สังหาร “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” จุดเปลี่ยนการเมืองอิหร่าน?

สังหาร “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” จุดเปลี่ยนการเมืองอิหร่าน?

1 มี.ค. 2569 10:47 น.

สังหาร “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” จุดเปลี่ยนการเมืองอิหร่าน?

การเสียชีวิตของผู้นำสูงสุดอิหร่าน อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ไม่ได้เป็นเพียงเหตุความสูญเสียครั้งใหญ่ แต่กำลังถูกมองว่าเป็นความพยายามฆ่าล้างยุคสมัย ของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านที่ดำรงมา 47 ปี

นักวิเคราะห์จำนวนหนึ่งประเมินว่า เป้าหมายที่แท้จริงในการสังหาร อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี อาจไม่ใช่เรื่องของการกำจัดตัวบุคคลเพียงอย่างเดียว หากแต่เป็นการล้างโครงสร้างอำนาจทั้งระบบ

โดยไตรตา พาร์ซี จาก Quincy Institute ในกรุงวอชิงตัน ระบุว่า อิสราเอลให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการสังหารคาเมเนอี เพราะมองว่านี่คือโอกาสที่จะปิดฉากยุค 47 ปีของสาธารณรัฐอิสลาม

แม้ผู้นำสูงสุดอาจไม่ใช่ผู้กำหนดยุทธวิธีทางทหารทุกขั้นตอนในช่วงหลัง แต่สัญลักษณ์ ของการลอบสังหารมีนัยทางจิตวิทยาและการเมืองอย่างลึกซึ้ง

พาร์ซีมองว่า ความหวังของสหรัฐฯ และอิสราเอล คือให้แรงกระแทกครั้งนี้ทำให้ระบอบอิหร่านยุบตัวจากภายใน ทั้งจากแรงกดดันจากกองทัพ หรือแรงลุกฮือของประชาชน

ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีสหรัฐฯโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความว่า การเสียชีวิตของคาเมเนอีคือโอกาสครั้งใหญ่ที่สุดที่ชาวอิหร่านจะได้ประเทศคืน

โดยพาร์ซีตั้งข้อสังเกตว่า สหรัฐฯ อาจหวังให้ออกมาเป็น 2 ทาง คือหนึ่ง ประชาชนลุกฮือโค่นล้มระบอบศาสนาธิปไตย หรือสอง ผู้นำชุดใหม่จากระบบเดิมเข้ามาแทน แต่มีท่าทีประนีประนอมกับวอชิงตันมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าสถานการณ์แบบที่สองไม่ค่อยมีความเป็นไปได้ เพราะแม้อิหร่านเคยเสนอข้อตกลงนิวเคลียร์ที่ถูกมองว่าเอื้อประโยชน์ต่อทรัมป์มากกว่ายุคโอบามา แต่สุดท้ายสหรัฐฯ กลับเลือกแนวทางเผชิญหน้า นั่นอาจสะท้อนว่าเป้าหมายที่แท้จริงไม่ใช่เพียงข้อตกลง แต่คือการยอมจำนนและการเปลี่ยนระบอบ

ด้านเอยาล มายรอซ  นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยแห่งซิดนีย์ (University of Sydney) ตั้งข้อสงสัยว่า การเปลี่ยนระบอบผ่านการโจมตีทางอากาศโดยไม่มีทหารภาคพื้นดินนั้นแทบเป็นไปไม่ได้ และชะตากรรมของอิหร่านจะขึ้นอยู่กับกลุ่มอำนาจภายใน โดยเฉพาะกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม

ความเสี่ยงลุกลามระดับภูมิภาค

คาเมเนอีไม่ใช่เพียงผู้นำรัฐ แต่ยังเป็นผู้นำศาสนานิกายชีอะห์ที่มีอิทธิพลในหลายประเทศ ทั้งเลบานอน อิรัก บาห์เรน ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และปากีสถาน

การเสียชีวิตของเขาอาจจุดชนวนแรงตอบโต้ในประเทศเหล่านี้ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีกลุ่มติดอาวุธสายสัมพันธ์กับอิหร่าน เช่น ฮิซบอลเลาะห์

ในช่วง 24 ชั่วโมงแรกหลังเหตุการณ์ มีรายงานว่าอิหร่านยิงตอบโต้ฐานทัพสหรัฐฯ ในหลายประเทศอ่าวอาหรับ ซึ่งเป็นเส้นแดง ที่ไม่เคยข้ามมาก่อน ทำให้นักวิเคราะห์คาดว่า ในระยะสั้นอาจเห็นการยกระดับความรุนแรงเพิ่มเติม

ใครจะสืบทอดอำนาจ?

ก่อนหน้านี้ หน่วยข่าวกรองกลางสหรัฐฯ ประเมินว่า ผู้สืบทอดอาจมาจากสายแข็งของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม

อย่างไรก็ตาม รายชื่อที่ปรากฏในสาธารณะอาจไม่ใช่ตัวจริง เพราะกระบวนการสืบทอดอำนาจถูกเก็บเป็นความลับสูง และอาจเป็นได้ทั้งการแต่งตั้งบุคคลเดียว หรือคณะผู้นำตามรัฐธรรมนูญอิหร่าน

ที่น่าสนใจคือ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นขณะที่การเจรจานิวเคลียร์ยังดำเนินอยู่ และมีรายงานว่าอิหร่านได้เสนอเงื่อนไขผ่อนปรนบางส่วน นักวิเคราะห์จึงเตือนว่า ผู้นำคนใหม่อาจมีท่าทีแข็งกร้าวกว่าเดิม มากกว่าจะอ่อนข้อให้สหรัฐฯ

คำถามสำคัญคือ การสังหารคาเมเนอีจะทำให้ระบอบอิหร่านล่มสลาย หรือกลับยิ่งทำให้โครงสร้างความมั่นคงรวมศูนย์และแข็งกร้าวกว่าเดิม

หากกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามเข้าควบคุมเต็มรูปแบบ อิหร่านอาจเดินหน้าสู่ยุคความมั่นคงเชิงทหารมากขึ้น และความสัมพันธ์กับตะวันตกอาจยิ่งห่างไกล

สิ่งที่ชัดเจนคือ เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการสังหารผู้นำ แต่เป็นการเขย่าสมดุลอำนาจในตะวันออกกลาง และอาจกำหนดทิศทางภูมิรัฐศาสตร์ของภูมิภาคไปอีกหลายทศวรรษ.

ที่มา : BBC

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ อิหร่าน

สื่อเผยผู้นำสูงสุดอิหร่านเสียชีวิตในบ้านพัก ด้านกองทัพอิหร่านลั่นจัดหนักล้างแค้นให้ผู้นำ

สื่อเผยผู้นำสูงสุดอิหร่านเสียชีวิตในบ้านพัก ด้านกองทัพอิหร่านลั่นจัดหนักล้างแค้นให้ผู้นำ

1 มี.ค. 2569 10:07 น.

สื่อเผยผู้นำสูงสุดอิหร่านเสียชีวิตในบ้านพัก ด้านกองทัพอิหร่านลั่นจัดหนักล้างแค้นให้ผู้นำ

สื่ออิหร่านเผย ผู้นำสูงสุดของประเทศ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ถูกสังหารภายในบ้านพักและสำนักงานในกรุงเตหะราน ขณะที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติขู่ เตรียมปฏิบัติการรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์

สำนักข่าวทางการ Fars News Agency ระบุว่า อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอีเสียชีวิต ภายในสำนักงานในเขตบ้านพักผู้นำ ขณะกำลังปฏิบัติภารกิจตามปกติ

โดยภาพถ่ายดาวเทียมจากบริษัทแอร์บัสเผยให้เห็นกลุ่มควันดำลอยขึ้นจากพื้นที่บ้านพัก ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางกรุงเตหะราน ใกล้มหาวิทยาลัย และถือเป็นศูนย์กลางการตัดสินใจสำคัญของผู้นำระบอบศาสนาธิปไตยของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน โดยภาพแสดงให้เห็นว่าอาคารหลายหลังในบริเวณดังกล่าวได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการโจมตี

ด้านผู้ประกาศข่าวสถานีโทรทัศน์อิหร่านรายหนึ่งถึงกับหลั่งน้ำตาระหว่างอ่านแถลงการณ์ยืนยันการเสียชีวิตของผู้นำสูงสุด ซึ่งรัฐบาลประกาศไว้อาลัยทั่วประเทศเป็นเวลา 40 วัน โดยการยืนยันดังกล่าวมีขึ้นหนึ่งวันหลังจากสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีเป้าหมายในอิหร่าน

ทั้งนี้ ภายหลังการยืนยันข่าวการเสียชีวิตของคาเมเนอี กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม หรือ Islamic Revolutionary Guard Corps (IRGC) ได้ออกแถลงการณ์ขู่ตอบโต้สหรัฐฯ และอิสราเอลอย่างรุนแรง โดยIRGC ระบุว่า “ปฏิบัติการโจมตีที่หนักหน่วงที่สุดในประวัติศาสตร์ของกองกำลังติดอาวุธแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน จะเริ่มขึ้นในไม่ช้านี้ ต่อดินแดนที่ถูกยึดครองและฐานทัพของผู้ก่อการร้ายอเมริกัน”

ด้านรัฐบาลอิหร่านประกาศว่า “อาชญากรรมครั้งใหญ่ครั้งนี้จะต้องได้รับการตอบโต้ และจะเป็นจุดเริ่มต้นของบทใหม่ในประวัติศาสตร์โลกอิสลาม”

ขณะที่สภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน หรือ Supreme National Security Council (SNSC) ซึ่งเป็นองค์กรกำหนดยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงระดับสูง ระบุว่า การโจมตีร่วมของสหรัฐฯ และอิสราเอล จะจุดชนวน การลุกฮือครั้งใหญ่เพื่อต่อสู้กับผู้กดขี่ของโลก พร้อมย้ำว่า อิหร่านและพันธมิตรจะแข็งแกร่งและมุ่งมั่นยิ่งกว่าเดิม.

ที่มา : CNN

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ อิหร่าน

ด่วน! สื่ออิหร่านยืนยัน “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” เสียชีวิตแล้ว หลังถูกโจมตีครั้งใหญ่

ด่วน! สื่ออิหร่านยืนยัน “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” เสียชีวิตแล้ว หลังถูกโจมตีครั้งใหญ่

1 มี.ค. 2569 09:20 น.

Breaking News

ด่วน! สื่ออิหร่านยืนยัน “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” เสียชีวิตแล้ว หลังถูกโจมตีครั้งใหญ่

สื่ออิหร่านยืนยันการเสียชีวิตของผู้นำสูงสุดแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี วัย 86 ปี แล้วเมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ภายหลังการโจมตีครั้งใหญ่ของสหรัฐฯ และอิสราเอล

ก่อนหน้านี้ไม่กี่ชั่วโมง นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้แถลงว่า คาเมเนอีถูกสังหารในการปฏิบัติการร่วมของสหรัฐฯ–อิสราเอล จนกระทั่งล่าสุดฝ่ายอิหร่านได้ยืนยันข่าวการเสียชีวิตแล้ว

คาเมเนอีขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดในปี 1989 ต่อจาก รูฮอลลาห์ โคมัยนี ผู้นำการปฏิวัติอิสลามผู้โค่นล้มกษัตริย์ โมฮัมหมัด เรซา ชาห์ ปาห์ลาวี และสถาปนาระบอบปกครองโดยนักบวชนิกายชีอะห์

แม้คาเมเนอีจะถูกมองว่ามีบารมีทางศาสนาน้อยกว่าผู้นำรุ่นก่อน แต่เขาค่อย ๆ รวมศูนย์อำนาจ สร้างเครือข่ายนักบวชและขยายบทบาทของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม หรือ IRGC จนกลายเป็นเสาหลักทั้งด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจของประเทศ

ภายใต้การนำของคาเมเนอี อิหร่านสร้างเครือข่ายพันธมิตรติดอาวุธในภูมิภาค หรือที่เรียกว่า “Axis of Resistance”

กลุ่มอย่างฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน และ ฮามาส ได้รับการสนับสนุนจากเตหะราน

อย่างไรก็ตาม หลังเหตุโจมตีอิสราเอลเมื่อ 7 ตุลาคม 2023 ภูมิรัฐศาสตร์ตะวันออกกลางเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง อิสราเอลเปิดฉากโจมตีกลับอย่างหนัก และมีรายงานว่าผู้นำระดับสูงของกลุ่มพันธมิตรอิหร่านหลายคนถูกสังหาร

ปี 2024 ถือเป็นครั้งแรกที่อิสราเอลและอิหร่านโจมตีกันโดยตรง และในเดือนมิถุนายน 2025 สหรัฐฯ กับอิสราเอลได้โจมตีโครงสร้างนิวเคลียร์อิหร่านอย่างหนัก

