Health News : สหรัฐพบหมูติดเชื้อไข้หวัดนก H5N1 เป็นครั้งแรก

https://www.naewna.com/lady/839020

Health News : สหรัฐพบหมูติดเชื้อไข้หวัดนก H5N1 เป็นครั้งแรก

Health News : สหรัฐพบหมูติดเชื้อไข้หวัดนก H5N1 เป็นครั้งแรก

วันอาทิตย์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 08.40 น.

กระทรวงเกษตรสหรัฐยืนยันตรวจพบเชื้อไวรัสไข้หวัดนก สายพันธุ์ H5N1 ในหมูของสหรัฐฯ เป็นครั้งแรก หลังจากสำนักงานเกษตรรัฐออริกอน รายงานพบหมูติดเชื้อไวรัสในฟาร์มหมูแห่งหนึ่ง เมื่อวันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา

สำนักข่าวซินหัวของทางการจีนรายงานว่า ห้องปฏิบัติการบริการสัตวแพทย์แห่งชาติ สังกัดกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ ยืนยันเมื่อวันที่ 29 ตุลาคมว่า หมู 1 ตัวจากทั้งหมด 5 ตัวของฟาร์มแห่งดังกล่าวติดเชื้อไวรัสไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N1 นับเป็นการตรวจพบเชื้อชนิดนี้ในหมูเป็นครั้งแรกของสหรัฐฯ

กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ เผยด้วยว่า มีการกักกันฟาร์มแห่งนี้เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสเพิ่มเติมแล้ว ส่วนสัตว์ชนิดอื่นในฟาร์ม เช่น แกะและแพะ ยังอยู่ภายใต้การเฝ้าระวัง พร้อมกับชี้แจงว่า ฟาร์มดังกล่าวไม่ได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ และสัตว์ของฟาร์มไม่ได้เลี้ยงไว้เพื่อใช้ผลิตอาหารเชิงพาณิชย์ ผลการตรวจพบครั้งนี้จึงไม่สร้างข้อกังวลความปลอดภัยด้านอุปทานเนื้อหมูของประเทศ

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘หมูเด้ง’ ฮิปโปแคระ ภูมิ Thai cuteness จากไทย

https://www.naewna.com/lady/839006

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘หมูเด้ง’ ฮิปโปแคระ ภูมิ Thai cuteness จากไทย

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘หมูเด้ง’ ฮิปโปแคระ ภูมิ Thai cuteness จากไทย

วันอาทิตย์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 07.52 น.

การสร้างความนิยมไปทั่วโลกนั้นคงไม่มีใครในโลกไม่รู้จัก “หมูเด้ง” ดังนั้นวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๗ นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม จึงเป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริม Thai Cultural Content for Soft Power Presented by Moo Deng เพื่อขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจวัฒนธรรม ร่วมกับ นายอรรถพร ศรีเหรัญ ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ นายประสพ เรียงเงิน อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ร่วมพิธีเปิดงาน ณ สวนสัตว์เปิดเขาเขียว อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี  โดยนำ “หมูเด้ง” ฮิปโปแคระที่ชาวไทยร่วมกันตั้งชื่อจนมีคนสนใจในโลกออนไลน์และกลายเป็นผู้นำการสื่อสารความเป็นไทยสู่สากล ถ่ายทอดอัตลักษณ์ เสน่ห์วิถีชีวิต ประเพณีไทย สู่การเป็น World Event หมุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยวทั่วโลก เรื่องของฮิปโปโปเตมัสแคระ (Choropsis liberiensis)เป็นฮิปโปโปเตมัส ขนาดเล็ก ซึ่งมีถิ่นกำเนิดในป่าและหนองบึงในแอฟริกาตะวันตกส่วนใหญ่อยู่ในไลบีเรีย และจำนวนเล็กน้อยในเซียร์ราลีโอนกินีและไอวอรีโคสต์ ฮิปโปโปเตมัสแคระนั้นได้ถูกกำจัดออกจากไนจีเรียแล้ว จึงเหลืออยู่น้อยฮิปโปโปเตมัสแคระนั้นเป็นสัตว์สันโดษและหากินเวลากลางคืนเป็นสัตว์เพียงชนิดเดียวจากทั้งหมด ๒ ชนิด ในวงศ์Hippopotamidae ซึ่งอีกชนิดเป็นพันธุ์ที่ใหญ่กว่ามาก คือ

หมูเด้งกับตัวแม่

ฮิปโปโปเตมัส ธรรมดา (Hippopotamus Amphibius) หรือฮิปโปโปเตมัสไนล์ ส่วนฮิปโปโปเตมัสแคระนั้นได้มีการปรับตัวให้เข้ากับ สภาพแวดล้อมบนบกได้หลายอย่าง แต่เช่นเดียวกับฮิปโปโปเตมัสทั่วไป เป็นสัตว์กึ่งน้ำและอาศัยน้ำเพื่อรักษาความชุ่มชื้นของผิวหนังและรักษาอุณหภูมิร่างกายให้เย็น พฤติกรรม เช่น การผสมพันธุ์ และการให้กำเนิดอาจเกิดขึ้นในน้ำหรือบนบกฮิปโปโปเตมัสแคระนั้นเป็นสัตว์กินพืช โดยกินเฟิร์น พืชใบกว้าง หญ้า และผลไม้ที่พบในป่า ฮิปโปโปเตมัสแคระเป็นสัตว์ที่หากินเวลากลางคืนในป่าที่หายาก ยิ่งเป็นสัตว์ที่ยากต่อการศึกษาในป่าด้วย ฮิปโปแคระนั้นถูกคุกคามเป็นหลักเนื่องจากการสูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัย เนื่องจากป่าไม้ถูกตัดโค่นและเปลี่ยนเป็นพื้นที่เกษตรกรรม นอกจากนี้ยังเสี่ยงต่อการถูกลักลอบล่าสัตว์จากนักล่าสัตว์ป่าสัตว์ผู้ล่าตามธรรมชาติ และสงคราม ฮิปโปแคระเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่ถูกล่าอย่างผิดกฎหมายเพื่อเป็นอาหารในไลบีเรีย ดังนั้น ฮิปโปแคระจึงไม่เป็นที่รู้จักนอกแอฟริกาตะวันตก จนกระทั่งศตวรรษที่ ๑๙ ฮิปโปแคระนี้ได้ถูกนำไปไว้ในสวนสัตว์ในช่วงต้นศตวรรษที่ ๒๐ และขยายพันธุ์ได้ดีในกรงขัง และการวิจัยส่วนใหญ่ได้มาจากตัวอย่างสัตว์ในสวนสัตว์ การอยู่รอดของสปีชีส์นี้ในกรงขังนั้นมีความแน่นอนมากกว่าในป่า ในการประเมินในปี ๒๐๑๕ สหภาพนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติประมาณการว่ามีฮิปโปแคระเหลืออยู่ในป่าน้อยกว่า ๒,๕๐๐ ตัว ปัจจุบันมีมากขึ้นแล้วจากสวนสัตว์และสวนสัตว์ไทยได้อนุรักษ์ไว้จนเป็นกระแส “หมูเด้ง” ทุกวันนี้ จากการที่รัฐบาลมีนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้านวัฒนธรรมโดยนำมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ไทยมาพัฒนาเป็น Creative Culture เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจนั้น โดยเฉพาะกระแสความชื่นชอบฮิปโปแคระ “หมูเด้ง” ซึ่งได้สะท้อนความน่ารักและเป็นเสน่ห์ไทยสู่สายตาโลก   

