‘รมช.ศึกษาฯ’เดินหน้าดันขับเคลื่อนรถรับส่งนักเรียนปลอดภัย เล็งขยายผล20แห่งทั่วไทย

https://www.naewna.com/local/842216

‘รมช.ศึกษาฯ’เดินหน้าดันขับเคลื่อนรถรับส่งนักเรียนปลอดภัย เล็งขยายผล20แห่งทั่วไทย

‘รมช.ศึกษาฯ’เดินหน้าดันขับเคลื่อนรถรับส่งนักเรียนปลอดภัย เล็งขยายผล20แห่งทั่วไทย

วันจันทร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 18.02 น.

‘รมช.ศึกษาฯ’ เดินหน้าดันขับเคลื่อนรถรับส่งนักเรียนปลอดภัย ผนึก ‘สสส.-สภาองค์กรของผู้บริโภค’ ชูโมเดลนำร่อง ‘ศูนย์เรียนรู้รถรับส่งนักเรียนปลอดภัย จ.อยุธยา’ ต้นแบบนักเรียนเดินทางไร้อุบัติเหตุ เล็งขยายผลไป 20 แห่ง กระจายไปทั่วไทย

18พ.ย.2567 ที่ โรงเรียนอยุธยาวิทยาลัย อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมช.ศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดศูนย์การเรียนรู้การจัดการรถรับส่งนักเรียนที่ปลอดภัย โรงเรียนอยุธยาวิทยาลัย ภายในงานเวทีสร้างความร่วมมือและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการพัฒนาศูนย์เรียนรู้รถรับส่งนักเรียนที่ปลอดภัย จ.พระนครศรีอยุธยา จัดโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ สภาองค์กรของผู้บริโภค ศูนย์คุ้มครองสิทธิผู้บริโภค จ.พระนครศรีอยุธยา 

นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า ข้อมูลการเฝ้าระวังของศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน และเครือข่ายองค์กรผู้บริโภค ปี 2565-2566 พบรถรับส่งนักเรียนเกิดอุบัติเหตุทางถนนเฉลี่ยปีละ 30 ครั้ง เฉพาะ ช่วง ม.ค.- มี.ค. ปี 2567 รถรับส่งนักเรียนเกิดอุบัติเหตุสูงถึง 15 ครั้ง มีนักเรียนเสียชีวิต 1 คน บาดเจ็บ 153 คน เป็นอัตราความรุนแรงมากกว่าปี 2566 ในทุกด้าน สาเหตุเกิดจาก 1.ความประมาทของผู้ประกอบการ หรือคนขับรถ 2.สภาพรถที่ไม่ปลอดภัย 3.ขาดการจัดการที่เป็นระบบอย่างมีประสิทธิภาพ สะท้อนถึงปัญหาเชิงโครงสร้าง และขาดการจัดการอย่างเร่งด่วน 

“ความรุนแรงจากอุบัติเหตุรถรับส่งนักเรียนในรอบหลายปีที่ผ่านมา เป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต และสิทธิขั้นพื้นฐาน จึงจำเป็นอย่างเร่งด่วนในการสร้างมาตรการ และนโยบาย เพื่อสร้างความปลอดภัยในกลุ่มเด็กและเยาวชน ทุกภาคส่วนไม่ต้องการเห็นความสูญเสียเหมือนกรณีอุบัติเหตุรถบัสไฟไหม้เมื่อ 1 ตุลาคม 2567 ที่ผ่านมาอีกจึงต้องเร่งป้องกันและแก้ไขอย่างเร่งด่วน สสส. สภาองค์กรของผู้บริโภค และภาคีเครือข่าย ได้พัฒนา “ศูนย์เรียนรู้รถรับส่งนักเรียนที่ปลอดภัย” จะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความเข้าใจ แนวคิด และแนวทางขับเคลื่อนการจัดการระบบรถรับส่งนักเรียนปลอดภัย ระหว่างโรงเรียนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาคประชาชน ภาครัฐ และภาคเอกชน นำไปสู่การพัฒนาการจัดการระบบรถรับส่งนักเรียนปลอดภัยโดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืน” นายสุรศักดิ์ กล่าว

ด้านนายศรีสุวรรณ ควรขจร รองประธานกรรมการบริหารแผนคณะที่ 1 สสส. กล่าวว่า ข้อมูลของกรมการขนส่งทางบก เมื่อวันที่ 31 พ.ค. 2566 ระบุว่า มีรถยนต์ส่วนบุคคลและรถยนต์สาธารณะที่ได้รับขออนุญาตให้ใช้เป็นรถรับส่งนักเรียนเพียง 3,342 คัน แต่ยังมีรถรับส่งนักเรียนอีกจำนวนมาก                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                              ที่ไม่ได้รับการขออนุญาตให้บริการรับส่งนักเรียนกระจายอยู่ทั่วประเทศ ส่งผลต่อการกำกับมาตรฐานความปลอดภัยรถรับส่งนักเรียน และเป็นปัจจัยเสริมพฤติกรรมเสี่ยงของผู้ขับรถรับส่งนักเรียนที่ไม่พึงประสงค์ เช่น ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาต ใช้รถผิดประเภท หลีกเลี่ยงการจัดทำประกันภัย ประมาทเลินเล่อ ตลอดจนดัดแปลงสภาพรถเพื่อให้รับนักเรียนได้มากขึ้น ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของเด็กนักเรียนในการเดินทาง การผลักดันให้รถรับส่งนักเรียนปลอดภัย ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของโรงเรียน และผู้ปกครอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกภาคส่วนจำเป็นต้องร่วมกันแก้ไขปัญหากันอย่างจริงจัง

“สสส. สานพลังสภาผู้บริโภค และเครือข่ายผู้บริโภค 33 จังหวัด ภายใต้โครงการแผนงานร่วมทุนสนับสนุนองค์กรผู้บริโภค ได้พัฒนาระบบขนส่งสาธารณะที่ปลอดภัยและเป็นธรรม พัฒนาโรงเรียนศูนย์เรียนรู้รถรับส่งนักเรียนปลอดภัย 20 แห่งทั่วประเทศ เพื่อสร้างระบบความปลอดภัยในการเดินทางของเด็กนักเรียนด้วยรถโรงเรียน โดยพัฒนาองค์ความรู้ และมาตรการไปถึงผู้ปกครองที่มาส่งบุตรหลานด้วยตนเอง เช่น สวมหมวกกันน็อก 100% คาดเข็มขัดนิรภัย และจะขยายไปสู่โรงเรียนในพื้นที่อื่น ๆ เพื่อสร้างความปลอดภัยสูงสุดในการเดินทางให้กับเด็ก และเยาวชนทั่วประเทศ ” นายศรีสุวรรณ กล่าว

ขณะที่น.ส.ชลดา บุญเกษม กรรมการนโยบายสภาผู้บริโภค ผู้แทนเขตภาคกลาง กล่าวว่า เวทีสร้างความร่วมมือฯ รถรับส่งนักเรียนที่ปลอดภัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จัดขึ้นเพื่อสร้างความเข้าใจ แนวคิด และแนวทางขับเคลื่อนโรงเรียนศูนย์เรียนรู้การจัดการระบบรถรับส่งนักเรียนปลอดภัยให้กับกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งแลกเปลี่ยนประสบการณ์การจัดการรถรับส่งนักเรียนที่ปลอดภัยระหว่างโรงเรียนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปสู่การพัฒนาการจัดการระบบรถรับส่งนักเรียนปลอดภัยโดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืน

นายคงศักดิ์ ชื่นไกรลาศ ผู้ช่วยเลขานุการคณะอนุกรรมการด้านการขนส่งและยานพาหนะ สภาผู้บริโภค กล่าวว่า สภาผู้บริโภคได้ขับเคลื่อนและทำเรื่องรถรับส่งนักเรียนปลอดภัยร่วมกับ 6 ภูมิภาค ใน 148 โรงเรียน และมีโรงเรียนที่สามารถพัฒนาขึ้นมาเป็นศูนย์เรียนรู้ 20 โรงเรียน โดยมีเป้าหมายสำคัญที่เน้นเรื่องความปลอดภัยของเด็กนักเรียน โดยโรงเรียนที่จะพัฒนาไปเป็นศูนย์เรียนรู้ได้ ต้องมีคุณสมบัติ 5 เกณฑ์ คือ 1. มีพื้นที่เรียนรู้ทางกายภาพ มีรถรับส่งนักเรียน มีพื้นที่จุดจอด 2. มีองค์ความรู้ในเรื่องการจัดการรถรับส่งนักเรียน 3. มีบุคลากรจัดการที่รับผิดชอบในเรื่องนี้ 4. มีรูปแบบการจัดการศูนย์เรียนรู้ 5. มีแผนบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ

“สำหรับองค์ประกอบ 9 ด้านที่เป็นกรอบการพัฒนาโรงเรียนศูนย์เรียนรู้รถรับส่งนักเรียนปลอดภัยนั้น มาจากการทำงานตลอด 7 ปี ซึ่งประกอบไปด้วย 1. มีระบบข้อมูลนักเรียน รถ คนขับ เส้นทาง พฤติกรรมคนขับ 2. ระบบเฝ้าระวัง ให้ผู้เกี่ยวข้องช่วยรายงานปัญหาได้ 3. มีระบบการดูแลนักเรียนในรถที่ถูกต้อง ทั่วถึง 4. มีการรวมกลุ่มคนขับ สร้างข้อปฏิบัติหรือวางแผนร่วมกันในการดำเนินการเพื่อสร้างความปลอดภัย 5. ต้องมีมาตรฐาน มีขั้นตอนตรวจสอบสภาพรถ และขึ้นทะเบียนกับขนส่ง 6. มีจุดจอดรถที่ปลอดภัย และระบบความปลอดภัยหน้าโรงเรียน 7. มีระบบคณะทำงาน และหลักเกณฑ์เพื่อติดตามประเมินผลทั้งระบบ 8. มีกลไกจัดการโดย ครู นักเรียน กรรมการสถานศึกษา และผู้ปกครอง 9. มีคณะทำงานระดับอำเภอหรือจังหวัด” นายคงศักดิ์ กล่าว

อัปเดตไต้ฝุ่น‘หม่านหยี่’ ศธ.เตือน‘โรงเรียนโซนปักษ์ใต้’รับมือฝนฟ้าคะนอง

https://www.naewna.com/local/842141

อัปเดตไต้ฝุ่น‘หม่านหยี่’ ศธ.เตือน‘โรงเรียนโซนปักษ์ใต้’รับมือฝนฟ้าคะนอง

อัปเดตไต้ฝุ่น‘หม่านหยี่’ ศธ.เตือน‘โรงเรียนโซนปักษ์ใต้’รับมือฝนฟ้าคะนอง

วันจันทร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 15.13 น.

อัปเดตไต้ฝุ่น”หม่านหยี่” ศธ.เตือน”โรงเรียนโซนปักษ์ใต้”รับมือฝนฟ้าคะนอง เตรียมตั้งรับมวลอากาศเย็นทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2567 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ฝากข้อห่วงใยถึงสถานศึกษา ครู นักเรียน และผู้ปกครองในพื้นที่ภาคใต้ ให้เตรียมตัวรับมือมรสุมจากสภาพอากาศแปรปรวนหลังพายุไต้ฝุ่น “หม่านหยี่” ที่กำลังเคลื่อนตัวเข้าเกาะไหหลำในสัปดาห์นี้ ซึ่งส่งผลให้ประเทศไทยมีฝนตกหนัก ลมแรง อาจเกิดน้ำท่วมในบางพื้นที่ โดยเฉพาะในจังหวัดที่ตั้งอยู่ในโซนภาคใต้ รวมทั้งอากาศเย็นทั่วประเทศ แนะนำให้ดำเนินการตามมาตรการความปลอดภัยที่ควรปฏิบัติ

โฆษก ศธ.กล่าวว่า กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนเรื่องพายุไต้ฝุ่น “หม่านหยี่” บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน แม้พายุลูกนี้จะไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง แต่ก็มีผลกระทบที่ตามมาทั้งฝนฟ้าคะนอง คลื่นลมกำลังแรง อันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากอาจเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันได้ นอกจากภาคใต้แล้ว พื้นที่ภาคอื่นก็ควรเตรียมรับมือเช่นกัน เพราะจากการเคลื่อนผ่านของพายุลูกนี้ ส่งผลให้เกิดมวลอากาศเย็นระลอกใหม่ จนอุณหภูมิในประเทศลดลง 1 – 5 องศาเซลเซียส และมีลมแรงขึ้น

สถานศึกษาในพื้นที่ควรติดตามข้อมูลข่าวสารและการแจ้งเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยา และหน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อรับทราบสถานการณ์ล่วงหน้าเกี่ยวกับพายุและสภาพอากาศประจำสัปดาห์ จะได้วางมาตรการความปลอดภัยของผู้เรียน ดูแลความพร้อมของอาคารสถานที่ ตรวจสอบความมั่นคงของหลังคาหรือโครงสร้างที่อาจได้รับผลกระทบจากลมแรง หลีกเลี่ยงการเดินทางในช่วงที่มีฝนตกหนักขณะเกิดพายุหรือน้ำท่วม หากมีการประกาศหยุดเรียนหรือเลิกเรียนก่อนเวลาจะได้แจ้งผู้ปกครองให้เตรียมพร้อมในการรับ – ส่งบุตรหลาน รวมถึงให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพด้วยเพราะผู้เรียนอาจป่วยจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงได้ง่ายกว่าเดิม

ขอเน้นย้ำให้ทุกสถานศึกษาดำเนินการตามมาตรการดังกล่าวเพื่อความปลอดภัยของนักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่ทุกคน เพื่อลดผลกระทบจากสภาพอากาศที่ไม่แน่นอน นอกจากนี้ หากจำเป็นต้องเดินทางไปยังภาคใต้ควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางด้วย ส่วนโรงเรียนแถบตอนบนของประเทศที่เผชิญกับอากาศหนาวฉับพลันก็ต้องดูแลด้านสุขภาพผู้เรียนเป็นพิเศษ เพราะโรงเรียนควรเป็นเซฟโซนให้นักเรียนตามนโยบาย “ความปลอดภัยในสถานศึกษา” ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ

‘จิราพร’เผยคนไทยปลื้มใจได้เฝ้ารับเสด็จและชมความงดงาม’ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค’

https://www.naewna.com/local/842115

'จิราพร'เผยคนไทยปลื้มใจได้เฝ้ารับเสด็จและชมความงดงาม'ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค'

‘จิราพร’เผยคนไทยปลื้มใจได้เฝ้ารับเสด็จและชมความงดงาม’ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค’

วันจันทร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 14.15 น.

‘จิราพร’เผยคนไทยปลื้มใจได้เฝ้ารับเสด็จและชมความงดงาม’ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค’ แนะเข้าเว็บ’พระลาน’แหล่งรวมข้อมูล-ภาพถ่าย เปิดให้ประชาชนศึกษาค้นคว้า

เมื่อวันที่ 18 พ.ย.2567 น.ส.จิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 27 ต.ค.2567 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานกำหนดการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567   ซึ่งส่งผลให้ประชาชนส่วนใหญ่สนใจและเดินทางไปเฝ้ารับเสด็จฯ ตลอดเส้นทางพยุหยาตราทางชลมารคเป็นจำนวนมาก นับเป็นภาพประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของราชอาณาจักรไทย ที่ได้มีเปิดโอกาสให้ประชาขนได้เห็น ความสวยงามของขบวนเรือ ตามโบราณราชประเพณีที่มีมาอย่างช้านานและได้แสดงออกถึงความรักจงรักภักดีต่อสถาบันกษัตริย์ของไทย
.
“ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ถือเป็นพระราชพิธีที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่สมัยสุโขทัยจนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ โดยริ้วขบวนเรือพระราชพิธีจัดขึ้นสำหรับพระเจ้าอยู่หัวในการเสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์และพระราชพิธี นับเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าของประเทศไทย เพราะนอกจากเต็มไปด้วยความวิจิตรงดงาม และสมพระเกียรติยศของพระเจ้าแผ่นดินและราชอาณาจักรไทย สมควรแก่การถูกจารึกไว้เป็น ประวัติศาสตร์ที่ทรงคุณค่าในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว” นางสาวจิราพรกล่าว 

ทั้งนี้ ประชาชนทั่วไปยังสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ได้จากเว็บไซต์ “พระลาน” https://www.phralan.in.th โดยกรมประชาสัมพันธ์ ที่รวบรวมเนื้อหา ข้อมูล รูปขบวนเรือ และภาพถ่ายทางประวัติศาสตร์ขบวนพยุหยาตราทางชลมารคไว้เพื่อเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปได้ศึกษา ค้นคว้า และนำไปใช้อ้างอิงต่อไป

สื่อใหญ่อังกฤษ Dailymail ทำสกู๊ป แฟนมิสยูนิเวิร์สโวย โอปอล ถูกปล้นชัยชนะ

https://www.thairath.co.th/entertain/beauty-pageant/2826160

สื่อใหญ่อังกฤษ Dailymail ทำสกู๊ป แฟนมิสยูนิเวิร์สโวย โอปอล ถูกปล้นชัยชนะ

18 พ.ย. 2567 10:58 น.

สื่อใหญ่อังกฤษ Dailymail ทำสกู๊ป แฟนมิสยูนิเวิร์สโวย โอปอล ถูกปล้นชัยชนะ

หลังจากการประกวด Miss Universe 2024 เสร็จสิ้นไปเมื่อวานนี้ (17 พ.ย.67) และ โอปอล สุชาตา ตัวแทนจากประเทศไทย ทำสำเร็จ คว้าตำแหน่งรองอันดับ 3 Miss Universe 2024 มาครอง และโอปอลก็ได้ออกมาขอบคุณคนไทยที่ให้พลังและกำลังใจให้กับเธอในช่วงที่ประกวด 

ล่าสุด สื่อยักษ์ใหญ่ของประเทศอังกฤษอย่าง Dailymail ได้ทำสกู๊ปเกี่ยวกับการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2024 เอาไว้ว่า (คลิกเพื่อ อ่านข่าว) หลังจากที่ผลการประกวดออกมาว่า เดนมาร์ก ได้ตำแหน่ง Miss Universe 2024 มีแฟนนางงามบางกลุ่มได้แสดงความคิดเห็นถึงเรื่องนี้ใน X เอาไว้ว่า โอปอล สุชาตา มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ถูกปล้นมง เพราะในรอบตอบคำถามโอปอลตอบได้ดีมาก แต่กลับไม่ได้รับชัยชนะจากการประกวดในครั้งนี้ 

“ฟิล์ม-ธนภัทร” น้ำตาคลอดราม่า “แม่หยัว” เข้าใจทุกฝ่าย ยอมรับเสียดายสิ่งที่ทุ่มเทไป

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2826032

“ฟิล์ม-ธนภัทร” น้ำตาคลอดราม่า “แม่หยัว” เข้าใจทุกฝ่าย ยอมรับเสียดายสิ่งที่ทุ่มเทไป

18 พ.ย. 2567 07:09 น.

“ฟิล์ม-ธนภัทร” น้ำตาคลอดราม่า “แม่หยัว” เข้าใจทุกฝ่าย ยอมรับเสียดายสิ่งที่ทุ่มเทไป

หลังกลายเป็นประเด็นดราม่าวางยาสลบแมว เข้าฉากถ่ายละคร “แม่หยัว” ทางช่องวัน 31 จนเกิดแฮชแท็กร้อน #แบนแม่หยัว วิพากษ์วิจารณ์ประเด็นทารุณกรรมสัตว์ พอเจอพระเอกหนุ่ม “ฟิล์ม–ธนภัทร กาวิละ” หนึ่งในนักแสดงนำ เผยในงาน “THE WAGASHI, Japanese Food, Crafts and Ikebana Festival” เฉลิมฉลองครบรอบ 6 ปีสุดยิ่งใหญ่ SIAM Takashimaya 6th Anniversary ภายใต้คอนเซปต์ “The Newest & Luckiest” ณ เจริญนคร ฮอลล์ ชั้น M ไอคอนสยาม เผยถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นเริ่มจาก “อย่างแรกเลยก็อยากจะบอกว่าเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น (น้ำตาคลอ) ถ้าเป็นไปได้ก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น”

ใหม่–ดาวิกา กระทบจิตใจมาก?

“อันนั้นก็เป็นเรื่องส่วนตัวของดาวิกา ก็คิดว่าเค้าก็น่าจะได้ผลกระทบทางจิตใจค่อนข้างหนักเลย”

เราโดนมากน้อยขนาดไหน?

“อย่างแรกเลยต้องขอขอบคุณจริงๆที่เข้าใจผม เพราะฟีดแบ็กที่เข้ามาสำหรับผมก็ไม่ได้หนักหนามาก หลายคนก็เข้าใจ ที่เห็นก็มีมาบอกว่าเกิดแต่กับผม ในส่วนผม ผมก็เป็นนักแสดงเราก็ตั้งใจทำหน้าที่ของเราในฐานะนักแสดงในการถ่ายทอดตัวละครออกไปอย่างเต็มที่ที่สุดแล้ว”

ได้คุยกับทีมงานเบื้องหลังมั้ย?

“ก็มีโอกาสได้พูดคุยครับ ในส่วนนั้นก็ขอให้เป็นทางผู้ใหญ่และทีมเป็นคนพูดดีกว่า ผมก็ไม่ได้รู้อินดีเทลมากขนาดนั้น”

ต่อไปงานของช่องวันจะไม่ใช้สัตว์จริงๆแล้ว?

“ผมก็รู้สึกดีนะครับที่จะเป็นแบบนั้น เค้าจะได้เลิกเบียดเบียนสัตว์ไม่ว่าจะเป็นชนิดไหนก็ตาม อย่างที่รู้กันว่าถึงแม้ว่าเค้าจะไม่ได้พูดภาษาเดียวกับเรา เค้าก็มีความรู้สึกที่รับรู้และมีความเจ็บปวดไม่ต่างจากเรา ก็รู้สึกดีที่ได้ยินแบบนั้น”

ในพาร์ตของฟิล์มคนก็สงสารเรา?

“เนี่ยร้องไห้แล้วนะ ผมก็ถือว่ามันเป็นสิ่งที่เราได้เรียนรู้ละกัน มันก็ทำให้ทุกๆฝ่ายระวังกับสิ่งนี้มากขึ้น”

รู้สึกยังไงหลายๆคนน้อยใจแทนเรา?

“ก็ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วง อย่างที่ผมพูดไปผมก็ทำหน้าที่ของตนเองได้ดีที่สุดแล้วเนาะ เราก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นแบบนี้ ก็ขอบคุณจริงๆที่ทุกคนรักและเห็นความตั้งใจของเราจริงๆ แต่ในส่วนอื่นๆที่เราควบคุมไม่ได้ ก็เดี๋ยวผมไปมูไปไหว้พระขอพรก็แล้วกัน อาจจะดวงตก”

จะมีผลต่อเรตติ้งมั้ย?

“ก็มีครับ ไม่มากก็น้อย มีหลายๆคนที่รับไม่ได้ ก็เข้าใจได้ในส่วนนี้และไม่ต่อว่ากัน ผมเคารพในการตัดสินใจของคนดูมากเพราะมันก็คือจิตใจของเค้า”

สิ่งที่เราทุ่มเทเสียดายมั้ย?

“ผมก็พูดตรงๆว่ารู้สึกเสียดาย ก็เต็มที่ที่สุดแล้วตั้งแต่เคยทำงานมา อยากให้ทุกคนได้เห็นผลงานดีๆ คิดว่ามันไม่ใช่แค่เราคนเดียวหรอกที่ตั้งใจทำงานนี้ นักแสดงคนอื่นๆตั้งใจถวายตัวเพื่องานชิ้นนี้เช่นเดียวกัน”

อีพีที่เหลือ?

“อย่างที่พูดไปเมื่อกี้ ถ้าใครสบายใจก็ดูนะ มันสนุกและจะสนุกขึ้นเรื่อยๆ ความเข้มข้นเพิ่มขึ้น สำหรับผมมันเป็นการเปลี่ยนบทบาทยิ่งใหญ่ครั้งแรก แต่ถ้าใครไม่สบายใจไม่ดูก็ได้”

เพื่อนๆนักแสดงให้กำลังใจกันยังไง?

“ก็มีการพูดคุยกัน ให้กำลังใจ จริงๆไม่คิดว่าตัวเองจะต้องมานั่งร้องไห้กับเรื่องแบบนี้ เสียดายความตั้งใจของตนเองและคนอื่นๆ มันเป็นละครที่เราทุ่มเทอะไรหลายอย่าง แลกมาด้วยเรื่องจิตใจและร่างกาย อยากให้ทุกคนได้เห็นว่าพวกเราตั้งใจแค่ไหน”

“โอปอล” ไม่เสียดาย คว้ารองอันดับ 3 นางงามเดนมาร์ก พิชิตมิสยูนิเวิร์ส (คลิป)

https://www.thairath.co.th/entertain/beauty-pageant/2826129

18 พ.ย. 2567 06:20 น.

“โอปอล” ไม่เสียดาย คว้ารองอันดับ 3 นางงามเดนมาร์ก พิชิตมิสยูนิเวิร์ส (คลิป)

ทำดีที่สุดแล้ว “โอปอล สุชาตา” สาวงามตัวแทนประเทศไทย คว้ารองอันดับ 3 การประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2024 แม้ตอบคำถามรอบ 5 คนสุดท้ายได้สุดปัง เรียกเสียงปรบมือจากเหล่ากองเชียร์นางงาม ขณะที่เจ้าตัวโพสต์ไม่เสียดาย ไม่เสียใจ และภาคภูมิใจที่ได้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนอย่างดีที่สุด พร้อมขอบคุณคนไทยทุกคนที่คอยสนับสนุนมาเสมอ ขณะที่สาวจากแดนโคนม “วิกตอเรีย เคียร์ เธลวิก” เจ้าของฉายา “ฮิวแมน บาร์บี้” คว้ามงกุฎมิสยูนิเวิร์ส 2024 ไปครอง มีสาวงามจากไนจีเรีย คว้ารองอันดับ 1 และสาวงามจากชาติเจ้าภาพได้รองอันดับ 2

ปิดฉากไปเรียบร้อยสำหรับการประกาศผลการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2024 (Miss Universe 2024) ครั้งที่ 73 ที่ Arena CDMX ในเมืองเม็กซิโกซิตี้ ประเทศเม็กซิโก เมื่อช่วงค่ำวันที่ 16 พ.ย. ตามเวลาท้องถิ่น ที่ตรงกับช่วงสายวันที่ 17 พ.ย.ตามเวลาในประเทศไทย ทั้งนี้ สำนักข่าวเอพีและซีเอ็นเอ็นรายงานว่า ผู้เข้าประกวดชิงมงกุฎมิสยูนิเวิร์สในปีนี้ จาก 125 ประเทศ ถูกคัดเลือกเหลือ 30 คน โดยวัดจากผลงานโดดเด่นในช่วงการประกวดก่อนวันจริงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา รวมถึงการโชว์ชุดประจำ ชาติอันน่าตื่นตาตื่นใจและชุดว่ายน้ำ จากนั้นจึงมีการคัดเลือกให้เหลือ 12 คน ประชันกันในชุดราตรี ก่อนเข้าสู่ช่วงนาทีทองรอบ 5 คนสุดท้าย ที่ได้แก่ วิกตอเรีย เคียร์ เธลวิก จากเดนมาร์ก ชีดิมมา อาเดตชีนา จากไนจีเรีย มาเรีย เฟอร์นันดา เบลทราน จากเม็กซิโก อิเลียนา มาร์เกวซ เปโดรซา จากเวเนซุเอลา และโอปอล-สุชาตา ช่วงศรี จากประเทศไทย

สำหรับการประกวดรอบ 5 คนสุดท้าย ทางคณะกรรมการได้ตั้งคำถามเกี่ยวกับความเป็นผู้นำและการต่อสู้ฝ่าฟันอุปสรรค ซึ่งสาวงามจากเดนมาร์ก วิกตอเรีย เคียร์ เธลวิก วัย 21 ปี นักเต้นที่เคยได้รับฉายาว่าเป็น “ฮิวแมน บาร์บี้” เนื่องจากมีความคล้ายคลึงกับตุ๊กตาบาร์บี้ชื่อดัง ให้ความเห็นอันน่าประทับใจว่า “จงใช้ชีวิตให้เต็มที่ในทุกๆวัน ไม่คิดจะย้อนกลับไปเปลี่ยนแปลงอดีต ขอให้ทุกๆ คนที่ชมการประกวดครั้งนี้อย่ายอมแพ้ ไม่ว่าจะมีพื้นเพเช่นไร การได้มายืนอยู่ตรงนี้เพราะหวังสร้างความเปลี่ยนแปลง หวังสร้างประวัติศาสตร์” จนสามารถคว้ามงกุฎอันทรงคุณค่ามาครองสมใจ สร้างประวัติ ศาสตร์กลายเป็นมิส ยูนิเวิร์ส คนแรกของแดนโคนม

ขณะที่สาวงามตัวแทนประเทศไทยอย่างน้องโอปอล สาวภูเก็ต วัย 21 ปี แม้จะไปไม่ถึงฝัน แต่ก็ทำให้คนไทยได้ลุ้นกันอย่างใจจดใจจ่อ หลังผ่านเข้ารอบ 5 คนสุดท้าย และทำได้ดีในช่วงตอบคำถามสำหรับรอบสุดท้ายก่อนลุ้นมงกุฎ ที่โอปอลได้รับคำถามว่า คุณสมบัติอะไรที่จะทำให้เป็นผู้นำที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งโอปอลตอบว่า “คุณสมบัติที่ผู้นำควรมีคือความเห็นอกเห็นใจ (Empathy) เพราะไม่ว่าคุณจะเก่ง หรือมีการศึกษาดีแค่ไหน สุดท้ายต้องมีความเห็นอกเห็นใจ ใส่ใจผู้คน และความเป็นอยู่ของพวกเขา ไม่ใช่แค่ผู้นำ ฉันเชื่อว่าทุกคนในโลกต้องมีความเห็นอกเห็นใจต่อกัน นั่นคือวิธีที่เราจะรวมเป็นหนึ่งเดียวได้” ที่เรียกเสียงปรบมือจากเหล่าแฟนนางงามได้เป็นอย่างดี และในรอบตอบคำถามอีกครั้งก่อนประกาศผล ที่ผู้เข้ารอบทั้ง 5 คนจะได้คำถามเดียวกันที่ถามว่า ข้อความสำคัญที่อยากจะฝากหรือเมสเสจที่อยากส่งต่อให้ผู้หญิงทั่วโลก โอปอลได้ตอบคำถามนี้เอาไว้ว่า “ข้อความที่ฉันอยากบอกคือ จงมีความเชื่อและมีความหวังเสมอ ฉันทำงานในโครงการ Opal for her กับคนไข้มะเร็งเต้านมและแพทย์ เรารู้ว่าการเอาชนะโรคนี้เป็นเรื่องยาก แต่ฉันรู้สึกว่าทุกคนมีความหวัง และเชื่อว่าพรุ่งนี้จะดีกว่าได้ ตราบใดที่คุณเชื่อมั่นพลังของคุณจะไม่มีขีดจำกัด และตราบใดที่มีความหวัง จิตวิญญาณและพลังของคุณจะเปล่งประกายออกมา”

อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงเวลาประกาศผลที่สุดบีบหัวใจผู้ชมชาวไทย ปรากฏว่าโอปอลมาได้แค่ รองอันดับ 3 มีรองอันดับ 1 ได้แก่ ชีดิมมา อาเดตชีนา จากไนจีเรีย รองอันดับ 2 มาเรีย เฟอร์นันดา เบลทราน จากชาติเจ้าภาพเม็กซิโก และรองอันดับ 4 ได้แก่ อิเลียนา มาร์เกวซ เปโดรซา จากเวเนซุเอลา

ทั้งนี้ ภายหลังจบการประกวด โอปอลได้โพสต์รูปพร้อมระบุความในใจผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวว่า “ไม่เสียดายและไม่เสียใจ มีแต่ความภาคภูมิใจที่ได้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนอย่างดีที่สุด ขอบคุณคนไทยทุกคนที่คอยสนับสนุนกันมาเสมอ โอปอลและทีมไทยทุกคนรู้สึกซาบซึ้งในพลังของพวกเราคนไทยมากๆค่ะ ในวันนี้ไม่มีอะไรที่ต้องเสียดาย ไม่มีอะไรที่ต้องเสียใจ เราได้ทำให้ทุกคนเห็นแล้วถึงความน่าภาคภูมิใจของบ้านเรา ไม่ใช่เพียงแค่โอปอล แต่มันคือพลังของพวกเราคนไทยทุกคน โอกาสครั้งเดียวในชีวิต โอปอลดีใจที่ได้ใช้มันร่วมกับทุกคนนะคะ และดีใจที่ได้เป็นคนสร้างความสุข ความสนุกสนานให้กับคนไทย เราจะเก็บความทรงจำที่ดีเอาไว้ร่วมกัน ว่าครั้งหนึ่ง เรามีความหวัง มีความศรัทธาร่วมกันมา ต่อจากนี้ไป โอปอลเชื่อว่ายังมีผู้หญิงไทยอีกมากมายที่จะสร้างความภาคภูมิใจให้กับพวกเรา ขอให้ทุกคนเชื่อมั่นต่อไป อย่าหมดหวัง เพราะโอปอลไม่เคยหมดหวังกับคำว่า Thailand เลย” มีผู้ติดตามแฟนคลับจากหลากหลายแวดวงเข้ามากดชื่นชอบกว่า 1 แสนครั้ง และแสดงความคิดเห็นทั้งชื่นชมที่โอปอลตอบคำถามดีมากจนได้ใจคนทั่วโลก ไม่ทำให้ผิดหวัง และเป็นกำลังใจให้สาวไทยอย่างล้นหลาม

สำหรับรางวัลของผู้คว้าตำแหน่ง Miss Universe 2024 จะได้รับมงกุฎที่รังสรรค์ด้วยอัญมณี เพชร พลอย ทอง สุดล้ำค่า มูลค่ากว่า 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และจะได้รับเงินประจำปีมูลค่า 250,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 8.71 ล้านบาท ส่วนรองอันดับที่ 1 จะได้รับเงินรางวัลมูลค่า 3,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 1.04 แสนบาท ขณะที่รองอันดับที่ 2 จะได้รับเงินรางวัลมูลค่า 2,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเกือบ 7 หมื่นบาท ส่วนรองอันดับ 3 และรองอันดับ 4 จะได้รับเงินรางวัล 1,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเกือบ 3.5 หมื่นบาทและ 500 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 1.7 หมื่นบาท ตามลำดับ รวมถึงยังได้รับสิทธิพิเศษจาก Sponsor เช่น เครื่องสำอาง, Skin Care, เสื้อผ้าแฟชั่น, เครื่องประดับ และสิทธิพิเศษในการเดินทางไปทำภารกิจในระดับจักรวาล ที่สำคัญ ยังได้รับเกียรติให้ร่วมงานพิเศษระดับโลกด้วย

ครอบครัวเศร้า “อุ้ม พรรษวุฒิ” ลูกชาย “สมบัติ เมทะนี” จากไปอย่างสงบ

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2826104

ครอบครัวเศร้า "อุ้ม พรรษวุฒิ" ลูกชาย "สมบัติ เมทะนี" จากไปอย่างสงบ

17 พ.ย. 2567 21:48 น.

ครอบครัวเศร้า “อุ้ม พรรษวุฒิ” ลูกชาย “สมบัติ เมทะนี” จากไปอย่างสงบ

ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัว เมทะนี อีกครั้ง หลังจากที่ได้ทราบข่าวเศร้าต้องสูญเสียคนในครอบครัวไปอีก 1 คน เมื่อลูกชายคนเล็ก อุ้ม พรรษวุฒิ เมทะนี จากไปอย่างสงบหลังจากป่วยด้วยโรคมะเร็งมานาน

สำหรับ อุ้ม พรรษวุฒิ เคยเป็นอดีตนักร้อง-นักแสดง และมีผลงานภาพยนตร์ กาเหว่าที่บางเพลง อีกทั้งเคยออกอัลบั้มเพลงกับค่ายสโตน ก่อนจะห่างหายจากวงการบันเทิงไปด้วยปัญหาของสุขภาพ

นักแสดงผู้ล่วงลับ สมบัติ เมทะนี สมรสกับ กาญจนา เมทะนี มีลูกด้วยกันทั้งหมด 6 คน ลูกชาย 5 คน และลูกสาว 1 คน คือ ผศ.ดร. สุรินทร์ เมทะนี (เบิร์ด), อั๋น สิรคุปต์ เมทะนี, เกียรติศักดิ์ เมทะนี (อั้ม), เอ้ ศตวรรษ เมทะนี, อุ้ม พรรษวุฒิ เมทะนี และ สุดหทัย เมทะนี (เอ๋ย)

โดยพิธีศพของ อุ้ม พรรษวุฒิ จะมีขึ้นในวันจันทร์ที่ 18 พ.ย. โดยจะมีพิธีสวดพระอภิธรรมที่ศาลา 11 วัดลาดพร้าว และจะทำการสวด 3 วันด้วยกัน บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะ 

ฟิล์ม รัฐภูมิ ทำบุญวันเกิด ลั่นจะผ่านมันไปเหมือนทุกครั้งที่เจอปัญหา

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2826086

ฟิล์ม รัฐภูมิ ทำบุญวันเกิด ลั่นจะผ่านมันไปเหมือนทุกครั้งที่เจอปัญหา

17 พ.ย. 2567 18:18 น.

ฟิล์ม รัฐภูมิ ทำบุญวันเกิด ลั่นจะผ่านมันไปเหมือนทุกครั้งที่เจอปัญหา

หลังจากที่เกิดเรื่องคลิปเสียงตบทรัพย์ 20 ล้านจากเหล่าบอสดิไอคอน ล่าสุด ฟิล์ม รัฐภูมิ ก็ได้เคลื่อนไหวอีกครั้ง โดยเจ้าตัวได้ทำบุญใส่บาตรในวันเกิดของตัวเอง พร้อมระบุข้อความเอาไว้ว่า 

“วันนี้วันเกิด ผมขอบคุณทุกกำลังใจ ที่มอบให้ผม ผมรักทุกคนนะครับ ขอให้ทุกคนมีแต่ความสุขเหมือนกันนะครับ ขอโทษที่ปีนี้เราไม่ได้มากอดมาจับมือกันนะครับ

และขอบคุณที่ทุกคนเชื่อมั่นในตัวผม ขอบคุณที่มองผมจากที่ทุกคนรู้จักผม ไม่ได้ใช้อารมณ์มาตัดสิน อดทนนะครับ น้ำตาของทุกคนมีค่าสำหรับผม อดทน และอย่าร้องกับสิ่งที่เกิดขึ้น

ผมจะผ่านมันไปเหมือนทุกครั้งที่ผมเจอปัญหา เพราะความถูกต้องและความจริง มีหนึ่งเดียว และมันจะกลับมาปกป้องผมทุกครั้ง คิดถึง FF ทุกคนนะครับ อยากร้องเพลงกับทุกคนแล้ว”

ญาญ่า อุรัสยา อุบชื่อลูก มีในใจแล้ว ณเดชน์ ซีเรียสมากถ้าออกเสียงไม่ถูก

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2826037

ญาญ่า อุรัสยา อุบชื่อลูก มีในใจแล้ว ณเดชน์ ซีเรียสมากถ้าออกเสียงไม่ถูก

17 พ.ย. 2567 17:54 น.

ญาญ่า อุรัสยา อุบชื่อลูก มีในใจแล้ว ณเดชน์ ซีเรียสมากถ้าออกเสียงไม่ถูก

ญาญ่า อุรัสยา สวยสง่าสุดๆ ในชุดไทย ที่เจ้าตัวได้ไปร่วมงาน “สีสันแห่งสายน้ำ มหกรรมลอยกระทง” ณ คลองผดุงกรุงเกษม (ย่านหัวลำโพง) กทม. โดยมี นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมด้วย น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดเต็มแสงสี Lighting Installation แต่งแต้มคลองผดุงกรุงเกษม ชูแนวคิด “มหัศจรรย์ สีสันแห่งศรัทธา” ตระการตาด้วยขบวนแห่นางนพมาศทางน้ำ

โดยมี ญาญ่า อุรัสยา สร้างสีสันบนผืนน้ำด้วยไฮไลต์สายธารประทีป 5 พื้นที่เอกลักษณ์ ได้แก่ เชียงใหม่ สุโขทัย ตาก สมุทรสงคราม และร้อยเอ็ด พร้อมผสานเทคโนโลยีทันสมัยให้ลอยกระทงอย่างสร้างสรรค์ สะท้อนคุณค่าความเป็นไทย และใส่ใจสิ่งแวดล้อม ณ ถนนเลียบคลองผดุงกรุงเกษม กทม.

หลังจบงาน ญาญ่า ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเพื่ออัปเดตเรื่องการแต่งงานให้ทุกคนได้ทราบว่า 

– ญาญ่าบอกยังไม่รู้ว่าแต่งวันไหน 

– ตกใจณเดชน์บอกว่ามีชื่อลูกแล้ว ซึ่งมีชื่อในใจมานานมากแล้ว แต่ยากพอสมควร ออกเสียงยาก เป็นภาษาอังกฤษ มันเป็นการรวมตัวอักษรกันเลยต้องออกเสียงเยอะ แต่คุณปู่คุณย่าซ้อมเรียกชื่อหลานกันหมดแล้ว

– ณเดชน์ซีเรียสมากถ้าออกเสียงไม่ถูก แต่ตั้งชื่อผู้หญิง ชื่อเริ่มต้นด้วยตัว R ไม่มีความหมายแต่ถ้าบอกไปทุกคนจะรู้เลยว่าชื่ออะไร 

– ยืนยันไม่เอาลูกแฝด มีทีละคน

– แต่กว่าจะมีลูกอีกนาน เพราะกว่าจะแต่งอีก 2 ปี มี 3 ที่ นอร์เวย์ ขอนแก่น กรุงเทพฯ

– ส่วนวันนี้ที่ได้แต่งเป็นนางนพมาศปี 2567 ภูมิใจ และดีใจมากๆ ถือเป็นครั้งแรกที่ได้นั่งเรือในฐานะนางนพมาศ ต้องขอบคุณ ททท.(การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย) ที่ชวนมา อยากให้คนมาเฉลิมฉลองกันเยอะๆ เป็นวัฒนธรรมที่สวยงามมาก และตนเป็นคนที่ชอบแต่งชุดไทย ชอบมาก เป็นวัฒนธรรมที่สวยมาก มีแต่คนอยากแต่งชุดไทย

– ชุดสวยมากด้วย และตนก็ชอบมาก ถือว่าเป็นวันที่เรียบร้อยที่สุด ชฎาที่ใส่ฐานแข็งแรงมาก ไม่หนักเลย รู้สึกว่าอยากจะใส่ให้สวย เรียบร้อยเลยไม่กล้าขยับเยอะ ชุดที่ใส่ใช้เวลาเกือบชั่วโมง ชุดไทยเป็นอะไรที่ผู้หญิงใส่แล้วสวยแน่นอน

– ไม่ค่อยมีโอกาสได้ลอยกระทง เพราะทำงาน ถือว่าปีนี้เป็นปีที่โชคดีที่ได้ลอยกระทง

– ญาญ่าสะสมผ้าซิ่น ซื้อเก็บเรื่อยๆ รู้สึกว่าหาโอกาสที่จะได้ใส่น้อยพอสมควร ดีใจที่วันนี้ได้ใส่เต็มยศมากๆ เป็นครั้งแรกที่ใส่ชุดเต็ม ได้นั่งเรือแบบนี้

– ณเดชน์ชมเรื่อยๆ เพราะเขาก็ชอบที่จะได้ใส่ผ้าไทย ชอบใส่ผ้าไทยทั้งคู่ ตอนไปเมืองนอกก็จะตัดชุดที่เป็นผ้าไทยไปใส่กัน

– ชุดไทยในงานแต่ง ขอจองตัวอาจารย์วีรธรรม (วีรธรรม ตระกูลเงินไทย บรมครูผ้าไหม) ตนขอไว้เรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่ได้คุยเลย ถือเป็นการขอผ่านสื่อ ทีมของอาจารย์มีความรู้เยอะมาก และบอกไปแล้วว่าอยากใส่สีอะไร 

– ญาญ่าตั้งใจ อยากใส่ชุดไทยในงานแต่ง อยากให้มันเกิดขึ้นเร็วๆ เป็นวัฒนธรรมที่ฝรั่งหลายคนอยากบินมาเพื่อมาทำด้วยซ้ำ เลยคิดว่านี่คือบ้านเกิดของเรา เราได้ไปขอนแก่นบ้านพี่ณเดชน์ด้วย อันนี้จะถือว่าเป็นสิ่งที่คอมพลีตที่สุดใส่ชีวิต แต่ก็ยังไม่รู้ว่าธรรมเนียมทางอีสานเขาจะต้องใส่ชุดแบบไหนบ้างแต่มีชื่อแล้ว ชื่อชุดสะใภ้ขอนแก่น

เส้นทางความสำเร็จ โอปอล สุชาตา รองอันดับ 3 Miss Universe 2024 ความพยายามไม่เคยทรยศใคร

https://www.thairath.co.th/entertain/beauty-pageant/2826076

เส้นทางความสำเร็จ โอปอล สุชาตา รองอันดับ 3 Miss Universe 2024 ความพยายามไม่เคยทรยศใคร

17 พ.ย. 2567 17:06 น.

เส้นทางความสำเร็จ โอปอล สุชาตา รองอันดับ 3 Miss Universe 2024 ความพยายามไม่เคยทรยศใคร

เป็นอีกหนึ่งนางงามที่มีความพยายามไม่แพ้ใคร สำหรับ โอปอล สุชาตา ช่วงศรี รองอันดับ 3 Miss Universe 2024 และ Miss Universe Thailand 2024 ซึ่งกว่าที่โอปอลจะทำสำเร็จในวันนี้ เจ้าตัวได้พยายามมาไม่น้อย เราจะเล่าย้อนถึงความพยายามของเธอคนนี้กัน 

เพราะตอนเด็กๆ เคยอยากเป็นนางงาม เป็นความฝัน จึงเดินเข้าสู่เวทีการประกวด โดยโอปอลเริ่มต้นการประกวดจากเวที นางงามรัตนโกสินทร์ เป็นเวทีแรก และได้เข้าสู่การประกวด Miss Universe Thailand 2022 ได้รับตำแหน่งรองอันดับ 2 Miss Universe Thailand 2022 (เพราะนิโคลีนถอนตัว ตำแหน่งจึงขยับ) 

แม้จะยังไม่ได้ครองมงกุฎในปีนั้น แต่โอปอลก็ไม่ละทิ้งความฝันของตัวเองไป ในช่วงที่รอเวลา โอปอลได้พยายามฝึกฝนในสิ่งที่ตัวเองยังทำไม่ดีเพื่อที่จะกลับมาประกวดอีกครั้งเมื่อตัวเธอเองพร้อม ซึ่งในปี 2023 โอปอลได้ไปดู แอนโทเนีย โพซิ้ว ประกวด Miss Universe 2023 ด้วย เป็นการไปดูงานล่วงหน้าของเธอ 

จากนั้นในปี 2024 โอปอล พร้อมที่จะขึ้นเวทีประกวดอีกครั้ง เธอได้กลับมาประกวดและคว้ามงกุฎ Miss Universe Thailand 2024 มาครองได้สำเร็จ เรียกว่าทำความฝันของตัวเองให้เป็นจริงได้อย่างสวยงาม และโอปอลเตรียมตัวอย่างเต็มที่ไม่ว่าจะเป็นการแต่งหน้า ทำผม ฟิตหุ่น การเดิน หรือการเตรียมตัวในเรื่องการตอบคำถาม เพื่อที่จะไปประกวดบนเวทีใหญ่อย่าง Miss Universe 2024 ซึ่งในตลอดการเก็บตัว โอปอลก็ทำผลงานออกมาได้อย่างดีอย่างที่หลายคนได้เห็นกัน 

และความพยายามก็ไม่เคยทำร้ายใครทรยศใคร เพราะ โอปอล สุชาตา ได้ทำความฝันของเธอสำเร็จไปอีกขั้น นั่นก็คือการพาประเทศไทยสร้างประวัติศาสตร์อีกครั้งด้วยการคว้าตำแหน่งรองอันดับ 3 Miss Universe 2024 มาครองได้อย่างสวยงาม เรียกว่าชนะใจแฟนนางงาม และคนไทยทั้งประเทศอีกด้วย 

ซึ่งหลังจากที่ได้ตำแหน่ง โอปอลก็ได้โพสต์ขอบคุณคนไทยในอินสตาแกรมเอาไว้ว่า “ไม่เสียดายและไม่เสียใจ มีแต่ความภาคภูมิใจที่ได้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนอย่างดีที่สุด

ขอบคุณคนไทยทุกคนที่คอยสนับสนุนกันมาเสมอ โอปอลและทีมไทยทุกคนรู้สึกซาบซึ้งในพลังของพวกเราคนไทยมากๆ ค่ะ

ในวันนี้ไม่มีอะไรที่ต้องเสียดาย ไม่มีอะไรที่ต้องเสียใจ เราได้ทำให้ทุกคนเห็นแล้วถึงความน่าภาคภูมิใจของบ้านเรา ไม่ใช่เพียงแค่โอปอล แต่มันคือพลังของพวกเราคนไทยทุกคน

โอกาสครั้งเดียวในชีวิต โอปอลดีใจที่ได้ใช้มันร่วมกับทุกคนนะคะ และดีใจที่ได้เป็นคนสร้างความสุข ความสนุกสนานให้กับคนไทย

เราจะเก็บความทรงจำที่ดีเอาไว้ร่วมกัน ว่าครั้งหนึ่ง เรามีความหวัง มีความศรัทธาร่วมกันมา ต่อจากนี้ไป โอปอลเชื่อว่ายังมีผู้หญิงไทยอีกมากมายที่จะสร้างความภาคภูมิใจให้กับพวกเรา ขอให้ทุกคนเชื่อมั่นต่อไป อย่าหมดหวัง เพราะโอปอลไม่เคยหมดหวังกับคำว่า Thailand เลย”