เครื่องบินเล็กตกใส่ร้านค้าในเมืองท่องเที่ยวบราซิล ดับยกลำ 10 ศพ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2832434

เครื่องบินเล็กตกใส่ร้านค้าในเมืองท่องเที่ยวบราซิล ดับยกลำ 10 ศพ

23 ธ.ค. 2567 01:38 น.

เครื่องบินเล็กตกใส่ร้านค้าในเมืองท่องเที่ยวบราซิล ดับยกลำ 10 ศพ

เครื่องบินเล็กตกใส่ร้านค้าในเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมของบราซิล จนเกิดไฟลุกไหม้ ผู้โดยสารบนเครื่องเสียชีวิตทั้งหมด ขณะที่มีคนบนพื้นได้รับบาดเจ็บอีกนับสิบคน

สำนักข่าว รอยเตอร์ส รายงานว่า เครื่องบินเล็กลำหนึ่ง ซึ่งมีผู้โดยสารอยู่บนเครื่อง 10 คน ตกใส่ร้านค้าใจกลางเมือง กรามาโด เมืองท่องเที่ยวทางใต้ของบราซิล ในวันอาทิตย์ที่ 22 ธ.ค. 2567 โดยนาย เอดูอาร์โด เลเต ผู้ว่าการรัฐ ริโอ แกรนเด โด ซูล เผยว่า จากรายงานเบื้องต้นไม่มีผู้โดยสารคนใดรอดชีวิต

ขณะที่สำนักงานความมั่นคงสาธารณะของรัฐ ริโอ แกรนเด โด ซูล ระบุว่า มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 15 รายถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลประจำเมือง โดยส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากการสูดควัน จากไฟที่ลุกไหมในจุดที่เครื่องบินตกลงมา

ตามรายงานของเจ้าหน้าที่ เครื่องบินลำนี้บินเฉี่ยวกล่องไฟของอาคารหลังหนึ่งก่อน จากนั้นจงเฉี่ยวชนชั้น 2 ของบ้านอีกหลัง ก่อนจะตกลงสู่ร้านขายเครื่องเรือน โดยที่เศษซากเครื่องบินพุ่งไปถึงโรงแรมที่อยู่ใกล้เคียง

ทั้งนี้ เมืองกรามาโดเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่สุดของรัฐ ริโอ แกรนเด โด ซูล ซึ่งเพิ่งได้รับผลกระทบอย่างหนักจากเหตุน้ำท่วมใหญ่อย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จนมีผู้เสียชีวิตหลายสิบศพ โครงสร้างพื้นฐานถูกทำลาย และทำให้เศรษฐกิจของรัฐปั่นป่วนอย่างมีนัยสำคัญ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : reuters

จีนเตือนสหรัฐฯ “เล่นกับไฟ” หลังอนุมัติขายยุทโธปกรณ์-ฝึกทหารไต้หวัน

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2832424

จีนเตือนสหรัฐฯ “เล่นกับไฟ” หลังอนุมัติขายยุทโธปกรณ์-ฝึกทหารไต้หวัน

22 ธ.ค. 2567 23:06 น.

จีนเตือนสหรัฐฯ “เล่นกับไฟ” หลังอนุมัติขายยุทโธปกรณ์-ฝึกทหารไต้หวัน

ทางการจีนเตือนสหรัฐฯ ว่า กำลังเล่นกับไฟ หลังรัฐบาลอเมริกันอนุมัติให้ความช่วยเหลือทางทหาร และขายยุทโธปกรณ์ให้ไต้หวัน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันเสาร์ที่ 21 ธ.ค. 2567 ที่ผ่านมา ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของสหรัฐฯ อนุมัติจัดหาอุปกรณ์และบริการด้านกลาโหม ตลอดจนให้การศึกษาและฝึกฝนทางทหารแก่ไต้หวัน รวมมูลค่าไม่เกิน 571 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.97 หมื่นล้านบาท)

ประกาศของไบเดนยังเกิดขึ้นเพียงวันเดียวหลังจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เปิดเผยในวันศุกร์ (20 ธ.ค.) ว่า พวกเขาได้รับอนุมัติให้ขายยุทโธปกรณ์ 2 รายการได้แก่ ระบบวิทยุเชิงยุทธวิธีราว 300 เครื่องมูลค่า 265 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และแท่นยึดอาวุธอีก 16 ตัว มูลค่า 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ในวันอาทิตย์ที่ 22 ธ.ค. กระทรวงต่างประเทศของจีนออกแถลงการณ์ตอบโต้ความเคลื่อนไหวของสหรัฐฯ ทันที โดยระบุว่า สหรัฐฯ กำลังเล่นกับไฟ พร้อมเรียกร้องให้พวกเขาหยุดติดอาวุธให้ไต้หวัน และหยุดความเคลื่อนไหวที่บ่อนทำลายความสงบและเสถียรภาพในช่องแคบไต้หวัน

ด้านกระทรวงต่างประเทศไต้หวัน ออกมาแสดงความยินดีกับการอนุมัติขายยุทโธปกรณ์ทั้ง 2 อย่าง โดยโพสต์ข้อความผ่าน X ว่า นี่เป็นการยืนยันคำมั่นสัญญาที่สหรัฐฯ มีต่อการป้องกันของเรา

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

เครื่องบินรบ F/A-18 อเมริกัน โดนยิงตกในทะเลแดง สหรัฐฯ ชี้ ยิงกันเอง

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2832421

เครื่องบินรบ F/A-18 อเมริกัน โดนยิงตกในทะเลแดง สหรัฐฯ ชี้ ยิงกันเอง

22 ธ.ค. 2567 22:30 น.

