‘ชาเม่’ บุกสีลมสะเทือนออฟฟิศ! เปิดตัว ‘CHAME’ GUMMY SERIES TROOP’

'ชาเม่' บุกสีลมสะเทือนออฟฟิศ! เปิดตัว 'CHAME’ GUMMY SERIES TROOP'

‘ชาเม่’ บุกสีลมสะเทือนออฟฟิศ! เปิดตัว ‘CHAME’ GUMMY SERIES TROOP’

วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.47 น.

กลายเป็นภาพความคึกคักกลางย่านธุรกิจที่หลายคนต้องหยุดมอง เมื่อแบรนด์ความงามสายเฮลท์ตี้อย่าง “ชาเม่” ยกทัพบุกใจกลางสีลม เปิดตัวไอเทมใหม่ล่าสุดในตระกูลกัมมี่ ภายใต้ชื่อ CHAME’ GUMMY SERIES TROOP” พร้อมขบวน “น้องหมีม่วง และ น้องหมีชมพู” สุดน่ารัก ที่เดินสายสร้างรอยยิ้มให้พนักงานออฟฟิศและคนทำงานตลอดถนนสีลม

ไฮไลต์ของงานครั้งนี้อยู่ที่การเปิดตัวกัมมี่ 2 สูตรใหม่ ได้แก่ “ชาเม่ เดลี่ ไนท์ กัมมี่” และ “ชาเม่ คอลลาเจน กัมมี่” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ฝันดีออลไนท์ สดใสออลเดย์” โดดเด่นด้วยรูปแบบกัมมี่รูปหมี บรรจุในซองดีไซน์สดใส พกพาง่าย เคี้ยวอร่อย ไม่มีน้ำตาล ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการดูแลตัวเองแบบสะดวกและสนุกไปพร้อมกัน โดย กัมมี่ 2 สูตรใหม่นี้ “ชาเม่” ได้คว้าคู่จิ้นสุดฮอต “เก่ง-หฤษฎ์ บัวย้อย และ น้ำปิง-นภัสกร ปิงเมือง” นั่งแท่นพรีเซ็นเตอร์ พร้อมส่งต่อไลฟสไตล์ดูแลตัวเองผ่านคอนเทนต์รวมทั้งแคมเปญที่จะมาสร้างปรากฏการณ์เซอร์ไพร์สครั้งใหญ่ให้ได้ติดตามกันเร็วๆนี้  

สำหรับกิจกรรม CHAME’ GUMMY SERIES TROOP” สร้างสีสันคึกคักตลอดเส้นทาง Troop โดยมี   คุณนันท์ฐณิชา ศิริปรีดาวัชร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท ชาเม่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน),  คุณนิธิภัทร ศรกาญจน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และทีมงานชาเม่ ร่วมเดินแจกความสดใสให้กับชาวออฟฟิศ รวมถึง    เข้าเยี่ยมชมและมอบผลิตภัณฑ์ถึงออฟฟิศ CP  ส่งตรงกัมมี่ทั้ง 2 สูตรถึงมือผู้บริหารและพนักงาน ให้ได้สัมผัสประสบการณ์ “ตัวหอม ผิวใส หลับดี ผ่อนคลาย” อย่างใกล้ชิด  นอกจากนั้น “ชาเม่” ยังสร้างสีสันต่อเนื่อง เมื่อ คุณนันท์ฐณิชา ศิริปรีดาวัชร์ และ คุณเชียร์ ฑิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์ ได้เยี่ยมชมบูธ Beautrium ที่สยามสแควร์ ตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ที่เคลื่อนไหวตลอดเวลา และพร้อมเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในทุกไลฟ์สไตล์ฮับของกรุงเทพฯ อีกด้วย

คุณนันท์ฐณิชา ศิริปรีดาวัชร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท ชาเม่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)  กล่าวถึงกลยุทธ์การตลาดครั้งนี้ว่า “เราอยากให้ชาเม่เป็นมากกว่าสินค้าความงาม แต่เป็นไลฟ์สไตล์แบรนด์ที่เข้าไปอยู่ในทุกช่วงเวลาของผู้บริโภค กัมมี่ซีรีส์ใหม่นี้พัฒนามาเพื่อตอบโจทย์คนทำงานที่ต้องการทั้งการพักผ่อนที่มีคุณภาพ          และผิวพรรณที่ดูดีในทุกวัน การลงพื้นที่สีลมถือเป็นการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายโดยตรง และสร้างประสบการณ์จริงให้ผู้บริโภคได้ทดลองด้วยตัวเอง”

นอกจากนั้นการรุกตลาดครั้งนี้สะท้อนภาพการวาง Positioning ที่ชัดเจนของชาเม่ ในการเจาะกลุ่มคนวัยทำงาน รวมถึงคนเมืองที่มองหาผลิตภัณฑ์ดูแลตัวเองแบบเร่งด่วน พกง่าย ใช้สะดวก มาพร้อมภาพลักษณ์ทันสมัย ถือเป็นการผสานพลัง “บันเทิง และ ธุรกิจ” ได้อย่างลงตัว ทั้งสร้างการรับรู้แบรนด์และกระตุ้นการทดลองสินค้าในพื้นที่ศักยภาพสูง

เรียกได้ว่า CHAME’ GUMMY SERIES ไม่ได้มาเล่น ๆ แต่ตั้งใจ “บุกจริง แจกจริง สร้างประสบการณ์จริง” พร้อมขยับหมากธุรกิจสู่การเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์กัมมี่ที่ครองใจคนรุ่นใหม่ทั้งกลางวันและกลางคืน และเตรียมเสิร์ฟกิจกรรมดีๆ ให้แฟนๆได้ร่วมสนุกเร็วๆนี้  

#CHAMETHAILAND #CHAMExKENGNAMPING #ชาเม่คอลลาเจนกัมมี่ #กัมมี่ตัวหอม #ชาเม่เดลี่ไนท์กัมมี่ #กัมมี่หลับดี #CHAMExKENGNAMPING

‘โอ๊ยเล่าเรื่อง’ 10/10 ‘ถ้าตอนนั้น ยังมีเรา(Sentimental Value)’

'โอ๊ยเล่าเรื่อง'10/10 'ถ้าตอนนั้น ยังมีเรา(Sentimental Value)'

‘โอ๊ยเล่าเรื่อง’10/10 ‘ถ้าตอนนั้น ยังมีเรา(Sentimental Value)’

วันเสาร์ ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ปกติแล้ว จะไม่ค่อย อิน เฉยๆ ไม่ค่อยสนุกไปกับ นอร์เวย์ สักเท่าไรนัก ทั้งหนังปกติ/หนังรางวัล/หนังที่เดินสายประกวด แต่ ถ้าตอนนั้น ยังมีเรา(Sentimental Value) กลับผิดคาด เป็น หนังนอร์เวย์ ที่เข้าไปดูแบบงั้นๆ กลับกลายเป็นหนังที่ชอบมากๆ “…มีที่บางที่…ที่เราเรียกว่าบ้านมีบางความรู้สึก…ที่เราเรียกว่าความผูกพัน

แต่ที่ตรงนั้น…ตอนนี้เหมือนว่าไม่เคยมีอยู่จริง…”หนังเล่าเรื่องของ “พี่น้องสองสาว” ที่ต้องกลับมาเจอหน้า“พ่อ” ของตัวเองอีกครั้งหลังจากที่พ่อทิ้งไปสมัยที่พวกเธอยังเป็นเด็ก พ่อซึ่งเป็นผู้กำกับหนังกำลังจะทำหนังที่อิงมาจากชีวิตของตนเอง เขาจึงพยายามใช้โอกาสนี้สานสัมพันธ์อันแตกสลายกับลูกสาวแม้โอกาสจะดูริบหรี่ก็ตามที…

เสน่ห์ของหนังอยู่ที่การสร้างครอบครัวนี้ พ่อเป็นผู้กำกับหนังดัง ลูกสาว เป็น นักแสดงละครเวที ซึ่ง ทำให้หนังสนุกไปกับ ความเป็น หนังซ้อนหนังในเรื่องเส้นเรื่องนี้ บอกเลยว่า ชอบสุดๆทุกบททุกตอนพ่อผู้กำกับ เขียนบทหนัง สร้างจากชีวิตจริง เขียนขึ้นมาเพื่อให้ลูกสาว แสดงโดยเฉพาะผู้กำกับหนังระดับตำนาน ที่ร้างลาการสร้างหนังกว่า 15 ปี การคืนวงการไม่ใช่เรื่องง่าย ระดับงานที่ เปลี่ยนจากโรงมาเป็น สตรีมมิ่งในเรื่องนี้จิกกัดเสียดสี Netflix แบบเต็มๆ 

หนังพูดภาษาอังกฤษ แต่เรื่องเกิดในนอร์เวย์ ตัวละครควรพูดสำเนียง นอร์เวย์หรือไม่หรือ แม้แต่ เบื้องหลัง ละครเวที นักแสดงกลัวตื่นเวที ความสัมพันธ์ลับๆ กับ ทีมงานนักข่าวที่ สัมภาษณ์ พูดตรง พูดแรงๆ แบบไม่เกรงใจ ถามเรื่องส่วนตัว มากกว่าเรื่องงานและ….อีกหลายเรื่องราว ฯลฯ ที่ชัดเจนคือ..เก่าไป..ใหม่มา คนรุ่นเก่าถูกแทนที่ด้วยคนรุ่นใหม่

หนังนำเสนอในส่วนนี้ออกมาแบบธรรมดาดูเป็นธรรมชาติ ไม่ขยี้มากมาย แต่ดูดี ผสมแทรกเข้ามาใน เส้นเรื่องดราม่า ได้แบบเนียนลงตัวกลมกลืน เป็นเรื่องเดียวกันตัวละครหลักๆ ในเรื่องมีเพียงแค่ 4 ตัวละครหลัก ที่มีสีสัน มีความแตกต่างๆ แต่ออกมาดูดี ซึ่งต้องชมนักแสดงที่ เข้าถึงบทบาท อารมณ์ตัวละคร เล่นดีทุกคน เล่นดี จนไม่แปลกใจ ที่จะได้เข้าชิง รางวัลในสาขาการแสดง ทุกๆ คน

นอร่า’พี่สาวคนโตนักแสดงละครเวทีฝีมือเยี่ยมอารมณ์แปรป่วนมีปัญหาทางจิตต้องคุยกับจิตแพทย์ทั้งๆ ที่ แม่เป็นจิตแพทย์ เธอเกลียดพ่อที่ทิ้งครอบครัวไป เป็นนักสร้างหนัง ที่สวีเดน และไม่รับ ร่วมแสดงในหนัง ที่พ่อเขียนบทเพื่อเธอ เรอนาเต เรนส์เว สวมบทนี้ได้อย่างยอดเยี่ยม สวยใสดูเป็นศลปินติสๆสีหน้าท่าทางน้ำเสียงแววตา สุดยอด ตรึงคนดูได้ทุกฉาก มีทั้ง ชอบ และน่ารำคาญในบทอารมณ์ และที่สุดยอดมากๆ คือ การแสดงฉากละครเวที สุดยอดจริงๆ จนอยากปรบมือให้ ทั้งบนเวที และชีวิตจริงในเรื่อง 

อักเนส น้องสาว ที่ทิ้งหันหลัง ให้กับ วงการแสดง เป็น นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ มีครอบครัวเล็กๆ สามี/ลูกชายตัวน้อยน่ารัก คอยดูเคียงข้าง พี่สาว พยายามเชื่อมรอยร้าว พ่อกับพี่สาวให้คืนดีกัน อิงกา อิบส์ดอตเตอร์ ลิลเลียส เล่นแบบนิ่งๆ ดูเรื่อยๆ สบายๆ ออร่า.. ในการเป็นตัวเชื่อมรอยร้าว มีแบบจัดเต็ม พอตอนระเบิดอารมณ์ ก็เล่นได้ดีและที่ยิ้ม..ได้คือ ตอนเป็นเด็กน้อย เคยร่วมแสดงในหนัง คลาสสิคของพ่อ เป็นครั้งแรกเรื่องเดียวที่แสดง ดังเป็นที่รู้จักของคนดู กุสตาฟ บอร์ก พ่อ ผู้กำกับที่มีปัญหาครอบครัว ลี้ภัยไปสวีเดน ทิ้ง สองลูกสาวให้อยู่กับ แม่ที่เป็นจิตแพทย์ จนแก่ชรา กลับมานอร์เวย์ อยากดึงลูกสาว มาเล่นหนัง ที่ เขียนบทเพื่อเธอโดยเฉพาะ  สเตลลัน สการ์สการ์ด มาดบุคลิก พลังล้นเหลือ กับการรับบทนี้ ดูแล้วเชื่อในการเป็นผู้กำกับดัง ในระบบเก่าๆ หรือการเป็นผู้ใหญ่ใจดี เป็นครูสอนการแสดงที่ดี หรือแม้แต่ ความเป็นพ่อที่เคยผิดพลาด อยากแก้ตัวชอบๆ การแสดง และการวางบทบาท ที่ให้ความรู้ เหงา สงสาร ไปกับ ชายชราปลดระวาง ที่อยากแก้ปมชีวิต ของตัวเอง

 ราเชล เคมป์ นักแสดงสาวชื่อดัง ที่เจอ ผู้กำกับในดวงใจ ในเทศกาลหนังเก่า จนอยากร่วมงานด้วย ให้ทุน/หาทุน ฝึกการแสดง เพื่อจะได้รับบทนางเอกนักแสดง ใน หนังที่ ผู้กำกับ อยากให้ลูกสาวแสดง แต่เธอปฏิเสธ  แอลล์ แฟนนิง สวย งามสง่า ออร่า..ในความเป็นนางเอกสาวสวย ชื่อดังในยุคสมัยนี้ มาแบบจัดเต็ม จนอดหลงรักเธอไม่ได้ และยิ่ง รักตัวละครตัวนี้ มากๆ เมื่อต้องระบายอารมณ์ความรู้สึก กับผู้กำกับวนดวงใจ ต้องชม  ยัวคิม เทรียร์ ผู้กำกับที่ ทำงานชิ้นนี้ ออกมาเป็น หนังดราม่าครอบครัว หนังซ้อนหนัง ที่ออกมาดีเยี่ยม ดูดีไปหมด ทั้งบทหนัง การเล่าเรื่อง การแสดงของนักแสดง งานด้านโปรดักชั่น ภาพ การตัดต่อ เสื้อผ้าหน้าผม เพลง/ดนตรีประกอบ และต้องปรบมือ ยกนิ้วให้ กับทุกส่วน หนังบนจอ กองถ่ายหนัง หรือแม้แต่ละครเวทีบนเวทีในเรื่องถ้าตอนนั้นยังมีเรา(Sentimental Value)กวาดรางวัลมากมาย และยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ (Oscars 2026) ครั้งที่ 98 ถึง 9 สาขา ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ,ภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม (นอร์เวย์), ,ผู้กำกับยอดเยี่ยม (ยัวคิม เทรียร์) ,นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม(เรอนาเต เรนส์เว),นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม(สเตลลัน สการ์สการ์ด),นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม (แอลล์ แฟนนิง) ,นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม(อิงกา อิบส์ดอตเตอร์ ลิลเลียส),บทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม (เอสกิล โวต, ยัวคิม เทรียร์) 

ลำดับภาพยอดเยี่ยม(โอลิวิเยร์ บัก คูเต)มาลุ้นๆ กันว่า จะกวาดมาได้กี่รางวัลถ้าตอนนั้น ยังมีเรา(Sentimental Value) คือ หนังที่ดูแล้ว มีความสุข ครบรส มีทั้งรอยยิ้ม น้ำตาซึมๆ ตื่นตัน ทำให้ จนเป็น หนัง ที่…ชอบ/รัก/สนุก ไปกับ ตัวหนังทั้งเรื่อง10/10 คะแนน

ไม่เสียใจที่ได้รัก เพลง ชนม์ทิดา เปิดบทเรียนหลังสูญเสียคนรัก-ครอบครัว

ไม่เสียใจที่ได้รัก เพลง ชนม์ทิดา เปิดบทเรียนหลังสูญเสียคนรัก-ครอบครัว

ไม่เสียใจที่ได้รัก เพลง ชนม์ทิดา เปิดบทเรียนหลังสูญเสียคนรัก-ครอบครัว

วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 20.37 น.

27 กุมภาพันธ์ 2569 เปิดใจครั้งสำคัญของลูกสาวคนเก่ง “เพลง ชนม์ทิดา อัศวเหม” หลังเผชิญบททดสอบชีวิตครั้งใหญ่ ทั้งการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก และเส้นทางความรักที่ไม่ได้เป็นไปตามภาพฝัน ล่าสุดเธอได้ออกมาโพสต์ความในใจผ่านโซเชียล ภายหลังควงคุณแม่ ตู่ นันทิดา แก้วบัวสาย เปิดใจในรายการ Club Friday Show เป็นครั้งแรก โดยจะออกอากาศในวันเสาร์ที่ 28 กพ 10.00น. ทางช่อง ONE31

โดยเพลงได้โพสต์ภาพระหว่างถ่ายทำรายการ พร้อมกับแคปชั่นว่า “เพลงเป็นอีกหนึ่งคนที่ได้มีโอกาสดูและฟัง #ClubFridayShow อยู่บ่อยครั้ง…รายการที่สะท้อนมุมมองความรักและความสัมพันธ์ที่แตกต่างกันออกไป

       การได้ฟังประสบการณ์ชีวิตจริง ทั้งมุมหวาน ซึ้ง เจ็บ หรือ บทเรียนความรักต่างๆ ทำให้เห็นเลยว่า…นี่แหละคือชีวิตมนุษย์ สุขและทุกข์สลับกันไป เราได้มองชีวิตผ่านมุมมองของหลายๆ ท่าน ที่กล้าเปิดใจเล่าเรื่องของตัวเอง เพื่อให้อีกหลายๆ คนได้เรียนรู้

       เอาจริง ๆ เพลงไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่ง ตัวเองจะได้มีโอกาสมานั่งอยู่ตรงนี้กับคุณแม่ @nantida_tu ปีที่ผ่านมา พี่ๆ ทีมงานเคยติดต่อเพลงมาหลายครั้ง แต่เพลงก็ปฏิเสธทุกครั้ง เพราะใจเพลงยังไม่พร้อม และ ยังไม่ #ตกตะกอนกับความรู้สึกและความคิดของตัวเอง

       วันนี้ที่ตัดสินใจมานั่งคุยกับป้าฉอด อาอ้อย และพี่อั๋น เพราะเพลงเชื่อว่า Club Friday Show เป็น #พื้นที่ที่ปลอดภัย สำหรับการเปิดใจ #เพราะสุดท้ายรักก็คือรัก และหัวใจของเพลงในวันนี้ก็แข็งแรงพอที่จะเล่าส่วนหนึ่งของเรื่องราวและบทเรียนที่เพลงได้เรียนรู้

       เพลงหวังว่าสิ่งที่เพลงผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น การสูญเสียคุณพ่อ @chonsawat28 คุณย่า ความรัก รวมถึงการได้อยู่กับคุณยาย ที่วันนี้ความทรงจำของท่านกำลังจางหายไป จะเป็นกำลังใจ และเป็นแรงบันดาลใจให้ใครอีกหลายคน ที่กำลังเดินอยู่บนเส้นทางของการเยียวยาหัวใจ

       การเล่าในวันนี้เป็นเพียงมุมมองและบทเรียนของเพลงเอง ไม่ได้อยากให้เกิด negative talk หรือ gaslighting กับใคร และหากเรื่องราวนี้ไม่ตรงกับประสบการณ์หรือความรู้สึกของคุณ ก็สามารถเลื่อนผ่านได้ด้วยความเข้าใจ

       เพลงเชื่อว่า ทุกความรัก และทุกคนที่เราได้พบเจอในชีวิต ล้วนมีบทเรียนให้เราเสมอ

ยิ้มบ้าง ร้องไห้บ้างและถึงแม้ว่าเราอาจเดินไปไม่ถึงปลายทางที่เคยวาดฝันไว้แบบไม่ได้ตั้งตัว แต่มันก็คุ้มค่าที่ครั้งหนึ่งเพลงได้รักอย่างเต็มหัวใจ และที่สำคัญ ได้เรียนรู้ศักยภาพของตัวเองในการรัก (ability to love) เรียนรู้ที่จะรักตัวเอง (self-love) และรู้จักการวางขอบเขตของความสัมพันธ์ (set boundaries)…เพลงไม่เสียใจที่ได้รักเลย

       ในช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต เพลงมีความสุขจริงๆ และความทรงจำนั้นจะมีพื้นที่ในหัวใจของเพลงเสมอ เพราะถ้าเราไม่เคยผ่าน “ความทุกข์” เราก็คงไม่เข้าใจคุณค่าของ “ความสุข” และ “สันติสุข” อย่างแท้จริง

       ขอบคุณ “ความรัก” และ “บททดสอบพร้อมน้ำตา” ในหลากหลายรูปแบบที่ทำให้เพลงเป็นเพลงในวันนี้

       P.S. In a world where you can be anything, “be kind” — to yourself and others, because you never know what battles they are fighting. — PCA

วันเสาร์ที่ 28 กพ 10.00น. ทางช่อง ONE31″

ขอบคุณที่มา : @plengasavahame

ก้อย อรัชพร ใส่เสื้อปุ๋ยเช็กอินสุพรรณบุรี แฟนๆแซวแอบมีโมเมนต์หวานเบาๆ

ก้อย อรัชพร ใส่เสื้อปุ๋ยเช็กอินสุพรรณบุรี แฟนๆแซวแอบมีโมเมนต์หวานเบาๆ

ก้อย อรัชพร ใส่เสื้อปุ๋ยเช็กอินสุพรรณบุรี แฟนๆแซวแอบมีโมเมนต์หวานเบาๆ

วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 18.06 น.

27 กุมภาพันธ์ 2569 หลังเปิดตัวหวานรับวันวาเลนไทน์ที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ของนักแสดงสาวมากความสามารถ “ก้อย อรัชพร โภคินภากร” กับนักการเมืองหนุ่ม “ทิม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ก็ยังคงถูกจับตามองอย่างต่อเนื่อง แม้ความรักครั้งนี้จะเป็นลักษณะรักทางไกล เนื่องจากฝ่ายชายเดินทางไปสหรัฐอเมริกาเพื่อดูแลลูกสาวที่กำลังศึกษาอยู่ที่นั่น

ล่าสุด สาวก้อยขอแพ็กกระเป๋าเที่ยวแบบโซโลทริปที่จังหวัดสุพรรณบุรี ใช้ชีวิตเรียบง่ายท่ามกลางทุ่งนา เรียนรู้วิถีชาวบ้านแบบชิล ๆ พร้อมโพสต์ภาพบรรยากาศลงอินสตาแกรมส่วนตัว โดยเขียนแคปชั่นว่า “solo trip as a suphanburiannnn @goynattydreamofficial soon :)”

แต่ที่ทำเอาแฟนคลับโฟกัสผิดจุด เห็นจะเป็นหนังสือที่ก้อยกำลังนั่งอ่านอยู่ริมทุ่งนา ซึ่งหลายคนสังเกตว่าเป็นผลงานเรื่องสั้นของนักเขียนชื่อดังชาวญี่ปุ่น Haruki Murakami ที่เคยเป็นหนึ่งในเล่มที่พิธาแนะนำให้อ่าน และเจ้าตัวก็เคยพูดถึงหนังสือเล่มดังกล่าวมาก่อน

งานนี้ทำเอาแฟน ๆ เข้ามาคอมเมนต์แซวกันสนั่นว่า แม้ตัวจะอยู่ไกลกันคนละประเทศ แต่โมเมนต์ความคิดถึงยังส่งถึงกันผ่านตัวหนังสือ พร้อมแซวเบา ๆ ว่าเหมือนมี ทิม นั่งอยู่ข้าง ๆ กลางทุ่งนาเลยทีเดียว

ขอบคุณภาพจาก : @goyyog , @tim_pita

เตรียมพบกับ Lea Salonga ดีว่าแห่งบรอดเวย์และเสียงร้องระดับ Disney Legends

เตรียมพบกับ Lea Salonga ดีว่าแห่งบรอดเวย์และเสียงร้องระดับ Disney Legends

เตรียมพบกับ Lea Salonga ดีว่าแห่งบรอดเวย์และเสียงร้องระดับ Disney Legends

วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.53 น.

 “Lea Salonga” ศิลปินหญิงผู้เป็นไอคอนแห่งวงการบรอดเวย์ และเจ้าของเสียงร้องระดับ Disney Legends ที่ตรึงใจผู้คนทั่วโลกและควรค่าแก่การฟังสดๆ สักครั้งในชีวิต เตรียมกลับมาสร้างความประทับใจให้แฟน ๆ ชาวไทยอีกครั้งในรอบ 15 ปี กับการแสดงเต็มรูปแบบใน Thonburi Phanich presents LEA SALONGA Live in One Bangkok การแสดงคอนเสิร์ตระดับโลก ในวันเสาร์ที่ 7 มีนาคม 2569 ณ One Bangkok Forum โดยขณะนี้ยอดจำหน่ายบัตรได้สร้างปรากฏการณ์ Sold Out ครบทุกที่นั่งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ภายในระยะเวลาเพียง 2 สัปดาห์เท่านั้น

คอนเสิร์ตในครั้งนี้ Lea Salonga และทีมงานตั้งใจออกแบบการแสดงสุดพิเศษ ภายใต้ธีม Stage, Screen & Everything in Between ที่จะพาผู้ชมเดินทางผ่านบทเพลงอันทรงคุณค่าที่เคยสร้างตำนานไว้มากมายทั้งละครบรอดเวย์ ภาพยนตร์ระดับตำนาน และเรื่องราวสุดพิเศษบนเส้นทางดนตรีอันยาวนานกว่า 48 ปีของเธอ โดยจะนำเพลงต้นฉบับที่สร้างชื่อ มาโชว์เสียงสุดทรงพลัง ร่วมกับวง Chamber Orchestra กว่า 30 ชีวิต ซึ่งนับเป็นช่วงเวลาสุดพิเศษที่จะตราตรึงใจผู้เข้าชมแบบไม่รู้ลืม

เปิดไฮไลท์ ลิสต์เพลง ที่ควรค่าแก่การฟังสด ๆ จาก Lea Salonga

  • Last Night of the World บทเพลงอันสร้างชื่อ จากการได้รับบทบาทเป็น Kim ในละครเวทีบรอดเวย์ Miss Saigon จนคว้ารางวัล Tony Awards, Olivier Awards มาครองเป็นคนแรกของเอเชียในวัยเพียง 17 ปี ซึ่งเป็นเสมือนประตูบานแรกที่เปิดให้เธอมุ่งหน้าสู่เวทีระดับโลก
  • A Whole New World จากภาพยนตร์เรื่อง Aladdin ที่สร้างปรากฎการณ์ระดับโลก คว้าทั้งรางวัล Oscar สาขาเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และรางวัล Grammy Awards สาขา Song of the Year จุดเริ่มต้นที่ทำให้คนทั้งโลกจดจำเสียง “เจ้าหญิง” ของเธอได้เป็นคนแรก
  • Reflection จากภาพยนตร์เรื่อง Mulan ทำให้เธอเป็นผู้หญิงคนแรก ที่ได้รับเลือกร้องเพลงในภาพยนตร์ Disney ถึง 2 เรื่องและกลายมาเป็น Disney Legends ที่ทั่วโลกจดจำ
  • On My Own และ I Dreamed A Dream เพลงแห่งประวัติศาสตร์บนเวทีบอร์ดเวย์ อันเป็นที่จดจำในบท ‘Eponine’ และ ‘Fantine’ จาก Les Misérable และบทเพลงอีกมากมาย ที่หล่อหลอมให้เธอก้าวสู่นักร้องคุณภาพระดับโลก ผู้เป็นตำนานที่ควรค่าแก่การฟังสดๆ สักครั้งในชีวิต

ข้อแนะนำสำหรับผู้ถือบัตร

เนื่องจากบัตรเข้าชมถูกจำหน่ายหมดเป็นที่เรียบร้อย ทางคณะผู้จัดงานขอความร่วมมือผู้ที่มีบัตรในครอบครองโปรดตรวจสอบรายละเอียดการเดินทางและเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเข้าชม โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • วันที่จัดงาน: วันเสาร์ที่ 7 มีนาคม 2569
  • สถานที่จัดงาน: One Bangkok Forum (โครงการ One Bangkok)
  • ประตูเปิด: 18:30 น. | เริ่มแสดง: 19:30 น.
  • การเดินทาง: แนะนำให้ใช้บริการรถไฟฟ้า MRT สถานีลุมพินี ทางออก 1 เพื่อความสะดวกและรวดเร็ว

พิเศษ! สำหรับผู้ถือบัตร VIP 10,000 บาท สามารถเข้าถึงโซนรับรองก่อนรับชมการแสดง (Pre-Show Reception Lounge) ได้ที่ Chang Canvas บริเวณชั้น 1 One Bangkok Forum ได้ตั้งแต่เวลา 17:00 น.

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง

FB: The Showhopper

IG: the.showhopper

TikTok: theshowhopper

LINE OA: @theshowhopper

อดีตผู้พิพากษา วิเคราะห์ 4 ข้อหาจาก กกต. เมื่อการตรวจสอบ ถูกยกระดับเป็น อาชญากรรมร้ายแรง

อดีตผู้พิพากษา วิเคราะห์ 4 ข้อหาจาก กกต. เมื่อการตรวจสอบ ถูกยกระดับเป็น อาชญากรรมร้ายแรง

อดีตผู้พิพากษา วิเคราะห์ 4 ข้อหาจาก กกต. เมื่อการตรวจสอบ ถูกยกระดับเป็น อาชญากรรมร้ายแรง

วันเสาร์ ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.04 น.

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า  วิเคราะห์เจาะลึก 4 ข้อหาจาก กกต.: เมื่อการ “ตรวจสอบ” ถูกยกระดับเป็น “อาชญากรรมร้ายแรง”

จากการที่สำนักงาน กกต. ออกข่าวประชาสัมพันธ์ เมื่อคืนวันที่ 27 ก.พ. 69 ในการแจ้งความดำเนินคดีอาญาข้อหาหนักหลายบทหลายกระทง แก่กลุ่มบุคคลหนึ่ง
 เราสามารถแยกวิเคราะห์ตามลำดับความสำคัญของข้อหาได้ดังนี้ครับ:

ข้อหาหลัก: ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ (พ.ร.ป. กกต. มาตรา 66 วรรคสอง)

วิเคราะห์: กกต. พยายามชี้ว่าการตั้งกล้องและการถอดรหัสทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรม

• ข้อโต้แย้งที่แข็งแกร่งที่สุด: การ “ขัดขวาง” ตามกฎหมายต้องมีพฤติกรรมที่ทำให้เจ้าหน้าที่ทำงานไม่ได้ แต่ในวันเกิดเหตุ กปน. ปฏิบัติหน้าที่จนเสร็จสิ้นโดยไม่มีการสั่งห้ามหรือตักเตือน  การที่เจ้าหน้าที่ “นิ่งเฉย” ตลอดทั้งวันคือหลักฐานว่าไม่มีการขัดขวางเกิดขึ้นจริงในขณะนั้น

• ความโปร่งใสคือหัวใจ: การช่วยกันถ่ายภาพกระบวนการออกเสียงน่าจะเป็นการช่วยให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยโปร่งใส สุจริต และเที่ยงธรรม  ทั้งไม่ปรากฏว่ามีการแอบถ่ายจากด้านหลังของคูหาเลือกตั้งขณะกาบัตร ซึ่งเป็นข้อต้องห้ามแต่อย่างใด 

• บทสรุป: หากระบบบัตรเลือกตั้งมีช่องโหว่ให้ถอดรหัสได้จริง ปัญหาอยู่ที่ “ตัวบัตร” ไม่ใช่ “ตัวบุคคล” การแจ้งความข้อหานี้จึงอาจเป็นการเบี่ยงประเด็นความบกพร่องขององค์กรเองก็ได้ 

ข้อหารองที่ 1: ความผิดต่อความมั่นคง (ป.อาญา มาตรา 116)

วิเคราะห์: กกต. อ้างว่าการกระทำนี้สร้างความปั่นป่วนและทำให้คนไม่กล้ามาใช้สิทธิ

• ย้อนศร: เจตนาของผู้ถูกกล่าวหาคือการพิสูจน์ระบบเพื่อความโปร่งใส ซึ่งเป็นหัวใจของความมั่นคงในระบอบประชาธิปไตย  การที่ กกต. ใช้ ม.116 ซึ่งเป็นกฎหมายร้ายแรงกับเรื่องบาร์โค้ดบน

บัตรเลือกตั้ง ถูกมองว่าเป็นความพยายามสร้าง “บรรยากาศแห่งความกลัว” (Climate of Fear)  เพื่อไม่ให้เกิดการตรวจสอบในอนาคตหรือไม่

ข้อหารองที่ 2: ฐานเป็นอั้งยี่ (ป.อาญา มาตรา 209)

วิเคราะห์: กกต. พยายามสร้างภาพว่าเป็นกลุ่มบุคคลที่ “ปกปิดวิธีดำเนินการ” และ “มีมุ่งหมายมิชอบ”

• ความย้อนแย้งขั้นสุด: นิยามของอั้งยี่คือ “องค์กรลับ”  แต่กลุ่มนี้ ตั้งกล้องถ่ายทอดอย่างเปิดเผยในพื้นที่ที่ กกต. อนุญาต มีรูปถ่ายและหลักฐานการทำงานที่ชัดเจนต่อหน้าสาธารณชน

• บทสรุป: การกล่าวหาว่าประชาชนที่ทำงานตรวจสอบรัฐอย่างเปิดเผยเป็น “อั้งยี่” ถือเป็นการตีความกฎหมายที่บิดเบี้ยวและอันตรายต่อสิทธิเสรีภาพอย่างยิ่ง 

ข้อหารองที่ 3: ฐานนำเข้าข้อมูลเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ (พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (2)

วิเคราะห์: กกต. อ้างว่าการเผยแพร่เรื่องการถอดรหัสบาร์โค้ดเป็นข้อมูลเท็จที่สร้างความตื่นตระหนก

• ความจริงคือเกราะป้องกัน: หากภาพถ่ายและกระบวนการถอดรหัสนั้นเป็นเรื่องจริง (แต่ไม่เปิดเผย ต่อมาอาจนำมาแสดงเป็นการเลือกตั้งจำลอง) ข้อมูลนั้นย่อม “ไม่เป็นเท็จ” แม้ข้อมูลนั้นอาจจะทำให้ กกต. ต้องเสียหน้า แต่ถ้ามันคือ “ความจริงที่เป็นช่องโหว่ของรัฐ” ประชาชนย่อมมีสิทธิรับรู้เพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยของคะแนนเสียงตัวเอง

• ย้อนศร: กกต. ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าสิ่งที่เขาถอดรหัสมานั้น “เป็นเรื่องโกหก” แต่ถ้าทำได้จริง กกต. เองนั่นแหละที่อาจจะมีความผิดฐานนำระบบที่ไม่ได้มาตรฐานมาใช้กับการเลือกตั้งของชาติ 

บทสรุปภาพรวม: “Maximum Charge” เพื่อการปิดปาก?

การประโคมข้อหาตั้งแต่ ขัดขวางการเลือกตั้ง -> ความมั่นคง -> อั้งยี่ -> พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ คือกลยุทธ์การฟ้องร้องเพื่อให้ผู้ถูกกล่าวหาได้รับความลำบากในการสู้คดีและเสียชื่อเสียง (Character Assassination)

“หากการตรวจสอบความโปร่งใสถูกตีความเป็นอั้งยี่ และการชี้จุดโหว่ของบัตรเลือกตั้งถูกตีความเป็นภัยความมั่นคง… เรากำลังอยู่ในยุคที่ความผิดไม่ได้อยู่ที่คนอยู่เบื้องหลังการโกง แต่อยู่ที่คนพยายามป้องกันการโกงใช่หรือไม่?” 

วัส ติงสมิตร

นักวิชาการอิสระ

28/2/69

‘ภูมิธรรม-เพื่อไทย’ ชูทีมผสมรุ่นเก่า ใหม่ ส่งสัญญาณพร้อมทำหน้าที่ นิติบัญญัติ-บริหาร

'ภูมิธรรม-เพื่อไทย' ชูทีมผสมรุ่นเก่า ใหม่ ส่งสัญญาณพร้อมทำหน้าที่ นิติบัญญัติ-บริหาร

‘ภูมิธรรม-เพื่อไทย’ ชูทีมผสมรุ่นเก่า ใหม่ ส่งสัญญาณพร้อมทำหน้าที่ นิติบัญญัติ-บริหาร

วันเสาร์ ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.30 น.

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 นายภูมิธรรม เวชยชัย ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า เมื่อวานนี้ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยทั้ง 3 คน คือศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ และ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ได้นำทีม สส.เขต  ที่ได้รับการเลือกตั้งทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ เข้าไปรายงานตัว ต่อสภาผู้แทนราษฎร

เป็นสัญญาณของความพร้อม ในการทำหน้าที่แทนประชาชน อย่างเต็มความสามารถของพวกเราพรรคเพื่อไทย

ผมคิดว่า​การเมืองในยุคนี้ ไม่ใช่เรื่องของ “วัย” ไม่ใช่เรื่อง​ของ​ “เก่า” หรือ​ “ใหม่” แต่คือเรื่องของ “วิธีคิด”  และ “ความสามารถในการทำงานร่วมกัน”

พรรคเพื่อไทยเชื่อว่า  ประสบการณ์ของคนรุ่นใหญ่ คือทุนทางปัญญาที่ผ่านบททดสอบของเวลา ขณะเดียวกัน พลังและความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ คือแรงขับเคลื่อนที่เท่าทันโลก เท่าทันเทคโนโลยี และเข้าใจความเปลี่ยนแปลง ของสังคมยุคดิจิทัล เมื่อสองพลังนี้ทำงานร่วมกัน การตัดสินใจจะรอบคอบ แต่ไม่ล้าสมัยการขับเคลื่อนนโยบายจะมั่นคง แต่ไม่หยุดนิ่ง

พรรคเพื่อไทยมีความพร้อม ทั้งในด้านการทำงานนิติบัญญัติ ในสภาพร้อมเสนอ แก้ไข และผลักดันกฎหมายที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจ ปากท้อง และความเป็นธรรมของประชาชน

ในขณะเดียวกัน ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลเรามีทีมผู้บริหาร บุคลากร และนโยบายที่ชัดเจน พร้อมทำงานเชิงบริหารอย่าง มืออาชีพ เพื่อให้การตัดสินใจของรัฐเกิดผลเป็นรูปธรรม

ประเทศต้องการทั้ง “ความมั่นคง ของประสบการณ์” และ “ความกล้าคิดของคนรุ่นใหม่”

พรรคเพื่อไทยพร้อมทำหน้าที่เชื่อมสองพลังนี้เข้าด้วยกัน เพื่อพาประเทศก้าวไปข้างหน้า อย่างมั่นคง ทันสมัย และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

นิพิฏฐ์ โอดไม่คิดสู้ปมถูก กกต.แจ้งความ บอกต่อสู้ให้บ้านเมืองมีความสุจริต แต่ทุกอย่างถอยหลัง

นิพิฏฐ์ โอดไม่คิดสู้ปมถูก กกต.แจ้งความ บอกต่อสู้ให้บ้านเมืองมีความสุจริต แต่ทุกอย่างถอยหลัง

นิพิฏฐ์ โอดไม่คิดสู้ปมถูก กกต.แจ้งความ บอกต่อสู้ให้บ้านเมืองมีความสุจริต แต่ทุกอย่างถอยหลัง

วันเสาร์ ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.00 น.

นิพิฏฐ์ โอดไม่คิดสู้ปมถูก กกต.แจ้งความ บอกต่อสู้ให้บ้านเมืองมีความสุจริต แต่ทุกอย่างกลับถอยหลัง

เมื่อวันที่ 28 ก.พ.2569 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต สส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “ขอโอกาสกลับตัวเป็นพลเมืองดี กกต. แจ้งความพลเมือง 6 คน (ผมใช้คำว่าพลเมือง ในขณะที่สื่อใช้คำว่าประชาชน)

เป็นพลเมืองที่พยายามค้นคว้าหาความจริง ว่า การลงคะแนนเลือกตั้งสส.ครั้งที่ผ่านมา ถือเป็นความลับ ตามรธน.มาตรา 85 หรือไม่

ความจริงพลเมืองทั้ง 6 คน ถือเป็นรุ่นน้องผม เพราะผมถูกกกต.แจ้งความมา ตั้งแต่ปี 2562 กรณีวิจารณ์การปฏิบัติหน้าที่ของกกต.

มีน้องๆ ทั้งอัยการ,ผู้พิพากษา,ทนายความ,ตำรวจ โทรมาให้กำลังใจและแนะนำให้ผมสู้คดีกับกกต.

ผมรับไว้ด้วยความขอบคุณ แต่ใจผม ไม่คิดสู้แล้ว

หากไปศาล ผมจะรับสารภาพ และขอให้ศาลพิพากษาไปได้เลย จะจำคุกกี่วัน กี่เดือน ก็ว่าไป

ผมไม่อยากผิดคำพูดกับครอบครัว 13 คดีในการไปศาลในฐานะจำเลย ข้อหาหมิ่นประมาท ผมชนะคดีหมด

แต่คดีที่ 14 นี้ ใจผมไม่คิดสู้ขึ้นมาเฉยๆ เพราะการต่อสู้เพื่อให้บ้านเมืองมีความสุจริต ทุกอย่างกลับมาที่เดิมหมด และ กำลังถอยหลังเสียด้วยซ้ำ

ผมจะรับสารภาพว่า ไม่มีการซื้อเสียง ไม่มีการเก็บบัตร/ถ่ายบัตรประชาชน

กกต.ทำหน้าที่ได้ดีแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นผมสำคัญผิดไปเอง บัดนี้ ผมสำนึกผิดในการกระทำแล้ว

การเลือกตั้งในประเทศนี้ สุจริตและเที่ยงธรรม ประชาชนเป็นพลเมืองผู้ตื่นรู้ ไม่มีการซื้อสิทธิ-ขายเสียง

ขอโอกาสให้ผมกลับตัวเป็นพลเมืองดีเถอะ/ “

สีหศักดิ์ แจ้งประธานอาเซียน ถึงผลการหารือกับ รมว.กต. เมียนมา ที่ภูเก็ต

สีหศักดิ์ แจ้งประธานอาเซียน ถึงผลการหารnอกับ รมว.กต. เมียนมา ที่ภูเก็ต

สีหศักดิ์ แจ้งประธานอาเซียน ถึงผลการหารnอกับ รมว.กต. เมียนมา ที่ภูเก็ต

วันเสาร์ ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.39 น.

สีหศักดิ์ แจ้งประธานอาเซียน ถึงผลการหารnอกับ รมว.กต. เมียนมา ที่ภูเก็ต

เมื่อวันที่ 27 ก.พ.2569 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ หารือทางโทรศัพท์กับนางสาวมาเรีย เทเรซ่า พี ลาซาโร่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ในฐานะประธานอาเซียน 

โดยนายสีหศักดิ์ แจ้งผลการหารืออย่างไม่เป็นทางการระหว่างรัฐมนตรีฯ กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เมื่อวันที่ 18 ก.พ.2569 ณ จังหวัดภูเก็ต ซึ่งมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อเสนอของไทยในการส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์อย่างเหมาะสมและค่อยเป็นค่อยไป (calibrated re-engagement) ระหว่างอาเซียนกับเมียนมา และบทบาทของอาเซียนในการสนับสนุนกระบวนการสันติภาพและการปรองดองภายในเมียนมาให้มีความคืบหน้าต่อไป ซึ่งไทยพร้อมเป็นสะพานเชื่อมระหว่างอาเซียนกับเมียนมา 

นายสีหศักดิ์ ได้ใช้โอกาสนี้ให้ข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา พร้อมย้ำว่า ไทยยึดมั่นต่อข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัดและขอบคุณบทบาทนำของฟิลิปปินส์ในคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยินดีกับความสัมพันธ์ทวิภาคีที่เข้มแข็งระหว่างไทยกับฟิลิปปินส์ และจะประสานงานกันอย่างใกล้ชิดทั้งในประเด็นทวิภาคีและภูมิภาคต่อไป

4สส.ภูมิใจไทย ดอดรายงานตัวสภาฯ อนุชา ลุ้น อนุทิน ดันนั่งรมว. หลังนำทีมยึดนครปฐม

4สส.ภูมิใจไทย ดอดรายงานตัวสภาฯ อนุชา ลุ้น อนุทิน ดันนั่งรมว. หลังนำทีมยึดนครปฐม

4สส.ภูมิใจไทย ดอดรายงานตัวสภาฯ อนุชา ลุ้น อนุทิน ดันนั่งรมว. หลังนำทีมยึดนครปฐม

วันเสาร์ ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.06 น.

4สส.ภูมิใจไทย ดอดรายงานตัวรูดซิปปากเงียบไม่พูดอะไร ขอรอเปิดสภาฯก่อน ด้าน อนุชา แจงนั่งรัฐมนตรีโควตาบ้านใหญ่ สะสมทรัพย์ ให้ อนุทิน เคาะพิจารณา หลังคว้าเก้าอี้ได้ 4 ที่นั่ง 

เมื่อวันที่ 28 ก.พ.2569 ที่อาคารรัฐสภา สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้เปิดให้สส.เข้ารายงานตัว บรรยากาศเป็นไปอย่างเงียบเหงาตั้งแต่เวลา 08.30 น.จากนั้นในเวลา 10.30 น.เริ่มมี สส.พรรคภูมิใจไทยเข้ารายงานตัว 4 คน ประกอบด้วย นายล้ำเลิศ พัวพัฒนโชติ สส.จังหวัดสุรินทร์ เขต 6 , นายรุ่งโรจน์ ทองศรี สส.จังหวัดบุรีรัมย์ เขต 9 , นายพรชัย ศรีสุริยันโยธิน สสจังหวัดบุรีรัมย์ เขต 7 , นายอนุชาสะสมทรัพย์ สส.จังหวัดนครปฐม เขต 5  

โดยนายอนุชา กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า กลุ่มของตนได้ที่นั่งสส.4 เขต ดังนั้นจะได้ตำแหน่งรัฐมนตรีหรือไม่ ที่จากเดิม เคยเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข แล้วจะขึ้นมาเป็นรัฐมนตรีว่าการหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับนายอนุทินชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในฐานะ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยจะพิจารณา

ขณะที่นายพรชัย กล่าวเพียงสั้นๆว่าวันนี้ยังไม่ขอพูดอะไร ขอรอเปิดสภาแล้วค่อยพูด แต่วันที่ 7-8 กุมภาพันธ์มีการอบรมสสของพรรคภูมิใจไทยที่จังหวัดบุรีรัมย์