‘กองทัพเรือ’เตรียมฝึกซ้อมจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค อีกครั้ง 24 ต.ค.นี้

https://www.naewna.com/local/836972

'กองทัพเรือ'เตรียมฝึกซ้อมจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค อีกครั้ง 24 ต.ค.นี้

‘กองทัพเรือ’เตรียมฝึกซ้อมจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค อีกครั้ง 24 ต.ค.นี้

วันอังคาร ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 21.42 น.

ตามที่ในวันนี้ (22 ตุลาคม 2567) กองทัพเรือได้จัดให้มีการซ้อมใหญ่ ครั้งที่สอง ในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในพระราชพิธีถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวราราม ขบวนเรือได้เคลื่อนออกจากท่าวาสุกรีตามหมายกำหนดการจริง แต่เนื่องจากในระหว่างการเคลื่อนขบวนมายังจุดหมายวัดอรุณราชวราราม ได้เกิดฝนตกหนักและลมกรรโชกแรง ทั้งนี้ ก่อนการฝึกซ้อม ได้มีการตรวจสอบสภาพอากาศล่วงหน้าอย่างต่อเนื่อง จนถึงเวลาเริ่มการฝึกซ้อม ซึ่งไม่พบปัจจัยที่จะทำให้เกิดฝนตกหนักเป็นเวลานาน แต่เหตุการณ์ฝนตกหนักที่เกิด เป็นฝนในลักษณะ Rain bomb

จากสภาพอากาศดังกล่าว ส่งผลให้เรือถูกกระแสลมพัด และทำให้มีความเสี่ยงต่อการควบคุมขบวนเรือ ขบวนเรือไม่ปลอดภัย ทำให้ผู้ควบคุมต้องสั่งให้นำเรือทุกลำเข้าเทียบริมฝั่ง และยุติการฝึกซ้อม เพื่อความปลอดภัยของกำลังพลในเรือ และเรือพระราชพิธี ประกอบกับในพื้นที่วัดอรุณราชวราราม มีปริมาณสะสมของน้ำฝน และเกิดท่วมขังระดับสูง ทำให้ไม่สามารถฝึกซ้อมพิธีต่อได้ กองทัพเรือขอขอบคุณประชาชนทุกคน ที่ให้ความสนใจและมาร่วมติดตามการฝึกซ้อมในครั้งนี้ และขออภัยต่อเหตุการที่เกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 24 ตุลาคมนี้ กองทัพเรือจะมีการฝึกซ้อมเก็บความเรียบร้อยอีกครั้งหนึ่ง โดยจะมีเฉพาะเรือพระที่นั่งจำนวน 4 ลำ ได้แก่ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช เรือพระที่นั่งเอนกชาติภุชงค์ และเรือแตงโม (เรือกลองใน) โดยใช้เส้นทางการฝึกซ้อม ระหว่าง วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร ถึงป้อมวิไชยประสิทธิ์ ระหว่างเวลา 12.00 น.ถึง 15.00 น. (แต่กำลังพลฝึกซ้อมไม่อยู่ในชุดแต่งกายจริง เนื่องจากต้องเตรียมการสำหรับวันจริง) ซึ่งหากประชาชนที่สนใจจะชมการซ้อมในครั้งนี้ ก็สามารถมาร่วมชมได้เช่นกัน

ในการนี้ กรมเจ้าท่า จะทำการควบคุมการจราจรทางน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ในช่วงเวลาและพื้นที่ที่กำหนด โดยเรือข้ามฟากที่อยู่นอกพื้นที่ปฏิบัติการ สามารถสัญจรได้ตามปกติ กองทัพเรือจึงขอเรียนมาให้ทราบ และขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้

– 006

อัปเดตอาการ 3 นักเรียนไฟไหม้รถบัส อยู่ในขั้นปลอดภัยแล้ว มี 1 รายเตรียมกลับบ้าน

https://www.naewna.com/local/836865

อัปเดตอาการ 3 นักเรียนไฟไหม้รถบัส อยู่ในขั้นปลอดภัยแล้ว มี 1 รายเตรียมกลับบ้าน

อัปเดตอาการ 3 นักเรียนไฟไหม้รถบัส อยู่ในขั้นปลอดภัยแล้ว มี 1 รายเตรียมกลับบ้าน

วันอังคาร ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 15.32 น.

‘โฆษกสธ.“ สรุปอาการ 3 นักเรียนหญิงเหยื่อไฟไหม้รสบัสทัศนศึกษา ล่าสุดอาการดีขึ้นอยู่ในขั้นปลอดภัย มี 1 รายเตรียมความพร้อมกลับบ้าน อีก 2 ราย จักษุแพทย์ดูแลรักษาดวงตาอย่างเต็มที่

วันที่ 22 ตุลาคม 2567 น.ส.ตรีชฎา ศรีธาดา โฆษกกระทรวงสาธารณสุข ฝ่ายการเมืองอเปิดเผยว่า ได้รับรายงานผู้ป่วยเด็กหญิงของโรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆาราม จังหวัดอุทัยธานี ที่ได้รับผลกระทบจากกรณีรถบัสทัศนศึกษาเกิดเพลิงไหม้ บริเวณถนนวิภาวดีขาเข้า หน้าอนุสรณ์สถาน ตำบลคูคน อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี เหตุเกิด เมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา จำนวน 3 คน ล่าสุด ทุกคนโดยรวมมีอาการดีขึ้น ถือเป็นข่าวดีที่เด็กเหล่านี้ได้พ้นขีดอันตราย เมื่อแรกเข้ารับการรักษาอยู่ในสภาวะที่น่าห่วงอย่างมาก ตลอด 20-21 วัน แพทย์ได้ดูแลรักษาอย่างดีที่สุด มีรายละเอียด ดังนี้
คนแรก เป็นเด็กหญิงวัย 14 ปี เข้ารับการรักษาที่สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์ สถาบันฯออกแถลงการณ์เวลา 9.00 น. วันที่  21 ตุลาคม สรุปว่า “อาการดีขึ้น บาดแผลไฟไหม้โดยรวมดีขึ้นมาก ไม่พบการติดเชื้อ ไม่พบปัญหาข้อติดยึด สามารถทำกายบริหาร ยืดเหยียดข้อไหล่ ข้อศอกและข้อนิ้วมือ เพื่อป้องกันข้อติดได้ดี ด้านจิตใจ ผู้ป่วยมีอารมณ์คงที่ นอนหลับได้ปกติ ผลการรักษาเป็นที่พึงพอใจของทีมแพทย์  แต่ต้องใช้เวลาในการรักษาและฟื้นฟูทั้่งร่างกายและจิตใจเพื่อเตรียมความพร้อมในการกลับบ้านต่อไป..”