คาเมเนอีเดินหน้าโครงการนิวเคลียร์แม้ถูกคว่ำบาตร และแม้จะออกคำวินิจฉัยทางศาสนาว่าอาวุธนิวเคลียร์ขัดต่อหลักอิสลาม แต่ยืนยันสิทธิในการพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ

ข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2015 เคยลดระดับการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมลง แต่สหรัฐฯ ถอนตัวในสมัยแรกของประธานาธิบดี Donald Trump ทำให้ข้อตกลงล่ม

หลังจากนั้น อิหร่านเพิ่มระดับการเสริมสมรรถนะใกล้ระดับอาวุธ ขณะที่การเจรจารอบใหม่ในปี 2025 ไม่ประสบผลสำเร็จ

มีการวิเคราะห์ว่าหลังการเสียชีวิตของคาเมเนอี สภาผู้เชี่ยวชาญ 88 คนจะเป็นผู้เลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่ แต่ยังไม่มีตัวเต็งชัดเจน โดยบทบาทของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอาจเป็นปัจจัยชี้ขาด หากเกิดสุญญากาศทางอำนาจ ท่ามกลางประชาชนกว่า 90 ล้านคนที่จำนวนไม่น้อยแสดงความไม่พอใจต่อระบอบปัจจุบัน.

ที่มา : BBC

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ อิหร่าน

โดรนโจมตีถล่มสนามบินอาบูดาบี เสียชีวิต 1 ราย เจ็บ 7 คน

โดรนโจมตีถล่มสนามบินอาบูดาบี เสียชีวิต 1 ราย เจ็บ 7 คน

1 มี.ค. 2569 07:37 น.

โดรนโจมตีถล่มสนามบินอาบูดาบี เสียชีวิต 1 ราย เจ็บ 7 คน

เกิดเหตุ โดรนโจมตีสนามบินนานาชาติซาเยด ในกรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นชาวเอเชีย และบาดเจ็บอีก 7 คน ย้ำให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากแหล่งข่าวทางการเท่านั้น

สนามบินนานาชาติซาเยด ในกรุงอาบูดาบี (Abu Dhabi) ออกแถลงการณ์ผ่านโซเชียลมีเดีย ระบุว่า “ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข่าวลือ และติดตามข้อมูลจากแหล่งข่าวทางการเท่านั้น จะมีการอัปเดตเพิ่มเติมต่อไป”

ต่อมา ทางสนามบินโพสต์บนแพลตฟอร์ม X ยืนยันว่า ทางการกำลังตอบสนองต่อเหตุโจมตีด้วยโดรนที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่สนามบิน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ซึ่งเป็นพลเมืองสัญชาติเอเชีย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 7 คน

ในช่วงค่ำวันเดียวกัน ทีมข่าวของ CNN ที่อยู่ในกรุงอาบูดาบีรายงานว่า ได้ยินเสียงดังคล้ายแรงกระแทกหรือระเบิดมาจากทิศทางของสนามบิน

นอกจากนี้ ยังพบเห็นรถฉุกเฉินจำนวนมากจอดอยู่บริเวณด้านนอกอาคารผู้โดยสารหลัก โดยเปิดไฟฉุกเฉินกระพริบ พร้อมกับมีประชาชนจำนวนมากยืนรวมตัวกันบริเวณทางเท้าใกล้เคียง สะท้อนให้เห็นถึงสถานการณ์ตึงเครียดภายในพื้นที่

เหตุการณ์โจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่อิหร่านกำลังตอบโต้การโจมตีจากสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลในดินแดนของตน ทำให้ความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยในภูมิภาคตะวันออกกลางเพิ่มสูงขึ้น

แม้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลุ่มผู้ก่อเหตุหรือเป้าหมายที่แท้จริงของการโจมตี แต่เหตุโดรนโจมตีสนามบินอาบูดาบีครั้งนี้ถือเป็นเหตุการณ์ร้ายแรงที่กระทบต่อความมั่นคงของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และอาจส่งผลต่อการเดินทางและการบินในภูมิภาค.

ที่มา : CNN

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ อิหร่าน

สื่ออิหร่านอ้าง นักเรียนหญิงดับแล้ว 108 ศพ หลังโรงเรียนโดนโจมตี

สื่ออิหร่านอ้าง นักเรียนหญิงดับแล้ว 108 ศพ หลังโรงเรียนโดนโจมตี

1 มี.ค. 2569 06:49 น.

