OWNDAYS เคียงข้างชาวหาดใหญ่ มอบแว่นตาฟรีผ่านโครงการ ‘ส่งมอบความชัดเจน ส่งต่อพลังใจให้กัน’

OWNDAYS เคียงข้างชาวหาดใหญ่ มอบแว่นตาฟรีผ่านโครงการ 'ส่งมอบความชัดเจน ส่งต่อพลังใจให้กัน'

OWNDAYS เคียงข้างชาวหาดใหญ่ มอบแว่นตาฟรีผ่านโครงการ ‘ส่งมอบความชัดเจน ส่งต่อพลังใจให้กัน’

วันจันทร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 18.19 น.

OWNDAYS (โอนเดส์) แบรนด์ร้านแว่นตาชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น นำโดยทีมผู้บริหารและเหล่าพนักงาน เดินหน้าสานต่อพันธกิจแห่งการให้ ลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อส่งมอบแว่นตาฟรีจำนวนกว่า 200 อัน ให้แก่ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย เมื่อวันที่ 13-14 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา

สืบเนื่องจากวิกฤตน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่และบริเวณใกล้เคียง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของพี่น้องประชาชนในวงกว้าง OWNDAYS จึงขออาสาเป็นส่วนหนึ่งในการบรรเทาความเดือดร้อน และช่วยคืนรอยยิ้มพร้อมการมองเห็นที่ชัดเจนให้กลับมาสู่ทุกคนอีกครั้ง

ณ ร้านโอนเดส์ สาขาเซ็นทรัล หาดใหญ่ OWNDAYS ได้เปิดพื้นที่ให้เป็นจุดบริการประชาชน โดยจัดทีมผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลตรวจวัดสายตา พร้อมส่งมอบแว่นตาคุณภาพครบชุดให้แก่ผู้ประสบภัยโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อให้มั่นใจว่าทุกท่านจะได้รับการดูแลแก้ไขปัญหาสายตาอย่างทันท่วงที ไม่จำกัดสิทธิ์ว่าจะเป็นลูกค้าเก่าหรือลูกค้าใหม่ แต่เปิดกว้างสำหรับผู้ประสบภัยทุกท่าน

บรรยากาศตลอดทั้ง 2 วัน เต็มไปด้วยรอยยิ้มและความอบอุ่น โดยมีพี่น้องชาวหาดใหญ่ที่ประสบภัยเดินทางมาแสดงสิทธิ์รับแว่นตาเป็นจำนวนมาก ซึ่ง OWNDAYS รู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ทำหน้าที่ “ผู้ให้” และได้ยืนเคียงข้างช่วยเหลือสังคมในยามวิกฤต

กิจกรรม CSR ในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การแจกสิ่งของ แต่คือการส่งมอบ “โอกาส” และ “ความสุข” ผ่านแว่นตา เพราะเราเชื่อมั่นว่าแว่นตาที่ดี ไม่เพียงช่วยให้มองเห็นชัดเจน แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพ การลงพื้นที่ในครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ความตั้งใจจริงของ OWNDAYS ในการดูแลสุขภาพสายตาของคนไทยอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

ติดตามข่าวสารและกิจกรรมเพื่อสังคมอื่นๆ ของ OWNDAYS ได้ที่ Facebook: OWNDAYS Thailand, Instagram และ Tiktok: @owndays_thailand

ผู้ชนะโครงการ “โรงเรียนต้นแบบรักษ์น้ำ มิซุอิกุ” ปี 2 เปิดประสบการณ์อนุรักษ์น้ำอย่างยั่งยืน ณ ประเทศญี่ปุ่น

ผู้ชนะโครงการ “โรงเรียนต้นแบบรักษ์น้ำ มิซุอิกุ” ปี 2  เปิดประสบการณ์อนุรักษ์น้ำอย่างยั่งยืน ณ ประเทศญี่ปุ่น

ผู้ชนะโครงการ “โรงเรียนต้นแบบรักษ์น้ำ มิซุอิกุ” ปี 2 เปิดประสบการณ์อนุรักษ์น้ำอย่างยั่งยืน ณ ประเทศญี่ปุ่น

วันจันทร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 17.02 น.

บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำตลาดอาหารเสริมสุขภาพภายใต้ตราผลิตภัณฑ์แบรนด์ในประเทศไทยและอินโดไชน่า ร่วมกับ บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์สินค้าของซันโทรี่และเป๊ปซี่โคในประเทศไทย ตอกย้ำเจตนารมณ์การดำเนินธุรกิจควบคู่กับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ภายใต้ค่านิยมองค์กร “การเติบโตอย่างยั่งยืน” (Growing for Good) และ “การตอบแทนกลับคืนสู่สังคม” (Giving Back to Society) ผ่านโครงการ “วัน ซันโทรี่ มิซุอิกุ: เรารักษ์น้ำ” ประจำปี 2568 (One Suntory Mizuiku Program 2025) เดินหน้าปลูกจิตสำนึกและมอบองค์ความรู้ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำให้แก่เยาวชนไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 พร้อมมอบประสบการณ์อันทรงคุณค่าแก่แกนนำนักเรียนและคุณครูจากโรงเรียนที่ชนะการประกวด “โรงเรียนต้นแบบรักษ์น้ำ มิซุอิกุ” (Mizuiku Water Model School) ได้แก่ โรงเรียนบ้านหนองซ้ำซาก จังหวัดชลบุรี และโรงเรียนวัดเขาน้อย จังหวัดระยอง รวม 34 คน ผ่านกิจกรรมทัศนศึกษา ณ ประเทศญี่ปุ่น ดินแดนต้นกำเนิดโครงการ “มิซุอิกุ” ในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เพื่อเปิดโลกทัศน์แห่งการเรียนรู้ เก็บเกี่ยวประสบการณ์และแรงบันดาลใจ จากหลากหลายกิจกรรมที่ผสานทั้งความรู้ด้านการอนุรักษ์น้ำและสิ่งแวดล้อม รวมถึงศิลปะวัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่น พร้อมนำแนวคิดและประสบการณ์ที่ได้รับมาต่อยอดโครงการอนุรักษ์น้ำในโรงเรียนและขยายผลสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน

มธุวลี สถิตยุทธการ รองประธานบริหารฝ่ายบรรษัทสัมพันธ์ ประเทศไทยและอินโดไชน่า บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมการสนับสนุนจาก บริษัท ซันโทรี่ โฮลดิ้งส์ จำกัด ร่วมกันดำเนินโครงการ ‘วัน ซันโทรี่ มิซุอิกุ:เรารักษ์น้ำ’ เพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงคุณค่าของทรัพยากรน้ำ และปลูกจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์น้ำและสิ่งแวดล้อมให้แก่เยาวชนไทย เพื่อร่วมกันดูแลทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน ตลอดสองปีที่ผ่านมา โครงการฯ ได้มอบองค์ความรู้ด้านการอนุรักษ์น้ำให้แก่เยาวชน ภายใต้แนวคิด ‘ไม่มีน้ำ ไม่มีเรา’ (No Water – No Life) ผ่านการเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ ผสมผสานความรู้และความสนุกสนานเข้าไว้ด้วยกันภายในห้องเรียนธรรมชาติ ‘ค่ายมิซุอิกุ  ผู้พิทักษ์รักษ์น้ำ’ (Mizuiku Water Hero Camp) และจัดประกวด ‘โรงเรียนต้นแบบรักษ์น้ำ มิซุอิกุ’ (Mizuiku Water Model School) โดยแกนนำนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมค่ายฯ จะนำความรู้ที่ได้รับไปจัดทำแผนงานและดำเนินโครงการอนุรักษ์น้ำในโรงเรียน พร้อมจัดตั้ง ‘มิซุอิกุ คลับ’ เพื่อขับเคลื่อนและขยายผลอย่างต่อเนื่อง หลังจากนั้น ทั้งสองบริษัทร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่ประเมินผลงานเพื่อคัดเลือกโรงเรียนที่มีความโดดเด่นเพียง 2 โรงเรียน จากทั้งสิ้น 30 โรงเรียนในจังหวัดชลบุรีและระยอง โดยใช้เกณฑ์สำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ นโยบาย การมีส่วนร่วมของบุคลากร การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการขยายผลสู่ชุมชนโดยรอบ เพื่อมอบโอกาสเข้าร่วมทัศนศึกษาเรียนรู้การอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน ณ ประเทศญี่ปุ่น”

ในปีนี้ โรงเรียนที่ชนะการประกวด ‘โรงเรียนต้นแบบรักษ์น้ำ มิซุอิกุ’ ในจังหวัดชลบุรี ได้แก่ โรงเรียนบ้านหนองซ้ำซาก ที่มุ่งเน้นสำรวจและวิเคราะห์การใช้น้ำในโรงเรียนอย่างเป็นระบบ เพื่อกำหนดแนวทางการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ภายใต้โครงการ “มิซุอิกุ โรงเรียนเซฟน้ำ ชุมชนเซฟโลก” โดยมี “สายตรวจผู้พิทักษ์รักษ์น้ำ” เป็นผู้นำสร้างจิตสำนึกและขับเคลื่อนกิจกรรมอนุรักษ์น้ำภายในโรงเรียน พร้อมขยายความร่วมมือกับองค์กรอื่น ๆ ในชุมชน เพื่อต่อยอดและขยายผลการอนุรักษ์น้ำอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ โรงเรียนวัดเขาน้อย ผู้ชนะ ‘โรงเรียนต้นแบบรักษ์น้ำ มิซุอิกุ’ ในจังหวัดระยอง ให้ความสำคัญกับการบูรณาการการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมให้เข้ากับวิถีชีวิตของนักเรียนและชุมชน ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมและเผชิญปัญหาการขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง จึงได้จัดทำโครงการ “No Water No Life พลังมดรักษ์น้ำและสิ่งแวดล้อม” เพื่อส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน ผ่านการปลูกฝังจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์น้ำและสิ่งแวดล้อมให้แก่นักเรียน คุณครู บุคลากรในโรงเรียน และชุมชน ภายใต้แนวคิด “3 ป. – ปลูกฝัง ประหยัด ประโยชน์” ซึ่งทั้งสองโรงเรียนผู้ชนะโดดเด่นด้วยความคิดสร้างสรรค์ ความมุ่งมั่น และศักยภาพในการขับเคลื่อนโครงการให้เกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม ตอบโจทย์บริบทพื้นที่ของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วิภาวรรณ ทัศนปรีชาชัย รองประธานบริหารฝ่ายบรรษัทสัมพันธ์ บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การพาแกนนำนักเรียนที่ชนะการประกวดฯ เดินทางไปทัศนศึกษา ณ ประเทศญี่ปุ่นในครั้งนี้  ไม่ใช่เพียงรางวัลเพื่อยกย่องความมุ่งมั่นและตั้งใจของน้อง ๆ ในฐานะ ‘ผู้พิทักษ์รักษ์น้ำ’ แต่ยังเป็นโอกาสอันล้ำค่าในการเรียนรู้ต้นแบบโครงการ ‘มิซุอิกุ’ ที่ประเทศญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด ครอบคลุมประวัติความเป็นมา ปรัชญา และความยั่งยืนด้านการจัดการทรัพยากรน้ำและบรรจุภัณฑ์ของซันโทรี่ ผ่านกิจกรรมหลากหลาย อาทิ การเข้าร่วมเวิร์กช็อปเรียนรู้การอนุรักษ์น้ำ ‘มิซุอิกุ’ ณ สำนักงานใหญ่ ซันโทรี่ เวิลด์ โอไดบะ กรุงโตเกียว และการร่วมทำกิจกรรม Outdoor School of Forest and Water เพื่อศึกษาวัฏจักรของน้ำ พันธุ์ไม้นานาชนิด และสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ภายในป่ารอบ ‘มินามิ แอลป์’ (Minami Alps) หนึ่งในเทือกเขาที่มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ของประเทศญี่ปุ่นและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น ‘UNESCO Eco Park’ ในปี 2557 รวมถึงการเยี่ยมชมกระบวนการผลิตน้ำแร่ธรรมชาติเพื่อเรียนรู้การใช้ทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ และกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ภายในโรงงานผลิตน้ำดื่ม ซันโทรี่ ฮากูชู  ซึ่งตั้งอยู่กลางผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์นี้ นอกจากนี้ เหล่าแกนนำนักเรียนยังได้รับโอกาสให้นำเสนอผลงานการอนุรักษ์น้ำทั้งภายในโรงเรียน รวมถึงการขยายผลสู่ชุมชนโดยรอบให้กับผู้บริหารส่วนงานด้านความยั่งยืนของซันโทรี่ อีกทั้งยังได้เรียนรู้ศิลปะและวัฒนธรรมญี่ปุ่น ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะและวัฒนธรรมซันโทรี่ (Suntory Museum of Art) และสถานที่ท่องเที่ยวในกรุงโตเกียวอีกหลายแห่ง อาทิ ศาลเจ้าเมจิ
และโตเกียวสกายทรี เราเชื่อว่าประสบการณ์ในครั้งนี้จะเปิดโลกทัศน์ใหม่ และสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนไทยนำองค์ความรู้ที่ได้รับกลับมาปรับใช้ และพัฒนาโรงเรียนและชุมชนของตนเองต่อไป”

สลักจิต ศรีเหรา คุณครูผู้รับผิดชอบโครงการฯ จากโรงเรียนบ้านหนองซ้ำซาก จังหวัดชลบุรี กล่าวว่า “โครงการ‘วัน ซันโทรี่ มิซุอิกุ: เรารักษ์น้ำ’ ช่วยปรับเปลี่ยนทัศนคติของทั้งครูและนักเรียน ทำให้เราตระหนักถึงคุณค่าของน้ำมากยิ่งขึ้น รู้สึกดีใจมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้ การได้มาทัศนศึกษาที่ญี่ปุ่นเป็นการเปิดโลกกว้างให้กับทั้งครูและเด็ก ๆ เราได้รับประสบการณ์ใหม่ ๆ ทั้งด้านความรู้เรื่องการอนุรักษ์น้ำ วัฒนธรรม และแนวคิดด้านการดูแลสิ่งแวดล้อมของคนญี่ปุ่น ซึ่งเราสามารถนำความรู้เหล่านี้กลับไปพัฒนาโรงเรียนและชุมชนของเราต่อไป”

ด.ช.นาคินทร์ อยู่ขอม แกนนำนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการฯ จากโรงเรียนวัดเขาน้อย จังหวัดระยอง กล่าวว่า “รู้สึกดีใจมากที่โรงเรียนได้รับรางวัลชนะเลิศและได้มาทัศนศึกษาที่ประเทศญี่ปุ่น ประทับใจกับกิจกรรมเวิร์กช็อปและการเรียนรู้นอกห้องเรียนที่ทำให้ผมได้เข้าใจเกี่ยวกับวัฏจักรน้ำ ระบบนิเวศของป่าไม้ และความเชื่อมโยงระหว่างสัตว์ป่า ดิน และน้ำได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น นอกจากนี้ สิ่งที่ผมประทับใจมากเกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่น คือ การทิ้งและคัดแยกขยะอย่างถูกต้องและเป็นระเบียบ รวมถึงการใส่ใจสิ่งแวดล้อม ผมตั้งใจจะนำความรู้ที่ได้รับจากการเดินทางครั้งนี้ โดยเฉพาะเรื่องการคัดแยกและจัดการขยะอย่างถูกต้อง กลับไปปรับใช้ในโรงเรียน และจะชวนเพื่อน ๆ น้อง ๆ มาร่วมดูแลรักษาทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อมไปด้วยกันครับ”

ความสำเร็จของโครงการ “วัน ซันโทรี่ มิซุอิกุ: เรารักษ์น้ำ” ในปีที่ 2 ปิดฉากลงอย่างงดงาม ตลอดสองปีที่ผ่านมา โครงการฯ ได้ส่งมอบองค์ความรู้ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อมให้แก่น้อง ๆ นักเรียนและคุณครูรวมกว่า 19,700 คน จาก 60 โรงเรียนในจังหวัดชลบุรีและระยอง สะท้อนถึงความมุ่งมั่นตั้งใจจริงของบริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ได้นำค่านิยมองค์กร “Growing for Good” (การเติบโตอย่างยั่งยืน) และ “Giving Back to Society” (การตอบแทนกลับคืนสู่สังคม) มาสู่การลงมือทำอย่างแท้จริง เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง พร้อมส่งต่อทรัพยากรธรรมชาติอันล้ำค่านี้ให้แก่คนรุ่นหลังต่อไป

4 องค์กรใหญ่ร่วมใจจัดกิจกรรม Bhappy ครั้งที่ 15 ร่วมฟื้นป่ารักษาสิ่งแวดล้อม ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

4 องค์กรใหญ่ร่วมใจจัดกิจกรรม Bhappy ครั้งที่ 15 ร่วมฟื้นป่ารักษาสิ่งแวดล้อม ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

4 องค์กรใหญ่ร่วมใจจัดกิจกรรม Bhappy ครั้งที่ 15 ร่วมฟื้นป่ารักษาสิ่งแวดล้อม ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันจันทร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 17.01 น.

4 องค์กรใหญ่ กรุงเทพประกันภัย โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กรุงเทพประกันชีวิต และไอโออิ กรุงเทพ ประกันภัย ร่วมมือร่วมใจจัดกิจกรรม  Bhappy ครั้งที่ 15 ร่วมฟื้นป่ารักษาสิ่งแวดล้อม ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จังหวัดนครนายก 

กิจกรรม Bhappy ครั้งที่ 15 นี้ นำโดย ชัย โสภณพนิช ประธานกรรมการ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ในฐานะเป็นประธานการจัดกิจกรรม พร้อมด้วย ปวีณา จูชวน ผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.กรุงเทพประกันภัย เภสัชกรหญิง ดร.อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล โชน โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.กรุงเทพประกันชีวิต และ สาธิต ลิปตะสิริ ประธานกรรมการและประธานคณะกรรมการการลงทุน บมจ. ไอโออิ กรุงเทพ ประกันภัย นำคณะผู้บริหารและพนักงานจิตอาสารวมเกือบ 300 คน ร่วมกันปลูกต้นไม้ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี พันเอก วันปิยะ ไชยเนตร ผู้อำนวยการ กองกิจการพลเรือน โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าให้การต้อนรับ หลังจากนั้นมีการแบ่งกลุ่มพนักงานจิตอาสาทำกิจกรรมสัมพันธ์ Walk Rally  4 ฐาน สร้างความสามัคคีระหว่างองค์กร พร้อมเข้าพื้นที่ร่วมกิจกรรมปั้นกระสุนเมล็ดพันธุ์พืชที่ปั้นด้วยดินเหนียว และยิงเมล็ดพันธุ์ให้กระจายออกไปในพื้นที่ป่า ซึ่งเป็นหนึ่งในวิธีการอนุรักษ์ฟื้นฟูป่าไม้ให้มีความอุดมสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

สำหรับโครงการ Bhappy เป็นโครงการที่ 4 บริษัทได้ร่วมกันจัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้พนักงานได้มีส่วนร่วมทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อสร้างประ โยชน์ให้แก่ชุมชน สังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน รวมทั้งเพื่อสร้างความสามัคคีและความสัมพันธ์อันดีระหว่างองค์กร ซึ่งโครงการ Bhappy  ดำเนินกิจกรรมต่อเนื่องมาเป็นครั้งที่ 15 และจะยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์และสานต่อกิจกรรมดีๆ เพื่อสังคมโดยรวมต่อไป

ชัย โสภณพนิช ได้รับการยกย่องเป็นพ่อตัวอย่าง กทม. เขตสาทร จากการเป็นผู้นำครอบครัวและองค์กร รวมถึงทำคุณประโยชน์ต่อสังคมรอบด้าน

ชัย โสภณพนิช ได้รับการยกย่องเป็นพ่อตัวอย่าง กทม. เขตสาทร จากการเป็นผู้นำครอบครัวและองค์กร รวมถึงทำคุณประโยชน์ต่อสังคมรอบด้าน

ชัย โสภณพนิช ได้รับการยกย่องเป็นพ่อตัวอย่าง กทม. เขตสาทร จากการเป็นผู้นำครอบครัวและองค์กร รวมถึงทำคุณประโยชน์ต่อสังคมรอบด้าน

วันจันทร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 16.36 น.

ชัย โสภณพนิช ประธานกรรมการ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติ “พ่อตัวอย่างกรุงเทพมหานคร” จากสำนักงานเขตสาทร โอกาสนี้ ลสา โสภณพนิช ผู้อำนวยการใหญ่ เป็นผู้รับโล่ประกาศเกียรติคุณในฐานะบุตรของชัย โสภณพนิช โดยมี ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานมอบโล่รางวัลจากงานเชิดชูเกียรติ “วันพ่อ” ประจำปี 2568 จัดโดยสำนักพัฒนาสังคม กรุงเทพมหานคร ณ โรงแรมปรินซ์พาเลส กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2568

โดย ชัย โสภณพนิช เป็นหนึ่งในพ่อตัวอย่างจาก 50 เขตของกรุงเทพมหานคร ที่ผ่านการคัดเลือกและได้รับการยกย่องว่าเป็นบุคคลที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการส่งเสริมสถาบันครอบครัว ด้วยการเป็นผู้นำครอบครัวที่ดูแลและอบรมสั่งสอนบุตรได้เป็นอย่างดี เป็นผู้นำในการดำเนินธุรกิจองค์กรด้วยวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกล ส่งเสริมให้บมจ.กรุงเทพประกันภัย เป็นธุรกิจประกันวินาศภัยที่เติบโตแข็งแกร่ง อีกทั้งเป็นผู้มีจิตเมตตาด้วยการมีส่วนร่วมให้ผู้คนในสังคมได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นจากการริเริ่มและดำเนินนโยบายรวมถึงกิจกรรมต่างๆ ของบริษัทฯ ให้มีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง

ชัย โสภณพนิช ประธานกรรมการ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน)

ชัย โสภณพนิช ประธานกรรมการ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน)

ลสา โสภณพนิช ผู้อำนวยการใหญ่ เป็นผู้รับโล่ประกาศเกียรติคุณในฐานะบุตรของชัย โสภณพนิช โดยมี ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในการมอบ

ลสา โสภณพนิช ผู้อำนวยการใหญ่ เป็นผู้รับโล่ประกาศเกียรติคุณในฐานะบุตรของชัย โสภณพนิช โดยมี ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในการมอบ

หมดปัญหาคลื่นไส้จากการพิมพ์ปาก ด้วยเทคโนโลยี ‘Intraoral Scanner’

หมดปัญหาคลื่นไส้จากการพิมพ์ปาก ด้วยเทคโนโลยี ‘Intraoral Scanner’

หมดปัญหาคลื่นไส้จากการพิมพ์ปาก ด้วยเทคโนโลยี ‘Intraoral Scanner’

วันจันทร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 16.20 น.

ในยุคที่เทคโนโลยีการแพทย์พัฒนาก้าวกระโดดอย่างต่อเนื่อง การตรวจรักษาทางทันตกรรมก็มีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเช่นกัน หนึ่งในนวัตกรรมที่ช่วยยกระดับประสบการณ์ของผู้ป่วยอย่างเห็นได้ชัด คือ Intraoral Scanner หรือ “เครื่องสแกนช่องปากแบบสามมิติ” ที่เข้ามาแทนที่การพิมพ์ปากแบบเดิม

ทญ.ตรีรัตน์ แซ่เล้า ทันตแพทย์ศัลยกรรมช่องปาก โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอรืเนชั่นแนล อธิบายว่า หนึ่งในประสบการณ์ที่ผู้ป่วยหลายคนไม่อยากเผชิญเมื่อต้องไปรักษาทางทันตกรรม คือขั้นตอน “พิมพ์ปาก” ซึ่งเป็นวิธีเก็บข้อมูลช่องปากแบบเดิม ที่ใช้วัสดุพิมพ์ลักษณะคล้ายดินน้ำมันหรือซิลิโคนวางลงบนถาดขนาดใหญ่ แล้วนำเข้าไปในช่องปากเพื่อให้วัสดุเซตตัว ขั้นตอนนี้มักทำให้ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยรู้สึก อึดอัด คลื่นไส้ และหายใจไม่สะดวก

ในปัจจุบันจึงมีการใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า Intraoral Scanner เข้ามาช่วยให้การตรวจฟันเป็นเรื่องง่าย สะดวก และแม่นยำยิ่งกว่าเดิม โดยลักษณะจะเป็นการใช้เครื่องสแกนที่มีกล้องความละเอียดสูงร่วมกับแสงเลเซอร์หรือแสง LED ในการเก็บข้อมูลภายในช่องปากแบบละเอียดระดับไมครอน

ทันตแพทย์สามารถสแกนบริเวณฟัน เหงือก และเนื้อเยื่อในช่องปากได้อย่างครบถ้วน ภาพข้อมูลจะถูกประมวลผลและแสดงผลบนหน้าจอแบบ Real-Time ทำให้ทั้งผู้ป่วยและทันตแพทย์มองเห็นสภาพช่องปากจริงได้ทันทีและช่วยให้การวินิจฉัยและวางแผนการรักษามีความแม่นยำสูงขึ้นอย่างมาก

ข้อมูลจาก Intraoral Scanner เป็นภาพดิจิทัลที่จัดเก็บได้ยาวนาน สามารถนำไปใช้เปรียบเทียบระหว่างก่อนและหลังการรักษา หรือใช้ส่งต่อเพื่อผลิตชิ้นงาน เช่น ครอบฟัน วีเนียร์ ฟันปลอม หรือแม้แต่แบบจำลองฟันสำหรับจัดฟันใสได้อย่างรวดเร็ว ลดข้อผิดพลาดจากการพิมพ์ปากแบบเดิม และย่นระยะเวลาการผลิตชิ้นงานได้หลายวัน ทำให้การเข้ารับการรักษามีความต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

หนึ่งในจุดเด่นที่ผู้ป่วยพูดถึงมากที่สุด คือ ไม่ต้องพิมพ์ปาก อีกต่อไป ช่วยลดอาการคลื่นไส้หรืออาเจียนที่พบบ่อยในหลายคน ขณะเดียวกันยังช่วยลดระยะเวลาการตรวจ ทำให้การเข้ารับบริการเป็นไปอย่างผ่อนคลายมากขึ้น นอกจากนี้ ตัวเครื่องยังทำงานแบบ ไร้รังสี จึงเหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะเด็กและสตรีตั้งครรภ์ที่ต้องหลีกเลี่ยงการถ่ายภาพรังสี

Intraoral Scanner สามารถนำไปใช้ได้กว้างขวางในหลายการรักษา เช่น ทำครอบฟัน ฟันปลอม วีเนียร์ หรือสะพานฟัน — ใช้เวลาเพียง 3–5 นาทีในการสแกน ลดการนัดซ้ำ และช่วยให้ชิ้นงานสำเร็จเร็วขึ้นจากเดิม 7–10 วันเหลือเพียง 3–5 วัน

จัดฟันใส (Invisalign / Clear Aligner) — ได้ภาพแบบจำลองฟันละเอียด ส่งข้อมูลสู่ระบบออกแบบทันที Digital Smile Design (DSD) — เห็นภาพจำลองรอยยิ้มใหม่ในวันเดียว พร้อมวางแผนร่วมกับทันตแพทย์อย่างแม่นยำ เด็กและสตรีตั้งครรภ์ — ปลอดภัยสูง ไม่มีรังสี และทำได้รวดเร็ว รวมทั้งผู้ที่แพ้วัสดุพิมพ์ปากหรือมีอาการคลื่นไส้ — สแกนโดยไม่ต้องสัมผัสภายในช่องปากโดยตรง

Intraoral Scanner นับว่าเป็นการยกระดับประสบการณ์ทั้งด้านการรักษาและความสบายของผู้ป่วยแบบรอบด้าน เพราะทำให้ผู้ป่วยเห็นภาพการรักษาได้ชัดเจนขึ้น เข้าใจขั้นตอนมากขึ้น และรู้สึกมั่นใจในแผนการรักษาที่มีความแม่นยำสูง ขณะเดียวกันทันตแพทย์ก็สามารถทำงานได้อย่างละเอียด ประหยัดเวลา และลดความคลาดเคลื่อนของข้อมูล

ด้วยเหตุนี้ Intraoral Scanner จึงเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีสำคัญที่กำลังกำหนดมาตรฐานใหม่ของงานทันตกรรม ที่ทันสมัย แม่นยำ และใส่ใจประสบการณ์ของผู้ป่วยในทุกรายละเอียด

ทญ.ตรีรัตน์ แซ่เล้า

ทญ.ตรีรัตน์ แซ่เล้า

ซีดีจี ปิดปี 2568 สุดปัง คว้า 12 รางวัล ตอกย้ำเบอร์ 1 ตัวจริงเทคโนโลยีเพื่อสังคม

ซีดีจี ปิดปี 2568 สุดปัง คว้า 12 รางวัล ตอกย้ำเบอร์ 1 ตัวจริงเทคโนโลยีเพื่อสังคม

ซีดีจี ปิดปี 2568 สุดปัง คว้า 12 รางวัล ตอกย้ำเบอร์ 1 ตัวจริงเทคโนโลยีเพื่อสังคม

วันจันทร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 13.51 น.

กลุ่มบริษัทซีดีจี ผู้นำด้านการให้บริการโซลูชันเทคโนโลยีสารสนเทศแบบครบวงจรในประเทศไทย เผยความก้าวหน้าและความสำเร็จในปี 2568 จากโซลูชันที่มีผลต่อการทำงานของประเทศทั้งต่อภาครัฐและภาคเอกชน เปลี่ยนโจทย์ที่ท้าทายของประเทศให้เป็นจริง ยกระดับคุณภาพสังคมที่ดีขึ้น ตั้งแต่การต่อยอดพัฒนาระบบบริหารจัดการข้อมูลของภาครัฐ จนถึงการยกระดับข้อมูลเชิงพื้นที่

ด้วยแพลตฟอร์อัจฉริยะ พิสูจน์ด้วยรางวัลระดับประเทศและนานาชาติรวม 12 รางวัล ตอกย้ำบทบาทผู้อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยีมากว่าครึ่งศตวรรษ

นายนาถ ลิ่วเจริญ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทซีดีจี เปิดเผยว่า “ตลอดปี 2568 เราเดินหน้าตามเป้าหมายที่ประกาศไว้ ทั้งการวางรากฐานดิจิทัลของประเทศให้เชื่อมโยงกันมากขึ้น ระบบข้อมูลประชาชน ภาครัฐ และเอกชน ซึ่งสำคัญต่อทั้งการให้บริการสาธารณะและการแข่งขันเศรษฐกิจในระยะยาว เพราะเราเชื่อมั่นว่าบทบาทของเทคโนโลยีจะจำเป็นต่อการพัฒนาประเทศอย่างเป็นรูปธรรม และเกิดประโยชน์สูงสุดได้จริงได้ก็ต่อเมื่อประชาชน และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมทั้งการนำไปใช้ รวมถึงได้รับผลกระทบเชิงบวก เหล่านี้ถือเป็นความมุ่งมั่นและทิศทางที่เราทุกคนมุ่งผลักดันเพื่อเป็นพลังขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตและศักยภาพของประเทศอย่างแท้จริง”

ปีนี้ CDG สามารถผลักดันงานระดับประเทศและนานาชาติได้อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านพลังของ 4 บริษัทในเครือที่ร่วมกันเสริมขีดความสามารถดิจิทัลของประเทศในมิติต่าง ๆ ได้แก่

1.คอนโทรล ดาต้า (ประเทศไทย) จํากัด (CDT) ยกระดับระบบข้อมูลประชาชนของประเทศผ่าน เทคโนโลยีทะเบียนราษฎร์ กว่า 70 ล้านคน พร้อมต่อยอดความเชี่ยวชาญสู่ระดับนานาชาติด้วยภายใต้โครงการ D’MADD พลิกโฉมการยืนยันตัวตนของประชาชนประเทศมัลดีฟส์ให้ง่าย ปลอดภัย และเข้าถึงอย่างเท่าเทียม

2.ซีดีจี ซิสเต็มส์ จำกัด (CDGS) ยกระดับการทำงานของหน่วยงานรัฐด้วย i-Smart ERP ครอบคลุมการบริหารจัดการงบประมาณ การเงิน พัสดุ และบุคลากรอย่างครบวงจรแบบบูรณาการ ควบคู่กับ FlowSoft E-Office แพลตฟอร์มบริหารงานภายในองค์กร ที่ยกระดับการจัดการเอกสาร กระบวนการอนุมัติ และงานธุรการให้คล่องตัว เป็นระบบ และตรวจสอบได้ โดยผสานผ่านเทคโนโลยี AI และคลาวด์ ช่วยลดภาระงานเอกสาร ยกระดับมาตรฐานการบริการประชาชน

3.บริษัท จีไอเอส จำกัด (GIS Company) มุ่งนำเทคโนโลยี GIS สู่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ ครอบคลุมงาน สาธารณูปโภคพื้นฐานสำคัญ เช่น ระบบไฟฟ้า ประปา และโครงสร้างด้านพลังงาน ตลอดจนภาคอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ของไทย ลดต้นทุน ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจไทยในภาพรวม

4.บริษัท อีเอสอาร์ไอ (ประเทศไทย) จำกัด (Esri Thailand) ขับเคลื่อนการเติบโตของภาคธุรกิจและเสริมศักยภาพด้านการจัดการภัยพิบัติด้วยแพลตฟอร์ม ArcGIS ตั้งแต่การสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือเหตุอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว
ไปจนถึงการวิเคราะห์และบริหารจัดการสถานการณ์น้ำท่วมในทุกระยะ ทั้งภาวะฉุกเฉิน การประสานงานช่วยเหลือ และการวางแผนป้องกันอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ

หลายโครงการที่เกิดขึ้นจริง ได้สะท้อนออกมาในรูปของรางวัลที่ได้รับจากทั้งในประเทศและต่างประเทศมากถึง 12 รางวัล ครอบคลุม 4 Missions ขององค์กร ได้แก่ Business, Technology, People และ Sustainability ดังนี้:

1.Business: สะท้อนผลลัพธ์จากความร่วมมือด้านเทคโนโลยีกับพันธมิตรระยะยาว ในหลายอุตสาหกรรม เสริมพลังต่อยอดธุรกิจใหม่ในอนาคต

– Best Smart Infrastructure Solutions Provider และ Most Innovative Transportation Management Platform Thailand 2025 จากเวที International Business Magazine Awards

-Most Innovative Transportation Management Platform จากเวที Global Business Outlook

2. Technology: ตอกย้ำความสามารถในการพัฒนาเทคโนโลยีร่วมกับพันธมิตรรัฐ–เอกชน ในหลากหลายด้าน

– Most Innovative IT Service Provider จากเวที International Business Magazine Awards

– The Most Innovative จากเวที Future Trends Awards

– Most Innovative Disaster Response Technology และ Most innovative consulting company for e-government and public administration จากเวที International Finance Awards

– Best Cloud & Infrastructure Solutions Provider จากเวที World Business Outlook

3. People สะท้อนความสำคัญของการพัฒนาคน และการสร้างสภาพแวดล้อม และคุณค่าของคน

– Excellence in HR Communication Strategies (Silver) และ Excellence in Employee Engagement (Silver) จากเวที HR Excellence Awards

– The Most Attractive Employer among Youth (18–22) จากเวที Future Trends Awards

4. Sustainability ความตั้งใจขององค์กรในการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมผ่านการพัฒนาทักษะดิจิทัลให้เยาวชน

– Best CSR Initiative in Tech Industry จากเวที World Business Outlook

“ความท้าทายของประเทศยังคงซับซ้อนขึ้นทุกปี แต่สิ่งที่เราเห็นชัดจากการทำงานในปีนี้คือ เมื่อเทคโนโลยีถูกใช้ร่วมกันผ่านการพัฒนาจากสังคมเป็นศูนย์กลาง ข้อมูลที่ขับเคลื่อนการตัดสินใจ และเชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวมันสามารถเปลี่ยนการทำงานให้มีประสิทธิภาพกว่าเดิม โดยเรามุ่งมั่นทำให้ทุกภาคส่วน สามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีได้อย่างแท้จริง รางวัลที่ได้รับในปีนี้สะท้อนความทุ่มเทของทีมเราทุกคนและความร่วมมือจากพันธมิตรหลายภาคส่วน เราจะเดินหน้าอย่างมุ่งมั่น เพื่อสร้างระบบดิจิทัลที่ช่วยให้ประเทศก้าวไปข้างหน้าและทำให้เทคโนโลยีมีความหมายต่อผู้คนมากขึ้นในทุกวัน” ประธานกรรมการบริหาร กล่าวทิ้งท้าย

‘T&B Media Global’นำผลงานภาพยนตร์ และ แอนิเมชัน ร่วมงานระดับโลก

‘T&B Media Global’นำผลงานภาพยนตร์ และ  แอนิเมชัน ร่วมงานระดับโลก

‘T&B Media Global’นำผลงานภาพยนตร์ และ แอนิเมชัน ร่วมงานระดับโลก

วันอังคาร ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 11.33 น.

บริษัท ทีแอนด์บี มีเดีย โกลบอล (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าผลักดันอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทยสู่ตลาดสากล นำผลงานภาพยนตร์และแอนิเมชันคุณภาพของบริษัท เข้าร่วมเสนอขายและเจรจาทางธุรกิจในงาน American Film Market (AFM) 2025 ณ รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา พร้อมเข้าร่วมงาน เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ Hainan Island International Film Festival ครั้งที่ 7 ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน

ผลงานที่นำไปร่วมเสนอในครั้งนี้ประกอบด้วย ภาพยนตร์ Start It Up วัยสตาร์ท น็อนสต็อป และ อคิลลิสเคิร์ส กับ สมบัติต้องคำสาป (Achilles Curse and the Curse of Treasure) รวมถึงซีรีส์แอนิเมชัน 4 เรื่อง ได้แก่ Out of the Nest องครักษ์พิทักษ์เจี๊ยบ, Shelldon, Food Truckers และ Friendzspace นอกจากนี้ ยังมีภาพยนตร์ Televil มันแอบในจอ ผลงานจากบริษัท ไนท์ เอดจ์ พิคเจอร์ส เข้าร่วมการเจรจาทางธุรกิจในเวทีระดับนานาชาติอีกด้วยงาน American Film Market (AFM) ถือเป็นตลาดซื้อขายลิขสิทธิ์ภาพยนตร์และคอนเทนต์ระดับโลก ที่รวบรวมค่ายภาพยนตร์ ผู้จัดจำหน่าย แพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง และผู้สร้างสรรค์ผลงานจากทั่วโลก โดยในปี 2025 มีบริษัทเข้าร่วมมากกว่า 285 บริษัท จาก 35 ประเทศ ซึ่ง T&B Media Global ได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในผู้แทนจากประเทศไทย เพื่อเปิดโอกาสทางธุรกิจ ขยายเครือข่ายพันธมิตร และผลักดันผลงานภาพยนตร์และแอนิเมชันไทยสู่ตลาดต่างประเทศอย่างเป็นรูปธรรม โดยมี ลลิตา หอมแสงประดิษฐ์ Content Sale Director และทีมงาน เข้าร่วมงานนอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้เข้าร่วมงาน เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติไห่หนาน ครั้งที่ 7 (7th Hainan Island International Film Festival) ซึ่งจัดขึ้น ณ เมืองซานย่า มณฑลไห่หนาน ประเทศจีน ในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีนโดยเทศกาลดังกล่าวเป็นเวทีสำคัญในการรวมตัวของผู้สร้างภาพยนตร์และบุคลากรในอุตสาหกรรมจากหลากหลายประเทศ เพื่อฉายผลงาน แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และสร้างเครือข่ายระดับนานาชาติ โดยมี ณัฐณัยญา มากเหลือ  Senior Marketing and Contents Manager เป็นตัวแทนเข้าร่วมงาน เพื่อพบปะพันธมิตรและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมภาพยนตร์จากทั่วโลก สะท้อนถึงบทบาทของ ที แอนด์ บี มีเดีย โกลบอลในการขับเคลื่อนคอนเทนต์ไทยให้ก้าวสู่เวทีอุตสาหกรรมภาพยนตร์ระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง

เจนสุดา พูดครั้งแรก! ปมถูกเพื่อนรักเบี้ยวหนี้ 40 ล้าน

เจนสุดา พูดครั้งแรก! ปมถูกเพื่อนรักเบี้ยวหนี้ 40 ล้าน

เจนสุดา พูดครั้งแรก! ปมถูกเพื่อนรักเบี้ยวหนี้ 40 ล้าน

วันอังคาร ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 10.57 น.

หลังเก็บตัวเงียบมาระยะหนึ่งจากกระแสดราม่ากรณี “นานา ไรบีนา” อดีตเพื่อนสนิทในแก๊งนางฟ้า ที่มีข่าวหลอกลงทุนจนทำให้ “เจนสุดา ปานโต” สูญเสียเงินกว่า 40 ล้านบาท ล่าสุด เจนสุดาได้เปิดใจครั้งแรกผ่านการพูดคุยกับ วู้ดดี้ วุฒิธร ในไลฟ์ TikTok ถึงบทเรียนชีวิตที่ได้รับจากเหตุการณ์ดังกล่าว

เจนสุดาเผยว่า มองทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในแง่บวก เชื่อว่าสิ่งดีมักซ่อนอยู่ในเรื่องร้ายเสมอ พร้อมย้ำว่าครอบครัวคือกำลังใจที่สำคัญที่สุด โดยเฉพาะสามีที่คอยอยู่เคียงข้างและให้กำลังใจตลอด ทำให้มั่นใจว่าตนเลือกคนไม่ผิด และเชื่อว่ามนุษย์สามารถเริ่มต้นใหม่ได้ในทุกวัน ขอเพียงลุกขึ้น พลิกชีวิต และเดินหน้าต่อไป

ส่วนประเด็นภาพที่โพสต์ในอินสตาแกรมก่อนหน้านี้ ทั้งข้อความด้านหลังรถตู้ที่เขียนว่า “กรรมคือผลการกระทำ สวรรค์มีตา” และคำว่า “ธรรมะประจำวัน” เจนสุดาอธิบายว่า เป็นเพียงข้อความที่เห็นแล้วรู้สึกว่าเป็นความจริงของชีวิต ขณะที่ภาพข้อความ “ทำงานแบบไม่วางแผนฉ้อโกงใดๆ” หมายถึงการตั้งใจทำงานด้วยความสุจริต ไม่ได้มีแผนการแอบแฝงใดๆ

เมื่อถูกถามถึงความหนักใจกับความเสียหายที่เกิดขึ้น เจนสุดายอมรับว่ามีบ้าง แต่เลือกมองว่าเป็นบทเรียนสำคัญในชีวิต ย้ำว่าตนเป็นคนที่เริ่มต้นจากศูนย์ สร้างทุกอย่างด้วยน้ำพักน้ำแรง และเชื่อว่ายังสามารถเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ พร้อมทิ้งท้ายว่า บางสิ่งที่สูญเสียไป อาจไม่ใช่ของที่ควรเป็นของเราตั้งแต่แรก

ช่อง 7HD ปี 2568 ปีแห่งซูเปอร์คอนเทนต์ สร้างปรากฏการณ์ทุกแพลตฟอร์ม

ช่อง 7HD ปี 2568 ปีแห่งซูเปอร์คอนเทนต์ สร้างปรากฏการณ์ทุกแพลตฟอร์ม

ช่อง 7HD ปี 2568 ปีแห่งซูเปอร์คอนเทนต์ สร้างปรากฏการณ์ทุกแพลตฟอร์ม

วันอังคาร ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ปี 2568 นับเป็นหมุดหมายสำคัญของช่อง 7HD กับการเดินหน้าพัฒนาทุก ๆ ด้าน ให้ก้าวทันกับการเปลี่ยนแปลงของบริบทสื่อในยุคดิจิตอลและAI เดินหน้าตอกย้ำความแข็งแกร่งของสถานีโทรทัศน์อันดับหนึ่งที่ยืนหยัดมากว่า 5 ทศวรรษ พร้อมเสิร์ฟความบันเทิงครบลูป ตั้งแต่ละครฟอร์มดี  ซีรีส์หลากหลายแนว กีฬาเยาวชนแห่งชาติ รายการข่าว–ทอล์ก–เรียลลิตี้สุดเข้ม และฟรีคอนเสิร์ต ไปจนถึงการร่วมมือกับพันธมิตรสำคัญต่างๆเพื่อพัฒนาคอนเทนต์ใหม่ ๆ และจัดกิจกรรมเพื่อสังคม ทำให้ปี 2568 เป็นปีที่สถานีเดินหน้าสร้างกระแสไวรัลและปรากฏการณ์ต่อเนื่องแบบไม่หยุดพัก

ละคร–ซีรีส์หลากแนว : กองทัพความบันเทิงแบบไม่พัก

ละครยังคงเป็นหัวใจสำคัญของสถานีในปีนี้ ช่อง 7HD  ยืนหยัดส่งละครคุณภาพสู่สายตาประชาชนเช่นเคยทั้ง ไฟน้ำค้าง, เล่ห์ร้ายเกมลวง, เล่ห์มยุรา, โอม ! พระยาไฟ, ฟ้าพยับ, เมืองแก้ว,พรหมพยศ ฯลฯไม่เพียงบนหน้าจอทีวีและ แอปพลิเคชั่น Bugaboo.TV แต่ยังขยายความบันเทิงสู่แพลตฟอร์มสากล อาทิ Netflix, iQIYI (อ้ายฉีอี้) และ TrueVisions NOW ทำให้ผู้ชมทั่วโลกเข้าถึงละครไทยมากขึ้น ส่วนละครพื้นบ้านยังคงโกยเรตติ้งสนั่นจอทุกเช้าเสาร์-อาทิตย์ กับ แม่ปลาบู่ และเดชอสูรขันแก้วนพเก้า ก็ถูกใจแฟนละครจักรวงศ์ไม่แพ้กัน

สายซีรีส์ยิ่งต้องกรี๊ดดังขึ้นอีก! เพราะปีนี้ ช่อง 7HD เปิดศักราชซีรีส์แบบจัดเต็มทุกแนว ไม่ว่าจะเป็น ซีรีส์สะท้อนสังคมร้อนแรง เปิดโหมดล่า อย่าท้าทายระบบ จาก 9 บีเวอร์ ฟิล์มส์ ที่แรงจนได้ทำถึง 2 ซีซั่น  ซีรีส์จบในตอน เรื่องเล่าอาจารย์ยอด ผลิตโดย บริษัทจ๊ะทิงจา จำกัด ถ่ายทอดเรื่องราวกฎแห่งกรรม และความเชื่อต่าง ๆ ที่สะท้อนข้อคิดในการดำเนินชีวิต ถัดมาที่ซีรีส์ดราม่า ลึกลับ ตัวแทน จาก บริษัท ญิบ ฟิล์ม จำกัด เสนอความแปลกใหม่ ถ่ายทอดมุมภาพแปลกตา สไตล์ภาพยนตร์ออนทีวี บวกเรื่องราวน่าติดตาม จนผู้ชมรู้สึกสนุกติดจอ ติดใจ อีกทั้งยังมีซีรีส์วัยรุ่นกระแสดีเรื่อง Rock and Soul จังหวะร็อก ปาฏิหาริย์รัก โดย บริษัท บีวี มีเดีย แอดส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด (ช่อง 7HD) และ บริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน) โดยหนึ่งในสถานที่ถ่ายทำหลักคือ สยามสแควร์ แหล่งรวมตัวสุดฮิปของเหล่าวัยรุ่น ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตร สำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (PMCU)  

และ ยังมีโปรเจกต์ซีรีส์ร่วมสมัยสู่เรื่องราวการค้นหาตัวตนของคนรุ่นใหม่อย่าง Sway The Series : เพราะเธอใช่ไหม…ที่ทำให้ใจฉันสั่น” ที่สะท้อนความรักทุกมิติและสื่อสารแนวคิดที่ลึกซึ้ง ผสมผสานเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ แรงบันดาลใจ และการเติบโตในสังคมไทย อำนวยการผลิตโดยสมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์

ฝั่งซีรีส์วาย–แซฟฟิก ก็เดือดไม่แพ้กัน ตั้งแต่ความละมุนเมืองเหนือใน I Promise I Will Come Back ฉันคอยเธอ” ไปจนถึง “ปรากฏการณ์” “Shine” Original Gay Series ฟอร์มยักษ์ จาก Be On Cloud ที่มี อาโป-ณัฐวิญญ์, มาย-ภาคภูมิ นำทีมเรียกเสียงแฟนอินเตอร์ล้นหลาม รวมถึงยูโร ยศวรรธน์ ได้พิสูจน์ฝีมือเล่นซีรีส์ครั้งแรก ได้เสียงตอบรับสุดแรง

ยังไม่พอ ซีรีส์วาย แนวโรแมนติก ดราม่า แฟนตาซีเงือกเรื่องแรกของไทย เพียงนาวา LOVER MERMAN  ผลิตโดย บริษัท แม็ทชิ่ง แม็กซิไมซ์ โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) และ บริษัท โก ทู อินฟินิตี้ จำกัด และซีรีส์แซฟฟิก “Dangerous Queen คนโปรดของควีน” ผลงานจากค่าย แสงเหนือเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ก็สร้างกระแสฐานแฟนเหนียวแน่น เรื่องราวสนุก แถมเคมี เหนือ-ดิสรยา และ แตงกวา-พิญญาเนศวร์  สวมอินเนอร์ คุณควีนและน้องเบ๊บ ในจอ ได้โดนใจแฟน ๆ ท่วมท้น จนเกิดชาวเดอร์ ด้อมลาเวนเดอร์ มัดหัวใจทั้งแฟนไทย แฟนอินเตอร์ เรียกว่าดังในชั่วข้ามคืนนอกจากนี้ช่อง 7HD ยังโชว์โมเดลใหม่ กับ Micro Series ซีรีส์แนวตั้ง บนออนไลน์ ประเดิมด้วยซีรีส์ 21 DAYS SUNSHINE “21 วันของฉันกับเธอ” ที่แจ้งเกิด 2 หนุ่ม ซัน-ก้องภพ และ ชาย-สมชาย  ทันที

สานฝันกีฬาเยาวชน ปลุกพลังฟีเวอร์ทั้งประเทศ

เป็นปรากฏการณ์ความสำเร็จอย่างท่วมท้น หากถามหาคอนเทนต์ที่สร้าง “เสียงเฮทั่วประเทศ” ต้องยกให้ 4 ซีรีส์กีฬานักเรียน “แชมป์กีฬา 7HD 2025” ที่ ช่อง 7HD ร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดสนามสานฝันให้เยาวชนที่มีใจรักกีฬาได้ชิงชัยถ้วยแห่งเกียรติยศและศักดิ์ศรีจากการแข่งขันกีฬาทั้งหมด 4 ชนิดได้แก่ บาสเกตบอล 3×3 นักเรียนชาย, วอลเลย์บอล นักเรียนหญิง, เซปักตะกร้อ นักเรียนชาย และฟุตบอลนักเรียน 7 คน ที่จบซีซั่นประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม  โดยที่ผลแพ้ชนะไม่สำคัญเท่ากับการร่วมสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการกีฬาเยาวชน พร้อมทั้งสร้างกระแสไวรัลมากมาย โดยเฉพาะการแข่งขันกีฬาฟุตบอลที่ถือเป็นการสร้างปรากฏการณ์แห่งปีด้วยเรตติงแมทช์ชิงถ้วยชนะเลิศทั่วประเทศ 7.4 และในเขตกรุงเทพฯมีเรตติ้งผู้ชมสูงถึง 10.4 โดยมียอดผู้ชมออนไลน์ทุกแพลตฟอร์มรวมกว่า 150 ล้านวิว และยังสร้างไอคอนทางกีฬาที่ครองใจแฟนๆทั้งทีมแชมป์ ‘รร.องค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท’ และทีมรองแชมป์  ‘รร.หมอนทองวิทยา’ กลายเป็นทีมขวัญใจมหาชนไปโดยปริยาย เพราะกระแสแรงฟีเวอร์แฟนๆกรี๊ดตามซัปพอร์ตไม่หยุดจนถึงตอนนี้   

ข่าวครบเครื่องทุกเรื่องราว

 เป็นปีที่คึกคักเป็นพิเศษ เพราะเพิ่มเติมความใหม่ให้กับการคุยข่าวให้ครบเครื่อง ปีนี้ช่อง 7HD เปิดเกมข่าวแบบ “จริงจังแต่ไม่ทิ้งความเป็นกันเอง” เริ่มจากคว้า เอกชัยศรีวิชัย มาร่วมเล่าข่าว ในรายการ เปิดจอ จ้อข่าว รายการข่าวอารมณ์ดีที่อัดแน่นด้วยสาระและความบันเทิง พร้อมอัปเดตข่าวเด็ดคลิปดังรอบสัปดาห์  ลีลาการจ้อข่าวที่สนุก เข้าใจง่าย โดนใจแฟนข่าว จนเกิดกระแสดีแบบไม่ต้องสืบ

นอกจากนี้ ยังส่งนักแสดง ร่วมเสริมทัพ นั่งเก้าอี้ผู้ประกาศข่าวหน้าใหม่ ประกบคนข่าวมืออาชีพ หลังเข้าคอร์สเรียนทฤษฎีและฝึกปฏิบัติกับผู้ประกาศมืออาชีพ เบน-สันติราษฎร์ กับการเป็นผู้ประกาศข่าวกีฬาในรายการ สนามข่าวกีฬา ขณะที่ ภูมิ-เกียรติภูมิ นั่งเก้าอี้ผู้ประกาศข่าวรายการ สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์ ปิดท้ายด้วย ดิว-ศุภกฤต จาก TSM MANAGEMENT นั่งประจำรายงานข่าวทางออนไลน์ ในรายการ OPEN WORLD เปิดโลกรายวัน ฟีดข่าว ย่อยง่าย กับข่าวต่างประเทศรอบโลก

รายการทอล์กสนุก เรียลลิตีสุดแซ่บไวรัลจัดหนักตลอดปี

รายการทอล์ก–เรียลลิตี้ของช่องยังแน่นผังอย่างต่อเนื่อง  ทั้ง MasterChefThe Professionals, The Restaurant War 2, Hell’s Kitchen 2, Iron Chef Thailand VS Asia และ The Spoon จาก บริษัท เฮลิโคเนีย เอช กรุ๊ป จำกัด และยังมีรายการวาไรตียืนหนึ่งที่อยู่มายาวนาน ทั้ง ดวลเพลงดัง พลังอาชีพ และ ดวลเพลงดัง พลังมัธยม สร้างเรตติงปังทุกไทม์สล็อต บิ๊กเซอร์ไพรส์ดับเบิลคงหนีไม่พ้น การคว้าพิธีกรชื่อดัง ฝีปากกล้า ประสบการณ์แน่น อยู่วงการมาอย่างยาวนาน อ.ยิ่งศักดิ์ จงเลิศเจษฎาวงศ์ มานั่งแท่น การันตีความแซ่บใน “ยิ่งคุย ยิ่งลึก” รายการทอล์กโชว์ ที่มาพร้อมการพูดคุยแบบคนวงใน ไม่ดุแต่เด็ด เผ็ดร้อนไม่เหมือนใคร สไตล์ ยิ่งศักดิ์ หยิบจับ พูดคุยประเด็นร้อนจากทุกวงการ

รายการดีๆ “มิตรรัก ทั่วไทย” จากพิธีกรพ่อลูก พ่อเอ-ไชยา และน้องแป้ง-ศรันฉัตร์  มิตรชัย ที่พาแฟน ๆ ไป “กินรู้อยู่ขาย” ตามหาของดีทุกทิศทั่วไทย ของดี ของเด็ด  แต่ละชุมชน แต่ละจังหวัด  ที่ทุกคนจะต้องทึ่งและแปลกตา

ไปกันต่อที่เรียลลิตี้ไวรัล The Social Warrior ซีซั่น 2 ผลิตโดย บริษัท จีเนียส มีเดีย ครีเอเตอร์ จำกัด โดยสองผู้บริหารมากพลัง ซอนย่า คูลิ่ง และ มะตูม-เตชินท์ ที่กลับมาระเบิดความแรงกว่าเดิมเพื่อเฟ้นหา “The Social Warrior คนที่ 2 ของประเทศไทย” และการกลับมาของฟรีคอนเสิร์ตระดับตำนาน “7 สีคอนเสิร์ตเฟสติวัล” เมื่อ ช่อง 7HD ร่วมกับ บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) ขนศิลปินดังทุกยุคมาเขย่าเวที จนโชว์ของหลายๆ ep ทำยอดผู้ชมล้นศูนย์การค้า แถมเป็นไวรัลสนั่นโซเชียลเลยทีเดียวไม่พูดถึงไม่ได้กับ The Voice Pride 2025 ที่จัดใหญ่ ฉลอง Pride Month นอกจากเวที แสง สี เสียง ที่จัดใหญ่อลังการแล้ว  ผู้เข้าแข่งขันแต่ละคน ก็เล่นใหญ่แบบไม่มีใครยอมใคร  และแจ้งเกิดแชมป์คนแรก เนิร์ด–ณัฐนิชา  อย่างงดงาม

ปีนี้ยังมีรายการแนว Edutainment สุดล้ำ THE CRACK HUNTER หน่วยล่ารอยร้าว ที่ร่วมมือคณะวิศวกรรมศาสตร์ และศูนย์สื่อสารองค์กร จุฬาฯ นำเสนอความรู้เรื่องอาคารร้าวหลังแผ่นดินไหวในแบบสนุกและเข้าใจง่าย โดยทีมวิศวกรมากประสบการณ์ คณาจารย์ นิสิตเก่า และนิสิตวิศวจุฬาฯ 

รายการออนไลน์โตแรงจนต้องจับตามอง : Podcast–ทอล์กมาเต็ม

คอนเทนต์ออนไลน์โตแบบก้าวกระโดดสร้างพื้นที่คอนเทนต์ที่มีชีวิตชีวาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะรายการพอดแคสต์ที่มาแบบจัดเต็มทั้งรายการ ติดลมบน และ เสียงจากหลุม โปรเจ็กต์ มหาชนTalk ของผู้ผลิตสุดหล่อ หลุยส์ เฮส และแชป-วรากร  ด้วยเนื้อหารายการที่น่าสนใจ ทำให้ทั้งสองรายการ ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ชมอย่างต่อเนื่อง  

นอกจากนี้ยังมีรายการออนไลน์ TALK TO U ที่จับพระเอกชื่อดัง ยูโร ยศวรรธน์ มาสวมบทบาทใหม่กับการเป็นพิธีกรรายการออนไลน์ซึ่งได้ฟีดแบ็กที่ดีในทุก ๆอีพี และรายการ ดวงใจ STORY โดยอดีตบรรณาธิการข่าวบันเทิงวงใน แป๋ว-ดวงใจ สอาดจิตต์ ที่เจาะลึกเรื่องราวคนดังมากประสบการณ์ แบบคลุกวงใน เรียกเสียงฮือฮาตั้งแต่อีพีแรก คว้าผู้จัดคนดังระดับตำนาน ไก่-วรายุฑ มิลินทจินดา มาร่วมทอล์กชีวิตสุดเข้มข้น

7HD คืนความสุขสู่สังคม หนุนเรื่องราวดี ๆ ทุกภาคส่วน

ตลอดปี 68 นอกจากช่อง 7HD จะส่งความสุขผ่านทางหน้าจอทีวีแล้ว ยังคงสะท้อนบทบาทองค์กรที่มีความห่วงใยต่อสังคม อาทิ ร่วมรณรงค์เพื่อสนับสนุน ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เพื่อโครงการ BLOOD CONNECT เลือดเชื่อมชีวิต…ให้ทุกชีวิตได้ไปต่อ ปลุกพลังเยาวชน Gen Z  ให้มาบริจาคโลหิตเพิ่มขึ้น,  การเดินหน้าสานต่อเจตนารมณ์ด้านสิ่งแวดล้อมในโครงการ 7 สี ปันรักให้โลก อย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด “คนปรับ โลกเปลี่ยน เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน” ผนึกกำลังกับ สำนักงานเขตจตุจักร และ สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร หารือแนวทางแก้ไขปัญหาขยะลักลอบทิ้ง เพื่อให้พื้นที่อยู่อาศัยในชุมชน กรุงเทพฯ  เป็นเมืองสะอาดอย่างยั่งยืน   ปลอดภัย และเป็นระเบียบ อีกทั้ง การให้ความช่วยเหลือพี่น้องชาวไทยผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์ต่าง ๆ อาทิ โครงการ รวมใจฝ่าภัยน้ำท่วมใต้ ร่วมกับ จุฬา-เพื่อนพึ่ง (ภาฯ), ล่าสุด สถานีฯ พร้อมพันธมิตร ได้ร่วมบริจาคสมทบทุน มูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี เพื่อสนับสนุนการก่อสร้าง อาคารอุบัติเหตุและฉุกเฉิน และจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ ด้วย

ด้วยความไว้วางใจจากผู้ชมพาร์ตเนอร์และพันธมิตรต่างๆตลอดปี 2568 ช่อง 7HD เดินหน้าพัฒนาคอนเทนต์และกิจกรรมทุกมิติ พร้อมขับเคลื่อนสถานีฯ สู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบในปี 2569 เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่ผู้ชมอย่างไม่หยุดยั้ง นี่ไม่ใช่แค่ปีแห่งคอนเทนต์ แต่เป็นปีแห่ง “การพิสูจน์ตัวตนใหม่ของช่อง 7HD” ที่ยังคงยืนหยัดด้วยหัวใจในการทำงานเพื่อสังคมและประเทศ และตอบแทนผู้ชมที่ซัปพอร์ตกำลังใจที่ดีให้เสมอมา

‘GMMTV’ เล่นใหญ่!! ยกทักศิลปินทั้งค่ายจัดเต็มความสนุก พุ่งขึ้น X TRENDS อันดับ 1 ของโลก!!

‘GMMTV’ เล่นใหญ่!! ยกทักศิลปินทั้งค่ายจัดเต็มความสนุก พุ่งขึ้น X TRENDS อันดับ 1 ของโลก!!

‘GMMTV’ เล่นใหญ่!! ยกทักศิลปินทั้งค่ายจัดเต็มความสนุก พุ่งขึ้น X TRENDS อันดับ 1 ของโลก!!

วันจันทร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 19.55 น.

จบลงไปแล้ว สำหรับมหกรรมกีฬาสุดยิ่งใหญ่แห่งปี GMMTV STARLYMPICS 2025” ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 3 จาก GMMTV” คอนเทนต์โพรไวเดอร์ชั้นนำของเมืองไทย ที่ยกขบวนทัพศิลปิน GMMTV” มาทั้งค่าย พร้อมด้วยเหล่า “Mascot Fandom Character” ที่มาร่วมสร้างสีสัน กับการแข่งขันระหว่าง 2 ทีม ได้แก่ “ทีม Lightning Cheetah” และ “ทีม Shadow Eagle” ใน 3 กีฬาสุดมันส์อย่าง บาสเกตบอล, วิ่งผลัด 4X100, ฟุตซอล และโชว์สุดเอ็กซ์คลูซีฟปิดท้ายด้วย Star Concert” จากศิลปิน GMMTV” ท่ามกลางแสงสีเสียงโปรดักชั่นสุดอลังการ ที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และเสียงเชียร์กระหึ่มสนามสะเทือนอิมแพ็คอารีน่า

รวมถึงกิจกรรมโมเมนต์ที่แสนพิเศษ ร่วมกับแฟนๆ ที่อัดแน่นให้ได้ฟินฉ่ำตลอดงานกว่า 10 ชั่วโมงเต็ม สร้างปรากฏการณ์ฟินทุกโมเมนต์ปังสนั่นโซเชียล พุ่งขึ้น X TRENDS “อันดับ 1” ของโลก และอีก 37 พื้นที่ทั่วโลก รวมถึงอันดับอื่นๆ ในอีกหลายพื้นที่ทั่วโลก ด้วยยอดโพสต์มากกว่า 16.6 ล้านโพสต์ ภายใน 24 ชั่วโมง ไปพร้อมๆ กับแฟนๆ ทั่วโลกที่รับชมแบบเรียลไทม์ ผ่าน Live Streaming ทาง TTM LIVE” ที่สามารถรองรับผู้ชมได้ครอบคลุมทั่วโลก ถือเป็นของขวัญชิ้นใหญ่ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ให้แฟนๆ ได้รับความสุข พร้อมร่วมเก็บความทรงจำดีๆ ไปพร้อมกัน เมื่อวันเสาร์ที่ 20 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี