นาทีหวาดเสียว เครื่องบินเล็ก เครื่องยนต์ดับ ร่อนเฉียดหลังคาบ้านที่ซิดนีย์ (คลิป)

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2788821

นาทีหวาดเสียว เครื่องบินเล็ก เครื่องยนต์ดับ ร่อนเฉียดหลังคาบ้านที่ซิดนีย์ (คลิป)

27 พ.ค. 2567 19:46 น.

นาทีหวาดเสียว เครื่องบินเล็ก เครื่องยนต์ดับ ร่อนเฉียดหลังคาบ้านที่ซิดนีย์ (คลิป)

(ภาพประกอบ)

เครื่องบินเล็ก เครื่องยนต์ดับกลางอากาศ นักบินต้องควบคุมเครื่องบินที่ร่อนบินในระดับต่ำมากชนิดเฉียดหลังคาบ้าน อย่างสุดระทึก กว่าจะไปลงจอดฉุกเฉิน แบบหัวทิ่ม ท้องเครื่องบินกระแทก ที่สนามบินชานเมืองซิดนีย์

เกิดเหตุเครื่องบินเล็ก เครื่องยนต์ดับกลางอากาศ ทำให้นักบินต้องส่งสัญญาณ ‘Mayday’ แจ้งเหตุร้ายขอนำเครื่องบินมาลงจอดฉุกเฉิน ที่สนามบินแบงก์สทาวน์ ชานเมืองซิดนีย์ ในออสเตรเลีย ขณะที่เครื่องบินได้ร่อนบินในระดับต่ำมาก จนเฉียดหลังคาบ้านคนอย่างน่ากลัว เมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมา

มีคลิปวิดีโอเผยให้เห็นเหตุการณ์นี้ว่า ยังได้เกิดเรื่องระทึกตลอดทาง หลังจากเครื่องบินเล็กลำนี้ เครื่องยนต์ดับกลางอากาศ เพราะทำให้นักบินต้องพยายามบังคับเครื่องบินเล็กลำนี้ ที่บินร่อนในระดับต่ำ ชนิดเฉียดหลังคาบ้านเรือนไปเป็นจำนวนมาก กว่าจะถึงสนามบินแบงก์สทาวน์ และต้องลงจอดในสภาพหัวทิ่ม ท้องเครื่องบินกระแทกอย่างแรง จนเครื่องบินหยุดนิ่ง ในขณะที่ทั้งนักบินและผู้โดยสารหนึ่งคนที่เดินทางมากับเครื่องบินเล็กลำนี้ ปลอดภัย ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

สำนักข่าว Nine News รายงานว่า เครื่องบินเล็กลำนี้ เป็นเครื่องบิน Cessna เกิดปัญหา เครื่องยนต์ดับ หลังจากนักบินได้นำเครื่องบินทะยานขึ้นจากสนามบินในซิดนีย์ จึงทำให้นักบินต้องแจ้งสัญญาณ Mayday ขอกลับไปลงจอดฉุกเฉิน

เจค สวาเนโพล นักบิน กล่าวกับ Nine News ว่า เครื่องบินได้ร่อนไปกลางอากาศ เพราะเครื่องยนต์ดับ เครื่องบินเฉี่ยวต้นไม้ อีกทั้งเขาต้องเก็บล้อเครื่องบิน ไม่ให้กางออกมาเพื่อลงจอด เพราะเครื่องบินอยู่ในระดับต่ำมากชนิดที่ล้ออาจไปชนหลังคาบ้านได้ ในขณะเดียวกันเขาได้รับความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินของสนามบินในการลงจอดฉุกเฉิน 

ด้านเจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานความปลอดภัยการขนส่งแห่งชาติออสเตรเลีย กล่าวกับซีเอ็นเอ็นว่า ขณะนี้กำลังรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลงจอดฉุกเฉินของเครื่องบินเล็กลำนี้ ก่อนจะตัดสินใจว่าจะตั้งคณะกรรมการสอบสวนหรือไม่

ที่มา : CNN

สุดวิปโยค ดินถล่มปาปัวนิวกินี หวั่นชาวบ้าน ถูกฝังทั้งเป็นกว่า 2,000 คน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2788745

สุดวิปโยค ดินถล่มปาปัวนิวกินี หวั่นชาวบ้าน ถูกฝังทั้งเป็นกว่า 2,000 คน

27 พ.ค. 2567 16:30 น.

สุดวิปโยค ดินถล่มปาปัวนิวกินี หวั่นชาวบ้าน ถูกฝังทั้งเป็นกว่า 2,000 คน

โศกนาฏกรรมดินถล่มที่ปาปัวนิวกินี หวั่นชาวบ้านถูกฝังทั้งเป็นมากกว่า 2,000 คน ขณะที่ตอนนี้ ยังไม่สามารถระบุตัวเลขผู้เสียชีวิตที่แน่ชัดได้ เพราะทีมกู้ภัยยังเข้าไม่ถึงพื้นที่ประสบภัยได้ทั้งหมด และขาดแคลนอุปกรณ์

เมื่อ 27 พ.ค.2567 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าโศกนาฏกรรมดินถล่มลงมาจากภูเขา Munalo (มูนาโล) ในเขตชนบทห่างไกล ของปาปัวนิวกินี เมื่อช่วงเช้าวันศุกร์ที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา ว่า ศูนย์ภัยพิบัติแห่งชาติของปาปัวนิวกินีได้ระบุในรายงานที่ส่งไปถึงสหประชาชาติ  คาดว่ามีชาวบ้านมากกว่า 2,000 คนถูกฝังอยู่ใต้ดินที่ถล่มลงมาจากภูเขา

มีหมู่บ้านแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่บริเวณเชิงเขา ในจังหวัด Enga (เอ็นกา)ได้ถูกดินถล่มลงมาทับจนเกือบหมดทั้งหมู่บ้าน และระยะทางที่ประสบภัยดินถล่ม มีความยาวเกือบหนึ่งกิโลเมตร ทำให้อาคารบ้านเรือนได้รับความเสียหายจำนวนมาก อีกทั้งตอนเกิดดินถล่ม ประชาชนส่วนใหญ่กำลังนอนหลับอยู่ ซึ่งตามรายงาน ระบุว่า มีชาวบ้านอาศัยอยู่ในบริเวณนั้นราว 3,800 คนก่อนจะประสบภัยพิบัติ

เหตุดินถล่มที่ปาปัวนิวกินี สุดวิปโยค หวั่นชาวบ้านอาจถูกฝังทั้งเป็น จำนวนมากกว่า 2,000 คน

อย่างไรก็ตาม เหตุวิปโยค ดินถล่มในปาปัวนิวกินี ขณะนี้ ยังไม่สามารถยืนยันจำนวนผู้เสียชีวิตที่แน่ชัดได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องเจออุปสรรค ไม่สามารถเดินทางเข้าไปยังพื้นที่ประสบภัยดินถล่มได้ทั้งหมด อีกทั้งยังขาดอุปกรณ์เครื่องมือในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย นอกจากนั้น ถนนสายหลักไปยังเหมืองทองคำ Porgera ได้ถูกก้อนหินและดินที่ถล่มลงมาจากภูเขาปิดกั้นเส้นทางจราจรทั้งหมดด้วย

ด้านนายกรัฐมนตรีเจมส์ มาราเป แห่งปาปัวนิวกินี ได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อผู้เสียชีวิต และครอบครัวที่ต้องสูญเสียบุคคลที่รัก และได้มีคำสั่งให้กองทัพและหน่วยงานสถานการณ์ฉุกเฉินให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยดินถล่มครั้งใหญ่ ซึ่งห่างจากกรุงพอร์ตมอร์สบี เมืองหลวงปาปัวนิวกินีไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ 600 กิโลเมตร 

ที่มา :  BBC, yahoo news

เกาหลีเหนือแจ้งญี่ปุ่น เตรียมปล่อยดาวเทียมก่อน 4 มิ.ย.

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2788680

เกาหลีเหนือแจ้งญี่ปุ่น เตรียมปล่อยดาวเทียมก่อน 4 มิ.ย.

27 พ.ค. 2567 13:25 น.

เกาหลีเหนือแจ้งญี่ปุ่น เตรียมปล่อยดาวเทียมก่อน 4 มิ.ย.

ญี่ปุ่นเผยได้รับแจ้งจากเกาหลีเหนือว่า เกาหลีเหนือจะยิงจรวดบรรทุกดาวเทียมก่อนวันที่ 4 มิถุนายน ซึ่งอาจมีการใช้เทคโนโลยีขีปนาวุธทิ้งตัว

หน่วยยามชายฝั่งญี่ปุ่นกล่าววันนี้ว่า เกาหลีเหนือได้แจ้งให้รัฐบาลญี่ปุ่นทราบว่า มีแผนจะยิงดาวเทียมสอดแนมทางทหารดวงที่ 2 ภายในวันที่ 4 มิถุนายน ในขณะที่ผู้นำระดับสูงจากญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และจีน รวมตัวกันเพื่อการประชุมสุดยอดในกรุงโซล

หน่วยยามฝั่งฯ กล่าวว่า กรอบเวลาการปล่อยจรวดจะดำเนินไปจนถึงวันที่ 4 มิถุนายน โดยประกาศของเกาหลีเหนือกำหนดให้พื้นที่ 3 แห่งใกล้คาบสมุทรเกาหลี และเกาะลูซอนของฟิลิปปินส์ เป็นเขตอันตรายทางทะเล ซึ่งเศษซากจากจรวดที่บรรทุกดาวเทียมอาจตกลงมาได้

พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่เดียวกับที่เกาหลีเหนือกำหนดไว้ก่อนการปล่อยดาวเทียมครั้งล่าสุดในเดือนพฤศจิกายน ไม่นานหลังจากความสำเร็จในการปล่อย เกาหลีเหนือได้ประกาศแผนที่จะส่งดาวเทียมสอดแนมเพิ่มเติมอีก 3 ดวงขึ้นสู่วงโคจร

กระทรวงการต่างประเทศในกรุงโตเกียว เปิดเผยว่า หลังการประกาศ เจ้าหน้าที่อาวุโสจากญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสหรัฐฯ เรียกร้องให้เกาหลีเหนือยกเลิกแผนดังกล่าว โดยเรียกการปล่อยดาวเทียมของเกาหลีเหนือว่าเป็นการละเมิดต่อมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่ห้ามมิให้ยิงขีปนาวุธ เทคโนโลยีขีปนาวุธอย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม เกาหลีเหนือเคยกล่าวว่า มติของสหประชาชาติไม่ครอบคลุมถึงโครงการอวกาศพลเรือน แต่ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสหรัฐฯ มองว่าการปล่อยดาวเทียมเป็นความพยายามในการปกปิดการพัฒนาขีดความสามารถด้านขีปนาวุธ เนื่องจากมีการนำเทคโนโลยีที่คล้ายกันมาใช้

การประกาศดังกล่าวอาจกระตุ้นให้มีการหารือเกี่ยวกับโครงการขีปนาวุธและนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ ในการประชุมสุดยอดไตรภาคีญี่ปุ่น-เกาหลีใต้-จีน ครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2562 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันนี้ที่กรุงโซล ที่อาจรวมถึงบทบาทของรัสเซียในโครงการอวกาศของเกาหลีเหนือ

ขณะที่เกาหลีใต้กล่าวว่า เกาหลีเหนือกำลังจัดหาอาวุธให้รัสเซียเพื่อแลกกับความรู้ความชำนาญด้านเทคโนโลยีอวกาศของรัสเซีย ซึ่งเป็นสิ่งที่ ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย กล่าวถึงเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว ระหว่างการพบปะกับ นายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ แต่ก็ไม่ชัดเจนว่ารัสเซียได้ให้ความช่วยเหลือทางเทคนิคแก่เกาหลีเหนือหรือไม่ และสิ่งนี้ช่วยสนับสนุนโครงการดาวเทียมได้มากเพียงใด

เจ้าหน้าที่กลาโหมอาวุโสของเกาหลีใต้กล่าวกับสำนักข่าวยอนฮัปเมื่อวันอาทิตย์ว่า ผู้เชี่ยวชาญชาวรัสเซียจำนวนมากได้เข้าไปในเกาหลีเหนือเพื่อสนับสนุนความพยายามในการปล่อยดาวเทียมสอดแนม โดยเกาหลีเหนือมีการทดสอบเครื่องยนต์มากกว่าที่คาดไว้ ซึ่งคาดว่าเพื่อให้เครื่องยนต์มีมาตรฐานสูงตามที่ตั้งไว้

เกาหลีเหนือได้พยายามส่งดาวเทียม 8 ดวง มาตั้งแต่ปี 2541 โดย 2 ดาวเทียมดูเหมือนว่าจะขึ้นสู่วงโคจรได้สำเร็จ ขณะที่ผู้สังเกตการณ์เรียกร้องให้เพิ่มความความระมัดระวังในการยึดถือข้ออ้างของเกาหลีเหนือ เนื่องจากเกาหลีเหนือมักประกาศความสำเร็จที่ดูเกินจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการสู้รบ

ญี่ปุ่นได้ใช้มาตรการตอบโต้เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการยิงสกัดจรวดหรือเศษซาก โดยส่งกองปืนใหญ่ป้องกันขีปนาวุธภาคพื้นดิน PAC-3 ไปยังเกาะมิยาโกะ อิชิงากิ และโยนากูนิ ในหมู่เกาะโอกินาวา ขณะเดียวกันก็ส่งเรือพิฆาตเอจิสของกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเล พร้อมเครื่องสกัด SM-3 ไปยังน่านน้ำทั่วประเทศญี่ปุ่น.

ที่มา Japan Today

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

“เครื่องบินตกหลุมอากาศ” ผู้เชี่ยวชาญชี้โลกร้อนอาจเป็นปัจจัยเพิ่มความรุนแรง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2788642

"เครื่องบินตกหลุมอากาศ" ผู้เชี่ยวชาญชี้โลกร้อนอาจเป็นปัจจัยเพิ่มความรุนแรง

27 พ.ค. 2567 12:36 น.

“เครื่องบินตกหลุมอากาศ” ผู้เชี่ยวชาญชี้โลกร้อนอาจเป็นปัจจัยเพิ่มความรุนแรง

  • เกิดเหตุเครื่องบินโดยสาร โบอิ้ง 787 ดรีมไลเนอร์ ของสายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ส ที่มุ่งหน้าจากกรุงโดฮาของกาตาร์ ไปยังเมืองดับลิน ในประเทศไอร์แลนด์ ได้ประสบเหตุตกหลุมอากาศอย่างรุนแรง ระหว่างผ่านน่านฟ้าประเทศตุรกี ส่งผลให้มีผู้โดยสารและลูกเรือได้รับบาดเจ็บ 12 ราย
  • ก่อนหน้านั้นเพียง 5 วัน เพิ่งเกิดเหตุสุดช็อก เครื่องบินโดยสารของสิงคโปร์ แอร์ไลน์ส จากอังกฤษมุ่งหน้าสิงคโปร์ ได้ประสบเหตุตกหลุมอากาศรุนแรง ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ศพ บาดเจ็บกว่า 20 ราย ขณะเกิดเหตุผู้โดยสารจำนวนมากไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัย
  • ด้านผู้เชี่ยวชาญระบุ ความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศอาจเป็นปัจจัยที่ทำให้การเผชิญกับหลุมอากาศของเครื่องบินมีความรุนแรงขึ้น เพิ่มความเสี่ยงมากขึ้นสำหรับนักเดินทางทางอากาศ

จากกรณีเครื่องบินโดยสารสายการบิน กาตาร์ แอร์เวย์ส เที่ยวบิน “QR017” ที่มุ่งหน้าจากกรุงโดฮาของกาตาร์ ไปยังเมืองดับลิน ในประเทศไอร์แลนด์ ได้ประสบเหตุตกหลุมอากาศอย่างรุนแรง ระหว่างผ่านน่านฟ้าประเทศตุรกี ส่งผลให้มีผู้โดยสารและลูกเรือได้รับบาดเจ็บ 12 ราย

แถลงการณ์ของสนามบินเมืองดับลิน ระบุว่า เครื่องบินโบอิ้ง 787 ดรีมไลเนอร์ ลำนี้ได้บินมาลงจอดอย่างปลอดภัยและตรงตามกำหนดการในเวลาก่อน 13.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยมีเจ้าหน้าที่ฉุกเฉิน ตำรวจสนามบิน และหน่วยกู้ภัยรอให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ

ด้านผู้โดยสารที่มาถึงสนามบินเล่าเหตุการณ์ระทึกว่า เครื่องบินตกหลุมอากาศไม่ถึง 20 วินาที แต่มันเกิดขึ้นในช่วงเวลาเสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่ม และมีบางคนไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัย

สายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ส ออกแถลงการณ์ระบุว่า กำลังสืบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการภายใน ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นเพียง 5 วัน หลังจากเครื่องบินโดยสารของสิงคโปร์ แอร์ไลน์สตกหลุมอากาศรุนแรงทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ศพ 

โดยกรณีของเครื่องบินสิงคโปร์ แอร์ไลน์ส เครื่องบินโบอิ้ง 777-300ER ดิ่งลงสู่ความสูง 6,000 ฟุต หรือ 1,800 เมตร ภายในไม่กี่นาที จากนั้นนักบินได้นำผู้โดยสาร 211 คน และลูกเรือ 18 คน ลงจอดฉุกเฉินที่กรุงเทพฯ โดยมีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิต 1 ศพ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 71 ราย และอีก 20 ราย ยังอยู่ในห้องไอซียูในกรุงเทพฯ

ข่าวเครื่องบินตกหลุมอากาศ 2 ครั้งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้เกิดคำถามว่า การบาดเจ็บและเสียชีวิตจากเครื่องบินตกหลุมอากาศเกิดขึ้นบ่อยแค่ไหน และสภาพอากาศแปรปรวน หลุมอากาศ คืออะไร มันเกิดบ่อยขึ้น หรือรุนแรงมากขึ้นหรือไม่ และความเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้รุนแรงขึ้นจริงหรือไม่

บนเครื่องบินเกิดเรื่องทำให้บาดเจ็บบ่อยแค่ไหน


ผู้เชี่ยวชาญด้านการบิน ระบุว่า เมื่อเทียบกับเที่ยวบินหลายล้านเที่ยวบินที่ขึ้นสู่ท้องฟ้าในแต่ละปี ซึ่งข้อมูลคาดการณ์ในปีนี้อยู่ที่ประมาณ 40.1 ล้านเที่ยวบิน สิ่งที่เกิดขึ้นกับเที่ยวบิน SQ321 ของสิงคโปร์นั้นเกิดขึ้นได้ยาก

โดยข้อมูลจาก องค์การบริหารการบินห่งชาติของสหรัฐฯ (Federal Aviation Administration) ระบุว่า สหรัฐฯ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเดินทางทางอากาศที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีผู้บาดเจ็บต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเพียง 163 ราย ระหว่างปี 2552-2565 ซึ่งทางคณะกรรมการความปลอดภัยการขนส่งแห่งชาติไม่ได้รับแจ้งรายงานการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศแปรปรวนบนเครื่องบินขนาดใหญ่แม้แต่ครั้งเดียวในช่วงเวลานี้

ก่อนหน้านี้ก็แทบไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าเครื่องบินตกหลุมอากาศจะรุนแรงถึงขนาดต้องลงจอดฉุกเฉิน ยิ่งเครื่องบินเชิงพาณิชย์ยิ่งแทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แม้ว่าจะเกิดเหตุเครื่องบินตกในปี 2544 ซึ่งเป็นกรณีของเที่ยวบิน 587 ของสายการบินอเมริกัน แอร์ไลน์ส จากสนามบินจอห์น เอฟ เคนเนดี ของนิวยอร์กไปยังซานโตโดมิงโก สาธารณรัฐโดมินิกัน การสอบสวนยืนยันว่าหลุมอากาศทำให้ระบบกันโคลงแนวดิ่งของเครื่องบินขัดข้อง แต่การที่เครื่องบินตกเกิดจากข้อผิดพลาดทางเทคนิค และไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการตกหลุมอากาศ

หลุมอากาศเกิดจากอะไร


หลุมอากาศ คือความแปรปรวนในอากาศ โดยมีหลายสาเหตุปัจจัยที่ทำให้เกิดหลุมอากาศ ไม่ว่าจะเป็นภูมิประเทศ อย่างบินผ่านพื้นที่ภูเขา แรงลมธรรมดาก็สามารถเปลี่ยนกระแสลมแรงและหลุมอากาศได้ เมื่ออากาศพัดลอยขึ้นเหนือภูมิประเทศตามธรรมชาติ ซึ่งอาจทำให้เกิดคลื่นอากาศที่ก่อให้เกิดเป็นหลุมอากาศได้

แม้ว่าสภาพดินฟ้าอากาศอาจส่งผลต่อการเกิดหลุมอากาศได้เช่นกัน แต่เหตุการณ์ที่ทำให้เกิดความกังวลมากที่สุดเรียกว่า อากาศปั่นป่วนในอากาศแจ่มใส (Clear-Air Turbulence) หรือ CAT

ทางด้าน นายรามาลิงกัม ซาราวานัน หัวหน้าภาควิชาวิทยาศาสตร์บรรยากาศ ที่มหาวิทยาลัย A&M ในรัฐเทกซัส ของสหรัฐฯ ระบุว่า หลุมอากาศอาจเกิดจากสิ่งที่เรียกว่า คลื่นแรงโน้มถ่วง ที่ทำให้เกิดคลื่นในอากาศซึ่งเรามองไม่เห็น วิธีเดียวที่นักบินรู้เกี่ยวกับสิ่งนี้คือการได้ยินจากการสื่อสารของนักบินที่เพิ่งบินผ่านเส้นทางเดียวกันเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทำให้หลุมอากาศรุนแรงขึ้นหรือไม่


ผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเรดดิ้งในอังกฤษ ที่ตีพิมพ์เมื่อปีที่แล้ว พบว่า ระหว่างปี 2522-2563 การเกิดอากาศปั่นป่วนในอากาศแจ่มใส บริเวณเหนือมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางการบินที่พลุกพล่านที่สุดในโลก เพิ่มขึ้น 55% เนื่องมาจากอุณหภูมิที่อุ่นขึ้น อาจส่งผลต่อรูปแบบกระแสลม และมีรายงานยืนยันว่า การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นสาเหตุส่วนใหญ่

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยชิคาโก คาดการณ์ว่า อุณหภูมิที่ร้อนขึ้นอาจนำไปสู่ความเร็วลมที่สูงขึ้นใน “กระแสลมระดับบนที่เร็วที่สุด” โดยการศึกษาชี้ให้เห็นว่าความเร็วจะเพิ่มขึ้น 2% สำหรับทุกๆ องศาเซลเซียสที่โลกอุ่นขึ้น ซึ่งคาดว่าอุณหภูมิโลกจะเพิ่มขึ้น 4 องศาเซลเซียส ภายในสิ้นศตวรรษนี้ หากก๊าซเรือนกระจกยังคงเพิ่มขึ้นในระดับเดียวกัน

นักวิจัยกล่าวว่า สายการบินต่างๆ จะต้องชะลอความเร็วลงเพื่อจำกัดผลกระทบด้านความปลอดภัยจากสภาพอากาศ แต่ดูเหมือนว่าหลุมอากาศจะเป็นเรื่องความปลอดภัยของผู้คนบนเครื่องบินมากกว่าตัวเครื่องบิน และส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นเมื่อผู้โดยสารและลูกเรือไม่ได้รัดเข็มขัดนิรภัย

ด้านซารา เนลสัน ประธานสมาคมพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของสหรัฐฯ กล่าวว่า เวลาเครื่องบินตกหลุมอากาศ ลูกเรือจะได้รับบาดเจ็บคิดเป็น 79% ของการบาดเจ็บที่เกิดขึ้น โดยหลุมอากาศกลายเป็นปัญหาด้านความปลอดภัยในที่ทำงานที่ร้ายแรงสำหรับพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน.

เผยนาทีทอร์นาโดถล่มปั๊มน้ำมันเท็กซัส มีคนติดด้านในกว่า 60 คน (ชมคลิป)

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2788671

เผยนาทีทอร์นาโดถล่มปั๊มน้ำมันเท็กซัส มีคนติดด้านในกว่า 60 คน (ชมคลิป)

27 พ.ค. 2567 11:48 น.

เผยนาทีทอร์นาโดถล่มปั๊มน้ำมันเท็กซัส มีคนติดด้านในกว่า 60 คน (ชมคลิป)

โลกโซเชียลเผยภาพขณะพายุทอร์นาโดพัดถล่มปั๊มน้ำมันในรัฐเท็กซัส ในขณะที่ผู้คนมากกว่า 60 คนกำลังหลบภัยอยู่ภายใน หลังจากสภาพอากาศเลวร้ายพัดถล่มภาคกลางของสหรัฐฯ

วิดีโอที่แชร์บนโซเชียลมีเดียแสดงให้เห็นช่วงเวลาขณะที่พายุทอร์นาโดพัดถล่มปั๊มน้ำมัน ซึ่งเป็นจุดจอดรถบรรทุกในรัฐเท็กซัส ในขณะที่ผู้คนมากกว่า 60 คนกำลังหลบภัยอยู่ภายใน หลังจากสภาพอากาศเลวร้ายพัดถล่มภาคกลางของสหรัฐฯ เมื่อวันอาทิตย์ (27 พ.ค.)

ตามการระบุของเจ้าหน้าที่ของรัฐและท้องถิ่น พายุทอร์นาโดกำลังแรงได้ก่อให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้างในหลายพื้นที่ของรัฐเท็กซัส โอคลาโฮมา อาร์คันซอ และเคนตักกี ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 15 ศพ แบ่งเป็น 7 รายในเท็กซัส, 5 รายในอาร์คันซอ, 2 รายในโอคลาโฮมา และ 1 รายในเคนตักกี และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายสิบราย บ้านเรือนและธุรกิจจำนวนมากได้รับความเสียหาย

วิดีโอที่แชร์บน X แสดงให้เห็นพายุทอร์นาโดที่พัดผ่านปั๊มน้ำมันซึ่งเป็นจุดจอดรถบรรทุกใกล้กับเมืองวัลเลย์ วิว ในรัฐเท็กซัส 

ผู้ใช้ X ได้แชร์คลิปดังกล่าวโดยระบุว่า “เมื่อคืนนี้ น้องสาวของฉันและฉันกำลังขับรถบนทางหลวงสาย I-35 ตอนที่พายุทอร์นาโด ถล่มปั๊มน้ำมัน เราเข้าไปในปั๊มน้ำมันเพื่อดูเรดาร์การเคลื่อนที่ของทอร์นาโด จากนั้นเราก็หลบภัย และนี่คือมุมมองจากภายในปั๊มน้ำมันเชลล์”

ในระหว่างการแถลงข่าวเมื่อวันอาทิตย์ ซึ่งจัดขึ้นที่หน้าจุดจอดรถบรรทุกที่ถูกทำลายโดยพายุทอร์นาโด นายเกร็ก แอบบอตต์ ผู้ว่าการรัฐเท็กซัส เกล่าวว่าพายุดังกล่าวพัดถล่มทางตอนเหนือของรัฐอย่างรุนแรง มีรายงานผู้เสียชีวิตทั้ง 7 รายในเขตคุกเคาน์ตี หลังจากพายุทอร์นาโดที่ทรงพลังอย่างน้อยหนึ่งลูกพัดผ่านพื้นที่ โดยในกลุ่มผู้เสียชีวิตยังรวมถึงเด็กเล็กสองคน อายุ 2 และ 5 ขวบ 

เจ้าหน้าที่เขตคุกเคาน์ตี กล่าวว่า มีผู้คนได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก หลังจากพายุทอร์นาโดพัดผ่าน และที่ปั๊มน้ำมันเชลล์มีคนติดอยู่ภายในมากกว่า 60 คน

สำนักงานบริการสภาพอากาศแห่งชาติสหรัฐฯ ระบุว่า ทอร์นาโดดังกล่าวมีความรุนแรงในระดับ EF-2 และกล่าวว่าพายุที่พัดผ่านพื้นที่วัลเลย์ วิว มีความเร็วลมประมาณ 216 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ทั้งนี้ ชาวอเมริกันราว 109 ล้านคนยังคงเผชิญกับสภาพอากาศเลวร้ายในช่วงวันหยุดยาวเนื่องในวันเมโมเรียลเดย์ ซึ่งเป็นวันเชิดชูทหารที่รับใช้ชาติ ซึ่งตรงกับวันจันทร์สุดท้ายของเดือนพฤษภาคมคือวันที่ 27 พฤษภาคม ศูนย์พยากรณ์พายุออกคำเตือนในขณะที่พายุหลายลูกกำลังเคลื่อนตัวไปทางตะวันออกว่า จะเกิดทอร์นาโดรุนแรง รวมถึงลูกเห็บขนาดใหญ่เท่าลูกเบสบอล และความเสียหายจากกระแสลมกระโชกแรงเป็นวงกว้าง.

ที่มา Newsweek

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

บังกลาเทศอพยพประชาชน 8 แสนคน หลังพายุไซโคลน “ริมาล” จ่อพัดถล่มเป็นลูกแรกของฤดูกาล

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2788637

บังกลาเทศอพยพประชาชน 8 แสนคน หลังพายุไซโคลน "ริมาล" จ่อพัดถล่มเป็นลูกแรกของฤดูกาล

27 พ.ค. 2567 10:05 น.

บังกลาเทศอพยพประชาชน 8 แสนคน หลังพายุไซโคลน “ริมาล” จ่อพัดถล่มเป็นลูกแรกของฤดูกาล

ทางการบังกลาเทศมีคำสั่งอพยพประชาชนเกือบ 800,000 คน ออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศ ในขณะที่พายุไซโคลน “ริมาล” จะเคลื่อนผ่านบังกลาเทศ และชายฝั่งของรัฐเบงกอลตะวันตกของอินเดีย

สำนักข่าวเอพี รายงานว่า เมื่อวันที่ 26 พ.ค. 2567 ทางการบังกลาเทศมีคำสั่งอพยพประชาชนเกือบ 800,000 คน ออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศ ในขณะที่ พายุไซโคลน “ริมาล” (Remal) จะเคลื่อนผ่านบังกลาเทศ และชายฝั่งของรัฐเบงกอลตะวันตกของอินเดีย ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า

ทางด้าน กรมอุตุนิยมวิทยาของอินเดีย คาดการณ์ว่า พายุลูกนี้จะมีลมกระโชกแรงสูงสุดถึง 135 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และคาดว่าจะพัดถล่มเกาะซาการ์ของรัฐเบงกอลตะวันตก และเขตเคปูปาราของบังกลาเทศ นอกจากนี้คาดว่าจะมีพายุคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร และอาจเกิดน้ำท่วมพื้นที่ราบลุ่มชายฝั่งทะเลรัฐเบงกอลตะวันตกของอินเดียและบังกลาเทศ

นายโมฮิบูร์ เราะห์มาน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการจัดการภัยพิบัติและบรรเทาทุกข์ของบังกลาเทศ กล่าวว่า ได้ส่งอาสาสมัครไปช่วยอพยพประชาชนไปยังศูนย์พักพิงพายุไซโคลน 4,000 แห่งทั่วบริเวณชายฝั่งของประเทศ

ขณะเดียวกันยังระบุว่า รัฐบาลยังปิดโรงเรียนทั้งหมดในภูมิภาคจนกว่าจะมีประกาศเพิ่มเติม นอกจากนี้ยังต้องปิดสนามบินในเมืองแชตโตแกรม ทางตะวันออกเฉียงใต้ และยกเลิกเที่ยวบินภายในประเทศทั้งหมด ทั้งขาเข้าและขาออกจากสนามบินคอกซ์บาซาร์

ทางการบังกลาเทศยังได้ระงับการขนถ่ายสินค้าในท่าเรือหลักที่ใหญ่ที่สุดของประเทศในเมืองจิตตะกอง และเริ่มเคลื่อนย้ายเรือมากกว่าสิบลำจากท่าเทียบเรือไปยังทะเลน้ำลึกเพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อน

ทั้งนี้ ไซโคลนริมาล เป็นพายุไซโคลนลูกแรกในอ่าวเบงกอล ก่อนฤดูมรสุมปีนี้ ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายน.

สลด รถไฟชนรถบัสโดยสาร ดับ 4 ศพ บาดเจ็บ 30 รายที่เปรู

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2788639

สลด รถไฟชนรถบัสโดยสาร ดับ 4 ศพ บาดเจ็บ 30 รายที่เปรู

27 พ.ค. 2567 10:04 น.

สลด รถไฟชนรถบัสโดยสาร ดับ 4 ศพ บาดเจ็บ 30 รายที่เปรู

รถไฟบรรทุกสินค้าขบวนหนึ่ง ขับพุ่งชนรถบัสโดยสาร ทางภาคกลางของประเทศเปรู ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ศพ นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกประมาณ 30 ราย

สำนักข่าวเอพี รายงานว่า เมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 26 พ.ค. 2567 ตามเวลาท้องถิ่นที่ประเทศเปรู ได้เกิดเหตุการณ์รถไฟบรรทุกสินค้าขบวนหนึ่ง ขับพุ่งชนรถบัสโดยสารที่กำลังแล่นผ่านบริเวณใกล้สถานีลาโอโรยา ทางตะวันออกของกรุงลิมา ทางภาคกลางของประเทศเปรู ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ศพ นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกประมาณ 30 ราย

ทางด้าน กระทรวงคมนาคมและการสื่อสารของเปรู ได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้เสียชีวิต และบอกว่าผู้บาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง โดยขณะเกิดเหตุรถบัสคันนี้ได้ออกจากกรุงลิมา มุ่งหน้าไปยังเมืองฮวนกาโย แต่ถูกรถไฟชนอย่างแรงระหว่างแล่นผ่านทางรถไฟ ขณะที่ล่าสุดผู้เชี่ยวชาญกำลังสืบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น.

นายกฯ นำทีม รมต. – ผู้ว่าแบงก์ชาติ ประชุม ครม. เศรษฐกิจ นัดแรก

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575575

27 พ.ค. 2567

19:07 น.

นายกฯ นำทีม รมต. - ผู้ว่าแบงก์ชาติ ประชุม ครม. เศรษฐกิจ นัดแรก

นายกฯ นำทีม รมต. – ผู้ว่าแบงก์ชาติ ประชุม ครม. เศรษฐกิจ นัดแรก ระดมความคิด-หาทางออก หลังจากภาวะเศรษฐกิจเติบโตกว่าประมาณการ แต่ไม่ถึงขั้นถดถอย

27 พ.ค. 2567 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ นัดแรก ที่ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล

โดยนายกฯ กล่าวเปิดการประชุมตอนหนึ่งว่า เศรษฐกิจในวันนี้ตามที่เราทราบกันดีว่าตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาต่ำกว่าประมาณการค่อนข้างมาก แต่วันนี้ยังไม่เรียกภาวะเศรษฐกิจทดถอย เพราะยังมีเรื่องการท่องเที่ยวที่ยังช่วย แต่ก็ยังเดินหน้าไม่เต็มที่

ที่ผ่านมาตัวเลขเศรษฐกิจไม่ค่อยดีมาอย่างยาวนาน และต่อเนื่อง รวมถึงยังมีปัญหาอีกหลายเรื่อง เช่น ปัญหาเศรษฐกิจโลกโตช้า กำลังซื้ออ่อนตัว โดยเฉพาะกลุ่มฐานราก รวมถึงสภาพการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ และปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น สังคมสูงวัย ความสามารถทางการแข่งขัน หนี้ครัวเรือน และหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้( NPL) ซึ่งปัญหาส่วนใหญ่ต้องการการแก้ไขโดยการปรับโครงสร้าง และรากฐานเศรษฐกิจ

แต่อีกหลายเรื่องภาครัฐสามารถทำได้เลย เช่น การเร่งการเบิกจ่ายภาครัฐ การกระตุ้นกำลังซื้อ การท่องเที่ยว ซึ่งแน่นอนว่าเรากำลังทำกันอยู่ และอยู่ระหว่างการหารือในรายละเอียด 

และในวันนี้จะมาพูดคุยในเรื่องของรายละเอียด ว่าจะทำกันอย่างไรเพื่อที่จะทำให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นโดยเร็ว จึงเป็นที่มาของการนัดประชุม ครม.เศรษฐกิจ เพื่อระดมความคิดหาทางออก ช่วยให้เศรษฐกิจโตได้ตามศักยภาพ จึงขอให้ทุกท่านใช้เวทีนี้แสดงความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่ มีอะไรที่อยากจะหารือ เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย อะไรสามารถทำได้หรือทำไม่ได้

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี

สำหรับบรรยากาศการประชุม ครม. เศรษฐกิจ นัดแรก ส่วนใหญ่คณะรัฐมนตรีที่เดินทางเข้าร่วมเป็นคณะรัฐมนตรีกระทรวงด้านเศรษฐกิจ อาทิ นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, นายภูมิธรรมเวชชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึง ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เข้าร่วมประชุมด้วย

การประชุม ครม. ครั้งนี้ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง จากนั้นเวลา 18.00 น. นายเศรษฐา ได้เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาล  ซึ่งระหว่างนั้น นายกฯ ลดกระจกลง พร้อมกล่าวกับผู้สื่อข่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า ได้มอบหมายให้นายพิชัย ชุณวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​คลัง เป็นผู้แถลงข่าวการประชุมทั้งหมด 

ขณะที่ นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เดินทางกลับออกจากทำเนียบรัฐบาล ภายหลังนายกฯ เดินทางออกไปในเวลา 18.03 น.

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง พร้อมทั้ง นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ และ นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลัง ร่วมแถลงการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ว่า การประชุมครั้งนี้ จะต้องมีการรายงานประชุมในทุกสองสัปดาห์ เพื่อนำสิ่งที่เห็นมาทำให้ชัดเจน และมีมาตรการเฉพาะหน้า ที่จะช่วยให้คนออกจากสภาวะ NPL หรือหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ เพื่อให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน ขณะที่ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ จะต้องดูว่าจะกระตุ้นขนาดไหนถึงจะได้ผล

ส่วนจะเห็นตัวเลข GDP จะโตได้เกิน 2.5 % หรือไม่นั้น ก็ต้องผลักดันทุกวิถีทาง สำหรับมาตรการระยะกลางและระยะยาว จะมาเสริมเรื่องอุตสาหกรรม ซึ่งพบว่าคนไทยมีความรู้เยอะ แต่ขาดประสบการณ์ ซึ่งอาจต้องเพิ่มการฝึกงานจริงอย่างน้อย 1 ปี

ด้าน นายจุลพันธ์ บอกว่า การประชุมวันนี้ ไม่ได้มีการตั้งเป็น ครม. เศรษฐกิจ เหมือนเช่นอดีต ก็เพื่อความคล่องตัวในการทำงาน และขับเคลื่อนง่ายขึ้น พร้อมทั้งยังให้ทุกหน่วยงานเตรียมการบ้านมาเสนอปัญหาและการขับเคลื่อน พร้อมโยนโจทย์ในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้าจะกลับมาคุยรายละเอียดของแต่ละหน่วยงานเพิ่มเติม ว่ามีอะไรที่ทำไปแล้ว แล้วต้องทำเพิ่ม เพื่อคิดกลไกในการขับเคลื่อน

สำหรับกระทรวงการคลัง มีมาตรการทางภาษีรองรับคาร์บอนเครดิต และการจัดเก็บภาษีบริษัทข้ามชาติที่ต้องมีการปรับแก้กฎหมาย ซึ่งนำส่ง ครม. แล้ว เร็วๆ นี้จะเข้าสู่สภาเพื่อขับเคลื่อนต่อไป

ส่วนเรื่องดอกเบี้ย คณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. จะลดดอกเบี้ยหรือไม่นั้น ตนตอบไม่ได้ เพราะอยู่นอกเหนืออำนาจ ครม. แต่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ จะมีการกระตุ้นเศรษฐกิจในไตรมาสสุดท้าย ซึ่งก็คือ ดิจิทัลวอลเล็ต ระหว่างนี้จะต้องมีกลไกมาขับเคลื่อน ซึ่งกระทรวงต่างๆก็รับกลับไปวางแผน เพื่อกลับมาหาหรือใหม่

ขณะที่ นายเผ่าภูมิ ระบุว่า ในที่ประชุมมีการเสนอมาตรการจากธนาคารแห่งประเทศไทย ที่เห็นตรงกับกระทรวงการคลัง ในมาตรการค้ำประกันสินเชื่อ บสย. จะช่วยให้ปัญหาที่ทำให้ธนาคารต่างๆไม่กล้าปล่อยสินเชื่อ เพราะเกรงว่าจะมีความเสี่ยง

โดย บสย.จะเข้ามาค้ำประกันสินเชื่อให้ผ่านจากงบประมาณรัฐบาล เข้ามาดูดซับความเสี่ยง SME ออกไป และทำให้ธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อให้กับ SME ได้ โดยมีเงื่อนไขว่า ต้องมีการพิจารณาการค้ำประกันสินเชื่อ หรือปล่อยสินเชื่อให้กับ SME รายใหม่เป็นอันดับแรก

ส่วนวงเงินค้ำประกันขอพิจารณาเพิ่มเติม แต่ที่ประชุมเห็นตรงกันว่า เป็นเรื่องสำคัญมาก จึงอาจมีการพิจารณาเพิ่มวงเงิน โดยจะนำเสนอเข้าครม. ภายใน 2-3 สัปดาห์นี้

นอกจากนี้ที่ประชุมได้สั่งการให้กระทรวงการคลัง เร่งการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ และเม็ดเงินงบประมาณ ในส่วนสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ และธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ ได้รับโจทย์ให้ไปเร่งรัดการปล่อยสินเชื่อที่เข้าถึงประชาชนได้ง่ายขึ้น

นายเผ่าภูมิ ยังกล่าวด้วยว่า นายกฯ มีข้อสั่งการไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ให้มีมาตราการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลาง เข้ามาเสริมช่วงโลว์ซีซั่นท่องเที่ยวของไทย และกระทรวงการคลังจะช่วยสนับสนุนท่องเที่ยวในเมืองรอง

ส่วนเรื่องกรอบเงินเฟ้อว่า เราเห็นถึงความจำเป็น เพราะเงินเฟ้อมีปัญหา 2 มิติ คือ เรื่องกรอบเงินเฟ้อที่ไม่สะท้อนสภาวะเศรษฐกิจจริง และเรื่องกรอบเงินเฟ้อที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย ไม่พยายามผลักดันเงินเฟ้อเข้าไปอยู่ในกรอบ จึงเป็นความรับผิดชอบร่วมกันต้องพิจารณา

‘วัชระ’ ยื่นอัยการสูงสุุด ยืนคำสั่งฟ้อง ’ทักษิณ’ ผิด ม.112

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575560

27 พ.ค. 2567

16:26 น.

'วัชระ’ ยื่นอัยการสูงสุุด ยืนคำสั่งฟ้อง ’ทักษิณ’ ผิด ม.112

‘วัชระ’ ยื่นหนังสืออัยการสูงสุุด ยืนหลักการเดิมของ อสส.พงษ์นิวัฒน์ สั่งฟ้อง ’ทักษิณ’ ผิด ม.112 หลัง 29 พ.ค.นี้ นัดฟังคำสั่ง

นายวัชระ เพชรทอง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือถึงนายอำนาจ เจตน์เจริญรักษ์ อัยการสูงสุด ขอให้ยืนยันคำสั่งฟ้องอัยการสูงสุด (ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุด) ที่ฟ้อง นายทักษิณ ชินวัตร มีความผิดตามมาตรา 122 โดยมีนายประยุทธ เพชรคุณ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดเป็นผู้รับมอบหนังสือ โดยระบุจะนำหนังสือดังกล่าวไปเสนอต่ออัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาต่อไป

นายวัชระ กล่าวว่า ในฐานะประชาชนผู้เสียภาษีอากรได้ติดตามคดีนายทักษิณ ได้ให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศที่ประเทศเกาหลีใต้อันเป็นความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 มาตั้งแต่ต้น ต่อมานายทักษิณ ขอความเป็นธรรมและอ้างพยานหลักฐานเพิ่มเติม ได้แก่ นายทหารระดับยศพลเอกและนักการเมืองหนุ่มนักเรียนนอก เลขาธิการพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อไทย เป็นต้น ซึ่งล้วนเป็นพยานจัดตั้งและมีผลประโยชน์ทางการเมืองทับซ้อนในปัจจุบันนั้น อัยการสูงสุดต้องยืนหลักการเดิมของอัยการสูงสุด (ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อัยการสูงสุดในขณะนั้น) ที่มีคำสั่งฟ้องดำเนินคดีนายทักษิณ เพื่อดำรงไว้ซึ่งหลักนิติรัฐและนิติธรรม ในวันที่ 29 พ.ค.นี้ จะมีการนัดฟังคำสั่งคดี ว่า จะฟ้องหรือไม่ 

นายวัชระ เพชรทองนายวัชระ เพชรทอง

ทั้งนี้ขอให้พิจารณาพยานจัดตั้งของนายทักษิณ ทุกปากและชั่งน้ำหนักพยานอย่างมีดุลยธรรม ก่อนจะสั่งคดีเพื่อความยุติธรรมต่อไปและอย่าใช้กระบวนการยุติธรรม 2 มาตรฐานดังเช่นความเห็นของนายถาวร เสนเนียม อดีตอัยการ ซึ่งนายทักษิณฯ สร้างความเสียหายกับประเทศชาติมากกว่า 1.3 แสนล้านบาท 

โดยก่อนหน้านี้อัยการสูงสุดได้สั่งไม่ฟ้องคนในตระกูลนี้หลายคดีเป็นที่ครหาของสังคมในการใช้ดุลพินิจของอัยการสูงสุดเรื่อยมาว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือมีใบสั่งทางการเมืองหรือไม่ เช่น

1.อัยการสั่งไม่ฟ้อง “แม้วและพวก” ซุกหุ้นเอสซี แอสเสท  
2.อัยการไม่ฎีกาคดี “พจมาน-บรรณพจน์” เลี่ยงภาษีชินฯ  
3.พานทองแท้รอดอัยการชี้ขาดไม่อุทธรณ์ “คดีฟอกเงินกรุงไทย”  
4.โฆษกฯอัยการ แจงยิบสั่งไม่ฟ้อง ‘อดีตเลขาฯ คุณหญิงอ้อ-สามี’ ฟอกเงิน  
 

ทั้งนี้พี่น้องประชาชนสงสัยในการสั่งคดีเป็นอย่างยิ่งและอดีตอัยการสูงสุดคนหนึ่งคือ นายชัยเกษม นิติสิริ ไปเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ประชาชนก็ยิ่งสงสัยมากขึ้นไปอีก ดังนั้นคดีนี้จึงต้องรอบคอบถ่องแท้ อย่าเลื่อนการสั่งคดีออกไปอีกและให้โลกร่ำลือในวีรกรรมการสั่งคดีเพื่อประเทศชาติในครั้งนี้ 

ปัจจุบันนายทักษิณเป็นนักโทษ คดีทุจริตถูกจำคุก 1 ปี อยู่ในระหว่างการพักโทษให้ไปถูกคุมขังที่บ้านจันทร์ส่องหล้า กำหนดพ้นโทษวันที่ 31 ส.ค.2567 สถานะในปัจจุบันจึงยังเป็นนักโทษตามกฎหมายกรมราชทัณฑ์ 

คดีดังกล่าวเมื่อวันที่ 19 ก.พ. ที่ผ่านมา นายทักษิณ ได้เข้ารายงานตัวต่ออัยการสำนักงานคดีอาญา เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาแล้วก่อนได้รับการประกันตัว ด้วยวงเงิน 5 แสนบาท ซึ่งอัยการสำนักงานคดีอาญา นัดฟังคำสั่งครั้งเเรกในวันที่ 10 เม.ย. จากนั้นอัยการได้เลื่อนนัดฟังคำสั่งเป็นวันที่ 29  พ.ค.นี้

ด่วน ศาลอาญาให้ประกัน ‘ตะวัน ทานตะวัน’ ผู้ต้องหาคดี ม.116

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575554

27 พ.ค. 2567

15:44 น.

ด่วน ศาลอาญาให้ประกัน 'ตะวัน ทานตะวัน' ผู้ต้องหาคดี ม.116

ด่วน ศาลอาญาให้ประกัน ‘ตะวัน ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ ‘ ผู้ต้องหาคดี มาตรา 116 เตรียมปล่อยตัวเย็นวันนี้ หลังถูกคุมขัง 104 วัน

27 พ.ค.2567 เฟซบุกเพจ “ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน” โพสต์ข้อความระบุว่า  ด่วน ศาลอาญาให้ประกัน “ตะวัน ทานตะวัน ตัวตุลานนท์” ในคดี ม.116 แล้ว หลังถูกคุมขังมาตั้งแต่ชั้นฝากขังจนคดีถูกสั่งฟ้องเป็นระยะเวลานาน 104 วัน พร้อมกับอดอาหารประท้วงก่อนหน้านี้เป็นระยะเวลาหนึ่ง

ด่วน ศาลอาญาให้ประกัน \'ตะวัน ทานตะวัน\' ผู้ต้องหาคดี ม.116

โดยปัจจุบันตะวันถูกควบคุมตัวอยู่ที่ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ พร้อมกับ #แฟรงค์ ณัฐนนท์ เพื่อนร่วมคดีเดียวกัน

โดยวันนี้ศาลให้ประกันตัวตะวัน ด้วยเงื่อนไขให้ใส่กำไล EM ส่วนแฟรงค์ทนายความจะยื่นประกันต่อไป

ด่วน ศาลอาญาให้ประกัน \'ตะวัน ทานตะวัน\' ผู้ต้องหาคดี ม.116

สำหรับการปล่อยตัวตะวันในวันนี้ ทนายความกำลังตรวจสอบว่านอกจากนี้คดีนี้ ตะวันยังมีหมายขังในคดีอื่นอยู่อีกหรือไม่ หากมีจะยื่นคำร้องขอประกันตัวต่อไป หรือหากไม่มีคดีใดเหลืออยู่แล้วตะวันก็จะได้รับการปล่อยตัววันนี้ทันที