มายด์-พายฉลองวิวาห์สุดยิ่งใหญ่ธีมเฟสติวัล เต้ ต๊อด นุ่น ร่วมเฟรมต้อนรับเข้าตระกูลสิงห์

มายด์-พายฉลองวิวาห์สุดยิ่งใหญ่ธีมเฟสติวัล เต้ ต๊อด นุ่น ร่วมเฟรมต้อนรับเข้าตระกูลสิงห์

มายด์-พายฉลองวิวาห์สุดยิ่งใหญ่ธีมเฟสติวัล เต้ ต๊อด นุ่น ร่วมเฟรมต้อนรับเข้าตระกูลสิงห์

วันเสาร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 17.52 น.

20 ธันวาคม 2568 เรียกว่าเป็นงานรวมพลคนดังระดับประเทศเลยทีเดียว สำหรับงานวิวาห์สุดอลังการของนางเอกสาว ‘มายด์ ลภัสลัล’ และหวานใจ ‘พาย สุนิษฐ์ สก็อต’ ทายาทตระกูลดัง ภิรมย์ภักดี ที่จัดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศสุดชื่นมื่นและเต็มไปด้วยความสนุกสนานกับธีมงานที่ทั้งคู่ ได้เนรมิตงานให้เป็น Music Festival 2025 ซึ่งบ่งบอกถึงความเป็นตัวของตัวเองของคู่บ่าวสาวสุดๆ 

ทั้งนี้นอกจากครอบครัวและญาติๆ ของตระกูลภิรมย์ภักดีแล้ว ยังมีเพื่อนพ้องคนดังในวงการบันเทิงหลายท่าน ที่ไปร่วมแสดงความยินดีและเป็นสักขีพยานรักในครั้งนี้อย่างคับคั่ง  ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก , มาร์ช จุฑาวุฒิ , พอลล่า , วุ้นเส้น , เมย์ พิชญ์นาฏ , เป้ อารักษ์ , เข้าร่วมงานอีกด้วยบอกเลยว่าเป็นโมเมนต์ที่น่ารักและอบอุ่นมากจริงๆ

ทางด้าน เต้-ต๊อด ภิรมย์ภักดี รวมถึงนางเอกสาวสวย นุ่น วรนุช ภิรมย์ภักดี ก็ได้โพสต์ภาพถ่ายพร้อมหน้ากันอย่างน่ารักๆ ในงานฉลองแต่งของ มายด์-พาย โดยเขียนแคปชั่นสั้น “Big day” 

ช่อง 3’ ร่วมกับ กลุ่มบริษัทเซิร์ชฯ มอบปฏิทินปี 2569 ให้กับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย

ช่อง 3’ ร่วมกับ กลุ่มบริษัทเซิร์ชฯ มอบปฏิทินปี 2569 ให้กับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย

ช่อง 3’ ร่วมกับ กลุ่มบริษัทเซิร์ชฯ มอบปฏิทินปี 2569 ให้กับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย

วันเสาร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 16.50 น.

ฝ่ายข่าว สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ร่วมกับ กลุ่มบริษัทเซิร์ช, กลุ่มบริษัท ซี.เอ.เอส ในนาม บรรจุภัณฑ์จาก โกวแพ็คเกจจิ้ง (Grow Packaging) , ถุงยางอนามัยวันทัช (ONETOUCH), โรงเรียนกวดวิชา มังกี้เอเวอรี่เดย์ (Monkey Everyday) ,บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน), บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด, บริษัท ห้างขายยาตราเสือดาว จำกัด, เครื่องปรับอากาศแคเรียร์, บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด, นิกาโอะ (NIGAO) แชมพูสูตรพิเศษ 3 คุณค่า 3 คุณประโยชน์ เพื่อเส้นผมสุขภาพดี และ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) ร่วมส่งความสุขในเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ด้วยการจัดทำปฏิทินครอบครัวข่าวประจำปีม้า ปี 2569  ชุด “มุ่งมั่น มั่นคง มั่งมี” ความหมาย คือ

มุ่งมั่น –  ในการนำเสนอข่าวสาร

มั่นคง –  ในจรรยาบรรณของคนข่าว 

มั่งมี –  ขออวยพรให้ทุกท่านมีเงินทองมหาศาลในปีมงคลนี้

ปฏิทินครอบครัวข่าว ประจำปี 2569 ปีนี้ มาในรูปแบบแขวน ซึ่งได้จัดทำกันต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 14 แล้ว และยังคงคอนเซปต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ด้วยการรวมตัวกันของทีมผู้ประกาศข่าวคุณภาพของทางช่อง 3 นำทีมโดย สรยุทธ สุทัศนะจินดา – พิชญทัฬห์ จันทร์พุฒ จากรายการเรื่องเล่าเช้านี้ กรรชัย กำเนิดพลอย – อริสรา กำธรเจริญ จากรายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์ ภาษิต อภิญญาวาท – ปรินดา คุ้มธรรมพินิจ จากรายการเรื่องเด่นเย็นนี้ กิตติ สิงหาปัด จากรายการข่าว 3 มิติ ประวีณมัย บ่ายคล้อย , อติรุจ กิตติพัฒนะ, เมจกา สุพิชญางกูร จากรายการเรื่องเด่นเย็นนี้ เสาร์-อาทิตย์ และผู้ประกาศข่าวน้องใหม่ สุชาดา นิ่มนวล จากรายการ 3 ตามติดข่าว สำหรับปฏิทินครอบครัวข่าวในครั้งนี้ถ่ายทอดภาพออกมาได้อย่างสวยงาม โดยฝีมือการถ่ายภาพของ คุณ Vin Buddy 

โดยปฏิทินครอบครัวข่าวนี้ จุดประสงค์เพื่อนำไปมอบให้กับสภากาชาดไทย เพื่อส่งต่อให้กับผู้ที่ไปร่วมบริจาคโลหิต กับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย พร้อมทั้งมอบให้ผู้ชมช่อง 3 ผ่านการร่วมสนุกในกิจกรรมแต่ละรายการต่างๆ ของทางช่อง 3 โดยไม่มีการจำหน่าย!!

ความพิเศษของปฏิทินครอบครัวข่าว ประจำปี 2569 นี้ สามารถรับฟังคำอวยพรที่ผู้ประกาศข่าวทั้ง11 ท่าน ตั้งใจอวยพรให้แฟนๆ ข่าวช่อง 3 โดยเฉพาะ ซึ่งสามารถรับฟังได้ง่ายๆ เพียงสแกนคิวอาร์โค้ดในหน้าปฏิทิน

โดยเมื่อวันพุธที่ 17 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา ได้มีการส่งมอบปฏิทินครอบครัวข่าวนี้ ให้กับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เพื่อนำไปใช้สำหรับกิจกรรมบริจาคโลหิต โดยได้รับเกียรติจากผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 และผู้สนับสนุน ที่มีส่วนร่วมในการผลิตปฏิทิน เข้าร่วมการส่งมอบปฏิทินครอบครัวข่าวในครั้งนี้ นำโดย คุณวิบูลย์ ลีรัตนขจร รักษาการ กรรมการผู้อำนวยการสายธุรกิจโทรทัศน์ บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน), คุณนพดล เขมะโยธิน รองกรรมการผู้อำนวยการ – สำนักการเงินและบัญชี บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน), คุณสุบัณฑิต สุวรรณนพ รองกรรมการผู้อำนวยการ – สำนักผังรายการ บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน), คุณชาคริต ดิเรกวัฒนชัย รองกรรมการผู้อำนวยการ – สำนักกิจการและสื่อสารองค์กร บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน)

ร่วมด้วยผู้สนับสนุนในการจัดทำปฏิทินครอบครัวข่าวในครั้งนี้ ได้แก่ คุณสุรพล ดารารัตนโรจน์  กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท ซีเอเอส, คุณปราโมทย์ ศักดิ์กำจร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน), ตัวแทนจาก บริษัท บี.กริม แคเรียร์ (ประเทศไทย) จำกัด, คุณนที ศรีรัศมี ผู้อำนวยการใหญ่อาวุโส บริษัทเดอะมอลล์กรุ๊ป, คุณขจี จงศรีจันทร์  Head of Brand, Integrated Marketing & Communication  บริษัท บิวตี้เบลนด์ จำกัด สินค้า NIGAO (นิกาโอะ) แชมพูสูตรพิเศษ 3 คุณค่า 3 คุณประโยชน์ เพื่อเส้นผมสุขภาพดี, คุณฉลอง ติรไตรภูษิต ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน), คุณกิตติพล ลีปิพัฒนวิทย์ จากโหราศาสตร์เคี้ยงคุง และ คุณกัณติกา ลีรัตนขจร กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทเซิร์ช โดยมี ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์ชัยเวช นุชประยูร ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย เป็นผู้รับมอบปฏิทินครอบครัวข่าว

ทั้งนี้ คุณสรยุทธ สุทัศนะจินดา, คุณพิชญทัฬห์ จันทร์พุฒ ,คุณภาษิต อภิญญาวาท, คุณปรินดา คุ้มธรรมพินิจ, คุณประวีณมัย บ่ายคล้อย, คุณเมจกา สุพิชญางกูร และคุณสุชาดา นิ่มนวล เป็นตัวแทนผู้ประกาศข่าว มาร่วมพูดคุยบนเวทีถึงบรรยากาศการถ่ายทำปฏิทินในครั้งนี้

สำหรับท่านใดที่ต้องการรับปฏิทินครอบครัวข่าวปี 2569  ชุด “มุ่งมั่น มั่นคง มั่งมี” นี้ ทางศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย จะมอบปฏิทินครอบครัวข่าวนี้ ให้กับที่ร่วมบริจาคโลหิตช่วยเหลือผู้ป่วย ระหว่างวันที่ 12-14 มกราคม 2569 ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ถนนอังรีดูนังต์, หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ 7 แห่ง (Fixed Station) และภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่งทั่วประเทศ

ทอ.โต้กลับ’กัมพูชา’พูดเท็จ เปิดเบื้องหลังนักบิน F-16 แบกระเบิด ก่อนทิ้งบอมบ์สะพานโอจิก

ทอ.โต้กลับ'กัมพูชา'พูดเท็จ เปิดเบื้องหลังนักบิน F-16 แบกระเบิด ก่อนทิ้งบอมบ์สะพานโอจิก

ทอ.โต้กลับ’กัมพูชา’พูดเท็จ เปิดเบื้องหลังนักบิน F-16 แบกระเบิด ก่อนทิ้งบอมบ์สะพานโอจิก

วันอาทิตย์ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 16.23 น.

ทอ.โต้กลับ”รมว.มท.กัมพูชา”พูดเท็จ เปิดเบื้องหลังนักบิน F-16 แบกระเบิดไปมา 3 รอบ ก่อนทิ้งบอมบ์สะพานโอจิก เหตุคนกัมพูชาใช้สัญจร ระบุผู้บังคับบัญชาสั่งเข้ม ห้ามกระทบพลเรือน

เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2568 ที่ศูนย์แถลงข่าวร่วม สถานการณ์ไทย-กัมพูชา ที่สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก พลอากาศโท จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย โฆษกกองทัพอากาศ กล่าวให้ความเชื่อมั่นในเรื่องการปฏิบัติการทางอากาศ ว่า สืบหน้าจาก รมว.มหาดไทยกัมพูชา กล่าวอ้างว่าปฏิบัติการทางทหารของฝ่ายไทย ส่งผลให้ประชาชนชาวกัมพูชาเสียชีวิตเป็นจํานวนมาก คําพูดของท่านเป็นคําพูดเท็จ เป็นเฟกนิวส์ที่ฝ่ายกัมพูชาได้ดําเนินการมาต่อเนื่อง

พร้อมยืนยันว่า ตลอด 10 กว่าวันที่ผ่านมา การปฏิบัติการทางอากาศในพื้นที่ใกล้ชิดพลเรือนหรือมีความสำคัญ เราใช้อาวุธที่มีความแม่นยำทั้งสิ้น ป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้องกับการรบให้น้อยที่สุด และยืนยันได้ว่าไม่มีการสูญเสียใดๆ ที่เกิดขึ้นกับฝ่ายพลเรือน การโจมตีเป้าหมายสำคัญนั้นในปัจจุบันมุ่งเน้นริดรอนขีดความสามารถการปฏิบัติการของฝ่ายกัมพูชา

ทั้งนี้ กองทัพอากาศใช้ความสามารถโจมตีด้วยความแม่นยำสูงโจมตีเป้าหมายที่มีความสำคัญ เช่น กองบัญชาการควบคุม คลังอาวุธ เส้นทางส่งกำลังบำรุง นอกจากนี้ ทุกครั้งที่มีการโจมตี ผู้บังคับบัญชาจะมีการแจ้งนักบินพิจารณาถึงผลกระทบ ที่จะเกิดขึ้นกับพลเรือนด้วย เช่น กองทัพอากาศมีแผนส่งเครื่องบินโจมตีสะพานโอจิก จ.อุดรมีชัย ที่กัมพูชา ใช้ส่งกำลังบำรุงไปยังทหารแนวหน้ามาหลายวันแล้ว แต่ไม่สามารถปฏิบัติได้ เนื่องจากประชาชนชาวกัมพูชาใช้เส้นทาง เรามีความพยายามหลายครั้ง 2 – 3 ครั้ง ที่นักเครื่องบินขับไล่ต้องแบกระเบิด แต่เมื่อเห็นว่าทิ้งไปแล้วจะส่งผลกระทบต่อประชาชนชาวกัมพูชาที่สัญจรไปมา จึงยกเลิก และตัดสินใจใช้กําลังทางอากาศในช่วงคืนทําลายสะพานดังกล่าว

กต.ย้ำไทยรอดูท่าทีกัมพูชา ตอบรับ 3 เงื่อนไข 22 ธ.ค. ย้ำ’หยุดยิง’ต้องเกิดขึ้นจริง

กต.ย้ำไทยรอดูท่าทีกัมพูชา ตอบรับ 3 เงื่อนไข 22 ธ.ค. ย้ำ'หยุดยิง'ต้องเกิดขึ้นจริง

กต.ย้ำไทยรอดูท่าทีกัมพูชา ตอบรับ 3 เงื่อนไข 22 ธ.ค. ย้ำ’หยุดยิง’ต้องเกิดขึ้นจริง

วันอาทิตย์ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 16.10 น.

กต.ย้ำไทยรอดูท่าทีกัมพูชา ตอบรับ 3 เงื่อนไข 22 ธ.ค. ย้ำหยุดยิงต้องเกิดขึ้นจริง ลดความตึงเครียด เปิดทางทหาร 2 ฝ่ายเจรจา

เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2568 ศูนย์แถลงข่าวร่วม สถานการณ์ไทย-กัมพูชา ที่สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก นางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึง การประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอาเซียน วาระพิเศษ ที่มาเลเซีย วันที่ 22 ธ.ค.โดยองค์ประกอบคณะผู้แทนไทยมีความสําคัญ สะท้อนถึงความพร้อมของฝ่ายไทยที่จะไปพูดคุยหารือกับฝ่ายกัมพูชาและชี้แจงข้อมูลข้อเท็จจริงหลักฐานจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดต่อเพื่อนประเทศอาเซียนอื่นที่เข้าร่วมการประชุม

พร้อมย้ำว่า ไทยปรารถนาต้องการให้เกิดสันติภาพมาโดยตลอด แต่ไม่สามารถที่จะปฏิเสธรูปแบบของการกระทําของฝ่ายกัมพูชาที่เป็นปฏิปักษ์ต่อไทยที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า และทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ เช่น ทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดวันนี้ สูญเสีนขาที่ 8 หรือโจมตีเป้าหมายพลเรือน ขอยืนยันใน 3 ปัจจัยที่ฝ่ายไทยรอฟังจากกัมพูชา คือ 1.กัมพูชาต้องเป็นฝ่ายประกาศหยุดยิงก่อนในฐานะที่เป็นประเทศโจมตีอีกประเทศ 2.การหยุดยิงจะต้องเกิดขึ้นจริงและต่อเนื่อง และ 3.กัมพูชาจะต้องแสดงความจริงใจในการร่วมมือกับฝ่ายไทย เก็บกู้ทุนระเบิด เป็นสิ่งที่ฝ่ายไทยรับไม่ได้และต้องแก้ไขปัญหาร่วมกัน

นางมาระตี ระบุอีกว่า ข้อ 2 มีความสําคัญกว่าข้ออื่นการหยุดยืงจะต้องเกิดขึ้นจริง เพื่อให้ฝ่ายทหารทั้ง 2 ประเทศได้มาพูดคุยกันในขั้นตอนต่อไปที่จะลดความตึงเครียดจะมีความสําคัญต่อคณะผู้แทนไทยที่จะเข้าร่วมการประชุมวันที่ 22 ธ.ค.จะเป็นโอกาสสําคัญยิ่ง และย้ำว่าจะเป็นโอกาสที่ดีไทยมีท่าทีที่ชัดเจนมาโดยตลอด และเราพร้อมรอดูท่าทีของฝ่ายกัมพูชา

ด่วน!’ทภ.1’ออกประกาศ ขอปชช.พื้นที่ 4 อำเภอสระแก้ว งดเข้าที่พักอาศัย

ด่วน!'ทภ.1'ออกประกาศ ขอปชช.พื้นที่ 4 อำเภอสระแก้ว งดเข้าที่พักอาศัย

ด่วน!’ทภ.1’ออกประกาศ ขอปชช.พื้นที่ 4 อำเภอสระแก้ว งดเข้าที่พักอาศัย

วันอาทิตย์ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.58 น.

ด่วน!กองทัพภาคที่ 1 ออกประกาศขอประชาชนในพื้นที่ 4 อำเภอในจังหวัดสระแก้ว ขอความร่วมมืองดเข้าที่พักอาศัย เนื่องจากมีปฏิบัติการทางทหารของทาง กกล.บูรพา

เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 21 ธันวาคม 2568 กองทัพภาคที่ 1 ออกประกาศแจ้งเตือนพี่น้องประชาชนในพื้นที่ จ.สระแก้ว เนื่องจากปัจจุบัน กกล.บูรพา มีการปฏิบัติการทางทหารต่อที่หมายทางทหารของฝ่ายกัมพูชา ในพื้นที่ฝั่งตรงข้าม อ.ตาพระยา , อ.โคกสูง , อ.อรัญประเทศ และ อ.คลองหาด จ.สระแก้ว ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 1 จึงขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน 4 อำเภอชายแดน จ.สระแก้ว “งดเข้าพื้นที่พักอาศัยของตน และให้อพยพไปยังศูนย์ฯ ตามที่ทางราชการจัดให้จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย” ทั้งนี้ ขอให้รับฟังข่าวสารและติดตามการแจ้งประกาศจากส่วนราชการในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำเพื่อความปลอดภัยเป็นสำคัญ

– 006

ทร.เร่งพิสูจน์’เขื่อนกันคลื่นกัมพูชา’ หากล้ำอธิปไตยไทย’ต้องทำลาย’

ทร.เร่งพิสูจน์'เขื่อนกันคลื่นกัมพูชา' หากล้ำอธิปไตยไทย'ต้องทำลาย'

ทร.เร่งพิสูจน์’เขื่อนกันคลื่นกัมพูชา’ หากล้ำอธิปไตยไทย’ต้องทำลาย’

วันอาทิตย์ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.50 น.

ทร.เร่งพิสูจน์เขื่อนกันคลื่นกัมพูชา หากล้ำอธิปไตยไทย”ต้องทำลาย” ชี้ส่งผลการแบ่งทะเลอาณาเขต หรือไหล่ทวีปในอนาคต เผยเปิดช่องระบายน้ำ รอดูลดการกัดกร่อนฝั่งไทยหรือไม่

เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2568 ที่ศูนย์แถลงข่าวร่วม สถานการณ์ไทย-กัมพูชา ที่สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก พล.ร.ต.กรจักร์ ยศธสาร ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง รองโฆษกกองทัพเรือ กล่าวชี้แจงว่า กองทัพเรือ ไม่ได้ยื่นข้อเสนอหรือข่มขู่ให้กัมพูชารื้อถอนเขื่อนกันคลื่นที่หลักเขต 73 ซึ่งกองทัพเรือจะติดตามอย่างใกล้ชิดหากผลการปฏิบัติไม่เป็นไปตามความต้องการจะดําเนินการในขั้นต่อไป

สำหรับเขื่อนกันคลื่น ตามข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องปัจจุบันที่เราใช้อ้างอิงในเรื่องของการแบ่งเขตแดนทางทะเล เราใช้อนุสัญญาเจนีวา กฎหมายทะเลปี ค.ศ.1982 ในมาตรา 11 ระบุไว้ว่าสิ่งปลูกสร้างถาวรที่อยู่ด้านนอกสุดเชื่อมต่อและแยกไม่ได้ไปจากระบบท่าเรือ ให้ถือได้ว่า เป็นชายฝั่งทะเลได้ และสามารถใช้เป็นจุดอ้างอิงใช้แบ่งทะเลอาณาเขตทางทะเล คือเขตอธิปไตยทางทะเลของรัฐชายฝั่ง

ทั้งนี้ กัมพูชาสร้างเขื่อนกันคลื่นปี 2540 เมื่อเริ่มสร้าง เราก็เข้าใจว่าเป็นเขื่อนกันคลื่น และเมื่อสร้าง และมีโครงสร้างบางส่วนเป็นท่าเรือ กองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรี-ตราด (กปจ.ชต.) จึงมีการทักท้วงไปยังผู้สร้างซึ่งเป็นเอกชน และมีรีสอร์ทอยู่ด้วย และสร้างเสร็จเมื่อ มิ.ย.41 เราขอให้ยุติการสร้าง โดยเฉพาะบริเวณที่เป็นท่าเรือ ซึ่งทางกัมพูชาโดยเอกชนก็ยุติ แต่ยังดําเนินการในส่วนที่เป็นเขื่อนกันคลื่น

โดยสถานะของเขื่อนกันคลื่น ไม่สามารถเรียกได้ว่าเขตของฝั่งทะเลที่จะนํามาใช้อ้างอิง ในการแบ่งทะเลอาณาเขตระหว่างประเทศได้

นอกจากขอให้ยุติการสร้างส่วนที่เป็นท่าเรือแล้ว ในปีเดียวกัน ได้แจ้งให้กับกระทรวงการต่างประเทศทําหนังสือทักท้วงไปยังกัมพูชา และกัมพูชา มีหนังสือตอบโต้กลับมาว่า การสร้างเขื่อนกันน้ำ ไม่ได้ล้ำเขตไทย และไม่มีส่วนใด จะแบ่งทะเลอาณาเขต หรือไหล่ทวีป หรือเขตเศรษฐกิจจําเพาะได้ ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศก็ทําหนังสือประท้วงอีกรอบปี 2541

จากนั้น ปี 2564 ก็ทําหนังสือทักท้วงไปอีกครั้ง การที่เราดําเนินการเช่นนี้ ป้องกันถ้ากัมพูชานำเรื่องขึ้นสู่กระบวนการยุติธรรมศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ เราถือว่าได้คัดค้าน โต้แย้งในสิ่งที่กัมพูชาดําเนินการเป็นหลักฐานสิ่งที่เราไม่เห็นด้วย

พล.ร.ต.กรจักร์ กล่าวต่อว่า แม้ว่าปัจจุบันสถานะเขื่อนกันคลื่นไม่ใช่ส่วนหนึ่งของชายฝั่งที่ใช้ในการแบ่งเขตทะเลอาณาเขตได้ แต่ผลกระทบที่ปรากฏในปัจจุบันทำให้กระแสน้ำเปลี่ยนแปลง และเป็นไปได้ว่าทับถมตะกอนฝ่ายกัมพูชา กัดเซาะชายฝั่ง เกิดความเปลี่ยนแปลงบ้านหาดเล็ก จ.ตราด เรื่องนี้เราแจ้งข้อห่วงใยมาโดยตลอด แต่สถานะปัจจุบันยังไม่ได้มีผลกระทบโดยตรง ความมั่นคงทางทหาร เราจะใช้กำลังทหารเข้าไป ดําเนินการในเรื่องนี้โดยตรง ยังไม่เหมาะสม จึงใช้กระบวนการการประท้วงมาโดยตลอด

เพราะฉะนั้นหากเรามองในฐานะปัจจุบัน การที่กัมพูชาเปิดช่องบริเวณนั้น ต้องไปตรวจสอบอีกครั้งว่า ในเชิงของอุทกศาสตร์ จะทําให้กระบวนการกระแสน้ํา การทับถมตะกอน การกัดเซาะชายฝั่ง ลดลงไปหรือไม่ เราควรจะดําเนินการอย่างใดต่อไป เพราะปัจจุบันเขามีฝ่ายเริ่มกระทําก่อนหากตรวจสอบว่ายังไม่พอเพียงและไม่สอดคล้อง เราก็จะดําเนินการต่อไปตามกระบวนการที่เหมาะสม ซึ่งต้องดําเนินการจากเบาไปหาหนัก

ในปัจจุบันแม้จะเป็นเขื่อนกันคลื่นก็จริง ในสถานะไม่กระทบโดยตรงการแบ่งทะเลอาณาเขตหรือไหล่ทวีป เขตเศรษฐกิจจําเพาะในอนาคตต่อไป ส่วนจะมีผลกระทบทางยุทธศาสตร์อย่างใดนั้น น่าจะเป็นเรื่องของการแบ่งเขตทะเลอาณาเขต หรือไหล่ทวีปในอนาคต ต้องไปตรวจสอบให้ละเอียดอีกครั้งว่า เขื่อนกันคลื่น ไม่ได้ล้ําเข้ามาในเขตอธิปไตยไทย หากล้ําก็ต้องให้กัมพูชาทําลายส่วนที่ล้ำให้หมดไป จากเขตอธิปไตยของไทย

– 006

‘จตุพร’นั่งแคนดิเดตเบอร์ 1‘พรรคโอกาสใหม่’ หวังได้ 25 สส. เสนอชื่อชิงนายกฯได้

‘จตุพร’นั่งแคนดิเดตเบอร์ 1‘พรรคโอกาสใหม่’ หวังได้ 25 สส. เสนอชื่อชิงนายกฯได้

‘จตุพร’นั่งแคนดิเดตเบอร์ 1‘พรรคโอกาสใหม่’ หวังได้ 25 สส. เสนอชื่อชิงนายกฯได้

วันอาทิตย์ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.28 น.

‘จตุพร’ยันเปิดตัว‘พรรคโอกาสใหม่’ไม่ช้าไป เพราะทำงานมาตลอด นั่งแคนดิเดตนายกฯ เบอร์ 1 อีก 2 คนรอเปิดตัว หวังได้ สส. 25 คน ให้เสนอนายกฯได้ ย้ำทำงานได้กับทุกพรรคที่ไม่ล่วงเกินสถาบัน

21 ธันวาคม 2568 ที่พรรคโอกาสใหม่ ถ.ศรีนครินทร์  นายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ ให้สัมภาษณ์ ภายหลังเปิดตัวที่ทำการพรรคฯอย่างเป็นทางการ ว่า การเปิดตัวพรรคโอกาสใหม่วันนี้ ไม่ช้า เพราะพรรคทำงานมาอย่างต่อเนื่อง มีสมาชิกเป็นระดับต้นๆ ของประเทศ วันนี้ก็มาให้เห็นว่าเรามีผู้สมัครแต่ละภาคค่อนข้างจะครบถ้วน สำคัญที่สุดวันที่ 8 กุมภาพันธ์เป็นวันเลือกตั้งซึ่งถ้าพรรคโอกาสใหม่ได้มีโอกาสรับใช้ประชาชนเราก็จะทำอย่างเต็มที่

สำหรับการส่งผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และ สส.แบ่งเขต อาจจะไม่ครบทั้งหมด และไม่ได้เน้นพื้นที่ไหนเป็นพิเศษ เพราะพรรคโอกาสใหม่เป็นตัวแทนของคนทุกคน แต่พื้นที่ กทม. อาจมีผู้สมัครเกือบครบ 33 เขต ตั้งเป้าว่าอยากได้ สส. ถึงจำนวนที่จะลงแคนดิเดตนายกฯ ได้  (อย่างต่ำ 25 คน) ส่วนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี คนที่ 1 ก็คือตน และยังมีอีก 2 คน คาดว่าเร็วๆนี้จะเปิดตัว ซึ่งอยากให้มีองค์ประกอบครบถ้วนทั้งภาคธุรกิจ และข้าราชการ

เมื่อถามย้ำว่า พร้อมจับมือกับทุกพรรคการเมืองหรือไม่ นายจตุพร กล่าวว่า ตนเคยให้สัมภาษณ์ไปแล้วพรรคโอกาสใหม่จะเป็นพรรคที่ทำงานได้กับทุกพรรค ที่ไม่ล่วงเกินสถาบัน

เมื่อถามถึงนโยบายหลักที่จะชูหาเสียงเลือกตั้ง นายจตุพร กล่าวว่า จะเน้นเรื่องการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อยากให้ประชาชนรับทราบว่าทุกวันนี้เราต้องเผชิญกับปัญหาอะไร และเรากำลังแก้ปัญหา ซึ่งเรื่องทรัพยากรธรรมชาติมีความสำคัญ เรื่องของโลกร้อนก็เจอกันทั่วโลก ถ้าเรามัวแต่ตั้งรับมันจะไม่ทัน โดยเราจะแก้ปัญหาให้กับลูกหลาน เพราะมันเป็นปัญหาสะสม และอนาคตจะเผชิญความรุนแรงทุกปี ก็เป็นโอกาสที่พรรคของเราจะเข้าไปแก้ปัญหาอย่างฉับไว ลดความสูญเสียให้มากที่สุด

เปิดตัว‘พรรคโอกาสใหม่’ ‘จตุพร’ลั่น!ไม่ใช่สุสานข้าราชการแต่เป็นคลังสมอง

เปิดตัว‘พรรคโอกาสใหม่’ ‘จตุพร’ลั่น!ไม่ใช่สุสานข้าราชการแต่เป็นคลังสมอง

เปิดตัว‘พรรคโอกาสใหม่’ ‘จตุพร’ลั่น!ไม่ใช่สุสานข้าราชการแต่เป็นคลังสมอง

วันอาทิตย์ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.16 น.

“จตุพร”เปิดตัว”พรรคโอกาสใหม่” ลั่น!ไม่ใช่สุสานข้าราชการแต่เป็นคลังสมอง ชูนโยบายเศรษฐกิจ”แช่แข็งหนี้-รัฐสวัสดิการ-ลดเหลื่อมล้ำ-แก้โลกร้อน”

เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2568 ที่พรรคโอกาสใหม่ อาคาร JW TOWER นายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ เปิดตัวที่ทำการพรรคฯอย่างเป็นทางการ พร้อมเปิดตัวผู้สมัคร สส.ทั้งหมด โดยมี นายประพัฒน์ จงสงวน อดีตผู้ว่าการการรถไฟ , น.ส.อนุสรี ทับสุวรรณ รองหัวหน้าพรรค ในฐานะแม่ทัพ กทม. , นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ อดีต สส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย , น.ส.รสริน ศรัณย์เกตุ บุตรสาวนายศรัณย์วุฒิ ว่าที่ผู้สมัคร สส.อุตรดิตถ์ พรรคโอกาสใหม่ พร้อมว่าที่ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และ สส.เข้าร่วมอย่างคับคั่ง

โดย นายจตุพร กล่าวว่า เราอาสาตัวมาในวันนี้ไม่ใช่เพราะเราต้องการตำแหน่งหรืออะไร แต่เราต้องการเข้าไปแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนจริงๆ ที่ผ่านมาเราอาจจะมองว่าการทำงานทางการเมืองเป็นสิ่งที่เราเจอเป็นประจำ จะสังเกตว่าคำพูดของคนที่เป็นนักการเมืองอาจจะมีปัญหา บางครั้งพูดแล้วไม่ทำและหยุดไปเฉยๆ โดยปล่อยให้พี่น้องประชาชนมองว่าเมื่อไรจะได้เห็นสิ่งที่รับปากไว้ ซึ่งเป็นแบบนี้มาตลอด ดังนั้นวันนี้เราได้รวบรวมเพื่อนๆ พี่น้องทั้งหลายมาอยู่ในพรรค มีคนถามว่าพรรคเราเป็นที่รวมเป็นสุสานข้าราชการหรือไม่ ทำให้ตนหัวเรา เพราะสุสานคือป่าช้าของคนตาย แต่พวกเราไม่ใช่คนตาย เราอยากเอาคนที่มีความรู้มาช่วยคนไทยจริงๆ เราคือคลังสมองเราจึงไม่ปล่อยคนพวกนี้ไปที่เมื่อถึงเวลารับเบี้ยบำนาญ อย่างนี้ไม่ใช่ จึงเป็นที่มาของโอกาสใหม่เพื่อคนไทยทุกคน

นายจตุพร กล่าวต่อว่า สิ่งที่พูดคือเราต้องเอาการบริหารนำการมเอง พวกเรามีประสบการณ์ เป็นมืออาชีพ ถ้าท่านต้องการสิ่งต่างๆ เหล่านี้ ต้องเลือกเราเข้าไปเยอะๆ เลือกคนเลือกพรรคเข้าไปแล้วท่านจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของประเทศไทย โดยนโยบายของพรรคคือ 1.การเป็นรัฐสวัสดิการเข้าไปดูตั้งแต่เกิดจนถึงขึ้นสวรรค์ ในทุกมิติซึ่งสามารถทำได้เพราะเรามีกองทุนต่างๆ จำนวนมากซึ่งสามารถนำมารวมเป็นสวัสดิการทั้งหมดให้คนไทยได้ 2.เรื่องของการจงรักภักดีและการปกป้องสถาบัน ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติและใครจะมาละเมิดอธิปไตยต้องจัดการให้ชัดเจน 3.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในเรื่องโลกรวน โลกร้อน ที่ทำให้เกิดภัยพิบัติต่างๆ จะต้องมีการรับมือโดยเครื่องมือพยากรณ์ที่แม่นยำและมีแผนการอพยพประชาชนไปในที่ปลอดภัย 4.เรื่องเศรษฐกิจ วันนี้ทุกคนบอกว่ามีปัญหาในเรื่องการส่งออก ในสิ้นปีนี้ จีดีพีคงไม่เกิน 2% ซึ่งจะทำอย่างไร ทั้งที่ประเทศไทยมีจุดแข็งทางด้านภูมิรัฐศาสตร์แหล่งท่องเที่ยวที่สามารถหารายได้ให้กับประเทศได้   รวมทั้งต้องมีการปฏิรูประบบการศึกษา ให้ทุกคนจบมาแล้วมีงานทำ เพราะวันนี้การเข้าถึงโอกาสการศึกษายังไม่ครบถ้วน ที่สำคัญในเรื่องการแก้ปัญหาที่เศรษฐกิจที่วันนี้ทุกคนมีหนี้ ลองถามกันดูว่าคนหนึ่งมีหนี้คนละเท่าไร ดังนั้น เราจะแช่แข็งหนี้ แล้วค่อยแก้ปัญหาต่อไป

นายจตุพร กล่าวว่า ทั้งนี้ พรรคจะแก้ปัญหาในเรื่องของความเหลื่อมล้ำที่สะสมมานาน ทั้งแก้ปัญหาที่ดินป่าไม้ พื้นที่ป่าอนุรักษ์ต้องรักษาไว้เพื่อนพื้นที่สีเขียวมาสร้างปอดให้คนไทย เรามีพื้นที่ป่าที่เป็นของส่วนราชการจำนวนมาก ต้องเอาส่วนนี้มาใช้ให้เหมาะสมให้พี่น้องประชาชนได้ใช้ประโยชน์ และคนรวยจะต้องเข้ามาช่วยคนจน เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ลมหายใจของเราต้องมีทุกโอกาสให้กับคนไทยทุกคน เรามีท้องถิ่น 8,000 แห่ง และมี 8 หมื่นหมู่บ้าน ซึ่งท้องถิ่นกับหมู่บ้านต้องไปด้วยกัน การกระจายอำนาจต้องเกิดขึ้นจริง ไม่ใช่เป็นเพียงวาทะกรรม

“ตอนอยู่ในระบบราชการ ผมก็ทำได้เท่าที่ทำได้ในตำแหน่งปลัดกระทรวงฯ ลองให้ผมเป็นใหญ่กว่านั้นสิ จะแก้ปัญหาให้ดู ตัวตนของพรรคโอกาสใหม่คือเราจะเปลี่ยนวาทกรรมเป็นวาระงาน คือการทำงานจะเปลี่ยนคำว่าถ้าเป็นคำว่าทำ จะเปลี่ยนส่วนตัวให้เป็นส่วนรวม เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสใหม่ที่แก้ปัญหาให้กับคนไทยทุกคน ถ้าเลือกเราวันนี้ดีขึ้นแน่” นายจตุพร กล่าว

‘ยศชนัน-จุลพันธ์’ลงพื้นที่สุพรรณฯ รับฟังปัญหาชาวบ้าน

‘ยศชนัน-จุลพันธ์’ลงพื้นที่สุพรรณฯ รับฟังปัญหาชาวบ้าน

‘ยศชนัน-จุลพันธ์’ลงพื้นที่สุพรรณฯ รับฟังปัญหาชาวบ้าน

วันอาทิตย์ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.05 น.

“ยศชนัน-จุลพันธ์”ลงพื้นที่สุพรรณฯ รับฟังปัญหา ชาวบ้านขอหากกลับมาเป็นรัฐบาล อย่ายก”กระทรวงเกษตรฯ”ให้ใคร ขณะที่”ดร.เชน”บอกประกันกำไรสินค้าการเกษตร 30 เปอร์เซ็นต์ จะทำให้พวกเรายืนได้ด้วยขาตัวเอง

เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2568 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย (พท.) พร้อมด้วย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย และคณะพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยว่าที่ผู้สมัคร สส.สุพรรณบุรี ได้แก่ นายประยูร อินสกุล ว่าที่ผู้สมัคร สส.สุพรรณบุรี เขต 1 , นายชัยพร สีถัน ว่าที่ผู้สมัคร สส.สุพรรณบุรี เขต 2 , น.ส.กุลธิดา เหมาเพชร ว่าที่ผู้สมัคร สส.สุพรรณบุรี เขต 3 เดินทางมาถึง ต.บ้านโพธิ์ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี เป็นจุดที่ 2 เพื่อพูดคุยและรับฟังปัญหาเรื่องสินค้าการเกษตร และการบริหารจัดการ โดยได้นั่งล้อมวงพูดคุยกับตัวแทนชาวบ้าน และเกษตรกร

ซึ่งชาวบ้านได้สะท้อนปัญหาเรื่องการจัดการน้ำและราคาพืชผลการเกษตร โดยระบุว่า ปัจจุบันราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ แต่ต้นทุนสูง รัฐบาลเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ทำให้การแก้ไขปัญหาไม่ต่อเนื่อง ดังนั้นอยากฝากว่าหากได้เป็นรัฐบาล กระทรวงเกษตรและสหกรณ์อย่ายกให้ใคร และขอให้เอาคนที่มีความรู้ ความเข้าใจด้านการเกษตร มาเป็นรัฐมนตรี จังหวะนี้ทำให้นายจุลพันธ์หัวเราะ และถามกลับว่า “ไม่ให้ยกกระทรวงเกษตรฯ ให้ใครใช่หรือไม่” ตัวแทนชาวบ้าน จึงย้ำว่า “กระทรวงเกษตรฯ อย่ายกให้” พร้อมขอให้ช่วยดูเรื่องราคาข้าวไม่ให้ต่ำกว่า 10,000 – 20,000 บาทต่อตัน เพาะต้นทุนสูง

ด้าน นายยศชนัน กล่าวว่า ปัญหาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านน้ำท่วม ภัยแล้ง การคมนาคม ว่าที่ผู้สมัคร สส. ได้สกัดประเด็นมาให้ตนรับทราบแล้วเพื่อนำไปจัดทำนโยบายแก้ไขปัญหาในพื้นที่ โดยเรื่องพันธุ์ข้าว ปุ๋ย เราจะนำวิทยาศาสตร์เข้ามาช่วย รวมถึงระบบเตือนภัยเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหาย ฉะนั้น เราจะมีการประกันกำไรสินค้าการเกษตร 30 เปอร์เซ็นต์ เพื่อที่จะสามารถทำให้พวกเรายืนอยู่ได้ด้วยขาของตัวเอง ทั้งนี้ ในส่วนของราคาการเกษตรต้องมีการควบคุม ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐบาลจากทางกระทรวงเกษตรฯ ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ เราเริ่มไว้แล้ว และพร้อมทำทันทีเมื่อเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลครั้งต่อไป

ขณะที่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า นโยบายด้านการเกษตรที่พรรคเพื่อไทยเตรียมจะเสนอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คือ นโยบายประกันกำไรสินค้าการเกษตร 30 เปอร์เซ็นต์ เราจะมีการแจกคูปอง 2 คูปองคือ 1.คูปองเพื่อซื้อปุ๋ย 250 กิโลกรัมต่อคน และ 2.คูปองเมล็ดพันธ์ ให้รับเมล็ดพันธ์ที่แข็งแรงจากรัฐ นอกจากนี้ ยังมีนโยบายพักหนี้ให้เกษตรกร 5 แสนบาทใน 3 ปี โดยไม่ต้องชำระทั้งต้นและดอก เชื่อว่าจะเป็นความหวังให้ประชาชน ทั้งนี้ เพื่อไทยไม่เคยทิ้งเกษตรกร เพราะฐานเสียงเรามาจากเกษตรกร ย้ำว่านโยบายประกันกำไร 30 เปอร์เซ็นต์ จะนำไปใช้กับสินค้าเกษตรทุกประเภท

ต่อมา ที่ศาลาการเปรียญวัดโพธิ์ท่าทราย นายยศชนัน พร้อมคณะ เดินทางพบประชาชนที่มารับฟังการปราศรัยเต็มศาลา โดย นายยศชนัน ปราศรัยว่า “ขอเสียงพี่น้องชาวสุพรรณบุรีหน่อย ใครว่ายศชนันพูดเสียงดังไม่ดัง นายจุลพันธ์ บอกว่ารอบนี้หาเสียงปราศรัยไม่ใช่มาบรรยาย กลัวพี่น้องจะหลับ วันนี้เป็นเวทีแรกจริงๆ ที่ผมได้มาพบพี่น้องทุกท่าน สิ่งที่อยากจะบอกกับพี่น้อง เหตุที่เรามาสุพรรณบุรีก่อนเพราะเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของประเทศ เป็นจังหวัดเก่าแก่ที่อยากให้ประชาชนเห็นว่าถ้าสุพรรณบุรีเปลี่ยนได้ประเทศไทยเปลี่ยนได้แน่นอน เวลาไปต่างประเทศคนพูดถึงประเทศไทยในแง่ดีว่าเราเป็นคนไทยหัวใจประเทศไทย ในการแสดงวิศัยทัศน์ ผมพูดถึงเกษตรกรก่อน เกษตรกรเดินไปข้างหน้าได้เลยผมและนายจุลพันธ์ จะบังหลังให้ไม่มีการแทงข้างหลังแน่นอน และตนจะไปทำงานกับทีมหลังบ้าน พัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเต็มรูปแบบ พัฒนาเครื่องจักรทางการเกษตรเพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดีขึ้นซึ่งตรงนี้ตนกระทำโดยที่น้องไม่ต้องช่วย สำหรับเรื่องราคาสินค้าการเกษตรเราจะพยายามดันราคาข้าวไปถึง 10,000 บาทข้าวหอมมะลิจะดันให้ถึง 15,000 บาท นี่คือเป้าที่วางไว้ แต่เมื่อต้นทุนค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่สูงขึ้น เราจึงคิดกันว่าจะประกันกำไร 30% ให้ประชาชน เพื่อให้ประชาชนลุกขึ้นยืนได้อีกครั้งรวมถึงจะมีการจัดการเรื่องการแปรรูปส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนเอาพลังจากภาครัฐมาให้ท้องถิ่นตามหลักการคืนอำนาจให้ประชาชน”

นายยศชนัน ปราศรัยอีกว่า ประเทศเคยเจอปัญหาวิกฤติในปี 2540 การแก้ไขปัญหาสามารถทำได้ วันนั้นมีพรรคการเมืองหนึ่งเกิดขึ้นมาและช่วยปลดหนี้ซึ่งก็คือสมัยพรรคไทยรักไทย วันนี้เรามีคนของพรรคไทยกลับมาช่วยหลายคน องค์ความรู้ไม่เสียเปล่า ในปี 2568 มีปัญหาเยอะ มีการเปลี่ยนแปลง ในเรื่องต่างๆ เช่นสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป จึงต้องใช้ควรมีประสบการณ์และตอนนี้ทุกคนมารวมกันอยู่ในพรรคเพื่อไทย เราจะทำให้ประชาชนชาวไทยโดยเฉพาะจังหวัดสุพรรณบุรีลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง ขอให้เลือกเพื่อไทยทั้งจังหวัด

ขณะที่ นายจุลพันธ์ ปราศรัยว่า วันนี้เราไม่ได้มาแค่แคนดิเดตฯ แต่เรามากับนโยบาย พักหนี้เกษตรกร รายละไม่เกิน 500,000 บาท เป็นระยะเวลา 3 ปี ซึ่งดำเนินการตั้งแต่สมัยรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน จนถึง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯ รวมถึงนโยบายการแจกคูปอง 2 ใบ แลกปุ๋ยและเมล็ดพันธ์ วันนี้พรคเพื่อไทยเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง ซึ่งมีไม่กี่สีที่จะเลือก แต่สีแดงอย่างแรงเสมอ ฝากให้เข้าคูหาเลือกเพื่อไทยทั้งคนและพรรคเอานโยบายคืนกลับไป เอาชีวิตดีดีคืนให้กับทุกคน จากนั้น นายยศชนัน ได้เดินทักทายประชาชนและถ่ายภาพกับคนที่มารับฟังการปราศรัยอย่างเป็นกันเอง

– 006

‘รทสช.’นัด 22 ธ.ค.เปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ จับตา‘พีระพันธุ์’ชื่อเดียวนำทัพสู้เลือกตั้ง69

‘รทสช.’นัด 22 ธ.ค.เปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ จับตา‘พีระพันธุ์’ชื่อเดียวนำทัพสู้เลือกตั้ง69

‘รทสช.’นัด 22 ธ.ค.เปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ จับตา‘พีระพันธุ์’ชื่อเดียวนำทัพสู้เลือกตั้ง69

วันอาทิตย์ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 15.02 น.

‘รทสช.’นัด 22 ธ.ค.เปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ จับตา‘พีระพันธุ์’ชื่อเดียวนำทัพสู้เลือกตั้ง69

21 ธ.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.)เตรียมแถลงเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และนโยบายชุดแรก ในวันที่ 22 ธ.ค.68 เวลา 13.00 น. ณ ที่ทำการพรรคฯ 

ทั้งนี้ ต้องจับตาว่าแคนดิเดตนายกฯของพรรครทสช.ในการเลือกตั้งครั้งจะมีเพียงนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรมว.พลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรค คนเดียวหรือไม่ เพราะในการเลือกตั้งปี 2566 พรรครทสช.มีแคนดิเดตนายกฯ 2 คน คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี และนายพีระพันธุ์