ภาพหมู่จากสื่อโลก

กระทรวงวัฒนธรรมจึงได้ร่วมกับองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์และสวนสัตว์เปิดเขาเขียวจัดโครงการนี้ขึ้นเพื่อเป็นการส่งเสริมความเป็นไทยผ่าน “หมูเด้ง” ในฐานะที่เป็นสัญลักษณ์สื่อเผยแพร่ความเป็นไทยสู่สากล และขวัญใจมหาชนที่สร้างกระแสความน่ารักให้แพร่กระจายบนแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ เช่น Facebook, Instagram และ TikTok ที่ได้มีการแชร์อย่างรวดเร็วจากคนไทยและคนทั่วโลก รวมถึงบรรดา Influencers และสำนักข่าวระดับโลกที่ให้ความสนใจนำเสนอเรื่องราวของ “หมูเด้ง” อย่างต่อเนื่อง ทำให้“หมูเด้ง” เป็นสัญลักษณ์การสื่อสารที่ทรงพลังและสามารถเชื่อมโยงกับผู้คนทั่วโลกได้อย่างรวดเร็ว จนต้องมอบเกียรติบัตร “Thai cuteness :ตัวตึง ถึงไทย” ให้แก่ “หมูเด้ง” ในฐานะผู้สื่อสารความเป็นไทยสู่สากล รวมถึงยังมีกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการประชาสัมพันธ์ด้วยสื่อนวัตกรรมในรูปแบบต่างๆ เช่น สื่อในประเพณีลอยกระทง สงกรานต์ ตลอดจนกิจกรรมทางวัฒนธรรมต่างๆ หลากหลายจนประมาณไม่ได้แล้วจะตื่นตูมกันไปได้แค่ไหน

โครงการหมูเด้ง

โครงการหมูเด้ง

พิธีเปิดโครงการ

พิธีเปิดโครงการ

รมว.วัฒนธรรมและคณะชมหมูเด้ง

รมว.วัฒนธรรมและคณะชมหมูเด้ง

เชิญร่วมสนับสนุนโครงการกับหมูเด้ง

เชิญร่วมสนับสนุนโครงการกับหมูเด้ง

แฟนคลับหมูเด้ง

แฟนคลับหมูเด้ง

ภาพหมู่จากสื่อโลก

ภาพหมู่จากสื่อโลก

หมูเด้ง-ฮิปโปโปเตมัสแคระ

หมูเด้ง-ฮิปโปโปเตมัสแคระ

สร้างสื่อในรูปเครื่องดื่ม

สร้างสื่อในรูปเครื่องดื่ม

ตะลอนเที่ยว : งดงามไร้กาลเวลา ทรงคุณค่าราชประเพณีไทย

https://www.naewna.com/lady/839037

ตะลอนเที่ยว : งดงามไร้กาลเวลา ทรงคุณค่าราชประเพณีไทย

ตะลอนเที่ยว : งดงามไร้กาลเวลา ทรงคุณค่าราชประเพณีไทย

วันอาทิตย์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 07.15 น.

พระเสด็จโดยแดนชล ทรงเรือต้นงามเฉิดฉาย 

กิ่งแก้วแพร้วพรรณราย พายอ่อนหยับจับงามงอน

นาวาแน่นเป็นขนัด ล้วนรูปสัตว์แสนยากร

เรือริ้วทิวธงสลอน สาครลั่นครั้นครื้นฟอง

เรือครุฑยุดนาคหิ้ว ลิ่วลอยมาพาผันผยอง

พลพายกรายพายทอง ร้องโห่เห่โอ้เห่มา

สรมุขมุขสี่ด้าน เพียงพิมานผ่านเมฆา

ม่านกรองทองรจนา หลังคาแดงแย่งมังกร

สมรรถไชยไกรกาบแก้ว แสงแวววับจับสาคร

เรียบเรียงเคียงคู่จร ดังร่อนฟ้ามาแดนดิน

สุวรรณหงส์ทรงพู่ห้อย งามชดช้อยลอยหลังสินธุ์

เพียงหงส์ทรงพรหมินทร์ ลินลาศเลือนเตือนตาชม   

เรือไชยไวว่องวิ่ง รวดเร็วจริงยิ่งอย่างลม

เสียงเส้าเร้าระดม ห่มท้ายเยิ่น เดินคู่กันฯ  

(กาพย์เห่เรือของเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร)

วันที่ 27 ตุลาคม 2567 เวลา 15.11 นาฬิกาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิตไปยังท่าวาสุกรี เพื่อประทับเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน โดยกระบวนพยุหยาตราชลมารค ณ วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร

ในโอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมารโดยเสด็จในการนี้ด้วย

ในวันดังกล่าว นับเป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งที่ต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ไทย เพราะนับเป็นครั้งแรกในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 แห่งบรมราชจักรีวงศ์ ที่เสด็จพระราชดำเนินโดยกระบวนพยุหยาตราชลมารค ไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวรารามฯ 

นับแต่ช่วงเช้าตรู่วันที่ 27 ตุลาคม ปรากฏว่ามีประชาชนจำนวนมากมายไปจับจองพื้นที่ริมสองฟากฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเฉพาะในบริเวณที่กระบวนเรือพระที่นั่งจะผ่าน ซึ่งเริ่มตั้งแต่บริเวณท่าวาสุกรีไปจนถึงปากคลองตลาด ทำให้บริเวณสองฝั่งเจ้าพระยาในช่วงดังกล่าวนั้นเต็มไปด้วยประชาชนที่พร้อมใจกันสวมเสื้อสีเหลืองเพื่อเฝ้าฯรับเสด็จ และเมื่อเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์เคลื่อนผ่านหน้าประชาชนที่เฝ้าฯรับเสด็จก็จะได้ยินเสียงแซ่ซ้องด้วยคำว่า ทรงพระเจริญ ดังกึกก้องไปทั่วทั้งโค้งและคุ้งของแม่เจ้าพระยา (ระยะทางจากท่าวาสุกรีถึงท่าเรือวัดอรุณราชวรารามฯ รวม 4,200 เมตร)

ผู้ที่เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จในบริเวณสองริมฝั่งแม่เจ้าพระยา มีความสุขและปลื้มปีติจนสุดจะบรรยาย เพราะได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ของไทย และบังเกิดความรักและหวงแหนในพระราชประเพณีเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน โดยกระบวนพยุหยาตราชลมารค เพราะว่าไทยเป็นประเทศเดียวในโลกใบนี้ที่ยังคงเก็บรักษาพระราชประเพณีนี้ไว้ได้อย่างครบถ้วนและสมบูรณ์แบบที่สุด

กระบวนพยุหยาตราชลมารคในครั้งนี้มีเรือต่างๆ และเรือพระที่นั่งรวมทั้งสิ้น 52 ลำจัดกระบวนเป็น 5 ริ้ว 3 สาย กระบวนมีความยาว 1,200 เมตร กว้าง 900 เมตร ใช้กำลังพลรวมทั้งหมด 2,200 นาย กระบวนพยุหยาตราชลมารคครั้งนี้มีเรือต่างๆ ดังนี้ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ (เรือพระที่นั่งทรง) เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช(เรืออัญเชิญผ้าไตรพระราชทาน) เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ และเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 และเรือในกระบวนพยุหยาตราชลมารคเป็นเรือรูปสัตว์ เรือดั้ง เรือแซง

สำหรับริ้วกระบวนเรือในสายกลาง เป็นเรือสำคัญเช่น เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราชเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ และเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 และมีเรืออีเหลือง (เรือกลอง) เรือแตงโม (เรือของผู้บัญชาการขบวนเรือ เป็นเรือกลองใน) เรือตำรวจนอก และเรือตำรวจใน

ริ้วกระบวนเรือสายใน ที่แล่นขนาบข้างเรือพระที่นั่ง มีเรือทองขวานฟ้า ทองบ้าบิน เป็นเรือประตูหน้าเรือเสือทยานชล เสือคำรณสินธุ์ เป็นเรือพิฆาต และเรือรูปสัตว์ 8 ลำ คือ เรืออสุรวายุภักษ์ เรืออสุรปักษี เรือกระบี่ปราบเมืองมาร เรือกระบี่ราญรอนราพณ์ เรือครุฑเหินเห็จ เรือครุฑเตร็จไตรจักร เรือพาลีรั้งทวีป และเรือสุครีพครองเมือง ปิดท้ายด้วยเรือเอกไชยเหินหาว และเอกไชยหลาวทอง เป็นเรือคู่ชัก

ส่วนเรือในริ้วสายนอก ประกอบด้วยเรือดั้งเรือแซง สายละ 14 รวม 

กระบวนพยุหยาตราชลมารคคือความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งประเทศ และเป็นเครื่องยืนยันถึงรากเหง้าด้านขนบธรรมเนียมประเพณีสำคัญของไทย และบ่งบอกว่าสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยกับพสกนิกรไทยยังมีสายสัมพันธ์ที่แนบแน่นลึกซึ้งต่อกันอย่างไม่มีวันเสื่อมสูญ

ขอบคุณภาพจาก Atipoj Srisukhon (โกจู๊ดกระบี่)

คุยกัน7วันหน : ‘ทรัมป์-แฮร์ริส’ ใครจะคว้าชัยศึกเลือกตั้ง 2024

https://www.naewna.com/lady/839033

คุยกัน7วันหน : ‘ทรัมป์-แฮร์ริส’ ใครจะคว้าชัยศึกเลือกตั้ง 2024

คุยกัน7วันหน : ‘ทรัมป์-แฮร์ริส’ ใครจะคว้าชัยศึกเลือกตั้ง 2024

วันอาทิตย์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.45 น.

เหลืออีกเพียง 3 วัน ก็จะถึงวันชี้ชะตา 5 พฤศจิกายน ว่าใครจะได้เป็นผู้นำสหรัฐฯ คนต่อไป ระหว่างรองประธานาธิบดี คามาลา แฮร์ริส ผู้แทนพรรคเดโมแครต และ โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีตัวแทน รีพับลิกัน ท่ามกลางการขับเคี่ยวของผู้สมัครจากทั้ง 2 พรรคการเมือง ซึ่งจนถึงตอนนี้ ยังไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าใครจะเป็นผู้ชนะ

เพราะแม้ผลสำรวจคะแนนนิยมระหว่างแฮร์ริสกับทรัมป์จะคู่คี่สูสีกันมากแค่ไหน แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า คะแนนคณะผู้เลือกตั้งที่ผู้สมัครแต่ละคนจะได้รับจะสูสีกันไปด้วย

ผู้ที่จะชนะการเลือกตั้งและได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ ไม่ใช่ผู้ที่ได้คะแนนเสียงจากชาวอเมริกันมากที่สุด แต่เป็นผู้ที่คว้าเสียงจากคณะผู้เลือกตั้งของแต่ละรัฐได้ถึง 270 เสียงก่อนคู่แข่ง โดยผู้สมัครแต่ละคนจะมีรัฐฐานเสียงของตัวเอง ซึ่งทำให้พอจะประเมินได้ว่า ขณะนี้ในมือของผู้สมัครแต่ละคน มีคะแนนของคณะผู้เลือกตั้งอยู่ในมือเท่าไหร่กันแล้ว

ข้อมูลการประเมินของสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็น ชี้ว่า ปัจจุบันคามาลา แฮร์ริส น่าจะมีคะแนนในมือ 226 เสียง ขาดอีก 44 เสียงจะถึง 270 เสียง ขณะที่ โดนัลด์ ทรัมป์ มี219 เสียง และต้องการอีก 51 เสียงเพื่อไปถึงเส้นชัย

สาเหตุที่จนถึงตอนนี้ แฮร์ริสมีคะแนนนำทรัมป์ นั่นก็เป็นเพราะรัฐฐานเสียงของพรรคเดโมแครต มักจะเป็นรัฐใหญ่ๆ ที่มีประชากรหนาแน่นทำให้มีคะแนนจากคณะผู้เลือกตั้งมากตามไปด้วย เช่น รัฐแคลิฟอร์เนีย มี 54 เสียง ถือว่ามากที่สุดในประเทศหรือในรัฐนิวยอร์ก ที่มี 28 เสียง ก็ถือเป็นฐานเสียงสำคัญของพรรคเดโมแครตที่รีพับลิกันเจาะได้ยาก แม้ว่าทรัมป์ จะลงทุนไปขึ้นเวทีหาเสียงครั้งใหญ่เมื่อวันอาทิตย์ที่แล้วก็ตาม นักวิเคราะห์หลายคน มองว่าทรัมป์น่าจะเสียแรงและเสียเงินไปเปล่าๆ รีพับลิกันไม่เคยมีผู้สมัครเอาชนะได้ที่นี่มานานกว่า 40 ปีแล้ว และน่าจะเป็นเช่นนั้นต่อไป

ขณะที่ฐานเสียงของทรัมป์เองก็ไม่ธรรมดา มีทั้งรัฐเท็กซัสที่มี 40 เสียง มากเป็นอันดับ 2 ของประเทศ รวมไปถึงฟลอริดา ที่มีอยู่ 30 เสียง ซึ่งขณะนี้ เปลี่ยนจากรัฐสมรภูมิ หรือ Swing State กลายมาเป็นรัฐที่มีแนวโน้มสนับสนุนพรรครีพับลิกันแล้ว

การเลือกตั้งผู้นำสหรัฐฯ เป็นการเลือกตั้งที่มักจะตัดสินกันด้วยคะแนนในรัฐสมรภูมิ ซึ่งเป็นรัฐที่ไม่ได้สนับสนุนพรรคใดพรรคหนึ่งโดยเฉพาะ คะแนนจะแกว่งเอาแน่เอานอนไม่ได้ โดย Swing Stateในการเลือกตั้งรอบนี้ มีทั้งหมด 7 รัฐด้วยกัน ได้แก่ แอริโซนา จอร์เจีย วิสคอนซิน เนวาดา นอร์ทแคโรไลนา เพนซิลเวเนีย และมิชิแกน

ขณะที่ถ้าไปดูผลคะแนนในทั้ง 7 รัฐนี้ จากการเลือกตั้งเมื่อ 4 ปีที่แล้วจะเห็นว่า ส่วนต่างของชัยชนะต่ำสุดคือหลักหมื่นในรัฐแอริโซนา ไปจนถึง 150,000 เสียง ในมิชิแกน ในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว มีเพียงแค่รัฐนอร์ทแคโรไลนาเท่านั้น ที่ทรัมป์ชนะโจ ไบเดน ส่วนอีก 6 รัฐที่เหลือไบเดนกวาดเรียบ โดยเฉพาะแอริโซนาและจอร์เจีย ซึ่งเลือกแต่ผู้สมัครจากพรรครีพับลิกันติดต่อกันไม่ต่ำกว่า5 สมัยแล้ว

ชาวอเมริกันในรัฐ Swing State แต่ละรัฐ มีประเด็นที่ให้ความสำคัญแตกต่างกันไป อย่างรัฐนอร์ทแคโรไลนา ขณะนี้ต้องจับตาดูว่า พายุเฮอร์ริเคนเฮลีนจะส่งผลกระทบ
ต่อคะแนนนิยมผู้สมัครแต่ละคนมากน้อยแค่ไหน หลังจากทรัมป์กล่าวหาว่า รัฐบาลนำเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยไปใช้กับผู้อพยพ โดยนับตั้งแต่ปี 1980 เป็นต้นมา รัฐนี้เคยเลือกผู้สมัครจากพรรคเดโมแครตเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น นั่นคือ บารัคโอบามา ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2008

ขณะที่กระแสต่อต้านสงครามและนโยบายสนับสนุนอิสราเอลทำสงครามในกาซาของรัฐบาลไบเดนกำลังทำให้แฮร์ริสและพรรคเดโมแครตสูญเสียเสียงสนับสนุนในรัฐมิชิแกน รัฐสมรภูมิสำคัญ ที่มีสัดส่วนชุมชนชาวอาหรับ-อเมริกันใหญ่ที่สุดในประเทศ เกือบ 400,000 คน

ส่วนเพนซิลเวเนีย ถือเป็นรัฐที่ทั้งทรัมป์และแฮร์ริส และบรรดาผู้สนับสนุนของทั้ง 2 พรรคการเมือง ต่างเดินสายหาเสียงกันนับครั้งไม่ถ้วน ซึ่งรัฐนี้เลือกทรัมป์ในการเลือกตั้งปี 2016 และไบเดน ในปี 2020

เว็บไซต์ FiveThirtyEight นำข้อมูลเรื่องสัดส่วนประชากร สภาพเศรษฐกิจและผลสำรวจความคิดเห็นมาจัดทำเป็นแบบจำลอง 1,000 สถานการณ์ เพื่อดูว่า ใครจะมีโอกาสชนะการเลือกตั้งเท่าไหร่ ผลสำรวจพบว่า ทรัมป์มีโอกาสที่จะชนะและได้เป็นประธานาธิบดีมากถึง 545 ครั้งสูงกว่าโอกาสของแฮร์ริส ซึ่งอยู่ที่ 452 ครั้ง แต่มี 3 ครั้งที่การเลือกตั้งรอบนี้จะไร้ผู้ชนะ ซึ่งถือว่าเกิดขึ้นได้ยาก โดยมีโอกาสเกิดน้อยกว่า1 ใน 100

ที่น่าสนใจ คือ การคาดการณ์ของแบบจำลองชิ้นนี้ พบว่าทรัมป์มีโอกาสที่จะคว้าชัยชนะในรัฐที่เคยเป็นของไบเดนในการเลือกตั้งเมื่อปี 2020 ได้มากถึง 84% สวนทางกับแฮร์ริสที่มีโอกาสแย่งรัฐจากมือทรัมป์เมื่อ 4 ปีที่แล้ว เพียง 42% เท่านั้น

การประเมินชิ้นนี้สอดคล้องกับผลสำรวจคะแนนนิยมของผู้สมัครทั้ง 2 คน ก่อนหน้านี้ ที่ระบุว่า แฮร์ริสมีคะแนนนำแค่ในรัฐวิสคอนซินและมิชิแกนเท่านั้น และนำน้อยกว่า 1% ด้วย ขณะที่อีก 5 รัฐ Swing State ที่เหลือ ทรัมป์มีคะแนนนำ โดยเฉพาะในรัฐนอร์ท แคโรไลนา จอร์เจียและแอริโซนา ซึ่งทรัมป์นำมากกว่า 1%

อีกประเด็นที่ต้องจับตามอง ก็คือข้อมูลจากห้องปฏิบัติการการเลือกตั้งของมหาวิทยาลัยฟลอริดา ที่พบว่า มีชาวอเมริกันผู้มีสิทธิเลือกตั้งกว่า 61.9 ล้านคน ไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ล่วงหน้าก่อนวันเลือกตั้งจริงในวันที่ 5 พฤศจิกายนทั้งการเดินทางไปลงคะแนนเสียงด้วยตนเอง และลงคะแนนทางไปรษณีย์ ถือเป็นจำนวนการใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้ามากเป็นประวัติการณ์ หลายรัฐ Swing Stateสร้างสถิติใหม่ของการมีผู้ออกไปลงคะแนนเสียงล่วงหน้ามากเป็นประวัติการณ์เช่นกัน โดยในการลงคะแนนเลือกล่วงหน้าของการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว พบว่าไบเดนได้คะแนนเสียงมากกว่าทรัมป์ จนช่วยให้ไบเดนคว้าชัยชนะเข้าทำเนียบขาวได้สำเร็จ

แต่จากข้อมูลทั้งหลายทั้งปวงก็ยังไม่สามารถสรุปได้ว่า ใครจะเป็นผู้ชนะ นั่นทำให้การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ รอบนี้น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง ชนิดที่เรียกว่า กะพริบตาไม่ได้เป็นอันขาด

โดย ดาโน โทนาลี

แหวกฟ้าหาฝัน : St.Stephen’s Basilica Budapest

https://www.naewna.com/lady/839005

แหวกฟ้าหาฝัน : St.Stephen’s Basilica Budapest

แหวกฟ้าหาฝัน : St.Stephen’s Basilica Budapest

วันอาทิตย์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

หลังจากเดินเล่นริมน้ำดานูบแล้ว นักท่องเที่ยว ส่วนใหญ่คงอยากหาสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงเข้าชม สถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งที่ควรเยือนก็คือSt. Stephen’s Basilica โบสถ์คาทอลิกที่ใหญ่ที่สุดของบูดาเปสต์ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก โบสถ์ที่ถูกตั้งชื่อตามพระเจ้าสตีเฟ่นเพื่อเป็นเกียรติกับกษัตริย์พระองค์แรกของฮังการีนี้ตั้งอยู่ ณ ตำแหน่ง Hetz-Theater ซึ่งเคยเป็นที่จัดแสดงการต่อสู้ของสัตว์มาก่อน Janos Zitterbarth คหบดีในเมืองมีดำริที่จะสร้างโบสถ์ขึ้นในชุมชนใหม่ที่เขาตั้งขึ้น ในตอนต้น ชาวเมืองต้องการตั้งชื่อโบสถ์ตาม Saint Leopoldผู้อุปถัมภ์ออสเตรีย แต่ภายหลังเปลี่ยนใจหันมาตั้งชื่อโบสถ์เพื่อเป็นเกียรติให้กับกษัตริย์พระองค์แรกของฮังการีแทนดีกว่า

ปลายทศวรรษที่ 1810 ชาวเมืองหลายพันคนจึงได้รวบรวมเงินบริจาคเพื่อสร้างโบสถ์ตามแนวทางศิลปะแบบ Neo-classic โดยให้ Jozsef Hild เป็นสถาปนิก หลังโบสถ์ก่อตั้งได้ 20 กว่าปีเกิดน้ำท่วมใหญ่ขึ้นในปี 1838 ชาวเมืองก็เลยได้อาศัยโบสถ์เป็นที่หลบภัย โชคร้ายมาเยือนโบสถ์ในปี 1858เมื่อโดมถูกทำลายลงจึงทำให้ต้องก่อสร้างใหม่ หลังปี 1867 Jozsef Hild สถาปนิกเสียชีวิต Miklos Yblจึงเข้าทำหน้าที่แทนและได้เปลี่ยนแปลงแบบใหม่ให้เป็นไปตามแนวทางศิลปะแบบ Neo-Renaissanceการก่อสร้างเป็นไปอย่างเชื่องช้ายาวนานถึง 44 ปี กว่าจะสำเร็จในสมัยที่ Jozsef Kauser เป็นสถาปนิกปี 1931 โบสถ์ได้รับอนุญาตจากพระสันตะปาปา Pius XIให้เป็นที่จะประชุม Eucharistic Congress ในเดือนพฤษภาคมปี 1938 ส่งผลให้ที่นี่กลายเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์

โบสถ์ที่ถูกสร้างขึ้นในสมัยเดียวกันกับสภานี้มีความสูง 96 เมตรหรือ 315 ฟุต อันเป็นผลมาจากกฎหมายผังเมืองของบูดาเปสต์ที่ไม่ให้มีอาคารใดสูงเกิน 96 เมตร ด้านหน้าทางเข้าได้รับการตกแต่งอย่างสวยงามด้วยโมเสสซึ่งออกแบบโดย Mor thanเป็นภาพ Our Lord on the Throne with Angelsโดยมีคำกล่าวตามพระคัมภีร์เขียนไว้ข้างใต้เป็นภาษาฮังการี ว่า I am the way the truth and thelife. ส่วนแท่นบูชาและธรรมาสน์ออกแบบโดย Jozsef Kauser ตกแต่งด้วยรูปปั้นของ St.Stephenที่จัดทำโดย Alajos Strobl ส่วนกระจกสีที่แสนสดใสสวยงามออกแบบโดย Miksa Roth ศิลปินแนว Art Nouveau ที่ได้ชื่อว่า The man who made Budapest ส่วนออแกนออกแบบโดย Jozsef Angster และทำจากโรงงานในเมือง Pec

นักท่องเที่ยวที่ได้มาเยือนในช่วงใกล้คริสต์มาส ไม่เพียงจะได้ชื่นชมงานศิลปะชั้นยอดของฮังการีจากหลากหลายสถาปนิก และศิลปินหลายแขนงอย่างจุใจแล้ว ยังจะได้ชมสินค้าพื้นเมือง สินค้าคริสต์มาส รวมทั้งชิมอาหารพื้นเมือง ร่วมกับไวน์ร้อนที่ตลาดคริสต์มาสรอบโบสถ์ที่ให้ประสบการณ์สนุกสนานไม่รู้ลืมเลยทีเดียว

เดิน วิ่ง ปั่น ธงตราสัญลักษณ์ เฉลิมพระเกียรติฯ

https://www.naewna.com/lady/839026

เดิน วิ่ง ปั่น ธงตราสัญลักษณ์ เฉลิมพระเกียรติฯ

เดิน วิ่ง ปั่น ธงตราสัญลักษณ์ เฉลิมพระเกียรติฯ

วันอาทิตย์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

กิจกรรม “เดิน วิ่ง ปั่น ธงตราสัญลักษณ์เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” เป็นกิจกรรมสำคัญที่ประชาชนได้ร่วมกันแสดงความจงรักภักดี และร่วมกันเผยแพร่พระเกียรติคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้เป็นไปอย่างกว้างขวาง อีกทั้งส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนได้ออกกำลังกายและหันมาดูแลสุขภาพ โดยกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เล็งเห็นถึงความสำคัญนี้ จึงได้จัดโครงการนี้ขึ้นเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ซึ่งมีการจัดกิจกรรมแสดงความจงรักภักดีและปฏิบัติโดยนำแนวทางในเรื่องการดูแลสุขภาพ ด้วยการออกกำลังกาย เดิน วิ่ง ปั่น ธงตราสัญลักษณ์เฉลิมพระเกียรติฯ จากจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ โดยเริ่มต้นจากจังหวัดชายแดนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ เมื่อครั้งทรงดำรงพระอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร โดยมี 10 จังหวัดต้นทาง ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย บึงกาฬ นครพนม อุบลราชธานี สระแก้ว ตราด สงขลา สตูล และกาญจนบุรี นำธงตราสัญลักษณ์จากทั้ง 10 เส้นทาง เส้นทางละ 72 คันรวม 720 คัน มุ่งสู่กระทรวงมหาดไทยระยะทางรวมทั่วประเทศกว่า 10,000 กิโลเมตร โดยตลอดการเดินทางของขบวนธงตราสัญลักษณ์จากทั่วประเทศ พี่น้องประชาชนของแต่ละเส้นทาง ของแต่ละจังหวัด ต่างพร้อมใจสวมใส่เสื้อสีเหลืองแสดงพลังแห่งความจงรักภักดีกันอย่างเนืองแน่น

กิจกรรม “เดิน วิ่ง ปั่น ธงตราสัญลักษณ์เฉลิมพระเกียรติฯ” เป็นพื้นที่การแสดงพลังแห่งความจงรักภักดีของประชาชนทุกจังหวัด ผ่านการจัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ การฉายภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติเกี่ยวกับพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจ เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมเป็นจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ รวมถึงการจัดพิธีรับมอบธงตราสัญลักษณ์ พร้อมส่งต่อธงให้กับอำเภอและจังหวัดข้างเคียงอย่างยิ่งใหญ่สมพระเกียรติณ บริเวณรอยต่อของแต่ละเส้นทาง “เดิน วิ่ง ปั่น”ทั้ง 10 เส้นทาง

ทั้งนี้ กิจกรรมในครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จในหลายด้าน ได้แก่ ด้านความจงรักภักดี ที่คนไทยทุกคนได้ออกมาร่วมกันน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เทิดพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, ด้านความเป็นหนึ่งเดียวกัน มีประชาชนทุกเพศ ทุกวัย ทุกสาขาอาชีพ ทุกกลุ่มชาติพันธุ์ เข้าร่วมกิจกรรมและแสดงพลังความรักอันบริสุทธิ์ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์, ด้านความร่วมมือร่วมใจ อันจะเห็นได้จากในทุกพื้นที่ ที่จะมีผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด นำหัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน ภาคีเครือข่าย และพี่น้องประชาชน ร่วมแรงร่วมใจจัดกิจกรรมนี้ขึ้นอย่างยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ และยังถือเป็นความตั้งใจของคนไทยทั้งชาติทั่วประเทศ นอกจากนี้ ยังเป็นการเสริมความรัก ความสามัคคี ปรองดองสมานฉันท์ และสร้างสุขอนามัยที่ดีให้กับพี่น้องประชาชนที่เข้าร่วมกิจกรรมอีกด้วย

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

https://www.naewna.com/lady/839003

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

วันอาทิตย์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

สเปนระทม น้ำท่วมฉับพลันครั้งใหญ่

ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้คนในหลายพื้นที่ของสเปน โดยเฉพาะในภูมิภาคบาเลนเซีย อันดาลูเซีย อัลบาเซเต มาลากา และกาตาลุญญา ทางตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักจากสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน หลังฝนตกหนักชนิด “ฝนร้อยปี” ตกกระหน่ำถล่มแบบไม่ลืมหูลืมตาจนน้ำท่วมสูงและไหลแรงแบบเชี่ยวกราก กวาดเอายวดยานชาวบ้านนับร้อยๆ คันไหลไปตามท้องถนนอย่างน่ากลัว อาคารบ้านเรือนจมอยู่ใต้น้ำจำนวนมาก สาธารณูปโภคพื้นฐาน ทั้งถนน และสะพานเสียหายนับไม่ถ้วน

ยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดพุ่งเกิน 170 ศพ และยังมีผู้สูญหายอีกจำนวนมาก มูลค่าความเสียหายยังไม่สามารถประเมินได้ ตอกย้ำให้เห็นถึงความน่ากลัวของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว ล้วนเกิดจากฝีมือของมนุษย์เราเองทั้งนั้น

Science Update : ชมภาพ ‘เนบิวลา’ จากอวกาศในคืนฮาโลวีน

https://www.naewna.com/lady/839019

Science Update : ชมภาพ ‘เนบิวลา’ จากอวกาศในคืนฮาโลวีน

Science Update : ชมภาพ ‘เนบิวลา’ จากอวกาศในคืนฮาโลวีน

วันอาทิตย์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

หอสังเกตการณ์ซีกโลกใต้แห่งยุโรป หรือ ESO เปิดเผยภาพอันน่าตื่นตาของ “เนบิวลามืดหมาป่า” (Dark Wolf Nebula) ซึ่งเป็นกลุ่มเมฆหมอกของฝุ่น แก๊ส และพลาสมาในอวกาศ ที่มีเงาคล้ายหมาป่า

เนบิวลานี้ได้รับฉายาว่า “เนบิวลามืดหมาป่า” พบในกลุ่มดาวแมงป่อง ใกล้กับใจกลางทางช้างเผือก อยู่ห่างจากโลกไปประมาณ 5,300 ปีแสง ตามคำแถลงของ ESO ภาพดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่บนท้องฟ้าเทียบเท่ากับดวงจันทร์เต็มดวง 4 ดวง ถูกถ่ายได้ด้วยภาพขนาดความละเอียดสูง283 ล้านพิกเซล จากกล้องโทรทรรศน์สำรวจ VLT จากหอสังเกตการณ์ของ ESOในประเทศชิลี ในคืนวันฮาโลวีน 31 ตุลาคมที่ผ่านมา

สำหรับเนบิวลามืด หรือ Dark Nebula คือแก๊สและฝุ่นในอวกาศที่อุณหภูมิต่ำมาก ไม่มีแสงในตัวเอง และไม่ได้รับแสงจากแหล่งอื่น จึงเห็นเป็นส่วนมืด ตัดกับพื้นหลังที่สว่างกว่า นักดาราศาสตร์มุ่งทำการศึกษาเมฆฝุ่นแข็งเหล่านี้ เนื่องจากมักมีดาวดวงใหม่กำลังก่อตัวอยู่

คุณแหน : 3 พฤศจิกายน 2567

https://www.naewna.com/lady/839025

คุณแหน : 3 พฤศจิกายน 2567

คุณแหน : 3 พฤศจิกายน 2567

วันอาทิตย์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ll ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ ในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ประทับเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์เมื่ออาทิตย์ ๒๗ ต.ค. ประชาชนเนืองแน่นสองฝั่งเจ้าพระยา ปลื้มปีติได้ชื่นชมพระบารมี ตราตรึงใจในพระราชพิธีสมพระเกียรติ ยิ่งใหญ่งดงามตระการตา..

llสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชานุญาตให้กรรมการมูลนิธิธารน้ำใจ นำโรงเรียนที่ได้รับพระราชทานรางวัเกียรติคุณสัญญาธรรมศักดิ์ ประจำปี ๒๕๖๖ เข้ารับพระราชทานรางวัล ๒ โรงเรียน เมื่อศุกร์๑ พ.ย. วังสระปทุม..

ll อาทิตย์หน้าคงจะได้ทราบ ใครจะเป็นประธานธนาคารแห่งประเทศไทย โดยมีกรรมการสรรหา อดีต สว. ดร.สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ เป็นประธาน ท่านประธานและทีมงานคงจะเหนื่อยแน่ๆ..

ll มาฟังอดีต รมว.คลังสมหมาย ภาษี“อย่าหวังลมๆ แล้งๆ ว่า๓ เดือนข้างหน้านี้การท่องเที่ยวจะมาช่วยดันจีดีพีในปีนี้ให้โตถึง ๓ เปอร์เซ็นต์ ผมเองได้ยินมาเต็มหูว่าประเทศคู่แข่งของเราในอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นเวียดนาม, มาเลเซีย และอินโดนีเชีย ในปีนี้ของเขาจะขยายตัว สูงกว่า ๕ เปอร์เซ็นต์ทุกประเทศ มันฟ้องฝีมือการบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาลไทย ได้อย่างดีอยู่แล้ว”..

ll ทางกฎหมายคดี ตากใบได้สิ้นสุดลงแล้ว แต่ผลสำรวจของซูเปอร์โพล นำโดย ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา พบว่าสังคมไทยมีความต้องการในการแก้ไขปัญหาและความขัดแย้งในเรื่องนี้อย่างสันติและยั่งยืน..

llทหารมีไว้ทำไม เป็นคำพูดของ สส.บางพรรค ที่กล่าวกันเสมอว่าเสรีภาพ-เสมอภาพ-ภราดรภาพ ลองถามคนแม่สาย และเชียงใหม่ดูก็แล้วกัน ทหารกู้เมืองให้แล้ว อาจมีคนอยากพูดความจริง เห็นด้วยกับ เปลว สีเงิน..

ll วิสัยทัศน์ของอธิการบดีจุฬาลงกรณ์ ท่านใหม่ ศ.ดร.วิเลิศภูริวัชร“เราอยากให้จุฬาฯ เป็นที่สนใจของผู้เรียน ให้คนรู้สึกอยากมาเรียน และจุฬาฯ เป็นมหาวิทยาลัยของไทยที่ได้รับการยอมรับระดับสากล นี่คือวิสัยทัศน์ที่ดูเพ้อเจ้อ เพ้อฝัน แต่เป็นสิ่งที่เราต้องมีต้องทำในระยะยาว แม้ว่าจะเปลี่ยนอธิการบดีกี่คนแล้วก็ตาม”..

ll พอคเกตบุค งานกู้ชาติของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช หนา ๕๖๔ แผ่นเขียนโดย พล.ร.อ.วสินธ์ สาริกะภูติอดีตผู้บังคับการกรมทหารราบนาวิกโยธินและหลักสูตร วปรอ.๓๕๕ อ่านแล้วได้ความรู้จริงๆ เป็นการพิมพ์ครั้งที่ ๒ แล้ว เจ้าตัวนำมาแจกเพื่อนๆ ร่วมชั้น วปรอ.๓๕๕เมื่อกลางสัปดาห์ที่แล้ว..ll

น้องนิ่ง….นิ่ง…

โซไซตี้ : ‘Farm Champion Market-ไก่งามเพราะคน’ ฉลองความสำเร็จ 11 ฟาร์มต้นแบบ

https://www.naewna.com/lady/839027

โซไซตี้ : ‘Farm Champion Market-ไก่งามเพราะคน’  ฉลองความสำเร็จ 11 ฟาร์มต้นแบบ

โซไซตี้ : ‘Farm Champion Market-ไก่งามเพราะคน’ ฉลองความสำเร็จ 11 ฟาร์มต้นแบบ

วันอาทิตย์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ประเทศไทย เดินหน้าขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงระบบฟาร์มอุตสาหกรรมผ่านโครงการ “ฟาร์มแชมเปี้ยน” ที่มุ่งเน้นการสร้างต้นแบบการเลี้ยงไก่ที่คำนึงถึงหลักสวัสดิภาพสัตว์ ซึ่งเป็นหมุดหมายใหม่ที่สำคัญต่อสุขภาพของคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม ผ่านการจัดงาน “Farm Champion Market : ไก่งามเพราะคน” ณ ปฐมออแกนิก คาเฟ่ เพื่อสร้างความตระหนักรู้และกระตุ้นให้ผู้บริโภคหันมาสนับสนุนอาหารปลอดภัยและมีมนุษยธรรม งานนี้นำเสนอความเปลี่ยนแปลงจากฟาร์มสู่เมือง มุ่งให้ไก่มีความสุขและผู้บริโภคมีสุขภาพดีไปพร้อมกัน นิทรรศการเรียนรู้เกี่ยวกับโครงการฟาร์มแชมเปี้ยน และประโยชน์ของการเลี้ยงไก่สวัสดิภาพสูง ถอดบทเรียนผ่านหัวข้อเสวนาที่เข้มข้น เรื่อง “ไก่โคราชสวัสดิภาพสูง : ผลกระทบต่อสัตว์ คน และสิ่งแวดล้อม” นำโดยผศ.ดร.วิทธวัช โมฬี หัวหน้างานวิจัยของโครงการฟาร์มแชมเปี้ยน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี, แผ้ว ภิรมย์ ผู้จัดการแคมเปญระบบอาหาร องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ประเทศไทย และ ผู้คร่ำหวอดในวงการเกษตรอินทรีย์ อาทิ เจนนิเฟอร์ อินเนส-เทเลอร์ จาก Udon Organic Farm, ธวัชชัย พวงจันทร์ จากพลูโตฟาร์มและ สุเทพ ศิริมูล จากเทพศิริฟาร์ม และหัวข้อ “สวัสดิภาพสัตว์ในมุมมองธุรกิจและผู้บริโภค” นำโดย พันชนะ วัฒนเสถียร ประธานสมาคมท่องเที่ยวเขาใหญ่และเจ้าของร้านอาหารเมนูมิชลิน “เป็นลาว”, วันเพ็ญ สอนสำโรง จากสุพัตตราฟาร์ม, วรากร เลาหะเสรีกุล เจ้าของฟาร์มคิดดี และ คิม ธิติสรรค์ กู้ดเบิร์น Mister International 2023 คนรุ่นใหม่ใส่ใจสุขภาพร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างเข้มข้นโดยมีผู้สนใจร่วมงานคับคั่ง

แผ้ว ภิรมย์ กล่าวถึงความสำเร็จของโครงการ “ฟาร์มแชมเปี้ยน” ว่า องค์กรมีเป้าหมายในการสร้างต้นแบบการทำฟาร์มที่เน้นสวัสดิภาพสัตว์เป็นหลัก ได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีและเกษตรกรรายย่อยจาก 11 ฟาร์ม ใน 6 จังหวัด ร่วมกันส่งมอบไก่สายพันธุ์ใหม่จากงานวิจัย คือ “ไก่โคราช” ให้กับฟาร์มที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อทดสอบและพัฒนาแนวทางการเลี้ยงที่ใส่ใจทั้งสวัสดิภาพและความยั่งยืน ช่วยให้สัตว์ เกษตรกร และผู้บริโภคมีความสุขไปพร้อมกัน ความสำเร็จนี้องค์กรมีแผนต่อยอดทันที โดยตั้งเป้าขยายผลเพิ่มเป็น 35 ฟาร์มในปีหน้า และขยายไปยังภูมิภาคอื่นๆ ทั่วประเทศ นอกจากการส่งเสริมฟาร์มที่มีการเลี้ยงไก่ด้วยสวัสดิภาพสูงแล้ว โครงการนี้ยังย้ำแนวคิด “Good Life Standards” ที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

“ในอนาคตโครงการนี้จะช่วยให้เกษตรกรมีทางเลือกในการประกอบอาชีพที่มีความยั่งยืนไม่ต้องพึ่งพาระบบอุตสาหกรรมใหญ่ที่มีกระบวนการเลี้ยงที่สร้างความทุกข์ทรมานและขาดมนุษยธรรมต่อสัตว์ การเลี้ยงไก่แบบธรรมชาติ จะทำให้ไก่แข็งแรงและสุขภาพดี ลดปัญหาต่างๆ ที่พบในฟาร์มระบบปิด อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคเลือกอาหารที่ปลอดภัยอย่างมีมนุษยธรรม เกษตรกรหลายรายใช้ไก่สายพันธุ์โคราชควบคู่ไปกับการพัฒนาวิธีการเลี้ยง ด้วยอุปกรณ์ส่งเสริมพฤติกรรมตามธรรมชาติ ร่วมกับการให้อาหารเสริมด้วยพืชสมุนไพรเป็นอาหารทางเลือกที่ปลูกไว้บริเวณรอบฟาร์ม จะเป็นการลดการพึ่งพาระบบอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ใช้เงินลงทุนสูง ทั้งนี้ องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกจะนำความสำเร็จในเฟสแรกนี้ เตรียมขยายโครงการฟาร์มแชมเปี้ยน รุ่นที่ 2 เพื่อดึงดูดเกษตรกรทั่วประเทศ และปลูกฝังความรู้แก่เยาวชน เพื่อการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนจากรุ่นสู่รุ่น” แผ้ว ภิรมย์กล่าวทิ้งท้าย

ผู้สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลี้ยงไก่ที่คำนึงถึงสวัสดิภาพสัตว์และโครงการฟาร์มแชมเปี้ยน ติดตามได้ที่ Facebook : องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก และ YouTube : World Animal Protection Thailand