บ้านหมุน หูอื้อ ได้ยินลดลง ระวัง ‘โรคมีเนีย’ อาการเกิดซ้ำอย่ารอให้หายเอง อาจกระทบการได้ยิน

22 กันยายน 2569 เวลา 07:15 น.

บ้านหมุนอาจหายได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าความผิดปกติในหูชั้นในจะจบลง โดยเฉพาะหากเกิดซ้ำร่วมกับ หูอื้อ เสียงรบกวนในหู แน่นหู หรือการได้ยินลดลง เพราะอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของ “โรคมีเนีย” (Meniere’s Disease) ความผิดปกติของหูชั้นในที่ส่งผลทั้งต่อระบบการทรงตัวและการได้ยิน และในผู้ป่วยบางราย การดำเนินของโรคอาจทำให้การได้ยินค่อยๆ เสื่อมลงจนเกิดการสูญเสียการได้ยินถาวรได้

นพ. พงศธร โตวิวัฒน์

นพ. พงศธร โตวิวัฒน์ แพทย์ผู้ชำนาญการด้านโสต ศอ นาสิก โรงพยาบาลพระรามเก้า ให้ข้อมูลว่า โรคมีเนียสัมพันธ์กับภาวะของเหลวในหูชั้นในผิดปกติ หรือ Endolymphatic Hydrops ซึ่งอาจส่งผลต่อแรงดันภายในหูชั้นใน และรบกวนการทำงานของอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการรับเสียงและการทรงตัว ผู้ป่วยจึงอาจมีทั้งอาการบ้านหมุนและความผิดปกติของการได้ยินร่วมกัน โดยอาการมักเกิดเป็นช่วงๆ และสามารถกลับมาเป็นซ้ำได้

จุดที่ไม่ควรมองข้ามคือเรื่องการได้ยิน เพราะเมื่ออาการบ้านหมุนหาย ผู้ป่วยอาจคิดว่าหายแล้ว ทั้งที่ความผิดปกติของหูชั้นในอาจยังส่งผลต่อการได้ยินอยู่ หากมีหูอื้อ เสียงรบกวนในหู แน่นหู หรือรู้สึกว่าได้ยินลดลงร่วมกับบ้านหมุน โดยเฉพาะเมื่อเกิดซ้ำ ควรเข้ารับการตรวจเพื่อประเมินสาเหตุและการได้ยินตั้งแต่ระยะแรก”

ลักษณะสำคัญของโรคมีเนียคือ อาการมักเกิด เป็นๆ หายๆ หรือเป็นรอบ (Episodes) ผู้ป่วยบางรายอาจเริ่มจากรู้สึกแน่นหรือเต็มในหู มีเสียงหึ่งหรือเสียงรบกวนในหู ร่วมกับหูอื้อหรือรู้สึกว่าการได้ยินลดลง ก่อนเกิดอาการเวียนศีรษะบ้านหมุน บางรายอาจรู้สึกว่าสิ่งรอบตัวหมุนอย่างรุนแรงจนยืนหรือเดินลำบาก และอาจมีคลื่นไส้หรืออาเจียนร่วมด้วย โดยอาการบ้านหมุนแต่ละครั้งโดยทั่วไปอาจนานประมาณ 20 นาทีถึง 12 ชั่วโมง

ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงของโรคมีเนียอย่างแน่ชัด แต่มีหลายสมมติฐานเกี่ยวกับปัจจัยที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน การควบคุมของเหลวภายในหูชั้นใน การติดเชื้อบางชนิด รวมถึงปัจจัยทางพันธุกรรมในผู้ป่วยบางกลุ่ม โรคสามารถเกิดได้ในหลายช่วงอายุ แต่มักพบในวัยผู้ใหญ่และวัยกลางคน และเกิดได้ทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย

นพ.พงศธร ให้ข้อมูลต่อว่า  “บ้านหมุน” เป็นอาการ ไม่ใช่ชื่อโรค และไม่ได้หมายความว่าผู้ที่มีอาการบ้านหมุนทุกคนจะเป็นโรคมีเนีย เพราะยังมีโรคและความผิดปกติอีกหลายชนิดที่ทำให้เกิดอาการคล้ายกัน หนึ่งในภาวะที่พบบ่อยและมักถูกสับสนคือ โรคตะกอนหินปูนในหูชั้นในหลุด หรือ BPPV (Benign Paroxysmal Positional Vertigo) ซึ่งมักเกิดอาการบ้านหมุนเมื่อเปลี่ยนท่าศีรษะ เช่น พลิกตัวบนเตียง ลุกจากที่นอน ก้ม หรือเงยหน้า อาการมักเกิดช่วงสั้น ๆ และโดยทั่วไปไม่มีการสูญเสียการได้ยินร่วมด้วย

ขณะที่ โรคมีเนีย อาการบ้านหมุนมักเกิดขึ้นเองเป็นช่วง ๆ และมีอาการทางหูร่วมด้วย เช่น หูอื้อ เสียงรบกวนในหู แน่นหู หรือการได้ยินลดลง ดังนั้น สิ่งที่ควรสังเกตเบื้องต้นคือ “หมุนตอนไหน–หมุนนานแค่ไหน–มีอาการทางหูร่วมด้วยหรือไม่” เพราะข้อมูลเหล่านี้มีประโยชน์ต่อการประเมินหาสาเหตุ แต่การวินิจฉัยที่แน่นอนควรทำโดยแพทย์ ไม่ควรวินิจฉัยโรคด้วยตนเองจากอาการเพียงอย่างเดียว

การวินิจฉัย แพทย์จะซักประวัติอย่างละเอียด ทั้งลักษณะ ระยะเวลาและความถี่ของอาการ รวมถึงอาการหูอื้อ เสียงรบกวนในหู ความรู้สึกแน่นหู และการเปลี่ยนแปลงของการได้ยิน ร่วมกับการตรวจร่างกายและประเมินระบบการทรงตัว โดยหนึ่งในการตรวจสำคัญคือ การตรวจวัดระดับการได้ยิน (Audiometry) เพื่อประเมินว่ามีการสูญเสียการได้ยินชนิดประสาทรับเสียงหรือไม่ และมีรูปแบบที่สอดคล้องกับโรคมีเนียหรือไม่ ในผู้ป่วยบางราย แพทย์อาจพิจารณาตรวจระบบการทรงตัวหรือการตรวจอื่นเพิ่มเติม เพื่อแยกโรคหรือภาวะอื่นที่อาจทำให้เกิดอาการคล้ายกัน

สำหรับการรักษา เป้าหมายสำคัญคือ ควบคุมอาการบ้านหมุน ลดความถี่และความรุนแรงของการกำเริบ ดูแลการได้ยิน และช่วยให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตประจำวันได้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด ในช่วงที่มีอาการเฉียบพลัน แพทย์อาจใช้ยาเพื่อบรรเทาอาการเวียนศีรษะ คลื่นไส้ หรืออาเจียน ส่วนการรักษาระยะยาวจะพิจารณาตามอาการและความรุนแรงของผู้ป่วยแต่ละราย หากการรักษาเบื้องต้นยังไม่สามารถควบคุมอาการได้ อาจพิจารณาการให้ยาผ่านหูชั้นกลางหรือแนวทางการรักษาอื่นตามความเหมาะสม ขณะที่หัตถการหรือการผ่าตัดอาจเป็นทางเลือกในผู้ป่วยบางราย โดยต้องพิจารณาประโยชน์ ความเสี่ยง และผลกระทบต่อการได้ยินเป็นสำคัญ

นอกจากการรักษาทางการแพทย์ การปรับพฤติกรรมยังเป็นส่วนหนึ่งของการดูแล โดยอาจพิจารณา ลดอาหารเค็มและควบคุมปริมาณโซเดียม ลดอาหารที่มีโซเดียมสูง เช่น อาหารแปรรูป อาหารหมักดอง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมขบเคี้ยว และเครื่องปรุงรสที่มีโซเดียมสูง ควบคู่กับการพักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการอดนอน ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม จัดการความเครียด และสังเกตปัจจัยที่อาจสัมพันธ์กับการกำเริบของอาการในแต่ละคน

สำหรับผู้ที่มีอาการ หูอื้อ เสียงรบกวนในหู แน่นหู หรือการได้ยินลดลง สามารถปรึกษาแพทย์ได้ที่ ศูนย์ หู คอ จมูก โรงพยาบาลพระรามเก้า หรือที่ LINE: @praram9hospital หรือ โทร. 1270

เข่าลั่น เข่าหลวม สัญญาณเตือนเอ็นไขว้หน้าขาด เสี่ยงข้อเข่าเสื่อม

22 กันยายน 2569 เวลา 07:00 น.

อาการเข่าลั่น เข่าทรุด หรือรู้สึกข้อเข่าไม่มั่นคงหลังเล่นกีฬา ออกกำลังกาย หรือประสบอุบัติเหตุ อาจเป็นสัญญาณของ “เอ็นไขว้หน้าขาด” (ACL Injury) หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่ปัญหาข้อเข่าเรื้อรัง และเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะข้อเข่าเสื่อมในระยะยาว

นายแพทย์รัฐูภูมิ วัชโรภาส

นายแพทย์รัฐูภูมิ วัชโรภาส ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ-เวชศาสตร์การกีฬาและโรคข้อไหล่ โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล อธิบายว่า เอ็นไขว้หน้า (Anterior Cruciate Ligament: ACL) เป็นเอ็นสำคัญที่อยู่ภายในข้อเข่า ทำหน้าที่ควบคุมความมั่นคงของข้อเข่า ป้องกันไม่ให้กระดูกหน้าแข้งเคลื่อนมาด้านหน้ามากเกินไป และช่วยควบคุมการบิดหมุนของข้อเข่าในขณะเดิน วิ่ง หรือกระโดด เมื่อเอ็นไขว้หน้าได้รับการฉีกขาด ข้อเข่าจะสูญเสียความมั่นคง ส่งผลให้เกิดอาการเข่าหลวม ปวด บวม และเคลื่อนไหวได้ไม่ปกติ

เอ็นไขว้หน้าขาดมักเกิดจากการเปลี่ยนทิศทางกะทันหันในขณะที่เท้ายังติดพื้น การหยุดหรือหมุนตัวอย่างรวดเร็ว การลงจอดผิดท่าหลังการกระโดด รวมถึงแรงปะทะจากการเล่นกีฬาหรืออุบัติเหตุ นอกจากนี้ ถ้ากล้ามเนื้อรอบข้อเข่าไม่แข็งแรงพอ เอ็นไขว้หน้าจะต้องรับแรงมากขึ้น ก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการฉีกขาดได้ง่ายขึ้น

อาการมักเกิดทันทีหลังบาดเจ็บ บางรายอาจได้ยินเสียง ‘ป๊อบ’ ภายในข้อเข่า จากนั้นจะมีอาการปวดรุนแรงตามมา เข่าบวมอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมงจากเลือดออกในข้อ รู้สึกเข่าหลวม ไม่มั่นคง เดินกะเผลก หรือเข่าทรุดเวลาลงน้ำหนัก และส่วนใหญ่จะไม่สามารถกลับไปเล่นกีฬาที่ต้องวิ่งหรือเปลี่ยนทิศทางได้ตามปกติ

การรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ ถ้าเป็นเพียงการยืดหรือฉีกขาดบางส่วน และไม่ได้ใช้งานเข่าหนักมาก อาจรักษาแบบไม่ผ่าตัด โดยทำกายภาพบำบัดและเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อร่วมด้วย

ในกรณีที่เอ็นไขว้หน้าขาดสมบูรณ์ หรือมีอาการเข่าหลวมชัดเจน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการกลับไปเล่นกีฬา การผ่าตัดส่องกล้องสร้างเอ็นไขว้หน้าใหม่ (Arthroscopic ACL Reconstruction) เป็นแนวทางการรักษาที่ช่วยให้ข้อเข่ากลับมามั่นคงได้ การผ่าตัดวิธีนี้ใช้แผลขนาดเล็กประมาณ 2–3 แผล โดยสอดกล้อง Arthroscope เพื่อมองเห็นโครงสร้างภายในข้อเข่าอย่างชัดเจน และใส่เครื่องมือผ่าตัดเพื่อสร้างเอ็นใหม่ทดแทนเอ็นที่ขาด

ข้อดีของวิธีส่องกล้องคือ แผลเล็ก อาการปวดหลังผ่าตัดน้อย ฟื้นตัวเร็ว และลดผลกระทบต่อเนื้อเยื่อรอบข้อเข่า อย่างไรก็ตาม หลังผ่าตัดจำเป็นต้องทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ข้อเข่ากลับมาแข็งแรงและมั่นคงในระยะยาว

หากมีอาการเข่าลั่น เข่าหลวม หรือปวดบวมหลังบาดเจ็บ ควรรีบพบแพทย์เพื่อประเมินอาการและวางแผนการรักษาให้เหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงต่อปัญหาระยะยาวในอนาคต

หนึ่งมื้อที่ดี กินให้พอดี กินให้ครบ เคล็ดลับง่ายๆ เพื่อสุขภาพดี

22 กันยายน 2569 เวลา 06:00 น.

หากพูดถึงการดูแลสุขภาพในปัจจุบัน จะเห็นได้ว่าเทรนด์การใช้ชีวิตของคนไทยเปลี่ยนแปลงไปมาก โดยคนหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองมากขึ้น จนกลายเป็นสังคม Healthy เพื่อหวังมีชีวิต Longevity หรือการมีอายุยืนให้สุขภาพดีทั้งกายและใจ ซึ่งต้องมีวินัยทั้งในเรื่องการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การพักผ่อนให้เพียงพอ รวมถึงการปรับ Mindset เพื่อสร้างสุขภาพจิตที่แข็งแรง เพราะทุกอย่างล้วนเชื่อมโยงกันและส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว

นอกจากการออกกำลังกายผ่านกิจกรรมที่หลากหลายตามความชื่นชอบของแต่ละบุคคลเพื่อสร้างสุขภาพดีแล้ว การเลือกรับประทานอาหารก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ต้องให้ความใส่ใจ เพราะอาหารมีบทบาทสำคัญต่อการเสริมสร้างสุขภาพจากภายใน

หนึ่งมื้อที่ดี กินให้พอดี กินให้ครบ เป็นเคล็ดลับง่ายๆ ที่จะทำให้สุขภาพดี ควรกินอาหารครบ 5 หมู่ โดยในแต่ละมื้อควรได้รับสารอาหารที่เพียงพอและสมดุล โดยให้ร่างกายได้รับโปรตีนเพื่อช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย รวมถึงคาร์โบไฮเดรต ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานสำหรับร่างกาย และยังต้องการวิตามิน แร่ธาตุ ใยอาหาร อีกด้วย สามารถใช้การกำหนดปริมาณอาหารที่มีความเหมาะสมต่อมื้อได้ด้วยหลัก 2 : 1 : 1 ซึ่งมีการแบ่งสัดส่วนของจาน อาหารเป็นผัก 2 ส่วน หรือครึ่งหนึ่งของจาน ข้าวหรือแป้ง 1 ส่วน และเนื้อสัตว์ 1 ส่วน  พร้อมกับการดื่มน้ำให้เพียงพอ เฉลี่ยประมาณ 6 – 8 แก้วต่อวัน

สุขภาพดี ถือเป็นกุญแจสำคัญของชีวิต หากกินน้อยเกินไปอาจทำให้ร่างกายขาดสารอาหาร และหากทานมากเกินไปอาจนำไปสู่ปัญหาน้ำหนักเกิน โดยการกินอาหารให้เพียงพอและได้สารอาหารครบต่อมื้อ ช่วยให้ร่างกายมีพลังงานมีแรง ลดความอ่อนล้าได้

แต่ด้วยการใช้ชีวิตของคนไทยที่แข่งขันกับเวลา ซึ่งต้องการความสะดวกในการทานอาหารเพื่อได้ทำกิจกรรมอื่น ๆ ต่อไปได้อย่างรวดเร็ว กิฟฟารีน (Giffarine) แบรนด์สุขภาพและความงามสัญชาติไทย เข้าใจในไลฟ์สไตล์คนไทยเป็นอย่างดี จึงพัฒนา “ฟิตต์ มีล บาย กิฟฟารีน” (Fitt Meal By Giffarine) ซึ่งเป็น ผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหาร รสชาเขียวมัทฉะ (อาหารควบคุมหรือลดน้ำหนัก)หรือ “Meal Replacement Matcha Green Tea Flavor” ที่ตอบโจทย์เรื่องความอิ่มท้องและได้สารอาหารครบถ้วน ที่มาพร้อมรสชาเขียวมัทฉะ รสชาติยอดนิยมในปัจจุบัน ให้ความหอมมัทฉะแท้จากญี่ปุ่น เพื่อเป็นตัวช่วยจัดการมื้อที่เร่งรีบให้เป็นมื้อคุณภาพ และสายสุขภาพ รวมทั้งคนที่ให้ความสำคัญเรื่องสารอาหาร  สำหรับผู้ที่ใส่ใจดูแลรูปร่างหรือควบคุมน้ำหนัก

1 ซอง แทนอาหาร 1 มื้อ ได้รับสารอาหารครบ 5 หมู่  โปรตีนสูง ด้วยโปรตีนจากถั่วเหลือง กรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วน และมี BCAAs ที่ดีต่อกล้ามเนื้อ, คาร์บย่อยง่าย ใยอาหารสูง ให้พลังงานดีตลอดทั้งวัน โดยเลือกคาร์โบไฮเดรต จากผงข้าวโอ๊ตที่ผ่านการย่อย ทำให้ร่างกายดูดซึมได้ง่าย และน้ำตาลมะพร้าวที่มีดัชนีน้ำตาลต่ำ  พร้อมทั้งมีใยอาหารสูง จากโพลีเด็กซ์โตรส และอินูลิน ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นพรีไบโอติก ที่ดีต่อระบบขับถ่าย, แหล่งอาหารไขมันดี โดยมีกรดไขมันจำเป็น จากน้ำมันมะพร้าวและน้ำมันทานตะวัน ให้กรดไขมันจำเป็นที่ดีต่อสุขภาพ  และมีโอเมก้า 3 จากถั่วเหลือง, วิตามินครบ โดยมีวิตามิน 13 ชนิด ทั้ง Vitamin B1, B2, B3, B5, B6 และ B12 รวมถึง Vitamin A, C, D, E และ Vitamin K  กรดโฟลิก และไบโอติน ครบใน 1 ซอง , เติมแร่ธาตุสำคัญให้ร่างกาย ด้วยแร่ธาตุ 11 ชนิด ได้แก่ แคลเซียม แมกนีเซียม สังกะสี ทองแดง แมงกานีส ไอโอดีน เหล็ก ซีลีเนียม โซเดียม ฟอสฟอรัส และ โพแทสเซียม

สำหรับ “ฟิตต์ มีล รสชาเขียวมัทฉะ” ผู้ทานอาหารเจ มังสวิรัติ สามารถทานได้โดยไม่มีส่วนผสมจากสัตว์และนมวัว มี Lactose free ผู้แพ้แลคโตสในนมวัวทานได้เช่นกัน รวมถึงไม่มีคอเลสเตอรอล ไม่แต่งสีสังเคราะห์ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกและได้สารอาหารครบ ผู้ที่ดูแลรูปร่าง ต้องการควบคุมน้ำหนัก ผู้ที่ออกกำลังกาย ต้องการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ผู้ที่ต้องการลดการทานโปรตีนจากเนื้อสัตว์ ทานง่ายเพียงผสมด้วยน้ำเย็น น้ำอุณหภูมิห้อง หรือน้ำอุ่น 250 มล. และเชคให้ผงละลาย เติมน้ำแข็งดื่มได้ตามชอบ รสชาติอร่อย กลมกล่อม และอิ่มท้องนาน

เพราะการทานอาหารที่ดี พร้อมการดูแลรูปร่าง ต้องไม่ควรอดเพราะนั่นอาจเป็นการทำร้ายสุขภาพตัวเองทางอ้อม ควรทานอาหารให้เพียงพอเพื่อร่างกายได้มีแรง มีตัวช่วยให้อิ่มท้องนาน สายมัทฉะห้ามพลาด!!! นอกจากฟินกับ “ฟิตต์ มีล รสชาเขียวมัทฉะ” แล้ว ยังมีอีก 5 รสชาติ ให้ได้เลือกตามชอบ ทั้ง รสโกโก้  รสกาแฟ  รสสตรอเบอร์รี่ รสกล้วย และ รสชาไทย ซึ่งทุกรสชาติคุณภาพแน่นซอง ให้สารอาหารครบทั้ง 5 หมู่เช่นกัน

คุณแหน : 22 กันยายน 2569

22 กันยายน 2569 เวลา 05:00 น.

ll ประธานาธิบดีทรัมป์ ยึดมั่นในปรัชญาของจักรวรรดิโบราณ “MIGHT IS RIGHT” นัยว่าพลังอำนาจที่เหนือกว่าคือความถูกต้อง บนโต๊ะเจรจาฝ่ายแข็งแกร่งกว่าจะเป็นผู้กำหนดเงื่อนไขต่างๆที่ฝ่ายตรงข้ามต้องจำนนในที่สุด สองวันก่อนภาพที่ปรากฏชัดเจนเหลือเกิน ทรัมป์ และคณะเดินทางเป็นส่วนตัวไปร่วมการแข่งขันกอล์ฟไฟนอล IRISH OPEN แต่การต้อนรับตั้งแต่สนามบินนอกกรุงดับลินช่างเป็นระเบียบเรียบร้อยอย่างเป็นทางการ เริ่มด้วยนายกรัฐมนตรีและข้าราชการผู้ใหญ่เข้าแถวรอรับที่สนามบินระหว่างเครื่องบิน Air Force 1 ทัชดาวน์และแท็กซี่มาจนถึงจุดจอด หลังพิธีต้อนรับอย่างอบอุ่นทรัมป์รีบเดินตรงไปขึ้นเครื่องซุปเปอร์ ฮ. Marine 1 พร้อม ฮ. อีกหลายลำในขบวนเพื่อมุ่งหน้าสู่สนามกอล์ฟของเขา สื่อไฮแลนด์ ระบุว่าการมาเยือนครั้งนี้ของทรัมป์ประเทศต้องใช้จ่ายระดมซิเคียวริตี้ทุกหน่วยมโหฬารที่สุด การเดินทางโดยขบวนรถมอเตอร์เคทของทรัมป์ได้รับการคุ้มครองเป็นพิเศษโดยน่านฟ้าจะถูกกำหนดเป็นเขตห้ามบิน บรรดาเกจิการเมืองอเมริกันเกิดพิศวงว่าในช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง ในสหรัฐฯ ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจะคิดอย่างไรที่ประมุขของเขาตระเวนทัวร์ต่างประเทศเปิดสนามกอล์ฟหรูสำหรับมหาเศรษฐี ในขณะที่อเมริกันชนผจญกับปัญหาปากท้องทั้งน้ำมันและข้าวของแพงหูฉี่ปานนั้น …

ll ส่งอุณหภูมิไวรัลพุ่งกระฉูด ก็ข่าว อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ นอกจากจะมีผลในวงกว้างเกี่ยวกับความศรัทธาของประชาชนแล้ว ยังส่งผลให้ผู้อนุรักษ์วัตถุมงคลของวัดฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชุดวัตถุมงคลเหรียญ “เหนือดวง” ซึ่งตลอดเวลาหลายปีมานี้ครองความนิยมเป็นเอกอุไม่มีสอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหรียญทองคำอาจมีมูลค่าได้สูงถึง 5 ล้านบาท ส่วนที่โจษกันว่านายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ก็มีไว้บูชาเช่นกัน อันนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกคนระดับนายกฯ มีผู้คนคุ้นเคยนำวัตถุมงคลรูปแบบต่างๆมามอบให้เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ ฯพณฯ ถ้าอยากรู้จริงเรื่องวัตถุมงคลของท่านนายกฯ บารอนเนส จะแย้มให้ทราบ ก่อนอื่นต้องถือว่า ท่านนายกฯ อนุรักษ์พระเครื่องพระบูชาอย่างจริงจังมาตั้งแต่วัยหนุ่มแล้ว พระเครื่องแบบคลาสสิกยุคต่างๆท่านมีในครอบครองครบ และให้ความสนใจศึกษาพิมพ์พระแต่ละตระกูลอย่างแตกฉาน จึงมีโอกาสเลือกสะสมองค์สวยชัดชนิดที่เรียกว่า “สวยแชมป์”… แต่น้อยคนจะรู้ว่าภายในกรุของท่านๆ มีความผูกพันตลอดมามากที่สุดจะเป็นพระเครื่องสององค์ต่างยุคสมัยกัน องค์แรกคือ พระรอดกรุวัดมหาวัน อายุสร้างนับพันปีเป็นศิลปะศรีวิชัย องค์ที่สองคือ พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ มีจุดเด่นน่าสังเกตคือด้านหลังพระมีเงาบางๆเป็นรูปใบโพธิ์ ในวงการพระเครื่องยกย่องกันว่า สวยแชมป์มาก…

ll อ.ดนู ฮันตระกูล แจ้งว่า คอนเสิร์ต”วันเผด็จศึก” ดนู ฮันตระกูล ไหมไทยออร์เคสตรา เลื่อนจาก วันที่ 4 ต.ค. มาเป็น 20 ธ.ค.ที่ศูนย์วัฒนธรรม หอประชุมเล็ก…ทราบแล้วเปลี่ยน…

ll เมื่อตอนต้นเดือนนี้ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล ธานี แสงรัตน์ เชิญเครือข่ายในเกาหลี ร่วมต้อนรับ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำสาธารณรัฐเกาหลี นาง Michelle Park Steel ณ ทำเนียบเอกอัครราชทูตฯ ในโอกาสที่เข้ารับตำแหน่งใหม่ ซึ่ง ท่านออท.ธานี ฯ ได้เชิญผู้แทนระดับสูงจากรัฐบาล และรัฐสภาเกาหลี คณะทูต ผู้นำภาคเอกชนและสื่อมวลชน เพื่อเข้าหารือในประเด็นที่สำคัญ โดย ท่านออท.ธานี ได้กล่าวว่า ท่านเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ เคยเป็นผู้สนับสนุนสำคัญของชุมชนไทยในสหรัฐฯมาโดยตลอด(สมัยที่ท่านออท.ธานีฯดำรงตำแหน่ง ออท. ณ กรุงวอชิงตัน) รวมทั้งได้ย้ำความสำคัญของความสัมพันธ์และเป็นพันธมิตรสาธารณรัฐเกาหลี-สหรัฐฯ และ ไทย-สหรัฐฯต่อเสถียรภาพของคาบสมุทรเกาหลีและอินโด-แปซิฟิก อีกด้วย…

ll พลังคนไทยในสหรัฐฯ รวมใจส่งกำลังใจให้ น้องเนเน่ สาวน้อยมหัศจรรย์ชาวไทย ที่เข้าชิงชัยในรอบชิงชนะเลิศ America’s Got Talent ในวันที่ 22-23 ก.ย.69 โดย ก่อนถึงวันชิงชัย ท่านกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส สมภพ เสริมสวัสดิ์ศรี ได้จัดประชุมพี่น้องชาวไทยจาก แอลเอ และเมืองต่างๆทั่วสหรัฐฯ ทั้งในสถานที่และทางออนไลน์ ล่วงหน้า เพื่อเตรียมความพร้อมต้อนรับ น้องเนเน่ และทำความเข้าใจเกี่ยวกับการโหวตคะแนนในรอบชิงชนะเลิศอย่างถูกต้อง ซึ่งสะท้อนให้เห็นพลังความร่วมมือและแรงสนับสนุนจากชุมชนไทยทั้งประเทศสหรัฐฯอย่างเปี่ยมล้น ทั้งนี้หนึ่งเสียงเชียร์มีความหมาย พลังจากคนไทยทั้งสหรัฐฯคือกำลังใจที่ยิ่งใหญ่ ทั้งหมดทั้งมวลจึงได้ร่วมมือ-ร่วมใจส่งกำลังใจและเสียงโหวต เพื่อให้ น้องเนเน่ สู้ให้สุด แล้วไปให้ถึงฝัน…ซึ่งเราก็จะได้รู้กันในวัน-สองวันนี้แล้ว !!…


บารอนเนส

ศูนย์คุณธรรมเตรียมเปิดเวทีตั้งคำถาม เมื่อโลกบีบให้ ‘ตัวใครตัวมัน’ เราจะยังอยู่รอดไปด้วยกันได้หรือไม่?

21 กันยายน 2569 เวลา 19:11 น.

ในวันที่โลกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งเศรษฐกิจ การแข่งขันระหว่างประเทศ เทคโนโลยี และการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของ AI คำว่า “เอาตัวรอด”กำลังกลายเป็นโจทย์ที่คนจำนวนมากต้องเผชิญในชีวิตประจำวัน เมื่อแรงกดดันรอบตัวผลักให้แต่ละคนต้องคิดถึงความอยู่รอดของตัวเองมากขึ้น คำถามสำคัญจึงไม่ได้มีเพียงว่า “เราจะรอดอย่างไร” แต่คือ “เราจะรอดอย่างไร โดยไม่ทิ้งความเป็นมนุษย์ไว้ข้างหลัง”

ประเด็นดังกล่าวถูกหยิบขึ้นมาชวนสังคมตั้งคำถามในเวทีประชุมวิชาการประจำปี 2569 “THE MORAL SURVIVAL : นิยามคุณธรรมในโลกที่บีบคั้นให้เราเอาตัวรอด” ซึ่งจัดโดย ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ซึ่งชวนมองโลกผ่าน 3 แรงกดดันสำคัญ ทั้งระดับโลก ระดับธรรมชาติ และระดับความสัมพันธ์ เมื่อผู้คนจำนวนมากกำลังถูกผลักเข้าสู่ภาวะ “Survival Mode” ที่การรักษาความอยู่รอดของตัวเองอาจมีความสำคัญมากขึ้น ขณะที่การทำสิ่งที่ถูกต้อง การเห็นอกเห็นใจ การแบ่งปัน และการรับผิดชอบต่อผู้อื่น อาจกลายเป็นสิ่งที่มี “ต้นทุน” สูงขึ้นตามไปด้วย

เวทีเริ่มต้นด้วย MORALITY IN SURVIVAL MODE : “คุณธรรมไทยในโลกที่บีบคั้นให้ต้องรอด”โดย รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม ชวนสำรวจสถานการณ์คุณธรรมของสังคมไทย พร้อมตั้งคำถามว่า เมื่อบริบทของการใช้ชีวิตเปลี่ยนไป คุณธรรมที่สังคมไทยให้ความสำคัญจะสามารถทำหน้าที่เป็นหลักยึดในวันที่ผู้คนต้องเผชิญกับแรงกดดันรอบด้านได้อย่างไร

จากนั้นเข้าสู่ SURVIVE THE CLIMATE : “เมื่อภูมิอากาศวิกฤต เราจะผ่านความลำบากไปด้วยกันอย่างไร” ร่วมแลกเปลี่ยนโดย สฤณี อาชวานันทกุล ผู้อำนวยการ Climate Finance Network Thailand (CFNT) และ ชณัฐ วุฒิวิกัยการ คอนเทนต์ครีเอเตอร์และนักรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม ที่ชวนมองวิกฤตภูมิอากาศในฐานะโจทย์ความเป็นธรรม เพราะต้นทุนของการเอาตัวรอดจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ตกอยู่กับทุกคนเท่ากัน ตั้งแต่ประเด็น Climate Injustice ไปจนถึงการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและความยั่งยืนที่ต้องคำนึงถึงการกระจายต้นทุนและประโยชน์อย่างเป็นธรรม

ช่วงบ่ายเข้าสู่ประเด็นใกล้ตัวมากขึ้นใน SURVIVE TOGETHER : “เมื่อโลกบีบให้เราต้องรอด เราจะยังรักษาความสัมพันธ์และโอบกอดกันได้อย่างไร”โดย ศ.ดร.ชลิดาภรณ์ ส่งสัมพันธ์ นักวิชาการ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และโฮสต์รายการ Open Relationship ร่วมกับ ณัฐธีร์ โกศลพิศิษฐ์ พิธีกร คุณพ่อลูก 4 และผู้ก่อตั้งเพจ Around the Learn ชวนสำรวจว่าแรงกดดันทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และความเปลี่ยนแปลงของสังคม กำลังเปลี่ยนนิยามของความสัมพันธ์และคุณธรรมอย่างไร ตั้งแต่ต้นทุนของการสร้างครอบครัว ความแตกต่างระหว่างคนต่างวัย ไปจนถึงโลกออนไลน์และอัลกอริทึมที่ทำให้ผู้คนอยู่ใน “โลกความจริง” ที่แตกต่างกัน

ในวันที่ AI และเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตมากขึ้น คำถามเรื่องคุณธรรมอาจไม่ได้อยู่เพียงที่ “อะไรถูกหรือผิด” แต่รวมถึงว่าเราจะรับฟัง เคารพความแตกต่าง และวางขอบเขตในความสัมพันธ์อย่างไร เพื่อให้การอยู่ร่วมกันไม่กลายเป็นเพียงการ “อดทน” ต่อกัน แต่เป็นการอยู่ร่วมกันบนพื้นฐานของความเคารพและความเท่าเทียม

ปิดท้ายด้วย SURVIVE THE WORLD : “เมื่อโลกบอก ‘ตัวใครตัวมัน’ เราจะอยู่ร่วมกันอย่างไร” โดย ธนา เธียรอัจฉริยะ นักบริหารและนักคิด และ รศ.ดร.จิตติภัทร พูนขำ รองคณบดีฝ่ายวิชาการและวิเทศสัมพันธ์ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ชวนมองแรงกดดันจากภูมิรัฐศาสตร์ สงครามการค้า มาตรการภาษี การเปลี่ยนแปลงจาก AI และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ซึ่งกำลังท้าทายทั้งประเทศไทย ภาคธุรกิจ และผู้คนให้ต้องตัดสินใจระหว่าง “ความอยู่รอด” กับ “ความรับผิดชอบ”

โดยเฉพาะในโลกธุรกิจที่การแข่งขันอาจทำให้การเลือกทำในสิ่งที่ถูกต้องไม่ใช่ทางเลือกที่ง่ายที่สุด รวมถึงคำถามเรื่องความไว้วางใจและความรับผิดชอบของประเทศในเวทีโลก จึงนำไปสู่คำถามสำคัญว่า ในวันที่โลกผลักให้ทุกคนต้องคิดถึงตัวเองก่อน เราจะยังรักษาคุณธรรมที่ทำให้สังคมสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างไร

ทั้งหมดนี้สะท้อนโจทย์ใหญ่ของ THE MORAL SURVIVAL ที่ไม่ได้ชวนสังคมมาคิดเพียงว่า “คนดีควรทำอะไร” แต่ชวนมองให้ลึกไปถึง เงื่อนไขของสังคมที่กำลังทำให้การเป็นคนดีมีต้นทุนสูงขึ้น และหาคำตอบว่า เราจะออกแบบวิธีการเอาตัวรอดที่ยังเหลือพื้นที่ให้ความรับผิดชอบ ความเห็นอกเห็นใจ และการเคารพผู้อื่นได้อย่างไร เพราะท้ายที่สุด การเอาตัวรอดอาจไม่ใช่เรื่องของการที่“ใครจะรอดก่อน”แต่เป็นคำถามว่า เราจะสร้างวิธีการอยู่รอดที่ทำให้ผู้คนยังสามารถรอดไปด้วยกันได้หรือไม่และที่สำคัญที่สุดคือ “เราจะรอดอย่างไร โดยไม่ทิ้งความเป็นมนุษย์ไว้ข้างหลัง”

เวที THE MORAL SURVIVAL นิยามคุณธรรมในโลกที่บีบคั้นให้เราเอาตัวรอด มีผู้ร่วมแลกเปลี่ยนจากหลากหลายแวดวง เพื่อเปิดพื้นที่ให้สังคมร่วมกันถอดรหัส “คุณธรรม” ในวันที่โลกกำลังบีบให้เราต้องเอาตัวรอด

6 ภาคี สสธวท ตลาดหลักทรัพย์ กระทรวงพม. หอการค้าไทย สมาคมธนาคารไทย และสอดย. จัดอบรมโครงการรณรงค์สร้างวินัยทางการเงิน ปีที่11

21 กันยายน 2569 เวลา 16:24 น.

คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล  ประธานสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย ในราชินูปถัมภ์ (สสธวท) ชนก จันทาทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นประธานเปิดงานอบรม “โครงการรณรงค์สร้างวินัยทางการเงิน 6 ภาคี” ได้แก่ สหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย ในราชินูปถัมภ์ (สสธวท) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์   ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  หอการค้าไทย  สมาคมธนาคารไทย และสภาองค์การพัฒนาเด็กและเยาวชนในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี    เป็นปีที 11  อย่างต่อเนื่อง โดยมี วรกฤต จารุวงศ์ภัค เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย  โกวิท ผกามาศ รองประธานกรรมการพัฒนาพัฒนาสังคม และcsrหอการค้าแห่งประเทศไทย   ฐิตินันท์ วัธนเวคิน ประธานดำเนินงานโครงการรณรงค์สร้างวินัยทางการเงิน ลัดดาวัลย์ จงวิศาล รองประธานคณะกรรมการอำนวยการสภาองค์การพัฒนาเด็กและเยาวชนในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (สอ.ดย.)   วัชรี ศรีตระกูล รองประธานดำเนินการโครงการรณรงค์สร้างวินัยทางการเงิน ร่วมงาน

คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล  ประธานสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย ในราชินูปถัมภ์ (สสธวท)

ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ในวันแรกของการอบรม มี ชยุต ปริญญาธนกุล เป็นวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ อบรมหลักสูตร ก้าวสู่คัมภีร์พี่เลี้ยงการเงิน  ด้วยเนื้อหา : ทำไมต้องวางแผนการเงิน / ชี้เป้าหมายเป็น เห็นทางสว่าง / ติดอาวุธการเงิน /Happy Money สร้างง่าย ๆ ได้อย่างไร

ชนก จันทาทอง   ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

วันที่สอง นฤมล บุญสนอง เป็นวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ อบรมต่อยอดความรู้การลงทุน หัวข้อ “อัปเดตเทรนด์ 2H2026 สร้างพอร์ตแกร่ง รับมือความผันผวน”เนื้อหา : ชีวิต คือการลงทุน / รู้จักตลาดและผลิตภัณฑ์การลงทุน / รู้จักตัวเอง รู้จักเลือกหลักทรัพย์ / ทิศทางการ ลงทุนตลาดหุ้น ช่วงครึ่งปีหลัง 2026 / ธีมการลงทุน (Thematic Investing) ที่น่าสนใจ  เน้นการสอนที่ไม่เครียด สร้างบรรยากาศที่สนุกสนาน มีการร่วมมือ ปรบมือ และมีส่วนร่วมตลอดการบรรยาย มีผู้ร่วมรับฟัง ขณะเดียวกันก็ยังมีการเสวนาจากนายกองค์กรสมาชิก สสธวท ซึ่งในปีที่ผ่านมาทุกคนลุกขึ้นจัดโครงการรณรงค์สร้างวินัยทางการเงิน ในแต่ละจังหวัด กว่า 16 องค์กรใน 16 จังหวัดทั่วประเทศ ขยายผลกระจายไปในทุกหน่วยงานองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนในจังหวัดของตนเองรวมทั้งทหารตำรวจในวันอบรมก็ได้เชิญแต่ละท่านมา เสนอผลการแนวคิดและผลลัพธ์จากการดำเนินการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ให้กับผู้เข้าร่วมอบรมภายในงานในครั้งนี้  โดยมีผู้ร่วมเข้าร่วมงานอบรมจำนวนกว่า  200 คน  ณ ห้องประชุมศาสตราจารย์สังเวียน  อินทรวิชัย   ตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทย รัชดาภิเษก

วัชรี ศรีตระกูล  รองประธานโครงการฯ, วรกฤต จารุวงศ์ภัค  ลขาธิการสมาคมธนาคารไทย , พนิดา  ชอบวณิชา ที่ปรึกษาสหพันธ์ฯ, โกวิท ผกามาศ รองประธานกรรมการพัฒนาพัฒนาสังคม และcsrหอการค้าแห่งประเทศไทย, ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ประธานสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย (สสธวท), ชนก จันทาทอง   ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, จรรย์สมร วัธนเวคิน ที่ปรึกษาสหพันธ์ฯ, ฐิตินันท์ วัธนเวคิน ประธานดำเนินงานโครงการรณรงค์สร้างวินัยทางการเงิน 6 ภาคี, พรรณวดี ลดาวัลย์ ณ อยุธยา และลัดดาวัลย์ จงวิศาล รองประธานคณะกรรมการอำนวยการสภาองค์การพัฒนาเด็กและเยาวชนในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

มอบรางวัลเกียรติคุณนำร่อง ให้กับ ผู้นำหน่วยงานที่เข้าอบรม และนายกสธวท ซึ่งในปีที่ผ่านมา จัดโครงการรณรงค์สร้างวินัยทางการเงินในแต่ละจังหวัดของตน

คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล เปิดเผยว่า สำหรับปีนี้ ปัญหาหนี้สินและความมั่นคงทางการเงินยังคงเป็นความท้าทายสำคัญของคนไทย ท่ามกลาง  ค่าครองชีพที่สูงขึ้น ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และการเปลี่ยนแปลงของสังคม   การสร้างความมั่นคงทางการเงิน ไม่ใช่เพียงการช่วยแก้ปัญหาหนี้ แต่คือการสร้าง “ภูมิคุ้มกัน” ให้คนสามารถบริหารชีวิตและอนาคตของตนเองได้  และวันนี้ เรากำลังก้าวเข้าสู่ ปีที่ 11 จึงเป็นจังหวะสำคัญของการรสร้างสังคมไทยที่มีวินัยทางการเงิน และร่วมกันก้าวไปสู่  “ประเทศแห่งความมั่นคงทางการเงินและ   ปลอดหนี้อย่างยั่งยืน”    โดยทางสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย ในราชินูปถัมภ์ (สสธวท) และ องค์กรสมาชิก24 จังหวัด ทั่วประเทศ ยังคงร่วมจัดงานโครงการรณรงค์สร้างวินัยทางการเงินอย่างต่อเนื่องในปีต่อไป เพื่อขยายผลไปยังองค์กร และชุมชน ในวงกว้าง

ภาพรวมผู้นำองค์กร 6ภาคี ประธานที่ปรึกษา คณะกรรมการ ประธานดำเนินโครงการ วิทยากรพี่เลี้ยง และผู้ร่วมเข้าร่วม จำนวน 210 คน

20 ปี ศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ พลิกโฉมเวชศาสตร์นิวเคลียร์ไทย สืบสานพระปณิธานองค์ประธานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ สู่ความเป็น “Frontier” แห่งบริการสุขภาพระดับสากล

21 กันยายน 2569 เวลา 16:14 น.

ศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ฉลองวาระครบรอบ 20 ปีแห่งการก่อตั้ง ตอกย้ำการเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเทคโนโลยีการแพทย์ระดับสูงของประเทศไทย ทั้งนี้ศูนย์แห่งนี้ก่อกำเนิดขึ้นจากรากฐานแห่งพระปณิธานอันแน่วแน่ของ ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานและนายกสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ผู้ทรงก่อตั้งโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โดยทรงมุ่งหวังให้ศูนย์แห่งนี้เป็นที่พึ่งทางสุขภาพของผู้ป่วยโรคมะเร็งและโรคซับซ้อน เพื่อให้คนไทยสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีการตรวจวินิจฉัยและรักษาที่ทันสมัยทัดเทียมระดับสากลได้อย่างทั่วถึง โดยไม่ต้องเดินทางไปรักษาตัวยังต่างประเทศ ตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมา ศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ ได้ดำเนินงานตามแนวพระดำริจนก้าวสู่หมุดหมายสำคัญในการเป็น “Frontier” แห่งบริการสุขภาพ และผู้นำด้านเวชศาสตร์นิวเคลียร์ของไทยที่ไม่เคยหยุดนิ่ง ผ่านความเชี่ยวชาญและนวัตกรรมสำคัญ ได้แก่:

  1. ยกระดับมาตรฐานสู่ระดับโลก (EARL & QUANUM Accreditation) ศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ได้รับการรับรองเป็นศูนย์ความเป็นเลิศระดับสากล ทั้งในด้านกระบวนการสร้างภาพจากเครื่อง PET/CT และ PET/MRI รวมถึงกระบวนการให้บริการ Theranostics (นวัตกรรมการบูรณาการสารเภสัชรังสีเพื่อการวินิจฉัยและการรักษาโรคอย่างจำเพาะเจาะจง) ตามมาตรฐานสมาคมเวชศาสตร์นิวเคลียร์แห่งยุโรป นอกจากนี้ยังได้รับการตรวจรับรองคุณภาพระดับสากล QUANUM (Quality Management Audits in Nuclear Medicine Practices) โดยทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ขึ้นแท่นเป็นศูนย์ไซโคลตรอนที่มีมาตรฐานระดับสูงแห่งแรกของประเทศไทย
  2. นวัตกรรม “เทราโนสติกส์” (Theranostics): วินิจฉัยและรักษาแบบมุ่งเป้าในหนึ่งเดียว หนึ่งในก้าวสำคัญของศูนย์ฯ คือการพัฒนาไปสู่นวัตกรรม Theranostics (Therapeutics + Diagnostics) โดยฉีดสารเภสัชรังสีชนิดถ่ายภาพเพื่อค้นหาตำแหน่งเซลล์มะเร็งด้วยเพทสแกน จากนั้นจะใช้สารเภสัชรังสีที่มีโครงสร้างเคมีเหมือนเดิมทุกประการ แต่เปลี่ยนเป็นรังสีรักษาเพื่อเข้าไปทำลายเซลล์มะเร็งโดยตรง ช่วยทำลายเซลล์มะเร็งได้อย่างแม่นยำ มุ่งเป้า และลดผลกระทบต่อเนื้อเยื่อรอบข้างได้อย่างเห็นได้ชัด
  3. ก้าวนำด้วยนวัตกรรมสารเภสัชรังสีมากกว่า 27 ชนิด เพื่อการรักษาและการวินิจฉัยที่แม่นยำ ศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ ยกระดับการผลิตสารเภสัชรังสีได้มากกว่า 27 ชนิด ภายใต้มาตรฐานการผลิตยา GMP PIC/S และมาตรฐานการกระจายยา GDP PIC/S สำหรับใช้ภายในโรงพยาบาลและกระจายไปยังโรงพยาบาลต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาต่างประเทศ อาทิ นวัตกรรมรักษามะเร็งต่อมลูกหมากระยะแพร่กระจาย: โดยได้ดำเนินการวิจัย พัฒนา และผลิตสารเภสัชรังสี ลูทิเที่ยม (Lu-177 PSMA) ได้เองภายในประเทศภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยระดับสูง โดยควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยอย่างเข้มงวดทุกขั้นตอน เพื่อให้ได้สารเภสัชรังสีที่มีความปลอดภัยและจำเพาะเจาะจงสูงต่อเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมาก ช่วยลดการนำเข้าจากต่างประเทศ และทำให้ผู้ป่วยเข้าถึงนวัตกรรมการรักษาขั้นสูงได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยสารเภสัชรังสี ลูทิเที่ยม (Lu-177 PSMA) มุ่งเน้นสำหรับดูแลผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมากระยะแพร่กระจายที่ดื้อต่อฮอร์โมน ซึ่งผลการรักษาพบผู้ป่วยตอบสนองชัดเจนมากกว่า 50% และยืดระยะเวลารอดชีวิตเฉลี่ยสูงถึง 18 เดือน นอกจากนี้ ยังได้เปิด Clinical Trial การรักษามะเร็งต่อมลูกหมากระยะแพร่กระจายด้วยแอกติเนียม (Ac-225 PSMA) ร่วมกับโรงพยาบาลศิริราชเมื่อเดือนสิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา พร้อมทั้งยกระดับความแม่นยำในการวินิจฉัย โดยพัฒนาการตรวจมะเร็งแพร่กระจายไปกระดูกด้วย F-18 NaF PET/CT ที่ลดเวลาเข้ารับบริการเหลือเพียง 1 ชั่วโมง (ถ่ายภาพ 10 นาที) พร้อมให้ภาพคมชัดสูง และนวัตกรรม O-15 Water PET นวัตกรรมการตรวจประเมินภาวะเส้นเลือดหัวใจตีบแบบไม่รุกล้ำและไม่ต้องฉีดสารทึบรังสีโดยไม่จำเป็น ตลอดจนการพัฒนาสารเภสัชรังสี F-18 NOTA-Octreotide เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการวินิจฉัยเนื้องอกต่อมไร้ท่อ
  4. ก้าวสำคัญสู่นวัตกรรมการแพทย์สมองเสื่อม รองรับสังคมผู้สูงอายุ ต่อยอดความเชี่ยวชาญการผลิตสารเภสัชรังสีระยะยาว จากประสบการณ์อันยาวนานและความพร้อมของห้องปฏิบัติการในการวิจัยและผลิตสารเภสัชรังสีสมรรถนะสูงของศูนย์ฯ สู่ความพร้อมในการรองรับโจทย์ความท้าทายด้านสุขภาพของผู้สูงอายุไทย สำหรับการเดินหน้าพัฒนาและต่อยอดการผลิตสารเภสัชรังสีที่ใช้จำเพาะเจาะจงสำหรับการตรวจวินิจฉัยโรคสมองเสื่อมอย่างต่อเนื่อง เพื่อขับเคลื่อนสู่การเป็นศูนย์คัดกรองการวินิจฉัยโรคสมองเสื่อมอัลไซเมอร์และพร้อมรองรับการรักษาโดยใช้ยาแอนตี้อะไมลอยด์ (Anti-Amyloid therapy) อย่างเต็มรูปแบบ และการให้บริการชุดตรวจวินิจฉัยความผิดปกติของสมองที่ครอบคลุมความผิดปกติทางประสาทพยาธิวิทยา เพื่อให้การวินิจฉัยโรคอัลไซเมอร์หรือสมองเสื่อมชนิดอื่นๆ ด้วยความแม่นยำสูง อาทิ ตรวจการทำงานและเมตาบอลิซึมของสมอง (P9013 18F FDG PET brain) ตรวจหาคราบโปรตีนอะไมลอยด์ (P9014 18F FBB PET brain) ตรวจหาโปรตีนทาวในกลุ่มโรคสมองเสื่อม (P9017 18F PI2620 PET brain) และ ตรวจประเมินสารสื่อประสาทโดปามีนในสมอง (P9018 18F FDOPA PET brain) เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และเข้าสู่กระบวนการรักษาด้วยยาที่ตรงจุดเพื่อชะลอความรุนแรงของโรค
  5. ผู้นำเทคโนโลยี PET/MRI และ PET/CT แห่งแรกในประเทศไทย ยกระดับการตรวจวินิจฉัยโรคซับซ้อนด้วยการผสานพลังระหว่างเวชศาสตร์นิวเคลียร์ระดับโมเลกุลกับภาพถ่ายคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) คมชัดสูง ช่วยให้แพทย์ประเมินรอยโรคในระบบประสาท สมอง มะเร็งศีรษะและลำคอ มะเร็งตับ และมะเร็งอุ้งเชิงกรานได้อย่างจำเพาะเจาะจง พร้อมลดปริมาณรังสีที่ผู้ป่วยได้รับลงอย่างมีนัยสำคัญ
  6. วิสัยทัศน์สู่อนาคต มุ่งสู่ R&D Frontier ปี 2570 ตั้งเป้าหมายในการคิดค้นและผลิตสารเภสัชรังสีชนิดใหม่เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 2 ชนิดภายในปี 2570 เพื่อลดการนำเข้าจากต่างประเทศ และสร้างการพึ่งพาตนเองด้านเวชศาสตร์นิวเคลียร์ระดับชาติ พร้อมขับเคลื่อนสู่การเป็นศูนย์กลางด้านโรคสมองเสื่อมอย่างเต็มรูปแบบ รองรับการดูแลสุขภาพของคนไทยในยุคสังคมผู้สูงอายุอย่างยั่งยืน

ในวาระครบรอบ 20 ปี ศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ได้พิสูจน์ถึงศักยภาพการเป็นศูนย์ความเป็นเลิศที่บูรณาการนวัตกรรมด้านภาพวินิจฉัยและการรักษาทางเวชศาสตร์นิวเคลียร์แบบครบวงจร ทั้งการยกระดับมาตรฐานสากล EARL และ QUANUM การคิดค้นนวัตกรรม “Theranostics” ตรวจวินิจฉัยและรักษาแบบมุ่งเป้าในหนึ่งเดียว ตลอดจนความสามารถในการผลิตสารเภสัชรังสีคุณภาพสูงตามมาตรฐาน GMP/GDP PIC/S มากกว่า 27 ชนิด กระจายให้แก่โรงพยาบาลทั่วประเทศเพื่อลดการพึ่งพาต่างประเทศ ด้วยความพร้อมในการเปิดให้บริการทุกวันเพื่อลดระยะเวลารอคอยของผู้ป่วย และรองรับการส่งต่อจากโรงพยาบาลทั่วประเทศ สำหรับผู้ป่วยสามารถนัดหมายผ่านทาง LINE @petscanchulabhorn หรือโทรนัดหมายที่เบอร์ 096-091-8369 ศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าสนองพระปณิธานใน ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ที่ทรงวางรากฐานการดำเนินงานด้านวิทยาศาสตร์และการแพทย์ขั้นสูง เพื่อนำวิทยาการที่มีราคาแพงมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และส่งต่อโอกาสในการเข้าถึงการรักษาที่ดีที่สุดให้แก่ประชาชนคนไทยทุกระดับอย่างเท่าเทียมและยั่งยืน

โลกมายายังงดงาม! ‘ชาตรี อิน คอนเสิร์ต โลกมายา’ ปิดประวัติศาสตร์ความประทับใจหน้าใหม่ รวมตัว 5 สมาชิกในตำนาน

22 กันยายน 2569 เวลา 12:30 น.

ผ่านพ้นไปอย่างอบอุ่นและเปี่ยมด้วยความทรงจำ สำหรับปรากฏการณ์ทางดนตรีที่แฟนเพลงรอคอยใน “ชาตรี อิน คอนเสิร์ต โลกมายา” ณ ไอส์แลนด์ ฮอลล์ ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งจัดโดย บริษัท Snack Box Showbiz โดยงานนี้ถือเป็นการรวมตัวครั้งสำคัญที่สร้างรอยยิ้มและความอบอุ่นให้แก่แฟนเพลงยุคแผ่นเสียงได้อย่างล้นหลาม

บรรยากาศภายในคอนเสิร์ตอัดแน่นด้วยความประทับใจยาวนานเกือบ 5 ชั่วโมง เปิดฉากสุดล้ำด้วย VTR ภาพ AI จำลองสมาชิกวง “ชาตรี” ทั้ง 5 คนในวัยหนุ่มมาพบกับตัวจริงในยุคปัจจุบัน ก่อนที่ 4 สมาชิกออริจินัล นำโดย พี่แดง (นราธิป กาญจนวัฒน์), พี่ป้อม (คทาวุธ สท้านไตรภพ), พี่ยุ่น (ประยูร เมธีธรรมนาถ) และ พี่ปุ้ย (อนุสรณ์ คำเกษม) จะปรากฏตัวในชุดสูทขาวงามสง่า ขับกล่อมบทเพลง “โลกมายา” และ “ชีวิตใหม่” เรียกเสียงปรบมือต้อนรับสนั่นฮอลล์

เติมความคึกคักด้วยเสียงนุ่มๆ ของ ดีเจโจ้ เฉลิมศักดิ์ อังศุพันธุ์ ที่มารับหน้าที่ดีเจเฉพาะกิจดำเนินรายการ “หรรษาชาตรี” พาแฟนเพลงย้อนวันวานผ่านการตอบจดหมาย และนำเข้าสู่ช่วงบทเพลงฮิตที่พี่ๆ วงชาตรียกขบวนมาเสิร์ฟแบบจัดเต็มร่วม 50 เพลง อาทิ จากไปลอนดอน, แฟนฉัน, สู่เรือนรัก, รักครั้งแรก, คือความรัก, สักขีเจ้าพระยา รวมถึงเพลงสร้างรอยยิ้มอย่าง ตี๋เฉินหลง ที่พี่ยุ่นโชว์ลีลามวยจีนพร้อมมินิฮาร์ทและแจกเมล็ดผักให้แฟนๆ นำกลับไปปลูกเป็นกิมมิคน่ารักๆ

นอกจากนี้ยังเติมเต็มด้วยแขกรับเชิญคนพิเศษ “พี่เหมา” ประเทือง อุดมกิจนุภาพ ซุปเปอร์วีไอพีที่มาถ่ายทอดเพลง อ้อนรัก พายุรัก รวมถึงเพลงฮิต สัญญาใจ พร้อมเล่าเบื้องหลังของบทเพลงนี้ที่พี่แดง นราธิป ตั้งใจแต่งเพื่อมอบให้แด่ความรักสุดโรแมนติกของพี่เหมาโดยเฉพาะ ต่อด้วยแขกรับเชิญคนถัดมา ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง ที่มาร่วมถ่ายทอดบทเพลงอันคุ้นเคย หากจะรัก และ อย่าลืมฉัน ที่เคยร้องไว้ในอัลบั้ม Touch my life และการปรากฏตัวครั้งแรกของ คุณไก่ “วันทนา วุฒากร” แฟนเพลงผู้เคยฝากฝีมือการแต่งเนื้อร้องเพลงฮิตระดับตำนานอย่าง ยากยิ่งนัก, รักครั้งแรก, บทเรียนรัก, ไร้คู่, รักไม่เป็น, รักต้องตอบด้วยรัก ฯลฯ ตั้งแต่วัยเพียง 14-15 ปี พร้อมด้วยโมเมนต์สุดอบอุ่นกับการเซอร์ไพรส์เค้กวันเกิดย้อนหลังให้แก่ พี่แดง นราธิป ท่ามกลางความยินดีของเพื่อนสมาชิกและแฟนเพลงทั้งฮอลล์

ปิดท้ายค่ำคืนแห่งความสุขด้วยความประทับใจไม่รู้ลืม กับการแจกลายเซ็นอย่างใกล้ชิดจากสมาชิกวงชาตรี ส่งสัญญาณความหวังให้แฟนๆ ได้ตั้งตารอการกลับมาพบกันแบบพร้อมหน้าพร้อมตาทั้ง 5 คนอีกครั้งในอนาคตอันใกล้นี้

#ชาตรีอินคอนเสิร์ตโลกมายา #snackboxshowbiz #แฟชั่นไอส์แลนด์ #วงชาตรี

5 หนังสั้นคว้ารางวัลVIPA Pitching Project 2026 สะท้อนพลังคนธรรมดาผ่านมุมมองคนรุ่นใหม่ ดูฟรีที่ VIPA.me

22 กันยายน 2569 เวลา 12:33 น.

ไทยพีบีเอส โดย VIPA ประกาศผล VIPA Pitching Project 2026 หนังสั้น “BOSS ROOM ห้องของบอส” คว้ารางวัลชนะเลิศ สะท้อนพลังการเล่าเรื่องของคนรุ่นใหม่ ภายใต้แนวคิด “The Power of Human: Behind the Scenes เบื้องหลัง…พลังคนธรรมดา” พร้อมต่อยอดผลงานสู่การเผยแพร่บนแพลตฟอร์ม VIPA และโอกาสร่วมสร้างสรรค์ผลงานกับไทยพีบีเอสในอนาคต

องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส โดย VIPA ประกาศผล VIPA Pitching Project 2026 เวทีพัฒนานักสร้างสรรค์รุ่นใหม่อายุ 18–23 ปี โดยมี 5 ผลงานจาก 20 ทีมรอบสุดท้ายคว้ารางวัล จากการนำเสนอเรื่องราวของผู้คนและสิ่งรอบตัวผ่านมุมมองที่หลากหลาย ภายใต้แนวคิด “The Power of Human: Behind the Scenes เบื้องหลัง…พลังคนธรรมดา” ณ คอนเวนชันฮอลล์ ชั้น 2 อาคาร D ไทยพีบีเอส เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2569

รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ “BOSS ROOM ห้องของบอส” โดยทีม FYPT รับเงินรางวัล 50,000 บาท พร้อมโล่และประกาศนียบัตร ขณะที่รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ “Signals from home: สัญญาณจากบ้าน” โดยทีม Pekara Media รับเงินรางวัล 30,000 บาท และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ “The Silent Harmony สดับ(ลับ)ฟัง” โดยทีมนิรนาม รับเงินรางวัล 10,000 บาท

ส่วนรางวัลพลังเรื่องเล่าเพื่อสังคม (Jury Prize for Social Impact) ได้แก่ “Eyes are not the Window” โดยทีมเวิร์คฮาร์ทมอสลีป รับเงินรางวัล 7,000 บาท และรางวัล Popular Vote ได้แก่ “LEFT TO BURN ลมหายใจที่ถูกลืม” โดยทีม Behind the Scenes รับเงินรางวัล 7,000 บาท โดยทั้ง 5 รางวัลได้รับโล่และประกาศนียบัตร

โครงการ VIPA Pitching Project 2026 ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) เปิดรับสมัครคนรุ่นใหม่จากทั่วประเทศ มีผู้สมัคร 68 ทีม ก่อนคัดเลือกเหลือ 20 ทีมเข้าสู่กระบวนการพัฒนาผลงาน ผ่าน Workshop ด้านการพัฒนาเรื่อง การเล่าเรื่อง การผลิต และการตัดต่อ รวม 9 วัน ก่อนนำความรู้และคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญไปสร้างสรรค์เป็นภาพยนตร์สั้นและสารคดีเชิงภาพยนตร์ ความยาว 10–15 นาที

นางรัตนากร ทองสำราญ ประธานกรรมการพิจารณาผลงานการดำเนินโครงการที่ขอรับทุนจาก กทปส. กล่าวว่า โครงการนี้เป็นเสมือน “สนามฝึกฝีมือ” ที่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้ทดลองทำงานและเรียนรู้จากการลงมือทำจริง พร้อมชื่นชมทั้ง 20 ทีมที่ผ่านกระบวนการพัฒนาผลงานและสามารถนำเสนอเรื่องราวผ่านมุมมองและวิธีการเล่าที่น่าสนใจ ซึ่งเป็นประสบการณ์สำคัญในการต่อยอดสู่การทำงานด้านภาพยนตร์และสื่อในอนาคต

นางสาวปภาภรณ์ เฉลิมวนิชย์ ผู้อำนวยการศูนย์สื่อสารและส่งเสริมการตลาดเพื่อสาธารณะ ไทยพีบีเอส กล่าวว่า ปีนี้โครงการมุ่งเปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะการสร้างสรรค์ภาพยนตร์ โดยสิ่งที่น่าชื่นชมคือผู้เข้าร่วมสามารถมองเห็นเรื่องราวจากสิ่งที่อยู่รอบตัว และนำ “ความธรรมดา” มาถ่ายทอดในแบบที่ไม่ธรรมดา ผ่านมุมมองและวิธีการเล่าเรื่องของตัวเอง สะท้อนถึงความคิดสร้างสรรค์และศักยภาพของคนรุ่นใหม่

ด้านนางสาวกนกพร ประสิทธิ์ผล ผู้อำนวยการสำนักสื่อดิจิทัล ไทยพีบีเอส กล่าวว่า VIPA Pitching Project จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยไม่ได้มุ่งเพียงการประกวด แต่ต้องการสร้างพื้นที่ให้นักเล่าเรื่องรุ่นใหม่ได้มีผลงานจริงและพบผู้ชม โดยผลงานของทั้ง 20 ทีมจะมีโอกาสเผยแพร่ผ่าน VIPA แพลตฟอร์ม OTT ของไทยพีบีเอส และผลงานที่มีศักยภาพยังมีโอกาสได้รับการพิจารณาเพื่อต่อยอดและเผยแพร่ทางไทยพีบีเอสต่อไป

สำหรับการพิจารณาผลงานรอบชิงชนะเลิศ มีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขา ได้แก่ นางรัตนากร ทองสำราญ, นายธนพล เลิศธนาผล Executive Producer ศูนย์สื่อสารวาระทางสังคมและนโยบายสาธารณะ ไทยพีบีเอส (The Active), นายณพวัฒน์ ลิขิตวงศ์ นักออกแบบเสียงและนักผสมเสียง, นายสุรศักดิ์ ป้องศร ผู้บริหารบริษัท ไทบ้าน สตูดิโอ จำกัด และนายอรากร ฤกษ์เกษม Content Creator YouTube ช่อง Scoop Viewfinder โดยพิจารณาจากแนวคิดและประเด็นของเรื่อง ความน่าสนใจของเรื่องเล่า มุมมองและวิธีการนำเสนอ ความคิดสร้างสรรค์ รวมถึงคุณภาพและศักยภาพในการสื่อสารกับผู้ชม

ทั้ง 5 ผลงานที่ได้รับรางวัลสะท้อนความหลากหลายของมุมมองและความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ และเป็นผลลัพธ์จากการเปิดพื้นที่ให้ได้เรียนรู้ ลงมือทำ และสร้างผลงานจริง โดยผลงานของทั้ง 20 ทีมที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายสามารถรับชมได้ทาง VIPA ที่ www.VIPA.me/PitchingProject2026

สำหรับการประกาศผล VIPA Pitching Project 2026 เป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ VIPA International Film Festival 2026 (VIFF 2026) ภายใต้แนวคิด “FIRST” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11–25 กันยายน 2569 ณ ไทยพีบีเอส ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ เปิดให้ผู้สนใจเข้าชมภาพยนตร์ นิทรรศการ และกิจกรรมต่าง ๆ ฟรี ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.VIPA.me/VIFF2026

‘เอ-แป้ง’ ลุยอุบลฯ ตามหาของดี ‘หมูสวรรค์ เจ้เล็ก’เปิดเบื้องหลังสินค้าชุมชน พร้อมตะลุยชิมของอร่อยเมืองดอกบัวงาม

22 กันยายน 2569 เวลา 12:15 น.

“เอ-แป้ง” พาทัวร์อุบลฯ เจาะลึกเบื้องหลัง “หมูสวรรค์ เจ้เล็ก” ของดีจากวิสาหกิจชุมชน พร้อมตะลุยชิมเมนูเด็ดแบบฉบับคนพื้นถิ่น และพาเช็กอิน “วัดพระธาตุหนองบัว” ตามไปดูภารกิจครั้งนี้จะอิ่มอร่อยและได้ของดีติดมือกลับบ้านแค่ไหนใน “มิตรรักทั่วไทย”  27 กันยายนนี้ออกเดินทางตามหาของดีจากชุมชนทั่วไทยกันอีกครั้ง สำหรับพ่อเอ-ไชยา มิตรชัย และลูกแป้ง-ศรันฉัตร์  2 พิธีกรจากรายการ “มิตรรักทั่วไทย” ที่ครั้งนี้พาแฟน ๆ มุ่งหน้าสู่จังหวัดอุบลราชธานี เมืองดอกบัวงาม

เริ่มต้นทริป เอ-แป้ง พาไปเช็กอิน วัดพระธาตุหนองบัว วัดสำคัญของจังหวัด พร้อมชมความงดงามของ พระธาตุเจดีย์ศรีมหาโพธิ์ ซึ่งจำลองแบบมาจากพุทธคยา ประเทศอินเดีย ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และมีพระพุทธเมตตาประจำอยู่ทั้ง 4 ทิศ ก่อนพาไปสักการะพญานาคสีรุ้งองค์ใหญ่ “ท่านปู่กริชกรกต” และ “ท่านย่ามณีเกตุ” อีกหนึ่งจุดที่สายมูนิยมมาขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล

จากสายบุญเปลี่ยนโหมดมาตะลุยของอร่อยกันต่อที่ตลาดเช้าอย่าง ตลาดสดเทศบาล 3 พาไปชิมเมนูพื้นถิ่นยอดฮิตของชาวอุบลฯ ทั้งข้าวเกรียบปากหม้อสไตล์อุบลแท้ ไข่กะทะ และก๋วยจั๊บญวนสูตรอุบล ก่อนจัดเต็มเมนูลาบแบบฉบับคนอุบลฯ ที่ร้านลาบไพโรจน์ ร้านลับที่รสชาติเด็ดต้องบอกต่อ มีเมนูเด็ดอย่าง ซกเล็ก, ลาบเนื้อ, หมูน้ำตก, แกงอ่อม, ไส้ขอด, นมย่าง, ลิ้นย่าง, ซุปหางวัว เรียกว่าทริปนี้ พ่อเอ-ลูกแป้ง ชิมกันแบบจุใจก่อนเข้าสู่ภารกิจสำคัญของทริป นั่นคือการตามหาของดีที่ วิสาหกิจชุมชนหมูสวรรค์ เจ้เล็ก ซึ่งมีบรรดาแม่ ๆในชุมชนมารอต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมพา เอ-แป้ง เปิดทุกขั้นตอนการทำหมูสวรรค์ สินค้าขายดีของกลุ่ม ตั้งแต่กระบวนการผลิตไปจนถึงการชิมรสชาติของจริง นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์ชุมชนอีกหลากหลาย ทั้ง หมูสวรรค์, หมูฝอย, เนื้อสวรรค์ และ ก๋วยจั๊บญวนสำเร็จรูป งานนี้สองพ่อลูกยังได้ช่วยขายสินค้าตามสไตล์ของรายการ พร้อมชวนแฟน ๆ ร่วมสนับสนุนผลิตภัณฑ์จากวิสาหกิจชุมชนทั่วประเทศที่รายการเคยเดินทางไปเยือนออกเดินทางตามหาของดี ชิมของอร่อย ไปพร้อมกับ เอ-แป้ง ในรายการ “มิตรรักทั่วไทย” วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายนนี้ เวลา 13.00 น. รับชมสดทาง ช่อง 7HD  กด 35  ชมสดออนไลน์และรับชมย้อนหลังได้ทาง เว็บไซต์และแอปพลิเคชัน CH7ON

เกาะติดทุกข่าวสารและความเคลื่อนไหวจากช่อง 7HD ได้ครบทุกช่องทาง ทั้งช่องดิจิทัล “ช่อง 7HD” กดหมายเลข 35 และ Social Media ของสถานีฯ Ch7HD บน Facebook, Instagram, TikTok, X, YouTube และ Threadsพร้อมรับชมรายการและคอนเทนต์ต่าง ๆ ทางเว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน CH7ON