เกาหลีใต้ระดมชุด SWAT-ทหาร-โดรน ล่าระทึก “หมาป่า” แหกกรงสวนสัตว์แทจอน

เกาหลีใต้ระดมชุด SWAT-ทหาร-โดรน ล่าระทึก "หมาป่า" แหกกรงสวนสัตว์แทจอน

9 เม.ย. 2569 12:03 น.

เกาหลีใต้ระดมชุด SWAT-ทหาร-โดรน ล่าระทึก “หมาป่า” แหกกรงสวนสัตว์แทจอน

ปฏิบัติการไล่ล่าหมาป่าที่หลุดออกจากสวนสัตว์ในเมืองแทจอน ประเทศเกาหลีใต้ เข้าสู่วันที่ 2 เจ้าหน้าที่ระดมกำลังกว่า 400 นาย พร้อมโดรนตรวจจับความร้อนเร่งค้นหาบนเนินเขา หลังพบร่องรอยใกล้รั้วกั้นช่วงกลางดึก สั่งปิดโรงเรียนและสวนสนุกชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย

ปฏิบัติการค้นหาหมาป่าที่หลุดออกจากคอกกั้นภายในสวนสนุกและสวนสัตว์ “โอเวิลด์” (O-World) ในเขตจุง เมืองแทจอน ดำเนินเข้าสู่วันที่สองในวันนี้ (9 เม.ย.) โดยเจ้าหน้าที่ยังคงระดมกำลังอย่างต่อเนื่องเพื่อจับตัวมันกลับมาให้ได้ก่อนพ้นช่วงเวลาวิกฤต

หน่วยคอมมานโดตำรวจ (SWAT), เจ้าหน้าที่ทหาร และพนักงานดับเพลิง ได้กลับมาเริ่มปฏิบัติการค้นหาบริเวณเนินเขาป่าละเมาะด้านหลังสวนสัตว์อีกครั้ง โดยมีการใช้เทคโนโลยีโดรนติดตั้งกล้องตรวจจับความร้อนและสุนัขดมกลิ่นเข้าร่วมภารกิจ ซึ่งใช้กำลังพลรวมกว่า 400 นาย

ตัวแทนจากบรรษัทเมืองแทจอน (Daejeon City Corporation) ผู้บริหารจัดการสวนสัตว์ ระบุว่า พบความเคลื่อนไหวของหมาป่ามุ่งหน้ากลับมายังสวนสัตว์ แต่ยังไม่สามารถระบุตำแหน่งที่แน่นอนได้ เจ้าหน้าที่จึงวางแผนใช้ “สัญชาตญาณการกลับถิ่น” และวิธีการต้อนสัตว์ เพื่อล่อให้มันกลับเข้าสู่พื้นที่ซาฟารีตามธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม สภาพอากาศที่มีฝนตกตลอดทั้งวันอาจเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการทำงานของสุนัขดมกลิ่น

เจ้าหน้าที่ตั้งเป้าที่จะจับหมาป่าตัวนี้ด้วยการใช้ปืนยิงยาสลบเพื่อให้มันรอดชีวิต แต่เนื่องจากหมาป่ามีความสามารถในการเคลื่อนที่ได้ไกลถึง 100 กิโลเมตร หากสถานการณ์บานปลายจนเป็นอันตรายต่อสาธารณะ เจ้าหน้าที่อาจจำเป็นต้องใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด

สำหรับหมาป่าตัวดังกล่าว เป็นเพศผู้ อายุ 2 ปี มีขนาดตัวใกล้เคียงกับสุนัขโตเต็มวัย น้ำหนักประมาณ 30 กิโลกรัม โดยมันหลุดออกจากกรงเมื่อช่วงเช้าวันพุธที่ผ่านมา ส่งผลให้ทางสวนสนุกต้องอพยพนักท่องเที่ยวและปิดให้บริการชั่วคราวจนกว่าสถานการณ์จะปลอดภัย

ทางการเมืองแทจอนได้ส่งข้อความแจ้งเตือนภัยฉุกเฉินถึงประชาชน โดยระบุว่าหมาป่าอาจแสดงอาการดุร้ายต่อสัตว์เลี้ยง จึงขอความร่วมมือประชาชนงดนำสุนัขไปเดินเล่นใกล้บริเวณเขาโบมุน และหากพบเห็นให้รีบแจ้งสายด่วน 119 ทันที

นอกจากนี้ สำนักงานการศึกษาเมืองแทจอนได้สั่งปิดโรงเรียนประถมซานซองซึ่งอยู่ใกล้เคียงเป็นการชั่วคราวในวันพฤหัสบดีนี้ พร้อมกำชับโรงเรียนอื่นๆ ในพื้นที่ให้เฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือหากพบเห็นสัตว์ร้ายในบริเวณสถานศึกษา.

ที่มา JoongAng Daily

ทรัมป์ขู่จะเรียกเก็บภาษี 50% กับประเทศที่จัดหาอาวุธให้อิหร่าน

ทรัมป์ขู่จะเรียกเก็บภาษี 50% กับประเทศที่จัดหาอาวุธให้อิหร่าน

9 เม.ย. 2569 11:58 น.

ทรัมป์ขู่จะเรียกเก็บภาษี 50% กับประเทศที่จัดหาอาวุธให้อิหร่าน

โดนัลด์ ทรัมป์ ขู่เก็บภาษี 50% ประเทศที่ส่งอาวุธให้อิหร่าน แต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะใช้กฎหมายฉบับใด หลังศาลเพิ่มจำกัดอำนาจด้านภาษี

วันที่ 9 เมษายน 2569 สำนักข่าวอัลจาซีราห์ รายงานว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศมาตรการภาษีตอบโต้ประเทศที่จัดส่งอาวุธให้อิหร่าน โดยจะถูกสหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีนำเข้าในอัตรา 50% ทันที โดยไม่มีข้อยกเว้น แม้ทรัมป์จะไม่ได้ระบุชื่อประเทศเป้าหมาย แต่รายงานระบุว่า จีน และ รัสเซีย ต่างเป็นประเทศที่มีบทบาทในการสนับสนุนด้านอาวุธและเทคโนโลยีทางทหารให้อิหร่านในช่วงที่ผ่านมา

โดยคำประกาศมีขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากสหรัฐฯ ตกลงหยุดยิงกับอิหร่านเป็นเวลา 2 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม ผู้นำสหรัฐฯ ไม่ได้ระบุว่าจะใช้อำนาจทางกฎหมายใดในการบังคับใช้มาตรการดังกล่าว

ก่อนหน้านี้ ศาลสูงสุดสหรัฐฯ มีคำตัดสินให้การใช้อำนาจตามกฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) ของรัฐบาล เพื่อกำหนดภาษีในวงกว้าง เป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขต ส่งผลให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้คืนเงินภาษีที่จัดเก็บไปแล้วบางส่วน

นักวิเคราะห์ด้านนโยบายการค้าระบุว่า การออกมาตรการภาษีในลักษณะนี้มีความซับซ้อน และอาจต้องผ่านความเห็นชอบจากสภาคองเกรส หรือใช้เครื่องมือทางการค้าอื่น ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีกรอบที่ชัดเจนรองรับ.

ที่มา Aljazeera

จีนจี้สหรัฐฯ สอบปม “นักวิจัยชิป” พลัดตกตึกเสียชีวิต หลังถูก FBI สอบสวนอย่างหนัก

จีนจี้สหรัฐฯ สอบปม "นักวิจัยชิป" พลัดตกตึกเสียชีวิต หลังถูก FBI สอบสวนอย่างหนัก

9 เม.ย. 2569 11:14 น.

จีนจี้สหรัฐฯ สอบปม “นักวิจัยชิป” พลัดตกตึกเสียชีวิต หลังถูก FBI สอบสวนอย่างหนัก

ทางการจีนเรียกร้องสหรัฐฯ สอบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิตของนายหวัง ต้านห่าว นักวิจัยเซมิคอนดักเตอร์ชาวจีนในมหาวิทยาลัยมิชิแกน หลังพบเสียชีวิตจากการพลัดตกตึกเพียงไม่นานหลังถูกเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายของสหรัฐฯ เรียกตัวไปสอบสวนในลักษณะ “คุกคาม”

สื่อสหรัฐฯ ระบุว่าผู้เสียชีวิตคือ นายหวัง ต้านห่าว นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยมิชิแกน ซึ่งเสียชีวิตลงไม่นานหลังจากเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนกลาง (FBI) ขณะที่ทางมหาวิทยาลัยแถลงว่ากำลังตรวจสอบเหตุการณ์ที่อาจเป็นการทำร้ายตัวเอง หลังจากพบร่างของนักวิจัยรายนี้พลัดตกจากอาคารในวิทยาเขตเมื่อวันที่ 19 มีนาคมที่ผ่านมา

นายหลิว เผิงหยู่ โฆษกสถานทูตจีนประจำสหรัฐฯ เปิดเผยกับสำนักข่าวบีบีซีว่า จีนรู้สึกสะเทือนใจอย่างยิ่งต่อโศกนาฏกรรมครั้งนี้ และได้ยื่นหนังสือคัดค้านอย่างเป็นทางการต่อหน่วยงานรัฐบาลและมหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า พร้อมทั้งเตือนให้นักศึกษาชาวจีนในสหรัฐฯ เพิ่มความระมัดระวังด้านความปลอดภัย

ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศของจีนระบุว่า นักวิจัยรายนี้ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองหลังจากถูกเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ “สอบสวนในเชิงคุกคาม” ซึ่งถือเป็นการละเมิดสิทธิ์โดยชอบธรรมของพลเมืองจีนอย่างร้ายแรง และสร้าง “สภาวะชะงักงันด้วยความหวาดกลัว”  ต่อการแลกเปลี่ยนทางวิชาการระหว่างสองประเทศ

จากข้อมูลบนเว็บไซต์มหาวิทยาลัย นายหวัง ต้านห่าว ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยนักวิจัยด้านวิศวกรรมไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ โดยมุ่งเน้นการวิจัยด้าน “เซมิคอนดักเตอร์” หรือชิปเซต ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่เป็นข้อพิพาทหลักระหว่างจีนและสหรัฐฯ ในปัจจุบัน

เหตุการณ์นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่นักวิชาการชาวจีนเผชิญกับแรงกดดันในสหรัฐฯ ย้อนกลับไปในปี 2024 เจน หวู นักประสาทวิทยาชาวจีน-อเมริกันจากมหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์น ได้ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองเช่นกันหลังจากถูกตรวจสอบเรื่องความเชื่อมโยงกับประเทศจีนนานหลายปี

สหรัฐฯ ได้ยกระดับการตรวจสอบนักศึกษาและนักวิจัยชาวจีนอย่างเข้มงวดโดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติ โดยเฉพาะในยุคของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่มีการออกคำสั่งระงับวีซ่านักวิจัยที่มีความเชื่อมโยงกับกองทัพจีน รวมถึงความพยายามเพิกถอนวีซ่านักศึกษาที่ศึกษาในสาขาเทคโนโลยีที่อ่อนไหว แม้ภายหลังจะมีการผ่อนปรนท่าทีลงบ้างในช่วงการเจรจาการค้าก็ตาม

ทางด้านนางเหมา หนิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ย้ำชัดว่า จีนจะดำเนินมาตรการที่จำเป็นทุกประการเพื่อปกป้องสิทธิและผลประโยชน์อันชอบธรรมของพลเมืองจีนในต่างประเทศอย่างถึงที่สุด.

ที่มา BBC / CBS

ผู้สื่อข่าวอัลจาซีราถูกโดรนอิสราเอลสังหารในกาซา

ผู้สื่อข่าวอัลจาซีราถูกโดรนอิสราเอลสังหารในกาซา

9 เม.ย. 2569 10:45 น.

ผู้สื่อข่าวอัลจาซีราถูกโดรนอิสราเอลสังหารในกาซา

สำนักข่าวอัลจาซีราและทางการปาเลสไตน์ยืนยัน ผู้สื่อข่าว “โมฮัมเหม็ด วิชาห์” เสียชีวิตหลังโดรนอิสราเอลโจมตีรถยนต์ทางตะวันตกของกาซา ด้านอัลจาซีราซัดเป็นการมุ่งเป้าสังหารเพื่อข่มขู่สื่อมวลชน ขณะที่กองทัพอิสราเอลอ้างผู้ตายเป็นสมาชิกกลุ่มฮามาส

สำนักข่าวอัลจาซีราและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขปาเลสไตน์รายงานว่า นายโมฮัมเหม็ด วิชาห์ ผู้สื่อข่าวของสถานีโทรทัศน์อัลจาซีรา มูบาเชอร์ ถูกสังหารเสียชีวิตเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (8 เม.ย.) หลังกองทัพอิสราเอลส่งโดรนโจมตีรถยนต์ที่เขาใช้เดินทางบริเวณพื้นที่เชค อัจลิน ทางตะวันตกของฉนวนกาซา

เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความโกลาหลอย่างมาก โดยมีภาพปรากฏชาวปาเลสไตน์จำนวนมากรุมล้อมซากรถที่ยังมีควันพวยพุ่งก่อนที่ร่างของนายวิชาห์จะถูกส่งไปยังโรงพยาบาลอัล-ชิฟา ท่ามกลางความโศกเศร้าของเพื่อนร่วมงานและประชาชนที่มาร่วมไว้อาลัย

แถลงการณ์จากเครือข่ายสื่ออัลจาซีรา ระบุว่า “นี่คืออาชญากรรมที่น่ารังเกียจ การสังหารนายวิชาห์ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นความตั้งใจที่จะข่มขู่สื่อมวลชนไม่ให้ปฏิบัติหน้าที่” พร้อมประกาศจะดำเนินการทางกฎหมายอย่างถึงที่สุดเพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษและเรียกร้องความยุติธรรมให้แก่นักข่าวที่เสียชีวิตทุกคน

ขณะที่โฆษกกองทัพอิสราเอลได้ออกมาตอบโต้โดยกล่าวหาว่า นายวิชาห์เป็นสมาชิกของกลุ่มฮามาส พร้อมอ้างอิงข้อมูลย้อนหลังว่าเขาเคยดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการระดับสูงในหน่วยขีปนาวุธต่อต้านรถถังของกลุ่มฮามาส อย่างไรก็ตาม ทางกองทัพอิสราเอลยังไม่มีคำชี้แจงเพิ่มเติมต่อเหตุการณ์โจมตีครั้งล่าสุดนี้เมื่อถูกสอบถามโดยสำนักข่าวเอเอฟพี

องค์กรนักข่าวไร้พรมแดน (RSF) และคณะกรรมการคุ้มครองสื่อมวลชน (CPJ) เปิดเผยตัวเลขว่านับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้นในเดือนตุลาคม 2023 มีนักข่าวและบุคลากรสื่อในกาซาถูกสังหารไปแล้วกว่า 220 ราย โดยในจำนวนนี้อย่างน้อย 70 รายเสียชีวิตขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สถานการณ์ในกาซายังคงตึงเครียด แม้จะมีการประกาศหยุดยิงภายใต้การสนับสนุนของสหรัฐฯ มาตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว แต่ทั้งอิสราเอลและฮามาสต่างกล่าวหากันว่ามีการละเมิดข้อตกลง โดยอิสราเอลยังคงเดินหน้าโจมตีเป้าหมายที่ระบุว่าเป็นสมาชิกกลุ่มฮามาสอย่างต่อเนื่อง.

ที่มา Al Jazeera

ส่อแววล่ม หัวหน้าทีมเจรจาอิหร่านโวย สหรัฐฯละเมิดเงื่อนไขสำคัญไปแล้ว 3 ข้อในรอบ 24 ชม.

ส่อแววล่ม หัวหน้าทีมเจรจาอิหร่านโวย สหรัฐฯละเมิดเงื่อนไขสำคัญไปแล้ว 3 ข้อในรอบ 24 ชม.

9 เม.ย. 2569 09:54 น.

ส่อแววล่ม หัวหน้าทีมเจรจาอิหร่านโวย สหรัฐฯละเมิดเงื่อนไขสำคัญไปแล้ว 3 ข้อในรอบ 24 ชม.

หัวหน้าทีมเจรจาอิหร่านโวยสหรัฐฯละเมิดข้อตกลงหยุดยิงไปแล้ว 3 ข้อในรอบ 24 ชม. ชี้เป็นข้อตกลงหยุดยิงที่ไร้ความหมายและส่อแววล่ม สถานการณ์ไม่เหมาะต่อการเจรจา

วันที่ 9 เมษายน 2569 นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน เปิดเผยว่า เงื่อนไข 3 ข้อในข้อเสนอหยุดยิง 10 ข้อของอิหร่าน ถูกละเมิด “อย่างชัดเจน” ทำให้สถานการณ์ปัจจุบันไม่เหมาะสม ต่อการเดินหน้าเจรจาหรือข้อตกลงหยุดยิงแบบทวิภาคี ที่จะมีขึ้นที่ปากีสถาน ในวันที่ 11 เมษายน นี้ 

นายกาลิบาฟระบุว่า หนึ่งในประเด็นสำคัญคือการรวมสถานการณ์ในเลบานอนไว้ในข้อตกลง ซึ่งฝ่ายสหรัฐฯ ไม่ยอมรับ ขณะที่อีกประเด็นเกี่ยวข้องกับรายงานการตรวจพบโดรนในจังหวัดฟาร์ส ทางตอนใต้ของอิหร่าน อย่างไรก็ตาม กองทัพอิสราเอลระบุว่ายังไม่รับทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ อีกหนึ่งประเด็นคือสิทธิของอิหร่านในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม ซึ่งถูกระบุอยู่ในข้อเสนอของสภาความมั่นคงแห่งชาติอิหร่าน แต่ยังเป็นจุดขัดแย้งกับฝ่ายตะวันตก

ความเห็นของนายกาลิบาฟ สะท้อนความตึงเครียดที่ยังคงมีอยู่ท่ามกลางการบังคับใช้ข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์เพื่อเปิดทางสู่การเจรจา หลังสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ หลังการเจรจาโครงการนิวเคลียร์รอบล่าสุดล้มเหลว

ทั้งนี้ มีรายงานที่ยังไม่ได้รับการยืนยันว่า ฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยพิจารณาให้นายกาลิบาฟเป็นหนึ่งในบุคคลที่อาจมีบทบาทสำคัญทางการเมืองในอนาคตของอิหร่าน.

ที่มา BBC

นั่งร้านพังถล่มที่โรงงานเหล็กใกล้โตเกียว บาดเจ็บ 3 ราย

นั่งร้านพังถล่มที่โรงงานเหล็กใกล้โตเกียว บาดเจ็บ 3 ราย

9 เม.ย. 2569 09:34 น.

นั่งร้านพังถล่มที่โรงงานเหล็กใกล้โตเกียว บาดเจ็บ 3 ราย

เกิดเหตุนั่งร้านสูงกว่า 40 เมตรพังถล่มภายในโรงงานเหล็กในเมืองคาวาซากิ ใกล้กรุงโตเกียว ของญี่ปุ่น ส่งผลให้มีคนงานตกจากที่สูงหลายราย บาดเจ็บสาหัสอย่างน้อย 3 ราย และยังมีผู้สูญหายอีก 1 คน

วันที่ 9 เมษายน 2569 สำนักข่าว NHK ของญี่ปุ่น รายงานว่า เกิดอุบัติเหตุโครงนั่งร้านสูงราว 40 เมตร พังถล่มลงมา ที่ไซต์งานก่อสร้างของบริษัท JFE Steel เขตเคฮิน ในเมืองคาวาซากิ ใกล้กรุงโตเกียว ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอย่างน้อย 3 ราย และยังมีผู้สูญหายอีก 1 คน

รายงานข่าวระบุว่า เบื้องต้นตำรวจเชื่อว่า สาเหตุเกิดจากตุ้มน้ำหนักทรงกระบอกขนาดประมาณ 500 ตันที่ติดอยู่กับเครนหลุดออกมา ก่อนกระแทกโครงนั่งร้านจนพังถล่ม ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบรายละเอียดของเหตุการณ์ รวมถึงมาตรการความปลอดภัยในการทำงาน ว่ามีข้อบกพร่องหรือไม่.

ที่มา NHK

ทรัมป์หารือรุตเต ปมพิจารณาถอนสหรัฐฯ จากนาโต หลังไม่พอใจท่าทีสงครามอิหร่าน

ทรัมป์หารือรุตเต ปมพิจารณาถอนสหรัฐฯ จากนาโต หลังไม่พอใจท่าทีสงครามอิหร่าน

9 เม.ย. 2569 08:36 น.

ทรัมป์หารือรุตเต ปมพิจารณาถอนสหรัฐฯ จากนาโต หลังไม่พอใจท่าทีสงครามอิหร่าน

ทรัมป์พบหารือกับ มาร์ค รุตเต เลขาธิการ NATO ที่ทำเนียบขาว ท่ามกลางกระแสข่าวว่าผู้นำสหรัฐฯ จะหยิบยกประเด็น ถอนตัวจากนาโตขึ้นโต๊ะเจรจา หลังไม่พอใจบทบาท NATO ในความขัดแย้งกับอิหร่าน

การพบกันแบบปิดครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังสหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว 2 สัปดาห์ แต่บรรยากาศกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียด เมื่อทรัมป์แสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจนต่อชาติพันธมิตรยุโรปที่ไม่ร่วมสนับสนุนปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ โดยการหารือทั้งหมดจัดขึ้นเป็นการส่วนตัว ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดต่อสาธารณะ

ด้านแคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว ระบุว่า เป็นเรื่องน่าเศร้า ที่นาโตหันหลังให้ประชาชนอเมริกัน ทั้งที่สหรัฐฯ เป็นผู้แบกรับภาระค่าใช้จ่ายด้านกลาโหมของพันธมิตรมาโดยตลอด พร้อมยอมรับว่า ประเด็นการถอนตัวจากนาโตเป็นสิ่งที่ทรัมป์กำลังพิจารณาและจะหยิบยกขึ้นหารือ

นอกจากแนวคิดถอนตัวจากนาโตแล้ว รายงานยังชี้ว่า รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังพิจารณามาตรการตอบโต้ประเทศสมาชิกที่ถูกมองว่าไม่ให้ความร่วมมือ ด้วยการย้ายกำลังทหารสหรัฐฯ ออกจากประเทศเหล่านั้น ไปยังประเทศที่สนับสนุนจุดยืนของวอชิงตันมากกว่า

มาตรการดังกล่าวอาจกระทบโครงสร้างความมั่นคงในยุโรปโดยตรง และสะท้อนท่าทีแข็งกร้าวของรัฐบาลทรัมป์ต่อพันธมิตรดั้งเดิม

ที่ผ่านมาโดนัลด์ ทรัมป์ วิจารณ์นาโตอย่างต่อเนื่อง โดยถึงขั้นเรียกว่าเป็นเสือกระดาษ หลังไม่ร่วมเปิดเส้นทางยุทธศาสตร์ในช่องแคบฮอร์มุซ และจำกัดการใช้ฐานทัพของสหรัฐฯ ในดินแดนยุโรป

ผู้นำสหรัฐฯ ยังโจมตีพันธมิตรบางประเทศเป็นการส่วนตัว รวมถึงเคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ โดยระบุว่า ไม่ใช่วินสตัน เชอร์ชิล และวิจารณ์กองเรือบรรทุกเครื่องบินของอังกฤษว่าเป็นเพียงของเล่น

แม้ทรัมป์จะเคยส่งสัญญาณหลายครั้งเกี่ยวกับการถอนสหรัฐฯ ออกจากนาโต แต่ในทางปฏิบัติ การดำเนินการดังกล่าวจำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาสหรัฐฯ ทำให้ยังเป็นเพียงไพ่ต่อรองทางการเมืองในเวลานี้

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่า ความเคลื่อนไหวล่าสุดสะท้อนรอยร้าวลึกในพันธมิตรตะวันตก และอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของโครงสร้างความมั่นคงโลก หากสหรัฐฯ ลดบทบาทในนาโตอย่างจริงจัง.

ที่มา : channelnewsasia

เกาหลีเหนือทดสอบอาวุธ 3 วันติด ยิงขีปนาวุธ–ระเบิดคลัสเตอร์ ส่งสัญญาณแข็งกร้าวใส่เกาหลีใต้

เกาหลีเหนือทดสอบอาวุธ 3 วันติด ยิงขีปนาวุธ–ระเบิดคลัสเตอร์ ส่งสัญญาณแข็งกร้าวใส่เกาหลีใต้

9 เม.ย. 2569 08:24 น.

เกาหลีเหนือทดสอบอาวุธ 3 วันติด ยิงขีปนาวุธ–ระเบิดคลัสเตอร์ ส่งสัญญาณแข็งกร้าวใส่เกาหลีใต้

คาบสมุทรเกาหลีร้อนระอุ เกาหลีเหนือเดินหน้าทดสอบอาวุธต่อเนื่องนาน 3 วันเต็ม ทั้งขีปนาวุธพิสัยใกล้ ระบบป้องกันภัยทางอากาศเคลื่อนที่ และระเบิดคลัสเตอร์ อ้างพัฒนาขีดความสามารถทางทหาร

สำนักข่าวทางการเกาหลีเหนือ หรือ KCNA รายงานว่า การทดสอบอาวุธเกิดขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันพุธ เพื่อพัฒนาและยกระดับขีดความสามารถทางทหารของประเทศ

ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การทดสอบขีปนาวุธทางยุทธวิธีแบบพื้นสู่พื้นที่มีชื่อว่า “Hwasongpho-11 Ka” ซึ่งติดตั้งหัวรบแบบคลัสเตอร์ โดย KCNA อ้างว่าสามารถเผาทำลายเป้าหมายให้ราบเป็นหน้ากลอง ในพื้นที่กว้างถึง 6.5–7 เฮกตาร์

ระเบิดคลัสเตอร์ถือเป็นอาวุธที่ถูกจับตาในระดับนานาชาติ เนื่องจากสามารถกระจายลูกระเบิดย่อยจำนวนมากในพื้นที่กว้าง และมีความเสี่ยงต่อพลเรือนในระยะยาว

นอกจากนี้ ยังมีการทดสอบอาวุธล้ำสมัยอื่น ๆ เช่น ระบบอาวุธคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic weapon) และอุปกรณ์ปล่อยระเบิดแบบคาร์บอนไฟเบอร์ ซึ่งถูกระบุว่าเป็นทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ

ด้านกองทัพเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า การยิงขีปนาวุธในรอบที่สองของวันพุธ มีระยะทางไกลกว่า 700 กิโลเมตร ขณะที่การยิงก่อนหน้าในวันเดียวกัน พุ่งสู่ทะเลตะวันออก หรือทะเลญี่ปุ่น เป็นระยะทางราว 240 กิโลเมตร

ทั้งนี้ ยังไม่มีภาพการทดสอบถูกเผยแพร่ผ่านสื่อทางการ และไม่มีรายงานว่า คิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ เข้าร่วมสังเกตการณ์ในครั้งนี้

การทดสอบครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 4 และ 5 ของปีแล้ว ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นการส่งสัญญาณปฏิเสธความพยายามของโซลในการฟื้นฟูความสัมพันธ์สองเกาหลี

ก่อนหน้านี้เกาหลีใต้เพิ่งแสดงความเสียใจต่อกรณีโดรนพลเรือนรุกล้ำน่านฟ้าเกาหลีเหนือเมื่อเดือนมกราคม ซึ่งในช่วงแรกคิมโยจองน้องสาวของผู้นำเกาหลีเหนือ เคยระบุว่าเป็นท่าทีฉลาดและเหมาะสม

แต่เพียงวันถัดมา เจ้าหน้าที่ระดับสูงของเปียงยางกลับประกาศชัดว่า เกาหลีใต้คือรัฐศัตรูที่เป็นปฏิปักษ์มากที่สุด ตอกย้ำจุดยืนแข็งกร้าวของเกาหลีเหนือ โดยสถานการณ์ดังกล่าวยิ่งเพิ่มความกังวลด้านความมั่นคงในภูมิภาค และอาจส่งผลต่อเสถียรภาพในเอเชียตะวันออกในระยะยาว.

ที่มา : channelnewsasia

น้ำมันดิบโลกร่วงต่ำกว่า 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หุ้นดาวโจนส์พุ่งกว่า 1,100 จุด หลังดีลหยุดยิงอิหร่าน

น้ำมันดิบโลกร่วงต่ำกว่า 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หุ้นดาวโจนส์พุ่งกว่า 1,100 จุด หลังดีลหยุดยิงอิหร่าน

9 เม.ย. 2569 08:18 น.

น้ำมันดิบโลกร่วงต่ำกว่า 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หุ้นดาวโจนส์พุ่งกว่า 1,100 จุด หลังดีลหยุดยิงอิหร่าน

ราคาน้ำมันโลกร่วงต่ำกว่า 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างแรง หลังทรัมป์ประกาศข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่าน 2 สัปดาห์ ขณะที่นักวิเคราะห์ชี้เป็นตอบรับเชิงบวกในระยะสั้น 

วันที่ 9 เมษายน 2569 สำนักข่าว AP รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกร่วงลงต่ำกว่า 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างแรง หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านเป็นเวลา 2 สัปดาห์

โดยดัชนี S&P 500 ปรับขึ้น 2.5% ขณะที่ดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 1,325 จุด หรือ 2.8% และแนสแดก ปิดบวก 617 จุด หรือ 2.8% สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อแนวโน้มสถานการณ์ตึงเครียดที่ผ่อนคลายลง

ข้อตกลงหยุดยิงมีขึ้นก่อนเส้นตายที่ประธานาธิบดีทรัมป์ ตั้งไว้ไม่ถึง 90 นาที ซึ่งกำหนดให้อิหร่านต้องเปิดช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อให้เรือบรรทุกน้ำมันสามารถออกจากอ่าวเปอร์เซียได้ อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงเผชิญความไม่แน่นอน เนื่องจากราคาหุ้นยังต่ำกว่าระดับก่อนเกิดสงคราม ขณะที่ราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า

ขณะเดียวกัน สถานการณ์หยุดยิงยังมีความเปราะบาง โดยยังคงมีรายงานการโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธในหลายพื้นที่ รวมถึงการปะทะที่ทวีความรุนแรงขึ้นในเลบานอน

ทางด้านนักวิเคราะห์มองว่า แม้ตลาดจะตอบรับเชิงบวกในระยะสั้น แต่ความเสี่ยงจากสงครามที่อาจปะทุขึ้นอีกยังคงเป็นปัจจัยกดดันต่อเศรษฐกิจโลกในระยะถัดไป.

ที่มา AP

กองทัพอิหร่านยืนยัน การสัญจรผ่านฮอร์มุซหยุดลง หลังอิสราเอลถล่มเลบานอน

กองทัพอิหร่านยืนยัน การสัญจรผ่านฮอร์มุซหยุดลง หลังอิสราเอลถล่มเลบานอน

9 เม.ย. 2569 05:53 น.

กองทัพอิหร่านยืนยัน การสัญจรผ่านฮอร์มุซหยุดลง หลังอิสราเอลถล่มเลบานอน

กองทัพของอิหร่านยืนยันว่า การสัญจรของเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซหยุดลงแล้ว หลังจากอิสราเอลโจมตีเลบานอนจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บนับพันราย ซึ่งอิหร่านมองว่าเป็นการละเมิดหยุดยิง

เมื่อ 8 เม.ย. 2569 กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) อ้างว่า การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซชะลอตัวลงอย่างมากและหยุดลงในที่สุด หลังจากอิสราเอลเปิดฉากโจมตีเลบานอนครั้งใหญ่ ซึ่งอิหร่านระบุว่า เป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์

ข้อมูลการติดตามเรือจากเว็บไซต์ MarineTraffic แสดงให้เห็นว่า ขณะนี้ไม่มีเรือลำใดกำลังแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งข้อมูลนี้สอดคล้องกับรายงานก่อนหน้านี้ที่ระบุว่า การจราจรทางเรือเริ่มกลับมาดำเนินการอีกครั้งหลังจากข้อตกลงหยุดยิงระยะเวลา 2 สัปดาห์ระหว่างสหรัฐ, อิสราเอล และอิหร่านเริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

ข้อกล่าวหาของอิหร่านที่มีต่ออิสราเอลเกิดขึ้นในขณะที่ทำเนียบขาวพยายามยืนกรานว่า เลบานอนไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงหยุดยิงอันเปราะบางนี้ ขณะที่ทางการเลบานอนระบุว่า ในวันนี้อิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีกรุงเบรุตครั้งใหญ่ที่สุด ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 182 ศพ บาดเจ็บอีกกว่า 890 ราย

IRGC ยืนยันว่า หนึ่งในเงื่อนไขสำคัญของแผนการนี้คือ การที่อิหร่านจะยังคงดำเนินการบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซอย่างชาญฉลาดต่อไป พร้อมอ้างว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยอมรับแล้วว่าช่องแคบแห่งนี้จะยังอยู่ “ภายใต้การควบคุมของอิหร่าน”

แถลงการณ์ของ IRGC ระบุว่า มีเรือบรรทุกน้ำมันเพียง 2 ลำ ที่ได้รับการยืนยันว่าเป็นของอิหร่านได้แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อช่วงเช้าวันพุธ และมีเรือบรรทุกน้ำมันอีก 1 ลำจากกองเรือของจีนก็ได้แล่นผ่านไปอย่างปลอดภัยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม IRGC ระบุว่า ไม่มีเรือบรรทุกน้ำมันลำอื่นแล่นตามมาอีก และ “การสัญจรของเรือทั้งหมด” ผ่านช่องแคบได้หยุดลงเพียงไม่กี่นาทีหลังจากอิสราเอลเปิดฉากโจมตีเลบานอน

นอกจากนี้ IRGC อ้างด้วยว่า มีเรือลำหนึ่งที่มีกำหนดจะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซในเวลา 22:00 น. แต่เปลี่ยนเส้นทางเมื่อเข้าใกล้ช่องแคบและวกกลับไปในที่สุด

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn