เลือกตั้ง สว. 2567 โค้งสุดท้าย ผู้สมัครสว.รวมตัวคึกคัก นัดหมายพบปะโรงแรมดัง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/577848

25 มิ.ย. 2567

11:03 น.

เลือกตั้ง สว. 2567 โค้งสุดท้าย ผู้สมัครสว.รวมตัวคึกคัก นัดหมายพบปะโรงแรมดัง

โค้งสุดท้าย ก่อน เลือกตั้ง สว. ระดับประเทศ 2567 ผู้สมัครรวมตัวคึกคักโรงแรมดัง อดีต สส.ไทยรักไทยโผล่จัดกิจกรรม รวมกลุ่ม สว.อิสระ

25 มิ.ย. 67 ผู้สื่อข่าวเนชั่นทีวี รายงานว่า เหลืออีกเพียง 1 วันก่อนถึงวัน เลือกตั้
สว. ระดับำประเทศ จากผู้สมัคร 3,000 คน ให้เหลือ 200 คน. สำรอง 100 คนนั้น มีความเคลื่อนไหวผู้สมัครสว.ตามกลุ่มต่างๆอย่างคึกคัก

ล่าสุด เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2567 ที่โรงแรมอมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ต กทม.  กลุ่ม ผู้สมัคร สว. กว่า 500 คน ได้นัดหมายรวมตัวกัน โดยใช้ชื่อว่า “รวมกลุ่ม สว.อิสระ” ที่โรงแรมอมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ต กทม. โดยมีการเปิดให้เซ็นชื่อลงทะเบียน และจ่ายค่าอาหาร คนละ 200 บาท ก่อนเข้าร่วมประชุม

ทั้งนี้ภายในห้องประชุม ได้มีการ จัดโต๊ะเป็นกลุ่มๆ ตั้งแต่กลุ่มที่ 1-20  และมี บอร์ดเตรียมไว้ซักซ้อมการ เลือกตั้ง สว. ระดับประเทศ

เลือกตั้ง สว. 2567 โค้งสุดท้าย ผู้สมัครสว.รวมตัวคึกคัก นัดหมายพบปะโรงแรมดัง

โดนในเวลา เวลา 13.00 น. ผู้จัดกิจกรรม “รวมกลุ่ม สว.อิสระ ” ได้ปรากฎตัวบนเวที หนึ่งในนั้น ปาากฎชื่อ คุณ วิวรรธนไชย ณ กาฬสินธุ์ อดีตสส.กาฬสินธุ์ พรรคไทยรักไทย   ขึ้นกล่าวบนเวที เปิดงาน 

ทั้งนี้ คุณวิวรรธนไชย ยังได้เปิดกลุ่มไลน์ ผู้สมัครสว. ให้ผู้สมัครสว.อิสระ ได้ทำความรู้จักกันมาก่อนที่จะนัดหมาย. ให้ผู้สมัครสว.ที่ผ่านเข้ารอบประเทศมาทำความรู้จักกันในวันนี้ (24 มิ.ย.67) 

สำหรับกิจกรรม แนะนำตัวทำความรู้จัก กันวันนี้. โดยในช่วงเช้า ได้เปิดให้ลงทะเบียน. โดยยื่นบัตรประชาชน ลงชื่ออย่างเปิดเผย. พร้อมกับชำระค่าอาหาร คนละ 200 บาท เพื่อให้เห็นว่า การจัดงานครั้งนี้ เป็นไปแบบ ต่างคนต่างมาทำความรู้จักกันเอง  ไม่ได้เป็นกิจกรรมจัดเลี้ยงผู้สมัคร เพราะจำทำให้เข้าข่ายผิดกม.การ เลือกสว. ได้

หลังการลงทะเบียนรายชื่อว่าเป็นผู้สมัคร คนใด สังกัดกลุ่มใดแล้ว ผู้จัด ได้แจกป้ายชื่อคล้องคอ ถึงเข้ามายังห้องประชุมได้

เลือกตั้ง สว. 2567 โค้งสุดท้าย ผู้สมัครสว.รวมตัวคึกคัก นัดหมายพบปะโรงแรมดัง

ผู้จัด ได้ให้ผู้สมัครสว.แต่ละท่านไปพักผ่อน ทำความรู้จักกันเองนอกรอบก่อน และรับประทานอาหารเที่ยง. ก่อนนัดหมายผู้สมัครสว. เข้าห้องประชุม ในช่วงบ่าย. โดยมีการเก้าอี้ เป็นวงกลม กระจายเป็นกลุ่มจ่างๆ 20 กลุ่ม 

โดยนายวิวรรธนไชย กล่าวบนเวที จะเปิดโอกาสให้ผู้สมัครกลุ่มตนเองได้แนะนำทำความรู้จัก 50 นาที. หลังจากนั้นเวลา 14.00น. จะให้ผู้สมัคร ได้สลับกลุ่ม พบปะพูดคุย

นายวิวรรธนไชย ยังได้กล่าวว่า. ตัวเขาเป็นอดีตสส.  และการ เลือกสว. ครั้งนี้ก็ไม่ได้เป็นผู้สมัคร แต่จัดกิจกรรมนี้ขึ้นมา จากการที่มี ผู้สมัคร สว. จำนวนมาก ยังไม่เคยพบปะหน้าตาพูดคุยกันแบบเห็นหน้ากันเลย จึงได้จัดกิจกรรมนี้ขึ้น. และเป็นกิจกรรมที่ไม่ได้เข้าข่ายการกระทำผิดกม. 