คนที่สอง เป็นเด็กหญิง อายุ 9 ปี รักษาที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิพระเกียรติ มีอาการไฟไหม้ใบหน้า คอ แขนและมือทั้ง 2 ข้าง แผลไหม้ระดับที่สองและทางเดินอากาศบาดเจ็บจากการสูดดมควันไฟ แพทย์รักษาด้วยการปรับยาแก้ปวดและยานอนหลับต่อเนื่อง ให้อาหารผ่านสายทางจมูก ให้ยาลดความดันโลหิต ประเมินดวงตาทางจักษุแพทย์ อาการล่าสุด ผู้ป่วยหายใจได้เองโดยไม่ต้องให้ออกซิเจน สามารถพูดสื่อสารความต้องการได้ ให้ยาแก้ปวดเป็นครั้งคราว เริ่มกินอาหารทางปากได้เพิ่มมากขึ้น ใช้อุปกรณ์บีบคลายขาทั้ง 2 ข้างเพื่อป้องกันลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำส่วนลึกอุดตัน ทางทีมจักษุแพทย์ได้ดูแลรักษาดวงตาอย่างเต็มที่

คนที่สาม เป็นเด็กหญิงอายุ 7 ปี รักษาที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ไฟไหม้ใบหน้าลำตัว และมือทั้ง 2 ข้าง แผลไหม้ระดับที่สอง อาการล่าสุด สามารถหายใจได้เอง ไม่ต้องใช้ออกซิเจน พูดสื่อสารความต้องการได้ รับประทานอาหารทางปากได้มากขึ้น ใช้อุปกรณ์บีบคลายขาทั้ง 2 ข้างเพื่อป้องกันลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำอุดตัน ไม่พบตำแหน่งติดเชื้อชัดเจน เฝ้าระวังอาการและเฝ้าระวังการติดเชื้อแทรกซ้อน ทีมจักษุแพทย์มีแผนเปิดแผลเช้าวันที่ 22 ตุลาคม โดยแผนการรักษา เข้าห้องผ่าตัดเพื่อประเมินเยื่อตาและกระจกตา

น.ส.ตรีชฎากล่าวว่า นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้แสดงความขอบคุณทีมแพทย์ที่ดูแลรักษาผู้ป่วยทั้ง 3 คนอย่างดียิ่ง มีความสบายใจที่ได้รับทราบข่าวว่าอาการของนักเรียนดีขึ้นตามลำดับ พร้อมกันนี้ได้ส่งกำลังใจมาถึงพ่อแม่ผู้ปกครองของน้องนักเรียน 3 คนนี้ รวมทั้งประชาชนทั่วไปที่ให้ความสนใจติดตามข่าว ก็ขอ

‘ชูศักดิ์’เผยผลตรวจสอบที่ดิน 3 แปลง ไร่เชิญตะวัน

https://www.naewna.com/local/836839

'ชูศักดิ์'เผยผลตรวจสอบที่ดิน 3 แปลง ไร่เชิญตะวัน

‘ชูศักดิ์’เผยผลตรวจสอบที่ดิน 3 แปลง ไร่เชิญตะวัน

วันอังคาร ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 14.25 น.

“ชูศักดิ์” เผย ผลสอบไร่เชิญตะวันไม่พบบุกรุกป่า สั่ง พศจ.ในภาคอีสาน รีบเอกซเรย์พื้นที่ไหนบ้างเกี่ยวพัน “แชร์แครอท” พร้อมให้รีบรายงานกลับมาด่วน ชี้ พระเล่นแชร์ ใช้วิจารณญาณดูก็รู้ผิดวินัยหรือไม่  

วันที่ 22 ตุลาคม 2567 เวลา 13.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายชูศักดิ์ ศิรินิล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกรมป่าไม้ เข้าตรวจสอบศูนย์วิปัสสนาไร่เชิญตะวันของพระเมธีวชิโรดม (ว.วชิรเมธี) บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติหรือไม่ ว่า สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงราย (พศจ.เชียงราย) ได้มีการรายงานในประเด็นที่มีคำถามเกี่ยวกับข่าวเรื่องการบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ ทั้ง 3 แปลงนั้น โดย พศ.เป็นคนขอไป 2 แปลง และมูลนิธิขอไป 1 แปลง ผลการตรวจสอบไม่ปรากฏว่ามีการบุกรุก ซึ่งที่ดินดังกล่าวยังอยู่ในขอบเขต ส่วนกรณีแชร์แครอทที่ส่วนใหญ่พระในภาคอีสานเป็นผู้เสียหายนั้น ทาง พศ.ได้ส่งเรื่องไปยัง พศจ.ในทางภาคอีสานแล้วว่า ให้ไปตรวจสอบว่ามีกรณีเหล่านี้ที่ไหนบ้าง และให้รีบรายงานมาโดยด่วน

ผู้สื่อข่าวถามว่า พศ.ได้มีรายงานหรือไม่ว่า การเล่นแชร์ผิดพระวินัยหรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของคณะสงฆ์ต้องว่ากัน ถ้าเราดูโดยใช้วิจารณญาณของคนธรรมดาสามัญทั่วไปก็พอจะวินิจฉัยได้ แต่เรื่องของวินัยตนย้ำมาตลอดว่าเป็นเรื่องของคณะสงฆ์ เราเป็นประชาชนคนธรรมดา อย่างไรก็ตาม พระเล่นแชร์ถามว่าผิดหรือไม่ ใช้วิจารณญาณดูก็พอจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร แต่ขณะนี้ให้เขารายงานมาก่อนว่ามีที่ไหนบ้าง อย่างไร เมื่อถามว่า ได้วางกรอบระยะเวลาในการตรวจสอบหรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ก็ต้องโดยเร็ว เพราะเป็นเรื่องร้อนที่สื่อและประชาชนให้ความสนใจ ต้องเร่งด่วนหน่อย    

สพฐ.ย้ำไม่มีคำสั่งใหม่เรื่องการแต่งกาย ยันขรก.ในสังกัดแต่งกายได้ตามเหมาะสม

https://www.naewna.com/local/836835

สพฐ.ย้ำไม่มีคำสั่งใหม่เรื่องการแต่งกาย ยันขรก.ในสังกัดแต่งกายได้ตามเหมาะสม

สพฐ.ย้ำไม่มีคำสั่งใหม่เรื่องการแต่งกาย ยันขรก.ในสังกัดแต่งกายได้ตามเหมาะสม

วันอังคาร ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2567, 14.11 น.

ศธ.แจงภาพหลุด ข้อความ “กระทรวงศึกษาธิการ ขอความร่วมมือเกี่ยวกับการแต่งกายในการปฏิบัติราชการ

วันที่ 22 ตุลาคม 2567 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ และโฆษกกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(เลขาธิการ กพฐ.)  นายภูธร จันทะหงษ์ ปุญยจรัสธำรง ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. และ นางภัทริยาวรรณ พันธุ์น้อย ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) รองโฆษกกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมแถลงข่าวชี้แจง กรณีที่ปรากฏบนสื่อสังคมออนไลน์ โดยมีรูปภาพประกอบข้อความว่า “กระทรวงศึกษาธิการ ขอความร่วมมือเกี่ยวกับการแต่งกายในการปฏิบัติราชการ สำหรับวันจันทร์ วันอังคาร และวันพุธ” เผยแพร่ออกไปสู่สาธารณชน จนก่อให้เกิดความสับสนแก่ข้าราชการ สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ และ สพฐ. รวมถึงประชาชนโดยทั่วไป และเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก     

