‘อั้ม อธิชาติ – จ๋า ณัฐฐาวีรนุช’ 2 กูรูด้านสุขภาพ ชวนคนไทยห่างไกลน้ำตาลต้านโรค

'อั้ม อธิชาติ - จ๋า ณัฐฐาวีรนุช' 2 กูรูด้านสุขภาพ ชวนคนไทยห่างไกลน้ำตาลต้านโรค

‘อั้ม อธิชาติ – จ๋า ณัฐฐาวีรนุช’ 2 กูรูด้านสุขภาพ ชวนคนไทยห่างไกลน้ำตาลต้านโรค

วันเสาร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.27 น.

เป็นต้นแบบของคนดังที่ดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง สำหรับพระเอกดังที่ผันตัวเองมาทำธุรกิจเกี่ยวกับสุขภาพ “ดร.อั้ม อธิชาติ ชุมนานนท์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อทิสเมด โกลบอล จำกัด เจ้าของแบรนด์ อทิส อัมริท ล่าสุดจับมือกับ “ดร.จ๋า ณัฐฐาวีรนุช ทองมี” หรือที่หลายคนรู้จักกันในนาม “วีเจจ๋า” มาร่วมแชร์ความรู้และประสบการณ์ด้านสุขภาพและการออกกำลังกาย ในหัวข้อ “ปรับ LIFESTYLE BALANZ ชีวิต พิชิตเบาหวาน” ใน งาน “Roadshow Good Health Great Heart เฮลธ์ตี้ทั้งตัว หัวใจแฮปปี้” ภายในงานยังมีแพทย์ผู้ชำนาญการด้านโรคเบาหวานมาร่วมพูดคุยด้วย อาทิ ดร.นพ.ธรรณวัฐ วัฒนาเศรษฐ์” แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน Anti-Aging and Regenerative Medicine โรงพยาบาลเกษมราษฏร์ อินเตอร์เนชั่นแนล รัตนาธิเบศร์  ศ.เกียรติคุณ  นพ.สุรัตน์ โคมินทร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคเบาหวาน

 “เพราะความหวานต้องพอดี ในช่วงของเดือนพฤศจิกายนนี้ ซึ่งตรงกับวันเบาหวานโลก ในทุกวันนี้เรื่องของปัญหาน้ำตาลเกิน หรือโรคเบาหวาน เป็นปัญหาใหญ่ของโลกเราเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นประเทศไทยของเราเอง ซึ่งมีผู้ป่วยเบาหวาน มากถึง 5 ล้านคน หรือ 10% ของประชากรโลก ในวันที่ 13 พฤศจิกายนนี้ ร่วมกับคุณหมอโรงพยาบาล        เกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล รัตนาธิเบศร์ มาร่วมให้ข้อมูลในการดูแลสุขภาพ และเคล็ดลับจากคุณหมอ ในการดูแลผู้ป่วยเบาหวาน การดูแลควบคุมตัวเองเพื่อหลีกเลี่ยงน้ำตาลเกิน และพบกับ “วีเจจ๋า” กูรูด้านสุขภาพ มาร่วมแชร์การเปลี่ยนแปลงตัวเองเรื่องสุขภาพ และในวันที่ 14 พฤศจิกายนนี้ เป็นวันเบาหวานโลก พบกันที่โรงพยาบาลทหารผ่านศึก ร่วมกับคุณหมอ ที่โรงพยาบาลทหารผ่านศึก ผมอยากชวนทุกคนหันกลับมาดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้ครับ ดูแลเพื่อสุขภาพของเราเอง เพื่อคน   ที่เรารัก และเพื่อไม่ให้ตัวเรากลายเป็นภาระของใครในอนาคต สุขภาพดีเริ่มต้นได้ที่ตัวเราเอง และไม่เคยสายเกินไปครับ อย่างแบรนด์ Atis ของเรา เรามี S Balance by Atis Amarit ที่ผลิตออกมาเพื่อดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะเช่นกัน โดยเราต่อยอดมาจากสมุนไพรไทย คือมะระขี้นก และ ใบมะรุม และใช้นวัตกรรม Phytoextraction ทำให้ได้ความเข้มข้นที่สูง ช่วยดูแลเรื่องน้ำตาลในระบบเลือด ช่วยดูแลเรื่องการอักเสบภายใน ช่วยลดการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่ร่างกาย เบาหวานเป็นโรคน่ากลัวอย่าชะล่าใจดูแลตัวเองก่อนที่จะเป็นครับ” ดร.อั้ม อธิชาติ กล่าว

“หลายคนอาจมองว่าการดูแลสุขภาพคือการ ‘อด’ แต่สำหรับจ๋าแล้ว สุขภาพดีไม่ใช่การอดอาหารเลยค่ะ มันคือการเข้าใจร่างกายของตัวเอง ว่าเราต้องการอะไร กินได้แค่ไหน และต้องบาลานซ์อย่างไรให้เหมาะกับชีวิตประจำวันของเรา   ก่อนหน้านี้จ๋าเองเคยเป็นคนที่กลัวคาร์บ กลัวข้าว กลัวน้ำตาล เพราะคิดว่ากินแล้วจะอ้วน จ๋าเข้าใจว่า ร่างกายของคนเราต้องการสารอาหารครบทุกหมู่ คาร์โบไฮเดรตไม่ใช่ผู้ร้ายค่ะ แต่เราต้องเลือกชนิดที่ดี และรู้ว่าร่างกายเราใช้พลังงานเท่าไหร่ ในแต่ละวัน ทุกวันนี้จ๋ามีโควต้ากินข้าวได้วันละประมาณ 1 กิโลกรัมเลยนะคะ หลายคนตกใจ แต่จริง ๆ แล้วมันคือปริมาณ   ที่สมดุลกับพลังงานที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน เพราะเราออกกำลังกายสม่ำเสมอ ร่างกายเลยเผาผลาญได้ดี สิ่งที่สำคัญไม่ใช่การ ‘ห้าม’ แต่คือการ ‘จัดสมดุล’ ให้ทุกอย่างพอดีกับเราจ๋าอยากให้ทุกคนรู้ว่า เราไม่ต้องกดดันตัวเองเพื่อจะผอม ไม่ต้องอดเพื่อให้ดูดี แต่ให้โฟกัสที่การมีสุขภาพที่แข็งแรงจากภายใน มันสวยแบบยั่งยืนและมีความสุขกว่ามากค่ะ สุขภาพดีคือเรื่องของ ‘สติ’ ในการกิน และ ‘ความเข้าใจ’ ในตัวเองค่ะ เมื่อเราบาลานซ์ชีวิตได้ ทั้งอาหาร การพักผ่อน และการออกกำลังกาย จ๋าเชื่อว่าร่างกายจะตอบแทนเราด้วยความสวยจากภายในที่แท้จริง” ดร.จ๋า ณัฐฐาวีรนุช กล่าว

สำหรับงาน “Roadshow Good Health Great Heart เฮลธ์ตี้ทั้งตัว หัวใจแฮปปี้” จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้คนไทยหันมาดูและสุขภาพกระตุ้นการออกกำลังกาย และในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 เนื่องในวันเบาหวานโลก   ดร.อั้ม อธิชาติ ชุมนานนท์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อทิสเมด โกลบอล จำกัด เจ้าของแบรนด์          อทิส อัมริท จะไปร่วมแชร์ประสบการณ์เรื่องการดูแลสุขภาพอีกครั้ง ในงาน Be Sweet,Be Well สุขได้ทุกวัน      แม้เป็นเบาหวาน เวลา 11.00-13.00 น.  ณ ห้องประชุม โรงพยาบาลทหารผ่านศึก อาคาร 2 ชั้น 2

‘กรีนเวฟ’ ส่งมอบผ้าห่ม 500 ผืน กับ ‘หนาวนี้ทำดีเพื่อพ่อ 2569’

‘กรีนเวฟ’ ส่งมอบผ้าห่ม 500 ผืน กับ ‘หนาวนี้ทำดีเพื่อพ่อ 2569’

‘กรีนเวฟ’ ส่งมอบผ้าห่ม 500 ผืน กับ ‘หนาวนี้ทำดีเพื่อพ่อ 2569’

วันเสาร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ยังคงเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญสำหรับ กรีนเวฟ 106.5 เอฟเอ็ม ที่ปีนี้ยังคงร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม “หนาวนี้ทำดีเพื่อพ่อ 2569” ที่จัดโดย สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย ครั้งนี้มี ดีเจโบ ธนากร ชินกูล ร่วมเป็นตัวแทนชาวกรีนเวฟร่วมงานแถลงข่าวและส่งมอบผ้าห่มจำนวน 500 ผืนให้กับผู้ประสบภัยหนาวในจังหวัดชัยภูมิ  โดยผ้าห่มทุกผืนผลิตจากการรีไซเคิลขวดน้ำดื่มพลาสติก  นอกจากช่วยคลายหนาวให้ชาวชัยภูมิแล้วยังช่วยคลายร้อนให้โลก   อีกด้วย นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อรอยยิ้มและกำลังใจไปพร้อมกัน

‘จูน กษมา’พร้อมเล่าประสบการณ์ถูก ‘เปิ้ล นาคร’บอกเลิกทำให้ขาดสติถึงขั้นคิดโดดตึก!

‘จูน กษมา’พร้อมเล่าประสบการณ์ถูก ‘เปิ้ล นาคร’บอกเลิกทำให้ขาดสติถึงขั้นคิดโดดตึก!

‘จูน กษมา’พร้อมเล่าประสบการณ์ถูก ‘เปิ้ล นาคร’บอกเลิกทำให้ขาดสติถึงขั้นคิดโดดตึก!

วันเสาร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เมื่อ เปิ้ล นาคร – จูน กษมา มารายการ Club Friday Show เผยเป็นคนที่เคยรู้สึกขาดความอบอุ่นในครอบครัวได้มาสร้างครอบครัวด้วยกัน… “เพิ่งได้รู้ว่าการมีครอบครัวมันดีแบบนี้เองเหรอ…” พร้อมเล่าประสบการณ์ถูก เปิ้ล บอกเลิกทำให้ขาดสติถึงขั้นคิดโดดตึก! “พร้อมเผยเคล็ดลับทะเลาะกันแทบตาย แต่สุดท้ายลูก 4 !? โควิดทำพิษ! สามีใช้เงินหมด ทะเลาะหนักจนเกือบเลิกกัน!! ทั้งคู่จับมือกันผ่านวิกฤตครอบครัวครั้งนั้นมาได้อย่างไร ปัญหาเรื่องมือที่ 3 ไม่เคยเกิดขึ้นกับบ้านนี้… เพราะ “จับไม่ได้” หรือ “ไม่เคยคิดนอกใจ”

ใช้ชีวิตอยู่คนเดียวตั้งแต่ 14 ต้องเจอกับอะไรบ้าง

เปิ้ล นาคร : ทุกทุกอย่างขโมยจักรยาน ขโมยสายไฟ โดนยิง ตีรันฟันแทงทุกอย่างที่วัยรุ่นเขาอยากทำผมทำหมดเลย

จูน กษมา : เป๋ไปแล้ว แต่กลับมาได้ จูนก็อยู่เองมาตั้งแต่ 2 ขวบเหมือนกันอยู่โรงเรียนประจำตั้งแต่ตอนนั้นจนเข้ามหาวิทยาลัยเรากลายเป็นว่าเราไม่สนิทกับพ่อกับแม่ นั่นแหละ !! คืออย่างหนึ่งที่พอเรามีลูกเราขาดเหรอ

เปิ้ล นาคร เราอยากรู้ว่าเวลา พ่อแม่ลูก อยู่กันพร้อมหน้าแล้วเป็นยังไงนะ พอเรามีลูกตอนนี้ 15 ปีแล้ว พ่อแม่อยู่ด้วยกันแล้วลูกอยู่ด้วย แล้วเล่นกัน หัวเราะกัน กินข้าวด้วยกันมันดีอย่างนี้เหรอ

ใช้เวลาดูใจกันถึง 7 ปี

จูน กษมา : คือตอนนั้น จูน ไม่มีเรื่องในหัวไม่มีเรื่องแต่งงาน ไม่มีเรื่องมีลูกเลยเป็นเด็กอยู่ไปวันๆอยู่ไปเรื่อย เขาเป็นคนจูงทุกเรื่องเลยตอนนั้นเหมือนเขาเป็นพ่อเราเลย

เปิ้ล นาคร เราก็บอกว่าไม่ไหวแล้วนะจูนนี่ปีที่ 7 แล้วนะ ถ้าจูนเรียนไม่จบเราเลิกกันนะ พอเราบอกว่าเลิกเขาเสียใจกระโดดตึกเลย

ตอนนั้นกระโดดเรียกร้องความสนใจหรือว่าเอาตายเลย

จูน กษมา : เอาตายเลย

เป็นคู่ที่มีความต่างแต่ทะเลาะกันน้อยมาก

จูน กษมา : คือเวลาจูนแหกปาก จูน แหกปากคนเดียวเขาหูทวนลม เขาหูดับมากเขาไม่โต้ตอบ ไม่พูด ไม่เถียงไม่อะไรเลย ต่อให้เราแว้ดๆเสร็จแล้วเราเงียบของเราเอง เราไปของเราเองแล้วเรากลับมายังไม่รู้เลยว่ากำลังแหกปากด่าอยู่แล้วเราเหนื่อยไง

เปิ้ล นาคร ขับรถอยู่บ่นๆเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวาทำไมขับเร็วจะรีบไปไหน ทำไมขับช้าเดี๋ยวก็ไปไม่ถึงแล้วเวลาเปิดไฟเลี้ยว เนี่ยเปิดไฟเลี้ยวทำไม ทำไมไม่ปิดไฟเลี้ยวอีกตั้งนานกว่าจะถึง เราก็อะไร

เขาเคยใจเย็นจนเราโมโหไหม

จูน กษมา : รำคาญมาก

ไม่เคยทะเลาะกันเลย แต่โควิดทะเลาะกันหนัก

เปิ้ล นาคร ตอนนั้นเครียดมากหลายคนบอกว่าพี่เปิ้ลต้อง Scale down อันไหนที่ไม่จำเป็นตัดทิ้งให้หมด พนักงานเป็นร้อยคนแล้วเราจะตัดเขาได้ยังไง

จูน กษมา : เริ่มเอาเงินในบ้านจนใกล้จะหมดไม่พอเริ่มไปยืมเงินคนอื่น เราก็บอกว่ามันไม่ใช่แล้ว มันผิดแล้ววิธี มันม่ถูกต้องแล้วก็เริ่มตีกัน

เปิ้ล นาคร จูนก็พี่เปิ้ลพอได้หรือยัง ตอนนั้นนั่งร้องไห้กันอยู่สองคน

เป็นคู่ที่ไม่ว่าจะเจอปัญหาอะไรก็ตาม แต่ปัญหาเรื่องมือที่สามไม่เคยเกิดกับบ้านนี้เลย

เปิ้ล นาคร คืออาจจะเพราะว่าเราแต่งงานช้าแล้วเราอิ่มแล้ว เรารู้สึกว่ามันพอแล้ว ตอนนั้นแต่งประมาณ 40 กว่าผมนะ ผมรู้สึกว่าเราไม่จำเป็นต้องมีใครอีกแล้ว ถ้าเราไปนั่งกุ๊กกิ๊กกับผู้หญิงที่ไหนตาย พี่เปิ้ลไม่เคยทำให้เขาระแวงเลย

’42 ปี จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่’ รวมพลังศิลปิน–นักแสดงส่งต่อแรงบันดาลใจ

'42 ปี จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่' รวมพลังศิลปิน–นักแสดงส่งต่อแรงบันดาลใจ

’42 ปี จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่’ รวมพลังศิลปิน–นักแสดงส่งต่อแรงบันดาลใจ

วันเสาร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

อบอวลไปด้วยพลังแห่งความสุข เมื่อ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 42 ปีแห่งการเดินทาง ภายใต้แนวคิด มาร่วมเดินทางต่อ… ไปด้วยกัน ด้วย “พลังบวก” ของพวกเรา “GO TOGETHER WITH POSITIVE SYNERGY” ซึ่งอบอุ่นและเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ สะท้อนถึง “พลังบวกของคนแกรมมี่” ที่ไม่เพียงรวมพลังกัน เพื่อสร้างความสุขผ่านเสียงเพลงและผลงานที่สร้างสรรค์ แต่ยังส่งต่อ “แรงบันดาลใจ” ให้แก่ผู้คนรอบข้างและสังคม
นำโดยคณะผู้บริหาร ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ประธานกรรมการ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน)บุษบา ดาวเรือง, กิตติศักดิ์ ช่วงอรุณ, ฟ้าใหม่ ดำรงชัยธรรม, ระฟ้า ดำรงชัยธรรม, อิงฟ้า ดำรงชัยธรรม, ฟ้าฉาย ดำรงชัยธรรม, อรุยา พุทธินันทน์, สิดารัศมิ์ พุทธินันทน์, สุวิมล จึงโชติกะพิศิฐ, สันติสุข จงมั่นคง, พรพิชิต พัฒนถาบุตร, สมศรี พฤทธิพันธุ์, นรัญจ์ พุ่มศิริ, เดียว วรตั้งตระกูล, สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา และสถาพร พานิชรักษาพงศ์

พร้อมทั้งศิลปินรุ่นใหญ่และรุ่นใหม่ นำทีมโดยซูเปอร์สตาร์ เบิร์ด ธงไชย, ครูสลา คุณวุฒิ, ตู่ นันทิดา, นิโคล เทริโอ, นัท มีเรีย, เบล ไชน่าดอลล์, หว่าหวา ไชน่าดอลล์, เพลง ชนม์ทิดา, พลพล, ทิกเกอร์ อชิระ, SAMUI, Klear, ก้านตอง, เปาวลี พรพิมล, มีนตรา อินทิรา, เอิ้นขวัญ วรัญญา, ลำเพลิน, เต๋า ภูศิลป์, กานต์ ทศน, แป้งร่ำ ศิวนารี, โบนัส ภัทรธิรา, ลำยอง หนองหินห่าว, มิ้วส์เชค อรภัสญาน์, แช่ม แช่มรัมย์, แสน นากา, เจ แจสเปอร์, Par-T, Deephordee, เล็ก รัชเมศฐ์, บักฟ้า ชฎาพร, แพร ชนา, เต๋า ทัศนัย, เอม เอมปวีร์, รามี่, กวาง ดวงฤทัย, Full, Good Mood, MY EYES,First (Firzter), พอส (Yes Indeed), บีม – จา (De flamingo), กัน Clockwork Motionless, FAVIQ, CHERIS, คริส – อิม ALALAไม่เพียงเท่านั้น… ยังมี นักแสดงจากช่อง ONE31 ,นักแสดงจาก CHANGE2561 ,นักแสดงจาก GMMTV ,ดีเจจาก GMM MEDIA

ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม เปิดเผยว่า “ประเทศไทยมีบุคลากรที่มีความสามารถมากมาย ทั้งนักแต่งเพลง นักเขียนบทละคร และนักแสดง รวมถึงทรัพยากรในอุตสาหกรรมบันเทิงที่พร้อม ดังนั้นเราคือ พาหนะสำคัญในการขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศให้ออกไปประจักษ์ในต่างประเทศ จึงจำเป็นต้องปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง โดยอาศัยประสบการณ์กว่า 40 ปี ที่ยังคงยึดมั่นในความรักและความตั้งใจที่จะสร้างสรรค์ผลงานดีๆ เพื่อมอบให้แก่ผู้ชม”

เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ เปิดเผยว่า “ชีวิตของเบิร์ดกับแกรมมี่ มันคือชีวิตเดียวกัน ผูกพันกันมายาวนานมาก เหมือนครอบครัวเดียวกัน เบิร์ดรู้สึกว่า ไม่ว่าแกรมมี่จะมีอะไรให้ทำ เบิร์ดก็พร้อมเต็มที่เสมอ เพราะสิ่งหนึ่งที่อยู่ในแกรมมี่ตลอด คือ พลังบวก ของคนที่นี่ ที่ส่งต่อถึงกันจนกลายเป็นแรงใจให้เบิร์ด และเชื่อว่ามันจะเป็นพลังดีๆ ให้เราจะเดินทางต่อไปด้วยกันครับ”

นัท มีเรีย เปิดเผยว่า “ปีที่ 42 ของแกรมมี่ ถือเป็นการเดินทางอันยาวนานที่อยู่เคียงคู่คนไทยมาตลอด และยังคงสร้างสรรค์ผลงานคุณภาพให้กับผู้ชมอย่างต่อเนื่อง ขอบคุณทีมงานแกรมมี่ทุกคนที่ร่วมกันผลักดันไม่ว่าจะเป็นละครหรือเพลง ให้เป็นสิ่งที่จรรโลงใจและขับเคลื่อนชีวิตของผู้คนต่อไปได้ อย่างน้อยขอให้เพลงของเราอยู่ในใจทุกคนค่ะ”

นิโคล เทริโอ เปิดเผยว่า “หากไม่มีแกรมมี่ ก็อาจไม่มีนิโคล เราผ่านอะไรมาด้วยกันมากมาย ตั้งแต่ยุคเทป ยุค MP3 จนถึงยุคสตรีมมิ่ง ผ่านทุกช่วงเวลาของวงการเพลงซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลย จึงอยากจะเป็นกำลังใจให้กับวงการเพลงและอยากให้ทุกคนช่วยกันสนับสนุนศิลปินไทย”

‘ธัญญ่า อาร์สยาม’เปิดอาการเบื้องต้น คอขยับไม่ได้ ตรวจพบ’หมอนรองกระดูกฉีกขาด’

'ธัญญ่า อาร์สยาม'เปิดอาการเบื้องต้น คอขยับไม่ได้ ตรวจพบ'หมอนรองกระดูกฉีกขาด'

‘ธัญญ่า อาร์สยาม’เปิดอาการเบื้องต้น คอขยับไม่ได้ ตรวจพบ’หมอนรองกระดูกฉีกขาด’

วันศุกร์ ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 20.34 น.

ธัญญ่า อาร์สยาม แอดมิตด่วน หลังตรวจพบ “หมอนรองกระดูกฉีกขาด” แพทย์สั่งพักงานยาว เผยอาการเบื้องต้นก่อนถูกหามส่งโรงพยาบาล

ทำเอาแฟนๆ เป็นห่วงอย่างหนัก เมื่อนักร้องลูกทุ่งสาวชื่อดัง “ธัญญ่า อาร์สยาม” หลังต้องเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเป็นการด่วน เนื่องจากมีอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง และไม่สามารถขยับคอได้ โดยเจ้าตัวได้ออกมาโพสต์อัปเดตอาการและผลตรวจ MRI (Magnetic Resonance Imaging) 

ธัญญ่า เผยถึงอาการป่วยที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน โดยระบุว่า เมื่อสองวันก่อนมีอาการปวดศีรษะหนัก และอาการเริ่มรุนแรงขึ้นในช่วงกลางคืน จนรู้สึกเหมือนมีอะไรมาเสียบขึ้นที่คอและศีรษะ เมื่อตื่นเช้ามาจึงไม่สามารถขยับคอได้เลย ทั้งหันซ้ายและขวา จนต้องรีบเข้าโรงพยาบาล “เมื่อร่างกายปิดสวิตซ์…ปวดแบบจะขาดใจ ปวดแบบร้องไห้ อย่าให้ร่างกายต้องสักพักเอง” ธัญญ่า ระบุในอินสตาแกรมส่วนตัว

ล่าสุด 14 พ.ย.68 นักร้องสาวได้อัปเดตผลการตรวจอย่างละเอียดด้วย MRI โดยพบว่าเธอมีอาการ “หมอนรองกระดูกฉีกขาด” ซึ่งคุณหมอระบุว่าสาเหตุเกิดจากการ ใช้งานหนักในส่วนของการใช้ชีวิต ทั้งการนั่ง การทำงานต่างๆ รวมถึงความเครียดสะสม โดยแพทย์ได้ทำการฉีดยาสเตียรอยด์เพื่อบรรเทาอาการปวดและสั่งให้พักรักษาตัวและงดกิจกรรมต่างๆ เป็นเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ เพื่อรอให้แผลที่กระดูกสมาน

ถึงจะต้องพักรักษาตัวให้หายดีก่อน แต่ ธัญญ่า ก็บอกว่า “อยากขายของ (ทำงาน) แต่ตอนนี้ขอเอาร่างกายตัวเองก่อน ขอบคุณทุกความห่วงใยนะคะ” ท่ามกลางกำลังใจจากเพื่อนร่วมวงการและแฟนเพลงที่หลั่งไหลเข้ามาอวยพรให้หายป่วยโดยเร็ว

พรรคที่โกง ตั้งแต่ยังไม่ได้เป็นรัฐบาล ก็เหมือนโจรที่ซ้อมปล้น ตั้งแต่ยังไม่พ้นรั้วบ้าน

พรรคที่โกง ตั้งแต่ยังไม่ได้เป็นรัฐบาล ก็เหมือนโจรที่ซ้อมปล้น ตั้งแต่ยังไม่พ้นรั้วบ้าน

พรรคที่โกง ตั้งแต่ยังไม่ได้เป็นรัฐบาล ก็เหมือนโจรที่ซ้อมปล้น ตั้งแต่ยังไม่พ้นรั้วบ้าน

วันเสาร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.52 น.

วันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 รศ.ดร.จักษ์ พันธ์ชูเพชร สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า

ศิลปะแห่งการโกง — วาทกรรมใหม่ของนักฉ้อในคราบนักประชาธิปไตย
“พรรคการเมืองคือสถาบันศักดิ์สิทธิ์แห่งอุดมการณ์”
ฟังแล้วอยากลุกขึ้นยืนปรบมือให้…
แต่พอลืมตาขึ้นมาอีกที เห็นพรรคหนึ่งจ้างเด็กมัธยมเป็นผู้ช่วย ส.ส.
แล้วเอาเงินเดือนผู้ช่วยนั่นแหละ… ไปจ่ายค่าสมาชิกพรรคแทนคนอื่น!
อ้าวโว้ย…จากอุดมการณ์กลายเป็นอุดมแ_กเฉยเลย!

อย่าบอกนะว่า “แค่ความเข้าใจผิด”
เพราะถ้าความเข้าใจผิดมันเป็นระบบขนาดนี้ ก็ต้องเรียกว่า “ระบบฉ้อฉลแบบครบวงจร”
กฎหมายเขาเขียนไว้ให้พัฒนาพรรค ไม่ใช่ให้พัฒนาเทคนิคโกง!
แต่ก็อีกนั่นแหละ…บางพรรคมันตีความคำว่า “พัฒนา” กว้างเหลือเกิน
ตั้งแต่พัฒนาบัญชีสมาชิก ไปจนถึงพัฒนาเทคนิคสับเปลี่ยนเงินเดือนคนอื่นให้กลายเป็นทุนพรรค
นี่หรือประชาธิปไตย? — ดูไปดูมาเหมือนแชร์ลูกโซ่ทางการเมืองมากกว่า!

อย่าอ้างว่าเงินไม่มาก
เพราะมันไม่ใช่เรื่องจำนวน แต่มันคือ “เจตนาจะโกง”
ถ้าเริ่มต้นด้วยการโกงเล็ก ๆ
วันหนึ่งก็จะโตขึ้นเป็น “การโกงระดับชาติ” อย่างภาคภูมิ
เพราะใครที่เริ่มโกงได้ตั้งแต่ยังไม่ได้อำนาจ
พอได้อำนาจจริง ก็ไม่เหลืออะไรให้มันโกงไม่ได้อีกแล้ว

อย่าคิดว่าโกงแค่หลักหมื่นหลักแสนไม่เป็นไร
เพราะมันไม่ใช่เรื่องจำนวน แต่มันคือ “คุณค่าของความสุจริต”
ถ้าไม่ซื่อสัตย์ตั้งแต่วันแรกที่ขอคะแนนเสียง
อย่าหวังว่าจะซื่อสัตย์ในวันที่ได้งบหลายพันล้าน
ประชาธิปไตยไม่ได้ต้องการคนพูดเพราะ
แต่มันต้องการคน “พูดจริง” และ “ทำจริง”
จักษ์ พันธ์ชูเพชร

๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๘

‘ธรรมนัส’ ลุยนครปฐม สั่งอนุมัติงบ 20 ล้าน สร้างประตูระบายน้ำ รพ.ห้วยพลู

'ธรรมนัส' ลุยนครปฐม สั่งอนุมัติงบ 20 ล้าน สร้างประตูระบายน้ำ รพ.ห้วยพลู

‘ธรรมนัส’ ลุยนครปฐม สั่งอนุมัติงบ 20 ล้าน สร้างประตูระบายน้ำ รพ.ห้วยพลู

วันเสาร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.36 น.

“รมว.ธรรมนัส”ลงพื้นที่ อ.นครชัยศรี สั่ง อนุมัติงบ 20 ล้าน สร้างประตูระบายน้ำ – สถานีสูบน้ำ รพ.ห้วยพลู แก้น้ำท่วมเรื้อรัง พร้อมลุยขยายตลาด ส้มโอ–มะพร้าว–กล้วยไม้ไปจีน สร้างรายได้เพิ่มให้เกษตรกร

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ ได้แก่ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ, นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรฯ และนายเดช เล็กวิชัย รองอธิบดีกรมชลประทาน ลงพื้นที่ตรวจราชการในอำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและความคืบหน้าโครงการก่อสร้างด้านชลประทาน

โดยคณะได้เข้าตรวจจุดก่อสร้าง โครงการประตูระบายน้ำแม่น้ำท่าจีนเชื่อมคลองสูบน้ำ โรงพยาบาลห้วยพลู หมู่ 2 ก่อนเดินทางต่อไปยัง วัดใหม่สุคนธาราม เพื่อตรวจพื้นที่ก่อสร้าง โครงการประตูระบายน้ำคลองพระน้อย โดยมี ส.ส.ราชบุรี พรรคกล้าธรรม (กธ.) ได้แก่ นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา นายจตุพร กมลพันธ์ทิพย์ นายชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ และนายปฐมพงศ์ สูญจันทร์ อดีต ส.ส.นครปฐม พรรคพลังประชารัฐ ให้การต้อนรับ

โดย ร.อ.ธรรมนัส ได้พบปะกับประชาชน และมอบถุงยังชีพให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ พร้อมกล่าวกับประชาชนว่า ตนได้เดินทางไปนครฉงชิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นศูนย์กลางการกระจายสินค้าไปสู่รัฐ แต่มณฑลต่าง ๆ ของจีน และประเทศต่าง ๆ เพื่อเจรจาเปิดตลาดสินค้าทางการเกษตร จึงขอฝากเกษตรกรชาวนครปฐมที่ปลูกส้มโอ มะพร้าวน้ำหอม และกล้วยไม้ รวมถึงเรื่องสุกรจะมีมาตรการที่กำลังจะทำตามนโยบายควิกวิน เพื่อขยายตลาดส่งเสริมให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืน

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวต่อว่า ส่วนโครงการประตูระบายน้ำ–สถานีสูบน้ำโรงพยาบาลห้วยพลู ที่ประชาชนเรียกร้องมา ตนจะใช้เงินเหลือจ่ายปี 2569 จำนวนประมาณ 20 ล้านบาท จะเริ่มก่อสร้างได้ทันทีหลังแบบเสร็จในเดือนธันวาคม ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมเรื้อรังในพื้นที่ โดยระบุโรงพยาบาลห้วยพลูได้รับผลกระทบมานาน ต้องเร่งแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งขณะนี้งบประมาณดังกล่าวได้อนุมัติแล้วเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา สามารถดำเนินการได้ทันที

ด้านการบริหารจัดการน้ำ ร.อ.ธรรมนัส กล่าว่า ตอนแรกเราเข้าใจว่าพายุตัวสุดท้ายคือเจ้าบัวลอยน่าจะจบแล้ว แต่ก็ยังมีตัวใหม่มา กรมชลประทานมีศูนย์บริหารจัดการน้ำอัจฉริยะที่สามารถประชุมออนไลน์และสั่งการได้ทันทีในทุกจังหวัด การบริหารจัดการน้ำหัวใจมันอยู่ที่นั่น เราสั่งการไปทั่วประเทศได้เลย และเราจะรู้ข้อมูลจริง ๆ ว่า ปริมาณน้ำทั้งหมดมีเท่าไหร่ ฉะนั้นเวลาพูดกัน ไม่ว่า หน่วยงานใดก็ตาม ถ้าไม่มีข้อมูลบทข้อเท็จจริงแล้วมันจะ ทำให้เกิดความสับสน เกิดความกังวลต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้น ในอนาคต ตนในฐานะกำกับดูแลกรมชลประทานซึ่งเป็น หน่วยงานปฏิบัติการต้องรู้ว่า มวลน้ำมีปริมาณเท่าไหร่ แล้วเราจะต้องสั่งการอย่างไรให้มันเป็นระบบ 

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวต่อถึง ส่วนของลำน้ำสาขาต่าง ๆ ที่มีความตื้นเขิน โดยอยู่ในความรับผิดชอบของกรมเจ้าท่าว่า ตนได้หารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และท่านก็เห็นชอบว่า จะให้กรมชลประทานที่มีความพร้อมร่วมมือกับกระทรวงกลาโหม ไม่ว่าจะเป็นหน่วยทหารช่างที่มีเครื่องไม้เครื่องมือในการขุดลอก ตนก็จะมอบหมายให้ปลัดกระทรวงเกษตรไปเจรจาหารือถึงการดำเนินการโดยทันทีที่กระทรวงคมนาคมส่งมอบพื้นที่ให้กรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะดำเนินการทันที

‘เสื้อแดง’ รวมพลังให้กำลังใจ ‘ทักษิณ’ เตรียมมอบไดอารี่รักให้ ‘อิ๊งค์’ 17 พ.ย.นี้

‘เสื้อแดง’ รวมพลังให้กำลังใจ ‘ทักษิณ’ เตรียมมอบไดอารี่รักให้ ‘อิ๊งค์’ 17 พ.ย.นี้

‘เสื้อแดง’ รวมพลังให้กำลังใจ ‘ทักษิณ’ เตรียมมอบไดอารี่รักให้ ‘อิ๊งค์’ 17 พ.ย.นี้

วันเสาร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.05 น.

“กลุ่มเสื้อแดง“ รวมพลตั้งเวทีปราศรัยเล็ก ให้กำลังใจ “ทักษิณ” พร้อมเตรียมมอบดวงใจไดอารี่สีแดง ร้อยเรียงถ้อยคำรักและศรัทธา มอบให้ “อิ๊งค์” จันทร์ 17 พ.ย.นี้หน้าเรือนจำฯ

วันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ เรือนจำกลางคลองเปรม ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหา นคร ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกคำสั่งบังคับโทษ 1 ปี โดยศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทาง การเมือง ปัจจุบันนายทักษิณ ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำกลางคลองเปรม ตั้งแต่วันที่ 9 ก.ย.68 หรือ 2  เดือน 6 วัน โดยในส่วนของครอบครัวได้มีการสลับหมุนเวียนมาเป็นตัวแทนเยี่ยมในแต่ละสัปดาห์ ทุกวันจันทร์และวันพฤหัสบดี อีกทั้งยังมีมวลชนคนเสื้อแดงจากทั่วประเทศคอยรวมตัวมาให้กำลังใจที่เรือนจำฯ และจัดกิจกรรมรับประทานอาหารเย็น ตั้งวงเสวนาเล่าย้อนถึงนโยบายเศรษฐกิจ นโยบายที่ประสบความสำเร็จที่ผ่านมาของนายทักษิณ ชินวัตร พรรคไทยรักไทย มาจนถึงพรรคเพื่อไทย ตามที่มีการรายงานข่าวไปอย่างต่อเนื่องแล้วนั้น

โดยวันนี้บรรยากาศด้านหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม ยังคงมีการนัดหมายจัดกิจกรรมของมวลชนคนเสื้อแดง เพื่อให้กำลังใจนายทักษิณ ชินวัตร นำโดย “กลุ่มเพื่อชาติประชาธิปไตยและคนที่เรารักศรัทธา (พปศ.)” และมีคนเสื้อแดงจากหลายจังหวัดมาร่วมงาน เช่น เสื้อแดงลำพูน เสื้อแดงเชียงราย เสื้อแดงลำปาง เสื้อแดงชลบุรี ซึ่งเดินทางมาด้วย 2 รถบัส 3 รถตู้ และระหว่างกิจกรรมจะมี 11 แกนนำสลับหมุนเวียนกันปราศรัย โดยกิจกรรมเริ่มตั้งแต่เวลา 11.00 น. เป็นการพูดคุยของประชาชนที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด จากนั้นเวลา 12.00 น. จะมีแกนนำหลัก เช่น นายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายวรชัย เหมะ อดีต สส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ อดีตที่ปรึกษา น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เวลา 13.00 น. เป็นการแถลงข่าวของ กลุ่ม พปศ. และในเวลา 13.30 น. เป็นการเปิดเวทีเสวนาเรื่องนโยบายสมัยไทยรักไทย และในเวลา 15.00 น. เป็นการแสดงการร้องเพลงของนักร้องที่มาร่วมกิจกรรม

สำหรับกิจกรรมเพิ่มเติมนอกเหนือจากหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาพบว่าคนเสื้อแดงได้มีการเตรียมกระดาษสีแดงซึ่งตัดเป็นรูปทรงหัวใจ เพื่อให้ช่วยกันเขียนข้อความส่งกำลังใจถึงนายทักษิณ ชินวัตร โดยจะได้ร่วมกันมอบให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี บุตรสาวคนเล็กของนายทักษิณ ในวันจันทร์ที่ 17 พ.ย. ทั้งนี้ ข้อความส่วนใหญ่บนกระดาษปรากฏถ้อยคำหลากหลายความรู้สึกรัก เคารพ ศรัทธา และรอคอยวันเวลาการกลับมาของอดีตนายกฯ ผู้เป็นที่รักของคนเสื้อแดง อาทิ ขอให้ท่านสุขภาพแข็งแรง ข้างนอกไม่ทอดทิ้งท่านแน่นอน, วันนี้เฮาทำข้าวหนุกงา น้ำพริกตาแดง แคปหมูมากินหน้าเรือนจำตวยเจ้า, ขอให้นายกทักษิณ นายกในดวงใจของพวกเรารักษาสุขภาพ พวกเรารอท่านอยู่ด้วยความรักและศรัทธา, รักและคิดถึงนายกในดวงใจ, คิดถึงท่านนายกทักษิณ ชินวัตร, ส่งกำลังใจให้ท่านนายกทักษิณทุกวันไม่เว้นวันหยุด, รอวันที่ท่านจะออกมา, รักนายกทักษิณ ไม่เคยรักใครเท่าไทยรักไทย เพื่อไทย, กทม. เขตสาทรคิดถึงท่านเสมอ เป็นต้น.

‘หมอวรงค์’ ซัด ‘อันวาร์’ ชี้ต้องด่าเขมรไม่ใช่มาอวย

'หมอวรงค์' ซัด 'อันวาร์' ชี้ต้องด่าเขมรไม่ใช่มาอวย

‘หมอวรงค์’ ซัด ‘อันวาร์’ ชี้ต้องด่าเขมรไม่ใช่มาอวย

วันเสาร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.53 น.

‘หมอวรงค์’ จวกแหลก นายกฯมาเลเซีย หลังอันวาร์ต่อสายคุยฮุนมาเนต แล้วโพสต์ชื่นชมกัมพูชาเลือกทางสันติภาพ

15 พ.ย. 68 นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก วรงค์ เดชกิจวิกรม – Warong Dechgitvigrom หัวข้อ ขอสื่อสารไปยังประชาชนมาเลเซีย ระบุว่า “#ขอสื่อสารไปยังประชาชนมาเลเซีย

ผมต้องการสื่อสารไปยัง ประชาชนชาวมาเลเซีย กรณีนายกอันวาร์ ได้โพสต์ลงเฟซบุ๊คว่า ได้ต่อสายคุยกับนายกฮุน มาเน็ต แห่งกัมพูชา และยังได้ชื่นชมแนวทางของกัมพูชาว่า เลือกใช้หนทางแห่งสันติภาพ

ผมคิดว่านายกอันวาร์ คงนั่งจินตนาการในห้องทำงาน โดยไม่ดูข้อเท็จจริงว่า ความจริงนั้นเกิดอะไรขึ้น ทั้งๆที่ท่านน่าจะรู้ว่า กัมพูชาเป็นผู้ก่อเหตุให้ทหารไทยขาขาด เป็นขาที่ 7 เพียงแค่ท่านคุยกับนายกฮุน มาเน็ต ท่านก็มาชื่นชมแล้ว

ผมเริ่มสงสัยพฤติกรรมของท่าน ในฐานะประธานอาเซียนว่า ท่านได้วางบทบาทหน้าที่เป็นกลางจริงหรือไม่ แม้สำนักข่าวแห่งชาติของท่านเอง ยังลงข่าวผิดพลาดเลยว่า ทุ่นระเบิดของกัมพูชาที่วางไว้เป็นของเก่า และมาแก้ภายหลังว่าเป็นทุ่นใหม่ แต่ก็สร้างความเสียหายให้กับประเทศไทยแล้ว

อย่างน้อยในฐานะท่านคือผู้มีส่วนร่วม ในการเป็นสักขีพยาน ของการลงนามเพื่อสันติภาพ ระหว่างไทยกับกัมพูชา แต่ผ่านมาเพียงไม่กี่วัน กัมพูชากลายเป็นผู้ละเมิดสันติภาพ อย่างน้อยท่านควรเป็นผู้ เรียกร้องให้กัมพูชาเคารพข้อตกลง ไม่ใช่มาพูดว่า ชื่นชมที่กัมพูชาเลือกใช้แนวทางสันติภาพ

ท่านทราบไหมว่า วันนี้คนไทยส่วนใหญ่ไม่เชื่อถือท่าน และมีคนไทยอีกจำนวนไม่น้อย มองว่า ท่านอาจจะไปมีผลประโยชน์กับกัมพูชา แม้ท่านอาจจะไม่ได้อ่านข้อความนี้ที่มีต่อตัวท่าน ในฐานะประชาชนชาวไทย แต่อย่างน้อยประชาชนชาวมาเลเซียควรจะได้รับทราบว่า ผู้นำของมาเลเซียนั้นเป็นคนเช่นไร

A Message to the People of Malaysia
I would like to address the people of Malaysia regarding Prime Minister Anwar’s recent Facebook post stating that he had a phone conversation with Cambodian Prime Minister Hun Manet, and further expressing admiration for Cambodia’s “peaceful approach.”
I believe Prime Minister Anwar may be making such remarks from the comfort of his office without examining the facts of what has actually happened. He should be well aware that it was Cambodia that caused severe injury to a Thai soldier—resulting in the seventh amputation case—yet simply after speaking with Prime Minister Hun Manet, he chose to offer praise.
This raises serious concerns about his conduct as ASEAN Chair. I question whether he is truly upholding the responsibility of maintaining neutrality. Even Malaysia’s own national news agency initially reported incorrect information, claiming that the landmine laid by Cambodia was an old one, only to later correct it as a newly planted device—by which time damage to Thailand had already been done.
At the very least, as a witness and participant in the signing of the peace agreement between Thailand and Cambodia, he should be the one urging Cambodia to honour the commitments made—not commending Cambodia for supposedly choosing a peaceful path.
Does he realise that, today, a majority of Thai people have lost trust in him? Many Thais even suspect that he may have personal interests linked to Cambodia. He may never read this message directed at him, but the people of Malaysia should be aware of the type of leadership their prime minister is displaying.”

‘สุรเดช’ เตรียมเสนอ ‘รมว.ตรีนุช’ ใช้แรงงาน ‘กลุ่มชาติพันธุ์’ 2 แสนกว่าคน เผยนำร่องที่เชียงรายแล้ว 700 กว่าคน ทดแทนแรงงานกัมพูชา

‘สุรเดช’ เตรียมเสนอ ‘รมว.ตรีนุช’ ใช้แรงงาน ‘กลุ่มชาติพันธุ์’ 2 แสนกว่าคน เผยนำร่องที่เชียงรายแล้ว 700 กว่าคน ทดแทนแรงงานกัมพูชา

‘สุรเดช’ เตรียมเสนอ ‘รมว.ตรีนุช’ ใช้แรงงาน ‘กลุ่มชาติพันธุ์’ 2 แสนกว่าคน เผยนำร่องที่เชียงรายแล้ว 700 กว่าคน ทดแทนแรงงานกัมพูชา

วันเสาร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.46 น.

‘สุรเดช’ เตรียมเสนอ ‘รมว.ตรีนุช’ ใช้แรงงาน ‘กลุ่มชาติพันธุ์’ 2 แสนกว่าคน เผยนำร่องที่เชียงรายแล้ว 700 กว่าคน ทดแทนแรงงานกัมพูชา ชี้รวมกับแรงงานจากศูนย์พักพิง 4 หมื่นคน เชื่อช่วยบรรเทาปัญหาขาดแคลนแรงงานได้ 

นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ในฐานะประธานคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้สัมภาษณ์ ถึงกรณีการหาแรงงานทดแทนแรงงานกัมพูชา ภายหลัง
เกิดปัญหาสู้รบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาว่า ส่วนตัวในฐานะประธานคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เห็นว่าเรื่องนี้ไม่น่าเป็นปัญหา เรามีแนวทางที่จะหาแรงงานมาทดแทนแรงงานกัมพูชาอยู่แล้ว ซึ่งมี 2 แนวทางที่ดูไว้ คือการจัดหาแรงงานจากกลุ่มชาติพันธุ์ที่อยู่บนดอย คนกลุ่มนี้ยังไม่มีบัตรประชาชน ซึ่งมีอยู่ประมาณ 2 แสนกว่าคน ที่มีความพร้อมจะทำงาน ขณะนี้แรงงานกลุ่มนี้ได้นำร่องที่จังหวัดเชียงรายแล้ว ประมาณ 700 กว่าคนที่ลงมาทำงานในพื้นที่จังหวัดเชียงรายแล้ว แต่ถ้าจะให้ออกไปนอกพื้นที่ก็ต้องมีใบอนุญาตจากกระทรวงแรงงาน ซึ่งตนมั่นใจว่า แรงงานจากกลุ่มชาติพันธ์ุเหล่านี้ สามารถเป็นแรงงานทดแทนแรงงานกัมพูชาได้โดยเฉพาะภาคเกษตรเพราะพูดภาษาไทยได้ ไม่มีปัญหาเรื่องการสื่อสารกับผู้ประกอบการ ซึ่งตนกำลังจะนำข้อมูลตรงนี้ส่งให้ปลัดกระทรวงแรงงานเพื่อเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นางสาวตรีนุช เทียนทอง ต่อไป 

นายสุรเดช กล่าวว่า ส่วนอีกแนวทางหนึ่งคือแรงงานจากบังคลาเทศที่เขาสนใจ  นอกจากนี้ยังมีแรงงานที่ศูนย์อพยพหรือศูนย์พักพิงที่ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานได้พูดไว้ ซึ่งมีอยู่ประมาณ 4 หมื่นคน ก็สามารถนำมาทดแทนได้ 

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีแรงงานกลุ่มชาติพันธุ์ หรือกลุ่มชาวเขาซึ่งไม่มีบัตร ถ้าจะมาทำงานนอกพื้นที่จะมีปัญหาหรือไม่ เพราะไม่มีบัตรประชาชน นายสุรเดช กล่าวว่า ไม่มีบัตรประชาชน แต่คนกลุ่มนี้จะมีใบอนุญาตทำงาน ซึ่งเรื่องบัตรประชาชนอาจจะต้องมีการประสานกับทางกระทรวงมหาดไทย รวมถึงกระทรวงสาธารณสุขเพื่อตรวจสุขภาพของแรงงานก่อนที่จะเข้ามาทำงาน ซึ่งต้องทำงานร่วมกันแบบบูรณาการ ดังนั้นไม่น่าจะมีปัญหาอะไร นอกจากนี้เราก็คงต้องดูแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มด้วย ไม่ว่าจะเป็นแรงงานจาก ลาว เวียดนาม และ เมียนมาร์ ซึ่ง กระทรวงแรงงานจะพยายามหาแรงงานเข้ามาทดแทนให้มากที่สุด

นายสุรเดช กล่าวว่า กระทรวงแรงงาน โดย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นางสาวตรีนุช เทียนทอง ได้กำหนด 5 นโยบายในการทำงานเพื่อเสริมการทำงานของรัฐบาล คือ 1.แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานจากการสู้รบ ไทย-กัมพูชา  2.Up skill /Re skill แรงงานไทยก้าวทันเทคโนโลยี  3.ส่งเสริมสวัสดิการแรงงาน 4. สร้างโอกาสให้แรงงานไทยมีงานทำในต่างประเทศ และ 5.การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี โดยย้ำในเรื่องของความโปร่งใส เน้นแก้ปัญหาแรงงานขาดแคลน ยกระดับสิทธิแรงงานและพัฒนาทักษะดิจิทัล ดังนั้นขอคนไทยไม่ต้องกังวลเรื่องแรงงานกัมพูชาที่ขาดไป