ประเสริฐ กางพิมพ์เขียว 4 ด้าน เยียวยาครูอัตราจ้าง 202 ราย

ประเสริฐ กางพิมพ์เขียว 4 ด้าน เยียวยาครูอัตราจ้าง 202 ราย

ประเสริฐ กางพิมพ์เขียว 4 ด้าน เยียวยาครูอัตราจ้าง 202 ราย

วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 22.00 น.

15 มิถุนายน 2569 ในการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ 21 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) นายวิวัฒน์ รุ้งแก้ว สมาชิกวุฒิสภา ด้านการศึกษา ได้ตั้งกระทู้ถาม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เรื่องการเลิกจ้างครูโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา ครูคลังสมอง (ครูวิทย์-คณิตฯ) และครูโครงการขาดแคลนขั้นวิกฤต ก่อนที่จะครบสัญญา ซึ่งในอดีตไม่เคยปรากฏมาก่อน

รมว.ศธ.กล่าวตอนหนึ่งว่า ในสัญญาจ้างเดิมจะสิ้นสุดในเดือนกันยายน 2569 แต่เนื่องจากงบประมาณที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้รับมานั้น ครอบคลุมถึงเพียงแค่เดือนพฤษภาคม 2569 อย่างไรก็ตาม ศธ.ไม่ได้นิ่งนอนใจ และกำลังเร่งเปลี่ยนวิกฤตนี้ให้เป็นโอกาสตามมติคณะกรรมการกําหนดเป้าหมายและนโยบายกําลังคนภาครัฐ (คปร.) ด้วยการปรับเปลี่ยนรูปแบบจาก “การจ้างลูกจ้างชั่วคราว” มาเป็น “การคัดเลือกลูกจ้างชั่วคราว” จำนวน 7,588 อัตรา เพื่อให้ครูได้รับรายได้ที่สูงขึ้นและเข้าสู่ระบบประกันสังคม (มาตรา 33) ซึ่งจะช่วยให้มีสวัสดิการที่มั่นคงกว่าเดิม แต่จากการปรับเปลี่ยนระบบดังกล่าว ส่งผลกระทบให้มีบุคลากรตกค้างและได้รับผลกระทบจำนวน 202 ราย จาก 75 เขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ

รมว.ศธ.ยืนยันว่า สพฐ.จะใช้นโยบาย “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” โดยได้วางแนวทางแก้ไขปัญหาไว้ 4 ข้อ ดังนี้

1.กลุ่มตำแหน่งธุรการโรงเรียน และครูช่วยสอน ที่ผ่านการคัดเลือกไปเป็นลูกจ้างชั่วคราว จะนำคนกลุ่มนี้ที่ขึ้นบัญชีรายชื่อทดแทนตำแหน่งว่าง

2.กลุ่มผู้สอบขึ้นบัญชี รวมถึงกลุ่มลูกจ้างชั่วคราวและจ้างเหมาที่มีคุณสมบัติครบถ้วน เข้าสู่อัตราว่างจากการสอบคัดเลือกครูผู้ช่วยกรณีพิเศษ (ตามหลักเกณฑ์ ว.6) ซึ่งรองรับได้อีกส่วนหนึ่งกว่า 2,050 อัตรา

3.โรงเรียนหรือเขตพื้นที่ฯ มีความจำเป็นเร่งด่วน สพฐ.จะพิจารณาจัดสรร “งบเจียดจ่าย” ในรูปแบบจ้างเหมาบริการ รายได้ 9,000 บาทต่อเดือน เพื่อพยุงไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569

4.กลุ่มขาดคุณสมบัติ เช่น ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู หรือไม่ผ่านการประเมิน ศธ.จะพิจารณาให้ความช่วยเหลือและเยียวยาเป็นรายกรณี

“ส่วนข้อเสนอของวุฒิสมาชิกที่ต้องการให้กลุ่มครูที่ได้รับการเยียวยา 9,000 บาท ได้รับการดูแลให้เท่าเทียมกับเพื่อนครูอีกกว่า 7,000 คน ที่ผ่านการคัดเลือก ผมเข้าใจดีว่ารายได้ไม่ถึง 10,000 บาท สู้กับค่าครองชีพในยุคปัจจุบันได้ยาก และผมพร้อมรับข้อสังเกตและจะพยายามอย่างเต็มที่ ควบคู่กับแนวทางทั้ง 4 ด้านข้างต้น เพื่อเยียวยาบรรดาครูเหล่านั้นให้ดีที่สุด ส่วนการตรวจสอบยอดจำนวนผู้ที่ได้รับการเยียวยานั้น จะได้สั่งการให้ สพฐ.เร่งทบทวนและตรวจสอบตัวเลขทั้งหมดอีกครั้ง เพื่อให้การเยียวยาครอบคลุมครูทุกคนอย่างทั่วถึงและเป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลัง ทั้งนี้ ขอบคุณข้อห่วงใยของสมาชิกวุฒิสภาอีกครั้ง” รมว.ศธ.กล่าว

โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศทหารเป็นกรณีพิเศษ จำนวน 121 ราย

โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศทหารเป็นกรณีพิเศษ จำนวน 121 ราย

โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศทหารเป็นกรณีพิเศษ จำนวน 121 ราย

วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 21.06 น.

15 มิถุนายน 2569 เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานยศทหารเป็นกรณีพิเศษ ความว่า มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานยศทหารชั้นนายพลเป็นกรณีพิเศษ ให้แก่นายทหารสัญญาบัตร สังกัดกระทรวงกลาโหม ที่ได้รับราชการมาด้วยความเรียบร้อยเป็นผลดีแก่ทางราชการ จำนวน 121 ราย ดังนี้

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ร่วมถวายน้ำสรงพระศพองค์ประธานมูลนิธิ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ร่วมถวายน้ำสรงพระศพองค์ประธานมูลนิธิ  สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ร่วมถวายน้ำสรงพระศพองค์ประธานมูลนิธิ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 14.51 น.

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธานกรรมการที่ปรึกษา ปฏิบัติหน้าที่ประธาคณะกรรมการ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย นำคณะกรรมการเจ้าหน้าที่มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) อาสา ปฏิบัติการภัยพิบัติ และ เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) อาสาพัฒนา เข้าถวายน้ำสรงพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชรมหาวัชรราชธิดา องค์ประธานคณะกรรมการมูลนิธิฯ เบื้องหน้า พระรูป ซึ่งประดิษฐาน ณ ศาลาสหทัยสมาคม พระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2569

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย และ วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ถวายน้ำสรงพระศพหน้าพระรูป

เมื่อเวลา 15.00 น. ดร.วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่
มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) อาสาปฏิบัติการภัยพิบัติ และเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) อาสา พัฒนา ได้ร่วมาส่งเสด็จขบวนเชิญพระศพ
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานคณะกรรมการมูลนิธิฯ จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ไปยังพระที่นั่งพิมานรัตยา พระบรมมหาราชวัง ที่ด้านหน้าสถานีตำรวจนครบาลพญาไทอีกด้วย

ในวันที่ 14 มิถุนายน 2569 ดร.วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ กรรมการเลขาธิการมูลนิธิ นำคณะกรรมการ และเจ้าหน้าที่ เข้าลงนามถวายความอาลัย ณ ศาลาสหทัยสมาคม พระบรมมหาราชวัง

ดิสทัต โหตระกิตย์ และ ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ

แม้จะมีความเศร้าโศกเสียใจมากมายเพียงใด แต่คณะกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ตลอดจนเจ้าหน้าที่ จิตอาสาที่ร่วมปฏิบัติงานกับมูลนิธิฯ จะยังคงยึดมั่นและดำเนินรอยตามพระบาทของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี
กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานคณะกรรมการมูลนิธิฯ ในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ประสบอุทกภัยและภัยพิบัติ
รุนแรงต่างๆ ตามพระปณิธานและพระนโยบายที่ได้พระราชทานไว้แก่ คณะกรรมการมูลนิธิ

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธาน
กรรมการที่ปรึกษาฯ และ ดร.วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิฯ

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธาน กรรมการที่ปรึกษาฯ และ ดร.วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิฯ

ดร.สรจักร เกษมสุวรรณ และ ผาณิต พูนศิริวงศ์

ดร.สรจักร เกษมสุวรรณ และ ผาณิต พูนศิริวงศ์

ศิราภรณ์ จิตต์กุศล และ พล.ต.ต.รักษ์จิต หม้อมงคล

ศิราภรณ์ จิตต์กุศล และ พล.ต.ต.รักษ์จิต หม้อมงคล

วีรชาติ กิจวัตร และ สันติ สายทิพย์พงษ์ ถวายนํ้าสรงพระศพ

วีรชาติ กิจวัตร และ สันติ สายทิพย์พงษ์ ถวายนํ้าสรงพระศพ

สายสม วงศาสุลักษณ์, ผาณิต พูนศิริวงศ์, ดร.วีระศักดิ์ โควสุรัตน์, ดร.สรจักร เกษมสุวรรณ, ดิสทัต โหตระกิตย์ และ รศ.สุทธิมา ชำนาญเวช

สายสม วงศาสุลักษณ์, ผาณิต พูนศิริวงศ์, ดร.วีระศักดิ์ โควสุรัตน์, ดร.สรจักร เกษมสุวรรณ, ดิสทัต โหตระกิตย์ และ รศ.สุทธิมา ชำนาญเวช

(แถวนั่งหน้า) นภษกร วัชระวิสิฐ, ศิราภรณ์ จิตต์กุศล, สันติ สายทิพย์พงษ์ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ร่วมถวายน้ำสรงพระศพ

(แถวนั่งหน้า) นภษกร วัชระวิสิฐ, ศิราภรณ์ จิตต์กุศล, สันติ สายทิพย์พงษ์ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ร่วมถวายน้ำสรงพระศพ

(แถวยืน) จากลำดับที่ 6 ศิราภรณ์ จิตต์กุศล, รศ.สุทธิมา ชำนาญเวช, ดร.วีระศักดิ์ โควสุรัตน์, สายสม วงศาสุลักษณ์, เอ็นนู ซื่อสุวรรณ และ สันติ สายทิพย์พงษ์ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ

(แถวยืน) จากลำดับที่ 6 ศิราภรณ์ จิตต์กุศล, รศ.สุทธิมา ชำนาญเวช, ดร.วีระศักดิ์ โควสุรัตน์, สายสม วงศาสุลักษณ์, เอ็นนู ซื่อสุวรรณ และ สันติ สายทิพย์พงษ์ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ

ศ.กิตติคุณ ดร.อัจฉรา จันทร์ฉาย รองประธานกรรมการมูลนิธิ นำคณะกรรมการวางพวงมาลัยถวายความอาลัยหน้าพระรูป

ศ.กิตติคุณ ดร.อัจฉรา จันทร์ฉาย รองประธานกรรมการมูลนิธิ นำคณะกรรมการวางพวงมาลัยถวายความอาลัยหน้าพระรูป

ศ.กิตติคุณ ดร.อัจฉรา จันทร์ฉาย และ ดร.วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ลงนามถวายความอาลัย

ศ.กิตติคุณ ดร.อัจฉรา จันทร์ฉาย และ ดร.วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ลงนามถวายความอาลัย

รศ.สุทธิมา ชำนาญเวช และ ศิราภรณ์ จิตต์กุศล ลงนามถวายความอาลัย

รศ.สุทธิมา ชำนาญเวช และ ศิราภรณ์ จิตต์กุศล ลงนามถวายความอาลัย

เอ็นนู ซื่อสุวรรณ ลงนามถวายความอาลัย

เอ็นนู ซื่อสุวรรณ ลงนามถวายความอาลัย

วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิ และจิตอาสา ร่วมส่งเสด็จขบวนเชิญพระศพ

วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิ และจิตอาสา ร่วมส่งเสด็จขบวนเชิญพระศพ

‘ยามุ่งเป้า’ ความหวังใหม่ในการรักษามะเร็ง

‘ยามุ่งเป้า’ ความหวังใหม่ในการรักษามะเร็ง

‘ยามุ่งเป้า’ ความหวังใหม่ในการรักษามะเร็ง

วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เรามักคุ้นเคยกับยาคีโม (Chemotherapy) หรือยาเคมีบำบัด ที่ใช้ในการรักษาโรคมะเร็ง ซึ่งผู้ป่วยหลายรายมักกังวลในเรื่องของผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น แต่ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ก้าวหน้าขึ้นมากในปัจจุบัน ได้มีการพัฒนาตัวยาที่ช่วยยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็งและเกิดผลข้างเคียงน้อยกว่า เรียกว่า “ยามุ่งเป้า”

นพ. อัศวเดช แสนบัว แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านรังสีรักษาและมะเร็งวิทยา ศูนย์รักษามะเร็งก้าวหน้า เวิลด์เมดิคอล โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล ให้ข้อมูลเพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับยามุ่งเป้า (Targeted Therapy)  ยาที่ถูกออกแบบมาเพื่อรักษามะเร็งอย่างตรงจุด ออกฤทธิ์จำเพาะในการยับยั้งการเจริญเติบโตและแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งที่มีความผิดปกตินั้นๆ เช่น ยีนกลายพันธุ์

ยามุ่งเป้าใช้ในกลุ่มมะเร็งชนิดใดบ้าง : ยามุ่งเป้าไม่ใช่ยาที่สามารถใช้ได้ในผู้ป่วยมะเร็งทุกราย จำเป็นต้องมีการตรวจสารบ่งชี้ทางชีวภาพ (Biomarker) เช่น การตรวจยีนหรือโปรตีนที่มีการกลายพันธุ์ โดยส่งชิ้นเนื้อมะเร็งตรวจ เพื่อให้ใช้ยาได้เหมาะสมกับชนิดของมะเร็งในผู้ป่วยแต่ละราย โดยมะเร็งที่สามารถรักษาโดยใช้ยามุ่งเป้า ได้แก่ มะเร็งเต้านม มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งต่อมไทรอยด์ มะเร็งต่อมน้ำเหลืองบางชนิด มะเร็งตับ มะเร็งไต

ชนิดและการทำงานของยามุ่งเป้า : ปัจจุบันยามุ่งเป้ามี 2 รูปแบบ คือ: ยาเม็ดรับประทาน ยาฉีดเข้าหลอดเลือดดำ ชนิด Monoclonal Antibody แพทย์อาจรักษาด้วยการให้ยากลุ่มนี้เพียงอย่างเดียว หรือใช้ร่วมกับการรักษารูปแบบอื่น เช่น การฉายรังสี หรือยาเคมีบำบัด

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น : อาการทางผิวหนัง เช่น ผื่นคัน ลมพิษ คลื่นไส้อาเจียน ท้องผูก ท้องเสีย ความดันโลหิตสูง อาการส่วนใหญ่มักไม่รุนแรงและสามารถแก้ไขได้

สิ่งที่ควรรู้ก่อนเริ่มใช้ยามุ่งเป้า : ต้องตรวจยีนหรือโปรตีนก่อนเสมอ เพื่อยืนยันว่าตรงกับกลไกของยา ไม่ใช่ทุกคนจะได้ผลจากยา บางรายอาจตอบสนองไม่ดี หรือเกิดการดื้อยา ต้องใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์เฉพาะทาง มีโอกาสดื้อยาได้เมื่อใช้ไปนานๆ ผลข้างเคียงยังคงมี แต่โดยทั่วไปน้อยกว่ายาเคมีบำบัด ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ควรตรวจสอบสิทธิ์การรักษาและประกันสุขภาพ ต้องติดตามการรักษาอย่างใกล้ชิด ตรวจเลือดและถ่ายภาพรังสีเป็นระยะ

“ยามุ่งเป้า” ถือเป็นหนึ่งในความก้าวหน้าของการรักษามะเร็งในปัจจุบัน ทำให้การรักษามีความแม่นยำมากขึ้น และลดผลข้างเคียงลงได้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ยาชนิดนี้จะใช้ได้เฉพาะในผู้ป่วยที่มียีนหรือโปรตีนผิดปกติ ตรงกับกลไกของยาเท่านั้น ดังนั้น การตรวจยีนก่อนเริ่มรักษา และการติดตามผลอย่างใกล้ชิดกับแพทย์ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้การรักษามีประสิทธิภาพสูงที่สุด

ข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับการรักษามะเร็งด้วย “ยามุ่งเป้า” สามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่  ศูนย์รักษามะเร็งก้าวหน้า เวิลด์เมดิคอล ชั้น 11 โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล (WMC) โทร 02-836-9999 ต่อ *1901

คุณแหน : 16 มิถุนายน 2569

คุณแหน : 16 มิถุนายน 2569

คุณแหน : 16 มิถุนายน 2569

วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 02.00 น.

  • คณะเสนาธิการแห่ง Pentagon รวมทั้ง Think Tank ของอิสราเอล ดำเนินแผนยุทธการใหญ่ไม่เคยพลาดเป้า แต่ครั้งนี้ สงคราม US V. IRAN ดูจะไม่เป็นใจสักเท่าไร แม้ว่าในข้อเท็จจริงแล้วฝ่ายสหรัฐฯ สร้างความเสียหายแก่อิหร่านอย่างมโหฬาร กองบัญชาการต่างๆ, กองทัพเรือและกองทัพอากาศอิหร่านถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิง สิ่งที่ทั้งสองมหาอำนาจทหารฝ่ายพันธมิตรคาดไม่ถึงคือ แฟ้คเตอร์ “FAITH” และ “PERSEVERANCE” ของกองทัพนักรบอิหร่านที่ไม่ยอมแพ้และสู้ต่อด้วยสงครามเกอริลลา ดักโจมตีฐานทัพสหรัฐฯแถมใช้ โดรน กามิกาเซ่ เล่นงานพันธมิตรอาหรับสหรัฐฯเสียหายอีก ถึงสหรัฐฯทั้งขู่ทั้งทำลายอิหร่านแต่ก็ไม่สามารถปิดเกมส์ได้ ท่านทั้งหลายลองย้อนศึกษาประวัติศาสตร์จะเห็นชัดว่า Persian Empire มีความเจริญเกรียงไกรยิ่งใหญ่ที่สุดใน Middle East มาหลายพันปีแล้ว เชี่ยวชาญทั้งการรบและการปกครองแผ่นดินตลอดจนแว่นแคว้น ดังคำจารึกในยุคของมหาราชเปอร์เซีย อาทิ Cyrus the Great (559 B.C.) และ Darius I (522 B.C.) ครอบครองมหานครยิ่งใหญ่ Mesopotamia – Babylon ขยายอาณาจักรตะวันตกไปถึง ช่องแคบ Bosporus เส้นแบ่งเขตทวีปยุโรปและเอเชีย…
  • บารอนเนส โปรยหัวไว้เรียบร้อยแล้วใน คอลัมน์ “คุณแหน” ฉบับ ลวท. 19/5/69 ว่าประชาชนชาวไทยไม่ต้องเครียดเรื่อง “วิกฤตบอลโลก” เหตุผลชัดเจนอยู่แล้ว WORLD CUP เป็นมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ของมวลมนุษยชาติ เป็นที่ยอมรับกันทั่วไปอยู่แล้วว่ายิ่งใหญ่กว่าแม้แต่ OLYMPIC GAMES ทุกรัฐบาลที่ผ่านมาต่างเจออุปสรรคการถ่ายทอดสดบ้างไม่มากก็น้อยแต่ก็ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อคำว่า “O.K.” ยิ่งนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล มีสไตล์แคร์ความรู้สึกประชาชนมาก จึงเป็นที่มา กลุ่มธุรกิจ JAS สามารถเจรจาตกลงซื้อ ลิขสิทธิ์ World Cup ได้แล้ว และไม่ใช่เพียงแค่นั้นยังซื้อทีเดียวถึง 2 งวดเลย!…อนึ่งวันเสาร์ที่ 13/6 เปิดปฐมฤกษ์การแข่งขันที่แอล.เอ. ไทคูน สุโชติ ปาลีวงศ์ ผู้จัดจำหน่ายเบียร์ไทยทั่วสหรัฐฯ ทนลุ้นไม่ไหวรีบขึ้นเครื่องบินที่สุวรรณภูมิกลับฐานที่มั่นแอล.เอ.ด่วน…
  • พล.อ.พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล เป็นประธานมอบ รางวัลประชาบดี วันที่ 13 ก.ค.14.00 น.ที่กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ สะพานขาว ปีนี้มีผู้เข้ารับรางวัลดีเด่นมีชื่อเสียงที่ให้ความสำคัญแก่ผู้อยู่ในสภาวะยากลำบากหลายคนด้วยกัน…
  • ดร.มณทิพย์ ศรีรัตนา ทาบูกานอน เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สภาลูกเสือไทย พร้อมหารือนโยบาย และ พรบ. ลูกเสือร่วมกับรัฐมนตรีกระทรวงศึกษา และสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ ที่กระทรวงศึกษาธิการ เมื่อเร็วๆนี้…
  • วีระวัฒน์ ชลายน ประธาน มูลนิธิอรุณ สรเทศน์ นัดคณะกรรมการ ประชุมใหญ่ วันที่ 23 มิ.ย.10.30 น…
  • กวิภัฏ วสุวานิช จัดทำรายการ “ตามตะวัน” ทุกวันพฤหัส ทางสถานีวิทยุศึกษา FM92 เชิญคุณแม่ กัลยาณี มาออกรายการฯ พูดถึงเรื่องอาหารการกินแต่ยุคก่อน สมัยคุณแม่ยังสาว เช่น ข้าวแช่ ปัจจุบันทำขายกันหลายร้านฯมาก มีวิทยากรร่วมฯ อ.หทัย บุนนาค ,กุลธิดา -วันชัย น้อยสังข์
  • มิตรสหายตั้งคำถาม เทวีรัตน์ ลีลานุช ว่ามีเคล็ดลับอะไรในการรักษารูปร่างบอบบางอย่างนางแบบได้เหมือนเมื่อสมัยสาวๆ เจ้าตัวตอบตรงๆว่า ฉันนั่งดูซีรีส์ยาวๆแบบลืมกิน เพื่อนได้ยินรีบเตือนว่า “ลืมกินไม่เป็นไร อย่าลืมหายใจแล้วกัน !!…

บารอนเนส

หุ่นคุณแม่ลูกหนึ่งทำเอาไฟลุก ใบเตย อาร์สยาม สาดความเผ็ดเซ็กซี่สุดปังที่ภูเก็ต

หุ่นคุณแม่ลูกหนึ่งทำเอาไฟลุก ใบเตย อาร์สยาม สาดความเผ็ดเซ็กซี่สุดปังที่ภูเก็ต

หุ่นคุณแม่ลูกหนึ่งทำเอาไฟลุก ใบเตย อาร์สยาม สาดความเผ็ดเซ็กซี่สุดปังที่ภูเก็ต

วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.44 น.

เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2569 สร้างความฮือฮาให้กับโลกโซเชียลอีกครั้ง เมื่อ ใบเตย อาร์สยาม ได้โพสต์ภาพชุดบิกินี่สุดเซ็กซี่ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว ทำเอาชาวเน็ตและแฟนคลับถึงกับตาค้างที่ไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน คุณแม่ลูกหนึ่งคนนี้ก็ยังคงความเผ็ดร้อนและดูแลรูปร่างได้ดีเยี่ยมอยู่เสมอ

ภายในภาพ ใบเตย อาร์สยาม มาในชุดว่ายน้ำบิกินี่สีฟ้าอ่อนดูสบายตา เผยให้เห็นสรีระสุดเป๊ะและหุ่นอันเฟิร์มในอิริยาบถต่าง ๆ ทั้งนั่งโพสต์ท่าริมขอบสระว่ายน้ำแบบอินฟินิตี้ที่มองเห็นวิวธรรมชาติเขียวขจี โดยเธอได้เช็คอินสถานที่ว่ากำลังพักผ่อนอยู่ที่ศรีพันวา จังหวัดภูเก็ต พร้อมกับเขียนแคปชั่นสั้น ๆ ว่า “เมื่อถูกค้นพบ”

ใบเตย อาร์สยาม

หลังจากที่โพสต์ของ ใบเตย อาร์สยาม เผยแพร่ออกไป บรรดาแฟนคลับและเหล่าคนบันเทิงต่างพากันเข้ามากระหน่ำกดไลก์และคอมเมนต์ชื่นชมในความแซ่บกันอย่างล้นหลามด้วยการคอมเมนต์อิโมจิไฟลุก 

ใบเตย อาร์สยาม
ใบเตย อาร์สยาม
ใบเตย อาร์สยาม
ใบเตย อาร์สยาม
ใบเตย อาร์สยาม
ใบเตย อาร์สยาม
ใบเตย อาร์สยาม
ใบเตย อาร์สยาม

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก อินสตาแกรม bitoeyrsiam

ดาว อภิสรา เผยความทรงจำวัยเด็กสุดซึ้งร่วมรั้วโรงเรียนราชินีรุ่นเดียวกับ พระองค์ภา เจ้าหญิงผู้เรียบง่าย

ดาว อภิสรา เผยความทรงจำวัยเด็กสุดซึ้งร่วมรั้วโรงเรียนราชินีรุ่นเดียวกับ พระองค์ภา เจ้าหญิงผู้เรียบง่าย

ดาว อภิสรา เผยความทรงจำวัยเด็กสุดซึ้งร่วมรั้วโรงเรียนราชินีรุ่นเดียวกับ พระองค์ภา เจ้าหญิงผู้เรียบง่าย

วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.06 น.

กลายเป็นโพสต์ที่สร้างความอบอุ่นหัวใจและได้รับความสนใจจากชาวเน็ตเป็นอย่างมาก เมื่อ ดาว-อภิสรา เกิดชูชื่น นักเรียนเก่าโรงเรียนราชินี รุ่น 91 ได้ออกมาแชร์เรื่องราวความทรงจำอันน่าประทับใจในวัยเด็ก ผ่านบัญชีอินสตาแกรม ⁠dao_apisara⁠ โดยระบุว่าเป็นการขออนุญาตนำภาพแห่งความประทับใจมาลงไว้เพื่อแทนคำว่า “รัก พระองค์ภา”

คุณดาวได้เล่าถึงภูมิหลังของตัวเองว่า เธอเป็นเพียงเด็กหญิงธรรมดาๆ คนหนึ่ง ครอบครัวไม่ได้เป็นศิษย์เก่าหรือรู้จักใครในโรงเรียนราชินีมาก่อน โดยคุณแม่ทำงานธนาคารกรุงไทย สาขาสามยอด ส่วนคุณพ่อทำงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิต และคุณปู่เป็นครูและชาวสวนบางมด ด้วยความที่โรงเรียนอยู่ใกล้ที่ทำงานของคุณแม่เพื่อให้สะดวกต่อการรับส่ง คุณแม่จึงพาสมัครเข้าเรียนในชั้นอนุบาล 1 ตามระเบียบแบบคนทั่วไป

เธอยังได้ย้อนวันวานไปถึงตอนทดสอบความพร้อมในวัยเด็กว่า จำได้ลางๆ ว่าคุณครูจูงมือขึ้นบันไดตึกอนุบาลไปนั่งสัมภาษณ์ และมีคำถามหนึ่งที่คุณครูชี้ไปที่วงสีต่างๆ แล้วถามว่าคือสีอะไร ซึ่งเธอตอบไปว่า “สีแดงค่ะ” ก่อนที่คุณครูจะพาลงมาส่งคุณแม่ที่รออยู่ด้านล่าง จนกระทั่งได้เข้ามาเป็นนักเรียนโรงเรียนราชินี รุ่น 91

ความน่าปลาบปลื้มใจที่สุดของครอบครัวเกิดขึ้นเมื่อพบว่า เธอได้เรียนร่วมรุ่นและอยู่ห้องเดียวกับ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา (พระองค์ภา) โดยคุณดาวเล่าว่า ในตอนเด็กๆ คุณพ่อคุณแม่มักจะแวะไปด้อมๆ มองๆ ที่หน้าห้องเรียนอยู่บ่อยครั้ง ไม่ใช่เพื่อไปส่องดูลูกสาวตัวเอง แต่ตั้งใจไปเพื่อชื่นชมพระบารมีของพระองค์ภา ซึ่งคุณพ่อเคยเล่าให้ฟังว่า หากอยากถ่ายรูปพระองค์ จะต้องทูลขออนุญาตก่อนว่า “กระหม่อมขออนุญาตถ่ายภาพได้หรือไม่” ถ้าพระองค์ทรงยิ้มและพยักหน้า ก็เป็นอันถ่ายภาพได้

นอกจากนี้ คุณดาวได้เผยถึงรายละเอียดของภาพความประทับใจดังกล่าวว่าเป็นภาพจากงานฉลองวันประสูติของพระองค์ภา ซึ่งเพื่อนๆ นักเรียนโรงเรียนราชินีห้องเดียวกันจะได้รับการ์ดเชิญที่มีลายพระหัตถ์ของพระองค์ทรงเซ็นกำกับไว้ทุกใบ ซึ่งเธอยังคงเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีจนถึงปัจจุบัน พร้อมทั้งเล่าเสริมว่าในตอนนั้นคุณแม่ได้นำของขวัญเป็นหนังสือนิทานมาให้เธอนำไปถวายแด่พระองค์ด้วยในช่วงท้ายของโพสต์ คุณดาว อภิสรา ได้ระบุข้อความด้วยความซาบซึ้งใจว่า”ไม่รู้ว่าท่านได้ทรงอ่านนิทานเล่มนี้หรือไม่ แต่นักเรียนราชินีทุกคนที่ได้เติบโตมาในรั้วโรงเรียนเดียวกับพระองค์ เห็นพระจริยวัตรอันเรียบง่ายงดงามของพระองค์มาตั้งแต่เด็ก จึงขอมาเล่าสู่กันฟังว่า พระองค์ภาคือเจ้าหญิงผู้เรียบง่ายและน่ารักแบบที่เราเห็นจริงๆ ค่ะ รักพระองค์ตลอดไปค่ะ” ข้าพระพุทธเจ้า นางอภิสรา เกิดชูชื่น นักเรียนราชินีรุ่น 91

ปุ๊ก อาภัสรา ร่วมพิธีถวายน้ำสรงพระบรมศพ น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ

ปุ๊ก อาภัสรา ร่วมพิธีถวายน้ำสรงพระบรมศพ น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ

ปุ๊ก อาภัสรา ร่วมพิธีถวายน้ำสรงพระบรมศพ น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ

วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 12.46 น.

กลายเป็นภาพความประทับใจและสร้างความซาบซึ้งใจให้กับแฟนๆ เป็นอย่างมาก เมื่อ “ปุ๊ก-อาภัสรา หงสกุล” มิสยูนิเวิร์สคนแรกของประเทศไทย ได้โพสต์ภาพผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว ⁠@apasrahongsakula⁠ ขณะเดินทางไปเข้าร่วมพิธีสำคัญเพื่อแสดงความอาลัยอย่างสุดซึ้ง พร้อม “เอกภาพ หงสกุล”จากภาพ ⁠ ที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์ คุณอาภัสรา หงสกุล และคุณเอกภาพ หงสกุล ได้เดินทางมาร่วมพิธีสรงน้ำ ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง โดยทั้งคู่แต่งกายด้วยชุดไว้อาลัยสีดำสุภาพเรียบร้อย และมีสีหน้าโศกเศร้าต่อการสูญเสียครั้งใหญ่โดยคุณอาภัสราได้ระบุข้อความเพื่อแสดงความจงรักภักดีและน้อมส่งเสด็จผ่านแคปชันว่า

น้อมศิระกรานกราบแทบพระบาท ด้วยความอาลัยอย่างที่สุด ส่งเสด็จ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สู่สวรรคาลัย ด้วยรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ข้าพระพุทธเจ้า นาง อาภัสรา และ นาย เอกภาพ หงสกุล”

หลังจากโพสต์ดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไป ได้มีเหล่าคนบันเทิง แฟนคลับ และประชาชนทั่วไป เข้ามาร่วมกดไลก์และคอมเมนต์แสดงความอาลัยเป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งชื่นชมในความงดงามและกิริยาอันนอบน้อมของคุณอาภัสราที่ยังคงงดงามสมเกียรติตัวแทนประเทศไทยเสมอมาร่วมกับครอบครัวในพิธีสำคัญนี้

30 ปี ไม่มีวันตาย …. SILLY FOOLS ระเบิดความมันส์ สมการรอคอย พาแฟนเพลงเดินทางผ่านทุกยุคของชีวิต

30 ปี ไม่มีวันตาย …. SILLY FOOLS ระเบิดความมันส์  สมการรอคอย พาแฟนเพลงเดินทางผ่านทุกยุคของชีวิต

30 ปี ไม่มีวันตาย …. SILLY FOOLS ระเบิดความมันส์ สมการรอคอย พาแฟนเพลงเดินทางผ่านทุกยุคของชีวิต

วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 12.24 น.

สมการรอคอยของแฟนเพลงร็อกทั้งประเทศ สำหรับ LEO presents 30 ปี SILLY FOOLS Concert” คอนเสิร์ตใหญ่ฉลองการเดินทางตลอด 3 ทศวรรษของหนึ่งในวงร็อกระดับตำนานของไทย ที่ กลับมาสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญบนเวที IMPACT ARENA เมืองทองธานี  ภายใต้การดูแลของ ME RECORDS ค่ายเพลงในเครือ Muzik Move พร้อมผนึกกำลังกับสองผู้จัดสายดนตรีอย่าง OKD (โอเคดี)  และ หนีกรุง ร่วมสร้างค่ำคืนที่ไม่ได้เป็นเพียงคอนเสิร์ต แต่เป็นการรวมตัวของแฟนเพลงกว่า 10,000 คน ที่เติบโตมากับบทเพลงของ SILLY FOOLS (ซิลลี่ ฟูลส์) โดยมี กบ – ขจรเดช พรมรักษา รับหน้าที่ Show Director และ Monday On December (มันเดย์ออนดีเซมเบอร์) ดูแลพาร์ท Production ร่วมออกแบบการแสดงให้บทเพลงจากทุกยุคของ SILLY FOOLS ถูกนำมาร้อยเรียงใหม่ กลายเป็นเรื่องราวการเดินทางตลอด 30 ปีของวง ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

ทันทีที่ Overture ดังขึ้น ทั้งฮอลล์ก็ค่อย ๆ ดับแสงลง พร้อมภาพบนจอขนาดยักษ์ที่พาผู้ชมย้อนเวลากลับไปยังจุดเริ่มต้นของ SILLY FOOLS ผ่านการไล่เรียงวิวัฒนาการของโลโก้วง ตั้งแต่โลโก้แรกในยุค I.Q.180 เมื่อปี 1998 ก่อนจะค่อย ๆ เปลี่ยนผ่านสู่โลโก้ในแต่ละอัลบั้ม ทั้ง Candy Man, Mint, Juicy, King Size, The One จนถึงปัจจุบัน สร้างเสียงฮือฮาและเสียงปรบมือจากแฟนเพลงที่เติบโตมากับทุกช่วงเวลาของวง ราวกับกำลังได้เปิดอัลบั้มความทรงจำไปพร้อมกันทั้งฮอลล์

และเมื่อโลโก้สุดท้ายปรากฏขึ้นอย่างสมบูรณ์ สมาชิกทั้ง 4 คน ริม – กฤษณะ ปานดอนลาน (นักร้องนำ), ต้น – จักริน จูประเสริฐ (กีตาร์), หรั่ง – เทวฤทธิ์ ศรีสุข (เบส), ต่อ – ต่อตระกูล ใบเงิน (กลอง) ก็ปรากฏตัวบนเวที ท่ามกลางเสียงต้อนรับกึกก้อง ก่อนจะระเบิดความมันส์ด้วย “แล้วแต่แป๊ะ”, “ไม่หวั่นแม้วันมามาก”, “น้ำลาย”, “150 c.c.”, “บั้นท้าย”, “หนึ่งเดียวของฉัน” และ “แกล้ง” บทเพลงจากหลากหลายยุคที่ประกาศให้ทุกคนรู้ว่า ดนตรีในแบบ SILLY FOOLS ยังคงมีลมหายใจ และพร้อมจะถูกส่งต่อไปยังคนดูอีกหลายรุ่น

SILLY FOOLS ยังเลือกนำเพลงใหม่ล่าสุดอย่าง “ไม่เคยไกลพอ” มาบรรจุไว้ในโชว์ เพื่อบอกเล่าการเดินทางของวงตลอด 30 ปี ก่อนจะพาแฟนเพลงย้อนกลับไปสู่ช่วงเวลาที่หลายคนเติบโตมาด้วยกัน ผ่าน “ฟังดูง่ายง่าย”, “เมื่อรักฉันเกิด”, “อย่าบอกว่ารัก”, “คนที่ฆ่าฉัน”, “นางฟ้า” และ Hey” ก่อนจะเปิดพื้นที่ให้กับความสดใสกับการปรากฏตัวของ BOWLYLION (โบกี้ไลอ้อน) ที่มาร่วมถ่ายทอด “คิดถึง” และ “จงเรียกเธอว่านางพญา” สองบทเพลงต่างยุคที่เชื่อมโยงศิลปินสองเจเนอเรชันที่มีความผูกพันด้วยดนตรีเข้าไว้ด้วยกัน

อีกหนึ่งช่วงเวลาที่เปี่ยมไปด้วยความหมาย คือ “หน้าไม่อาย”, “ไม่” และ “พ่อ-แม่-ลูก”ก่อนส่งต่อเวทีสู่ Drum Solo & Special Performance ที่ไม่ได้เป็นเพียงการโชว์ฝีมือทางดนตรี แต่เป็นการส่งต่อสายเลือดของครอบครัวนักดนตรี เมื่อ ต่อ มือกลอง ได้ชวนลูกชายทั้งสองคน ไข่ตุ๋น – กฤษฏ์  และ ไข่เต่า – มาฆ ใบเงิน ขึ้นมาร่วม Battle ผ่านเมดเลย์ที่ได้ฝังเมลอดี้เพลงสำคัญไว้ในนั้น อย่าง “น้ำนิ่งไหลลึก”, “ปรักปรำ” และ “มันแอบอยู่ข้างเครื่อง”ถ่ายทอดพลังของคนดนตรีจากรุ่นสู่รุ่นอย่างดุเดือด

คอนเสิร์ตยังเติมอรรถรสให้เข้มข้นขึ้น หลังจาก “ผิดที่ไว้ใจ”, “ไหนว่าจะไม่หลอกกัน”และ “ผู้ยิ่งใหญ่” พาแฟนเพลงลุกขึ้นร้องไปพร้อมกันทั้งฮอลล์ ด้วย Bass Solo ในบทเพลง Dance With Me” ผลงานที่ หรั่ง มือเบส แต่งไว้เมื่อกว่า 18 ปีก่อน แต่ไม่เคยถูกนำมาแสดงสดมาก่อน โดยได้ กัน – กันตพิชญ์ ยาวิราช และ เมย์ – พัชรพงศ์ เรืองหิรัญวงศ์ มาร่วมเติมเต็มให้บทเพลงนี้มีชีวิตขึ้นบนเวทีเป็นครั้งแรก

หลังจากนั้น สปอร์ตไลท์สาดส่องมาที่ Mini Stage กลางฮอลล์ เสียงร้องนำของริม ดังขึ้นพร้อมกับเสียงเปียโนจาก Millie Snow (มิลลี่สโนว์) หรือ   มิลลี่ – ศิริชฎา ร่วมฤดีกูล ที่มาร่วมสร้างซีนประทับใจ หยุดคนดูไว้ผ่านเพลง 20 ตุลา” และ “เหนื่อย”  ก่อนพาผู้ชมเดินทางสู่ Chapter สำคัญของ SILLY FOOLS เรียกเสียงปรบมือดังกึกก้องทันทีที่เงาปรากฏบนเวที ผ่านการกลับมาของ เบนจามิน จุง ทัฟเนล อดีตนักร้องนำของวง ผู้เคยฝากผลงานไว้ในอัลบั้ม The One กับบทเพลง “โง่”, “ทำร้าย”, “พัก” และ “สุญญากาศ”  กลายเป็นหนึ่งในโมเมนต์ที่เรียกเสียงร้องและความประทับใจจากแฟนเพลง ที่ยังคงเป็นอีกหนึ่งความทรงจำสำคัญของแฟนเพลงที่คิดถึง

เมื่อการเดินทางตลอด 30 ปีเดินมาถึงช่วงท้าย วงได้เลือกเปิดบทสุดท้ายด้วย “แพ้ความอ่อนแอ” ซิงเกิลที่ปล่อยในปี 2021 มียอดวิวสูงถึง 189 ล้านวิวบน YouTube และยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรวมถึงรับรางวัลอีกมากมาย ถือเป็นบทเพลงที่ไม่เพียงเป็นการกลับมาของวง แต่ยังเป็นกำลังใจสำคัญที่ทำให้พวกเขาเชื่อมั่นว่ายังมีแฟนเพลงที่พร้อมจะเดินเคียงข้างกัน

ก่อนจะไปต่อกับเพลง “เพียงรัก”, “เพลงนี้เกี่ยวกับความรัก”, “ขี้หึง”, “เทพลีลา”, “บ้าบอ”, “ฝัน”, “วัดใจ” และ “จิ๊จ๊ะ” เปลี่ยนอิมแพ็ค อารีนา ให้กลายเป็นเวทีแห่งความทรงจำ ที่ไม่มีคำว่าอดีตหรือปัจจุบัน มีเพียงแค่แฟนเพลงทุกยุคที่กำลังร้องเพลงเดียวกันอย่างสุดเสียง ตลอดกว่า 4 ชั่วโมงเต็ม ด้วยหัวใจของคนที่รัก

ก่อนที่ SILLY FOOLS จะกลับขึ้นเวทีอีกครั้งในช่วง Encore พร้อมปิดค่ำคืนแห่งประวัติศาสตร์ด้วย “สู้ไม่ได้” บทเพลงจากอัลบั้ม I.Q.180 ที่เป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของการเดินทางทั้งหมด และตอกย้ำอีกครั้งว่า ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าเวลาจะเปลี่ยนแปลงไป  แต่สิ่งที่ยังคงอยู่ คือ ครอบครัว SILLY FOOLS ที่รวมแฟนเพลงหลายเจเนอเรชันที่เติบโตพร้อมกับวง  กับทุกบทเพลงที่อยู่ในทุกช่วงจังหวะของชีวิต

เพราะสุดท้ายแล้ว… “ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเพียงใด บทเพลงของ SILLY FOOLS จะไม่มีวันตาย”

#คอนเสิร์ต30ปีซิลลี่ฟูลส์

#SillyFoolsBand #SillyFools

#LEOรวมกันมันส์กว่า

#merecords

#Neekrung

#OKD

#MuzikMove

สวยสับรับร่างใหม่ บุ๋ม ปนัดดา บอกลาหน้าอกเก่า18 ปีศัลยกรรมแก้ไขครั้งใหญ่ ออร่าพุ่งสวยฉ่ำ

สวยสับรับร่างใหม่ บุ๋ม ปนัดดา บอกลาหน้าอกเก่า18 ปีศัลยกรรมแก้ไขครั้งใหญ่ ออร่าพุ่งสวยฉ่ำ

สวยสับรับร่างใหม่ บุ๋ม ปนัดดา บอกลาหน้าอกเก่า18 ปีศัลยกรรมแก้ไขครั้งใหญ่ ออร่าพุ่งสวยฉ่ำ

วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 12.03 น.

กลายเป็นกระแสฮือฮาในโลกโซเชียลทันที เมื่อพิธีกรและดาราสาวตัวแม่สุดสตรองอย่าง “ดร.บุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี” ตัดสินใจเข้ารับการศัลยกรรมแก้ไขหน้าอกครั้งใหญ่ เพื่อดูแลสุขภาพและสัดส่วนให้เข้าที่และลงตัวมากยิ่งขึ้นโดยทางโรงพยาบาลได้ระบุข้อความประกอบภาพว่า”ปัญหาหน้าอกหลังเสริมมาเป็นเวลานานควรได้รับการแก้ไข และประเมินโดยแพทย์ … ขอบคุณ คุณ บุ๋ม ปนัดดา ที่ไว้วางใจเข้ารับการดูแล และปรึกษาปัญหาหน้าอกกับ นพ.ณัทธร บูชาญกูร (หมอต๊ะ) ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง…”พร้อมทั้งยังมีข้อความโปรโมตที่น่าติดตามว่า “รอรับชม! ร่างใหม่ของคุณบุ๋ม จัดการปัญหาเดิม บอกลา..หน้าอกเก่า 18 ปี” ซึ่งชี้ให้เห็นว่าซิลิโคนเดิมของบุ๋มนั้นทำมานานเกือบสองทศวรรษแล้วและถึงเวลาที่ต้องดูแลแก้ไขเพื่อสุขภาพและความมั่นใจที่ดียิ่งขึ้น

ขณะเดียวกันทางด้านอินสตาแกรมส่วนตัวของ บุ๋ม (⁠boompanadda⁠) ก็ได้มีการโพสต์ภาพอัปเดตลุคสวยสง่าในชุดสีดำ พร้อมแคปชัน “My black ” จากภาพล่าสุดที่เผยแพร่ออกมา คุณบุ๋มมาในชุดเดรสสีดำเรียบหรู ตัดขอบด้วยลวดลายสีทองอร่าม ขับเน้นรูปร่างใหม่ที่ดูสมส่วน มั่นใจ และสง่างามขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พร้อมกับรอยยิ้มที่สดใสและใบหน้าสวยฉ่ำออร่ากระจายงานนี้ทำเอาแฟนคลับและชาวเน็ตต่างพากันเข้ามากดไลก์และคอมเมนต์ชื่นชมในความสวยไม่สร่างกันอย่างล้นหลาม โดยหลายคนชมเป็นเสียงเดียวกันว่า “ร่างใหม่นี้ดูสวยสับ สมส่วน และดูเด็กลงไปอีก” ถือเป็นอีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงที่เสริมทั้งความมั่นใจและตอกย้ำความเป็นตัวแม่ของวงการบันเทิงไทยจริงๆ