โดย ว่าที่ร้อยตรี ธนุ กล่าวว่า สพฐ. ขอยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่มีหนังสือคำสั่งจากกระทรวงศึกษาธิการ เกี่ยวกับแนวทางในการแต่งกายของข้าราชการในสังกัด ตามที่ปรากฏในกระแสข่าวแต่อย่างใด ขอให้ข้าราชการในสังกัดยังคงปฏิบัติตามแนวทางเดิม ตามที่ นายสิริพงศ์ ได้ออกมาชี้แจงอย่างเป็นทางการก่อนหน้านี้ ว่า “ทางกระทรวงศึกษาธิการ ไม่ได้มีคำสั่งใหม่ใด ๆ เกี่ยวกับการแต่งกายของข้าราชการครูหรือบุคลากรในสังกัด ทุกคนยังคงสามารถแต่งกายตามแนวทางที่เคยขอความร่วมมือไว้ก่อนหน้านี้  คือ แต่งกายด้วยเสื้อสีเหลืองที่มีตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติฯ หรือเสื้อผ้าไทยสีเหลืองประดับเข็มที่ระลึก พระราชพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 แทนการแต่งกายปกติในทุกวันจันทร์ ที่เป็นวันทำการ รวมทั้งในวัน หรือในโอกาสอื่นที่เหมาะสม และแต่งกายเครื่องแบบสีกากี หรือเครื่องแบบปฏิบัติงานของหน่วยในทุกวันอังคาร ที่เป็นวันทำการ”

“ที่มาของกระแสข่าวนี้ คือ เนื่องจากกระทรวงมหาดไทยมีประกาศที่ลงนามโดยปลัดกระทรวงมหาดไทย ขอความร่วมมือข้าราชการในสังกัด ให้แต่งเสื้อสีเหลืองวันจันทร์ วันอังคารแต่งผ้าไทย วันพุธแต่งเครื่องแบบ  เมื่อ สพฐ.เห็นจึงได้มาเตรียมการไว้แต่ยังไม่ได้ประกาศ ซึ่งผมได้สั่งชะลอไว้ก่อนแล้ว เพื่อไปขออนุญาต รมว.ศึกษาธิการ รมช.ศึกษาธิการ และ ผู้ช่วย รมต.ศึกษาธิการ ก่อน แต่ก็ยังไม่ทันได้ขออนุญาตภาพก็หลุดออกไปก่อน อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่มีการเปลี่ยนระเบียบการแต่งกายใหม่ใด ๆ ยังคงยึดตามคำสั่งเดิม เพราะไม่ต้องการให้เกิดภาระเพิ่มขึ้นกับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยเฉพาะในพื้นที่ต่างจังหวัดที่มีบริบทการทำงานและสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน ดังนั้น การแต่งกายแต่ละวันในภูมิภาคขอให้เป็นไปตามความเหมาะสม แล้วแต่การพิจารณาว่าจะใส่ตามจังหวัด หรือกระทรวงศึกษาธิการก็ได้เช่นกัน ซึ่งเป็นไปตามการขอความร่วมมือโดยไม่ได้มีการบังคับแต่อย่างใด” เลขาธิการ กพฐ.กล่าว

ว่าที่ร้อยตรี ธนุ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ขอความร่วมมือให้ทุกฝ่ายตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งที่มาอย่างเป็นทางการก่อนเผยแพร่ต่อ เพื่อป้องกันความสับสนและสร้างความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เช่น เลือกแชร์จากสื่อหลักของหน่วยงานที่เป็นทางการ เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นข้อมูลจริงที่เชื่อถือได้ และไม่สร้างความสับสนแก่สังคม ซึ่งทาง สพฐ.จะแจ้งให้ ผอ.เขตพื้นที่ฯทุกแห่งได้รับทราบเพื่อความเข้าใจที่ตรงกันต่อไป

ด้าน นายภูธร กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นการเตรียมการด้วยเจตนาดีของทีมงานประชาสัมพันธ์ สพฐ. โดยทำอินโฟกราฟฟิกรอไว้ ยังไม่มีการสั่งการใด ๆ  เพราะต้องมีการขออนุญาตผู้บังคับบัญชาตามลำดับขั้นตอนก่อน แต่ยังไม่ทันขออนุญาต ทางทีมงานได้มีการแชร์กันในกลุ่ม และทำให้มีภาพหลุดออกมาจนเป็นประเด็นที่ให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน ก็ต้องขออภัยในความผิดพลาดที่สร้างความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกิดขึ้น และจะกำกับติดตามไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นอีก

ขณะที่ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า  จริง ๆ เรื่องนี้เกิดจากความปรารถนาดีของ สพฐ.  เพราะในช่วงเช้า ผู้ว่าราชการจังหวัดหลายจังหวัด ได้มีหนังสือไปยังหน่วยราชการในส่วนภูมิภาคต่าง ๆ ขอให้แต่งกายตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ส่วนของ สพฐ.ก็มีความคิดว่าถ้าออกคำสั่งไปก็น่าจะเป็นประโยชน์กับครู โดยเรื่องนี้เป็นเพียงความเห็นยังไม่มีมติสั่งการอะไรออกมา แต่เมื่อมีภาพหลุดออกมา รมว.ศึกษาธิการ ก็มีความไม่สบายใจ เพราะท่านมีความกังวลว่าจะเป็นภาระของครูหรือไม่ เพราะกระทรวงศึกษาธิการยังคงยืนยันนโยบายเรียนดี มีความสุข ของ รมว.ศึกษาธิการ ความสุขที่เกิดจะต้องเกิดทั้ง ผู้เรียน และบุคลากรทางการศึกษาทุกคน อะไรที่เป็นภาระก็พยายามลด แต่เรื่องของความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันก็ยังจำเป็นต้องมีอยู่ อย่างไรก็ตาม ต้องขออภัยในการสื่อสารคาดเคลื่อน และจะระมัดระวังไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก 

ชมภาพชุดว่ายน้ำ “มิสแกรนด์อินเตอร์เนชันแนล 2024” รอบพรีลิมฯ พากันปล่อยของฉ่ำ

https://www.thairath.co.th/entertain/beauty-pageant/2821504

ชมภาพชุดว่ายน้ำ "มิสแกรนด์อินเตอร์เนชันแนล 2024" รอบพรีลิมฯ พากันปล่อยของฉ่ำ

23 ต.ค. 2567 12:05 น.

ชมภาพชุดว่ายน้ำ “มิสแกรนด์อินเตอร์เนชันแนล 2024” รอบพรีลิมฯ พากันปล่อยของฉ่ำ

ใกล้ถึงรอบตัดสินยิ่งสนุกเหลือล้น หลายโพลเต็งผลกันฉ่ำ แฟนนางงามตามลุ้นวันต่อวัน สำหรับการประกวดนางงามโลกลิขสิทธิ์ของคนไทย Miss Grand International ปีนี้ บอสณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เจ้าภาพจัดการประกวด Miss Grand International 2024 #SpiritofThailand ที่ประเทศไทย ผุดกิจกรรมให้ 70 มิสแกรนด์ ทั่วโลกได้สัมผัสความเป็นไทยอย่างเข้าถึง

โดยคืนที่ผ่านมาเป็นคืนสำคัญของการประกวดรอบ Preliminary หรือรอบอุ่นเครื่อง โค้งก่อนสุดท้ายให้นางงามทุกคนได้ทำคะแนนรอบชุดว่ายน้ำ และชุดราตรี ท่ามกลางแฟนนางงามและสื่อมวลชนที่มาเชียร์ภายใน MGI HALL ชั้น 6 ศูนย์การค้า Bravo BKK พระราม 9

เปิดแคทวอล์กกระหึ่มฮอลล์ด้วยกราฟิกอลังการ ผสานแสง สี เสียง 70 สาวสวยสับ ออร่าพุ่งแรง เดินออกมาในชุดว่ายน้ำสีทอง แบรนด์ MGI Swimwear (เอ็มจีไอ สวิมแวร์) Body ใครเป๊ะ ใครพัง ตัดสินกันที่วันนี้ แต่กลับไม่มีใครพลาดพลั้ง มีแต่ซีนใหญ่ให้ได้แจ้งเกิดและกลายเป็นไวรัลในข้ามคืน

จากนั้น พิธีกร แชมป์ สกล ลิมปภานนท์ และลูเซียน่า ฟัสเตอร์ มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2023 นำเข้าสู่การประกวด Grand Voice Award รอบสุดท้าย ของ 3 นางงามเสียงทรงพลัง มิสแกรนด์ เวเนซุเอลา, มิสแกรนด์ เนเธอร์แลนด์ และมิสแกรนด์ ตรินิแดด แอนด์ โตเบโก 4 เพลงดังถูกนำมาสร้างความสุขให้กับผู้ชม

ต่อกันด้วยการประกวดรอบชุดราตรี วิบวับ พลิ้วไหว งดงาม ส่งผลให้ผู้เข้าประกวดสวยสง่าในค่ำคืนสำคัญนี้ แฟนนางงามทั่วโลกเชียร์กันสุดพลัง ทั้งที่อยู่ใน MGI HALL และที่กำลังรับชมผ่านทาง YouTube: Grand TV กว่า 4.2 แสนคน

แล้วก็มาถึงช่วงเวลาสำคัญเมื่อเพจนางงามสุดฮอตอย่าง Miss Grand Pageant Insider ประกาศรางวัลพิเศษก่อนเข้าสู่โค้งสุดท้าย

– รางวัล Grand Pageant’s Choice Award ได้แก่ Miss Grand India

– รางวัล Grand Fan Vote ได้แก่ Miss Grand Myanmar

– รางวัล Grand Best Performance ได้แก่ Miss Grand France

ร่วมลุ้นและเป็นกำลังใจสำคัญให้ผู้เข้าประกวด Miss Grand International 2024 ก้าวสู่ฝั่งฝัน ด้วยการโหวต Miss Popular Vote ผ่านทาง http://www.missgrandinternational.com ส่งผู้ชนะผ่านเข้าสู่รอบ 10 คนสุดท้ายอัตโนมัติ โดยทุกรางวัลจะประกาศผลในค่ำคืนการประกวด Miss Grand International 2024 รอบตัดสิน วันที่ 25 ตุลาคม 2567 เวลา 19.00 น. ณ MGI HALL ชั้น 6 ศูนย์การค้า Bravo BKK พระราม 9

เกรท วรินทร เผยสาเหตุทำผมสีทอง รับดราม่าร้านทองกระทบธุรกิจครอบครัว

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2821520

เกรท วรินทร เผยสาเหตุทำผมสีทอง รับดราม่าร้านทองกระทบธุรกิจครอบครัว

23 ต.ค. 2567 12:05 น.

เกรท วรินทร เผยสาเหตุทำผมสีทอง รับดราม่าร้านทองกระทบธุรกิจครอบครัว

หลังจากที่มีกระแสดราม่าร้านทองที่ขายผ่านทางออนไลน์ แต่สุดท้ายขายคืนไม่ได้ราคา จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ ในโซเชียล ล่าสุดพระเอกหนุ่ม เกรท วรินทร ปัญหกาญจน์ มาร่วมงานแถลงข่าวกิจกรรมการกุศล “ก้าว ไถ ปั่น สานฝันน้องคนดี” ครั้งที่ ๒ ณ อาคาร 100 ปี วัดบวรนิเวศวิหาร นักข่าวเลยถามถึงประเด็นดังกล่าวว่ากระทบกับธุรกิจร้านทองของครอบครัวเกรทหรือไม่ รวมทั้งถามถึงเรื่องที่เจ้าตัวทำผมสีทองด้วย

ในฐานะที่เป็นลูกเจ้าของร้านทอง มีการดูทองจริงทองปลอมยังไงบ้าง?

“อันนี้ต้องพูดตรงๆ ว่าเดี๋ยวนี้มิจฉาชีพค่อนข้างมีพัฒนาการในการที่จะหลอกลวงมากขึ้น เมื่อก่อนอาจจะดูด้วยตาเปล่าหรือว่าได้จับสัมผัสจะพอรู้ได้ แต่พูดตรงๆ เดี๋ยวนี้มันค่อนข้างยากเหมือนกัน สิ่งที่ดูยากคือบางทีทองด้านนอกเป็นทองจริง แต่จะยัดไส้ข้างใน ซึ่งเขาก็ทำน้ำหนักที่มันใกล้เคียงกับทองจริงๆ อันนี้ก็ค่อนยาก มันต้องมีใช้เครื่องมือตรวจสอบ”

ที่ร้านคุณแม่เคยเจอคนเอาทองปลอมมาขายไหม?

“จริงๆ ก็เคยเจอ แต่พอแม่รู้ก็จะบอกว่าไม่รับ (คุณแม่เชี่ยวชาญขนาดไหน มองปุ๊บรู้เลย?) เอาเรื่อง เก๋าอ่ะ เจ๊เก๋า ด้วยความที่ขายมานาน เวลาจับดูหรือดูสี ด้วยประสบการณ์ก็จะรู้ได้ แต่บางอย่างก็ไม่รู้จริงๆ เพราะด้านนอกมันเป็นทองจริง น้ำหนักแทบจะเท่ากันเลย แล้วบางทีการผ่าหรือใช้เครื่องมือจะทำให้รู้ได้ว่าจริงๆ แล้วอันนี้ถูกยัดไส้มา”

ช่วงที่มีข่าวร้านทอง ร้านเราเองได้รับผลกระทบไหม?

“จริงๆ ก็กระทบนะ แต่ว่าก็ต้องบอกว่าด้วยเศรษฐกิจช่วงปีนี้ ผมจะอัปเดตกับแม่ตลอด คนจะไม่ค่อยซื้อทองกันเท่าไร ด้วยความที่เศรษฐกิจบ้านเราไม่ดีมาก คนก็จะเก็บเงินสดไว้ ผมก็จะรู้ว่าทองจะขายไม่ค่อยได้ แต่ก็จะมีทองที่น้ำหนักไม่ถึง 1 บาทก็ยังขายดีอยู่ แต่พอมีเรื่องร้านทองที่ผ่านมา ผมว่ามันก็เป็นเรื่องที่ในแวดวงคนซื้อทองตื่นตัวขึ้นมา แต่ผมว่าวิธีการง่ายๆ เลยคือแค่ไปหาร้านที่มีคุณภาพ มีมาตรฐาน มีหน้าร้านจริงๆ ซึ่งก็จะมีใบจากสมาคมผู้ค้าทองคำการันตีด้วย ผมว่ามันเป็นสิ่งที่การันตีได้ครับ แนะนำว่าให้ไปซื้อที่ร้านทองครับ เพราะมีหลายร้านที่มีใบพวกนี้ มันจะน่าเชื่อถือ คนรู้ว่าร้านนี้เปิดมานานแล้ว”

เราเองก็ทำคลิปร้านทองที่บ้าน?

“ใช่ จริงๆ ต้องให้ความเชื่อมั่นกับลูกค้าว่าถ้าลูกค้าจะเข้ามาซื้อ สิ่งนึงที่จะได้เลยคือความเชื่อมั่น ถ้าสมมติซื้อทองจากร้านผม มาขายคืนร้านผม ยังไงก็ได้ราคาแน่นอน อันนี้เป็นสิ่งที่เราให้ความเชื่อมั่นกับลูกค้า”4

หลายคนถามว่าถ้าซื้อทองร้านนั้นต้องกลับไปขายที่ร้านนั้นไหม?

“จริงๆ ขายร้านอื่นก็ได้เงิน แต่การที่เราเอาไปขายร้านที่ซื้อมาแล้วจะได้เงินชัวร์ๆ เพราะว่าร้านที่ขายให้เขา เขาต้องรู้ว่าทองที่เอามาขาย เขาเอามาจากไหน ดังนั้นเขาก็เลยรู้ว่าคนนี้ซื้อจากร้านผม คุณมาขายคืนร้านผม ผมรู้คุณภาพทองร้านผมดีว่าให้ราคาคุณได้เต็ม อันนี้ก็การันตีได้อย่างนึงง่ายๆ”

ตอนนี้คนไม่ค่อยซื้อทอง แล้วมันมีข่าวด้วย มีคุยกับคุณแม่ไหมว่าจะต้องมีโปรโมชั่นแคมเปญอะไรไหม?

“จริงๆ ผมมองว่าทองเป็นทรัพย์สินอย่างนึงที่ในอนาคตราคามันก็จะขึ้นไปเรื่อยๆ ผมว่ามันเป็นทรัพย์สินที่ปลอดภัย ผมให้คำแนะนำกับคนที่มาซื้อทองแบบนี้ตลอด แต่มันก็อยู่ที่เคสว่าคุณจะซื้อทองไปเพื่ออะไร ถ้าซื้อเพื่อไปใส่สวยงาม มันก็จะมีวิธีเลือกของมัน ถ้าซื้อเส้นใหญ่ๆ แล้วเอามาขายคืน จะถูกหักค่ากำเหน็จเยอะ ถ้าซื้อไปเพื่อเก็บอย่างเดียว ผมจะแนะนำให้เก็บเงินซื้อทองแท่งเลยดีกว่า มันอยู่ที่จุดประสงค์ของคนที่อยากได้”

แล้วหัวทองนี่ได้แรงบันดาลใจมาจากอะไร?

“หัวทองนี่ได้แรงบันดาลใจจากร้านขายทอง (ยิ้ม) คือคนถามว่าทำหัวทองเพราะว่ามีงานหรือเปล่า ก็เพราะไม่มีงานถึงทำ (หัวเราะ) คือมันมีช่วงว่างอยู่ เผอิญมีกิจกรรมก่อนหน้านี้เราไปอังกฤษมา พอกลับมาก็ยังว่าง ก็อยากทำมานานแล้ว ดูซิว่าจะรอดไหม ฟีดแบ็กก็มีทั้งคนชอบและไม่ชอบ แต่โดยส่วนตัวผมชอบ รู้สึกว่าผมดำมันดูหน้าตัวเองเบื่อแล้ว พอได้ทำตอนแรกก็ไม่ค่อยชินก็ไม่ค่อยชิน ตอนนี้โอเคแล้ว อาจจะมีงานที่ต้องเป็นแบบนี้ หรืออาจจะต้องกลับไปเป็นผมดำอีก”

ใจอยากทำสีอื่นอีกไหม? 

“สีอื่นอย่าเลย ไม่น่ารอด เอาแค่นี้พอแล้ว จริงๆ ทำสีเทาๆ แต่มันไปเหลืองๆ แล้วนิดนึงเพราะสีมันหลุดแล้ว คือสีเดิมมันจะเทาๆ กว่านี้หน่อย” 

คนที่ชอบว่าไงบ้าง?

“ก็จะประมาณว่า…พี่เกรทเสว (ยิ้ม) หมายถึงในคอมเมนต์ แต่ไม่ตอบๆๆ (หัวเราะ) มันคงดูไม่เรียบร้อย อาจจะเพราะปกติผมเป็นคนเรียบร้อย แต่พอผมสีทองมันก็ดูมีลูกเล่นมากขึ้น ดูกร้าวใจ (อยากกลับไปเปลี่ยนเป็นสีดำมั้ย หรือไปต่อ?) ก็รู้สึกไปต่อสักแป๊บนึง ถ้าเกิดมีงานที่จำเป็นต้องเป็นสีดำก็โอเค แต่ถ้างานไหนที่ให้เป็นสีนี้ก็ได้อยู่ แต่ก็ดูตามความเหมาะสม เราก็ต้องดูว่าเรามั่นใจไหม เพราะแรกๆ ผมก็ไม่ค่อยมั่นใจเท่าไร”

แล้วคนที่ไม่เห็นด้วยล่ะ?

“เขาก็บอกว่าผมสีดำหล่อกว่า แต่ผมคิดว่าหล่อทุกสี (หัวเราะ)”

สรุปตอนนี้คือว่างงาน?

“ใช่ แต่เดี๋ยวผมจะกลับบ้านไปช่วยแม่ขายทองสัก 2 วัน ไปเจอกันได้ วันพฤหัส-ศุกร์ (24-25 ต.ค. 2567) อยู่หน้าร้านนะครับ ถามว่ามีโปรโมชั่นลดอะไรไหม ลดเป็นหน้าที่แม่ ถ่ายรูปยืนยิ้มเป็นหน้าที่ผม ใครมาไม่ซื้อก็ถ่ายรูปก็ได้ ไม่เป็นไรไม่ว่ากัน”

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

เอแคลร์ จือปาก ไม่ได้ป่วยมะเร็ง แค่กล่องเสียงอักเสบ ต้องกลืนสเตียรอยด์ช่วยรักษา

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2821494

เอแคลร์ จือปาก ไม่ได้ป่วยมะเร็ง แค่กล่องเสียงอักเสบ ต้องกลืนสเตียรอยด์ช่วยรักษา

23 ต.ค. 2567 10:27 น.

เอแคลร์ จือปาก ไม่ได้ป่วยมะเร็ง แค่กล่องเสียงอักเสบ ต้องกลืนสเตียรอยด์ช่วยรักษา

เป็นยูทูบเบอร์ชื่อดังแห่งแก๊งหิ้วหวี สำหรับ เอแคลร์ จือปาก โดยก่อนหน้านี้ เอแคลร์ ได้มีข่าวลือออกมาว่า เธอนั้นป่วยโรคมะเร็ง และมีคำค้นขึ้นใน TikTok ว่า “เอแคลร์ป่วยเป็นอะไร” และมีคนเข้ามาให้กำลังใจกันจำนวนมาก

ล่าสุด เอแคลร์ ก็ได้ให้สัมภาษณ์ขณะมาร่วมงานรอบปฐมทัศน์ภาพยนตร์เรื่อง “วัยเป้ง นักเลงขาสั้น 2” ณ ลานอินฟินิซิตี้ ฮอลล์ พารากอน ซีนีเพล็กซ์ โดยเจ้าตัวได้บอกว่า

– เอแคลร์ป่วยเป็นอะไร ได้ขึ้นเป็นคำค้นใน TikTok และให้กำลังใจเอแคลร์กันเยอะมาก คือหนึ่งในท็อปปิกที่มันเป็นประเด็นหลักเลย คิดว่า เป็นมะเร็ง

– แต่เจ้าตัวยืนยันว่า ไม่ได้ป่วยเป็นมะเร็ง แต่ป่วยเกี่ยวกับกล่องเสียง

– เหตุผลที่ป่วยเกี่ยวกับกล่องเสียง เพราะ 2 ปีที่ผ่านมา ไลฟ์สดขายของเกือบทุกวัน แต่รู้ตัวมาตลอด เวลาจบไลฟ์ เสียงจะหายไป

– ช่วงไลฟ์ขายของ เคยตั้งใจจะหยุดพัก 1 วัน แต่หยุดไม่ได้ เพราะต้องไปถ่ายยูทูบ วันต่อไปก็ต้องไลฟ์ใหม่ วนเป็นแบบนี้มา 2 ปีแล้ว หลังๆ มากลายเป็นคนพูดไม่มีเสียง

– ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงหาหมอ ต้องเปลี่ยนการรักษาเป็นการกลืนสเตียรอยด์วันละ 12 เม็ด ต้องงดหวาน ต้องงดทำหลายอย่างมาก

– ที่ผ่านมางดพูดไป 1 เดือน รู้สึกอึดอัดมาก เพิ่งจะกลับมาพูดอีกครั้งเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา

– ส่วนการรักษาตอนนี้ก็คือการทานยาประกอบการเงียบ ก็คือเงียบเลย ถ้าเงียบได้ก็คือหายเลย หมอใช้คำว่า ถ้าพูดแล้วไม่ได้ตังค์ไม่ต้องพูด คือตอนนี้ก็ลดงาน 70% ก็ต้องยอม เพราะว่าเราก็ต้องเก็บเสียงเพื่อระยะยาว ไม่งั้นเราจะกลายเป็นคนที่ไม่มีเสียง

– เตือนเรื่องเสียงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเป็นสิ่งที่ใช้สื่อสารกับมนุษย์ วันหนึ่งมันไม่มีโอกาสได้พูดมันพูดไม่ได้มันทรมานมาก เพราะฉะนั้นพยายามรักษาเส้นเสียงตัวเอง นอนให้เยอะ กินน้ำให้เยอะ มันก็จะเป็นการที่ช่วยในการรักษาเส้นเสียงได้

“เต๋อ” ควง “ใหม่” เปิดตัวนิยายแนวแซฟฟิค ‘ClaireBell’ ต่อยอดทำซีรีส์พร้อมปั้นเด็ก

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2821311

“เต๋อ” ควง “ใหม่” เปิดตัวนิยายแนวแซฟฟิค ‘ClaireBell’ ต่อยอดทำซีรีส์พร้อมปั้นเด็ก

23 ต.ค. 2567 07:02 น.

“เต๋อ” ควง “ใหม่” เปิดตัวนิยายแนวแซฟฟิค ‘ClaireBell’ ต่อยอดทำซีรีส์พร้อมปั้นเด็ก

ควงกันมาบอกข่าวดี แต่ยังไม่ใช่เรื่องชีวิตคู่ “เต๋อ-ฉันทวิชช์ ธนะเสวี” ควงคู่สาว “ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่” ควงคู่เปิดตัวนิยายเรื่องแรกแนวแซฟฟิค (นิยายที่มีตัวละครหญิงรักหญิง) เรื่อง “ClaireBell” ที่งานสัปดาห์หนังสือ ฮอลล์ 7 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายใต้สังกัดค่าย ไมน์ มีเดีย โปรดักชั่น ของทั้งคู่เอง โดยมีนักเขียน “KA9ESAMA” ผู้เขียนนิยายเรื่องหยดฝนกลิ่นสนิมและผู้ช่วยที่ใช้นามปากกาว่า “กรีดร้อง” ร่วมช่วยเขียนเรื่องนี้ เค้าโครงเรื่องมาจาก เต๋อ และ ใหม่ ทั้งคู่เลยชวนกันมาเล่าเริ่มจาก

ที่มาของ Mind media production?

เต๋อ “Mind media production เริ่มต้นจากเราสองคนทำงานอยู่ในวงการมาพักนึงก็รู้สึกว่ามีประสบการณ์อะไรมาเยอะ เลยอยากถ่ายทอดสิ่งนี้ให้กับเด็กรุ่นใหม่ อยากจะเห็นเด็กเติบโตขึ้นมาเป็นนักแสดงที่มีคุณภาพ ก็เป็นไอเดียเริ่มต้นมาจากน้องใหม่ครับที่อยากจะปั้นเด็ก”

ใหม่ : “เราอยากทำซีรีส์ค่ะ พี่เต๋อเองก็เขียนบทพันล้านเนอะ (ยิ้ม) พี่เต๋อเก่งเรื่องเขียนบท เลยอยากให้มาทำซีรีส์ร่วมกัน ตัวใหม่เองก็อยากจะลองหานักแสดงเอง ถ้าเราได้นักแสดงที่มาเล่นเรื่องนี้ เราก็อยากจะดูแลเค้าไปยาวๆค่ะ”

ทำไมเลือกทำซีรีส์แนวแซฟฟิค?

ใหม่ “แน่นอนว่ากระแสกำลังมาอาจจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ในเรื่องของธุรกิจ และใหม่รู้สึกว่าใหม่ชอบ อยากเล่นเอง รอค่ายไหนติดต่อมาเหมือนกัน (ยิ้ม) อยากเล่นมากค่ะ คือใหม่ชอบเรื่องความรักหญิงหญิงอยู่แล้ว เลยชวนพี่เต๋อมาทำ โครงเรื่องนี้ก็มาจากใหม่เอง ใหม่รู้สึกว่ามันเท่มากเลย ใหม่อยากเล่นมาก ใหม่รู้สึกว่าตัวคาแรกเตอร์แคลเป็นอะไรที่น่าเล่นมาก และในที่ที่มันอันตราย คือเราเล่าเรื่องเกี่ยวกับคุกหญิง ในคุกใหม่เชื่อว่ามันมีหลากหลายสิ่งที่เกิดขึ้น และหนึ่งในนั้นก็น่าจะมีเรื่องของความรัก ใหม่ชอบเสพพวกหนังเก่าๆ หนังฝรั่งฮอลลีวูดที่มันมีเรื่องราวเกิดขึ้นในคุก ใหม่รู้สึกว่าประทับใจมาก ดูแล้วบางทีร้องไห้ กินใจ ก็เลยเกิดเป็นไอเดียนี้ขึ้นมา”

เต๋อ “จริงๆครั้งแรกที่ได้ฟังผมก็ยังเอ๊ะว่ามันจะไปยังไงต่อ ข้อแรกคือเราไม่เคยดูซีรีส์แนวยูริมาก่อน สองเป็นเรื่องราวในเรือนจำหญิง เรายิ่งห่างไกลมากเลย แต่เราก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสิ่งที่มันน่าสนใจคือมันเป็นพื้นที่ที่คนรู้สึกว่าคนที่เข้าไปก็ต้องชดใช้ในความผิด มันจะมีความหดหู่ น่ากลัว และเราอยากจะรู้ว่าข้างในเป็นยังไง ก็เลยคิดว่าถ้าที่นั่นมันมีความหวังเล็กๆที่เรียกว่าความรัก มันก็น่าจะมีอะไรที่น่าสนใจ เลยเริ่มต้นจากจุดนั้นที่น้องใหม่ส่งมา ผมก็พยายามพัฒนาขึ้นมา มีการรีเสิร์ชข้อมูล แล้วค่อยๆเขียนต่อยอดๆ ขึ้นมาเรื่อยๆ ถามว่ายากมั้ย ยากเลยครับแต่ก็ถือว่าสนุก เพราะมันเป็นโลกที่เรายังไม่เคยไป และพอลองได้เข้าไปสัมผัส ยิ่งเขียนก็ยิ่งรู้สึกหลงรักตัวละคร”

ใหม่ “บทจะเสร็จก่อนซีรีส์ค่ะ พอจะเริ่มทำซีรีส์ก็เลยอยากมาเล่าในแบบของนิยายก่อน”

เต๋อ “ถามว่าจุดเด่นของเรื่องนี้ต่างจากยูริเรื่องอื่นยังไง คือมันเป็นโจทย์แรกในการทำเรื่องนี้เลยครับ ว่าถ้าเราจะทำยูริ เราจะทำยูริในแบบที่ยังไม่เคยมีใครทำ”

ทำไมใหม่ไม่ลองเล่นเองเลย?

ใหม่ “คนไม่อินแล้ว มีญาติผู้ใหญ่ยืนอยู่ตรงนี้ (เต๋อ)”

เต๋อ “ในแง่ของความเป็นซีรีส์ของยูริ ในโลกแห่งจินตนาการสองคนนี้รักกัน พอโลกจินตนาการของน้องใหม่ พอน้องใหม่เล่นปุ๊บจะมีหน้าผมโผล่ขึ้นมา มันก็เหมือนจิ้นไม่ได้เต็มที่”

ยังอยากจะเล่นอยู่มั้ย?

ใหม่ “ยังอยากค่ะ ถ้าไม่มีคนทำเดี๋ยวทำเองก็ได้ ส่วนเรื่องนี้เป็นเจ๊ดัน ปั้นเด็ก”

ได้นักแสดงมาแล้ว?

เต๋อ “ก็ไม่เชิงนะ เพราะสุดท้ายรู้สึกว่าเรายังสามารถสำรวจไปเรื่อยๆกับตัวละคร 2 ตัวนี้”

ใหม่ “ตราบใดที่โปรเจกต์ยังไม่เปิดกล้อง ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้ เหมือนเด็กในค่ายเรา เราก็อยากให้เค้าได้เล่นแหละแต่ทุกอย่างมันพัฒนาไปเรื่อยๆ”

เรียกเป็นธุรกิจครอบครัวได้มั้ย?

ใหม่ “ไม่ได้ค่ะ เพราะเค้ายังไม่ขอแต่งงาน เรียกครอบครัวไม่ได้”

เรียกธุรกิจอะไรได้?

เต๋อ “ธุรกิจแฟน (ยิ้ม)”

แล้วเมื่อไหร่จะมีข่าวดี?

ใหม่ “นั่นสิ” เต๋อ “ข่าวดี ถูกลอตเตอรี่เหรอครับ (ยิ้ม) ยังคงเหมือนเดิมครับ ใจน่ะอยากอยู่แล้วแหละ ตอนนี้มันมีอะไรให้ทำเยอะจริงๆ โปรเจกต์นี้เราก็ต้องทำด้วยกัน อยากจะโฟกัสกับมันให้ดีที่สุดก่อน ถ้ามันประสบความสำเร็จหลังจากนี้ก็ไม่แน่”

ใหม่ “รีบๆหน่อย อายุก็เยอะขึ้นเรื่อยๆ (ยิ้ม) จริงๆงานมันเยอะ”

เต๋อ “ถ้ามันเหมาะสม จริงๆได้เริ่มต้นจากการเป็นครอบครัวก็น่าจะดี แต่อย่างที่บอกมีอะไรให้ทำเยอะจริงๆ มันโฟกัสเยอะมาก ถ้าเอาเรื่องนี้เข้ามามันจะกลายเป็นว่าแล้วเราจะลำดับความสำคัญอะไรไว้เบอร์หนึ่ง”

มีเวลาให้กันมั้ย?

เต๋อ “มีๆ มีบ้าง”

ใหม่ “มันไม่มีเวลานะ เวลาที่จะไปเดตมันก็ไม่ได้เดต”

เวลาเดตก็อยู่ในงานมั้ย?

เต๋อ “เวลาทำงานก็แอบขโมยโมเมนต์โรแมนติกผม คุยงานก็แบบวันนี้สวยนิดนึง แล้วกลับมาคุยงานต่อ”

เดี๋ยวนี้ใส่ใจพี่เต๋อเพิ่มขึ้น?

ใหม่ “ใหม่ใส่ใจมากค่ะ เพราะรู้สึกว่าเราคบกันแล้วเราต้องดูดีและพี่เต๋อต้องดูหล่อขึ้นและดูเด็กลง”

รู้สึกยังไงที่ใหม่มาดูแลเรื่องการแต่งตัวให้?

เต๋อ “แรกๆเขิน แต่หลังๆรู้สึกดีมากเพราะเราก็จะรู้มากขึ้นว่าการไปไหนยังไงเราควรจะแต่งตัวแบบไหน เรื่องแฟชั่นหรือสไตลิสต์เค้าเป็นเบอร์หนึ่งอยู่แล้ว”

ใหม่ “แต่หลังๆไม่ค่อยได้ดูให้แล้วนะคะ เพราะเก่งแล้ว”.

อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่

Eason Chan เตรียมกลับมาพบแฟนไทยในรอบ 12 ปี เจอกัน 22 ก.พ.ปีหน้า

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2821429

Eason Chan เตรียมกลับมาพบแฟนไทยในรอบ 12 ปี เจอกัน 22 ก.พ.ปีหน้า

22 ต.ค. 2567 22:08 น.

Eason Chan เตรียมกลับมาพบแฟนไทยในรอบ 12 ปี เจอกัน 22 ก.พ.ปีหน้า

หลังจากห่างหายไป 12 ปี เมกาสตาร์แฟ่งวงการเพลงป็อปจีน อีสัน ชาน (Eason Chan) เตรียมกลับมาขึ้นสเตจพบแฟนๆ ชาวไทยอีกครั้งที่งาน FEAR and DREAMS World Tour โดยจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 19.30 น. ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี

“The FEAR and DREAMS World Tour” ได้เริ่มเปิดทัวร์ตั้งแต่ปี 2566 ที่ โคลีเซียมฮ่องกง และทัวร์ไปอีกหลายเมืองทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น มาเลเซีย, สิงค์โปร์, ไต้หวัน, อเมริกาเหนือ, มาเก๊า, เซี่ยงไฮ้, เฉิงตู, เซี่ยเหมิน, ซีอาน, หนานจิง, อู่ฮั่น และหางโจว ซึ่งแต่ละที่ที่ไปต่างได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีเยี่ยม

จนในที่สุดปี 2568 ประเทศไทยก็กำลังจะได้ต้อนรับ ศิลปินสุดฮอตชื่อดัง อีสัน ชาน กับทัวร์ “FEAR and DREAM” ที่แม้ทัวร์นี้จะใช้มาหลายปีแล้ว แต่ อีสัน ชาน ยังรู้สึกว่าความหมายของชื่อนี้ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ดังนั้นจึงยังคงใช้ทัวร์ด้วยชื่อนี้ต่อไป ซึ่งถ้าถามว่ามีความหมายพิเศษอย่างไร? อีสัน ชานให้ความหมายอย่างตรงไปตรงมาว่า “ทุกคนสามารถตีความหมายได้ต่างกัน ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่จะได้สัมผัสประสบการณ์แบบสดๆ และได้มาค้นหาด้วยตัวคุณเอง”

โดยดนตรีของ อีสัน ชาน มีความท้าทายทุกแนวเพลง และครอบคลุมธีมที่หลากหลาย ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องอารมณ์ความรู้สึกที่เข้มข้น และความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น การฟังเขาเล่าเรื่องราวอันน่าดึงดูดใจซึ่งมักจะทำให้ผู้ชมเกิดความรู้สึกผูกพันอย่างลึกซึ้ง และ “FEAR and DREAMS World Tour” ก็เป็นงานที่จะมอบประสบการณ์ทางภาพ

และเสียงอันน่าทึ่ง ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความทุ่มเทของ อีสัน ชาน และทีมงานผ่านดีไซน์ของเวที และการแสดงต่างๆ ที่จะทำให้คุณได้รับประสบการณ์ภาพ และเสียงที่ดื่มด่ำเต็มอิ่ม ซึ่งหลังจากที่เขาได้ทำการแสดงมามากกกว่าร้อยครั้ง จนกระทั่งทัวร์ครั้งนี้กำลังจะมาถึงกรุงเทพฯ ในที่สุด เขาก็ขอสัญญากับแฟนๆ ว่าพวกคุณจะได้มาร่วมเฉลิมฉลองดนตรีอันไพเราะจากใจที่เขาไม่อยากคุณพลาดเลยทีเดียว!

เพราะฉะนั้นแฟนๆ ของอีสัน ชานไม่ควรพลาด! เตรียมตัวมาพบกันในวันเสาร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 19.30 น. ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี โดยผู้จัด SUNFAN International Entertainment Group และ One Systems Global Production รวมถึงทีมโปรดิวเซอร์งานอย่าง MOU Production Ltd พร้อมที่จะผสานพลังของดนตรีและการแสดงของ อีสัน ชานบนเวทีเข้าด้วยกันเพื่อมอบประสบการณ์ที่ไม่รู้ลืมให้กับแฟนๆ ทุกคนได้มาดื่มด่ำบรรยากาศอันน่าทึ่ง และมีแต่ความสุขสนุกสนานไปด้วยกัน

สำหรับงาน Eason Chan FEAR and DREAMS World Tour in Bangkok จะเริ่มเปิดขายในวันเสาร์ที่ 23 พฤศจิกายน 2567 เวลา 10.00 น. ผ่านทาง ไทยทิกเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา และเว็บไซต์ thaiticketmajor บัตรราคา [บัตร VIP พร้อมเบเนฟิตสุดพิเศษ] 9,900 / 7,800 / 6,500 / 5,300 / 3,800 บาท

การกลับมาของศิลปินตัวแม่ในรอบ 14 ปี Kylie Minogue แดนซ์ฉลองบั้มใหม่ 10 มี.ค. ปีหน้า

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2821425

การกลับมาของศิลปินตัวแม่ในรอบ 14 ปี Kylie Minogue แดนซ์ฉลองบั้มใหม่ 10 มี.ค. ปีหน้า

22 ต.ค. 2567 21:55 น.

การกลับมาของศิลปินตัวแม่ในรอบ 14 ปี Kylie Minogue แดนซ์ฉลองบั้มใหม่ 10 มี.ค. ปีหน้า

Kylie Minogue ป็อปสตาร์ตัวแม่ระดับโลก ประกาศทัวร์คอนเสิร์ตครั้งใหม่ที่ใหญ่ที่สุดในรอบ 14 ปี โดยเริ่มที่ออสเตรเลียบ้านเกิดในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ปีหน้า ต่อด้วยเอเชียทัวร์ในเดือนมีนาคม และสหราชอาณาจักรในเดือนพฤษภาคม โดย ‘Kylie Minogue: Tension Tour 2025’ ที่ไทยจะมีขึ้นในวันจันทร์ที่ 10 มีนาคม 2568 ที่พารากอน ฮอลล์

‘Tension II’ อัลบั้มล่าสุดที่ปล่อยเมื่อ 18 ตุลาคมที่ผ่านมา กับเอนเนอร์จี้และดีกรีความแซ่บแบบคูณสองจาก ‘Tension’ อัลบั้มที่เปิดประเดิม Tension era ไปเมื่อปี 2566 โดย ‘Tension II’ ได้พาคนฟังไปสัมผัสความรู้สึกใหม่ๆ ด้วยกลิ่นอายเพลงแดนซ์แบบอิเล็กทรอนิกส์ผ่าน 9 แทร็กใหม่ และอีก 4 คอลแลบซิงเกิ้ลที่ทำร่วมกับศิลปินขาแดนซ์หลากหลายเจนเนอเรชั่น ทั้ง ‘Edge of Saturday Night’ ที่ทำร่วมกับ The Blessed Madonna, ‘Midnight Ride’ with Orville Peck, ‘My Oh My’ feat. Bebe Rexha & Tove Lo และ ‘Dance Alone’ with Sia

‘ยุคของ Tension พิเศษมากสำหรับฉัน คิดไม่ออกเลยว่าจะมูฟออนจากมันยังไง ดังนั้น เวลคั่มทู Tension II’ ค่ะ” – แม่ไคลี่

แม่ไคลี่มีนัดกับลูกสาวชาวไทย ที่ ‘Kylie Minogue: Tension Tour 2025’ 10 มีนาคม 2568 ที่พารากอน ฮอลล์ บัตรราคาเริ่มต้น 3,500 บาท สำหรับผู้ถือบัตรมาสเตอร์การ์ดในประเทศไทย รับสิทธิ์ซื้อบัตรเข้าชมการแสดงก่อนใคร ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 31 ตุลาคม 2567 (10.00 น.) ถึงวันเสาร์ที่ 2 พฤศจิกายน (10.00 น.) 

สมาชิกไลฟ์ เนชั่น เทโร สามารถซื้อบัตรรอบพรีเซลส์ได้ในวันเสาร์ที่ 2 พฤศจิกายน (12.00 – 22.00 น.) จำหน่ายบัตรรอบทั่วไปวันอาทิตย์ที่ 3 พฤศจิกายน 10.00 น. เป็นต้นไปทาง thaiticketmajor อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับบัตรเข้าชมการแสดง และแพ็คเกจวีไอพีได้ทางเว็บไซต์ livenationtero