ธนกร การันตีภูมิใจไทย คัดมาดีไม่มีเทา เชื่อมัดใจพลังเงียบ ดันอนุทินนั่งนายกฯ

ธนกร การันตีภูมิใจไทย คัดมาดีไม่มีเทา เชื่อมัดใจพลังเงียบ ดันอนุทินนั่งนายกฯ

ธนกร การันตีภูมิใจไทย คัดมาดีไม่มีเทา เชื่อมัดใจพลังเงียบ ดันอนุทินนั่งนายกฯ

วันจันทร์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.41 น.

“ธนกร” เชื่อ “พูดแล้วทำพลัส” เรียกความเชื่อมั่นกลุ่มพลังเงียบ เทคะแนนให้ “ภูมิใจไทย” ย้ำกระบวนการคัดเลือกผู้สมัครของพรรค เชื่อถือได้ ไม่มีเทาเจือปนแน่นอน ชี้เลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่แค่เลือก ส.ส.ที่ชอบ แต่เป็นการเลือกนายกฯ ที่เป็นคนดี รักชาติ รักสถาบัน ให้มาบริหารประเทศ

นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมการรับสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ทั้งแบบแบ่งเขต และแบบบัญชีรายชื่อว่า เชื่อว่าด้วยชุดนโยบาย “พูดแล้วทำพลัส” ของพรรคภูมิใจไทย ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยนั้น จะทำให้พรรคได้รับความไว้วางใจจากประชาชนทั้งประเทศอย่างแน่นอน เพราะที่ผ่านมาพรรคภูมิใจไทยได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เราพูดแล้วทำจริงๆ โดยเฉพาะประชาชนที่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกพรรคไหนในขณะนี้ซึ่งถือเป็นกลุ่มตัวแปรที่สำคัญนั้น ก็เชื่อว่ากำลังติดตามนโยบายของพรรคอยู่ด้วยเช่นกัน ดังนั้น ในช่วงเวลาที่เหลือนับจากนี้ พรรคภูมิใจไทยจะนำเสนอนโยบายเศรษฐกิจที่ชัดเจน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนกลุ่มนี้ได้อย่างแน่นอน เพราะเวลานี้สิ่งที่คนไทยต้องการมากที่สุดคือ รัฐบาลที่ได้รับความเชื่อมั่นและไว้วางใจจากประชาชน ซึ่งนายอนุทินได้แสดงให้เห็นมาตลอดว่าท่านมีความสามารถด้านการบริหาร และเรียกความเชื่อมั่นในสายตานักลงทุนต่างชาติได้อย่างเป็นรูปธรรมที่สุด

นายธนกร กล่าวด้วยว่า พรรคภูมิใจไทยมีขั้นตอนการคัดเลือกผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคอย่างรอบคอบ ชัดเจน มีการตรวจสอบคุณสมบัติและประวัติแบบเชิงลึกให้ได้มากที่สุด ดังนั้น ขอให้ประชาชนมั่นใจในตัวผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคภูมิใจไทยได้ว่า เชื่อถือได้ และไม่มีเทาเจือปนอย่างแน่นอน เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเลือก ส.ส.ที่ชื่นชอบ แต่เป็นการเลือกนายกฯ ที่เป็นนักบริหาร เป็นคนดี มีความรักชาติ รักสถาบัน ให้เข้ามาบริหารประเทศ

อดีตสส.เขต33โวย โดน’บุญฤทธิ์’หักหลัง

อดีตสส.เขต33โวย โดน'บุญฤทธิ์'หักหลัง

อดีตสส.เขต33โวย โดน’บุญฤทธิ์’หักหลัง

วันจันทร์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.37 น.

อดีตสส.ส้มเขต33ร่ายยาว โดน’บุญฤทธิ์’ ที่ถูกจับข้อหาฟอกเงิน หักหลัง จนได้เป็นผู้สมัครแทน แต่เคารพการตัดสินพรรคประชาชน

เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม นายพงศ์พันธ์ ยอดเมืองเจริญ อดีต สส.เขต33 พรรคประชาชนโพสต์เฟสบุ๊ค ถึงกรณีนายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ ผู้สมัครสส.เขต 33 พรรคประชาชนถูกจับกุมข้อหาฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดว่า

จากกรณี ผู้สมัคร สส.กรุงเทพ พรรคประชาชน เขต 33 บางกอกน้อย บางพลัด ที่เป็นข่าวโดนข้อหาฟอกเงิน

พงศ์พันธ์ ยอดเมืองเจริญ

จากกรณีดังกล่าว ที่ผมต้องใช้เวลาในการแถลงเกี่ยวกับจุดยืนทางด้านการเมืองของผม ผมยังทำการเมืองอยู่ครับ ผมทำมาตลอดตั้งแต่ปี 2554 จนถึงปัจจุบัน แต่จากกรณีที่ทางพรรคประชาชนได้เปลี่ยนตัวผู้สมัคร สส. กรุงเทพพรรคประชาชนเขต 33 ผมให้ความเคารพในการตัดสินใจของทางพรรคประชาชนครับ เพราะพรรคก็มีส่วนทำให้ผมสามารถเข้ามาเป็นผู้แทนราษฎรให้กับพี่น้องประชาชนได้

ผู้สมัคร สส. กรุงเทพ พรรคประชาชน เขต 33 เป็นอดีตลูกน้องเก่าและอดีตผู้ช่วยผมครับ ทำงานการเมืองร่วมกันมาตั้งแต่ปี 2554 แต่หลังจากที่ผมได้รับการเลือกตั้งเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต 33 ผมได้แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วย แต่ต่อมาทางนั้นได้มาแจ้งว่าขอลาออก ได้บอกกำหนดเวลาลาออกมาล่วงหน้า ทางผมก็ยอมรับการตัดสินใจซึ่งเป็นการตัดสินใจส่วนตัวของทางนั้น แต่ทางทีมบางพลัดซึ่งเป็นผู้ช่วยผมในตำแหน่ง ผมยังให้ตำแหน่งไว้อยู่ เพราะเป็นข้อตกลงที่ทำการเมืองร่วมกันมา ถึงแม้ทางทีมบางพลัดจะโจมตีผม ทุกทาง แต่ผมก็สำนึกบุญคุณในการช่วยเหลือกันมาทางด้านการเมือง ก่อนที่จะยุบสภาได้ สองเดือน มีการต่ออายุผู้ช่วย ก็ไม่ได้รับการติดต่อมาจากทางทีมบางพลัด และได้มีการโจมตีผมต่อเนื่องเรื่อยมา

พงศ์พันธ์ ยอดเมืองเจริญ

จนเมื่อได้มีการเปิดตัว ว่าที่ ผู้สมัคร สส. กรุงเทพ พรรคประชาชน เขต 33 ผมถึงเห็นว่า เป็นลูกน้องเก่าของผมที่ลาออกไป ผมก็ยังให้ความเคารพกับพรรคประชาชนในการตัดสินใจ

ผม ก้อง พงศ์พันธ์ ยอดเมืองเจริญ ผมยังมีความตั้งใจทำการเมืองเพื่อที่จะช่วยปัญหาพี่น้องประชาชน ตั้งแต่ปี 2554 จนถึงปัจจุบัน ความตั้งใจนี้ก็ยังคงจุดมุ่งหมายเดิมครับ

พงศ์พันธ์ ยอดเมืองเจริญ

ขอขอบพระคุณ ทีมบางกอกน้อย ครอบครัว ผู้ที่รักและหวังดี และรู้จักผมเป็นอย่างดีทุกท่าน

ผมไม่เคยหักหลังใคร เป็นหลักที่นักการเมือง ควรมีอยู่ในสายเลือด เพราะเราจะต้องทำงานให้กับประชาชนเราไม่หักหลังประชาชน ถ้าคนที่หักหลัง มาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และทำเพื่อประโยชน์ของตนเอง จิตใต้สำนึก ก็จะสามารถหักหลังประชาชนได้ตลอดเวลา

ขอบคุณครับ

ขอขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊ก ก้อง พงศ์พันธ์ ยอดเมืองเจริญ

ยศชนันจี้เล่นการเมืองสร้างสรรค์ หลังป้ายโดนกรีด มั่นใจรักษาฐานเสียงชายแดนอยู่หมัด

ยศชนันจี้เล่นการเมืองสร้างสรรค์ หลังป้ายโดนกรีด มั่นใจรักษาฐานเสียงชายแดนอยู่หมัด

ยศชนันจี้เล่นการเมืองสร้างสรรค์ หลังป้ายโดนกรีด มั่นใจรักษาฐานเสียงชายแดนอยู่หมัด

วันจันทร์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.22 น.

“ยศชนัน” วอนเล่นการเมืองสร้างสรรค์ หลัง “เพื่อไทย” ถูกทำลายป้ายหาเสียงหลายเขต บอกไม่ถูกต้อง หลังถูกวิจารณ์เป็นพรรคตัวแปรอันดับ 3 เหตุประชาชนยังไม่ตัดสิน มั่นใจรักษาฐานเสียงจังหวัดชายแดนได้ เชื่อประชาชนเข้าใจ 

29 ธ.ค.68 ที่พรรคเพื่อไทย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี ที่มีผู้ไม่หวังดีมาเขียนเบอร์ของพรรคการเมืองอื่นลงในป้ายหาเสียงผู้สมัครของพรรคเพื่อไทย ในขณะที่บางเขตมีการทำลายป้ายหาเสียงของพรรคเพื่อไทยอีกด้วย ว่า ตรงนี้ต้องรณรงค์ว่า ควรจะทำการเมืองที่สร้างสรรค์ ส่วนประเด็นการวางป้ายของพรรคในพื้นที่ ที่ไม่เหมาะสม เราก็น้อมรับ และทีมงานก็พร้อมที่จะปรับปรุง พร้อมขอวิงวอนหลายภาคส่วน เรื่องนี้หากพบเห็นสามารถแจ้งเข้ามามายังพรรคเพื่อไทยได้ เพื่อให้การเมืองดีขึ้น เพราะปีหน้า จะต้องเป็นปีแห่งความหวังของประชาชน 

ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายวิเคราะห์ว่าพรรคเพื่อไทยจะมาเป็นพรรคอันดับ 3 เป็นพรรคตัวแปร นายยศชนัน กล่าวว่า การมองแบบนี้เป็นการมองที่ไม่ถูกต้อง เพราะสิ่งสำคัญขณะนี้คือประชาชนยังไม่ได้ตัดสินใจ เป็นการที่ไม่ฟังเสียงประชาชนแม้แต่นิดเดียว คิดว่าเรื่องนี้ต้องเปลี่ยนแปลง และสิ่งสำคัญที่สุดในเวทีนี้ คือการพูดคุยกันไปข้างหน้า สิ่งที่ประชาชนอยากฟังตอนนี้คือ การเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจ เชิงโครงสร้าง ที่คิดว่าจะมีประเด็นเหล่านี้เพิ่มเติมให้ การมองประเด็นปัญหาในสายตาของประชาชนทุกช่วงวัย เป็นสิ่งที่เราจะมาเริ่มดูว่า แต่ละพรรคการเมืองใด มีนโยบายเรื่องนี้อย่างไรบ้าง 

ขณะที่เมื่อวานนี้ตนได้แสดงความยินดีกับประชาชน ที่อยู่บริเวณชายแดน ที่ขณะนี้สถานการณ์เริ่มสงบ ผ่านการพูดคุยกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเราบอกเสมอว่า เรื่องเกี่ยวกับการต่างประเทศและความมั่นคงพวกเราเป็นทีมเดียวกัน เมื่อตรงนี้เกิดความสงบสุขเราก็พร้อมสนับสนุน รวมถึงได้พูดคุยว่าขั้นตอนต่อไปควรจะดูแลประชาชนอย่างทั่วถึง ทำให้นักเรียนสามารถกลับไปเรียนได้ และประชาชนสามารถกลับไปทำงานได้ ตามปกติโดยเร็ว 

เมื่อถามต่อว่า กังวลหรือไม่ว่าปัญหา ชายแดนจะทำให้พรรคเพื่อไทยเสียเปรียบในพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดน นายยศชนัน มองว่า ถ้าเรามีความจริงใจ ในพื้นที่ตลอดเวลา และไม่มีความบกพร่องในเรื่องนี้ ตนมั่นใจว่าประชาชนจะให้โอกาสพรรคเพื่อไทย และมั่นใจว่าจะสามารถรักษาฐานเสียงในพื้นที่จังหวัดชายแดนได้ ซึ่งขณะนี้ผู้สมัครสส.ของพรรค และประชาชน ก็มีความเข้าใจ 

ส่วนแผนการลงพื้นที่ช่วยหาเสียงในกรุงเทพมหานคร หลังเมื่อวานได้ชิมรางไปแล้ว 2 เขต หลังจากนี้จะมีแผนอย่างไรบ้าง นายยศชนัน กล่าวว่า ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จะต้องมีวิธีการสื่อสารบางรูปแบบ เพราะขณะนี้ ประชาชนบางส่วนได้ทยอยกลับภูมิลำเนา แต่สิ่งที่สำคัญสุด คือการเข้าใจเรื่องปัญหาและพยายามแก้ไขในเชิงโครงสร้าง ปัจจุบันผู้สมัครของพรรคได้ลงพื้นที่ โดยได้รวมประเด็นความจำเป็น ในการช่วยเหลือต่างๆ โดยหากสิ่งใดที่สามารถทำได้ในตอนนี้ก็ทำเลยไม่ต้องรอเลือกตั้ง ซึ่งเราได้แสดงความจริงใจในการลงพื้นที่ตลอดเวลา เพื่อที่จะทำให้ประชาชนเชื่อและกลับมาเลือกพรรคเพื่อไทยอีกครั้ง 

คุมตัว’บุญฤทธิ์’พิมพ์ลายนิ้วมือ ปฏิเสธรู้เห็นฟอกเงิน-ขอโทษพรรคส้ม

คุมตัว'บุญฤทธิ์'พิมพ์ลายนิ้วมือ ปฏิเสธรู้เห็นฟอกเงิน-ขอโทษพรรคส้ม

คุมตัว’บุญฤทธิ์’พิมพ์ลายนิ้วมือ ปฏิเสธรู้เห็นฟอกเงิน-ขอโทษพรรคส้ม

วันจันทร์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.16 น.

‘บุญฤทธิ์’ ปฏิเสธรู้เห็นฟอกเงินแก๊งยาเสพติด แต่ยอมรับเป็นกรรมการบริษัท ขอโทษพรรคปชน.

วันที่ 29 ธันวาคม เวลา 10.45 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติด ได้นำตัวนายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพฯ เขต 33 พรรคประชาชน ผู้ต้องหาตามหมายจับข้อหาฟอกเงินเกี่ยวข้องกับเครือข่ายยาเสพติด มาพิมพ์ลายนิ้วมือ

โดยนายบุญฤทธิ์ ได้ตอบคำถามนักข่าวว่า เรื่องที่ว่าได้รับเงินเป็นรายเดือนนั้นไม่เป็นความจริง ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับเครือข่ายยาเสพติดทั้งสิ้น แต่ยอมรับว่าเป็นกรรมการ 1 ใน 4 บริษัทที่อยู่ในเครือข่ายยาเสพติดรายนี้

บุญฤทธิ์

“ผมขอโทษพรรคประชาชนและประชาชนทุกคน ผมไม่ทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ผมยอมรับที่ทำผิดนโยบายมีส้มไม่มีเทา หลังจากนี้คงไม่อาจจะลงเล่นการเมืองได้อีกแล้ว ส่วนเรื่องคดี ต้องพูดคุยกันอีกที ” นายบุญฤทธิ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายบุญฤทธิ์ มีสภ่าพอิดโรย แต่ตอบคำถามนักข่าวทุกคำถาม

ขอขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊ก ภาพจาก เฟซบุ๊ก ลัทธพล วงศ์อนันต์ – Latthaphon Wonganan

อนุทิน-เนวินรุมปิดทองฉัตรต้นที่ 37 บวงสรวงร.1 ย้ำเบอร์พรรคภูมิใจไทย เสริมความปังต้อนรับปีใหม่

อนุทิน-เนวินรุมปิดทองฉัตรต้นที่ 37 บวงสรวงร.1 ย้ำเบอร์พรรคภูมิใจไทย เสริมความปังต้อนรับปีใหม่

อนุทิน-เนวินรุมปิดทองฉัตรต้นที่ 37 บวงสรวงร.1 ย้ำเบอร์พรรคภูมิใจไทย เสริมความปังต้อนรับปีใหม่

วันจันทร์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.07 น.

“นายกฯ” นำคณะบวงสรวงรัชกาลที่ 1 เปิดงานปิดทองเบิกฟ้า จ.บุรีรัมย์ เสริมสิริมงคล ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

เมื่อเวลา 09.45 น.วันที่ 29 ธ.ค.68 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย พร้อมคณะ เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์จากท่าอากาศยานบุรีรัมย์ มาถึงบริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) ต.อิสาณ อ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ เพื่อเป็นประธานกิจกรรมโครงการปิดทองเบิกฟ้าสักการะบูชา มหาราชรัชกาลที่ 1 โดยมี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมช.กลาโหม , นายเนวิน ชิดชอบ ประธานบริหารสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด , พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก , พล.ต.ต.วรายุส์ จันทร์เยี่ยม ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ พร้อมด้วยข้าราชการทหาร ตำรวจ อส. ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) บุรีรัมย์ ให้การต้อนรับ และร่วมพิธีบวงสรวงด้วย

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้ขึ้นสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พร้อมจุดธูป เทียน บูชาเครื่องบวงสรวง ขณะที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมและครูใหญ่พรรคภูมิใจไทย ร่วมปักธูปบนเครื่องสังเวย พร้อมสวดบทบูชาพระรัตนตรัย บทชุมนุมเทวดา และบทถวายเครื่องสังเวย จากนั้นพราหมณ์บรรเลงดนตรี เพลงบาทสกุณี และนายกรัฐมนตรีโปรยดอกไม้ใส่เครื่องบวงสรวง 

จากนั้นระหว่างที่พระสงฆ์กำลังสวดบทชะยันโต ทั้งนี้นายอนุทิน และนายเนวิน ได้ปิดทองที่ยอดพุ่มเงินพุ่มทอง ทั้งสี่ทิศของอนุสาวรีย์ จากนั้นได้มาปิดทองที่ฐานฉัตรแก้ว ต้นที่ 37 จากนั้นนายกรัฐมนตรีและผู้ร่วมพิธีจะได้มารุมกันปิดทองที่ฐานฉัตรต้นที่ 37

ทั้งนี้ โครงการ “ปิดทองเบิกฟ้า สักการบูชามหาราชรัชกาลที่ 1” เป็นงานประเพณีประจำปีของจังหวัดบุรีรัมย์ จัดขึ้นช่วงสิ้นปี-ปีใหม่ วันที่ 29 ธันวาคม – 1 มกราคม เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมกันปิดทองคำเปลวรอบพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 1 ณ วงเวียน ร.1 จ.บุรีรัมย์ เป็นการแสดงความเคารพรักและเสริมสิริมงคลต้อนรับปีใหม่ และรำลึกถึงวีรกรรมของรัชกาลที่ 1 โดยเป็นกิจกรรมที่จัดโดยจังหวัดร่วมกับส่วนราชการต่างๆ เพื่อสืบสานประวัติศาสตร์และสร้างความเป็นสิริมงคล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างบวงสรวง นายเนวิน ได้มานั่งบวงสรวงใต้ฉัตรเงินต้นที่ 37 จากฉัตรทั้งหมดที่มีทั้งสิ้น 360 ต้น รอบพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ ซึ่งตรงกับหมายเลขผู้สมัคร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย 

เกือบ 7 แสนราย กกต สรุปยอดลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าและนอกราชอาณาจักร 9 วัน

เกือบ 7 แสนราย กกต สรุปยอดลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าและนอกราชอาณาจักร 9 วัน

เกือบ 7 แสนราย กกต สรุปยอดลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าและนอกราชอาณาจักร 9 วัน

วันจันทร์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 12.46 น.

วันที่ 29 ธันวาคม 2568 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)สรุปตัวเลขผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง หรือเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตเลือกตั้ง นอกเขตเลือกตั้งและนอกราชอาณาจักร เป็นวันที่ 9 รวมมีผู้ขอลงทะเบียนแล้ว 688,951 คน โดยเป็นการลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตเลือกตั้ง จำนวน 2,460 คน  ผู้ขอลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต 629,595 คน และลงทะเบียนขอใช้สิทธินอกราชอาณาจักร 56,896 คน

สำหรับการลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า จะเปิดให้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิ ไปจนถึงวันที่ 5 มกราคม 2569 สามารถยื่นขอลงทะเบียนได้ 3 ช่องทาง ที่ 1 ลงทะเบียนด้วยตัวเองยื่นต่อนายทะเบียนอำเภอ นายทะเบียนท้องที่ ,สำนักงานเขตทั้ง ชช50 เขตกรุงเทพมหานคร และสถานเอกอัครราชทูตในถิ่นที่ตนพำนัก  ช่องทางที่สองยื่นลงทะเบียนทางไปรษณีย์ และช่องทางที่สาม ยื่นลงทะเบียนทางออนไลน์

กกต

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

สำหรับผู้ขอลงเปลี่ยนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าจะต้องไปเลือกตั้งในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เท่านั้น และการออกเสียงประชามติ กกต.จะเปิดให้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขตและนอกราชอาณาจักร  ระหว่างวันที่ 3-5 มกราคม 2569 และจะต้องไปออกเสียงในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งเป็นวันที่ถูกกำหนดให้มีการออกเสียงพร้อมกับการเลือกตั้ง สส.เป็นการทั่วไป

กกต.

‘สุไพรพล’ชูป้ายหาเสียงขนาดเล็กแนวคิดประหยัด พร้อมเสนอนโยบายใหม่พัฒนาบางพลัด-บางกอกน้อย

‘สุไพรพล’ชูป้ายหาเสียงขนาดเล็กแนวคิดประหยัด พร้อมเสนอนโยบายใหม่พัฒนาบางพลัด-บางกอกน้อย

‘สุไพรพล’ชูป้ายหาเสียงขนาดเล็กแนวคิดประหยัด พร้อมเสนอนโยบายใหม่พัฒนาบางพลัด-บางกอกน้อย

วันจันทร์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 11.27 น.

‘สุไพรพล’ชูป้ายหาเสียงขนาดเล็ก แนวคิดประหยัด ไม่รบกวนประชาชน พร้อมเสนอนโยบายใหม่พัฒนาบางพลัด-บางกอกน้อย

29 ธันวาคม 2568 นายสุไพรพล เพ็ญแข หรือ “ป๊อบ” ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตบางพลัด–บางกอกน้อย พรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงแนวทางการรณรงค์หาเสียงว่า ตนและนายจักรภพ เพ็ญแข คู่ชีวิต มีความเห็นตรงกันในการเลือกใช้ป้ายหาเสียงขนาดเล็ก คล้ายรูปแบบที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เคยใช้ เนื่องจากมีขนาดกะทัดรัด ให้ข้อมูลครบถ้วน ใช้งบประมาณน้อย และไม่กีดขวางการสัญจรหรือรบกวนสายตาประชาชนบนทางเท้า

นายสุไพรพล กล่าวขอบคุณนายชัชชาติและทีมงาน ที่เป็นตัวอย่างแนวคิดการสื่อสารทางการเมืองอย่างสร้างสรรค์ พร้อมระบุว่า การเลือกใช้ป้ายขนาดเล็กสะท้อนความตั้งใจในการหาเสียงอย่างรับผิดชอบต่อสังคมและพื้นที่สาธารณะ

ผู้สมัคร สส. พรรคเพื่อไทย รายนี้ กล่าวต่อว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ต้องแข่งขันกับผู้สมัครหน้าเดิมในพื้นที่บางพลัด–บางกอกน้อยจำนวนหลายราย บางรายทำงานในพื้นที่มาเป็นเวลานาน และบางรายเป็นทายาททางการเมือง ทำให้ตนมองว่าตัวเองเป็น “ตัวเลือกใหม่” ที่นำเสนอแนวคิดใหม่และแนวทางการทำงานรูปแบบใหม่ เพื่อเตรียมพร้อมลงมือทำอย่างจริงจัง หากได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้ทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร

นายสุไพรพล ยังกล่าวถึงประสบการณ์ของนายจักรภพ เพ็ญแข ซึ่งเคยลงสมัครรับเลือกตั้งในเขตบางกอกน้อยในอดีต โดยสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของพื้นที่ซึ่งเป็นแหล่งอู่อารยธรรมสำคัญของกรุงเทพฯ ฝั่งธนบุรี ผสมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นกับประวัติศาสตร์จากกรุงเก่าอยุธยา มีแม่น้ำลำคลอง วัดสำคัญ และสถานที่ศักดิ์สิทธิ์จำนวนมาก ที่ยังคงมีบทบาทต่อวิถีชีวิตของชุมชนมาจนถึงปัจจุบัน

นายสุไพรพล ระบุว่า จากศักยภาพดังกล่าว ทำให้เห็นโอกาสในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ เพื่อสร้างรายได้ให้กับพื้นที่และประชาชนในเขต โดยการพัฒนาการท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในนโยบายที่ตนและพรรคเพื่อไทยเตรียมผลักดัน ควบคู่กับนโยบายด้านอื่น ๆ ที่จะทยอยนำเสนอในระหว่างการหาเสียง

“การพัฒนาการท่องเที่ยวเป็นเพียงหนึ่งในหลายแนวคิดที่ป๊อบตั้งใจจะนำเสนอ ยังมีนโยบายอีกจำนวนมากที่จะสื่อสารกับพี่น้องประชาชนผ่านการลงพื้นที่และการรณรงค์หาเสียง ขอแรงสนับสนุนเป็นกำลังใจให้กันด้วยรอยยิ้มและการทักทาย” นายสุไพรพล กล่าว

นายสุไพรพล กล่าวทิ้งท้ายว่า ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ประชาชนจะเริ่มเห็นป้ายหาเสียงของตนติดตั้งในจุดต่าง ๆ ทั่วเขตเลือกตั้ง แม้จำนวนป้ายอาจไม่มาก เนื่องจากข้อจำกัดด้านงบประมาณ แต่จะพยายามเลือกจุดที่ประชาชนสามารถมองเห็นได้ชัดเจน พร้อมย้ำข้อความหาเสียงว่า “ป๊อบคนใหม่ ความคิดใหม่ เพื่อไทยทำได้”

เปิดประวัติ บุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ ก่อนโดนหมายจับพัวพันฟอกเงิน

เปิดประวัติ บุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ ก่อนโดนหมายจับพัวพันฟอกเงิน

เปิดประวัติ บุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ ก่อนโดนหมายจับพัวพันฟอกเงิน

วันจันทร์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 11.09 น.

จากกรณีที่พรรคประชาชนออกมาแถลงข่าวขอโทษประชาชน-เปลี่ยนตัวผู้สมัคร สส. กทม. หลังพบถูกออกหมายจับคดีฟอกเงิน ของนาย แบงค์ บุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ ผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง สส.กทม.เขต 33 บางพลัด-บางกอกน้อย (ยกเว้นแขวงศิริราช) ก่อนที่เฟซบุ๊กของเจ้าตัวจะหายไปบนโลกออนไลน์ในเวลาต่อมา

วันนี้ (29 ธันวาคม พ.ศ. 2568) แนวหน้าออนไลน์ พาทุกท่านไปรู้จักกับ นาย แบงค์ บุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ ผู้สมัคร สส.กทม.เขต 33 บางพลัด-บางกอกน้อย (ยกเว้นแขวงศิริราช)

 บุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์

ประวัติการศึกษาของ บุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์

– จบการศึกษาโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา

– จบปริญญาตรีสาขารัฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง

– ประกาศนียบัตรบัณฑิต ประเมิณทรัพย์สิน จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

– จบปริญญาโทสาขา พาณิชยศาสตร์และการบัญชี (อสังหาริมทรัพย์) จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

เส้นทางการทำงานของ บุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์

– Project Coordinator กับ บริษัท N.C.C. Image Co.,Ltd. 

– Sales Executive ของบริษัท Bangkok Gem & Jewelry Fair

– ผู้จัดการฝ่าย Renovate บริษัท บางกอกแอสเบส จํากัด

– ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่าย REIT: Innotech Asset Management Co., Ltd.

เส้นทางการทำงานในแวดวงการเมืองของ บุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์

– ผู้เชี่ยวชาญประจําตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

– เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา

– ที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นและ ส่งเสริมการประกอบธุรกิจสีเขียว

– ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ. แบ่งขันทางการค้า

 บุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์

ขอขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊ก ภาพจาก เฟซบุ๊ก ลัทธพล วงศ์อนันต์ – Latthaphon Wonganan

เปิดศึกนครพนม! เพื่อไทยส่งครบ4เขต มนพรโวมั่นใจกวาดเก้าอี้เกลี้ยง

เปิดศึกนครพนม! เพื่อไทยส่งครบ4เขต มนพรโวมั่นใจกวาดเก้าอี้เกลี้ยง

เปิดศึกนครพนม! เพื่อไทยส่งครบ4เขต มนพรโวมั่นใจกวาดเก้าอี้เกลี้ยง

วันจันทร์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 11.03 น.

“มนพร” ลั่นเพื่อไทยนครพนม พร้อมสู้ศึกเลือกตั้ง ผู้สมัครครบทั้ง 4 เขต มั่นใจ กวาดยกจังหวัด พร้อมสานต่อเดินหน้าพัฒนา ยกระดับเมืองรองเป็นเมืองหลัก

28 ธ.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงาน นางมนพร เจริญศรี ผู้สมัคร สส.เขต 2 นครพนม พรรคเพื่อไทย อดีต รมช.คมนาคม ในฐานะแม่ทัพเลือกตั้งโซนอีสานเหนือ ได้นำผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทย สมัครรับเลือกตั้ง ครบทั้ง 4 เขต ในพื้นที่ จ.นครพนม ประกอบด้วย เขตเลือกตั้งที่ 1 นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ เบอร์ 3 ผู้สมัคร เขตเลือกตั้งที่ 2 นางมนพร เจริญศรี เบอร์ 1 ผู้สมัคร สส.เขต 2  เขตเลือกตั้งที่ 3 นายธนากรณ์ ปราณีนิตย์ เบอร์ 6  และ เขตเลือกตั้งที่ 4 นายชาญชัย คำจำปา เบอร์ 1 ส่วนเบอร์พรรคเพื่อไทย เลือก สส.บัญชีแบบรายชื่อ คือ เบอร์ 9 ทั้งประเทศ 

นางมนพร ยืนยันว่า พื้นที่ภาคอีสาน พรรคเพื่อไทยมีความพร้อมส่งผู้สมัครเลือกตั้งครบทุกเขต รวมถึงนครพนม มั่นใจการเลือกตั้งครั้งนี้ เพื่อไทยยังเหนียวแน่นในพื้นที่อีสาน เชื่อว่านโยบายของพรรคเพื่อไทย ที่ผ่านมาประชาชนได้ประโยชน์ ประชาชนรับรู้ว่าเพื่อไทย มีความจริงใจกับพี่น้องประชาชน มีผลงานมากกว่าทุกพรรค ที่สำคัญไม่เคยมองข้ามเสียงของประชาชนที่มาจากการเลือกตั้ง เคารพกฎกติกาการเมือง ส่วนการชูนโยบายสำคัญในพื้นที่ นครพนม คือจะมีการผลักดันสานต่อ การพัฒนานครพนมทุกด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจการค้าการท่องเที่ยว เพื่อยกระดับจากนครพนมจากเมืองรองเป็นเมืองหลัก สร้างเศรษฐกิจในพื้นที่ ให้เติบโตมากขึ้น 

รถไฟเม็กซิโกเชื่อม 2 มหาสมุทรตกราง ดับ 13 ศพ เจ็บเกือบ 100 ราย

รถไฟเม็กซิโกเชื่อม 2 มหาสมุทรตกราง ดับ 13 ศพ เจ็บเกือบ 100 ราย

29 ธ.ค. 2568 10:49 น.

รถไฟเม็กซิโกเชื่อม 2 มหาสมุทรตกราง ดับ 13 ศพ เจ็บเกือบ 100 ราย

เกิดเหตุโศกนาฏกรรมรถไฟสายยุทธศาสตร์ “Interoceanic Train” ตกรางทางตอนใต้ของเม็กซิโก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 13 ศพ บาดเจ็บระนาว 98 ราย หลังขบวนรถหลุดโค้งใกล้เมืองนิซานดา รัฐโออาซากา ด้านประธานาธิบดีสั่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงลงพื้นที่ด่วนเพื่อเยียวยาครอบครัวเหยื่อ

เกิดอุบัติเหตุขบวนรถไฟเชื่อมมหาสมุทร ซึ่งเป็นโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศ ประสบอุบัติเหตุตกรางบริเวณช่วงทางโค้งใกล้กับเมืองนิซานดา รอยต่อระหว่างรัฐโออาซากาและรัฐเวรากรูซ

ประธานาธิบดี คลอเดีย ไชน์บาว์ม ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X ยืนยันข้อมูลจากกองทัพเรือเม็กซิโกว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 13 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 98 ราย ในจำนวนนี้มีอาการสาหัส 5 ราย โดยขณะเกิดเหตุมีผู้โดยสารบนขบวนรถทั้งหมด 241 คน และลูกเรืออีก 9 คน

ผู้นำเม็กซิโกได้สั่งการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทหารเรือ และปลัดกระทรวงมหาดไทยด้านสิทธิมนุษยชน รุดไปยังจุดเกิดเหตุทันทีเพื่ออำนวยความสะดวกและให้ความช่วยเหลือแก่ครอบครัวผู้สูญเสีย ขณะที่นายซาโลมอน ฮารา ผู้ว่าการรัฐโออาซากา ระบุว่าหน่วยงานบรรเทาสาธารณภัยหลายภาคส่วนได้ระดมกำลังเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่แล้ว

สำหรับรถไฟสายนี้ ถูกเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2023 ภายใต้รัฐบาลของอดีตประธานาธิบดี อันเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์เชื่อมโยงการค้าระหว่างมหาสมุทรแปซิฟิกและมหาสมุทรแอตแลนติก ผ่านคอคอดเตฮวนเตเปก

เส้นทางดังกล่าวมีระยะทางประมาณ 290 กิโลเมตร เชื่อมต่อระหว่างท่าเรือซาลินา ครูซ ฝั่งแปซิฟิก กับท่าเรือโกอัตซาโกอัลกอส  ฝั่งอ่าวเม็กซิโก ซึ่งรัฐบาลตั้งเป้าจะผลักดันให้เป็นระเบียงเศรษฐกิจสำคัญในการขนส่งสินค้าระดับโลก

อย่างไรก็ตาม อุบัติเหตุครั้งนี้ส่งผลให้การเดินรถในเส้นทางดังกล่าวต้องหยุดชะงักลงชั่วคราว เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบหาสาเหตุของการตกรางอย่างละเอียดต่อไป.

ที่มา AP