ฮอตทะลุโซเชียล! เกรซ กาญจน์เกล้า เสิร์ฟลุคบิกินีผ้าไทยแซ่บหรูดูแพง

ฮอตทะลุโซเชียล! เกรซ กาญจน์เกล้า เสิร์ฟลุคบิกินีผ้าไทยแซ่บหรูดูแพง

ฮอตทะลุโซเชียล! เกรซ กาญจน์เกล้า เสิร์ฟลุคบิกินีผ้าไทยแซ่บหรูดูแพง

วันอาทิตย์ ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2569, 19.30 น.

19 เมษายน 2569 กลายเป็นกระแสฮือฮาบนโลกออนไลน์ทันที เมื่อ “เกรซ กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า” ออกมาเผยภาพทริปพักผ่อนสุดชิลริมทะเลจังหวัดกระบี่ โดยทริปนี้สาวเกรซมาในชุดบิกินี ซึ่งถูกออกแบบจากผ้าไทย

นอกจากดีไซน์ที่สะดุดตาแล้ว ผิวพรรณขาวเนียนของสาวเกรซยังช่วยขับลายผ้าไทยให้โดดเด่น ขณะที่รูปร่างเอวเอสและสัดส่วนที่ดูแลมาอย่างดี ยิ่งเสริมลุคให้ดูเป๊ะปังในทุกอิริยาบถ

หนูเล็ก ก่อนบ่าย ปรี๊ดแตก! เจอคนแปลกหน้าขอเงิน พอไม่ให้โดนแช่งยับ

หนูเล็ก ก่อนบ่าย ปรี๊ดแตก! เจอคนแปลกหน้าขอเงิน พอไม่ให้โดนแช่งยับ

หนูเล็ก ก่อนบ่าย ปรี๊ดแตก! เจอคนแปลกหน้าขอเงิน พอไม่ให้โดนแช่งยับ

วันอาทิตย์ ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2569, 17.38 น.

19 เมษายน 2569 กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกโซเชียล เมื่อดาราสายฮา “หนูเล็ก ก่อนบ่าย” ออกมาโพสต์ระบาย หลังถูกบุคคลนิรนามทักข้อความส่วนตัวเข้ามาขอยืมเงิน แต่เมื่อเจ้าตัวไม่ตอบ กลับถูกอีกฝ่ายด่าทอและแช่งสารพัด

โดยเจ้าตัวเผยว่า อยู่ๆ ก็มีคนแปลกหน้าทักอินบ็อกซ์มาขอเงินไปใช้จ่าย แต่เมื่อเธอไม่เล่นด้วย เรื่องกลับบานปลาย เมื่ออีกฝ่ายเปลี่ยนท่าทีเป็นการต่อว่าและแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม จนเธอต้องนำเรื่องมาแชร์เพื่อเตือนภัย

งานนี้ หนูเล็ก ก่อนบ่าย ไม่ขออยู่เฉย โพสต์ฟาดกลับว่า “ไม่ใช่…………คือมรึXอะใครก่อนนนนน 55555555555 แต่ละวัน 
ไปขอนายกนู้นไปปปปปปปปปปป
เข้าใจเศรษฐกิจ มันแย่ แต่ทุกคนก็ต้องสู้ ประหยัด อดออม ใช้แค่ที่จำเป็น มันแย่เหมือนกันหมด ทุกอาชีพนะคุณ……..แค่ไม่มีใครมานั้งบอกนั้งขอแบบนี้
ตั้งแต่เริ่มทำงานได้ ฉันไม่เคยขอเงินใครเลยสักบาทเดียวนะ ไม่มีก็ขายของ คือช่วยเหลือตัวเองตลอด แล้วเงินหาง่ายจะตายยยย ถ้าคิดจริงจังกับชีวิต จริงๆไม่ได้พูดไปเรื่อย เงินเล็กๆน้อยๆก็เงิน ลองเริ่มจากประหยัดค่าเน็ตดูก่อน อันดับแรกนะ
แล้วไม่ต้องมาแช่งกรูนะ เพราะยิ่งแช่งยิ่งทำให้กรูรวยยยย รวยมากรวยไม่ไหวแล้ววว จริงๆ 55555
และทุกวันนี้กรูก็ไม่ได้ดังอะไรเลยจ้าาาาาา 5555ปวดหัว”

เห็นใจชาวเหนือ! บุ๋ม ปนัดดา เจอฝุ่นเชียงรายถึงกับเลือดกำเดาไหลไม่หยุด

เห็นใจชาวเหนือ! บุ๋ม ปนัดดา เจอฝุ่นเชียงรายถึงกับเลือดกำเดาไหลไม่หยุด

เห็นใจชาวเหนือ! บุ๋ม ปนัดดา เจอฝุ่นเชียงรายถึงกับเลือดกำเดาไหลไม่หยุด

วันอาทิตย์ ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2569, 16.16 น.

19 เมษายน 2569 ทำเอาแฟนๆ เป็นห่วงไม่น้อย เมื่อพิธีกรและนักแสดงสาวจิตอาสาอย่าง “บุ๋ม ปนัดดา” ออกมาโพสต์ภาพพร้อมเล่าประสบการณ์ตรง หลังเดินทางไปยังจังหวัดเชียงราย แต่กลับต้องเผชิญกับสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กหรือ PM2.5 อย่างหนัก จนส่งผลกระทบต่อสุขภาพถึงขั้นมีอาการเลือดกำเดาไหล

       โดยเจ้าตัวเผยผ่านโซเชียลมีเดียว่า “บุ๋มเห็นใจชาวเหนือจริงๆ นะคะ มาเชียงรายแป๊บเดียว หายใจเอาฝุ่นเข้าไป เลือดไหลตลอด ทั้งคันทั้งแสบจมูก ทรมานมาก ทุกคนทนกันไหวได้ไง เป็นห่วงจากใจเลยค่ะ อากาศตอนนี้แย่มาก อยากให้มีทางออกสำหรับเรื่องนี้ แต่ก็รู้มันไม่ง่าย”

ภายหลังโพสต์ถูกเผยแพร่ออกไป มีชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นและแชร์ประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับผลกระทบจากฝุ่น PM2.5 ที่กำลังอยู่ในระดับวิกฤตในหลายพื้นที่ของประเทศ พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินมาตรการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในวงกว้าง

“หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์” วิ่งแซงมนุษย์ขาดลอย ทุบสถิติโลกฮาล์ฟมาราธอนที่ปักกิ่ง

"หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์" วิ่งแซงมนุษย์ขาดลอย ทุบสถิติโลกฮาล์ฟมาราธอนที่ปักกิ่ง

19 เม.ย. 2569 13:34 น.

“หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์” วิ่งแซงมนุษย์ขาดลอย ทุบสถิติโลกฮาล์ฟมาราธอนที่ปักกิ่ง

กองทัพหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์โชว์ศักยภาพสุดล้ำในการแข่งขันปักกิ่งฮาล์ฟมาราธอน วิ่งแซงนักกีฬาอาชีพ ทุบสถิติโลกมนุษย์เกือบ 7 นาที สะท้อนความก้าวหน้าแบบก้าวกระโดดของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ในจีน

การแข่งขันวิ่งฮาล์ฟมาราธอน รายการ Beijing E-Town Half Marathon ซึ่งจัดขึ้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีในกรุงปักกิ่ง ในวันนี้ (19 เม.ย.) ภาพที่สร้างความตกตะลึงให้กับผู้ชมคือภาพของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ฝีมือการผลิตของจีนจำนวนมาก วิ่งด้วยความเร็วสูงแซงหน้านักวิ่งที่เป็นมนุษย์ไปอย่างง่ายดาย แสดงให้เห็นถึงสมรรถนะทางกายภาพและระบบนำทางอัตโนมัติที่ก้าวล้ำไปอีกขั้น

ความก้าวหน้าในปีนี้ถือว่าก้าวกระโดดจากปีที่แล้วอย่างมาก เนื่องจากปีที่ผ่านมาหุ่นยนต์ส่วนใหญ่ยังประสบปัญหาทางเทคนิคและวิ่งไม่จบการแข่งขัน อีกทั้งแชมป์หุ่นยนต์ปีที่แล้วยังทำเวลาไปถึง 2 ชั่วโมง 40 นาที ซึ่งช้ากว่ามนุษย์กว่าเท่าตัว แต่ในปีนี้จำนวนทีมที่เข้าแข่งเพิ่มขึ้นจาก 20 ทีม เป็นกว่า 100 ทีม 

หุ่นยนต์ที่คว้าชัยชนะในครั้งนี้พัฒนาโดยแบรนด์สมาร์ทโฟนชื่อดังอย่าง Honor (ออเนอร์) โดยเข้าเส้นชัยด้วยเวลาเพียง 50 นาที 26 วินาที ซึ่งเร็วกว่าสถิติโลกของมนุษย์ที่ จาคอบ คิปลิโม นักวิ่งชาวอูกันดา เคยทำไว้ที่กรุงลิสบอนเมื่อเดือนก่อนที่ 57 นาที 31 วินาที

ตู่ เสี่ยวตี๋ วิศวกรจาก Honor เปิดเผยว่า หุ่นยนต์รุ่นนี้ใช้เวลาพัฒนาเพียง 1 ปี โดยออกแบบความยาวขาที่ 90-95 เซนติเมตร เพื่อเลียนแบบสรีระของนักวิ่งระดับโลก และที่น่าสนใจคือมีการนำ “ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว” ที่ใช้ในสมาร์ทโฟนมาติดตั้งเพื่อควบคุมอุณหภูมิขณะวิ่งด้วยความเร็วสูง

แม้หุ่นยนต์จะโชว์ความเร็วที่น่าทึ่ง แต่ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าเป้าหมายที่แท้จริงไม่ใช่เพียงแค่การวิ่งแข่ง แต่เป็นการทดสอบ “ความทนทานของโครงสร้าง” และ “การถ่ายโอนเทคโนโลยี” เพื่อนำไปใช้ในภาคอุตสาหกรรมและการผลิตจริงในอนาคต โดยเฉพาะในงานที่อันตรายหรืองานในโรงงานที่ต้องการความแม่นยำ

ฉู่ เทียนฉี นักศึกษาด้านวิศวกรรมวัย 23 ปี หนึ่งในผู้ชมระบุว่า “โลกอนาคตจะเป็นยุคของ AI อย่างแน่นอน หากใครไม่เรียนรู้ที่จะใช้หรือยังต่อต้านมัน ก็มีสิทธิ์ที่จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง”

ปัจจุบันรัฐบาลจีนกำลังผลักดันนโยบายอย่างหนักเพื่อเป็นผู้นำระดับโลกในด้านนี้ ทั้งการให้เงินอุดหนุนและการสร้างโครงสร้างพื้นฐานรองรับ ก่อนหน้านี้ในงานฉลองตรุษจีน จีนยังได้โชว์หุ่นยนต์จากบริษัท ยูนิทรี ที่สามารถรำมวยจีนและใช้อาวุธได้อย่างคล่องแคล่ว ตอกย้ำความทะเยอทะยานในการครองตลาดหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์และพลิกโฉมภาคการผลิตของโลกในอนาคตอันใกล้.

ที่มา Reuters

ทรัมป์เผยพบเอกสาร “น่าสนใจ” เกี่ยวกับยูเอฟโอ เตรียมเปิดเผยเร็ว ๆ นี้

ทรัมป์เผยพบเอกสาร "น่าสนใจ" เกี่ยวกับยูเอฟโอ เตรียมเปิดเผยเร็ว ๆ นี้

19 เม.ย. 2569 12:47 น.

ทรัมป์เผยพบเอกสาร “น่าสนใจ” เกี่ยวกับยูเอฟโอ เตรียมเปิดเผยเร็ว ๆ นี้

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุพบเอกสารสำคัญเกี่ยวกับยูเอฟโอ “ที่น่าสนใจ” จำนวนมาก และเตรียมเปิดเผยต่อสาธารณชนในเร็วๆ นี้ หลังสั่งการให้เร่งรัดการตรวจสอบข้อมูลสิ่งมีชีวิตนอกโลก 

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าว ระหว่างการปราศรัยในงานของกลุ่มเทิร์นนิงพอยต์ ยูเอสเอ (Turning Point USA) ที่เมืองฟีนิกซ์ โดยระบุว่ากระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เตรียมเปิดเผย “เอกสารที่น่าสนใจ” เกี่ยวกับปรากฏการณ์ทางอากาศที่ไม่สามารถอธิบายได้ หรือ UAP ในอนาคตอันใกล้นี้

ทรัมป์กล่าวต่อหน้าฝูงชนว่า “ตามที่ทุกคนจำได้ ผมได้สั่งการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเริ่มกระบวนการเปิดเผยไฟล์ข้อมูลของรัฐบาลที่เกี่ยวกับ UFO ซึ่งกระบวนการนี้กำลังดำเนินไปได้ด้วยดี และผมต้องบอกเลยว่าเราพบเอกสารที่น่าสนใจหลายอย่าง ซึ่งการเปิดเผยชุดแรกจะเริ่มขึ้นในเร็วๆ นี้” 

โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ แถลงในเวลาต่อมาว่า สำนักงานแก้ไขปัญหาความผิดปกติในทุกโดเมน (AARO) กำลังประสานงานอย่างใกล้ชิดกับทำเนียบขาวเพื่อรวบรวมบันทึกเกี่ยวกับ UAP ทั้งหมด และเร่งรัดการเปิดเผยข้อมูลที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อนสู่สาธารณะ ตามเจตนารมณ์ของประธานาธิบดีที่ต้องการผลักดันเรื่องความโปร่งใส

คำสั่งของทรัมป์เริ่มขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลังจากที่เขาได้มอบหมายให้นายพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหม และเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆ เริ่มตรวจสอบไฟล์ที่เกี่ยวข้องกับ “สิ่งมีชีวิตนอกโลก” อย่างละเอียด

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันจากสมาชิกสภาคองเกรส โดยเฉพาะ สส. แอนนา พอลินา ลูนา จากพรรครีพับลิกัน ซึ่งเรียกร้องให้เพนตากอนปล่อยวิดีโอหลักฐาน 46 ชุดที่ได้จากการสอบสวน UAP โดยเธอย้ำว่าความไม่โปร่งใสในเรื่องนี้ถือเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ เนื่องจากวัตถุเหล่านี้ปรากฏตัวในน่านฟ้าที่อ่อนไหวรอบฐานทัพทหารสหรัฐฯ

ขณะที่ สส. ทิม เบอร์เชตต์ อีกหนึ่งแกนนำที่ผลักดันเรื่องนี้ ได้โพสต์ข้อความขอบคุณทรัมป์ทางโซเชียลมีเดียว่า “ขอบคุณที่รักษาสัญญาที่ให้ไว้กับผม”

แม้จะมีการเตรียมเปิดเผยเอกสารครั้งใหญ่ แต่ก่อนหน้านี้ในเดือนพฤศจิกายน 2024 เพนตากอนระบุว่าแม้จะได้รับรายงานเกี่ยวกับ UAP หลายร้อยฉบับ และมี 21 กรณีที่แสดงพฤติกรรมผิดปกติจนน่าสนใจ แต่เจ้าหน้าที่ “ยังไม่พบหลักฐานที่พิสูจน์ได้ว่ามีสิ่งมีชีวิตจากดาวเคราะห์ดวงอื่น”

นอกจากนี้ รายงานเมื่อต้นปี 2024 ยังระบุว่าสิ่งที่ผู้คนพบเห็นส่วนใหญ่มักเป็นการระบุอัตลักษณ์ผิดพลาดจากวัตถุธรรมดาหรือปรากฏการณ์ทางธรรมชาติทั่วไป อย่างไรก็ตาม การเปิดเผยเอกสารชุดใหม่ที่ทรัมป์ระบุว่า “น่าสนใจมาก” ในครั้งนี้ อาจเป็นกุญแจสำคัญที่ไขความลับที่รัฐบาลเก็บงำไว้มานานหลายทศวรรษ.

ที่มา NBC News

แคลิฟอร์เนียสั่งจำคุก 3 ราย “ใส่ชุดหมี” ข่วนรถหรู หวังเคลมเงินประกันหลักล้าน

แคลิฟอร์เนียสั่งจำคุก 3 ราย "ใส่ชุดหมี" ข่วนรถหรู หวังเคลมเงินประกันหลักล้าน

19 เม.ย. 2569 11:40 น.

แคลิฟอร์เนียสั่งจำคุก 3 ราย “ใส่ชุดหมี” ข่วนรถหรู หวังเคลมเงินประกันหลักล้าน

ศาลแคลิฟอร์เนียสั่งลงโทษจำคุกและภาคทัณฑ์ 3 ผู้ต้องหาในคดีฉ้อโกงประกันภัยสุดแปลก หลังใช้คนสวมชุดหมีปลอมบุกข่วนเบาะรถโรลส์-รอยซ์ และเมอร์เซเดส หวังเงินชดเชยกว่า 4.8 ล้านบาท สุดท้ายไม่รอดเพราะผู้เชี่ยวชาญชี้ “หมีท่าทางเหมือนคนเกินไป”

สำนักงานการประกันภัยแห่งรัฐแคลิฟอร์เนียแถลงความคืบหน้าคดีฉ้อโกงสุดแปลกที่ตั้งรหัสปฏิบัติการว่า “Operation Bear Claw” (ปฏิบัติการกรงเล็บหมี) โดยล่าสุดศาลได้มีคำพิพากษาลงโทษชาย 2 คน และหญิง 1 คน จากลอสแอนเจลิส ในข้อหาฉ้อโกงประกันภัยระดับอาญา

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในปี 2024 เมื่อกลุ่มผู้ต้องหาได้ยื่นคำร้องเคลมเงินประกันจากบริษัทหลายแห่ง รวมเป็นเงินเกือบ 142,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 4.53 ล้านบาท) โดยอ้างว่ารถยนต์หรูซึ่งประกอบด้วย โรลส์-รอยซ์ 1 คัน และเมอร์เซเดส-เบนซ์ อีก 2 คัน ถูกหมีป่าบุกเข้ามาสร้างความเสียหายภายในขณะจอดอยู่ในแถบเทือกเขาซานเบอร์นาร์ดิโน

กลุ่มผู้ต้องหาได้ส่งหลักฐานเป็นวิดีโอวงจรปิดที่เผยให้เห็นสิ่งมีชีวิตลักษณะคล้ายหมีกำลังตะกุยข่วนเบาะและแผงประตูรถจนเป็นรอยลึก อย่างไรก็ตาม เมื่อบริษัทประกันส่งหลักฐานให้พนักงานสอบสวนและนักชีววิทยาจากกรมสัตว์ป่าและพันธุ์พืชแห่งแคลิฟอร์เนียตรวจสอบ ผู้เชี่ยวชาญยืนยันชัดเจนว่า “สิ่งที่เห็นในคลิปคือมนุษย์ที่สวมชุดหมีอย่างแน่นอน”

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้นำหมายค้นเข้าตรวจสอบบ้านพักของผู้ต้องหา และพบ “ชุดหมีสีน้ำตาล” พร้อมอุปกรณ์เล็บเหล็กที่ใช้สำหรับสร้างรอยข่วน ตกเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ทำให้ผู้ต้องหาจำนนต่อหลักฐาน

จำเลย 3 รายได้รับสารภาพและถูกตัดสินโทษจำคุกในรูปแบบการกักตัวช่วงสุดสัปดาห์ (Weekend Jail) พร้อมด้วยการภาคทัณฑ์ โดยสองในสามถูกสั่งให้จ่ายเงินชดเชยความเสียหายคืนแก่บริษัทประกันเป็นเงินกว่า 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.6 ล้านบาท) ส่วนผู้ต้องหารายที่สี่มีกำหนดขึ้นศาลเพื่อฟังคำพิจารณาในเดือนกันยายนนี้

ทั้งนี้ ปัญหาหมีป่าบุกรุกบ้านเรือนหรือรื้อถังขยะเพื่อหาอาหารเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในรัฐแคลิฟอร์เนีย ตั้งแต่แถบทะเลสาบทาโฮไปจนถึงชานเมืองลอสแอนเจลิส ซึ่งมักมีข่าวหมีแอบเปิดตู้เย็นหรือลงไปว่ายน้ำในสระหลังบ้านอยู่บ่อยครั้ง แต่ในกรณีนี้เป็นการฉวยโอกาสจากเหตุการณ์ธรรมชาติมาใช้ในการก่ออาชญากรรมจนถูกจับกุมในที่สุด.

ที่มา Associated Press

“มาชาโด” เจ้าของโนเบลสันติภาพเวเนซุเอลา ขอบคุณ “ทรัมป์” ยอมเสี่ยงเพื่อเสรีภาพ

"มาชาโด" เจ้าของโนเบลสันติภาพเวเนซุเอลา ขอบคุณ "ทรัมป์" ยอมเสี่ยงเพื่อเสรีภาพ

19 เม.ย. 2569 11:03 น.

“มาชาโด” เจ้าของโนเบลสันติภาพเวเนซุเอลา ขอบคุณ “ทรัมป์” ยอมเสี่ยงเพื่อเสรีภาพ

“มารีอา โครีนา มาชาโด” เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพและผู้นำฝ่ายค้านเวเนซุเอลา กล่าวขอบคุณ “โดนัลด์ ทรัมป์” ที่กล้าเสี่ยงเพื่ออิสรภาพของชาวเวเนซุเอลา พร้อมปฏิเสธการพบปะนายกรัฐมนตรีสเปน พร้อมเดินหน้าประสานสหรัฐฯ วางแผนกลับประเทศและผลักดันประชาธิปไตย

 มารีอา โครีนา มาชาโด ผู้นำฝ่ายค้านเวเนซุเอลา ได้กล่าวสุนทรพจน์ ณ กรุงมาดริด ในระหว่างการเดินทางเยือนยุโรป เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยระบุว่าชาวเวเนซุเอลาจะจดจำและซาบซึ้งในสิ่งที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้กระทำลงไปเพื่อช่วยให้ประเทศหลุดพ้นจากพันธนาการ

มาชาโดกล่าวชื่นชมทรัมป์ว่าเป็นผู้นำโลกที่ยอมเสี่ยงต่อชีวิตของประชาชนในประเทศตนเองเพื่อสนับสนุนเสรีภาพของเวเนซุเอลา พร้อมย้ำว่าเธอ “ไม่เสียใจเลย” ที่ได้ส่งมอบรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพให้แก่ทรัมป์ในเชิงสัญลักษณ์เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา เพื่อเป็นการสดุดีในความกล้าหาญครั้งนี้

ในการเยือนสเปนครั้งนี้ มาชาโดได้ปฏิเสธที่จะเข้าพบนายกรัฐมนตรี เปโดร ซานเชซ ผู้นำรัฐบาลผสมฝ่ายซ้ายของสเปน โดยให้เหตุผลว่าไม่เหมาะสม เนื่องจากซานเชซกำลังเป็นเจ้าภาพจัดประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มหัวก้าวหน้าในบาร์เซโลนา ซึ่งขัดกับแนวคิดเสรีนิยมฝ่ายขวาของเธออย่างสิ้นเชิง

แม้ซานเชซจะแสดงท่าทีพร้อมพบมาชาโดทุกเมื่อและสนับสนุนให้ชาวเวเนซุเอลาตัดสินอนาคตด้วยตนเองโดยปราศจากการแทรกแซงจากต่างชาติ แต่มาชาโดกลับเลือกที่จะพบปะกับ อิซาเบล ดิอาซ อายูโซ ผู้นำภูมิภาคมาดริดซึ่งเป็นคู่ปรับทางการเมืองที่สำคัญของซานเชซแทน ก่อนจะไปร่วมชุมนุมกับกลุ่มชาวเวเนซุเอลาพลัดถิ่นที่จัตุรัสปูเอร์ตา เดล โซล

มาชาโดเปิดเผยว่าเธอกำลังประสานงานอย่างใกล้ชิดกับรัฐบาลสหรัฐฯ เกี่ยวกับการเดินทางกลับเวเนซุเอลาเพื่อนำการเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตยที่แท้จริง หลังจากที่กองทัพสหรัฐฯ ได้เข้าบุกกรุงการากัสและขับไล่นายกรัฐมนตรีนิโกลัส มาดูโร ออกจากอำนาจเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา จนนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลรักษาการภายใต้การนำของ เดลซี โรดริเกซ

นอกจากนี้ เธอยังสนับสนุนให้กองทุนการเงินระหว่างประเทศและธนาคารโลก กลับมาดำเนินกิจการในเวเนซุเอลาอีกครั้ง เพื่อเข้ามาตรวจสอบระบบเศรษฐกิจและ “เปิดห้องนิรภัยของธนาคารกลาง” เพื่อแสดงให้เห็นถึงปริมาณทองคำสำรองที่แท้จริงของประเทศ

มาชาโดกล่าวทิ้งท้ายว่า “ตอนนี้ภาพชัดเจนแล้วว่า มีทั้งฝ่ายที่ต้องการให้เวเนซุเอลาเป็นประชาธิปไตย และฝ่ายที่ต้องการรักษาอำนาจแบบเดิมไว้… คำถามง่ายๆ คือ ลองไปถามพวกเขาสิว่า จะจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่เมื่อไหร่”.

ที่มา AP / Reuters

ทุบสถิติประมูล “เสื้อชูชีพ” ผู้รอดชีวิตไททานิกปิดที่เกือบ 29 ล้านบาท

ทุบสถิติประมูล "เสื้อชูชีพ" ผู้รอดชีวิตไททานิกปิดที่เกือบ 29 ล้านบาท

19 เม.ย. 2569 10:20 น.

ทุบสถิติประมูล “เสื้อชูชีพ” ผู้รอดชีวิตไททานิกปิดที่เกือบ 29 ล้านบาท

เปิดประมูลของสะสมหายากจากเรือไททานิก โดย “เสื้อชูชีพ” ของผู้รอดชีวิตชั้นเฟิสต์คลาส ทำราคาพุ่งสูงกว่า 9 แสนดอลลาร์ หรือมากกว่า 28 ล้านบาท ขณะที่ของใช้อื่นๆ ยังคงได้รับความสนใจล้นหลาม ตอกย้ำความหลงใหลในประวัติศาสตร์ที่ยังคงเป็นอมตะแม้เวลาจะผ่านไปกว่าหนึ่งศตวรรษ

สำนักประมูล เฮนรี อัลดริดจ์ แอนด์ ซัน ในเมืองดีไวเซส ทางตะวันตกของอังกฤษ ได้จัดการประมูลสิ่งของที่ระลึกจากเรือ “อาร์เอ็มเอส ไททานิก” (RMS Titanic) โดยไฮไลต์สำคัญคือ “เสื้อชูชีพ” ของนางสาวลอรา เมเบิล ฟรานคาเตลลี ผู้โดยสารชั้นหนึ่งที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยถูกประมูลไปในราคาสูงถึง 670,000 ปอนด์ หรือประมาณ 906,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 28.94 ล้านบาท) ให้กับผู้ประมูลทางโทรศัพท์ที่ไม่ประสงค์ออกนาม

เสื้อชูชีพสีครีมที่ทำจากผ้าใบยัดไส้ด้วยไม้ก๊อกตัวนี้ มีความพิเศษอย่างยิ่งเนื่องจากปรากฏลายเซ็นของเธอและเพื่อนผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ ที่หนีออกมาด้วยเรือช่วยชีวิตลำเดียวกัน โดยแอนดรูว์ อัลดริดจ์ ผู้ประมูล ระบุว่าในปัจจุบันมีเสื้อชูชีพที่ผู้รอดชีวิตสวมใส่จริงเหลืออยู่เพียงไม่กี่ตัวเท่านั้น และส่วนใหญ่ถูกเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์ จึงยากมากที่จะมีการนำออกมาประมูลสู่ตลาด

นอกจากเสื้อชูชีพแล้ว ยังมีการประมูล “เบาะรองนั่ง” จากเรือช่วยชีวิตของไททานิก ซึ่งปิดประมูลไปที่ราคา 390,000 ปอนด์ (ประมาณ 18.4 ล้านบาท) โดยผู้ชนะการประมูลคือเจ้าของพิพิธภัณฑ์ไททานิกในรัฐเทนเนสซีและรัฐมิสซูรี ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งราคาเหล่านี้ได้รวมค่าธรรมเนียมส่วนเพิ่มของผู้ซื้อเรียบร้อยแล้ว

แอนดรูว์ อัลดริดจ์ กล่าวว่า “ราคาประมูลครั้งนี้สะท้อนถึงความสนใจอย่างต่อเนื่องในเรื่องราวของไททานิก รวมถึงความเคารพต่อผู้โดยสารและลูกเรือที่เรื่องราวของพวกเขาถูกทำให้เป็นอมตะผ่านสิ่งของเหล่านี้” 

เรือไททานิก ซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกขนานนามว่าเป็นเรือที่ “ไม่มีวันจม” ได้ชนภูเขาน้ำแข็งนอกชายฝั่งนิวฟันด์แลนด์ระหว่างการเดินทางเที่ยวแรกจากอังกฤษไปนิวยอร์ก และจมลงเมื่อวันที่ 15 เมษายน 1912 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 1,500 ราย จากทั้งหมดประมาณ 2,200 ราย

สำหรับนางสาวฟรานคาเตลลี เธอเดินทางมาพร้อมกับนายจ้างคือ ลูซี ดัฟฟ์ กอร์ดอน แฟชั่นดีไซเนอร์ชื่อดัง และสามีคือนายคอสโม ดัฟฟ์ กอร์ดอน ทั้งสามรอดชีวิตมาได้ด้วย “เรือช่วยชีวิตลำที่ 1” ซึ่งภายหลังกลายเป็นประเด็นอื้อฉาว เนื่องจากเรือลำดังกล่าวถูกปล่อยลงน้ำโดยมีผู้โดยสารเพียง 12 คน ทั้งที่สามารถรองรับได้ถึง 40 คน และไม่ได้พยายามวนกลับไปรับผู้รอดชีวิตที่ลอยคออยู่ในน้ำเย็นจัดแต่อย่างใด

สถิติการประมูลของที่ระลึกไททานิกที่สูงที่สุดในโลกยังคงเป็นของ “นาฬิกาพกทองคำ” ซึ่งถูกประมูลไปเมื่อปี 2025 ในราคามากกว่า 2 ล้านดอลลาร์ (ราว 64 ล้านบาท) โดยนาฬิกาเรือนนี้เป็นของ อิซิดอร์ สเตราส์ มหาเศรษฐีเจ้าของห้าง Macy’s ซึ่งสวมใส่ในขณะที่เขาและภรรยาตัดสินใจสละสิทธิ์การลงเรือช่วยชีวิตเพื่อให้คนหนุ่มสาวได้ไปแทน กลายเป็นหนึ่งในเรื่องราวความเสียสละอันเป็นตำนานของเรือลำนี้.

ที่มา Associated Press

เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธหลายลูกลงทะเลตะวันออก เกาหลีใต้จับตาใกล้ชิด

เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธหลายลูกลงทะเลตะวันออก เกาหลีใต้จับตาใกล้ชิด

19 เม.ย. 2569 09:58 น.

เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธหลายลูกลงทะเลตะวันออก เกาหลีใต้จับตาใกล้ชิด

กองทัพเกาหลีใต้เผยเกาหลีเหนือทดสอบยิงขีปนาวุธหลายลูกช่วงเช้าวันอาทิตย์ ท่ามกลางความตึงเครียดที่พุ่งสูง ด้านนักวิเคราะห์ชี้เป็นการส่งสัญญาณปฏิเสธไมตรีจากเกาหลีใต้ ขณะที่ภาพดาวเทียมพบหลักฐานเร่งต่อเรือพิฆาตลำใหม่โดยได้รับความช่วยเหลือจากรัสเซีย

คณะเสนาธิการร่วมของเกาหลีใต้รายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 06:10 น. ของวันนี้ (19 เม.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น เกาหลีเหนือได้ทำการทดสอบยิงขีปนาวุธวิถีโค้งไม่ทราบประเภทจำนวนหลายลูกจากบริเวณพื้นที่เมืองซินโพ ลงสู่ทะเลตะวันออก หรือทะเลญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นครั้งล่าสุดในระลอกการทดสอบอาวุธที่ถี่ขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา 

ด้านทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ได้ประกาศเตรียมเรียกประชุมด้านความมั่นคงฉุกเฉินทันที พร้อมยกระดับการเฝ้าระวังขั้นสูงสุดเพื่อรับมือกับความเป็นไปได้ที่จะมีการยิงเพิ่มเติม

นักวิเคราะห์มองว่าการทดสอบอาวุธครั้งนี้เป็นการแสดงท่าทีปฏิเสธความพยายามของรัฐบาลเกาหลีใต้ที่ต้องการฟื้นฟูความสัมพันธ์ที่ร้าวฉาน แม้ก่อนหน้านี้เกาหลีใต้จะเพิ่งแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์โดรนพลเรือนรุกล้ำน่านฟ้าเกาหลีเหนือเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งในช่วงแรก คิม โยจอง น้องสาวของคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ เคยออกมาชมว่าเป็น “พฤติกรรมที่ฉลาดและน่ายินดี”

อย่างไรก็ตาม ในเดือนนี้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของเกาหลีเหนือกลับเปลี่ยนท่าที โดยระบุว่าเกาหลีใต้คือ “รัฐศัตรูที่เป็นปฏิปักษ์มากที่สุด” ซึ่งเป็นการตอกย้ำวาทกรรมเดิมที่คิม จองอึน เคยประกาศไว้ก่อนหน้า

นอกจากการข่มขวัญด้วยขีปนาวุธ มีรายงานว่าเกาหลีเหนือกำลังเร่งยกระดับกองทัพเรืออย่างก้าวกระโดด โดยเมื่อต้นเดือนเมษายน คิม จองอึน ได้เข้าตรวจเยี่ยมการทดสอบขีปนาวุธร่อนทางยุทธศาสตร์จากเรือพิฆาต “ชเว ฮยอน” ซึ่งเป็นหนึ่งในเรือพิฆาตขนาด 5,000 ตัน 2 ลำที่เปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้ว

นอกจากนี้ ยู ยงวอน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเกาหลีใต้ เปิดเผยข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียมว่า เกาหลีเหนือกำลังเร่งสร้างเรือพิฆาตชั้น 5,000 ตันเพิ่มอีก 2 ลำที่ท่าเรือนัมโพทางตะวันตก โดยตั้งข้อสังเกตว่าการพัฒนาที่รวดเร็วนี้เป็นผลมาจากการสนับสนุนทางทหารจากรัสเซีย เพื่อเป็นการตอบแทนที่เกาหลีเหนือส่งกำลังทหารและกระสุนปืนใหญ่ไปช่วยรัสเซียในการรุกรานยูเครน บรรดาผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่ารัสเซียได้ส่งมอบเทคโนโลยีทางทหารขั้นสูงกลับไปให้เกาหลีเหนือ ซึ่งรวมถึงเทคโนโลยีขีปนาวุธและอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งขัดต่อมติคว่ำบาตรขององค์การสหประชาชาติอย่างชัดเจน.

ที่มา Yonhap

โป๊ปยืนยัน ไม่ได้วิจารณ์ โดนัลด์ ทรัมป์ หลังโจมตีพวก “ทรราช” ทำสงคราม

โป๊ปยืนยัน ไม่ได้วิจารณ์ โดนัลด์ ทรัมป์ หลังโจมตีพวก “ทรราช” ทำสงคราม

19 เม.ย. 2569 06:28 น.

โป๊ปยืนยัน ไม่ได้วิจารณ์ โดนัลด์ ทรัมป์ หลังโจมตีพวก “ทรราช” ทำสงคราม

โป๊ปเลโอที่ 14 ยืนยันว่าพระองค์ไม่ได้มีเจตนาปะทะคารมกับ โดนัลด์ ทรัมป์ อีกครั้ง หลังจากไม่กี่วันก่อนพระองค์กล่าวสุนทรพจน์โจมตีพวก “ทรราช” ที่ทุ่มเงินมหาศาลเพื่อทำสงคราม

เมื่อ 18 เม.ย. 2569 สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ตรัสว่าพระองค์ไม่ได้มีเจตนาที่จะโต้เถียงกับโดนัลด์ ทรัมป์ หลังจากพระองค์มีสุนทรพจน์เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา และวิพากษ์วิจารณ์ “พวกทรราช” เรื่องการทุ่มงบประมาณหลายพันล้านไปกับสงคราม แต่ไม่ทุ่มเงินเพื่อฟื้นฟู

โป๊ปเลโอระบุว่า ถ้อยแถลงดังกล่าวซึ่งเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากที่มีการปะทะคารมอย่างเผ็ดร้อนกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ นั้น ถูกเขียนขึ้นไว้ตั้งแต่ 2 สัปดาห์ก่อนหน้านั้นแล้ว ซึ่งเป็นเวลานานก่อนที่ท่านประธานาธิบดีจะออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับตัวพระองค์เสียอีก

“ทว่าเมื่อเหตุการณ์ประจวบเหมาะเช่นนี้ มันจึงถูกมองไปว่าข้าพเจ้าพยายามจะโต้เถียงกับประธานาธิบดีอีกครั้ง ซึ่งนั่นไม่ใช่สิ่งที่ข้าพเจ้าสนใจเลยแม้แต่น้อย” พระองค์ตรัสกับผู้สื่อข่าวระหว่างการเดินทางบนเครื่องบินมุ่งหน้าสู่อังโกลาเมื่อวันเสาร์

ทั้งนี้ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ทรัมป์ได้เปิดฉากโจมตีพระสันตะปาปาเลโออย่างรุนแรง โดยระบุว่าพระองค์ “ย่ำแย่เรื่องนโยบายต่างประเทศ” หลังจากพระองค์วิจารณ์ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ และอิสราเอลในอิหร่านมาโดยตลอด

ต่อมาในวันพฤหัสบดี (16 เม.ย.) โป๊ปเลโอกล่าวสุนทรพจน์ที่แคเมอรูน โดยทรงวิพากษ์วิจารณ์เหล่าผู้นำที่ “เมินเฉยต่อความจริงที่ว่าเงินหลายพันล้านดอลลาร์ถูกใช้ไปกับการฆ่าฟันและความพินาศย่อยยับ แต่กลับไม่มีทรัพยากรที่จำเป็นสำหรับการเยียวยา การศึกษา และการฟื้นฟูให้เห็นเลย”

“เหล่าเจ้าแห่งสงครามแสร้งทำเป็นไม่รู้ว่า การทำลายล้างนั้นใช้เวลาเพียงชั่วพริบตา แต่บ่อยครั้งที่การฟื้นฟูขึ้นมาใหม่นั้น แม้ชั่วชีวิตหนึ่งก็อาจไม่เพียงพอ” สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอตรัส

พระองค์ยังโจมตี “วังวนแห่งความไร้เสถียรภาพและความตายไม่รู้จบ” ในพื้นที่ “นองเลือด” ของแคเมอรูน ซึ่งถูกกลุ่มกบฏเข้าครอบงำมานานเกือบหนึ่งทศวรรษด้วย

อย่างไรก็ตาม ถ้อยแถลงของโป๊ปเลโอถูกหลายฝ่ายตีความว่า เป็นการพาดพิงถึงทรัมป์ ซึ่งต่อมาผู้นำสหรัฐฯ ก็บอกกับผู้สื่อข่าวว่า “พระสันตะปาปาจะพูดอะไรก็ได้ตามที่ท่านต้องการ และผมก็อยากให้ท่านพูดในสิ่งที่ท่านอยากพูด แต่ผมมีสิทธิ์ที่จะไม่เห็นด้วย”

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ได้โพสต์ข้อความวิพากษ์วิจารณ์ผู้นำคริสตจักรคาทอลิกยาวเหยียด หลังจากที่พระสันตะปาปาทรงแสดงความกังวลต่อคำขู่ของทรัมป์ที่ว่า “อารยธรรมจะสูญสิ้น” หากอิหร่านไม่ยอมตกลงตามข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ ในการยุติสงครามและเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่าเขา “ไม่ใช่แฟนตัวยง” ของพระสันตะปาปา พร้อมทั้งตราหน้าพระองค์ว่า “อ่อนข้อให้กับอาชญากรรม และเลวร้ายสุดๆ ในด้านนโยบายต่างประเทศ” นอกจากนี้ ทรัมป์ยังได้โพสต์ภาพที่สร้างจาก AI ซึ่งเป็นรูปตัวเขาเองในลักษณะที่คล้ายกับพระเยซู แต่ได้ลบภาพนั้นออกไปในเวลาต่อมา หลังถูกวิจารณ์อย่างหนัก

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc