“อุ๊งอิ๊ง” โพสต์ IG หลอดลมตีบ ต้องเข้ารพ.ด่วน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/577434

20 มิ.ย. 2567

14:17 น.

"อุ๊งอิ๊ง" โพสต์ IG หลอดลมตีบ ต้องเข้ารพ.ด่วน

‘อุ๊งอิ๊ง’ โพสต์คลิปผ่านทางสตอรี่ของอินสตาแกรม หลอดลมตีบ ต้องเข้ารพ.ด่วน พ่นยาขยายหลอดลม หลังพาลูกไปฉีดยา

อุ๊งอิ๊ง โพสต์ IG  เข้า รพ. หลอดลมตีบอุ๊งอิ๊ง โพสต์ IG เข้า รพ. หลอดลมตีบ


20 มิ.ย.2567  คุณอุ๊งอิ๊ง หรือ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสต์คลิปผ่านทางสตอรี่ของอินสตาแกรม  (IG) เป็นภาพที่เจ้าตัวสวมเสื้อเชิ้ตสีเขียว กำลังรับยาพ่นเพื่อขยายหลอดลม พร้อมระบุข้อความว่า “หลอดลมตีบ พาลูกมาฉีดยา แต่หมอเห็นแม่ บอกต้องฉีดด้วย”

นายกฯ ตอบไม่รู้ เอกสารหลุด ลงนามคำสั่ง คืนตำแหน่งบิ๊กต่อ บอก รอ วิษณุ แถลง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/577405

20 มิ.ย. 2567

10:26 น.

นายกฯ ตอบไม่รู้ เอกสารหลุด ลงนามคำสั่ง คืนตำแหน่งบิ๊กต่อ บอก รอ วิษณุ แถลง

“นายก” อารมณ์ดี ตอบปม เอกสารหลุด ลงนามคำสั่ง คืนตำแหน่งบิ๊กต่อ กลับ สตช. บอกไม่รู้ ไม่ทราบ รอ “วิษณุ” แถลง ก่อนแย้ม ตนยังไม่ได้เซ็น

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวถึง การแถลงข่าวของนายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี กรณีผลสอบเรื่องสองบิ๊กสีกากีในเวลา 11:00 น. วันนี้ โดยระบุว่าขอให้รอฟัง ซึ่งเป็นขั้นตอนและความก้าวหน้าของปัญหาที่เกิดขึ้นมา และคงมีความชัดเจนขึ้นมา ส่วนจะจบเลยหรือไม่นั้นยังไม่แน่ใจ

ส่วนกรณีที่มีเอกสารคำสั่ง ให้ บิ๊กต่อ หรือ พลตำรวจเอกต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกลับ คืนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  หลุดออกมา  นายกรัฐมนตรีถามกลับทันทีว่า มีลายเซ็นตนหรือไม่ ผู้สื่อข่าวจึงตอบว่าไม่มี นายกรัฐมนตรีจึงพูดต่อว่า “โอเคครับ” ก่อนจะยิ้ม

เมื่อถามว่า เอกสารดังกล่าวเป็นของจริงเพียงแต่รอลายเซ็นจากนายกรัฐมนตรีใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรียิ้มก่อนตอบว่า “11 โมงครับ” และเมื่อถามย้ำว่า เซ็น 11 โมง ใช่หรือไม่นายกก็ยังตอบย้ำคำเดิมว่า “11 โมง”

เมื่อถามย้ำว่าเป็นเอกสารจริงหรือไม่นายกตอบว่า “ผมไม่ขอคอมเมนท์ ไม่ทราบครับ  ไม่ได้ดูด้วย”

และเมื่อถามว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้ทำเอกสารรอนายกรัฐมนตรีลงนามใช่หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า เป็นการทำเอกสารจากในส่วนของคณะกรรมการตรวจสอบที่มีนายฉัตรชัย พรหมเลิศ เป็นประธาน 

และเมื่อผู้สื่อข่าวพยายามถามต่อถึงเอกสารที่หลุดออกมานายกรัฐมนตรีไม่รอให้ถามจบ โดยพูดคำเดิมว่า “ไม่ทราบครับ ผมไม่คอมเม้นต์ในเรื่องที่เอกสารหลุดหรือไม่หลุดออกมา ได้ยินข่าวเหมือนกันแต่ไม่ได้อ่าน ไม่ได้ดูด้วย เพราะผมทราบอยู่ว่าผมยังไม่ได้เซ็น ดังนั้นจึงไม่อยากมาดูว่าเป็นของจริงหรือของปลอมอะไร”

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าหลังจากแถลง 11 โมงแล้วจะลงนามในเอกสารเลยหรือไม่ นายกรัฐมนตรียิ้มและหัวเราะในลำคอ ก่อนย้ำคำเดิมว่ารอแถลงก่อนแล้วกัน ทีละขั้น ทีละตอน

ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่าระหว่างการให้สัมภาษณ์เรื่องนี้นายกอารมณ์ดียิ้มและหัวเราะตลอดเวลา

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 

ผู้ช่วยฯร่วมประชุม เครือข่ายประมงพื้นบ้าน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/811476

วันพฤหัสบดี ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ดร.จอมขวัญ กลับบ้านเกาะ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปล่อยพันธุ์ลูกกุ้งกุลาดำ 1,000,000 ตัว ที่หน้าสะพานปลาสมุทรสาคร และร่วมประชุม “เครือข่ายประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย เพื่อการทำประมงอย่างยั่งยืน” โดยมี นายปรีดา ยังสุขสถาพร ผอ.องค์การสะพานปลา และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม โดย ดร.จอมขวัญชี้แจงความคืบหน้าการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.แก้ไข พ.ร.ก.ประมง พ.ศ.2558 พ.ศ. …ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ สภาผู้แทนราษฎร ให้พี่น้องเครือข่ายประมง 22 จังหวัด ได้รับทราบ และรับหนังสือร้องเรียนจากสมาคมประมงชายฝั่ง อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ที่ขอให้ รมว.เกษตรฯ ช่วยเหลือเยียวยาชาวประมงที่ได้รับผลกระทบจากน้ำเสียจนทำการประมงไม่ได้

จากนั้น นายสุวัฐน์ วงศ์สุวัฒน์ ผู้ตรวจราชการกรมประมง เป็นประธานการประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น “เครือข่ายประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย เพื่อการทำประมงอย่างยั่งยืน” โดยมีรศ.ดร.กังวาลย์ จันทรโชติ ผู้แทนมูลนิธิ TBTI GLOBAL และ ผศ.ดร.ดังนภสร ณ ป้อมเพชร ผู้แทนโรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ร่วมกับสมาชิกชาวประมงพื้นบ้านและผู้มีส่วนได้เสียด้านประมง ใน 3 ประเด็นคือ 1.ประมงพื้นบ้าน และเสียงที่ไม่มีใครได้ยิน 2.การกระจายอำนาจถึงประมงพื้นบ้านผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มสุดท้าย และ 3.อนาคตของการทำประมงพื้นบ้านในฐานะผู้รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งที่ประชุมได้มีการหารือและลงมติในการจัดตั้ง “สมาคมประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย” โดยมีนายดำรง แดงโชติ ผู้แทนสมาคมประมงพื้นบ้าน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานสมาคมฯ

‘อรรถกร’ชมแปลงต้นแบบ พันธุ์มะพร้าวน้ำหอมGIบ้านแพ้ว

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/811477

วันพฤหัสบดี ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ ตรวจเยี่ยมสวนทรัพย์ประภา “สมุทรสาครโมเดล การผลิตมะพร้าวน้ำหอม GI สร้างรายได้สูง” โครงการ 76 จังหวัด 76 โมเดล การผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยมูลค่าสูง โดยมอบใบเกียรติบัตรรับรองแปลงต้นแบบแม่พันธุ์มะพร้าวน้ำหอม GI บ้านแพ้ว ให้แก่นายประเสริฐ ทรัพย์มา มอบใบประกาศ GAP Monkey Free Plus ให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอม 14 ราย และมอบต้นพันธุ์มะพร้าวน้ำหอมพันธุ์ดีให้เกษตรกร 10 ราย ที่สวนทรัพย์ประภา จ.สมุทรสาคร

นายอรรถกร กล่าวว่า สวนทรัพย์ประภา เป็นต้นแบบการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยมูลค่าสูง รวมทั้งเป็นแปลงต้นแบบแม่พันธุ์มะพร้าวน้ำหอม GI บ้านแพ้ว ได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP และ GAP Monkey Free plus มีการใช้ประโยชน์จากเศษวัสดุ (Zero waste) และสามารถขยายผลเทคโนโลยีสู่กลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตมะพร้าวน้ำหอมในพื้นที่ ให้สามารถนำเทคโนโลยีไปใช้ประโยชน์ทั่วประเทศ

นายอรรถกรกล่าวอีกว่า ได้ส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ ปลอดภัย โดยจะเร่งตรวจรับรองการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี หรือ GAP (Good Agricultural Practices) ให้เกษตรกรมากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในสินค้าเกษตร ยกระดับมาตรฐานทั้งการนำเข้าและส่งออก สำหรับปัญหาอื่นๆ เช่น น้ำในแหล่งน้ำ ที่ปีนี้เกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวได้รับผลกระทบ จะเร่งหารือแนวทางช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องที่ได้รับความเสียหาย นอกจากนี้เรื่องการจัดการซากมะพร้าวที่เหลือใช้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งหาแนวทางนำวัสดุเหลือดังกล่าวไปทำให้เกิดประโยชน์

รมช.เกษตรฯ กล่าวถึงแนวโน้มราคามะพร้าวที่เกษตรกรเป็นกังวล ว่าเนื่องจากช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคม มีผลผลิตจำนวนมากออกสู่ตลาด อาจทำให้เกิดปัญหาสินค้าล้นตลาด ก็จะร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ ภาคเอกชน วางแผนหาตลาดรองรับ ป้องกันไม่ให้สินค้าล้นตลาด

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรราชบุรี สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 5 ได้คัดเลือกสวนทรัพย์ประภาเป็นโมเดลระดับจังหวัด ที่ได้นำเทคโนโลยี ซึ่งเป็นผลงานวิจัยของกรมวิชาการเกษตรมาใช้ในการแก้ปัญหา และเพิ่มมูลค่าของผลผลิต ได้แก่ เทคโนโลยีการคัดเลือกแม่พันธุ์ดี การป้องกันกำจัดแมลงศัตรูมะพร้าวโดยวิธีผสมผสาน การจัดการสวนแบบ Zero waste และการรับรองมาตรฐาน GAP Monkey Free Plus อีกทั้งยังเป็น “แปลงต้นแบบแม่พันธุ์มะพร้าวน้ำหอม GI บ้านแพ้ว” ที่ผ่านการรับรองโดยกรมวิชาการเกษตร สามารถสร้างรายได้ถึง 184,266 บาทต่อไร่ต่อปี และมีเกษตรกรเครือข่าย 39 ราย

ที่ปรึกษาฯลงพื้นที่ เยี่ยมชมศูนย์วิจัยฯ สนับสนุนกิจกรรม พัฒนาอาหารสัตว์

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/811478

ที่ปรึกษาฯลงพื้นที่  เยี่ยมชมศูนย์วิจัยฯ  สนับสนุนกิจกรรม  พัฒนาอาหารสัตว์

ที่ปรึกษาฯลงพื้นที่ เยี่ยมชมศูนย์วิจัยฯ สนับสนุนกิจกรรม พัฒนาอาหารสัตว์

วันพฤหัสบดี ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายบุญสิงห์ วรินทรรักษ์ ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ เยี่ยมชมและติดตามการดำเนินงานศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์เชียงราย ต.บ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย โดยมีนายสัตวแพทย์ประภาส ภิญโญชีพ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ นายเศกสรรค์ สวนกูล ผอ.สำนักพัฒนาอาหารสัตว์ นายพืชผล
น้อยนาฝาย ปศุสัตว์ จ.เชียงราย นายโชคชัย วงละคร หัวหน้าด่านกักกันสัตว์เชียงราย นางพรพิมล บุญวงค์ ผอ.ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์เชียงราย และเจ้าหน้าที่สังกัดกระทรวงเกษตรฯ ร่วมให้ข้อมูลในการตรวจราชการครั้งนี้

ทั้งนี้ ในปี 2567 ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์เชียงราย มีภารกิจสนับสนุนเสบียงอาหารสัตว์ให้ จ.เชียงราย และแม่ฮ่องสอน มีเป้าหมายการพืชอาหารสัตว์ ได้แก่ หญ้าแห้ง 86,400 กิโลกรัม/ปี หญ้าหมัก 15,000 กิโลกรัม/ปี หญ้าสด 20,000 กิโลกรัม/ปีและท่อนพันธุ์ 33,300 กิโลกรัม/ปี

สำหรับศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์เชียงราย มีภารกิจ ผลิตเมล็ดพันธุ์พืชอาหารสัตว์ และเสบียงสัตว์เพื่อสนับสนุนกิจกรรมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบภัยธรรมชาติในพื้นที่รับผิดชอบ พร้อมศึกษา วิเคราะห์ วิจัย และพัฒนาเทคโนโลยีด้านอาหารสัตว์ที่เหมาะสม ทดสอบ สาธิต เผยแพร่ ถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านอาหารสัตว์ให้แก่เกษตรกรและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติในพื้นที่รับผิดชอบ และตรวจสอบและรับรองการผลิตเมล็ดพันธุ์พืชอาหารสัตว์และเสบียงสัตว์ของเกษตรกรเครือข่าย

‘บุญสิงห์’ชูการมีส่วนร่วมงานสหกรณ์ฯ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/811475

วันพฤหัสบดี ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายบุญสิงห์ วรินทรรักษ์ ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาสมาชิกสร้างการมีส่วนร่วมในการกำกับดูแลกิจการสหกรณ์ โดยมีนายนิรันดร์มูลธิดา รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ นายคัมภีร์ นับแสง สหกรณ์ จ.พะเยา นายปรีชา ยะตา ประธานกรรมการสหกรณ์การเกษตรเมืองพะเยา จำกัดและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมที่สหกรณ์การเกษตรเมืองพะเยา ต.เวียง อ.เมือง จ.พะเยา มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้าอบรมมีความรู้ความเข้าใจเรื่องอุดมการณ์ หลักการ วิธีการคุณค่าของสหกรณ์ และการดำเนินธุรกิจของสหกรณ์ มีความรู้ความเข้าใจในบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบในฐานะสมาชิกที่มีต่อสหกรณ์มากขึ้น พร้อมทั้งให้สมาชิกสหกรณ์มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อน พัฒนา และแก้ไขปัญหาสหกรณ์ของตนเอง และให้สหกรณ์สามารถเป็นที่พึ่งและตอบสนองความต้องการที่จำเป็นให้กับสมาชิกได้อย่างแท้จริง ซึ่งเป้าหมายผู้เข้าร่วมการอบรม ประกอบด้วย สมาชิกสหกรณ์การเกษตรเมืองพะเยา จำกัด เจ้าหน้าที่สำนักงานสหกรณ์จังหวัด และผู้สังเกตการณ์100 คน

ทั้งนี้ สหกรณ์เป็นองค์กรทางเศรษฐกิจและสังคม เกิดขึ้นจากการรวมกลุ่มของคนที่มีรูปแบบการดำเนินชีวิตที่คล้ายคลึงกัน มีอุดมการณ์ และแนวคิดร่วมกันที่จะแก้ไขปัญหาจากการประกอบอาชีพ หรือความต้องการบริการที่เหมือนกัน แต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหานั้นได้โดยลำพัง จึงรวมกันช่วยเหลือตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน จัดตั้งเป็นสหกรณ์การพัฒนาสหกรณ์ให้เจริญก้าวหน้าทางธุรกิจและเกิดความยั่งยืน เป็นองค์กรธุรกิจที่ดีเป็นที่พึ่งของมวลสมาชิกสหกรณ์นั้น ต้องเกิดจากความร่วมมือของทุกฝ่าย แต่ละบุคคล แต่ละกลุ่ม ต้องมีความรู้ความเข้าใจ รู้จักหน้าที่ของตนเอง ดำเนินการในบทบาทที่เหมาะสม โดยเฉพาะสมาชิกที่เป็นเจ้าของสหกรณ์ ต้องร่วมกันขับเคลื่อนสหกรณ์ให้เจริญก้าวหน้าและมีประสิทธิภาพ

หมูเถื่อน..คดีพิศวง สาวไม่ถึงตัวการใหญ่ รัฐต้องเอาจริง ตรวจสอบ DSI เร่งปิดคดี

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/811484

หมูเถื่อน..คดีพิศวง สาวไม่ถึงตัวการใหญ่ รัฐต้องเอาจริง ตรวจสอบ DSI เร่งปิดคดี

หมูเถื่อน..คดีพิศวง สาวไม่ถึงตัวการใหญ่ รัฐต้องเอาจริง ตรวจสอบ DSI เร่งปิดคดี

วันพุธ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 17.47 น.

หมูเถื่อน..คดีพิศวง สาวไม่ถึงตัวการใหญ่ รัฐต้องเอาจริง ตรวจสอบ DSI เร่งปิดคดี

การลักลอบนำเข้า “หมูเถื่อน” น่าจะเข้าข่าย “คดีพิศวง” ที่หน่วยงานผู้เกี่ยวข้องไม่สามารถสาวไปถึงตัวการใหญ่ได้ ทั้งที่มีข่าวมาเป็นระยะว่ามีการบุกตรวจเปิดตู้แช่เย็นตามท่าเรือต่างๆ จนพบหมูเถื่อนซุกซ่อนอยู่หลายต่อหลายล็อต แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่สามารถปิดคดีได้ จนกลายเป็นคดีที่มีความยืดเยื้อที่สุดอีกหนึ่งคดีของไทย

ล่าสุด DSI ออกมาเปิดเผยถึง คดีหมูเถื่อน 2,388 ตู้ หลังจากใช้เวลาขยายผลมานานกว่า 1 ปี แต่ก็ยังคงอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งที่ระยะเวลาทำงานที่ผ่านมาก็เนิ่นนามมาถึงขวบปี เป็นการดำเนินการขยายผลตามข้อกังวลของเกษตรกรผู้เลี้ยงหมู แต่ก็ยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลมากไปกว่านี้ได้ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะกลัวเสียรูปคดี หรือกลัวจะไปสะดุดตอใหญ่ที่ยังไม่ผุดขึ้นมากันแน่

ก่อนนี้ สิทธิพันธ์ ธนาเกียรติภิญโญ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ได้ร้องรัฐตรวจสอบหมูเถื่อนซ้ำทั่วประเทศ พร้อมเร่งดำเนินคดี ด้วยหวั่นว่าจะยังมีหมูเถื่อนตกค้างในระบบ และมีการระบายออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก ส่งผลต่อราคาหมูมีชีวิตหน้าฟาร์ม ที่ยังไม่สามารถปรับขึ้นข้ามเส้นคุ้มทุนไปได้ โดยราคาหน้าฟาร์มปัจจุบันอยู่ที่ 68-76 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่เกษตรกรกลับต้องแบกรับต้นทุนการเลี้ยงที่อยู่ในระดับสูงถึง 80-82 บาทต่อกิโลกรัม ไม่ต่างกับการบีบคั้นให้คนเลี้ยงหมูต้องพ้นจากอาชีพนี้

เรื่องนี้ต้องทวงถามการทำงานของ DSI ที่ย้ำว่าขยายผลเกือบทุกมิติแล้ว เหตุไฉนยังเปิดเผยข้อมูลไม่ได้ โดยอ้างเหตุต้องมีพยานหลักฐานอย่างสมบูรณ์เสียก่อน ทั้งที่ก่อนนี้ก็มีการประกาศรายชื่อบริษัทและชื่อนายทุนที่เป็นผู้ลักลอบนำเข้าแล้ว แต่กลับเป็นเพียงการเรียกสอบปากคำและปล่อยตัวไป ไม่ได้มีการดำเนินคดีแต่อย่างใด หากยังปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป มิวายที่ตัวการใหญ่อาจจะรอดคดีกันทั้งขบวนการ

สาเหตุที่เกษตรกรต้องออกเร่งการทำงานของภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ DSI ที่เป็นโต้โผในการปราบปรามหมูเถื่อน เพราะเป็นคดีที่สร้างความเสียหายใหญ่หลวงแก่ประเทศชาติ คนเลี้ยงหมูต่างได้รับผลกระทบจากกลไกราคาหมูที่ถูกบิดเบือน จนราคาตกต่ำกว่าต้นทุนการผลิตจากผลพวงของปัญหาหมูเถื่อน มาเป็นเวลานานถึง 2 ปีกว่า นับจากปี 2565 เป็นต้นมา ทำให้เกษตรกรรายย่อยต้องออกจากระบบไปนับหมื่นราย จากช่วงปี 2564 ก่อนที่จะเกิดโรคระบาด ASF ไทยมีผู้เลี้ยงหมูราว 150,000 รายทั่วประเทศ แต่ปัจจุบันเหลือแค่ 50,000 ราย หรือเพียงร้อยละ 33 เท่านั้น

วันนี้สิ่งเดียวที่คนเลี้ยงหมูต้องการคือ ขอให้ผู้เกี่ยวข้องกับการปราบปรามหมูเถื่อน เร่งดำเนินการกวาดล้างขบวนการนี้ สาวไปให้ถึงตัวการใหญ่และนำตัวมาดำเนินคดี ใช้อำนาจของกฎหมายจัดการเอาตัวคนผิดมาลงโทษ ให้มารับผิดชอบความเสียหายที่เกิดกับทั้งเศรษฐกิจชาติ อาชีพเกษตรกร และสุขภาพของคนไทยโดยเร็วที่สุด

กันยาพร สดสาย นักวิชาการด้านปศุสัตว์

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์​’ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินการหลังรับการตรวจประเมินระบบควบคุมป้องกันโรคในม้า​ จาก​ EU

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/811451

'อธิบดีกรมปศุสัตว์​'ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินการหลังรับการตรวจประเมินระบบควบคุมป้องกันโรคในม้า​ จาก​ EU

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์​’ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินการหลังรับการตรวจประเมินระบบควบคุมป้องกันโรคในม้า​ จาก​ EU

วันพุธ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 17.00 น.

เมื่อวันที่​ 19​ มิถุนายน​ 2567​ นายสัตวแพทย์สมชวน​ รัตนมังคลานนท์​ อธิบดีกรมปศุสัตว์​ เป็นประธานการประชุมความก้าวหน้าการดำเนินการภายหลังการตรวจประเมินระบบควบคุมป้องกันโรคในม้าของคณะผู้ตรวจประเมินจาก​ EU โดยมี นายสัตวแพทย์บุญญกฤช​ ปิ่นประสงค์​ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์​ นายสัตวแพทย์ณรงค์​ เลี้ยงเจริญ​ ผู้อำนวยการสำนักควบคุม​ ป้องกัน​ และบำบัดโรคสัตว์​ นายสัตวแพทย์เลิศชัย จินตพิทักษ์สกุล​ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ นายสัตวแพทย์วีรพงษ์​ ธนพงศ์ธรรม​ ผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมโรคติดต่อระหว่างสัตว์และคน​ สัตวแพทย์หญิงฉันทนี​ บูรณะไทย​ ผู้เชี่ยวชาญด้านตรวจสอบคุณภาพเนื้อสัตว์​ และผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์​ ​หน่วยม้าทรงประจำพระองค์​ สมาคมกีฬาขี้ม้าแห่งประเทศไทย​ บริษัท​ บี.​ กริม​ คันทรีคลับ​ จำกัด​ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง​ เข้าร่วมฯ​ ณ​ ห้องพุทธอุดมสุข​ ตึกอำนวยการ​ ชั้น​ 2​ กรมปศุสัตว์​ พญาไท​