เครื่องบินรบ F/A-18 อเมริกัน โดนยิงตกในทะเลแดง สหรัฐฯ ชี้ ยิงกันเอง

เครื่องบินรบอเมริกัน ถูกยิงตกขณะบินอยู่ในน่านฟ้าเหนือทะเลแดง โดยสหรัฐฯ ยืนยันว่า นี่เป็นเหตุการณ์ยิงพวกเดียวกันเอง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานในวันที่ 22 ธ.ค. 2567 อ้างการเปิดเผยของกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ว่า เครื่องบินรบ “F/A-18 Hornet” ของกองทัพสหรัฐฯ ถูกยิงตกขณะออกปฏิบัติการบนน่านฟ้าเหนือทะเลแดง แต่นักบินทั้ง 2 คนบนเครื่องสามารถดีดตัวออกมาได้ทัน โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย

แถลงการณ์ของกองบัญชาการกลางฯ ระบุว่า ยูเอสเอส เก็ตตีส์เบิร์ก เรือลาดตระเวนติดตั้งมิสไซล์นำวิถี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในกองเรือจู่โจมของเรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส แฮร์รี เอส. ทรูแมน ยิงมิสไซล์เข้าใส่เครื่องบิน F/A-18 ซึ่งกำลังบินออกจากเรือ ยูเอสเอส แฮร์รี เอส. ทรูแมน ด้วยความผิดพลาด

เหตุการณ์ล่าสุดเกิดขึ้นหลังจาก กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ เพิ่งเปิดเผยว่า พวกเขาดำเนินการโจมตีทางอากาศหลายระลอกเข้าใส่คลังเก็บขีปนาวุธ และศูนย์บัญชาการทางทหาร ในกรุงซานา เมืองหลวงของประเทศเยเมน ที่ตอนนี้อยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มกบฏฮูตี เพื่อขัดขวางปฏิบัติการของกลุ่มติดอาวุธกลุ่มนี้

นอกจากนั้น กองทัพสหรัฐฯ ยังยิงสกัดการโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธร่อนต่อต้านเรือรบของกลุ่มฮูตีในทะเลแดง โดยใช้อาวุธของกองทัพอากาศและกองทัพเรือ ซึ่งรวมถึงเครื่องบินรบ F/A-18 ด้วย

ทั้งนี้ กบฏฮูตี ซึ่งยึดครองพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเยเมนเอาไว้ เริ่มโจมตีอิสราเอลและเรือขนส่งในทะเลแดง หลังสงครามในฉนวนกาซาอุบัติขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม 2566 อ้างว่าเพื่อแสดงความเป็นหนึ่งเดียวกับชาวปาเลสไตน์ ขณะที่สหรัฐฯ ส่งเรือรบไปทะเลแดง เพื่อช่วยเหลืออิสราเอลรับมือกับการโจมตีจากกลุ่มติดอาวุธที่อิหร่านสนับสนุน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

“หมอซาอุฯ” เป็นใคร? ผู้ต้องสงสัย ขับรถชนผู้คนที่ตลาดคริสต์มาสเยอรมนี

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2832299

“หมอซาอุฯ” เป็นใคร? ผู้ต้องสงสัย ขับรถชนผู้คนที่ตลาดคริสต์มาสเยอรมนี

22 ธ.ค. 2567 08:30 น.

“หมอซาอุฯ” เป็นใคร? ผู้ต้องสงสัย ขับรถชนผู้คนที่ตลาดคริสต์มาสเยอรมนี

  • ชายวัย 50 ปี ก่อเหตุขับรถพุ่งชนผู้คนที่ตลาดคริสต์มาสในเมืองทางตะวันออกของเยอรมนี เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตแล้ว 5 ศพ บาดเจ็บอีกกว่า 200 ราย
  • ชายคนนี้ถูกจับกุมตัวได้ในที่เกิดเหตุ และถูกระบุว่า เป็นหมอชาวซาอุฯ ที่เข้ามาอยู่ในเยอรมนีนานกว่าทศวรรษแล้ว และพัฒนาแนวคิดต่อต้านอิสลามมากขึ้นเรื่อยๆ
  • สื่อสหรัฐฯ รายงานว่า ทางการของซาอุดีอาระเบียเคยเตือนเยอรมนีเกี่ยวกับชายคนนี้หลายครั้งแล้ว แต่คำเตือนทั้งหมดถูกเพิกเฉย

เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 20 ธ.ค. 2567 ชายคนหนึ่งก่อเหตุขับรถพุ่งเข้าใส่ฝูงชนที่กำลังเดินซื้อของที่ตลาดคริสต์มาส ในเมืองแม็กเดบูร์ก ทางตะวันออกของเยอรมนี ทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 ศพ รวมถึงเด็กอายุเพียง 9 ขวบ และมีผู้บาดเจ็บอีกมากกว่า 200 ราย ในจำนวนนี้อาการอยู่ในขั้นวิกฤติหลายสิบคน

ชายคนนั้นถูกจับได้ในที่เกิดเหตุ และถูกระบุว่าชื่อ ทาลีบ อัล-อับดุลโมห์เซน หมอชาวซาอุดีอาระเบีย ผู้อพยพเข้ามาอยู่ในเยอรมนีนานกว่าทศวรรษแล้ว

เจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนและสอบปากคำชายคนนี้ เพื่อหาแรงจูงใจในการก่อเหตุ โดยอับดุลโมห์เซนมีประวัติพูดหรือโพสต์ข้อความต่อต้านศาสนาอิสลามอย่างรุนแรง และอ้างตัวว่าเป็นนักเคลื่อนไหวที่คอยช่วยเหลือผู้คน โดยเฉพาะผู้หญิง ให้หนีออกจากซาอุดีอาระเบีย และอาจมีความไม่พอใจต่อการปฏิบัติที่ผู้ลี้ภัยชาวซาอุฯ ได้รับในเยอรมนี

โอลาฟ ชอลซ์ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี

เกิดอะไรขึ้น?

เสียงโทรศัพท์แจ้งเหตุร้ายครั้งที่ 1 ต่อถึงเจ้าหน้าที่ฉุกเฉินเมืองแม็กเดบูร์กในเวลา 19.02 น. ของวันศุกร์ที่ 20 ธ.ค. โดยผู้โทรระบุว่า มีรถยนต์คันหนึ่งพุ่งเข้าใส่ฝูงชนในตลาดคริสต์มาสใจกลางเมือง และในตอนนั้น เขายังเชื่อว่านี่เป็นอุบัติเหตุ แต่ความจริงกระจ่างขึ้นในเวลาต่อมาว่า มันไม่ได้เป็นเช่นนั้น

ตำรวจระบุว่า คนขับรถคันนี้ บังคับรถขึ้นไปบนทางคนเดิน แล้ววิ่งไปยังทางเข้าตลาดซึ่งสงวนไว้ให้รถฉุกเฉินเท่านั้น ชนผู้คนระหว่างทางจนได้รับบาดเจ็บไปจำนวนหนึ่ง ก่อนที่เขาจะขับรถด้วยความเร็วสูง พุ่งเข้าไปในตลาด บนถนนคนเดินระหว่างร้านค้าสองฟากฝั่ง ซึ่งเต็มไปด้วยผู้คน

จากนั้นคนร้ายก็ขับรถกลับลงมาบนถนนที่เขาเข้ามา ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่ซึ่งเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุแล้ว หยุดเอาไว้ได้ และคนขับรถก็ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัว ข้างรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยูที่เขาใช้ก่อเหตุ ซึ่งอยู่ในสภาพเสียหายทั้งบริเวณกันชนหน้า และกระจกกันลม โดยเหตุการณ์ทั้งหมดทั้งมวลนี้ เกิดขึ้นภายในเวลา 3 นาทีเท่านั้น

ในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่เยอรมนีระบุจำนวนผู้เคราะห์ร้ายเอาไว้ที่ เสียชีวิต 2 ศพ บาดเจ็บอีก 68 ราย ก่อนจะปรับจำนวนขึ้นอย่างมากในเช้าวันอาทิตย์ เป็นมีผู้เสียชีวิต 5 ศพ รวมถึงเด็กวัย 9 ขวบ และมีผู้บาดเจ็บมากกว่า 200 ราย โดย 41 คนในจำนวนนี้ มีอาการอยู่ในขั้นวิกฤติ ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่ตัดความเป็นไปได้ที่จะมีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก

รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ

ผู้ต้องสงสัยก่อเหตุเป็นใคร?

สื่อท้องถิ่นของเยอรมนีระบุตัวผู้ต้องสงสัยในคดีนี้ว่าคือนาย ทาลีบ อัล-อับดุลโมห์เซน จิตแพทย์ชาวซาอุดีอาระเบียวัย 50 ปี ผู้อาศัยอยู่ที่เมืองแบร์นบูร์ก ซึ่งห่างจากเมืองแม็กเดบูร์กเพียง 40 กม.

เจ้าหน้าที่กำลังสอบปากคำชายคนนี้เพื่อหาแรงจูงใจในการก่อเหตุ โดยนายฮอร์สต์ วอลเตอร์ โนเปินส์ หัวหน้าสำนักงานอัยการเมืองแม็กเดบูร์ก กล่าวว่า สำนักงานของเขาต้องการเวลามากกว่านี้ในการระบุมูลเหตุจูงใจ แต่การสืบสวนที่ยังคงดำเนินการอยู่บ่งชี้ว่า เขาอาจมีความไม่พอใจเรื่องการปฏิบัติที่ผู้ลี้ภัยชาวซาอุดีอาระเบียได้รับในเยอรมนี

นายโนเปินส์เผยด้วยว่า ผู้ต้องสงสัยรายนี้อาจถูกฟ้องร้องข้อหาฆาตกรรม 5 กระทง และพยายามฆ่าอีก 205 กระทง

ตามการเปิดเผยของนาง ทามารา เซสชัง รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยประจำรัฐซัคเซิน-อันฮัลท์ นายอับดุลโมห์เซนเดินทางมายังเยอรมนีครั้งแรกในปี 2549 ก่อนจะได้ใบรับอนุญาตเป็นผู้อยู่อาศัยถาวรในเยอรมนี โดยทำงานเป็นหมอในเมืองแบร์นบูร์ก

ด้านสำนักข่าวรอยเตอร์ส ระบุว่า องค์กรนักเคลื่อนไหว “RAIR Foundation USA” เคยสัมภาษณ์นายอับดุลโมห์เซนเมื่อ 12 ธ.ค. และเขาบรรยายตัวเองว่าเป็นผู้คอยช่วยเหลืออดีตผู้ลี้ภัยที่หนีการข่มเหงในซาอุดีอาระเบีย

ชายคนนี้ยังมีแนวคิดต่อต้านศาสนาอิสลามอย่างรุนแรง โดยในข้อความที่เขาโพสต์ผ่าน X ซึ่งตอนนี้ถูกลบไป ระบุว่า เขาเป็นผู้เห็นต่างชาวซาอุดีอาระเบีย และละทิ้งศรัทธาในศาสนาอิสลาม รวมทั้งแสดงความเห็นด้วยกับวาทกรรมรุนแรงของกลุ่มขวาจัด และกล่าวหาว่ารัฐบาลเยอรมนีสนับสนุนการทำให้ประเทศเป็นอิสลาม

น.ส.แนนซี เฟเซอร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของเยอรมนี กล่าวว่า ถึงแม้เธอจะยังไม่คาดเดาเรื่องแรงจูงใจในการก่อเหตุของคนร้าย แต่สิ่งหนึ่งที่เธอสามารถยืนยันได้คือ ผู้ต้องสงสัยมีแนวคิดหวาดกลัวอิสลาม (Islamophobic)

ตามรายงานของสำนักข่าว แดร์ ชปีเกล สื่อใหญ่ของเยอรมนี นายอับดุลโมห์เซนเคยถูกแจ้งความมาแล้วเมื่อปีก่อน จากข้อความที่เขาโพสต์บนโลกออนไลน์ แต่เจ้าหน้าที่ในเวลานั้นสรุปว่า ข้อความของเขาไม่มีความเสี่ยงอย่างปัจจุบันทันด่วนที่จำเป็นต้องได้รับความสนใจหรือตอบสนองในทันที

ซาอุฯ เคยเตือนหลายครั้งแล้ว

กระทรวงต่างประเทศของซาอุดีอาระเบียออกมาประณามเหตุโจมตีที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรง หลังมีการเปิดเผยว่า ผู้ต้องสงสัยเป็นชาวซาอุฯ

อย่างไรก็ตาม สำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น รายงานอ้างการเปิดเผยของแหล่งข่าว 2 คนว่า ทางการซาอุฯ เคยเตือนเจ้าหน้าที่รัฐบาลของเยอรมนีเกี่ยวกับผู้ต้องสงสัยรายนี้หลายครั้งแล้ว

การเตือนครั้งแรกเกิดขึ้นในปี 2550 โดยซาอุดีอาระเบียกังวลเรื่องการแสดงความเห็นอย่างรุนแรงของนายอับดุลโมห์เซน พวกเขายังจัดให้ชายคนนี้เป็นผู้ร้ายหลบหนี และพยายามขอให้เยอรมนีส่งตัวเขากลับมาดำเนินคดีในช่วงปี 2550-2551 แต่เจ้าหน้าที่เยอรมันปฏิเสธ อ้างว่ากังวลเรื่องความปลอดภัยของชายคนนี้หากเขาถูกส่งตัวกลับไป

หลังจากนั้น ทางการซาอุฯ ยังแจ้งเตือนเกี่ยวกับชายคนนี้อย่างเป็นทางการอีกถึง 4 ครั้ง ในรูปแบบ “สารบันทึกวาจา” (Note Verbale) โดย 3 ฉบับถูกส่งถึงหน่วยข่าวกรองของเยอรมนี อีกฉบับส่งถึงกระทรวงต่างประเทศ แต่แหล่งข่าวระบุว่า เอกสารทั้ง 4 ฉบับถูกเพิกเฉยทั้งหมด

แหล่งข่าวบอก ซีเอ็นเอ็น ด้วยว่า ทางการซาอุฯ กล่าวหาผู้ต้องสงสัยรายนี้ว่า ข่มขู่ชาวซาอุฯ ในต่างประเทศที่มีความคิดเห็นทางการเมืองแตกต่างจากเขา เจ้าหน้าที่เน้นย้ำด้วยว่า ชายคนนี้กลายเป็นผู้สนับสนุนพรรค AfD ฝ่ายขวาจัดของเยอรมนี และพัฒนาแนวคิดต่อต้านอิสลามขึ้นมา

ซีเอ็นเอ็นได้ติดต่อกระทรวงต่างประเทศของเยอรมนีเพื่อสอบถามเรื่องคำเตือนดังกล่าว แต่ถูกบอกให้ติดต่อกระทรวงมหาดไทย ซึ่งส่งต่อพวกเขาไปยังสำนักงานอัยการรัฐในเมืองแม็กเดบูร์ก และจนถึงตอนนี้ ซีเอ็นเอ็น ก็ยังไม่ได้รับการตอบกลับแต่อย่างใด

ผู้เขียน : ทิตชนม์ สว่างศรี

ที่มา : cnn , bbc

เศร้า เด็ก 9 ขวบเสียชีวิต เหตุรถชนผู้คนที่ตลาดคริสต์มาสเยอรมนี

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2832291

เศร้า เด็ก 9 ขวบเสียชีวิต เหตุรถชนผู้คนที่ตลาดคริสต์มาสเยอรมนี

22 ธ.ค. 2567 05:49 น.

เศร้า เด็ก 9 ขวบเสียชีวิต เหตุรถชนผู้คนที่ตลาดคริสต์มาสเยอรมนี

ตำรวจเยอรมนีเผย เด็ก 9 ขวบเป็น 1 ใน 5 ผู้เสียชีวิตในเหตุคนร้ายขับรถชนคนที่ตลาดคริสต์มาสในเมืองทางตะวันออกด้วย โดยอัยการเตรียมตั้งข้อหาคนร้ายแล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ตำรวจเยอรมนีเปิดเผยในวันเสาร์ที่ 21 ธ.ค. 2567 ว่า ผู้เสียชีวิตในเหตุคนร้ายขับรถพุ่งใส่ฝูงชนที่ตลาดคริสต์มาสในเมืองแม็กเดบูร์ก ทางตะวันออกของประเทศ เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา ประกอบด้วยเด็กชายวัย 9 ขวบ กับผู้ใหญ่อีก 4 ราย ขณะที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 200 คน

ตำรวจเผยด้วยว่า ผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 41 คนมีอาการอยู่ในขั้นวิกฤติ ส่วนผู้ต้องสงสัยซึ่งถูกจับกุมตัวแล้วมีชื่อว่า ทาลีบ จาวัด อัล-อับดุลโมห์เซน เป็นชาวซาอุดีอาระเบีย ผู้เดินทางมาอยู่เยอรมนีตั้งแต่ปี 2549 และทำงานเป็นแพทย์

นายไรเนอร์ เฮสลอฟ หัวหน้ารัฐบาลรัฐซัคเซิน-อันฮัลท์ กล่าวว่า ผลการสืบสวนเบื้องต้นชี้ว่า ชายคนนี้ลงมือเพียงลำพังคนเดียว และไม่ตัดความเป็นไปได้ที่จะมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากมีผู้บาดเจ็บเป็นจำนวนมาก

ด้านชาวเยอรมนีจัดพิธีรำลึกถึงผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์นี้ ที่โบสถ์ โยฮันเนสเคอร์เชอ โบสถ์หลักของเมืองแม็กเดบูร์ก เมื่อช่วงค่ำวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยมีผู้มาร่วมงานมากมาย ทั้งครอบครัวของผู้เสียชีวิต, เจ้าหน้าที่ฉุกเฉิน, เจ้าหน้าที่รัฐบาล และนายกรัฐมนตรี โอลาฟ ชอลซ์ ซึ่งกล่าวประณามการกระทำของคนร้ายในคดีนี้ด้วย

ตอนนี้ ผู้ต้องสงสัยกำลังถูกสอบปากคำ โดยนาย ฮอร์สต์ วอลเตอร์ โนเปินส์ หัวหน้าสำนักงานอัยการท้องถิ่นคาดว่าจะฟ้องร้องเขาในข้อหา ฆาตกรรมและพยายามฆ่า โดยการสืบสวนที่ยังคงดำเนินการอยู่บ่งชี้ว่า ภูมิหลังของคดีนี้ อาจมาจากความไม่พอใจเรื่องการปฏิบัติที่ผู้ลี้ภัยชาวซาอุดีอาระเบียได้รับในเยอรมนี

การสืบสวนพบอีกว่า คนร้ายไม่มีความเกี่ยวข้องกับองค์กรหัวรุนแรงชาวอิสลาม และข้อความที่เขาโพสต์บนโลกออนไลน์ชี้ว่า เขามีความไม่พอใจศาสนาอิสลามอย่างรุนแรง

ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุทางการเยอรมนีสั่งยกระดับการรักษาความปลอดภัยที่ตลาดคริสต์มาสแห่งต่างๆ เช่นที่เมืองฮัมบูร์ก และไลป์ซิกด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

จนท.ปาเลสไตน์เผย เจรจาหยุดยิงในฉนวนกาซา เสร็จสิ้นไปแล้ว 90%

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2832290

จนท.ปาเลสไตน์เผย เจรจาหยุดยิงในฉนวนกาซา เสร็จสิ้นไปแล้ว 90%

22 ธ.ค. 2567 04:59 น.

จนท.ปาเลสไตน์เผย เจรจาหยุดยิงในฉนวนกาซา เสร็จสิ้นไปแล้ว 90%

เจ้าหน้าที่ปาเลสไตน์เผย การเจรจาเพื่อบรรลุข้อตกลงหยุดยิงและปล่อยตัวประกันในฉนวนกาซา ใกล้เสร็จสิ้นไปแล้ว 90% แต่เหลือปัญหาอีกเล็กน้อยที่ต้องแก้ไข

สำนักข่าวบีบีซีรายงาน อ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของปาเลสไตน์ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการเจรจา ว่า การเจรจาเพื่อบรรลุข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา และปลดปล่อยตัวประกัน เสร็จสิ้นไปแล้วกว่า 90% แต่ยังเหลือบางประเด็นที่ต้องหาทางเชื่อมกันอยู่

หนึ่งในปัญหาหลักคือ การคงทหารของอิสราเอลเอาไว้ที่ “ฟิลาเดลฟี คอร์ริดอร์” (Philadelphi corridor) แถบดินแดนเล็กๆ ตามแนวชายแดนทางใต้ของฉนวนกาซา ซึ่งเชื่อมต่อกับประเทศอียิปต์

เจ้าหน้าที่ปาเลสไตน์รายนี้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการหารือซึ่งเกิดขึ้นที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ โดยรวมถึงความเป็นไปได้ของการก่อตั้งเขตกันชนระยะทางหลายกิโลเมตร ตามแนวชายแดนอิสราเอลกับกาซา ซึ่งอิสราเอลจะประจำการทหารเอาไว้ภายในพื้นที่นี้

แหล่งข่าวรายนี้บอกอีกว่า มีปัญหาหลายข้อที่แก้ไขได้แล้ว และจะมีการตกลงเรื่องการหยุดยิง 3 ช่วงภายในไม่กี่วันข้างหน้า โดยข้อตกลงดังกล่าวจะรวมถึงการแลกเปลี่ยนตัวนักโทษชาวปาเลสไตน์ 20 คน ต่อทหารหญิงของอิสราเอลที่ถูกจับเอาไว้ 1 คน ในช่วงที่ 1 ของการหยุดยิง

ตอนนี้ยังไม่มีการตกลงกันว่า นักโทษปาเลสไตน์ที่จะได้รับการปล่อยตัวเป็นใคร แต่คาดว่าจะอยู่ใน 400 คนที่ถูกตัดสินจำคุกในอิสราเอลมากกว่า 25 ปีขึ้นไป แต่เชื่อว่าจะไม่รวมนายมาร์วาน บาร์กูตี หัวหน้ากลุ่มฟาตาห์ (Fatah)

ส่วนตัวประกันอิสราเอลจะได้รับการทยอยปล่อยตัวในช่วงการหยุดยิง เนื่องจากเชื่อว่า กลุ่มฮามาสยังต้องการเวลาเพื่อระบุตำแหน่งตัวประกันที่หายไป โดยตอนนี้คาดกันว่าเหลือตัวประกันในฉนวนกาซาทั้งหมด 96 คน แต่อิสราเอลเชื่อว่าในจำนวนนี้ มีเพียง 62 คนที่ยังมีชีวิตอยู่

ประชากรของกาซาอาจสามารถกลับไปยังถิ่นที่อยู่ในพื้นที่ทางเหนือได้ ภายใต้ระบบการควบคุมดูแลโดยอียิปต์กับกาตาร์ โดยจะมีรถบรรทุกขนส่งของช่วยเหลือเข้าสู่กาซาประมาณ 500 คันต่อวัน

และในช่วงสุดท้ายของการหยุดยิง คาดว่าจะมีการยุติสงครามที่ดำเนินมา 14 เดือนนี้ ก่อนที่กาซาจะถูกควบคุมดูแลโดยคณะกรรมการซึ่งประกอบด้วยนักวิชาการจากในกาซาเอง โดยจะต้องไม่มีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มการเมืองใดมาก่อน และได้รับการสนับสนุนจากทุกฝักฝ่ายของปาเลสไตน์

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

สลด รถบัสโดยสารยางแตก เสียหลักชนรถบรรทุกในบราซิล ดับ 37 ศพ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2832287

สลด รถบัสโดยสารยางแตก เสียหลักชนรถบรรทุกในบราซิล ดับ 37 ศพ

22 ธ.ค. 2567 02:05 น.

สลด รถบัสโดยสารยางแตก เสียหลักชนรถบรรทุกในบราซิล ดับ 37 ศพ

รถบัสโดยสารในประเทศบราซิล ซึ่งบรรทุกคนมาเต็มคันเกิดยางแตก ทำให้เสียหลักพุ่งชนรถบรรทุก เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วถึง 37 ศพ บาดเจ็บอีกนับสิบราย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รถบัสโดยสารคันหนึ่งออกเดินทางบนถนนหลวงหมายเลข BR-116 ออกจากรัฐเซาเปาโล เข้าสู่รัฐมีนัสเชไรส์ เมื่อเวลาประมาณ 4.00 น. วันเสาร์ที่ 21 ธ.ค. 2567 ตามเวลาท้องถิ่น แต่ระหว่างทางรถบัสเกิดยางแตก และเสียหลักเข้าชนรถบรรทุก ทำให้เกิดไฟลุกไหม้

จากนั้น ก็มีรถยนต์อีกคันวิ่งมาชนรถบัสซ้ำ แต่เคราะห์ดีที่ผู้โดยสารทั้ง 3 คนบนรถคันนี้ รอดชีวิตทั้งหมด

ในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ของบราซิลระบุตัวเลขผู้เสียชีวิตเอาไว้ที่ 22 ศพ แต่สำนักงานดับเพลิงท้องถิ่นเปิดเผยในเวลาต่อมาว่า มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 37 ศพ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 13 ราย โดยพวกเขาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เมือง เตโอฟิโล โอโตนี ในรัฐมีนัสเชไรส์

ด้านนาย โรเมอู เซมา ผู้ว่าการรัฐมีนัสเชไรส์ โพสต์ข้อความผ่าน X ว่า เขาได้ออกคำสั่งให้เคลื่อนกำลังทั้งหมด เพื่อช่วยเหลือเหยื่อเหตุการณ์นี้ และสนับสนุนครอบครัวของพวกเขา โดยเจ้าหน้าที่ความมั่นคงทำงานตั้งแต่รุ่งเช้า เพื่อรับมือกับเหตุการณ์นี้ เขายังสั่งการให้เครื่องบินของกองทัพ เตรียมพร้อมให้การช่วยเหลือด้วย

ขณะเดียวกัน สำนักข่าว เอพี รายงานว่า เจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบยังคงพยายามนำร่างผู้ประสบเหตุออกจากซากรถบัส โดยเจ้าหน้าที่กำลังต้องการเครนยก เพื่อให้สามารถเข้าถึงพื้นที่ส่วนอื่นของรถบัส ที่พวกเขาเชื่อว่า มีผู้เคราะห์ร้ายคนอื่นๆ อยู่

ทั้งนี้ ตามข้อมูลของสหประชาชาติ ในปี 2564 บราซิลมีอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรอยู่ที่ 15.7 ศพต่อประชากร 100,000 คน ซึ่งตัวเลขที่สูง เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ เช่นอาร์เจนตินา ที่อัตราอยู่ที่ 8.8 ศพต่อประชากร 100,000 คน

รัฐบาลบราซิลประกาศแผนการหลายอย่าง เพื่อลดจำนวนผู้เสียชีวิตบนท้องถนนลงให้ได้ 50% ภายในสิ้นปี 2573 โดยกระทรวงคมนาคมระบุว่า มาตรการเหล่านี้จะช่วยผู้ขับขี่ยานพาหนะได้กว่า 86,000 คน ระหว่างปี 2564-2573

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : the guardian

กบฏเยเมนอ้าง ยิงมิสไซล์ความเร็วเหนือเสียง โจมตีเทลอาวีฟ เจ็บ 16 ราย

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2832285

กบฏเยเมนอ้าง ยิงมิสไซล์ความเร็วเหนือเสียง โจมตีเทลอาวีฟ เจ็บ 16 ราย

21 ธ.ค. 2567 23:53 น.

กบฏเยเมนอ้าง ยิงมิสไซล์ความเร็วเหนือเสียง โจมตีเทลอาวีฟ เจ็บ 16 ราย

กบฏฮูตีในเยเมนอ้าง ยิงมิสไซล์ความเร็วเหนือเสียงใส่กรุงเทลอาวีฟ อิสราเอลสกัดไม่อยู่ ทำให้มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 16 ราย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลุ่มกบฏฮูตีในประเทศเยเมน ยิงขีปนาวุธเข้าในกรุงเทลอาวีฟ ของอิสราเอล เมื่อวันเสาร์ที่ 21 ธ.ค. 2567 โดยกองทัพอิสราเอลระบุว่า ความพยายามยิงสกัดอาวุธที่ยิงมาจากเยเมนประสบความล้มเหลว ก่อนที่อาวุธดังกล่าวจะตกใส่สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง

ด้านโฆษกของฮูตีอ้างว่า พวกเขาโจมตีเป้าหมายทางทหารในอิสราเอล โดยใช้ขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง อย่างไรก็ตาม อิสราเอลเผยแพร่ภาพที่พวกเขาระบุว่าเป็นจุดตกของมิสไซล์ดังกล่าว แสดงให้เห็นหลุมขนาดใหญ่ที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง ในกรุงเทลอาวีฟ

อย่างไรก็ตาม “เมแกน เดวิด อาดอม” (MDA) องค์กรผู้ให้บริการทางการแพทย์ฉุกเฉินของอิสราเอล ระบุว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากการถูกเศษกระจกหนักต่าง ที่แตกเพราะแรงระเบิดบาดเป็นแผลจำนวน 16 คน

นอกจากนั้น พวกเขายังรักษาผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยขณะหาที่หลบภัยอีก 14 ราย และมีผู้เกิดอาการแพนิคอีก 7 ราย

ทั้งนี้ กลุ่มกบฏฮูตี ซึ่งยึดครองภาคตะวันตกเฉียงเหนือของเยเมนเอาไว้ เริ่มโจมตีอิสราเอลและเรือขนส่งในทะเลแดง หลังจากสงครามในฉนวนกาซาเริ่มขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม 2566 อ้างว่าทำเพื่อแสดงความเป็นหนึ่งเดียวกับชาวปาเลสไตน์

กองทัพอิสราเอลระบุว่า นับแต่นั้นเป็นต้นมา ก็มีจรวดและโดรนรวมกว่า 400 ลำถูกยิงมาจากเยเมน แต่ส่วนใหญ่ถูกยิงสกัดเอาไว้ได้

เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา อิสราเอลโจมตีทางอากาศเข้าใส่เป้าหมายทางทหารของกลุ่มฮูตี กระสุนโดนท่าเรือหลายแห่ง รวมทั้งโครงสร้างพื้นฐานในเมืองหลวงกรุงซานา โดยสถานีโทรทัศน์ “อัล มาซิราห์ ทีวี” ซึ่งฮูตีเป็นผู้ควบคุม รายงานว่า มีผู้เสียชีวิต 9 ศพ ที่เมืองท่าซาลิฟ และที่คลังน้ำมัน “ราส อิสซา”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ผู้นำเยอรมนีประณาม คนร้ายขับรถชนคนที่ตลาดคริสต์มาส ดับแล้ว 5 ศพ เจ็บ 200

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2832280

ผู้นำเยอรมนีประณาม คนร้ายขับรถชนคนที่ตลาดคริสต์มาส ดับแล้ว 5 ศพ เจ็บ 200

21 ธ.ค. 2567 22:48 น.

ผู้นำเยอรมนีประณาม คนร้ายขับรถชนคนที่ตลาดคริสต์มาส ดับแล้ว 5 ศพ เจ็บ 200

นายกฯ เยอรมนี ประณามเหตุคนร้ายขับรถชนผู้คนที่ตลาดคริสต์มาส ในเมืองทางตะวันออก เมื่อค่ำวันศุกร์ที่ผ่านมา ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 5 ศพ บาดเจ็บอีกกว่า 200 ราย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ในวันเสาร์ที่ 21 ธ.ค. 2567 นายโอลาฟ ชอลซ์ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ออกมาประณามเหตุคนร้ายขับรถพุ่งเข้าใส่ฝูงชนที่ตลาดคริสต์มาส ในเมืองแม็กเดบูร์ก ทางตะวันออกของประเทศ เมื่อช่วงค่ำวันศุกร์ที่ผ่านมา ว่าเป็นการกระทำที่ เลวร้ายและไร้เหตุผลมาก

นายชอลซ์ในชุดสีดำ ร่วมกับนักการเมืองทั้งจากรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่น กับหน่วยงานความมั่นคงในเมืองแม็กเดบูร์ก ร่วมกันวางดอกไม้ไว้อาลัยที่โบสถ์ประจำเมือง ก่อนที่นายชอลซ์จะมีแถลงการณ์ ประณามการกระทำของคนร้าย ซึ่งล่าสุดมีผู้เสียชีวิตในโศกนาฏกรรมครั้งนี้แล้ว 5 ศพ บาดเจ็บอีกกว่า 200 ราย

นายกรัฐมนตรีเยอรมนีระบุว่า มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 40 คน ที่อาการ “น่าเป็นห่วง” แต่ไม่บอกรายละเอียดเพิ่มเติม

เขาให้คำมั่นด้วยว่า เยอรมนีจะตอบสนองต่อเหตุการณ์นี้ด้วยขุมกำลังทางกฎหมายทั้งหมด พร้อมทั้งเรียกร้องให้ชาวเยอรมันสามัคคีกัน ท่ามกลางการถกเถียงกันอย่างดุเดือดเรื่องปัญหาผู้อพยพและความมั่นคง ในขณะที่ประเทศกำลังเดินหน้าเข้าสู่การเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า

ทั้งนี้เนื่องจากผู้ต้องสงสัยก่อเหตุคือ หมอจิตเวชชาวซาอุดีอาระเบีย วัย 50 ปี ชื่อว่า ทาลีบ จาวัด อัล อับดุลโมห์เซน โดยเขาถูกตำรวจจับกุมตัวได้ขณะยืนอยู่ข้างรถยนต์อเนกประสงค์ที่ถูกใช้ก่อเหตุ

โอลาฟ ชอลซ์ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี

การสืบสวนเบื้องต้นพบว่า นายอับดุลโมห์เซนอาศัยอยู่ในเยอรมนีตั้งแต่ปี 2549 โดยได้รับอนุญาตให้เป็นผู้อยู่อาศัยถาวร และทำงานที่คลินิกใกล้เมืองแม็กเดบูร์ก

เขายังทำงานเป็นนักเคลื่อนไหวเพื่อสนับสนุนผู้หญิงชาวซาอุดีอาระเบีย และบรรยายตัวเองว่าเป็นผู้ไม่ศรัทธา และแสดงความคิดต่อต้านศาสนาอิสลามอย่างรุนแรง และมักแสดงความเห็นด้วยกับวาทกรรมรุนแรงของกลุ่มขวาจัด ผ่านข้อความที่โพสต์บนโลกออนไลน์

การแสดงความเห็นของเขาหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ ถึงขั้นกล่าวหาว่า รัฐบาลชุดก่อนของเยอรมนีมีแผนทำให้ยุโรปกลายเป็นอิสลาม และแสดงความหวาดกลัวว่าจะถูกเจ้าหน้าที่รัฐหมายหัว

น.ส.แนนซี เฟเซอร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของเยอรมนี กล่าวว่า ถึงแม้เธอจะยังไม่คาดเดาเรื่องแรงจูงใจในการก่อเหตุของคนร้าย แต่สิ่งหนึ่งที่เธอสามารถยืนยันได้คือ ผู้ต้องสงสัยมีแนวคิดต่อต้านอิสลาม

ขณะที่สำนักข่าว บิลด์ เดลีย์ รายงานว่า ผลการตรวจสารเสพติดเบื้องต้นออกมาเป็นบวก โดยชุดตรวจเบื้องต้นที่ตำรวจใช้สามารถตรวจยาเสพติดได้หลายชนิด รวมถึง กัญชา, โคเคน และยาบ้า อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังไม่ออกมายืนยันข้อมูลนี้อย่างเป็นทางการ

โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นทำให้เยอรมนีอยู่ในบรรยากาศของความโศกเศร้า โดยผู้คนจำนวนมากเดินทางมายังโบสถ์ โยฮันเนสเคอร์เชอ โบสถ์หลักของเมืองแม็กเดบูร์ก และร่วมวางเทียน, ดอกไม้ หรือของเล่นเด็ก เพื่อแสดงความอาลัยแก่เหยื่อผู้เสียชีวิต ก่อนจะมีการทำพิธีไว้อาลัยในเวลา 19.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น

ด้านนักกีฬาฟุตบอลที่จะทำการแข่งขันกันในช่วงสุดสัปดาห์นี้ จะร่วมกันสงบนิ่งไว้อาลัยเป็นเวลา 1 นาที รวมทั้งสวมปลอกแขนสีดำ เพื่อแสดงความรำลึกถึงผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บด้วย

ขณะเดียวกัน ทางการเยอรมนีสั่งยกระดับการรักษาความปลอดภัยที่ตลาดคริสต์มาสแห่งต่างๆ เช่นที่เมืองฮัมบูร์ก และไลป์ซิกด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในพิธีทูลเกล้าฯ ถวายฉลองพระองค์ครุยพระบรมราชูปถัมภก

https://www.naewna.com/lady/849516

ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ในพิธีทูลเกล้าฯ ถวายฉลองพระองค์ครุยพระบรมราชูปถัมภก

ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในพิธีทูลเกล้าฯ ถวายฉลองพระองค์ครุยพระบรมราชูปถัมภก

วันพุธ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ในพิธีทูลเกล้าฯ ถวายฉลองพระองค์ครุยพระบรมราชูปถัมภก และทอดพระเนตรการแสดงดนตรีเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 “รวมใจภักดิ์ เฉลิมทศมจักรีนฤบดินทร์ : มหาดุริยางค์ไทย-สากล เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็พระเจ้าอยู่หัว” โดยมี ศ.(พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พร้อมด้วยผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้บริหารจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เฝ้าฯ รับเสด็จ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 ธันวาคม 2567 ณ หอประชุมจุฬาฯ

ครุยพระบรมราชูปถัมภก หรือ ครุยบัณฑิตพิเศษ เป็นฉลองพระองค์ครุยสำหรับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นพระบรมราชูปถัมภกของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เนื่องด้วยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานกําเนิดจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดําริให้ยกโรงเรียนมหาดเล็กเป็นโรงเรียนข้าราชการพลเรือนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นองค์พระบรมราชูปถัมภกของโรงเรียนแห่งนี้ ซึ่งต่อมาได้ทรงสถาปนาขึ้นเป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจึงได้จัดสร้างฉลองพระองค์ครุยพระบรมราชูปถัมภกขึ้นเป็นครุยพิเศษเฉพาะพระมหากษัตริย์ เพื่อสํานึกในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นหาที่สุดมิได้จากพระมหากษัตริย์แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ทูลเกล้าฯ ถวายฉลองพระองค์ครุยพระบรมราชูปถัมภก แด่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นพระองค์แรก เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2473 และได้ทูลเกล้าฯ ถวายฉลองพระองค์ครุยพระบรมราชูปถัมภก แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรประจำปีการศึกษา 2532 เมื่อวันที่12 กรกฎาคม 2533 ซึ่งเป็นศุภมงคลวโรกาสครบ60 ปี แห่งการพระราชทานปริญญาบัตรในประเทศไทยและครบ 40 ปีที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จฯมาพระราชทานปริญญาบัตร ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 72 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ได้ทรงสืบสาน รักษาและต่อยอดพระราชกรณียกิจด้านการศึกษา ได้เจริญรอยตามพระราชจริยวัตรในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรและได้พระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์นานัปการแก่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและแก่แวดวงการศึกษาไทยมาอย่างต่อเนื่องยาวนานเป็นที่ประจักษ์แก่ปวงชนชาวไทย สภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจึงเห็นสมควรทูลเกล้าฯ ถวายฉลองพระองค์ครุยพระบรมราชูปถัมภกแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ครุยพระบรมราชูปถัมภกมีลักษณะเป็นครุยผ้าโปร่งขาว มีสำรดติดขอบรอบแขนและปลายแขนพื้นสำรดใช้สักหลาด “สีเหลือง” เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบรมราชจักรีวงศ์ มีขนาดกว้าง 10 เซนติเมตร มีแถบทองกว้าง 1 เซนติเมตรทาบทับบนริมทั้ง 2 ข้าง ตอนกลางติดแถบทองกว้าง 5 เซนติเมตร และมีตราพระเกี้ยวเงินติดทับบนสำรดตรงหน้าอกทั้ง 2 ข้าง

ในโอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทอดพระเนตรการแสดงดนตรีเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ “รวมใจภักดิ์เฉลิมทศมจักรีนฤบดินทร์ : มหาดุริยางค์ ไทย-สากล ซึ่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับกองทัพไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดขึ้น เป็นการแสดงร่วมกันของคณะนักดนตรีและศิลปินจากกองทัพไทยทุกเหล่าทัพ สำนักงานตำรวจแห่งชาติและจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย