เศรษฐา ยอมรับหารือ วิษณุ สู้คดี 40สว. พร้อมเร่งทำงาน หลังคะแนนนิยมตก

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575528

27 พ.ค. 2567

11:00 น.

เศรษฐา ยอมรับหารือ วิษณุ สู้คดี 40สว. พร้อมเร่งทำงาน หลังคะแนนนิยมตก

“เศรษฐา” รับหารือข้อกฎหมาย “วิษณุ” สู้คดี 40 สว. พร้อมเร่งทำงาน หลังคะแนนนิยมตกตามหลังก้าวไกล จับตาประชุม ครม.เศรษฐกิจ เย็นนี้

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ยอมรับว่าได้ปรึกษาหารือเรื่องข้อกฎหมายกับนายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับคดี ที่ศาลรัฐธรรมนูญ รับคำร้อง 40 สว. เกี่ยวกับการตั้งนายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรี โดยได้ไปพบที่บ้านพักเมื่อวานนี้ แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดขอให้เป็นเรื่องระหว่างตนกับนายวิษณุ 

ทั้งนี้การทำคำชี้แจงยังไม่แล้วเสร็จ แต่มั่นใจว่า จะสามารถชี้แจงได้ และระยะเวลา 15 วัน เพียงพอไม่ต้องขอขยายเวลาเพิ่ม

ขณะที่เมื่อวานนี้ สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจความเห็นของประชาชนเรื่องคะแนนนิยม พบว่าคะแนนนิยม ของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ต่ำกว่าคะแนนนิยมของพรรคก้าวไกล ทั้งตัวบุคคล และพรรค จะส่งผลให้นายกรัฐมนตรีต้องเร่งทำงานหรือไม่ เพราะจะครบ 1 ปีแล้วนั้น  

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเสียงสะท้อนจากพี่น้องประชาชน ที่ต้องให้ความเคารพกับข้อมูลที่ได้มา และไม่อยากจะอ้างเรื่องงบประมาณปี 2567 ที่เพิ่งออกมา ซึ่งวันนี้ (27 พ.ค.67) จะมีการประชุม ครม. เศรษฐกิจที่ทำเนียบช่วงเย็น

ส่วนการประชุมจะมีประเด็นใดเป็นพิเศษนั้น นายกฯ กล่าวว่า จะต้องรอผลหลังเสร็จสิ้นการประชุม ก็ต้องให้เกียรติคณะกรรมการท่านอื่นด้วย เพราะไม่ได้เป็นการสั่งการ แต่เป็นการมาพูดคุย ว่ามีความคิดเห็นอย่างไร มีข้อเสนอแนะอย่างไร ถ้าให้ข้อมูลก่อนจะไม่เหมาะสม

เมื่อถามว่า มีมาตรการในใจแล้วใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ขอไม่ให้รายละเอียด บอกเพียงว่าเป็นไปตามที่พูดไปแล้ว

โดยนายเศรษฐา กล่าวว่า เมื่อวานนี้ (26 พ.ค.67) ได้รับประทานอาหารกับ นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อเตรียมความพร้อมว่า จะมีการพูดคุยเรื่องใดบ้าง ซึ่งจะต้องให้เกียรติคณะกรรมการที่มาร่วมประชุม หากจะมาให้ข้อมูลก่อนก็คงไม่เหมาะสม ทั้ง ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และคนอื่น ๆ  ซึ่งวันนี้ไม่ได้มาสั่งการ แต่เป็นการพูดคุยว่าแต่ละคน มีข้อคิดเห็นอย่างไร มีข้อเสนอแนะอย่างไร

ส่วนจะเป็นมาตรการระยะสั้นก่อนหรือไม่ นั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การประชุมวันนี้ไม่ใช่ครั้งสุดท้าย และไม่อยากใช้คำว่า ครม.เศรษฐกิจ แต่เป็นคณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ  ย้ำว่าขอฟังความคิดเห็นก่อน ยังไม่แน่ใจว่าจะออกมาเป็นมาตรการหรือไม่

กรมพัฒนาฯชูทำเกษตรอินทรีย์PGS

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/806863

วันจันทร์ ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า ได้ส่งเสริมการทำเกษตรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม (Go Green) โดยส่งเสริมการทำเกษตรอินทรีย์เพื่อเพิ่มศักยภาพในการพัฒนาเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน มีความมั่นคงด้านอาหาร และปลอดภัยต่อสุขภาพ ไม่ทำลายธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงขับเคลื่อนการพัฒนาเกษตรอินทรีย์ในทุกมิติ ได้แก่ การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมต่างๆ การอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับหมอดินอาสา/กลุ่มเกษตรกร สนับสนุนในการปรับปรุงบำรุงดินให้อุดมสมบูรณ์ พร้อมทั้งให้ข้อมูลวิชาการด้านการจัดการดิน และปัจจัยการผลิตให้สามารถทำการผลิตในระบบเกษตรอินทรีย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การจัดทำระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ การขุดบ่อน้ำในไร่นานอกเขตชลประทาน จัดเวทีให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันระหว่างเกษตรกรผู้ผลิตเกษตรอินทรีย์ และเปิดรับสมัครกลุ่มเกษตรกรรายใหม่เข้าร่วมโครงการฯ

ด้านนายจำเริญ นาคคง ผอ.กองวิจัยและพัฒนาการจัดการที่ดิน กล่าวว่า กลุ่มเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการเกษตรอินทรีย์ PGS ของกรมพัฒนาที่ดิน จะมี “มิสเตอร์เกษตรอินทรีย์” หรือเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาที่ดิน เป็นพี่เลี้ยงสนับสนุน ให้คำปรึกษาทางวิชาการ ช่วยเหลือในการทำเกษตรอินทรีย์ ทำให้เกษตรกรสามารถจำหน่ายผลผลิตได้ในราคาที่สูงขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีกลุ่มเกษตรกรเข้าร่วมโครงการมากกว่า 500 กลุ่ม 20,000 ราย 40,000 ไร่โดยในปีงบประมาณ 2566 มีเกษตรกรผ่านการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ PGS 525 ราย 5,323 ไร่ และขยายผลการดำเนินงานผ่านศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์ PGS ทั้งหมด 75 แห่ง เพื่อเป็นแหล่งศึกษาดูงานการทำเกษตรอินทรีย์ครบวงจรตั้งแต่การจัดการดิน การผลิตในระบบเกษตรอินทรีย์ มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ กระบวนการรับรองแบบมีส่วนร่วม PGS เพื่อให้เกษตรกรที่สนใจการผลิตในระบบเกษตรอินทรีย์ PGS ได้มาศึกษาดูงาน และนำความรู้แนวทางไปปรับใช้ในพื้นที่ของตนเอง

อสป.จัดโครงการ ‘ประมงคุณธรรม’ ใช้วิถีตลาดชุมชน สร้างคุณค่ายั่งยืน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/806860

วันจันทร์ ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายสุทักษ์ จิระรัตนวงศ์ รอง ผอ.องค์การสะพานปลา (อสป.) เป็นประธานเปิด “โครงการตลาดประมงคุณธรรม สร้างคุณค่าที่ยั่งยืน” พร้อมด้วย น.ส.จรุวรรณ สินศิริ หัวหน้าสำนักงานท่าเทียบเรือประมงอ่างศิลา กล่าวต้อนรับ และเป็นผู้กล่าวรายงาน โดยได้รับเกียรติจากศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) นายยงจิรายุ อุปเสน ผู้จัดการสำนักส่งเสริมและขับเคลื่อนเครือข่ายทางสังคม เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้ในหัวข้อ “วิถีตลาดประมงคุณธรรมตามแนวชุมชนคุณธรรม” และร่วมกันประกาศเจตนารมณ์หรือข้อตกลงของผู้จำหน่ายสินค้าในตลาด และร่วมกันกำหนดเป้าหมาย “ปัญหาที่อยากแก้” “ความดีที่อยากทำ” และปัญหาตลาดด้านอื่นๆ และกิจกรรมร่วมกันรณรงค์โดยการประชาสัมพันธ์การจำหน่ายสินค้าประมงอย่างมีความรับผิดชอบ เป็นตลาดอาหารทะเลสดใหม่ ไม่ใช้สารฟอร์มาลีนทำให้เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค

นอกจากนี้ยังร่วมกันสร้างมาตรฐานในการจำหน่ายสินค้าประมงอย่างมีความรับผิดชอบ พื้นที่ร้านค้าสะอาดถูกสุขอนามัย สินค้าประมง สด ใหม่ สะอาด และปลอดสารฟอร์มาลีน จำหน่ายในราคาที่เป็นธรรม ไม่เอารัดเอาเปรียบ ภายใต้แนวคิด “พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา และกตัญญ” มุ่งสร้างภาพลักษณ์ตลาดที่มีความรับผิดชอบต่อสินค้าและผู้บริโภค โดยมีกลุ่มเป้าหมายได้แก่ผู้ขายสินค้าอาหารทะเล และผู้ค้าทั่วไปในท่าเทียบเรือประมงอ่างศิลา เข้าร่วมในโครงการฯ 30 คน ที่สำนักงานท่าเทียบเรือประมงอ่างศิลา ต.อ่างศิลา อ.เมือง จ.ชลบุรี

‘ธรรมนัส’หารือRSPO ยกระดับผลผลิตปาล์มน้ำมัน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/806864

วันจันทร์ ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ หารือกับนาย โจเซฟ เดอ ครูซประธานบริหารของ Roundtable on Sustainable Palm Oil : RSPO โดยมีนายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ที่ปรึกษา รมว.เกษตรฯ และคณะ เข้าร่วม ที่รัฐสภา โดย ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า น้ำมันปาล์มเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของไทย ซึ่งไทยสามารถผลิตน้ำมันปาล์มได้มากเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากมาเลเซียและอินโดนีเซีย ทั้งนี้ ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการปลูกปาล์มน้ำมันยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยกระทรวงเกษตรฯ มีการดำเนินการที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ โครงการการผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Sustainable and Climate – friendly Palm Oil Production and Procurement in Thailand : SCPOPP) โดยกรมส่งเสริมการเกษตร และกรมวิชาการเกษตรร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประจำประเทศไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อลดก๊าซเรือนกระจกในการผลิตน้ำมันปาล์ม เพิ่มความยั่งยืนในการผลิตน้ำมันปาล์มทั้งทางสิ่งแวดล้อมและสังคมและสนับสนุนเกษตรกรในการจัดการสวนปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน รวมถึงการส่งเสริมองค์ความรู้ให้เกษตรกร พร้อมเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในตลาดโลก

นอกจากนี้ RSPO มีนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาการปลูกปาล์มน้ำมันที่สอดคล้องกับโยบายของกระทรวงเกษตรฯ ที่จะยกระดับมาตรฐานการผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มในประเทศไทยอย่างยั่งยืน กระทรวงเกษตรฯ พร้อมที่จะสนับสนุนและยินดีร่วมมือกับ RSPO เพื่อประโยชน์สูงสุดกับเกษตรกร และเป็นแนวทางในการเปิดตลาดใหม่สำหรับน้ำมันปาล์มและผลิตภัณฑ์แปรรูป โดยเฉพาะในกลุ่มสหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นต่อไป

เกษตรฯหนุนแปลงใหญ่ BCGModelกล้วยหอมทองปทุมฯ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/806862

วันจันทร์ ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมแปลงใหญ่กล้วยหอมทอง พื้นที่ ต.นพรัตน์ อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี ซึ่งขับเคลื่อนงานระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ด้วยเศรษฐกิจแบบองค์รวม พัฒนายกระดับสู่สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ในโครงการ 1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ภายใต้การพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวม หรือ BCG Model เพื่อปรับเปลี่ยนระบบการเกษตรสู่ 3 สูง ได้แก่ ประสิทธิภาพสูง มาตรฐานสูง และรายได้สูง โดยด้านเศรษฐกิจชีวภาพ (Bio Economy) มีการจัดทำแปลงต้นแบบกล้วยหอมทองปทุมธานี ส่งเสริมการแปรรูปผลิตภัณฑ์กล้วยหอมเป็นสินค้ากล้วยหอมทองทอดกรอบ กล้วยหอมทองทอดสุญญากาศ เค้กกล้วยหอมทอง และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ ด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ส่งเสริมสนับสนุนการนำวัสดุเหลือใช้จากกระบวนการผลิตมาทำเป็นปุ๋ยหมักเพื่อใช้ในแปลงปลูก ส่งเสริมและสนับสนุนการนำกาบกล้วยมาผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์ต่างๆ เช่น ถุงรักษ์โลก กระถางชีวภาพ พัฒนาเป็นเส้นใยกล้วยเพื่อเป็นสิ่งทอประชาสัมพันธ์และจัดทำแหล่งเรียนรู้/แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร และด้านเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ส่งเสริมให้เกษตรกรปฏิบัติตามมาตรฐาน GAP และ GI มีการป้องกันกำจัดศัตรูพืชด้วยวิธีผสมผสาน ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดทั้งในกระบวนการผลิตและการแปรรูป สินค้าเกษตรอัตลักษณ์ การท่องเที่ยวเชิงเกษตร

นอกจากนี้ ได้ส่งเสริมการทำเกษตรในรูปแบบแปลงใหญ่ ตั้งแต่ปี 2564 โดยผลักดันให้เกษตรกรผู้ปลูกกล้วยหอมทอง ในพื้นที่รวมกลุ่มจัดตั้งเป็นแปลงใหญ่กล้วยหอมทอง ต.นพรัตน์ มีการทำแผนและปฏิทินร่วมกัน เพื่อไม่ให้ผลผลิตล้นตลาด ส่งผลให้สามารถลดต้นทุนการผลิต (ค่าแรงงาน ค่าวัสดุ ค่าเช่าที่ดิน และรายจ่ายอื่นๆ) จากเดิมมีการลงทุนการผลิต ซึ่งมีรายจ่ายโดยรวมประมาณ 41,042 บาทต่อไร่ สามารถลดต้นทุนการผลิตเหลือ 35,142 บาทต่อไร่ คิดเป็นร้อยละ 15 จากการลดค่าใช้จ่ายในกระบวนการผลิต เพาะหน่อพันธุ์ดีไว้ใช้เอง ลดการใช้ปุ๋ยเคมี ลดการใช้สารกำจัดศัตรูพืชและช่วยเพิ่มผลผลิต จากเดิม 4,000 กิโลกรัมต่อไร่ เป็น 5,000 กิโลกรัมต่อไร่คิดเป็นร้อยละ 20 สร้างรายได้เพิ่มจากเดิม 8,458 บาทต่อไร่ เพิ่มขึ้นเป็น 14,858 บาทต่อไร่ คิดเป็นร้อยละ 60 จากการดูแลรักษาตั้งแต่การเตรียมพื้นที่ปลูก เลือกต้นพันธุ์คุณภาพ และจากภูมิปัญญาท้องถิ่นต่างๆ ปัจจุบันมีเกษตรกรสมาชิก 23 ราย พื้นที่ปลูกรวม 800 ไร่ สมาชิกได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิต GAP แล้ว 13 ราย พื้นที่ 542 ไร่ และมีสมาชิกได้การรับรองมาตรฐานสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ GI “กล้วยหอมทองปทุมฯ” 21 ราย พื้นที่ 1,203 ไร่

‘กระทรวงเกษตรฯ’เตรียมเปิดโครงการพัฒนา 72 สายน้ำอย่างยั่งยืน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/806781

‘กระทรวงเกษตรฯ’เตรียมเปิดโครงการพัฒนา 72 สายน้ำอย่างยั่งยืน

‘กระทรวงเกษตรฯ’เตรียมเปิดโครงการพัฒนา 72 สายน้ำอย่างยั่งยืน

วันอาทิตย์ ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 10.28 น.

‘กระทรวงเกษตรฯ’เตรียมเปิดโครงการพัฒนา 72 สายน้ำอย่างยั่งยืน

26 พฤษภาคม 2567 น.ส.เกณิกา อุ่นจิตร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีการเตรียมการ ดำเนินโครงการและกิจกรรม งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 โดยกระทรวงเกษตรได้มีการหารือ ประชุมร่วมกับผู้แทนจากกระทรวงยุติธรรม ผู้แทนจากกระทรวงกลาโหม ผู้แทนจากกระทรวงมหาดไทย และผู้แทนจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อหารือการขับเคลื่อนโครงการเฉลิมพระเกียรติฯ 10 โครงการ ในนามรัฐบาล

น.ส.เกณิกา กล่าวต่อว่า ในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ จะเป็นเจ้าภาพการจัดโครงการลำดับที่ 5 โครงการพัฒนา 72 สายน้ำ อย่างยั่งยืน ประกอบด้วย โครงการขุดลอกคลองส่งน้ำ จำนวน 24 แห่ง โครงการขุดลอกอ่างเก็บน้ำ จำนวน 21 แห่ง และโครงการก่อสร้างแหล่งน้ำและระบบส่งน้ำ จำนวน 27 แห่ง เพื่อเฉลิมพระเกียรติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมทั้งสนับสนุนการบริหารจัดการน้ำ เร่งบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่ขาดแคลนน้ำ รวมถึงสร้างการรับรู้ในการรักษาบริหารจัดการน้ำในช่วงภัยแล้ง ให้ผู้ใช้น้ำเกิดความตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากรน้ำ

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ คาดว่าจะเริ่มจัดโครงการในช่วงเดือนมิถุนายน 2567 โดยจะมีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดโครงการ ณ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ตำบลหนองบัว อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี ซึ่งเริ่มกิจกรรมพร้อมกันใน 28 จังหวัด ได้แก่ หนองคาย ศรีสะเกษ เลย มุกดาหาร นครราชสีมา อำนาจเจริญ บุรีรัมย์ เชียงใหม่ พะเยา เชียงราย ขอนแก่น เพชรบุรี กำแพงเพชร ลพบุรี สงขลา สุราษฎร์ธานี นราธิวาส นครศรีธรรมราช ตรัง พังงา อุบลราชธานี สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา สุพรรณบุรี ปราจีนบุรี พิษณุโลก ชัยนาท ชลบุรี และจะดำเนินกิจกรรมให้ครบ 72 สายน้ำ ภายในระยะเวลา 1 ปี

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : เลิกบุหรี่เถอะ เพื่อสุขภาพของตัวเอง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/806825

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : เลิกบุหรี่เถอะ เพื่อสุขภาพของตัวเอง

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : เลิกบุหรี่เถอะ เพื่อสุขภาพของตัวเอง

วันจันทร์ ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 07.00 น.

ช่วงสิ้นเดือนพฤษภาคมทุกครั้ง ก็อดไม่ได้ที่จะเขียนถึง การเลิกบุหรี่ทุกที เนื่องจากวันที่ 31 พฤษภาคมของทุกปีเป็นวันงดสูบบุหรี่โลก หากจะมาพูดถึงพิษภัยของบุหรี่ก็คิดว่าผู้อ่านทุกท่านน่าจะทราบกันดีอยู่แล้วไม่ว่าจะพิษภัยต่อผู้ที่สูบโดยตรง หรือผู้ที่อยู่รอบข้าง แต่ไม่น่าเชื่อเลยว่าจากการสำรวจข้อมูลในปีพ.ศ. 2564 พบว่าประชากรที่อายุมากกว่า 15 ปี ยังสูบบุหรี่อยู่ถึงร้อยละ 17.4 หรือคิดเป็นเกือบสิบล้านคน อย่างไรก็ตามการติดบุหรี่นั้นเป็นเรื่องเข้าใจได้ เนื่องจากสารนิโคตินในบุหรี่ในการทำให้เสพติดมากกว่าเฮโรอีนเสียอีก เมื่อคนคนหนึ่งเกิดการติดบุหรี่ขึ้นแล้ว จึงไม่น่าแปลกใจที่จะเลิกได้ยากมาก หลายคนจะต้องพยายามเลิกแต่ก็ไม่สำเร็จ ทำให้ต้องพยายามกันอยู่หลายครั้ง กว่าจะสำเร็จ ซึ่งมีหลายสิ่งที่ช่วยเพิ่มอัตราความสำเร็จในการเลิกบุหรี่ ตัวอย่างเช่น เทคนิคดังต่อไปนี้

(1) เริ่มจากตั้งคำถามว่าอยากเลิกบุหรี่ไปเพื่ออะไรเพื่อให้เกิดแรงจูงใจที่ชัดเจน เช่น อยากเลิกเพื่อสุขภาพของตัวเอง อยากเลิกเพื่อสุขภาพของคนใกล้ชิดอยากเลิกเป็นของขวัญให้ลูกหรือคู่ชีวิต การมีเป้าหมายชัดเจนจะทำให้เรามีแรงฮึดทำต่อไม่คิดล้มเลิกความพยายามง่ายๆ

(2) กำหนดวันดีเดย์ ควรเป็นวันสำคัญ เช่น วันเกิดตัวเองวันครบรอบแต่งงาน วันเกิดลูก วันอะไรก็แล้วแต่ที่สัมพันธ์กับเป้าหมาย และใกล้ที่สุดนับจากวันที่คิดอยากจะเลิก และระหว่างวันที่คิดได้ว่าอยากจะเลิกกับวันดีเดย์ที่กำหนดไว้ จะได้มีเวลาเตรียมตัวเตรียมใจ

(3) เมื่อถึงวันดีเดย์ เอาบุหรี่ ที่เขี่ยบุหรี่ และไฟแช็กทิ้งไปให้หมด เลิกสูบโดยเด็ดขาดทันทีรวมถึงบอกคนรอบตัวด้วยว่าเรากำลังเลิกบุหรี่ ถ้าจะให้ดีที่ไหนมีกลิ่นบุหรี่ตกค้างให้กำจัดให้สิ้นซาก จะได้ไม่รู้สึกถูกกระตุ้นให้นึกถึงบุหรี่อีก

(4) คอยระวังและหลีกเลี่ยงตัวกระตุ้นความอยากบุหรี่ และมีแผนจัดการเมื่อเกิดความอยากบุหรี่ เช่น เดินหนีเมื่อเจอคนสูบบุหรี่ปฏิเสธเมื่อเพื่อนชวน ถ้าอยากบุหรี่ให้อมชิ้นมะนาวสดชิ้นเล็กๆ แต่ถ้าไม่สะดวกเตรียมมะนาวสดก็ใช้ลูกอมรสเปรี้ยวทดแทนได้

(5) ให้รางวัลตัวเองเมื่อทำสำเร็จ เช่น ไม่สูบบุหรี่ครบ 1 สัปดาห์จะพาครอบครัวไปฉลอง ครบ 1 เดือนจัดทริปเที่ยวทะเล ครบ 3 เดือนซื้อของขวัญที่เล็งไว้นานแล้ว เป็นต้น

(6) เมื่อเผลอสูบบุหรี่ หรือเกิดความท้อแท้ อย่าเพิ่งหมดกำลังใจ ระหว่างทางสู่ความสำเร็จอาจจะเกิดความผิดพลาดได้บ้าง ต้องให้อภัยตัวเอง และบอกว่าเราต้องทำได้

การเตรียมตัวเตรียมใจเพื่อเลิกบุหรี่เป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มอัตราความสำเร็จในการเลิกได้ อย่างไรก็ตามหากเลิกด้วยตนเองไม่สำเร็จก็ยังมียาที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเลิกบุหรี่ได้อีกหลายชนิด เช่น แผ่นแปะหรือหมากฝรั่งนิโคติน ที่ใช้ทดแทนการสูบบุหรี่ และค่อยๆ ลดการใช้จนในที่สุดไม่ต้องใช้ หรืออาจจะใช้ยา bupropion หรือ varenicline โดยการใช้ยานั้นจะต้องมีการปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อเลือกยาที่เหมาะสมที่สุดกับสภาวะของผู้ป่วยแต่ละราย ทั้งนี้ผู้ต้องการเลิกบุหรี่สามารถรับคำปรึกษาเบื้องต้นได้ที่ร้านยาคุณภาพทุกแห่ง หรือหากยังไม่พร้อมที่จะรับคำปรึกษาจากแพทย์ หรือเภสัชกร แบบตัวต่อตัวผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี่ก็ยังสามารถรับบริการให้คำปรึกษาได้จากศูนย์บริการเลิกบุหรี่ทางโทรศัพท์แห่งชาติ หรือที่เรียกว่า สายด่วน Quitline ที่หมายเลข 1600 ซึ่งพบว่าการรับบริการด้วยทางเลือกนี้อีกสามารถช่วยให้คนเลิกบุหรี่ได้ถึงร้อยละ 32 ซึ่งเป็นอัตราความสำเร็จที่สูงมาก

หากท่านเกิดความตระหนักถึงผลต่อสุขภาพของการติดบุหรี่ทั้งต่อตนเองและต่อคนรอบข้าง หวังว่าในโอกาสที่ครบรอบวันเลิกสูบบุหรี่โลกในปีนี้จะเป็นเครื่องเตือนใจให้ท่านคิดเลิกบุหรี่อีกสักครั้งหนึ่ง และขอเป็นกำลังใจให้ผู้คิดเลิกบุหรี่ทุกคน ให้เลิกบุหรี่ได้เด็ดขาด รวมถึงไม่ต้องพึงสารเสพติดใดๆ ไม่ว่าจะถูก หรือผิดกฏหมายก็ตาม

รศ.ภญ.ดร.ณัฏฐดา อารีเปี่ยม และ รศ.ภก.ดร.บดินทร์ ติวสุวรรณ

คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

‘CP-Meiji Speed Coffee Art Championship’ เฟ้นหาบาริสต้าฝีมือดีจากทั่วเอเชียร่วมแข่งขันเวทีใหญ่ในไทยกลางปีนี้

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/806893

'CP-Meiji Speed Coffee Art Championship' เฟ้นหาบาริสต้าฝีมือดีจากทั่วเอเชียร่วมแข่งขันเวทีใหญ่ในไทยกลางปีนี้

‘CP-Meiji Speed Coffee Art Championship’ เฟ้นหาบาริสต้าฝีมือดีจากทั่วเอเชียร่วมแข่งขันเวทีใหญ่ในไทยกลางปีนี้

วันจันทร์ ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.30 น.

นางสาวชาลินี พูนลาภมงคล รองผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ และความยั่งยืน บริษัทซีพี-เมจิ จำกัด เป็นผู้แทนจากบริษัท กล่าวต้อนรับบาริสต้าผู้ผ่านเข้ารอบสุดท้าย ในการแข่งขัน CP-Meiji Speed Coffee Art Championship หรือ SCAC ซึ่งเป็นโครงการส่งเสริมทักษะอาชีพ ให้กับชุมชนบาริสต้าที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง และประสบความสำเร็จมาเป็นเวลากว่า 8 ปีในประเทศไทย จนเกิดความคิดริเริ่ม ที่จะขยายโครงการสู่ระดับสากล เริ่มต้นจากในภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นตลาดส่งออก ของผลิตภัณฑ์นม ซีพี-เมจิ

​“จากความสำเร็จของการแข่งขัน CP-Meiji Speed Coffee Art Championship ที่เราเริ่มมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 ทำให้เราได้เรียนรู้ว่า การสนับสนุนบาริสต้าให้มีอาชีพที่มั่นคง จากการฝึกฝนและพัฒนาทักษะในวิชาชีพ เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่จะทำให้พวกเขาเติบโต สร้างชุมชนบาริสต้าที่เข้มแข็งและพัฒนาตลาดไปข้างหน้าพร้อมๆ กับเรา”

การแข่งขัน CP-Meiji Speed Coffee Art Championship ในต่างประเทศ สำหรับปีนี้ จัดขึ้นที่ประเทศเวียดนามเพื่อสร้างการรับรู้ให้คนเวียดนามรู้จักกับผลิตภัณฑ์ของ ซีพี-เมจิ มากขึ้น โดยมีผู้บริหารได้แก่ นางสาวอินทิรา มีสมานยนต์, ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด นายวัชรพล มงคลกิจวาณิชย์, รองผู้อำนวยการฝ่ายขาย ช่องทางต่างประเทศ จากบริษัท ซีพี-เมจิ จำกัด และ Mr. Cong Ong, ผู้จัดการทั่วไป และผู้ก่อตั้ง บริษัท Good Food Co.,LTD ซึ่งเป็นบริษัทผู้แทนจำหน่ายจากเวียดนาม ให้เกียรติเข้าร่วมงาน
เวที CP-Meiji Speed Coffee Art Championship (SCAC) เกิดขึ้นเพื่อเป็นพื้นที่ประลองฝีมือ และเรียนรู้เพื่อยกระดับศักยภาพของบาริสต้า โดยในปีที่ผ่านมามีการจัดการแข่งขันในระดับนานาชาติครั้งแรก ณ เกาะฮ่องกงเพื่อคัดเลือกผู้ชนะเข้าร่วมการแข่งขันในรอบ สุดท้ายที่ประเทศไทย
สำหรับการแข่งขันในปีนี้ มีผู้สมัครกว่า 100 คน จากประเทศเวียดนาม และประเทศใกล้เคียง อาทิ เกาหลีใต้ ฮ่องกง สิงคโปร์ มาเลเซีย พม่า และไทย มีบาริสต้าที่ผ่านรอบคัดเลือกจำนวนทั้งหมด 32 คน เข้าร่วมการแข่งขัน ณ โรงแรม Sofitel Plaza Hotel เมืองโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม ในวันที่ 27 เมษายน 2567  ที่ผ่านมาโดย รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ Mr. Liew Bao Ting จากประเทศมาเลเซีย รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ Mr. Tran Quang Hai Long จากประเทศเวียดนาม รองชนะเลิศอันดับ 2  ได้แก่ Mr. Cho dong woon จากประเทศเกาหลีใต้ และรองชนะเลิศอันดับ 3 Mr. Nguyen Thanh Cong จากประเทศเวียดนาม
ผู้ชนะทั้ง 4 อันดับ ได้รับเงินรางวัลรวมกว่า 52,000,000 VND พร้อมเดินหน้าสู่รอบ 64 คนสุดท้ายของการ แข่งขัน ‘CP-Meiji Speed Coffee Art Championship 2024’ ประเทศไทย ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 12-14 กรกฎาคม 2567 ในงาน Thailand Coffee Fest 2024 รวมถึงจะมีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ CP-Meiji Barista Camp 8 ที่จะจัดขึ้น ในช่วงปลายปีนี้ด้วยเช่นกัน

#CPMeijiforBarista
#CPMeijiEnrichingLife
-(016)

‘บอลลูนอาร์ท’ เผยบอลลูนลมยังคงเป็นสีสันของงาน Event ทั้งไทยและต่างประเทศ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/806892

'บอลลูนอาร์ท' เผยบอลลูนลมยังคงเป็นสีสันของงาน Event ทั้งไทยและต่างประเทศ

‘บอลลูนอาร์ท’ เผยบอลลูนลมยังคงเป็นสีสันของงาน Event ทั้งไทยและต่างประเทศ

วันจันทร์ ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.30 น.

ผู้ประกอบการธุรกิจ Event ประเมินภาพรวมหลังไตรมาสแรกปี 2024 เผยงานตลาด Event ฟื้นตัวกลับสู่ภาวะปกติแล้ว หลังได้รับผลกระทบจากโควิดอย่างรุนแรงมาตั้งแต่ปี 2563 และทยอยกลับมาเกือบ 90% ในปีที่แล้ว คาดว่าจะได้เห็นมูลค่าตลาดรวมของกลับมาที่ 15,000 ล้านบาทเหมือนในช่วงก่อนโควิดอีกครั้ง

นายวรสรวง สมัตถพันธ์ุ ผู้บริหารบริษัท บอลลูนอาร์ท จำกัด (Balloon Art) ผู้นำด้านการออกแบบ ผลิตและติดตั้งบอลลูนเป่าลมชั้นนำของไทย เปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2567 ภาพรวมของธุรกิจ Event ได้กลับมาเป็นปกติแล้ว เหมือนในช่วงก่อนโควิดปี 2562 ที่มีมูลค่ารวมกว่า 15,000 ล้านบาท และถือเป็นยุค “ขาขึ้น” ของธุรกิจ Event โดยมีปัจจัยสำคัญมาจากภาคเอกชนในกลุ่มอิเวนต์ มาร์เก็ตติ้ง ซึ่งมีสัดส่วนมากที่สุดในกลุ่มธุรกิจอิเวนต์ มีการจัดงานและกิจกรรมอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นปี ทั้งด้านการสื่อสารแบรนด์ การทำตลาดโปรโมชัน และการจัดกิจกรรมตามเทศกาลต่าง ๆ รวมไปถึงกลุ่มอิเวนต์บันเทิง ที่มีการจัดคอนเสิร์ตและการแสดงของศิลปินทั้งไทยและต่างชาติอยู่แทบทุกเดือน ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ทำให้ธุรกิจบอลลูนลม ซึ่งเป็นสีสันที่สำคัญของการจัดงาน Event มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องตามไปด้วย

“ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ธุรกิจ Event กลับมาเติบโตเป็นปกติ มีการจัดงานต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสำคัญที่เป็นเทศกาลรื่นเริง ทำให้ธุรกิจบอลลูนลมมีการเติบโตตามไปด้วย โดยที่ผ่านมาบอลลูนอาร์ท ในฐานะผู้นำด้านงาน Event ลูกโป่ง งานออกแบบและผลิตบอลลูนเป่าลมมายาวนานกว่า 30 ปี ก็ได้รับโอกาสในการสร้างสรรค์ผลงานใน Event เทศกาลสำคัญ ๆ มาอย่างต่อเนื่อง อาทิ ผลงานบอลลูนพิกาจู สูง 15 เมตร และกว่า 60 ตัว หน้าเซ็นทรัลเวิร์ลด และเครือเซ็นทรัล ผลงานมังกรบอลลูนรับเทศกาลตรุษจีนที่ห้าง Setia City Mall ประเทศมาเลเซีย และมังกรบอลลูนความยาว 109 เมตร ที่เซ็นทรัลเวิร์ลด และประติมากรรมบอลลูนต้าววาฬยักษ์ รับซัมเมอร์ ที่เซ็นทรัลปิ่นเกล้า เซ็นทรัลพระราม 2 และเซ็นทรัลภูเก็ต เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีผลงานการสร้างสรรค์บอลลูนลมในงาน Event ระดับองค์กรอีกหลายรายการ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นการตอกย้ำให้เห็นว่าภาพรวมของธุรกิจ Event นั้นกลับมาแล้ว และน่าจะมีมูลค่าใกล้เคียงกับช่วงก่อนโควิดได้เลยทีเดียว”

ผู้บริหารบอลลูนอาร์ท ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า บอลลูนอาร์ท มีทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญในการออกแบบและผลิตลูกโป่งงาน Event บอลลูนขึ้นรูปร่าง พิมพ์ลวดลาย ทั้งเป่าลม และบรรจุก๊าซฮีเลียมลอยฟ้า (ก๊าซไม่ติดไฟ) สกายทูป ซุ้มบอลลูน และมาสคอทเป่าลม โดยสร้างสรรค์ผลงานภายใต้แบรนด์ชื่อ BalloonARTThai,  Art Inflate  BalloonSerV และ AirMascot มีการจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศมายาวนาน อาทิ ญี่ปุ่น เกาหลี สิงคโปร์ และมาเลเซีย โดยมีผลงานที่เน้นการออกแบบให้ดูโดดเด่น น่ารัก สวยงาม สามารถสร้างความแตกต่างได้อย่างชัดเจน จึงไดรับความไว้วางใจจากลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ เนื่องจากสามารถตอบสนองความต้องการทางการตลาดของธุรกิจ Event และยังคงไว้ซึ่งมาตรฐานการผลิตที่คำนึงถึงความปลอดภัยและการใช้งานอย่างมีคุณภาพด้วย

“ความปลอดภัยเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญอย่างยิ่ง ดังนั้น โครงสร้างงานบอลลูนที่เราทำ เช่น งานที่ต้องรับน้ำหนักของบอลลูนขนาดใหญ่ จึงถูกออกแบบและคำนวณมาอย่างรอบคอบ เพื่อความแข็งแรงและปลอดภัย สามารถรับแรงลมปะทะได้หากตั้งอยู่ภายนอกอาคาร และยังต้องคำนึงถึงน้ำหนักของน้ำฝนที่อยู่บนผิวบอลลูนขนาดใหญ่ด้วย และนอกจากผลงานที่เราทำจะสร้างความภาคภูมิใจให้กับเรา และสร้างความสุขให้กับผู้พบเห็นแล้ว ความตั้งใจเหล่านี้ยังสะท้อนถึงมาตรฐานความปลอดภัย และคุณภาพของบอลลูนจากฝีมือของคนไทยที่เรายึดมั่นมาตลอดอีกด้วย” นายวรสรวงกล่าวทิ้งท้าย

-(016)

รพ.วิมุต-เทพธารินทร์ จัดกิจกรรมสัปดาห์วันไทรอยด์โลก ตอกย้ำความเป็นต้นแบบด้านเบาหวานและต่อมไร้ท่อ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/806826

รพ.วิมุต-เทพธารินทร์ จัดกิจกรรมสัปดาห์วันไทรอยด์โลก  ตอกย้ำความเป็นต้นแบบด้านเบาหวานและต่อมไร้ท่อ

รพ.วิมุต-เทพธารินทร์ จัดกิจกรรมสัปดาห์วันไทรอยด์โลก ตอกย้ำความเป็นต้นแบบด้านเบาหวานและต่อมไร้ท่อ

วันจันทร์ ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

โรงพยาบาลวิมุต-เทพธารินทร์ ผู้นำด้านการรักษาโรคเบาหวาน ไทรอยด์ และต่อมไร้ท่อที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลมานานกว่า 39 ปี เดินหน้าจัดกิจกรรม สัปดาห์วันไทรอยด์โลก (World Thyroid Day) เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนตระหนักถึงอันตรายของโรคร้ายที่ใกล้ตัวกว่าที่คิด พร้อมเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคไทรอยด์ ทั้งในด้านการเฝ้าระวังด้วยการตรวจคัดกรอง แนวทางการรักษา และการดูแลอย่างถูกต้องและเหมาะสม

กิจกรรม สัปดาห์วันไทรอยด์โลก (World Thyroid Day) มีการจัดแสดงบูธกิจกรรมให้ความรู้เรื่องโรคไทรอยด์ นวัตกรรมการผ่าตัดไทรอยด์ และนวัตกรรมด้านอาหารโดยนักกำหนดอาหารวิชาชีพ อีกทั้ง ยังให้บริการตรวจสุขภาพเบื้องต้น อาทิ การวัดความดัน ตรวจความเสี่ยงเบาหวาน และประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจ ไม่มีค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 29 พฤษภาคม 2567 เวลา 09.00-15.00 น. ณ ศูนย์เบาหวาน ไทรอยด์และต่อมไร้ท่อ ชั้น 10 อาคาร B โรงพยาบาลวิมุต-เทพธารินทร์

นายแพทย์สมเกียรติ ลลิตวงศา ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลวิมุต–เทพธารินทร์ กล่าวว่า การดำเนินงานของโรงพยาบาลวิมุต–เทพธารินทร์ มุ่งเน้นการส่งมอบคุณค่าการให้บริการในหลายด้าน โดยนอกจากการเป็นต้นแบบแนวทางการรักษาโรคเบาหวาน และไทรอยด์ ที่ได้รับการรับรองเฉพาะโรคเบาหวานและการรับรองเฉพาะโรคไทรอยด์ จากสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (สรพ.) แห่งแรกของประเทศไทย และได้รับการยอมรับในระดับสากลจากหลากหลายสถาบันแล้ว โรงพยาบาลวิมุต–เทพธารินทร์ ยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมคนในสังคม ให้มีความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้อง เพื่อการป้องกัน ลดความเสี่ยงของการเกิดโรค สามารถดูแลตนเองและคนใกล้ชิดได้อย่างถูกต้อง เพื่อให้ทั้งครอบครัวมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืนและเป็นไปตามช่วงวัย

“ในปัจจุบันเราพบผู้ป่วยจำนวนมากที่เป็นโรคไทรอยด์โดยไม่รู้ตัว ซึ่งสาเหตุหนึ่งเกิดจากการขาดความรู้ จึงทำให้ไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ทั้งที่จริงแล้วโรคนี้สามารถรักษาให้หายได้ แต่ก็อาจจะมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้อีกเช่นกัน ดังนั้น โรงพยาบาลวิมุต-เทพธารินทร์ จึงไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่ให้การดูแลรักษา แต่เราให้ความสำคัญกับการป้องกัน โดยเน้นให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง เข้าใจความสำคัญของการตรวจคัดกรองและการเฝ้าระวัง เพื่อให้ทุกคนสามารถดูแลตนเองและลดความเสี่ยงของการเกิดโรค และในโอกาสของวันไทรอยด์โลกซึ่งตรงกับวันที่ 25 พฤษภาคมของทุกปีในฐานะของโรงพยาบาลที่เป็นแหล่งผลิตความรู้ทางวิชาการเพื่อพัฒนาบริการสุขภาพของคนในสังคม ศูนย์เบาหวาน ไทรอยด์และต่อมไร้ท่อ โรงพยาบาลวิมุต-เทพธารินทร์ จึงได้จัดกิจกรรม สัปดาห์วันไทรอยด์โลก (World Thyroid Day) เพื่อสร้างการตระหนักรู้และรณรงค์ให้มีการคัดกรองหาความเสี่ยง พร้อมทั้งใช้โอกาสนี้เป็นพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนความรู้และนวัตกรรมทางการแพทย์แก่ประชาชนทั่วไป”

ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรม สัปดาห์วันไทรอยด์โลก (World Thyroid Day) ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 29 พฤษภาคม 2567 เวลา 09.00-15.00 น. ณ ศูนย์เบาหวาน ไทรอยด์และต่อมไร้ท่อ ชั้น 10 อาคาร B โรงพยาบาลวิมุต-เทพธารินทร์ ภายในงานพบกับกิจกรรมต่างๆ อาทิ ร่วมสนุกกับกิจกรรมตอบคำถามลุ้นรับรางวัล บริการตรวจสุขภาพพื้นฐาน อาทิ การวัดความดัน ตรวจความเสี่ยงเบาหวาน และบริการตรวจประเมินความเสี่ยงหัวใจ ซึ่งทั้งหมดไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมพบกับสาระความรู้ด้านนวัตกรรมการผ่าตัดไทรอยด์ นวัตกรรมด้านอาหารโดยนักกำหนดอาหารวิชาชีพ และสิทธิพิเศษสำหรับผู้ร่วมงาน 5 ท่านแรกของทุกวัน (เข้าร่วมงานก่อนมีสิทธิ์ก่อน) เพียงลงทะเบียนภายในงาน สามารถรับสิทธิ์ตรวจไทรอยด์โดยแพทย์เฉพาะทาง ไม่มีค่าใช้จ่าย ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติม คลิก https://bit.ly/4bzxsWV