มีผลทันที! เจ้าอาวาสมีคำสั่ง ‘พระครูปลัดธีระ’ พ้นสังกัดวัดสามชุก ชี้พฤติกรรม‘ไม่มีความละอาย’​

https://www.naewna.com/local/841652

มีผลทันที! เจ้าอาวาสมีคำสั่ง ‘พระครูปลัดธีระ’ พ้นสังกัดวัดสามชุก ชี้พฤติกรรม‘ไม่มีความละอาย’​

มีผลทันที! เจ้าอาวาสมีคำสั่ง ‘พระครูปลัดธีระ’ พ้นสังกัดวัดสามชุก ชี้พฤติกรรม‘ไม่มีความละอาย’​

วันศุกร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 16.14 น.

วันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 พระครูสุวรรณวิจิตร เจ้าอาวาสวัดสามชุก จ.สุพรรณบุรี ได้มีหนังสือแจ้ง พระครูปลัดธีรธนัชณฤทธา เมตฺตธมฺโม หรือ “พระครูปลัดธีระ” หรือที่มักถูกเรียกว่า “พระปีนเสาไฟ” ระบุว่า ตามที่ ท่านได้มาขอเข้าสังกัดวัดสามชุก ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565 เมื่อทำหนังสือสุทธิเรียบร้อยแล้ว ท่านไม่เคยมาพักค้างอยู่จำวัตรหรือจำพรรษาในวัดสามชุกเลย และไม่เคยบอกให้ทราบว่าไปทำกิจใดอยู่ที่ไหน จวบจนกระทั่งเกิดปัญหาออกสื่อไปทั่วโลกเมื่อวันที่ 31 ต.ค. 2567 จึงได้มีหนังสือให้ท่านกลับไปที่วัด ท่านก็กลับไปในวันที่ 4 พ.ย. 2567 เพียงระยะเวลาสั้นๆ ถ่ายคลิปเอาไปเป็นหลักฐานให้ตนเองว่ากลับไปตามที่มีหนังสือเรียกแล้ว โดยในวันนั้นก็ได้แนะนำให้ยุติการกระทําที่ก่อให้เกิดภาพลักษณ์ที่ไม่ดี ท่านก็รับปากว่าจะหยุด แต่วันที่ 5 พ.ย. 2567 ท่านก็ไปยืนแถลงข่าวที่หน้ากองบังคับการตำรวจกองปราบปราม ตามที่ท่านทราบดีอยู่แล้ว

ดังนั้นในฐานะที่เป็นเจ้าอาวาสเจ้าสังกัดก็ยังมีเมตตาได้มีหนังสือลงวันที่ 15 พ.ย. 2567 สั่งให้ท่านกลับไปอยู่ประจำที่วัดเช่นพระภิกษุผู้อยู่ในสังกัดรูปอื่นๆ ภายใน 7 วัน และมีคำสั่งห้าม 3 ข้อ แนะนำให้ปฏิบัติ 1 ข้อ พร้อมกับกำชับมาด้วยว่า หากไม่กลับหรือไม่เชื่อฟังคำสั่ง ไม่อยู่ในโอวาทของเจ้าอาวาสจะสั่งให้ท่านพ้นจากสังกัดวัดสามชุก  แม้วันนี้จะยังไม่ครบ 7 วันตามเงื่อนไขแรก แต่ดูจากพฤติกรรมแล้ว ท่านไม่ได้ให้ความสำคัญกับการจะรีบกลับอยู่ที่วัด ยังคงเดินทางไปปรากฏตัวตามที่ต่างๆ และที่สำคัญท่านได้แสดงออกทางกายและวาจาผ่านสื่อโซเชียลละเมิดข้อห้ามอย่างไม่สนใจในคำสั่ง อันแสดงให้เห็นว่าท่านไม่ให้ความสำคัญกับคำสั่งของเจ้าอาวาส จงใจจะฝ่าฝืนคำสั่ง

เมื่อเป็นดังนี้ จึงเท่ากับว่า ท่านเพียงขอเอาชื่อมาเข้าสังกัดไว้พอให้ได้ชื่อว่าเป็นพระมีสังกัด ส่วนท่านเองจะไปแสดงพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อองค์กรคณะสงฆ์ครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่ว่าจะเสียหายร้ายแรงเสื่อมเสียเพียงใด ท่านก็ไม่สะทกสะท้าน แม้สังคมจะรุมประณามตำหนิติเตียนอย่างไรท่านก็ไม่มีความละอาย ไม่มีสมณสัญญาตามที่ควรจะเป็นเลยแม้แต่น้อย ผลจากการกระทำของท่านทำให้เจ้าอาวาสเจ้าสังกัดของท่านและผู้ปกครองตั้งแต่เจ้าคณะตำบลขึ้นไป และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องพลอยถูกตำหนิติเตียนอย่างรุนแรงไปด้วย และเสี่ยงต่อการที่จะถูกร้องทุกข์กล่าวโทษในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ไปด้วย  

ด้วยเหตุผลดังกล่าวโดยย่อ โดยหนังสือฉบับนี้ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 38 (2) แห่งพ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพ.ร.บ.คณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 ความว่า “สั่งให้บรรพชิตและคฤหัสถ์ซึ่งไม่อยู่ในโอวาทของเจ้าอาวาสออกไปเสียจากวัด” ออกคำสั่งให้ท่านพ้นจากสังกัดวัดสามชุก ต.สามชุก อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี ทันที ที่ท่านได้อ่านหนังสือฉบับนี้ ไม่ว่าจะโดยทางช่องทางใดก็ตาม เนื่องจากไม่สามารถส่งเอกสารไปให้ท่านได้เพราะท่านไม่เคยบอกและไม่เคยให้ที่อยู่สำหรับการติดต่อส่งเอกสาร แม้โดยหนังสือฉบับนี้ จะถือได้ว่าท่านได้พ้นจากสังกัดมิใช่เป็นพระภิกษุ ผู้อยู่ในสังกัดวัดสามชุกแล้วก็ตาม แต่เพื่อให้เป็นไปตามกฎระเบียบมหาเถรสมาคม ให้ท่านรีบนำหนังสือสุทธิมาย้ายชื่อออกจากสังกัดวัดสามชุกโดยเร็ว

‘เฉลิมชัย’ นำ ‘พระแม่พาติว’ ติดอาวุธ- สานฝัน ม.ปลาย สู่รั้วมหาวิทยาลัย

https://www.naewna.com/local/841628

'เฉลิมชัย'  นำ 'พระแม่พาติว' ติดอาวุธ- สานฝัน  ม.ปลาย  สู่รั้วมหาวิทยาลัย

‘เฉลิมชัย’ นำ ‘พระแม่พาติว’ ติดอาวุธ- สานฝัน ม.ปลาย สู่รั้วมหาวิทยาลัย

วันศุกร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 14.08 น.

วันที่ 14 พฤศจิกายน 2567 ที่โรงเรียนวัดบวรมงคล  เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร  ดร.เฉลิมชัย  ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  พร้อมด้วย ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรค ผศ.ดร.เจนจิรา รัตนเพียร  โฆษกพรรค  นายธนิตพล  ไชยนันทน์ ผู้อำนวยการพรรค และนางเจิมมาศ จึงเลิศสิริ อดีต สส. กทม.  ร่วมกับ พ.ต.อ.ภิญโญ ป้อมสถิตย์ สก. บางพลัด พรรคประชาธิปัตย์ นำติวเตอร์ชั้นนำระดับประเทศ  พร้อมมอบหนังสือคู่มือการติวเข้ม ผ่าน โครงการพระแม่พาติว ส่งตรงให้กับนักเรียนมัธยม 4-6 ในพื้นที่เขตบางพลัด กทม.ซึ่งกำลังเตรียมตัวลงสู่สนามสอบเข้ามหาวิทยาลัยเร็ว ๆ นี้

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวช่วงหนึ่งว่า พรรคประชาธิปัตย์อยากให้นักเรียนทุกคนมีโอกาสเท่าเทียมกันในด้านการศึกษา จึงจัดโครงการพระแม่พาติว  เป็น โครงการที่พรรคประชาธิปัตย์ จับมือกับติวเตอร์ชั้นนำของประเทศ โดยการประสานงานของ ผศ.ดร.เจนจิรา รัตนเพียร  รองอธิการบดี  มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต ในฐานะโฆษกพรรคประชาธิปัตย์  ซึ่งจัดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และจะขยายไปยังโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศ เนื่องจากการให้โอกาสด้านการศึกษาเป็นสิ่งที่มีคุณค่า และพรรคเชื่อว่าการชี้แนะแนวทางที่ถูกต้องบวกกับความมุ่งมั่นตั้งใจของผู้เรียน จะทำให้ประสบผลสำเร็จได้  

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้พรรคยังได้ตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อกำหนดแนวทางและทิศทางขับเคลื่อนพรรค  ที่ผ่านมาได้มีการจัดสัมมนาหารือประเด็นปัญหาที่เป็นประโยชน์กับประเทศแล้วหลายครั้ง เช่น การพูดคุยเรื่อง PM 2.5 ซึ่งส่งผลกระทบกับชีวิตประชาชน   การจัดเสวนาหาทางรอด กทม. ที่หลายคนคาดการณ์ว่า มีโอกาสจมน้ำสูง  เพื่อหาแนวทางแก้ไขก่อนที่จะเกิดปัญหาในอนาคต ซึ่งทั้งหมดเป็นมิติใหม่ในการทำงานของพรรคประชาธิปัตย์

รวมพลังระดับชาติ!มูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี จัดประชุมเข้ม เดินหน้าวางโรดแม็ปปี68

https://www.naewna.com/local/841627

รวมพลังระดับชาติ!มูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี จัดประชุมเข้ม เดินหน้าวางโรดแม็ปปี68

รวมพลังระดับชาติ!มูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี จัดประชุมเข้ม เดินหน้าวางโรดแม็ปปี68

วันศุกร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 14.03 น.

รวมพลังระดับชาติ…ทั้ง ภาครัฐ ประชาสังคม และ 55 องค์กรเอกชน เร่งขับเคลื่อนภารกิจปฏิวัติการศึกษาไทย ผ่านความร่วมมือ มูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี จัดประชุมเข้ม เดินหน้าวางโรดแม็ป ปี 2568

15 พฤศจิกายน 2567 ผนึกความร่วมมือ รวมพลังระดับประเทศ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 มุ่งขับเคลื่อนการศึกษาไทยสู่ความยั่งยืน…มูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี นำโดย องคมนตรี พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ ในฐานะประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ จัดการประชุม “ความร่วมมือ 3 ภาคส่วน รวมพลังสานอนาคตการศึกษาไทยที่ยั่งยืน” ประจำปี 2567 ณ ห้องประชุมบุณยเกต หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ โดยมีคณะที่ปรึกษาและผู้ทรงคุณวุฒิจากภาครัฐ โดย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ ภาคประชาสังคม และภาคเอกชน โดย นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ และประธานกรรมการ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารมูลนิธิฯ พร้อมด้วยซีอีโอ คณะผู้บริหารจากองค์กรผู้ร่วมก่อตั้ง อาทิ นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)

นายฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ไทยเบฟเวอเรจ นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เอสซีบี เอกซ์ นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมผู้จัดการใหม่ บมจ. เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร บมจ. เจริญโภคภัณฑ์อาหาร นายยุทธศักดิ์ ภูมิสุรกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ซีพี ออลล์ นายณัฐวุฒิ อมรวิวัฒน์ ประธานกรรมการ บริษัท ทรูดิจิทัล กรุ๊ป จำกัด และนายมนัสส์ มานะวุฒิเวช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ตลอดจนเครือข่ายพันธมิตร 55 องค์กร ร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็น หารือและวางแผนการดำเนินงานในระยะต่อไป

อันได้แก่ การใช้ระบบ School Management System ครอบคลุมทุกโรงเรียนในสังกัดสพฐ. เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและประสิทธิภาพการบริหารจัดการ การระดมทุนในโครงการ “โน้ตบุ๊กเพื่อการศึกษา” ให้ครบตามเป้าหมาย 88 ล้านบาท อีกทั้งจัดตั้งศูนย์ Learning Center นำร่องในโรงเรียนคุณภาพทั่วประเทศ รวมถึงพัฒนาผู้นำด้านเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา (ICT Talent) ให้ครอบคลุมทุกโรงเรียนในสังกัดสพฐ. ภายในปี 2570 ควบคู่กับการจัดหลักสูตรอบรมเพิ่มพูนทักษะการบริหารและการสอนร่วมกับสพฐ. และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

ภายใต้ความร่วมมืออันเข้มแข็งต่อเนื่องของทุกภาคส่วน ปัจจุบัน มีโรงเรียนคอนเน็กซ์อีดีที่อยู่ในสังกัดสพฐ. เพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 6,949 แห่งทั่วประเทศ มีนักเรียนที่ได้รับการสนับสนุนด้านการศึกษาสะสมแล้วกว่า 2.31 ล้านคน ขณะที่มีผู้นำรุ่นใหม่ (School Partner) จำนวน 1,900 คน พร้อมด้วย ICT Talent อีก 2,400 คน เพื่อติดตามและพัฒนานวัตกรรมการศึกษาให้ครอบคลุมทั้งในระดับพื้นที่และระดับประเทศ อีกทั้ง ยังพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการศึกษา 82,000 คน โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณ รวม 3,757.59 ล้านบาทในระยะดำเนินงานที่ผ่านมา โดยผลการดำเนินงานของมูลนิธิฯ มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับ 5 ยุทธศาสตร์หลัก ผ่านความร่วมมือในการดำเนินงานของ 5 คณะทำงาน ภาครัฐ-เอกชน ที่มาช่วยเสริมแกร่งให้เป็นไปตามเป้าหมายของมูลนิธิฯ ได้แก่

1.ยุทธศาสตร์ที่ 1 : การเปิดเผยข้อมูลสถานศึกษาสู่สาธารณะอย่างโปร่งใส (Transparency) มุ่งเน้นให้มีการนำระบบ School Management System (SMS) มาใช้กับโรงเรียนทั่วประเทศ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการบริหารจัดการ พร้อมสร้างมาตรฐานการประเมินเชิงคุณภาพด้วย Chula Model และการปรับตัวชี้วัดตามบริบทโรงเรียน  ทั้งนี้ ยังวางแผนถอดบทเรียนโรงเรียนต้นแบบเพื่อขยายผลสู่โรงเรียนอื่นๆ ต่อไป

2.ยุทธศาสตร์ที่ 2 : กลไกตลาดและวัฒนธรรมการมีส่วนร่วม (Market Mechanisms) ส่งเสริมให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาการศึกษาไทย โดยเปิดโอกาสให้ร่วมระดมทุนในโครงการ “โน้ตบุ๊กเพื่อการศึกษา” โดยมีเป้าหมายจัดหาโน้ตบุ๊กให้โรงเรียนทั่วประเทศ ซึ่งขณะนี้ระดมทุนได้แล้วกว่า 23 ล้านบาท ทั้งนี้ ยังพัฒนาศักยภาพ School Partner พนักงานจิตอาสา ให้มีส่วนร่วมวิเคราะห์และประเมินโรงเรียนตามหลักยุทธศาสตร์เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง

3.ยุทธศาสตร์ที่ 3 : การพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน (High Quality Principals & Teachers) มูลนิธิฯ มีนโยบายพัฒนา “ICT Talent ภาครัฐ” ให้ครอบคลุมทุกโรงเรียนภายในปี 2570 รวมถึงการปรับหลักเกณฑ์การโอนย้าย การประเมินวิทยฐานะ และการปรับเงินเดือนให้กับครูและผู้บริหาร นอกจากนี้ ยังมีโครงการอบรมเข้มข้นเพื่อพัฒนาสมรรถนะผู้สอนสู่การเป็นครูผู้ส่งเสริมให้นักเรียนเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี

4.ยุทธศาสตร์ที่ 4 : เด็กเป็นศูนย์กลาง เสริมสร้างคุณธรรมและความมั่นใจ (Child Centric & Curriculum)  สนับสนุนการจัดตั้งศูนย์ Learning Center ในโรงเรียนคุณภาพ 1 โรงเรียนต่อ 1 เขตพื้นที่เพื่อเป็นต้นแบบในการพัฒนาหลักสูตรที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ให้เด็กได้เรียนตามความสนใจ พร้อมส่งเสริมการเรียนรู้ในด้านทักษะสำคัญในยุคดิจิทัล

5.ยุทธศาสตร์ที่ 5 : การเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของสถานศึกษา (Digital Infrastructures) มุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลในโรงเรียน เพื่อรองรับการเรียนรู้แห่งอนาคต รวมถึงการติดตั้งการคัดกรองข้อมูล (Filtering Software) เพื่อให้เยาวชนเข้าถึงแหล่งข้อมูลอย่างสร้างสรรค์และปลอดภัย พร้อมส่งเสริมหลักสูตรด้านเทคโนโลยี AI และทักษะดิจิทัล

แนวทางยุทธศาสตร์ 5 หลักนี้ ได้นำมาประยุกต์ใช้ในโรงเรียนคอนเน็กซ์อีดี จนเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม และกลายเป็นโรงเรียนต้นแบบคอนเน็กซ์อีดีสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ดังเช่น โรงเรียนบ้านตำหรุ (วิงประชาสงเคราะห์) จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งในการประชุมครั้งนี้ ตัวแทนคณะครูและนักเรียน ได้มาร่วมนำเสนอแนวทางความสำเร็จในการพัฒนาโรงเรียนตามแนวทางดังกล่าว ทั้งนี้ มูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี ยังคงยืนหยัดในการพัฒนาการศึกษาไทย ด้วยความมุ่งมั่นที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน ทั้งในเชิงนโยบาย การสนับสนุนโรงเรียนและบุคลากร ตลอดจนการมอบโอกาสให้เยาวชนทุกคนได้พัฒนาศักยภาพของตนเองเพื่อสร้างสรรค์สังคมและประเทศให้ก้าวไกล

สำหรับองค์กรที่สนใจเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของมูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02-858-1881-2 หรืออีเมล : Partners.connexted@gmail.com รวมถึงสามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมของมูลนิธิฯ ได้ที่ connexted.org

#มูลนิธิสานอนาคตการศึกษาคอนเน็กซ์อีดี #CONNEXTEDfoundation

เว็บไซต์: http://connexted.org

FB: CONNEXT ED

‘ร้านกาแฟเด็กน้อย’ทำมือ‘รร.บ้านราษฎร์ดำเนิน’ชัยภูมิ ฝีกทักษะนักเรียนปูทางสร้างอนาคต

https://www.naewna.com/local/841626

‘ร้านกาแฟเด็กน้อย’ทำมือ‘รร.บ้านราษฎร์ดำเนิน’ชัยภูมิ ฝีกทักษะนักเรียนปูทางสร้างอนาคต

‘ร้านกาแฟเด็กน้อย’ทำมือ‘รร.บ้านราษฎร์ดำเนิน’ชัยภูมิ ฝีกทักษะนักเรียนปูทางสร้างอนาคต

วันศุกร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 13.57 น.

‘ร้านกาแฟเด็กน้อย’ทำมือ‘รร.บ้านราษฎร์ดำเนิน’ชัยภูมิ ฝีกทักษะนักเรียนปูทางสร้างอนาคต

การปูทางสร้างอาชีพให้กับเด็กและเยาวชนตั้งแต่ยังอยู่ในวัยเรียน กลายเป็นการเรียนรู้วิถีใหม่ที่หลายๆโรงเรียนเลือกนำมาปรับใช้ในกระบวนการเรียนการสอนในยุคปัจจุบัน “รร.บ้านราษฎร์ดำเนิน” ต.หนองบัวแดง อ.หนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ เปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาล 2 ถึงประถมศึกษาปีที่ 6 เป็นอีกสถาบันการศึกษาที่นำแนวทางดังกล่าวมาปฏิบัติจนเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

พิไลลักษณ์ ตาปราบ ผู้อำนวยการ รร.บ้านราษฎร์ดำเนิน เล่าว่า พื้นฐานของชุมชนทำอาชีพเกษตรกรรม ครอบครัวของนักเรียนไม่ได้มีฐานมากนัก เด็กหลายคนขาดโอกาสในการเรียนรู้และการเพิ่มประสบการต่างๆ ในเมื่อโรงเรียนถือเป็นบ้านหลังที่สองของพวกเขา เราจึงมุ่งมั่นที่จะสร้างโอกาสและประสบการณ์ชีวิตให้แก่นักเรียนให้ได้มากที่สุด และถือเป็นโอกาสดีที่ทางโรงเรียนได้เข้าร่วมโครงการกับมูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี (CONNEXT ED) เมื่อปี 2561 โดยได้รับการสนับสนุนจากซีพีเอฟ เมื่อปี 2563 จนถึงปัจจุบัน ในโครงการอนุรักษ์ขนมไทยใส่ใจเยาวชนก่อน และต่อยอดสู่ โครงการขนมหวานและเบเกอรี โครงการกาแฟเด็กน้อยทำมือ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้แบบครบวงจร เพื่อให้มีทักษะในการทำเครื่องดื่มชนิดต่างๆ เกิดทักษะการค้าขาย การทำบัญชี และการบริการ เป็นพื้นฐานอาชีพให้กับนักเรียน

“แม้ว่าโรงเรียนของเราจะเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก มีนักเรียนรวม 58 คน แต่เราหวังอย่างยิ่งว่านักเรียนที่จบไปจากที่นี่ ต้องมีความรู้ที่เป็นแนวทางประกอบอาชีพในอนาคต จึงขอเข้าร่วมโครงการ CONNEXT ED เพื่อให้เด็กๆ มีความรู้ในวิชาชีพต่างๆ ให้พวกเขาได้มีโอกาสเรียนรู้และปฏิบัติจริง ฝึกความสามัคคี ความซื่อสัตย์  ความอดทน และยังได้เรียนรู้ด้านการบริการ สามารถหารายได้ระหว่างเรียน ได้รู้เรื่องการทำบัญชีรายรับรายจ่าย และในที่สุดจะนำความรู้ไปต่อยอดเป็นอาชีพ สร้างรายได้นำมาพัฒนาชุมชนของตนเอง วันนี้ทั้ง 3 โครงการ ถูกจัดเข้าไปในกิจกรรมชุมนุม ทำให้ผู้เรียนได้ฝึกปฏิบัติจริง เรียนรู้อย่างมีความสุข และเป็นงานอาชีพที่ทันสมัยเหมาะกับยุคปัจจุบัน” ผอ.พิไลลักษณ์ กล่าว

ผอ.พิไลลักษณ์ บอกอีกว่า ตอนนี้โรงเรียนบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายของโครงการฯ ที่ต้องการให้เด็กและเยาวชนมีโอกาสได้เรียนรู้นอกห้องเรียน ได้ลงมือทำมากกว่าการเรียนการสอนบนกระดาษ ที่จะกลายเป็นพื้นฐานความรู้ติดตัวพวกเขาตลอดไป และยังได้ขยายผลสำเร็จของโครงการฯ ด้วยการช่วยเหลือสังคม ผ่านการทำโรงทาน รวมถึงการที่เด็กๆเป็นวิทยากรให้ความรู้แก่ผู้ที่สนใจ ส่วนเป้าหมายต่อไปในการดำเนินโครงการ คือ การบริการนอกสถานที่ อาทิ จัดบูธ ขายสินค้าและบริการในกิจกรรมของชุมชน อย่างเช่น ถนนคนเดิน และงานร้องเพลงในสวน

สำหรับตัวแทนนักเรียนในโครงการฯ ดญ.กนกกาญน์ บุญกุล นักเรียนชั้น ป.6 บอกถึงความรู้สึกว่า ทั้งตื่นเต้นและดีใจที่ได้ทำในสิ่งที่ชอบทั้งการชงกาแฟ การทำน้ำสมุนไพร การทำน้ำผลไม้ ขนมไทย เบเกอรี และยิ่งได้ไปออกบูธในงานต่างๆ ก็ยิ่งภูมิใจมาก และถือว่าได้ฝึกการบริการแก่ลูกค้า ทั้งได้รู้จักเพื่อนใหม่ๆ ได้แลกเปลี่ยนความรู้แก่กัน และยังได้ฝึกการทำบัญชีรายรับรายจ่ายที่นำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ด้าน ดญ.พูลทรัพย์ แสนภูงา ชั้น ป.4กล่าวขอขอบคุณซีพีเอฟที่สนับสนุนให้ทุนเริ่มต้นโครงการฯ ทำให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติ เป็นพื้นฐานอาชีพ สิ่งที่ไม่เคยทำก็ได้ ทำได้เรียนรู้ และภูมิใจมากที่น้ำชง และขนมที่พวกเราได้ลงมือทำด้วยตนเอง สามารถสร้างรายได้เข้าเป็นกองทุนให้กับร้าน และต่อยอดทำกิจกรรมอื่นๆได้

โรงเรียนบ้านราษฎร์ดำเนิน ยังคงต่อยอดพัฒนาศักยภาพของนักเรียนอย่างยั่งยืน และผลักดันให้โรงเรียนเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และต้นแบบในการส่งเสริมทักษะอาชีพด้านการทำกาแฟและเบเกอรีอย่างครบวงจร รวมทั้งการทำขนมไทย ที่กลายเป็นพื้นฐานให้เด็กและเยาวชน สู่การเป็นนักธุรกิจน้อย ที่ใช้ประกอบอาชีพของตนเองต่อไปในอนาคต

ดาเรีย เปิดเส้นทางรัก อ๋อม อรรคพันธ์ ครั้งแรก น้ำตาซึมบอกรักและคิดถึงที่สุด

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2825707

ดาเรีย เปิดเส้นทางรัก อ๋อม อรรคพันธ์ ครั้งแรก น้ำตาซึมบอกรักและคิดถึงที่สุด

15 พ.ย. 2567 13:37 น.

ดาเรีย เปิดเส้นทางรัก อ๋อม อรรคพันธ์ ครั้งแรก น้ำตาซึมบอกรักและคิดถึงที่สุด

นักแสดงและผู้จัดมากความสามาถ กีต้าร์ ศิริพิชญ์ ควงลูกสาวคนสวย น้องตั้งตา และ ดาเรีย เชฟรุก ภรรยาพระเอกผู้ล่วงลับ อ๋อม อรรคพันธ์ มาอัปเดตสภาพจิตใจที่แรก หลังสูญเสียคนรักไปกว่า 2 เดือน พร้อมย้อนเล่าช่วงเวลาที่ อ๋อม รักษาตัว ที่บอกเลยว่า อ๋อม กำลังใจดีมาก และเปิดสาเหตุที่เก็บความลับเรื่องอาการป่วยของอ๋อม แถมยังเปิดจุดเริ่มต้นเส้นทางความรักครั้งแรก ผ่านทางรายการ “คุยแซ่บ show” ที่มี เบนซ์ พรชิตา และ เอส กันตพงศ์ เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

คุณดาเรียออกรายการแรก?

กีต้าร์ : ใช่ค่ะ มีหลายคนถาม ส่วนใหญ่คนจะถามว่าอยากเจอน้องดาเรีย อยากฟังเรื่องราวความประทับใจ ของคุณอ๋อม ที่มีต่อพวกเราทุกคน และที่มีต่อดาเรีย เรารู้สึกว่าวันนี้น่าจะเป็นระยะเวลาที่โอเค ดาเรียเค้าฟังภาษาไทยได้ และกำลังเรียนภาษาไทยอยู่ แต่ถ้าเป็นประโยคยาวๆ หรือประโยคยากๆ อาจจะต้องใช้ภาษาอังกฤษ

อยู่เมืองไทยมากี่ปีแล้ว?

ดาเรีย : 4 ปีค่ะ

มาทำอะไรที่นี่?

ดาเรีย : มาพักผ่อน ย้อนไปเมื่อ 4 ปีที่แล้ว มีวิกฤตโควิดก็เลยมาที่นี่ แต่ก็มีสงครามอีก ก็เลยคิดว่าอยู่ที่เมืองไทยปลอดภัยกว่า

กีต้าร์ : คุณพ่อดาเรียเค้าชอบเมืองไทยด้วย ท่านก็เลยมาซื้อบ้านอยู่ที่เกาะเต่า พอท่านมาเที่ยวเมืองไทยแล้วไปเที่ยวที่เกาะเต่า ก็ชอบและประทับใจในเกาะเต่า ก็เลยซื้อบ้านไว้ที่เกาะเต่า แล้วดาเรียก็มาเที่ยว

แสดงว่าบ้านหลังนั้นก็ยังอยู่ที่เกาะเต่า?

กีต้าร์ : ยังอยู่ค่ะ คุณพ่อเค้าก็ยังอยู่ที่เมืองไทย เค้าไปๆ มาๆ 

พี่กับน้องตั้งตาสนิทกับคุณดาเรียได้ยังไง?

กีต้าร์ : คุณอ๋อมโทรมาบอกว่าจะพาแฟนมาเจอที่บ้านแล้วบอกว่าน่ารักมาก คนนี้ผมประทับใจมาก ก็พาคุณดาเรียมาหาที่บ้าน ก็เลยรู้จักตั้งแต่วันนั้นมา เมื่อประมาณ 2-3 ปีที่แล้ว

น้องตั้งตา : ตอนแรกดาเรียไม่ยอมคุยด้วย ดาเรียเค้าเป็นอินโทรเวิร์ตมากๆ แล้วมาเจอพวกหนูที่เป็นเอ็กซ์โทรเวิร์ตสุดๆ ก็เหมือนโดนรุมคนเดียว

กีต้าร์ : พูดไม่ทันๆ

สนิทกันมาก มีปัญหาก็คุยกัน และที่สำคัญพี่กีต้าร์สัญญากับพี่อ๋อมเอาไว้ว่าจะไม่ทิ้งคุณดาเรีย?

กีต้าร์ : ใช่ค่ะ ตั้งแต่แรก เป็นแฟนอ๋อม จริงๆ ก็เหมือนครอบครัวเรา เวลาเรามีน้องๆ ที่มาที่บ้าน ที่เราสนิท อยู่ในครอบครัวแล้ว เรารู้สึกเค้าเป็นน้อง เป็นเพื่อน เป็นลูกของเรา ในกรณีเคสอย่างนี้เราก็บอกคุณอ๋อมอยู่แล้ว ไม่ได้พูดก่อน แต่อ๋อมเค้ารู้อยู่แล้ว ยังไงเราไม่ทิ้งดาเรียไปไหนอยู่แล้ว เพราะเมื่อวันที่เค้ามาเจอเราแล้ว เค้าเป็นน้องสาวของเรา เป็นลูกสาวของเราแล้ว มันเป็นความสัมพันธ์แบบนั้นมากกว่า

2 อาทิตย์ก่อนเกิดเรื่อง ยังคุยกันปกติทุกอย่าง?

กีต้าร์ : ใช่ค่ะ อาการคุณอ๋อม เป็นอาการเหมือนคนปกติ พอดีคุณแม่ของคุณเตอร์เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง แต่ท่านอายุเยอะแล้วนะคะ อาการคือนอนอยู่บนเตียง ไปๆ มาๆ โรงพยาบาล แต่เคสของคุณอ๋อมเป็นเหมือนคนปกติเลย ไปข้างนอกได้ ไปทานข้าวได้ แข็งแรงดี แล้วก็ทำกิจกรรมปกติ ก่อนหน้าก็ยังเล่นกับหลาน คุยธุรกิจ ไปไหน มาไหนตลอด คุณดาเรียจะอธิบายให้ฟังด้วย ก็ใช้ชีวิตเหมือนคนปกติเลย คือไม่ได้มีอะไรบอกว่าน้องจะไป เราก็เลยรู้สึกว่าตกใจในเหตุการณ์วันนั้นที่เกิดขึ้น

ตอนนั้นคุณแม่พี่อ๋อมโทรไปบอกพี่ พี่ทำอะไรอยู่?

กีต้าร์ : ล่าสุดคุยกับคุณอ๋อมวันเกิดต้าร์มาไหม น้องก็บอกว่าถ้าผมไม่ให้คีโมผมไปแน่นอน ก็เหมือนว่าบ้านต้าร์อาทิตย์นึงเราจะทานข้าวด้วยกัน แล้วหลังจากทานข้าวเสร็จประมาณ 2-3 วัน คุณอ๋อมก็จะไปให้คีโมที่โรงพยาบาล ขอให้คีโมเสร็จคุณอ๋อมก็จะพัก แล้วก็จะมาทานข้าวที่บ้านต้าร์ เหตุการณ์ก็จะวนลูปแบบนี้เป็นปีๆ แล้วบางช่วงที่เค้าเหนื่อยมากๆ เราก็จะไปหาเค้าที่บ้าน บางทีว่างก็จะพาเค้าไปทำบุญ แต่ล่าสุดที่คุยกันเค้าบอกว่า แม่มีคอนเสิร์ตไหน หรือไปเที่ยวไหนชวนผมด้วยนะ ล่าสุดวันสุดท้ายก่อนที่คุณอ๋อมเสีย ตั้งตาโทรไปหาอ๋อม ชวนไปดูคอนเสิร์ตด้วยซ้ำ ตอน 5 โมงเย็น 

น้องตั้งตา : อาอ๋อมบอกอยากไปดูคอนเสิร์ตนี้ แต่คืนนั้นก็คือคืนอาอ๋อมเสีย

กีต้าร์ : มันเป็นจังหวะที่เค้าโทรไปชวน แล้วอาอ๋อมไม่ได้รับสาย แล้วเค้าก็จากไป ตอนนั้นต้าร์ก็ไม่ทราบ คุณแม่ท่านโทรมาตอน 6 โมงเช้า โทรมาครั้งแรกต้าร์ก็ไม่รับ ไม่ได้คิดอะไร มีคนโทรมาเดี๋ยวค่อยโทรกลับก็ได้ ด้วยความที่ไม่ได้เมมเบอร์คุณแม่ไว้ แต่เราก็เอ๊ะ ใครจะโทรมาตอน 6 โมงเช้า มันต้องมีเรื่องแน่นอน เราก็เลยโทรกลับไป คือต้าร์จะไม่คุยโทรศัพท์ตอนที่ยังนอนอยู่เพราะสติเรายังไม่ดียังงงๆ อยู่ แต่รู้สึกว่าเค้าคงมีธุระจริงๆ ก็เลยโทรกลับไป ก็เป็นเสียงคุณแม่ ท่านก็บอกว่า ต้าร์ นี่คุณแม่นะ น้องไปแล้วนะลูก พอคุณแม่บอกปุ๊บ เราก็เลยรู้สึกแบบมันค่อนข้างตกใจ มันไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้

มีสัญญาณอะไรเตือนไหม?

ดาเรีย : ไม่มีการเตือน ไม่มีสัญญาณแจ้งเตือนเลยทั้งสิ้น

น้องตั้งตาเขียนในไอจีบอกว่า ถ้าวันนั้นรู้ว่าเป็นกอดสุดท้าย หนูจะกอดให้นานกว่านี้?

น้องตั้งตา : เพราะวันนั้นหนูคิดว่าหนูต้องได้เจออาอ๋อมอีกแน่นอน เพราะอาอ๋อมปกติมากๆ วันที่หนูเจอคือวันที่ไปเซ็นทรัล ไปดูคอนเสิร์ต อาอ๋อมยังวิ่งตามหนูอยู่เลยค่ะ ไม่ได้เดินด้วยแต่วิ่ง ก็เลยคิดว่ายังคงได้เจออีกแหละ เดี๋ยวก็มากินข้าว ยังไงก็ได้เจออยู่แล้ว แต่ก็ไม่ได้เจอ

เค้ารักหลานมากเลย?

กีต้าร์ : ใช่ อ๋อมเค้าเป็นคนเลี้ยงตั้งตากับเติมเต็มมาตั้งแต่เด็ก ต้าร์สนิทกับอ๋อมมาประมาณ 10 กว่าปี ใช้ชีวิตไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด วันไหนที่ต้าร์ไม่ว่าง เค้าจะพาตั้งตากับเติมเต็มไปทานข้าว ไปอาบน้ำให้ ไปเล่นเกม เค้าจะภูมิใจมากที่เค้าสอนเติมเต็มขี่จักรยานคนแรก เรารู้สึกว่าเค้าเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเราจริงๆ 

ดาเรีย : มีคนซัพพอร์ตพี่อ๋อมมากๆ เลย ทั้งครอบครัว คนรู้จัก แฟนคลับ ก็เป็นการให้กำลังใจว่าไม่ต้องท้อนะ ทุกคนรักพี่อ๋อมมาก และนี่คือสิ่งที่พูดกับพี่อ๋อมตลอด เหมือนให้พี่อ๋อมรู้ว่าไม่มีใครทิ้งพี่อ๋อมแน่นอน ทุกคนยังรักพี่อ๋อมอยู่

พี่อ๋อมไม่ชอบถ่ายรูป แต่ก่อนเค้าเสียชีวิตเขาขอถ่ายรูปกับพี่ต้าร์?

กีต้าร์ : ใช่ค่ะ เวลาไปเที่ยวไหน เราจะมีรูปกันน้อยมาก เพราะเค้าแบบโอเคไหม เสื้อตัวนี้โอเคไหม เวลาเราไปเที่ยวด้วยกัน เราจะสบายๆ ไม่ได้มาแบบลุคดูดีตลอดเวลา เราก็เลยไม่ค่อยได้ถ่ายรูปด้วยกันเท่าไหร่ แต่หลังๆ เนี่ย แม่ถ่ายรูปกับผมหน่อย แล้วเรารู้ว่าน้องเป็นคนไม่ชอบถ่ายรูป และเราเจอกันแบบสบายๆ ด้วย แต่หลังๆ น้องบอกว่า แม่ถ่ายรูปกัน พ่อถ่ายรูปกัน มาถ่ายรูปด้วยกันดาเรีย ตั้งตาก็จะขอเซลฟี่ถ่ายรูปด้วยกัน เดี๋ยวจะไม่ได้ถ่ายด้วยกันอีกนะ ก็จะโดนพี่ดุทุกครั้งที่เค้าพูดแบบนี้

เห็นว่านอกจากถ่ายรูปแล้วพี่อ๋อมจะมีประโยคถามตลอดว่ารักอ๋อมไหม?

กีต้าร์ : มันเป็นประโยคที่ทุกครั้งที่ได้เจอ เค้าจะพูดว่าแม่รักผมไหม พ่อรักผมไหม ทุกคนรักผมไหมมากกว่า เค้าเป็นคนที่เหมือนไม่มั่นใจในตัวเองว่ามีใครรักเค้าบ้างหรือเปล่า จนวันสุดท้ายที่เค้าไป พี่รู้สึกดีใจมากเลยนะ ที่ทุกคนมางานเค้าขนาดนี้ จนทำให้พี่รู้สึกว่าคุณรู้ไหมว่ามีคนรักคุณมากขนาดนี้ ถ้าคุณอยู่ คุณเห็น คุณจะไม่มีวันพูดประโยคว่า รักอ๋อมไหม ทุกคนรักอ๋อมไหม ทุกวันนี้ทุกคนพิสูจน์ให้เค้าเห็นแล้วว่า มีคนรักคุณมากมายขนาดนี้ เพราะความเป็นอ๋อม เพราะความน่ารักของเค้า

อีกอย่างที่เพิ่งเคยได้ยิน เค้ามีฉายาผู้ชายสายน้ำ มาจากไหน?

อ๋อม : มันมาจากคุณอ๋อมชอบกีฬาทางน้ำ เราก็เลยตั้งกันแบบสนุกๆ ว่าคุณเป็นผู้ชายสายน้ำนะ

ดาเรียไปเจอพี่อ๋อมได้ยังไง?

ดาเรีย : เจอกันที่ร้านอาหาร พี่อ๋อมน่ารักมาก ไม่ได้บอกด้วยว่าเป็นดารา แต่ก่อนหน้านั้นไปที่วัดมาก่อน แล้วพระท่านทักว่า เดี๋ยวจะได้สามีเป็นคนไทย ซึ่งตอนนั้นยังไม่ได้เจอกัน มาเจอกันที่ร้านอาหาร พี่อ๋อมเป็นคนมาเริ่มพูดคุยก่อน

ประทับใจอะไรในตัวพี่อ๋อม?

ดาเรีย : ชอบพี่อ๋อมที่จิตใจ ห่วงทุกอย่างแม้กระทั่งเรื่องเล็กน้อย ไม่ได้สนใจเรื่องหน้าตาหรือชื่อเสียงพี่อ๋อมเลย แต่ดูจากพฤติกรรมของพี่อ๋อมที่ทำให้รัก เค้าใส่ใจ ถามตลอดเลยว่าสะดวกไหม สบายดีไหม

หลายคนไม่รู้เลยว่าอ๋อมแต่งงานกับคุณดาเรีย วันนี้ขออนุญาตย้อนถามนิดนึงว่าแต่งกันเมื่อไหร่?

ดาเรีย : จดทะเบียนสมรสกัน 26 มีนาคม นี้ แล้วก็วางแผนจัดงานแต่งงานในวันที่ 26 มีนาคม ปีหน้า แต่มาเกิดเหตุก่อน มีวางแผนว่าจะจัดงานที่เมืองไทยก่อน แล้วก็ไปที่โปแลนด์อีก

กีต้าร์ : ก็เรียกว่านี่คือภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย

เห็นว่าพี่กีต้าร์สัมผัสได้ว่าพี่อ๋อมมาหา?

กีต้าร์ : เวลาต้าร์ไหว้พระ ถ้าเรารู้สึกว่าเราสัมผัสได้ ต้าร์จะส่งจิต ตั้งใจส่งเลย และด้วยความที่อยู่ในงานน้อง อันนี้แล้วแต่วิจารณญาณด้วยนะคะ เวลาไปถึงจะไปเคาะบอกน้องทุกครั้งว่าวันนี้คนนี้มานะ ใครมาบ้าง วันนี้คนเยอะมากนะลูก เราก็จะไปอธิบายให้เค้าฟัง แต่ทุกครั้งที่ไปจับโลงบอกเค้า ทุกครั้งเราจะรู้สึกว่าหนาว แล้วมันจะสัมผัสได้ทุกครั้งว่าเค้ารับรู้ เค้ารับทราบ เราเลยจะไปบอกเค้าทุกวันว่าไม่ต้องห่วงนะ วันนี้คนมาเยอะมาก คนรักลูกมากเลย ก็จะรู้สึกว่าเค้ามาอยู่ใกล้ๆ แล้วสัมผัสได้ทุกครั้งที่เราไปที่งาน

ความน่ารักของอ๋อมเวลาเขามาเจอหลานๆ เป็นยังไงบ้าง?

กีต้าร์ : ก็จะขี่จักรยาน ถ้าต่างจังหวัดสมัยก่อนจะขับมอเตอร์ไซค์ด้วยกัน สนิทกับน้องอ๋อมได้ เพราะเมื่อก่อนมันมีแก๊งมอเตอร์ไซค์ มีน้องพอร์ช อ๋อม คุณวี มีหลายๆ คน แล้วเวลาเราไปทริป เราก็จะขี่มอเตอร์ไซค์ไปแล้วไปค้าง เวลาไปเที่ยวเขาจะมาอยู่กับหลานโดยเฉพาะ

ดาเรีย : ไปด้วยกันตลอด รวมถึงไปยุโรปด้วย และเราชอบไปในที่ที่ไม่มีผู้คน

ที่วิเวกที่ชอบมากที่สุดคืออะไร?

ดาเรีย : เกาะเต่า พี่อ๋อมห่วงเธอมากกว่าห่วงตัวเอง จะกอดเธอทุก 5 นาที เขาเป็นห่วง

กีต้าร์ : ใช่ค่ะ ต้าร์สามารถยืนยันได้ว่าเขาห่วงดาเรียจริงๆ สำหรับต้าร์ตอนที่เค้าเจอคุณอ๋อม เค้าอายุแค่ 25 แล้วเค้าดูแลคุณอ๋อมได้ดีมากๆ ดีจนเรารู้สึกว่าแกต้องแต่งงานกับผู้หญิงคนนี้นะ เพราะเค้าทุ่มเท ดูแลน้องเรา จนเรารู้สึกว่าไม่สามารถหาผู้หญิงแบบนี้ได้อีก แล้วเค้าเป็นคนต่างประเทศด้วย แล้วเค้ามาดูแลลูกชายเราขนาดนี้ เรารู้สึกประทับใจมาก จนพี่เชื่อมั่นว่าอ๋อมที่เป็นห่วงเค้ามากๆ ก็เพราะด้วยความดีของเค้าจนทำให้อ๋อมเป็นห่วง แล้วก็รักเค้ามากขนาดนี้

พี่อ๋อมเริ่มจีบพี่ดาเรียยังไง?

ดาเรีย : พี่อ๋อมขี้อาย แต่พยายามทำดีที่สุด

ใครเป็นขอเบอร์ก่อน?

ดาเรีย : พี่อ๋อมขอก่อน คือหลังจากที่พี่อ๋อมส่งตัวแทนไปขอ ไม่ได้เบอร์ พี่อ๋อมเลยตัดสินใจเดินไปขอด้วยตัวเอง ก็เลยได้เบอร์

คุยแล้วชอบเลยไหม หรือต้องคุยสักพักก่อนแล้วค่อยเป็นแฟนกัน?

ดาเรีย : ประมาณ 2 เดือน เพราะต้องการใช้เวลาศึกษารู้จักพี่อ๋อมก่อน อยากจะรู้บุคลิกของพี่อ๋อม

อะไรที่ทำให้ดาเรียรู้สึกว่าเลือกผู้ชายคนนี้?

ดาเรีย : เป็นบุคคลที่น่ารักที่สุดในโลก พี่อ๋อมชอบดูแลคน แล้วก็เป็นคนถ่อมตัวมากๆ ด้วย

กีต้าร์ : ใช่ นี่คือนิสัยจริงๆ ของอ๋อมเลย

ตอนที่เค้าจีบกัน เค้าเล่าให้พี่ฟังไหม?

กีต้าร์ : เล่าๆ การที่อ๋อมพาดาเรียมาที่บ้าน ต้าร์เชื่อว่าเค้าตัดสินใจและผู้หญิงคนนี้ดีที่สุดสำหรับเค้าแล้ว พอเราเจอ เราก็ประทับใจในตัวดาเรียมากๆ เหมือนกัน

น้องตั้งตา : อาอ๋อมจะไม่กล้าพาใครมาที่บ้าน ถ้าไม่มั่นใจจริงๆ 

ดาเรีย : เหมือนเป็นพรหมลิขิต พี่อ๋อมคือคนที่ดีที่สุดที่เคยเจอในชีวิต และเป็นของขวัญที่ดีที่สุดที่จะสามารถขอได้ในอนาคต

ตั้งแต่พี่อ๋อมจากไป พี่กีต้าร์ คุณดาเรีย ก็ได้ข้อคิดอะไรบางอย่าง?

กีต้าร์ : เรารู้สึกว่าเวลามันสั้น ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น มันได้ข้อคิดเพิ่มขึ้น เวลาเรารักใคร เราบอกไปเถอะ เราคิดถึงใคร เราก็รีบไปหา ไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อ คุณแม่ เพื่อน หรือเป็นญาติก็ตาม เพราะไม่รู้ว่าวันพรุ่งนี้มันจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเรา หรือเกิดอะไรขึ้นกับคนรอบข้างบ้างหรือเปล่า

ดาเรีย : พี่อ๋อมทำให้มีความสุขมากๆ ตอนที่เค้ามีชีวิตอยู่ เค้าทำให้เราเป็นคนที่ดีขึ้น

อยากบอกอะไรกับอ๋อม?

ดาเรีย : รักพี่อ๋อมมากที่สุด แล้วก็คิดถึงพี่อ๋อมที่สุด

ชมคลิป

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

โอปอล สุชาตา สวยตาแตกในชุดราตรีรอบพรีลิมฯ Miss Universe 2024

https://www.thairath.co.th/entertain/beauty-pageant/2825755

โอปอล สุชาตา สวยตาแตกในชุดราตรีรอบพรีลิมฯ Miss Universe 2024

15 พ.ย. 2567 13:14 น.

โอปอล สุชาตา สวยตาแตกในชุดราตรีรอบพรีลิมฯ Miss Universe 2024

เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ของงานที่แฟนนางงามจับตา สำหรับการเดินแบบชุดราตรีในรอบพรีลิมมินารี (Preliminary Competition) ในการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2024 (Miss Universe 2024) ซึ่งสาวงามแต่ละประเทศก็เผยความปังในชุดราตรีที่สวยงามจับใจแฟนๆ นางงามทั่วโลก

ด้านสาวงามจากไทยอย่าง โอปอล สุชาตา ช่วงศรี มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2024 ก็จัดเต็มความสวยตาแตกในชุดราตรีสีขาว SWAN MAIDEN จาก Rian Fernandez ทิ้งท้ายรอบพรีลิมฯ ให้แฟนๆ ได้ประทับใจ

ต้องบอกว่าลุคนี้เข้ากับหน้าสวยหวานของเจ้าตัวไม่น้อย ประกอบกับการโพสท่าเชิดหน้า ตาจิกกล้องไป 1 กรุบ เรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนนางงามสนั่นเลยทีเดียว

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

ปุ้ย ปิยาภรณ์ ชี้แจง โอปอล ทำเครื่องหัวหล่นรอบชุดประจำชาติเป็นอุบัติเหตุ

https://www.thairath.co.th/entertain/beauty-pageant/2825750

ปุ้ย ปิยาภรณ์ ชี้แจง โอปอล ทำเครื่องหัวหล่นรอบชุดประจำชาติเป็นอุบัติเหตุ

15 พ.ย. 2567 12:45 น.

ปุ้ย ปิยาภรณ์ ชี้แจง โอปอล ทำเครื่องหัวหล่นรอบชุดประจำชาติเป็นอุบัติเหตุ

กลายเป็นกระแสฮือฮา เมื่อ โอปอล สุชาตา ช่วงศรี มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2024 ปรากฏตัวในชุด “สยามมานุสตรี” ซึ่งเป็นเครื่องแต่งกายเพื่อรำลึกถึงวีรสตรีแห่งสยาม ในการประกวดรอบชุดประจำชาติ (National Costumn) เวทีมิสยูนิเวิร์ส 2024 (Miss Universe 2024) ที่ประเทศเม็กซิโก โดยในระหว่างพรีเซนต์ โอปอล ทำเครื่องหัวหล่นลงพื้น

จากประเด็นนี้ทำให้เกิดความสงสัยว่า โอปอล สุชาตา ทำเครื่องหัวหล่นจริงๆ หรือตั้งใจ เพราะในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ โอปอล คุมสติได้ดีมากๆ ไม่มีออกอาการตกใจแต่อย่างใด อีกทั้งยังมีคนแสดงความคิดเห็นในทำนองว่าสอดคล้องกับเหตุการณ์ที่ พระสุริโยทัย ถูกพระแสงของ้าวฟันจนสิ้นพระชนม์บนคอช้าง

แต่งานนี้ไม่ต้องสงสัยอีกต่อไป เพราะล่าสุด ปุ้ย ปิยาภรณ์ แสนโกศิก ผู้อำนวยการกองประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ โพสต์ชี้แจงถึงกรณีนี้แบบชัดเจนว่าเป็นอุบัติเหตุ โดยบอกว่า “เครื่องหัวหล่น ไม่มีการตั้งใจอย่างแน่นอนค่ะ ใครจะบ้าทำหล่นแบบนั้น อุบัติเหตุเกิดได้เสมอค่ะ ขอชื่นชมโอปอลค่ะกำกับสติได้ดีมากๆ เก่งมากลูก”

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

เกิดอะไรขึ้น? น้ำตาล ชลิตา โพสต์รัวๆ หลังจบประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2024 รอบพรีลิม

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2825752

เกิดอะไรขึ้น? น้ำตาล ชลิตา โพสต์รัวๆ หลังจบประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2024 รอบพรีลิม

15 พ.ย. 2567 12:29 น.

เกิดอะไรขึ้น? น้ำตาล ชลิตา โพสต์รัวๆ หลังจบประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2024 รอบพรีลิม

สู้สุดใจในฐานะตัวแทนคนไทยสำหรับ “โอปอล สุชาตา ช่วงศรี” ในฐานะ Miss Universe Thailand บนเวที Miss Universe 2024 ครั้งที่ 73 ณ ประเทศเม็กซิโก โดยวันนี้ (15 พ.ย. 2567) การประกวดรอบ Preliminary ได้เริ่มต้นขึ้นด้วยการรอบชุดประจำชาติ

ขณะที่รอบชุดว่ายน้ำ “โอปอล” เลือกสวมชุดว่ายน้ำวันพีชสีม่วงพร้อมผ้าเคปด้านหลัง ส่งให้รูปร่างดูชัด และช่วงขาดูเรียวยาว อีกทั้งรวบผมยาวหางผ้า ให้ลุคดูมั่นใจ

ในส่วนของชุดราตรีที่ทุกคนรอคอย “โอปอล สุชาตา” พรีเซนต์ในชุด “Swan Maiden (หงส์สาว)” ออกแบบโดย Rian Fernandez ได้รับแรงบันดาลใจจากตำนานหญิงสาวแห่งหงส์ โดดเด่นด้วยงานปักมืออันละเอียดอ่อนจากเลื่อมสีขาวบริสุทธิ์และสีเงิน สะท้อนถึงประกายของน้ำที่เปล่งประกายใต้แสงจันทร์

ล่าสุดนางงามรุ่นพี่ “น้ำตาล ชลิตา ส่วนเสน่ห์” ออกมาโพสต์ข้อความรีแคปเวทีการประกวดครั้งนี้ผ่านเฟสบุ๊กส่วนตัวเป็นจำนวนหลายโพสต์ว่า ”มุมกล้องอ่ะแม่ , เพลงอ่อมหมูมาก , เพิ่งเข้ามาดูต่อ ห้ะ เดินแบบใหม่เหรอ งง , เกิดอะไรขึ้นกับการประกวดครั้งนี้ว่ะเนี่ย“

โอปอล สุชาตา อวดหุ่นแซ่บเดินสับๆ สวยจึ้งใจในรอบพรีลิมฯ Miss Universe 2024

https://www.thairath.co.th/entertain/beauty-pageant/2825718

 โอปอล สุชาตา อวดหุ่นแซ่บเดินสับๆ สวยจึ้งใจในรอบพรีลิมฯ Miss Universe 2024

15 พ.ย. 2567 12:17 น.

โอปอล สุชาตา อวดหุ่นแซ่บเดินสับๆ สวยจึ้งใจในรอบพรีลิมฯ Miss Universe 2024

เวทีลุกเป็นไฟไปแล้วจ้า! สำหรับการประกวดชุดว่ายน้ำในรอบพรีลิมมินารี (Preliminary Competition) ในการประกวด มิสยูนิเวิร์ส 2024 (Miss Universe 2024) ซึ่งงานนี้แต่ละสาวงามต่างงัดสกิลการเดินแบบได้สวยสับ พกความมั่นใจมาเต็มร้อย

ในส่วนตัวแทนสายสะพายไทยแลนด์อย่าง โอปอล สุชาตา ช่วงศรี มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2024 ก็มาพร้อมความมั่นใจในชุดว่ายน้ำวันพีซสีน้ำเงินแหวกอกเซ็กซี่ อวดหุ่นเป๊ะปังเพรียวบาง เดินสับๆ สวยจึ้งใจสุดๆ กวาดคะแนนหัวใจจากแฟนนางงามและกรรมการไปได้แบบชิลๆ

งานนี้บรรดาแฟนนางงามต่างชื่นชมความสวยตาแตกของ โอปอล แบบรัวๆ อาทิ โอปอล สุชาตา อวดหุ่นแซ่บเดินสับๆ สวยจึ้งใจในรอบพรีลิมฯ Miss Universe 2024โอปอลกับชุดว่ายน้ำมาแล้ววว ชีเสิร์ฟ ชีสับเบาๆ สวยตาแตกกก กี่คะแนนดีคะ, แมตช์ที่ 2 มาแล้ว!! โอปอล สุชาตา  #รอบชุดว่ายน้ำ กี่คะแนน เบาไหม หรือพอแล้วกำลังดี แม่ๆส่งกำลังใจให้น้องกันค่ะ ฟาดๆๆๆๆ, เก็บทุกเม็ดเก็บทุกรายละเอียด ฉ่ามมมมมม ฯลฯ

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

โอปอล พรีเซนต์ชุดชนะเลิศ เครื่องหัวชุดประจำชาติตก สอดคล้องตำนานพระสุริโยทัย

https://www.thairath.co.th/entertain/beauty-pageant/2825726

โอปอล พรีเซนต์ชุดชนะเลิศ เครื่องหัวชุดประจำชาติตก สอดคล้องตำนานพระสุริโยทัย

15 พ.ย. 2567 11:41 น.

โอปอล พรีเซนต์ชุดชนะเลิศ เครื่องหัวชุดประจำชาติตก สอดคล้องตำนานพระสุริโยทัย

เป็นกระแสฮือฮาในโลกออนไลน์ สำหรับการประกวดรอบชุดประจำชาติ (National Costumn) ในการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2024 (Miss Universe 2024) ที่ประเทศเม็กซิโก ของ โอปอล สุชาตา ช่วงศรี มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2024 ที่ปรากฏตัวในชุด “สยามมานุสตรี” ซึ่งเป็นเครื่องแต่งกายเพื่อรำลึกถึงวีรสตรีแห่งสยาม

แต่ในระหว่างที่พรีเซนต์ โอปอล สุชาตา ทำเครื่องหัวของชุดประจำชาติหล่นลงพื้น จนทำให้หลายคนสงสัยว่าหลุดจริงๆ หรือตั้งใจให้หลุด เพราะในช่วงที่เครื่องหัวหลุด โอปอล ไม่ได้มีสีหน้าตกใจแต่อย่างใด ดูมีสติดีมากทีเดียว

หลังจากนั้น ปุ๊กอุฟ ไกรวัฒน์ เกตุชญาคุณ รองอันดับ 1 Universe is U 2022 หนึ่งในทีมกองประกวด Miss Universe Thailand โพสต์ถึงการพรีเซนต์ชุดประจำชาติของ โอปอล ไว้ว่า “ตอนพระสุริโยไท ไปรบ ท่านโดนฟันแล้วเครื่องหัวหลุด ข้าศึกถึงรู้ว่าท่านคือ สตรี แต่อย่าลืมครั้งนั้น อยุธยา คือ ฝ่ายชนะ”

ก่อนที่จะแชร์โพสต์ดังกล่าวและเขียนข้อความชี้แจงเพิ่มเติมว่า “ไม่ได้บอกว่า “ตั้งใจหลุด” แค่เล่าว่า เหตุการณ์ประวัติศาสตร์มันสอดคล้อง อาจจะเพราะความบังเอิญ ใครจะรู้ แต่ที่รู้คือ โอปอลมีสติดีมาก เก่งมาก แก้ปัญหาได้ดีมากๆ ตอนนี้สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดไม่ใช่การมาถกเถียงหรือหาปัญหา แต่มันคือให้กำลังใจและซัพพอร์ต Thailand ค่ะ”

นอกจากนี้ ยังมีแฟนๆ นางงามที่ต่างแสดงความคิดเห็นผ่านทางทวิตเตอร์ (X) เกี่ยวกับประเด็นนี้ อาทิ อมกกกเป็นการชุดหลุดที่ขนลุกอะเหมือนตอนดูหนังสุริโยไทเลยยยยยย, เครื่องหัวตกในจังหวะที่ฟันพระแสงของ้าวลงมา นึกถึงเรื่องของพระสุริโยทัยตอนที่ถูกพระแสงของ้าวฟันจนสิ้นพระชนม์บนคอช้างเลย, แต่ต่างชาติ อาจจะมองว่ามันคือความผิดพลาด แต่คนไทย ที่รู้ประวัติท่าน มอง คือฟีลแบบสุริโยทัยจริงๆ สู้ออกรบ จนตัวตาย เครื่องหัวหลุด พม่าถึงรู้ว่าเป็นผู้หญิง ซึ่งตรงกับตอนที่โอปอ กำลังออกท่ารบ เครื่องหัวหลุด พอดี กูช็อตมากก เครื่องหัวหลุด หอกหลุด ฯลฯ

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม