‘อนุทิน’เผย ‘ทรัมป์’ โทรหาคุยเรื่องเขมร

'อนุทิน'เผย 'ทรัมป์' โทรหาคุยเรื่องเขมร

‘อนุทิน’เผย ‘ทรัมป์’ โทรหาคุยเรื่องเขมร

วันเสาร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 13.54 น.

15 พ.ย. 68 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ถึงกรณีที่ได้พูดคุยกับ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ และ นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกฯมาเลเซีย ถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า เมื่อคืนนี้ผมได้รับโทรศัพท์จากนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิมแห่งมาเลเซียและประธานาธิบดีสหรัฐ นายโดนัลด์ ทรั้มป์ ซึ่งทั้งสองท่านได้พูดคุยหารือกับผมเกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชาพร้อมทั้งขอให้รัฐบาลไทยยังคงดำรงเป้าหมายการสร้างสันติภาพตามแนวทางที่ได้ลงนามในปฎิญญาที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ต่อไป และผมก็ได้แสดงจุดยืนของรัฐบาลไทยซึ่งพอสรุปใจความสำคัญได้ ดังนี้

1. ผมได้ขอบคุณทุกคำแนะนำและรับฟังความเห็นของผู้นำทั้งสองท่านในฐานะที่เป็นพยานในปฏิญญาดังกล่าว เพื่อนำมาพิจารณาร่วมกันกับข้อมูลที่หน่วยงานความมั่นคงของไทยมีอยู่ในการไปดำเนินการกำหนดแนวทางปฏิบัติเพิ่มเติมจากการเกิดเหตุการณ์ที่ฝ่ายกัมพูชาไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดและละเมิดเงื่อนไขที่ระบุไว้ในปฏิญญา

2. ผมได้แจ้งให้พยานทั้งสองท่านทราบว่า ผู้ร่วมสังเกตการณ์จากหลายประเทศได้เข้าไปทำการตรวจสอบที่เกิดเหตุ ได้ยืนยันว่า ทุ่นระเบิดทั้งสี่ทุ่นเป็นทุ่นระเบิดใหม่ที่มีการลักลอบเข้ามาวางในเขตพื้นที่ของไทยหลังจากที่ไทยและกัมพูชาได้ลงนามในปฏิญญาที่กรุงกัวลาลัมเปอร์เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568 แล้ว

3. ผมได้ยืนยันว่ารัฐบาลไทยจะระงับการดำเนินการภายใต้เนื้อหาที่ระบุไว้ในปฏิญญาจนกว่ากัมพูชาจะยอมรับว่าตนมิได้ปฏิบัติตามและได้ละเมิดเงื่อนไขดังกล่าว และต้องมีคำแถลงขอโทษต่อประชาชนชาวไทยในกรณีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ภูมะเขือซึ่งได้ทำให้ทหารของไทยได้รับบาดเจ็บและสูญเสียอวัยวะ

4. ผมได้ย้ำว่า รัฐบาลไทยทรงไว้ซึ่งสิทธิและมีอำนาจที่จะดำเนินการใดๆ เพื่อปกป้องอธิปไตยของประเทศและสร้างความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนชาวไทยเช่นเดียวกับประเทศอื่นๆที่พึงจะกระทำเพื่อปกป้องประเทศและประชาชนให้พ้นจากภัยคุกคามของต่างชาติ

5. ผมได้เรียกร้องให้ผู้นำของทั้งสองประเทศในฐานะที่เป็นสักขีพยานในปฏิญญาดังกล่าวให้ทำการแจ้งไปยังนายกรัฐมนตรีของกัมพูชาให้เคารพและปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างเคร่งครัดและมีความจริงใจต่อประเทศทั้งสี่ที่ได้ร่วมกันลงนามในปฏิญญาเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ และได้ขอให้ผู้นำทั้งสองเน้นย้ำต่อผู้นำรัฐบาลกัมพูชาว่า จะต้องไม่มีการขัดขวางใดๆของฝ่ายกัมพูชาต่อการเข้าไปเก็บกู้ทุ่นระเบิดที่ฝ่ายกองทัพไทยเป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งได้มีการกำหนดพิกัดและพื้นที่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

6. ผมได้แจ้งต่อท่าน ปธน สหรัฐและนายกรัฐมนตรีมาเลเซียว่าการที่กัมพูชาไม่เคารพต่อปฏิญญาและไม่ยอมรับผิดต่อเหตุการณ์ที่ทำให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บและต้องสูญเสียอวัยวะในครั้งนี้จะทำให้ประชาชนชาวไทยหมดความมั่นใจและความเชื่อถือต่อรัฐบาลกัมพูชาซึ่งจะยังผลให้การดำเนินการที่จะนำไปสู่การสร้างสันติภาพมีความยากลำบากเป็นอย่างยิ่ง

7. ผมได้ยืนยันว่ารัฐบาลไทยพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับทุกชาติ เพื่อเสริมสร้างสันติภาพในภูมิภาคอาเซียน แต่ในขณะเดียวกัน รัฐบาลไทยก็ไม่ต้องการที่จะมีความสัมพันธ์ใดๆต่อไปกับเพื่อนบ้านที่ไม่มีความจริงใจและคอยคุกคามอธิปไตยของไทยอยู่ตลอดเวลา

8. ผู้นำทั้งสองท่านได้รับทราบจากผมว่ารัฐบาลไทยและพี่น้องประชาชนชาวไทยมีความเสียใจและผิดหวังต่อเหตุร้ายแรงที่ได้เกิดขึ้นเพราะว่าในอดีตที่ผ่านมาประเทศไทยก็เคยให้ความช่วยเหลือ ให้ที่พักพิงแก่ผู้อพยพหนีภัยสงครามชาวกัมพูชาด้วยความปรารถนาดีและด้วยความมีมนุษยธรรม จึงไม่คาดคิดว่ารัฐบาลกัมพูชาจะกระทำตนเป็นปฏิปักษ์และเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศไทยและยังได้ทำร้ายคนไทยได้ถึงระดับนี้

9. ผมได้เน้นย้ำว่า รัฐบาลไทยไม่เคยมีเจตนารุกรานกัมพูชา แต่มีความพร้อมที่จะดำเนินการตอบโต้เพื่อปกป้องอธิปไตยและเกียรติภูมิของชาติและเพื่อสร้างความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของคนไทยในทุกวิถีทาง

10. ประธานาธิบดีสหรัฐได้ถามผมว่าเรื่องการเจรจาทางการค้าระหว่างไทยและสหรัฐ มีปัญหาอะไรหรือไม่ ซึ่งผมได้เรียนท่านไปว่าอยากจะขอให้ท่านได้ลดอัตราภาษีให้กับประเทศไทยมากกว่านี้ ซึ่งท่านได้ตอบมาอย่างอารมณ์ดีว่า ในอัตรา 19% ที่ไทยได้รับ ถือว่าต่ำมากนะ ผมก็ได้พูดกับท่านว่า หากต่ำจริงผมคงไม่เดินไปขอท่านที่เกาหลีใต้ให้ลดลงอีก เพราะประเทศไทยก็ได้ให้ความร่วมมือในทุกๆด้านกับสหรัฐอเมริกาเป็นอย่างดี ขอให้ท่านได้ให้หน้าผมบ้าง ท่านได้ตอบกลับมาว่า ท่านจะไปคุยกับทางกัมพูชาซึ่งหากกัมพูชาไม่ขัดขวางการถอนทุ่นระเบิดของไทย แล้วฝ่ายไทยสามารถดำเนินการเร่งถอนทุ่นระเบิดได้อย่างรวดเร็ว ประธานาธิบดีสหรัฐจะพิจารณาให้มีการปรับลดภาษีให้มากกว่านี้ ท่านพูดกลับมาในท่วงทำนองเท่าที่ผมจำได้ว่า “If you do the demining works quickly, I’ll consider chopping more percentage for you.” อาจจะไม่ตรงทุกคำศัพท์ แต่ก็อยู่ในโทนนี้ครับ 

11. ท่านนายกรัฐมนตรีมาเลเซียก็บอกว่าจะเร่งทำเอกสารในนามประธาน ASEAN เพื่อย้ำความเข้าใจและให้ทั้งสองประเทศได้ดำเนินการตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในปฏิญญาอย่างเคร่งครัดต่อไป

ก่อนวางสาย ทั้งประธานาธิบดีสหรัฐและนายกรัฐมนตรีมาเลเซียได้ขอให้ผมส่งความปรารถนาดีมายังพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคนซึ่งผมได้กล่าวขอบคุณทั้งสองท่านไปในขณะเดียวกัน
ผมกราบขออภัยพี่น้องประชาชนที่อาจจะส่งข้อความนี้ล่าช้าไปเล็กน้อยเนื่องจากกำลังปฎิบัติภารกิจที่สำคัญยิ่งที่ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน 

‘สุรเชษฐ์’แฉรัฐบาล โฆษณาลดค่าทางด่วน แลกยืดสัมปทานเอื้อนายทุน

'สุรเชษฐ์'แฉรัฐบาล โฆษณาลดค่าทางด่วน แลกยืดสัมปทานเอื้อนายทุน

‘สุรเชษฐ์’แฉรัฐบาล โฆษณาลดค่าทางด่วน แลกยืดสัมปทานเอื้อนายทุน

วันเสาร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 13.14 น.

‘สุรเชษฐ์’ แฉรัฐบาลโฆษณาลดค่าทางด่วน แลกยืดสัมปทานเอื้อนายทุน สร้าง Double Deck ไม่คุ้มค่า แก้ปัญหาเชิงโครงสร้างไม่ได้ แช่แข็งการพัฒนา เป็นรัฐบาล MOA อยู่ 4 เดือน  อย่าสร้างภาระให้ประชาชนระยะยาว

15 พ.ย.68 นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ แถลงจุดยืนกรณีรัฐบาล 4 เดือนมีความพยายามจะขยายอายุสัมปทานทางด่วน Double Deck ว่า เมื่อวันที่ 4 พ.ย. 68 กระทรวงคมนาคมเร่งหาแนวทางเตรียมรถค่าทางด่วนทุกเส้นทาง สูงสุดไม่เกิน 50 บาท เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชนภายในสิ้นปี 68 แต่ไม่รวมมอเตอร์เวย์ แต่เป็นการโฆษณาเกินจริง จึงขอถามว่าเป็นของขวัญที่จะมาในปีใหม่นี้หรือจะเป็นภาระต่อลูกหลานในอนาคต ซึ่งในรัฐบาลที่แล้วพยายามจะทำแต่ทำไม่สำเร็จ แต่ตอนนี้ก็เหมือนเดิม เพียงแค่เปลี่ยนคนมาทำ ตนได้ติดตามเรื่องนี้มาตั้งแต่ปี 2562 โดยตั้งธงชัดเจน ว่าจะขยายสัญญาณสัมปทาน แต่มีความไม่ชอบพากล ซึ่งการจะขยายสัญญาต้องมีค่ายอมความหรือค่าแกล้งโง่ โดยรัฐบาลขณะนั้นเซ็นสัญญาไปแล้วทำให้เป็นผลพวงในอนาคต แต่อีกเรื่องคือ Double Deck หรือโครงการทางด่วนชั้นที่ 2 เพื่อแลกกับสัมปทานเพิ่มอีก 15 ปี มีผลประโยชน์หลายแสนล้าน ซึ่งพรรคประชาชนตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ เราค้านว่าไม่ควรขยายสัญญาสัมปทานในเรื่องนี้  เพราะเห็นว่าเมื่อหมดสัมปทานแล้วก็ควรกลับมาเป็นของรัฐ แต่ขณะนั้นตนเป็นเสียงข้างน้อยในสภาทำให้มีการขยายสัมปทานสำเร็จ 

นายสุรเชษฐ์ กล่าวว่า ตลกร้ายก็คือรัฐบาลต่อมา ชอบออกมาโฆษณาเอาหน้า เรื่องขึ้นทางด่วนฟรีวันหยุด ซึ่งความจริงแล้วไม่ใช่ เพราะเป็นเงื่อนไขจากการขยายสัญญาสัมปทานในช่วงปี 2562 อยู่แล้ว ไม่ใช่ผลงานของรัฐบาล ที่ผ่านมาในปี 2567 มีการปั่นกระแสลดค่าทางด่วน คนจำนวนมากชอบเพราะว่าถูกลง แต่ลึกๆ แล้วไม่ดีต่อประเทศในภาพรวม การลดค่าทางด่วนให้ถูกลงก็จะย้อนแย้งกับนโยบายที่อยากให้คนใช้ขนส่งสาธารณะ อีกเรื่องคือการไปลดราคาก็ต้องเอาเงินของทุกคนไปช่วยกันจ่าย ซึ่งขัดกับหลักผู้ใช้เป็นผู้จ่าย และเมื่อถูกลงต้องมีการเจรจากับผู้รับสัมปทานใหม่ 

แม้รัฐบาลปี 2567 จะไปแล้ว แต่ความพยายามนี้ยังอยู่ นายทุนเจ้าเดิมยังอยู่ ผู้ที่อยู่ในตำแหน่งบริหารก็ยังอยู่ยังผลักดันเรื่องนี้ และกลับมาอีกครั้งในรัฐบาลนี้ ด้วยการสร้างภาพตั้งแต่วันแถลงนโยบายว่าจะลดรายจ่ายให้ประชาชนจะลดค่าผ่านทาง ตนมองว่าเป้าหมายที่แท้จริงเขาไม่ได้จะลดราคาให้ประชาชน เนื้อแท้แล้ว คือ อยากหาเรื่องขยายสัญญาสัมปทานไปอีก โดยปัจจุบันสิ้นสุดที่ปี 2578 แต่อยากจะขยายไปถึง 31 มีนาคม พ.ศ. 2601 ซึ่งเราต้องจ่ายเข้ากระเป๋านายทุนนานขึ้น และต้องแลกมาด้วยการ พ่วงโครงการ Double Deck 3.5 หมื่นล้านบาทแบบไม่ต้องประมูล ประชาชนต้องเดือดร้อนโดยไม่รู้ตัว เพราะถ้าไม่มีสัมปทานตัวนี้เราสามารถวิ่งฟรีได้ทุกวันด้วยซ้ำ 

นายสุรเชษฐ์ ยังกล่าวว่า โครงการ Double Deck ไม่ได้เพิ่มทางลงสู่พื้นราบ เพราะเป็นการสร้างทางด่วนชั้นที่ 2 ลงมาบนทางด่วนขั้นที่ 2 ซึ่งรถติดอยู่แล้ว เหมือนเป็นการเพิ่มพื้นที่จอดรถบนอากาศ ซึ่งโครงการนี้ตกกิโลเมตรละ 2,047 ล้านบาท เอกชนก็จะได้ไปแบบไม่มีการแข่งขัน หากมีการเซ็นสัญญาสัมปทานกันไป ซึ่งเราเห็นว่าโครงการนี้ขาดทุนเห็น ๆ แต่ผู้มีอำนาจก็จนใจปกปิดข้อมูลและรายละเอียดต่อกรรมาธิการ ตนกับพรรคประชาชนไม่ได้ค้านหัวชนฝา แต่นี่คือการจงใจเอื้อประโยชน์ให้นายทุนผ่านการขยายสัมปทาน อยากชวนคิดว่าผู้บริหารการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ชงเพื่อใคร ใครเป็นคนแต่งตั้งเปลี่ยนรัฐมนตรีแล้วก็ยังคงเดินต่อ

ขณะเดียวกัน ยังมองว่า การลดค่าทางด่วนสามารถลดได้อยู่แล้วในช่วงกลางคืน หากปล่อยให้สัมปทานหมดแล้วคืนสู่รัฐ แลกกับการปรับขึ้นราคาในช่วงเวลาเร่งด่วน และตั้งสังเกตว่า ในช่วงทางด่วนสายสีแดง ช่วงแจ้งวัฒนะ -บางปะอิน ไม่ได้เกี่ยวของกับโครงการทางด่วนชั้นที่ 2 แต่ได้ขยายสัมปทานไปด้วย 

ขอย้ำจุดยืนของพรรคประชาชน ว่าเราขอคัดค้านอย่างมีเหตุผล ด้วยเหตุผล 4 ข้อ คือ 1.ไม่คุ้มค่า 2.ไม่โปร่งใส่ 3.ไม่ดีจริง และ 4. ไม่ใช่เรื่องของรัฐบาลนี้ เพราะเป็นรัฐบาลตาม MOA ที่อยู่ไม่เกิน 4 เดือนตามข้อตกลง แต่กำลังคิดจะสร้างภาระให้ประชาชนไปจนถึงปี 2601 ดีลใหญ่แบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้นในรัฐบาลนี้ นอกจากนั้นตนได้ข้อมูลจากข้าราชการว่ามีวาระลับในบอร์ด กรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (Public-Private Partnership : PPP) เมื่อวันที่ 31 ต.ค. 68 จึงอยากให้ช่วยกันจี้ถามทางสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (ส.ค.ร.) ว่าตกลงแล้วมีเรื่องขยายสัมปทานเข้าไปด้วยหรือไม่ แล้วมติคืออะไร เพราะหากหลุดจากบอร์ดนี้ ทางฉลุยเข้า ครม.เลย 

หากเราเงียบเอาแน่ชงเข้า ครม.แน่ ดังนั้นข้อเสนอของตนและพรรคประชาชน คือ หยุดหาเรื่องขยายสัมปทานไปเรื่อย เน้นแก้ปัญหารถติดให้ถูกจุด ไม่จำเป็นต้องรีบทำโครงการ Double Deck  จะปะผุด้วยการขยายสัมปทานไปเรื่อย จะแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างไม่ได้ เพราะการขยายสัมปทานเหมือนกันแช่แข็งการพัฒนา สิ่งสำคัญคือควรรอรัฐบาลใหม่หลังการเลือกตั้งหานโยบายแนวทางการแก้ไขปัญหามาให้ประชาชนตัดสินใจ อย่าเพิ่งเร่งอนุมัติเรื่องใหญ่แบบนี้ เพื่อเก็บกระสุนไปเลือกตั้ง เรื่องใหญ่แบบนี้ไม่ใช่เรื่องที่รัฐบาล 4 เดือนควรทำ  ควรรอให้รัฐบาลหลังการเลือกตั้งมาตัดสินใจ

เมื่อถามว่าได้พูดคุยเรื่องนี้กับนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แล้วหรือยัง นายสุรเชษฐ์ กล่าวว่า ในการประชุม กมธ.ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 13 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเชิญนายพิพัฒน์มา เป็นการหารือเรื่องตั๋วร่วมและค่าโดยสารร่วมเป็นหลัก แต่ตนก็ได้ลองสอบถามนายพิฒน์ดูท่านก็เบรกแบบขำๆ ตอบแบบแบ่งรับแบ่งสู้ 

นายสุรเชษฐ์ ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า ขอให้ประชาชนช่วยกันติดตามเรื่องดังกล่าว เพื่อเรียกร้องไปถึงรัฐบาลว่า จะทำอะไรให้คิดถึงประชาชนมากๆ

‘น.อ.อนุดิษฐ์’แจงปม’ชนนพัฒฐ์’ ถูก ปปง.อายัดทรัพย์ ชี้ต้องใช้มาตรฐานเดียวกันทั้งสภา

'น.อ.อนุดิษฐ์'แจงปม'ชนนพัฒฐ์' ถูก ปปง.อายัดทรัพย์ ชี้ต้องใช้มาตรฐานเดียวกันทั้งสภา

‘น.อ.อนุดิษฐ์’แจงปม’ชนนพัฒฐ์’ ถูก ปปง.อายัดทรัพย์ ชี้ต้องใช้มาตรฐานเดียวกันทั้งสภา

วันเสาร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 12.50 น.

‘น.อ.อนุดิษฐ์’แจงปม’ชนนพัฒฐ์’ ถูก ปปง.อายัดทรัพย์ ชี้ต้องใช้มาตรฐานเดียวกันทั้งสภา ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ปกป้อง แต่ต้องเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

เมื่อวันที่ 15 พ.ย. 2568 เวลา 11.35 น.น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรคกล้าธรรม กล่าวถึงกรณีกระแสสังคม หลังนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม ถูกสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) อายัดทรัพย์จากข้อสงสัยเกี่ยวกับเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงคดีพนันออนไลน์ โดยระบุว่า พรรคกล้าธรรมยืนยัน ไม่แทรกแซง ไม่ปกป้อง ไม่ขัดขวาง การตรวจสอบ พร้อมให้ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา

น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า ช่วง 2–3 วันที่ผ่านมา ตนได้รับคำถามจากสื่อหลายสำนัก ทั้งเรื่องความรับผิดชอบของพรรค และข้อเรียกร้องให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ต้องลาออกหรือไม่ ซึ่งขอชี้แจงว่าประเด็นนี้ ไม่ใช่เรื่องของพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่เป็นมาตรฐานเดียวกันของทั้งสภาผู้แทนราษฎร

น.อ.อนุดิษฐ์ ย้ำว่า ส.ส.ชนนพัฒฐ์ ต้องพิสูจน์ความบริสุทธิ์ผ่านกระบวนการยุติธรรม และพรรคจะไม่ปกป้องผู้กระทำผิด หากตรวจสอบแล้วพบว่ามีความผิดก็ต้องรับผิด แต่หากเป็นผู้บริสุทธิ์ก็ต้องคืนความเป็นธรรมให้เช่นเดียวกัน ทั้งหมดขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและกระบวนการยุติธรรม ไม่มีการยกเว้นให้ใครทั้งนั้น

อย่างไรก็ตาม น.อ.อนุดิษฐ์ เรียกร้องให้สังคมมองภาพใหญ่ด้วยความเป็นธรรม พร้อมตั้งคำถามถึงความ สองมาตรฐานทางการเมืองโดยชี้ว่า ปัจจุบันมี ส.ส.จากหลายพรรค ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ที่เคยถูกศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุก แต่ยังดำรงตำแหน่งต่อไปได้ ขณะที่บางคนซึ่งมีคดีติดตัวกลับออกมาเรียกร้องให้ ส.ส.ชนนพัฒฐ์ ลาออกทันที

“คำถามคือ เรากำลังใช้มาตรฐานเดียวกันจริงหรือไม่? หากผู้แทนที่กำลังต่อสู้คดีของตัวเองยังทำหน้าที่ต่อไปได้ หลักเดียวกันก็ควรใช้กับทุกฝ่าย ไม่ใช่เฉพาะบางฝ่ายเท่านั้น นี่ไม่ใช่การโจมตีใครเป็นพิเศษ แต่เป็นการสะท้อนให้เห็นปัญหามาตรฐานร่วมของสภาที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชน“น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าว 

น.อ.อนุดิษฐ์ ได้ย้ำหลักการสำคัญ 3 ประการของพรรคกล้าธรรม ได้แก่ 1.ไม่เลือกปฏิบัติ ทุกคนต้องถูกตรวจสอบอย่างเท่าเทียม 2.เคารพกระบวนการยุติธรรม คำพิพากษาศาลชั้นต้นหรืออุทธรณ์คือข้อเท็จจริงตามกฎหมาย แม้คดียังไม่ถึงที่สุดก็ไม่ควรทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น และ 3,นักการเมืองต้องเป็นตัวอย่างที่ดี หากจะเรียกร้องให้คนอื่นลาออก ก็ต้องใช้มาตรฐานเดียวกันกับตัวเอง

น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ประเทศไทยอยู่กับ “สองมาตรฐาน” มานาน และการใช้คดีของผู้อื่นสร้างประโยชน์ทางการเมืองเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น การยกระดับความเชื่อมั่นของสภาคือสิ่งสำคัญที่สุด ซึ่งต้องเริ่มจากการตรวจสอบตนเองก่อน ก่อนจะกวาดบ้านให้คนอื่น เราต้องกวาดบ้านของตัวเองให้สะอาดก่อนเสมอ สีเขียวก็ไม่เอาสีเทาเช่นกัน

ทอ.แจ้งเตือน ปชช. งดเผยแพร่ภาพ-ข้อมูล การปฎิบัติการทางทหาร

ทอ.แจ้งเตือน ปชช. งดเผยแพร่ภาพ-ข้อมูล การปฎิบัติการทางทหาร

ทอ.แจ้งเตือน ปชช. งดเผยแพร่ภาพ-ข้อมูล การปฎิบัติการทางทหาร

วันเสาร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 12.36 น.

ทอ. แจ้งเตือนประชาชนงดเผยแพร่ภาพ -ข้อมูล การปฎิบัติการทางทหาร ขณะที่กองทัพภาคที่2 แจง สภาพแวดล้อมแบบ VUCA ผันผวนไม่แน่นอน -ซับซ้อน -คลุมเคลือ แต่ขอให้มั่นใจทุกสถานการณ์อยู่ภายใต้การควบคุม พร้อมเตือนประชาชนหลีกเลี่ยงแชร์ข่าวลือ คลิปปลอม

15 พ.ย.2568 เพจกองทัพอากาศ “ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนงดเผยแพร่ ภาพ/ข้อมูล การปฏิบัติการทางทหาร 
เพื่อความมั่นคงของชาติ”

ขณะที่เพจกองทัพภาคที่2 โพสต์ข้อความสภาพแวดล้อมแบบ VUCA กับ การประเมินสถานการณ์ของกองทัพ ” โดยระบุว่า ในยุคปัจจุบันทั้งโลกและภูมิภาคของเราเผชิญกับสภาพแวดล้อมแบบ VUCA ซึ่งหมายถึงสถานการณ์ที่มีความผันผวน ไม่แน่นอน ซับซ้อน และคลุมเครือ แต่ไม่ได้หมายถึงว่าจะเกิดเหตุรุนแรงโดยทันที 

ตรงกันข้าม มันเป็นสภาวะที่กองทัพและหน่วยงานความมั่นคงต้อง ” เฝ้าระวังอย่างรอบด้าน ” เพื่อให้ประชาชนปลอดภัยVUCA ประกอบด้วย 4 ส่วนสำคัญ ได้แก่….

V – Volatility ความผันผวน

  – เหตุการณ์อาจเปลี่ยนเร็ว กองทัพจะมีระบบติดตามตรวจสอบตลอดเวลา เพื่อให้พร้อมรับมือได้ทันที

U – Uncertainty ความไม่แน่นอน

  – บางข้อมูลต้องใช้เวลาในการตรวจสอบ ดังนั้นประชาชนควรรอข่าวจากแหล่งทางการ เพื่อป้องกันความเข้าใจผิด

C – Complexity ความซับซ้อน

  – หลายเหตุการณ์มีหลายปัจจัยเกี่ยวข้อง ทั้งด้านการเมือง การทหาร เศรษฐกิจ และการทูต ซึ่งเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญกำลังประเมินอย่างต่อเนื่อง

A – Ambiguity ความคลุมเครือ

  – บางเรื่องอาจตีความได้หลายแบบ จึงจำเป็นต้องใช้ ” ข้อมูลที่ถูกต้อง ” และ ” คำอธิบายจากหน่วยงานราชการ ”  เพื่อให้ประชาชนได้รับความจริงเท่านั้น

แล้วประชาชนควรทำอย่างไร ????

ติดตามข้อมูลจาก กองทัพ , รัฐบาล และ หน่วยงานทางการเท่านั้น

หลีกเลี่ยงการแชร์ข่าวลือหรือคลิปที่ไม่ทราบแหล่งที่มา

มั่นใจว่าทุกสถานการณ์อยู่ภายใต้การควบคุมและการประเมินอย่างใกล้ชิด

‘พิชิต’นำมวลชน ทวงคืน ‘ปราสาทตาควาย’ กลับมาเป็นของไทย (ประมวลภาพ)

'พิชิต'นำมวลชน ทวงคืน 'ปราสาทตาควาย' กลับมาเป็นของไทย (ประมวลภาพ)

‘พิชิต’นำมวลชน ทวงคืน ‘ปราสาทตาควาย’ กลับมาเป็นของไทย (ประมวลภาพ)

วันเสาร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 12.14 น.

15 พ.ย. 68 นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ได้พามวลชนจำนวนมาก ที่เดินทางจาก กทม. ต่างสวมใส่เสื้อที่สกรีนตัวอักษรคำว่า ทวงคืนปราสาทตาควาย พร้อมกับพกธงชาติไทยโบกสะบัด บางคนก็ใส่เสื้อลายธงชาติไทย บางช่วงพร้อมใจกันตะโกนว่า เอาปราสาทตาควายคืนมา และ ทหารสู้ๆ  มายังอนุสาวรีย์พระยาสุรินทรภักดีศรีณรงค์จางวาง จังหวัดสุรินทร์ เพื่อประกาศเจตนารมณ์ว่าจะทวงคืนปราสาทตาควายกลับมาเป็นของประเทศไทย

ไอยะ! ‘ภคมน’ เผยคลิป ‘ชนนพัฒฐ์’ ประกาศเคลียร์รอบนี้ รอบหน้าเป็น รมต.

ไอยะ! 'ภคมน' เผยคลิป 'ชนนพัฒฐ์' ประกาศเคลียร์รอบนี้ รอบหน้าเป็น รมต.

ไอยะ! ‘ภคมน’ เผยคลิป ‘ชนนพัฒฐ์’ ประกาศเคลียร์รอบนี้ รอบหน้าเป็น รมต.

วันเสาร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 10.55 น.

15 พ.ย. 68 นางสาวภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์คลิป ขณะที่ นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม  นายชนนพัฒน์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม ซึ่งถูกปปง.ยึดอายัดทรัพย์ไว้ตรวจสอบเพราะถูกกล่าวหาพัวพันเว็บพนันออนไลน์ และถูกคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ ฯ สภาผู้แทนราษฎร เชิญมาชี้แจง ได้พูดในคลิป กำลังกล่าวกับชาวบ้านในช่วงหนึ่งว่า “จะรีบเคลียร์ตัวเองให้จบ .. ถ้าผมเสร็จรอบนี้ รอบหน้าผมได้เป็นรัฐมนตรีแล้ว และสัญญาว่าจะทำงานอยู่กับชาวบ้านอย่างนี้ตลอดไป อยู่ใกล้ชิดกับทุกคนตลอดไปไม่ทิ้ง   .. และถ้าได้ไปสมัยหน้าก็รับปากว่า ก็ยังทำงานแบบนี้ล่ะ เพราะสนุก มีความสุขที่ได้เที่ยวไปที่โน่นที ที่นี่ที”

โดย น.ส.ภคมน ได้ระบุข้อความว่า “ท้าทายกันให้สุดๆไปเลยประเทศไทย ในขณะที่สังคมกำลังจับตาการสอบเส้นทางเงินของนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว แต่เจ้าตัวบอกว่าเคลียร์จบรอบนี้ รอบหน้าเป็นรัฐมนตรีแล้ว ไอยะ!!??

การทุจริตคอรัปชั่นมันเคลียร์ได้มาตลอด รอบนี้ก็คงมั่นใจมันจะอยู่กันยังไงถ้าคนที่มีชนักติดหลัง กล้าประกาศตัวจะเป็นรัฐมนตรี เอากันใหญ่ประเทศไทย พูดออกมาเหมือนพี่น้องประชาชนพื้นที่เขต4 สงขลาเป็นสมบัติตัวเองผูกขาดมั่นใจ จัดสรรอำนาจให้ตัวเองเสร็จสรรพ”

‘อดีตบิ๊กข่าวกรอง’ ดึงสติเขมร ‘เกาะกูด’เป็นของไทย

'อดีตบิ๊กข่าวกรอง' ดึงสติเขมร 'เกาะกูด'เป็นของไทย

‘อดีตบิ๊กข่าวกรอง’ ดึงสติเขมร ‘เกาะกูด’เป็นของไทย

วันเสาร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 09.02 น.

15 พ.ย. 68 นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Nantiwat Samart ระบุข้อความว่า 

“สตินะลูก
คนฉลาดขนาดนี้​ ไม่เคยจำประวัติศาสตร์
หลัก​ 73 ทำหลังสนธิสัญญาสยามฝรั่งเศส
นั่นคือ​ จัดทำมาได้​ 100 กว่าปีมาแล้ว
มันฝังอยู่ที่แหลมสารพัดพิษ​ คลองใหญ่
ทำไมไทยจะต้องย้าย​ เพื่อเอาเกาะกูด
เกาะกูดเป็นของไทยมาตั้งแต่อดีต
ไทยต้องเสียดินแดนบูรพาให้ฝรั่งเศส
ประกอบด้วยเสียมราช​ พะตะบอง​ ศรีโสภณ
รวมทั้งเมืองประจันตคีรีเขต​ เกาะกง
เราเสียดินแดนไปมากพอหรือยัง
เป็น​ สส.กัมพูชาพูดอะไรไม่เคยคิด
เราสู้เอาดินแดนที่เสียทั้งหมดคืนดีไหม
ไทยไม่ใช่คนขี้ขโมย​ แต่ถูกโกงมาตลอด
มีแต่คนโกงเท่านั้นที่อยากจะขยับย้ายมัน
เพื่อหวังผลทรัพยากรใต้น้ำในอ่าวไทย
หลัก​ 73 มันอยู่ตรงนั้นมาตั้งแต่แรก
เพราะอยู่สุดปลายเทือกเขาบรรทัด
ความจริงมันควรอยู่ที่จุดบ้านโอบยาม
ลึกเข้าไปในเขมรอีก​ 3 กิโลเมตร
แต่ฝรั่งเศสขอให้เราอยู่ตรงนี้
อารมณ์เสีย”

‘อนุสรณ์’ซัดรัฐบาล ‘วนในอ่าง-พลิกลิ้น-ไร้ทิศทาง’ คะแนนนิยมรูดลงไม่หยุด

'อนุสรณ์'ซัดรัฐบาล 'วนในอ่าง-พลิกลิ้น-ไร้ทิศทาง' คะแนนนิยมรูดลงไม่หยุด

‘อนุสรณ์’ซัดรัฐบาล ‘วนในอ่าง-พลิกลิ้น-ไร้ทิศทาง’ คะแนนนิยมรูดลงไม่หยุด

วันเสาร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 08.39 น.

‘อนุสรณ์’ซัดรัฐบาล ‘วนในอ่าง-พลิกลิ้น-ไร้ทิศทาง’ คะแนนนิยมรูดลงไม่หยุด เดินหลงทางกลางพายุวิกฤตศรัทธา

15 พ.ย. 68 นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีท่าที นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ระบุุ ไม่สนแล้ว ภาษีทรัมป์ ขายประเทศนี้ไม่ได้ ก็ไปขายประเทศอื่น ว่า กว่าจะถึงวันยุบสภา คงได้ยินนายอนุทิน ขอโทษคนไทยอีกหลายครั้ง คราวก่อนขอโทษที่พูดว่าไทยรุกล้ำพื้นที่กัมพูชา ในระยะเวลาอันใกล้อาจต้องขอโทษที่บอกว่าขายสินค้าให้สหรัฐอเมริกาไม่ได้ก็ไปขายที่อื่น ทั้งที่ตอนนายอนุทิน ไปลงนามถ้อยแถลงเพื่อนำไปสู่ สันติภาพไทย-กัมพูชา โดยมีโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ และอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ร่วมเป็นสักขีพยาน เคยประกาศเชิดชูการลงนามถ้อยแถลงสันติภาพไทย–กัมพูชา ว่าเป็นก้าวประวัติศาสตร์ นับหนึ่งสู่สันติภาพ ถือเป็นความสำเร็จ

แต่หลังเผชิญปัญหา ชายแดนกัมพูชา สแกมเมอร์ ทุนเทา-ดำ ปัญหาการฟอกเงิน สินค้าเกษตรราคาตกต่ำ ปัญหาน้ำท่วม ที่กระทบต่อความเชื่อมั่นรัฐบาลอย่างหนัก ก็หันมาพูดใหม่ว่า ไม่สนแล้ว ภาษีทรัมป์ ขายประเทศนี้ไม่ได้ก็ไปขายประเทศอื่น ในขณะที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กลับพูดไปอีกทางว่า สหรัฐเป็นหนึ่งในประเทศคู่ค้าหลักที่รัฐบาลให้ความสำคัญ ทำประชาชนสงสัยว่ารัฐบาลกำลังเดินเกมไหนกันแน่ จะไปขายให้ประเทศไหนทดแทนดิจิทัลฟุตพริ้นท์ทำงาน คดีพลิกเร็ว จนทำประชาชนสับสนว่า ตกลงรัฐบาลมีแนวทางต่อการสร้างสันติภาพและภาษีทรัมป์อย่างไร นายอนุทิน ต้องปรับโฟกัสให้ถูกจุด ว่า ตกลงจะให้สหรัฐอเมริกาเป็นมหามิตรหรือเป็นศัตรู ทะเลาะกับสหรัฐอเมริกาได้คุ้มเสียหรือไม่ รู้หรือยังว่าปัญหาอยู่ตรงไหน ประชาชนตั้งคำถามถึงภาวะผู้นำที่พูดแล้วอาจชักน้ำเข้าลึกชักศึกเข้าบ้าน ตอนไปลงนามสันติภาพก็บอกว่าประสบความสำเร็จคล้อยหลังกลับมาไม่นานกลับพลิกลิ้นจนถูกตั้งคำถามว่า กำลังหันหลังให้แนวทางการสร้างสันติภาพหรือไม่ ซึ่งอาจนำความเสียหายมาสู่ประเทศชาติได้

“พรรคฝ่ายค้ำ จะมองว่ารัฐบาลเสียงข้างน้อย ยังไม่ได้ทำอะไรเสียหายก็เป็นสิทธิ แต่ขอยืนยันว่าเป็นความเห็นและมุมมองที่แตกต่าง ตรงกันข้ามกับพรรคเพื่อไทย ที่เห็นว่ายิ่งนานวัน ท่าทีที่ย้อนแย้งสับสนนี้ยิ่งก่อให้เกิดความสับสน เหมือนรัฐบาลเดินหลงทางกลางพายุวิกฤตศรัทธาที่ถาโถมไม่หยุด ซึ่งพรรคฝ่ายค้ำต้องมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบ“ นายอนุสรณ์ กล่าว

6เดือนประเมินใหม่ สธ.แจงปลดล็อกขายเหล้า

6เดือนประเมินใหม่ สธ.แจงปลดล็อกขายเหล้า

6เดือนประเมินใหม่ สธ.แจงปลดล็อกขายเหล้า

วันเสาร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

6เดือนประเมินใหม่ สธ.แจงปลดล็อกขายเหล้า

“รมว.สาธารณสุข” ยันมติบอร์ดคุมน้ำเมา เคาะปลดล็อกเวลาขายเหล้า 14.00-17.00 น. ไม่ได้ลักไก่ผิดกฎหมาย ยันทำได้แม้ไม่ครบองค์ประชุมย้ำบอร์ดน้ำเมาคำนึงถึงทุกภาคส่วน มีประเมินจากพื้นที่ขึ้นมา พิจารณาอีกครั้งใน 6 เดือน

จากมติที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ล้อตามคณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ให้ปลดล็อกเวลาจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ช่วง 14:00-17.00 น. โดยคณะกรรมการควบคุมฯ มีความเห็นเพิ่มเติมให้ต้องมีการประเมินมาตรการหลังจากนี้อีก 6 เดือน ส่วนประเด็นขยายเวลาจำหน่ายในสถานบริการนั้น คณะกรรมการควบคุมฯ ไม่เห็นด้วยให้ขยายเวลา แต่มีมติให้ “นักดื่ม” นั่งดื่มได้หลังเที่ยงคืนไปอีก 1 ชั่วโมงแต่เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่า เพราะเหตุใดจึงต้องรีบร้อนในการพิจารณาเรื่องนี้ ทั้งที่ยังไม่มีการเลือกกรรมการในบอร์ดควบคุมฯ ซึ่งเกิดข้อกังขาว่า อาจไม่ครบองค์ประชุม เสี่ยงถูกฟ้องศาลปกครองหรือไม่นั้น

ล่าสุดวันที่ 14 พ.ย. 2568 ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงประเด็นนี้ ว่า แม้จะมีมติให้ขายเหล้าได้ในช่วงเวลาที่ห้ามขายคือ 14.00-17.00 น. แต่บอร์ดควบคุมฯ เห็นว่า ต้องมีการประเมินมาตรการดังกล่าวจากนี้อีก 6 เดือน โดยให้คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับจังหวัด ทำการศึกษาผลกระทบทั้งในมุมด้านสุขภาพ ผลกระทบทางสังคม ทั้งผลลบและผลบวกในเชิงเศรษฐกิจ เสนอกลับเข้ามายังส่วนกลางว่าในแต่ละพื้นที่ผลเป็นอย่างไร มีข้อห่วงใยอย่างไร และอยากจะผลักดันอะไร ที่เป็นการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ส่วนเรื่องการจัดโซนนิ่งนั้น ยืนยันว่ายังมีอยู่ ตามพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

เมื่อถามว่ามติที่ประชุมที่ออกมาถูกตั้งคำถามเนื่องจากองค์ประชุมยังไม่ครบ นายพัฒนากล่าวว่า กฎหมายระบุเอาไว้ว่ากรรมการฯ มี 2 ส่วน คือ กรรมการที่เป็นผู้แทนโดยตำแหน่งที่กำหนดไว้ตามกฎหมาย และกรรมการประเภทที่ 2 ที่จะต้องมีการเลือกผู้ทรงคุณวุฒิ อย่างไรก็ตาม พ.ร.บ.เขียนเอาไว้ชัดเจนว่า กรณีที่ยังไม่ตั้งผู้ทรงคุณวุฒิหรือตำแหน่งต่างๆ ก็ให้องค์ประชุมตามตำแหน่ง สามารถประชุมไปได้ ดังนั้นการประชุม จึงเป็นไปตามกฎหมาย

เมื่อถามว่าจะถูกมองว่าเป็นการลักไก่หรือไม่ เนื่องจากองค์ประชุมที่เข้าประชุมเมื่อวานเป็นระดับปลัดกระทรวง เท่านั้นยังไม่ได้มีผู้แทนจากภาคประชาชนหรือผู้ทรงคุณวุฒิ และฝ่ายอื่นๆ เข้าไปร่วมพิจารณา นายพัฒนา กล่าวว่า คงไม่สามารถมองเป็นการลักไก่ได้ เพราะกฎหมายเปิดช่องให้ดำเนินการได้ นั่นหมายความว่ากฎหมายมองเห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในบางประการที่การบริหารราชการแผ่นดินจะต้องเดินหน้าต่อไปได้ โดยที่ไม่ขาดความต่อเนื่อง และแน่นอนเราไม่ได้คิดว่าเราจะทำเรื่องต่างๆให้ชักช้า อย่างที่เรียนว่าเราต้องสร้างสมดุลให้ดีระหว่างการดำเนินการทางเศรษฐกิจกับการรักษาสุขภาพของประชาชน

เมื่อถามว่าทำไมเรื่องนี้ต้องดำเนินการอย่างเร่งรีบ เหตุใดไม่รอให้ตั้งกรรมการให้ครบองค์ประกอบก่อน รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ความเร่งด่วนมีหลายแง่มุม ซึ่งที่ประชุมเมื่อวานโดยผู้แทนกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเสนอว่าในช่วงนี้เป็นช่วงใกล้กับเทศกาลปีใหม่ ถัดไปก็จะเป็นสงกรานต์ พฤติกรรมของผู้บริโภค พฤติกรรมของนักท่องเที่ยว ที่จะเข้ามาในช่วงนี้มีการดื่มกินกัน ดังนั้น ตรงนี้จึงต้องรีบทำให้เกิดความชัดเจนเพราะไม่ได้เกิดผลกระทบเฉพาะผู้บริโภคภายในประเทศเท่านั้น แต่มีผลกระทบสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาในช่วงเวลาเหล่านั้นด้วย ซึ่งหลายๆ ประเทศก็มีความเป็นห่วงว่ากฎหมายที่มีการบังคับใช้ของไทยนั้นมีค่าปรับค่อนข้างสูง จะส่งผลกระทบต่อประชากรของเขาหรือไม่ เราจึงต้องเร่งทำความเข้าใจกับต่างชาติด้วย จึงต้องทำให้เกิดความชัดเจน และรวดเร็ว ต้องมองกว้างๆ ออกไปที่ประชาคมโลกด้วย

เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่หากมีการฟ้องศาลปกครอง นายพัฒนากล่าวว่า จะฟ้องในมุมไหนไม่ทราบเหมือนกัน ถ้าฟ้องในมุมอำนาจว่าไม่สามารถประชุมได้ ตนคิดว่าด้วยกฎหมายเขียนเอาไว้ชัดเจนอยู่แล้วว่า คณะองค์ประชุมเท่าที่มีสามารถเปิดประชุมได้

เมื่อถามว่ากรณีที่มีการต่อระยะเวลาอนุญาตให้นั่งดื่มภายในร้านได้อีก 1 ชั่วโมงหลังเวลาห้ามขายจะมีมาตรการตรวจสอบควบคุมอย่างไรว่าทางร้านจะไม่ลักไก่ขายให้อีก นายพัฒนา กล่าวว่า ยืนยันว่าระยะเวลาที่ต่อออกไปนี้ ไม่ได้ครอบคลุมถึงกรณีการขายของร้าน ในส่วนของร้านค้าเรายังอนุญาตให้ขายได้ถึงเที่ยงคืนเท่านั้น และให้สำหรับร้านค้าที่ไม่ใช่สถานบริการ ดังนั้นการขายก็ต้องจบเที่ยงคืนเหมือนเดิม แต่ประกาศที่ออกมาเป็นประกาศเพื่อปกป้องและอะลุ่มอล่วยให้กับผู้บริโภคที่อาจจะยังรับประทานไม่หมด หรือ มีภาระที่จะต้องพาตัวเองหรือเพื่อนๆ กลับบ้านจะได้มีเวลาตั้งสติ ล้างหน้าล้างตา ทำตัวให้เป็นอันตรายน้อยกว่าบุคคลอื่นที่อยู่ในสังคม ทั้งนี้หากร้านยังฝ่าฝืนที่จะขายในช่วงเวลาที่อะลุ่มอล่วยให้กับผู้บริโภคทางร้านจะมีโทษ

“ผมยืนยันว่าตรงนี้เป็นมาตรการคุมร้านค้าและเปิดช่องให้ผู้ที่นั่งดื่มสามารถมีเวลาในการปรับตัว ดังนั้นจึงแนะนำร้านค้าว่าท่านจะต้องแสดงเจตนาว่าท่านไม่ได้มีการขาย ไม่ว่าจะเป็นการหรี่ไฟลง ปิดแอร์ หรือจัดการข้าวของภายในร้าน ท่านไม่ควรทำให้หน่วยงานราชการ มองเห็นว่าท่านยังมีเจตนาชัดที่จะขายต่อ ถ้าท่านเจตนาค้าขายต่อท่านจะมีความผิด” นายพัฒนา กล่าว

เมื่อถามว่า บุคลากรสาธารณสุขบางส่วนมองว่า การอนุญาต ขยายระยะเวลานั่งดื่มและ ปลดล็อกเวลาห้ามขายจะทำให้เกิดอุบัติเหตุมากขึ้น การเข้าไปรักษาพยาบาลก็จะมากขึ้น ดังนั้นเป็นไปได้หรือไม่ที่จะต้องกำหนดให้มีการร่วมจ่ายในกรณี เจ็บป่วยจากการดื่มแอลกอฮอล์ นายพัฒนา กล่าวว่า อันนี้ยังเร็วเกินไปที่จะไปพูดถึงการ “ร่วมจ่าย” แต่เราก็เฝ้าระวังตลอด และนั่นก็เป็นเหตุผลที่เราอยากจะศึกษาประมาณ 6 เดือน ว่าอัตราการเกิดอุบัติเหตุ หรืออัตราปัญหาผลกระทบทางสังคมจะเพิ่มขึ้นอย่างไรบ้าง ตรงนี้เราทราบดีว่าในแต่ละพื้นที่มีความจำเป็น หรือมีข้อเป็นห่วงที่ไม่เหมือนกัน จึงให้คณะกรรมการระดับจังหวัดเป็นผู้เสนอขึ้นมา

เมื่อถามว่ามองว่าเป็นการย้อนแย้งหรือไม่เนื่องจากกระทรวงสาธารณสุขมีการรณรงค์ลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง แต่กลับอนุญาตให้มีการบริโภคและขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เป็นปัจจัยเสี่ยงก่อโรคเหล่านี้มากขึ้น นายพัฒนา กล่าวว่า ภารกิจหลักของกระทรวงสาธารณสุขยังคงเป็นการควบคุม ป้องกัน รักษาโรค ซึ่งเราต้องรักษาหลักการนี้ให้มีความแข็งแรง แต่ในขณะเดียวกันเราจะมองเฉพาะมิตินี้อย่างเดียวคงไม่ได้ เพราะกระทรวงการท่องเที่ยว และกระทรวงทางด้านเศรษฐกิจเขามีข้อนำเสนอออกมาต้องการทำให้ชัดเจน เป็นการปรับ ให้กฎหมายมีความร่วมสมัยมากขึ้น ชัดเจนมากขึ้น เราจึงต้องเอาตรงนี้มาสร้างสมดุลให้ดี

“ทีแรกข้อเสนอที่เสนอมานั้น เป็นข้อเสนอขอขยายระยะเวลาซื้อและดื่มมากกว่านี้ แต่ทางกระทรวงโดยคุณหมอ โดยกรมควบคุมโรคได้ให้เหตุผลไปแล้วว่า เพราะเหตุใดเราจึงไม่สามารถรับหรืออนุญาตไปให้ถึงตรงนั้นได้ เราคิดว่าในระดับที่เรามีมติออกมานี้เป็นระดับที่สมเหตุสมผล เหมาะสมต่อการดำเนินการศึกษาให้ชัดเจน เพื่อปรับวิธีคิดและการดูแลสุขภาพต่อไป แต่แน่นอนว่าไม่ใช่ว่ากระทรวงสาธารณสุขจะเป็นผู้รับภาระอย่างเดียว กระทรวงที่ดูแลฝ่ายปกครอง ก็ต้องช่วยเร่งรัดและเน้นย้ำในมาตรการเมาไม่ขับ ดื่มไม่ขับควบคู่กันไปด้วย” นายพัฒนากล่าว

เมื่อถามย้ำว่ากังวลเรื่องฐานเสียงหรือไม่ เพราะมีการมองว่ารัฐบาลชุดนี้มีการผลักดันอบายมุขอย่างการดื่มเหล้าที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ กังวลจะมีผลกระทบกับการเลือกตั้งครั้งหน้าหรือไม่ นายพัฒนากล่าวว่า ต้องทำความเข้าใจว่ากฎหมายฉบับนี้ไม่ได้เริ่มในรัฐบาลชุดนี้แต่เริ่มมาในช่วงหลายปีที่ผ่านมาแต่มีการปรับปรุงและประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา เมื่อต้นเดือน ก.ย.2568และมีผลบังคับใช้ 60 วัน เลยมาตกอยู่ในช่วงจังหวะเวลานี้พอดี ตนกลับมองว่าช่วงเวลานี้ต่างหากหรือรัฐบาลนี้ต่างหากที่เป็นรัฐบาลที่เข้ามาสร้างความชัดเจนให้เกิดขึ้น และผลลัพธ์ต่างๆ ก็จะเอาผลการศึกษาเข้ามาวิเคราะห์มาพิจารณาอย่างเป็นธรรมและรอบด้าน ดังนั้นถ้ามองในมุมลักษณะแบบนี้จะมีความสมเหตุสมผลในการวางนโยบาย ที่รอบด้านมากกว่า

เมื่อถามย้ำว่า กังวลว่าจะกระทบกับการตั้งเป้าให้ประเทศไทยเป็น wellness Hub หรือไม่ เพราะเหมือนเป็นนโยบายที่ย้อนแย้ง นายพัฒนากล่าวว่า ไม่หรอก ตนคิดว่าเรื่อง wellness Hub เป็นเรื่องหนึ่งแต่องค์ประกอบของเรื่องนี้มีมากกว่าการดื่มหรือไม่ดื่มแอลกอฮอล์

แวดวงนักปกครอง : 15 พฤศจิกายน 2568

แวดวงนักปกครอง : 15 พฤศจิกายน 2568

แวดวงนักปกครอง : 15 พฤศจิกายน 2568

วันเสาร์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงในสังกัดกระทรวงมหาดไทย จำนวน 45 ราย ตั้งแต่วันที่ 12
พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป กรมการปกครอง ขอแสดงความยินดีอธิบดีเซมเบ้ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ในโอกาสรับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และ นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ ในโอกาสดำรงตำแหน่ง “อธิบดีกรมการปกครอง คนที่ 43” ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป

กรมการปกครองเข้ม!! “5 มาตรการเพื่อคนไทย หลังแนวชายแดนต้องปลอดภัย” โดย 1) สั่งการ 7 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา เตรียมแผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลังความพร้อม 100% (ขอให้ปรับแผนให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงเพื่อความปลอดภัยประชาชน)2) เป็นหน่วยหลักประสานการปฏิบัติกับทุกหน่วยให้เกิดความร่วมมือกันเพื่อดูแลประชาชนให้ปลอดภัยที่สุด 3) ฝ่ายปกครอง กำนันผู้ใหญ่บ้าน สมาชิก อส. ชรบ. เฝ้าระวังหาข่าว ทำความเข้าใจกับประชาชน ไม่ให้ตื่นตระหนกจากข่าวปลอม และหากต้องดำเนินการตามแผนอพยพ ขอให้ดำเนินการด้วยความเรียบร้อยปลอดภัยไม่ให้เกิดความสับสน 4) ดำรงการสื่อสารของฝ่ายปกครองในทุกระบบตลอด 24 ชม.5) ขอให้ปลัดจังหวัดนายอำเภอ ข้าราชการฝ่ายปกครองประจำอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบตลอดเวลา….แวดวงนักปกครองร่วมส่งกำลังใจ

นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร

อธิบดีกรมการปกครอง คนที่ 42

นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์

อธิบดีกรมการปกครอง คนที่ 43

ระดับน้ำไม่มีแผ่ว ฝ่ายปกครองสู้ไม่ถอย จากสถานการณ์น้ำในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ฝ่ายปกครองต่างใช้ทุกสรรพกำลังเร่งให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ประสบภัยน้ำท่วมอย่างเต็มที่…สมาชิก อส.อ่างทอง ลุยน้ำ ! ระดมทำ Big Bag–เสริมแนวกันน้ำโดยร่วมกันทุกอำเภอนำ Big Bag เสริมแนวคันกั้นน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา ป้องกันน้ำล้นตลิ่ง ไหลเข้าพื้นที่เศรษฐกิจ บ้านเรือนและพื้นที่เกษตรกรรมของอ่างทอง ว่าที่เรือตรีต่อเกียรติ เมนะรัตน์ ปลัดอำเภอรักษาราชการแทนนายอำเภอสามโก้ จ.อ่างทอง นายธนพนธ์ วิสุทธิสมาจารย์ ปลัดฝ่ายความมั่นคง พร้อมสมาชิก อส.ร่วมปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือ กรอกกระสอบทราย Big Bag เพื่อนำไปใช้เสริมแนวคันกั้นน้ำ

เช่นเดียวกับสมาชิก อส.สิงห์บุรี ต่างช่วยกันระดมกำลังลุยสร้างแนวกันน้ำ ช่วยชาวบ้านรับมือมวลน้ำจากการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา ทำให้ระดับน้ำในพื้นที่ โดยเฉพาะเมืองสิงห์บุรี อินทร์บุรี และพรหมบุรี เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ฝ่ายปกครอง สมาชิก อส.ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และจิตอาสา เร่งทำแนวคันกันน้ำ ขนย้ายสิ่งของ และอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประสบอุทกภัยอย่างต่อเนื่อง นายณัฏฐ์กร ศิริผ่องแผ้ว นายอำเภอเมืองสิงห์บุรี นายนภวัต มีสมสืบ ปลัดอำเภอ ลงพื้นที่ ติดตามสถานการณ์จุดเสี่ยง พร้อมให้กำลังใจ และร่วมกรอกกระสอบทรายกับผู้ใหญ่ – ผู้ช่วย อปท. และประชาชนในพื้นที่

ว่าที่ร้อยตรี ยุทธภูมิ จับจิตต์ นายอำเภอบางกรวยจ.นนทบุรี พร้อมปลัดอำเภอ สมาชิก อส. กำนันผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ ลงพื้นที่สำรวจ เฝ้าระวังจุดน้ำท่วม พร้อมเยี่ยมให้กำลังใจ มอบชุดยาสามัญประจำบ้าน และข้าวสารอาหารแห้ง ให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ตามชุมชนที่มีน้ำท่วมขังเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น

นาย..อำเภอน้อย