‘อนุทิน’ สั่ง 14 วัน บิ๊กคลีนนิ่งหาดใหญ่ให้สะอาด จัด อส. 2 พันชีวิต ดูแลทรัพย์สินประชาชน

'อนุทิน' สั่ง 14 วัน บิ๊กคลีนนิ่งหาดใหญ่ให้สะอาด จัด อส. 2 พันชีวิต ดูแลทรัพย์สินประชาชน

‘อนุทิน’ สั่ง 14 วัน บิ๊กคลีนนิ่งหาดใหญ่ให้สะอาด จัด อส. 2 พันชีวิต ดูแลทรัพย์สินประชาชน

วันศุกร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 20.28 น.

‘อนุทิน’ สั่ง 14 วัน บิ๊กคลีนนิ่งหาดใหญ่ให้สะอาด จัด อส. 2 พันคนดูแลทรัพย์สินปชช. เล็งใช้โมเดลช่วงโควิด-19 ทำควอรันทีน

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 เวลา 18.20 น.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ร่วมประชุมกับหน่วยงานในพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัย ที่ค่ายเสนาณรงค์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ว่า สำหรับกรอบระยะเวลาในการฟื้นฟูนั้นเบื้องต้นจำกัดไว้ 14 วัน ในการให้ประชาชนกลับเข้าบ้านได้ในช่วง 7- 10 วัน ส่วน 14 วันนั้นคือการทำให้สาธารณูปโภคต่าง ๆ รวมถึงความสะอาดของพื้นที่ต่าง ๆ กลับคืนสู่ความปกติในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ มีขยะเกลื่อน วันนี้ต้องพูดถึงโหมดฟื้นฟู เพราะสถานการณ์เลวร้ายที่สุดได้ผ่านไปแล้ว จึงต้องเร่งฟื้นฟูและให้ประชาชนได้กลับบ้านให้เร็วที่สุด แต่ด้วยสภาพน้ำท่วมขังมิดหลังคา ย่อมมีความเสียหายเกิดขึ้น ทางจังหวัดจะเร่งไปช่วยบิ๊กคลีนนิ่ง ให้สามารถกลับเข้าอาศัยในบ้าน

แต่ขณะที่กำลังรอการกลับเข้าบ้าน ตนจะใช้โมเดลในช่วงที่เกิดสถานการณ์ โควิด-19 ซึ่งมีการทำควอรันทีน ในช่วงกลางวันต้องเข้าไปทำความสะอาดบ้าน ซ่อมไฟซ่อมน้ำ และกลางคืนให้ไปนอนที่โรงแรม เพื่อที่จะไม่ต้องไปกระจุกตัวที่ศูนย์พักพิง ส่วนเรื่องไฟกับน้ำขณะนี้สายเมน 100% แล้ว จะมีการต่อสายย่อยเข้าไปในส่วนของบ้านที่ระดับน้ำลดลงแล้ว ซึ่งจะมีการประเมินสำหรับการจ่ายไฟฟ้าอีกครั้ง ขณะที่เรื่องการดูแลทรัพย์สินประชาชน ตนได้ย้ำเรื่องนี้กับทั้ง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 และผู้บังคับการตำรวจสงขลา ซึ่งได้มีการจัดหน่วยลาดตระเวน เพื่อไม่เกิดเหตุการตีรันฟันแทง การฉกชิงทรัพย์สิน ซึ่งได้รับการยืนยันว่าถึงขณะนี้ยังไม่มีสถานการณ์แบบนั้นเกิดขึ้น ตนได้ย้ำว่าคนเริ่มกลับเข้าบ้านแล้ว ขอให้ดูแลเป็นพิเศษ ในส่วนกระทรวงมหาดไทยมีการจัดอส. 2,000 คนจากจังหวัดใกล้เคียงมาดูแล

กัณวีร์ จี้ต่อมสำนึกรัฐบาลช่วยเหยื่อสแกม มินละปาน กว่า 300 คน

กัณวีร์ จี้ต่อมสำนึกรัฐบาลช่วยเหยื่อสแกม มินละปาน กว่า 300 คน

กัณวีร์ จี้ต่อมสำนึกรัฐบาลช่วยเหยื่อสแกม มินละปาน กว่า 300 คน

วันศุกร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 19.32 น.

จี้รัฐบาลช่วยเหยื่อสแกม “มินละปาน”กว่า 300 คน “กัณวีร์”แนะรัฐใช้การทูตหลากหลายชายแดนไทยพม่า-เร่งวางแผนปฎิบัติการระดับชาติรับมือเหยื่อต่างชาติทะลักไทย-พบต้มตุ๋นรูปแบบใหม่ “ฟิลแฟน”หลอกให้รักแล้วพาตัวไปขายหัวละ 3-4 หมื่น

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 นายกัณวีร์ สืบแสง สส.พรรคเป็นธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงชาวต่างชาติกว่า 300 คนที่ออกมาจากสแกมเซ็นเตอร์ “มินละปาน”ทางตอนใต้ของเมืองเมียวดี ประเทศพม่า ตรงข้ามบ้านห้วยมหาวงศ์ ต.มหาวัน อ.แม่สอด จ.ตาก ซึ่งเป็นพื้นที่ของกองกำลังกะเหรี่ยงDKBA (Democratic Karen Benevolent Army) เพื่อต้องการข้ามมายังฝั่งไทย แต่ไม่ได้รับอนุญาตจากทางการไทยทำให้ต้องปักหลักนอนค้างคืนอยู่ริมแม่น้ำเมยฝั่งเมียวดี ภายหลังแหล่งสแกมในมินละปานถูกทหารของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (Karen National Union-KNU) บุกยึดไว้ได้ว่า ทราบข้อมูลเบื้องต้นจาก KNU แล้ว โดยชาวต่างชาติกว่า 300 คนนี้มาจาก 17 ประเทศ ส่วนใหญ่เป็นคนจีน 198 คน ซึ่งยังไม่รวมคนที่อยู่ในตึกอีกจำนวนมาก โดยKNU สามารถยึดอุปกรณ์ต่างๆได้มากมายซึ่งเป็นหลักฐานและพยานเชื่อมโยงนำไปใช้ในชั้นศาลได้ โดยเขาพร้อมจะมอบให้กับทางการไทย เพียงแต่ขณะนี้เมื่อประสานทางการไทยกลับไม่มีความพร้อม เข้าใจว่ารัฐบาลกำลังให้ความสำคัญกับอุทกภัยที่หาดใหญ่ซึ่งก็เข้าใจ แต่สถานการณ์ชายแดนด้าน อ.แม่สอด จ.ตาก ก็ไม่อาจละเลยได้เช่นกัน ดังนั้นรัฐบาลต้องแบ่งคนเข้ามาดูแลด้วย เพราะต้องไม่ลืมว่านายกรัฐมนตรีได้ให้คำมั่นสัญญาไว้กับนานาชาติว่าไทยจะเป็นหนึ่งในประเทศที่ทุ่มเทกับการปราบปรามเหล่าอาชญากรข้ามชาติกลุ่มนี้ 

สส.พรรคเป็นธรรมกล่าวว่า ชาวต่างชาติกว่า 300 คนที่ปักหลักรอข้ามมาฝั่งไทยนั้น มีคนไทยบางคนตั้งคำถามว่าทำไมต้องรับคนเหล่านี้เข้ามา ซึ่งต้องเข้าใจว่า คน 17 สัญชาติส่วนใหญ่เดินทางเข้ามาประเทศไทยก่อนที่จะข้ามไปฝั่งพม่า เพราะพวกเขาถูกหลอกโดยใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่าน ดังนั้นรัฐบาลไทยควรต้องให้เขาเป็นพยานโดยค้นหาความจริงเพื่อนำมาขยายผล จากนั้นก็ให้สถานทูตของแต่ละประเทศมารับตัว รัฐบาลไทยต้องทำตามบทบาทหน้าที่ ใครเป็นเหยื่อก็นำเข้ากลไกส่งต่อระดับชาติ (National Referral Mechanism : NRM) และร่วมมือกับสถานทูตต่างๆ

“เราควรมีแผนปฎิบัติการระดับชาติเพื่อเข้าไปช่วยเหลือในพื้นที่ได้ทันที ที่ผ่านมารัฐบาลทหารพม่าพยายามทำให้โลกเห็นว่าเขาปราบปรามสแกมจริงจัง ซึ่งมีผลโดยตรงที่ต้องส่งคนกลับมาฝั่งประเทศไทย ทำให้คนไทยบางส่วนรู้สึกว่าทำไมต้องเอาภาษีไปช่วยคนเหล่านี้ด้วย อยากให้เข้าใจว่า เราต้องแก้ปัญหานี้เพราะเป็นอาชญากรรมข้ามชาติ เราต้องทำงานร่วมกับต่างชาติ ควรมีแผนระดับชาติ ควรดึงองคาพายพต่างๆเข้ามา เช่น สหรัฐฯ เราต้องใช้เวทีโลกล้อมให้ได้ ดึงเอาสหประชาชาติ หรือ IOM (องค์กรระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน) เข้ามาเพราะเขามีงบประมาณอยู่แล้ว เราต้องไม่ทำงานโดดเดี่ยว ทำอย่างไรไม่ให้คนกลุ่มนี้หลบหนีเข้ามา แต่ควรมีแผนรับมือโดยในพื้นที่ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดและศูนย์สั่งการชายแดนต้องทำงานร่วมกับกลุ่มชาติพันธุ์ เราจะได้เตรียมความพร้อมได้ทัน เราต้องวางแผนเร่งด่วนให้ได้”นายกัณวีร์ กล่าว

สส.พรรคเป็นธรรมกล่าวว่า อย่างกรณีน้ำท่วมที่หาดใหญ่ เรารู้ว่ากำลังมีสถานการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้น แต่ยังปล่อยให้สู่ความเลวร้ายโดยไม่มีแผนอะไรเลย เช่นเดียวกับพื้นที่ชายแดนแม่สอด เราสามารถคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ดังนั้นรัฐบาลต้องวางแผนให้ได้ หากมีคนเป็นหมื่นเข้ามา จะต้องใช้กลไกอย่างไร และพวกเขาอยู่กี่วัน เราใช้ภาษีไทยอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องดึงองคาพายพต่างๆมานร่วมแบ่งเบาภาระ 

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีชาวต่างชาติกว่า 300 คนเมื่อถูกส่งตัวจาก KNU  ทำให้รัฐบาลไทยไม่กล้ารับคนเหล่านี้เพราะ KNU คือฝ่ายตรงกันข้ามกับรัฐบาลทหารพม่า จะแก้ปัญหานี้อย่างไร นายกัณวีร์กล่าวว่า การทำงานระหว่างรัฐต่อรัฐอย่างเดียวอาจไม่พอ รัฐบาลไทยจะเกรงใจรัฐบาทหารพม่าอย่างเดียวไม่ได้ เพราะทำให้แก้ปัญหาคนที่ได้รับผลกระทบไม่ได้ รวมถึงการปราบปรามสแกมเซ็นเตอร์ก็จะไม่ประสบความสำเร็จ เพราะทราบกันดีว่าอาชญากรระดับบอสได้อพยพหนีไปหลบอยู่ในย่างกุ้งแล้ว 

 “เราต้องยอมรับทำงาน Track 2 หรือ Track 2.5 (การทูตกึ่งทางการและไม่เป็นทางการ) รัฐบาลไทยต้องวางแผนรับมือให้ได้ ซึ่งเรากำลังทำอยู่ เพียงแต่ปรับเปลี่ยนไปตามรูปการณ์”นายกัณวีร์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่ายังมีความเข้าใจผิดว่าชาวต่างชาติที่เข้ามาเป็นพวกสแกมอย่างเดียว แม้แต่นายกรัฐมนตรี จะอธิบายเรื่องนี้อย่างไร นายกัณวีร์กล่าวว่า ชาวต่างชาติจำนวนมากแม้เดินทางมาโดยสมัครใจ แต่เพราะถูกหลอกลวงว่ามาทำงานที่มีรายได้ดีในไทย แต่กลับถูกเป็นขบวนการอาชญากรรมข้ามชาตินำพาไปยังแหล่งสแกมในประเทศเพื่อนบ้าน โดยเข้าไปทำงานงานที่ไม่ตรงปก พวกเขาจึงต้องทำซึ่งหาก (สแกม) ทำยอดไม่ได้ก็ถูกบังคับและทรมาน กลายเป็นการค้ามนุษย์ หากต้องการออกมาก็ต้องจ่ายเงิน 

“ตอนนี้มีกลุ่มใหม่คือฟีลแฟน คือ (คนไทยหลอกคนไทย) หลอกให้เป็นแฟน 2-3 ครั้ง บางครั้งยอมเสียตัว แล้วพาข้ามไปแหล่งอาชญากรรมในประเทศเพื่อนบ้าน ได้ค่าหัวครั้งละ 3-4 หมื่น เป็นการหลอกให้รักแล้วพาไป ส่วนใหญ่เป็นพวกผู้หญิงที่หลอกพาแฟนไปเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ ผมเพิ่งไปเจอเหยื่อมาด้านชายแดนกัมพูชา ต้องระวังกันให้มากเพราะเป็นเทรนด์ใหม่”นายกัณวีร์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่ทางการไทยไม่ยอมให้เหยื่อกว่า 300 คนข้ามมาเพราะส่งมาจาก KNU ควรแก้ปัญหาอย่างไร นายกัณวีร์กล่าวว่า รัฐบาลไทยควรรับคนเหล่านี้เข้ามาก่อนเพราะเป็นความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ขณะเดียวกันควรเร่งประสานกับประเทศต้นทางของคนเหล่านี้ เพื่อให้มารับตัวคนของตัวเอง

“การที่รัฐบาลไทยไม่จัดการอะไรเลย อาจกลายเป็นว่าไทยถูกมองเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์หรือไม่ เหมือนที่นานาชาติกำลังมองพม่า ดังนั้นเราควรเอามนุษยธรรมเป็นตัวนำ เราเคยส่งกลับผู้ลี้ภัยไปฝั่งพม่า เช่นเดียวกัน เขาข้ามจากจุดไหน เราก็ส่งกลับจุดนั้น ชาวต่างชาติออกไปจากจุดไหนก็ควรส่งกลับมาที่จุดนั้นเราต้องแสดงให้เห็นว่าเราเอาจริงกับปัญหานี้”นายกัณวีร์ กล่าว

นายกัณวีร์กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ยังไม่เคยมีการดำเนินการกับไทยเทา-ไทยดำเลย เชื่อว่าต้องมีคนที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก อยากเรียกร้องรัฐบาลไทยให้มีการสืบสวนสอบสวนให้ถึงขบวนการนำพาเหยื่อ ยิ่งรัฐบาลปกปิดยิ่งขยายกว้าง ทุกวันนี้เรายังเห็นท่าข้ามฟากส่งคนข้ามไป ทั้งนักการเมืองระดับชาติ ระดับท้องถิ่น นักธุรกิจ รวมถึงข้าราชการบางคน ยังทุจริตคอรัปชั่นได้รับผลประโยชน์จากเหล่าอาชญากรข้ามชาติกันอย่างโจ่งแจ้ง เชื่อได้ว่าหากรัฐบาลไทยยังเฉยก็จะถูกวิจารณ์ได้ว่ารู้เห็นเป็นใจกับสแกมเมอร์ แต่หากต้องการให้ตัวเองบริสุทธิ์ รัฐบาลไทยก็ต้องเร่งดำเนินการกับคนเหล่านี้ อย่าตัดตอนคนที่ถูกส่งออกมาจากแหล่งอาชญากรรมโดยรีบส่งกลับประเทศต้นทางโดยไม่สืบสาวราวเรื่อง เหมือนที่เคยส่งคนจีนไปเลยโดยที่ไม่สืบสวนสอบสวนอะไรเลย รู้ทั้งรู้ว่าเขาไม่ใช่เหยื่อแต่เป็นอาชญากรข้ามชาติแต่ก็ปล่อยไป

ศาลอาญารับอุทธรณ์ คดี ม.112 ของ ทักษิณ สั่งจำเลยทำอุทธรณ์แก้ภายใน 15 วัน

ศาลอาญารับอุทธรณ์ คดี ม.112 ของ ทักษิณ สั่งจำเลยทำอุทธรณ์แก้ภายใน 15 วัน

ศาลอาญารับอุทธรณ์ คดี ม.112 ของ ทักษิณ สั่งจำเลยทำอุทธรณ์แก้ภายใน 15 วัน

วันศุกร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 19.12 น.

อัยการยื่นอุทธรณ์ คดีม.122 ทักษิณแล้ว ศาลอาญารับอุทธรณ์  สั่งจำเลยแก้อุทธรณ์ภายใน15 วัน

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการยื่นอุทธรณ์คดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ของ พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 8 ที่เป็นโจทก์ฟ้องนายทักษิณ ชินวัตร  อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลยกรณีที่นายทักษิณ ให้สัมภาษณ์มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน กับสำนักข่าวแห่งหนึ่ง ที่กรุงโซล เกาหลีใต้ เมื่อปี 2558  และศาลอาญาพิพากษายกฟ้องซึ่งเป็นอำนาจของอัยการสูงสุดเนื่องจากเป็นคดีนอกราชอาณาจักร ก่อนหน้านี้พนักงานอัยการโจทก์ได้ยื่นขอขยายอุทธรณ์มาทั้งหมด 3 ครั้ง ซึ่งครั้งล่าสุดจะสิ้นสุดวันที่ 19 ธันวาคมนี้โดยมีรายงานว่าพนักงานอัยการ โจทก์ ยื่นคำอุทธรณ์คำพิพากษาคดีพร้อมเอกสารประกอบต่อศาลอาญาแล้ว 

ศาลอาญา จึงมีคำสั่งว่า อัยการโจทก์ยื่นอุทธรณ์คดีภายในกำหนดเวลาที่ได้รับอนุญาตให้ขยายรับอุทธรณ์ของโจทก์ สำเนาให้จำเลยแก้อุทฑรณ์ภายใน 15 วันนับแต่วันรับสำเนาอุทธรณ์

อนุทิน เจอโวย ชาวบ้านลำบาก แต่นายกฯ นั่งรถ เจ้าตัวบอกเข้าใจ เป็นใครก็โกรธ พร้อมขอโทษ จะเร่งฟื้นฟู

อนุทิน เจอโวย ชาวบ้านลำบาก แต่นายกฯ นั่งรถ เจ้าตัวบอกเข้าใจ เป็นใครก็โกรธ พร้อมขอโทษ จะเร่งฟื้นฟู

อนุทิน เจอโวย ชาวบ้านลำบาก แต่นายกฯ นั่งรถ เจ้าตัวบอกเข้าใจ เป็นใครก็โกรธ พร้อมขอโทษ จะเร่งฟื้นฟู

วันศุกร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 18.52 น.

“อนุทิน” ลุยหาดใหญ่ ชาวบ้านโวย  “คนลำบาก แต่นายกฯนั่งรถ” แนะให้ลงเดินจะยกนิ้วให้ ด้าน นายกฯ เผย เข้าใจ พร้อมน้อมรับความผิดพลาด ชี้เป็นใครก็โกรธในสถานการณ์แบบนี้ พร้อมพา ปชช.ขึ้นรถกลับเกาะหมีด้วยกัน ยัน “สธ.” มีแผนรับมือระยะยาว คุมโรค-ซ่อมโรงพยาบาล 

เมื่อเวลา 15.54 น. วันที่ 28 พ.ย. 68 ที่จังหวัดสงขลา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย พร้อมคณะ ขึ้นรถทหารเดินทางจากโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ไปยังศูนย์พักพิงในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ปรากฏว่าระหว่างทางมีชาวบ้าน 2 คนขับขี่รถจักรยานยนต์ มาจอดที่ท้ายรถของคณะนายกฯก่อนตะโกนพร้อมชี้ไปที่นายกฯและต่อว่า “นายกฯอย่านั่งรถซิ นายกฯเดินดูเลย ถ้านายกฯลงมาเดินดูจะเยี่ยมแบบนี้เลย” พร้อมยกนิ้วโป้ง ก่อนกล่าวว่า “เอาลูกนักเลงมาเลย“

ก่อนชาวบ้าน กล่าวต่อว่า “คนลำบาก นายกฯนั่งรถ ชาวบ้านด่าเพราะนายกฯนั่งรถ ให้ลงเดินเลยเชื่อผม เพราะถ้าเป็นผม ผมลงเดินเลย” ก่อนที่นายกฯจะตอบว่า “โอเค” 

ทั้งนี้ ชาวบ้านพูดต่ออีกว่า “นายกฯกลัวอะไร มีอำนาจอยู่แล้ว ใครมาว่าจับแม่งเลย” ก่อนจะขับรถออกไป

จากนั้นผู้สื่อข่าวถามนายกฯว่า ชาวบ้านมาต่อว่าได้ทำความเข้าใจกับชาวบ้านรายดังกล่าวอย่างไรบ้าง นายกฯกล่าวว่า เราต้องฟังเขา เป็นใครก็โกรธ เราต้องน้อมรับ เพราะเป็นความผิดพลาด ที่เกิดขึ้นในช่วงสถานการณ์แบบนี้ ก็ต้องยอมรับให้เขาระบาย และก็ขอโทษเขา และยังต้องนำข้อมูลของเสียงสะท้อนนั้น มาจัดการแก้ไขให้เป็นประโยชน์ หากเขามาบอกให้เข้าไปดูตรงจุดไหนเราก็ต้องเข้าไปดู 

ผู้สื่อข่าวจะย้ำถามว่า ชาวบ้านส่วนใหญ่มีความเครียดจากสถานการณ์ นายกฯได้ตอบกลับทันทีว่า เป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้ว ทุกคนมีความเครียด และเราเป็นรัฐบาลเราก็ต้องขอโทษ ที่ทำให้พวกเขาต้องจากที่อยู่อาศัยมาอยู่แบบนี้ ไม่ว่าอะไรก็ตามก็ต้องยอมรับว่าเป็นข้อผิดพลาด แต่เราต้องไม่ทำให้มีอะไรผิดซ้ำซ้อน หรือผิดไปมากกว่านี้ และต้องเร่งฟื้นฟู คืนสภาพชีวิตปกติให้ชาวบ้านโดยเร็วที่สุด ซึ่งตรงนี้รัฐบาลกำลังเร่งทำอยู่

จากนั้นนายกฯเดินทางถึงศูนย์พักพิงในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และสอบถามว่า อาหารเพียงพอหรือไม่ โดยเจ้าหน้าที่ได้รายงานว่าอาหารเพียงพอ และประชาชนบางส่วนได้เดินทางกลับบ้านไปบ้างแล้ว นายอนุทิน จึงกล่าวว่า เดี๋ยวต้องจ่ายไฟไปให้ชาวบ้าน ก่อนจะเดินดูภายในศูนย์อพยพ พร้อมบอกว่าหากไม่ได้ที่นี่แย่เลย 

ช่วงหนึ่งมีผู้ประสบภัยเดินเข้ามาหานายอนุทิน พร้อมยกมือไหว้ ซึ่งนายอนุทินได้ถามความเป็นอยู่ โดยผู้ประสบภัยตอบว่า อยู่คนเดียว ญาติพี่น้องไม่มี นายอนุทินจึงบอกว่า อยู่ที่นี่ก่อน จากนั้นผู้ประสบภัยได้ร้องไห้โฮ พร้อมกอดไปที่เอว นายอนุทิน ขณะที่นายอนุทิน กอดปลอบแล้วบอกว่า ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร 

จากนั้นมีหญิงคนหนึ่งมาบอกกับนายกรัฐมนตรีว่าหารถกลับบ้านที่เกาะหมี โดยนายกรัฐมนตรี เอ่ยปากว่า ให้กลับไปพร้อมกับตน รวมทั้งสัมภาระที่ติดตัวมาด้วย ขณะที่เจ้าหน้าที่จะขอนายกฯไปดำเนินการเรื่องนี้ แต่นายกฯยืนยันว่าจะให้หญิงรายดังกล่าวไปด้วยกัน เนื่องจากเป็นทางที่ต้องผ่านอยู่แล้ว และให้นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ถือสัมภาระของหญิงดังกล่าว  พร้อมระบุว่า จะไปเกาะหมีเพื่อดูสภาพความเสียหายของพื้นที่ดังกล่าวอยู่แล้ว

นายกฯ ยังกล่าวถึงการประเมินด้านการสาธารณสุขว่า มีการตั้งโรงพยาบาลสนาม 7 แห่งเพื่อรับมือแล้ว เมื่อถามว่า การแก้ไขปัญหาระยะยาวเนื่องจากโรงพยาบาลใหญ่หลายแห่งเสียหายหนักนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทุกโรงพยาบาลมีกองช่างและวิศวกรที่คอยดูแลอยู่แล้ว ส่วนเรื่องโรคหลังน้ำท่วม กระทรวงสาธารณสุขจะมีแผนการรับมืออยู่แล้ว

เมื่อถามว่า การมาวันนี้รู้สึกอย่างไรบ้าง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รู้สึกเครียดที่เห็นประชาชนลำบากแบบนี้ ทุกข์ไม่น้อยกว่าท่านแน่นอน และต้องเร่งคืนความสะดวกสบายให้กับประชาชนมากที่สุด พร้อมย้ำว่าสัปดาห์หน้าเงินเยียวยาจะต้องถึงมือผู้ประสบภัย เงินช่วยเหลือศพละ 2 ล้านบาท ต้องถึงครอบครัวและนโยบายพักหนี้ก็ต้องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเร็วที่สุด

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงการจัดการศพของประชาชนชาวมุสลิม นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ต้องเร่งดำเนินการพิสูจน์อัตลักษณ์ และคืนร่างให้กับครอบครัว ซึ่งตอนนี้รับรายงานว่ามีจำนวนศพ 100 เศษ มีทีมนิติเวชอยู่ในพื้นที่แล้วกว่า 20 คน และเตรียมพร้อมสนับสนุนเพิ่มอีก 40 คน

จากนั้น นายกรัฐมนตรี ขึ้นรถทหารเพื่อเดินทางไปยังเกาะหมี โดยเวลา 17.00 น. ขบวนรถทหารของนายกรัฐมนตรีเดินทางถึงเกาะหมี และได้ส่งหญิงรายดังกล่าวถึงที่หมายอย่างปลอดภัย 

กพช. ไฟเขียว 5 มาตรการใหญ่ ลุยโซลาร์ฟาร์มชุมชน 1,500 MW

กพช. ไฟเขียว 5 มาตรการใหญ่ ลุยโซลาร์ฟาร์มชุมชน 1,500 MW

กพช. ไฟเขียว 5 มาตรการใหญ่ ลุยโซลาร์ฟาร์มชุมชน 1,500 MW

วันศุกร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 18.47 น.

กพช. ไฟเขียว 5 มาตรการใหญ่หนุนความมั่นคงพลังงานประเทศ เดินหน้าปรับโครงสร้างก๊าซใหม่ อนุมัติลงทุนติดตั้ง Topside ท่าเทียบเรือ LNG มาบตาพุด ลุยโซลาร์ฟาร์มชุมชน 1,500 MW

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 เวลา 15.00 น.  ณ ตึกสันติไมตรี (หลังใน) ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล  นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ครั้งที่ 4/2568 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ภายหลังการประชุมฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และนายวัฒนพงษ์ คุโรวาท​​ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน  แถลงข่าวฯ ณ ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล สรุปสาระสำคัญ ดังนี้  

ที่ประชุมเห็นชอบหลักเกณฑ์การกำหนดโครงสร้างราคาก๊าซธรรมชาติใหม่ โดยให้ราคาสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง เพื่อสร้างความเป็นธรรมต่อผู้ใช้ก๊าซธรรมชาติทุกภาคส่วน ส่งผลให้ราคาก๊าซธรรมชาติที่เข้าและออกจากโรงแยกก๊าซ รวมถึงก๊าซที่ใช้ผลิตก๊าซหุงต้ม (LPG) ใช้ต้นทุนเท่ากับราคาเฉลี่ยของก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย ขณะที่ก๊าซธรรมชาติสำหรับการผลิตไฟฟ้า ภาคขนส่ง (NGV) และภาคอุตสาหกรรม จะใช้ราคา Pool Price ซึ่งเป็นราคาเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของก๊าซจาก 3 แหล่ง ได้แก่ อ่าวไทย เมียนมา และก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) นำเข้า โดยราคาก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทย ที่เข้าโรงแยกก๊าซจะมีราคาสูงกว่าราคาก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยที่นำมาคำนวณใน Pool Price ร้อยละ 10 ซึ่งโรงแยกก๊าซธรรมชาติเป็นผู้รับภาระส่วนต่างราคา โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป อย่างไรก็ดีเปิดโอกาสให้สามารถทบทวนโครงสร้างราคาได้ หากสถานการณ์ราคาก๊าซธรรมชาติเปลี่ยนแปลงหรือมีผลกระทบต่อการดำเนินงานของโรงแยกก๊าซธรรมชาติ

รวมทั้งเห็นชอบให้บริษัท พีอี แอลเอ็นจี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และบริษัท พีทีที แอลเอ็นจี จำกัด ดำเนินการติดตั้งอุปกรณ์ Topside หรืออุปกรณ์สูบถ่ายก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากเรือขนส่ง LNG เข้าสู่สถานี LNG ณ ท่าเทียบเรือที่ 2 ของสถานีแอลเอ็นจี มาบตาพุด แห่งที่ 2 จังหวัดระยอง วงเงินลงทุน 3,385 ล้านบาท ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี 2571 พร้อมมอบหมายให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) พิจารณาการส่งผ่านภาระการลงทุนไปยังผู้ใช้พลังงานเฉพาะเท่าที่จำเป็น

“ปัจจุบัน สถานี LNG แห่งที่ 2 มีอุปกรณ์ Topside ติดตั้งอยู่เฉพาะท่าเทียบเรือที่ 1 ขณะที่ท่าเทียบเรือที่ 2 เป็นท่าเรือเปล่าที่ก่อสร้างรองรับการติดตั้งไว้ตามแผนเดิม อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่สถานีเปิดให้บริการในปี 2565 ปริมาณเรือ LNG ที่เข้ามาเทียบท่าที่ 1 สูงกว่าที่คาดการณ์ ส่งผลให้ต้องมีการซ่อมบำรุงใหญ่เร็วกว่ากำหนด กพช. จึงเห็นควรเร่งติดตั้งอุปกรณ์ Topside ที่ท่าเทียบเรือที่ 2 เพื่อรองรับการให้บริการในช่วงซ่อมบำรุงท่าเทียบเรือที่ 1 และเพื่อให้สถานีสามารถรักษาความต่อเนื่องของการรับเรือและจ่ายก๊าซธรรมชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังช่วยเสริมความมั่นคงของระบบพลังงานของประเทศในระยะยาวอีกด้วย” 

นอกจากนี้ ที่ประชุม กพช. ได้มีมติเห็นชอบกรอบหลักการโครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชน (Community-based Solar Power Generation Project) รวมถึงอัตรารับซื้อไฟฟ้าและแนวทางการกำหนดส่วนลดค่าไฟฟ้าให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย (ประเภท 1) ที่เข้าร่วมโครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชน โดยรูปแบบโครงการจะเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน ขนาดไม่เกิน 10 เมกะวัตต์ต่อแห่ง รวมกำลังการผลิตไม่เกิน 1,500 เมกะวัตต์ โดย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จะเป็นผู้รับซื้อไฟฟ้าจากโครงการ ด้วยอัตรา Feed-in Tariff (FiT) ในอัตรา 2.1679 บาทต่อหน่วย สัญญาซื้อขายไฟฟ้า มีระยะเวลา 25 ปี ในรูปแบบ Non-Firm โดย กฟภ. เป็นผู้นำส่งและจำหน่ายไฟฟ้าที่ผลิตได้จากโครงการฯ ไปยังผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยซึ่งอยู่ในพื้นที่ชุมชนที่โครงการตั้งอยู่ โดย กฟภ. จะให้ส่วนลดไฟฟ้ากับครัวเรือนที่มีสถานะเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย (ประเภท 1) ในชุมชนที่มีโรงไฟฟ้าได้รับการคัดเลือกมาแล้วมากกว่า 1 เดือน โดยมีสูตรการคำนวณส่วนลดค่าไฟฟ้าซึ่งได้คำนึงถึงอัตรารับซื้อไฟฟ้าจากโครงการและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการโครงข่ายระบบไฟฟ้าแล้ว

สำหรับการกำหนดพื้นที่ชุมชนที่เหมาะสมสำหรับการดำเนินโครงการฯ นายอรรถพลฯ ย้ำว่า จะต้องคำนึงถึงศักยภาพด้านพื้นที่ที่ใช้ในการพัฒนาโครงการให้สอดคล้องกับขนาดกำลังการผลิต ปริมาณและรูปแบบการใช้ไฟฟ้า (Load Profile) ของผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย (ประเภท 1) ในพื้นที่ชุมชนให้สอดคล้องกับรูปแบบการผลิตไฟฟ้าของโครงการ และต้องคำนึงการกระจายประโยชน์จากโครงการให้กับผู้ใช้ไฟฟ้ากลุ่มเปราะบาง (มีปริมาณการใช้ไฟฟ้าไม่เกิน ๒๐๐ หน่วยต่อเดือน) เป็นสำคัญ ในส่วนของการคัดเลือกเอกชนผู้พัฒนาโครงการในแต่ละพื้นที่ชุมชนจะพิจารณาจากความพร้อมด้านคุณสมบัติและเทคนิค โดยใช้หลักการยื่นข้อเสนอก่อนได้สิทธิ์การพิจารณาก่อน (First Come First Served: FCFS) เพื่อให้เชื่อมั่นได้ว่าเอกชนที่ได้รับคัดเลือกจะมีความสามารถในการพัฒนาโครงการให้สำเร็จและจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบตามแผนที่กำหนดไว้ ตลอดจนสามารถดำเนินโครงการอย่างมีประสิทธิภาพได้ตลอดอายุสัญญา

นายอรรถพลฯ ระบุว่า ผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละราย มีสิทธิได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้พัฒนาโครงการ ได้สูงสุดไม่เกิน 30 เมกะวัตต์ โดย กฟภ. จะเป็นผู้พิจารณาคำเสนอขายไฟฟ้าตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการคัดเลือกที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กำหนด นอกจากนี้ในส่วนของการดำเนินการเพื่อให้มีการกำกับดูแลให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน และมีการบริหารจัดการให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อโครงข่ายระบบไฟฟ้าและการให้บริการของการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายตลอดอายุสัญญา เอกชนผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้พัฒนาโครงการต้องมีการเข้าร่วมทุนกับบริษัทในเครือของ กฟภ. ก่อนลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) โดยถือว่ามีคุณสมบัติเป็นผู้ร่วมทุนของบริษัทในเครือของ กฟภ. โดยไม่ต้องพิจารณาคุณสมบัติอื่นอีก ทั้งนี้ บริษัทในเครือของ กฟภ. จะถือหุ้นในบริษัทร่วมทุนด้วยสัดส่วน ร้อยละ 10 ตลอดอายุสัญญา

นายอรรถพลฯ กล่าวว่า ที่ประชุม กพช. เห็นชอบ แนวทางการดำเนินการสำหรับกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าที่มีการผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้เองหรือเพื่อจำหน่ายไฟฟ้าระหว่างเอกชนกับเอกชน (IPS) เพื่อตอบรับการเติบโตอย่างรวดเร็วของกลุ่ม IPS โดยนายอรรถพลฯ เปิดเผย รายละเอียดแนวทางการดำเนินการสำหรับกลุ่ม IPS ที่ กพช. เห็นชอบแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ดังนี้ 

1.กลุ่มที่สามารถพิจารณาอนุญาตได้ต่อเนื่อง ครอบคลุม 

1.1      กลุ่มที่สามารถพิจารณาอนุญาตได้อย่างต่อเนื่องทันที ได้แก่ โครงการผลิตไฟฟ้าใช้เอง (Self-Consumption) ทุกเชื้อเพลิงที่ประกอบกิจการในพื้นที่ผู้ใช้ไฟฟ้า (On-site) 

1.2      โครงการซื้อขายไฟฟ้าระหว่างเอกชน (Private PPA) เฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา (Solar Rooftop) 

2.       กลุ่มที่อยู่ระหว่างการพิจารณาอนุญาต ครอบคลุม 

2.1      โครงการ Self-Consumption ทุกเชื้อเพลิงนอกพื้นที่ผู้ใช้ไฟฟ้า (Off-site) 

2.2      โครงการ Private PPA ทุกเชื้อเพลิงที่ไม่ใช่ Solar Rooftop (ทั้ง On-site และ Off-site) 

2.3      ผู้รับใบอนุญาตรายเดิมที่ยื่นขอต่ออายุ/ เปลี่ยนแปลง (ลด/เท่าเดิม) / โอน-ควบรวมกิจการในภายหลัง

โดยในกลุ่ม 2 นี้ จะพิจารณาอนุญาตเฉพาะกรณีที่ สำนักงาน กกพ. ได้รับคำขออนุญาตตาม พรบ. กกพ. พ.ศ. 2550 มาตรา 47 และ 48 แล้ว หรือเป็นโครงการได้รับอนุมัติ/อนุญาต/สิทธิจากรัฐ (เช่น CoP ขั้นต้น, BOI, อ.1, ร.ง.4) ก่อนวันที่ 30 ธันวาคม 2568 

3. กลุ่มชะลอการรับคำขออนุญาตชั่วคราว ครอบคลุมโครงการที่มีลักษณะเดียวกับกลุ่มที่ 2.1 และ 2.2  แต่เป็นโครงการที่สำนักงาน กกพ. ยังไม่ได้รับคำขออนุญาต และโครงการ ยังไม่ได้รับอนุมัติ/อนุญาต/สิทธิจากรัฐ ก่อนวันที่ 30 ธันวาคม 2568 จะถูกชะลอการรับคำขอไว้ก่อนเป็นการชั่วคราว จนกว่าจะมีหลักเกณฑ์หรือนโยบายใหม่ที่ชัดเจน

ทั้งนี้ กพช. อนุมัติตามแนวทาง 3 กลุ่ม ดังกล่าวไปก่อนจนกว่าจะมีหลักเกณฑ์หรือนโยบายใหม่ชัดเจน นอกจากนี้ ที่ประชุมได้มีมติมอบหมายสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย ดำเนินการร่วมกันเพื่อเสนอแนวทางที่เหมาะสมในด้านนโยบายและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องในการกำกับดูแลกลุ่ม IPS ต่อไป

นายอรรถพลฯ เปิดเผยต่อว่า ที่ประชุม กพช. ยังได้มีมติเห็นชอบหลักการแก้ไขพระราชกฤษฎีกากำหนดผู้ใช้พลังงานไฟฟ้า พ.ศ. 2512 โดยเพิ่มกลุ่มผู้ใช้พลังงานไฟฟ้าประเภท Data Center ตั้งแต่ 200 เมกะวัตต์ขึ้นไป ให้สามารถเป็นลูกค้าตรง (Direct Customer) ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยได้ โดยมติดังกล่าวเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของประเทศ เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล การขยายตัวของอุตสาหกรรม Data Center และการลงทุนด้านเทคโนโลยีขั้นสูงในประเทศไทย โดย กฟผ. จะสามารถจ่ายไฟฟ้าจากระบบส่งที่มีความมั่นคงสูงให้กับผู้ประกอบการรายใหญ่โดยตรง ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากเหตุไฟฟ้าดับ ลดการลงทุนซ้ำซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้โครงสร้างพื้นฐานของประเทศ

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับทราบกรณีข้อพิพาทจากการดำเนินการตามนโยบายรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย การไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ทั้งนี้ในประเด็นเรื่องการพิจารณาขยายกำหนดวันจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (SCOD) โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่เกิดจากเหตุสุดวิสัย เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ซึ่งผลการพิจารณาของ กกพ. ถือเป็นที่สุด โดยไม่ต้องนำเสนอคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) พิจารณา และ มอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการฯ นำข้อพิพาททางปกครองจากการดำเนินการตามนโยบายรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน หารือกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในประเด็นอำนาจหน้าที่ของ กพช. ในการดำเนินการตามคำพิพากษาของศาลปกครองหรือคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ

อนุทิน เร่งคืนร่าง-เยียวยาผู้เสียชีวิตน้ำท่วมหาดใหญ่ เผยคุยปรับความเข้าใจนายกฯแป้นแล้ว

อนุทิน เร่งคืนร่าง-เยียวยาผู้เสียชีวิตน้ำท่วมหาดใหญ่ เผยคุยปรับความเข้าใจนายกฯแป้นแล้ว

อนุทิน เร่งคืนร่าง-เยียวยาผู้เสียชีวิตน้ำท่วมหาดใหญ่ เผยคุยปรับความเข้าใจนายกฯแป้นแล้ว

วันศุกร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 18.12 น.

นายกฯ เร่งคืนร่าง-เยียวยาผู้เสียชีวิตน้ำท่วมหาดใหญ่ เผยคุยปรับความเข้าใจนายกฯแป้นแล้ว ลั่นขอรับผิดชอบเหตุการณ์ทั้งหมดเอง 

วันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 เวลา 15.30 น. ที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ระหว่างการลงพื้นที่เพื่อติดตามการจัดเก็บร่างผู้เสียชีวิตจากเหตุอุทกภัยว่า เป้าหมายคือเรื่องของการฟื้นฟูและการเร่งคืนร่างของผู้เคราะห์ร้ายที่เสียชีวิต ที่จะต้องเร่งดำเนินการคืนร่างให้กับญาติ ถ้าออกใบมรณบัตรได้ จะได้จ่ายค่าปลงศพรายละ 2 ล้านบาท ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนได้เตรียมจัดสรรงบประมาณไว้แล้ว ส่วนขั้นตอนในการจัดส่งร่างผู้เสียชีวิต นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ต้องนำร่างผู้เสียชีวิตมาชันสูตรพลิกศพ โดยทำใน 3 ที่ ได้แก่ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ โรงพยาบาลหาดใหญ่ และโรงพยาบาลสงขลา 

ผู้สื่อข่าวถามว่าห่วงอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็ยังห่วงทุกเรื่อง หลังจากน้ำลดแล้ว การเร่งให้พี่น้องประชาชนชาวสงขลา และหาดใหญ่ได้กลับบ้าน วันนี้ที่ตนมาประชุมวางแผน เพื่อเร่งนำพี่น้องประชาชนให้กลับบ้านเร็วที่สุดเป็นความสำคัญลำดับแรก โดยหลังจากนี้จะเป็นเรื่องการทำความสะอาด และซ่อมแซมบ้านเรือนในส่วนที่พอซ่อมแซมได้ก่อน 

ผู้สื่อข่าวถามว่า จากการที่สอบถามประชาชนมีความกังวลว่ารัฐจะเยียวยาหรือไม่ เพราะทรัพย์สินเสียหายค่อนข้างมาก นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรามีการดำเนินการอยู่แล้ว เบื้องต้นในสัปดาห์หน้า จะเร่งจ่ายเงินเยียวยาก่อน ครัวเรือนละ 9,000 บาท จากนั้นจะมีการพักหนี้ การให้เงินกู้ดอกเบี้ย 0% ครัวเรือนละ 100,000 บาท แต่จะแยกเป็น 2 ประเภท ประเภทแรก คือนำมาซ่อมทรัพย์สิน อีกประเภทคือ การเอามาฟื้นฟูกิจการ ซึ่งเป็นลักษณะของเงินกู้ระยะสั้นที่ไม่มีดอกเบี้ย โดยขณะนี้ตนได้มีการหารือกับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ผ่านไปยังธนาคารของรัฐว่าขอให้เป็นระยะเวลา 1 ปี หรือเรียกว่าเงินยืมไม่ใช่เงินกู้เพราะไม่มีดอกเบี้ย

เมื่อถามถึงสถานการณ์ในพื้นที่เขต 8 อำเภอหาดใหญ่ มีอะไรน่าเป็นห่วงบ้าง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เดี๋ยวไปดู บางทีมีดราม่าบ้าง ตอนนี้เราต้องให้พี่น้องประชาชนได้รับแต่สิ่งที่ดีขึ้นแล้ว 

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีการเสียชีวิต ถ้าไม่ได้เสียชีวิตจากการจมน้ำแต่เสียชีวิตจากโรคประจำตัวในสถานการณ์น้ำท่วม จะได้รับเงินเยียวยาด้วยหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทุกคนก็เสียชีวิตจากเหตุการณ์น้ำท่วม 

“คนอยู่ติดบ้าน ต้องให้เขาจมน้ำมันไม่ใช่ เรามีหลักคิดหลักมนุษยธรรม ทุกคนเสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วม สมมติถ้าเขาถึงมือแพทย์ โดยไม่มีน้ำท่วม เขาอาจจะไม่เสียชีวิต นี่คือสิ่งที่เราเสียใจ ผมต้องรับผิดชอบ ดังนั้นไม่ต้องไปกังวลว่าจะไปจำแนก” นายกรัฐมนตรี กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ตอนนี้ได้รับรายงานยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดอย่างไรบ้าง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้กำลังรวบรวมอยู่ พร้อมหันไปถามนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข ว่าจำนวนเท่าไหร่แล้ว โดยนายพัฒนา ตอบว่า 117 คน ซึ่งนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า อย่าเพิ่งไปพูดถึงตัวเลขเลย ขณะนี้เรากำลังเร่งดำเนินการดีกว่า

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีคำสั่งให้นายอำเภอหาดใหญ่ออกจากราชการไว้ก่อน เป็นการหาแพะ มารับผิดชอบเหตุการณ์นี้หรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า “ไม่มี คนรับผิดชอบเหตุการณ์ทั้งหมดคือตัวของผมเองครับ” 

เมื่อถามอีกว่า เมื่อช่วงเช้าที่นายกเทศมนตรีหาดใหญ่ไปรอรับนายกรัฐมนตรีได้พูดอะไรหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็ได้ให้กำลังใจ ท่านก็บอกว่าตัวเองติดอยู่ชั้น 2 ตนก็บอกว่า ท่านก็ต้องว่ายน้ำออกมา ปรับความเข้าใจกันแล้ว ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะไปโทษใคร ต้องช่วยกันทำงานมากน้อยก็ว่ากันไป

นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า ตนได้เน้นย้ำไปทางปลัดกระทรวงมหาดไทยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ดูแลจ่ายระบบน้ำ ไฟฟ้า และระบบการสื่อสาร พร้อมสั่งระดมรถปั่นไฟทั่วประเทศให้เข้ามาช่วยเหลือในภารกิจที่อำเภอหาดใหญ่ ให้ได้มากที่สุด และการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเคาะงบประมาณกลางวงเงิน 3,880 ล้านบาท เพื่อให้หน่วยงานส่วนท้องถิ่นเร่งสำรวจรายชื่อผู้ประสบภัยที่จะต้องเร่งจ่ายเงินเยียวยา โดยเน้นย้ำว่าห้ามตกหล่น และเตรียมนำเรื่องพักหนี้เป็นระยะเวลา 1 ปี ทั้งต้น และดอก เข้าที่ประชุมครม. เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ประสบภัย วงเงินไม่เกิน 1 ล้านบาทด้วย

‘ภราดร’ เผย นายกฯ เร่ง สำนักงบฯ เพิ่มเงินงบกลาง ยัน เงิน 9 พันบาทพร้อมโอนทันที

'ภราดร' เผย นายกฯ เร่ง สำนักงบฯ เพิ่มเงินงบกลาง ยัน เงิน 9 พันบาทพร้อมโอนทันที

‘ภราดร’ เผย นายกฯ เร่ง สำนักงบฯ เพิ่มเงินงบกลาง ยัน เงิน 9 พันบาทพร้อมโอนทันที

วันศุกร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 17.47 น.

“ภราดร” ขอบคุณหน่วยงานรัฐ-เอกชน ช่วยเหลือ ปชช. เผย นายกฯ เร่ง สำนักงบฯ เพิ่มเงินงบกลาง ยัน เงิน 9 พันบาทพร้อมโอนทันที

เมื่อเวลา 15.05 น. วันที่ 28 พ.ย. 68 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัยส่วนหน้า (ศป.กฉ.) แถลงภายหลังการประชุมศป.กฉ.ว่า วันนี้มีการประชุมศป.กฉ.ได้มีการสอบถามถึงความคืบหน้าของแต่ละหน่วยงานที่ไปปฏิบัติหน้าที่ในส่วนหน้า จะมีการชี้แจงรายละเอียดและความคืบหน้าต่างๆให้กับพี่น้องประชาชนได้รับทราบว่า ขณะนี้ทางรัฐบาลและทุกภาคส่วนได้ดำเนินการและเดินหน้าไปถึงไหน เป็นเรื่องที่ต้องแจ้งให้ประชาชนได้ทราบทั่วกัน วันนี้มีมาตรการ มีข้อมูลที่จะต้องอัพเดทในหลายประเด็น

นายภราดร กล่าวว่า ถือโอกาสขอบคุณ ในทุกๆหน่วยงานของรัฐ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ที่ได้ช่วยกันและได้ร่วมมือกันกับทางฝ่ายภาครัฐบาลในการที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย วันนี้ต้องบอกว่าเพิ่มโหมดจากการช่วยเหลือเพิ่มเติมขึ้นมา โดยการช่วยเหลือผู้ที่ประสบอุทกภัย ยังดำเนินการต่อไป และเพิ่มโหมดการฟื้นฟู การเยียวยา และการเร่งทำให้เมืองกลับมาอยู่ในสภาพที่เป็นปกติให้เร็วที่สุด รัฐบาลมีมาตรการการฟื้นฟู เยียวยามากมายซึ่งจะนำมาเสนอในโอกาสต่อไป

นายภราดร กล่าวว่า คิดว่าจำเป็น ที่รัฐบาลต้องบริหารจัดการในเรื่องนี้ในส่วนของกองทุนของสำนักนายกรัฐมนตรี มีส่วนหนึ่งและมีงบประมาณที่นายกรัฐมนตรีได้เร่งรัดทางสำนักงบประมาณให้ดูในส่วนของงบกลางเข้ามาเพิ่มเติมหากว่าเงินกองทุนของสำนักนายกมนตรี ไม่เพียงพอ  

นายภราดร ยังกล่าวถึงกรณีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมและตกค้างว่า ต้องยอมรับว่าโรงพยาบาลหาดใหญ่เป็นผู้ประสบภัย เพราะฉะนั้นศพที่ตกค้างที่โรงพยาบาลรอญาติมารับก่อนที่จะเกิดเหตุ เมื่อน้ำท่วมต้องย้ายไปที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ด้วย จึงไปปนกัน สิ่งที่ทำได้เราสามารถที่จะรู้ เคสดำเคสไหน ที่เสียชีวิตก่อนเกิดเหตุ ซึ่งทางโรงพยาบาลมีข้อมูลอยู่แล้วว่า จึงสามารถแยกส่วนได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข วันนี้ได้บูรณาการข้อมูลกันอย่างครบถ้วนแล้ว  เชื่อว่าตัวเลขที่ออกมาจะเป็นตัวเลขเดียวกัน นับตั้งแต่เวลา 15.00 น เป็นต้นไป

เมื่อถามว่า เงินเยียวยา 9,000 บาท จะถึงมือประชาชนเมื่อใด นายภราดร กล่าวว่า เข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาเรียบร้อยแล้ว สำหรับประชาชนที่มีบัญชีธนาคารออมสิน และธนาคารกรุงไทย สามารถที่จะโอนเงินได้ทันที ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ประกาศแล้วว่า พื้นที่หาดใหญ่ จ.สงขลา เป็นที่ทราบว่าน้ำท่วม แบบ 100% ในเรื่องของการทำประชาคม หรือกระบวนการขั้นตอนอื่น ๆ สามารถยกเว้นได้ และสามารถโอนเงินให้กับประชาชนได้ทันที ซึ่งวันนี้ทางสำนักงบประมาณได้โอนเงินให้กับทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 27 พ.ย. แล้ว ดังนั้นทาง ปภ. สามารถโอนเงินให้กับประชาชนได้ทันที

เมื่อถามว่า หลังจากที่ได้ประกาศขอรับบริจาคไม้กวาดทางมะพร้าว วันนี้ได้ครบแล้วหรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า ได้รับการประสานมาจากส่วนหน้าว่าเมื่อน้ำลงแล้ว สิ่งที่ต้องทำหลังจากนี้ คือบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ ซึ่งต้องระดมทุกสรรพกำลังของภาครัฐและจิตอาสา ทั้งนี้มีอาสาสมัคร และมีผู้สมัครเข้ามาแล้ว เกือบ 1,000 ราย และเชื่อว่าจะมีมาสมัครอีก
ฉะนั้นสิ่งที่มีความจำเป็นมากที่จะทำความสะอาด ที่ตนได้พูดถึงไม้กวาด น้ำยาทำความสะอาด ถุงมือยาง รองเท้ายาง ยารักษาน้ำกัดเท้า จากที่ส่วนหน้าได้ร้องขอมา โดยได้มีการประสานกับกระทรวงสาธารณสุขและเอกชน เพื่อนำส่งผ่านเที่ยวบินวันนี้ หลายอย่างมีความจำเป็นจากส่วนที่ร้องขอมา รัฐบาลจะสนับสนุนในทุกสิ่งที่ร้องขอมา สำหรับประชาชนที่ต้องการเข้ามามีส่วนร่วมกับพี่น้องชาวใต้ สิ่งของที่ใช้ในชีวิตประจำวันทุกอย่างก็ยังจำเป็น เราก็มาแจ้งให้ทราบว่าส่วนหน้ามีความต้องการสิ่งไหน ซึ่งการขนส่งจะมีในส่วนของภาครัฐกองทัพและภาคเอกชนที่เข้ามามีส่วนร่วมที่มาร่วมอำนวยความสะดวกในการส่งสิ่งของไปช่วยประชาชน

รัฐบาลปิดฉากข้อพิพาทเหมืองทองอัคราฯ ธนกร ย้ำประโยชน์ประชาชนและประเทศต้องมาก่อน

รัฐบาลปิดฉากข้อพิพาทเหมืองทองอัคราฯ ธนกร ย้ำประโยชน์ประชาชนและประเทศต้องมาก่อน

รัฐบาลปิดฉากข้อพิพาทเหมืองทองอัคราฯ ธนกร ย้ำประโยชน์ประชาชนและประเทศต้องมาก่อน

วันศุกร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 17.43 น.

รัฐบาลปิดฉากข้อพิพาทเหมืองทองอัคราฯ “ธนกร” ย้ำประโยชน์ประชาชนและประเทศต้องมาก่อน กำชับ เหมืองยุคใหม่ต้องสร้างความเจริญให้ท้องถิ่น เหมืองและชุมชนต้องอยู่ร่วมกันอย่างเกื้อกูล

28 พฤศจิกายน 2568 นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวถึงการรับทราบการยุติข้อพิพาทระหว่างราชอาณาจักรไทย และ บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ของคณะอนุญาโตตุลาการ กรณีเหมืองแร่ทองคำชาตรีว่า ยืนยันว่า กระทรวงอุตสาหกรรมยึดประโยชน์สูงสุดของชาติและประชาชนเป็นหลัก ทั้งนี้ การยุติข้อพิพาทในครั้งนี้ ช่วยลดความเสี่ยงด้านค่าชดเชยได้มหาศาล และรักษาผลประโยชน์ของประเทศ ที่สำคัญ ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นด้านการลงทุนของไทยบนเวทีโลก แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างโปร่งใสและเป็นธรรม โดยยึดหลักกฎหมาย

ด้านนายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะทำงานระงับข้อพิพาท กล่าวว่า การยุติข้อพิพาทครั้งนี้ เป็นการบริหารทรัพยากรของชาติอย่างรอบคอบ ภายใต้กติกาที่ชัดเจน ตอบโจทย์นโยบายของกระทรวงฯ ที่มุ่งหวังให้ภาคอุตสาหกรรมอยู่คู่กับชุมชนอย่างยั่งยืน ‘เหมือง’ และ ‘ชุมชน’ ต้องอยู่ร่วมกันได้อย่างเกื้อกูล ขณะเดียวกัน กระทรวงอุตสาหกรรมจะกำกับดูแลการประกอบกิจการทุกขั้นตอนอย่างโปร่งใส พร้อมเปิดเผยข้อมูลการตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมต่อสาธารณชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจให้สาธารณชน

ขณะที่นายอดิทัต วะสีนนท์ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ กล่าวว่า กระทรวงฯ ได้วางกรอบการทำงานอย่างรัดกุมภายใต้ พ.ร.บ.แร่ พ.ศ. 2560 ฉบับใหม่ โดยเน้นประโยชน์หลักที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนและชุมชนรอบพื้นที่เหมือง เช่น 

กองทุนพัฒนาหมู่บ้านและชุมชน – ผู้ประกอบการสมทบเงินเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ใช้สำหรับสาธารณูปโภค การศึกษา และสาธารณสุข

การจ้างงานคนในพื้นที่ – การกลับมาดำเนินกิจการ จะส่งเสริมให้มีการจ้างงานจากชุมชนในพื้นที่เป็นหลัก พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีและพัฒนาทักษะแรงงานไทย

การกำกับดูแลการประกอบการ และป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพเป็นรายไตรมาส – โดยคณะทำงานมีภาคส่วนที่เกี่ยวข้องครบถ้วน เพื่อตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม หากพบการละเมิด กระทรวงฯ พร้อมใช้อำนาจตามกฎหมายในการสั่งแก้ไขปรับปรุงทันที

‘อนุทิน’ เปิด 8 มาตรการฟื้นฟูชีวิตคนหาดใหญ่ และผู้ประสบภัยในพื้นที่ภาคใต้

'อนุทิน' เปิด 8 มาตรการฟื้นฟูชีวิตคนหาดใหญ่ และผู้ประสบภัยในพื้นที่ภาคใต้

‘อนุทิน’ เปิด 8 มาตรการฟื้นฟูชีวิตคนหาดใหญ่ และผู้ประสบภัยในพื้นที่ภาคใต้

วันศุกร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 17.36 น.

“อนุทิน” เปิด 8 มาตรการฟื้นฟูชีวิตคนหาดใหญ่ และผู้ประสบภัยในพื้นที่ภาคใต้

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้รัฐบาลเตรียมออกมาตรการช่วยเหลือเยียวยาฟื้นฟูผู้ประสบภัยให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งเตรียมออก 8 มาตรการฟื้นฟูชีวิตคนหาดใหญ่และผู้ประสบภัยในพื้นที่ภาคใต้ ดังนี้

1. พักหนี้ พักเงินต้น พักดอกเบี้ย สำหรับลูกหนี้ธนาคารพาณิชย์และธนาคารของรัฐ รายละไม่เกิน 1 ล้านบาท เป็นเวลา 1 ปี

2. ให้เงินกู้เพื่อการยังชีพและประกอบอาชีพ 100,000 บาท ไม่มีดอกเบี้ย เป็นเวลา 6 เดือน โดยธนาคารของรัฐ (ระยะเวลาเงินกู้ 3 ปี)

3. ให้เงินกู้เพื่อการซ่อมแซมที่พักอาศัย 100,000 บาท ไม่มีดอกเบี้ย เป็นเวลา 1 ปี โดยธนาคารของรัฐ (ระยะเวลาเงินกู้ 3 ปี)

4. ให้บริษัทประกันภัยรถยนต์ จ่ายชดเชยความเสียหายตามกรมธรรม์ประกันภัย โดยลดขั้นตอน อำนวยความสะดวกให้ประชาชน

5. ให้สำนักงานประกันสังคม “จ่ายชดเชยสูงสุดทุกกรณี” แก่ผู้ประกันตน

6. จ่ายเงินชดเชยแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตจากภัยพิบัติครั้งนี้ รายละ 2,000,000 บาท ในพื้นที่ที่ประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน

7. สำหรับผู้ประกอบการ SMEs รัฐบาลจะจัดมาตรการช่วยเหลือ สนับสนุน ฟื้นฟูธุรกิจให้เป็นกรณีพิเศษโดยเร็วที่สุด

8. รัฐบาลจะสนับสนุนมาตรการทางภาษี และการจัดกิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่หาดใหญ่และพื้นที่ประสบภัย เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และดึงนักท่องเที่ยวเข้าไปใช้จ่ายให้มากที่สุด

ทั้งนี้ รัฐบาลจะเร่งรัดการฟื้นฟูเมืองและฟื้นฟูชีวิต ให้การสนับสนุน อำนวยความสะดวกทุกประการ เพื่อให้คนหาดใหญ่และผู้ประสบภัยทุกท่านกลับมาสู่ภาวะปกติได้โดยเร็วที่สุด

รัชดา เผย บขส.เดินรถได้ 9 เส้นทาง-ทุกบ้านมีไฟฟ้าใช้ เข้าโหมดฟื้นฟู เร่งสูบน้ำ 280 เครื่อง

รัชดา เผย บขส.เดินรถได้ 9 เส้นทาง-ทุกบ้านมีไฟฟ้าใช้ เข้าโหมดฟื้นฟู เร่งสูบน้ำ 280 เครื่อง

รัชดา เผย บขส.เดินรถได้ 9 เส้นทาง-ทุกบ้านมีไฟฟ้าใช้ เข้าโหมดฟื้นฟู เร่งสูบน้ำ 280 เครื่อง

วันศุกร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 17.33 น.

 “รัชดา” เผย รบ.ช่วยค่าสนามบินให้ภาคเอกชน ตอบแทนน้ำใจช่วยขนส่งสินค้า บขส. เดินรถได้ 9 เส้นทาง ระบุ “วันนี้-พรุ่งนี้” ทุกบ้านมีไฟฟ้าใช้ กสทช.ประสานเครือข่ายมือถือ ขยายจ่ายค่าบริการไปอีก 30 วัน นายกฯ กำชับ แผนบริหารจัดการขยะเป็นเรื่องต้องทำอย่างเร่งด่วน ย้ำ คลีนนิ่งทำได้พรุ่งนี้ในจุดที่ทำได้ 

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี ในฐานะโฆษก ศป.กฉ. กล่าวว่า รัฐบาลมีความพร้อมที่จะนำการบริหารจัดการเข้าสู่หมวดการฟื้นฟูในเรื่องการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยไม่ว่าจะอยู่ที่บ้าน หรือที่ศูนย์พักพิงยังคงดำเนินการต่อไป และทำได้ในจำนวนที่กว้างขวางและรวดเร็วมากขึ้น เพราะว่าสถานการณ์ได้ลดลง 

น.ส.รัชดา กล่าวว่า ขอให้ข้อมูลเพื่อความสบายใจว่า ในการขนส่งลำเลียงสิ่งของที่แต่ละภาคส่วนบริจาคเข้ามานั้น เราได้มีการส่งต่อทางอากาศยานไม่ใช่เพียงเครื่องบิน C 130 ที่ขนส่งสิ่งของจำเป็นทั้งอาหาร ยา และเครื่องอุปโภคต่างๆ แต่ยังมีเครื่องบินแอร์บัส เฮลิคอปเตอร์จากทุกหน่วยงาน และภาคเอกชนที่อาสาขนของไปช่วยเหลือในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เช่น สายการบินแอร์เอเซีย หรือบริษัทที่ทำการขนส่งพัสดุที่อาสามาว่าจะเป็นตัวกลางที่จะนำของบริจาคไปให้ โดยรัฐบาลได้ดำเนินการในเรื่องค่าบริการสนามบินเพื่อเป็นการขอบคุณที่ภาคเอกชนมีน้ำใจตรงนี้ สำหรับประชาชนที่ยังอยู่ที่บ้าน เรื่องการแจกจ่ายอาหารจะดำเนินการต่อ ทาง ศป.กฉ.ส่วนหน้ายืนยันมาแล้วว่า เรื่องของการกระจายอาหารไปยังบ้านเรือนตึกแถวต่างๆ นั้น ยังคงทำอยู่อย่างเต็มที่
น.ส.รัชดา กล่าวว่า เรื่องการสูบน้ำออกจากพื้นที่ เนื่องจากหลายพื้นที่น้ำลดแล้ว การใช้เครื่องสูบน้ำ จะทำให้ระดับน้ำลดลงอย่างเร็วขึ้น ทางหน่วยงานต่างๆ ที่รัฐบาลเป็นศูนย์กลางได้ประสานเครื่องสูบน้ำ ซึ่งตอนนี้มีจำนวน 280 เครื่อง ซึ่งพร้อมประจำในพื้นที่ โดยหลักที่หาดใหญ่และกระจายไปยังพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งการระบายน้ำต้องดูพื้นที่ที่ลุ่มต่ำ ดูสภาพภูมิประเทศ เราก็จะเอาเทคโนโลยีมาใช้

น.ส.รัชดา กล่าวว่า ทั้งนี้กระทรวงคมนาคม ได้สำรวจความเสียหายของถนน ขณะนี้ผ่านไม่ได้ 60 เส้น ผ่านได้ 337 เส้น ซึ่งได้ส่งกำลังคนไปทำการฟื้นฟูในจุดที่ทำได้เรียบร้อยแล้ว และจะดำเนินการต่อไปให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ส่วนเส้นทางเดินรถ บริษัทขนส่งจำกัด (บขส.) ได้มีการเปิดเส้นทางเดินรถปกติแล้วจำนวน 9 เส้นทาง คือ 1. กรุงเทพฯ- สงขลา 2. กรุงเทพฯ-หาดใหญ่ 3. กรุงเทพฯ – ยะลา 4. กรุงเทพฯ-สุไหงโก-ลก 5. กรุงเทพฯ- เบตง 6. กรุงเทพฯ -นาทวี 7. กรุงเทพฯ -สตูล 8. กรุงเทพฯ -ด่านนอก 9.กรุงเทพฯ -ปาดังเบซาร์ ส่วนที่ยังไม่สามารถให้บริการได้คือ เส้นทางกรุงเทพฯ- ตรัง -สตูล และเส้นทางกรุงเทพฯ – ปัตตานีแต่ว่าเชื่อว่าในเร็ววันนี้ จะสามารถให้บริการได้ตามปกติ ในส่วนการเดินทางทางรถไฟ วันนี้เปิดให้เดินทาง จำนวน 12 จุด และยังที่เป็นอุปสรรคอีก 27 จุด 

น.ส.รัชดา กล่าวว่า เรื่องการฟื้นฟู เรื่องแรกที่รัฐบาลต้องการสร้างความสบายใจให้กับประชาชนคือ เรื่องของน้ำ ไฟฟ้า ในส่วนของการประปาที่ผ่านมาไม่สามารถจ่ายน้ำได้ เพราะว่าเป็นผู้ประสบภัยด้วย แต่ว่าวันนี้ได้ดำเนินการติดตั้งเครื่องจักรที่จะผลิตน้ำแล้ว  ซึ่งในระยะเร่งด่วนได้นำเครื่องส่งน้ำ สำหรับน้ำดื่มน้ำจำนวน 16 คัน รวมถึงรถบรรทุกน้ำจากกรมทรัพยากรน้ำบาดาลด้วย

น.ส.รัชดา กล่าวว่า ในส่วนของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคมีความพร้อมในการจ่ายไฟ แต่ที่ยังไม่สามารถกระจายไฟไปยังทุกครัวเรือนได้ เพราะต้องมีการประเมินสถานการณ์ก่อนว่า ในพื้นที่ตรงนั้น ถ้าปล่อยกระแสไฟฟ้าไปแล้วจะปลอดภัยหรือไม่ ทั้งนี้มีผู้เดือดร้อนในเรื่องไฟฟ้า 7 แสนครัวเรือน วันนี้จำนวนครัวเรือนที่เดือดร้อนแน่เหลือเพียง 1.6 แสนครัวเรือน และคิดว่าในวันนี้ วันพรุ่งนี้จะดำเนินการให้ทุกบ้านได้มีไฟฟ้าได้ใช้

น.ส.รัชดา กล่าวว่า เรื่องสัญญาณโทรศัพท์นั้น ในหลายพื้นที่มีสัญญาณแล้ว แต่อาจจะยังไม่ครบ 100% ซึ่งยังติดอยู่ในเรื่องของไฟฟ้า โดยทาง กสทช. ประสานมาว่า เพื่อเป็นการบรรเทาความกังวลของประชาชนในพื้นที่ ที่ใช้โทรศัพท์ระบบเติมเงิน ทาง กสทช. แจ้งว่าได้ประสานกับโอเปอเรเตอร์ผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือทุกบริษัทให้ขยายเวลาการใช้งานระบบเติมเงินอีก 30 วัน ส่วนระบบรายเดือน จะขยายระยะเวลาชำระค่าบริการออกไปอีก 1 เดือนเช่นกัน ทั้งนี้ผู้ใช้งานโทรศัพท์ทั้งระบบเติมเงินและระบบรายเดือนในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม สามารถที่จะใช้โทรศัพท์ฟรี 100 นาทีและอินเตอร์เน็ตฟรี 10 กิกะไบต์ ตั้งแต่วันที่ 28 พ.ย.เป็นเวลา 15 วัน

น.ส.รัชดา กล่าวว่า เรื่องของขยะในพื้นที่นายกฯได้กำชับว่า แผนการบริหารจัดการขยะเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องทำอย่างเร่งด่วน ในพื้นที่ที่มีความพร้อม น้ำลดลงแล้ว ทางภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปทำความสะอาดแล้ว และงานอาสาสมัครเป็นอีกกลุ่มสำคัญที่ภาคประชาชนได้ทำร่วมกับภาครัฐ โดยวันเดียวกันนี้ กรมการปกครองได้นำสมาชิกอาสารักษาดินแดน เข้าไปทำคลีนนิ่งในพื้นที่ที่ทำได้ เช่น วงเวียนน้ำพุ หรือชุมชนคลองเตย และในเย็นวันเดียวกันนี้ จะมีอาสาสมัครของกรมการปกครองเข้าไปในพื้นที่อีก 2,000 คน การดำเนินการเรื่องบิ๊กคลีนนิ่งสามารถทำได้ในวันที่ 29 พ.ย. ซึ่งในจุดที่ทำได้จะทำทันที 

น.ส.รัชดา กล่าวว่า สำหรับข่าวลือพายุโคโตะกำลังจะเข้ามาประเทศไทยแล้วทำให้พี่น้องประชาชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือเดือดร้อนนั้น เรื่องนี้ได้รับแจ้งจากกรมอุตุนิยมวิทยาว่า พายุโคโตะเข้ามาทางเวียดนาม แต่ไม่กระทบประเทศไทย 

น.ส.รัชดา กล่าวว่า ขอเน้นย้ำว่า เรามีความพร้อมเรื่องการบริหารจัดการเข้าสู่โหมดการฟื้นฟู และหน่วยงานในพื้นที่ประสานงานกันอยู่ เพราะฉะนั้นหากภาคเอกชน ภาคประชาสังคม อยากจะส่งคนไปช่วย หรือไปถึงพื้นที่แล้วมีข้อคำถามสามารถส่งคำถามกลับมาที่ศูนย์ส่วนกลาง เบอร์ติดต่อ 1111 หรือมีเบอร์ศูนย์ประสานงานของ ศป.กฉ.ในพื้นที่ทางทหารรับประสานงานกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) สำหรับพี่น้องประชาชน หรือภาคประชาสังคมที่เป็นแกนในการระดมของที่อยากไปช่วยเหลือคนที่อยู่ทางภาคใต้ ถ้าอยากผ่านกลไกของรัฐ ศูนย์รับบริจาคของเราอยู่ที่พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ ตรงนั้นเป็นจุดรวบรวมสิ่งของ และกองทัพอากาศ หรือทางขนส่งจะเป็นผู้ดูแลในเรื่องการนำส่งของช่วยเหลือตรงนี้