“ในเมื่อกกต.ไม่ได้จัดให้ผู้สมัคร ได้รู้จักกัน. เราก็ขอทำหน้าที่แทนกกต.ให้” นายวิวรรธนไชย กล่าว

เลือกตั้ง สว. 2567 โค้งสุดท้าย ผู้สมัครสว.รวมตัวคึกคัก นัดหมายพบปะโรงแรมดัง

“อนุทิน” ชี้ แก้กฎหมายต่างชาติถือครองที่ดิน ไม่เอื้อนายทุน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/577847

25 มิ.ย. 2567

10:55 น.

“อนุทิน” ชี้ แก้กฎหมายต่างชาติถือครองที่ดิน ไม่เอื้อนายทุน

“อนุทิน” ป้อง “นายกฯ – ภูมิธรรม” ชี้แก้กฎหมายต่างชาติถือครองที่ดิน ไม่เอื้อนายทุน สั่ง “กรมที่ดิน” ไปศึกษาวิเคราะห์

25 มิ.ย.2567 นาย อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีการแก้ กฎหมายต่างชาติถือครองที่ดิน เพิ่มเป็น 99 ปี ซื้อคอนโดฯเพิ่มเป็นร้อยละ 75 ว่า กรมที่ดิน กำลังไปพิจารณาร่างกฎหมายอยู่ตามมติ ครม. ที่สั่งการเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และวันนี้เข้า ครม. ไม่ทัน เพราะตนยังไม่เห็น

ส่วนยืนยันจะเดินหน้าเรื่องนี้ไม่ นาย อนุทิน กล่าวว่า เป็นมติ ครม. แต่ต้องไปดูข้อสั่งการให้สอดคล้องกับการวิเคราะห์ปัจจัยด้านบวก ปัจจัยลบของ กรมที่ดิน ที่กำลังไปพิจารณา

การ แก้กฎหมาย จะทำให้สิทธิของคนไทยลดน้อยลงหรือไม่ นาย อนุทิน กล่าวว่า ไม่มีข้อในการกระทำที่เป็นการเลี่ยงบาลีอยู่แล้ว ในกฎหมายส่วนใหญ่ต้องเขียนเงื่อนไขต่าง ๆ เอาไว้ ซึ่งตนเองได้แจ้งไปยังอธิบดี กรมที่ดิน ว่าต้องทำให้ดีที่สุด นำข้อกังวลของประชาชนมาพิจารณา

แต่การกระตุ้นเศรษฐกิจก็ต้องเดินหน้า และปกป้องผลประโยชน์ของประเทศให้มากที่สุด ขอให้มั่นใจว่าสิทธิประชาชนยังอยู่ และไม่ต้องกังวล เพราะไม่มีใครรู้เรื่องที่ดินมากไปกว่า กรมที่ดิน  

มั่นใจถ้าเป็นข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี หรือ ครม. ไม่มีการเอื้อผลประโยชน์ให้กลุ่มนายทุนอยู่แล้ว ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยก็จะพูดลักษณะนี้ แต่รับรองว่า นายกรัฐมนตรี และ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ สั่งการก็ไม่มีเกี่ยวข้องธุรกิจของท่าน

แสวง ส่งทีมตาม สว. 2 รร. ส่องจับทุจริต สงสัย ผู้สมัคร 100 คน เข้าพักที่เดียวกัน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/577846

25 มิ.ย. 2567

10:47 น.

แสวง ส่งทีมตาม สว. 2 รร. ส่องจับทุจริต สงสัย ผู้สมัคร 100 คน เข้าพักที่เดียวกัน

“แสวง” ส่งทีมติดตาม สว. 2 โรงแรม ยันไม่เกรงกลัวหรือเกรงใจใคร แต่แปลกใจผู้สมัครต่างที่รวมตัวอยู่โรงแรมเดียวกันกว่า 100 คน ย้ำหากเอาผิดเรื่องทุจริตต้องมีหลักฐานชัดก่อนส่งศาลฎีกา ชี้แม้เป็น สว.หากพบผิดจริงก็สอยหลังได้

24 มิ.ย. 2567 ที่ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง กล่าวถึงการชี้แจงผู้แทนสถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุล สถานกงสุลกิตติมศักดิ์ และองค์กรระหว่างประเทศประจำประเทศไทยที่จะมาร่วมสังเกตกระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับประเทศในวันที่ 26 มิถุนายน 2567 เพื่อเป็นการชี้แจงกระบวนการได้มาซึ่ง สว.200 คน ของไทย ขณะเดียวกันในวันพรุ่งนี้จะมีคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎร ภาคประชาสังคม ไอลอว์ วีวอช เข้าร่วมสังเกตการณ์ด้วย

ส่วนกรณีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่ กกต. เปิดเผยว่าการจับโกงนั้นไม่ง่ายนายแสวงระบุว่า สิ่งที่ได้ชี้แจงเมื่อวานนี้อยู่ในขั้นการรวบรวมพยานหลักฐาน ไม่ได้เกรงกลัวหรือเกรงใจใคร ซึ่งได้ติดตามความเคลื่อนไหวตั้งแต่การเลือกระดับจังหวัด ที่ได้มารวมตัวกันอยู่ในโรงแรมต่างๆก่อนวันเลือกระดับประเทศในวันพรุ่งนี้  ยังไม่ได้ชี้ชัดว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย เพราะสามารถทำได้เนื่องจากผู้สมัครอ้างว่าเป็นการแนะนำตัว 

โดยทำให้เห็นว่ามี 2 เรื่องอยู่ในเรื่องเดียวกัน ว่ามีสิทธิ์ที่จะพักโรงแรมเดียวกันได้ แต่เหตุใดคนที่มาจากพื้นที่กันหรือว่าต่างจังหวัดแต่ไปพักที่โรงแรมเดียวกัน ถือว่าเป็นเบาะแสที่อาจมีมากกว่าการแนะนำตัวหรือไม่ เมื่อวานได้เข้าไปตรวจสอบ 2 โรงแรม พบว่าเป็นการพบปะเพื่อแนะนำตัว ซึ่งหากผู้สมัคร สว. หากพบหลักฐานหรือความไม่ชอบมาพากลสามารถแจ้ง กกต.ได้ 

“ขณะเดียวกันก็เป็นกระบวนการป้องกันป้องปราม และรวบรวมพยานหลักฐานหากเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมาย จะให้ใบเหลืองใบส้มใบดำใบแดง เราต้องส่งสำนวนไปที่ศาลฎีกาด้วย จะเอาความเชื่อความเห็นอย่างเดียวไปให้ศาลไม่ได้ ต้องมีพยานหลักฐาน เชื่อได้ว่า มีการกระทำฝ่าฝืนกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ดังนั้นจึงบอกว่าการรวบรวมพยานหลักฐานไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะกิจกรรมส่วนหนึ่งเค้าทำถูกกฎหมาย ถูกครึ่งหนึ่งส่วนอีกครึ่งหนึ่งจะถูกหรือไม่อยู่ที่พยานหลักฐาน จึงอยากให้สบายใจว่าไม่ได้ช้าแม้หลักฐานจะยังไม่ได้ในวันนี้ แต่ถึงแม้จะเป็นเป็น สว. ก็สามารถสอยได้หากมีหลักฐาน” นายแสวงกล่าว

นายแสวงยังกล่าวถึงกรณีหากผู้สมัคร สว. ที่ตกรอบระดับประเทศ แต่ไปปรากฏดำรงตำแหน่งเป็นผู้ช่วย สว. หรือตำแหน่งทีมของ สว. จะสะท้อนว่าเป็นการตกลงผลประโยชน์ไว้ล่วงหน้าก่อนหรือไม่นั้น ว่าเป็นเบาะแสอย่างหนึ่ง ประโยชน์กันหรือไม่และเป็นสมมุติฐานว่ามีการแลกประโยชน์กันหรือไม่ เพราะกฎหมายบอกว่าประโยชน์อื่นใดหากคำนวณเป็นเงินได้ แต่ตัดสินเลยไม่ได้ต้องให้ความเป็นธรรม

ส่วนในคืนนี้จะต้องจับตาเรื่องของการชุมนุม แนะนำตัวกันตามโรงแรมต่างๆ ของผู้สมัคร สว. โดยมีบัญชีรายชื่อแล้ว ซึ่งยังไม่แน่ใจหากมีการกระทำผิดอาจทำผิดก่อนที่จะเดินทางมาแล้วก็เป็นได้ โดยจะติดตามและเฝ้าดูว่ามีการกระทำฝ่าฝืนกฎหมายหรือไม่ เชื่อว่าหากพูดไปอย่างนี้ผู้สมัครสว. คงไม่กล้าทำแล้ว โดยไม่ได้ตอบคำถามว่าความเคลื่อนไหวในโรงแรมพบการเมืองฝ่ายการเมืองเข้ามามีส่วนด้วยหรือไม่ เพียงแต่ตอบว่าพบมีผู้ สว. จำนวนกว่า 100 คนอยู่ในโรงแรมเดียวกัน 

เมื่อถามว่ามีความหนักใจหรือไม่กรณีกรณีพบผู้สมัครมารวมตัวกันในโรงแรม นายแสวง กล่าวว่าอยู่ที่พยานหลักฐาน โดยหลายคนอาจคาดคะเนไปแล้วว่าผิด ที่อาจจะมีการทำมากกว่าการแนะนำตัว แต่หากจะดำเนินคดีตามกฎหมายจะต้องมีพยานหลักฐานไปที่ศาลฎีกาพิจารณาตัดสิน

นายแสวง ยังเปิดเผยว่าขณะนี้เหลือผู้สมัคร 2,995 คน จากจำนวน 3,000 คนเนื่องจาก ในฐานะที่เป็นผู้อำนวยการเลือก สว. ระดับประเทศ ได้ สั่งลบชื่อผู้สมัคร 5 คน ที่ขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้าม แม้ผู้สมัครมายื่นคัดค้านต่อศาลฎีกา ศาลก็ยืนตาม กกต. พร้อมกับเน้นย้ำให้ผู้สมัครมารายงานตัวให้ทันช่วงเวลา 08:00 น. ถึง 09:00 น. และมีหลักฐานการยืนยันตัวตนมาด้วย โดยหวังว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย ทั้งนี้คำร้องต่างๆ ที่เกี่ยวกับกระบวนการเลือก สว.ได้พิจารณาเสร็จสิ้น

“ภูมิธรรม” สั่งคลี่ปมบริษัทประมูลข้าว ถูกโยงเป็นนอมินีรัฐบาล

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/577843

25 มิ.ย. 2567

10:28 น.

“ภูมิธรรม” สั่งคลี่ปมบริษัทประมูลข้าว ถูกโยงเป็นนอมินีรัฐบาล

“ภูมิธรรม” สั่งองค์การคลังสินค้า คลี่ปมบริษัทประมูลข้าว เป็นนอมินีรัฐบาลหรือไม่ ภายใน 7 วัน ชี้ผิดทีอาร์เรียกลำดับ 2-3 มาแทน

25 มิ.ย.2567 นาย ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการตรวจสอบบริษัท ประมูลข้าว หลังมีการตั้งข้อสังเกตว่าหนึ่งในบริษัทที่ร่วมประมูลเป็น นอมินี ว่า เรื่องข้าวมีความดราม่ามาโดยตลอด เรื่องนี้พยายามที่จะระบายข้าวทั้ง2กองภายในครั้งเดียว จึงได้มีการตั้งทีโออาร์ขึ้นมาเพื่อให้เกิดการประมูลยกกอง และผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุดให้ราคาที่ 19.073 บาท ขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการต่อรอง

แต่เกิดข้อสงสัยจากสื่อหลายสังกัดว่าผู้ที่ประมูลได้เป็น นอมินี และไม่น่าเชื่อถือว่าจะสามารถทำได้ คือ บริษัท วีเอท อินเตอร์เทรดดิ้ง จำกัด (V8) มีทุนจดทะเบียนเมื่อปี 2563 เพียง 2 ล้านบาท และงบการเงินหมุนเวียนแต่ละปีประมาณ 1 ล้านบาท และยังมีหนี้สะสมอีก 13 ล้านบาท จึงมีการตั้งข้อสังเกตว่า การดำเนินกิจการขณะนี้แล้วมากู้จำนวนเงิน 285 ล้านบาท จึงเกิดข้อสงสัยว่ารัฐบาลกำลังเล่นละคร เป็นลักษณะเพื่อไทยการละคร สร้างนอมินีเพื่อให้มีการเข้ามาดำเนินการ หรือไม่นั้น

นาย ภูมิธรรม กล่าวว่า เมื่อมีการตั้งข้อสังเกตในลักษณะดังกล่าว ถึงแม้ตนจะไม่ได้สนใจเรื่องอื่น ต้องการเพียงการขายข้าวให้ได้เพื่อปิดตำนาน แต่เมื่อเกิดข้อสงสัยเมื่อวานนี้(24มิ.ย.67) จึงสั่งการและทำจดหมายไปถึงผู้อำนวยการ องค์การคลังสินค้า เพื่อตรวจสอบประเด็นข่าวดังกล่าว เพื่อให้เกิดข้อชัดเจนและสิ้นข้อสงสัย ว่า บริษัท V8 ไม่ได้เป็น นอมินี ของใคร และมีความสามารถ ไม่ทิ้งข้าวกลางคัน

โดยขอให้ดูตามข้อกฎหมายและทีโออาร์ โดยมีการขอให้ชะลอและรอเวลา 7 วัน เพื่อตรวจสอบให้เกิดความชัดเจนไม่มีอะไรต่างไปจากทีโออาร์ที่กำหนด ราคา 19.073 บาท ก็เป็นที่น่าพอใจแล้ว เพราะที่ผ่านมาเคยขายได้ 5 บาท

“การทำตรงนี้เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและหายข้อคลางแคลงใจ โดยเฉพาะจากที่ตั้งข้อสังเกตให้เห็นภาพชัดเจนว่าไม่มีปัญหา แต่ถ้าพบว่าเป็น นอมินี จริง เพราะเบื้องต้นทราบข่าวว่ามีบริษัทหนึ่งที่อยู่แถว จ.กำแพงเพชร กับกรรมการของบริษัท V8 มีส่วนที่ทับซ้อนกัน และสถานที่ตั้งของบริษัทก็อยู่ในที่เดียวกัน ที่เคยส่งออกมันสำปะหลัง แต่ไม่เคยส่งออกข้าว หรือส่งแค่จำนวนน้อย แต่ติดแบล็คลิสต์ของ องค์การคลังสินค้า

จึงขอให้ไปตรวจสอบว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ทุกอย่างต้องมีกฎหมายหลักฐานที่ชัดเจน ซึ่งถ้าหากเป็นจริงก็อาจกลับมาพิจารณาในส่วนของกรรมการเรื่องการต่อรองราคา และการประมูลข้าว แต่ถ้าจะมีการเปลี่ยนเข้าใจว่าทางทีโออาร์ต้องไปเรียกผู้ประมูลลำดับสอง หรือถ้าไม่ได้ก็เป็นลำดับสาม”

นายภูมิธรรม กล่าวด้วยว่า สิ่งหนึ่งที่เป็นการพิสูจน์ในเรื่องนี้ คือข้าวยังมีราคา ถ้าข้าวเน่าคงไม่มีใครมาแย่งประมูล ยืนยันว่า ข้าวดี อย่างแน่นอนเพราะทุกคนอยากได้ ทั้งนี้ใครจะได้ไปเราไม่สนใจ เพราะเราอยากได้ราคาข้าวที่ดีแต่เมื่อมีข้อสงสัยก็ต้องทำให้สิ้นข้อสงสัยไม่มีอะไรที่เราต้องไปขัดขวาง เพราะเราอยากขายข้าวเพียงแต่ช่วงนี้อาจต้องมีการชะลอการประกาศผู้ที่ได้รับการประมูล

“นายกฯ” ยังยิ้มได้ ตอบสั้นๆเมื่อ “บิ๊กโจ๊ก” ขู่ฟ้อง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/577838

25 มิ.ย. 2567

10:08 น.

“นายกฯ” ยังยิ้มได้ ตอบสั้นๆเมื่อ “บิ๊กโจ๊ก” ขู่ฟ้อง

“นายกฯ” ยังยิ้มได้ พร้อมทั้งตอบสั้นๆกรณี “บิ๊กโจ๊ก” ขู่ฟ้อง ถ้าไม่ได้กลับเข้ารับราชการ ตามความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกา

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี25 มิ.ย. 2567  กรณี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ บิ๊กโจ๊ก รองผบ.ตร. เข้าร้องเรียน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) กล่าวหา พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ หรือ บิ๊กต่าย รอง ผบ.ตร. ในฐานะอดีต รรท.ผบ.ตร. ในความผิดปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่มิชอบตามมาตรา 157

กรณีมี คำสั่ง ให้ออกจากราชการไว้ก่อน และยังไม่ถอนคำสั่งเดิม แม้ว่าจะมีความเห็นจากคณะกรรมการ กฤษฎีกา แล้วก็ตาม รวมทั้งให้สัมภาษณ์ด้วยว่าถ้าไม่มีคำสั่งให้กลับเข้ารับราชการจะฟ้อง นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี

ล่าสุด นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีประจำสัปดาห์ โดยก่อนการประชุม ให้สัมภาษณ์และยิ้มตอบ กรณีดังกล่าวสั้นๆว่า ยึดมั่นตามกฎหมาย

รัฐเมินส่งออกไก่…ซ้ำเพิ่มภาระผู้ผลิต

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/812548

รัฐเมินส่งออกไก่...ซ้ำเพิ่มภาระผู้ผลิต

รัฐเมินส่งออกไก่…ซ้ำเพิ่มภาระผู้ผลิต

วันอังคาร ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 14.50 น.

รัฐเมินส่งออกไก่…ซ้ำเพิ่มภาระผู้ผลิต  

ไม่ใช่ผู้บริโภค แต่เป็นแม่ค้าขายเนื้อไก่ ที่บ่นออกสื่อว่าไก่แพง กรมการค้าภายในก็รีบแอ๊คชั่นเอาใจแม่ค้า สั่งโรงงาน ห้างร้านต่างๆ ทำรายงานเกี่ยวกับปริมาณและราคาของชิ้นส่วนไก่ทุกวัน ทั้งๆที่สถานการณ์ไก่เนื้อในปัจจุบัน ไม่ใช่ช่วงวิกฤตหรือขาดแคลน ถึงขนาดต้องทำอะไรเช่นนั้น 

จากตารางแสดงราคาไก่เนื้อ ในช่วง พ.ค.-มิ.ย. ปีที่แล้ว ราคาหน้าฟาร์มสูงถึง 45 บาท/กก. จากนั้นเมื่อกลไกตลาดทำงาน ราคาก็ร่วงต่อเนื่องลงมา จนตกต่ำสุดๆที่ 34 บาท/กก. ในเดือนตุลาคม 2566 สวนทางต้นทุนที่พุ่งสูงจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ทำธัญพืชอาหารสัตว์สูงขึ้นทุกตัว รวมถึงราคาพลังงาน และ สภาพอากาศแปรปรวน ที่มีผลต่อการเลี้ยงดูสิ่งมีชีวิต ทำให้คนเลี้ยงไก่ประสบภาวะขาดทุน 

เมื่อระดับราคาไก่ไม่ดี สถาบันการเงินเริ่มไม่มั่นใจ จึงไม่ปล่อยสินเชื่อ กระทบถึงเงินทุนหมุนเวียน ทำให้โรงงานหลายแห่งขาดสภาพคล่อง ต้องลดกำลังการผลิต และบางแห่งถึงกับต้องปิดเพื่อหนีหนี้ เป็นสถานการณ์ที่ยากลำบากของคนเลี้ยงไก่ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งก็ไม่เห็นกรมการค้าภายในออกมาช่วยเหลือผู้ผลิตแต่อย่างใด

ปัจจุบันไก่เนื้อหน้าฟาร์ม เพิ่งขยับราคามาอยู่ที่ 43 บาท/กก. ยังไม่ใช่จุดสูงสุดที่ 45 บาทเหมือนปีที่แล้ว และการนำราคาในช่วงขาดทุนที่ 34-35 บาท/กก. มาเป็นบรรทัดฐานเปรียบเทียบว่าแพงมาก ก็ไม่ใช่เรื่องถูกต้อง ซึ่งหากรัฐเข้าใจ ก็จะไม่นำไปสู่การรายงานปริมาณชิ้นส่วนรายวันแน่นอน

ปกติการรายงานปริมาณชิ้นส่วนเป็นรายวันนั้น เป็นหนึ่งในมาตรการกำกับดูแลสินค้าควบคุมในยามวิกฤตหรือสินค้าขาดแคลน แต่ปัจจุบันเนื้อไก่บ้านเราไม่ได้วิกฤต ไม่มีปัญหาขาดแคลน จึงนับเป็นการเพิ่มภาระให้โรงงานและห้างร้านต่างๆ โดยใช่เหตุ ขณะที่ตลาดในประเทศขณะนี้สามารถปล่อยให้กลไกตลาดทำงานไป แพงนักคนไม่กิน หันไปกินอย่างอื่น เดี๋ยวราคาก็ลงเอง เป็นธรรมชาติของซัพพลายดีมานด์ที่รัฐไม่จำเป็นต้องแทรกแซง

พูดถึงตลาดส่งออกบ้าง อุตสาหกรรมไก่ไทยเป็นที่ยอมรับในมาตรฐานโลก และไทยจัดเป็นผู้ส่งออกเนื้อไก่อันดับต้นๆของโลก สามารถผลิตเนื้อไก่ได้ประมาณ 3.5 ล้านตันต่อปี ส่งออกไปจำหน่ายยังประเทศต่างๆ ราว 1.1 ล้านตัน/ปี สร้างรายได้เข้าประเทศร่วม 2 แสนล้านบาท ขณะที่ปริมาณเนื้อไก่ที่จำหน่ายและบริโภคกันภายในประเทศมีอยู่ราว 2.4 ล้านตัน/ปี คิดเป็นมูลค่าอยู่ที่ 8 หมื่นล้านบาท 

จะเห็นว่า เนื้อไก่ ซึ่งเป็นโปรตีนเนื้อสัตว์ที่ราคาถูกที่สุด สามารถสร้างรายได้จากการส่งออกมหาศาล จึงค่อนข้างแปลกใจที่กรมการค้าภายใน มีท่าทีกำกับการส่งออกไก่ไม่ให้มากขึ้น  สวนทางสิ่งที่ควรจะเป็นในขณะที่ประเทศกำลังต้องการการกระตุ้นเศรษฐกิจ 

ที่ถูกที่ควรคือ ต้องสนับสนุนให้ส่งออกไก่ได้มากขึ้น นำเงินตราเข้าประเทศมาช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจให้เยอะขึ้น อีกทั้งต้องช่วยบริหารจัดการลดต้นทุนการผลิตไก่ไทยให้สามารถแข่งขันด้านราคากับไก่ประเทศอื่นๆได้มากขึ้น ไม่ใช่พะวงว่าส่งออกไก่มากแล้วราคาในประเทศจะสูง หรือกรมไม่รู้จริงๆ ว่าการมีตลาดส่งออกนี่ล่ะ ที่ช่วยให้ราคาไก่เนื้อในประเทศมีเสถียรภาพมากกว่าเนื้อสัตว์ชนิดอื่นๆ

อาจหาญ วิจารณ์ทัศน์ นักวิชาการอิสระ

รองปลัดฯประชุม อนุกก.จัดทำแผน ระบบน้ำทำเกษตร รวมทั้งจัดรูปที่ดิน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/812403

รองปลัดฯประชุม  อนุกก.จัดทำแผน  ระบบน้ำทำเกษตร  รวมทั้งจัดรูปที่ดิน

รองปลัดฯประชุม อนุกก.จัดทำแผน ระบบน้ำทำเกษตร รวมทั้งจัดรูปที่ดิน

วันอังคาร ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการจัดทำแผนการจัดระบบน้ำเพื่อเกษตรกรรมและการจัดรูปที่ดิน ครั้งที่1/2567 โดยมี นายกิตติพร ฉวีสุข ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมชลประทาน (ด้านจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม) สำนักงานจัดรูปที่ดินกลาง และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม โดยสรุปสาระสำคัญ ดังนี้ 1.ที่ประชุมรับทราบ ผลการดำเนินงานการจัดทำโครงการ ซึ่งประกอบด้วยการงานจัดระบบน้ำเพื่อเกษตรกรรมและงานจัดรูปที่ดิน ทั้งนี้ได้มีการจัดทำโครงการแล้ว 2 ครั้ง ได้แก่ (1) ปี 2560 เป็นงานจัดรูปที่ดิน 22 โครงการ เนื้อที่ 121,085 ไร่ และงานจัดระบบน้ำ 162 โครงการ เนื้อที่ 587,606 ไร่ และ (2) ปี 2564 เป็นงานจัดรูปที่ดิน 2 โครงการ เนื้อที่ 14,208 ไร่และงานจัดระบบน้ำ 96 โครงการ เนื้อที่ 968,855 ไร่

2.ที่ประชุมพิจารณาและให้ความเห็นชอบการจัดทำโครงการจัดระบบน้ำเพื่อเกษตรกรรมและการจัดรูปที่ดิน ตามมาตรา 18 และมาตรา 31จำนวน 24 โครงการ เป็นงานจัดรูปที่ดิน 3 โครงการ เนื้อที่ 43,019 ไร่และงานจัดระบบน้ำ 21 โครงการ เนื้อที่ 172,976 ไร่ รวมพื้นที่ทั้งสิ้น215,995 ไร่ แล้วนำเสนอคณะกรรมการจัดรูปที่ดินกลางเพื่อทราบ

ฝนหลวงฯร่วมทำMOU ใช้งานวิจัยแก้ภัยพิบัติธรรมชาติ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/812405

ฝนหลวงฯร่วมทำMOU  ใช้งานวิจัยแก้ภัยพิบัติธรรมชาติ

ฝนหลวงฯร่วมทำMOU ใช้งานวิจัยแก้ภัยพิบัติธรรมชาติ

วันอังคาร ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร พร้อมด้วยผู้บริหารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านวิชาการ ที่สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ โดย นายสุพิศ กล่าวว่า ได้ช่วยบรรเทาภัยพิบัติให้ประชาชนมีน้ำใช้อย่างเพียงพอ โดยพัฒนาและต่อยอดเทคโนโลยีฝนหลวง ใช้ป้องกันและบรรเทาความรุนแรงของภัยพิบัติทางธรรมชาติด้านต่างๆ ซึ่งปัจจัยสำคัญคือการพัฒนาเทคนิคและวิธีปฏิบัติงานให้เกิดประสิทธิภาพด้วยการเชื่อมโยงความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มุ่งเน้นการพัฒนาด้านวิชาการ และเพิ่มศักยภาพการทำงานผ่านการแลกเปลี่ยนข้อมูล เครื่องมือ องค์ความรู้ ประสบการณ์ และความคิดสร้างสรรค์ ตลอดจนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม นำไปสู่การบริหารจัดการน้ำ จัดการภัยธรรมชาติทันท่วงทีและยั่งยืน

นายสุพิศ กล่าวอีกว่า การลงนามบันทึกความเข้าใจครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์และขอบเขตความร่วมมือ ประกอบด้วย สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) จะร่วมกันดำเนินงานวิจัยพัฒนาและขยายผลองค์ความรู้ด้านดาราศาสตร์ วิทยาศาสตร์บรรยากาศ วิศวกรรมศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อการนำไปใช้ประโยชน์กับการทำฝนหลวงและการวิจัยวิทยาศาสตร์บรรยากาศและร่วมให้เกิดเป็นผลสัมฤทธิ์เชิงประจักษ์เพื่อสนับสนุนการผลักดันให้เกิดความมั่นคงทางคุณภาพอากาศ

ส่วนมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จะร่วมกันดำเนินงานวิจัยและพัฒนาการเพิ่มประสิทธิภาพการดัดแปรสภาพอากาศเพื่อรองรับการแก้ไขปัญหาภัยพิบัติอันเนื่องมาจากความผันแปรของภูมิอากาศและสภาวะโลกร้อน และส่งเสริมและพัฒนาบุคลากร เสริมสร้างทักษะ ความรู้ ความสามารถ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทางวิชาการระหว่างบุคลากร ร่วมกันจัดทำโมเดลการบริหารจัดการภัยพิบัติ การพยากรณ์โอกาสการเกิดฝน การเกิดภัยพิบัติฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 เพื่อวางแผนปฏิบัติการฝนหลวงให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือ

ขณะที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ดำเนินงานวิจัยและพัฒนาการเพิ่มประสิทธิภาพการดัดแปรสภาพอากาศเพื่อรองรับการแก้ไขปัญหาภัยพิบัติ โดยมีการถ่ายทอดข้อมูลการปฏิบัติการฝนหลวงไปสู่บุคลากรทางการศึกษา เป็นการพัฒนาบุคลากรและนักศึกษาให้มีความรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติการฝนหลวง ซึ่งเป็นการเผยแพร่ศาสตร์ตำราฝนหลวงพระราชทาน และต่อยอดความรู้ให้กับเยาวชนอาสาสมัครฝนหลวงหรือคนรุ่นใหม่ ให้เกิดการรับรู้ มีความรู้ ความเข้าใจในโครงการพระราชดำริฝนหลวง

รมว.เกษตรฯหารือFAO เตรียมงานฉลองวันดินโลก

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/812409

รมว.เกษตรฯหารือFAO  เตรียมงานฉลองวันดินโลก

รมว.เกษตรฯหารือFAO เตรียมงานฉลองวันดินโลก

วันอังคาร ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ หารือร่วมกับ นายจอง จิน คิม ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) พร้อมด้วย
นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

สำหรับการหารือครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันจัดเตรียมความพร้อมและมีการประสานงานกันอย่างใกล้ชิดนับตั้งแต่ฝ่าย FAO มาเยือนไทย เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยเข้าเฝ้าฯพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และได้กราบทูลข้อริเริ่มการประชุมนานาชาติว่าด้วยทรัพยากรที่ดิน ดินและน้ำที่ยั่งยืน ที่ประเทศไทย โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 400 คนทั่วโลก เพื่อสร้างความมุ่งมั่นในเรื่องการจัดการที่ดิน ดิน และน้ำ อย่างบูรณาการที่ยั่งยืน ซึ่งเป็นรากฐานของการพลิกโฉมระบบเกษตรและอาหาร ส่งเสริมความสำเร็จด้านเทคโนโลยี สถาบัน ธรรมาภิบาลและนวัตกรรมทางสังคมในการจัดการปัญหาการขาดแคลนน้ำ การเสื่อมโทรมของที่ดินและดิน และร่วมกันพิจารณาถึงความท้าทายและโอกาสในการพัฒนาการจัดการที่ดิน ดิน และน้ำแบบบูรณาการและยั่งยืนในภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรง นับเป็นโอกาสที่ดีของประเทศไทยในการแสดงศักยภาพด้านการบริหารจัดการที่ดิน ดินและน้ำอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ มีกำหนดการจัดงานเฉลิมฉลองวันดินโลก ประจำปี2567 และกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง ที่ศูนย์วิจัยการอนุรักษ์ดินและน้ำ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ช่วงวันที่ 5-11 ธันวาคม2567 ในส่วนของการประชุม ILSWF ระหว่างวันที่ 9-11 ธันวาคม 2567 จะจัดขึ้นที่ กทม.โดยขอให้ทั้งสองฝ่ายมีการดำเนินงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดต่อไป

‘ธรรมนัส’ร่วมงาน52ปีตั้งกลุ่มเกษตรกรฯ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/812406

‘ธรรมนัส’ร่วมงาน52ปีตั้งกลุ่มเกษตรกรฯ

‘ธรรมนัส’ร่วมงาน52ปีตั้งกลุ่มเกษตรกรฯ

วันอังคาร ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรฯ เป็นประธานพิธีเปิดงาน“52 ปีวันก่อตั้งกลุ่มเกษตรกร”เทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาครบรอบ 72 พรรษา ที่สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน)ต.ช้างใหญ่ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อเร็วๆ นี้

ทั้งนี้ กรมส่งเสริมสหกรณ์ ร่วมกับคณะกรรมการกลุ่มเกษตรกรแห่งประเทศไทย จัดงานดังกล่าว เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาครบรอบ 72 พรรษา โดยกลุ่มเกษตรกรฯ ก่อตั้งขึ้นเพื่อการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน สร้างอำนาจต่อรองแก่เกษตรกรรายย่อย และเสริมสร้างคุณภาพชีวิตเกษตรกร ตลอดจนส่งเสริมให้เกษตรกรได้นำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาใช้ในการดำรงชีวิตสำหรับกิจกรรมในงาน อาทิ การสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้และกำหนดแนวทางในการพัฒนากลุ่มเกษตรกรฯ สู่ความเข้มแข็ง การจัดนิทรรศการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ของกลุ่มเกษตรกร/จัดแสดงผลงานกลุ่มเกษตรกรดีเด่น ประจำปี 2567 เพื่อเผยแพร่ผลการดำเนินงาน และผลิตภัณฑ์ของกลุ่มเกษตรกร

ปัจจุบันกลุ่มเกษตรกรมีกิจการก้าวหน้าขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสิ้นปี 2566 ประเทศไทยมีกลุ่มเกษตรกร 3,995 กลุ่ม มีสมาชิก 339,162 คน และมีมูลค่าปริมาณธุรกิจสูงถึง 7.7 พันล้านบาท มีธุรกิจหลักคือ ให้สินเชื่อเพื่อการผลิตส่งเสริมการออมในหมู่สมาชิก รวบรวมผลผลิตเพื่อจำหน่าย และจัดหาปัจจัยการผลิตมาจำหน่ายแก่สมาชิกกลุ่มเกษตรกรกว่าร้อยละ 30 มีความเข้มแข็งในระดับ 1 และ 2 ได้รับการพัฒนาด้านการบริการสมาชิกการบริหารจัดการองค์กรและธุรกิจอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มีความเข้มแข็งยิ่งๆ ขึ้นไปในโอกาสนี้นายอรรถกร รมช.เกษตรฯ ได้ร่วมเสวนาในหัวข้อ “นโยบายด้านการผลิตด้านการแปรรูป” ด้วย