โชคร้ายครั้งแรกมาเยือน Basel ในปี 1348 จากการมีโรคอหิวาห์ หรือ Black Death โดยในครั้งนั้นผู้ถูกกล่าวหาคือชาวยิวส่งผลให้ชาวเมืองเผาคนยิวไป 50-70 คน เพื่อสังเวยความผิด ในปี 1356 โชคร้ายครั้งที่สองก็เกิดขึ้นอีก เมื่อเมืองต้องเผชิญกับแผ่นดินไหวซึ่งทำให้ปราสาทถูกทำลายลง ต่อมาอีก 20 ปี เมืองก็ต้องเผชิญกับเรื่องร้ายอีกเมื่อเกิดการจลาจลขึ้นจากการที่ Leopold III, Duke of Austria สังหารพลเมืองชายไปหลายคน และบังคับให้ Basel ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของราชวงศ์ Habsburg ชาวเมืองจึงเก็บสะสมความแค้นไว้ในใจ ในปี 1385 ชาวเมืองจึงรวมตัวกันกับกลุ่ม Swabian League of Cities ขึ้นมาต่อสู้กับราชวงศ์ Habsburg แต่กว่าที่เมืองจะเป็นอิสระจากราชวงศ์ได้อย่างแท้จริงก็ปาเข้าไปปี 1400 แล้ว
การที่เมือง Basel มีความทันสมัยและมีประชาชนที่เปิดกว้างทำให้เมืองแห่งนี้เป็นสวรรค์ของ Street Art นับจากทศวรรษที่ 1980เป็นต้นมา Basel กลายเป็นกราฟิตี้ฮอตสปอร์ตของสวิส ตึกรามบ้านช่องกลางเมืองกลายเป็นผืนผ้าใบที่ถูกต้องตามกฎหมายเพื่อให้ศิลปินมาบรรจงแต่งแต้มสีสัน เทศบาลเมืองถึงกับเชื้อเชิญให้ศิลปินนานาชาติที่โด่งดังมาช่วยกันตกแต่งเมืองในงาน Art Basel นักท่องเที่ยวที่มีโอกาสมาเยือนเมืองนี้ จึงไม่เพียงจะได้ชมสถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่งดงามกลางใจเมืองยังจะได้มีโอกาสเห็นงานจิตรกรรมสไตล์ Street Art ตามกำแพงใหญ่ๆ มากมายแทบจะทุกหนทุกแห่ง ผลงานเหล่านี้มาจากศิลปินทั้งท้องถิ่นและทั่วโลกล้วนมาช่วยกันบรรจงสร้างสีสันให้เมืองมีความสดใสและประทับใจไม่รู้ลืม
วันนี้ Mr.Flower ชวนคุณไปเที่ยว Waldsassen Basilica ในแคว้นบาวาเรีย ทางตอนใต้ของเยอรมนี ตามประวัติระบุว่าอาสนวิหารนี้ก่อสร้างในช่วงครึ่งหลังของคริสต์ศตวรรษที่ 17 อาสนวิหารนี้เป็นของคาทอลิก สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบบาโรกตามแบบฉบับของบาวาเรีย ซึ่งในภาษาอังกฤษเรียกว่า Bohemian high Baroque with Italian flavour
อาสนวิหารแห่งนี้เป็นผลงานสร้างสรรค์ของศิลปินและสถาปนิกหลายรายร่วมกัน เช่น Georg Dientzenhofer และ Abraham Leuthner โดยการตกแต่งภายในเป็นฝีมือของศิลปินจากหลายพื้นที่จากยุโรป เช่น Giovanni Battista Carlone ผู้สร้างงานปูนปั้นสุดวิจิตร (stucco) และยังมีฝีมือของ Jakob Steinfels จาก Prague ผู้เป็นเจ้าของภาพวาดแบบ frescos บนเพดานของอาสนวิหาร
เวลาเข้าไปในอาสนวิหารของคริสต์ศาสนาเราจะพบกับเครื่องดนตรีสำคัญที่ใช้ประกอบพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ ได้แก่ organ ซึ่งในอาสนวิหารแห่งนี้มีmain organ ที่ถูกสร้างในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 18แล้วก็มีการสร้าง organ เพิ่มเติมในภายหลังในศตวรรษที่ 20 ช่วงปลาย