รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : การใช้ยาของคนวัยเกษียณ

https://www.naewna.com/lady/841970

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : การใช้ยาของคนวัยเกษียณ

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : การใช้ยาของคนวัยเกษียณ

วันจันทร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว บางวันฝนตก บางวันร้อน (ตับแตก) แถมยังมี ฝุ่น PM2.5 อีกด้วย จึงอาจทำให้บางคนตื่นนอนแล้วมีอาการภูมิแพ้ ทั้งแพ้อากาศ และแพ้ที่ผิวหนัง สัปดาห์นี้จึงชวนคุยเรื่องการใช้ยาแก้แพ้ รวมถึงข้อควรระวังการใช้ยา

ก่อนไปถึงเรื่องการใช้ยา หลักการแรกที่จะต่อสู้กับการแพ้ดีที่สุดคือ ต้องหลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้ให้ได้ฉะนั้นต้องรู้ว่าเราแพ้อะไร ถ้าเลี่ยงไม่ได้ เราต้องดูแลให้ร่างกายมีความต้านทานการแพ้ได้ดีขึ้น เช่น ทำร่างกายให้แข็งแรง พักผ่อนให้เพียงพอออกกำลังกาย ลดความเครียด กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผักและผลไม้ เพื่อจะได้มีวิตามินเพียงพอในการสร้างภูมิคุ้มกัน แต่กระนั้นก็ดีถึงทำได้ทั้งหมดนี้แล้ว ก็ไม่ได้การันตีว่าเราจะไม่มีอาการแพ้ แต่ก็ยังดีกว่าต้องพึ่งยาแก้แพ้ตลอดเวลา

แต่ถ้าต้องใช้ยาแก้แพ้ ก็ต้องเลือกใช้ให้เหมาะสมยาแก้แพ้ยอดนิยมสำหรับอาการภูมิแพ้อากาศ ที่มีอาการเด่นๆ คือ น้ำมูกไหล จาม คันตา น้ำตาไหล คือยาต้านฮิสตามีนรุ่นที่ 2 หรือ อาจพูดง่ายๆ คือ ยาแก้แพ้ชนิดที่ไม่ทำให้ง่วง ที่มีหลายชนิด เช่น cetirizine, desloratadine, fexofenadine, levocetirizine loratadine และ bilastine

ส่วนยาแก้แพ้รุ่นที่ 1 (ยาต้านฮิสตามีนรุ่นแรก) หรือ เรียกว่า ยาแก้แพ้ชนิดที่มีผลข้างเคียงทำให้ง่วง ได้แก่ chlorpheniramine, brompheniramine และ diphenhydramine เป็นต้น

ยาแก้แพ้รุ่นที่ 2 มีข้อดีเหนือกว่ายาแก้แพ้รุ่นเก่า นอกจากไม่ทำให้ง่วงแล้ว ยังไม่ต้องรับประทานยาบ่อย ยารุ่นเก่าต้องกินวันละ 3-4 ครั้ง เนื่องจากมีฤทธิ์สั้นกว่าในขณะที่ยาต้านฮิสตามีนรุ่นที่ 2 เป็นยาที่ออกฤทธิ์ได้ยาวกว่า ทำให้กินเพียงวันละ 1 ครั้งก็เพียงพอ หรือถ้าภูมิแพ้รุนแรงมากจริงๆ ยาบางชนิดอาจให้รับประทานวันละ 2 ครั้ง ห่างกันประมาณ 12 ชั่วโมง

ยาแก้แพ้เป็นยาที่ผู้ใช้ยาสามารถซื้อหาได้ง่ายและสะดวก และยาหลายชนิดเป็นยาที่ค่อนข้างปลอดภัยในคนทั่วไป แต่การใช้ยาแก้แพ้ที่ไม่เหมาะสมก็อาจลดคุณภาพชีวิต ประสิทธิภาพการทำงาน ตลอดจนก่อให้เกิดอันตราย ตัวอย่างที่พบบ่อยคือ การรับประทานยาต้านฮิสตามีนรุ่น 1 ที่กินแล้วง่วงนอน ในคนทั่วไปทำให้ประสิทธิภาพในการเรียนและการทำงานลดลง หากกินแล้วไปขับรถหรือทำงานกับเครื่องจักรก็อาจเป็นอันตราย หรือเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้ 

แต่สำหรับผู้สูงอายุซึ่งสภาพการทำงานของตับไตเสื่อมลง การกำจัดยาออกจากร่างกายก็เปลี่ยนแปลงไป การออกฤทธิ์ของยาก็อาจจะนาน หรือช้ากว่าปกติ การใช้ยาแก้แพ้ที่ในคนทั่วไปแค่ง่วงๆแต่กับผู้สูงอายุอาจจะถึงกับต้องนอนทั้งวัน มึนงง เวลาลุกขึ้นจากท่านอนเป็นยืนแล้วเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้ม ซึ่งการหกล้มนั้นเป็นภัยร้ายแรงในผู้สูงอายุอย่างมาก เพราะอาจทำให้กระดูกหัก

ยาแก้แพ้รุ่นที่ 1 ยังทำให้เกิดอาการปากแห้ง คอแห้ง ตาพร่า ท้องผูก ปัสสาวะขัด และคนที่เป็นโรคต้อหิน หรือโรคต่อมลูกหมากโตไม่ควรใช้ นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า การใช้ยาแก้แพ้รุ่นแรกเป็นเวลานาน ยังทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคความจำเสื่อมเพิ่มขึ้นด้วย

ดังนั้น จึงไม่แนะนำให้ผู้สูงอายุใช้ยาแก้แพ้แบบที่ทำให้ง่วง (หรือยาต้านฮิสตามีนรุ่นแรก) ถ้าจำเป็นต้องใช้ ให้เลือกยาต้านฮิสตามีนรุ่นที่ 2 เพื่อความปลอดภัยของชีวิต

หากคุณมีข้อสงสัยเกี่ยวกับยา และผลิตภัณฑ์สุขภาพต่างๆ โปรดสอบถามที่ศูนย์ข้อมูลยา คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยใช้ช่องทาง line@guruya

รศ.ภญ.ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ รศ.ภก.ดร.บดินทร์ ติวสุวรรณ

คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ม.ชินวัตร และ MOCA BANGKOK ลงนามความร่วมมือขับเคลื่อนวงการศิลปวัฒนธรรมไทย

https://www.naewna.com/lady/841974

ม.ชินวัตร และ MOCA BANGKOK ลงนามความร่วมมือขับเคลื่อนวงการศิลปวัฒนธรรมไทย

ม.ชินวัตร และ MOCA BANGKOK ลงนามความร่วมมือขับเคลื่อนวงการศิลปวัฒนธรรมไทย

วันจันทร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยชินวัตร (SIU) และพิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย (MOCA BANGKOK) ได้จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) อย่างเป็นทางการ โดยมีตัวแทนของทั้งสององค์กรเข้าร่วมงาน ณ โถง Atrium ของ MOCA BANGKOK พิธีในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นโอกาสสำคัญในการขับเคลื่อนวงการศิลปวัฒนธรรมไทย แต่ยังเป็นการแสดงถึงความมุ่งมั่นของทั้งสององค์กรในการสนับสนุนการศึกษาและการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย รวมถึงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นระหว่างภาคการศึกษาและภาคศิลปวัฒนธรรมในประเทศไทย อีกทั้งเป็นตัวอย่างของการสร้างความสัมพันธ์ที่เป็นมิตรระหว่างหน่วยงานทางวัฒนธรรมและการศึกษาในระดับสากล

ผู้ลงนามฝ่ายมหาวิทยาลัยชินวัตร ประกอบด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.โจว เฟย (Zhou Fei) อธิการบดีมหาวิทยาลัยชินวัตร ซึ่งได้รับการสนับสนุนและร่วมลงนามเป็นพยาน โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปานพล รอดลอยทุกข์รองอธิการบดีฝ่ายปฏิบัติการและกลยุทธ์ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เกษมรัสมิ์ วิจิตรกุลเกษม คณบดีคณะศิลปศาสตร์ ขณะที่ฝ่าย MOCA BANGKOK ได้รับเกียรติจาก นายบุญชัย เบญจรงคกุล CEO และผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์เป็นผู้ลงนามในนามของ MOCA BANGKOK โดยมี ดร.ศรีภูมิศุขเนตร ประธานที่ปรึกษากลุ่มเบญจจินดา เข้าร่วมเป็นพยานในพิธีสำคัญนี้

พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ มีเนื้อหาครอบคลุมถึงการส่งเสริมความร่วมมือในด้านต่างๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อวงการศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยของประเทศไทย โดยมีการกำหนดเป้าหมายร่วมกันที่ครอบคลุมถึง 4 ด้านหลักเพื่อยกระดับและขยายขอบเขตของการศึกษาและการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะให้กว้างไกลยิ่งขึ้น

รายละเอียดของความร่วมมือ ประกอบด้วย 1.การส่งเสริมการเข้าชมและการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย โดยพิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย MOCA BANGKOK และมหาวิทยาลัยชินวัตรจะทำงานร่วมกันในการสนับสนุนการเรียนรู้เกี่ยวกับศิลปะร่วมสมัย โดยนักศึกษาและคณาจารย์จะได้รับโอกาสเข้าถึงแหล่งความรู้และข้อมูลที่สำคัญทางศิลปะร่วมสมัยจาก MOCA BANGKOK ซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมผลงานที่มีความสำคัญในระดับนานาชาติ อีกทั้งการจัดกิจกรรมบรรยาย การจัดเวิร์กช็อป และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในด้านต่างๆ จะช่วยเสริมสร้างทักษะและความเข้าใจที่ลึกซึ้งของนักศึกษาและบุคลากรทางการศึกษา ให้สามารถนำไปปรับใช้ในการศึกษาวิจัยและการสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างเต็มที่

2.การส่งเสริมการแสดงนิทรรศการสำหรับนักศึกษา เป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญในการสนับสนุนให้นักศึกษาคณะศิลปศาสตร์และสถาบันศิลปะและปรัชญาจากมหาวิทยาลัยชินวัตรได้มีโอกาสในการนำเสนอผลงานศิลปะผ่านการจัดแสดงร่วมกับศิลปินอาชีพ ซึ่งทาง MOCA BANGKOK จะทำการคัดเลือกผลงานของนักศึกษาที่มีคุณภาพและโดดเด่นในเชิงสร้างสรรค์เพื่อให้ได้แสดงในนิทรรศการที่พิพิธภัณฑ์ ซึ่งโอกาสนี้จะช่วยให้พวกเขาได้เรียนรู้และสัมผัสประสบการณ์ในการจัดแสดงผลงานในวงการศิลปะจริง ถือเป็นการฝึกฝนทักษะที่สำคัญและสร้างความเชื่อมั่นในการก้าวเข้าสู่วงการศิลปะในอนาคต

3.การแลกเปลี่ยนข่าวสารและบทความวิชาการ โดยทั้งสององค์กรจะทำงานร่วมกันในการเผยแพร่ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับศิลปะร่วมสมัยและวัฒนธรรมในรูปแบบต่างๆ ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ผ่านช่องทางต่างๆ รวมถึงเว็บไซต์และฐานข้อมูลของทั้งสององค์กร การแลกเปลี่ยนข่าวสารนี้ยังเป็นการสนับสนุนการพัฒนาองค์ความรู้และเพิ่มการเข้าถึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่ผู้สนใจทั่วไป ทั้งจากนักวิจัย นักศึกษา และผู้สนใจด้านศิลปะ การเผยแพร่ข้อมูลอย่างกว้างขวางนี้จะช่วยเพิ่มโอกาสให้บุคคลที่มีความสนใจได้รับทราบถึงกิจกรรมและความรู้ใหม่ๆ ในวงการศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย นอกจากนี้ยังช่วยส่งเสริมการวิจัยทางวิชาการที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและวงการศิลปะในภาพรวม

4.การแลกเปลี่ยนความรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมระหว่างประเทศ โดยเน้นถึงความเชื่อมโยงและการสร้างความเข้าใจด้านศิลปวัฒนธรรมระหว่างไทย จีน และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งการแลกเปลี่ยนครั้งนี้จะผ่านการจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย เช่น การจัดสัมมนา การจัดการประชุมเชิงวิชาการ และการสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์ระหว่างคณาจารย์ นักศึกษา และบุคลากรของทั้งสององค์กร กิจกรรมเหล่านี้จะช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนแนวคิดที่สำคัญและเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้เทคนิคและประสบการณ์ใหม่ๆ จากผู้เชี่ยวชาญในต่างประเทศ เพื่อเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจด้านศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัยในบริบทที่กว้างขวางและลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น

ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยชินวัตรได้มีการนำพานักศึกษาในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก จากสถาบันศิลปะและปรัชญาเข้าชมและศึกษาดูงานที่ MOCA BANGKOK เป็นประจำ เพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์การเรียนรู้ด้านศิลปะร่วมสมัยและการสร้างสรรค์ผลงานแบบเชิงวิชาการในประเทศไทย การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้จึงเป็นการสานต่อเจตนารมณ์ในการส่งเสริมการศึกษาและการพัฒนาความรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่มั่นคงระหว่างสององค์กรที่จะร่วมกันขับเคลื่อนวงการศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยไทยให้ก้าวไปสู่เวทีนานาชาติ นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสในการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรและนักศึกษาในด้านศิลปวัฒนธรรมให้มีความพร้อมในการก้าวเข้าสู่วงการศิลปะร่วมสมัยในระดับสากล

องค์การยูนิเซฟเปิดตัวแคมเปญ‘Box of Life-กล่องช่วยชีวิต’ ‘มาดามแป้ง’ชวนคนไทยส่งความช่วยเหลือเร่งด่วนสู่เด็กในภาวะวิกฤต

https://www.naewna.com/lady/841989

องค์การยูนิเซฟเปิดตัวแคมเปญ‘Box of Life-กล่องช่วยชีวิต’ ‘มาดามแป้ง’ชวนคนไทยส่งความช่วยเหลือเร่งด่วนสู่เด็กในภาวะวิกฤต

องค์การยูนิเซฟเปิดตัวแคมเปญ‘Box of Life-กล่องช่วยชีวิต’ ‘มาดามแป้ง’ชวนคนไทยส่งความช่วยเหลือเร่งด่วนสู่เด็กในภาวะวิกฤต

วันจันทร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย เปิดตัวแคมเปญ “Box of Life” ปลุกพลังทุกคนมาร่วมลงมือทำและบริจาคเพื่อมอบความช่วยเหลือแก่เด็กที่กำลังเผชิญวิกฤตในด้านต่างๆ ภายใต้แคมเปญ “A Better Tomorrow Today” โดยมุ่งเน้นให้ทุกคนร่วมสร้างอนาคตที่ดีกว่าแก่เด็กๆ ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลกที่ขาดแคลนสิ่งจำเป็นพื้นฐาน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เด็กเผชิญกับวิกฤตการณ์ด้านสุขภาพ ภาวะขาดแคลนอาหาร ภัยพิบัติและความไม่เท่าเทียมทางสังคม

“Box of Life” หรือ “กล่องช่วยชีวิต” ของยูนิเซฟ เป็นชุดสิ่งของจำเป็นขั้นพื้นฐาน ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยเหลือเด็กๆ ที่อยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ประกอบด้วย เช่น วัคซีนป้องกันโรค อาหารบำบัดฉุกเฉิน เม็ดทำน้ำดื่มสะอาด ชุดสุขอนามัย และอุปกรณ์การศึกษา ซึ่งไม่เพียงช่วยให้เด็กๆ ปลอดภัย แต่ยังสร้างพื้นฐานที่ดีแก่การเติบโตและพัฒนาได้อย่างเต็มศักยภาพ แม้ในยามที่ต้องเผชิญความยากลำบาก การสนับสนุน Box of Life จึงเป็นเหมือนการวางรากฐานอนาคตที่มั่นคงให้แก่เด็กทุกคน เพื่อให้พวกเขามีโอกาสเติบโตอย่างปลอดภัย แข็งแรงและเปี่ยมด้วยความหวัง

แคมเปญนี้ได้รับการสนับสนุนจากบุคคลที่มีชื่อเสียง นำโดย มาดามแป้ง-นวลพรรณ ล่ำซำทูตองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย,นักแสดงชื่อดัง เจมส์-จิรายุ ตั้งศรีสุขและ ชาคริต แย้มนาม รวมถึงนักกีฬาแบดมินตัน ปอป้อ-ทรัพย์สิรีแต้รัตนชัย ซึ่งทั้ง 4 ท่านได้ร่วมเป็นกระบอกเสียงสำคัญ ในการส่งต่อข้อความว่าเด็กทุกคนควรได้รับการสนับสนุน เพื่อสร้างอนาคตที่สดใส

นางคยองซอน คิม ผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าวว่า“เด็กๆ ทั่วโลกกำลังเผชิญกับวิกฤตที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นภัยต่อสุขภาพ ความปลอดภัย และอนาคตของพวกเขา วันนี้คือเวลาที่เราต้องผนึกกำลังกัน ไม่เพียงเพื่อรับมือกับวิกฤต แต่ต้องมั่นใจว่าจะไม่มีเด็กคนใดต้องต่อสู้เพียงลำพัง “Box of Life” จึงเป็นมากกว่ากล่องบรรจุสิ่งของจำเป็น แต่เป็นดั่งสะพานสู่อนาคตที่สดใส และสัญลักษณ์แห่งความหวังและโอกาส ดังนั้นทุกการสนับสนุน คือการร่วมกันเส้นทางชีวิตที่จะนำพาเด็กๆ เติบโตอย่างแข็งแกร่งในวันข้างหน้า”

ยูนิเซฟยังได้นำเสนอวีดีโอ “Box of Life” ผ่านเครือข่ายรถไฟฟ้าบีทีเอสทั่วกรุงเทพมหานคร ทั้งยังมีกิจกรรมพิเศษ “Train to the Future” ที่แปลงโฉมขบวนรถไฟฟ้าให้กลายเป็นแกลเลอรีเคลื่อนที่แสดงผลงานศิลปะอันทรงพลังของเด็กๆ ที่ได้ถ่ายทอดความฝันและแรงบันดาลใจผ่านลวดลายอันสดใส สร้างสรรค์ขบวนรถไฟให้เป็นสัญลักษณ์แห่งการเดินทางสู่โลกที่ปลอดภัย สมบูรณ์ และเปี่ยมด้วยความหวัง เป็นการส่งเสียงแทนเด็กๆ ทั่วโลกที่กำลังเผชิญความยากลำบาก และเรียกร้องโอกาสที่เท่าเทียมเพื่อก้าวสู่อนาคตที่ดีกว่า

ปัจจุบัน เด็กนับล้านทั่วโลกกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากและวิกฤตที่สามารถป้องกันได้ทุกๆ วัน มีเด็ก 13,400 ชีวิต ต้องเสียชีวิตเพียงเพราะขาดสิ่งพื้นฐานอย่างวัคซีน น้ำสะอาด และสุขอนามัยที่ดี ขณะที่เด็กอีกกว่า 45 ล้านคนกำลังประสบภาวะขาดสารอาหารขั้นวิกฤต ส่งผลให้เด็กเสียชีวิตถึงหนึ่งล้านคนต่อปี ไม่เพียงเท่านั้น โรคมาลาเรียเพียงโรคเดียวก็คร่าชีวิตเด็กๆ ปีละ 400,000 คน ทั้งยังมีเด็กอีก 250 ล้านคน ที่ขาดโอกาสในการศึกษา โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ความขัดแย้ง ทั้งที่การศึกษาคือความหวังเดียวที่จะพาพวกเขาหลุดพ้นจากความยากลำบาก และที่น่าวิตกยิ่งขึ้นคือ เด็กในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกถึงร้อยละ 65 กำลังเผชิญภัยคุกคามจากวิกฤตสภาพอากาศ ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วมหรือมลพิษ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลกถึงเกือบสองเท่า

มาดามแป้ง-นวลพรรณ ล่ำซำกล่าวเสริมว่า “ตัวเลขทางสถิติเหล่านี้เป็นเพียงภาพสะท้อนส่วนหนึ่งของความจริง เพราะเบื้องหลังตัวเลขแต่ละตัวคือชีวิตของเด็กๆ ที่เต็มไปด้วยศักยภาพ ความฝัน และสิทธิอันชอบธรรมที่จะได้ก้าวเดินสู่อนาคตอันสดใส ปัญหาและวิกฤตต่างๆ นี้สามารถยุติลงได้ หากเราร่วมแรงร่วมใจกัน และต้องเริ่มลงมือในวันนี้ ทุกการสนับสนุนในแคมเปญ “Box of Life” คือก้าวสำคัญในการช่วยชีวิตและปกป้องอนาคตของพวกเขา เราไม่ได้เพียงส่งมอบความช่วยเหลือเท่านั้น แต่ยังส่งต่อความหวัง พลังใจ และโอกาสให้เด็กทุกคนได้เติบโตอย่างปลอดภัยและแข็งแกร่ง”

ด้าน ปอป้อ-ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย กล่าวว่า “อนาคตของเด็กจะเป็นอย่างไร สิ่งสำคัญคือการได้รับโอกาส ซึ่งรวมถึงการสร้างแรงบันดาลใจและการมอบความหวังให้พวกเขา การได้เห็นเด็กๆมีโอกาสพัฒนาตนเองและเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพเป็นสิ่งที่มีคุณค่าที่สุดสำหรับสังคม”

ส่วน ชาคริต แย้มนาม เผยว่า“ผมเชื่อว่าเด็กทุกคนควรได้รับการสนับสนุนทั้งด้านการศึกษาและพัฒนาทักษะชีวิตในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ทุกการสนับสนุนที่เรามอบให้เด็กๆ คือการมอบโอกาสและความหวังในชีวิตที่ดีขึ้น โดยเราทุกคนสามารถเป็นฮีโร่และสร้างการเปลี่ยนแปลงให้แก่เด็กเหล่านี้ได้”

เจมส์-จิรายุ ตั้งศรีสุข กล่าวเสริมว่า “การสนับสนุนเด็กๆ ไม่ว่าจะผ่านการบริจาค การร่วมกิจกรรม หรือการแบ่งปันข้อมูล ล้วนเป็นการสร้างโอกาสที่จะช่วยให้พวกเขาเติบโตขึ้นมาเป็นพลังสำคัญที่ดีให้กับสังคมในอนาคตได้ และผมอยากเป็นหนึ่งในกระบอกเสียงที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ และช่วยสร้างอนาคตที่สดใสให้กับเด็กทุกคน โดยเฉพาะเด็กที่อยู่ในภาวะยากลำบากที่สุด”

ในฐานะองค์กรหลักของโลกที่ทำงานด้านมนุษยธรรม ยูนิเซฟมุ่งมั่นที่จะเข้าถึงเด็กผู้เปราะบางที่สุด แม้ในพื้นที่ที่เข้าถึงยากที่สุด โดยตั้งเป้าส่งมอบสุขอนามัยที่ดีให้แก่ประชากรหนึ่งพันล้านคนทั่วโลกภายในปี 2573 โดย “Box of Life” จะเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้บรรลุเป้าหมายนี้ อีกทั้งยังเดินหน้าสร้างการเปลี่ยนแปลงในชีวิตเด็กๆ อย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2566 ยูนิเซฟได้จัดส่งวัคซีน 2.8 พันล้านโดสใน 105 ประเทศ ครอบคลุมเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี เกือบครึ่งหนึ่งของโลก ยูนิเซฟยังจัดหาอาหารบำบัดฉุกเฉินร้อยละ 80ซึ่งได้ช่วยชีวิตเด็กหลายล้านคน พร้อมส่งมอบสื่อการเรียนรู้กว่า 42 ล้านชิ้นถึงเด็ก 28.3 ล้านคน รวมถึงเด็กในพื้นที่วิกฤต

โครงการ Box of Life จึงเป็นการเปิดโอกาสให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เพราะทุกการบริจาคไม่เพียงสร้างอนาคตที่ยั่งยืนและสังคมที่เข้มแข็ง แต่ยังจุดประกายอนาคตอันสดใสให้แก่เด็กๆ ที่จะเติบโตขึ้นเป็นผู้นำ นักคิด นักสร้างสรรค์ และผู้ที่พร้อมจะสร้างความเปลี่ยนแปลงในอนาคต

มาร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงอนาคตของเด็กตั้งแต่วันนี้ ในแคมเปญ “A Better Tomorrow Today-วันนี้ เพื่อพรุ่งนี้ที่ดีกว่า” โดย รวมบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือเด็กกับยูนิเซฟ | UNICEF Thailand ผ่านการสนับสนุน Box of Life และทุกการบริจาค 1,500 บาท จะได้รับพวงกุญแจยูนิเซฟที่เป็นสัญลักษณ์แห่งการสนับสนุนและส่งต่อความหวังให้กับเด็กและเยาวชน เข้าชมรายละเอียดได้ทาง www.unicef.org/thailand/th/better-tomorrow-today สามารถบริจาคได้ที่ http://www.unicef.or.th/boxoflife

เติมความสดใส ต้อนรับฤดูกาล Fall/Winter 2024 สัมผัสความหอม 2 กลิ่น 2 สไตล์

https://www.naewna.com/lady/841982

เติมความสดใส ต้อนรับฤดูกาล Fall/Winter 2024  สัมผัสความหอม 2 กลิ่น 2 สไตล์

เติมความสดใส ต้อนรับฤดูกาล Fall/Winter 2024 สัมผัสความหอม 2 กลิ่น 2 สไตล์

วันจันทร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ครั้งแรกจาก Jelly Bunny (เจลลี บันนี) กับการเปิดตัวน้ำหอม “Hello” และ “First Date” ต้อนรับฤดูกาล Fall/Winter 2024 พร้อมเชิญชวนทุกคนมาดื่มด่ำกับความหอมสองสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ที่ยากเกินห้ามใจ โดยน้ำหอมทั้งสองกลิ่นบอกเล่าแรงบันดาลใจที่แตกต่างกัน แต่ยังคงไว้ซึ่งคาแร็กเตอร์สาวเจบีอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นความสนุกสนาน ความสดใส และความมีชีวิตชีวา

เริ่มด้วย “Hello” น้ำหอมวู้ดดี้อโรมาติกที่สามารถใช้ได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชายให้กลิ่นสดชื่นเสมือนได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ถูกรังสรรค์ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Let’s Get the Good Story Everyday” การผจญภัยออกสู่โลกกว้างเพื่อค้นพบประสบการณ์อันแปลกใหม่ในทุกวัน ปลายทางคือการค้นพบตัวตน ความฝัน และความปรารถนาของตัวเอง ถูกเก็บบรรจุในขวดแก้วทรงกลมสีฟ้า เพิ่มลูกเล่นด้วยแสตมป์ โลโก้แบรนด์สีขาวสุดน่ารัก เปิดด้วยกลิ่นซิตรัสที่ซาบซ่าของเบอร์กามอตและเลม่อน ตามด้วยกลิ่นชวนผ่อนคลายจากน้ำมันสน และรากออร์ตีสที่ให้กลิ่นโทนพาวเดอร์รี ก่อนจะเปลี่ยนเป็น ความหวานหอมของวานิลลาแซนดัลวู้ด และกลิ่นอำพันช่วยเติมความอบอุ่น นุ่มนวล อีกหนึ่งกลิ่น “First Date” น้ำหอมฟลอรัลเฟมินีนสำหรับผู้หญิงที่ให้กลิ่นหอมหวานราวกับถูกโอบกอด จากหมู่มวลดอกไม้ที่ถูกสร้างสรรค์ด้วยแนวคิด “Girl, It’s a Sprinkle of Charm” บอกเล่าช่วงเวลาสุดพิเศษ ของหญิงสาวกับคนที่เธอรักอันเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ที่น่าหลงใหล ถ่ายทอดผ่านกลิ่นลูกแพร์สุดละมุน ตามมาด้วยความรู้สึกอ่อนโยนจากดอกสวีทพี ก่อนจะปิดท้ายด้วยไวท์มัสก์ให้ความรู้สึกสดชื่น อบอุ่น มาในแพ็กเกจขวดน้ำหอมทรงกลมสีชมพูเสริมความน่ารักด้วยแสตมป์ โลโก้แบรนด์สีขาว สัมผัสความหอมของ “Hello” และ “First Date” ได้ที่เจลลี บันนีทุกสาขา และเว็บไซต์ jellybunny.com

คุณแหน : 18 พฤศจิกายน 2567

https://www.naewna.com/lady/841988

คุณแหน : 18 พฤศจิกายน 2567

คุณแหน : 18 พฤศจิกายน 2567

วันจันทร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ll มูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จัดรายการพิเศษทางโทรทัศน์ ททบ.5 เนื่องในโอกาส “วันสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า” 25 พ.ย. เวลา 20.30-22.30 น. เพื่อหารายได้สนับสนุนการจัดหาเครื่องมือแพทย์เพื่อ “ศูนย์รักษาผู้ป่วยมะเร็ง” โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าร่วมบริจาคได้ที่สำนักงานมูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าฯ โทร.02-3543699…

ll ดร.ใกล้รุ่ง อามระดิษ บรรยายเรื่อง “หนึ่งศตวรรษ ตำนานดอกกุหลาบพระอัจฉริยภาพอันพิศิษฐ์” หนึ่งในกิจกรรมเผยแพร่พระเกียรติคุณในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 วันที่ 28 พ.ย.13.00 น. ณ ห้องประชุมศรีอยุธยา หอวชิราวุธานุสรณ์ สำนักหอสมุดแห่งชาติ…

ll ฉลองครบ 80 ปี สุภาพรรณ พิชัยรณรงค์สงคราม “ความทรงจำที่งดงาม บนสายน้ำแห่งชีวิต” 28 พ.ย.18.30 น. ร้านสุภัทรา ริเวอร์ เฮ้าส์จัดการแสดงพิเศษและกำกับการแสดงโดยน้องสาวคนเก่ง อ.ภัทราวดี มีชูธน พร้อมศิลปินรับเชิญชื่อดัง คับคั่ง เจ้าภาพของดของขวัญ หากบริจาคร่วมสมทบทุนมูลนิธิคุณหญิงสุภัทรา สิงหลกะ เพื่อช่วยเหลือสังคมและการศึกษาเด็กด้อยโอกาส…

ll วันเกิดปีนี้ของ นารี กวิตานนท์ ชื่นมื่นไปฉลองที่สิงคโปร์ โดยลูกรัก แพร กวิตานนท์ จองร้านอาหารมิชลิน 3 ดาวที่ต้องจองล่วงหน้า 2 เดือน และเช็คอินที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ โรงแรมเดียวกับที่คุณพ่อสถาพรเคยพาคุณแม่มาพักผ่อน…

ll พระราชทานเพลิงศพ ดร.กัญจน์ นาคามดี 18 พ.ย.17.00 น. วัดเทพศิรินทราวาส…

ll ขอแสดงความเสียใจกับ นิกร สุศิริวัฒนนนท์ ที่สูญเสียคุณแม่เสาวลักษณ์ สุศิริวัฒนนนท์ สวดพระอภิธรรมที่ ศาลา 7 วัดศรีเอี่ยม บางนา 16-18 พ.ย.18.00 น. ฌาปนกิจ 20 พ.ย. 16.00 น. …

ll ละครพีเรียดอิงประวัติศาสตร์ฟอร์มยักษ์ “หม่อมเป็ดสวรรค์” ทางไทยพีบีเอส ช่องหมายเลข 3 เริ่มออกอากาศ 17 พ.ย. ทุกวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.30 น. เป็นเรื่องความรักของกลุ่มหญิงรักหญิง LGBTQ ในสังคมต้องห้าม พร้อมถ่ายทำในสถานที่จริงและ รวบรวมเกร็ดประวัติศาสตร์ย้อนยุคสมัย รัชกาลที่ 3 นำแสดงโดย นก สินจัย, โอ อนุชิต ทับทิม อัญรินทร์, ฟิล์ม เฌอร์ลิษา, เอ๋ มณีรัตน์ กำกับการแสดงโดย สถาพร นาควิไลโรจน์ เขียนบทโทรทัศน์โดย อ.ฐนธัช กองทอง ติดตามชมได้แล้ว…

ll ภัทรา ศิลาอ่อน จัดงาน S&P Sweet Happiness 2025 ที่ ชั้น G Cascata ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต 28 พ.ย. 13.00 น. …

ll สงกรานต์ อิสสระ หนึ่งในกรรมการผู้เข้มแข็ง เตรียมจัดหาการแสดงดีๆ ไว้จัดหาทุนให้มูลนิธิคณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์ ปีหน้า…ll

คุณแหน

ยูนิเซฟจัดกิจกรรมสาดแสงสีฟ้าที่วัดอรุณฯ เฉลิมฉลองสิทธิของเด็กทั่วโลก

https://www.naewna.com/lady/841963

ยูนิเซฟจัดกิจกรรมสาดแสงสีฟ้าที่วัดอรุณฯ เฉลิมฉลองสิทธิของเด็กทั่วโลก

ยูนิเซฟจัดกิจกรรมสาดแสงสีฟ้าที่วัดอรุณฯ เฉลิมฉลองสิทธิของเด็กทั่วโลก

วันจันทร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

คยองซอน คิม

ยูนิเซฟ ประเทศไทย จัดกิจกรรมเฉลิมฉลองสิทธิของเด็กทั่วโลกในวันที่ 20 พฤศจิกายน นี้ โดยจะมีการสาดแสงสีฟ้า หรือ “Turn Blue” ที่ วัดอรุณราชวราราม กรุงเทพฯ หนึ่งในไฮไลท์ของแคมเปญ “A BETTER TOMORROW TODAY – วันนี้ เพื่อพรุ่งนี้ที่ดีกว่า” ชวนทุกภาคส่วนในสังคมร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงเพื่ออนาคตที่ดีขึ้นของเด็กทุกคน ท่ามกลางสถานการณ์ท้าทายที่ทวีความรุนแรงในสังคมปัจจุบัน ทั้งความขัดแย้ง วิกฤตสุขภาพ ปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำ ตลอดจนภัยพิบัติจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แคมเปญนี้จึงมุ่งเน้นให้เกิดการลงมือทำตั้งแต่วันนี้ เพื่อปกป้องสิทธิและช่วยเหลือเด็กๆ ให้สามารถเติบโตอย่างเท่าเทียม โดยไม่มีเด็กคนใดถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

คยองซอน คิม ผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย เผยว่า แคมเปญ A BETTER TOMORROW TODAY – วันนี้ เพื่อพรุ่งนี้ที่ดีกว่า เปิดตัวในเดือนพฤศจิกายน 2567 และจะดำเนินต่อเนื่องไปจนถึงวันเด็กแห่งชาติในวันที่ 11 มกราคม 2568 โดยจะมีกิจกรรมออฟไลน์และออนไลน์ที่น่าสนใจ รวมทั้งยังมีผู้นำความคิดและเซเลบริตี้จากหลากหลายวงการมาร่วมกันสร้างแรงบันดาลใจ เพื่อเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนมาร่วมลงมือทำและสนับสนุนเด็กๆ อย่างเป็นรูปธรรม

อีกทั้ง แคมเปญนี้ได้จัดทำคลิปวีดีโอที่สะท้อนให้เห็นถึงโลกที่สดใส ความฝัน และรอยยิ้มของเด็กจะกลับมาอีกครั้ง หากทุกคนร่วมมือกันลงมือทำ ทั้งนี้ยังมีกิจกรรม Kids Takeovers ที่เปิดโอกาสให้เด็กๆ มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนสังคม รวมถึงการเปิดให้ทุกคนสามารถส่งต่อความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ผ่านการบริจาค “Box of Life” กล่องอุปกรณ์ช่วยชีวิตที่ประกอบด้วยวัคซีน น้ำสะอาด และสื่อการเรียนรู้ที่จำเป็น เพื่อช่วยเหลือเด็กที่ขาดแคลนและอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก ตลอดจนการมาร่วมเป็นอาสาสมัครสนับสนุนโครงการต่างๆ ของยูนิเซฟในระดับท้องถิ่นและระดับโลก พร้อมเผยแพร่ข้อมูลผ่านช่องทางออนไลน์

ไฮไลท์สำคัญของแคมเปญ คือ กิจกรรม “Turn Blue” ใน “วันเด็กสากล” หรือ “World Children’s Day” ซึ่งเคยจัดขึ้นที่ตึกเอ็มไพร์สเตทในนิวยอร์ก อะโครโปลิสในเอเธนส์ และหอไอเฟลในกรุงปารีสมาแล้ว โดยยูนิเซฟจะจัดกิจกรรมนี้ขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองสิทธิของเด็กทั่วโลก ในวันที่ 20 พฤศจิกายน นี้ โดยจะมีการสาดแสงสีฟ้าที่วัดอรุณราชวราราม กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความร่วมมือจากคนในสังคมเพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้แก่เด็กๆ และยังเปรียบเสมือนการส่งพลังบวกและคำมั่นสัญญาว่าจะไม่ปล่อยให้เด็กๆ ต้องเผชิญความยากลำบากเพียงลำพัง โดยค่ำคืนพิเศษของประเทศไทยครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก อานันท์ ปันยารชุน ทูตสันถวไมตรี องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย, นวลพรรณ ล่ำซำ ทูตองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย และ ศานนท์ หวังสร้างบุญรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มาร่วมเป็นประธานในการเปิดไฟสีฟ้าในค่ำคืนพิเศษ เวลา 19.50 น. ณ ลานสนามหญ้า หน้าพระปรางค์วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เขตบางกอกใหญ่

ทั้งนี้ สามารถเข้าชมรายละเอียดของแคมเปญได้ทาง www.unicef.or.th/better-tomorrow

นวลพรรณ ล่ำซำ

นวลพรรณ ล่ำซำ

Health News : ‘เดิน’ ผสมออกกำลังกายอื่นๆ ช่วยสร้างสุขภาพดี-ป้องกันโรค

https://www.naewna.com/lady/841812

Health News : ‘เดิน’ ผสมออกกำลังกายอื่นๆ  ช่วยสร้างสุขภาพดี-ป้องกันโรค

Health News : ‘เดิน’ ผสมออกกำลังกายอื่นๆ ช่วยสร้างสุขภาพดี-ป้องกันโรค

วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 10.05 น.

คณะผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์เห็นพ้องต้องกันว่าการเดินเป็นวิธีง่ายๆ ในการบำรุงสุขภาพกายและสุขภาพจิต ส่งเสริมสมรรถภาพทางกาย และป้องกันโรค

รายงานระบุว่าการเดินสามารถช่วยตอบโจทย์ข้อแนะนำของนายแพทย์ใหญ่ในสหรัฐฯ ที่ว่าผู้ใหญ่ควรออกกำลังกายแบบหนักปานกลางอย่างน้อย 2 ชั่วโมงครึ่งต่อสัปดาห์ การออกกำลังกายแบบหนักปานกลางด้วยระยะเวลาดังกล่าวช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง โรคสมองเสื่อม โรคซึมเศร้า และโรคมะเร็งหลายชนิด

จูลี ชมิด พยาบาลจากนอร์ตัน เฮลท์แคร์ ซึ่งดูแลชมรมเดินเพื่อสุขภาพ เผยว่าการเดินยังช่วยปรับปรุงระดับน้ำตาลในเลือด ดีต่อกระดูก ช่วยลดน้ำหนัก และนอนหลับได้ดีขึ้น การเดินยังมีข้อดีอีกประการ คือเป็นการออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกต่ำไม่ทำให้ข้อต่อได้รับแรงกดมากเกิน ซึ่งช่วยให้หัวใจและปอดแข็งแรงขึ้น

อย่างไรก็ดี การเดินอย่างเดียวไม่เพียงพอสำหรับการมีสุขภาพดีในภาพรวม เพราะไม่ได้สร้างความแข็งแกร่งและความต้านทานของกล้ามเนื้อ คณะผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำการเพิ่มกิจกรรมเสริมสร้างกล้ามเนื้ออย่างน้อย 2 ครั้งต่อสัปดาห์ เช่น ยกเวทหรือใช้อุปกรณ์ในยิม และออกกำลังกายที่เพิ่มความยืดหยุ่น อย่างโยคะหรือยืดเหยียด

สาวงามจากเดนมาร์ก คว้ามง’มิสยูนิเวิร์ส 2024′

https://www.naewna.com/lady/841931

สาวงามจากเดนมาร์ก คว้ามง'มิสยูนิเวิร์ส 2024'

สาวงามจากเดนมาร์ก คว้ามง’มิสยูนิเวิร์ส 2024′

วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 09.02 น.

17 พฤศจิกายน 2567 ผลการตัดสินในประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2024 ครั้งที่ 73 ที่ประเทศเม็กซิโก

โดยสาวงามจากประเทศเดนมาร์ก วิกตอเรีย เคียร์ เธลวิก (Victoria Kjaer Theilvig) เป็นผู้คว้าชัยไปครอง 

สำหรับตำแหน่งรองชนะเลิสอันดับ 1 สาวงามจากประเทศไนจีเรีย รองชนะเลิศอันดับ 2 สาวงามจากประเทศเม็กซิโก รองชนะเลิสอันดับ 3 สาวงามจากประเทศไทย และตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 4 จากประเทศเวเนซุเอลา

เก่งมากๆแล้ว! ‘โอปอล สุชาตา’รองอันดับ 3 Miss Universe 2024

https://www.naewna.com/lady/841928

เก่งมากๆแล้ว! 'โอปอล สุชาตา'รองอันดับ 3 Miss Universe 2024

เก่งมากๆแล้ว! ‘โอปอล สุชาตา’รองอันดับ 3 Miss Universe 2024

วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 08.52 น.

17 พฤศจิกายน 2567 ตัวแทนสาวงามจากประเทศไทย ‘โอปอล สุชาตา’ คว้าตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับ 3 ในการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2024 ที่ประเทศเม็กซิโก ทำดีสุดแล้ว ตอบคำถามดีมีไหวพริบ ชนะใจแฟนนางงามไทยสุดๆเลย

‘ฟิล์ม รัฐภูมิ’ใส่บาตรวันเกิด จะผ่านดราม่าไปให้ได้ ความจริงจะปกป้องตัวเอง

https://www.naewna.com/entertain/842058

'ฟิล์ม รัฐภูมิ'ใส่บาตรวันเกิด จะผ่านดราม่าไปให้ได้ ความจริงจะปกป้องตัวเอง

‘ฟิล์ม รัฐภูมิ’ใส่บาตรวันเกิด จะผ่านดราม่าไปให้ได้ ความจริงจะปกป้องตัวเอง

วันจันทร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 08.40 น.

หลังจากกรณี ที่มีคลิปเสียง น.ส.กฤษอนงค์ และ ฟิล์ม รัฐภูมิ มีการแอบอ้างชื่อ หนุ่ม กรรชัย และรายการโหนกระแส เรียกรับเงินจาก “บอสปัน” จำนวน 20 ล้านบาท เพื่อแลกกับการให้นายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล หรือ บอสพอล ได้ไปออกรายการ ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางบนสังคมออนไลน์ 

ล่าสุด ฟิล์ม รัฐภูมิ โพสต์ภาพกำลังใส่บาตรทำบุญเนื่องในวันเกิด เมื่อวันที่ 17 พ.ย.ที่ผ่านมา พร้อมระบุข้อความว่า

“วันนี้วันเกิด ผมขอบคุณทุกกำลังใจ ที่มอบให้ผม ผมรักทุกคนนะครับ ขอให้ทุกคนมีแต่ความสุขเหมือนกันนะครับ ขอโทษที่ปีนี้เราไม่ได้มากอดมาจับมือกันนะครับ และขอบคุณที่ทุกคนเชื่อมั่นในตัวผม ขอบคุณที่มองผมจากที่ทุกคนรู้จักผม ไม่ได้ใช้อารมณ์มาตัดสิน อดทนนะครับ น้ำตาของทุกคนมีค่าสำหรับผม อดทน และอย่าร้องกับสิ่งที่เกิดขึ้น ผมจะผ่านมันไปเหมือนทุกครั้งที่ผมเจอปัญหา เพราะความถูกต้องและความจริง มีหนึ่งเดียว และมันจะกลับมาปกป้องผมทุกครั้ง คิดถึงFFทุกคนนะครับ อยากร้องเพลงกับทุกคนแล้ว”