สื่ออิหร่านอ้าง นักเรียนหญิงดับแล้ว 108 ศพ หลังโรงเรียนโดนโจมตี

สื่ออิหร่านเผยว่า จำนวนผู้เสียชีวิตหลังจากโรงเรียนประถมหญิงล้วนในจังหวัดทางใต้ ถูกสหรัฐฯ กับอิสราเอลโจมตี เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 108 ศพแล้ว

สำนักข่าว IRIB ของรัฐบาลอิหร่านรายงานโดยอ้างอิงข้อมูลจากอัยการเมืองมินาบ (Minab) ว่า จำนวนนักเรียนหญิงที่เสียชีวิตจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล ที่โรงเรียนประถมหญิงล้วนทางตอนใต้ของอิหร่าน เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 108 ศพ

IRIB ระบุเพิ่มเติมว่า ผู้ว่าราชการท้องถิ่นได้ประกาศให้วันอาทิตย์เป็นวันไว้อาลัยสำหรับสาธารณชนทั่วจังหวัดฮอร์โมซกัน ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองมินาบ โดยวิดีโอที่เผยแพร่โดย IRIB แสดงให้เห็นห่อบรรจุร่างผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 8 ราย วางอยู่บนพื้นอาคารหลังเกิดเหตุโจมตี

ในอีกเหตุการณ์หนึ่งที่จังหวัดลาเมิร์ด (Lamerd) ทางตอนใต้ สำนักข่าว IRNA ซึ่งเป็นสื่อทางการของอิหร่านรายงานโดยอ้างอิงข้อมูลจากผู้ว่าราชการท้องถิ่นว่า มีพลเรือนเสียชีวิตอย่างน้อย 18 ศพ จากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลที่ยิงถล่มศูนย์กีฬาและย่านที่พักอาศัย

เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขเปิดเผยกับ IRNA ว่า ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ใน จ.ลาเมิร์ดเป็นเด็ก และมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีครั้งนี้อีกประมาณ 100 ราย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

รู้จัก “คาเมเนอี” ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ที่สหรัฐฯ-อิสราเอล อ้างว่าถูกสังหารแล้ว

รู้จัก “คาเมเนอี” ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ที่สหรัฐฯ-อิสราเอล อ้างว่าถูกสังหารแล้ว

1 มี.ค. 2569 06:08 น.

รู้จัก “คาเมเนอี” ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ที่สหรัฐฯ-อิสราเอล อ้างว่าถูกสังหารแล้ว

คาเมเนอี คือใคร? : ทำความรู้จัก อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดที่ปกครองอิหร่านมายาวนานหลายสิบปี ในขณะที่ผู้นำอิสราเอลและสหรัฐฯ ต่างออกมากล่าวอ้างว่า เขาเสียชีวิตในการโจมตีทางอากาศเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (28 ก.พ. 2569) ไปแล้ว

อาลี คาเมเนอี เกิดในปี 2482 ที่เมืองมัชฮัด (Mashhad) ทางตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นบุตรชายของนักวิชาการทางศาสนา เขาเข้าร่วมขบวนการต่อต้านทางศาสนาของ อยาตอลเลาะห์ โคมัยนี เพื่อต่อต้านพระเจ้าชาห์ โมฮัมหมัด เรซา ปาห์ลาวี ในปี 2505

หลังการปฏิวัติอิสลามในปี 2522 อาลี คาเมเนอี ได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และมีส่วนสำคัญในการก่อตั้งกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC)

ภายหลังการมรณกรรมของโคมัยนี ในเดือนมิถุนายน 2532 สมัชชาผู้เชี่ยวชาญ (Assembly of Experts) ของอิหร่าน ซึ่งประกอบไปด้วยนักวิชาการด้านศาสนาอิสลามและผู้นำศาสนา ได้เลือก อาลี คาเมเนอี ให้เป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ แม้ว่าในขณะนั้นเขาจะยังไม่ได้บรรลุสมณศักดิ์ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้สำหรับนักบวชนิกายชีอะห์ นั่นคือตำแหน่ง “มาร์จา-อี ตักลีด” (Marja-e taqlid) หรือ “มหาอยาตอลเลาะห์” (Grand Ayatollah) ก็ตาม

เพื่อให้สถานการณ์ถูกต้องตามกฎหมาย จึงมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยกำหนดว่าผู้นำสูงสุดต้องแสดงให้เห็นถึง “ภูมิธรรมทางวิชาการอิสลาม” ซึ่งช่วยให้อาลี คาเมเนอี สามารถขึ้นเป็น อยาตอลเลาะห์ และได้รับเลือกให้เป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ได้

หลังรับตำแหน่ง อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ได้ควบคุมอำนาจทางการเมืองและกองทัพของอิหร่านอย่างเบ็ดเสร็จ และปราบปรามผู้ที่ท้าทายระบบการปกครองอย่างเด็ดขาด ซึ่งในบางครั้งก็มีการใช้ความรุนแรง

คาเมเนอี ยึดถือจุดยืนที่แข็งกร้าวในเรื่องการต่างประเทศมาโดยตลอด รวมถึงการเผชิญหน้ากับสหรัฐอเมริกาที่ยังคงดำเนินมาจนถึงปัจจุบันนี้

เขายังคงมีความระแวงสงสัยในการสร้างความสัมพันธ์กับชาติตะวันตก โดยเฉพาะสหรัฐฯ นอกจากนี้เขายังเรียกร้องให้มีการกวาดล้างรัฐอิสราเอลอยู่บ่อยครั้ง และเคยตั้งคำถามต่อสาธารณะว่าเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว (Holocaust) เกิดขึ้นจริงหรือไม่

ตลอดระยะเวลาการปกครองของคาเมเนอี มีประธานาธิบดีอิหร่านดำรงตำแหน่งมาแล้วทั้งหมด 7 คน ในขณะที่ตัวเขาเองนั้นมีบุตรทั้งหมด 6 คน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ทรัมป์โพสต์ยืนยัน ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิตแล้ว

ทรัมป์โพสต์ยืนยัน ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิตแล้ว

1 มี.ค. 2569 05:44 น.

ทรัมป์โพสต์ยืนยัน ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิตแล้ว

เมื่อ 28 ก.พ. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศผ่าน Truth Social ว่า อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิตแล้ว หลังจากสหรัฐฯ กับอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศในอิหร่านร่วมกันเมื่อเช้าวันเสาร์

ข้อความของนายทรัมป์ระบุว่า “คาเมเนอี หนึ่งในบุคคลที่ชั่วร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ เสียชีวิตแล้ว นี่ไม่เพียงแต่เป็นความยุติธรรมสำหรับประชาชนชาวอิหร่าน แต่ยังรวมถึงชาวอเมริกันผู้ยิ่งใหญ่ทุกคน และผู้คนจากหลายประเทศทั่วโลก ที่ถูกสังหารหรือทำให้พิการโดยคาเมเนอีและแก๊งอันธพาลกระหายเลือดของเขา เขาไม่สามารถหลบหนีหน่วยข่าวกรองและระบบติดตามที่ล้ำสมัยของเราได้ และจากการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับอิสราเอล ไม่มีสิ่งใดที่เขาหรือผู้นำคนอื่นๆ ที่ถูกสังหารไปพร้อมกับเขาจะทำได้”

“นี่คือโอกาสครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับประชาชนชาวอิหร่านที่จะทวงคืนประเทศของตน เราได้รับรายงานว่ากองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC), กองทัพ และกองกำลังความมั่นคงและตำรวจอื่นๆ จำนวนมาก ไม่ต้องการที่จะต่อสู้อีกต่อไป และกำลังมองหาการคุ้มครองจากเรา ตามที่ผมกล่าวเมื่อคืนนี้ “ตอนนี้พวกเขาสามารถรับการคุ้มครองได้ แต่ในภายหลังพวกเขาจะได้รับเพียงความตายเท่านั้น!””

“หวังว่า IRGC และตำรวจจะรวมตัวกับผู้รักชาติชาวอิหร่านอย่างสันติ และทำงานร่วมกันเป็นหนึ่งเดียวเพื่อนำพาประเทศกลับคืนสู่ความยิ่งใหญ่ที่สมควรได้รับ กระบวนการนั้นควรจะเริ่มขึ้นในไม่ช้า เนื่องจากไม่เพียงแต่การตายของคาเมเนอี แต่ประเทศได้ถูกทำลายและถึงขั้นถูกลบล้างไปมากภายในเวลาเพียงวันเดียว อย่างไรก็ตาม การทิ้งระเบิดอย่างหนักและแม่นยำจะยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งสัปดาห์ หรือตราบเท่าที่จำเป็น เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของเราในการสร้างสันติภาพทั่วตะวันออกกลาง และทั่วโลกอย่างแท้จริง!”

“ขอขอบคุณสำหรับความสนใจของคุณในเรื่องนี้ ประธานาธิบดี โดนัลด์ เจ. ทรัมป์” ผู้นำสหรัฐฯ ระบุปิดท้ายข้อความ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : truthsocial

ทรัมป์เชื่อ ผู้นำสูงสุดอิหร่าน อาจเสียชีวิตแล้ว

ทรัมป์เชื่อ ผู้นำสูงสุดอิหร่าน อาจเสียชีวิตแล้ว

1 มี.ค. 2569 04:19 น.

ทรัมป์เชื่อ ผู้นำสูงสุดอิหร่าน อาจเสียชีวิตแล้ว

โดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์กับสื่อสหรัฐฯ หลายสำนักว่า เขาเชื่อว่าผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิตในการโจมตีของสหรัฐฯ กับอิสราเอลเมื่อช่วงเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมาแล้ว

เมื่อ 28 ก.พ. 2569 ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้พูดคุยกับสำนักข่าว NBC News ทางโทรศัพท์ โดยทางสถานีได้สอบถามความเห็นของผู้นำสหรัฐฯ เกี่ยวกับรายงานข่าวที่ว่า อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิตแล้ว จากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ-อิสราเอล

ทรัมป์กล่าวว่า “ผมได้พูดคุยกับหลายคนแล้ว เราเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง” ก่อนจะกล่าวเสริมว่า “ผู้นำจำนวนมากของพวกเขาก็ถูกสังหารเช่นกัน” ย้ำคำพูดที่เขาบอกกับสำนักข่าว ABC News ไปก่อนหน้านี้ และยืนยันว่า ปฏิบัติการของสหรัฐฯ ในอิหร่าน “ประสบความสำเร็จแล้ว”

ด้านราเชล สก็อตต์ ผู้สื่อข่าวการเมืองอาวุโสของ ABC News กล่าวว่า โดนัลด์ ทรัมป์ เพิ่งบอกกับเธอว่าเขา “เชื่อว่า” ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิตแล้ว

เมื่อถูกถามว่าเขาทราบ “อย่างแน่ชัด” หรือไม่ ทรัมป์กล่าวว่า “ผมไม่อยากพูดอะไรอย่างแน่ชัดจนกว่าผมจะเห็นข้อมูลด้วยตัวเอง แต่เราเชื่อว่าเขาเสียชีวิตแล้ว”

“และผู้นำส่วนใหญ่ของพวกเขาก็หายไปแล้ว ไม่ใช่แค่จากสถานที่แห่งเดียว แต่จากสถานที่อีก 2 แห่งที่เราโจมตีด้วย เราได้รับข้อมูลข่าวกรองที่ดีเยี่ยม ดังนั้นเราจึงคิดว่าผู้นำส่วนใหญ่หายไปแล้ว”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

เนทันยาฮูอ้าง มีสัญญาณหลายอย่างที่ชี้ว่า ผู้นำสูงสุดอิหร่านอาจตายแล้ว

เนทันยาฮูอ้าง มีสัญญาณหลายอย่างที่ชี้ว่า ผู้นำสูงสุดอิหร่านอาจตายแล้ว

1 มี.ค. 2569 03:07 น.

เนทันยาฮูอ้าง มีสัญญาณหลายอย่างที่ชี้ว่า ผู้นำสูงสุดอิหร่านอาจตายแล้ว

เบนจามิน เนทันยาฮู นายกฯ อิสราเอลอ้างว่า มีสัญญาณหลายอย่างที่บ่งชี้ว่า ผู้นำสูงสุดของอิหร่านอาจเสียชีวิตไปแล้ว แต่เจ้าหน้าที่อิหร่านออกมายืนยันว่า ทั้งผู้นำสูงสุดและประธานาธิบดีปลอดภัยดี

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล กล่าวเมื่อช่วงค่ำวันเสาร์ที่ 28 ก.พ. 2569 ว่า “มีสัญญาณหลายอย่าง” ที่บ่งชี้ว่า อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน “ไม่ได้อยู่กับเราอีกต่อไปแล้ว” แต่ยังคงไม่ยืนยันอย่างเป็นทางการว่าเขาถูกสังหาร

ก่อนหน้านี้ นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ได้บอกกับสำนักข่าว NBC ว่า เท่าที่เขาทราบ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี และเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนอื่นๆ ของอิหร่านยังมีชีวิตอยู่ อย่างไรก็ตาม อิหร่านยังไม่ได้เผยแพร่วิดีโอของคาเมเนอี นับตั้งแต่เริ่มมีการโจมตีเมื่อเช้าวันเสาร์

ด้านสำนักข่าว CNN รายงานก่อนหน้านี้ว่า คาเมเนอีเป็นหนึ่งในเป้าหมายของการโจมตีระลอกแรกของอิสราเอล ร่วมกับผู้นำระดับสูงคนอื่นๆ แต่แหล่งข่าวของอิสราเอลกล่าวว่ายังไม่มีการยืนยันว่าคาเมเนอีถูกสังหาร

เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล
เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล

“มีสัญญาณหลายประการที่บ่งชี้ว่าทรราชผู้นี้ไม่ได้อยู่กับเราอีกต่อไปแล้ว” เนทันยาฮูกล่าว พร้อมเสริมว่าอิสราเอลได้ทำลายสถานที่ทำการของเขาแล้ว และเสริมว่าปฏิบัติการต่ออิหร่านจำเป็นต้องใช้ “ความอดทน” และจะ “ดำเนินต่อไปตราบเท่าที่จำเป็น”

“สงครามครั้งนี้จะนำไปสู่สันติภาพที่แท้จริง” เนทันยาฮูให้คำมั่นในแถลงการณ์ของเขา

แต่หลังจากเนทันยาฮูออกแถลงการณ์ได้ไม่นาน นายเอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านก็ยืนยันกับสำนักข่าว ABC News ว่า ประธานาธิบดีและผู้นำสูงสุดของอิหร่าน “ปลอดภัยดี” และระบบการปกครองของรัฐบาลอิหร่าน “ยังคงทำงานอยู่”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

อิสราเอลโว ส่งเครื่องบิน 200 ลำถล่มอิหร่าน จู่โจมเป้าหมาย 500 จุด

อิสราเอลโว ส่งเครื่องบิน 200 ลำถล่มอิหร่าน จู่โจมเป้าหมาย 500 จุด

1 มี.ค. 2569 02:13 น.

อิสราเอลโว ส่งเครื่องบิน 200 ลำถล่มอิหร่าน จู่โจมเป้าหมาย 500 จุด

อิสราเอลเผย ใช้เครื่องบินกว่า 200 ลำโจมตีเป้าหมายในอิหร่านกว่า 500 จุด ถือเป็นปฏิบัติการครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของกองทัพอากาศอิสราเอล

กองทัพอิสราเอลแถลงเมื่อวันเสาร์ที่ 28 ก.พ. 2569 ว่า พวกเขาทิ้งระเบิดจำนวนหลายร้อยลูกเข้าใส่เป้าหมายประมาณ 500 แห่ง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการโจมตีระลอกใหญ่พร้อมๆ กันทั่วอิหร่านเมื่อช่วงเช้าวันเดียวกันนี้

กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ระบุว่า เป้าหมายดังกล่าวรวมถึงระบบป้องกันภัยทางอากาศและฐานยิงขีปนาวุธนำวิถีในภาคกลางและภาคตะวันตกของอิหร่าน

IDF ระบุด้วยว่า กองทัพใช้เครื่องบินขับไล่ประมาณ 200 ลำ ในปฏิบัติการโจมตีประสานงานครั้งนี้ ซึ่งถือเป็น “การบินปฏิบัติการทางทหารที่ใหญ่ที่สุด” ในประวัติศาสตร์ของกองทัพอากาศอิสราเอล

กองทัพระบุอีกว่า การโจมตีระบบป้องกันภัยดังกล่าวทำให้อิสราเอลสามารถ “ขยาย” ขีดความสามารถในการครองน่านฟ้าเหนืออิหร่านได้ และบั่นทอนขีดความสามารถของเตหะรานในการยิงขีปนาวุธนำวิถีเข้าใส่อิสราเอลอีกด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn