อธิบดีกรมการข้าว เครื่องร้อน สั่งเรียกประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานวันข้าวและชาวนา ปี 69

อธิบดีกรมการข้าว เครื่องร้อน สั่งเรียกประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานวันข้าวและชาวนา ปี 69

อธิบดีกรมการข้าว เครื่องร้อน สั่งเรียกประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานวันข้าวและชาวนา ปี 69

วันจันทร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 18.31 น.

“อธิบดีกรมการข้าว”เครื่องร้อน  สั่งเรียกประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานวันข้าวและชาวนาฯ ปี 69

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568 เวลา 09.30 น. นายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ ประจำปี 2569 ครั้งที่ 1/2568 โดยมีผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมการข้าว เข้าร่วม ณ ห้องประชุมรวงข้าว ชั้น 2 อาคารสำนักงานกรมการข้าว

ทั้งนี้  รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2552 ได้มีคณะรัฐมนตรี กำหนดให้วันที่ 5 มิถุนายน ของทุกปี เป็น “วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ” เนื่องจากวันที่ 5 มิถุนายน 2489 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล (รัชกาลที่ 8) เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ ทอดพระเนตรการทำนาที่อำเภอบางเขน และทอดพระเนตรกิจการมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ ทั้งได้ทรงหว่านข้าวด้วยพระองค์เองในแปลงนา นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่พระราชทานต่อชาวสยามและข้าวไทยและเป็นวาระสำคัญต่อกิจกรรมข้าวไทย ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติได้ให้ความเห็นชอบตามข้อเสนอของคณะอนุกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติด้านการผลิตในการกำหนดให้วันที่ 5 มิถุนายน ของทุกปี เป็น “วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ”

รายงานข่าว ยังระบุด้วยว่า  การที่กำหนดให้มีวันข้าวและชาวนาแห่งชาติเป็นการเฉพาะ โดยแยกออกจากวันพระราชพิธีพืชมงคลซึ่งเป็นเกษตรกรนั้น เนื่องจากวันพระราชพิธีพืชมงคลดังกล่าวมิได้เฉพาะเจาะจงแต่เฉพาะอาชีพการทำนาและชาวนาเท่านั้น แต่หมายรวมถึงอาชีพการทำไร่ การทำสวนด้วย ประกอบกับการกำหนดวันพระราชพิธีพืชมงคลในแต่ละปีนั้น เป็นการกำหนดทางจันทรคติ ทำให้ไม่สามารถระบุเป็นวันแน่ชัดล่วงหน้าถาวรในปฏิทินได้ และไม่เหมาะสมที่จะจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองสำหรับชาวนาโดยทั่วไป รวมทั้งส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจะต้องมีภารกิจในการเตรียมงานสำหรับพระราชพิธีดังกล่าวด้วย

มอบโล่รางวัลโครงการ ‘เยาวชนต้นแบบคนกตัญญู’ ทีเอ็มบีธนชาต ส่งเสริมเยาวชนให้มีความรู้ คู่คุณธรรม

มอบโล่รางวัลโครงการ ‘เยาวชนต้นแบบคนกตัญญู’ ทีเอ็มบีธนชาต ส่งเสริมเยาวชนให้มีความรู้ คู่คุณธรรม

มอบโล่รางวัลโครงการ ‘เยาวชนต้นแบบคนกตัญญู’ ทีเอ็มบีธนชาต ส่งเสริมเยาวชนให้มีความรู้ คู่คุณธรรม

วันอังคาร ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี จัดพิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณและโล่เกียรติคุณ ภายใต้โครงการ พิพิธภัณฑ์ครุฑ ร่วมส่งเสริม สืบสาน ความซื่อสัตย์ กตัญญู ความดี สู่สถานศึกษา และเยาวชน ประจำปี 2568” เพื่อส่งเสริมคุณธรรม หลัก 3 ประการ ซื่อสัตย์ กตัญญู และความดี” อันเป็นหัวใจสำคัญในการปลูกฝังรากฐานของเยาวชนไทยให้เติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพอย่างยั่งยืน พร้อมยกย่องสถานศึกษาที่เป็นหน่วยบ่มเพาะคุณธรรมที่ดีงาม

พร้อมกันนี้ยังได้ร่วมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ผู้ทรงเป็นแบบอย่างของผู้มีน้ำพระราชหฤทัยเปี่ยมด้วยความเมตตา พระราชกรณียกิจทั้งหลายของพระองค์ ล้วนเป็นประทีปส่องนำให้คนไทยรู้คุณแผ่นดิน รู้คุณพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ และมีความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ

ภายในงาน ได้รับเกียรติจาก มาริสา จงคงคาวุฒิ หัวหน้ากิจกรรมสังคมเพื่อความยั่งยืน ทีเอ็มบีธนชาต สมศักดิ์ แก้วเสนา ปลัดจังหวัดสมุทร ปราการ และนางนรินทร์รัชต์ สีแก้วน้ำใส ศึกษาธิการจังหวัดสมุทรปราการ ร่วมมอบโล่รางวัลเยาวชนต้นแบบคนกตัญญู ประจำปี 2568 โล่เกียรติคุณและใบประกาศเกียรติคุณแก่องค์กรต้นแบบส่งเสริมเยาวชนคนกตัญญู และใบประกาศเกียรติคุณ ให้กับคุณครูต้นแบบส่งเสริมเยาวชนคนกตัญญู ตามลำดับ โดยในปีนี้มีเยาวชนต้นแบบคนกตัญญู 35 คน โรงเรียนที่เข้าเกณฑ์โรงเรียนต้นแบบสร้างคนกตัญญู 43 โรงเรียน และคุณ ครูต้นแบบส่งเสริมเยาวชนคนกตัญญู 33 คน

โครงการ “พิพิธภัณฑ์ครุฑ ร่วมส่งเสริม สืบสาน ความซื่อสัตย์ กตัญญู ความดี สู่สถานศึกษา และเยาวชน ประจำปี 2568” เป็นกิจกรรมที่ทีทีบีได้ร่วมกับคณะทำงานและสถานศึกษา ดำเนินการคัดเลือกตัวแทนเยาวชนที่มีคุณลักษณะ 5 ประการ ได้แก่ 1) มีความซื่อสัตย์ สุจริต จริงใจต่อตน เองและผู้อื่น 2) กตัญญูกตเวทีต่อพ่อแม่ ครูอาจารย์ และผู้มีพระคุณ 3) บำเพ็ญตนเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ช่วยเหลือสังคม เป็นที่รักของหมู่คณะ 4) มีวินัยในตนเอง ปฏิบัติตามกฎระเบียบของโรงเรียน ชุมชน และเป็นแบบอย่างที่ดีต่อผู้อื่น และ 5) ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง นำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อส่งเสริมและสร้างกำลังใจให้เยาวชนที่ดำเนินชีวิตด้วยความซื่อสัตย์ มีจิตกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ และประกอบแต่ความดีทั้งต่อตนเอง สังคม และประเทศชาติ ให้เติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพอย่างยั่งยืน

Boots เปิดตัว No7 GOOD INTENT รับเทรนด์ Glass Skin คว้า ‘พิชชา พิชชาธร’ นั่งแท่นพรีเซนเตอร์ เผยเคล็ดลับ ‘กลาสสกินผิวใส ฉ่ำไว ไม่มัน’

Boots เปิดตัว No7 GOOD INTENT รับเทรนด์ Glass Skin คว้า ‘พิชชา พิชชาธร’ นั่งแท่นพรีเซนเตอร์ เผยเคล็ดลับ ‘กลาสสกินผิวใส ฉ่ำไว ไม่มัน’

Boots เปิดตัว No7 GOOD INTENT รับเทรนด์ Glass Skin คว้า ‘พิชชา พิชชาธร’ นั่งแท่นพรีเซนเตอร์ เผยเคล็ดลับ ‘กลาสสกินผิวใส ฉ่ำไว ไม่มัน’

วันอังคาร ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

บริษัท บู๊ทส์ รีเทล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงามชั้นนำระดับโลก สร้างปรากฏการณ์ผิวสวยครั้งใหม่ เปิดตัวไลน์สกินแคร์ล่าสุด “No7 GOOD INTENT” (นัมเบอร์เซเว่น กู๊ด อินเทนท์) อิมพอร์ตตรงจากอังกฤษ ภายใต้คอนเซปต์ “GLASS SKIN starts with GOOD INTENT – กลาสสกินผิวใส ฉ่ำไว ไม่มัน” พร้อมเปิดตัวพรีเซนเตอร์สาวหน้าใส “พิชชา พิชชาธร สันตินธรกุล” นักแสดงดาวรุ่งตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่มาแชร์เคล็ดลับการดูแลผิวใสปิ๊ง ให้ผลลัพธ์เป๊ะปังแบบไม่ต้องรอนาน

No7 GOOD INTENT ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ของผิวสวย ด้วยจุดเด่นเรื่อง “Balanced Performance” หรือการดูแลผิวแบบเรียบง่ายแต่ให้ประสิทธิภาพสูง เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่มองหาสกินแคร์คุณภาพที่ “เชื่อถือได้” ในราคาที่ “จับต้องได้” โดยมอบการดูแลผิวแบบ 2 มิติ คือ มอบผลลัพท์ในทันที ผิวชุ่มชื่น อิ่มน้ำทันทีที่ใช้ ด้วยส่วนผสมที่ผ่านการคัดเลือกอย่างพิธีพิถันจากนักพัฒนาผลิตภัณฑ์ในอังกฤษ และให้ผลลัพท์ในการบำรุง มีผิวที่แข็งแรง สร้างสมดุลผิวที่ดีในระยะยาว มาพร้อมกับผลลัพธ์ที่พิสูจน์ได้จริง

รัตติกาล เงาเงิน ผู้จัดการแบรนด์ No7 กล่าวว่า “No7 Good Intent ถ่ายทอดเทรนด์ Glass Skin ในมุมมองใหม่ภายใต้แนวคิด ‘ผิวสวยต้องเริ่มจากเจตนาดี (Good Intent)’ ด้วยการพัฒนาสูตรที่คัดเลือกส่วนผสมทันสมัย เนื้อบางเบา ซึมไว ไม่มัน พร้อมดีไซน์ Packaging ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ไลน์นี้ผสานส่วนผสมเด่นอย่าง  Hyaluronic Acid, Niacinamide Salicylic Acid  และ CICA เพื่อช่วยฟื้นบำรุงผิวให้แข็งแรง ได้ลุคกลาสสกินผิวใส ฉ่ำไว ไม่มัน โดยพัฒนาให้เป็น Vegan formula สะท้อนแนวคิดความงามที่ใส่ใจทั้งผิวและโลก”

นุ่น พิชชา พิชชาธร พรีเซนเตอร์คนล่าสุด แชร์เคล็ดลับ “My Good Intent” ร่วมพูดคุยและแชร์เคล็ดลับผิวสวยบนเวทีว่า “ด้วยตารางงานของนุ่นที่ค่อนข้างแน่น ทำให้มีเวลาดูแลตัวเองน้อย นุ่นเลยมองหาสกินแคร์ที่ไม่ยุ่งยากแต่ต้องเห็นผลจริงและเร็ว ซึ่ง No7 GOOD INTENT ตอบโจทย์นุ่นมากค่ะ โดยเฉพาะตัว Skin Sip Moisture Milk ที่นุ่นเลิฟมาก เนื้อบางเบาสบายผิว ทาปุ๊บผิวดูฉ่ำโกลว์อิ่มน้ำทันที ช่วยให้เมคอัพติดทนและมั่นใจหน้ากล้องได้ตลอดวัน ใครที่อยากมีผิว Glass Skin แบบง่ายๆ ต้องลองเลยค่ะ”

 4 ขั้นตอนสู่ผิวกระจก No7 Good Intent ได้รับการออกแบบเพื่อดูแลผิวโกลว์สุขภาพดีอย่างครอบคลุมกิจวัตรความงาม ตั้งแต่ Cleanse, Tone, Treat และ Moisturize  วางจำหน่ายแล้วที่ร้าน Boots ทั่วประเทศ หรือช้อปออนไลน์ได้ทาง Lazada, Shopee และ Boots.co.th

คุณแหน : 23 ธันวาคม 2568

คุณแหน : 23 ธันวาคม 2568

คุณแหน : 23 ธันวาคม 2568

วันอังคาร ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

●● ร้อนระอุสุดๆ ตอนนี้คือ กรณีประเทศเวเนซุเอลา ขั้นแรกคือการที่จอมเผด็จการประธานาธิบดี NICOLAS MADURO พลาดท่าให้คู่ปรับตัวฉกาจผู้นำฝ่ายค้านเจ้าของรางวัล“โนเบลสันติภาพ”MARIA MACHADOฝ่าวงล้อม (โดยความร่วมมือจาก CIA) หนีไปรับรางวัลเจ้าปัญหาที่กรุงออสโล ยิ่งเพิ่มชื่อเสียงและพลังความหวังให้ขบวนการโค่นล้มตัวประธานาธิบดีฯ ยิ่งขึ้นไปอีก จากลำดับเหตุการณ์ทุกฝ่ายลงความเห็นไปทางเดียวกันว่า“อนาคตล่มสลายของ MADURO ถูกกำหนดขึ้นแล้ว!” สองวันก่อน ประธานาธิบดี TRUMPก็เพิ่งใช้นาวิกโยธินปฏิบัติการยึดเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ของ MADURO กลางน่านน้ำนานาชาติ ซ้ำเติมเวเนซุเอลาหนักเข้าไปอีกเพราะกำลังอยู่ในภาวะเศรษฐกิจย่ำแย่ ถึง MADUROจะร้องเรียนด่วนไปยังทั้งเสือกระดาษ UN. ว่าสหรัฐฯละเมิด ก.ม. ร้ายแรง อีกทั้งขอความช่วยเหลือไปยังมหามิตรจีนก็ไม่เกิดประโยชน์อย่างใด เพราะยามนี้ TRUMP คือ “ซุปเปอร์พาวเวอร์” เจ้าเดียวเท่านั้น นับถอยหลังได้เลย,รอสหรัฐฯ ประกาศ ดี-เดย์ โดยหน่วยนาวิกโยธิน,กองทัพบก-เรือ-อากาศ… ทั้งหมดนี้เป็นเครื่องเตือนใจฝ่ายไทยว่า อย่าประมาทพลังอำนาจทรัมป์ ไม่ทำตามใจเขาได้ แต่อย่าประกาศท้าทายให้เขาเสียมุม… ท้ายสุดน่าเสียดายยิ่งนักเวเนซุเอลาดินแดนที่เคยเป็นแดนศิวิไลซ์ขึ้นชื่อว่า 1) พัฒนากว่าใครอื่นในละแวก2) ผู้คนมีการศึกษาและรสนิยมสูง 3) สาวงามที่เข้าประกวด MISS UNIVERSE เข้ารอบสุดท้ายทุกครั้ง ต้องกลายเป็นถูกโทรมโดยคนในและคนนอก…

●● ขึ้นชื่อว่า ไวรัส แล้วเจาะเกาะติดที่ไหนผลสุดท้ายคือ ความวิบัติเรามีโอกาสพูดคุยกับผู้ใหญ่ผู้คุ้นเคยจึงทราบว่าขณะนี้ สแกมเมอร์รายใหญ่ได้ระบาดไปแทบทุกวงการแล้ว ไม่ยกเว้นแม้แต่สถานศึกษาบิ๊กสแกมเมอร์ ตามที่เป็นข่าวใหญ่ทราบกันดีมีรายได้สีเทาจากพนันออนไลน์บ้างจากการบริหารสแกมเซ็นเตอร์บ้าง มีรายได้เป็นเงินมหาศาลกว่าที่ใครคิด เฉพาะในเรื่องการศึกษาสแกมเมอร์ก็อยากจะมีเกียรติในสังคมและสร้างอนาคตให้ทายาทด้วย จึงมุ่งส่งลูกหลานเข้าศึกษาในกลุ่มโรงเรียนอินเตอร์ในกรุงเทพฯเป็นจำนวนมาก ความมุ่งมั่นสูง แถมเงินมีเหลือเฟือไม่ใช่แฟ็คเตอร์บางรายถึงกับออฟเฟอร์ให้ทางโรงเรียน 5-10ล้านบาทง่ายๆ ก็เป็นเรื่องน่ากังวลที่บุคคลอันตรายต่อสังคมในคราบของสแกมเมอร์ สามารถวางตัวในทุกระดับของสังคมไทย ในทำนองที่ฝรั่งบางคนเขาพูดถึงสังคมไทยว่า “ MONEY TALKS… BUT IN THAILAND, IT TALKS LOUDER”…

●● ขยันหาเงินจนไม่มีวันหยุด สำหรับ สุชน นักเสียง ที่คนในวงการเพลงเรียกขานว่า ครูไก่ กลางวัน ตั้งแต่ 10.30 น. จนกระทั่งเย็น เปิด ห้องเพลงพาสุข บริการเกมล่าบรรดาแฟนคลับ ได้ร้องเพลงเต้นกันอย่างสนุกสนาน ที่ปากซอยวิภาวดี 64…ส่วนช่วงเย็นก็ไปประจำ @ เอบิน่าเฮ้าส์ ในซอยเดียวกัน สำหรับคนที่สะดวกได้บรรยากาศยามราตรีอย่าง จาตุรนต์ ฉายแสง จะแวะเวียนมาเสมอ หลังกลับจากไปร่วมก๊วนกอล์ฟ…

●●คุณหญิงธิดา เศวตศิลา เพิ่งฉลองวันเกิดที่โรงพยาบาลวิชัยยุทธ ท่านอายุจะครบ 100 ปีมีลูกสาวคนโต ธนิษฐา มณีโชติ ดูแลใกล้ชิด…

●● มิตรรักนักเพลงทั้งหลาย หากไม่ได้มาชมคอนเสิร์ตหนาวลมคริสต์มาสที่ อ.ดนู ฮันตระกูล แห่ง วงไหมไทยออร์เคสตรา จัดขึ้น เมื่อ 21 ธ.ค.ที่ผ่านมา จะเสียดายไปทั้งปี เพราะครั้งนี้อาจารย์ควบคุมวงเอง แม้อายุขึ้นสะพานพระราม 7แล้ว ก็ตาม อาจารย์มีการจดโน้ต เพื่อนำมาอ่านบนเวทีกันลืมด้วย …นักร้องชาย กรวิชเทพหัสดิน ณ อยุธยา ร้องได้ยอดเยี่ยมเจ้าตัวบอกภูมิใจที่ได้มาร้องเพลงคริสต์มาสกับวงไหมไทยฯ ส่วนนักร้องหญิง อรณัส ยืนยงหัตถกรณ์ แต่งตัวสวย สมกับแนวการจัดงานฯครั้งนี้ เธอร้องทั้งเพลงไทย และเพลงสากลได้ดีมาก สำหรับ คณะนักร้องประสานเสียงจากชาวเสียงไทยคอรัส ทำได้ดียิ่ง …สุดท้ายผู้ฟังหลายคนเพิ่งทราบว่าเพลงบรรเลง “ดวงหทัยแห่งความรัก” เป็นผลงานของ อ.ดนู ฮันตระกูลจัดทำขึ้นมา แบบปิดทองหลังพระ !!…

บารอนเนส

สามย่านมิตรทาวน์ จับมือ 100 อินฟลูฯ ต่อยอดอีเวนต์รักษ์โลก เปิดมิติใหม่ตลาดมือสอง สู่คอมมูนิตี้แฟชั่นแห่งการแบ่งปันแบบยั่งยืน

สามย่านมิตรทาวน์ จับมือ 100 อินฟลูฯ ต่อยอดอีเวนต์รักษ์โลก เปิดมิติใหม่ตลาดมือสอง สู่คอมมูนิตี้แฟชั่นแห่งการแบ่งปันแบบยั่งยืน

สามย่านมิตรทาวน์ จับมือ 100 อินฟลูฯ ต่อยอดอีเวนต์รักษ์โลก เปิดมิติใหม่ตลาดมือสอง สู่คอมมูนิตี้แฟชั่นแห่งการแบ่งปันแบบยั่งยืน

วันอังคาร ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สามย่านมิตรทาวน์ สานต่อความสำเร็จจากงาน “MITR THE EARTH” อีเวนต์รักษ์โลกสุดปัง ที่เคยสร้างปรากฏการณ์ดึงยอดทราฟฟิกพุ่งสูงถึง 200,000 คน และมีการส่งต่อสิ่งของกว่า 5,000 ชิ้น โดยยกระดับให้กลายเป็น Sustainable Lifestyle ที่จับต้องได้ สนุก และมีสไตล์ สู่คอมมูนิตี้มือสองเปิดพื้นที่ให้ศิลปิน นักแสดง และอินฟลูเอนเซอร์กว่า 100 คน ที่มีแนวคิดเดียวกันอย่าง Bae’ Brand ได้เข้ามาสร้างสรรค์พื้นที่ปล่อยของที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เทรนด์ใหม่ของการช้อปที่ได้มากกว่าแค่ของ แต่ยังได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการ “ให้” คืนสู่สังคม

เมื่อเทรนด์แฟชั่นไม่ได้หยุดอยู่แค่ความสวยงาม แต่คือความรับผิดชอบต่อโลกและการแบ่งปัน Samyan Mitrtown x Bae’ Brand Live Market #1 กับคอนเซ็ปต์ “โล๊ะ” ตลาดมือสองสุดปังที่ตั้งใจรีเฟรชนิยามของการช้อปให้กลายเป็นไลฟ์สไตล์ที่คูลและยั่งยืนกว่าเดิม ผ่านรูปแบบ “Live Commerce Market” ใจกลางเมืองให้มันส์แบบ Real-time โดยสร้างบรรยากาศการช้อปปิ้งให้คึกคักเหมือนอยู่ในสตูดิโอไลฟ์สด ได้ช้อปพร้อมกันทั้งที่งานและทางบ้าน ซึ่งได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลามจากกลุ่มคนรุ่นใหม่และสายแฟชั่นตลอดงาน งานนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องช้อปปิ้ง แต่ยังแฝงด้วยความประทับใจกับกิจกรรม การประมูลของโดยเริ่มต้นที่ 12 บาท รับแคมเปญ 12.12 ซึ่งสร้างความสนุกสนานทุกต้นชั่ว โมง  สะท้อนผลลัพธ์แห่งการให้ที่จับต้องได้ พร้อมทั้งสร้างการหมุนเวียนทรัพยากรอย่างยั่งยืน ด้วยการส่งต่อเสื้อผ้ามือสองสภาพดีไปใช้ประ โยชน์ต่อได้มากกว่า 300 ชิ้น ให้แก่ มูลนิธิเหลือ-ขอ เพื่อนำไปจำหน่ายเป็นทุนการศึกษาแก่น้อง ๆ ที่ขาดโอกาส และรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายสินค้าและการประมูลในงานหลังจากหักค่าใช้จ่าย จะถูกแปลงคุณค่าให้กลายเป็น “โอกาส” ในการช่วยเหลือสังคมนำไปมอบให้กับ มูลนิธิ D-DNA เพื่อสนับสนุนงานวิจัยและการรักษาผู้ป่วยด้านโรคหลอดเลือดและโลหิตวิทยา

ตอกย้ำบทบาทของ ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ ในการเป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงไลฟ์สไตล์ ความคิดสร้างสรรค์ และพลังของคอมมูนิตี้ ให้เกิดเป็นผลลัพธ์เชิงบวกต่อสังคมอย่างเป็นรูปธรรม อีกทั้งยัง สะท้อนให้เห็นว่าทุกการใช้จ่ายและการมีส่วนร่วมของผู้ร่วมงาน สามารถกลายเป็นแรงสนับสนุนที่ช่วยต่อชีวิตและอนาคตของใครอีกหลายคนได้จริง ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ ณ ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์

Bae’ Brand Live Market เกิดจากการรวมตัวของ 3 คนดัง ตัวแทนคนรุ่นใหม่ โต๋นแตร์ ทินกร ภูวศักดิวงศ์ ผู้จัด-ผู้กำกับซีรีส์วายชื่อดัง, “ต้น” อาชว์ ไหลสกุล ดีเจ-นักแสดง และ เซน” เมจกา สุพิชญางกูร ผู้ประกาศข่าว-ดีเจสาวมากความสามารถ ที่มีไอเดียต่อยอดมาจากงาน SAMYAN MITRTOWN : MITR THE EARTH อีเวนต์รักษ์โลกสุดปัง แรงบันดาลใจจากเทรนด์รักษ์โลกของคนรุ่นใหม่ที่เริ่มต้นจากเรื่องง่ายๆ หรือสิ่งใกล้ตัว ซึ่งพวกเขาเองเป็นนักแสดง ผู้จัดฯ ทำให้มีเสื้อผ้าหรือของเหลือใช้เพิ่มขึ้นทุกครั้งที่ทำงาน จึงชักชวนเพื่อนศิล ปิน นักแสดง อินฟลูฯ และผู้จัดฯ มาร่วมส่งต่อและเพิ่มคุณค่าให้สิ่งเหล่านี้คืนสู่สังคม รวมถึงมองเห็น DNA ของสามย่านมิตรทาวน์ ในการเป็น Placemaking Space ที่เปิดพื้นที่ให้ทุกคนมีบทบาทในการร่วมสร้างประสบการณ์และกิจกรรมที่มีประโยชน์ต่อสังคม อีกทั้ง ทำเลที่ตั้งที่อยู่ใจ กลางเมือง การเดินทางสะดวกสบายเชื่อมต่อ MRT และด้วยการเป็นโครงการมิกซ์ยูสมีทั้ง ออฟฟิศ โรงแรม และใกล้สถานศึกษา ทำให้มีทราฟฟิกที่หลากหลายหมุนเวียนตลอดทั้งวัน สามย่านมิตรทาวน์จึงเป็นสถานที่ที่เหมาะที่สุดในการจัดงานและเปิดตัว Bae’ Brand Live Market

ความสนุกแบบรักษ์โลกยังไม่จบเพียงเท่านี้ สามย่านมิตรทาวน์ และ Bae’ Brand เตรียมส่งต่อความสุขอย่างต่อเนื่องตลอดปี โดยปรับคอนเซ็ปต์และผลัดเปลี่ยนมูลนิธิไปในแต่ละเดือน เพื่อให้ทุกคนได้สนุกกับการช้อปและมีความสุขกับการให้ โดยในวันที่ 12 มกราคม 2569 เตรียมพบกับคอนเซ็ปต์ “Happy Toy Market”
ชวนทุกคนมาส่งต่อความทรงจำดี ๆ ผ่าน เสื้อผ้าและ Art Toy มือสอง เพื่อเป็นของขวัญวันเด็กให้น้อง ๆผู้ด้อยโอกาส โดยรายได้และของเล่นส่วนหนึ่งจะถูกส่งแก่ มูลนิธิเด็ก (Foundation for Children) ติดตามรายละเอียดกิจกรรมและความเคลื่อนไหวต่างๆ ได้ที่ Facebook SAMYANMITRTOWN   

ปรับ ‘ปรับ ‘เมตาบอลิซึม’ สร้างสมดุลชีวิตง่ายๆ เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นได้ทุกวัน’ สร้างสมดุลชีวิตง่ายๆ เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นได้ทุกวัน

ปรับ ‘ปรับ ‘เมตาบอลิซึม’ สร้างสมดุลชีวิตง่ายๆ เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นได้ทุกวัน’ สร้างสมดุลชีวิตง่ายๆ เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นได้ทุกวัน

ปรับ ‘ปรับ ‘เมตาบอลิซึม’ สร้างสมดุลชีวิตง่ายๆ เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นได้ทุกวัน’ สร้างสมดุลชีวิตง่ายๆ เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นได้ทุกวัน

วันอังคาร ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เมื่อพูดถึงคำว่า “เมตาบอลิซึม” หลายคนมักจะนึกถึงการเผาผลาญแคลอรีหรือการลดน้ำหนัก ซึ่งแม้ว่าการลดน้ำหนักจะเป็นผล ลัพธ์ที่ดี แต่ในความเป็นจริงแล้ว การมีเมตาบอลิซึมที่สมดุลคือสิ่งที่สำคัญ เพราะเมตาบอลิซึมคือรากฐานการทำงานของร่างกายทั้งหมด มีผลต่อความรู้สึกของเรา รวมถึงการชะลอวัยในระยะยาว

ดร.ลุยจิ แกรตตัน รองประธานสำนักงานสุขภาพและสุขภาวะ และประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านโภชนาการของเฮอร์บาไลฟ์ รวมทั้งยังเป็นแพทย์ที่ทำงานด้านการส่งเสริมสุขภาพทั่วโลก จึงได้รวบรวมเคล็ดลับการดูแลเมตาบอลิซึมให้กับทุกคน โดยเริ่มต้นจากการปรับเปลี่ยนเล็กๆ ที่สามารถสร้างความเป็นอยู่ที่ดีได้อย่างยั่งยืน

วิถีชีวิตแบบคนยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความเครียด อาหารแปรรูป และการเคลื่อนไหวที่น้อยเกินไป สามารถทำให้ระบบเผาผลาญของเราเสียสม ดุลได้ ความเครียดเรื้อรังจะเพิ่มฮอร์โมนคอร์ติซอลและกระตุ้นให้ร่างกายสะสมไขมัน อาหารแปรรูปที่มีน้ำตาลสูง ไฟเบอร์ต่ำ และขาดสารอา หารสำคัญจะทำให้การควบคุมความอยากอาหาร ระบบทางเดินอาหาร และความไวของอินซูลินบกพร่อง และการนั่งทำงานหรือนั่งรถนานๆ ก็จะลดการทำงานของกล้ามเนื้อ ซึ่งจะทำให้การเผาผลาญช้าลงและเกิดความไม่สมดุลของพลังงานในร่างกาย

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน โดยเริ่มจากเรื่องโภชนาการ การเคลื่อนไหว และการพักผ่อน สามารถสร้างความเปลี่ยน แปลงที่ยิ่งใหญ่ได้ เมื่อเราเติมพลังให้ร่างกายด้วยอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วน เคลื่อนไหวร่างกายอย่างสม่ำเสมอ และให้ความสำคัญกับการนอนหลับที่มีคุณภาพ เราจะสามารถฟื้นฟูระบบการเผาผลาญตามธรรมชาติของร่างกายและมีสุขภาพดีได้ในระยะยาว

เคล็ดลับ แค่ปรับก็เปลี่ยนเมตาบาลิซึมให้กลับมาเป๊ะ

ปรับสมดุลอาหารในจาน : สิ่งที่เรากินคือรากฐานสำคัญของสุขภาพการเผาผลาญ และโภชนาการเองก็มีอิทธิพลต่อกระบวนการสำคัญต่างๆ ของการเผาผลาญ เช่น การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด การเผาผลาญไขมัน การทำงานของลำไส้ การควบคุมฮอร์โมน และการอักเสบ  การกินโปรตีนไม่ติดมันจะช่วยสร้างและรักษามวลกล้ามเนื้อ ซึ่งจะทำให้ร่างกายมีอัตราการเผาผลาญขณะพักที่สูงขึ้น รวมทั้งอาหารที่มีไฟเบอร์และสารอาหารจะช่วยให้ลำไส้มีสุขภาพดี อิ่มนานขึ้น และรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้สมดุลนอกจากนี้ยังมีผักผลไม้บางชนิดที่ช่วยให้ระบบเผาผลาญทำงานได้ดีขึ้น เช่น สารโพลีฟีนอล (polyphenols) ที่พบในส้ม เลมอน และเกรปฟรุต และสารแคปซิคัม (capsicum) ที่อยู่ในพริกชี้ฟ้าและพริกหวาน ดังนั้น การจัดจานอาหารให้สมดุลไม่ได้หมายถึงการจำกัดอาหาร แต่มันคือการเลือกอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการอย่างสม่ำเสมอ เพื่อบำรุงระบบต่างๆ ที่ขับเคลื่อนการเผาผลาญของเรา

เคลื่อนไหวให้มากขึ้น : การเคลื่อนไหวคือกุญแจสำคัญสู่สุขภาพเมตาบอลิซึมที่ดี การออกกำลังกายช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและการใช้พลังงาน เพิ่มความไวของอินซูลิน และช่วยรักษามวลกล้ามเนื้อที่มีบทบาทสำคัญในการเผาผลาญ ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายแบบจริงจังหรือแค่เดินเร็วๆ ก็มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ดังนั้นการเคลื่อนไหวสม่ำเสมอจะเป็นตัวช่วยดูแลร่างกายได้ในระยะยาว เพราะทุกก้าวที่เดินจะช่วยส่งเสริมสุขภาพการเผาผลาญของเราในวันข้างหน้า

ให้ความสำคัญกับการพักผ่อนและการฟื้นตัว    :  การนอนหลับมักถูกมองข้าม แต่แท้จริงแล้วเป็นสิ่งสำคัญต่อการควบคุมกระบวนการเมตาบอลิซึม เพราะในช่วงเวลาที่เราหลับ ร่างกายจะซ่อมแซมและฟื้นฟูระบบต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อการเผาผลาญ น้ำหนัก พลังงาน และความอยากอาหาร ทำให้การนอนแบบมีคุณภาพช่วยปรับปรุงความไวต่ออินซูลิน ควบคุมฮอร์โมนความหิว เช่น เลปติน (บ่งบอกความอิ่ม) และ เกรลิน (กระตุ้นความหิว) รวมถึงช่วยลดคอร์ติซอล ฮอร์โมนความเครียดที่บั่นทอนเมตาบอลิซึม ซึ่งเคล็ดลับง่าย ๆ ที่จะช่วยให้การพักผ่อนมีคุณภาพ เช่น ลดเวลาอยู่หน้าจอก่อนนอน รักษาเวลานอนให้สม่ำเสมอ (7–9 ชั่วโมงต่อคืน) และมีกิจวัตรผ่อนคลายก่อนนอน จะช่วยให้การพักผ่อนเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น

สุขภาพเมตาบอลิซึมคือรากฐานของการมีชีวิตที่ดีที่สุดในทุกช่วงวัย และสร้างได้จากการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ แต่สม่ำเสมอและรอบด้าน ทั้งการดูแลเรื่องโภชนาการ การเคลื่อนไหว และการพักผ่อนอย่างสมดุล

สำหรับใครที่สนใจเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีดูแลตัวเองด้วยการเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์  รับชมเคล็ดลับดีๆ จากเฮอร์บาไลฟ์ได้ทาง YouTube The Breakdown Mini-Series  หากต้องการข้อมูลผลิตภัณฑ์ผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม หรือติดตามเคล็ดลับด้านสุขภาพ สามารถติดตามได้ที่ Facebook/HerbalifeThailandOfficial หรือ Instagram/HerbalifeThailandOfficial

Diip ยกระดับการดูแลตนเองหลังการออกกำลังกายด้วยพลัง CBD จากธรรมชาติ

Diip ยกระดับการดูแลตนเองหลังการออกกำลังกายด้วยพลัง CBD จากธรรมชาติ

Diip ยกระดับการดูแลตนเองหลังการออกกำลังกายด้วยพลัง CBD จากธรรมชาติ

วันอังคาร ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ในยุคที่ทั่วโลกกำลังเข้าสู่ยุคการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Wellness) จนได้กลายเป็นเมกะเทรนด์ที่เข้ามาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่แอคทีฟยิ่งกว่าเคย นอกเหนือจากเรื่องงานแล้ว คนหนุ่มสาวยุคนี้แสวงหากิจกรรมที่มีความหมาย ทั้งการเปิดรับการออกกำลังกายหลากหลายประเภทและให้ความสำคัญกับสุขภาพในระยะยาว อย่างไรก็ตาม แม้ว่าคนเจนนี้จะมุ่งเน้นที่ความฟิต และสมรรถนะของร่างกาย แต่หลายคนก็ยังคงมองข้ามองค์ประกอบสำคัญอย่างหนึ่งไป นั่นคือ การดูแลและฟื้นฟูร่างกายหลังการออกกำลังกายอย่างมีประสิทธิภาพ

ปัจจุบัน คนไทยที่ใส่ใจสุขภาพกำลังนิยามความหมายของการใช้ชีวิตที่ดีขึ้นมาใหม่ พวกเขาวางการขยับร่างกาย ความสมดุล และการดูแลตัวเอง ไว้เป็นศูนย์กลางของชีวิตประจำวัน ความแข็งแรงไม่ได้จำกัดเพียงรูปลักษณ์ภายนอกอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารจัดการความเครียด ช่วยสร้างความมั่นใจ และเสริมสร้างความมั่นคงทางอารมณ์ในโลกที่ขับเคลื่อนไปอย่างรวดเร็ว คนไทยรุ่นใหม่หันมาเลือกกิจกรรมที่ให้ทั้งพลังทางกาย และความปลอดโปร่งทางจิตใจ ไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง การปั่นจักรยาน ไปจนถึงโยคะ พิลาทิส และการฝึกแบบ Functional Training

นอกจากนี้ การเติบโตของกลุ่มออกกำลังกาย เช่น ชมรมวิ่ง (Run Club) และกิจกรรมด้านสุขภาพต่าง ๆ ก็ได้ตอกย้ำว่า คนไทยวัยหนุ่มสาวกำ ลังค้นหาตัวตน และต้องการแบ่งปันวิถีชีวิตที่มีสุขภาพดีร่วมกันกับคนอื่น ๆ ความมุ่งมั่นที่เพิ่มขึ้นในการเคลื่อนไหวและการใช้ชีวิตอย่างมีสตินี้ กำลังกำหนดทิศทางใหม่ของการดูแลตัวเอง ซึ่งคนรุ่นใหม่เริ่มให้ความสำคัญกับรูทีนการออกกำลังกายที่ยั่งยืน เพื่อบำรุงทั้งร่างกาย และจิตใจไปพร้อมๆ กัน

แต่ในทางกลับกัน การดูแลและฟื้นฟูร่างกายหลังจากกิจกรรมกีฬามักจะถูกมองข้ามไป ร่างกายต้องการการดูแลเอาใจใส่ไม่ต่างจากช่วงเวลาที่กำลังออกกำลังกายเลยแม้แต่น้อย กิจวัตรการฟื้นฟูร่างกายจึงเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการคงรักษาวิถีชีวิตที่แอคทีฟ ป้องกันภาวะหมดไฟ และรักษาความเป็นอยู่ที่ดีโดยรวม การพักผ่อนที่ถูกต้องจะช่วยให้กล้ามเนื้อได้ซ่อมแซมความแข็งแรง ทำให้ร่างกายสามารถปรับตัวเข้ากับการใช้งานทางกายภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยควบคุมการอักเสบ และสนับสนุนกระบวนการเยียวยาตามธรรมชาติของร่างกาย

กิจวัตรการฟื้นฟูที่ดีจะช่วยยกระดับสมรรถภาพในระยะยาว ทำให้สามารถฝึกฝนและสนุกกับกิจกรรมกีฬาได้อย่างสม่ำเสมอโดยไม่มีอุปสรรค การพักผ่อนที่เหมาะสมยังช่วยลดความเสี่ยงของการบาดเจ็บที่เกิดจากการใช้งานหนักเกินไป ความตึงเครียด หรือฟอร์มการเล่นที่ไม่ถูกต้องได้อีกด้วย โดยการดูแลและฟื้นฟูร่างกายสามารถทำได้หลายประเภท เช่น การยืดเหยียดหลังจากออกกำลังกายใหม่ ๆ การดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการในแต่ละวัน การนอนหลับที่มีคุณภาพ หรือการใช้ CBD (Cannabidiol) ล้วนเป็นสิ่งที่สนับสนุนเทรนด์ดูแลสุขภาพแบบองค์รวมในยุคปัจจุบันนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งนี้ ผู้คนยุคใหม่จำนวนมากขึ้นได้หันมาใช้ CBD เพื่อยกระดับการดูแลตนเองหลังการออกกำลังกาย ด้วยศักยภาพในการช่วยเสริมสร้างการฟื้นตัว ผ่อนคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ สามารถบรรเทาอาการไม่สบายตัว และช่วยให้ร่างกายกลับสู่สมดุลหลังจากใช้งานอย่างหนักได้ โดยไม่ต้องพึ่งยาแก้ปวดที่ผลิตจากสารเคมี และแตกต่างจาก THC (Tetrahydrocannabinol) ที่ก่อให้เกิดอาการมึนเมา CBD จึงได้กลายมาเป็นทางเลือกใหม่จากธรรมชาติ ที่สนับสนุนการฟื้นฟูร่างกายได้อย่างยั่งยืน ผลสำรวจจาก Journal of Cannabis Research ในปี 2023 พบว่า ผู้ใช้ CBD มากกว่า 23% ใช้ CBD โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อการคลายกล้ามเนื้อ และเยียวยาหลังออกกำลังกาย และ 93% รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นหลังใช้งาน

Diip มุ่งมั่นที่จะสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาด CBD ในประเทศไทย นำเสนอผลิตภัณฑ์ CBD ในหลากหลายรูปแบบ เพื่อเข้ามาเติมเต็มคนรุ่นใหม่ที่ใช้ชีวิตแบบแอคทีฟ ไม่ว่าจะเป็น กัมมี่ ออยล์ดรอปเปอร์ และแคปซูล ที่ผ่านการควบคุมคุณภาพแบบครบวงจรในประเทศไทย ตั้งแต่การปลูก การสกัด การคิดค้นสูตร จนไปถึงการบรรจุ ด้วยกระบวนการควบคุมคุณภาพที่เข้มงวดตามมาตรฐานสากล ผ่านการทดสอบและได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) Diip จึงสามารถพร้อมส่งมอบผลิตภัณฑ์ CBD ที่ปลอดภัย สามารถใช้ในกิจวัตรประจำวันได้อย่างมั่นใจ ไร้กังวล โดยวางจำหน่ายแล้วที่ ช็อปออนไลน์ วิลล่ามาร์เก็ต บิวเทรี่ยม และร้านขายยาชั้นนำทั่วประเทศ โดยสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://goodneighborsbiotech.com หรือ Line Official: @diipcbd

การก้าวตามเทรนด์แอคทีฟไลฟสไตล์นั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่สิ่งที่ไม่ควรมองข้าม คือการดูแลร่างกายหลังจากที่ใช้งานมันอย่างเต็มที่ เพราะในความเป็นจริงแล้ว การออกกำลังกายก็ยังคงเป็น “งาน” ที่ร่างกายต้องทุ่มเท หัวใจสำคัญของการมีสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน คือการให้ความสำ คัญกับการพักผ่อนและฟื้นตัว เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตแอคทีฟได้อย่างเต็มที่ในทุก ๆ วันโดยไม่มีคำว่าหมดแรง

กลุ่มโรงแรมและบริษัทในเครือสุโกศล สมทบทุนสภากาชาดฯ ช่วยผู้ประสบภัย

กลุ่มโรงแรมและบริษัทในเครือสุโกศล สมทบทุนสภากาชาดฯ ช่วยผู้ประสบภัย

กลุ่มโรงแรมและบริษัทในเครือสุโกศล สมทบทุนสภากาชาดฯ ช่วยผู้ประสบภัย

วันอังคาร ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กลุ่มโรงแรมและบริษัทในเครือสุโกศล เดินหน้าภารกิจเพื่อสังคม ร่วมสมทบทุนช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ร่วมกับสภากาชาดไทย

กลุ่มโรงแรมและบริษัทในเครือสุโกศล นำโดย มาริสา สุโกศล หนุนภักดี รองประธานกรรมการบริหาร ดารณี สุโกศล แคลปป์ รองประธานกรรมการฝ่ายการเงิน และ เดชจุฑา สุโกศล แคลปป์ ผู้อำนวยการกลุ่มฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ ตอกย้ำบทบาทองค์กรภาคธุรกิจที่ยืนหยัดเคียงข้างสังคมไทย ร่วมสมทบทุนเพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนขอผู้ประสบอุทกภัย ผ่านสภากาชาดไทย โดยมี ขรรค์ ประ จวบเหมาะ ผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้ และ จันทร์ประภา วิชิตชลชัย รองผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย เป็นผู้แทนรับมอบ โดยการร่วมสมทบทุนในครั้งนี้ เพื่อสนับสนุนภารกิจเร่งด่วนในการบรรเทาทุกข์และฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ

ศูนย์คุณธรรมฯ เปิดเวทีระดมความคิดเห็น MDC TO GOAL ‘ส่งพลังข้อมูลคุณธรรมดิจิทัล เพื่อขับเคลื่อนคุณธรรมสู่สังคมไทย’

ศูนย์คุณธรรมฯ เปิดเวทีระดมความคิดเห็น MDC TO GOAL ‘ส่งพลังข้อมูลคุณธรรมดิจิทัล เพื่อขับเคลื่อนคุณธรรมสู่สังคมไทย’

ศูนย์คุณธรรมฯ เปิดเวทีระดมความคิดเห็น MDC TO GOAL ‘ส่งพลังข้อมูลคุณธรรมดิจิทัล เพื่อขับเคลื่อนคุณธรรมสู่สังคมไทย’

วันอังคาร ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) โดย รองศาสตราจารย์ นพ. สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม เชิญชวนองค์กรภาคีเครือข่าย เข้าร่วมงานอบรมเชิงปฏิบัติการและเวทีรับฟังความคิดเห็นการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ “ระบบศูนย์กลางข้อมูลสารสนเทศด้านคุณธรรม (Moral Data Center : MDC)” ภายใต้แนวคิด “MDC TO GOAL : ปักหมุดหมาย ส่งพลังข้อมูลคุณธรรมดิจิทัล เพื่อขับเคลื่อนคุณธรรมสู่สังคมไทย” เพื่อเสริมสร้างศักยภาพเครือข่ายและหน่วยงานพันธมิตรในการเข้าถึง ใช้ประโยชน์ และร่วมพัฒนาระบบฐานข้อมูลคุณธรรมให้สามารถตอบโจทย์การใช้งานจริงในทุกระดับ

งานอบรมเชิงปฏิบัติการและรับฟังความคิดเห็น MDC TO GOAL กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 26 ธันวาคม 2568 เวลา 08.30 – 15.00 น. ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร โดยมีเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาองค์ความรู้ ความเข้าใจ และทักษะด้านการใช้ข้อมูลคุณธรรมเชิงดิจิทัล เพื่อสนับสนุนการวางแผนเชิงนโยบาย การบริหารจัดการ และการขับเคลื่อนงานคุณธรรมในระดับพื้นที่ องค์กร และระดับประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และการระดมข้อเสนอแนะจากเครือข่ายคุณธรรม เพื่อสะท้อนความต้องการใช้งานจริงของหน่วยงานในพื้นที่ อันจะนำไปสู่การพัฒนาระบบ Moral Data Center ให้เป็นศูนย์กลางข้อมูลสารสนเทศดิจิทัลด้านคุณธรรมของประเทศ ที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลจากหลายภาคส่วน และนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในการตัดสินใจเชิงนโยบายได้อย่างมีประสิทธิ ภาพ นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมงานจะได้รับฟังปาฐกถาพิเศษเกี่ยวกับทิศทางการพัฒนาระบบข้อมูลคุณธรรม โดย เมทินี เทพมณี กรรมการผู้ทรงคุณ วุฒิ ซึ่งจะถ่ายทอดมุมมองและแนวทางการใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์ในการพัฒนาสังคมคุณธรรม พร้อมเปิดเวทีให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ข้อคิดเห็น และแนวคิดเชิงสร้างสรรค์ เพื่อร่วมกันส่งพลังข้อมูลคุณธรรมเข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) คาดหวังว่าการจัดงานในครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนา Moral Data Center ให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลคุณธรรมของประเทศ ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงทั้งในมิติการกำหนดนโยบาย การพัฒนาพื้นที่ และการสร้างความร่วมมือของเครือข่ายคุณธรรมในทุกภาคส่วน อันจะนำไปสู่การขับเคลื่อนสังคมไทยด้วยหลักคุณธรรมบนฐานข้อมูลที่ถูกต้อง น่าเชื่อถือ และทันสมัย

นพ. สุริยเดว ทรีปาตี

นพ. สุริยเดว ทรีปาตี

DBD เดินหน้านโยบาย Quick Big Win เสริมแกร่งผู้ประกอบการ SMEs – เพิ่มมูลค่าสินค้าไทย

DBD เดินหน้านโยบาย Quick Big Win เสริมแกร่งผู้ประกอบการ SMEs - เพิ่มมูลค่าสินค้าไทย

DBD เดินหน้านโยบาย Quick Big Win เสริมแกร่งผู้ประกอบการ SMEs – เพิ่มมูลค่าสินค้าไทย

วันจันทร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 20.01 น.

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เตรียมจัดงานแฟรนไชส์ Roadshow 4 ภูมิภาค 4 จังหวัด ทั่วประเทศ ชลบุรี เชียงใหม่ ภูเก็ต และอุดรธานี ยกระดับธุรกิจแฟรนไชส์ไทยสู่การเติบโตเชิงรุก พร้อมสร้างโอกาสให้ประชาชนในภูมิภาคเป็นเจ้าของธุรกิจอย่างเป็นระบบ ช่วยสร้างงาน สร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ และกระจายความมั่งคั่งสู่ท้องถิ่น คาดมีเงินสะพัดไม่น้อยกว่า 590 ล้านบาท อีกทั้งเพื่อยกระดับธุรกิจแฟรนไชส์ไทยให้เติบโตอย่างเป็นระบบและยั่งยืน โดยเฉพาะการสนับสนุนผู้ประกอบการและประชาชนในส่วนภูมิภาคให้สามารถเข้าถึงข้อมูล ความรู้ และโอกาสทางการค้าอย่างเท่าเทียม สอดรับตามนโยบาย Quick Big Win ด้านการเสริมแกร่งผู้ประกอบการ SMEs และเพิ่มมูลค่าสินค้าไทย ของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยระหว่างเดือนธันวาคม 2568 – มีนาคม 2569 กรมเตรียมจัดกิจกรรมแฟรนไชส์ Roadshow จำนวน 4 ครั้ง ใน 4 ภูมิภาค โดยคัดเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน DBD Franchise Standard 2025 เข้าร่วมโรดโชว์ ประกอบด้วย ครั้งที่ 1 วันที่ 19-22 ธันวาคม 2568 เซ็นทรัลศรีราชา ครั้งที่ 2 วันที่ 15-18 มกราคม 2569 เซ็นทรัลเชียงใหม่ เฟสติวัล ครั้งที่ 3 วันที่ 5-8 กุมภาพันธ์ 2569 เซ็นทรัลภูเก็ต เฟสติวัล และครั้งที่ 4 วันที่ 5-8 มีนาคม 2569 เซ็นทรัลอุดรธานี เพื่อเปิดเวทีให้ผู้สนใจในจังหวัดและพื้นที่ใกล้เคียง ได้พบปะเจ้าของแฟรนไชส์โดยตรงและเจรจาธุรกิจ พร้อมเรียนรู้ข้อมูลธุรกิจอย่างครบวงจร

สำหรับไฮไลท์สำคัญของการจัดกิจกรรมครั้งนี้ คือ บูธแสดงแฟรนไชส์ไทยกว่า 40 แบรนด์ ครอบคลุมทั้ง อาหาร เครื่องดื่ม บริการ การศึกษา และธุรกิจค้าปลีก การเจรจาทางธุรกิจ (Business Matching) เพื่อเป็นเวทีในการขยายธุรกิจ พบปะพูดคุยกับผู้ประกอบการ จากหลากหลายภาคธุรกิจ เพื่อเปิดรับและสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ นอกจากนี้ยังมีสถาบันการเงินมาร่วมออกบูธให้คำแนะนำและสนับสนุนเงินทุนและเงื่อนไขพิเศษสำหรับผู้ที่สนใจ

ทั้งนี้กิจกรรมแฟรนไชส์ Roadshow ทั้ง 4 ครั้งที่จัดขึ้นจะช่วยให้ผู้ประกอบการและประชาชนในต่างจังหวัดสามารถเข้าถึงโอกาสทางธุรกิจได้ง่ายขึ้น เพิ่มทางเลือกในการเริ่มต้นธุรกิจที่มีระบบบริหารจัดการรับรอง รวมถึงเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการรายย่อยให้สามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยคาดการณ์ว่าจะมีผู้เข้าชมงานรวมทั้งสิ้น จำนวนไม่ต่ำกว่า 10,000 คน และสร้างมูลค่าเศรษฐกิจตลอดการจัดกิจกรรมได้ไม่ต่ำกว่า 590 ล้านบาท

สำหรับการจัดงานแฟรนไชส์สร้างอาชีพ Roadshow 2025 ณ จังหวัดชลบุรี เป็นจังหวัดแรกที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้นำธุรกิจแฟรนไชส์ 40 แบรนด์ จากหลากหลายประเภทธุรกิจ เช่น อาหาร เครื่องดื่ม บริการ และการศึกษา เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกท่านได้เข้าถึงธุรกิจแฟรนไชส์ ที่น่าสนใจ ซึ่งส่วนใหญ่เจ้าของแฟรนไชส์เดินทางมานำเสนอแพ็กเกจการลงทุนด้วยตนเอง และกรมฯ ได้มีการให้ส่วนลดพิเศษสำหรับค่าแพ็กเกจแฟรนไชส์ เพื่อให้ท่านที่สนใจสามารถเริ่มต้นสร้างอาชีพให้แก่ตนเองภายในงานอีกด้วย

นอกจากนี้ กรมฯ ยังได้ร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ กรมการจัดหางาน สถาบันการเงินต่างๆ และศูนย์การค้าเซ็นทรัล ซึ่งสามารถมั่นใจได้ว่าความร่วมมือจากหน่วยงาน พันธมิตรหลายภาคส่วนนี้จะสามารถช่วยเหลือ SME ไทย และผู้สนใจสร้างอาชีพในจังหวัดชลบุรีให้มีธุรกิจ เลี้ยงตนเอง และมีรายได้ให้แก่ครอบครัว ตลอดจนขยายธุรกิจของตนเองได้ต่อไปในอนาคต

ปัจจุบันมีธุรกิจแฟรนไชส์ที่ผ่านการพัฒนาจากกรมฯ รวมทั้งสิ้น 1,253 ราย แบ่งเป็น อาหาร 556 ราย (คิดเป็นร้อยละ 44) เครื่องดื่ม 165 ราย (คิดเป็นร้อยละ 13) การศึกษา 70 ราย (คิดเป็นร้อยละ 6) บริการ 200 ราย (คิดเป็นร้อยละ 16) ค้าปลีก 177 ราย (คิดเป็นร้อยละ 14) ความงามและสปา 85 ราย (คิดเป็นร้อยละ 7)