เรื่องย่อ CLUB FRIDAY THE SERIES : HOT LOVE ISSUE ‘เรื่องรัก เรื่องร้อน’ ตอน เรื่องใหม่กับแฟนเก่า

https://www.naewna.com/entertain/841604

เรื่องย่อ CLUB FRIDAY THE SERIES : HOT LOVE ISSUE 'เรื่องรัก เรื่องร้อน' ตอน เรื่องใหม่กับแฟนเก่า

เรื่องย่อ CLUB FRIDAY THE SERIES : HOT LOVE ISSUE ‘เรื่องรัก เรื่องร้อน’ ตอน เรื่องใหม่กับแฟนเก่า

วันศุกร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 12.17 น.

เมื่อปัญหาของสังคมวันนี้คือการนอกใจ และต้นเหตุการนอกใจที่มากที่สุดเรื่องหนึ่งคือ การนอกใจกลับไปหา “แฟนเก่า” โซเชียลทำให้คนที่เลิกกัน สามารถยังติดตามความเคลื่อนไหวของกันและกันได้ และบ่อยครั้งที่โซเชียลนำพาให้ความรักครั้งเก่ากลับมาหาคนเดิม ปัญหารักคลาสสิก อันเกิดจาก “แฟนเก่า” ที่เพิ่งจะเลิกรากับแฟนเรา ก่อนที่เขาจะมาเจอกับเราได้ไม่นาน เมื่อแฟนเก่าของแฟนเราพยายามจะพาตัวเข้ามาเป็นเพื่อนกับเราในโซเชียล และพยายามเข้ามาร่วมอยู่ในความสัมพันธ์ครั้งนี้ด้วยอีกคน

เรื่องราวแปลกๆ ก็เกิดขึ้นมากมาย เช่น อยู่ๆ ก็เกิดมีสิ่งลี้ลับน่ากลัวในห้องนอนของแฟนเก่า จนทำให้ต้องหวาดกลัว และขอมานอนในห้องของเราสองคน ที่ร้ายกว่านั้นก็คือ แม่ของแฟนเรายังคงรักและให้ความสำคัญจนเกินเหตุกับแฟนเก่าของลูกชาย จนยอมให้เข้ามาทำอะไรในบ้านตามสบายใจได้ทุกอย่าง

เรื่องใหญ่เกิดขึ้น เมื่อแฟนเก่าของแฟนเราบอกว่าเขากำลังท้องกับแฟนเรา ซึ่งแม่ของแฟนเราก็เชื่อและยอมรับ แม้ว่าแฟนเราจะปฏิเสธ เมื่อผู้หญิงอย่างเราก็สู้คน และไม่เคยคิดจะยอมแพ้ใครง่ายๆ แต่ปัญหาคือเรากำลังสู้กับอะไรกันแน่? สู้กับหัวใจตัวเองที่อยากจะตั้งใจเป็นคนดี ไม่ทำร้ายใคร? สู้กับความโลเลในหัวใจของแฟนของเราเอง? สู้กับแม่ของเขาที่ไม่รักเรา? หรือสู้กับแฟนเก่าของแฟนเราที่อยากจะกลับมา? แต่เมื่อแฟนเก่าของแฟนเรายังคงใช้โซเชียลเป็นเครื่องมือทั้งการขุดคุ้ยใส่ร้ายปรักปรำ แม้แต่หาว่าเราเป็นคนใจดำ สั่งให้เขาไปทำแท้ง ให้คนในโซเชียลกดดัน เข้ามาด่าทอ และทำร้ายจิตใจเราทุกทางก็คงถึงเวลาที่เราต้องทำอะไรสักอย่างในการเอาตัวเองให้หลุดพ้นไปจากปัญหาครั้งนี้ และตอบกลับคนที่ทำร้ายเราอย่างผู้หญิงที่สู้คน

 เมื่อความรักไม่ใช่เรื่องของ “คน 2 คน” เมื่อ “รักครั้งเก่า” แทรกแซง “รักครั้งใหม่” เมื่อแฟนเก่า เข้ามาสร้างปัญหาใหม่ ความสัมพันธ์ครั้งใหม่จะไปต่อ? หรือ พอแค่นี้? ติดตามชมพร้อมกันใน ใน CLUB FRIDAY THE SERIES : HOT LOVE ISSUE “เรื่องรัก เรื่องร้อน” ตอน          เรื่องใหม่กับแฟนเก่า เริ่มวันศุกร์ที่ 15 พฤศจิกายนนี้ เวลา 21.15 น. ทางช่องวัน31 และรับชมย้อนหลังทาง Viu (วิว)

‘PeeKaBoo Junior จ๊ะเอ๋! เด็ด เด็ด’ชวนทำเมนู…Breakfast Burritos ผักโขมอารมณ์ดี

https://www.naewna.com/entertain/841601

'PeeKaBoo Junior จ๊ะเอ๋! เด็ด เด็ด'ชวนทำเมนู…Breakfast Burritos ผักโขมอารมณ์ดี

‘PeeKaBoo Junior จ๊ะเอ๋! เด็ด เด็ด’ชวนทำเมนู…Breakfast Burritos ผักโขมอารมณ์ดี

วันศุกร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 11.55 น.

สัปดาห์นี้อาทิตย์ที่17 พฤศจิกายนรายการ”PeeKaBoo Junior จ๊ะเอ๋! เด็ด เด็ด” (พีกาบู้ จูเนียร์ จ๊ะเอ๋! เด็ด เด็ด) น้องๆหนูๆ จะได้รับชมแอนิเมชันผจญภัยแสนสนุก เรื่อง “ซอนนี่ เชฟป่วนก๊วนอร่อย” ตอน”โลโคโมโค่”แก๊งฟู้ดทรัคเกอร์เตรียมเดินทางไปชมคอนเสิร์ตของคิงทังกาโรอาในโออาฮู แต่ดันเกิดเหตุไม่คาดฝันกับอาหารจานโปรดของนักร้องดัง ซอนนี่จึงต้องรับบทเชฟจำเป็น เพื่อทำโลโคโมโค่จานใหม่ให้คิงทังกาโรอา ซึ่งถือเป็นหน้าที่สำคัญ เพราะถ้าเขาไม่ได้กินจานโปรดนี้ คิงทังกาโรอาจะไม่ยอมขึ้นแสดง ผู้ชมและทีมงานจึงฝากความหวังไว้ที่ซอนนี่ ให้เขาทำโลโคโมโค่ที่ถูกปากคิงทังกาโรอา ลุ้นไปพร้อมกันว่าซอนนี่จะทำสำเร็จไหม! จากนั้นมาร่วมสนุกกับสองพิธีกรพี่ ‘สกาย’สุทธินันท์เทียนสุวรรณ- น้อง ‘ธาม’นรภัทรนาคะดำรงชัยในช่วง PeeKaboo Can Do สอนทำเมนู“Breakfast Burritosผักโขมอารมณ์ดี”นอกจากนี้ยังเพิ่มความรู้รอบตัวให้กับเด็กๆกับช่วงพีกาบู้ปุจฉา-วิสัชนา ที่ดูง่ายๆ ได้ความรู้อย่างเพลิดเพลิน

พบกับความสนุกที่จะมาจ๊ะเอ๋พร้อมกันทุกบ้านด้วยพลังงานบวก แบบ Unlimited ในรายการ “PeeKaBoo Junior จ๊ะเอ๋! เด็ด เด็ด”  (พีกาบู้ จูเนียร์ จ๊ะเอ๋! เด็ด เด็ด) ได้ทุกเช้าวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 07.30 น. ถึง 08.00 น. ทาง #ช่อง 7HD สามารถรับชมพร้อมกันได้ทาง Website https://wwww.ch7.com/&https://www.bugaboo.tv/home

และติดตามความสนุกแบบเต็มอิ่มกับช่วง PeeKaboo Can Do และ PeeKaBoo News ได้ที่ Bugaboo.TV และ Facebook : https://www.facebook.com/PeeKaBooJuniorOfficial/

YouTube : https://www.youtube.com/@Peekaboo_Juniorofficial

TikTok : https://www.tiktok.com/@peekaboo_juniorofficial

‘ฟิล์ม ธนภัทร’นำทัพศิลปิน ONE TRAINEEร่วมฉลองเปิดไฟต้นคริสมาสต์

https://www.naewna.com/entertain/841600

'ฟิล์ม ธนภัทร'นำทัพศิลปิน ONE TRAINEEร่วมฉลองเปิดไฟต้นคริสมาสต์

‘ฟิล์ม ธนภัทร’นำทัพศิลปิน ONE TRAINEEร่วมฉลองเปิดไฟต้นคริสมาสต์

วันศุกร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 11.54 น.

ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ จัดงาน“THE MALL LIFESTORE JOY OF GIVING”ต้อนรับเทศกาลความสุขในเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์World of Imagination By JWON พร้อมกิจกรรมความบันเทิงแบบจัดเต็มนำทัพโดย ฟิล์มธนภัทรและONE TRAINEE ทั้ง11 คน กับการร่วมฉลองเปิดไฟต้นคริสมาสต์อย่างยิ่งใหญ่ เพื่อเป็นสัญลักษณ์การเริ่มต้นเทศกาลแห่งความสุขของศูนย์การค้าเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ทุกสาขา ในวันศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2567 ณ เอ็ม สเปซ ชั้นจี เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์บางกะปิ

เพื่อร่วมต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขศูนย์การค้าเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ จึงได้จัดกิจกรรมเฉลิมฉลองต้อนรับเทศกาลปีใหม่ พร้อมไฮไลท์พบกับกิจกรรมความบันเทิงจากศิลปินดาราคนดัง ฟิล์มธนภัทรกาวิละและONE TRAINEE ทั้ง 11 คน ที่จะมาเรียกเสียงกรี๊ด!! ผ่านการฉลองเปิดไฟต้นคริสมาสต์ขนาดใหญ่ที่รังสรรค์ในรูปแบบอาร์ต ทอย คาแรคเตอร์ ‘น้อง DylieโดยJWON คุณสรายุทธ คุระแก้ว นักออกแบบคาแรกเตอร์ และศิลปินไทยรุ่นใหม่ที่มีชื่อเสียงในวงการ Art Toy

เริ่มต้นเทศกาลแห่งความสุขไปพร้อมกับฟิล์มธนภัทร และONE TRAINEE ทั้ง 11 คน ในวันศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2567ณ เอ็ม สเปซ ชั้นจี เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์บางกะปิโดยกิจกรรมจะเริ่มตั้งแต่เวลา 17.30 น. เป็นต้นไปและเตรียมพบกับกิจกรรมความบันเทิงอีกมากมายที่จะมาร่วมมอบความสุขฉลองต้อนรับเทศกาลปีใหม่ที่เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ทุกสาขาและเดอะมอลล์โคราช หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่Facebook : The Mall Grouphttps://www.facebook.com/themallgroup

‘เมลานี'(แพนเค้ก-เขมนิจ) ท้อแท้ใจต้องกลับไปเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ ครั้งนี้เธอจะต้องฆ่าใครหรือถูกใครฆ่า

https://www.naewna.com/entertain/841599

'เมลานี'(แพนเค้ก-เขมนิจ) ท้อแท้ใจต้องกลับไปเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ ครั้งนี้เธอจะต้องฆ่าใครหรือถูกใครฆ่า

‘เมลานี'(แพนเค้ก-เขมนิจ) ท้อแท้ใจต้องกลับไปเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ ครั้งนี้เธอจะต้องฆ่าใครหรือถูกใครฆ่า

วันศุกร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 11.52 น.

เป็นซีรีส์ที่ได้รับการจับตามองและได้รับเสียงเชียร์อย่างล้นหลามอย่างต่อเนื่อง สำหรับ “TIME หมุนเวลาตาย” ซีรีส์ฟอร์มยักษ์ภายใต้  โปรเจกต์ CHANGE2561 ORIGINAL กับงานโปรดักชั่นสุดอลังการ ตื่นตาตื่นใจมากกับแสง สี ฉาก พร้อมนักแสดงคุณภาพล้นจอ และเรื่องราวสุดเข้มข้นน่าติดตามทุกตอน ซึ่ง “TIME หมุนเวลาตาย” เป็นนิยายแนวสืบสวนลึกลับที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับการไขคดีปริศนาที่ซับซ้อน โดยมีการใช้ธีมการย้อนเวลาเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้การสืบสวนดูเข้มข้นและท้าทายมากขึ้น เน้นการเล่นกับเวลาและผลกระทบที่เกิดขึ้นเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงอดีต ซึ่งจะมีผลต่ออนาคตของตัวละครและเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องชวนให้น่าติดตาม

สำหรับใน TIME หมุนเวลาตาย Ep.4 เมื่อ เมลานี (แพนเค้ก-เขมนิจ) ได้ย้อนเวลากลับไปหนึ่งปีเมลานีก็พยายามตามหาและติดต่อจนเจอ ไม้เมือง (กอล์ฟ อนุวัฒน์) เมื่อไม้เมืองรู้ว่าเมลานียังไม่ตายจึงสั่งให้ หมวดนุ (เพทาย) พาตามล่าหาตัวเมลานีให้เจอและจัดการกับน้องสาวของตัวเองให้หายไปจากโลกนี้ ธีร์ (บอย ปกรณ์) เลยขออาสาเป็นคนไปจัดการเมลานีด้วยตัวเอง เมื่อหาเมลานีเจอทำให้ธีร์รู้ว่าตัวเองโดนหมวดนุหักหลังธีร์และเมลานีถูกฆ่า เมื่อเมลานีตายเวลาของเธอก็เดินหน้ากลับมาอยู่ในอนาคตเหมือนเดิมทำให้เมลานีท้อแท้ใจมาก และถ้าเมลานีอยากจะย้อนเวลากลับไปต้องแลกหนึ่งชีวิต แล้วเมลานีจะต้องฆ่าใครหรือเธอจะถูกใครฆ่าอีกหรือไม่ ติดตามรับชมพร้อมกันใน ‘TIME หมุนเวลาตาย’ ภายใต้โปรเจกต์ซีรีส์ฟอร์มยักษ์ของ CHANGE2561 ORIGINAL วัน ศุกร์ ที่ 15 พฤศจิกายนนี้ และในทุกวันศุกร์ เวลา 22.15 น. ทางช่องวัน 31 และสามารถรับชมย้อนหลังฟรีที่แรกที่ทรูไอดี ดูฟรีทุกเครือข่าย อัปเดตหลังละครออกอากาศ ทุกคืนวันศุกร์  เวลา 23.15 น.

รวมแก๊งไรเดอร์สู้ผี! หลอนลั่นสนั่นโซเชียล แถลงข่าว’ไรเดอร์’ (Rider)ภาพยนตร์สยองฮาส่งท้ายปี

https://www.naewna.com/entertain/841598

รวมแก๊งไรเดอร์สู้ผี! หลอนลั่นสนั่นโซเชียล แถลงข่าว'ไรเดอร์' (Rider)ภาพยนตร์สยองฮาส่งท้ายปี

รวมแก๊งไรเดอร์สู้ผี! หลอนลั่นสนั่นโซเชียล แถลงข่าว’ไรเดอร์’ (Rider)ภาพยนตร์สยองฮาส่งท้ายปี

วันศุกร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 11.51 น.

แถลงข่าวอย่างเป็นทางการสำหรับผู้ให้บริการเดลิเวอรีรายใหม่ที่ไม่มีเกี่ยงงานแม้เส้นทางข้างหน้าจะหลอนขนาดไหนกับภาพยนตร์ไทยเรื่อง “ไรเดอร์”(Rider)ความสนุกสุดสยองส่งท้ายปีของ “สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล”และ“แฮปปี้ แมน สตูดิโอ”นำแสดงโดย “มาริโอ้ เมาเร่อ”, “ฟรีน-สโรชา จันทร์กิมฮะ”, “อาร์ต-มารุต ชื่นชมบูรณ์” และ “โน่-ภูวเนตร สีชมภู” (เซียนหรั่ง) ผลงานการกำกับล่าสุดของ“กังฟู-นิติวัฒน์ชลวณิชสิริ” เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2567ณ อาคารสหมงคลฟิล์มฯ

ก่อนเริ่มงานได้มีการจัดกิจกรรมนอกสถานที่ของ“แก๊งไรเดอร์” ที่ตลาดหลังกระทรวงการคลัง ย่านอารีย์ โดยมีสามนักแสดงนำ “โอ้ – ฟรีน – โน่” สวมวิญญาณไรเดอร์ขี่มอเตอร์ไซค์ผ่ากลางตลาด แบบโอ้ขี่ ฟรีนซ้อน และเซียนหรั่งขี่ประกบคู่อย่างไม่ห่างเพื่อเข้ารับออเดอร์จากพ่อค้าแม่ค้าในย่านนั้น พร้อมเดลิเวอรีให้กับลูกค้าทั่วบริเวณอย่างสนุกสนาน ท่ามกลางประชาชนที่เดินจับจ่ายสินค้าและอาหารกันเต็มพื้นที่ ก่อนที่แฮปปี้ไรเดอร์แก๊งนี้จะควบมอเตอร์ไซค์คู่ใจไปส่งออเดอร์เฮี้ยนฮากันต่อที่งานแถลงข่าว

กลับเข้าสู่เวทีแถลงข่าวอย่างเป็นทางการด้วยบรรยากาศคึกคักเต็มไปด้วยเหล่าสื่อมวลชนและแฟนคลับที่มารอต้อนรับกันอย่างอบอุ่นที่อาคารสหมงคลฟิล์มย่านพหลโยธิน โดยเริ่มงานด้วยคลิปแนะนำแก๊งไรเดอร์เจอผีที่หลอนลั่นโซเชียล ก่อนเรียกเสียงกรี๊ดสนั่นทันทีเมื่อเปิดตัวหนุ่มหล่อแห่งวงการไรเดอร์ “มาริโอ้ เมาเร่อ” ตามด้วยตัวตึงสายฮา “โน่ ภูวเนตร” รวมถึงนักแสดงสาวสวยขวัญใจมหาชน “ฟรีน สโรชา” และผู้กำกับมือดี “กังฟู นิติวัฒน์” ร่วมชม “ตัวอย่างเต็ม” ของภาพยนตร์ด้วยกันเป็นครั้งแรก พร้อมสัมภาษณ์อย่างเป็นกันเองถึงเบื้องหลังการทำงานที่ทั้งสนุกและสยองแบบขี่จริง

ส่งจริง ผ่านโลเคชันหลอนของจริง จัดเต็มภารกิจเดลิเวอรีออเดอร์สุดเฮี้ยนที่ไม่มีไรเดอร์เจ้าไหนกล้ากดรับ นอกจากนี้ยังมีการถามตอบสุดพิเศษจากทางบ้านที่ต่างเรียกร้องอยากใช้บริการสุดแปลกแหวกแนวของไรเดอร์แก๊งนี้กันเพียบ

ปิดท้ายงานด้วยการถ่ายรูปเป็นที่ระลึกร่วมกันของทีมนักแสดง ผู้กำกับ เหล่าผู้บริหาร และพาร์ตเนอร์ นำโดย “คุณเตือนใจ เตชะรัตนประเสริฐ รองประธานกรรมการ บริษัท สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล, “คุณอวิกา เตชะรัตนประเสริฐ” รองประธานกรรมการฝ่ายการตลาดฯ, “คุณจาตุศม เตชะรัตนประเสริฐ” รองประธานกรรมการฝ่ายสื่อสารการตลาดฯและโปรดิวเซอร์ภาพยนตร์,“คุณชมศจี เตชะรัตนประเสริฐ” รองประธานกรรมการฝ่ายขายฯ, ตัวแทนผู้บริหารจาก“บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัดผลิตภัณฑ์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปตรามาม่า มาม่าอร่อย”และ“คุณศิรฎา บุตรดาจักร”โปรดิวเซอร์ร่วมของภาพยนตร์

โดยภาพยนตร์“ไรเดอร์” (Rider)ได้รับการสนับสนุนจาก “บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด ผลิตภัณฑ์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปตรามาม่า มาม่าอร่อย” ร่วมเป็นผู้สนับสนุนหลักของภาพยนตร์ ส่งแคมเปญพิเศษแจกบัตรดูหนัง“ไรเดอร์”ฟรี  โดยร่วมติดตามรายละเอียดได้ที่ FB: Mamaloverซึ่งภายในงานแถลงนี้ทาง“มาม่า”เตรียมสินค้า“มาม่าคัพ”ให้ทุกคนได้อร่อยกันหลากหลายรสด้วย อร่อย อิ่มท้องง่ายๆ ตามสโลแกน “มาม่าอร่อย”

และบริเวณงานยังมีการจัดดิสเพลย์สินค้าพิเศษที่เป็นการร่วมมือระหว่างภาพยนตร์“ไรเดอร์”และ“บริษัท ป.ณรงค์แอนด์พี.เอ็น.ไอ จำกัด” เปิดตัวสินค้าคอลแล็บ หมวกกันน็อกครึ่งใบพรีเมียมมาตรฐาน มอก. รุ่นพิเศษ Avex X Riderลิมิเต็ดคอลเล็กชันกับ 3 รูปลักษณ์ 3 ดีไซน์ 3 คาแร็กเตอร์หลักจากภาพยนตร์ ติดตามรายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ FB: AVEXPnarong

“บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จํากัด” ได้ส่งกล้อง Canon EOS R5 Mark IIโชว์ประสิทธิภาพสูงสุด ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการบันทึกบรรยากาศเบื้องหลังความสยองขำในกองถ่ายตลอดการถ่ายทำ พร้อมจัดกิจกรรม Movie Talk  ดูหนังพร้อมร่วมพูดคุยกับทีมผู้กำกับถึงเบื้องหลังการถ่ายทำเชิงลึกแบบExclusiveโดยติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ FB: Canon Thailand

และสุดท้ายยังมีการเผยโฉมโปรเจกต์สุดซิ่ง “ไรเดอร์” จับมือ “โฮเล่น” ร่วมกันสร้างสรรค์สมุนไพรหอมฮีลใจ คอลเล็กชันใหม่ HOLEN X ไรเดอร์ อโรมาดม” สมุนไพรหอมฮีลใจ Haunted Edition ในเวอร์ชันไรเดอร์ลิงหลอก, ไรเดอร์ยักษ์หลอน และไรเดอร์ขุ่นพระช็อก ซิ่งแบบยกก๊วน 3 ดีไซน์  ติดตามรายละเอียดได้แล้ววันนี้ที่ holenhello.com

เตรียมรับความบันเทิงจากภาพยนตร์สนุกสุดสยองเรื่อง“ไรเดอร์” (Rider)10 ธันวาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์ พร้อมกิจกรรมต่างๆ อีกมากมายกันได้เลย…

ตัวอย่างเต็ม “ไรเดอร์” (Rider):https://youtu.be/fG0Uj0l1IM4

‘แชป-วรากร’สวมบทบาทบอดี้การ์ดปกป้อง ‘แพม-สุชานุช’

https://www.naewna.com/entertain/841597

'แชป-วรากร'สวมบทบาทบอดี้การ์ดปกป้อง 'แพม-สุชานุช'

‘แชป-วรากร’สวมบทบาทบอดี้การ์ดปกป้อง ‘แพม-สุชานุช’

วันศุกร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 11.49 น.

สำหรับละครสั้นจบในตอน “โซน 7 เขตพิศวง” ผลงานการผลิตของค่าย “ดาราวิดีโอ” ผู้สร้างสรรค์ “ฟ้ามีตา” ที่จะออกอากาศให้รับชมกันทุกวันอาทิตย์ในเวลา 12.05 น. ซึ่งแต่ละตอนจะนำเสนอในรูปแบบเรื่องราวที่ไม่ซ้ำกัน เรียกว่าเดาทางไม่ถูก ให้ผู้ชมได้ลุ้นและสนุกไปกับเนื้อเรื่องสุดหักมุมทุกตอน โดยอาทิตย์นี้ขอเสนอ ตอน… เงาแห่งความลับ กำกับการแสดงโดย “คณวัชร สังวริบุตร” เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับบอดี้การ์ดหนุ่มที่กำลังจะตกงาน เพราะทำงานพลาด แต่ในความโชคร้ายก็มีความโชคดีซ่อนอยู่ เมื่อธนู อดีตบอดี้การ์ดตกอับ รับบทโดย “แชป-วรากร ศวัสกร” ได้รับการติดต่อจากเจนนี่ ลูกสาวเศรษฐี รับบทโดย “แพม-สุชานุช ธรรมวงศ์” ให้มาดูแลรักษาความปลอดภัยให้เธอ เพราะเธอสงสัยว่าญาติๆของเธอกำลังวางแผนลอบทำร้ายเพื่อหวังครอบครองมรดกของเธอที่กำลังจะได้รับตกทอดมาจากพ่อ จนเกิดเป็นเรื่องราววุ่นๆของบอดี้การ์ดหนุ่มกับคุณหนูยัยตัวแสบ ที่มีครบทุกรสชาติ ไม่ว่าจะเป็น แอ็คชั่น โรแมนติก ดราม่า หรือลี้ลับพิศวง รับรองว่าผู้ชมอาจจะคาดเดาไม่ถึงกันเลยทีเดียว และความพิเศษอีก 1 อย่าง คือการโคจรมาร่วมงานกันครั้งแรกของ “แชป-วรากร” พระเอกหนุ่มปากแดงเจ้าเสน่ห์ กับนักแสดงสาวนิวเจนไฟแรงของช่อง 7HD อย่าง “แพม-สุชานุช” บอกเลยว่าเคมีเคใจ ห้ามพลาดชมเด็ดขาดในรายการ “โซน 7 เขตพิศวง” ตอน…เงาแห่งความลับ ออกอากาศวันอาทิตย์ ที่ 17 พฤศจิกายน 2567 เวลา 12.05 น. ทางช่อง 7HD กด 35

‘เจมส์’ช็อกนั่งร้านถล่มทับตัว ‘กาด’กลางไซต์งาน ในซีรีส์ Bad Guy My Boss เจ้านายร้ายรัก

https://www.naewna.com/entertain/841596

'เจมส์'ช็อกนั่งร้านถล่มทับตัว 'กาด'กลางไซต์งาน ในซีรีส์ Bad Guy My Boss เจ้านายร้ายรัก

‘เจมส์’ช็อกนั่งร้านถล่มทับตัว ‘กาด’กลางไซต์งาน ในซีรีส์ Bad Guy My Boss เจ้านายร้ายรัก

วันศุกร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 11.46 น.

สัปดาห์นี้ ในอีพี 10ของซีรีส์Bad Guy My Boss เจ้านายร้ายรัก”ทางช่อง 8 ในเครือ อาร์เอส กรุ๊ปแฟนซีรีส์เตรียมระทึกหัวใจเพราะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเมื่อ ปัถย์ “กาด พลอยสุภา” กำลังออกตรวจไซต์งานก่อสร้าง แต่อยู่ ๆ ก็เกิดเหตุการณ์นั่งร้านพังถล่มลงมาทับร่างต่อหน้าต่อตาบอสเอรีส“เจมส์ เพรสคอท”งานนี้ทำเอาหัวใจบอสแทบช็อก รีบวิ่งเข้ามาให้คนช่วยสุดโกลาหล เบื้องหลังซีนใหญ่ฉากนี้จะเป็นอย่างไร มีภาพให้ดูกัน

เอรีส(เจมส์) ถามหาปัถย์(กาด)กับผู้ช่วย แต่ผู้ช่วยบอกว่าปัถย์ไม่เข้าออฟฟิศเพราะออกไปดูไซต์งานคนเดียวตั้งแต่เช้า เอรีสสังหรณ์ใจไม่ดีจึงรีบตามไปดูที่ไซต์งานก็เห็นปัถย์กำลังทำงานอยู่ ในขณะที่ปัถย์ กำลังเดินผ่านนั่งร้านสูงชันที่มีอุปกรณ์การก่อสร้างตั้งเต็มไปหมด แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ระทึก เมื่อนั่งร้านเอนลงมาทับร่าง ปัถย์ เอรีสช็อกรีบวิ่งเข้ามาช่วยท่ามกลางความแตกตื่นของคนงาน เบื้องหลังฉากนี้ เป็นฉากใหญ่อีกฉากของเรื่องที่นักแสดงเจมส์และกาดต้องรับบทหนักและต้องสู้กับแสงแดดที่ร้อนระอุ แต่คนที่จะหนักอึ้งกว่าใคร และกล้าพูดได้เต็มปากว่ารับบทหนักของแทร่ คงจะต้องยกให้หนุ่มกาด เพราะนอกจากจะต้องสู้กับแสงแดดที่ร้อนแล้ว กาดก็ต้องลงไปนอนกับพื้นที่มีนั่งร้านขนาดใหญ่ ล้มทับอยู่  ถึงภาพนั้นจะออกมาสมจริงแบบสุด ๆ แต่งานนี้บอกเลยว่าแฟน ๆ หายห่วง เพราะทีมงานเซฟ และ ป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายกับนักแสดงอย่างแน่นอน แต่ตอนถ่ายทำ พอกาดได้เห็นความสูงของนั่งร้านที่จะต้องล้มลงมาทับก็แอบใจเต้นตุบ ๆ เพราะมันใหญ่มาก ด้านเจมส์ที่ฉากนี้ถึงไม่มีบทพูดอะไรมาก แต่ก็ต้องสู้ทนกับความร้อนเพราะเสื้อผ้า หน้าผม จัดเต็มแบบไม่แคร์แดด ชนิดที่พอถอดเสื้อสูทออกถึงกับเปียกไปทั้งหลัง แต่ดูแล้วทั้งเจมส์ และ กาด เค้าจะจอยกับฉากแอ็กชันแบบนี้ไม่น้อย ถึงว่าแดดจะแรงแค่ไหน แต่เอเนอร์จีของทั้งสอง ไม่มีคำว่าอ่อม ต้องมารอดูฉากนี้เต็ม ๆ ว่าจะยิ่งใหญ่สมจริงมากน้อยแค่ไหน เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้อาจถึงแก่ชีวิตขนาดนี้ คงไม่ใช่เหตุการณ์ของอุบัติเหตุทั่วไปอย่างแน่นอน ติดตามได้ใน ซีรีส์ Bad Guy My Boss เจ้านายร้ายรัก อีพี 10วันอาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน เวลา 22.15 น.  ทางช่อง 8 กดเลข27 รับชมย้อนหลังได้ที่ Viu / inter-national fandom รับชมผ่าน GagaOOLala #BadGuyMyBoss #เจ้านายร้ายรัก

‘ไอคอนสยาม’สร้างปรากฏการณ์เคานต์ดาวน์จับมือ ‘ลิซ่า’ ใน’Amazing Thailand Countdown 2025’

https://www.naewna.com/entertain/841593

'ไอคอนสยาม'สร้างปรากฏการณ์เคานต์ดาวน์จับมือ ‘ลิซ่า’ ใน'Amazing Thailand Countdown 2025'

‘ไอคอนสยาม’สร้างปรากฏการณ์เคานต์ดาวน์จับมือ ‘ลิซ่า’ ใน’Amazing Thailand Countdown 2025’

วันศุกร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 11.44 น.

ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ภายใต้การร่วมทุนของกลุ่มสยามพิวรรธน์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) และ แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ (MQDC) ตอกย้ำศักยภาพการเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกที่เชิดชูความเป็นไทยสู่สากล พร้อมส่งประเทศไทยยืนหนึ่ง เป็น Global Countdown Destination ที่อยู่ในใจผู้คนทั่วโลก สร้างมหาปรากฏการณ์เฉลิมฉลองศักราชใหม่ “Amazing Thailand Countdown 2025” เพื่อฉลองความยิ่งใหญ่เมื่อสิ่งที่ดีที่สุดของไทยบรรจบกับสิ่งที่ดีที่สุดของโลก ด้วยการแสดงพลุสุดวิจิตรงดงามอลังการยาวที่สุดในประเทศไทย และโชว์เดี่ยวสุดเอ็กซ์คลูซีฟครั้งแรกในประเทศไทยของ “ลิซ่า ลลิษา มโนบาล” ศิลปินระดับโลกสัญชาติไทยผู้เป็นความภาคภูมิใจของประเทศไทยและเป็นแรงบันดาลใจของผู้คนทั่วโลก พร้อมกองทัพศิลปินไอคอนคนดังจากนานาชาติ คาดกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ มียอดผู้ร่วมงานและชมการถ่ายทอดสดรวมออนไลน์มากกว่า30 ล้านคนทั่วโลก และมั่นใจว่างานเคานต์ดาวน์ประเทศไทยในครั้งนี้จะติดอันดับ Top 5 ของโลก ตลอดการจัดงาน 3 วัน 3 คืน ระหว่างวันที่29-31 ธันวาคม 2567 ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม ซึ่งในขณะนี้ ได้รับการติดต่อจากสำนักข่าวและKOL ชื่อดังจากหลายประเทศเพื่อทำข่าวมหาปรากฎการณ์ในครั้งนี้สู่สายตาชาวโลกอย่างเต็มที่

นางชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ เปิดเผยว่า ไอคอนสยามได้ถูกรังสรรค์ขึ้นจากปณิธานที่จะเชิดชูเรื่องราวอันมีคุณค่าและเป็นความภาคภูมิใจจากทุกมิติของความเป็นไทยที่มีอยู่ในชาติ นำเสนอในรูปแบบของความวิจิตรล้ำสมัย หลอมรวมเป็นที่สุดของเอกลักษณ์และวิถีไทยอันสง่างาม เป็นเมืองแห่งความรุ่งโรจน์ที่รวบรวมสิ่งที่ดีที่สุดของไทยกับสิ่งที่ดีที่สุดจากทั่วโลกเข้าไว้ด้วยกัน ให้เป็นจุดหมายปลายทางอันยิ่งใหญ่ที่ไม่แพ้ชาติใดในโลก เสริมสร้างให้คนไทยภาคภูมิใจในความเป็นไทย และช่วยกันสืบทอดความงดงามของความเป็นไทยสู่ชนรุ่นหลัง อีกทั้งให้คนทั่วโลกที่มาเยี่ยมชมรู้สึกหลงรักและประทับใจประเทศไทยมากยิ่งขึ้น  ดังนั้นการจัดงาน “Amazing Thailand Countdown 2025” ครั้งนี้ จึงเป็นการตอกย้ำปณิธานไอคอนสยามที่มีมาแต่แรกเริ่มอย่างแท้จริง

นายสุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด เปิดเผยว่า การจัดงานเฉลิมฉลองศักราชใหม่ในปีนี้ ไอคอนสยาม ผนึกกำลังองค์กรพันธมิตรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ได้แก่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, กรุงเทพมหานคร, สภาหอการค้าไทย, บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จํากัด, บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ, บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน), บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน), ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน), บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด, บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด, บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด, บริษัท อังกฤษตรางู (แอล.พี.) จำกัด, สมาคมการค้าธุรกิจในแม่น้ำเจ้าพระยา สมาคมเรือไทย พันธมิตรภาคเอกชน ธุรกิจโรงแรมและชุมชนโดยรอบแม่น้ำเจ้าพระยา ร่วมกันจัดงานมหาปรากฏการณ์ “Amazing Thailand Countdown 2025”  สุดยิ่งใหญ่ เพื่อให้ประเทศไทยเป็นที่กล่าวขวัญถึงทั่วโลก การจัดงานเคานต์ดาวน์ครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากศิลปินไอคอนิคระดับโลก “ลิซ่า ลลิษา มโนบาล” ที่สุดของความภูมิใจของคนไทย มาร่วมสร้างมหาปรากฏการณ์ สะกดใจชาวโลกกับการแสดงโชว์สุดอลังการริมโค้งน้ำเจ้าพระยาที่งดงาม สะท้อนเอกลักษณ์และความสามารถของประเทศไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก สร้างชื่อเสียงที่ดีสู่เวทีระดับสากล

“ไอคอนสยามพร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยโดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว จึงจัดงาน Amazing Thailand Countdown 2025’ สุดยิ่งใหญ่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ด้วยการสร้างมหาปรากฏการณ์การแสดงพลุรักษ์โลกสุดตระการตาริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ยาวที่สุดในประเทศไทยกว่า1,400 เมตร พร้อมตื่นตาตื่นใจไปกับการแสดงของกองทัพศิลปินไอคอนคนดังนานาชาติ คาดว่า จะมีผู้ชมการแสดงและผู้ชมถ่ายทอดสดงานผ่านช่องทางต่างๆมากกว่า30 ล้านคนจากทั่วประเทศและทั่วโลก โดยเฉพาะปีนี้ที่มีความพิเศษสุด เราได้รับการติดต่อจากสื่อต่างประเทศและ KOL จำนวนมากที่สนใจร่วมถ่ายทอดสดและรายงานข่าวในปีนี้ ทำให้มั่นใจว่า งานเคานต์ดาวน์ของประเทศไทยครั้งนี้จะเป็น1 ใน 5 ของสถานที่เคานต์ดาวน์ที่ดีที่สุดของโลก”

“ขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมส่งกำลังใจในงาน “มหาปรากฏการณ์เคานต์ดาวน์สะกดโลก ฉลองความยิ่งใหญ่ที่สุดของไทยและที่สุดของโลก” เพื่อทำให้งาน Amazing Thailand Countdown 2025 เป็นงานฉลองส่งท้ายปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประเทศไทย และทำให้ประเทศไทยเป็นที่หนึ่งในใจของผู้คนทั่วโลก” นายสุพจน์กล่าวในที่สุด

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้ขับเคลื่อนการทำงานร่วมกับ กระทรวงวัฒนธรรม กรุงเทพมหานคร หน่วยงานพันธมิตรภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Word Class Event Hub ด้วยการยกระดับเทศกาลงานประเพณีไทยสู่งานเทศกาลระดับโลก หรือ Local to Global จัดเฟสติวัลหลากหลายรูปแบบ รวมถึงดึงงานอีเวนต์ ดนตรี กีฬา ระดับโลกเข้ามาจัดในประเทศไทย เพื่อส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ให้เกิดการขยายวันพัก เพิ่มการใช้จ่ายทางการท่องเที่ยว กระตุ้นเม็ดเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจสร้างรายได้และสร้างชื่อเสียงภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศไปสู่สายตา นักท่องเที่ยวทั่วโลกจากความเข้มแข็งของภาคเอกชนและความร่วมมือของห่วงโซ่การท่องเที่ยว ส่งผลให้ประเทศไทย ขึ้นแท่นครองใจนักท่องเที่ยวทั่วโลก กับตำแหน่งล่าสุดต้อนรับปีใหม่ Destination Of the Year 2025 จัดอันดับโดย นิตรสารที่ทรงอิทธิพลทางการท่องเที่ยว Travel+ Leisure รวมถึง การจัดงาน Amazing Thailand Countdown 2025 จัดขึ้นระหว่างวันที่29-31 ธันวาคม2567 ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม เกิดขึ้นจากความร่วมมือของพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อให้เป็นแลนมาร์กและสัญลักษณ์ของประเทศไทยในการเป็น “Global Countdown Destination” ระดับโลก ททท. ขอขอบคุณ ไอคอนสยาม ที่ได้ร่วมกันสร้างสรรค์ให้งานนี้เป็นแม็กเน็ตอีเวนต์ที่สำคัญ และขอบคุณทุกองค์กรที่มีส่วนร่วมในการจัดงาน ขอให้ทุกท่านมีความสุขในช่วงเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองนี้

ที่สุดของมหาปรากฏการณ์เคานต์ดาวน์ ฉลองความยิ่งใหญ่ที่สุดของไทยและที่สุดของโลก

นายสุพจน์ กล่าวเพิ่มเติมถึงไฮไลต์ที่สร้างมหาปรากฏการณ์สะกดชาวโลกของงานในปีนี้ว่า “ไอคอนสยามต้อนรับปีใหม่อย่างยิ่งใหญ่ สร้างประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ด้วยการรวบรวมที่สุดของความโดดเด่นในงาน Amazing Thailand Countdown 2025’ ซึ่งผสานความเป็นไอคอนิคของไทยและโลกเข้าด้วยกันในที่เดียว โดยนำเสนอ 3 มหาปรากฏการณ์สุดพิเศษที่จะสร้างความประทับใจอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

-มหาปรากฏการณ์พลุเฉลิมฉลองระดับโลก ตื่นตาตื่นใจกับการแสดงพลุรักษ์โลกที่ยาวถึง 1,400 เมตร ยาวที่สุดริมแม่น้ำเจ้าพระยา จัดเต็มด้วยเทคนิคและความแปลกใหม่ รังสรรค์โดยผู้กำกับพลุมือรางวัลจากประเทศญี่ปุ่น ผสานกับทีมงานสร้างสรรค์ชั้นนำจากประเทศไทย ภายใต้แนวคิด Celebrating the Everlasting Legacy of Siam เฉลิมฉลองมรดกไทยอันรุ่งโรจน์นิรันดร์” สะท้อนถึงสีสันและความงดงามของมรดกและภูมิปัญญาไทย

-มหาปรากฏการณ์สะกดโลกจากสุดยอดศิลปินไอคอนิค พบกับการแสดงไฮไลต์จาก “ลิซ่า ลลิษา มโนบาล” ศิลปินไอคอนิคระดับโลกที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยและเป็นแรงบันดาลใจของผู้คนทั่วโลก ที่จะมาพร้อมปรากฎการณ์สะกดใจชาวโลกในค่ำคืนแห่งโชว์สุดยิ่งใหญ่ครั้งสำคัญ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตอกย้ำภาพลักษณ์อันแข็งแกร่งของประเทศไทยในการเป็น Global Destination อันดับหนึ่งในใจที่ผู้คนทั่วโลกต้องมาเยือน 

-มหาปรากฏการณ์บันเทิง ฉลองความยิ่งใหญ่ของไทยและโลก สัมผัสประสบการณ์บันเทิงเหนือระดับผสานความเป็นไทยและสากล ดื่มด่ำกับการแสดงและคอนเสิร์ตจากศิลปินไทยและต่างประเทศต่อเนื่องตลอด 3 วัน กว่า 60 ชีวิต นำทัพโดย ATLAS, BUS Because of you I shine, 4EVE, Jeff Satur, MILLI, NONT TANONT,  พีพี บิวกิ้น, เป๊ก ผลิตโชค,PROXIE, ZeeNuNew, ทีมนักแสดงจาก PIT BABE The Series และศิลปินจีนชื่อดังระดับโลก “เว่ยเจ๋อหมิง” นอกจากนี้ยังมีการแสดงนำวัฒนธรรมไทยสู่สายตาชาวโลก จากนักแสดงชั้นนำ ได้แก่ กองทัพ พีค และนก KPN แชมป์โลก solo senior vocalist คนแรกของไทย ที่มาส่งมอบความสุขส่งท้ายปีและพร้อมต้อนรับปีใหม่ด้วยความบันเทิงแบบจัดเต็ม บนเวทีพาโนรามาที่มาพร้อมฉากหลังที่สวยงามที่สุดบนโค้งน้าเจ้าพระยาที่ไม่มีใครเลียนแบบได้

“เพื่อให้ประเทศไทยเป็นที่กล่าวขวัญถึงทั่วโลกในช่วงขึ้นปีใหม่ ไอคอนสยามผนึกกำลังกับทั้งภาครัฐและเอกชน ทำให้งาน Amazing Thailand Countdown 2025 เป็นงานฉลองส่งท้ายปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประเทศไทย โดยมีไฮไลต์จากการแสดงพลุรักษ์โลก และสุดยอดมหกรรมความบันเทิงระดับเวิลด์คลาสจากบรรดาศิลปินดาราไทยและจากต่างประเทศอีกมากมายตลอด3 วัน 3 คืน เพื่อส่งมอบความสุข ความประทับใจ พร้อมสร้างประสบการณ์เหนือความคาดหมาย ตอกย้ำความมุ่งมั่นของไอคอนสยามในการนำสิ่งที่ดีที่สุดของไทยให้มาบรรจบกับสิ่งที่ดีที่สุดของโลก” นายสุพจน์ย้ำ

นอกจากจะได้รับทราบกิจกรรมไฮไลต์ที่จะเกิดขึ้น ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ตลอดทั้ง 3 วัน ในงานแถลงข่าวได้รับเกียรติจากตัวแทนศิลปินและนักแสดง ซึ่งเป็นที่สนใจของแฟนคลับมาร่วมให้กำลังใจอย่างล้นหลาม ได้แก่ กองทัพ พีค ร่วมพูดคุยเกี่ยวกับความตั้งใจในการฝึกซ้อมการแสดงเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวความรุ่งเรืองของไทย ทีมนักแสดงจากซีรีส์PIT BABE The Series และการแสดงพิเศษจากศิลปินวง PERSES (เพอร์เซส) มาร่วมสร้างสีสันให้กับงานแถลงข่าวอีกด้วย

มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของปรากฎการณ์งานเคานต์ดาวน์ระดับโลก ‘Amazing Thailand Countdown 2025 at ICONSIAM’ สุดยิ่งใหญ่อลังการพร้อมสะกดทุกสายตาของชาวโลก ตั้งแต่วันที่29 – 31 ธันวาคมนี้ ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม โดยสามารถติดตามรายละเอียดและเงื่อนไขการรับสิทธิ์เข้าร่วมงานได้ทาง http://www.iconsiam.com หรือ Facebook: ICONSIAM หรือเลือกรับชมผ่านการถ่ายทอดสด (Live) 15 ช่องทาง ได้แก่สถานีโทรทัศน์ไทยรัฐ ทีวีช่อง 32HD, ONE31, GMM25 และ TNN16 หรือช่องทางออนไลน์ผ่านเฟสบุ๊ค ไทยรัฐออนไลน์, เดลินิวส์ออนไลน์, ข่าวสด,มติชน, Feed, TNN, NationTV, ช่อง one31 และ PPTV HD36 โดยจะถ่ายทอดสดให้รับชมพร้อมกันตั้งแต่เวลา23.00 น.เป็นต้นไป และช่องทางออนไลน์ของไอคอนสยาม Facebook และ YouTube ตั้งแต่เวลา18.00 น. เป็นต้นไป

ประชาชนทั่วไปที่สนใจร่วมงานสามารถเดินทางมาไอคอนสยามได้ครอบคลุมทุกเส้นทางการคมนาคมทั้งรถยนต์ รถประจำทาง เรือโดยสาร และรถไฟฟ้าสายสีทองลงสถานี G2 เจริญนคร ถึงไอคอนสยามได้อย่างสะดวกสบายและรวดเร็ว สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 1338 หรือติดตามข่าวสารได้ที่ Facebook: ICONSIAM

#AmazingThailandCountdown2025 #ICONSIAM #ICONSIAMCountdown2025

เปิดโลก‘ข้อมูล’ใช้เป็นเกิดประโยชน์หลากหลาย ตอบโจทย์บริหารจัดการทั้งรัฐ-เอกชน

https://www.naewna.com/local/841779

เปิดโลก‘ข้อมูล’ใช้เป็นเกิดประโยชน์หลากหลาย ตอบโจทย์บริหารจัดการทั้งรัฐ-เอกชน

เปิดโลก‘ข้อมูล’ใช้เป็นเกิดประโยชน์หลากหลาย ตอบโจทย์บริหารจัดการทั้งรัฐ-เอกชน

วันเสาร์ ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 00.20 น.

16 พ.ย. 2567 ที่คอนเวนชั่น ฮอลล์ 2 ไทยพีบีเอส มีการจัดงาน The Visual Talk Data is All Around เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 15 พ.ย. 2567 ชวนวิทยากรจากภาคส่วนต่างๆ มาฉายภาพความสำคัญของการใช้ข้อมูลต่อการออกแบบนโยบาย โดย นายกล้า ตั้งสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) จำกัด ยกตัวอย่างอิทธิพลของบุคคลที่มีชื่อเสียง หรืออินฟลูเอนเซอร์ ต่อพฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน ที่พบว่า คนไทยร้อยละ 81 ติดตามอินฟลูเอนเซอร์ โดยมีเพียงร้อยละ 11 ไม่ได้ติดตาม และร้อยละ 7 ที่ไม่รู้ว่าอินฟลูเอนเซอร์คือใครและทำอะไร

ข้อมูลยังระบุด้วยว่า เหตุผลในการเลือกซื้อสินค้า ร้อยละ 36.35 ต้องการซื้ออยู่แล้ว แต่รองลงมา  ร้อยละ 29.92 ซื้อเพราะเชื่ออินฟลูเอนเซอร์ และที่ใกล้เคียงกันมากคือร้อยละ 29.31 ซื้อเพราะถูกอินฟลูเอนเซอร์โน้มน้าว ถามว่าจำประโยคที่ว่า ฉันซื้อเพราะฉันเชื่อ ฉันลงทุนเพราะฉันเชื่อคนนี้  ได้หรือไม่? จาก 1 ใน 10 เรื่องราวที่สังคมไทยให้ความสนใจที่สุดประจำ 10 เดือนแรกของปี 2567 แต่เป็นเรื่องที่มีผู้เสียหายเป็นจำนวนมากเพราะยอมลงทุนเนื่องจากเชื่ออินฟลูเอนเซอร์ ข้อมูลนี้จึงชี้ว่าอินฟลูเอนเซอร์มีอิทธิพลต่อการซื้อ-ขายสินค้าจริงๆ

โดยงานของไวซ์ไซท์คือการรวบรวมข้อมูลต่างๆ ที่ไหลเวียนอยู่บนโลกออนไลน์ ซึ่ง 10 เดือนแรกของปี 2567 10 อันดับเรื่องราวที่สังคมไทยให้ความสนใจที่สุด อ้างอิงยอดการมีส่วนร่วมของผู้คน (Engagement) พบว่า อันดับ 1 โอลิมปิกที่ปารีส 171 ล้าน อันดับ 2 หมูเด้ง 165 ล้าน อันดับ 3 หมีเนย 124 ล้าน อันดับ 4 น้ำท่วมภาคเหนือ 100 ล้าน อันดับ 5 ดิไอคอน 99 ล้าน อันดับ 6 วันสงกรานต์ 95 ล้าน อันดับ 7 ลิซ่า 93 ล้าน อันดับ 8 Boy Group วง The Bus 85 ล้าน อันดับ 9 วันแม่ 49 ล้าน  อันดับ 10 รถบัสนักเรียนไฟไหม้ 14 ล้าน

เมื่อดูถึงการเติบโตของการซื้อ-ขายสินค้าทางออนไลน์ มูลค่าในไทย ปี 2562 อยู่ที่ 5 พันล้านเหรียญสหรัฐ แต่เมื่อผ่านไปเพียง 4 ปี ในปี 2566 โตขึ้นเป็น 2.65 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ โดยช่องทางหลัก ร้อยละ 55 แพลตฟอร์มซื้อ-ขายสินค้าออนไลน์โดยตรง รองลงมา ร้อยละ 28 แพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นลักษณะที่ผู้เล่นต่างชาติรวบวงการตลาดดิจิทัลของประเทศไทยไปเรียบหมด ดังนั้นเมื่อแพลตฟอร์มขอเก็บค่าส่วนต่างเพิ่มก็จะได้รับผลกระทบโดยเฉพาะผู้ค้ารายเล็กๆ ที่ใช้บริการแพลตฟอร์ม

“ภาพที่น่าเป็นห่วงกว่าก็คือหนึ่งในปุ่มที่น่าจะมีความสำคัญมากขึ้นในอนาคต คือปุ่ม Pay Later (ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง) เรารู้ว่าปุ่ม Pay Now (จ่ายตอนนี้) มันสะดวกมาก จ่ายปุ๊บไม่ต้องกรอกอะไรเลยได้ของ แต่ในปี 2566-2567 ปุ่มที่สะดวกกว่าคือ Pay Later กดปุ๊บได้ของยังไม่ต้องจ่ายเงินด้วยซ้ำ แต่เรื่องนี้มันจะตามมาด้วยบริการทางการเงิน ปุ่มนี้จะไม่มีผลกระทบในเชิงลบสำหรับผู้บริโภคที่มีทักษะทางการเงินที่ดี เพราะเขารู้ว่าจะเริ่มเป็นเครดิตแล้ว เป็นหนี้ในระยะสั้นแล้ว บัตรเครดิตเรายังต้องเดินไปซื้อที่ร้าน ปุ่มนี้กดได้แม้กระทั่งบนเตียงนอน” นายกล้า กล่าว

ดร.วินน์ วรวุฒิคุณชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง Botnoi Group กล่าวถึงประโยชน์ของข้อมูล ได้แก่ 1.สร้างความตื่นตัว เช่น จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ปริมาณฝุ่น PM2.5 จะได้หลีกเลี่ยงการออกจากบ้าน 2.อธิบายปรากฏการณ์ เช่น  การระบาดของไวรัสโควิด-19 ไล่ตั้งแต่ระลอกแรกช่วงต้นปี 2563 ตามด้วยการใช้มาตรการล็อกดาวน์ จากนั้นสถานการณ์เบาลง ก่อนจะมาระบาดระลอก 2 ช่วงเข้าสู่ปีใหม่ 2564 ที่ จ.สมุทรสาคร จากนั้นอีกไม่นานก็มีการระบาดจากสถานบันเทิง เป็นต้น เมื่อทำเป็นกราฟแล้วก็ทำให้เข้าใจได้อย่างรวดเร็วว่าเกิดอะไรขึ้น

3.ค้นพบ เช่น น้ำมัน ยาชนิดใหม่ๆ ดาวดวงใหม่ๆ ในจักรวาล 4.จัดกลุ่มหรือจัดระเบียบ เช่น นำข้อมูลลูกค้ามาแบ่งเป็นกลุ่มๆ เพื่อหาแนวทางบริหารจัดการที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละกลุ่ม โดยมีตัวอย่างข้อมูลนักท่องเที่ยวต่างชาติชอบอะไรในประเทศไทย โดยดูจากสิ่งที่นักท่องเที่ยวโพสต์ลงสื่อสังคมออนไลน์ อาทิ ชาวเยอรมันพูดถึงความเป็นมิตรของคนไทย (Friendly) มากที่สุด ขณะที่ชาวอเมริกันกับชาวออสเตรเลียพูดถึงสินค้าในไทยมีราคาถูก (Cheep) มากที่สุด เป็นต้น และ 5.ทำนาย เช่น ดูว่ามีโอกาสเกิดน้ำท่วมหรือไม่ 

อย่างไรก็ตาม เมื่อรวบรวมข้อมูลมาแล้วก็ต้องตรวจสอบความสมบูรณ์ถูกต้อง หรือการทำความสะอาดข้อมูล (Cleansing) ก่อนใช้ เช่น เคยมีกรณีผู้ให้บริการสินเชื่อ ที่มีตั้งแต่ 12 งวด 18 งวด 24 งวด  และ 36 งวด ตนไปเห็นข้อมูลก็แปลกใจว่าเหตุใดยอดสินเชื่อกลุ่ม 18 งวดสูงกว่ากลุ่มอื่น แทนที่จะเป็น 12 งวด และ 36 งวด แต่เมื่อสอบถามไปก็ได้ทราบว่า สินเชื่อ 18 งวด เป็นค่าตั้งต้น (Default) กล่าวคือ ในกรณีที่ผู้ขอสินเชื่อไม่เปลี่ยนไปเลือกแบบอื่น ผู้ให้บริการก็จะอนุมัติแบบ 18 งวดให้

“สิ่งที่ผมอยากฝากน้องๆ ที่อยากทำ Data Science (วิทยาศาสตร์ข้อมูล) คือลองหัดสงสัยเยอะๆ เวลาเราได้ข้อมูลมา ทำไมมันถึงเป็นอย่างนี้? เพราะอะไร? ตั้งคำถาม” ดร.วินน์ กล่าว

นายกษิดิศ สตางค์มงคล นักวิเคราะห์ข้อมูล และบล็อกเกอร์ เจ้าของเพจ DataRockie กล่าวถึงความสำคัญของการตั้งคำถามกับการทำงานด้านข้อมูล ว่า หากตั้งคำถามผิดตั้งแต่แรกงานที่ทำก็ผิดทั้งหมด แต่หากตั้งคำถามได้ดีก็จะไปในทิศทางที่ถูกต้อง โดยมีตัวอย่าง เช่น มิยาโมโต มูซาชิ นักดาบระดับตำนานคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ตั้งคำถามว่าทำไมซามูไรถึงไม่ใช้ทั้งดาบยาวและดาบสั้นในการต่อสู้ โดยสมัยนั้นซามูไรมักจะใช้แต่ดาบยาวในขณะที่ดาบสั้นเพียงพกไว้เฉยๆ

หรือ ทาเครุ โคบายาชิ นักแข่งกินจุชาวญี่ปุ่น เคยเป็นแชมป์กินราเม็งที่บ้านเกิดแต่ต้องข้ามน้ำข้ามทะเลไปแข่งกินฮอทด็อกที่สหรัฐอเมริกา กติกาคือให้เวลา 12 นาที ใครกินได้มากที่สุดเป็นผู้ชนะ คว้าเงินรางวัล 1 แสนเหรียญสหรัฐ สถิติเดิมในปีก่อนหน้าคือ 25 กับอีก 1 ส่วน 8 ชิ้น แต่โคบายาชิทำลายสถิติไปที่ 50 ชิ้น ทั้งที่ชาวญี่ปุ่นตัวเล็กกว่าชาวอเมริกันเสียด้วยซ้ำไป แต่ที่เรื่องนี้เกิดขึ้นได้ เพราะเกิดจากวิธีการตั้งคำถามของโคบายาชิ ว่าจะกินฮ็อทด็อกให้ง่ายขึ้นได้อย่างไร ตามด้วยการคิดคำตอบ คือขนมปังบิดชุบน้ำให้นุ่มกลืนง่าย ส่วนฮ็อทด็อกแยกกินก็กลืนง่าย

“คำถามที่ดีจะนำไปสู่การทำสิ่งใหม่ที่ไม่เหมือนเดิม ถ้าเกิดว่าเราทำสิ่งเดียวซ้ำๆ ไปเรื่อยๆ แต่เราคาดหวังผลลัพธ์ที่ต่างไปจากเดิม ไอน์สไตน์บอกว่าไม่บ้าก็โง่” นายกษิดิศ กล่าว

ดร.อสมา กุลวานิชไชยนันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คอราไลน์ จำกัด กล่าวถึงความสำคัญของการธรรมาภิบาลข้อมูล (Data Governance) เป็นสิ่งแรกที่ต้องทำหากต้องการใช้ข้อมูลเพื่อขับเคลื่อนองค์กร ก็คือการมีนโยบายดูแลทรัพยากรข้อมูล เช่นเดียวกับนโยบายดูแลทรัพยากรบุคคล ไล่ตั้งแต่การจัดตั้งคณะทำงานจากคนที่เกี่ยวข้องกับข้อมูล มีมาตรฐานกระบวนคัดกรองข้อมูลก่อนเผยแพร่หรือใช้งาน เพราะการไม่มีมาตรฐานจะเกิดปัญหา เช่น ข้อมูลสกปรกไม่สามารถนำไปใช้ได้ หรือข้อมูลหลุดรั่วเพราะไม่มีกฎเกณฑ์การนำไปใช้

“ข้อมูลจะมีคุณภาพในการใช้งาน เพราะจะมีกฎระเบียบว่าข้อมูลที่ถูกนำไปใช้จะต้องผ่านการกระบวนการกำกับดูแลก่อน เราจะได้มั่นใจว่าข้อมูลชุดนี้ใช้งานได้ ไม่เช่นนั้นข้อมูลไม่สะอาด เอาไปวิเคราะห์กัน Garbage In – Garbage Out (ใส่ของเสียเข้าไปก็ได้ของเสียกลับออกมา) ก็ไม่มีประโยชน์อะไร เสียพลังงานในการวิเคราะห์เปล่าๆ สุดท้ายมีแนวทางชัดเจนและมันจะเกิดการแบ่งปันข้อมูล เพราะมีการจัดลำดับชั้นแล้ว ข้อมูลชุดนี้ต้องเผยแพร่ ชุดนี้ต้องเป็นความลับ ดังนั้นจะไม่มีคำพูดว่าข้อมูลนี้แชร์ได้หรือไม่” ดร.อสมา กล่าว

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) และอดีตทีมงานเทคโนโลยีดิจิทัลพรรคก้าวไกล กล่าวถึงการปรับเปลี่ยน 3 ข้อด้านข้อมูล ที่จะทำให้ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนและสนับสนุนให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมกับนโยบายต่างๆ ของประเทศมากขึ้น คือ 1.ประสิทธิภาพ เช่น เหตุการณ์น้ำท่วมที่ภาคเหนือ แม้รัฐบาลจะทำได้รวดเร็วเรื่องเบิกจ่ายงบประมาณเยียวยา แต่กระบวนการยังเป็นแบบดั้งเดิม คือต้องมีใบรับรองว่าเป็นผู้ประสบภัย ผ่านกลไกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) กลไกประชาคมหมู่บ้าน แล้วจึงทำเรื่องขอรับการเยียวยา

แต่จริงๆ แล้วสามารถทำให้ดีกว่านั้นได้ คือการแปลงที่อยู่จริงให้เป็นพิกัดทางภูมิศาสตร์ (Geocoding) หรือแปลงเลขที่บ้านให้เป็นค่า GPS ซึ่งมีตัวอย่างในสหรัฐอเมริกา แคนาดาและอังกฤษ ขณะที่ปัจจุบันประเทศไทยก็มีแผนที่ดาวเทียมที่จัดทำโดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA อยู่แล้ว ที่แสดงให้เห็นว่าจุดใดมีน้ำท่วมบ้าง หากนำ 2 อย่างนี้มารวมกัน รู้บ้านเลขที่ รู้ตัวเจ้าบ้าน รัฐบาลก็สามารถจ่ายเงินเยียวยาผ่านระบบพร้อมเพย์ได้เลย

2.โปร่งใส ที่ผ่านมาหน่วยงานภาครัฐของไทยจะจัดซื้ออะไรก็ต้องทำ TOR ซึ่งเอื้อต่อการใช้ดุลพินิจกำหนดคุณสมบัติ (Spec) สิ่งของต่างๆ จนเกิดคำถามเรื่องการจัดซื้อในราคาแพงกว่าท้องตลาดอย่างผิดปกติอยู่บ่อยครั้ง เช่น ถาดหลุมจัดซื้อใบละ 500 บาท แต่ในท้องตลาดขายใบละ 300 บาท หรือเครื่องออกกำลังกายจัดซื้อราคาหลักแสนบาท ทั้งที่ของอย่างเดียวกันในท้องตลาดราคาเพียงหลักหมื่นบาท หรือกำหนดขึ้นเพื่อให้เหลือเฉพาะคนในกลุ่มพวกเดียวกันที่เข้าประมูลงานได้ เป็นต้น

แต่ที่ประเทศเกาหลีใต้ การจัดซื้อของหน่วยงานภาครัฐจะมี 2 รูปแบบ คือ 1.สิ่งที่มีความซับซ้อน จำเป็นต้องทำ TOR ก็ทำไป 2.สิ่งที่เป็นสินค้าสำเร็จรูปทั่วไป เช่น ถาดหลุม โต๊ะ-เก้าอี้ ซึ่งร้อยละ 64 ของการจัดซื้อภาครัฐในเกาหลีใต้อยู่ในประเภทนี้ ซึ่งมีการจัดทำแพลตฟอร์มกลาง เชื่อมระหว่างหน่วยงานภาครัฐที่ต้องการสั่งซื้อ กับบริษัทห้างร้านที่มีสินค้านั้นพร้อมขาย โดยการปรับเปลี่ยนมาใช้รูปแบบนี้ ทำให้เกาหลีใต้ประหยัดงบประมาณได้มาก

“นอกเหนือจากการประหยัดงบประมาณ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ทุกวันนี้กระบวนการยกร่าง TOR กว่าจะยกร่าง กว่าจะประกาศ กว่าจะประมูล กว่าจะเซ็นสัญญา 2 เดือน เราก็ลดกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างจาก 2 เดือนเหลือ 1 ชั่วโมง ผมคิดว่ามันจะเป็นการส่งเสริมผู้ประกอบการด้วย ทุกวันนี้นึกภาพเราผลิตโต๊ะ-เก้าอี้อยากขายให้ภาครัฐ มันเข้ายากนะถ้าไม่รู้จักใครในหน่วยงานที่จะเป็นคณะกรรมการยกร่าง TOR ผมเชื่อว่าเราแทบจะเข้าไปประมูลงานภาครัฐยากมาก” นายณัฐพงษ์ กล่าว

นายณัฐพงษ์ ยังกล่าวอีกว่า และ 3.ประชาธิปไตย ประชาชนต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการพิจารณาร่างกฎหมายต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตโดยตรง ซึ่งปัจจุบันมีระบบกลางทางกฎหมาย (Law Portal) ที่พัฒนาโดยสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำหรับเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนอยู่แล้ว แต่สามารถทำให้ดีกว่าปัจจุบันที่ประชาชนต้องเข้าไปคอยดูในเว็บไซต์เป็นระยะๆ ได้ โดยรัฐจัดทำแอปพลิเคชั่นที่ช่วยแจ้งเตือน เพื่อให้ผู้สนใจได้เข้าไปร่วมแสดงความคิดเห็น

น.ส.อาทิตยา บุญยรัตน์ ทีม กทม. ยกตัวอย่างโครงการ “ร้านนี้ไม่เทรวม” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแพลตฟอร์ม  https://greener.bangkok.go.th/ โดยเป็นความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานคร (กทม.) กับภาคเอกชนคือ Line Man Wongnai เปิดลงทะเบียนร้านอาหารทุกประเภทในกรุงเทพฯ เพื่อร่วมมือกับ กทม. ในการแยกขยะจากการประกอบอาหาร ข้อมูลนี้ช่วยให้ กทม. รู้ว่ามีร้านอาหารหนาแน่นในย่านใดบ้างของแต่ละเขต ขณะเดียวกันยังกระตุ้นให้ผู้บริโภคในฐานะพลเมืองได้เห็นว่าร้านใดมีการแยกขยะและเลือกสนับสนุนร้านเหล่านี้

“กทม. มีปัญหาเยอะมาก หนึ่งในนั้นคือปัญหาขยะที่มันเกิดจากเราทุกคน ปีๆ หนึ่ง กทม. ใช้เงินภาษีสูงถึง 8 พันล้านบาทในการกำจัดขยะ ถ้าเราสามารถลดขยะได้เราจะสามารถลดทั้งเงินภาษีในการกำจัดขยะ และลดผลกระทบที่มันจะเกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อมได้ กทม. ก็เลยมีความจริงจังในการดำเนินการเรื่องขยะด้วยโครงการไม่เทรวม ขอความร่วมมือจากทุกหน่วยงานซึ่ง กทม. สามารถทำได้ในการแยกขยะ ซึ่งขยะที่แยกออกมา ขยะอินทรีย์สามารถกำจัดได้ด้วยกรรมวิธีทางธรรมชาติ ทำให้ในปี 2566 ลดเงินภาษีได้ถึง 141 ล้านบาท” น.ส.อาทิตยา ระบุ

น.ส.อาทิตยา ยังกล่าวอีกว่า อยากชวนทุกคนมาช่วยกันทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองน่าอยู่สำหรับทุกคน ซึ่งขอฝากโครงการร้านนี้ไม่เทรวม เชื่อว่าทุกคนมีโอกาสกินข้าวนอกบ้าน อย่างน้อยๆ ก็อาหารตามสั่ง จึงอยากให้ทุกคนเป็นกระบอกเสียงเชิญชวนผู้ประกอบการ แยกขยะและสมัครเข้าร่วมโครงการ ทั้งนี้ คณะผู้บริหาร กทม. มีวิธีคิดการทำงานด้วยข้อมูล ขณะที่ตนซึ่งทำงานฝั่งสื่อสาร สิ่งที่ทีมสื่อสารของ กทม. พยายามทำคือสร้างการสื่อสารที่นำไปสู่การมีส่วนร่วม (Engage) ของผู้คน รวมถึงเพื่อให้ได้ข้อมูลมาใช้แก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในเมือง

รศ.ดร.วิลาสินี พิพิธกุล ผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) กล่าวว่า ไทยพีบีเอส มีความตั้งใจและมุ่งมั่นที่อยากนำเสนอนวัตกรรมสื่อที่นำข้อมูลมาออกแบบและพัฒนาเพื่อเล่าเรื่องให้ประชาชนมีส่วนร่วม เพราะเชื่อว่าในยุคดิจิทัลแบบนี้ประชาชนคือผู้กำหนดข้อมูลข่าวสารตัวจริง สิ่งที่ทำจึงอาจถือเป็นสื่อสาธารณะในยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ โดยประกาศเข้าสู่แผน Digital Transformation (การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล) มาตั้งแต่เมื่อ 2-3 ปีก่อน และพัฒนาเรื่อยมา

“ผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ใช้ชื่อว่า The Visual ThaiPBS เป็นหนึ่งในหมุดหมาย หรืออาจจะบอกว่าเป็นหนึ่งในผลผลิตและผลงานที่น่าภาคภูมิใจของ ThaiPBS ที่ทำให้เห็นว่าการปรับตัวเองไปสู่สื่อสาธารณะที่ยังคงทำพันธกิจสำคัญคือเป็นพื้นที่เพื่อระดมการมีส่วนร่วมของประชาชน ยังคงยึดมั่นพันธกิจนี้อยู่ แต่เปลี่ยนไปใช้เครื่องมือที่เหมาะสมกับเทคโนโลยีในยุคดิจิทัลมากขึ้น” รศ.ดร.วิลาสินี กล่าว

อนึ่ง ภายในงานดังกล่าว The Visual ThaiPBS ยังได้นำตัวอย่างผลงานการเล่าเรื่องด้วยข้อมูลมาจัดแสดงด้วย ได้แก่ 1.The Bag (สัม) ภาระหนัก บนบ่าเด็ก :สะท้อนปัญหาการแบกน้ำหนักกระเป๋านักเรียนของเด็กไทย 2.Thrones of Thorn ศึกชิงบัลลังก์ราชาหนาม ปอกเรื่องราวใต้เปลืองทุกเรียนไทย : บอกเล่าประวัติศาสตร์ของทุเรียน หนึ่งในพืชเศรษฐกิจมูลค่าสูงของไทย 3.เธอไม่เปลี่ยนแปลง..ร้อนนี้จึงเปลี่ยนไป : ฉายภาพอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นกว่าในอดีต และมนุษย์เป็นปัจจัยสำคัญเพียงใดกับการเปลี่ยนแปลงนี้

4.นกเงือก..นักปลูกป่าผู้คลั่งรัก : ข้อมูลวิเคราะห์พฤติกรรมของนกเงือกที่ช่วยกระจายพันธุ์ไม้และเพิ่มพื้นที่ป่า และ 5.วัยเด็ก วันเด็ก กับความหวังที่ผู้ใหญ่อยากให้เป็น : รวบรวมคำขวัญวันเด็กจากนายกรัฐมนตรีแต่ละท่าน มาถอดรหัสหาความคาดหวังของผู้ใหญ่ต่อเด็ก และคำขวัญของแต่ละยุคสมัยสัมพันธ์กับสถานการณ์ของประเทศเพียงใด

‘ปธ.ศาลฎีกา’ร่วมถวายผ้าพระกฐินพระราชทานวัดพระยายัง ยอดบริจาคกว่า 5.3 ล้าน

https://www.naewna.com/local/841660

'ปธ.ศาลฎีกา'ร่วมถวายผ้าพระกฐินพระราชทานวัดพระยายัง ยอดบริจาคกว่า 5.3 ล้าน

‘ปธ.ศาลฎีกา’ร่วมถวายผ้าพระกฐินพระราชทานวัดพระยายัง ยอดบริจาคกว่า 5.3 ล้าน

วันศุกร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 16.52 น.

ประธานศาลฎีกา พร้อมด้วยข้าราชการและประชาชนผู้มีจิตศรัทธา ร่วมถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2567 ณ วัดพระยายัง กรุงเทพมหานคร ยอดบริจาคกว่า 5.3 ล้านบาท

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าพระกฐินให้ศาลยุติธรรม น้อมนำถวายพระสงฆ์จำพรรษากาลถ้วนไตรมาส ณ วัดพระยายัง แขวงถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร โดยมีนางชนากานต์ ธีรเวชพลกุล ประธานศาลฎีกา เป็นประธานในพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2567 พร้อมด้วยคณะผู้บริหารศาลยุติธรรม คณะผู้พิพากษา ข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ลูกจ้างและพนักงานราชการศาลยุติธรรมในสังกัด ตลอดจนประชาชนผู้มีจิตศรัทธาเข้าร่วมพิธี

สำหรับพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2567 สำนักงานศาลยุติธรรมได้รวบรวมจตุปัจจัย เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 5,349,999 บาท นอกจากนี้ ยอดเงินส่วนหนึ่งยังถูกจัดสรรเพื่อนำไปส่งเสริมโครงการด้านการศึกษา การรักษาพยาบาลแก่พระสงฆ์ และการพัฒนาสาธารณูปโภคต่าง ๆ ภายในวัด เพื่อให้การปฏิบัติศาสนกิจสามารถดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ  

ในโอกาสนี้ศาลยุติธรรมและสำนักงานศาลยุติธรรมขอขอบพระคุณผู้มีจิตศรัทธาทุกท่าน ที่ได้ร่วมทำบุญมหากุศลครั้งนี้

ทั้งนี้ วัดพระยายังเป็นวัดราษฎร์ สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3ประมาณปีพุทธศักราช 2390 ผู้สร้างคือพระยามหานิเวศนานุรักษ์ (ยัง รักตะประจิตต์) เป็นคุณตาของพระพี่นางเธอ พระองค์เจ้า
วรลักษณาวดีในเจ้าจอมมารดาสุดของรัชกาลที่ 5 เมื่อสร้างวัดแล้วเสร็จ ชาวบ้านจึงขนานนามวัดตามนามเดิมของผู้สร้างว่า “วัดพระยายัง”.