สุดน่ารัก พระโอรส-พระธิดา โพสต์บอกรักเจ้าชายวิลเลียม รับวันพ่อ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2793738

สุดน่ารัก พระโอรส-พระธิดา โพสต์บอกรักเจ้าชายวิลเลียม รับวันพ่อ

17 มิ.ย. 2567 04:45 น.

สุดน่ารัก พระโอรส-พระธิดา โพสต์บอกรักเจ้าชายวิลเลียม รับวันพ่อ

(ภาพจาก X / The Prince and Princess of Wales / @KensingtonRoyal)

โซเชียลมีเดียของเจ้าชายวิลเลียมกับเจ้าหญิงเคท เผยแพร่รูปเจ้าชายวิลเลียมกับพระโอรสและพระธิดา พร้อมข้อความบอกรักจากลูกๆ เนื่องในวันพ่อแห่งชาติ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 มิ.ย. 2567 บัญชีผู้ใช้ X และอินสตาแกรม ‘The Prince and Princess of Wales’ ของเจ้าชายวิลเลียมและเจ้าหญิงเคท ได้เผยแพร่ภาพสุดน่าประทับใจเนื่องในวันพ่อ พร้อมข้อความจาก เจ้าชายจอร์จ, เจ้าหญิงชาร์ลอตต์ และเจ้าชายลูอีส์ ที่ขอให้พระบิดามีความสุข

ข่าวระบุว่า เจ้าหญิงเคท เป็นผู้ถ่ายภาพนี้ด้วยพระองค์เอง โดยภาพแสดงให้เห็น เจ้าชายวิลเลียม, เจ้าชายจอร์จ, เจ้าหญิงชาร์ลอตต์ และเจ้าชายลูอีส์ ยืนหันหลังให้กล้อง กอดกันมองดูทะเล พร้อมกับข้อความว่า “We love you, Papa. Happy Father’s Day” ซึ่งแปลได้ว่า “พวกเรารักปะป๊านะ สุขสันต์วันพ่อ” และลงท้ายด้วยตัวอักษา G, C & L ซึ่งเป็นตัวย่อของพระนามของทั้ง 3 พระองค์

เชื่อกันว่านี่อาจเป็นครั้งแรกที่ เจ้าชายจอร์จ, เจ้าหญิงชาร์ลอตต์ และเจ้าชายลูอีส์ แสดงความเห็นลงบนเครือข่ายสังคมออนไลน์

ทั้งนี้ภาพกับข้อความอันอบอุ่นนี้ถูกโพสต์เพียงวันเดียวหลังจาก เจ้าหญิงเคท ปรากฏตัวต่อสาธารณะเป็นครั้งแรกในพิธีสวนสนามเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษากษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 หรือ ‘Trooping the Colour’ ที่กรุงลอนดอน ในวันเสาร์ที่ 15 มิ.ย. หลังจากพระองค์ต้องรับการรักษาโรคมะเร็งตั้งแต่เดือนมีนาคม

โดยในงานเมื่อวันเสาร์ เจ้าหญิงเคท ได้รับเสียงปรบมือต้อนรับดังกึกก้องจากประชาชนนับพันคนที่มารวมตัวกันชมการสวนสนาม ในขณะที่พระองค์ประทบราชรถเข้าไปในพระราชวังบักกิงแฮม ก่อนที่เจ้าหญิงแห่งเวลส์จะปรากฏตัวที่ระเบียงพระราชวังพร้อมกับเหล่าเชื้อพระวงศ์ และโบกพระหัตถ์ทักทายประชาชน.

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : nypost

ระทึก ตำรวจเยอรมนียิงชายถือขวาน ขู่ปาระเบิดก่อนศึกบอลยูโรในฮัมบูร์ก

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2793735

ระทึก ตำรวจเยอรมนียิงชายถือขวาน ขู่ปาระเบิดก่อนศึกบอลยูโรในฮัมบูร์ก

17 มิ.ย. 2567 03:13 น.

ระทึก ตำรวจเยอรมนียิงชายถือขวาน ขู่ปาระเบิดก่อนศึกบอลยูโรในฮัมบูร์ก

ชายถือขวานถูกตำรวจเยอรมนียิงได้รับบาดเจ็บ หลังเข้าไปข่มขู่เจ้าหน้าที่ และพยายามจุดระเบิดขวด ใกล้กลุ่มแฟนบอลที่มาเชียร์ทีมรักในศึกฟุตบอลยูโร 2024

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อ 16 มิ.ย. 2567 ตำรวจเยอรมนีตัดสินใจยิงปืนเข้าใส่ชายคนหนึ่งในเมืองฮัมบูร์ก หลังจากเขาใช้ขวานข่มขู่เจ้าหน้าที่ และพยายามจุดระเบิดขวดใกล้พื้นที่ที่จัดไว้สำหรับแฟนฟุตบอลเนเธอร์แลนด์ที่เดินทางมาเชียร์ทีมชาติของพวกเขาที่กำลังจะเผชิญหน้ากับ ทีมชาติโปแลนด์ ในศึกฟุตบอลยูโร 2024

ตามแถลงการณ์เบื้องต้นของตำรวจเมืองฮัมบูร์ก ชายคนนี้เดินถืออีเต้อเข้ามาข่มขู่เจ้าหน้าที่ และพยายามจุดระเบิดขวด ทำให้ตำรวจต้องตอบโต้ด้วยการฉีดสเปรย์พริกไทย จากนั้นจึงยิงปืนใส่ชายคนนี้จนได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยเขาได้รับการปฐมพยาบาล ก่อนจะถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล

น.ส.แซนดรา เลฟกรูเอิน โฆษกตำรวจท้องถิ่น บอกกับผู้สื่อข่าวว่า เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเหตุการณ์นี้ไม่มีความเกี่ยวข้องกับการแข่งขันฟุตบอลยูโรดังกล่าว

ทั้งนี้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ถนนรีเปอร์บาห์น (Reeperbahn) ในเวลาประมาณ 12.30 น. วันอาทิตย์ที่ 16 มิ.ย. ตามเวลาท้องถิ่น โดยคลิปวิดีโอที่เผยแพร่บนโลกออนไลน์แสดงให้เห็นภาพชายคนหนึ่งถือขวานต่อหน้าตำรวจซึ่งยืนอยู่อีกฟากของแนวกั้นรั้วชั่วคราว จากนั้นจึงมีเสียงดังคล้ายเสียงปืนดังขึ้นหลายครั้ง

ตำรวจเยอรมนียังไม่เปิดเผยรายละเอียดใดเกี่ยวกับชายคนนี้ รวมถึงแรงจูงใจในการก่อเหตุของเขา.

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

อิสราเอลประกาศแผนหยุดโจมตีรายวันในกาซา เปิดทางส่งความช่วยเหลือ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2793734

อิสราเอลประกาศแผนหยุดโจมตีรายวันในกาซา เปิดทางส่งความช่วยเหลือ

17 มิ.ย. 2567 01:38 น.

อิสราเอลประกาศแผนหยุดโจมตีรายวันในกาซา เปิดทางส่งความช่วยเหลือ

กองทัพอิสราเอลประกาศจะหยุดโจมตีบริเวณถนนในภาคใต้ของกาซาชั่วคราวเป็นประจำทุกวัน เพื่อเปิดทางขนส่งสิ่งของช่วยเหลือให้แก่ชาวกาซา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองทัพอิสราเอลประกาศในวันอาทิตย์ที่ 16 มิ.ย. 2567 ว่า พวกเขาจะหยุดการต่อสู้บริเวณถนนในพื้นที่ทางใต้ของฉนวนกาซาเป็นประจำทุกวัน เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่การขนส่งสิ่งของช่วยเหลือ ท่ามกลางคำเตือนจากนานาชาติว่า ชาวปาเลสไตน์กำลังเผชิญภาวะอดอยาก

แผนการดังกล่าวมีชื่อเรียกว่า ‘การหยุดกิจกรรมทางทหารเชิงยุทธวิธีและท้องถิ่นเพื่อเป้าหมายด้านมนุษยธรรม’ จะเกิดขึ้นระหว่างเวลา 08.00-19.00 น. ของทุกวัน ตามแนวถนนจากด่านข้ามพรมแดน ‘เคเรม ชาลอม’ ไปยังถนนซาลาห์ อัล-ดิน จนถึงโรงพยาบาลยูโรเปียนในเมืองราฟาห์ โดยตามแผนที่ที่กองทัพอิสราเอลเปิดเผย เส้นทางนี้มีระยะทางราว 10 กม.

อย่างไรก็ตามแผนการนี้ทำให้เกิดความไม่พอใจจากรัฐมนตรีฝ่ายขวาจัดของอิสราเอลทันที โดยมองว่าจะทำให้ชัยชนะของอิสราเอลล่าช้า พร้อมทั้งย้ำว่าที่ไม่ใช่การส่งสัญญาณถึงการยุติการต่อสู้ในภาคใต้ของฉนวนกาซา หรือความเปลี่ยนแปลงใดๆ ในเรื่องการส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมของเข้าสู่ดินแดนแห่งนี้

นายแมตต์ ฮอลลิงเวิร์ธ ผู้อำนวยการโครงการอาหารโลก (WFP) ประจำกาซา กล่าวว่า องค์กรช่วยเหลือต่างๆ ยังคงต้องประสานงานกับกองทัพอิสราเอลในการส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ อันเป็นหนึ่งในอุปสรรคในการส่งความช่วยเหลือเข้าสู่กาซา ซึ่งต้องรอดูว่าแผนการหยุดโจมตีรายวันของอิสราเอลจะทำให้การประสานงานง่ายขึ้นและรวดเร็วขึ้นหรือไม่

ทั้งนี้ รัฐบาลอิสราเอลกำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากทั้งองค์กร NGO, ชาติพันธมิตร และศาลสูงสุดของประเทศ ให้ส่งความช่วยเหลือเข้าสู่กาซามากกว่านี้ แต่นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ก็กำลังเจอแรงต้านอย่างรุนแรงจากรัฐมนตรีฝ่ายขวาจัดใน ครม.ของเขา ผู้ที่ขู่จะล้มรัฐบาลหากเนทันยาฮูยุติสงคราม

นายอิตามาร์ เบน-เกวียร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงภายในประเทศของอิสราเอล ประณามใครก็ตามที่คิดแผนหยุดโจมตีนี้ว่า เป็นคนชั่วร้ายและโง่เขลา ขณะที่ นายเบซาเลล สโมตริช รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจะช่วยให้กลุ่มฮามาสอยู่ในอำนาจต่อไป และเสี่ยงทำให้อิสราเอลทำตามเป้าหมายของสงครามไม่สำเร็จ

อย่างไรก็ตาม แรงกดดันเรื่องผลที่ตามมาจากสงครามในอิสราเอลก็เพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน โดยเมื่อคืนวันเสาร์ชาวอิสราเอลจำนวนมากยังคงออกมาชุมนุมประท้วงในกรุงเทลอาวีฟ เพื่อเรียกร้องให้ นายเนทันยาฮู ยุติความขัดแย้งในกาซา และลงนามข้อตกลงเพื่อพาตัวประกันที่เหลืออีก 120 คนกลับบ้าน

นายเนทันยาฮู เคยลั่นวาจาไว้ว่า เขาจะคว้าชัยชนะเด็ดขาดเหนือกลุ่มฮามาส แต่แรงกดดันจาก 2 ฝ่ายรอบด้านของเขา กำลังทำให้เกิดคำถามว่า เขาจะบรรลุเป้าหมายนั้นได้อย่างไร.

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

เซเลนสกีลั่น พร้อมเจรจาสันติภาพทันที หากรัสเซียถอนทัพจากยูเครน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2793736

เซเลนสกีลั่น พร้อมเจรจาสันติภาพทันที หากรัสเซียถอนทัพจากยูเครน

17 มิ.ย. 2567 04:01 น.

เซเลนสกีลั่น พร้อมเจรจาสันติภาพทันที หากรัสเซียถอนทัพจากยูเครน

ผู้นำยูเครนลั่น พร้อมเริ่มเจรจาสันติภาพกับรัสเซียในวันพรุ่งนี้เลย หากรัสเซียถอนทหารออกจากยูเครน แต่เชื่อว่ามันคงไม่เกิดขึ้น และพวกเขาต้องใช้ทุกวิธีเพื่อหยุดปูติน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน กล่าวหลังปิดการประชุมสุดยอดเพื่อสันติภาพที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในวันอาทิตย์ที่ 16 มิ.ย. 2567 ว่า เคียฟพร้อมจะจัดการเจรจาสันติภาพกับรัสเซียในวนพรุ่งนี้เลย หากมอสโกถอนทหารทั้งหมดออกจากดินแดนยูเครน

แต่เซเลนสกีเชื่อว่า วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย จะไม่ยุติสงคราม และจะต้องถูกหยุดด้วยวิธีใดๆ ก็ตามที่พวกเรามี ไม่ว่าจะวิธีทางทหาร หรือทางการทูตก็ตาม นอกจากนั้นผู้นำยูเครนย้ำด้วยว่า ความช่วยเหลือจากชาติตะวันตกตอนนี้ไม่เพียงพอช่วยให้พวกเขาชนะสงคราม แต่การประชุมนี้แสดงให้เห็นว่าการสนับสนุนจากนานาชาติไม่อ่อนแอลง

ทั้งนี้ ผู้แทนจากกว่า 90 ประเทศ และองค์กรระหว่างประเทศ เดินทางมาร่วมการประชุมสุดยอดเพื่อสันติภาพในสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มผู้สนับสนุนกระบวนการในการยุติสงครามในยูเครน

อย่างไรก็ตาม ประเทศคู่กรณีโดยตรงอย่างรัสเซียไม่ได้รับเชิญมาร่วมงาน ขณะที่จีนผู้สนับสนุนหลักของรัสเซียก็ไม่มาเข้าร่วม ทำให้เกิดข้อกังขาว่าการประชุมนี้จะมีประสิทธิภาพเพียงใด

หลายประเทศที่มีการเข้าร่วมการประชุม รวมถึง อินเดีย, แอฟริกาใต้ และซาอุดีอาระเบีย ไม่ร่วมลงนามในรายงานการประชุมฉบับสมบูรณ์ ซึ่งกล่าวโทษรัสเซียว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดการทำลายล้างและความทุกข์ทรมานเป็นวงกว้าง

รายงานดังกล่าวยังเรียกร้องให้รัสเซียคืนการควบคุมโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ซาปอริชเชียแก่ยูเครน, ขอให้มีการแลกเปลี่ยนตัวนักโทษทุกคน และคืนเด็กๆ ชาวยูเครนที่ถูกพาไปยังรัสเซียกลับมา แต่ประเด็นที่เป็นข้อถกเถียงที่สุด เช่น สถานะของดินแดนยูเครนที่ถูกรัสเซียยึดครอง ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน

ในการตอบคำถามผู้สื่อข่าวหลังการประชุมสุดยอด นายเซเลนสกี กล่าวขอบคุณผู้นำโลกที่มีร่วมงานนี้ และว่าเขาซาบซึ้งที่พวกเขาแสดงให้เห็นถึงการไม่ถูกควบคุมโดยฝ่ายใดในการมาร่วมงานนี้ แม้จะถูกกดดันจากรัสเซียก็ตาม

เซเลนสกี ย้ำด้วยว่า จีนไม่ใช่ศัตรูของยูเครน “เราเคารพจีนและบูรณภาพแห่งดินแดนของพวกเขา เราอยากให้จีนทำแบบเดียวกันกับเราด้วย” พร้อมร้องขอให้จีนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาข้อเสนอสำหรับเจรจาสันติภาพอย่างจริงจังด้วย.

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

สวยตะลึง ชาวโลกสุดดีใจ เจ้าหญิงเคท ‘กลับมาแล้ว’ ร่วมพิธีวันเฉลิมฯ คิงชาร์ลส์ (คลิป)

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2793618

สวยตะลึง ชาวโลกสุดดีใจ เจ้าหญิงเคท 'กลับมาแล้ว' ร่วมพิธีวันเฉลิมฯ คิงชาร์ลส์ (คลิป)

16 มิ.ย. 2567 13:17 น.

สวยตะลึง ชาวโลกสุดดีใจ เจ้าหญิงเคท ‘กลับมาแล้ว’ ร่วมพิธีวันเฉลิมฯ คิงชาร์ลส์ (คลิป)

ชาวอังกฤษและชาวโลกปลื้มปีติยินดี ขณะที่สื่อแทบลอยด์ในอังกฤษทุกฉบับพาดหัวข่าว เจ้าหญิงเคท ‘กลับมาแล้ว’ ปรากฏพระองค์ครั้งแรกในพิธีสวนสนามฉลองวันเฉลิมพระชนมพรรษาคิงชาร์ลส์ หลังเจ้าหญิงเคททรงงดพระกรณียกิจมานานกว่า 6 เดือน

“แคเธอรีน เจ้าหญิงแห่งเวลส์” หรือเจ้าหญิงเคท ทรงพระสิริโฉมงดงามมากในชุดสีขาวโก้หรู พระพักตร์แจ่มใส ขณะเสด็จพระดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งเคียงคู่เจ้าชายวิลเลียม เจ้าชายแห่งเวลส์ พร้อมทั้งเจ้าชายจอร์จ เจ้าหญิงชาร์ลอตต์ และเจ้าชายลูอีส์ โอรส-ธิดาทั้งสามพระองค์ มายังพระราชวังบักกิงแฮมในกรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2567 เพื่อร่วมในพิธี Tooping the Colour พิธีสวนสนามและการแสดงบินผาดแผลงของกองทัพสหราชอาณาจักร เพื่อฉลองวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 

ชาวอังกฤษและชาวโลกมีความปลาบปลื้มปีติยินดีอย่างยิ่งเมื่อได้เห็น เจ้าหญิงเคท ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง หลังจากต้องทรงงดพระกรณียกิจมานานนับ 6 เดือน เนื่องจากประชวรด้วยโรคมะเร็งและทรงรับการรักษาด้วยเคมีบำบัด (คีโม)

ชาวอังกฤษและชาวโลกปีติยินดี เจ้าหญิงเคท กลับมาแล้ว หลังงดพระกรณียกิจมานานนับ 6 เดือน เนื่องจากประชวรด้วยโรคมะเร็งและต้องรับการรักษาด้วยเคมีบำบัด(คีโม)

จากนั้น เจ้าชายวิลเลียม เจ้าหญิงเคท พระโอรส-พระธิดาทั้งสาม ยังร่วมออกสีหบัญชรพร้อมกับพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 และสมเด็จพระราชินีคามิลลา ณ พระราชวังบักกิงแฮม เพื่อทอดพระเนตรการบินผาดแผลง ท่ามกลางเสียงไชโยโห่ร้องด้วยความดีใจของชาวอังกฤษที่ต่างตะโกนด้วยความปีติยินดีว่า ‘เจ้าหญิงเคทของพวกเรากลับมาแล้ว’แม้จะมีสายฝนโปรยปรายลงมา.

พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 พระราชินีคามิลลา เจ้าชายวิลเลียม เจ้าหญิงเคท เจ้าชายจอร์จ เจ้าหญิงชาร์ลอตต์ เจ้าชายลูอีส์ พร้อมด้วยโซฟี ดัชเชสแห่งเอดินเบอระ เจ้าชายเอ็ดเวิร์ด ดยุกแห่งเอดินเบอระ และเลดี้ ลูอีส วินด์เซอร์ (พระธิดาในดยุกและดัชเชสแห่งเอดินเบอระ) เสด็จฯออกสีหบัญชร ทอดพระเนตรการบินผาดแผลง เมื่อ 15 มิถุนายน 2567

ที่มา : Dailymail

ผู้นำโลกร่วมประชุมสันติภาพยูเครน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2793586

ผู้นำโลกร่วมประชุมสันติภาพยูเครน

16 มิ.ย. 2567 11:46 น.

ผู้นำโลกร่วมประชุมสันติภาพยูเครน

ผู้นำโลกกว่า 90 ประเทศ ร่วมการประชุมสันติภาพยูเครน ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อหาฉันทามติสำหรับข้อเสนอสันติภาพของยูเครน โดยจีนไม่เข้าร่วม และรัสเซียไม่ได้รับเชิญ

ผู้นำโลกมากกว่า 90 ประเทศ รวมตัวกันที่รีสอร์ตในเมืองลูเซิร์น แถบเทือกเขาแอลป์ของสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันเสาร์ที่ (15 มิ.ย.) เพื่อหาฉันทามติสำหรับข้อเสนอสันติภาพของยูเครน ในการประชุมสุดยอดสันติภาพยูเครน ขณะที่จีนไม่เข้าร่วม และรัสเซียไม่ได้รับเชิญ

การเจรจามุ่งเน้นไปที่ความวิตกกังวลที่เกิดจากสงคราม เช่น ความมั่นคงด้านอาหารและนิวเคลียร์ แต่ตุรกีและซาอุดีอาระเบียซึ่งต่างเสนอตัวเป็นเจ้าภาพการประชุมครั้งต่อไป กล่าวว่า ความก้าวหน้าที่สำคัญในการหารือจำเป็นต้องให้รัสเซียเข้าร่วม

ร่างคำประกาศการประชุมสุดยอด กล่าวตำหนิ “สงคราม” ของรัสเซียในยูเครน ที่ก่อให้เกิดความทุกข์ทรมานและการทำลายล้างของมนุษย์ในวงกว้าง และเรียกร้องให้เคารพบูรณภาพแห่งดินแดนของยูเครน เอกสารลงวันที่ 13 มิ.ย. ยังเรียกร้องให้ยูเครนเข้าควบคุมโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาปอริชเชีย และการเข้าถึงท่าเรือ ร่างดังกล่าวได้ลบการอ้างอิงก่อนหน้านี้ที่ระบุถึง “การรุกราน” ของรัสเซีย โดยอ้างถึงสงคราม

ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน กล่าวชื่นชมการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดของผู้นำโลกครั้งนี้ว่า ประสบความสำเร็จ และคาดว่ากำลังสร้างประวัติศาสตร์ และกล่าวว่า “วันนี้เป็นวันที่โลกเริ่มนำสันติภาพเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น”

ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของสหรัฐฯ ส่งนางคามาลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดี มาเป็นตัวแทน ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ทำให้ยูเครนไม่พอใจ รองประธานาธิบดีแฮร์ริส ประกาศให้ความช่วยเหลือด้านพลังงานและมนุษยธรรมมากกว่า 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐแก่ยูเครน ซึ่งโครงสร้างพื้นฐานได้รับความเสียหายจากการโจมตีทางอากาศของรัสเซีย นับตั้งแต่การรุกรานเต็มรูปแบบในปี 2565

ก่อนการประชุมสุดยอด ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย อ้างว่า เขาจะตกลงยุติการสู้รบ หากยูเครนถอนทหารออกจาก 4 ภูมิภาคที่รัสเซียยึดครองบางส่วน และอ้างว่าได้ทำการผนวกแล้ว โดยนายปูตินได้ปฏิเสธกระบวนการสันติภาพทุกประเภทตามเงื่อนไขของยูเครน โดย 4 ภูมิภาคของยูเครนที่เขาต้องการให้ยูเครนถอนตัวนั้น ถูกรัสเซียยึดครองเพียงบางส่วนเท่านั้น ซึ่งรัสเซียอ้างว่าได้ผนวกภูมิภาคเหล่านี้ในปี 2565 กระบวนการลงประชามติที่จัดขึ้นในขณะนั้นถูกประณามจากยูเครนและชาติตะวันตกว่าเป็นการหลอกลวง

จีนกล่าวว่าจะคว่ำบาตรการประชุมครั้งนี้ หลังจากที่รัสเซียไม่ได้รับเชิญ โดยสหรัฐฯ แนะนำว่าการตัดสินใจของจีนเป็นไปตามคำสั่งของรัสเซีย ขณะที่ประเทศต่างๆ เช่น ตุรกี ซาอุดีอาระเบีย และเคนยา มองว่าการที่รัสเซียไม่ร่วมประชุมเป็นอุปสรรคต่อความคืบหน้าในการสร้างสันติภาพ

ทั้งนี้ประเทศที่เข้าร่วมการประชุมมีกำหนดรับร่างปฏิญญาดังกล่าวอย่างเป็นทางการเพื่อยืนยันบูรณภาพแห่งดินแดนของยูเครนในวันนี้ (16 มิ.ย.) บรรดาผู้นำยังระบุด้วยว่า การขนส่งเชิงพาณิชย์อย่างปลอดภัยในทะเลดำและทะเลอาซอฟ มีความสำคัญต่อความมั่นคงด้านอาหารทั่วโลก ร่างปฏิญญายังเรียกร้องให้มีการแลกเปลี่ยนเชลยสงครามด้วย.

ที่มา Reuters

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

ชาวสิงคโปร์ไม่ทนดมกลิ่นน้ำมันเปรอะชายหาดเซนโตซา

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2793572

ชาวสิงคโปร์ไม่ทนดมกลิ่นน้ำมันเปรอะชายหาดเซนโตซา

16 มิ.ย. 2567 10:46 น.

ชาวสิงคโปร์ไม่ทนดมกลิ่นน้ำมันเปรอะชายหาดเซนโตซา

ผู้อยู่อาศัยรวมทั้งธุรกิจต่างๆ บนเกาะเซนโตซาของสิงคโปร์ ต่างได้รับผลกระทบจากเหตุคราบน้ำมันที่รั่วไหลจากท่าเทียบเรือขนส่งสินค้าที่อยู่ใกล้เคียง

การรั่วไหลของน้ำมันที่ท่าเรือปาซีร์ปันจัง ส่งผลกระทบในวงกว้างต่อเกาะเซนโตซาที่อยู่ใกล้เคียง ส่งผลให้ชายหาดหลายแห่งเต็มไปด้วยคราบน้ำมัน ขณะที่ผู้อยู่อาศัยบางส่วนในเขตเซนโตซาโคฟจำเป็นต้องออกจากที่พักอาศัยชั่วคราว เนื่องจากทนกลิ่นน้ำมันไม่ไหว เช่นเดียวกับธุรกิจเรือยอชต์และนักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบ

ชายหาดต่างๆ บนเกาะเซนโตซากำลังได้รับผลกระทบจากคราบน้ำมัน หลังจากเรือขุดเจาะชนเรือบังเกอร์ที่จอดอยู่ที่ท่าเรือเมื่อบ่ายวันศุกร์ (14 มิ.ย.) ทำให้พื้นที่ส่วนหนึ่งของสวนสาธารณะอีสท์โคสท์พาร์ค และบางส่วนของเขตอนุรักษ์ธรรมชาติลาบราดอร์ ต้องปิดให้บริการเพื่อทำความสะอาดจนกว่าจะมีประกาศเพิ่มเติม

ธุรกิจเรือยอชต์ในย่านเซนโตซาโคฟ ระบุว่า เรือทุกลำของพวกเขาไม่สามารถออกจากท่าจอดเรือได้ตั้งแต่เช้าวันเสาร์ พนักงานของบริษัท YachtCruiseSG กล่าวว่า บริษัทได้ยกเลิกการจอง 4 ครั้งในวันเสาร์ โดยขาดทุนประมาณ 800 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อการจอง และประมาณ 3,200 ดอลลาร์สิงคโปร์ในวันนั้น เจ้าหน้าที่กล่าวว่า การจองอีก 4 รายการในวันอาทิตย์ และ 2 รายการในวันจันทร์ อาจถูกยกเลิก เนื่องจากไม่แน่ใจว่าเรือในท่าจอดเรือจะสามารถออกสู่ทะเลได้อีกครั้งเมื่อใด

ผู้อยู่อาศัยในย่านเซนโตซาโคฟบางคนกล่าวว่า กลิ่นน้ำมันก๊าดฉุนลอยเข้ามาในอพาร์ตเมนต์ แทนที่จะเป็นลมทะเลตามปกติ ทำให้ต้องปิดประตูและหน้าต่างทั้งหมดแล้วเปิดเครื่องปรับอากาศ แต่กลิ่นยังคงอยู่ ขณะที่บางรายเริ่มมีอาการไอและเวียนศีรษะ ทำให้บางคนต้องเดินทางออกจากเกาะเซนโตซาชั่วคราวในเวลากลางวัน

แม้ว่าชายหาดปาลาวัน ซิโลโซ และตันจง บนเกาะเซนโตซายังคงเปิดให้ประชาชนทั่วไปท่องเที่ยวได้ แต่กิจกรรมว่ายน้ำและกิจกรรมทางทะเลไม่ได้รับอนุญาตในขณะนี้ โดยพบพนักงานทำความสะอาดหลายคนใช้พลั่วตักคราบน้ำมันลงในถุงขยะสีดำบนหาดตันจง

ด้านบริษัท เซนโตซา ดีเวลลอปเมนต์ คอร์โปเรชัน ผู้บริหารเกาะเซนโตซา กล่าวว่า นอกเหนือจากการทำความสะอาดชายหาดแล้ว บริษัทยังมุ่งเน้นไปที่การลดผลกระทบต่อผืนน้ำและสัตว์ป่าโดยรอบให้น้อยที่สุด ส่วนกลุ่ม Marine Stewards กลุ่มอนุรักษ์ท้องถิ่น กล่าวว่าสัตว์ทะเลที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่อยู่บริเวณหมู่เกาะทางใต้ แม้ว่าจะยังเร็วเกินไปที่จะเห็นภาพความเสียหายทั้งหมด.

ที่มา CNA

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

อิสราเอล-ฮิซบอลเลาะห์ ตึงเครียดหนัก เสี่ยงลามเป็นสงครามแค่ไหน?

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2793559

อิสราเอล-ฮิซบอลเลาะห์ ตึงเครียดหนัก เสี่ยงลามเป็นสงครามแค่ไหน?

16 มิ.ย. 2567 09:25 น.

อิสราเอล-ฮิซบอลเลาะห์ ตึงเครียดหนัก เสี่ยงลามเป็นสงครามแค่ไหน?

  • อิสราเอลกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน โจมตีตอบโต้ข้ามพรมแดนกันอย่างดุเดือดมากขึ้นในช่วงที่ผ่านมา จนเกิดความกังวลว่าสถานการณ์จะบานปลายกลายเป็นสงครามหรือไม่
  • อิสราเอลกับเลบานอนมีความบาดหมางกันมานานหลายสิบปีแล้ว ถึงขั้นเคยเกิดสงครามขึ้นเมื่อเกือบ 20 ปีก่อน ทำให้มีผู้เสียชีวิตนับพันคน
  • ทว่าในปัจจุบันทั้งสองฝ่ายแสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่ต้องการสงคราม แต่ผู้เชี่ยวชาญยังอดกังวลไม่ได้ว่าการปะทะที่นับวันจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ นี้อาจทำให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

อิสราเอลกับกลุ่มติดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนยกระดับการโจมตีข้ามพรมแดนเข้าใส่กันในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากปะทะกันประปรายมานานหลายเดือน จนทำให้กองทัพอิสราเอลออกโรงเตือนว่า พวกเขากำลังเตรียมการเพื่อเริ่มการโจมตีขนาดใหญ่บริเวณชายแดนทางเหนือของประเทศ

ด้วยความที่ทั้งสองฝ่ายยิงอาวุธเข้าใส่กันมานานกว่า 8 เดือนแล้ว ผู้เชี่ยวชาญมองว่าอิสราเอลกำลังรู้สึกว่าไม่สามารถเพิกเฉยต่อสถานการณ์ทางเหนือ หรือลงมือช้าไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว และโอกาสที่จะเกิดสงครามเต็มรูปแบบกำลังเพิ่มสูงขึ้น แม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะไม่ได้อยากเริ่มสงครามก็ตาม

เครื่องบินรบของอิสราเอลโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน

อิสราเอล-ฮิซบอลเลาะห์ สู้กันทำไม?

อิสราเอลกับเลบานอนอยู่ในภาวะสงครามกันอย่างเป็นทางการมานานหลายสิบปีแล้ว รัฐบาลยิวเคยบุกโจมตีครั้งใหญ่ในปี 2525 หลังถูกกลุ่มติดอาวุธปาเลสไตน์ในเลบานอนโจมตี โดยอิสราเอลส่งทหารบุกไปจนถึงกรุงเบรุต และยึดครองพื้นที่ทางใต้ของประเทศเอาไว้นานถึง 22 ปี ก่อนจะถูกกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่กำเนิดขึ้นมาจากการรุกรานของอิสราเอลไล่ออกไป

ปัจจุบัน ฮิซบอลเลาะห์เป็นหนึ่งในกองกำลังกึ่งทหารที่ทรงอำนาจที่สุดในตะวันออกกลาง โดยได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน พวกเขามีเป้าหมายในการเผชิญหน้ากับอิสราเอล ซึ่งเลบานอนกำหนดให้เป็นศัตรูของชาติ หลายประเทศในโลกตะวันตกจัดให้กลุ่มติดอาวุธกลุ่มนี้เป็นองค์กรก่อการร้าย

อิสราเอลกับฮิซบอลเลาะห์ยิงอาวุธเข้าใส่กันเป็นครั้งคราวมาตลอด กระทั่งในปี 2549 ฮิซบอลเลาะห์ลักพาตัวทหารอิสราเอล 2 นายไป ทำให้รัฐบาลยิวเปิดสงครามในภาคใต้ของเลบานอนอีกครั้ง ทำให้ชาวเลบานอนมากกว่า 1,000 คน ส่วนใหญ่เป็นพลเรือน เสียชีวิต ส่วนฝ่ายอิสราเอลเสียทหาร 121 นาย กับประชาชนอีก 49 ศพ

หลังจากนั้น 2 ปี เลบานอนก็ตัดสินใจคืนศพทหารทั้ง 2 นายที่ถูกลักพาตัวคืนแก่อิสราเอล แลกกับการปล่อยตัวนักโทษชาวเลบานอนและปาเลสไตน์ในเรื่องจำของอิสราเอล รวมถึงศพของนักรบติดอาวุธที่กองทัพยิวยึดเอาไว้ด้วย

ความเป็นศัตรูรอบล่าสุดระหว่างอิสราเอลกับฮิซบอลเลาะห์เริ่มขึ้นหลังจากกลุ่มฮามาสเปิดฉากโจมตีอิสราเอลครั้งใหญ่เมื่อ 7 ต.ค. 2566 จนทำให้ชาวอิสราเอลเสียชีวิตกว่า 1,200 ศพ และอีกมากกว่า 250 คนถูกลักพาตัวไป ส่งผลให้รัฐบาลยิวเริ่มทำสงครามกับกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา ซึ่งยังไม่สิ้นสุดลงมาจนถึงทุกวันนี้ และทำให้มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตแล้วมากกว่า 37,000 ศพ

ฮิซบอลเลาะห์แข็งแกร่งขึ้นมากจากปี 2549 ที่พวกเขาต้องพึ่งพาอาวุธที่ไม่แม่นยำจากยุคโซเวียตอย่างจรวด ‘คัตยูชา’ แต่ในวันนี้พวกเขามีนักรบทั้งที่ประจำการอยู่และกำลังสำรองรวมกว่า 100,000 คน และเชื่อกันว่าพวกเขามีจรวดในครอบครองอีก 150,000 ลูก ซึ่งอาจสามารถทะลวงการป้องกันของอิสราเอลได้ หากสงครามเต็มรูปแบบเกิดขึ้นจริงๆ

ฮิซบอลเลาะห์ยิงจรวดโจมตีที่ราบสูงโกลัน ซึ่งอิสราเอลยึดครองเอาไว้

ความตึงเครียดสูงขึ้นอีก

นายเฮโก วิมเมน ผู้อำนวยการโครงการอิรัก, ซีเรีย และเลบานอน จากองค์กรวิจัยวิกฤติระหว่างประเทศ กล่าวว่า ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับฮิซบอลเลาะห์ค่อยๆ สูงขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่เหตุการณ์เมื่อ 7 ต.ค. แต่ทั้งสองฝ่ายกลับขยับเข้าใกล้สงครามมากขึ้นในช่วงไม่นานมานี้ หลังการโจมตีข้ามพรมแดนเพิ่มมากขึ้นทั้งในแง่ปริมาณและขอบเขตของการโจมตี

จำนวนผู้เสียชีวิตของทั้งสองฝ่ายก็เพิ่มขึ้นด้วย อิสราเอลเสียทหารจากกองกำลังสำรองไป 1 นาย ในการโจมตีทางอากาศของฮิซบอลเลาะห์ที่หมู่บ้านทางเหนือเมื่อสัปดาห์ก่อน ทำให้จำนวนทหารอิสราเอลที่ถูกสังหารเพิ่มเป็น 196 ศพแล้ว

ส่วนฝ่ายอิสราเอลก็เพิ่งสังหาร นายตาลิบ ซามี อับดุลเลาะ หนึ่งในผู้บัญชาการอาวุโสที่สุดของฮิซบอลเลาะห์ไปในสัปดาห์นี้ ทำให้ฮิซบอลเลาะห์ตอบโต้ด้วยการยิงจรวดมากกว่า 200 ลูกเข้าใส่อิสราเอลเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (12 มิ.ย.) และยิงจรวดเข้าใส่อีกครั้งในวันพฤหัสบดี

อิสราเอลกับฮิซบอลเลาะห์โจมตีเข้าไปในดินแดนอีกฝ่ายลึกขึ้นเรื่อยๆ ต่างจากตอนที่สงครามในกาซาเริ่มขึ้นใหม่ๆ ที่ระยะการโจมตีถูกจำกัดให้อยู่ในรัสมีประมาณ 4 กม. จากเส้นแบ่งเขตของทั้งสองฝ่าย แต่ตอนนี้ฮิซบอลเลาะห์โจมตีเข้าไปในอิสราเอลไกลถึง 35 กม. ส่วนอิสราเอลก็โจมตีเข้าไปในเลบานอนลึกกว่า 120 กม.

นายอามาล ซาอัด วิทยากรจากมหาวิทยาลัยคาร์ดิฟฟ์ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องฮิซบอลเลาะห์ กล่าวว่า ส่งที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้ไปไกลเกินกว่าการตอบโต้การโจมตีฉนวนกาซาของอิสราเอลและฟื้นฟูการป้องปรามในภูมิภาคแล้ว โดยมันมีการส่งข้อความและเรื่องทางยุทธศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

ด้านนายวิมเมนระบุว่า ความขัดแย้งกำลังเห็นได้ชัดเจน และยากที่จะเพิกเฉย เจ้าหน้าที่อิสราเอลกำลังรู้สึกถูกบีบบังคับให้ตอบโต้ หรือทำอะไรสักอย่างให้ดูเหมือนตอบโต้ ท่ามกลางแรงกดดันจากรัฐมนตรีฝ่ายขวาจัดในรัฐบาลของนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู

ผู้บัญชาการระดับสูงของฮิซบอลเลาะห์ถูกสังหาร

อิสราเอล-ฮิซบอลเลาะห์ ไม่อยากได้สงคราม

ผู้เชี่ยวชาญมองว่า แม้อิสราเอลกับฮิซบอลเลาะห์จะทำสงครามน้ำลายกันอย่างรุนแรง แต่ทั้งสองฝ่ายไม่ได้ต้องการให้เกิดสงครามเต็มรูปแบบเลย

เมื่อเดือนธันวาคมปีก่อน นายเนทันยาฮู ขู่ว่า กรุงเบรุตอาจกลายเป็นเหมือนฉนวนกาซา หากฮิซบอลเลาะห์เลือกที่จะเริ่มสงครามเต็มรูปแบบ แต่นายเบซาเลล สโมตริช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอิสราเอล ราดน้ำดับไฟในทันที โดยระบุว่า กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ไม่สนใจเรื่องการทำสงครามเพื่อทำลายฮิซบอลเลาะห์

เนทันยาฮูขู่ฮิซบอลเลาะห์อีกรอบระหว่างเดินทางเยือนเมืองคีเรียต ชโมนา ใกล้ชายแดนเลบานอนเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า อิสราเอลกำลังเตรียมมีปฏิบัติการที่เข้มข้นอย่างยิ่งในภาคเหนือ ใครก็ตามที่คิดว่าทำร้ายพวกเรา แล้วคิดว่าเราจะนั่งเฉยๆ นั้นคิดผิดมหันต์แล้ว

แต่นายนาอิม คาสเซม รองผู้บัญชาการของฮิซบอลเลาะห์ บอกกับสำนักข่าวอัลจาซีราว่า พวกเขาประเมินว่าคำขู่ของอิสราเอลในช่วงที่ผ่านมาไม่ใช่เรื่องจริงจัง แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามพวกเขาจะไม่ขยายขอบเขตการต่อสู้ออกไป และพวกเขาไม่ได้ต้องการสงครามเต็มรูปแบบ แต่อีกฝ่ายเปิดฉากทำสงคราม พวกเขาก็พร้อม และไม่ล่าถอย

ทหารอิสราเอลเสียชีวิตในการโจมตีของฮิซบอลเลาะห์

แต่กลับมีโอกาสที่สงครามจะเกิดขึ้น

อิสราเอลกับฮิซบอลเลาะห์แสดงออกอย่างชัดเจนว่า พวกเขาไม่ได้ต้องการสงคราม และคงไม่มีการตัดสินใจใดๆ ที่ตั้งใจทำให้เกิดสงคราม แต่ว่าความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้น ทั้งการใช้อาวุธชนิดใหม่ๆ และการโจมตีเข้าไปในดินแดนของอีกฝ่ายลึกขึ้น อาจเป็นตัวจุดชนวนทำให้เกิดสงครามโดยไม่ตั้งใจได้

ตอนนี้เนทันยาฮูกำลังถูกกดดันอย่างหนักจากฝ่ายค้านและสมาชิกในรัฐบาลผสมของเขาเอง ให้ลงมือทำอะไรสักอย่างกับสถานการณ์ในภาคเหนือของประเทศ เนื่องจากมีชาวอิสราเอลมากกว่า 53,000 คนแล้วที่ต้องอพยพหนีการโจมตีของฮิซบอลเลาะห์

ขณะที่ฝ่ายเลบานอนก็มีชาวบ้านกลายเป็นผู้พลัดถิ่นถึง 94,000 คนนับตั้งแต่การปะทะรอบใหม่กับอิสราเอลเริ่มขึ้น

“ฐานที่มั่นของฮิซบอลเลาะห์ทั้งหมดต้องถูกเผาทำลายทิ้ง นี่คือสงคราม!” นายอิตามาร์ เบน เกวียร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงแห่งชาติ และนักการเมืองฝ่ายขวาจัดของอิสราเอล ระบุในแถลงการณ์ ขณะที่ นายยาอีร์ ลาพิด โจมตีรัฐบาลที่ปล่อยให้ภาคเหนือของประเทศลุกเป็นไฟโดยที่ยังไม่มีแผนการรับมือใดๆ เลย

ด้านสหรัฐฯ มหามิตรของอิสราเอล เตือนเรื่องสถานการณ์ในภาคเหนือที่รุนแรงขึ้น โดยกังวลว่ามันจะลุกลามจนเหนือการควบคุม และว่ารัฐบาลของ ประธานาธิบดี โจ ไบเดน กำลังหารือทางการทูต เพื่อหาทางหลีกเลี่ยงไม่ให้สถานการณ์เป็นเช่นนั้นอยู่

แน่นอนว่าไม่มีใครอยากให้สงครามระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์เกิดขึ้น เนื่องจากฮิซบอลเลาะห์เป็นพันธมิตรที่ไม่ใช่รัฐที่มีประสิทธิภาพที่สุดของอิหร่าน ความขัดแย้งที่ขยายวงกว้างมากขึ้นอาจทำให้อิหร่าน หรือแม้แต่สหรัฐฯ ถูกดึงเข้ามาในสงครามด้วย และมันจะส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงไปทั่วโลก.

ผู้เขียน : ทิตชนม์ สว่างศรี

ที่มา : cnn

“เศรษฐา” ติดโควิด ลาป่วยพักรักษาอาการ คาดกลับมาปฏิบัติงาน 19 มิ.ย. นี้

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/577098

16 มิ.ย. 2567

21:28 น.

"เศรษฐา" ติดโควิด ลาป่วยพักรักษาอาการ คาดกลับมาปฏิบัติงาน 19 มิ.ย. นี้

“เศรษฐา” ติดโควิด อ่อนเพลียเล็กน้อย แพทย์ให้พักรักษาตัวดูอาการ คาดกลับมาปฏิบัติงาน 19 มิ.ย. นี้

16 มิ.ย. 2567 นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้เข้าพบแพทย์ หลังจากมีอาการป่วย อ่อนเพลียเล็กน้อย ตั้งแต่วันศุกร์ ที่ 14 มิ.ย.

โดยผลการตรวจพบว่าติดโควิด-19 ซึ่งแพทย์วินิจฉัยว่า น่าจะติดเชื้อโควิดมาสักระยะเวลาหนึ่ง หรือตั้งแต่วันศุกร์ที่มีอาการ จึงให้พักรักษาตัวจนกว่าจะหายและไม่แพร่เชื้อ โดยให้ดูอาการวันจันทร์ และวันอังคาร คาดว่าวันพุธที่ 19 มิ.ย. จะกลับมาปฏิบัติราชการได้ตามปกติ

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ขอโทษและเป็นห่วงผู้ที่ได้มาพบ พูดคุย หรือใกล้ชิด ในช่วงที่ผ่านมา โดยขอให้ดูแลตัวเอง และตรวจโควิดหากมีอาการ  และนายกรัฐมนตรีจะรีบกลับมาปฏิบัติงานตามปกติโดยเร็ว

เช็กผลเลือก “สว.ระดับจังหวัด” คนดัง-บิ๊กเนม ได้ไปต่อระดับประเทศ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/577095

16 มิ.ย. 2567

20:01 น.

เช็กผลเลือก "สว.ระดับจังหวัด" คนดัง-บิ๊กเนม ได้ไปต่อระดับประเทศ

เช็กผลเลือก “สว.ระดับจังหวัด” คนดัง-บิ๊กเนม ได้ไปต่อ เตรียมเฟ้นสนามสุดท้ายระดับประเทศ 26 มิ.ย. นี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพมหานคร ในระดับจังหวัด ในวันนี้ (16 มิ.ย.) เพื่อคัดเลือกผู้สมัครกลุ่มอาชีพละ 2 คน รวมเป็น 40 คน ไปคัดเลือกต่อในระดับประเทศ ในวันที่ 26 มิ.ย. นี้ ได้แก่
 

กล่มอาชีพที่ 1 การบริหารราชการแผ่นดิน-ความมั่นคง

  • นายกฤษฎา เปี่ยมพงศ์สานต์ อดีตเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรประเทศไทย ประจำองค์การการค้าโลก หรือ WTO นครเจนีวา
  • พลตำรวจตรีอรรถวิทย์ สายสืบ อดีตรองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1

กลุ่มอาชีพที่ 2 กฎหมาย-กระบวนการยุติธรรม

  • นายสุรชัย ตรงงาม ทนายความ
  • พลตำรวจโทอดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

กลุ่มอาชีพที่ 3 การศึกษา-ครูอาจารย์

  • นายพิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ อดีตอาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • นางฉันทนา หวันแก้ว อดีตรองคณบดี คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

กลุ่มอาชีพที่ 4 สาธารณสุข

  • ไพโรจน์ บุญคำศิริชัย อดีตรองเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ
  • วิธาวีร์ ประทุมสวัสดิ์ พยาบาลวิชาชีพ

กลุ่มอาชีพที่ 5 ทำนา ปลูกพืชล้มลุก

  • นายเดชา นุตาลัย อดีตประธานสภาเกษตรกรกรุงเทพมหานคร
  • นายชูเกียรติ เลิศศุภานนท์ เกษตรกร

กลุ่มอาชีพที่ 6 ทำสวน ป่าไม้ ประมง

  • นายสุชาติ ขวัญเกื้อ ทนายความ ทำสวนมะขาม-ทุเรียน
  • นางสาวสดใส โอมมหานนท์ เกษตรกรสวนมะนาว

กลุ่มอาชีพที่ 7 พนักงาน-ลูกจ้างเอกชน

  • นายแล ดิลกวิทยรัตน์ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • นายวีรเวท วงษ์กิจบัญชา เจ้าหน้าที่บริหารธนาคาร

กลุ่มอาชีพที่ 8 สิ่งแวดล้อม ผังเมือง อสังหาฯ

  • นายวรุณ​ อุ่นเจริญพรพัฒน์​ ที่ปรึกษาบริหารโครงการเอกชน
  • นายปฏิมา​ จีระแพทย์​ เจ้าของกิจการที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์และการลงทุน, ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทไทย แอร์เอเชีย เอ็กซ์ 

กลุ่มที่อาชีพที่ 9 SMEs

  • สมชาย สาโรวาท ประธานเครือข่ายพัฒนาศักยภาพไทย
  • ฐานิยา ตุลาธรรมธร เจ้าของกิจการ และผู้บริหารสถานีน้ำมัน

กลุ่มอาชีพที่ 10 ผู้ประกอบการอื่น

  • นางสาวพรีธาภัสร์ วิชยกิตติ์ ประธานบริหารองค์กรส่งเสริมภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยดั้งเดิมสู่สากล
  • นายสนั่น ขวัญเกื้อ อาชีพกิจการค้าที่ไม่จดทะเบียน 

กลุ่มอาชีพที่ 11 การท่องเที่ยว-โรงแรม

  • นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ คณะอนุกรรมการซอฟต์พาวเวอร์ฯ ด้านการท่องเที่ยว
  • นางสาวสุวณา ปิยะพิสุทธิ์ เจ้าของกิจการด้านการจัดทริปการท่องเที่ยว

กลุ่มอาชีพที่ 12 อุตสาหกรรม

  • นายวิวัฒน์ ทีฆคีรีกุล ประธานกรรมการบริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน)
  • นายปิยพงศ์ เรืองรอง เจ้าของกิจการ-ผู้ชำนาญการด้านการนำเข้าเคมีอุตสาหกรรม

กลุ่มอาชีพที่ 13 วิทยาศาตร์-เทคโนโลยี

  • นางสาวศิริวรรณ คูอัมพร กรรมการผู้จัดการบริษัท (ชิ้นส่วนยานยนต์)
  • นายประเวทย์ ตันติสัจจธรรม นายกสมาคมไทยบล็อกเชน

กลุ่มอาชีพที่ 14 สตรี

  • นางสาวสุกัญญา ประจวบเหมาะ ประธานสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์
  • นางสาวสุภาภรณ์ อัษฎมงคล อดีตสื่อมวลชน และนักกิจกรรมด้านสตรี

กลุ่มอาชีพที่ 15 ผู้สูงอายุ-พิการ

  • นายสุเทพ​ สุริยะมงคล​  ตัวแทนประกันชีวิตและวินาศภัย​ ผู้ได้รับผลกระทบจาก​เหตุการณ์​ 6 ตุลา (คนเดือนตุลา) 
  • นายอาณัฐชัย​ รัตตกุล​ เลขาธิการ​มูลนิธิลูกเสือโลก (น้องชายนายพิจิตต รัตตกุล อดีตผู้ว่ากรุงเทพมหานคร)

กลุ่มอาชีพที่ 16 ศิลป วัฒนธรรม บันเทิง

  • นางสาวดุจดาว​ วัฒนปกรณ์​ นักแสดง​ ผู้เขียนหนังสือ “ปีแสง”
  • นางสาวภาวิณี​ สมรรคบุตร ฟอฟิ ศิลปิน​ โปรดิวส์เซอร์​ 

กลุ่มอาชีพที่ 17 ประชาสังคม

  • นางอังคณา นีละไพจิตร อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือ อดีต กสม.
  • นางสาวแสงศิริ ตรีมรรคา ผู้ประสานงานเครือข่ายคนรักหลักประกันสุขภาพ และผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนเพื่อรัฐสวัสดิการ

กลุ่มอาชีพที่ 18 สื่อมวลชน-วรรณกรรม

  • นางสาวอัจฉรา​ อัชฌายกชาติ​ อดีตสื่อมวลชน
  • นางสาวนันทนา​ นั​นท​ว​โร​ภาส​ นักวิชาการด้านสื่อสารการเมือง

กลุ่มอาชีพที่ 19 อาชีพอิสระ

  • นายพรชัย วิทยเลิศพันธุ์ ล่ามแปลภาษา, ผู้แปลนิยายญี่ปุ่น “อิจิโตะ คุณหมอหัวใจเทวดา”
  • นางกฤติมา เพ็งสุข เจ้าของกิจการ (ตลาดนัด)

กลุ่มอาชีพที่ 20 อื่นๆ

  • นายธรรมนูญ​ ซึมโรจน์ประเสริฐ ผู้ประกอบการเพื่อสังคม
  • นายวราวุธ​ ตีระนันทน์​ นักวิชาการอิสระ​

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ยังมีผู้ผ่านการเลือก สว.ระดับจังหวัด อื่นๆ อาทิ

  • จ.นครปฐม กล่มอาชีพที่ 1 การบริหารราชการแผ่นดิน-ความมั่นคง พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล อดีต รอง ผบ.ตร.
  • จ.เชียงใหม่ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี 
  • จ.สุราษฎร์ธานี พลเอกเกรียงไกร ศรีรักษ์ อดีตแม่ทัพภาคที่ 4 และผู้ช่วย ผบ.ทบ.
  • จ.สงขลา นายบรรจง นะแส ที่ปรึกษาสมาคมรักษ์ทะเลไทย

เลขาฯ กกต. เผย เลือกสว. ระดับจังหวัด เป็นไปได้ด้วยความเรียบร้อย

ด้าน นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้แถลงภาพรวมการจัดการเลือกสว.ระดับจังหวัดในวันนี้ ว่า ในจังหวัดใหญ่ๆ เช่น จังหวัดนครราชสีมา เชียงใหม่ อุบลราชธานี ได้เลือกเสร็จสิ้นแล้ว เหลือแค่กรุงเทพมหานคร แต่ภาพรวมการเลือก สว. ระดับจังหวัด ครั้งนี้ เป็นไปในความเรียบร้อยเท่าที่ได้รับรายงานจาก 70 จังหวัด ไม่มีการทักท้วงในระหว่างการเลือกแต่อย่างใด

ส่วนขั้นตอนหลังจากนับคะแนนเสร็จสิ้น จะติดประกาศผู้มีคะแนนสูงสุด 2 ระดับแรกของแต่ละกลุ่ม ณ สถานที่เลือก ซึ่งมี 20 กลุ่ม กลุ่มละ 2 คน 77 จังหวัด ดังนั้นจะมีผู้สมัคร สว. ได้เข้าเลือกระดับประเทศ จำนวน 3,080 คน หากครบโควค้าทุกกลุ่ม และในวันที่ 22 มิ.ย. ผอ.กกต. จังหวัด จะแจ้งให้ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกมารับเอกสาร เลือกระดับประเทศเพื่อนำไปศึกษาการคัดเลือกในระดับประเทศ

นายแสวง ยังกล่าวถึงกรณีที่นางสาวพรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า อ้างว่ามีการจ่ายเงินให้กับผู้สมัคร รายละ 2-3 หมื่นบาท โดยย้ำว่า ข่าวก็คือข่าว ต้องไปค้นหาข้อเท็จจริง