ดร.จักษ์ ชม อนุทิน ตัดสินใจระดับรัฐบุรุษ ยุบสภาครั้งนี้ เผาพรรคส้มเหลือแต่ขี้เถ้า

ดร.จักษ์ ชม อนุทิน ตัดสินใจระดับรัฐบุรุษ ยุบสภาครั้งนี้ เผาพรรคส้มเหลือแต่ขี้เถ้า

ดร.จักษ์ ชม อนุทิน ตัดสินใจระดับรัฐบุรุษ ยุบสภาครั้งนี้ เผาพรรคส้มเหลือแต่ขี้เถ้า

วันศุกร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 21.27 น.

วันที่ 20 ธันวาคม 2568 รศ.ดร.จักษ์ พันธ์ชูเพชร สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า#คืนที่อนุทินยุบสภา

บ้านเมืองคืนนี้…
เสียงประกาศยุบสภาดังขึ้นคล้ายเสียง “ฟ้าผ่า” ลงกลางวงนักการเมืองที่ชอบเอาประเทศเป็นสนามทดลองความเพ้อฝันของตัวเอง
บางพรรควิ่งพล่านราวกับหนูติดกาวดัก—ตะโกนว่า “ไม่กลัว! ไม่หวั่น! พร้อมเลือกตั้ง!”
แต่แปลก…
พออนุทินยุบจริง ๆ ทำไมเสียงสั่นเหมือนลูกเจี๊ยบโดนน้ำเย็น?
นี่แหละภาพจริงของการเมืองบางพรรค—
เก่งแต่ในทวิตเตอร์
กล้าหาญแต่ในไลฟ์สด
ปากกล้าในสนามโซเชียล
แต่พอถึงเวลาต้องเผชิญหน้ากับประชาชน…
ทำตัวลีบกว่าปลวกโดนแดด

พรรคที่บอกว่า “จะล้มเผด็จการ”
แต่ตัวเองนี่แหละ…
“เผด็จการทางความคิด” ตัวพ่อ
เอะอะอะไรก็โทษรัฐธรรมนูญ
เหมือนเด็กสอบตกแล้วโทษดินสอ
น้ำท่วม—โทษรัฐธรรมนูญ
ข้าวราคาตก—โทษรัฐธรรมนูญ
เขมรยิงทหารไทย—ก็จะโทษรัฐธรรมนูญอีกไหม?
บางพรรคคิดว่าชีวิตทั้งประเทศแก้ได้ด้วยปากกาเมจิก — ขีดทับ ส.ว. แล้วโลกจะสงบสุข
แต่ลืมว่า รัฐธรรมนูญไม่ใช่ผ้าเช็ดหน้าที่อยากปาเมื่อไหร่ก็ปา

และเมื่อถึงเรื่องตัดอำนาจ ส.ว.
พรรคส้มกระโดดโลดเต้นเหมือนเด็กเจอโรงเรียนหยุด
“โหวตไปเลย!! โหวตตัดอำนาจ ส.ว. เดี๋ยวนี้!”
ใช่ครับ ถ้าโลกการเมืองมันง่ายแบบสั่งก๋วยเตี๋ยว
ป่านนี้พวกเขาก็คงเปลี่ยนการปกครองสำเร็จตั้งแต่ในคลับเฮาส์แล้ว
แต่ในโลกจริง—
การแก้รัฐธรรมนูญต้องทำตามกระบวนการ
ไม่ใช่ใช้เสียงกรีดร้องของโซเชียลไปข่มขู่ฝ่ายนิติบัญญัติ
ย้ำอีกที…
ส.ว. คือองค์ประกอบในรัฐธรรมนูญ
จะบังคับให้ตัดอำนาจตัวเอง = ขัดกฎหมายโดยตรง
แต่พรรคที่เรียนกฎหมายทางออนไลน์บางพรรค…
ฟังไม่รู้เรื่อง
หรือแกล้งไม่รู้เพื่อเกาะกระแส?

และเมื่อพรรคประชาชนขู่จะถอนการสนับสนุนรัฐบาล
พลันให้ภาพหนึ่งลอยมา…
เหมือนคณะกลองยาวที่ตีได้เก่งแค่ตอนขอเสียงเลือกตั้ง
แต่พอถึงคราวต้องช่วยรับผิดชอบบ้านเมือง
กลับตีไม่เป็น—เอาแต่โยนหน้าที่ให้คนอื่น
สรุปง่าย ๆ
พรรคประชาชนเก่งที่สุดอย่างเดียวคือ…
“ทำตัวเป็นภาระทางการเมือง”
พอไม่ได้อย่างใจ เขย่าโต๊ะ–ขู่ล้มรัฐบาล–ตีโพยตีพาย
เหมือนเด็กงอแงในห้างที่อยากได้ของเล่น
แล้วสุดท้าย?
อนุทิน…
ไม่ซื้อให้ครับ
ท่านเลือกคืนอำนาจให้ประชาชน
ไม่เล่นตามเกมตื้น ๆ ของนักการเมืองที่คิดว่าประเทศคือสนามทดลองวิทยาศาสตร์ชั้น ม.1

ทำไมการยุบสภาครั้งนี้จึง “เผา” พรรคส้มกับพรรคประชาชนจนเหลือแต่เศษขี้เถ้า?
เพราะมันพิสูจน์ให้เห็นว่า…
✅ พรรคภูมิใจไทยยืนกับ “กติกาที่มีอยู่จริง”
ไม่ใช่กติกาที่พรรคส้มอยากเขียนใหม่ทุกวันตามอารมณ์
✅ พรรคอื่นเอาแต่พูด
แต่ภูมิใจไทย “รับผิดชอบ”
✅ พรรคอื่นอยากให้ประเทศติดหล่มเพื่อปั่นโซเชียล
แต่ภูมิใจไทยเลือกให้ประเทศเดินหน้า
และที่สำคัญที่สุด…
อนุทินไม่เอาประเทศไปเสี่ยง เพราะเด็กบางพรรคอยากเล่นปากกาแก้รัฐธรรมนูญแบบเหมาเล่ม
นี่แหละ—การตัดสินใจระดับรัฐบุรุษ
ไม่ใช่การเมืองแบบเด็กดื้อ
───────────────
สุดท้ายนี้…ฝากให้พรรคที่ชอบอ้างประชาธิปไตยแต่ทำตัวตรงข้าม
การเมืองไม่ใช่งานประกวดแฟนคลับ
ประเทศไม่ใช่มหาวิทยาลัยให้พวกคุณมาทดลองความเพ้อเจ้อ
และรัฐธรรมนูญไม่ใช่สมุดวาดรูปที่ใครอยากลบก็ลบ
อนุทินไม่ใช่คนสมบูรณ์แบบ
แต่วันนี้…
เขาคือคนเดียวที่เลือก “กติกา” มากกว่า “เก้าอี้”
และนักการเมืองแบบนี้แหละครับ
ที่ต่างประเทศเรียกว่า “Statesman”
แต่ในไทย…เรียกว่า
“ตัวจริง”
จักษ์ พันธ์ชูเพชร
๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๘

กกต. กางแนวทาง ค่าใช้จ่าย สส. ช่วงเลือกตั้ง พรรคการเมืองหาเสียงได้ตั้งแต่วัน ยุบสภา

กกต. กางแนวทาง ค่าใช้จ่าย สส. ช่วงเลือกตั้ง พรรคการเมืองหาเสียงได้ตั้งแต่วัน ยุบสภา

กกต. กางแนวทาง ค่าใช้จ่าย สส. ช่วงเลือกตั้ง พรรคการเมืองหาเสียงได้ตั้งแต่วัน ยุบสภา

วันศุกร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 21.09 น.

กกต. แจงค่าใช้จ่ายและกิจกรรมทางการเมืองในช่วงการเลือกตั้ง  ผู้สมัคร สส.ใช้จ่ายไม่เกิน 1,900,000 บาท  พรรคใช้จ่ายได้ไม่เกิน 44,000,000 บาท เริ่มหาเสียงและคำนวณค่าใช้จ่ายตั้งแต่วันที่ยุบสภาจนถึงวันก่อนวันเลือกตั้ง

วันที่ 12 ธันวาคม 2568 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) แจ้งให้พรรคการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองและผู้เกี่ยวข้อง ทราบถึงแนวทางการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ภายหลังมีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร   เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม และชอบกฎหมาย   ว่าประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง กำหนดจำนวนเงินค่าใช้จ่าย ในการเลือกตั้ง สส.  กำหนดให้ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้งแต่ละคนต้องใช้จ่ายในการเลือกตั้ง  กรณีที่เป็นการเลือกตั้งทั่วไปอันเนื่องมาจากการยุบสภา ต้องใช้จ่ายไม่เกิน 1,900,000 บาท

พรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. แบบบัญชีรายชื่อ   ต้องใช้จ่ายในการเลือกตั้งไม่เกิน 44,000,000 บาท ห้ามมิให้ผู้สมัคร ผู้ซึ่งประสงค์จะสมัครรับเลือกตั้ง สส.หรือผู้ใด  กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเองหรือผู้สมัครอื่น หรือบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใด ให้งดเว้นการลงคะแนนให้แก่ผู้สมัครหรือบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใด หรือการชักชวนให้ไปลงคะแนนไม่เลือกผู้ใดเป็น สส.  เช่น การแจกเงินหรือสิ่งของ  อันมีลักษณะเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 73 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2566

และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. มาตรา 64 บัญญัติให้การคำนวณค่าใช้จ่ายของผู้สมัครหรือพรรคการเมืองสำหรับการเลือกตั้งแต่ละครั้ง   ให้คำนวณตามค่าใช้จ่ายจริงในการเลือกตั้ง  ให้คำนวณค่าใช้จ่าย ที่ใช้จ่ายไปตั้งแต่วันที่ยุบสภาจนถึงวันเลือกตั้ง   

ทั้งนี้ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.มาตรา 68 (2) ได้กำหนดระยะเวลา ในการหาเสียงเลือกตั้งทำได้ตั้งแต่วันที่ยุบสภาจนถึงวันก่อนวันเลือกตั้ง สำนักงาน กกต.  ขอให้พรรคการเมือง ผู้สมัคร และผู้เกี่ยวข้อง ศึกษาและปฏิบัติตามกฎหมาย รวมทั้งระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย

หมอเหรียญทอง ร่ายยาวชื่นชม อนุทิน เด็ดขาด ฉลาด ฉับไว

หมอเหรียญทอง ร่ายยาวชื่นชม อนุทิน เด็ดขาด ฉลาด ฉับไว

หมอเหรียญทอง ร่ายยาวชื่นชม อนุทิน เด็ดขาด ฉลาด ฉับไว

วันศุกร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 21.04 น.

วันนี้ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2568 หมอเหรียญทอง แน่นหนา ผอ.โรงพยาบาลมงกุฏวัฒนะ ได้ออกมาเคลื่อนไหวบนเฟซบุ๊กส่วนตัวแสดงความชื่นชมที่มีต่อ นาย อนุทิน ชาญวีรกูล อดีตนายกรัฐมนตรีของไทยที่เพิ่งจะยุบสภาไปหมาด ๆ เมื่อวานนี้ (11 ธันวาคม พ.ศ. 2568) ทำเอาชาวเน็ตจำนวนมากต่างก็เข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นบนเฟซบุ๊กส่วนตัวของ หมอเหรียญทอง แน่นหนา กันอย่างไม่ขาดสาย

“ผมไม่ใช่ติ่งคุณอนุทิน ชาญวีรกูล นะครับ แต่ผมชื่นชมในการตัดสินใจที่เด็ดเดี่ยว เด็ดขาด ฉลาด ฉับไว

ระหว่างรักษาการนายกรัฐมนตรี ผมขอเป็นกำลังใจให้ท่านครับ และในฐานะทหารเก่า ทหารแก่ ผมขอขอบคุณมากที่ท่านรักและเข้าใจทหาร ร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่ สนับสนุนทุกเหล่าทัพในการปกป้องเอกราชและอธิปไตยของชาติอย่างมีเอกภาพ

สมศักดิ์ศรีแล้วแล้วครับที่ท่านเป็นนายกรัฐมนตรี ถึงแม้จะเป็นพลเรือนที่เป็นนักการเมือง แต่เพียงชั่วเวลาไม่นานที่ท่านทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี ท่านทำได้ดีมากครับ

หากมีสิ่งใดเพื่อชาติและพระมหากษัตริย์ ผมพร้อมปฏิบัติ ขอท่านอย่าได้เกรงใจ สั่งการลงมาได้เลย

ด้วยความเคารพอย่างสูง

พลตรี เหรียญทอง แน่นหนา

ทหารเก่าผู้ไม่มีวันตายไปจากความจงรักภักดีต่อชาติและพระมหากษัตริย์

11 ธ.ค.68 เวลา 23.27 น.”

เหรียญทอง แน่นหนา
เหรียญทอง แน่นหนา
เหรียญทอง แน่นหนา
เหรียญทอง แน่นหนา

ทภ.2 สรุปสถานการณ์ชายแดน เวลา 18.00 น. เขมรถล่ม 7 พื้นที่ตลอดวัน ไทยตอบโต้เต็มกำลัง

ทภ.2 สรุปสถานการณ์ชายแดน เวลา 18.00 น. เขมรถล่ม 7 พื้นที่ตลอดวัน ไทยตอบโต้เต็มกำลัง

ทภ.2 สรุปสถานการณ์ชายแดน เวลา 18.00 น. เขมรถล่ม 7 พื้นที่ตลอดวัน ไทยตอบโต้เต็มกำลัง

วันศุกร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 19.51 น.

ทภ.2 เผย กัมพูชา ถล่มหนัก 7 พื้นที่ ระดมยิง ปืนใหญ่ BM-21 โดรน ทั้งวัน ฝ่ายไทย โต้กลับ ใช้โดรนทิ้งระเบิด-อาวุธยิงสนับสนุน คุมพื้นที่เข้ม

กองทัพภาคที่ 2 สรุปสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ประจำวันที่ 12 ธันวาคม 2568 เวลา 18.00 น.

วันที่ 12 ธ.ค2568 กองทัพภาคที่ 2 โดยศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 สรุปสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ประจำวันที่ 12 ธันวาคม 2568 (เวลา 18.00 น.) ระบุ ตามที่ได้เกิดการสู้รบตามแนวชายไทย-กัมพูชา ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ขอสรุปผลการปฏิบัติที่สำคัญดังนี้

สถานการณ์ ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นมา สถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ยังคงเกิดการปะทะต่อเนื่อง โดยฝ่ายกัมพูชาใช้อาวุธยิงสนับสนุนและยุทโธปกรณ์หลายประเภทเข้ามาในพื้นที่ฝ่ายไทยในหลายจุดสำคัญ ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อกำลังพลและประชาชนในพื้นที่ กองทัพภาคที่ 2 ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และดำเนินการตอบโต้ภายใต้หลักการป้องกันตนเองและกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด โดยในวันนี้ฝ่ายกัมพูชาได้ยิงปืนใหญ่ จรวด BM-21 และโดรนพลีชีพโจมตีฝ่ายเราตลอดทั้งวัน มีเหตุการณ์สำคัญดังนี้

พื้นที่ช่องอานม้า อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ฝ่ายกัมพูชาทำการโจมตีด้วยอาวุธ ค., ป. และ BM-21 พร้อมใช้อากาศยานไร้คนขับโจมตี ฝ่ายเราตอบโต้ด้วยโดรนทิ้งระเบิดและอาวุธยิงสนับสนุน

พื้นที่พระวิหาร – ห้วยตามาเรีย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ฝ่ายกัมพูชาทำการโจมตีด้วยอาวุธ ค., ป. และ BM-21 ฝ่ายเราปฏิบัติตามแผน ใช้หน่วยดำเนินกลยุทธ์และอาวุธยิงสนับสนุนตอบโต้

พื้นที่ภูมะเขือ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ฝ่ายกัมพูชาทำการโจมตีด้วยอาวุธ ค., ป., BM-21 และโดรนแบบทิ้งระเบิดและ FPV ฝ่ายเรายึดพื้นที่และดำเนินการตอบโต้ตามสถานการณ์

พื้นที่ช่องจอม – ช่องระยี – ปลดต่าง อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ฝ่ายกัมพูชาทำการโจมตีด้วยอาวุธปืนเล็กและ ค. โดยไม่มีการใช้อากาศยานไร้คนขับ ฝ่ายเราทำการตรึงกำลังตามแนววางกำลังต่อเนื่อง

พื้นที่ช่องคนา อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ฝ่ายกัมพูชาทำการโจมตีด้วยอาวุธ ค., ป. และ BM-21 ฝ่ายเรายึดครองที่หมายสำคัญได้ และยังคงปฏิบัติการควบคุมพื้นที่ให้เป็นไปตามแผน

พื้นที่ปราสาทตาควาย – เนิน 350 อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ฝ่ายกัมพูชาทำการโจมตีด้วยอาวุธ ปรส., ค., ป., BM-21, ถ. และอากาศยานไร้คนขับ ฝ่ายเราปฏิบัติการตามแผนต่อเนื่องที่หมาย

พื้นที่ปราสาทตาเมือน อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ฝ่ายกัมพูชาทำการโจมตีด้วยอาวุธ ปรส., ค., ป., BM-21 ฝ่ายเราทำการตรึงพื้นที่ตามแนววางกำลัง

กองทัพภาคที่ 2 ขอยืนยันว่า จะดำเนินมาตรการทุกด้านอย่างเต็มขีดความสามารถ เพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประชาชน และปกป้องอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และศักดิ์ศรีของประเทศชาติ อย่างถึงที่สุด

7 ปี วัดป่าธรรมกายนานาชาติโทชิหงิ ตำนาน‘สวนป่าสมาธิไทย’สู่สันติภาพและความสุขภายใน

7 ปี วัดป่าธรรมกายนานาชาติโทชิหงิ ตำนาน‘สวนป่าสมาธิไทย’สู่สันติภาพและความสุขภายใน

7 ปี วัดป่าธรรมกายนานาชาติโทชิหงิ ตำนาน‘สวนป่าสมาธิไทย’สู่สันติภาพและความสุขภายใน

วันศุกร์ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 19.13 น.

7 ปี วัดป่าธรรมกายนานาชาติโทชิหงิ ตำนาน “สวนป่าสมาธิไทย” สู่สันติภาพและความสุขภายใน

ท่ามกลางความสงบงามของจังหวัดโทชิหงิ ประเทศญี่ปุ่น มีสถานที่แห่งหนึ่งที่ไม่ใช่เพียงแค่อาคารสถานที่ แต่คือ “ลมหายใจ” ของผู้แสวงหาความสงบสุข ย้อนกลับไปในวันที่ท้องฟ้าสดใสของวันอาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2562 ประตูแห่งธรรมได้ถูกเปิดออกอย่างเป็นทางการ กับพิธีประดิษฐานรูปเหมือน พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) ณ ห้องปฏิบัติธรรมพระมงคลเทพมุนี วัดป่าธรรมกายนานาชาติโทชิหงิ ประเทศญี่ปุ่น วัดแห่งนี้กำเนิดขึ้นจากหัวใจ และแรงศรัทธาของชาวญี่ปุ่นแท้ ๆ ที่ต้องการแสวงหาความสุขภายในที่แท้จริง ซึ่งอยู่ไม่ไกลเลย ความสุขที่พวกเขาตามหาอยู่ที่กลางใจของตนเองผ่านการ “ปฏิบัติธรรม” จนสถานที่แห่งนี้ได้รับการขนานนามว่า “ไท เม โซ โนะ โม ริ” (タイ瞑想の森) หรือ “สวนป่าสมาธิไทย”

พระครูสมุห์สนิทวงศ์ วุฑฺฒิวํโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย กล่าวว่า วัดป่าธรรมกายนานาชาติโทชิหงิ ก่อตั้งขึ้นใน ปี พ.ศ. 2562 โดยมีพระครูปลัดสุเนตร ฉฬภิญฺโญ เป็นเจ้าอาวาส ซึ่งดำเนินการเผยแผ่พระพุทธศาสนามาโดยตลอดต่อเนื่อง อาทิ การจัดกิจกรรม “Weekend Recharge”  คือ การจัดปฏิบัติธรรมทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เป็นการชาร์จแบตเตอรี่ชีวิตด้วยการมานั่งสมาธิในวันหยุดสุดสัปดาห์ โครงการบรรพชาอุปสมบท ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อสร้างศาสนทายาท และสืบสานศรัทธาในท้องถิ่น งานบุญประเพณีเชื่อมสัมพันธ์ชาวไทย-ญี่ปุ่น เช่น สงกรานต์ หรือประเพณียี่เป็งลอยโคม ซึ่งกลายเป็นงานบุญประเพณีประจำปีที่มีผู้สนใจเข้าร่วมงานจำนวนกว่า 200 คนทุกปี กิจกรรมงานบุญเหล่านี้ ทำให้เห็นได้ว่าเชื้อชาติและภาษา ไม่ใช่อุปสรรคในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในดินแดนอาทิตย์อุทัยแห่งนี้เลย เรียกได้ว่าเป็น “วัฒนธรรมไร้พรมแดน” อย่างแท้จริง

“นอกจากนี้ วัดป่าธรรมกายนานาชาติโทชิหงิ ได้จัดเตรียมงานบุญประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญ ใน “พิธีสถาปนาเจดีย์แห่งแรกในประเทศญี่ปุ่น” ในปี พ.ศ. 2569 นี้ ซึ่งเจดีย์แห่งนี้ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งสันติภาพและความสุขที่จะตั้งตระหง่านคู่เมืองโทชิหงิสืบไป สำหรับผู้สนใจร่วมสนับสนุน หรือติดตามกิจกรรมของวัดป่าธรรมกายนานาชาติโทชิหงิ ประเทศญี่ปุ่น สามารถติดตามได้ที่ เว็บไซต์ : タイ瞑想の森https://meisounomori.jp/ และ เพจ Facebook : วัดป่าธรรมกายนานาชาติโทชิหงิ https://www.facebook.com/DIMCT072 ” พระครูสมุห์สนิทวงศ์กล่าว

หักส้ม-ตัดเกมแดง ท่าทีการเมืองหลัง “ภูมิใจไทย” ยุบสภา

หักส้ม-ตัดเกมแดง ท่าทีการเมืองหลัง “ภูมิใจไทย” ยุบสภา

12 ธ.ค. 2568 21:08 น.

หักส้ม-ตัดเกมแดง ท่าทีการเมืองหลัง “ภูมิใจไทย” ยุบสภา

หักส้ม-ตัดเกมแดง ท่าทีการเมืองหลัง “ภูมิใจไทย” ยุบสภา นักวิเคราะห์ มอง “น้ำเงิน” แรงเกาะกระแสชาตินิยม คาดกวาดเก้าอี้ สส.เขตทั่วไทย 130 ที่นั่ง จับตาพลังดูดบ้านใหญ่ แผนแยกกันตี-ไม่ตัดคะแนนกันเอง

หลังการยุบสภา ท่ามกลางวิกฤติชายแดนไทย-กัมพูชา หลายคนจับตาถึงการเลือกตั้ง 2569 ที่คาดว่าจะมีการเลือกตั้งในต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 และมีแนวโน้มว่าพรรคร่วมรัฐบาลเดิมอยู่เกาะกลุ่มกันเหนียวแน่นหรือไม่

ดร.สติธร ธนานิธิโชติ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ วิเคราะห์กับทีมข่าวเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์ว่า การที่พรรคภูมิใจไทย ตัดสินใจยุบสภาตอนนี้คงประเมินแล้วว่าเกมนี้จะได้เปรียบ ด้วยสถานการณ์ความเป็นชาตินิยมจะเป็นประเด็นที่สร้างกระแสความนิยม ขณะที่พรรคประชาชน ก็ค่อนข้างรับศึกหนักกับกระแสนี้อยู่พอสมควร เพราะเมื่อแสดงความคิดเห็นออกมา ก็มักจะไม่ได้รับการตอบรับในเชิงบวก ขณะที่พรรคเพื่อไทย ก็ทำอะไรไม่ได้มาก เพราะตัวเองก็เคยบริหารมาแล้ว และต้องออกไปเพราะความขัดแย้งเรื่องกัมพูชา

สิ่งนี้ทำให้พรรคภูมิใจไทย ได้เปรียบมากที่สุดในการเลือกตั้งครั้งนี้ ต่อให้ไม่ได้คะแนนเสียงโดยตรง แต่คะแนนเสียงก็ไม่ไปทางส้มหรือแดง แต่คะแนนเสียงในการเลือกตั้งก็จะวนอยู่ในกลุ่มพรรคการเมืองที่พร้อมจะสนับสนุนคุณอนุทิน กลับมาเป็นนายกฯอีกสมัย

การทำงานของรัฐบาลตอนนี้หลังยุบสภา ไม่ได้มีสุญญากาศ แม้จะมีข้อห้ามอยู่บ้าง โดยเฉพาะกรณีการปะทะของไทย-กัมพูชา จะไม่มีผลต่อการพิจารณาของรัฐบาลรักษาการ แต่จะมีผลต่อนโยบายที่เป็นโครงการระยะยาวที่จะผูกพันกับรัฐบาลชุดต่อไป โดยต้องใช้งบประมาณจากงบรายจ่ายประจำปี

“ในช่วงเลือกตั้ง การดูแลกองทัพที่ยังปะทะอยู่จะไม่มีปัญหา เพราะรัฐธรรมนูญได้เขียนว่า ถ้าต้องการโยกย้ายแม่ทัพนายกอง เพื่อไปช่วยในการรบ รัฐบาลรักษาการสามารถเขียนเรื่องมาที่ กกต. เมื่ออนุมัติก็ทำได้ เนื่องจากอำนาจนายกฯ หลังยุบสภา ไม่ได้ถูกจำกัดตามรัฐธรรมนูญเท่าไหร่ แต่จะแค่กำหนดว่าไม่ให้ใช้ตำแหน่งไปในลักษณะที่เอื้อต่อการเลือกตั้งเท่านั้น”

การเลือกตั้ง 2569 ประเมิน ณ วันนี้พรรคภูมิใจไทยยังน่าจะได้คะแนนเสียงอันดับ 1 ด้วยความที่มีความเข้มแข็งมากในระบบ สส.เขต โดยเฉพาะยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง ในการที่เปิดตัวผู้สมัครเดิมและคนที่ย้ายเข้ามา อยู่ในระดับการันตีผลได้ และเคยมีผล งานในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา แม้การเลือกตั้งครั้งที่แล้ว พรรคก้าวไกล จะกระแสแรงมาก แต่คนเหล่านี้ก็ผ่านมาได้ และกระแสวันนี้ไม่ได้หนักเหมือนตอนนั้น แล้วทำไมจะผ่านไปไม่ได้

พรรคประชาชน อาจจะมาเป็นอันดับ 2 โดยคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ก็ต้องมาลุ้นว่าจะสร้างกระแสให้คนมาเลือกได้มากเท่าครั้งที่ผ่านมาหรือไม่ แต่ สส.เขต น่าจะได้น้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ เพราะถ้าเราเห็นการวางตัวผู้ลงสมัครของพรรคภูมิใจไทย จะมีลักษณะในการวางยุทธศาสตร์ร่วมกัน อย่างการเลือกตั้งครั้งที่แล้วแข่งกัน หั่นคะแนนของอีกฝั่ง แต่รอบนี้แบ่งกันไปคนละครึ่ง เพื่อที่จะไม่ต้องตัดคะแนนกัน กลยุทธ์นี้จะทำให้พรรคประชาชน ลำบากมากขึ้น

คาดว่าพรรคภูมิใจไทย ในการเลือกตั้งครั้งนี้ มีแนวโน้มว่าจะกวาดเก้าอี้ สส.เขตได้ 120-130 ที่นั่ง ที่เหลือก็ต้องไปรวมปาร์ตี้ลิสต์ ซึ่งยังไม่รวมกับ สส.ที่พร้อมจะเข้ามา โดยมีแนวโน้มว่า สส.จากพรรคเพื่อไทย จะถูกดูดเข้ามาภูมิใจไทยมากขึ้น

เกมต่อรองอเมริกา เจรจาหยุดยิงกัมพูชา อำนาจหลังยุบสภา ทหารยึดเบ็ดเสร็จ

เกมต่อรองอเมริกา เจรจาหยุดยิงกัมพูชา อำนาจหลังยุบสภา ทหารยึดเบ็ดเสร็จ

12 ธ.ค. 2568 17:37 น.

เกมต่อรองอเมริกา เจรจาหยุดยิงกัมพูชา อำนาจหลังยุบสภา ทหารยึดเบ็ดเสร็จ

ทางออกชายแดน การเมืองรอเลือกตั้ง “ที่ปรึกษา กลาโหม” มอง เกมต่อรองอเมริกา เจรจาหยุดยิงกัมพูชา “นายก” อำนาจหลังยุบสภายังเหมือนเดิม แต่มีเวลาให้ทหารยึดเบ็ดเสร็จมากขึ้น

หลังการยุบสภาของนายกฯ และเริ่มมีผลในวันนี้ (12 ธ.ค.68) ทำให้หลายคนเป็นห่วง เนื่องจากไทยยังเผชิญกับภัยคุกคามของกัมพูชา บริเวณแนวชายแดน ที่ตอนนี้ยังไม่หยุดโจมตี และเกิดคำถามว่าระหว่างรอเลือกตั้ง 2569 ใครจะเป็นผู้บัญชาการคุมสถานการณ์สูงสุด ในภาวะที่นายกฯ รักษาการ

ทีมข่าวเฉพาะกิจ ไทยรัฐออนไลน์ สอบถามไปยัง ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง ที่ปรึกษา รมว.กลาโหม ได้ให้ข้อมูลว่า หลังนายกฯ ประกาศยุบสภาและรอการเลือกตั้งครั้งใหม่ ในกรอบของกลาโหมทุกอย่างยังเหมือนเดิม โดยเฉพาะผู้บัญชาการทหารสูงสุด ยังเป็นผู้ที่เป็นผู้บัญชาการรบในทุกส่วน มีอำนาจเด็ดขาด ขณะที่ฝ่ายการเมืองที่นั่งอยู่ในตำแหน่งรักษาการยังคงสนับสนุนอย่างเต็มที่

สิ่งที่น่ากังวลคือ ในพื้นที่มีการสู้รบติดพันยืดเยื้อ กกต.จะจัดการเลือกตั้งอย่างไรให้มีความชัดเจน ให้มีการเลือกตั้งได้ทั่วประเทศ แม้ขั้นตอนเหล่านี้จะต้องใช้เวลาการพิจารณาเนิ่นนาน แต่หน่วยงานรัฐต้องชำระข้อสงสัยต่างๆ ให้เสร็จสิ้น

ส่วนการสู้รบก็อาจเป็นแง่ดี เพราะถ้าฝ่ายการเมืองที่ไม่มีอำนาจเต็มระบบอย่างน้อยทหารก็สามารถใช้แนวทางยุทธวิธีของตัวเองได้มากขึ้น นั่นหมายความว่าการที่ชาติมหาอำนาจจะเข้ามาแทรกแซง จะทำให้ฝ่ายการเมืองที่สนับสนุนกองทัพมาอย่างต่อเนื่อง อาจบอกว่ายังอยู่ในขั้นตอนประสานเพื่อใช้เวลาต่อได้ ในภาวะที่กองทัพกำลังเข้าสู้รบในภาวะที่ได้เปรียบ

“ในพื้นที่สู้รบ การจัดการเลือกตั้งเช่น พื้นที่พนมดงรัก จ.สุรินทร์ จะเกี่ยวโยงกับความสะดวก และความปลอดภัยในการเลือกตั้ง เช่นเดียวกับพื้นที่ จ.สระแก้ว ดังนั้นถ้ามีการรบให้เจ็บอย่างรวดเร็วก็จะทำให้สามารถจัดการเลือกตั้งในพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว แต่ในอีกมุมหนึ่งก็อาจมีการลักลอบการเข้ามาขุดคูเลตในบางพื้นที่ของทหารกัมพูชา ก็อาจจะมีได้ เลยทำให้การต่อสู้ในครั้งนี้ ทหารจะต้องทำให้เบ็ดเสร็จและเด็ดขาด”

“โดนัล ทรัมป์” โทรหา “อนุทิน” เจรจารบกัมพูชา

กรณีที่มีกระแสข่าวระบุถึง โดนัล ทรัมป์ จะต่อสายหา นายอนุทิน ชาญวีรกูล ฐานะรักษาการนายกฯ ผศ.ดร.วันวิชิต มองว่า การบัญชาการในเรื่องความมั่นคงของคุณอนุทิน ระหว่างรอการเลือกตั้งใหม่ยังคงมีอำนาจการตัดสินใจได้เต็มที่ และด้วยบุคลิกที่มีความเป็นตัวเองมากกว่ารัฐบาลชุดก่อน แต่โจทย์ที่สำคัญในเรื่องความมั่นคงคือ การอธิบายให้คนในประเทศเข้าใจ มากกว่าการอธิบายให้ผู้นำสหรัฐเข้าใจ ถึงการที่กัมพูชา ไม่ทำอะไรตรงไปตรงมาอย่างที่เจรจากันไว้

ทางกลับกัน คุณอนุทิน ก็ต้องตอบกลับโดนัล ทรัมป์ ถึงการไม่ปฏิบัติตามปฏิญญากัวลาลัมเปอร์ ระหว่างไทยและกัมพูชา ไม่ใช่มากดดันแค่ไทยฝ่ายเดียว ถ้ากดดันกัมพูชาได้แล้วค่อยมาเจรจากับไทยอีกครั้ง ซึ่งรูปแบบการเจรจากับสหรัฐอเมริกาจะเป็นไปในแนวทางนี้

สำหรับประชาชนอยากให้ทราบว่าแม้การเมืองจะผันผวน แต่การจัดการความผันผวนภายในประเทศต้องเป็นรูปธรรม เพราะจะถูกนำไปใช้ในสถานการณ์เลือกตั้งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ไทยรัฐโพล: มอง “พรรคประชาชน” อย่างไร หลัง MOA แก้รัฐธรรมนูญถึงทางตัน

ไทยรัฐโพล: มอง “พรรคประชาชน” อย่างไร หลัง MOA แก้รัฐธรรมนูญถึงทางตัน

12 ธ.ค. 2568 17:27 น.

ไทยรัฐโพล: มอง “พรรคประชาชน” อย่างไร หลัง MOA แก้รัฐธรรมนูญถึงทางตัน

สำรวจความเห็น พรรคภูมิใจไทย ผิดสัญญาจริงหรือไม่ ถามใจโหวตเตอร์เลือกพรรคประชาชนต่อ หรือพอแค่นี้ 

ภายหลังสถานการณ์การเมืองไทยเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญอีกครั้ง เมื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎร คืนอำนาจให้ประชาชนตัดสินใจใหม่ โดยมีกำหนดการเลือกตั้งในช่วงต้นปี 2569 ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยเฉพาะการทำดีล MOA ระหว่างพรรคประชาชน และพรรคภูมิใจไทย ที่มีเป้าหมายหลักเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ประเด็นดังกล่าวได้กลายเป็นข้อถกเถียงร้อนแรงส่งท้ายปี 2568 เมื่อผลการลงมติในสภาวาระสุดท้าย พรรคภูมิใจไทยและสมาชิกวุฒิสภา (สว.) มีมติให้คงอำนาจ สว. ไว้ ซึ่งขัดกับเจตนารมณ์ของพรรคประชาชนที่ต้องการลดอำนาจองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญไทยและ สว. ส่งผลให้ภารกิจการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามเงื่อนไข MOA ไม่บรรลุผลสำเร็จ นำมาซึ่งคำถามถึงความคุ้มค่า และความเสี่ยงในยุทธศาสตร์ของพรรคประชาชน

ไทยรัฐโพล ได้เปิดทำแบบสำรวจความคิดเห็นประชาชนผ่านระบบออนไลน์ เพื่อวัดกระแสสังคมและทิศทางการตัดสินใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ก่อนเข้าสู่คูหาในปี 2569 ในประเด็นที่ว่า “พรรคประชาชน ‘เสียเหลี่ยม’ หรือ ‘ทำเต็มที่’ เปิดโพลสำรวจความรู้สึกหลังดีล MOA กับพรรคภูมิใจไทยล่ม” มุ่งเน้นสำรวจใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่

1. มุมมองต่อการตัดสินใจทำ MOA 

ประชาชนมองยุทธศาสตร์ของพรรคประชาชนที่ยอมสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย เพื่อแลกกับเงื่อนไขการแก้กฎหมายสูงสุด ว่าเป็นความผิดพลาดทางยุทธศาสตร์ หรือเป็นความพยายามที่เข้าใจได้เพื่อหาทางออกให้ประเทศ เพราะในด้านหนึ่งพรรคประชาชนพยายามแสดงออกมาตลอดว่า ไม่ได้ไว้วางใจพรรคภูมิใจไทยแต่แรก

2. ผลกระทบต่อฐานเสียงและการตัดสินใจเลือกตั้ง 

จากเหตุการณ์ความผันผวนในสภา และทางการเมือง จะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของโหวตเตอร์ที่มีต่อพรรคประชาชนหรือไม่ แล้วจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงการตัดสินใจในคูหาเลือกตั้งครั้งหน้ามากน้อยเพียงใด

3. ท่าทีของพรรคภูมิใจไทย 

กรณีการโหวตสวนทางกับเงื่อนไขในบันทึกข้อตกลง ประชาชนมองพฤติการณ์ดังกล่าวว่าเป็นการผิดสัญญาทางการเมือง หรือเป็นเพียงกลไกปกติของการต่อรองอำนาจ

ทั้งนี้ ไทยรัฐออนไลน์เปิดให้ผู้อ่านสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นและสะท้อนเสียงผ่านแบบสอบถามได้แล้วตั้งแต่วันนี้ เพื่อเป็นข้อมูลสะท้อนกลับไปยังพรรคการเมืองทุกพรรค ในช่วงโค้งแรกก่อนที่การเลือกตั้งใหญ่จะมาถึง โหวตได้ที่ https://poll.thairath.co.th/campaign/peoples-party-moa-poll

ระทึก ผู้โดยสารป่วน พยายามเปิดประตูเครื่องบินกลางอากาศ

ระทึก ผู้โดยสารป่วน พยายามเปิดประตูเครื่องบินกลางอากาศ

12 ธ.ค. 2568 14:46 น.

ระทึก ผู้โดยสารป่วน พยายามเปิดประตูเครื่องบินกลางอากาศ

ตำรวจฮ่องกงจับกุมผู้โดยสารชายวัย 20 ปี จากจีนแผ่นดินใหญ่ หลังพยายามเปิดประตูเครื่องบิน เที่ยวบิน CX811 ของสายการบินคาเธย์ แปซิฟิค ระหว่างเดินทางจากบอสตันมายังฮ่องกง

เหตุการณ์ระทึกครั้งนี้เกิดขึ้นกลางอากาศ ขณะที่เที่ยวบิน CX811 ของสายการบินคาเธย์ แปซิฟิค ออกเดินทางจากบอสตันมายังฮ่องกงเมื่อวันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่น  แต่โชคดีที่ไม่มีผู้โดยสารหรือพนักงานต้อนรับได้รับบาดเจ็บ และเครื่องบินสามารถลงจอดได้อย่างปลอดภัย

คาเธย์ แปซิฟิค ระบุว่าลูกเรือเข้าระงับเหตุทันที ตรวจสอบประตูเพื่อยืนยันว่าอยู่ในสภาพปิดล็อกอย่างแน่นหนา ก่อนรายงานต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและตำรวจในฮ่องกง พร้อมยืนยันว่าความปลอดภัยของลูกค้าและลูกเรือคือสิ่งสำคัญที่สุด ส่วนตัวผู้ก่อเหตุได้ถูกส่งมอบให้ตำรวจดำเนินการต่อ

ด้านตำรวจฮ่องกงยืนยันการจับกุม พร้อมระบุว่าผู้ต้องสงสัยถูกจับกุมในข้อหาละเมิด กฎหมายว่าด้วยความมั่นคงทางการบินซึ่งเป็นความผิดเกี่ยวกับการกระทำที่เป็นอันตรายต่อความปลอดภัยของเที่ยวบิน.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ฮ่องกง

สื่อนอกเผยทรัมป์ยันโทรแน่ กำลังจัดเวลาโทรหาไทยและกัมพูชายุติความขัดแย้ง

สื่อนอกเผยทรัมป์ยันโทรแน่ กำลังจัดเวลาโทรหาไทยและกัมพูชายุติความขัดแย้ง

12 ธ.ค. 2568 11:25 น.

สื่อนอกเผยทรัมป์ยันโทรแน่ กำลังจัดเวลาโทรหาไทยและกัมพูชายุติความขัดแย้ง

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน โดนัลด์ ทรัมป์เตรียมโทรศัพท์สายสำคัญถึงผู้นำไทยและกัมพูชา หวังยุติความขัดแย้งชายแดนและยุติการสู้รบระหว่างสองประเทศ

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกาเปิดเผยว่าเขากำลัง เตรียมจัดการโทรศัพท์สายสำคัญกับผู้นำของทั้งไทยและกัมพูชา เพื่อหารือเกี่ยวกับ ความขัดแย้งที่เพิ่มความตึงเครียดระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในวันพฤหัสบดีตามเวลาในท้องถิ่น แต่ไม่ได้ระบุเวลาแน่ชัด

โดยทรัมป์กล่าวต่อผู้สื่อข่าวว่าเขาเชื่อว่า สามารถช่วยให้ทั้งสองฝ่ายยุติการสู้รบได้ และแสดงท่าทีมุ่งหวังว่าจะช่วยคลี่คลายสถานการณ์ที่กลับมาปะทุขึ้นตามแนวชายแดนอีกครั้งในรอบหลายสัปดาห์

ความพยายามนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ ความขัดแย้งชายแดนไทย–กัมพูชากลับมารุนแรงอีกครั้ง โดยมีรายงานการปะทะกันหลายจุดตามแนวพรมแดนยาวกว่า 800 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นการสู้รบที่เข้มข้นที่สุดนับตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ก่อนที่การหยุดยิงในช่วงกลางปีจะค่อนข้างเปราะบาง

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยมีบทบาทในการเป็น สื่อกลางช่วยรื้อฟื้นการหยุดยิงระหว่างไทยกับกัมพูชา โดยในเดือนตุลาคมเขาเคยเข้าร่วมลงนามในข้อตกลงหยุดยิงในกรุงกัวลาลัมเปอร์ อย่างไรก็ตาม ความตึงเครียดยังคงกลับมาปะทุใหม่ในเดือนธันวาคมนี้ 

การต่อสายพูดคุยครั้งนี้ถูกจับตาในระดับภูมิภาค เพราะถือเป็นความพยายามของสหรัฐฯ ในการส่งเสริมการเจรจาทางการทูตและลดความตึงเครียดที่เป็นอันตรายต่อเสถียรภาพของอาเซียนและภูมิภาคโดยรวม.

ที่มา :รอยเตอร์

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ไทย-กัมพูชา