เศรษฐา เผยสื่อนอก ชี้ เสถียรภาพที่มั่นคงรัฐบาล กับความท้าทายทางเศรษฐกิจ คือโอกาสของไทย

เศรษฐา เผยสื่อนอก ชี้ เสถียรภาพที่มั่นคงรัฐบาล กับความท้าทายทางเศรษฐกิจ คือโอกาสของไทย

เศรษฐา เผยสื่อนอก ชี้ เสถียรภาพที่มั่นคงรัฐบาล กับความท้าทายทางเศรษฐกิจ คือโอกาสของไทย

วันเสาร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.44 น.

⁩”อดีตนายกฯเศรษฐา“ ระบุเสถียรภาพที่มั่นคงของรัฐบาล กับความท้าทายทางเศรษฐกิจ คือโอกาสของประเทศไทย

วันที่ 28 มีนาคม 2569 นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กับสื่อการเงินระดับโลกของสหรัฐฯ Bloomberg ถึงทิศทางและความท้าทายของเศรษฐกิจไทยในบริบทโลกที่ผันผวน

ในช่วงนี้ ที่โลกเราต้องเจอกับสถานการณ์สงคราม ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ไม่ปกติ

และอีกครั้ง กับประเด็นที่สะท้อนการถกเถียงเชิงนโยบายระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจ กับวินัยทางการคลัง โดยเศรษฐายังคงเห็นว่า การปรับเพิ่มเพดานหนี้สาธารณะเป็นสิ่งจำเป็น ขณะที่การนำเงินไปลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ที่ก่อให้เกิดประโยชน์จริงถือเป็นหัวใจสำคัญ

“นี่คือช่วงเวลาที่ประเทศไทยมีเสถียรภาพทางการเมืองที่แข็งแกร่งที่สุด เป็นโอกาสทอง และเราควรใช้โอกาสนี้ในการทำสิ่งที่กล้าหาญอย่างแท้จริงในการพัฒนาประเทศ”

เขายังเน้นว่า แม้ความน่าเชื่อถือทางการคลังจะมีความสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว “ประเด็นไม่ใช่การหลีกเลี่ยงการก่อหนี้ แต่คือการรักษาความเชื่อมั่นของตลาดและนักลงทุน”

“เราอาจจะพ้นจากภาวะโคม่าแล้ว แต่ยังไม่พ้น ICU และสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือไม่ได้เป็นผู้บริหารประเทศ เราต่างหากที่เป็นผู้ตัดสินใจ” เศรษฐากล่าว

ดร.สติธร ชี้รัฐบาลแก้เกมพลังงานตรงจุด เลิกตรึงราคา-หันช่วยเป้าเฉพาะ แนะ 3 มาตรการเร่งด่วน

ดร.สติธร ชี้รัฐบาลแก้เกมพลังงานตรงจุด เลิกตรึงราคา-หันช่วยเป้าเฉพาะ แนะ 3 มาตรการเร่งด่วน

ดร.สติธร ชี้รัฐบาลแก้เกมพลังงานตรงจุด เลิกตรึงราคา-หันช่วยเป้าเฉพาะ แนะ 3 มาตรการเร่งด่วน

วันเสาร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.32 น.

“สติธร” ชี้ รัฐบาลแก้เกมพลังงานตรงจุด เลิกตรึงราคา-หันช่วยเป้าเฉพาะ แนะ 3 มาตรการเร่งด่วน สกัดกักตุน-เปิดต้นทุน-ดึงประชาชนร่วมตรวจสอบ

วันที่ 28 มีนาคม 2569 ดร.สติธร ธนานิธิโชติ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความเห็นต่อแนวทางการแก้ปัญหาพลังงานของรัฐบาล ท่ามกลางวิกฤติความตึงเครียดในตะวันออกกลางว่า 

การปรับนโยบาย “เลิกตรึงราคาน้ำมัน” และหันมาใช้มาตรการช่วยเหลือแบบ “พุ่งเป้า” ไปยังกลุ่มเปราะบาง ถือเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุดและสอดคล้องกับหลักเศรษฐศาสตร์การเมือง

ดร.สติธรระบุว่า วิกฤติสงครามในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะ สงครามอิหร่าน ได้ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานโลกโดยตรง และถ่ายทอดแรงกดดันมาสู่เศรษฐกิจไทย ทั้งค่าครองชีพ ต้นทุนการผลิต และเสถียรภาพระบบเศรษฐกิจ เนื่องจากไทยยังพึ่งพาการนำเข้าพลังงานในสัดส่วนสูง

ในระยะแรก รัฐบาลเลือกใช้มาตรการตรึงราคาน้ำมันผ่านกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อบรรเทาภาระประชาชนในทันที แต่ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนข้อจำกัดของนโยบายดังกล่าว โดยเฉพาะการเปิดช่องให้เกิดพฤติกรรมฉวยโอกาส เช่น การกักตุน เก็งกำไร และบิดเบือนระบบกระจายสินค้า ส่งผลให้ทรัพยากรรัฐรั่วไหล และประชาชนบางกลุ่มได้รับผลกระทบมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การปรับนโยบายในระยะต่อมา ให้ราคาน้ำมันสะท้อนกลไกตลาดมากขึ้น ควบคู่กับการอุดหนุนเฉพาะกลุ่ม เช่น ผู้มีรายได้น้อย ภาคขนส่ง และผู้ประกอบการรายย่อย ถูกมองว่าเป็นแนวทางที่มีประสิทธิภาพกว่า เนื่องจากช่วยลดการรั่วไหลของงบประมาณ และลดแรงจูงใจในการกักตุนจากส่วนต่างราคา

“การปรับแนวทางให้ราคาน้ำมันสะท้อนกลไกตลาดมากขึ้น ควบคู่กับการอุดหนุนเฉพาะกลุ่ม จึงถือเป็นทิศทางที่สอดคล้องกับหลักเศรษฐศาสตร์การเมืองและการบริหารนโยบายสมัยใหม่ กล่าวคือ แทนที่จะใช้ทรัพยากรจำนวนมากเพื่อกดราคาทั้งระบบ รัฐเลือกใช้การเยียวยาแบบจำเพาะเพื่อช่วยเหลือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจริง เช่น ผู้มีรายได้น้อย ผู้ประกอบอาชีพขนส่ง หรือภาคการผลิตที่มีความเปราะบางสูง แนวทางนี้ช่วยลดการรั่วไหล เพิ่มประสิทธิภาพของงบประมาณ และลดแรงจูงใจในการฉวยโอกาสจากส่วนต่างของราคา อย่างไรก็ตาม การปล่อยให้ราคาพลังงานเคลื่อนไหวตามกลไกตลาดย่อมมีผลกระทบลูกโซ่ไปยังราคาสินค้าและบริการอื่น ๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ความท้าทายสำคัญในระยะต่อไปจึงมิใช่เพียงการปล่อยราคา แต่คือการกำกับดูแลพฤติกรรมในตลาด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการเอาเปรียบผู้บริโภคภายใต้สถานการณ์วิกฤติ”

ดร.สติธรยังเสนอว่า หลังการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ใหม่ รัฐบาลควรเร่งดำเนินมาตรการสำคัญ 3 ประการ ได้แก่
ประการแรก ปราบปรามการกักตุนและเก็งกำไรอย่างจริงจัง โดยยกระดับการบังคับใช้กฎหมาย และตรวจสอบห่วงโซ่อุปทานอย่างเข้มงวด

ประการที่สอง เปิดเผยข้อมูลต้นทุนพลังงานอย่างโปร่งใส เพื่อให้สังคมสามารถตรวจสอบได้ และลดข้อครหาการบิดเบือนราคา

ประการที่สาม เปิดช่องทางให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำกับดูแลตลาด เช่น การพัฒนาแพลตฟอร์มแจ้งเบาะแส เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบและสร้างธรรมาภิบาล

ทั้งนี้ ดร.สติธรชี้ว่า ความท้าทายสำคัญในระยะต่อไป ไม่ใช่เพียงการปล่อยให้ราคาสะท้อนตลาด แต่คือการควบคุมไม่ให้เกิดการเอาเปรียบผู้บริโภคในภาวะวิกฤติ โดยรัฐต้องสร้างสมดุลระหว่าง กลไกตลาด และ การกำกับดูแล อย่างมีประสิทธิภาพ 

อ.อัจฉราวดี จี้ อนุทิน เลิกสไตล์ตั้งคณะกรรมการ กับเรื่องวิกฤตของชาติ

อ.อัจฉราวดี จี้ อนุทิน เลิกสไตล์ตั้งคณะกรรมการ กับเรื่องวิกฤตของชาติ

อ.อัจฉราวดี จี้ อนุทิน เลิกสไตล์ตั้งคณะกรรมการ กับเรื่องวิกฤตของชาติ

วันเสาร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.06 น.

วันที่ 25 มีนาคม 2569 อาจารย์อ้อย อัจฉราวดี วงศ์สกล ประธานมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต และมูลนิธิโนอิ้ง บุดด้า เป็นอีกบุคคลหนึ่งที่ต้องยกให้เป็น อินฟลูเอนเซอร์ ที่ออกมาแสดงจุดยืนแถวหน้าในฝ่ายของผู้รักชาติ โพสต์ข้อความระบุว่า สมควรต้องถูกทัวร์ลงทั่วประเทศ  เพราะนายกประมาทวิกฤตของชาติแต่ให้คนอื่นนั่งหัวโต๊ะ

คราวหาดใหญ่ก็ครั้งหนึ่ง เลิกสักทีสไตล์ “ตั้งคณะกรรมการ” กับเรื่องวิกฤตของชาติ 

นี่คือพลาดคร้ังที่ 2  ประชาชนเขาไม่อยากฟังคำขอโทษบ่อยๆ  

หากให้ความสำคัญจับตาตั้งแต่แรก ปัญหาจะไม่ลาม การกักตุนจะไม่รุนแรง นายกอนุทินต้องไถ่โทษด้วยการจัดการไอ้โม่ง และรื้อระบบเรื่องน้ำมันให้ได้ และระวังคนใกล้ในคณะทำงานเรื่องน้ำมัน

เตรียมนโยบายรับมือเงินเฟ้อและของแพงด่วน  มันมาแน่และยาวไม่ต่ำกว่า 4 เดือน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : อนุทิน ขอโทษ ยอมรับบริหารน้ำมันปั่นป่วน

หรอยจังฮู้! ลุงป้อมชวนชิม พาชิมอาหารใต้แท้ ท่ามกลางบรรยากาศเป็นกันเอง

หรอยจังฮู้! ลุงป้อมชวนชิม พาชิมอาหารใต้แท้ ท่ามกลางบรรยากาศเป็นกันเอง

หรอยจังฮู้! ลุงป้อมชวนชิม พาชิมอาหารใต้แท้ ท่ามกลางบรรยากาศเป็นกันเอง

วันเสาร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.32 น.

“ลุงป้อมชวนชิม” พาชิมอาหารใต้แท้รสจัดจ้าน ท่ามกลางบรรยากาศคาเฟ่สบาย ๆ เป็นกันเอง ตอบโจทย์ทั้งสายอาหารพื้นถิ่นและผู้ที่มองหามุมพักผ่อนชิล ๆ

วันที่ 28 มีนาคม 2569 เวลา 12.30 น. พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานที่ปรึกษาพรรคพลังประชารัฐ ได้เดินทางไปรับประทานอาหารที่Gatui (กาตุ่ย)อาหารใต้ ซอยรามอินทรา 5 แยก 7 พร้อมพี่น้อง หลาน ๆ และกลุ่มเพื่อนเตรียมทหาร ท่ามกลางบรรยากาศเป็นกันเอง

ร้านกาตุ่ย อาหารใต้ มีจุดเด่นด้านการปรุงอาหารจากเครื่องแกงที่ทำเอง คัดสรรวัตถุดิบจากชุมชนในภาคใต้โดยตรง เพื่อคงเอกลักษณ์รสชาติอาหารใต้ดั้งเดิมที่เข้มข้น หอม และถึงเครื่อง อีกทั้งยังพัฒนาเครื่องแกงสำเร็จรูปภายใต้แบรนด์ “บ้าน BJ” สำหรับผู้ที่ต้องการนำรสชาติอาหารใต้แท้ไปปรุงรับประทานที่บ้าน

เมนูยอดนิยมที่ได้รับความสนใจ ได้แก่ ขนมจีนปักษ์ใต้ น้ำยารสเข้มข้น เครื่องแน่น เสิร์ฟพร้อมผักสดหลากหลาย หมูฮ้องเนื้อนุ่ม เคี่ยวจนเข้าเนื้อ รสหวานเค็มกลมกล่อม และเกาเหลาเนื้อโคขุน น้ำซุปหอม เนื้อโคขุนนุ่ม เอาใจผู้ที่ชื่นชอบเมนูเนื้อโดยเฉพาะ

ด้านน.ส.จุฬารัตน์  นัดส์ (คุณเจน ผู้จัดการร้าน เปิดเผยว่า ทราบจากสื่อว่า พลเอกประวิตร มีการตระเวนชิมอาหารเป็นประจำ โดยเฉพาะช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ เมื่อทราบว่ามีกิจกรรมที่สนามกอล์ฟ ทบ.รามอินทรา ซึ่งอยู่ใกล้กับร้าน จึงได้ประสานงานผ่านหลายช่องทางจนสามารถติดต่อกับทีมงานได้ และรู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่มีโอกาสต้อนรับในครั้งนี้

ทั้งนี้ ภายหลังรับประทานอาหาร พลเอกประวิตร กล่าวว่า “วันนี้ได้มาชิมอาหารใต้แท้ ๆ รสชาติเข้มข้น อร่อยถึงเครื่อง วัตถุดิบสด บรรยากาศร้านสบาย ๆ เป็นกันเอง เหมาะกับการมาทานข้าวร่วมกันทั้งครอบครัวและกลุ่มเพื่อน ถือเป็นอีกร้านที่อยากแนะนำให้มาลอง”

ศุภจี ย้ำคุมเข้มราคาสินค้า เตรียมแผนแก้ข้าวแกงแพง

ศุภจี ย้ำคุมเข้มราคาสินค้า เตรียมแผนแก้ข้าวแกงแพง

ศุภจี ย้ำคุมเข้มราคาสินค้า เตรียมแผนแก้ข้าวแกงแพง

วันเสาร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.31 น.

“ศุภจี” ย้ำคุมเข้มคุมราคาสินค้า เตรียมแผนแก้ข้าวแกงแพง ส่งวัตถุดิบเกษตรจากต้นทาง ไปร้านอาหาร กรุงเทพฯ-ปริมณฑล นำร่อง 24 แห่ง 

วันที่ 28 มีนาคม 2569 เมื่อเวลา 11.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์  กล่าวในงาน Meet the Press ในหัวข้อ “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม” ถึงสถานการณ์ราคาสินค้าตอนหนึ่งว่า สถานการณ์ปัจจุบันควบคุมได้ลำบากเพราะมีความผันผวนและความไม่แน่นอน และสินค้าหลายตัวเป็นสินค้าที่มีผลต่อเนื่อง สิ่งที่กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินการไปแล้วคือเรื่องการเข้มงวดสินค้าที่ควบคุมได้ และมีการเพิ่มมาตรการเข้มข้นในการดูแลสินค้าบางประเภทก่อนจะขึ้นราคาต้องขออนุญาตก่อน

เมื่อถามถึงมาตรการแก้ราคาข้าวแกงที่อาจแพงขึ้น จากสถานการณ์พลังงาน นางศุภจี กล่าวว่า สิ่งที่กระทรวงพาณิชย์เตรียมการไว้แล้ว เราเตรียมแผนนำเอาวัตถุดิบที่เป็นสินค้าเกษตรจากต้นทาง เช่น ข้าวสาร น้ำมันพืช ไข่ไก่ น้ำตาลทราย สินค้าจำเป็นเข้าไปยังร้านอาหารปรุงสำเร็จ เช่น ร้านอาหารตามสั่ง ร้านข้าวแกง ร้านขายน้ำในตลาดสดทั่วกรุงเทพฯและปริมณฑล ซึ่งเป็นโครงการที่จะเริ่มนำร่อง 24 แห่ง แห่งละ2ครั้ง รวม 48 ครั้งในระยะเวลาสั้นๆ และใช้กลไกนี้ทำต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้ได้ราคาวัตถุดิบที่เหมาะสมทำให้ราคาข้าวแกงไม่สูงมากเกินไป 

อนุทิน ยัน ไทยไม่ใช่คนป่วยของเอเชีย ยังมีศักยภาพที่ดีสำหรับนักลงทุน

อนุทิน ยัน ไทยไม่ใช่คนป่วยของเอเชีย ยังมีศักยภาพที่ดีสำหรับนักลงทุน

อนุทิน ยัน ไทยไม่ใช่คนป่วยของเอเชีย ยังมีศักยภาพที่ดีสำหรับนักลงทุน

วันเสาร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.25 น.

นายกฯ ตอบสื่อต่างประเทศยันไทยไม่ใช่คนป่วยของเอเชีย ชี้นักลงทุนต่างชาติยังมีความเชื่อมั่น มีโครงสร้างพื้นฐาน -พลังงานเพียงพอรองรับภาคอุตสาหกรรม

วันที่ 28 มีนาคม 2569 เวลา 12.10 น.วันที่ 28 มี.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ตอบคำถามสื่อต่างประเทศกรณีที่เคยพูดว่าประเทศไทยจะไม่เป็นคนป่วยแห่งเอเชีย แต่ตอนนี้เป็นอย่างไรเพราะไทยกำลังเผชิญวิกฤตพลังงาน ว่า “เรายังโอเคอยู่ครับ เราไม่ได้ป่วย ”

เมื่อถามต่อว่ามีอะไรอยากจะบอกกับนักลงทุนชาวต่างชาติหรือไม่ นายกรัฐมนตรี  ตอบว่า พวกเขาทั้งหมดยังคงมี ความเชื่อมั่น ในประเทศไทย โครงสร้างพื้นฐานทุกอย่างของเรายังเหมือนเดิม ไม่ได้เปลี่ยนไป”

เมื่อถามย้ำถึงเรื่องวิกฤตพลังงาน นายกรัฐมนตรี  ตอบว่า “ใช่ครับ แต่เรามีพลังงานเพียงพอที่จะรองรับภาคอุตสาหกรรมทั้งหมด และยังมีศักยภาพที่ดียิ่งกว่าสำหรับนักลงทุนด้วย”

อนุทิน ลั่น คนละครึ่ง พลัส มาแน่ ย้ำส่งชื่อครม.ต้นสัปดาห์หน้า

อนุทิน ลั่น คนละครึ่ง พลัส มาแน่ ย้ำส่งชื่อครม.ต้นสัปดาห์หน้า

อนุทิน ลั่น คนละครึ่ง พลัส มาแน่ ย้ำส่งชื่อครม.ต้นสัปดาห์หน้า

วันเสาร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.56 น.

“อนุทิน” ย้ำส่งชื่อครม.ต้นสัปดาห์หน้า ลั่นคนละครึ่งพลัสออกมาแน่นอน

วันที่ 28 มีนาคม 2569 เวลา 13.20 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีที่ระบุว่าสัปดาห์หน้าจะยื่นทูลเกล้าฯรายชื่อคณะรัฐมนตรี ว่า “ถูกต้องครับ ต้นสัปดาห์หน้า”

เมื่อถามว่า คุณสมบัติรัฐมนตรีที่ยื่นตรวจสอบมีปัญหากี่คน นายอนุทิน กล่าวว่า อย่าไปพูดถึงเลย รายชื่อที่จะส่งขึ้นไปคือรายชื่อที่ไม่มีปัญหาได้รับการตรวจสอบคุณสมบัติโดยละเอียดจากหน่วยงานตรวจสอบที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ได้ส่งไป 

เมื่อถามว่า นายกฯได้พูดถึงโครงการคนละครึ่งพลัสหากสถานการณ์พลังงานดีขึ้น นายอนุทิน กล่าวว่า โครงการคนละครึ่งพลัสต้องออกมาอยู่แล้วไม่ว่าสถานการณ์น้ำมันจะมีหรือไม่มีเพราะเป็นสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยให้สัญญาไว้กับประชาชนและเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายที่เราต้องดำเนินการเมื่อพรรคภูมิใจไทยเข้ามาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลชุดที่จะมาถึงนี้ 

เมื่อถามอีกว่า กรอบระยะเวลาดำเนินการของโครงการหลังแถลงนโยบายแล้วจะเริ่มเมื่อไหร่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราประเมินจากโครงการช่วงสิ้นปี 2568 ที่ประชาชนได้ใช้ทุกคนพึงพอใจและเรียกร้องให้มีโครงการนี้เพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจกระตุ้นการใช้จ่ายทำให้มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของประเทศไม่ให้เงินไหลออกนอกประเทศซึ่งเป็นโครงการที่มีประโยชน์รัฐก็ได้ภาษีกลับคืนมาเป็นวินวินกับทุกภาคส่วน 

เมื่อถามย้ำว่า จะเริ่มโครงการได้เมื่อไหร่ นายอนุทิน กล่าวว่า พอรัฐบาลเข้ามาก็จะเร่งดำเนินการผลักดันโครงการนี้ให้ออกมาโดยเร็วที่สุดเพราะเป็นโครงการเรือธงที่พวกตนให้สัญญากับประชาชน จะไม่มีความผกผัน ผันผวน หรือเกี่ยวข้องกับสถานการณ์น้ำมันหรือสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง เป็นคนละเรื่องกัน เพราะตรงนั้นเป็นเรื่องของความมั่นคง 

เมื่อถามอีกว่า ที่ได้หาเสียงไว้ว่าจะเติมเงินเป็น 2,000 บาทจะเป็นตามนั้นใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่าก็พลัส จากที่ตนได้รับรายงานจาก นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลัง ก็พลัสเพิ่มอยู่แล้วเป็นพลัส พลัสเป็นเวอร์ชั่นต่างๆที่อัพสกิลออกมาชัดเจนมากขึ้นครอบคลุมมากขึ้น สำหรับเงื่อนไขจะครอบคลุมไปถึงผู้เสียภาษีด้วยใช่หรือไม่เพราะขณะนี้มีเสียงสะท้อนว่า 7 มาตรการที่ออกมายังไม่ครอบคลุมนั้น เรื่องนี้ขอให้นายเอกนิติ สรุปให้ชัดเจนอีกครั้ง โครงการนี้อย่างไรก็ต้องผ่านการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี เรายังต้องรอให้กระทรวงการคลังเสนอขึ้นมาแต่ย้ำว่าเกิดขึ้นแน่นอนส่วนจะพลัสเท่าไหร่อะไรไปบ้างแต่พลัสมากกว่าเดิมแน่นอนเพราะประชาชนให้ความมั่นใจกับโครงการนี้

อนุทิน สบายใจขึ้น หลังคุมน้ำมันได้ ยันช่วงสงกรานต์ไม่ขาดมือ-ไม่ต้องต่อคิว

อนุทิน สบายใจขึ้น หลังคุมน้ำมันได้ ยันช่วงสงกรานต์ไม่ขาดมือ-ไม่ต้องต่อคิว

อนุทิน สบายใจขึ้น หลังคุมน้ำมันได้ ยันช่วงสงกรานต์ไม่ขาดมือ-ไม่ต้องต่อคิว

วันเสาร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.33 น.

นายกฯ บอกสบายใจขึ้น หลังควบคุมสถานการณ์น้ำมัน ให้ปชช.มีใช้เพียงพอ พยักหน้ารับสงกรานต์ไม่ต้องต่อคิวเติมน้ำมัน 

เมื่อเวลา 12.10 น. วันที่ 28 มีนาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานเปิดงาน “Meet the Press” ภายใต้หัวข้อ “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม” กรณีปัญหาน้ำมันสบายใจแล้วหรือยังที่ได้ชี้แจงในเวทีดังกล่าว ว่า มันสบายใจขึ้นเพราะควบคุมสถานการณ์ได้ และเกิดความมั่นใจว่าปริมาณน้ำมันที่ให้บริการประชาชนในประเทศยังมีเพียงพออยู่ ตรงนั้นคือสิ่งที่ทำให้รู้สึกดีขึ้น แต่ไม่ใช่ว่าได้แถลงแล้วสบายใจขึ้น ไม่เกี่ยว

เมื่อถามว่าคิดว่าประชาชนจะเข้าใจมากขึ้นหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เราก็ใช้ตัวเลขในการอธิบาย ตอนนี้ได้มีการสร้างหน้าจอแสดงผลสรุปข้อมูลตัวเลข (แดชบอร์ด) ทุกวัน เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบว่าน้ำมันในแต่ละวันออกจากโรงกลั่นไปที่คลังเท่าไหร่ และออกจากที่คลังไปที่จ็อบเบอร์เท่าไหร่ และส่งไปที่ปั๊มน้ำมันแต่ละแห่งทั่วประเทศเท่าไหร่ เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าไม่มีการกักตุนแน่นอน 

เมื่อถามว่า ที่นายกฯบอกว่ารัฐบาลสามารถเข้าไปดูเรื่องน้ำมันสำรองได้ในช่วงสถานการณ์วิกฤต รัฐบาลสามารถขอความร่วมมือเอกชนได้หรือไม่ ไม่ให้ราคาน้ำมันขึ้นตามกลไก นายอนุทิน กล่าวว่า น้ำมันสำรองที่เขาเก็บไว้ในกรณีที่ไม่มีน้ำมันดิบเข้ามา แต่ก็ไม่ใช่หมายความว่าอยู่ดีๆเราจะเอามาใช้ได้ในทุกสถานการณ์ มันไม่ใช่ เมื่อถามย้ำว่าหมายถึงเรื่องราคา นายกฯ กล่าวว่า ราคาเป็นไปตามกลไกตลาด ถ้าราคาต่ำมากก็จะเป็นการเอื้อให้มีการนำน้ำมันออกไปต่างประเทศและมีการช่องโกงเกิดขึ้น หรือสมัยก่อนที่ประเทศมาเลเซียน้ำมันถูกกว่าประเทศไทย คนไทยเติมน้ำมันเพียงพอที่จะไปส่งสินค้าที่มาเลเซียและเติมให้เต็มถังจากมาเลเซียกลับมาไทย แต่ตอนนี้มันกลับหัวกลับหางกัน ราคาในประเทศไทยถูกกว่ามาเลเซีย รถขนส่งจากมาเลเซียมาเติมจากประเทศไทยกลับไป ซึ่งตรงนี้ทำให้คนไทยได้เข้าถึงน้อยลง ฉะนั้นเราต้องมีการปรับราคาขึ้นให้ใกล้เคียงกัน 

เมื่อถามว่าจากนี้ประชาชนจะต้องตกใจซ้ำรอยการขึ้นราคาครั้งละ 6 บาทอีกหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ถึงอย่างไรเราต้องอ้างอิงกับราคาตลาดโลก ซึ่งสิ่งที่เราได้ทำไปเราไม่ได้ทำเพื่อให้เกิดการไปขึ้นราคาช่วยผู้ประกอบการมีกำไรมากขึ้น แต่เราต้องใช้สินค้าพลังงานตามราคาตลาดโลก ซึ่งการที่รัฐบาลตรึงราคาน้ำมันไว้อยู่เราต้องนำเงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมาช่วยสนับสนุน ซึ่งเราทำอย่างนี้ในระยะยาวไม่ได้ เราต้องทำให้ราคาน้ำมันเกิดความสุมดุลและให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชนให้น้อยที่สุด จึงจำเป็นต้องช่วยกันทุกฝ่าย เราก็รณรงค์ให้ประชาชนหาวิธีประหยัดพลังงาน กองทุนที่ไปอุ้มก็ไม่ต้องไปรับภาระหนักเพื่อที่เราจะได้นำกองทุนไปช่วยเหลือประชาชนในรูปแบบต่างๆ และกลุ่มเป้าหมายที่เพิ่มมากขึ้น 

เมื่อถามว่าข้อสั่งการของนายกฯบอกว่าปริมาณน้ำมันต้องเข้าสู่ระบบของทุกปั๊มหมื่นกว่าปั๊มภายในสิ้นสัปดาห์นี้ ตอนนี้สถานการณ์เป็นอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า เมื่อวันที่ 27 มี.ค. ประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการทุกจังหวัด ก็ให้ผู้ว่าฯสรุป ซึ่งผู้ว่าฯบอกว่าตอนนี้สถานการณ์ตามปั๊มหลักดีขึ้นมามากแล้ว การมีน้ำมันให้บริการประชาชนก็ครอบคลุมแล้ว ตนเลยย้ำให้ผู้ว่าฯทุกจังหวัดได้แก้ปัญหาในแต่ละจังหวัดให้มากที่สุด ให้ปั๊มน้ำมันมีน้ำมันบริการประชาชนให้มากที่สุด ทุกจังหวัดถ้าเขาแก้ได้เวลาประชาชนสัญจรไปมาก็จะมีปั๊มน้ำมันให้เติม 

เมื่อถามว่าแต่ว่าต่างจังหวัดบางพื้นที่ยังมีปัญหาอยู่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราฟีดน้ำมันออกจากคลังไปเท่าไหร่ เราได้รับแจ้งจากผู้ที่ได้รับน้ำมันทั่วประเทศ ตอนนี้ตัวเลขกลับมาใกล้เคียงกันแล้ว  เสียอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันขณะเดินทางไปนิดหน่อย แต่ปริมาณน้ำมันไม่ได้หาย  เมื่อถามถึงสถานการณ์การต่อคิวเติมน้ำมันช่วงสงกรานต์ จะไม่เกิดขึ้นใช่หรือไม่ นายอนุทิน พยักหน้าตอบว่า “ครับ”

สีหศักดิ์ มอง MOU 43 ยังจำเป็น เล็งคุยกัมพูชาหาเครื่องมือใหม่แทนMOU 44

สีหศักดิ์ มอง MOU 43 ยังจำเป็น เล็งคุยกัมพูชาหาเครื่องมือใหม่แทนMOU 44

สีหศักดิ์ มอง MOU 43 ยังจำเป็น เล็งคุยกัมพูชาหาเครื่องมือใหม่แทนMOU 44

วันเสาร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.32 น.

“สีหศักดิ์” ชี้ MOU 43 ยังจำเป็น แต่พร้อมฟังความเห็น สว. ส่วนยกเลิก MOU 44 ต้องชงครม. -คุยกัมพูชา 

วันที่ 28 มีนาคม 2569 เวลา 12.10 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางการยกเลิก MOU 43-44 ซึ่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติงานสะท้อนมาว่า ต้องการเครื่องมือในการปฏิบัติงาน หาก MOU ดังกล่าวถูกยกเลิก ว่า หลักการยกเลิก MOU ต้องนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และต้องแจ้งไปยังฝ่ายกัมพูชา และหากไม่มี MOU แล้ว จะใช้แนวทางอะไรก็ต้องคุยควบคู่กันไปด้วย

อย่างไรก็ตาม MOU 43 ยังเห็นว่ามีความจำเป็นอยู่ แต่ก็ต้องไปดูอีกที ย้ำว่าขณะนี้ยังเห็นความจำเป็น แต่ก็ต้องเปิดกว้างรับฟังความคิดเห็นของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ด้วย

เอกนิติ ย้ำ เงินทุกบาทจากภาษี ใช้ป้องเศรษฐกิจพัง ชะลอวิกฤตพลังงาน

เอกนิติ ย้ำ เงินทุกบาทจากภาษี ใช้ป้องเศรษฐกิจพัง ชะลอวิกฤตพลังงาน

เอกนิติ ย้ำ เงินทุกบาทจากภาษี ใช้ป้องเศรษฐกิจพัง ชะลอวิกฤตพลังงาน

วันเสาร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.29 น.

เมื่อเวลา 10.55 น. วันที่ 28 มี ค.69 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในงาน Meet the Press “1 เดือนในวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม ว่า วิกฤตสถานการณ์ในตะวันออกกลางครั้งนี้ เป็นวิกฤตของโลก เป็นวิกฤตพลังงานที่กระทบทั้งโลก และเป็นวิกฤตที่ไม่ได้มีใครคาดมาก่อน รวมถึงเป็นวิกฤตที่ไม่สามารถรู้ได้ว่าจะจบอย่างไร สิ่งหนึ่งที่รัฐบาลพยายามที่จะทำคือพวกเราพยายามชะลอผลกระทบกับประชาชนให้ได้มากที่สุด และเมื่อเกิดสงครามในตะวันออกกลางเมื่อ 1 เดือนที่ผ่านมาเราไม่ทราบเลยว่าสถานการณ์จะจบลงอย่างไร แต่สิ่งแรกที่เราต้องทำคือเราต้องดูแลประชาชนให้ปลอดภัยที่สุด ซึ่งทางกระทรวงการต่างประเทศได้ทำหน้าที่นั้นเต็มความสามารถ ในการดูแลประชาชนที่อยู่ในตะวันออกกลางให้ปลอดภัยมากที่สุด 

นายเอกนิติ กล่าวว่า ส่วนผลกระทบด้านเศรษฐกิจเนื่องจากผลกระทบสงครามในตะวันออกกลางกระทบกับพลังงานทั่วโลก พลังงานที่สำคัญคือน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และปัจจัยการผลิตอีกหลายชนิด ที่ผลิตผ่านช่องแคบฮอร์มุซ น้ำมันประมาณ 1 ใน 5 ของโลกต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่ถูกปิดกั้น ก๊าซธรรมชาติซึ่งเป็นแหล่งปัจจัยการผลิตไม่สามารถออกมาขายให้ทั่วโลกได้ นำมาสู่ผลกระทบที่กระทบกับคนทั้งโลกคือด้านพลังงาน สิ่งแรกที่ต้องทำคือใช้เครื่องมือทุกอย่างที่รัฐบาลมี จึงใช้กองทุนน้ำมันซึ่งเป็นเครื่องมือกลไกในการดูแลรักษาเสถียรภาพ และชะลอผลกระทบกับประชาชน ในการเข้าไปดูแลเพื่อติดตามสถานการณ์ว่าเกิดอะไรขึ้น นายกรัฐมนตรีจึงได้มีข้อสั่งการว่า ให้ใช้กองทุนน้ำมันในการดูแลประชาชนให้เต็มที่ จากการที่สถานการณ์ไม่ได้จบลงในเวลาอันรวดเร็ว 1 เดือนผ่านไปเป็นที่ชัดเจนว่าสงครามและวิกฤตพลังงานไม่ได้จบเร็ว ทุกประเทศได้รับผลกระทบเช่นกัน สิ่งที่ต้องทำคือเราจะชะลอผลกระทบกับประชาชนอย่างไรให้ได้มากที่สุด บนเครื่องมือที่รัฐบาลและเงินที่รัฐบาลมี ซึ่งเป็นเงินภาษีของประชาชน ใช้ให้คุ้มค่าที่สุดทุก 

เอกนิติ

นายเอกนิติ กล่าวต่อว่า ประเทศส่วนใหญ่จึงเลือกไม่ฝืนสภาพความเป็นจริง เช่น เรื่องราคาน้ำมันหลายประเทศได้ปล่อยให้ราคาน้ำมันลอยตัวตามตลาด แต่ประเทศไทยเราเลือกที่จะไม่ปล่อยตามกลไกตลาดทั้งหมด เราใช้กองทุนน้ำมันเข้ามาช่วยรักษาเสถียรภาพเท่าที่ทำได้อย่างเต็มความสามารถ โดยให้กองทุนน้ำมันขาดทุนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้  เพื่อดูแลไม่ให้ผลกระทบของราคาน้ำมันในตลาดโลก ไปกระทบกับประชาชนอย่างรุนแรง จึงอุดหนุนอย่างเต็มที่ในช่วงแรก และค่อยๆ ลดการอุดหนุน เพราะถ้าเราไม่ลดการอุดหนุนกองทุนน้ำมันจะขาดทุนโดยไม่จำกัด และจะทำให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ ประเทศไทยจะเกิดผลกระทบอย่างรุนแรงไม่ใช่แค่วิกฤติพลังงาน แต่จะเกิดเหมือนวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ที่ขณะนั้นมีการแทรกแซงค่าเงินบาท ไม่ให้ราคาเป็นไปตามกลไกตลาด วันนั้นเราสูญเสียเงินทุนสำรองระหว่างประเทศเกือบทั้งหมด และทำให้เกิดผลกระทบวงกว้าง ประชาชนเดือดร้อน เราปล่อยให้เกิดเหตุการณ์เหล่านั้นเกิดขึ้นไม่ได้ เราจึงต้องตัดสินใจบริหารจัดการบนเครื่องมือ เพื่อไม่ให้เกิดวิกฤตซ้อนวิกฤต จึงได้ตัดสินใจเลิกการอุดหนุนราคาน้ำมัน อย่างไรก็ตาม วันนี้เรายังมีการอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซลอยู่ ต่างจากประเทศอื่นในอาเซียนที่ปล่อยให้ลอยตัวไปแล้ว ทำให้ราคาน้ำมันในไทยต่ำกว่าประเทศในอาเซียน ซึ่งในชีวิตตนไม่เคยเห็นราคาน้ำมันไทยต่ำกว่าประเทศมาเลเซียเลย แต่ทุกคนต้องปรับตัว รัฐบาลต้องลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ซึ่งทุกภาคส่วนต้องช่วยกัน เพราะเราไม่รู้ว่าวิกฤตครั้งนี้จะนานเท่าไหร่ เราต้องเตรียมความพร้อม 

นายเอกนิติ กล่าวต่อว่า สิ่งต่อมาที่กระทบคือหลังจากที่ราคาน้ำมันอาจจะต้องปรับตัวขึ้นบ้างให้เป็นไปตามกลไกตลาด และเมื่อราคาน้ำมันเป็นต้นทุนการผลิตหลายส่วน ทางกระทรวงพาณิชย์จึงต้องเข้ามาดูแลไม่ให้คนมาเอารัดเอาเปรียบในช่วงที่ทุกคนเดือดร้อน และฉวยโอกาสขึ้นราคา ทางกระทรวงพาณิชย์จึงต้องออกเกณฑ์ในการควบคุมภายใต้กฎหมาย เพื่อไม่ให้มีการเอารัดเอาเปรียบประชาชน นอกจากนี้ ยังกระทบให้ค่าขนส่งสูงขึ้น กระทรวงคมนาคมจึงใช้ งบประมาณทุกอย่าง เพื่อไม่ให้กระทบต้นทุนค่าขนส่งมากเกินไป จึงใช้กองทุนที่มี มาดูแลประชาชน งบกลางเท่าที่มีอยู่ภายใต้ข้อจำกัดที่มีอยู่ในปัจจุบัน ก็ต้องขอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อมาดูแลไม่ให้กลไกราคากระทบต้นทุนมากเกินไป 

เอกนิติ

นายเอกนิติ กล่าวว่า ในสถานการณ์วิกฤตนี้ คนสามารถรองรับวิกฤตได้มีความสามารถไม่เท่ากันคนที่มีเงินก็อาจจะดูแลตัวเองได้มากขึ้นกว่าคนอื่นที่ไม่ได้มีรายได้มาก รัฐบาลเองมีงบประมาณจำกัดคือเงินภาษีประชาชน ซึ่งเงินทุกบาททุกสตางค์ไม่ใช่เงินของรัฐบาล แต่นั่นคือเงินภาษีของประชาชนเราก็มีอยู่อย่างจำกัด เราถึงต้องใช้ทุกบาททุกสตางค์ให้คุ้มค่าในการดูแลประชาชน เราจึงเลือกตัดสินใจใช้งบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัดนั้นในการดูแลกลุ่มเปราะบาง คือกลุ่มคนที่รายได้น้อย จึงตัดสินใจใช้กลไกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในการดูแล และเมื่อมีรัฐบาลชุดเต็มเข้ามา เราก็ต้องใช้เงินทุกบาททุกสตางค์เพื่อดูแลกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบอาจจะรุนแรงมากกว่าคนอื่นเพื่อชะลอผลกระทบ โดยเงินงบประมาณที่มีอยู่ทุกอย่างให้คุ้มค่า และย้ำว่าเราจะใช้ทุกเครื่องมือกลไกที่เราสามารถทำได้ในการชะลอผลกระทบวิกฤตครั้งนี้ และวิกฤตครั้งนี้เป็นวิกฤตโลกเราต้องช่วยกันทั้งรัฐบาล ภาคเอกชน และภาคประชาชน เราต้องร่วมมือกัน เพื่อผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน

นายเอกนิติ กล่าวว่า กองทุนน้ำมันเป็นเครื่องมือเดียวที่ดูแลไม่ให้ราคาน้ำมันสูงเกินไป แต่เรามีกลุ่มคนอีกมาก ที่ไม่ได้ใช้รถ หรือไม่ได้ใช้น้ำมันโดยตรง แต่ได้รับผลกระทบ ถ้าเราเอาเงินทั้งหมดไปอุ้มหรือไปแทรกแซงราคาน้ำมัน กลุ่มคนที่ได้ประโยชน์โดยตรงคือกลุ่มคนใช้รถ และใช้น้ำมันในการผลิต แต่ยังมีกลุ่มคนที่เขาไม่ได้ใช้ ฉะนั้น ต้องใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้ดูแลประชาชนทุกกลุ่ม