ด้านเดวิด แซกส์ ที่ปรึกษา AI ประจำทำเนียบขาว ระบุว่า คำสั่งนี้จะทำให้รัฐบาลกลางมีอำนาจมากขึ้นในการคัดค้านกฎหมาย AI ของรัฐที่ถูกมองว่าเข้มงวดเกินไป แต่ยืนยันว่ารัฐบาลจะไม่คัดค้านมาตรการที่เกี่ยวข้องกับ ความปลอดภัยของเด็ก หรือการป้องกันอันตรายทางออนไลน์
ขณะที่บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีทั้ง OpenAI, Google ของ Alphabet, Meta และกองทุน Andreessen Horowitz ต่างออกมาสนับสนุนแนวคิดให้รัฐบาลกลางเป็นผู้กำกับดูแล AI แทนการแยกกันออกกฎหมายในระดับรัฐ ขณะที่หลายรัฐยืนยันต้องมีสิทธิคุม AI เอง เพราะสภาคองเกรสยังออกกฎหมายไม่สำเร็จ
ด้านผู้นำรัฐทั้งรีพับลิกันและเดโมแครตเห็นตรงกันว่า แม้รัฐบาลกลางจะต้องมีบทบาท แต่รัฐจำเป็นต้องมีอำนาจกำหนดกฎระเบียบเพื่อปกป้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อคองเกรสยังไม่สามารถผ่านกฎหมายควบคุมเทคโนโลยีได้ อย่างผู้ว่าการรัฐฟลอริดา รอน เดอแซนทิส เสนอกฎบัตรสิทธิด้าน AI ครอบคลุมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล การควบคุมโดยผู้ปกครอง และสิทธิผู้บริโภค ส่วนผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย นายเกวิน นิวซัม ลงนามกฎหมายบังคับให้บริษัท AI รายใหญ่ต้องเปิดเผยมาตรการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติหรือผลกระทบร้ายแรง และอีกหลายรัฐยังออกกฎหมาย ห้ามสร้างภาพลามกจาก AI โดยไม่ได้รับความยินยอม และจำกัด ดีปเฟกทางการเมือง
คำสั่งบริหารครั้งนี้จึงนับเป็นความพยายามล่าสุดของทรัมป์ในการกำหนด ทิศทางกฎหมาย AI ของสหรัฐฯ ในระดับชาติ ท่ามกลางความกังวลว่าเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์กำลังก้าวหน้าเร็วกว่ากรอบกฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบัน.