House of Wisdom (H.O.W.) โดย House of Human บริษัทในเครือ เปิดตัว “หลักสูตร House of Reverse Mentoring รุ่นที่ 2 (HRM²)” หลักสูตรกลับหัวที่ให้ Gen Z เป็นผู้ออกแบบเนื้อหาและเมนเทอร์ให้ผู้บริหาร ในวันที่ Gen Z ก้าวขึ้นเป็นทั้งผู้บริโภคกลุ่มสำคัญและกำลังหลักขององค์กร แต่พฤติกรรมไม่ได้อยู่ในสูตรเดิมของธุรกิจ อีกต่อไป ผลสำรวจปี 2569 โดยคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับ YouGov Thailand พบว่า 66.9% ของ Gen Z ไทยเลือกดูรีวิววิดีโอบน TikTok และโซเชียลมีเดียก่อนตัดสินใจซื้อ ขณะที่ค้นหา ผ่าน Google มีเพียง 21.9% ด้านการรักษาคน ผลสำรวจของโรเบิร์ต วอลเทอร์ส ปี 2569 ระบุว่า 56% ของพนักงาน Gen Z ในไทยวางแผนอยู่กับองค์กรเดิมเพียง 1-2 ปี เมื่อทั้งการสื่อสารของแบรนด์ ยอดขาย และการรักษา Talent ผูกอยู่กับคนรุ่นเดียวกัน ความเข้าใจ Gen Z จึงกลายเป็นขีดความสามารถในการแข่งขันใหม่ ของธุรกิจ ทุกขนาด
นายธนา เธียรอัจฉริยะ Dean แห่ง House of Wisdom (H.O.W.) คลับแห่งการเรียนรู้ของผู้นำทางความคิด และนักธุรกิจชั้นนำของไทย เปิดเผยว่า “Generation Gap วันนี้ไม่ใช่เรื่องคนต่างวัยคุยกันไม่ถูกคอ แต่เป็นโจทย์ ธุรกิจเต็มรูปแบบ ผู้บริหารจำนวนมากผ่านหลักสูตรมานับไม่ถ้วน แต่ไม่เคยมีห้องเรียนไหนให้ Gen Z เป็นคนสอน ตรง ๆ ทั้งที่พวกเขาคือคนที่กำลังกำหนดทิศทางของตลาดแรงงาน พฤติกรรมลูกค้า และเทคโนโลยีอยู่ในขณะนี้ HRM² จึงกลับหัวห้องเรียนทั้งหมด ให้ผู้บริหารมาเป็นผู้เรียน และให้ Gen Z เป็นผู้ออกแบบเนื้อหาและเป็น เมนเทอร์”
นายธนากล่าวต่อว่า “Gen Z ไม่ได้เป็นเพียงพนักงานรุ่นใหม่ แต่คือลูกค้ากลุ่มสำคัญที่กำลังกำหนดทิศทางของธุรกิจ คำถามของผู้นำจึงไม่ใช่แค่ ‘เราจะบริหาร Gen Z อย่างไร’ แต่คือเราเข้าใจเขามากพอที่จะสื่อสารให้เข้าถึง ขายให้เขา ออกแบบสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ และสร้าง Talent รุ่นใหม่ให้ Perform ได้หรือยัง ถ้าผู้บริหารได้ยินคำว่า ‘ลาคือลา’ หรือ ‘อยู่ต่อก็ไม่โต’ แล้วรู้สึกว่าเป็นความไม่อดทนของเด็ก แทนที่จะมองเป็นข้อมูลสำคัญ เราก็จะเสียทั้งลูกค้าและคนเก่งให้กับแบรนด์ที่เข้าใจเขามากกว่า”
นายธนาย้ำว่า ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า Gen Z จะเป็นทั้งกำลังหลักขององค์กร เป็นลูกค้ากลุ่มสำคัญ และเป็นผู้นำที่จะเข้ามารับช่วงต่อ โจทย์ที่ลึกกว่านั้นของผู้บริหารคือ องค์กรพร้อมหรือยังที่จะถูกส่งต่อไปยังคนรุ่นใหม่ เพราะการเตรียมองค์กรให้พร้อมสำหรับเจเนอเรชันใหม่ไม่ใช่เรื่องของฝ่ายทรัพยากรบุคคล แต่เป็นความรับผิดชอบของผู้นำในวันนี้ “องค์กรที่ยั่งยืน ไม่ใช่องค์กรที่สร้างสำเร็จในมือของเรา แต่คือองค์กรที่เราสามารถส่งต่อให้คนรุ่นต่อไปได้อย่างดีที่สุด”
ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และ YouGov พบว่า Gen Z ใช้ AI เป็นผู้ช่วยตัดสินใจ ทั้งหาไอเดีย (43.2%) และเปรียบเทียบข้อมูลก่อนซื้อ (41.3%) แต่อินฟลูเอนเซอร์และรีวิวจากผู้ใช้จริงยังมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ มากกว่าคำแนะนำจาก AI เกือบ 2 เท่า สะท้อนพฤติกรรมที่เปลี่ยนจากการค้นหา (Search-based) สู่การค้นพบ ผ่านคอนเทนต์ (Discovery-based) ซึ่งทำให้แบรนด์ต้องออกแบบการสื่อสารและช่องทางขายใหม่ทั้งระบบ
ข้อมูลจากผลสำรวจของโรเบิร์ต วอลเทอร์ส บริษัทที่ปรึกษาด้านการสรรหาบุคลากรระดับโลกระบุว่า 72% ของ องค์กรไทยเปิดรับพนักงาน Gen Z โดยให้คุณค่ากับทักษะดิจิทัลและความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นนี้เป็นพิเศษ เท่ากับว่าองค์กรทุกแห่งกำลังแข่งขันดึงคนกลุ่มเดียวกัน ขณะที่คนกลุ่มนี้พร้อมย้ายงานเร็วกว่าทุกรุ่นที่ผ่านมา จากผลสำรวจเดียวกันรายงานว่า 56% ของพนักงาน Gen Z ในไทยวางแผนอยู่กับองค์กรเดิมเพียง 1-2 ปี ความเข้าใจ Gen Z จึงกลายเป็นขีดความสามารถในการแข่งขันใหม่ของธุรกิจ
ด้าน นายวิศรุต เจริญรมย์ Program Director หลักสูตร HRM² กล่าวว่า “หลักสูตรรุ่นที่ 2 เรียนเข้มข้นตลอด 3 เดือน รวม 16 ครั้ง ทุกวันพฤหัสบดี เวลา 13.00 – 20.00 น. ระหว่างวันที่ 12 พฤศจิกายน 2569 ถึง 11 กุมภาพันธ์ 2570 ผ่านเส้นทางการเรียนรู้ 4 ขั้น Understand Them – Sell to Them – Work with Them – Build Like Them ซึ่งไม่ใช่การนั่งฟังบรรยายเรื่อง Gen Z แต่เป็นการเข้าไปสัมผัสโลกของคนรุ่นใหม่ จากประสบการณ์จริง ผ่าน Reverse Mentoring, Conversation, Gen Z Rally และ Reverse Internship ที่ผู้บริหารจะไปเป็นเด็กฝึกงานจริงในบริษัทของคนรุ่นใหม่ โดยมี Speakers กว่า 25 คน และ Gen Z Mentors ประจำหลักสูตร 18 คน ดูแลใกล้ชิดตลอดหลักสูตร” ทั้งนี้ หลักสูตร HRM² ออกแบบสำหรับซีอีโอ เจ้าของธุรกิจ และผู้บริหารระดับสูงที่ต้องการนำองค์กรฝ่าโจทย์ Generation Gap สื่อสารและขายให้เข้าถึงลูกค้า Gen Z ก่อนคู่แข่ง ควบคู่กับการดึงดูดและรักษา Talent รุ่นใหม่ หลังรุ่นแรกมีผู้บริหารจากองค์กรชั้นนำของประเทศเข้าร่วมแล้วกว่า 100 คน
เนื้อหาหลักของหลักสูตร HRM² ครอบคลุมตั้งแต่การเข้าใจ Gen Z เข้าใจลูกค้าและผู้บริโภครุ่นใหม่ การออกแบบ สินค้า บริการ และการสื่อสารให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่ การชนะสงคราม Talent การสร้างองค์กรที่คนต่าง Generation ทำงานร่วมกันและ Perform ได้ ไปจนถึงการ Redesign องค์กรให้พร้อมสำหรับโลก AI โดยหลักสูตรวางโครง โดยนายธนาจากมุมมองและโจทย์จริงของผู้บริหารระดับสูง และคัดสรรร้อยเรียงประสบการณ์การเรียนรู้ทั้งหมดโดยทีม Gen Z ตัวจริงภายใต้แนวคิด “From Generation Gap to Generation Power. เข้าใจความต่าง เพื่อสร้างอนาคตที่แข็งแรงกว่า” ทั้งนี้ House of Human เปิดรับออกแบบและจัดหลักสูตร HRM² เฉพาะให้กับองค์กรที่สนใจอีกด้วย
นักวิ่งที่ทำผลงานยอดเยี่ยมในแต่ละประเภทจะได้รับ ถ้วยรางวัล และบัตรกำนัลห้องพักจากโรงแรมในเครือแมริออท ขณะที่ผู้เข้าเส้นชัยทุกคนจะได้รับเหรียญ Road to Give เขาหลัก 2569 รุ่นพิเศษ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชุดสะสมจากกิจกรรม Road to Give ในจุดหมายปลายทางต่าง ๆ เพื่อสะท้อนถึงพลังแห่งการเดินทาง และการให้ที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน
ท่ามกลางบรรยากาศริมทะเลอันงดงามของหาดแหลมปะการัง งานวิ่งการกุศลครั้งนี้เปิดต้อนรับทั้งนักวิ่ง ผู้รักสุขภาพ ครอบครัว และผู้ที่ต้องการมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์สังคมที่ดีขึ้น โดยนอกจากจะเป็นกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพแล้ว Road to Give ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ในการดูแลชุมชน ส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดี และสร้างผลกระทบเชิงบวกในพื้นที่ที่พนักงาน และชุมชนร่วมอาศัยอยู่
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ MIT Hacking Medicine สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (Massachusetts Institute of Technology หรือ MIT) ประเทศสหรัฐอเมริกา ประกาศจัดงาน “Siriraj x MIT Hacking Medicine 2026” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ระหว่างวันที่ 16–20 ตุลาคม 2569 ภายใต้ธีม “Agentic Healthcare: ยกระดับ AI จากโมเดลอัจฉริยะ สู่นวัตกรรมการแพทย์ที่เชื่อถือได้” (Agentic Healthcare: From Models to Trustworthy Medicine) พร้อมเปิดเวทีกลางทางวิชาการ ให้นักวิจัยจากสถาบันชั้นนำระดับโลก รวมถึงสหรัฐอเมริกาและจีน ได้ร่วมอภิปรายบทบาทของปัญญาประดิษฐ์ต่อการยกระดับสุขภาพของประชาชน เผยกระแสตอบรับล้นหลาม โดยได้รับใบสมัครเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 1,100 ใบ จาก 35 สัญชาติทั่วโลก
นักวิจัยนานาชาติอภิปรายบทบาท AI ต่อสุขภาพของประชาชน
จุดเด่นของปีนี้ คือการเปิดเวทีกลางทางวิชาการ ให้นักวิจัยด้านปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์จากสถาบันชั้นนำหลายประเทศ ทั้งสหรัฐอเมริกาและจีน ได้ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และอภิปรายร่วมกันว่า เทคโนโลยีจะช่วยยกระดับสุขภาพของประชาชนได้อย่างไร โดยมีผู้ร่วมอภิปรายจาก MIT, Stanford และ Harvard อาทิ Prof. Eric Grimson จาก MIT ผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์วิทัศน์และการวิเคราะห์ภาพทางการแพทย์ และ Prof. Dr. Michael V. McConnell จาก Stanford University School of Medicine ผู้ค้นพบ “McConnell’s Sign” และมีประสบการณ์ด้านเวชศาสตร์ป้องกันโรคหัวใจกว่า 25 ปี และจาก Tsinghua University และ Peking University อาทิ Prof. Yang Liu จาก Tsinghua University ผู้ร่วมสร้าง AI Agent Hospital แห่งแรกของโลก และ Asst. Prof. Shenda Hong จาก National Institute of Health Data Science มหาวิทยาลัยปักกิ่ง นักวิจัยด้าน AI เพื่อสุขภาพที่มีผลงานตีพิมพ์ในวารสาร NEJM AI
(ที่ 2 จากซ้าย) : ศ. พญ.ธนัญญา บุณยศิรินันท์, ศ. นพ.กีรติ เจริญชลวานิช, ศ. นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล และคณะทำงาน Siriraj x MIT Hacking Medicine 2026
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลได้ลงนามในสัญญาความร่วมมือระยะเวลา 3 ปี (2568–2570) กับ MIT Hacking Medicine เพื่อจัดงานประชุมวิชาการและ Hackathon ด้านนวัตกรรมระบบสุขภาพในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็น “ศูนย์กลางนวัตกรรมสุขภาพแห่งอาเซียน” (ASEAN Health Innovation Hub) และความร่วมมือดังกล่าวขยายผลสู่ “Si x MIT BeyondHack” ซึ่งเปิดโอกาสให้ทีมศิษย์เก่าจาก Hackathon ปีก่อน ๆ ที่ยังพัฒนาผลงานต่อเนื่อง กลับมานำเสนอผลงานต่อผู้เชี่ยวชาญจาก MIT และกลุ่มนักลงทุน โดยในปีนี้มีทีมสมัครเข้าร่วมแล้วถึง 20 ทีม ทีมที่ชนะจะได้เข้าร่วม BeyondHack Accelerator ซึ่งเป็นการทำงานอย่างเข้มข้นร่วมกับ MIT เป็นเวลา 4 สัปดาห์ พร้อมโอกาสหารือกับนักลงทุน ก่อนขึ้นนำเสนอรอบชิงชนะเลิศ ณ เมืองบอสตัน สหรัฐอเมริกา ในปี 2570 นอกจากนี้ ผู้ชนะจากการแข่งขัน Hackathon ยังจะได้รับ “Golden Tickets” เพื่อเข้าร่วม MIT Grand Hack ณ เมืองบอสตัน โดยศิริราชมูลนิธิ ครอบคลุมค่าเดินทาง ที่พัก และค่าลงทะเบียนทั้งหมด
MIT: จากสุดสัปดาห์ในกรุงเทพฯ สู่ตลาดโลก
ตลอด 14 ปีที่ผ่านมา MIT Hacking Medicine ได้จัดการแข่งขัน Hackathon มาแล้วมากกว่า 200 ครั้ง ในกว่า 30 ประเทศ ก่อให้เกิดบริษัทมากกว่า 100 แห่ง ซึ่งระดมทุนรวมกันได้มากกว่า 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยศิษย์เก่าที่โดดเด่น ได้แก่ PillPack (Amazon ซื้อกิจการมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ), RubiconMD (Oak Street Health ซื้อกิจการมูลค่า 190 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และ Overjet.ai
“หลายสถาบันอยากจัด Hackathon แต่มีน้อยรายที่สร้างสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น ศิริราชทำสำเร็จ ทีมที่ก่อตัวขึ้นในหนึ่งสุดสัปดาห์ที่กรุงเทพฯ วันนี้มีเส้นทางที่ทอดยาวไปถึงห้องนำเสนอในบอสตัน เส้นทางนี้ไม่เคยมีมาก่อนเมื่อสามปีที่แล้ว และขณะนี้เราเริ่มเห็นบริษัทจากโครงการ Siriraj x MIT Hacking Medicine เตรียมระดมทุนและขยายสู่ตลาดโลกแล้ว” Mr. Zen Chu ผู้อำนวยการ MIT Hacking Medicine Initiative และ Harvard-MIT Health Sciences & Technology Program กล่าว