตอร์’ ปีที่ 14 แนะเส้นทางสู่รั้วมหาวิทยาลัย

https://www.naewna.com/local/842390

เดินหน้าโครงการ ‘ติวเตอร์’ ปีที่ 14 แนะเส้นทางสู่รั้วมหาวิทยาลัย

เดินหน้าโครงการ ‘ติวเตอร์’ ปีที่ 14 แนะเส้นทางสู่รั้วมหาวิทยาลัย

วันพุธ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

สมาคมเพื่อนชุมชน โดย กลุ่มปตท. เอสซีจี โรงไฟฟ้าบีแอลซีพี กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย กลุ่ม จีพีเอสซี และบริษัทสมาชิกสมทบอีก 13 บริษัท จัดพิธีเปิดโครงการเพื่อนชุมชนติวเตอร์ ปีที่ 14 ประจำปี 2567 ภายใต้แนวคิด “The Empower for the new chapter เสริมพลังเพิ่มความพร้อม สู่บทบาทใหม่ของชีวิต” เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับเยาวชนในจังหวัดระยองกว่า 35,000 คนหวังยกระดับคุณภาพชีวิต ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างงาน สร้างอาชีพ และลดปัญหาสังคมในพื้นที่ สะท้อนความร่วมมืออันแข็งแกร่งระหว่างภาคเอกชนและชุมชน เพื่อพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน โดยมี ดร.พิเชษฐ์ ตั้งปัญญารัช อุปนายกสมาคมเพื่อนชุมชน ร่วมเปิดงาน พร้อมด้วยนายเรืองฤทธิ์ ประกอบธรรม ปลัดจังหวัดระยอง ณ แพชชั่น ฮอลล์ ชั้น 3ศูนย์การค้าแพชชั่น ช้อปปิ้ง เดสติเนชัน

ดร.พิเชษฐ์ ตั้งปัญญารัช อุปนายกสมาคมเพื่อนชุมชน กล่าวว่าทางสมาคมเพื่อนชุมชน ได้ดำเนินการจัดโครงการเพื่อนชุมชนติวเตอร์ ประจำปี 2567 ซึ่งเป็นการจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 14 มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมการศึกษาและสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนที่อยู่ใน จ.ระยอง ซึ่งที่ผ่านมาทางสมาคมฯ ได้ให้ความสำคัญในการสนับสนุนด้านการศึกษามาโดยตลอด เป็นการเสริมสร้างโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา อาทิ โครงการเพื่อนชุมชนติวเตอร์สำหรับแนะแนวศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา โครงการ CPA V-Camp สำหรับแนะแนวศึกษาต่อในระดับอาชีวศึกษา การมอบทุนการศึกษาให้กับบุตรหลานในจังหวัดระยองที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ทั้งในระดับปริญญาตรี บุคลากรด้านสาธารณสุข จนสามารถพัฒนาทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพเพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับการจัดโครงการดังกล่าวมีเยาวชนให้ความสนใจเข้าร่วมกว่า 35,000 คน โดยกิจกรรมนี้จัดขึ้นทั้งในรูปแบบ Onsite และ Online ตั้งแต่วันที่ 14-17 พฤศจิกายน 2567 เพื่อเปิดโอกาสให้น้องๆ เยาวชนในจังหวัดระยองและทั่วประเทศสามารถเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ได้อย่างทั่วถึง และยังได้รับเกียรติจาก แพทย์หญิงนรีกุลเกตุประภากร หรือหมอฟรัง เป็นวิทยากรสุดพิเศษมาร่วมสร้างแรงบันดาลใจ และแนะนำการเรียนการสอบ TCAS68 รวมถึงการจัดกวดวิชาครอบคลุม 7 สาขาวิชาหลัก โดยติวเตอร์ชั้นนำระดับประเทศ

ทั้งนี้ ทางสมาคมฯ ขอขอบคุณผู้บริหารโรงเรียนในจังหวัดระยอง ทั้ง 26 แห่ง ที่ให้ความสำคัญและสนับสนุนนักเรียนมาเข้าร่วมโครงการฯ ในครั้งนี้ซึ่งสมาคมฯยังคงยึดมั่นในพันธกิจเพื่อการศึกษาและการพัฒนาเยาวชนในจังหวัดระยอง รวมถึงจังหวัดอื่นๆ ที่เข้าร่วมผ่านช่องทาง Online โดยมุ่งหวังให้เยาวชนนำความรู้ที่ได้รับมาพัฒนา จ.ระยอง ในอนาคต และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติ “เพื่อให้บ้านเราน่าอยู่ สังคมยั่งยืน”

นายเรืองฤทธิ์ ประกอบธรรม ปลัดจังหวัดระยอง กล่าวเสริมว่า การดำเนินงานโครงการเพื่อนชุมชนติวเตอร์ เข้าสู่ปีที่ 14 ประจำปี 2567 ภายใต้แนวคิด The Empower for the new chapter เสริมพลังเพิ่มความพร้อม สู่บทบาทใหม่ของชีวิต จัดขึ้นโดยสมาคมเพื่อนชุมชน เป็นความร่วมมือของภาคเอกชน ที่มุ่งในการพัฒนาด้านการศึกษาให้กับเยาวชนใน จ.ระยอง ซึ่งได้รับความร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จัดโครงการด้านการเสริมทักษะด้านการศึกษามาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างโอกาสให้เยาวชนใน จ.ระยอง และใกล้เคียง ทั้งในระดับอุดมศึกษา อาชีวศึกษา บุคลากรด้านสาธารณสุข และหลักสูตรพยาบาลวิชาชีพ ได้สามารถเข้าศึกษาต่อในสาขาที่เหมาะสมกับตนเอง เป็นช่องทางการสร้างโอกาสให้กับเยาวชนได้นำความรู้ที่เรียนมาเพื่อประกอบอาชีพและพัฒนาเศรษฐกิจในจังหวัดระยองให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง

ตลอดระยะเวลา 14 ปีที่ผ่านมามีเยาวชนใน จ.ระยอง ที่ได้มีโอกาสเข้าถึงระบบการศึกษาอย่างทั่วถึง และเท่าเทียมเป็นจำนวนมาก โครงการฯในครั้งนี้จะมีส่วนสำคัญ ให้เยาวชนได้มีโอกาสค้นพบตัวเอง และประสบความสำเร็จในการศึกษาเล่าเรียน ตามคณะหรือสาขาที่ตั้งใจไว้ และเป็นบุคลากรที่ดีมีคุณภาพ พร้อมสร้างความเจริญก้าวหน้าให้แก่ประเทศชาติต่อไปนายเรืองฤทธิ์ กล่าวปิดท้าย

กภช.ดัน ‘NGIS Platform’ เพื่อโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่

https://www.naewna.com/local/842394

กภช.ดัน ‘NGIS Platform’ เพื่อโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่

กภช.ดัน ‘NGIS Platform’ เพื่อโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่

วันพุธ ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการภูมิสารสนเทศแห่งชาติ หรือ กภช. จัดงานสัมมนาเปิดตัวแพลตฟอร์มกลางเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลภูมิสารสนเทศ (NGIS Platform) พร้อมบูรณาการข้อมูลให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในด้านต่างๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศ ณ ห้องกมลทิพย์ ชั้น 2 โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รมว.อว. กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแผนปฏิบัติการด้านภูมิสารสนเทศของประเทศ ระยะ 5 ปี และมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปใช้เป็นกรอบทิศทางและแนวทางดำเนินงาน โดยภายใต้แผนดังกล่าวได้กำหนดเป้าหมายให้ประเทศไทยมีความพร้อมด้านระบบภูมิสารสนเทศเพื่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยแผนฯ ประกอบด้วย 4 ยุทธศาสตร์ได้แก่ 1.การพัฒนาชั้นข้อมูลพื้นฐานของประเทศให้มีความพร้อม 2.การพัฒนาระบบให้บริการกลางของประเทศ รวมถึงส่งเสริมการเปิดเผยข้อมูลภูมิสารสนเทศ 3.การพัฒนาบุคลากรและนวัตกรรมภูมิสารสนเทศ และ 4.การส่งเสริมการสร้างเศรษฐกิจด้วยภูมิสารสนเทศ ซึ่งงานในวันนี้ถือเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนความสำเร็จตามเป้าหมายของแผน

ทุกวันนี้ ข้อมูลเชิงพื้นที่มีความสำคัญต่อการกำหนดนโยบายของรัฐ การพัฒนาประเทศทั้งการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ การจัดการภัยพิบัติ การวางแผนการใช้ประโยชน์ที่ดิน การขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ แต่เนื่องจากข้อมูลทั้งหลายกระจัดกระจายกันอยู่ในแต่ละหน่วยงาน รวมถึงยังบูรณาการอยู่ในเฉพาะภาครัฐทำให้ประชาชนทั่วไปหรือหน่วยงานเอกชนไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ แต่ในอนาคตคณะกรรมการภูมิสารสนเทศแห่งชาติกำลังทบทวนนโยบายในการกำหนดชั้นข้อมูล การจัดทำ ปรับปรุงข้อมูล รวมถึงนโยบายในการให้บริการที่ต้องเกิดการเผยแพร่ให้ภาคเอกชน ประชาชนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ในทุกมิติ

ด้าน ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการGISTDA ในฐานะฝ่ายเลขานุการ กภช. กล่าวว่าระบบ NGIS Platform เป็นระบบกลางของประเทศที่ทำหน้าที่บูรณาการข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆ ซึ่งการบูรณาการนี้ไม่ได้เป็นการนำข้อมูลมาไว้ที่ GISTDA แต่เป็นการเชื่อมโยงข้อมูลจากต้นทางโดยตรง ซึ่งการเปิดตัวระบบในวันนี้ถือเป็นก้าวแรกในการบูรณาการข้อมูลภูมิสารสนเทศสำหรับประชาชน แต่ความสำคัญของการขับเคลื่อนคือการสร้างความร่วมมือจากหลายภาคส่วนเพื่อดำเนินการเชื่อมโยงข้อมูลเข้ามาและการแบ่งปันทรัพยากร ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา ซึ่งจะช่วยเสริมศักยภาพการทำงานในทุกมิติไม่ว่าจะเป็นด้านสังคม เศรษฐกิจ และการศึกษาของประเทศ

โดยที่ผ่านมา กภช. ได้ดำเนินการพัฒนามาตรฐานภูมิสารสนเทศ การพัฒนาระบบสืบค้นและบริการภูมิสารสนเทศกลางของประเทศ การพัฒนาองค์ความรู้ให้กับบุคลากรภาครัฐในระดับท้องถิ่นให้สามารถเข้าถึงการบริการทางภาครัฐและนำโครงสร้างพื้นฐานภูมิสารสนเทศของประเทศไปพัฒนากระบวนงานบริหารจัดการเชิงพื้นที่และสนับสนุนข้อมูลต่อการตัดสินใจในระดับนโยบาย ซึ่งแผนปฏิบัติการด้านภูมิสารสนเทศของประเทศนี้ มีความสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาและการแก้ไขปัญหาเชิงพื้นที่ของประเทศตามนโยบายรัฐบาลที่จะช่วยให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

‘สพฐ.’เดินหน้านำเด็กกลับสู่ระบบการศึกษา ดูแลสุขภาพจิต พร้อมเตรียมของขวัญลดภาระครู-นร.

https://www.naewna.com/local/842434

'สพฐ.'เดินหน้านำเด็กกลับสู่ระบบการศึกษา ดูแลสุขภาพจิต พร้อมเตรียมของขวัญลดภาระครู-นร.

‘สพฐ.’เดินหน้านำเด็กกลับสู่ระบบการศึกษา ดูแลสุขภาพจิต พร้อมเตรียมของขวัญลดภาระครู-นร.

วันอังคาร ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 19.25 น.

‘สพฐ.’เดินหน้านำเด็กกลับสู่ระบบการศึกษา ดูแลสุขภาพจิตนักเรียน พร้อมเตรียมของขวัญลดภาระครู-นักเรียน

เมื่อวันที่ 19 พ.ย.2567 ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เป็นประธานการประชุมผู้บริหารระดับสูง สพฐ. ครั้งที่ 46/2567 โดยนำข้อสั่งการของ รมว.ศธ. แจ้งต่อที่ประชุมเพื่อให้ผู้บริหารและบุคลากรดำเนินการขับเคลื่อนอย่างเร่งด่วน และติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานที่ได้สั่งการไปแล้ว โดยมี นางเกศทิพย์ ศุภวานิช นายพัฒนะ พัฒนทวีดล รองเลขาธิการ กพฐ. นายภูธร จันทะหงษ์ ปุณยจรัสธำรง ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง สพฐ. ผู้อำนวยการเขตตรวจราชการ ผู้อำนวยการสำนักต่างๆ และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุม สพฐ. 1 อาคาร สพฐ. 4 ชั้น 2 กระทรวงศึกษาธิการ และผ่านระบบ zoom meeting 

ว่าที่ร้อยตรี ธนุ กล่าวว่า วันนี้ ที่ประชุมได้ติดตามประเด็น Thailand zero dropout การแก้ปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบและเด็กออกกลางคัน ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล ซึ่งนับจากการประกาศ Kick off นโยบาย สพฐ. “พาน้องกลับมาเรียน นำการเรียนไปให้น้อง” ในการประชุม ผอ.สพท.ทั่วประเทศ ณ จังหวัดสุราษฎร์ธานี จากการดำเนินการสำรวจและติดตามในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ ค้นพบเด็กที่หลุดออกจากระบบ และนำกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา ได้มากกว่า 4,000 ราย นอกจากนี้ ยังมีเด็กอีกกลุ่ม คือ เด็กที่มีปัญหาอุปสรรค ไม่สามารถมาเรียนที่โรงเรียน ก็ได้มีการนำการศึกษาไปให้ถึงบ้าน เช่น เด็กที่เป็นคนไข้ต้องรักษาตัวระยะยาวที่โรงพยาบาล หรือเด็กที่มีภาระทางบ้าน มีปัญหาทางเศรษฐกิจ เพราะ สพฐ. ต้องการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษา ไม่ให้มีใครตกหล่นและออกนอกระบบ ให้โอกาสทางการศึกษาเข้าถึงเด็กทุกคนในทุกพื้นที่

เรื่องต่อมา คือ สุขภาพและความปลอดภัยของนักเรียน ได้เน้นย้ำให้ทุกเขตพื้นที่ประสานกับกรมสุขภาพจิตและนักจิตวิทยา จัดทำระบบดูแลนักเรียนให้เข้มแข็ง มีข้อมูลนักเรียนเป็นรายบุคคล โดยเฉพาะนักเรียนกลุ่มที่มีแนวโน้มเกิดอาการเครียด ต้องมีแนวทางการดูแล ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้ายแรงขึ้น รวมถึง ประเด็นข่าวที่ผู้ปกครองเครียดเนื่องจากโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เตรียมที่จะปิดตัวเพื่อเปลี่ยนเป็นโรงเรียนนานาชาติ ทาง สพฐ. ก็ได้เตรียมพร้อมโรงเรียนใกล้เคียงไว้รองรับ หากผู้ปกครองมีความประสงค์จะย้ายบุตรหลานไปโรงเรียนอื่นหลังจากที่โรงเรียนนี้ปิดตัวไป โดยเน้นย้ำให้ผู้ปกครองไม่ต้องกังวลในประเด็นนี้ 

นอกจากนี้ ยังได้ติดตามเรื่องของ ผอ.โรงเรียนที่มีข่าวทุจริตค่าอาหารกลางวันนักเรียนและพกอาวุธเข้ามาในโรงเรียน ล่าสุดวันนี้ สพฐ. กำลังพิจารณาให้ผอ.คนดังกล่าวเข้ามารายงานตัวที่ สพฐ. เพื่อให้เขตพื้นที่ดำเนินการสอบสวนทางวินัยในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ซึ่งหากพบว่ามีการกระทำความผิดก็จะมีการดำเนินการอย่างถึงที่สุด เพราะเป็นกรณีตัวอย่างในเรื่องของโครงการอาหารกลางวันและการสร้างสถานศึกษาปลอดภัย ปราศจากอาวุธและการทำร้าย เป็นนโยบายสำคัญและข้อสั่งการของพลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศธ. เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับนักเรียนทุกคน

 “สุดท้ายคือเรื่องของขวัญวันปีใหม่ ของขวัญวันเด็ก และของขวัญวันครู เราตั้งใจว่าสิ่งใดที่เป็นการลดภาระครู ก็จะให้เป็นของขวัญวันครู สิ่งใดที่เป็นการลดภาระนักเรียนก็จะให้เป็นของขวัญวันเด็ก ซึ่งทาง สพฐ. ยังมีอีกหลายโครงการที่ทำเพื่อเป็นการลดภาระนักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาทั้งระบบ ยกตัวอย่างสิ่งที่เป็นของขวัญให้เด็กอย่างชัดเจนตอนนี้ก็คือ Learn to Earn การมีรายได้ระหว่างเรียน ซึ่งตอนนี้ได้เริ่มดำเนินการไปบางส่วนแล้ว และอีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญจากพลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศธ. คือการขับเคลื่อนนโยบาย “เรียนดี มีความสุข” ไปสู่ห้องเรียน ซึ่งตอนนี้กำลังออกแบบว่าจะทำอย่างไรให้นโยบายนี้ลงไปถึงตัวครูและนักเรียน รวมถึงพี่น้องประชาชนด้วย เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาทั้งระบบได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว

‘มหาวิทยาลัยรังสิต’จัดการแข่งขันวิชาการ ‘รังสิตวิชาการ 67’นักออกแบบอนาคต

https://www.naewna.com/local/842341

'มหาวิทยาลัยรังสิต'จัดการแข่งขันวิชาการ 'รังสิตวิชาการ 67'นักออกแบบอนาคต

‘มหาวิทยาลัยรังสิต’จัดการแข่งขันวิชาการ ‘รังสิตวิชาการ 67’นักออกแบบอนาคต

วันอังคาร ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 14.34 น.

มหาวิทยาลัยรังสิตจัดการแข่งขันวิชาการภายใต้ชื่องาน “รังสิตวิชาการ ‘67” โดยเปิดพื้นที่โชว์ความสามารถเด็ก Gen Z และผลงานนวัตกรรมสื่อการเรียนการสอน เวทีนำเสนอแนวคิดนักออกแบบรุ่นใหม่โดยนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาเวทีการแข่งขันวิชาการ (RSU Academic Competition) มีการนำเสนอหมุดหมายชี้นำสังคมแห่งอนาคตที่น่าสนใจ 6 ด้าน ได้แก่ อนาคตด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ (Future of Health Science) อนาคตด้านเศรษฐกิจและธุรกิจ (Future of Economy and Business) อนาคตด้านนวัตกรรมทางสังคม (Future of Social Innovation) อนาคตด้านศิลปะและวัฒนธรรมสร้างสรรค์ (Future of Creative Arts and Culture) อนาคตด้านเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม (Future of Technology and Environment) และอนาคตด้านความเป็นสากล (Future of Internationalization) ซึ่งมีโรงเรียนมัธยมศึกษากว่า 70 โรงเรียนทั่วประเทศเข้าแข่งขันนำเสนอมุมมอง วิธีคิด แนวทางการ แก้ปัญหาสังคม โดยทีมที่คว้าแชมป์นักออกแบบอนาคต แข่งขันวิชาการปี 67 ม.รังสิต คือ โรงเรียน The Newton Sixth Form School ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก ผศ.ดร.นฤพนธ์ ไชยยศ รองอธิการบดีฝ่ายแผนและพัฒนา เป็นประธานและมอบรางวัล ณ ศาลาดนตรีสุริยเทพ มหาวิทยาลัยรังสิต ผลการแข่งขัน

รางวัลแกรนด์แชมปเปี้ยน พร้อมทุนการศึกษา 30,000 บาท ได้แก่ ทีม COMBO โรงเรียน The Newton Sixth Form School นำเสนอประเด็นอนาคตด้านความเป็นสากล (Future of Internationalization)

รางวัลชนะเลิศ พร้อมทุนการศึกษา 10,000 บาท ได้แก่ ทีม COMBO โรงเรียน The Newton Sixth Form School ทีม DSSCs-Carbon Dot โรงเรียนพิบูลวิทยาลัย ทีม อุ่นใจ เอลเดอร์แคร์ Oonjai Eldercare โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน ทีม EYE CONNECT โรงเรียนวิเชียรมาตุ ทีม Skr back dev duck โรงเรียนสกลราชวิทยานุกูล ทีม ปลาเกร็ดว่าอร่อย โรงเรียนวัดสุทธิวราราม

รางวัลรองชนะเลิศ อันดับที่ 1 พร้อมทุนการศึกษา 5,000 บาท ได้แก่ ทีม Affordable Drone โรงเรียน The Newton Sixth Form School ทีม SHI ME JO DAI โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร (ฝ่ายมัธยม) ทีม Tree Oceans โรงเรียนอ่างทองปัทมโรจน์วิทยาคม ทีม Phuenrak โรงเรียนพิบูลวิทยาลัยทีม Ayutthaya : Last of The Empire โรงเรียนสิรินธรราชวิทยาลัย ทีม No matrix team โรงเรียนสิรินธร

รางวัลรองชนะเลิศ อันดับที่ 2 พร้อมทุนการศึกษา 3,000 บาท ได้แก่ ทีม TakeMed  โรงเรียน The Newton Sixth Form School ทีม ฉิ่งฉับพาทัวร์ โรงเรียนอ่างทองปัทมโรจน์วิทยาคม ทีม Velociraptor โรงเรียนอ่างทองปัทมโรจน์วิทยามคม ทีม Gen Z-SAP โรงเรียนพิบูลวิทยาลัย ทีม The Royal Doll Artisan โรงเรียนอ่างทองปัทมโรจน์วิทยาคม ทีม KB คนชอบเผือก โรงเรียนค่ายบางระจันวิทยาคม

รางวัลชมเชย พร้อมทุนการศึกษา 2,000 บาท ได้แก่ ทีม Newton Tech โรงเรียนThe Newton Sixth Form School ทีม ตาตี๋ตกต้นตาลตอตาลตำตูดตาตี๋ตายใต้ต้นตาล โรงเรียนอ่างทองปัทมโรจน์วิทยามคม ทีม หมูหัน โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ฝ่ายมัธยม ทีม Gollum โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ นนทบุรี ทีม K.B. Sology โรงเรียนค่ายบางระจันวิทยาคม ทีม โชคดี V.2 โรงเรียนอ่างทองปัทมโรจน์วิทยาคม

นอกจากนี้ เวทีแสดงความสามารถสร้างสรรค์ (RSU Expo Showcase) ยังเปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงความสามารถภายใต้แนวคิด “Creative Freedom Space” มอบพื้นที่เสรี สู่การแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ ในรูปแบบการแข่งขันแบบ การกล่าวสุนทรพจน์ (Speech Talent) การแสดงความสามารถทางภาษาและวัฒนธรรม (Language & Culture Talent Show) และ การแสดงความสามารถพิเศษ (Performance Show) โดยผลการแข่งขัน มีดังนี้

ประเภทการกล่าวสุนทรพจน์ : รางวัลชนะเลิศ พร้อมทุนการศึกษา 8,000 บาท ได้แก่ นางสาวชมชนก เผือกโฉลง โรงเรียนบางพลีราษฎร์บำรุง จังหวัดสมุทรปราการ รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 พร้อมทุนการศึกษา 5,000 บาท ได้แก่ นางสาวเขมลดารินทร์ อันทอง โรงเรียนบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 พร้อมทุนการศึกษา 3,000 บาท ได้แก่ นายก้องกิดากร ปั้นเจริญ โรงเรียนซับนกแก้ววิทยา จังหวัดสระแก้ว รางวัลชมเชย พร้อมทุนการศึกษา 2,000 บาท ได้แก่ นายเมษัณฑ์  จักษุวิจิตรกร โรงเรียนชิโนรสวิทยาลัย กรุงเทพมหานคร และนางสาววาสนา จันทร์สด โรงเรียนวิเชียรกลิ่นสุคนธ์อุปถัมภ์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ประเภทการแสดงความสามารถทางภาษาและวัฒนธรรม : รางวัลชนะเลิศ พร้อมทุนการศึกษา 8,000 บาท (ประเภททีม) ได้แก่ โรงเรียนนวมินทราชินูทิศบดินทรเดชา กรุงเทพมหานคร รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 พร้อมทุนการศึกษา 5,000 บาท ได้แก่ โรงเรียนบางพลีราษฎร์บำรุง จังหวัดสมุทรปราการ รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 พร้อมทุนการศึกษา 3,000 บาท ได้แก่ โรงเรียนบางพลีราษฎร์บำรุง จังหวัดสมุทรปราการ รางวัลชมเชย พร้อมทุนการศึกษา 2,000 บาท ได้แก่ โรงเรียนบางมดวิทยา “สีสุกหวาดจวนอุปถัมภ์“ กรุงเทพมหานคร และโรงเรียนซับนกแก้ววิทยา จังหวัดสระแก้ว

ประเภทการแสดงความสามารถพิเศษ : รางวัลชนะเลิศ พร้อมทุนการศึกษา 8,000 บาท (ประเภทเดี่ยว) ได้แก่ นางสาววนิดา สินสุข โรงเรียนวิเชียรกลิ่นสุคนธ์อุปถัมภ์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 พร้อมทุนการศึกษา 5,000 บาท ได้แก่ นางสาวรันชยา ขาวดี โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร กรุงเทพมหานคร รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 พร้อมทุนการศึกษา 3,000 บาท ได้แก่ นางสาวมารีน อูเอโนะ โรงเรียนศรีราชา จังหวัดชลบุรี รางวัลชมเชย พร้อมทุนการศึกษา 2,000 บาท ได้แก่ นางสาวสิรินภา อมาตยกุล โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ บดินทรเดชา และนางสาวจูบีรี อู้ โรงเรียนมัธยมวัดหนองแขม กรุงเทพมหานคร

มหาวิทยาลัยรังสิตพร้อมสนับสนุน นักเรียน และนักออกแบบรุ่นใหม่เพื่อเพิ่มความสามารถในเด็ก Gen Z เพื่อพร้อมก้าวมีอนาคตที่ดี และเป็นบุคคลากรที่ดีในประเทศอีกต่อไป

เปิดไฮไลต์ และกำหนดการ “งานกาชาด 2567” กรุงเทพฯ ชวนคนไทยช็อปปิ้ง ทำบุญ เริ่ม 11 ธ.ค. 2567

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2826390

เปิดไฮไลต์ และกำหนดการ "งานกาชาด 2567" กรุงเทพฯ ชวนคนไทยช็อปปิ้ง ทำบุญ เริ่ม 11 ธ.ค. 2567

19 พ.ย. 2567 14:46 น.

เปิดไฮไลต์ และกำหนดการ “งานกาชาด 2567” กรุงเทพฯ ชวนคนไทยช็อปปิ้ง ทำบุญ เริ่ม 11 ธ.ค. 2567

งานกาชาด ปี 2567 นี้ งานบุญประจำปีแบบจัดเต็ม 12 วัน 12 คืน ที่จะชวนนักท่องเที่ยวมาช็อป ชิม พร้อมทำบุญในรวดเดียว โดยจะเกิดขึ้นในวันที่ 11-22 ธันวาคม 2567 ณ สวนลุมพินี เวลา 11.00 น. – 22.00 น.

“งานกาชาด” ถือเป็นอีกหนึ่งงานประจำปี และเทศกาลท่องเที่ยวที่คนไทยรู้จักมาอย่างเนิ่นนาน โดยได้จัดงานมาแล้วเป็นปีที่ 102 และพร้อมจุดประสงค์ในการแบ่งปัน ทำบุญ และบริจาคข้าวของเครื่องใช้ รวมถึงการนำเงินทุนสนับสนุนไปบำรุงสภากาชาดไทย เพื่อผู้ป่วยที่ยากไร้ และผู้ด้อยโอกาส ผ่านกิจกรรมต่างๆ ภายในงาน เรียกได้ว่ามางานเดียวนักท่องเที่ยว สามารถเที่ยว ช็อป ชิม และทำบุญ แบบครบวงจร

ปีนี้ทางสภากาชาดมีการออกแบบคอนเซ็ปต์งานในรูปแบบใหม่ที่ไม่เหมือนใคร ด้วยการเปลี่ยนโฉมสวนลุมพินีเดิมให้มีแสงสีเสียงแบบตระการตา ภายใต้แนวคิด “ทศมราชา 72 พรรษา ถวายพระพร” เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระบรมราชูปถัมภกสภากาชาดไทย เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ

กิจกรรมในงานกาชาด 2567

  • กิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ “ทศมราชา 72 พรรษา ถวายพระพร” ด้วยระบบแสงสีเสียงตระการตา
  • กิจกรรมจับฉลาก ลุ้นเสี่ยงโชคได้บุญ เสี่ยงทายได้กุศล
  • อิ่มอร่อยกับร้านอาหารสภากาชาดไทย และสตรีทฟู้ดชื่อดังกว่า 100 ร้านค้า
  • พบกับกิจกรรมสนุกๆ เกมการละเล่น การแสดง และความบันเทิงอื่นๆ อีกมากมาย

นอกจากนี้ หากนักท่องเที่ยวในจังหวัดอื่นๆ หรือไม่สะดวกในวันเวลาดังกล่าว ก็สามารถ “เที่ยวงานกาชาด 2567 นี้ได้ผ่านทางออนไลน์” ในเว็บไซต์ iredcross ที่จะมีกิจกรรมช็อปปิ้งที่รวมร้านค้ามากมาย และเกมสนุกสุดมันส์ พร้อมกับกิจกรรมชิงรางวัลมากมาย รวมถึงสามารถทำบุญได้ตลอดงาน

งานกาชาด 2567 จัดขึ้นที่สวนลุมพินี กรุงเทพมหานคร โดยงานจะจัดขึ้นในวันที่ 11-22 ธันวาคม 2567 เวลา 11.00 น. – 22.00 น. เป็นต้นไป และวันสุดท้ายของงานจะจบภายในเวลา 23.00 น.

ข้อมูล : งานกาชาด Red Cross Fair

ชวนคนไทยสัมผัสวัฒนธรรมล้านนากับ 10 พิกัดเที่ยวงานยี่เป็ง จ.เชียงใหม่

https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2825164

ชวนคนไทยสัมผัสวัฒนธรรมล้านนากับ 10 พิกัดเที่ยวงานยี่เป็ง จ.เชียงใหม่

12 พ.ย. 2567 14:10 น.

ชวนคนไทยสัมผัสวัฒนธรรมล้านนากับ 10 พิกัดเที่ยวงานยี่เป็ง จ.เชียงใหม่

เปิดพื้นที่จัดงานยี่เป็ง จ.เชียงใหม่ ชวนนักท่องเที่ยวสัมผัสกับแสงไฟและวัฒนธรรมล้านนาโบราณ พร้อมปลุกเศรษฐกิจชาวเชียงใหม่ให้กลับมาฟื้นฟูอีกครั้งในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวท้ายปี

ชวนนักท่องเที่ยวเปิดประสบการณ์ พร้อมสัมผัสวัฒนธรรมอันสวยงามจากทางเชียงใหม่กับ “ประเพณียี่เป็ง” ซึ่งตรงกับวันลอยกระทงของภาคกลาง ยี่เป็ง หรือประเพณีเดือนยี่ เป็นหนึ่งในประเพณีโบราณที่ถือปฏิบัติกันมาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ ๑๔ โดยคำว่า “ยี่” แปลว่า สอง ส่วน เป็ง แปลว่า เพ็ญ หรือ คืนพระจันทร์เต็มดวง ซึ่งหมายถึงประเพณีในวันเพ็ญเดือนสองของชาวล้านนา

ความพิเศษของประเพณียี่เป็งนี้ นักท่องเที่ยวจะได้บรรยากาศที่สวยงาม เคล้าแสงไฟจากการประดับโคมไฟ และการจุดผางประทีป ตามวัดและบ้านเรือนต่างๆ ก่อให้เกิดเป็นภาพงดงามซึ่งหนึ่งปีจะมีโอกาสได้เห็นกันในช่วงประเพณีนี้เท่านั้น

ปี 2567 นี้ ประเพณียี่เป็งของจังหวัดเชียงใหม่พร้อมแล้ว ที่จะกลับมาอีกครั้งให้นักท่องเที่ยวได้เที่ยวชม และสัมผัสกับแสง สี ไฟ อันงดงาม บน 10 พื้นที่จัดงานภายในจังหวัด ที่จะมาชวนทุกคนร่วมสืบสานประเพณี และเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจเชียงใหม่ไปด้วยกัน

จุดท่องเที่ยวงานประเพณียี่เป็ง 2567 เชียงใหม่

  • ข่วงประตูท่าแพ – ประเพณีเดือนยี่เป็งเชียงใหม่ 2567 โดยเทศบาลนครเชียงใหม่ จัดขึ้นวันที่ 14 – 17 พฤศจิกายน 2567
  • หนองบัวพระเจ้าหลวง อ.ดอยสะเก็ด – เทศกาลโคมล้านนา ปู่จาผางประทีปหนองบัวพระเจ้าหลวง จัดขึ้นวันที่ 15-18 พฤศจิกายน 2567
  • ลานองค์การบริหารส่วนตำบลสันกำแพง – งานยี่เป็งและตลาดนัดสีเขียว จัดขึ้นวันที่ 14 พฤศจิกายน 2567
  • ลานวัดสบสอย ริมน้ำปิง – งานประเพณียี่เป็งล้านนาแห่งลุ่มน้ำปิง จัดขึ้นวันที่ 14-16 พฤศจิกายน 2567
  • ลานวัดฉิมพลีวัน สันผักหวาน – งานลอยกระทงเทศบาลตำบลสันผักหวาน จัดขึ้นวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567
  • สนามกีฬาเทศบาลอมก๋อย – งานอนุรักษ์ยี่เป็งในวิถีชุมชน จัดขึ้นวันที่ 14-16 พฤศจิกายน 2567
  • สนามกีฬาอำเภอพร้าว – งานสืบสานยี่เป็งลอยกระทง จัดขึ้นวันที่ 16 พฤศจิกายน 2567
  • บริเวณหลังสถานีตำรวจแม่แจ่ม – งานลอยกระทง (ยี่เป็งเมืองแจ่ม) จัดขึ้นวันที่ 12-15 พฤศจิกายน 2567
  • ลานตลาดน้ำใจ อ.ฝาง – งานลอยกระทงเมืองฝาง จัดขึ้นวันที่ 14-16 พฤศจิกายน 2567
  • โครงการบ้านโบราณเชียงใหม่ ถนนเจริญประเทศ – งาน “ลอยกระทง สายน้ำแห่งวัฒนธรรม” จัดขึ้นวันที่ 16 พฤศจิกายน 2567

นักท่องเที่ยวที่สนใจ สามารถลิสต์และเดินทางไปร่วมกิจกรรมได้ทั้ง 10 จุดข้างต้น เพื่อสัมผัสบรรยากาศสุดอบอุ่น และวัฒนธรรมที่สวยงาม ที่จะเติมเต็มจังหวัดเชียงใหม่ให้กลับมาคึกคักและเต็มไปด้วยรอยยิ้มอีกครั้งในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวนี้

ภาพ : istock