คุยกัน 7 วันหน : Tilly Norwood นางเอกสร้างจาก AI การปะทะกันระหว่าง ‘นวัตกรรม’ กับ ‘สิทธิแรงงาน’

คุยกัน 7 วันหน : Tilly Norwood นางเอกสร้างจาก AI การปะทะกันระหว่าง 'นวัตกรรม' กับ 'สิทธิแรงงาน'

คุยกัน 7 วันหน : Tilly Norwood นางเอกสร้างจาก AI การปะทะกันระหว่าง ‘นวัตกรรม’ กับ ‘สิทธิแรงงาน’

วันอาทิตย์ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

คุยกัน 7 วันหน : Tilly Norwood นางเอกสร้างจาก AI การปะทะกันระหว่าง ‘นวัตกรรม’ กับ ‘สิทธิแรงงาน’

หลายคนคงเคยได้ยินชื่อของ ทิลลี นอร์วูด (Tilly Norwood) นักแสดงสาวดาวรุ่งพุ่งแรงที่สุดในขณะนี้ เธอไม่ใช่มนุษย์อย่างเราๆ ท่านๆ แต่สร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เป็นผลงานสร้างสรรค์ของ อีไลน์ ฟาน เดอร์ เฟลเดน (Eline Van der Velden) นักแสดงชาวดัตช์ ภายใต้บริษัทโปรดักชัน AI ชื่อ Particle6 ซึ่งอวดอ้างว่า ทิลลี นอร์วูด เป็นนักแสดงสาวหน้าใหม่ที่รวมเอาความสวยงามของนางเอกสาวสวยหลายคนมาไว้ในคนๆ เดียว และทางผู้สร้างตั้งใจจะให้เธอเป็น สการ์เลตต์ โจแฮนส์สัน หรือ นาตาลี พอร์ตแมน คนต่อไปเลยทีเดียว

ทิลลี นอร์วูด เธอปรากฏตัวผ่านรูปภาพและคลิปวิดีโอทางอินสตาแกรม ทั้งคลิปแนะนำตัวเอง คลิปตัวอย่างการแสดงในภาพยนตร์และซีรีส์ และคลิปขณะเดินพรมแดง จนมียอดผู้ติดตามกว่า 68,000 คน เธอถูกวางตัวให้เป็น “นักแสดงสังเคราะห์” (Synthetic Performer) คนแรกๆ ที่มีเอเจนซี่จำนวนมากให้ความสนใจจะเซ็นสัญญา

ผู้สร้างอย่าง ฟาน เดอร์ เฟลเดน คุยว่า นักแสดงสร้างจาก AI เปรียบเสมือน “พู่กันดิจิทัล” ที่ช่วยให้ผู้กำกับสร้างสรรค์ตัวละครที่มนุษย์ทำไม่ได้ การใช้งาน ทิลลี นอร์วูด จะช่วยให้ผู้จ้างประหยัดต้นทุนที่ปกติจ่ายให้ดารานักแสดงที่เป็นมนุษย์จริงๆ ได้ถึง 90% ช่วยให้โปรดักชัน หรือทีมสร้างภาพยนตร์ขนาดเล็กสามารถสร้างผลงานคุณภาพสูงได้ในราคาที่ถูกลง อีกทั้งนางเอก AI ผู้นี้มีน้ำอดน้ำทน ไม่มีการขาดลามาสาย ไม่เหนื่อย ไม่ป่วย ทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยให้การทำงานของผู้ว่าจ้างมีความยืดหยุ่นมากขึ้น

แน่นอนว่าข่าวนี้ทำให้ดารานักแสดงชั้นนำจำนวนมากออกมาแสดงจุดยืนต่อต้านการใช้นักแสดง AI ในภาพยนตร์และซีรีส์ ไม่ว่าจะเป็น เอมิลี่ บลันต์, วูพี โกลด์เบิร์ก, นาตาชา ลียง และอีกหลายคน พวกเธอบอกว่าการใช้นักแสดง AI มาแสดงแทนมนุษย์เป็นอะไรที่น่ากลัวและน่ากังวลมาก นักแสดงที่ไหนจะไปสู่ดารา AI ที่สร้างใบหน้าและรูปร่างจากจุดเด่นของดาราสาวสวยมากมายมารวมกัน ขืนปล่อยไว้แบบนี้ บรรดานักแสดงคนจริงๆ ทั้งหลายมีหวังตกงาน ถูกพวกนักแสดง AI แย่งงานไปหมด เพราะสตูดิโอผู้สร้างสามารถใช้งานนักแสดง AI แทนนักแสดงประกอบหรือนักแสดงสมทบเพื่อเลี่ยงการจ่ายค่าจ้างและสวัสดิการ

นอกจากนี้ การเลียนแบบรูปลักษณ์และท่าทางของคนจริงโดยไม่ได้รับอนุญาต เช่นกรณีที่ บริโอนี มอนโร อ้างว่า ทิลลี นอร์วู้ หน้าเหมือนเธอ อาจเกี่ยวข้องกับเรื่องของจริยธรรมด้วย

ความเคลื่อนไหวนี้ยังสร้างแรงกระเพื่อมอย่างหนักในอุตสาหกรรม โดยสหภาพนักแสดง หรือ SAG-AFTRA ออกแถลงการณ์ชัดเจนว่า ทิลี นอร์วูด ‘ไม่ใช่คน’ แต่เป็นซอฟต์แวร์ การนำเธอมาใช้งานถือเป็นการบิดเบือนเจตนารมณ์ของข้อตกลงที่ทำไว้หลังการประท้วงหยุดงานปี 2023 ที่เรียกว่า Guardrails against AI ซึ่งเป็นอาวุธสำคัญที่ใช้โต้ตอบกรณีอย่างทิลลี นอร์วูด หลักใหญ่ใจความคือ สตูดิโอไม่สามารถสร้าง ‘นักแสดงดิจิทัล’ จากรูปลักษณ์ของนักแสดงคนใดคนหนึ่งได้ หากไม่ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรที่ระบุวัตถุประสงค์ชัดเจน และหากมีการใช้ AI สร้างตัวละครที่จำลองนักแสดงคนใดคนหนึ่งขึ้นมา นักแสดงคนดังกล่าวจะต้องได้รับค่าจ้างเสมือนว่าเขาไปทำงานจริงตามจำนวนวันที่ AI นั้นถูกใช้งาน

ทำไม ‘ทิลลี นอร์วูด’ ถึงได้น่ากลัว

ทิลลี นอร์วูด ไม่ได้เกิดจากการขยับปากแบบ Robot ทั่วไป แต่ใช้เทคโนโลยีระดับสูงที่รวมกันหลายแขนง ไม่ว่าจะเป็น Generative AI & Deepfakes ซึ่งใช้โครงข่ายประสาทเทียม (Neural Networks) วิเคราะห์ข้อมูลภาพใบหน้าของนักแสดงจริงหลายพันคน เพื่อสร้างโครงสร้างใบหน้าที่ “สมบูรณ์แบบ” และดูมีความเป็นมนุษย์สูง

ตามด้วย Motion Capture & AI Retargeting มีการนำนักแสดงจริงมาเคลื่อนไหว แล้วใช้ AI สวมทับใบหน้าของทิลลี นอร์วูด ลงไป ทำให้การขยับสายตา การสั่นของริมฝีปาก หรือความรู้สึกในดวงตาดูเป็นธรรมชาติมาก นอกจากนี้ ยังมีการใช้เทคโนโลยี Synthetic Voice เสียงของเธอไม่ได้เกิดจากการบันทึก แต่เกิดจาก AI ที่สามารถสังเคราะห์อารมณ์ในน้ำเสียงได้ ทำให้เธอสามารถพูดบทไหนก็ได้ในโลก เพียงแค่พิมพ์ข้อความลงไปเท่านั้นเอง

ไม่ใช่แค่นักแสดงที่หนาวสั่น แต่กรณีนี้กระทบทั้งระบบนิเวศของฮอลลีวูด ทั้งทีมเทคนิคพิเศษ Visual Effects (VFX) หาก AI สามารถสร้างตัวละครที่สมจริงได้ในคลิกเดียว ทีมงาน VFX หลายร้อยคนที่ต้องทำหน้าที่สร้างโมเดลตัวละคร (3D Modeling) หรือทำพื้นผิวผิวหนัง (Texturing) อาจตกงาน

ตามเอเจนซี่นักแสดง หากเอเจนซี่หันไปเป็นเจ้าของ AI Talent เอง พวกเขาจะได้ค่าตัว 100% โดยไม่ต้องแบ่งให้นักแสดงที่เป็นคนจริงๆ นี่คือจุดที่คนในวงการมองว่าเป็นผลประโยชน์ทับซ้อนที่ร้ายแรง ทำให้นักแสดงแถวหน้าหลายคนถึงกับออกมาเรียกร้องให้คว่ำบาตรเอเจนซี่นักแสดงใดก็ตามที่พยายามจะเซ็นสัญญากับตัวละคร AI เพราะถือเป็นการทรยศต่อนักแสดงที่เป็นมนุษย์ ในส่วนของนักแสดงแถวหน้าเองอาจจะยังพอเอาตัวรอดไปได้ เพราะคนยังอยากดู ‘ตัวจริง’ แต่นักแสดงตัวประกอบ หรือนักแสดงหน้าใหม่ จะถูกแทนที่ด้วยนักแสดง AI อย่าง ทิลลี นอร์วูด แน่นอน เพราะราคาถูกกว่าและไม่เรื่องมาก

อนาคตของอุตสาหกรรมจะเป็นอย่างไร?

การเกิดขึ้นของ ทิลลี นอร์วูด ยังมาพร้อมกับประเด็นเรื่องการใช้ Generative AI ในภาพยนตร์ที่มีเทคนิคพิเศษสูง (Effects-heavy films) ซึ่งในแวดวงภาพยนตร์กังวลว่า บรรดาสตูดิโอผู้สร้างอาจใช้การสแกนร่างกาย (Digital Scan) เพื่อนำไปสร้างผลงานใหม่ๆ โดยที่เจ้าตัวไม่ต้องไปปรากฏตัวในสนามจริง ทำให้นักแสดงสูญเสียอำนาจควบคุมอัตลักษณ์ (Loss of Identity Control) จน เจมส์ คาเมรอน ผู้กำกับ Avatar ออกมาให้สัมภาษณ์ในเดือนนี้ ว่าเขารู้สึกสยองกับแนวคิดที่จะสร้างการแสดงขึ้นมาจากคำสั่งพิมพ์ (Text Prompt) โดยไม่มีมนุษย์จริงๆ อยู่เบื้องหลัง เพราะมันทำลายจิตวิญญาณของการแสดง

ปัจจุบัน ฮอลลีวูดกำลังอยู่ในช่วง “ทดลองและต่อสู้” (Trial and Battle) กับประเด็นนี้ แน่นอนว่ากระแสส่วนใหญ่จากผู้กำกับและนักสร้างสรรค์ประกาศว่าจะไม่ทำงานกับค่ายที่มีการใช้ AI แทนคน เพื่อรักษาจิตวิญญาณของศิลปะ แต่บางส่วนเริ่มมองถึงการใช้งาน AI ในรูปแบบ Hybrid Model มีแนวโน้มว่าเราจะเห็น AI ถูกใช้เป็นเครื่องมือที่ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความเป็นไปได้ใหม่ๆ เช่น การทำ Digital De-aging ช่วยให้ดารานักแสดงดูเด็กลง ซึ่งเห็นได้ชัดในโปรเจกต์ใหญ่ๆ ของ Disney และหนังภาคต่อหลายเรื่องในปีนี้ หรือทำหน้าที่สตันท์เสี่ยงตาย มากกว่าการเข้ามาแทนที่ตัวเอกทั้งเรื่องในระยะอันใกล้นี้

สุดท้ายแล้ว คงปฏิเสธไม่ได้ว่า การมาถึงของ ‘นักแสดงที่ไม่ใช่มนุษย์’ อย่าง ทิลลี นอร์วูด กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ให้กับอุตสาหกรรมภาพยนตร์และทีวี ท่ามกลางความกังวลเรื่องการแย่งงานและลดคุณค่าของการแสดงที่ใช้มนุษย์จริงๆ อีกทั้งกรณีนี้ ไม่ได้สะท้อนแค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่เป็นเรื่องของ ‘อำนาจการต่อรอง’ ในอนาคตว่า ใครจะเป็นเจ้าของภาพลักษณ์และการแสดง ระหว่างมนุษย์ผู้สร้างหรือบริษัทเทคโนโลยี

โดย ดาโน โทนาลี

แหวกฟ้าหาฝัน : Karl Nordstrom in Thiel Gallery

แหวกฟ้าหาฝัน : Karl Nordstrom in Thiel Gallery

แหวกฟ้าหาฝัน : Karl Nordstrom in Thiel Gallery

วันอาทิตย์ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

แหวกฟ้าหาฝัน : Karl Nordstrom in Thiel Gallery

นอกจาก Bruno Liljefors และ Eugene Jansson ศิลปินชาวสวีดิชที่ชื่นชอบการวาดทิวทัศน์แล้ว ใน Thiel Gallery ยังมีผลงานของ Karl Nordstrom ศิลปินชาวสวิดิชอีกผู้หนึ่งที่ถนัดในการวาดทิวทัศน์อีกเป็นอย่างมาก Karl Nordstrom เกิดวันที่ 11 กรกฎาคม 1855 ในครอบครัวที่บิดาเป็นผู้บัญชาการตำรวจ เขาเติบโตบนกาะ Tjorn จนอายุ 20 ปีจึงเข้าไปศึกษาต่อที่ Royal Swedish Academy of Fine Arts กรุงสต็อคโฮมกับ Edvard Perseus หลังจากนั้นเขาไปศึกษาต่อที่ปารีส และเข้าเยือนมิวเซียมใน Antwerp และ Brussels เบลเยี่ยมบ่อย ๆ จนได้รับอิทธิพลจากงานแนว Impressionism ซึ่งกำลังโด่งดังในเวลานั้น ปี 1882 เขาสามารถส่งงานเข้าจัดแสดงใน Salon ได้เป็นครั้งแรก ก่อนย้ายไปอยู่ Normandy ฝรั่งเศส ปี 1885 เขาร่วมกลุ่มกับศิลปินราว 85 เขาที่เรียกว่ากลุ่ม Opponenterna เรียกร้องให้เปลี่ยนแปลงแนวทางศิลปะให้ทันสมัยขึ้น และปฏิรูปการศึกษาด้านศิลปะต่อ Royal Academy of Fine Arts อีกทั้งยังแต่งงานกับ Tekla Lindestrom ช่างแกะสลักที่เขาได้พบทางตอนเหนือของฝรั่งเศสก่อนกลับบ้านในปี 1886

ปี 1889 เขาได้มีโอกาสจัดนิทรรศการที่ Exposition Universelle และได้มีโอกาสขายผลงานชิ้นหนึ่งให้กับ Prince Eugen คหบดีที่สนับสนุนทางด้านศิลปะ ต่อมาเขาย้ายไปอยู่ทางตอนใต้ของสวีเดนและได้ร่วมกันกับ Nils Kreuger และ Richard Bergh พัฒนาแนวทางศิลปะที่เรียกว่า Varberg School ซึ่งก็คือแนวทางศิลปะแบบ Romanticism ที่เน้นการรังสรรค์งานแนวทิวทัศน์ สัตว์ และทุ่งหญ้าจากอิทธิพลของ Impressionism ฝรั่งเศส นอกจากนี้เขายังร่วมก่อตั้งและดำรงตำแหน่งหัวหน้า  Konstnarsforbundet หรือสมาคมศิลปะที่ต่อต้าน Royal Academy of Fine Arts Sweden อีกต่างหากด้วย ยิ่งกว่านั้นต้นทศวรรษที่ 1900 เขายังเป็นอาจารย์สอนที่ Association of Artist School ซึ่งเปิดทำการระหว่างปี 1890-1908

หลังปี 1910 เขาหันเหออกจากแนวทางศิลปะแบบ Impressionism เข้าหา Synthetism หรือ Post Impressionism อันได้รับอิทธิพลมาจาก Van Gogh และ Gauguin ที่เขาได้เห็นเมื่อไปเยือนปารีส รวมทั้งศิลปะแบบญี่ปุ่นที่เขาได้เรียนรู้ในช่วงเวลาเดียวกัน ในปี 1913 เขาเริ่มมีปัญหาสุขภาพและต้องผ่าตัดถุงน้ำดีในปี 1914 ซ้ำร้ายไม่เพียงมารดาเขาจะเสียชีวิต สมาคมที่เขาก่อตั้งยังสลายตัวด้วย ปี 1920 เขากับภรรยาเลยเดินทางไปฝรั่งเศส งานของเขาเป็นที่นิยมและได้รับการยกย่องอย่างสูงตลอดชีวิตจนถูกซื้อไปเข้าไว้ในห้องภาพมากมาย อาทิ National Museum, Prin Eugens Waldemarsudde, Goteborgs Knostmuseum, Isabella Stewart Gardner Museum ในบอสตัน เขาเสียชีวิตที่ Drottningholm ในปี 1923 และถูกฝังที่ Norra Begravningsplantsen นักท่องเที่ยวจะเห็นว่า แม้ผลงานของเขาเป็นทิวทัศน์ที่อาจดูไม่ค่อยมีรายละเอียด ใช้โทนสีซ้ำ ๆ ฟ้า ส้ม และติดไปในทางหม่นหมอง แต่ก็มีอัตลักษณ์ของตัวเอง

Photo of the week : ‘แฟ้มคดีเอปสตีน’ ชุดใหม่

Photo of the week : ‘แฟ้มคดีเอปสตีน’ ชุดใหม่

Photo of the week : ‘แฟ้มคดีเอปสตีน’ ชุดใหม่

วันอาทิตย์ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

Photo of the week : ‘แฟ้มคดีเอปสตีน’ ชุดใหม่

เอกสารชุดใหม่เกี่ยวกับคดีของ เจฟฟรีย์ เอปสตีน นักการเงินและนักโทษคดีความผิดทางเพศผู้ล่วงลับ ที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เผยแพร่ในสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้เอกสารส่วนใหญ่หลายร้อยหน้าถูกปกปิดข้อมูลเอาไว้ แต่ก็ทำให้มองเห็นภาพคร่าวๆ ของความสัมพันธ์ระหว่างเอปสตีนกับบรรดานักการเมืองระดับสูงของสหรัฐฯ ทั้ง โดนัลด์ ทรัมป์ และ บิล คลินตัน และบุคคลที่มีชื่อเสียงในแวดวงต่างๆ ทั่วโลก รวมถึง ไมเคิล แจ็คสัน, ริชาร์ด แบรนสัน แห่งเวอร์จิน กรุ๊ป, เควิน สเปซีย์ นักแสดงชื่อดัง, เจ้าชายแอนดรูว์แห่งราชวงศ์อังกฤษ และ บิล เกตส์ ผู้ร่วมก่อตั้งไมโครซอฟท์ เรียกว่าปล่อยเอกสารของเอปสตีนเมื่อใด บรรดาคอการเมืองในสหรัฐฯ ได้หนาวๆ ร้อนๆ กันเมื่อนั้น

(ภาพ 1-8)

สกู๊ปพิเศษ : แนะ 7 แนวทางสถาบันศึกษา ปั้นคนให้ตรงกับตลาดแรงงาน

สกู๊ปพิเศษ : แนะ 7 แนวทางสถาบันศึกษา ปั้นคนให้ตรงกับตลาดแรงงาน

สกู๊ปพิเศษ : แนะ 7 แนวทางสถาบันศึกษา ปั้นคนให้ตรงกับตลาดแรงงาน

วันอาทิตย์ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สกู๊ปพิเศษ : แนะ 7 แนวทางสถาบันศึกษา ปั้นคนให้ตรงกับตลาดแรงงาน

วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล (MUIC) เปิดผลสำรวจผู้ประกอบการ “Annual Graduate Employer Survey 2025” จากองค์กรชั้นนำ ครอบคลุมภาคเอกชน ภาครัฐ และอาจารย์ที่ปรึกษาบัณฑิตศึกษาต่อต่างประเทศนำ ควบคู่กับผลสำรวจความคิดเห็นบัณฑิตที่จบการศึกษาในปี 2025 พบ 3 เทรนด์ใหญ่ที่ตลาดแรงงานแห่งอนาคตต้องการ ประกอบด้วย  นายจ้าง 93% ให้ความสำคัญกับทักษะ ‘การสื่อสารภาษาอังกฤษ’ สูงสุด และ 90% ต้องการคนที่เข้าใจและสามารถใช้ ‘AI และเครื่องมือดิจิทัลต่างๆ ได้’ โดย 75% ชี้ว่า ‘ความพร้อมทำงานจริงในปีแรก’ สำคัญกว่าเกรด และ 60% กังวลบัณฑิตใหม่ขาดทักษะการจัดการด้านอารมณ์ (emotional intelligence) และสื่อสารในสถานการณ์ที่มีความกดดันสูง พร้อมเสนอ “7 แนวทางปรับตัวของสถาบันการศึกษา เปิด 5 สายอาชีพดาวรุ่ง พร้อมนำร่องปรับ 17 หลักสูตรปั้นบัณฑิตตอบโจทย์ทันที

.พญ.จุฬธิดา โฉมฉาย คณบดีวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล (MUIC) เปิดเผยข้อมูลจากรายงาน Annual Graduate Employer Survey 2025 ซึ่งรวบรวมความคิดเห็นจากบัณฑิตจำนวน 412 คน ควบคู่กับผู้ประกอบการ และผู้ว่าจ้าง จากองค์กรชั้นนำจำนวน 63 แห่งครอบคลุมอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น ธุรกิจบริการ โรงแรม, การให้คำปรึกษา, เทคโนโลยีซอฟต์แวร์ รวมถึงผู้บริหารจากหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์กรระหว่างประเทศ เช่น องค์การสหประชาชาติ ตลอดจนอาจารย์ที่ปรึกษาของบัณฑิตที่ศึกษาต่อในต่างประเทศ ทั้งสองชุดข้อมูลสะท้อนเทรนด์ความต้องการแรงงานในอนาคต โดยนายจ้างในประเทศไทยให้ความสำคัญกับทักษะหลัก 3 ด้าน ซึ่งจะเป็น “หัวใจของความพร้อมในการทำงาน” ได้แก่ 1.ทักษะการสื่อสารในระดับนานาชาติ (Global Communication) 2.ความรู้ความเข้าใจด้านเทคโนโลยี AI และดิจิทัล (AI & Digital Literacy) และ 3.ความพร้อมในการทำงานจริงและการปรับตัวในสภาพแวดล้อมการทำงาน (Workplace Readiness)

โดยผลสำรวจพบว่า 93% ของนายจ้าง ระบุว่า ความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษและภาษาที่สอง เป็นทักษะสำคัญที่สุดในการจ้างงานโดยเฉพาะในองค์กรที่ทำธุรกิจในระดับภูมิภาคและนานาชาติ ต้องการบุคลากรที่สามารถ เข้าใจความหลากหลายทางวัฒนธรรมและสามารถสื่อสารอย่างมั่นใจในระดับมืออาชีพ และมีความเคารพในความต่างทางวัฒนธรรม แนวโน้มนี้ชี้ชัดว่า ในปี 2569 มหาวิทยาลัยควรปรับการเรียนการสอนภาษาให้สอดคล้องกับบริบทการทำงานจริง เช่น การนำเสนอ การเจรจา และการทำงานในทีมข้ามวัฒนธรรม Cross Culture)

ในขณะผลสำรวจยังพบอีกว่า 90% ของนายจ้าง คาดหวังให้พนักงานมีความเข้าใจและสามารถใช้ เครื่องมือ AI ใน การวิเคราะห์ข้อมูล และระบบการทำงานแบบดิจิทัล ได้อย่างคล่องแคล่ว ทักษะเหล่านี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะสายเทคโนโลยีอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น ทักษะพื้นฐานของทุกสายอาชีพ ตั้งแต่การตลาด ธุรกิจ ไปจนถึงการบริการ เพราะ AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานในทุกวัน คนที่ใช้เครื่องมือดิจิทัลและข้อมูลได้ดีจะทำงานได้มีประสิทธิภาพมากกว่า ซึ่งข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นว่า ภาคการศึกษาไทยต้องเร่งบูรณาการ ความรู้ด้าน AI และ Data Literacy ในทุกหลักสูตร พร้อมส่งเสริมให้ผู้เรียนเข้าใจการใช้เทคโนโลยีอย่างมีจริยธรรม

ขณะเดียวกันพบว่ามากกว่า 75% ของนายจ้าง ระบุว่า ความสามารถในการปรับตัวและลงมือทำงานได้จริงในปีแรก เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการประเมินศักยภาพของบัณฑิต มากกว่าผลการเรียนหรือวุฒิการศึกษา นายจ้างจำนวนมากต้องการผู้สมัครที่มีประสบการณ์ ฝึกงาน โครงงานจริง หรือการเรียนรู้จากสถานการณ์ในภาคธุรกิจ ขณะเดียวกันนายจ้างยังมองว่าความมั่นใจและความฉลาดทางอารมณ์เป็นจุดอ่อนที่ต้องเร่งพัฒนา แม้ว่านายจ้างส่วนใหญ่พึงพอใจกับคุณธรรมและการทำงานเป็นทีมของบัณฑิต

แต่กว่า 60% พบว่าผู้จบการศึกษายังขาด “ความมั่นใจในการสื่อสารและการจัดการอารมณ์ในสถานการณ์กดดัน” นายจ้างมองว่าทักษะด้านจิตใจและอารมณ์เป็นสิ่งจำเป็นต่อการทำงานในยุคที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว เนื่องจาก“ทักษะทางเทคนิคทำให้ได้งาน แต่ความฉลาดทางอารมณ์คือสิ่งที่ทำให้คนเติบโตในงาน”  สถาบันการศึกษาควรให้ความสำคัญกับ การพัฒนา Soft Skills เช่น ความมั่นใจ ความยืดหยุ่นทางอารมณ์ และความฉลาดทางสังคม เพื่อเตรียมคนรุ่นใหม่ให้พร้อมสำหรับโลกการทำงานจริง

คณบดี MUIC กล่าวต่อว่า MUIC ได้สรุป 7 แนวทางสำคัญที่สถาบันการศึกษาไทยควรปรับตัวทันที ได้แก่ 1.AI & Data Literacy for All: ฝังทักษะ AI และ Data Analysis ลงในทุกหลักสูตร ไม่จำกัดเฉพาะสายไอที , 2.Work – Integrated Learning (WIL): ผนวกการฝึกงานและเคสจริงจากองค์กร เพื่อลดช่องว่าง เรียนจบแต่ทำงานไม่เป็น” , 3.Global Communication Bootcamp: เน้น “ภาษางาน” (Business Language) ที่ใช้ทำงานจริง เช่น ภาษาเพื่อการนำเสนอ, ภาษาเพื่อการเจรจา, การเขียนอีเมลธุรกิจ และการทำงานในทีมข้ามวัฒนธรรม (Cross-cultural Communication) , 4.Critical Thinking Studio: จัดเวิร์กช็อปแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ เช่น Case-based Analysis, Decision Tree & Hypothesis-driven Thinking เพื่อลดปัญหา คิดไม่เป็น ตัดสินใจไม่ชัด , 5.Emotional Resilience & Professional Etiquette: ฝึกการทำงานภายใต้แรงกดดันและความเป็นมืออาชีพ เพื่อเพิ่มวุฒิภาวะ , 6.Career Tracks & Micro-Credentials: ออกแบบเส้นทางทักษะ (Skill Mapping) และใบรับรองทักษะเฉพาะทาง (Micro-Credential Certificates) ที่นายจ้างสามารถเข้าใจ เช่น Data–AI Track, Cybersecurity Track, Digital Hospitality Track, HealthTech Track และ ESG/Sustainability Track และ 7.Language as an Economic Skill: ปรับวิชาภาษาให้เป็น “วิชาทักษะทำงาน” ไม่ใช่เพื่อสอบเท่านั้น แต่เป็นภาษาเพื่อการสื่อสารในงานจริง การสรุปงาน การเจรจา และการนำเสนอ 

ทั้งนี้ MUIC ได้ทำการวิเคราะห์จากข้อมูลข้างต้น และมีข้อสรุปออกมาว่า 5 กลุ่มสายอาชีพที่จะเติบโตสูงใน 5 ปีข้างหน้า ได้แก่ 1.ดิจิทัล – ข้อมูล – AI เช่น นักวิเคราะห์ข้อมูล, วิศวกรข้อมูล, ผู้เชี่ยวชาญด้าน Prompt/Automation 2.ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ / การปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านดิจิทัล (Digital Compliance) เช่น นักวิเคราะห์ความปลอดภัยไซเบอร์, ผู้เชี่ยวชาญด้าน GRC (Governance, Risk & Compliance)/Privacy 3.การท่องเที่ยว–บริการเชิงคุณภาพแบบดิจิทัล เช่น การตลาดดิจิทัลในธุรกิจโรงแรม, การออกแบบประสบการณ์ (Experience Design) ให้ผู้เข้าพักประทับใจตั้งแต่ต้นจนจบ 4.การดูแลสุขภาพแบบองค์รวมที่เน้นการป้องกันและการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน (Healthcare and Wellness) โดยใช้ AI และ เครื่องมือดิจิทัล เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพรายบุคคล, การสื่อสารด้านสุขภาพเฉพาะกลุ่ม และ 5.การปรับเปลี่ยนเศรษฐกิจและสังคมให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยั่งยืนมากขึ้น (Green transformation) เช่น นักวิเคราะห์และจัดทำรายงานประเมินด้านความยั่งยืนหรือ ESG (Environment, Social & Governance), การจัดการห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืน)

เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว MUIC ได้นำร่องปรับหลักสูตรใหม่ 17 สาขา ครอบคลุมทั้งสายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี บริหารธุรกิจ และศิลปศาสตร์ โดยมีเป้าหมายเพื่อปั้นบัณฑิตให้ ‘พร้อมทำงานจริง‘ (Workplace Readiness) เราได้บูรณาการทักษะจำเป็นแห่งยุค AI และดิจิทัลเข้าไปในหลักสูตร และส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตผ่านระบบ I-Design Elective ที่นักศึกษาสามารถเลือกเรียนวิชาเสริมเพื่อสร้างทักษะเฉพาะตัว เรามั่นใจว่าบัณฑิตที่จบจากหลักสูตรใหม่นี้จะตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงานแห่งอนาคต” ศ.พญ.จุฬธิดา กล่าวทิ้งท้าย

Health News : ไข้หวัดใหญ่ระบาดเร็วในยุโรป

Health News : ไข้หวัดใหญ่ระบาดเร็วในยุโรป

Health News : ไข้หวัดใหญ่ระบาดเร็วในยุโรป

วันอาทิตย์ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

Health News : ไข้หวัดใหญ่ระบาดเร็วในยุโรป

องค์การอนามัยโลก (WHO) ประจำภูมิภาคยุโรประบุว่าไข้หวัดใหญ่ได้แพร่ระบาดไปทั่วภูมิภาคยุโรปเร็วกว่าปกติในฤดูหนาวปีนี้ โดยในบรรดา 38 ประเทศที่รายงานข้อมูล พบว่าอย่างน้อย 27 ประเทศกำลังเผชิญหน้ากับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่ในระดับที่สูงหรือสูงมาก ขณะที่ในไอร์แลนด์ คีร์กีซสถาน มอนเตเนโกร เซอร์เบีย สโลวีเนีย และสหราชอาณาจักร มีผู้ป่วยมากกว่าครึ่งหนึ่งตรวจพบเชื้อไข้หวัดใหญ่ หลังจากเข้ารับการตรวจด้วยอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่

ฮันส์ อองรี พี. คลูเกอ ผู้อำนวยการสำนักงานองค์การฯ ประจำภูมิภาคยุโรป ระบุว่าเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ (เอช3เอ็น2) กลุ่มย่อยเค ซึ่งเป็นสายพันธุ์ย่อยใหม่ เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดการติดเชื้อ ทว่าขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานบ่งชี้ว่าสายพันธุ์ย่อยดังกล่าวก่อโรคในระดับรุนแรงขึ้น โดยองค์การฯ เผยว่าสายพันธุ์ย่อยนี้คิดเป็นสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 90 ของผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ที่ได้รับการยืนยันทั้งหมดในภูมิภาค

ข้อมูลเบื้องต้นจากสหราชอาณาจักรชี้ให้เห็นว่า วัคซีนไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลในปัจจุบันช่วยลดความเสี่ยงอาการรุนแรงจากเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ (เอช3เอ็น2) แม้ว่าวัคซีนไม่อาจป้องกันการติดเชื้อได้เต็มที่ก็ตาม พร้อมย้ำว่าการฉีดวัคซีนยังคงเป็นมาตรการป้องกันที่สำคัญที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยงอาการป่วยรุนแรง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว สตรีมีครรภ์ และเด็ก รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ที่อยู่ในกลุ่มเป้าหมายลำดับแรกเช่นกัน

‘กานต์ ณัฐชา’สุดทึ่งร่วมทริป ‘หนุ่มแท่ง อารามทัวร์’

‘กานต์ ณัฐชา’สุดทึ่งร่วมทริป 'หนุ่มแท่ง อารามทัวร์'

‘กานต์ ณัฐชา’สุดทึ่งร่วมทริป ‘หนุ่มแท่ง อารามทัวร์’

วันอาทิตย์ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

2 พิธีกร หนุ่ม-คงกระพัน แสงสุริยะ และแท่ง-ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง  ชวนนางเอกคนสวย  กานต์-ณัฐชา รัตน์ชยางคานนท์  จากละครเรื่อง ลวง และภาพยนตร์ ปอบดิ๊บดิบ ร่วมทัวร์ไปด้วยกันที่ วัดมกุฏกษัตริยารามราชวรวิหาร  อีกหนึ่งวัดสำคัญที่มีประวัติที่น่าสนใจมาอย่างยาวนาน  เป็นวัดหลวง ที่สร้างขึ้นในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีอารามหลวงที่สวยงามมากอีกหนึ่งแห่ง

แน่นอนว่ามาถึงวันนี้  หนุ่ม-แท่ง ไม่ลืมที่จะพาไปกราบขอพรพระบรมรูปในหลวงรัชกาลที่ 4  ด้วยวิธีที่ถูกต้อง  พร้อมพาชมจุดสำคัญที่ล้วนแล้วแต่มีประวัติที่น่าสนใจทั้ง พระเจดีย์, พระอุโบสถ, พระวิหาร  งานนี้หนุ่ม-แท่ง พร้อมพาไปเจาะลึกทุกแง่มุม ทุกจุดสำคัญ  แบบครบถ้วน จากนั้นไปอร่อยตบโต๊ะกันต่อที่  จันทร์รพี  ร้านอาหารเก่าแก่ย่านเทเวศร์ที่เปิดมาอย่างยาวนาน กว่า 20 ปี บรรยากาศร้านคลาสสิกวินเทจ ขับกล่อมด้วยดนตรียุค 80-90 เข้ากันกับอาหารรสชาติละมุนลิ้นโดย  หนุ่ม-แท่ง เผยถึงความประทับใจในวันนี้ว่า “วัดมกุฏกษัตริยารามราชวรวิหาร เป็นอีกหนึ่งวัดหลวง ที่มีความสวยงามน่ามาเที่ยวชม และยังสร้างโดยในหลวงรัชกาลที่ 4 ซึ่งถือว่าเป็นวัดสำคัญอีกวัดหนึ่งในย่านเทเวศร์เลยทีเดียว”

‘กบ-ปภัสรา’นำทีมนักแสดงและทีมงาน จัดพิธีบวงสรวงเปิดกล้องละคร ‘บ้านนางรำ’

‘กบ-ปภัสรา’นำทีมนักแสดงและทีมงาน จัดพิธีบวงสรวงเปิดกล้องละคร ‘บ้านนางรำ’

‘กบ-ปภัสรา’นำทีมนักแสดงและทีมงาน จัดพิธีบวงสรวงเปิดกล้องละคร ‘บ้านนางรำ’

วันอาทิตย์ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ผู้จัดฯ คนเก่ง กบ-ปภัสรา เตชะไพบูลย์ แห่งค่ายปภัสราโปรดักชั่น นำทีมนักแสดง อาทิ ภูมิ-เกียรติภูมิ, แอนน่า กลึคส์, แพม-สุชานุช, บิ๊กเอ็ม-สุเมธา, อีฟ-กัญณัฐสินี, นุก-สุทธิดา, แม่ไก่ ปริศนา วงศ์ศิริ, เพี๊ยซ-กนกลดา, น้องไอด้า และทีมงาน รวมทั้งผู้กำกับฯ เอ๋-กษมา นิสสัยพันธุ์ จัดพิธีบวงสรวงเปิดกล้องละคร “บ้านนางรำ” อย่างเป็นทางการ โดยได้รับความเมตตาจาก ท่านพระครูบริหารบรมธาตุ (หลวงปู่บุญโปร่ง สุวรรณมาโจ) เจ้าอาวาส วัดพระธาตุท่าอุเทน เป็น ประธานจุดเทียนนำฤกษ์ในพิธีบวงสรวง ณ วัดพระธาตุท่าอุเทน อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม

หลังเสร็จพิธีบวงสรวง ผู้จัดฯ ก็นำทีมนักแสดงและทีมงาน ร่วมห่มผ้าพระธาตุท่าอุเทน เพื่อเป็นสิริมงคลกับชีวิต และขออานิสงส์ในการห่มผ้าพระธาตุนี้ ส่งให้ละคร “บ้านนางรำ” มีเรตติ้งสูงๆ และได้รับความนิยมไปทั่วประเทศโดยก่อนหน้านี้ ทางผู้จัดฯ ได้พาทีมนักแสดงไป กราบขอพร “พญาศรีสัตตนาคราช” พญานาคผู้ยิ่งใหญ่แห่งริมน้ำโขง จากนั้นเดินทางไปกราบสักการะและห่มผ้าองค์พระธาตุพนม “บ้านนางรำ” ละครแนวดราม่า “เมื่อศรัทธา นำมาซึ่งความรัก ความแค้น และคำสาป!” และจุดกำเนิดของเรื่องอยู่ที่ “องค์พระธาตุท่าอุเทน”  ผลิตโดย บริษัท ปภัสราโปรดักชั่น จำกัด ซึ่งจะออกอากาศทางช่อง 7HDกด35 เร็วๆ นี้

Celebrity Gossip : 28 ธันวาคม 2568

Celebrity Gossip : 28 ธันวาคม 2568

Celebrity Gossip : 28 ธันวาคม 2568

วันอาทิตย์ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สัปดาห์ที่ผ่านมา มีการแชร์คลิปอันน่าพกใจของ ไทเลอร์ เชส อดีตดาราเด็กวัย 36 ปี ซึ่งเป็นที่จดจำจากบท มาร์ติน คเวอร์ลี ในซีรีส์ Ned’s Declassified School Survival Guide รวมถึงผลงานใน Everybody Hates Chris และภาพยนตร์ Good Time Max เมื่อปี 2008 อยู่ในสภาพคนไร้บ้านแต่งตัวมอซอ เดินไปตามถนนในเมืองริเวอร์ไซด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย สร้างความตกใจและสะเทือนใจให้กับทั้งอดีตเพื่อนนักแสดงและคนในโลกออนไลน์ อย่างไรก็ดี โฆษกฝ่ายข้อมูลสาธารณะของกรมตำรวจเมืองริเวอร์ไซด์ บอกเพียงว่ายังไม่มีข้อมูลว่า ไทเลอร์อยู่ในสภาพนี้มานานแค่ไหนแล้ว แต่จากทุกครั้งที่เจ้าหน้าที่มีปฏิสัมพันธ์กับเขา เขามีท่าทีสุภาพและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และถึงแม้เจ้าหน้าที่จะพยายามยื่นข้อเสนอความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นที่พักพิงชั่วคราว การบำบัดด้านยาเสพติดหรือแอลกอฮอล์ รวมถึงบริการด้านสุขภาพจิต แต่ดูเหมือนไทเลอร์จะปฏิเสธทุกครั้ง และเลือกที่ใช้ชีวิตเร่ร่อนเงียบ ๆ ต่อไป

Daily Mail รายงานในสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า เดวิด และ วิกตอเรีย เบ็คแฮม ได้เลิกติดตาม บรูคลิน ลูกชายคนโตบนโซเชียลมีเดีย ซึ่งสร้างความตกใจให้กับแฟนคลับอย่างมาก จนทำให้ ครูซ เบ็คแฮม น้องชายคนเล็ก ออกมาโต้กลับข่าวลือนี้ผ่านทาง Instagram Stories โดยแชร์ภาพพาดหัวข่าวพร้อมข้อความว่าไม่จริง และบอกความจริงอีกด้านว่า พ่อกับแม่ไม่มีทางเลิกติดตามลูกชายตัวเองหรอก แต่พวกเขาตื่นมาแล้วพบว่าตัวเอง ‘ถูกบล็อก’ ต่างหาก รวมถึงตัวเขาด้วย เป็นการยืนยันครั้งแรกจากคนในครอบครัวว่า บรูคลินเป็นฝ่ายตัดการสื่อสารกับครอบครัวเบ็คแฮมเอง โดยปี 2025 เป็นปีที่ความสัมพันธ์ของบรูคลินกับครอบครัวย่ำแย่ที่สุด เขาและ นิโคลา เพลท์ซ ภรรยา ไม่ได้มาร่วมงานวันเกิดครบรอบ 50 ปีของเดวิด รวมถึงงานรับพระราชทานบรรดาศักดิ์อัศวินของพ่อในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ขณะที่ในเดือนสิงหาคม ทั้งคู่จัดงานฉลองครบรอบแต่งงานที่สหรัฐฯ โดยไม่มีสมาชิกครอบครัวเบ็คแฮมเข้าร่วมแม้แต่คนเดียว

รัสเซล แบรนด์ นักแสดงและนักแสดงตลกชาวอังกฤษ อดีตสามีของ เคที เพอร์รี ออกมากล่าววิจารณ์ความสัมพันธ์ครั้งล่าสุดของอดีตภรรยากับ จัสติน ทรูโด อดีตนายกรัฐมนตรีแคนาดา ระหว่างการปราศรัยในงาน AmericaFest ของกลุ่ม Turning Point USA โดยบอกว่า เขาไม่ติดใจในช่วงเวลาที่เพอร์รีคบหากับนักแสดง ออร์แลนโด บลูม แต่ออกปากแสดงความไม่เห็นด้วยต่อความสัมพันธ์กับจัสติน ทรูโด พร้อมใช้ถ้อยคำวิพากษ์วิจารณ์อดีตผู้นำแคนาดา ว่าเป็นพวกหุ่นเชิดของพวกโลกาภิวัตน์ อย่างไรก็ดี คำกล่าวของแบรนด์เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเพอร์รีกับทรูโด เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เขาเองกำลังเผชิญกับกระบวนการทางกฎหมาย โดยก่อนหน้านี้ แบรนด์ถูกตั้งข้อหาหลายกระทงเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศและการข่มขืน

สื่อต่างประเทศหลายสำนัก ทั้ง The Sun และ Page Six รายงานว่า โอลิเวีย โรดริโก นักร้องสาวชื่อดัง และนักแสดงหนุ่ม หลุยส์ พาร์ทริดจ์ ได้ตัดสินใจแยกทางกันแล้วในสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากทั้งคู่คบหาดูใจกันมานานประมาณ 2 ปี โดยเป็นการตัดสินใจร่วมกันหลังจากผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมาหลายสัปดาห์ มีรายงานว่า โอลิเวียมีอาการโศกเศร้าและหลั่งน้ำตาในขณะที่พูดคุยกับเพื่อนๆ เกี่ยวกับการเลิกราที่งานปาร์ตี้คริสต์มาสของ ลิลี อัลเลน ที่กรุงลอนดอน จนเพื่อนๆ ต้องเข้ามาปลอบโยนและให้กำลังใจ แฟนเพลงและแหล่งข่าวบางส่วนเริ่มวิเคราะห์ว่า เหตุการณ์นี้อาจส่งผลต่ออัลบั้มชุดที่ 3 ของเธอ มีข่าวลือว่าเ ดิมทีเธอตั้งใจจะทำอัลบั้มที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับความรักที่มีความสุข ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากหลุยส์ แต่ตอนนี้ เธออาจต้องตัดสินใจว่าจะดำเนินการตามแผนเดิม หรือจะเริ่มแต่งเพลงใหม่ที่สะท้อนถึงความเสียใจครั้งล่าสุดนี้

ซิดนีย์ สวีนีย์ ออกมาสยบทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับรูปร่างของตัวเอง หลังร่วมทำแบบทดสอบเครื่องจับโกหกกับนิตยสาร Vanity Fair เคียงข้างนักแสดงรุ่นพี่และเพื่อนร่วมแสดงภาพยนตร์ The Housemaid อย่าง อแมนดา ไซเฟร็ด ซึ่งเป็นฝ่ายตั้งคำถามสารพัด ตั้งแต่เรื่องนิสัยส่วนตัวไปจนถึงสิ่งที่โผล่ใน TikTok For You Page ก่อนจะมาถึงคำถามที่หลายคนอยากรู้ เมื่อเธอถามตรง ๆ ว่า ‘หน้าอกของคุณเป็นของจริงไหม’ ซิดนีย์หัวเราะก่อนพยักหน้าตอบอย่างมั่นใจว่า ‘ใช่’ และเมื่อถูกถามต่อว่าเคยทำศัลยกรรมหรือไม่ เธอส่ายหน้าปฏิเสธ พร้อมยืนยันว่าไม่เคยทำศัลยกรรมใด ๆ ทั้งสิ้น ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านโพลีกราฟก็ระบุทันทีว่าคำตอบของเธอ ‘เป็นความจริง’ ทำเอาอแมนดาแซวขำ ๆ ว่า ‘ขอจับได้ไหม’ ขณะที่ซิดนีย์ก็ตอบกลับแบบเล่น ๆ ว่า ‘ได้เลย’

‘เอ-แป้ง’ตามหาของดีชัยบาดาล ใน ‘มิตรรัก ทั่วไทย’

‘เอ-แป้ง’ตามหาของดีชัยบาดาล ใน ‘มิตรรัก ทั่วไทย’

‘เอ-แป้ง’ตามหาของดีชัยบาดาล ใน ‘มิตรรัก ทั่วไทย’

วันอาทิตย์ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

การเดินทางเริ่มต้นท่ามกลางบรรยากาศงดงาม ณ วัดถ้ำเขาปรางค์ อันซีนวัดสวยของชัยบาดาล ที่โดดเด่นด้วยพระพุทธรูปปางปฐมเทศนาองค์ใหญ่บนยอดเขา ก่อนพาแวะเติมพลังด้วยร้านอร่อยประจำชุมชน “ร้านซดโล่ง ก๋วยเตี๋ยวไก่มะระ by เจ๊นุช” ที่ขึ้นชื่อทั้งความคุ้มค่าและรสชาติถูกปาก

จากนั้น เอ-แป้ง มุ่งหน้าสู่ตลาดทางรถไฟลำนารายณ์ เพื่อตามหาของดีไฮไลต์ประจำพื้นที่ “น้ำพริกตนเอง” โดยมี “ตนเอง-ฐาวดี จงวัฒนา” ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มพัฒนาและแปรรูปอาหารเพื่อสุขภาพ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี คนรุ่นใหม่ไฟแรง ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมพาแนะนำสารพัดน้ำพริกรสจัดจ้าน ทั้งน้ำพริกปลาร้าสับทรงเครื่อง น้ำพริกตาแดง น้ำพริกเผาหมู และน้ำพริกปลาย่าง ที่สืบทอดสูตรดั้งเดิมจากรุ่นแม่ ก่อนนำมาพัฒนาบรรจุภัณฑ์และต่อยอดสู่ตลาดออนไลน์งานนี้สองพ่อลูกไม่พลาดลงครัว เคียงข้างแม่ ๆ ชาวชัยบาดาล ลุยทำน้ำพริกปลาร้าสับทรงเครื่องตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนเสร็จ พร้อมล้อมวงชิมเมนูแซ่บแบบบ้าน ๆ อย่างข้าวผัดน้ำพริก และเมี่ยงปลาร้าสับใส่หมูสับ สะท้อนเสน่ห์อาหารพื้นถิ่นที่ทั้งอร่อยและเปี่ยมด้วยเรื่องราวปิดท้ายด้วยการเปิดพื้นที่ช่วยขายสินค้าชุมชน ทั้งน้ำพริกตนเอง และผลิตภัณฑ์จากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนในอำเภอชัยบาดาล ให้แฟนรายการได้ร่วมอุดหนุน ซึ่งสามารถสั่งซื้อสินค้าได้ทางเว็บไซต์ shop.bugaboo.tv

‘แห้ว’ เที่ยวตามรอยแม่หลวง ห้องเรียนธรรมชาติ สร้างอาชีพให้กับชาวบ้าน

‘แห้ว’ เที่ยวตามรอยแม่หลวง  ห้องเรียนธรรมชาติ สร้างอาชีพให้กับชาวบ้าน

‘แห้ว’ เที่ยวตามรอยแม่หลวง ห้องเรียนธรรมชาติ สร้างอาชีพให้กับชาวบ้าน

วันอาทิตย์ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ทริปนี้ “แห้ว” ชวนมาที่ ฟาร์มตัวอย่างสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง บ้านยางกลาง ต.สีบัวทอง อ.แสวงหา จ.อ่างทอง  กับการเที่ยวตามรอยแม่หลวง เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์…

พื้นที่ 721 ไร่ เป็นโครงการฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริ ลำดับที่ 46 ของประเทศ  เพื่อให้เกษตรกรนำองค์ความรู้ไปปรับใช้กับพื้นที่การเกษตรของตนเอง ช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและประชาชน เริ่มจากนั่งรถรางเที่ยวชมรอบฟาร์ม ผ่านพลับพลาที่ประทับ และอาคารสำคัญต่างๆ  ได้เห็นทั้งแปลงปลูกข้าว แปลงไม้ผล ไม้ประดับ พืชไร่ และสวนป่า โดยเฉพาะแปลงเกษตรสาธิตนอกจากแปลงสาธิตการปลูกผัก ที่นี่ยังมีโรงเพาะเห็ดขนาดใหญ่หลากหลายชนิดให้ได้เรียนรู้ในทุกขั้นตอนอีกด้วยจากนั้นเปลี่ยนบรรยากาศไปฟาร์มปศุสัตว์ ทำกิจกรรมสนุกๆ อย่างดูการเลี้ยงแพะ ให้อาหารแพะ และหมูจินหัว ซึ่งเป็นสายพันธุ์นำเข้าจากต่างประเทศภายในฟาร์มตัวอย่างสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง บ้านยางกลาง  ยังมีศูนย์ศิลปาชีพสีบัวทอง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพื้นที่สร้างงานหัตถศิลป์อันประณีตแบบครบวงจร ถ่ายทอดภูมิปัญญาไทยจากรุ่นสู่รุ่น เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปได้เข้าชมและศึกษางานด้านเซรามิค การทอผ้ายกราชสำนักไทยโบราณ รวมไปจนถึงการทำหัวโขนจากกระดาษข่อย ซึ่งมีเพียงแห่งเดียวในประเทศไทยและงานปักผ้าสำหรับโขนพระราชทาน