‘มาริษ เสงี่ยมพงษ์’ รมว.ต่างประเทศ คนใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/573844

30 เม.ย. 2567

10:34 น.

‘มาริษ เสงี่ยมพงษ์’ รมว.ต่างประเทศ คนใหม่

นายกฯ ทูลเกล้าชื่อ ‘มาริษ เสงี่ยมพงษ์’ เป็น รมว.ต่างประเทศ คนใหม่แล้ว เปิดประวัติเคยเป็นเอกอัครราชทูตหลายประเทศ สนิทกับนายใหญ่มานาน

มีรายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ ได้นำชื่อ นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำ กรุงออตตาวา ประเทศแคนนาดา ขึ้นทูลเกล้าให้ดำรงตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศ แทนที่นายปานปรีย์ พหิทธานุกร ที่ลาออกจากตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศ หลังปรับ ครม.

โดยนายกิตติชัย ตรีรัชตพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทธนูลักษณ์ จำกัด (มหาชน) หรือ TNL แจ้งผ่านตลาดหลักทรัพบ์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ระบุว่า นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ ได้มีหนังสือลงวันที่ 29 เมษายน 2567 ขอลาออกจากตำแหน่งกรรมการ กรรมการอิสระ และกรรมการตรวจสอบของบริษัท เนื่องจากติดภารกิจส่วนตัว โดยการลาออกมีผลตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน 2567 เป็นต้นไปแล้ว

‘มาริษ เสงี่ยมพงษ์’ รมว.ต่างประเทศ คนใหม่

‘มาริษ เสงี่ยมพงษ์’ คือใคร ?

‘ท่านทูตปู’ มาริษ เสงี่ยมพงษ์ อดีตเอกอัครราชทูตไทยหลายประเทศ เกษียณอายุในตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงออตตาวา ประเทศแคนนาดา มีความสนิทสนมกับนายทักษิณ ชินวัตร มาตั้งแต่นายทักษิณ ดำรงตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศ ยุครัฐบาลชวน หลีกภัย ล่าสุดก็ดำรงตำแหน่งเป็นที่ปรึกษา รมว.ต่างประเทศ (นายปานปรีย์) และกำลังจะขึ้นเป็น รมว.ต่างประเทศ

ไอศกรีมกะทิสุรินทร์ เมนูขายดีช่วงฤดูร้อน ลูกค้าเข้าไม่ขาดสาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/801802

วันอังคาร ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ท่ามกลางอากาศร้อนของจังหวัดสุรินทร์ ที่มีอุณหภูมิพุ่งสูง 40-42 องศาเชลเซียส ริมถนนสุรินทร์-ศีขรภูมิ เขต ต.นอกเมืองอ.เมือง จ.สุรินทร์ (ใกล้สี่แยกเทพธานี) พบร้านขายไอศกรีมกะทิสดที่เจ้าของร้านทำเองกับมือ โดยเปิดร้านตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. ทำให้ชาวบ้านที่ขับรถสัญจรผ่านไปมาต้องไม่พลาดที่จะแวะเข้ามาอุดหนุนไม่ขาดสาย ทานไอศกรีมกะทิสดเพื่อดับร้อน

โดยผู้สื่อข่าวสอบถาม นางนุชนาฏ ดาทอง อายุ 43 ปี เจ้าของร้านเสื้อชมพู เล่าว่า ก่อนที่ตนจะมาเปิดร้านขายไอศกรีม ตนได้ทำงานเกี่ยวกับสินเชื่อรถยนต์มือสองมาก่อน และได้ลาออกมาเปิดร้านเพราะตนชอบทาน และอยากมีธุรกิจร้านไอศกรีมเป็นของตนเอง ซึ่งผลตอบรับในช่วงฤดูร้อนนี้ร้านของตนขายดีขึ้นมาก มีลูกค้าแวะเวียนมาอุดหนุนไม่ขาดสาย ยิ่งในช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมาจะขายดีเป็นพิเศษ ในส่วนของไอศกรีมก็จะใช้กะทิสดอย่างเดียวในการทำ โดยตนนำสูตรมาจากคุณป้า และมาต่อยอดสร้างธุรกิจ และตนยังมีโครงการที่จะทำไอศกรีมสตรอว์เบอร์รีสดเพิ่มเติมอีกด้วย

ทางด้าน นางสาวตุ๊กตา ทุนทองอายุ 55 ปี ลูกค้า เล่าว่า ตนเป็นลูกค้าประจำแวะเวียนมาทานที่ร้านบ่อย เนื่องจากชอบรสชาติที่หวานพอดีไม่หวานมากเกินไป อร่อยถูกใจในช่วงหน้าร้อนแบบนี้

ไทย-เวียดนามดันส่งออกสินค้าเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/801803

วันอังคาร ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ หารือร่วมกับ นายเล มิญ ฮวารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและการพัฒนาชนบทสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (H.E. Mr. Le Minh Hoan) โดยมี ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ผู้แทนการค้าไทย และที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

สำหรับการหารือครั้งนี้ ฝ่ายไทยได้แสดงความชื่นชมผลการดำเนินงานด้านตลาดสินค้าเกษตรโลกของฝ่ายเวียดนาม เน้นย้ำถึงความสำคัญและความจำเป็นในการพึ่งพาอาศัยกัน รวมทั้งระบุว่า ฝ่ายไทยพร้อมสนับสนุนและผลักดันการยกระดับความร่วมมือภาคเกษตรกับฝ่ายเวียดนาม อาทิ ความร่วมมือด้านพันธุ์พืชไร่ พืชสวน ประมง ปศุสัตว์ และมาตรฐานสินค้า โดยดำเนินงานให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ ฝ่ายไทยยังได้เตรียมพร้อมการลงนาม MOU ด้านการเกษตรระหว่างไทย-เวียดนาม (ฉบับปรับปรุง) ซึ่งมุ่งเน้นให้พัฒนากรอบความร่วมมือให้มีความทันสมัยและสอดคล้องกับสถานการณ์โลก เพื่อเป็นช่องทางการขยายความร่วมมือด้านการเกษตรที่หลากหลายยิ่งขึ้น ทั้งในเชิงพาณิชย์และวิชาการ โดยทั้งสองฝ่ายต่างให้ความสนใจการลงนาม MOU ฉบับดังกล่าวเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เป็นประเทศคู่ค้าสินค้าเกษตรอันดับที่ 9 ของไทย ซึ่งระหว่างปี 2564-2566 มีสัดส่วนการค้าสินค้าเกษตรร้อยละ 3.38 ของมูลค่าการค้าสินค้าเกษตรทั้งหมดของไทยกับโลก โดยสินค้าเกษตรส่งออกของไทยไปเวียดนาม 5 อันดับแรกได้แก่ 1.น้ำ รวมถึงน้ำแร่และน้ำอัดลม ที่เติมน้ำตาลหรือสารทำให้หวานอื่นๆ หรือที่ปรุงกลิ่นรส 2.เครื่องดื่มอื่นๆที่ไม่มีแอลกอฮอล์ อาทิ นมยูเอชที นมถั่วเหลือง 3.ของปรุงแต่งที่ใช้ในการเลี้ยงสัตว์อื่นๆ นอกจากอาหารสุนัขหรือแมว อาทิ อาหารสุกร อาหารกุ้ง 4.บุหรี่ที่มียาสูบ และ 5.อาหารปรุงแต่งอื่นๆ อาทิ เต้าหู้ แอลกอฮอล์ผง ครีมเทียม

ต.นางิ้ว จ.หนองคาย ผุดไอเดีย นั่งรถอีแต๊กท่องเที่ยวเชิงเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/801800

วันอังคาร ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเวียน ธรรมสอน เกษตรจังหวัดหนองคาย ได้นำเจ้าหน้าที่เกษตร ติดตามการดำเนินโครงการปลูกไม้ผลแปลงใหญ่ ในพื้นที่ ต.นางิ้ว อ.สังคมจ.หนองคาย โดยเกษตรกรมีการรวมกลุ่มปลูกเงาะโรงเรียน และมังคุด รวมถึงมีผลผลิตน้ำผึ้งป่านางิ้วแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เป็นผลผลิตจากธรรมชาตินำมาบรรจุขวดขายด้วย

นายบุญเหลือ ทองทาบ ผู้จัดการเงาะแปลงใหญ่อำเภอสังคม บ้านนางิ้ว หมู่ 7 ต.นางิ้ว กล่าวว่า “เกษตรกรในละแวกนี้ได้มีการรวมกลุ่มปลูกเงาะ 3 ไร่ ปลูกมาแล้ว 5 ปี ได้ผลผลิตดี ปีที่แล้วผลผลิตเงาะโรงเรียนเก็บได้ 11 ตัน ปีนี้ได้มากขึ้นน่าจะไม่ต่ำกว่า 15 ตัน  เงาะราคาดี ผลดก เก็บเกี่ยวได้ประมาณเดือนมิถุนายนนี้ พร้อมกับทุเรียน และ มังคุด ซึ่งเงาะโรงเรียนปีนี้สมบูรณ์เต็มที่ ราคาหน้าสวน กก.ละ 25 บาท เคยมีปีนึงขายหน้าสวน กก.ละ 35 บาท เอกลักษณ์ของเงาะแปลงใหญ่ อ.สังคม เนื้อร่อน น้ำ
ไม่เยอะ หวาน กรอบ นอกจากขายผลไม้หน้าสวนแล้วยังจะมีการเปิดสวนให้คนมาเที่ยวชมกินเงาะได้ที่สวน ไม่เก็บค่าเข้าชมขายเงาะเป็น กก. ถ่ายรูป ชมสวน ไม่ต้องเดินให้เมื่อย ซึ่งเกษตรกรจะมีรถอีแต๊กไว้คอยบริการ คิดค่าบริการคนละ 50 บาท ได้เงาะกลับบ้าน 1 กก. โดยจะใช้ชื่อกิจกรรม “นั่งรถอีแต๊ก กินเงาะ เลาะภู” คาดว่าจะสามารถให้บริการได้ช่วงปลายเดือนพฤษภาคม เป็นต้นไป”

ด้านนายเวียน เกษตรจังหวัดหนองคาย กล่าวว่า “อ.สังคม ได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ มีพื้นที่เป็นภูเขา บางพื้นที่ติดกับแม่น้ำโขง ทำให้ดินและน้ำอุดมสมบูรณ์เหมาะกับการปลูกไม้ผล ซึ่งในช่วงเกือบ 10 ปี ที่ผ่านมา เกษตรกรชาวหนองคายให้ความสนใจหันมาปลูกเงาะโรงเรียน ทุเรียน และมังคุดกันมากขึ้นโดยซึ่งผลผลิตที่ได้ก็ดี มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว รสชาติดี มีตลาดรองรับทั้งในพื้นที่และส่งขายยังประเทศเพื่อนบ้านได้ด้วย สิ่งที่ต้องหมั่นดูแลคือศัตรูพืช และป้องกันพายุลมแรงที่อาจทำให้ต้นทุเรียนหรือเงาะที่ใกล้จะได้เก็บเกี่ยวได้รับความเสียหาย”

ฝนหลวงฯปฏิบัติการดับฝุ่น เติมน้ำต้นทุนให้อ่างเก็บน้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/801804

วันอังคาร ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่า ขณะนี้ได้ปฏิบัติการฝนหลวงและปฏิบัติการดัดแปรสภาพอากาศ เพื่อบรรเทาปัญหาหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) อย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้ง กทม.และปริมณฑล ส่งผลให้ค่าฝุ่นละอองในพื้นที่ดังกล่าว มีแนวโน้มลดลง อีกทั้งยังขึ้นบินช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรและเติมน้ำต้นทุนให้กับอ่างกักเก็บน้ำ ทำให้มีฝนตกเล็กน้อยถึงปานกลางบริเวณพื้นที่ อ.บ้านบึง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี อ.ปลวกแดง จ.ระยอง อ.แก่งกระจาน อ.หนองหญ้าปล้อง อ.ท่ายาง อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี อ.บ้านคา อ.สวนผึ้ง อ.ปากท่ออ.จอมบึง จ.ราชบุรี อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา อ.สามร้อยยอดอ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ และพื้นที่ลุ่มรับน้ำเขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี และบินปฏิบัติการดัดแปรสภาพอากาศเพื่อยับยั้งและบรรเทาการเกิดพายุลูกเห็บ บริเวณ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ หลังจากปฏิบัติการไม่พบรายงานลูกเห็บตกในพื้นที่ดังกล่าว

นายสุพิศกล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้สั่งให้ชุดปฏิบัติการเฮลิคอปเตอร์ของกรมฝนหลวงฯจ.เชียงใหม่ ขึ้นบินตักน้ำดับไฟป่า เพื่อช่วยเหลือพื้นที่บริเวณ อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ โดยขึ้นบิน 4 เที่ยว ตักน้ำเที่ยวละ 500 ลิตร รวมทั้งสิ้น 2,000 ลิตร

สทนช.คลอดแผนปฏิบัติฯ ช่วงฤดูฝนพร้อมรับมือ‘ลานีญา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/801801

วันอังคาร ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่า ภายหลังคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ซึ่งมีนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้มีมติเห็นชอบ 10 มาตรการรับมือฤดูฝนปี 2567 และโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในช่วงฤดูฝน ปี 2567 และการกักเก็บน้ำเพื่อฤดูแล้ง ปี 2567/2568 และเตรียมนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อรับทราบนั้น สทนช.ได้เร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนปฏิบัติการภายใต้มาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2567 พร้อมทั้งรายงานผลการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการดังกล่าว ให้สทนช.ทุกวันที่ 5 ของเดือน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 5 พฤษภาคม 2567 เป็นต้นไปจนกว่าจะสิ้นสุดฤดูฝน เพื่อให้การขับเคลื่อนมาตรการเป็นไปตามแผนและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ทั้งนี้ จากการติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศคาดว่า ในช่วงต้นฤดูฝน วันที่ 1 พฤษภาคม 2567 อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่จะมีปริมาณน้ำใช้การทั้งประเทศประมาณ 16,570 ล้านลูกบาศก์เมตรคิดเป็นร้อยละ 35 ซึ่งใกล้เคียงกับปี 2566 ที่ผ่านมาอย่างไรก็ตาม ขณะนี้ สภาวะเอลนีโญได้อ่อนกำลังลงและจะเปลี่ยนไปสู่สภาวะลานีญาในช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม 2567 ซึ่งจะทำให้เกิดฝนตกมากกว่าค่าเฉลี่ย โดยฝนจะเริ่มตกตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2567 และจะตกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในเดือนกันยายน 2567 ซึ่งจะมีฝนเฉลี่ยสูงถึง 263 มิลลิเมตร ดังนั้น สทนช.จึงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมเครื่องมือและอุปกรณ์ในการปฏิบัติงาน พร้อมทั้งจัดทำแผนปฏิบัติการภายใต้มาตรการดังกล่าวอย่างเร่งด่วน เพื่อรองรับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งเป็นการทำงานในเชิงรุกเพื่อเป็นการป้องกันก่อนเกิดภัย ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและลดความเสียหายให้กับประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เลขาธิการ สทนช.กล่าวต่อว่า 10 มาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2567 มาจากการถอดบทเรียนมาตรการรับมือฤดูฝนในปีที่ผ่านมา ผนวกกับการรวบรวมข้อมูลด้านน้ำจากทุกมิติ และสร้างการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนควบคู่กับการติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) (สสน.) กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ เป็นต้นก่อนที่จะมาวิเคราะห์และจัดทำมาตรการรับมือฤดูฝนที่มีความสมบูรณ์ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น ได้ทันต่อสถานการณ์

“สทนช. ได้เน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตาม 10 มาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2567 ตามความเหมาะสมของพื้นที่อย่างเคร่งครัด เพราะนอกจากจะบรรเทาภัย แก้ไขปัญหาได้แม่นยำ ลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน รวมทั้งเป็นการช่วยประหยัดงบประมาณแผ่นดินแล้ว ยังจะช่วยให้การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในระยะสั้นและระยะยาวเกิดประสิทธิภาพสูงสุดด้วย” เลขาธิการ สทนช.กล่าวทิ้งท้าย

‘อนุชา’หารือCFS ด้านความร่วมมือ ความมั่นคงอาหาร แก้ปัญหาอดอยาก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/801799

วันอังคาร ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายอนุชา นาคาศัย รมช.เกษตรและสหกรณ์ หารือความร่วมมือด้านความมั่นคงทางอาหารกับ H.E. Ms Nosipho JEZILE (โนซิโฟ เจซิลเล) ประธานคณะกรรมการความมั่นคงอาหารโลก(Committee on World FoodSecurity : CFS) ที่ประเทศศรีลังกา โดย นายอนุชากล่าวว่า ประธาน CFS มีความกังวลว่า ทาง CFS ได้จัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย และคำแนะนำในหัวข้อความมั่นคงด้านอาหารและโภชนาการในระดับโลก (Global policies,recommendations and guidance) แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ หากดูจำนวนคนอดอยากหิวโหยที่มีเพิ่มขึ้น เป็นเรื่องท้าทายในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนให้ได้ภายในปี ค.ศ. 2030 จึงขอให้ประเทศสมาชิกรวมถึงประเทศไทยสนับสนุนแนวทางและคำแนะนำของ CFS นำไปปฏิบัติ และ CFS ยินดีให้ความร่วมมือและช่วยเหลือและให้คำแนะนำแก่ประเทศไทยต่อไป

นอกจากนี้ นายอนุชา ยังชื่นชมความพยายามของ CFS ที่มุ่งมั่นทำงานเพื่อมนุษยชาติให้มีความมั่นคงทางอาหาร มีโภชนาการที่ดี และแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ โดยไทยขอสนับสนุนพร้อมทำงานร่วมกับ CFS อย่างต่อเนื่อง และเป็นโอกาสดีที่ตอนนี้ ผู้แทนถาวรไทยประจำ FAO ทำหน้าที่ใน CFS Bureaumember (คณะกรรมการบริหารของ CFS) ร่วมกับจีน อินเดีย และอินโดนีเซีย ซึ่งสามารถช่วยสนับสนุน CFS ได้เต็มที่ และเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าไทยสามารถปรับใช้ข้อเสนอแนะและแนวปฏิบัติของ CFS ได้ ให้สอดคล้องกับบริบทของประเทศ และพร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกันต่อไป

‘ไชยา’ลั่นไม่เสียใจหลุดครม. ฝากรบ.ให้ความสำคัญพื้นที่อีสานคะแนนเสียงใหญ่พรรคเพื่อไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/801791

'ไชยา'ลั่นไม่เสียใจหลุดครม. ฝากรบ.ให้ความสำคัญพื้นที่อีสานคะแนนเสียงใหญ่พรรคเพื่อไทย

‘ไชยา’ลั่นไม่เสียใจหลุดครม. ฝากรบ.ให้ความสำคัญพื้นที่อีสานคะแนนเสียงใหญ่พรรคเพื่อไทย

วันจันทร์ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2567, 17.12 น.

‘ไชยา’ลั่นไม่เสียใจหลุด ครม. ฝากรัฐบาลให้ความสำคัญพื้นที่อีสาน เพราะถือเป็นคะแนนเสียงใหญ่พรรคเพื่อไทย

เมื่อวันที่ 29 เม.ย.2567 นายไชยา พรหมา สส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย (พท.) และอดีต รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังหลุดโผ ครม.เศรษฐา 1/1ว่า เป็นเรื่องปกติของวิถีทางนักการเมือง จะบอกว่าไม่เสียใจก็คงไม่ได้ แต่เสียดายเวลาและโอกาส ตนเป็น สส.มา 30 กว่าปี 9 สมัยจากการเลือกตั้งในพื้นที่ภาคอีสาน ซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่ที่มีความยากลำบาก หนีชีวิตต่างจังหวัดมาใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ โดยตนคิดว่า ช่วงโอกาสหนึ่งที่ได้เป็นรัฐมนตรี อยากจะทำงานเพื่อแก้ไขปัญหา ให้คนไม่ต้องอพยพจากอีสานมาอยู่เมืองหลวง มีการสร้างงาน มีระบบน้ำ พัฒนาอาชีพ แต่เสียดายว่า ตนทำหน้าที่รัฐมนตรีได้เพียง 7 เดือน ยังไม่ได้ขับเคลื่อนอะไรเลย 

“ผมต้องขอโทษพี่น้องชาวจังหวัดหนองบัวลำภู และพี่น้องภาคอีสาน ที่ส่งผมมาเป็นรัฐมนตรี แต่ไม่สามารถที่จะสานต่อโครงการที่เป็นความฝันของผมได้ ผมอยากจะเห็นพื้นที่ภาคอีสานอุดมไปด้วยชลประทานระบบท่อ การเชื่อมโยงการผันน้ำจากสายหนึ่งไปอีกสายหนึ่ง แก้ไขปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้ง เมื่อโอกาสมีแค่นี้ ก็คงทำได้แค่นี้ จากนี้ไปเราก็ต้องทำหน้าที่ สส.ต่อไป” นายไชยา กล่าว

อย่างไรก็ตาม อยากฝากรัฐบาล ให้ความสำคัญกับพื้นที่ภาคอีสาน ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยได้คะแนนเสียงส่วนใหญ่มาจากภาคอีสาน หลายครั้งในการเลือกตั้งคนอีสานส่งให้พรรคเพื่อไทย มาเป็นรัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นกระทรวงสำคัญ ไม่มีคนของพรรคเพื่อไทย

ปวดข้อ เข่าติดขัด บวมแดง เสี่ยง ‘โรคข้อเข่าเสื่อม’ ที่อาจเป็นได้ทุกวัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/801770

ปวดข้อ เข่าติดขัด บวมแดง เสี่ยง ‘โรคข้อเข่าเสื่อม’ ที่อาจเป็นได้ทุกวัย

ปวดข้อ เข่าติดขัด บวมแดง เสี่ยง ‘โรคข้อเข่าเสื่อม’ ที่อาจเป็นได้ทุกวัย

วันอังคาร ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.29 น.

ต้องบอกว่าการเดินเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนเราเพราะไม่ว่าจะไปทำงาน ไปเที่ยว หรือเดินทางไปไหนก็ต้องเดินไม่มากก็น้อยแต่ในบางคนเมื่อเดินเยอะๆ ก็รู้สึกว่ามีอาการขัดหรือรู้สึกเจ็บบริเวณเข่า ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของ “โรคข้อเข่าเสื่อม” แม้ภาวะการเสื่อมของข้อเข่าจะพบมากในผู้สูงอายุ ทำให้รู้สึกเจ็บบริเวณข้อเข่าเวลาเคลื่อนไหว แต่สำหรับคนอายุน้อยก็อาจเป็นได้เช่นกันหากปล่อยไว้ไม่รักษาอาจเจ็บมากจนกระทบการใช้ชีวิต

นายแพทย์สมยศ ปิยะวรคุณ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ แพทย์ผู้ชำนาญการ ข้อเข่าและข้อสะโพกเทียมศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลวิมุติ ให้ข้อมูลว่า โรคข้อเข่าเสื่อม (KneeOsteoarthritis) หมายถึง ภาวะความเสื่อมของข้อเข่า ทั้งด้านรูปร่าง โครงสร้างหรือการทำงานของกระดูกข้อต่อและกระดูกบริเวณใกล้ข้อต่อ รวมทั้งเนื้อเยื่อและเส้นเอ็นของข้อเข่า เมื่อไม่มีผิวกระดูกอ่อนมาห่อหุ้มทำให้เนื้อกระดูกชนกันขณะรับน้ำหนัก ทำให้เกิดอาการปวดเข่า เข่าบวม ข้อยึดติด และเมื่อผ่านไปนานๆ อาการจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆจนหัวเข่าผิดรูป ไม่สามารถทำกิจกรรมประจำวันได้ตามปกติ

ข้อเข่าเสื่อมแบ่งได้ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มปฐมภูมิ เกิดขึ้นจากปัจจัยต่างๆ ที่ไม่มีสาเหตุชัดเจน เช่น การเสื่อมสภาพของข้อเข่าจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งมักพบในช่วงอายุ 60 ปีขึ้นไป นอกจากนี้อาจเกิดจากกรรมพันธุ์ น้ำหนักตัวที่มากเกินไป รวมถึงการใช้งานข้อเข่ามากๆ อีกกลุ่มคือ กลุ่มทุติยภูมิ คืออาการข้อเข่าเสื่อมที่มีสาเหตุบางอย่างเป็นตัวกระตุ้น เช่น อุบัติเหตุที่กระทบบริเวณข้อเข่า การติดเชื้อที่ทำให้หลั่งสารที่ทำลายกระดูกอ่อน ส่วนใหญ่กลุ่มนี้จึงเกิดกับคนที่อายุน้อย นพ.สมยศ ปิยะวรคุณ อธิบายเพิ่มเติมว่า “คนไข้บางโรคที่มีอาการอักเสบเรื้อรัง เช่น โรคแพ้ภูมิตัวเอง (SLE) โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis) ก็อาจทำให้ข้อเข่าเสื่อมเร็วขึ้น เพราะการอักเสบที่เป็นซ้ำๆ เป็นๆ หายๆ จะไปเร่งการเสื่อมของเนื้อเยื่อในข้อเข่า”

นพ.สมยศ ปิยะวรคุณ

อาการแบบไหนเป็นสัญญาณ “โรคข้อเข่าเสื่อม” ซึ่งโดยทั่วไปผู้ที่มีอาการข้อเข่าเสื่อมในระยะเริ่มต้นจะมีอาการปวดเล็กน้อยจากกิจกรรมในชีวิตประจำวัน หรืออาจมีอาการติดขัดข้อเข่า ยืดขาได้ไม่เต็มที่ นอกจากนี้ยังมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น เข่าเริ่มมีเสียงกรอบแกรบจากการสึกของข้อเข่าในบางกลุ่มอาจทำให้ข้อเข่าเปลี่ยนรูปทรงโดยส่วนมากจะมีภาวะข้อเข่าโก่ง และในส่วนน้อยข้อเข่าจะเกเข้าด้านใน ซึ่งทุกอาการจะมีอาการปวดร่วมด้วย และจะเจ็บมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นถ้ามีอาการเหล่านี้จนรบกวนชีวิตประจำวันก็ควรมาพบแพทย์เพื่อหาแนวทางการรักษา

สำหรับผู้ที่มีอาการเข้าข่ายโรคข้อเข่าเสื่อม แพทย์จะตรวจร่างกายด้วยการเอกซเรย์ และอาจตรวจด้วยเครื่อง MRI ร่วมด้วยในบางราย นอกจากนี้อาจเจาะเลือดเพิ่มเติมเพื่อตรวจดูปัจจัยเสี่ยงที่อาจมีผลทำให้ข้อเข่าเสื่อมเร็วขึ้น ทั้งนี้ การรักษาโรคนี้สามารถทำได้หลายวิธี อย่างแรกคือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันเช่น การลดน้ำหนัก การออกกำลังกายการบริหารข้อ ต่อมาคือการรักษาด้วยการทานยาหรือการฉีดยาแก้ปวด เช่น สเตียรอยด์ ส่วนอีกวิธีคือการฉีดน้ำหล่อลื่นข้อเข่า ซึ่งการฉีดยาทั้งสองแบบช่วยลดอาการในระยะเวลาหนึ่ง แต่เมื่อฤทธิ์หมดก็จะกลับมาปวดเหมือนเดิม ดังนั้นทั้งสองวิธีจึงเหมือนเป็นการบรรเทามากกว่าจะเป็นการรักษา

หนึ่งในการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมในปัจจุบันคือการผ่าตัดข้อเข่าเทียม ซึ่งเป็นการผ่าตัดที่มีประสิทธิภาพสูง ความเสี่ยงต่ำ และผู้ป่วยสามารถฟื้นตัวได้เร็ว ซึ่งข้อเข่าเทียมในตอนนี้มีความใกล้เคียงข้อเข่าจริงมากขึ้น และใช้งานได้ยาวนานกว่า 20 ปีในคนไข้ส่วนใหญ่ โดยการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมแบ่งได้2 รูปแบบ ได้แก่ แบบเต็มเข่า คือการผ่าเปลี่ยนทั้งสองข้างทั้งด้านนอกและด้านใน แบบที่สองคือ แบบครึ่งเข่า คือการผ่าเปลี่ยนแค่ครึ่งที่มีปัญหา ซึ่งวิธีนี้สามารถเก็บเส้นเอ็นในข้อเข่าไว้ได้ ทำให้เคลื่อนไหวได้อย่างเป็นธรรมชาติมากกว่า “ข้อเข่าเทียมนั้นสามารถใช้งานได้ใกล้เคียงข้อเข่าจริง แต่ต้องระวังกิจกรรมที่มีการพับงอเข่านานๆ เช่น เรื่องการคุกเข่า และหลีกเลี่ยงกีฬาที่ต้องใช้ข้อเข่ามากๆ เพราะข้อเข่าเทียมก็สึกหรอได้เหมือนเข่าจริง

ผู้ที่สนใจจะขอรับคำปรึกษาอาการข้อเข่าเสื่อม สามารถติดต่อได้ที่ ชั้น 4 ศูนย์กระดูกและข้อ หรือโทรนัดหมาย 02-0790060 เวลา 08.00-20.00 น. หรือใช้บริการ Telemedicine ปรึกษาแพทย์ออนไลน์ผ่าน ViMUT App คลิก https://bit.ly/372qexX

เชื่อมโยงวัฒนธรรม ‘Maori & Thai Song Dam’ แลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ เพื่อความยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/801777

เชื่อมโยงวัฒนธรรม ‘Maori & Thai Song Dam’  แลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ เพื่อความยั่งยืน

เชื่อมโยงวัฒนธรรม ‘Maori & Thai Song Dam’ แลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ เพื่อความยั่งยืน

วันอังคาร ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ในโอกาสที่ คริสโตเฟอร์ ลักซอน (The Right Honourable Christopher Luxon) นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ เยือนประเทศไทย ครั้งแรกในรอบ 11 ปี เพื่อยกระดับความสัมพันธ์ สู่การเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ (StrategicPartnership) ในปี 2569 ซึ่งเป็นปีครบรอบ 70 ปี ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและประเทศนิวซีแลนด์ สถานทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย จัดงานเลี้ยงรับรอง ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนและองค์กรพันธมิตรได้รับฟังนโยบายความร่วมมือจากนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ และร่วมกิจกรรมส่งเสริมมิตรภาพ ในโอกาสการมาเยือนของผู้นำรัฐบาล

โอกาสนี้ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และ ศูนย์ ซี อาเซียน นำเสนอกิจกรรม “Common Cultural Heritage” ที่ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2566 เพื่อนำอัตลักษณ์ร่วมทางวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน เรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ ตอบสนองแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติโดยแสดงให้เห็นความเชื่อมโยงวัฒนธรรมระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์เมารี และไทยทรงดำ ซึ่งมีอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมร่วมกันที่โดดเด่น และสามารถสืบทอดความประณีตงดงามทางวัฒนธรรมและวิถีชีวิตจากรุ่นสู่รุ่นได้อย่างสมบูรณ์ ภายในงาน มีการแสดงทางวัฒนธรรมของทั้งสองกลุ่มชาติพันธุ์ พร้อมนิทรรศการที่แสดงถึงความสัมพันธ์ เชื่อมโยงอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาวเมารี และกลุ่มไทยทรงดำทำให้เกิดการแลกเปลี่ยน เรียนรู้และนำเสนออย่างสร้างสรรค์ โดยนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ชื่นชมการแสดงและการจัดนิทรรศการดังกล่าว ซึ่งเป็นการทำงานที่สอดคล้องกับการดำเนินงานของรัฐบาลนิวซีแลนด์ ที่ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ และส่งเสริมวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์เมารี และในการเดินทางมาเยือนครั้งนี้ ก็ได้นำวัฒนธรรมเมารีมาร่วมแสดงในงานเพื่อยืนยันถึงมิตรภาพที่ดีต่อกัน โดยมี พลภัทร สุวรรณศรรองประธานศูนย์ ซี อาเซียน พิษณุสุวรรณะชฎ, กมลนัย ชัยเฉนียน,ฉมาพรรณ รังคะรัตน, ต้องใจธนะชานันท์, สุทธิพรรณ นุชฉายาร่วมต้อนรับภายในงาน ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ประนอม กลองชิต ประธานศูนย์ศึกษาไทดำ ต.หนองปรง อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี เผยว่า “ดีใจและภาคภูมิใจที่ได้มีโอกาสเข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรมกับชาวเมารี ได้รับความอนุเคราะห์จากบริษัทไทยเบฟฯ และนำผลิตภัณฑ์ที่มีอัตลักษณ์ของชาวไทดำมามอบเป็นของขวัญให้กับคณะผู้นำรัฐบาลนิวซีแลนด์ นับเป็นความภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการต้อนรับคณะผู้นำรัฐบาลต่างประเทศ ระหว่างการเตรียมการจัดทำของที่ระลึก รวมถึงการเตรียมการแสดงในวันนี้ เราได้ทำงานใกล้ชิดกับทางศูนย์ซี อาเซียน และบริษัทไทยเบฟฯ ทำให้เราได้รับความรู้ คำแนะนำ การเตรียมพัฒนาความพร้อมของชุมชน การยกระดับมาตรฐานการผลิตสินค้า และการยกระดับการท่องเที่ยวของชุมชนให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างยั่งยืน”

ไทยทรงดำ เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่กระจายตัวอยู่ในหลายพื้นที่ของประเทศไทย มีการรวมตัวกันพัฒนาการท่องเที่ยวและการสร้างเศรษฐกิจชุมชน จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า อาทิ ชุมชนไทยทรงดำบ้านหนองปรงจ.เพชรบุรี และชุมชนไทยทรงดำบ้านวังน้ำต.วังยาง อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร บริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ให้ความสำคัญกับการพัฒนาและส่งเสริมด้านศิลปวัฒนธรรม โดยมีเป้าหมาย “นำความเป็นไทยสู่สากล” และ “สร้างสรรค์คุณค่าสู่สังคมอย่างมั่นคงและยั่งยืน”