การประชุมครั้งนี้​ เป็นการรายงานความก้าวหน้าการดำเนินการในประเด็นเร่งด่วน​ 3​ ประเด็น​ เพื่อให้ที่ประชุมพิจารณา ประกอบด้วย​ แผนเฝ้าระวังโรค Surra ตรวจสถานกักกันสัตว์​ และจัดทำข้อมูลวัคชีน AHS

วัตสัน ประเทศไทย ฉลองเดือนสีรุ้งกับ ‘Pride to be MORE’ สร้างความภูมิใจผ่านแนวคิด ‘ยิ่งยอมรับ ยิ่งเป็นตัวเอง ยิ่งมีพลัง’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/811421

วัตสัน ประเทศไทย ฉลองเดือนสีรุ้งกับ ‘Pride to be MORE’  สร้างความภูมิใจผ่านแนวคิด ‘ยิ่งยอมรับ ยิ่งเป็นตัวเอง ยิ่งมีพลัง’

วัตสัน ประเทศไทย ฉลองเดือนสีรุ้งกับ ‘Pride to be MORE’ สร้างความภูมิใจผ่านแนวคิด ‘ยิ่งยอมรับ ยิ่งเป็นตัวเอง ยิ่งมีพลัง’

วันพฤหัสบดี ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

วัตสัน ประเทศไทย ร่วมกับพันธมิตรและเหล่าทัพดาราชื่อดัง จัดกิจกรรมเฉลิมฉลองเดือนแห่งความภาคภูมิใจ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Pride to be MORE”-ยิ่งยอมรับ ยิ่งเป็นตัวเองยิ่งมีพลัง ใจกลาง สยามสแควร์ ซอย 5 ตอกย้ำจุดยืนความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรผ่านการสร้างพื้นที่ให้กลุ่มผู้มีความหลากหลาย (LGBTQIAN+) ได้แสดงออก และสร้างการมีส่วนร่วม มุ่งยกระดับสังคมไทยให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง

กิจกรรม “Pride to be MORE” ถูกจัดขึ้นไม่ใช่เพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมและสนับสนุนให้ทุกคนแสดงออกในแบบของตัวเองเพียงเท่านั้น แต่ยังเชิญชวนทุกคนมาร่วมทำดีผ่านแคมเปญพิเศษอย่าง “Pride to be MORE ช้อปภูมิใจ ได้อิ่มบุญ” โดยสมาชิกที่ช้อปครบ 3,000 บาทขึ้นไปที่ร้านสาขาสยามสแควร์ และวัตสันออนไลน์ จะได้รับกระเป๋ารักษ์โลก “Pride to be MORE” มูลค่า 590 บาท ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2567
โดยรายได้ไม่หักค่าใช้จ่ายนำไปสมทบทุนให้กับศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย

นวลพรรณ ชัยนาม ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ วัตสัน ประเทศไทย กล่าวว่า “วัตสันมุ่งมั่นที่จะสร้างสังคมให้เป็นพื้นที่ที่ทุกคนสามารถมีความสุขในแบบฉบับของตนเอง ผ่านการสร้างความเท่าเทียมและการยอมรับจากสังคม ซึ่งกิจกรรม “Pride to be MORE” ไม่ใช่แค่การเฉลิมฉลองความหลากหลายทางเพศ แต่เป็นการตอกย้ำเจตนารมณ์อันแน่วแน่ของเราในการสนับสนุนและส่งเสริมให้ทุกคนได้แสดงออกถึงอัตลักษณ์และสื่อสารความเป็นตัวของตัวเองได้อย่างเสรี เราหวังว่างานนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นและนำไปสู่สังคมที่ทุกคนสามารถเป็นตัวเองได้อย่างมีพลัง”

สามารถติดตามข่าวสารและข้อมูลเพิ่มเติมของวัตสันได้ที่สื่อประชาสัมพันธ์ ณ จุดขาย หรือ Line Official @WatsonsTH, เว็บไซต์ Watsons.co.th หรือผ่านแอป WatsonsTH ดาวน์โหลดได้ที่ Google Play Store และ App Store

คณะแพทย์ จุฬาฯ ร่วม 10 องค์กรการแพทย์ชั้นนำ ลงนามความร่วมมือพัฒนาแพลตฟอร์ม MedUMORE

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/811411

คณะแพทย์ จุฬาฯ ร่วม 10 องค์กรการแพทย์ชั้นนำ  ลงนามความร่วมมือพัฒนาแพลตฟอร์ม MedUMORE

คณะแพทย์ จุฬาฯ ร่วม 10 องค์กรการแพทย์ชั้นนำ ลงนามความร่วมมือพัฒนาแพลตฟอร์ม MedUMORE

วันพฤหัสบดี ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

พิธีลงนามความร่วมมือระหว่างคณะแพทยศาสตร์และ 10 องค์กรแพทย์

คณะแพทย์ จุฬาฯ ร่วมกับ 10 องค์กรการแพทย์ชั้นนำของประเทศไทยและลาว ประกอบด้วย แพทยสภาสถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา, สภากาชาดไทยสมาคมโรคตับแห่งประเทศไทย, สมาคมรูมาติสซั่มแห่งประเทศไทย, สมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย,ศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย, สมาคมปลูกถ่ายอวัยวะแห่งประเทศไทย, สภาเทคนิคการแพทย์, Faculty of Medicine, University of Health
Sciences, Lao People’s Democratic Republic และสมาคมนักสังคมสงเคราะห์ทางการเเพทย์ไทย ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านแพลตฟอร์ม MedUMORE 

คณะแพทย์ จุฬาฯ พัฒนา Online Learning Platform ภายใต้ชื่อ“MedUMORE”  โดยการจัดงานในวันนี้นำเสนอภายใต้แนวคิด 1-2-10(1 to 10) Med Ed Exponential ซึ่ง 1.หมายถึงวิสัยทัศน์ของ ในการเป็นผู้นำด้านคลังความรู้ออนไลน์ด้าน สุขภาพการแพทย์และสาธารณสุขที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย 2.หมายถึงการดำเนินงาน มาเป็นปีที่ 2 และมีการเข้าชมกว่า 2 ล้านครั้ง สามารถรองรับการใช้งานทุกรูปแบบ ตอบโจทย์วิถีชีวิตคนรุ่นใหม่และการเรียนรู้ที่ไม่จำกัดเพียงแค่ในตำรา โดยรวบรวมเนื้อหา จากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ทั้งในระดับประเทศและระดับโลก ตลอดจนการประชุมวิชาการ และ 10. หมายถึงการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของการศึกษาทางด้านการแพทย์ หรือแบบ Exponential โดยการมีภาคีเครือข่ายเข้าร่วมให้ความรู้ทางการแพทย์และประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญของบุคลากรจาก 10 องค์กรแพทย์ ส่งเสริมให้ MedUMORE เป็น นวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการแพทย์ สู่การเผยแพร่องค์ความรู้ทุกมิติบน Digital Platform ที่มีมาตรฐานเชื่อมต่อผู้ใช้งานทั่วโลกให้สามารถเข้าถึงได้สะดวกรวดเร็วต่อเนื่องและปลอดภัย 

ผศ.(พิเศษ)นพ.สุรินทร์ อัศววิทูรทิพย์, รศ.ดร.ปรีชญา สิทธิพันธุ์, รศ.ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์, ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร, รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์, ศ.พญ.นิจศรี ชาญณรงค์

รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เล็งเห็นถึงความสำคัญของนวัตกรรมทางการศึกษาเป็นอย่างยิ่ง และพร้อมที่จะผลักดันให้แพลตฟอร์ม MedUMORE เป็นโมเดลการเรียนการสอน ที่จะเปลี่ยนแปลงรูปแบบการศึกษาแพทย์แบบดั้งเดิมไปสู่รูปแบบใหม่ที่มีประสิทธิภาพและตอบโจทย์การพัฒนาบัณฑิตแพทย์ยุคใหม่ได้มากยิ่งขึ้นดังนั้นการผสานความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา และองค์กรทางการแพทย์ชั้นนำในระดับประเทศและต่างประเทศมีส่วนช่วยให้แพลตฟอร์มการเรียนรู้อย่าง MedUMORE  แข็งแกร่งและเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติและโลกอย่างมาก

ศ.พญ.นิจศรี  ชาญณรงค์ รองคณบดี ฝ่ายบริการวิชาการคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยว่า นับจากเริ่มเปิดตัวเมื่อเดือนมิถุนายน ปี พ.ศ. 2565 จวบจนถึงปัจจุบัน “MedUMORE” มีผู้เข้าชมครบ มากกว่า 2 ล้านครั้ง ซึ่งเห็นได้ว่าแพลตฟอร์ม  MedUMORE นี้ สามารถตอบโจทย์เรื่องความรู้ทางการแพทย์ให้แก่ผู้ที่สนใจ ไม่ว่าจะเป็นนิสิตแพทย์บุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงประชาชนทั่วไป สามารถเข้ามาเรียนรู้ได้แบบไร้ขีดจำกัด สะดวกดูได้ทุกพื้นที่และเข้าใจง่าย ซึ่งองค์ความรู้ที่ให้บริการมีหลากหลายรูปแบบ อาทิ E-Book คลิปวีดีโอ และเทคโนโลยี เสมือนจริงAR/VR ซึ่งเร็วๆ นี้ จะมีการนำเทคโนโลยีAI GPT Integration และ Multi Visual Learning เข้ามาเป็นตัวช่วยการเรียนรู้ให้กับผู้เรียนด้วย

ผศ.(พิเศษ)นพ.สุรินทร์ อัศววิทูรทิพย์ และ พล.อ.ท.นพ.อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการแพทยสภา

ซึ่งทิศทางการดำเนินงานในอนาคตอันใกล้ “MedUMORE”จะขยายความร่วมมือ กับกลุ่มพันธมิตรไปในองค์กรต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศเพิ่มขึ้น เพื่อให้มีข้อมูลที่หลากหลาย เหมาะกับนิสิตนักศึกษาแพทย์ยุคใหม่ที่ต้องการข้อมูล ความรู้ที่รวดเร็ว ทันสมัย จนในที่สุด จะสามารถพัฒนาให้ “MedUMORE”เป็นศูนย์กลางความรู้ออนไลน์ ด้านการแพทย์ที่ครอบคลุมที่สุด พร้อมทั้งจัดระบบองค์ความรู้ด้านการแพทย์ที่มีอยู่ในหลาย Platform ให้อยู่ในที่เดียวกัน เพื่อเชื่อมต่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงได้สะดวก รวดเร็วและปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีการจัดประชุมวิชาการในรูปแบบใหม่ โดยที่จะบูรณาการองค์ความรู้ทางการแพทย์ สู่ความเป็นเลิศลดความเหลื่อมล้ำ ในการเข้าถึงระบบการศึกษา และสร้างความเท่าเทียมด้านสาธารณสุข รวมทั้งเป็นผู้นำและศูนย์กลางการเรียนรู้ ระดับนานาชาติ

ผศ. (พิเศษ) นพ.สุรินทร์ อัศววิทูรทิพย์ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายบริการวิชาการ คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เสริมว่า “MedUMORE” ได้รวบรวม คอนเทนต์ด้านการแพทย์ไว้มากกว่า 2,000 คอนเทนต์ และคอร์สเรียนออนไลน์เนื้อหา ด้านการแพทย์มากกว่า 900 คอร์สเรียน และยังมีนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ล้ำสมัยให้ ความรู้เรื่องโรคภัยต่างๆ ซึ่งเป็นเรื่องเด่นประเด็นร้อนในสังคมผ่านคลิปวีดีโอสั้น ในช่วง“หมอขอเล่า” โดยมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านต่างๆ ถ่ายทอดความรู้อย่างถูกต้อง โดยมุ่งเป้าหมายให้เกิดพฤติกรรมการแชร์ข้อมูลสุขภาพบนมาตรฐานความรู้ทางวิชาการที่ถูกต้องในสื่อโซเชียล ซึ่งหลายครั้งสังคมส่งต่อข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง แต่หากเข้ามาสืบค้นใน MedUMOREก็จะได้รับรู้ข้อมูลถูกต้องที่มาจากแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ โดยตรงพร้อมกล่าวถึงความพิเศษของแอปพลิเคชั่น“MedUMORE” จะมีระบบจดจำ ประวัติการเข้าเรียน สามารถแนะนำเนื้อหาให้เหมาะสมกับผู้เรียนตามความสนใจ ในแต่ละบุคคล เหมาะสำหรับนักเรียน นิสิตและนักศึกษาแพทย์ รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ และคอร์สชมฟรี สำหรับประชาชนแบบไม่ต้อง Login เมื่อเรียนแล้วยังสามารถทำแบบทดสอบวัดความเข้าใจ และได้รับ Certificate เมื่อเรียนจบอีกด้วย

“วันนี้ผมภูมิใจกับคณะ แพทยศาสตร์ที่มีแพลตฟอร์ม MedUMORE และภูมิใจที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีส่วนช่วยสนับสนุนให้ MedUMORE เป็นแหล่งการเรียนรู้ที่มีการรวบรวมเนื้อหาที่ครอบคลุมในหลายด้านและองค์ความรู้จากความร่วมมือของหลายองค์กรชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็นความรู้ด้านสุขภาพกาย สุขภาพใจสุขภาพเงินและการลงทุน ทักษะด้านบริหารและการจัดการ จากผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขาที่จะช่วยให้ท่านได้เติบโตขึ้นได้ ดังนั้น ปัจจุบันเราไม่ได้ก้าวตามโลกอีกต่อไป แต่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจะก้าวล้ำโลก เราเป็นผู้ที่ชี้นำในระดับโลก ความเป็น Pioneer หมายความว่าเรามีนวัตกรรมทางการแพทย์ที่เป็นผู้นำ (Leading)กล่าวโดยสรุปคือ เรานำองค์ความรู้มาชี้นำสังคม ชี้นำประชากรให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และนี่คือบทบาทที่ยิ่งใหญ่ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย”