ชาวอังกฤษและนักท่องเที่ยว รวมตัวสโตนเฮนจ์รับวัน “ครีษมายัน”

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2794954

ชาวอังกฤษและนักท่องเที่ยว รวมตัวสโตนเฮนจ์รับวัน "ครีษมายัน"

21 มิ.ย. 2567 08:58 น.

ชาวอังกฤษและนักท่องเที่ยว รวมตัวสโตนเฮนจ์รับวัน “ครีษมายัน”

ชาวอังกฤษและนักท่องเที่ยวไปรวมตัวกันที่กลุ่มเสาหินโบราณ “สโตนเฮนจ์” เพื่อเตรียมต้อนรับวัน “ครีษมายัน” ที่เวลากลางวันยาวที่สุดในรอบปี

สำนักข่าวเอพี รายงานว่า ชาวอังกฤษและนักท่องเที่ยวไปรวมตัวกันที่เสาหินโบราณ “สโตนเฮนจ์” ในเมืองวิลต์เชียร์ เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 20 มิ.ย. 2567 เพื่อเตรียมต้อนรับวัน “ครีษมายัน” (Summer Solstice) ที่เวลากลางวันยาวที่สุดในรอบปี ซึ่งถือเป็นวันเปลี่ยนฤดูกาลเข้าสู่ฤดูร้อนของประเทศทางซีกโลกเหนือ และเปลี่ยนสู่ฤดูหนาวของประเทศในซีกโลกใต้

ครีษมายันเกิดขึ้นในวันที่ ซีกโลกเหนือเอียงเข้าหาดวงอาทิตย์มากที่สุด ซึ่งดวงอาทิตย์จะขึ้นทางทิศตะวันออก เฉียงไปทางเหนือมากที่สุด นอกจากนี้ยังถือเป็นวันที่มีช่วงกลางวันยาวนานที่สุด และมีช่วงกลางคืนที่สั้นที่สุดของปีอีกด้วย

ทั้งนี้ สโตนเฮนจ์สร้างขึ้นบนที่ราบที่มีลมพัดแรงทางตอนใต้ของอังกฤษโดยเริ่มตั้งแต่ 5,000 ปีก่อน ต้นกำเนิดและจุดประสงค์ของสถานที่แห่งนี้ยังคงเป็นปริศนา โดยช่องของวงกลมเสาหินยังตรงกับพระอาทิตย์ขึ้นครีษมายัน และพระอาทิตย์ตกครีษมายัน ซึ่งดึงดูดกลุ่มคนที่มีความเชื่อเรื่องในสิ่งลี้ลับ และบูชาดวงอาทิตย์.

ชื่นมื่น ปูตินขับรถลีมูซีน ‘ออรุส’ ให้คิม จอง อึนนั่ง หลังมอบเป็นของขวัญ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2794867

ชื่นมื่น ปูตินขับรถลีมูซีน ‘ออรุส’ ให้คิม จอง อึนนั่ง หลังมอบเป็นของขวัญ

20 มิ.ย. 2567 19:47 น.

ชื่นมื่น ปูตินขับรถลีมูซีน ‘ออรุส’ ให้คิม จอง อึนนั่ง หลังมอบเป็นของขวัญ

ชื่นมื่นสุดๆ ปูตินรับบทสารถี ขับรถลีมูซีนหรูหุ้มเกราะกันกระสุน ‘ออรุส’ ให้คิม จอง อึนนั่ง หลังมอบให้เป็นของขวัญ ในโอกาสมาเยือนเกาหลีเหนือ ครั้งแรกในรอบ 24 ปี

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย มอบรถลีมูซีน ‘ออรุส’ (Aurus) สีดำ เป็นของขวัญให้คิม จอง อึน ในโอกาสมาเยือนเกาหลีเหนือ ครั้งแรกในรอบ 24 ปี อีกทั้งปูติน ผู้นำรัสเซีย ยังรับบทสารถี ขับรถหุ้มเกราะสีดำสุดหรู ออรุส ให้คิม จอง อึน นั่งด้วยตนเอง

มีคลิปวิดีโอเผยให้เห็นความสนิทสนมขณะที่ปูตินขับรถลีมูซีนออรุสให้คิม จอง อึนนั่ง และผู้นำทั้งสองได้พูดคุยกันอย่างสนิทสนมเป็นกันเอง ขณะที่ปูตินขับรถออรุสไปบนนถนนที่ร่มรื่น รอบสวนสาธารณะแห่งหนึ่งในกรุงเปียงยาง จากนั้น คิม จอง อึนก็มาลองขับรถ และให้ประธานาธิบดีปูติน เป็นคนนั่งบ้าง

เจ้าหน้าที่ผู้ช่วยคนหนึ่งของประธานาธิบดีปูตินเปิดเผยเมื่อเช้าวันที่ 20 มิ.ย.ว่า ผู้นำรัสเซียได้มอบรถลีมูซีนหรู ออรุส คันนี้เป็นของขวัญให้แก่คิม จอง อึน ซึ่งนับเป็นรถลีมูซีนที่ผลิตโดยรัสเซีย เป็นคันที่สองของผู้นำเกาหลีเหนือ เพราะสื่อเกาหลีเหนือเคยรายงานในเดือนมีนาคมว่า คิม ได้ขับรถลีมูซีนหุ้มเกราะ ออรุส เป็นครั้งแรก หลังจากประธานาธิบดีปูตินได้มอบรถ ออรุสให้เขาเมื่อดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา 

การเดินทางมาเยือนเกาหลีเหนือในครั้งนี้ ปูตินและคิม จอง อึน ได้ลงนามในสนธิสัญญาความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์รอบด้าน ซึ่งถือเป็นการลงนามในข้อตกลงระหว่างผู้นำรัสเซียและเกาหลีเหนือที่แน่นแฟ้นที่สุด โดยเนื้อหาของข้อตกลงดังกล่าวยังไม่ได้รับการเผยแพร่ออกมา แต่สื่อรัสเซียระบุว่า ปูตินได้กล่าวว่าข้อตกลงนี้ มีเงื่อนไขที่จัดหาความช่วยเหลือร่วมกันในกรณีที่มีการรุกรานกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ก่อนที่ปูตินจะเดินทางมาเยือนเวียดนาม ในวันที่ 20 มิถุนายน 2567

ที่มา : Aljazeera

ลุ้นสัญญาณเสียงใต้น้ำ ช่วยไขปริศนา MH370 หลังสูญหายลึกลับนับ 10 ปี

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2794846

ลุ้นสัญญาณเสียงใต้น้ำ ช่วยไขปริศนา MH370 หลังสูญหายลึกลับนับ 10 ปี

20 มิ.ย. 2567 18:49 น.

ลุ้นสัญญาณเสียงใต้น้ำ ช่วยไขปริศนา MH370 หลังสูญหายลึกลับนับ 10 ปี

ลุ้นสัญญาณเสียงใต้น้ำ ความหวังใหม่ ช่วยไขปริศนาเครื่องบินโดยสารมาเลเซีย แอร์ไลน์ เที่ยวบิน MH370 ตกที่ไหน หลังสูญหายลึกลับนับ 10 ปี

เดลี่เมล รายงาน มีความหวังใหม่ที่อาจช่วยไขปริศนาเครื่องบินโดยสารมาเลเซีย แอร์ไลน์ เที่ยวบิน MH370 กัวลาลัมเปอร์-ปักกิ่ง ประสบเหตุตกและสูญหายมานานกว่า 10 ปี เมื่อทีมนักวิจัยจากสหราชอาณาจักร พบสัญญาณเสียงใต้น้ำ ในช่วงเวลาเดียวกับที่เชื่อว่าเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 777 ลำนี้ตก เมื่อ 8 มีนาคม 2557

ทีมนักวิจัยจากกรุงคาร์ดิฟฟ์ เมืองหลวงเวลส์ ได้พบสัญญาณเสียงใต้น้ำ จากการใช้ไมโครโฟนใต้น้ำ หรือเรียกกันว่า ไฮโดรโฟน (Hydrophone) เพื่อใช้ตรวจจับและวัดคลื่นเสียงใต้น้ำ พบสัญญาณเสียงใต้น้ำเป็นเวลา 6 วินาที ในช่วงเวลาที่เชื่อว่า MH370 ตกเมื่อ 10 กว่าปีก่อน โดยนักวิจัยที่เปิดเผยเรื่องนี้กล่าวว่า จำเป็นต้องมีการทดสอบเพิ่มเติมเพื่อระบุว่าสัญญาณเสียงใต้น้ำที่บันทึกได้นั้น สามารถนำไปสู่การหาจุดตกของเครื่องบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ ลำนี้ได้หรือไม่

ส่วนจุดเริ่มต้นของทีมนักวิจัยในคาร์ดิฟฟ์ ในความพยายามหาจุดตกของเที่ยวบิน MH370 นั้น มาจากข้อสันนิษฐานว่า เครื่องบินโดยสาร ขนาดน้ำหนัก 200 ตัน อย่าง MH370 จะต้องปล่อยพลังงานจลน์ (พลังงานที่เกิดกับวัตถุที่กำลังเคลื่อนที่) พอๆ กับการเกิดแผ่นดินไหวขนาดเล็ก ถ้าหากเครื่องบินพุ่งตกลงในมหาสมุทร ด้วยความเร็ว 200 เมตรต่อวินาที 

โดยพลังงานจลน์ที่ปล่อยออกมานี้ ใหญ่พอที่จะบันทึกได้โดยไมโครโฟนใต้น้ำที่อยู่ห่างจากจุดตกไปไกลหลายพันไมล์ โดยมีไมโครโฟนใต้น้ำสองจุด คือใน Cape Leeuwin ที่รัฐเวสต์เทิร์น ออสเตรเลีย ในประเทศออสเตรเลีย และที่เกาะดิเอโก การ์เซีย ของอังกฤษ ในมหาสมุทรอินเดีย

ทั้งนี้ นับตั้งแต่เครื่องบินโดยสารมาเลเซีย แอร์ไลน์ เที่ยวบิน MH370 พร้อมผู้โดยสารและลูกเรือ 239 ชีวิต ได้สูญหายไปจากจอเรดาร์ และคาดว่าเครื่องบินน้ำมันหมด จนพุ่งตกในมหาสมุทรอินเดีย หลังจากเครื่องบินลำนี้ได้เปลี่ยนเส้นทางบินจากกัวลาลัมเปอร์ไปยังกรุงปักกิ่ง โดยไม่ทราบสาเหตุนั้น ปรากฏว่าจากการค้นหาในพื้นที่ 46,332 ตารางไมล์ กลับไม่พบซากเครื่องบินแต่อย่างใด 

มีเพียงแต่พบซากชิ้นส่วนเครื่องบิน 2-3 ชิ้น ท่ามกลางการเกิดทฤษฎีสมคบคิดมากมายเกี่ยวกับการหายไปอย่างลึกลับของ MH370 จนนับเป็นหนึ่งในโศกนาฏกรรมทางการบินที่หายไปอย่างลึกลับมากที่สุดเลยทีเดียว 

ที่มา : Dailymail

ปูตินเยือนเวียดนาม ต่อจากเกาหลีเหนือ ‘ขอบคุณวางตัวเป็นกลาง’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2794780

ปูตินเยือนเวียดนาม ต่อจากเกาหลีเหนือ ‘ขอบคุณวางตัวเป็นกลาง’

20 มิ.ย. 2567 16:28 น.

ปูตินเยือนเวียดนาม ต่อจากเกาหลีเหนือ ‘ขอบคุณวางตัวเป็นกลาง’

ปธน.ปูตินแห่งรัสเซีย เยือนฮานอย ต่อจากเกาหลีเหนือ ขอบคุณเวียดนามที่ ‘วางตัวเป็นกลาง’ในสงครามยูเครน พบหารือคณะผู้นำของเวียดนาม กระชับสัมพันธไมตรี

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินแห่งรัสเซียมาเยือนกรุงฮานอย เมืองหลวงเวียดนาม ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากประธานาธิบดีโต เลิม และผู้นำทั้งสองได้เดินบนพรมแดง ตรวจแถวกองทหารเกียรติยศต้อนรับผู้นำรัสเซีย ที่ด้านหน้าทำเนียบประธานาธิบดี ในกรุงฮานอย เมื่อ 20 มิถุนายน 2567  

จากนั้น ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย และคณะ ได้ร่วมประชุมหารือกับนายเหงียน ฟู่ จ่อง เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ประธานาธิบดีโต เลิม และนายกรัฐมนตรีฟาม มินห์ จิน แห่งเวียดนาม เมื่อ 20 มิถุนายน 2567 หลังเสร็จสิ้นการเดินทางเยือนเกาหลีเหนือ เป็นครั้งแรกในรอบ 24 ปี

ก่อนมาถึงกรุงฮานอย ประธานาธิบดีปูตินได้ขอบคุณเวียดนามที่ ‘วางตัวเป็นกลาง’ในการทำสงครามของรัสเซียในยูเครน 

วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซียและประธานาธิบดีโต เลิม แห่งเวียดนาม เดินบนพรมแดง ตรวจแถวกองทหารเกียรติยศเวียดนาม ในโอกาสมาเยือนกรุงฮานอย เมื่อ 20 มิถุนายน 2567

ด้าน ‘ดัง มินห์’ เอกอัครราชทูตเวียดนามประจำรัสเซีย กล่าวกับสำนักข่าวเวียดนามว่า การเดินทางมาเยือนเวียดนามของประธานาธิบดีปูตินจะเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลเวียดนามกับรัสเซีย และเป็นโอกาสที่ผู้นำทั้งสองประเทศจะหารือและเสนอมาตรการที่เป็นรูปธรรมในการส่งเสริมการค้าและความร่วมมือระหว่างสองประเทศ

ซีเอ็นเอ็น ชี้ว่า การมาเยือนเวียดนามของประธานาธิบดีปูติน อาจเป็นการส่งสัญญาณให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้นระหว่างสองประเทศ ในขณะที่ผู้นำรัสเซียได้รวบรวมประเทศที่สนับสนุนรัสเซียอย่างชัดเจน ท่ามกลางสถานการณ์รัสเซียถูกชาติตะวันตก และสหรัฐฯ คว่ำบาตรจากการทำสงครามในยูเครน

ทั้งนี้ ประธานาธิบดีปูตินแห่งรัสเซียได้ลงนามในข้อตกลงร่วมกับ คิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือในการมาเยือนเปียงยางครั้งนี้ ซึ่งนับเป็นข้อตกลงที่มีความแน่นแฟ้นกันมากที่สุดระหว่างสองประเทศ นับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามเย็น โดยผู้นำทั้งสองอธิบายถึงข้อตกลงร่วมนี้ว่าเป็นการยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือและรัสเซียครั้งสำคัญ ที่ครอบคลุมถึงเรื่องความสัมพันธ์ด้านมั่นคง การค้า การลงทุน วัฒนธรรม และด้านมนุษยธรรม

ที่มา : CNN

เหล้าเถื่อนทำพิษ ดับแล้ว 34 ศพในอินเดีย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2794763

เหล้าเถื่อนทำพิษ ดับแล้ว 34 ศพในอินเดีย

20 มิ.ย. 2567 15:42 น.

เหล้าเถื่อนทำพิษ ดับแล้ว 34 ศพในอินเดีย

ชาวบ้านในรัฐทมิฬนาฑูของอินเดียเสียชีวิตจากการดื่มเหล้าเถื่อนอย่างน้อย 34 ศพ ขณะที่อีก 80 คนถูกหามส่งโรงพยาบาล


มีผู้เสียชีวิตจากการดื่มเหล้าเถื่อนอย่างน้อย 34 ศพในอินเดีย โดยเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นที่เขตกัลลากูรูจี ในรัฐทมิฬนาฑูทางตอนใต้ของประเทศ และยังมีรายงานผู้ที่ล้มป่วยจากการดื่มเหล้าดังกล่าวอีกอย่างน้อย 80 คน โดยทางการประเมินว่ายอดผู้เสียชีวิตอาจจะเพิ่มขึ้นอีก

จากกรณีดังกล่าวเจ้าหน้าที่ได้ทำการจับกุมผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างน้อย 2 คน และกำลังเร่งขยายผลจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม พร้อมทั้งยังสั่งพักงานเจ้าหน้าที่ตำรวจอาวุโส และเจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐที่ดูแลเกี่ยวกับการลักลอบนำแอลกอฮอล์ผิดกฎหมายในรัฐทมิฬนาฑูอีก 10 คน ฐานปล่อยปละละเลยอีกด้วย

ในแต่ละปีมีประชาชนชาวอินเดียหลายสิบคนที่ต้องเสียชีวิตจากการดื่มเหล้าเถื่อนที่แอบลักลอบต้มกันเอง เนื่องจากเหล้าเหล่านี้ มักจะมีการผสม เมทานอล แอลกอฮอล์ที่เป็นพิษต่อร่างกาย เข้าไปด้วยเพื่อเพิ่มระดับดีกรี โดยหากบริโภคเข้าไป เมทานอลจะทำให้มีอาการวิงเวียนศีรษะ ปวดหัว คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ตาพร่า หรือรุนแรงกว่านั้น อาจจะทำให้ตาบอด ตับเสียหาย และถึงขั้นเสียชีวิต

ขณะที่นายเอ็ม เค สตาลิน มุขมนตรีแห่งรัฐทมิฬนาฑูประกาศจะให้เงินชดเชยจำนวน 1 ล้านรูปีหรือราว 440,000 บาท แก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตจากการดื่มเหล้าเถื่อนครั้งนี้ และ 50,000 รูปีหรือราว 22,000 บาท แก่ผู้ที่ล้มป่วยและต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล โดยยืนยันว่าผู้ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการลักลอบขายเหล้าเถื่อนถูกจับกุมแล้ว และมีการดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ที่ละเลยการปฏิบัติหน้าที่จนทำให้เกิดเหตุสลดครั้งนี้ด้วย ขณะที่ฝ่ายค้านออกมาโจมตีรัฐบาลว่าล้มเหลวกับการแก้ปัญหาเรื่องนี้ พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐมนตรีที่กำกับดูแลเกี่ยวกับการจำหน่ายแอลกอฮอล์ ออกมาแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกด้วย.

ที่มา : BBC

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ เหล้าเถื่อน

ผวา หมอดู ฉายา ‘นอสตราดามุสคนใหม่’ ทายสงครามโลกครั้งที่ 3 เริ่มเดือนนี้

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2794719

ผวา หมอดู ฉายา ‘นอสตราดามุสคนใหม่’ ทายสงครามโลกครั้งที่ 3 เริ่มเดือนนี้

20 มิ.ย. 2567 13:50 น.

ผวา หมอดู ฉายา ‘นอสตราดามุสคนใหม่’ ทายสงครามโลกครั้งที่ 3 เริ่มเดือนนี้

ผวาเลย หมอดูคนดังชาวอินเดีย ฉายา ‘นอสตราดามุสคนใหม่’ ทำนายทายทัก สงครามโลกครั้งที่ 3 จะเริ่มขึ้นในเดือน มิ.ย. ปีนี้

สื่อต่างประเทศรายงานเมื่อ 20 มิ.ย. 2567 ว่า คูชาล กุมาร หมอดูชื่อดังชาวอินเดีย ซึ่งเป็นที่รู้จักในฉายา ‘นอสตราดามุสคนใหม่’ ทำนายทายทักจะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 พร้อมทั้งกล้าประกาศอย่างไม่กลัวจะทายผิดถึงกำหนดวันเวลา ที่สงครามโลกครั้งที่ 3 จะอุบัติขึ้นว่า จะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

คูชาล กุมาร นักโหราศาสตร์ ฉายา ‘นอสตราดามุสคนใหม่’ ซึ่งใช้ศาสตร์จาก โหราศาสตร์พระเวท หรือโหราภารตะ ในการพยากรณ์ดวงชะตา ได้ทำนายไว้ว่า สงครามโลกครั้งที่ 3 อาจเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 10 มิ.ย. หรือวันที่ 18 มิ.ย. หรือไม่ก็วันที่ 29 มิ.ย. 2024

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้วันที่ 10 และวันที่ 18 มิถุนายน ได้ผ่านไปแล้ว โดยที่สงครามโลกครั้งที่ 3 ยังไม่อุบัติขึ้น ตามคำพยากรณ์ของ คูชาล กุมาร ทว่าสถานการณ์โลกในขณะนี้ กำลังตึงเครียดอย่างหนัก เนื่องจากสงครามในยูเครนมีแนวโน้มจะขยายวงกว้างออกไป กลายเป็นสงครามระหว่างองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) และสหรัฐฯ อยู่ฝ่ายเดียวกัน ทำสงครามสู้รบกับรัสเซีย นำโดยประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน และชาติพันธมิตร ก็ทำให้ชาวโลกหวั่นวิตกว่าสงครามโลกครั้งที่ 3 อาจเกิดขึ้นได้

คูชาล กุมาร หมอดูคนดัง ชาวอินเดีย ฉายา ‘นอสตราดามุสคนใหม่’ (CR ภาพ Social Media)

ขณะที่ คูชาล กุมาร กล่าวเตือนด้วยความกังวลว่า คำพยากรณ์ของเขา อาจเป็นการแจ้งเตือนแบบคาดการณ์ล่วงหน้าเพื่อให้ระมัดระวังให้ดีขึ้น และการใช้ยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องอย่างระมัดระวัง โดยเป็นการตีความจากผลกระทบของโลกอย่างร้ายแรง ขณะที่ความผิดพลาดของมนุษย์โดยไม่ตั้งใจหรือความสะเพร่า ประมาทเลินเล่อ ก็ไม่สามารถถูกตัดทิ้งโดยสิ้นเชิง

ทั้งนี้ คูชาล กุมาร นักโหราศาสตร์ชาวอินเดีย ถูกตั้งฉายาว่าเป็นนอสตราดามุสคนใหม่ ซึ่งนอสตราดามุส เป็นชื่อของนักโหราศาสตร์ชื่อดังชาวฝรั่งเศส ซึ่งเคยมีชีวิตในช่วงศตวรรษที่ 16 เพราะก่อนหน้านี้ คูชาล กุมาร เคยพยากรณ์เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นได้อย่างถูกต้องแม่นยำ อย่างเช่น การเกิดเหตุโจมตีโดยกลุ่มก่อการร้ายในเขตเทือกเขาหิมาลัย ทำให้ผู้แสวงบุญชาวฮินดูเสียชีวิต 9 ราย บาดเจ็บ 33 คน รวมทั้งยังทำนายว่าความตึงเครียดในอิสราเอลจะทวีมากขึ้น เนื่องจากกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนยิงจรวดมาโจมตีอิสราเอล เพื่อตอบโต้ที่ผู้บัญชาการฮิซบอลเลาะห์ถูกอิสราเอลสังหาร

ที่มา : Dailymail

นักวิทย์พบ “ไมโครพลาสติก” ในอวัยวะเพศชายเป็นครั้งแรก

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2794726

นักวิทย์พบ "ไมโครพลาสติก" ในอวัยวะเพศชายเป็นครั้งแรก

20 มิ.ย. 2567 13:24 น.

นักวิทย์พบ “ไมโครพลาสติก” ในอวัยวะเพศชายเป็นครั้งแรก

นักวิทยาศาสตร์ในสหรัฐฯ ค้นพบไมโครพลาสติกในอวัยวะเพศชายเป็นครั้งแรก ทำให้เกิดคำถามถึงความเป็นไปได้ที่ไมโครพลาสติกอาจส่งผลต่อภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ

ข้อมูลส่วนหนึ่งของผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ IJIR: Your Sexual Medicine Journal เมื่อวันพุธ (19 มิ.ย.) พบไมโครพลาสติก 7 ชนิดที่แตกต่างกันในตัวอย่างเนื้อเยื่ออวัยวะเพศชาย 4 ใน 5 ตัวอย่าง ที่นำมาจากผู้ชาย 5 คน

ไมโครพลาสติกเป็นชิ้นส่วนโพลีเมอร์ที่มีขนาดเล็กกว่า 5 มิลลิเมตร ไปจนถึง 1 ไมโครเมตร ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อพลาสติกขนาดใหญ่แตกสลาย ไม่ว่าจะโดยการย่อยสลายทางเคมีหรือการสึกหรอทางกายภาพเป็นชิ้นเล็กๆ ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าอนุภาคขนาดจิ๋วบางชนิดสามารถเข้าไปยังเซลล์และเนื้อเยื่อในอวัยวะสำคัญๆ ได้ และมีหลักฐานยืนยันว่าอนุภาคเหล่านี้มีอยู่ในร่างกายของเรามากขึ้น

รันจิธ รามาซามี ผู้เขียนรายงานการศึกษา ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินปัสสาวะสืบพันธุ์ ซึ่งดำเนินการวิจัยขณะทำงานอยู่ที่มหาวิทยาลัยไมอามี กล่าวว่า เขาใช้การศึกษาก่อนหน้านี้ซึ่งพบหลักฐานของไมโครพลาสติกในหัวใจมนุษย์เป็นพื้นฐานสำหรับการวิจัยของเขา รามาซามี กล่าวว่า เขาไม่แปลกใจที่พบไมโครพลาสติกในอวัยวะเพศชาย เนื่องจากมันเป็น “อวัยวะที่มีหลอดเลือดจำนวนมาก” เช่นเดียวกับหัวใจ

ตัวอย่างดังกล่าวนำมาจากผู้เข้าร่วมการศึกษาที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (ED) และอยู่ในโรงพยาบาลเพื่อรับการผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะเพศชาย ที่มหาวิทยาลัยไมอามี ระหว่างเดือนสิงหาคมถึงกันยายน 2566

จากนั้นจึงนำตัวอย่างมาวิเคราะห์โดยใช้การถ่ายภาพทางเคมี ซึ่งพบว่าชาย 4 ใน 5 คนมีไมโครพลาสติกในเนื้อเยื่อองคชาต จากการศึกษาพบว่าไมโครพลาสติกที่แตกต่างกัน 7 ประเภท โดยพบ พอลิเอทิลีน เทเรฟทาเลต (PET) และ พอลิโพรไพลีน (PP) ในปริมาณมากที่สุด

รามาซามี กล่าวว่า จำเป็นต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมเพื่อตรวจสอบความเชื่อมโยงของไมโครพลาสติกที่มีต่อภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ และหากมีระดับไมโครพลาสติกที่เกินกว่านั้น จะทำให้เกิดพยาธิสภาพหรือไม่ และไมโครพลาสติกชนิดใดที่มีความเป็นพยาธิสภาพ

สำหรับผลกระทบที่กว้างขึ้นของการค้นพบครั้งนี้ รามาซามี กล่าวว่า เขาหวังว่าการศึกษานี้จะช่วยสร้างความตระหนักรู้มากขึ้นเกี่ยวกับการมีอยู่ของสิ่งแปลกปลอมภายในอวัยวะของมนุษย์ และส่งเสริมการวิจัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ และกล่าวว่า “เราอาจจำเป็นต้องคำนึงถึงการบริโภคน้ำและอาหารจากภาชนะพลาสติก และพยายามจำกัดการใช้จนกว่าจะมีการวิจัยเพิ่มเติมเพื่อระบุระดับที่อาจก่อให้เกิดพยาธิสภาพ”.

ที่มา CNN

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

ทะเลรัสเซียดุ ดูดกลืนร่างนทท.สาวจมหายต่อหน้าต่อตาแฟนหนุ่ม (คลิป)

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2794705

ทะเลรัสเซียดุ ดูดกลืนร่างนทท.สาวจมหายต่อหน้าต่อตาแฟนหนุ่ม (คลิป)

20 มิ.ย. 2567 12:12 น.

ทะเลรัสเซียดุ ดูดกลืนร่างนทท.สาวจมหายต่อหน้าต่อตาแฟนหนุ่ม (คลิป)

โลกโซเชียลแห่แชร์คลิปภาพเหตุการณ์ ขณะคลื่นลมแรงจัดบริเวณชายทะเลเมืองโซชิของรัสเซีย พัดพานักท่องเที่ยวสาวจมหายไปต่อหน้าต่อตาแฟนหนุ่ม โดยเจ้าหน้าที่เร่งค้นหาตลอด 3 วันแต่ยังไม่พบตัว

คลิปภาพเหตุการณ์บีบหัวใจดังกล่าวถูกถ่ายเอาไว้โดยผู้ที่เห็นเหตุการณ์ โดยในช่วงต้นจะเห็นคู่รักหนุ่มสาว เดินหยอกล้อกันมาตามชายหาดในเมืองโซชิ แต่ในขณะที่ทั้งคู่เดินเล่นอยู่ริมหาด จู่ๆ ก็มีคลื่นขนาดใหญ่ซัดเข้าฝั่งทำให้ทั้งสองคนล้มลง ก่อนที่จะถูกคลื่นลูกต่อๆ มาซัดเข้าใส่ซ้ำจนแยกทั้งคู่ออกจากกัน โดยฝ่ายชายสามารถลุกขึ้นมาได้ แต่ฝ่ายหญิงกลับถูกคลื่นดูดลงทะเล โดยจากคลิปจะเห็นเธอพยายามตะเกียกตะกายว่ายขึ้นมา แต่ก็ไม่สำเร็จ ขณะที่ฝ่ายชายก็พยายามจะเข้าไปช่วยเธอ แต่ชั่วพริบตาคลื่นก็ซัดเธอจมหายไปต่อหน้าต่อตา

ทั้งนี้ มีรายงานว่าหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังเข้าค้นหาเธอต่อเนื่องถึง 3 วันแต่ก็ยังไม่พบร่องรอย และคาดว่าหญิงสาวเคราะห์ร้ายน่าจะเสียชีวิตแล้ว โดยมีการเปิดเผยภายหลังว่าผู้สูญหายคือนางสาว ไดอานา เบลเยเอวา ชาวรัสเซียวัย 20 ปี

ขณะเดียวกันชาวเน็ตต่างก็ประณามผู้ถ่ายคลิปวิดีโอ รวมทั้งผู้ที่เห็นเหตุการณ์ดังกล่าว แต่กลับนิ่งเฉยไม่ยอมเข้าไปช่วยเหลือทั้ง 2 คน จนกระทั่งหญิงสาวจมหายไป โดยต่างแสดงความเห็นว่า หากคนที่ถ่ายคลิปหรือผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ เร่งหาทางช่วยเหลือ หรือแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เร็วกว่านี้หญิงสาวอาจจะรอดชีวิตจากเหตุการณ์นี้ก็ได้.

ที่มา : the sun

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ คลื่นยักษ์

“ดอกซากศพ” เบ่งบานในสวนพฤกษศาสตร์อังกฤษ (ชมคลิป)

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2794686

"ดอกซากศพ" เบ่งบานในสวนพฤกษศาสตร์อังกฤษ (ชมคลิป)

20 มิ.ย. 2567 11:43 น.

“ดอกซากศพ” เบ่งบานในสวนพฤกษศาสตร์อังกฤษ (ชมคลิป)

นักท่องเที่ยวจำนวนมากได้ไปเยี่ยมชมดอกไททันอารัม หรือ “ดอกซากศพ” ซึ่งกำลังเบ่งบาน ที่สวนพฤกษศาสตร์ คิวการ์เดนส์ ในกรุงลอนดอน ของอังกฤษ

นักท่องเที่ยวจำนวนมากต่างเดินทางไปชม “ดอกไททันอารัม” (Titan arum) หรือดอกบุกยักษ์ ที่เริ่มเบ่งบานอยู่ภายในเรือนกระจก “พรินเซสออฟเวลส์” ของสวนพฤกษศาสตร์ คิวการ์เดนส์ (Kew Gardens) ในกรุงลอนดอน ของอังกฤษ ตั้งแต่วันอังคารที่ผ่านมา (18 มิ.ย.)

โดยดอกไททันอารัม มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “ดอกซากศพ” เนื่องจากมีกลิ่นเหม็นเหมือนเนื้อเน่า มักจะบานเพียงทุกๆ 2 ปีเท่านั้น

สวนพฤกษศาสตร์ คิวการ์เดนส์ ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงลอนดอน กล่าวว่า นักท่องเที่ยวจำนวนมากต่างให้ความสนใจทุกครั้งที่ดอกไททันอารัมบาน โดยหวังว่าจะได้สัมผัสกับ “ภาพอันงดงาม” ไปพร้อมๆ กับ “กลิ่นเหม็นที่น่าขยะแขยง” จนทำให้ต้องขยายเวลาเปิดทำการในวันอังคาร 

คิวการ์เดนส์ เปิดเผยว่า พืชชนิดนี้มีโครงสร้างการออกดอกที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งสามารถสูงได้เกือบ 3 เมตร ดอกของมันมีสีเหมือนชิ้นเนื้อ และมียอดแหลมที่สามารถสร้างความร้อน ซึ่งคิวการ์เดนส์กล่าวว่า ช่วยทำให้กลิ่นสามารถเดินทางได้ไกล ซึ่งหมายความว่ามันสามารถดึงดูดแมลงผสมเกสรได้จากระยะไกลถึง 800 เมตร

มาร์นี เชสเตอร์ตัน นักข่าววิทยาศาสตร์และผู้นำเสนอรายการ Inside Science ของ BBC Radio 4 ซึ่งไปเยี่ยมชมเรือนกระจกดังกล่าว เมื่อวันพุธที่ผ่านมา กล่าวว่า ฝูงชนต่างส่งเสียงฮือฮาเมื่อได้เห็นดอกซากศพ

เธออธิบายว่า ดอกไม้นี้ “มีกลิ่นเหม็นมาก” ทันทีที่เราเข้าไปในเรือนกระจก แต่ตอนนี้ “มีกลิ่นเหม็นมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด” เธอกล่าวถึงกลิ่นเหม็นดังกล่าวว่า “เมื่อฉันเอาหน้าเข้าไปใกล้ดอกไม้ ฉันก็ได้กลิ่นห้องน้ำที่ไม่ได้ทำความสะอาด และมีกลิ่นบางอย่างที่คล้ายกลิ่นเน่าของตู้เย็น”

พืชชนิดนี้เติบโตเฉพาะในป่าฝนของเกาะสุมาตรา แต่ใกล้สูญพันธุ์ในป่า เนื่องจากการตัดไม้ทำลายป่า และความเสื่อมโทรมของที่ดิน.

ที่มา BBC

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

“กลาโหม” วางกรอบ “เหล่าทัพ” หักเงินเดือนทหารเกณฑ์ ย้ำ ทหารยุคใหม่ เงินเหลือใช้มากสุด

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/577460

20 มิ.ย. 2567

17:02 น.

"กลาโหม" วางกรอบ "เหล่าทัพ" หักเงินเดือนทหารเกณฑ์ ย้ำ ทหารยุคใหม่ เงินเหลือใช้มากสุด

“กลาโหม” วางกรอบ “เหล่าทัพ” หักเงินเดือนทหารเกณฑ์ ไม่ควรหัก “ค่าดูดส้วม – WiFi” ย้ำ ทหารยุคใหม่ ให้เงินเหลือใช้มากสุด ด้าน “สุทิน” ไฟเขียว พร้อมส่งจเรทหารสุ่มตรวจ

20 มิ.ย. 2567 มีรายงานล่าสุดจากกระทรวงกลาโหม ได้กำหนดแนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับการหักเบี้ยเลี้ยง และเงินเดือนของทหารกองประจำการในส่วนราชการ สังกัดกระทรวงกลาโหม เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยหน่วยที่รับผิดชอบ กำกับดูแล รวมถึงให้การสนับสนุนการฝึกทหารใหม่ สามารถใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติได้อย่างเหมาะสม เป็นไปในรูปแบบเดียวกัน ตรงตามนโยบายของกระทรวงกลาโหม จึงกำหนด กลุ่มค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยจำแนกออกเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้

กลุ่มที่ 1 ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต้องหักจากเงินเดือนพลทหาร คือ การหักค่าประกอบเลี้ยง ประมาณ 2,100 บาทต่อเดือน หรือวันละประมาณ 70 บาท (หรือมื้อละ 23 บาท) ซึ่งเป็นไปตามวัตถุประสงค์ การใช้จ่ายงบประมาณของรายการค่าเบี้ยเลี้ยง

กลุ่มที่ 2 ค่าใช้จ่ายสิ่งของที่ควรดำเนินการจัดหาให้เป็นภาพรวม โดยหักจากเงินเดือนทหาร คือ สิ่งของแรกรับ เช่น ของใช้ส่วนตัว ในรายการที่ไม่สามารถเบิกจ่ายจากงบประมาณได้ เนื่องจากเป็นการอำนวยความสะดวก ให้กับพลทหารที่ไม่สามารถจัดหาของใช้ส่วนตัวได้ครบ และการจัดหาคราวละมากๆ จะทำให้จัดหาได้ในราคาที่ถูกลง หากตรวจพบจัดหาแพงกว่าราคาในตลาด ผู้เกี่ยวข้องต้องจะถูกลงโทษ

กลุ่มที่ 3 ค่าใช้จ่ายที่หักจากเงินเดือนทหารตามความสมัครใจ คือ รายการที่พลทหาร สามารถเลือกได้ว่าจะให้หักเงินเดือนหรือจะไม่ให้หัก เช่น ค่าบริการต่างๆ การซักรีด การตัดเย็บแก้เครื่องแบบ การใช้บริการในร้านค้าสวัสดิการ

สำหรับประเด็นมีปัญหาคือ การจัดหาชุดฝึก ชุดวอร์มเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่ได้รับแจกจ่าย  3 ชุด เนื่องจากหลายหน่วยมองว่าชุดที่แจกไม่พอดีตัว จึงให้ไปตัดเพิ่มให้พอดีตัว เพื่อความสง่างาม โดยหักเงินจากทหารกองประจำการ

ซึ่งทางกระทรวงกลาโหมมอบหลักการไปว่า ในยุคนี้ต้องคิดใหม่ ทำใหม่ ทหารต้องมีเงินเดือนเหลือใช้ให้มากที่สุด จึงให้หลักการไปว่า ชุดแจกไป 3 ชุด ใช้การฝึก 2 ชุด ส่วนอีก 1 ชุด เก็บไว้ใส่กลับบ้าน ยกเว้นทหารสมัครใจไปตัดกันเอง เพราะบางคนเป็นแค่ 6 เดือน ไปให้เขาตัดชุดเพิ่ม กลับไปอยู่บ้านก็ไม่ได้ใช้ และหากมองว่า 2 ชุดไม่เพียงพอต่อการฝึก หากอีก 1 ชุดเก็บไว้ใส่กลับบ้าน ในอนาคตให้เพิ่มแจกเป็น 4 ชุด ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ทหารกองประจำการต้องมารับผิดชอบ

ส่วนกระเป๋าเป้ สำหรับใส่ของประกอบชุดฝึก เวลาเดินทางเข้า-ออกจากหน่วยฝึก (ในกรณีที่หน่วยพิจารณาว่าสิ่งอุปกรณ์ รายการใดมีประโยชน์และมีความจำเป็น แต่ทางราชการยังไม่ได้แจกจ่าย ให้พิจารณาสนับสนุนงบประมาณในการ ดำเนินการแจกจ่ายต่อไป มิให้หักจากเงินเดือนทหารเป็นส่วนรวม)

กลุ่มที่ 4 ค่าใช้จ่ายที่ไม่ควรหักจากเงินเดือนทหาร คือ รายการที่หน่วยฝึกทหารใหม่ควรเป็น ผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายนั้นๆ เช่น ค่าเครื่องช่วยฝึก ค่าเครื่องสนาม เช่น กระติกน้ำ ค่าสาธารณูปโภคต่าง ๆ อย่างค่าดูดส้วม ค่า wifi นอกจากนี้ ยังรวมถึงชุดตรวจยาเสพติด ชุดตรวจโควิด หน้ากากอนามัย แอลกอฮอล์ทำความสะอาด

ส่วนค่าประกันชีวิต พบว่า มีการเก็บในบางเหล่าทัพ กระทรวงกลาโหมจึงให้แนวทางไปว่า ให้นำรายได้จากสวัสดิการเชิงธุรกิจ มาดูแลค่าใช้จ่ายส่วนนี้ โดย นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม ก็เห็นชอบด้วย

นอกจากนี้ กระทรวงกลาโหม ได้เน้นย้ำเพิ่มเติมว่า

1.ในห้วงการฝึกทหารใหม่ ไม่ควรมีการจัดหาเครื่องแต่งกาย และหรือของใช้ส่วนตัวเพิ่มเติม นอกเหนือจากรายการที่ได้รับการแจกจ่ายจากทางราชการ

2. กรณีที่จำเป็นต้องจัดหาสิ่งของเพิ่มเติม โดยใช้เงินเดือนของทหารกองประจำการ จะต้องชี้แจงให้ทหารกองประจำการรับทราบ เข้าใจประโยชน์และความจำเป็น และควรดำเนินการโดยความสมัครใจของทหารกองประจำการ

3. การจัดหาสิ่งของเพิ่มเติมให้แก่ทหารกองประจำการ ต้องอยู่ในการพิจารณาและอนุมัติของ ผบ.หน่วยทหารระดับ ผบ.พัน หรือเทียบเท่าขึ้นไป

4. การชำระค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติมจากเงินเดือนของทหารกองประจำการ ในกรณีที่มีวงเงินค่อนข้างสูง ให้พิจารณาหักเงินเดือนทหารกองประจำการให้น้อยที่สุด โดยใช้วิธีการผ่อนชำระเป็นรายเดือน

5. ให้ควบคุมและกำกับดูแลราคาสินค้าที่จัดหา และจำหน่ายผ่านร้านค้าสวัสดิการ (PX) ให้แก่ทหารกองประจำการให้มีความเหมาะสมและเป็นธรรม ไม่ให้มีราคาสูงกว่าราคาในท้องตลาด

โดยให้ ผบ.หน่วย ทุกระดับ รับผิดชอบกำกับดูแลการปฏิบัติในภาพรวมให้เป็นไปตามนโยบายของกระทรวงกลาโหม พร้อมส่งเจรทหารเหล่าทัพสุ่มตรวจ หากพบไม่ปฏิบัติตามนโยบายของกระทรวงกลาโหม จะต้องลงโทษอย่างจริงจัง ไม่เช่นนั้นจะมีปัญหาเกิดขึ้น