‘ศุภชัย’จี้‘ปชน.’สอบลูกพรรคโพสต์เท็จ ซัดพฤติกรรมยิ่งกว่าเทา หลังพบชื่อพัวพัน‘เฟกนิวส์’

‘ศุภชัย’จี้‘ปชน.’สอบลูกพรรคโพสต์เท็จ ซัดพฤติกรรมยิ่งกว่าเทา หลังพบชื่อพัวพัน‘เฟกนิวส์’

‘ศุภชัย’จี้‘ปชน.’สอบลูกพรรคโพสต์เท็จ ซัดพฤติกรรมยิ่งกว่าเทา หลังพบชื่อพัวพัน‘เฟกนิวส์’

วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569, 09.59 น.

“ศุภชัย”จี้”ปชน.”สอบลูกพรรคโพสต์เท็จ ซัดพฤติกรรมยิ่งกว่าเทา หลังพบชื่อพัวพัน”เฟกนิวส์” เตือนอย่าแชร์ อาจติดคุกได้

เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 นายศุภชัย ใจสมุทร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ประธานคณะทำงานด้านกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย (ภท.) โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า มีผู้ใช้ชื่อ “Jaturong Hirankarn” เจ้าของเฟซบุ๊กชื่อตรงกับอดีตผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (กก.) ลำดับที่ 59 และชื่อตรงกับสมาชิกพรรคประชาชน (ปชน.) หมายเลข 6510000571

นายศุภชัย กล่าวว่า ขอฝากไปยังหัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคประชาชน ซึ่งเป็นพรรคที่อ้างว่า มีเราไม่มีเทา ให้เร่งตรวจสอบว่าบุคคลดังกล่าวเป็นคนเดียวกันหรือไม่ หากใช่ ขอให้ดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุดเพราะพฤติกรรมดังกล่าวถือว่า ยิ่งกว่าเทา

นายศุภชัย กล่าวอีกว่า ขณะนี้ได้รับข้อมูลแจ้งเข้ามาเป็นจำนวนมากเกี่ยวกับการโพสต์และแชร์ข้อความอันเป็นเท็จในกรณีดังกล่าว มีผู้กระทำผิดนับร้อยราย แม้บางรายจะปิดเฟซบุ๊กหนีไปแล้ว แต่ทางทีมงานได้เก็บรวบรวมข้อมูลไว้ทั้งหมด เพื่อเตรียมดำเนินคดี

“ขอเตือนให้ยุติการกระทำผิดนี้ เพราะผิดกฎหมาย และจะถูกดำเนินคดี ติดคุก ขออย่าแชร์เอาสนุก เอามัน แต่ติดคุกไม่สนุกหรอกจะบอกให้” นายศุภชัย กล่าว

– 006

‘ยศชนัน’พุ่งแรงเกินคาด! ‘สุไพรพล’ย้ำ’เพื่อไทย’ได้แคนดิเดตนายกฯ ถูกที่-ถูกเวลา

'ยศชนัน'พุ่งแรงเกินคาด! 'สุไพรพล'ย้ำ'เพื่อไทย'ได้แคนดิเดตนายกฯ ถูกที่-ถูกเวลา

‘ยศชนัน’พุ่งแรงเกินคาด! ‘สุไพรพล’ย้ำ’เพื่อไทย’ได้แคนดิเดตนายกฯ ถูกที่-ถูกเวลา

วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569, 09.40 น.

“สุไพรพล เพ็ญแข”ชี้กระแส”ดร.เชน”พุ่งแรงเกินคาด ย้ำ”เพื่อไทย”ได้”แคนดิเดตนายกฯ”ถูกที่-ถูกเวลา เชื่อพาประเทศเดินหน้า

เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 สุไพรพล เพ็ญแข หรือ “ป๊อบ” ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย กรุงเทพมหานคร เขตบางพลัด-บางกอกน้อย หมายเลข 1 กล่าวถึงกระแสความนิยมของ “ดร.เชน’ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ว่า เป็นปรากฏการณ์ทางการเมืองที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นการก้าวเข้าสู่สนามการเมืองอย่างเงียบๆ แต่กลับสามารถสร้างความตื่นตัวและความสนใจจากประชาชนทั่วประเทศได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้กระแสความนิยมในตัว ดร.เชน เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สุไพรพล ยอมรับว่า แม้ตนเองจะไม่เคยมีโอกาสสนทนากับ ดร.เชน อย่างเต็มที่มาก่อน แต่ก็รู้สึกประหลาดใจเช่นเดียวกันกับการตอบรับจากประชาชนที่เกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง ขณะที่ จักรภพ เพ็ญแข หรือ “พี่เอก” ซึ่งเคยพบและพูดคุยกับ ดร.เชน มาก่อนหน้านี้ ก็แสดงความแปลกใจไม่ต่างกัน กับการที่ประชาชนจำนวนมากให้การยอมรับและสนับสนุนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีรายนี้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะหลังจากที่ ดร.เชน สามารถนำพรรคเพื่อไทยคว้าชัยชนะจากการดีเบตครั้งสำคัญ ซึ่งจัดโดยเครือเนชั่นเมื่อเร็วๆ นี้

สุไพรพล กล่าวว่า พี่เอกถึงกับระบุว่า นี่คือความโชคดีของพรรคเพื่อไทย ที่ได้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ซึ่ง “ถูกที่ ถูกเวลา และที่สำคัญคือ ถูกคน ถูกสถานการณ์” ทั้งตนเองและจักรภพจึงมีความเชื่อมั่นว่า แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีผู้มีคุณวุฒิระดับปริญญาเอกและผลงานวิจัยเป็นที่ประจักษ์ จะสามารถนำพาพรรคเพื่อไทยกลับไปทำหน้าที่รับใช้พี่น้องประชาชนทั่วประเทศอีกครั้งหนึ่งในฐานะรัฐบาล

ผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทย เขตบางพลัด-บางกอกน้อย กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงการหาเสียงที่ผ่านมา ทีมงานได้จัดทำป้ายหาเสียงในลักษณะเชิงสัญลักษณ์ทางการเมือง ด้วยการนำภาพของผู้สมัครขึ้นคู่กับแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และติดตั้งทั่วเขตเลือกตั้ง ซึ่งทำให้ตนเองรู้สึกภาคภูมิใจอย่างยิ่ง

“ผมไม่เคยนึกไม่เคยฝันว่า ลูกชาวบ้านธรรมดาอย่างผม จะมีโอกาสได้ขึ้นรูปคู่กับผู้ที่อาจจะก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศ และเป็นความหวังอันสูงส่งของประชาชนชาวไทยในอนาคต” สุไพรพลกล่าว

‘พี่ศรี’จ่อยื่น กกต.สอบ’จาตุรนต์’ ปมดึง’หมอนทองวิทยา’ลงคลิปหนุนประชามติ

'พี่ศรี'จ่อยื่น กกต.สอบ'จาตุรนต์' ปมดึง'หมอนทองวิทยา'ลงคลิปหนุนประชามติ

‘พี่ศรี’จ่อยื่น กกต.สอบ’จาตุรนต์’ ปมดึง’หมอนทองวิทยา’ลงคลิปหนุนประชามติ

วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569, 08.53 น.

เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ เวลา 10.00 น. นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน เตรียมเดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อขอให้ตรวจสอบกรณีการนำนักฟุตบอลเยาวชนทีมโรงเรียนหมอนทองวิทยา มาจัดทำคลิปวิดีโอรณรงค์ประชามติรัฐธรรมนูญ โดยระบุว่าอาจเป็นการหลอกลวงและใช้เด็กเป็นเครื่องมือทางการเมือง ซึ่งมีต้นเรื่องจากคลิป “8 กุมภา กาเห็นชอบ”

ชนวนเหตุครั้งนี้ เริ่มจากเมื่อวันที่ 14 มกราคม ที่ผ่านมา นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคการเมืองชื่อดัง ได้โพสต์คลิปวิดีโอผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ขณะลงพื้นที่ อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา โดยเป็นภาพ อาจารย์สกล เกลี้ยงประเสริฐ (โค้ชสกล) นำกลุ่มนักฟุตบอลเยาวชนโรงเรียนหมอนทองวิทยา ตะโกนคำขวัญ “8 กุมภา กาเห็นชอบ” พร้อมโบกธงสีเขียวที่มีสัญลักษณ์กากบาท ท่ามกลางดนตรีประกอบสนุกสนาน และมีการถ่ายภาพหมู่ร่วมกับนายจาตุรนต์อย่างใกล้ชิด

โดย นายจาตุรนต์ ระบุข้อความประกอบว่า “เรื่องรัฐธรรมนูญไม่ใช่เรื่องของพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของบ้านเมืองที่ส่วนรวมต้องร่วมมือกัน”

กระแสสังคมตีกลับ “กูรูรถยนต์ – อดีต สว.” รุมจวก หลังคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่และมียอดแชร์กว่า 2,000 ครั้ง ได้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงความเหมาะสมในการนำเยาวชนเข้ามาข้องเกี่ยวกับการเมือง โดยบุคคลสำคัญได้ออกมาเคลื่อนไหว ดังนี้

– นายพัฒนเดช อาสาสรรพกิจ (น้าเดช) กูรูด้านรถยนต์ชื่อดัง โพสต์ฟาดแรงผ่านเฟสบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า “โค้ชคิดสั้นเกินไป ดันเอาเด็กไปผูกกับการเมือง เวรกรรม” แสดงความผิดหวังต่อการตัดสินใจของโค้ชสกล

– นายสมชาย แสวงการ อดีต สว.ตั้งคำถามผ่านแฮชแท็ก #กกต.มีไว้ทำไม เรียกร้องให้ กกต.ตรวจสอบว่าการรณรงค์ที่มีพรรคการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องชัดเจนเช่นนี้ ถูกต้องตามระเบียบหรือไม่ และเหมาะสมหรือไม่ที่นำเด็กนักเรียนมาเป็นตัวขับเคลื่อน

สำหรับ โรงเรียนหมอนทองวิทยา จ.ฉะเชิงเทรา ถือเป็นโรงเรียนขวัญใจมหาชนที่เพิ่งโด่งดังจากปรากฏการณ์ “รถขนฝัน” ในศึกฟุตบอลแชมป์กีฬา 7HD 2025 ที่ใช้รถสองแถวเก่าเดินทางไปแข่งขันจนสร้างความประทับใจให้คนทั้งประเทศ การถูกดึงเข้าสู่ประเด็นความขัดแย้งทางการเมืองในครั้งนี้จึงทำให้สังคมให้ความสนใจเป็นพิเศษ

ในการร้องเรียนเช้านี้ นายศรีสุวรรณ เตรียมยื่นหลักฐานเพื่อให้ กกต.ตรวจสอบใน 3 ประเด็นหลัก ดังนี้

1.ตรวจสอบว่ามีการ หลอกลวงหรือจูงใจ เด็กนักเรียนให้เข้าร่วมคลิปโดยไม่ทราบวัตถุประสงค์ที่แท้จริงหรือไม่

2.เอาผิดผู้ประสานงานและผู้ว่าจ้างที่ดึงสถาบันการศึกษาเข้ามาข้องเกี่ยวกับการเมือง

และ 3.วินิจฉัยว่าการกระทำของนายจาตุรนต์และทีมงาน ขัดต่อระเบียบการรณรงค์ประชามติที่ กกต.กำหนดไว้หรือไม่

‘เลขา กกต.’สั่งผ่านไลน์กลุ่ม ให้จนท.รณรงค์การเลือกตั้งไม่ให้ ปชช.เลือกคนแจกเงินซื้อเสียง

'เลขา กกต.'สั่งผ่านไลน์กลุ่ม ให้จนท.รณรงค์การเลือกตั้งไม่ให้ ปชช.เลือกคนแจกเงินซื้อเสียง

‘เลขา กกต.’สั่งผ่านไลน์กลุ่ม ให้จนท.รณรงค์การเลือกตั้งไม่ให้ ปชช.เลือกคนแจกเงินซื้อเสียง

วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569, 08.48 น.

‘เลขา กกต.’สั่งผ่านไลน์สำนักงานกกต. ให้จนท.รณรงค์การเลือกตั้งไม่ให้ ปชช.เลือกคนแจกเงินซื้อเสียง ชี้เป็นภัยต่อชาติและระบอบประชาธิปไตย ระบุขณะนี้สังคมวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการใช้เงินซื้อเสียงเลือกตั้ง ปี 69 เป็นจำนวนมาก ขณะที่รายงานแจ้งว่ามีคำร้องทุจริตเลือกตั้ง 32 เรื่องแล้ว 

เมื่อวันที่ 19 ม.ค.2569 นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่งข้อความในกลุ่มไลน์สำนักงาน กกต. ถึงเจ้าหน้าที่ กกต. ทุกคน โดยระบุว่ามีข้อสังเกตถึงพวกเราและผู้เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการ ว่าขณะนี้สังคมวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการใช้เงินซื้อเสียงในการเลือกตั้ง ปี 69 เป็นจำนวนมาก ตนเห็นว่าการรณรงค์ให้คนออกมาออกเสียงการเลือกตั้ง ไม่น่าจะเป็นประเด็นหรือมีข้อกังวลแล้ว เพราะดูสถานการณ์ฯ วันนี้ ผู้ออกมาใช้สิทธิไม่น่าจะน้อยกว่าการเลือกตั้ง ปี 66  คือ มากกว่า 75%

“จึงให้ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค นอกจากจะรณรงค์หรือการประชาสัมพันธ์ให้คนมาใช้สิทธิออกเสียงแล้ว  ควรเน้นไปที่การมาออกเสียงที่สุจริต ไม่เลือกเพราะมีคนให้เงิน หรือไม่รับเงิน  ซึ่งการรับเงินนอกจากจะมีโทษแล้ว ยังเป็นภัยต่อประเทศชาติและระบอบประชาธิปไตยอีกด้วย” นายแสวง กล่าว

นายแสวง ยังระบุว่าด้านสืบสวน สอบสวน ควรจะเน้นการป้องกัน ป้องปราม ไม่ให้การกระทำดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากจะเป็นประโยชน์กับบ้านเมือง ยังจะเป็นการสร้างภาพลักษณ์ให้กับสำนักงานด้วย

ทั้งนี้ มีรายงานว่าในการเลือกตั้งครั้งนี้มีคำร้องเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 32 คำร้องแล้ว

‘ไอซ์’จ่อปรึกษาฝ่ายกม. หลังถูกคนสนิท’ไผ่ ลิกค์’เข้าโวยวายขณะหาเสียงกำแพงเพชร

'ไอซ์'จ่อปรึกษาฝ่ายกม. หลังถูกคนสนิท'ไผ่ ลิกค์'เข้าโวยวายขณะหาเสียงกำแพงเพชร

‘ไอซ์’จ่อปรึกษาฝ่ายกม. หลังถูกคนสนิท’ไผ่ ลิกค์’เข้าโวยวายขณะหาเสียงกำแพงเพชร

วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569, 08.42 น.

‘ไอซ์’จ่อปรึกษาฝ่ายกฎหมาย หลังถูกคนสนิท’ไผ่ ลิกค์’เข้าโวยวายขณะหาเสียงกำแพงเพชร

เมื่อวันที่ 19 ม.ค.2569 น.ส.รักชนก ศรีนอก  ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก “รักชนก ศรีนอก – Rukchanok Srinork” ระบุว่า “วันๆพันกว่าเรื่องที่กำแพงเพชร

วันนี้มีคุณป้าคนหนึ่งพยายามจะมาก่อกวน การหาเสียงของพวกเราโดยบอกว่า ปราย ปริญวัฒน์ ทวีกิจศิรพงษ์ – Parinwat Taweekitsirapong ผู้สมัคร กำแพงเพชรเขต 1 ของพรรคประชาชน เป็นคนก้าวร้าว ไม่น่ารัก และ ดิฉันที่จบสถิติมาไม่รู้จักใช้สถิติ ไม่รู้ไงว่าคุณไผ่ ตระกูลเค้ารวยอยู่แล้ว เค้ามีผลงาน ทำให้กำแพงเพชรน้ำไม่ท่วม ต่างๆ พยายามจะมาโหวตเวกโวยวายอยู่ซักพักนึง ซึ่งดิฉันก็รับฟัง พยายามจะทำเสียงดังเพื่อให้เป็นจุดสนใจ แต่คนที่สัญจรผ่านไปหันมาไม่มีใครสนใจมีแต่คนเข้ามาขอถ่ายรูปกับไอซ์และปราย

สืบทราบมาว่าคุณป้าท่านนี้ชื่อ ‘แม้ว หรือ นางสุปราณี เมฆพัฒน์’ อยู่ ต.นครชุม สนิทกับคุณ ไผ่ ลิกค์ เคยลงเลือกตั้งนายกเทศมนตรี โดยการสนับสนุนของคุณไผ่แต่แพ้ ซึ่งก็ยังช่วยเหลือและสนับสนุนคุณไผ่ในการหาเสียงเลือกตั้งเสมอมา ตามรูปที่ปรากฏ

ตั้งใจส่งก่อกวนหรือไม่ได้ตั้งใจ คนทำรู้อยู่แก่ใจ แต่ถ้าพรุ่งนี้ข่าวออกว่ามีประชาชนตามด่าดิฉันที่ตลาดกำแพงเพชรอีก ก็ขอให้รู้ไว้ด้วยนะคะ คนๆนี้ว่ามาจากไหน รอบที่แล้วเป็น ที่ปรึกษาคุณสุชาติ ส่วนรอบนี้เป็นคนสนิทของคุณไผ่ค่ะ????

ปล. เดี๋ยวจะปรึกษากับฝ่ายกฎหมายให้รอบคอบอีกครั้ง เข้าใจว่าถ้าเป็นผู้ช่วยหาเสียง อาจจะมีความผิดตามกฎหมายด้วย”

​ฝันหวานๆของติ่งส้ม ‘อัษฎางค์’วิเคราะห์เป็นฉากๆ เป็นไปไม่ได้’ศุภจี’จับมือ’ปชน.’

​ฝันหวานๆของติ่งส้ม 'อัษฎางค์'วิเคราะห์เป็นฉากๆ เป็นไปไม่ได้'ศุภจี'จับมือ'ปชน.'

​ฝันหวานๆของติ่งส้ม ‘อัษฎางค์’วิเคราะห์เป็นฉากๆ เป็นไปไม่ได้’ศุภจี’จับมือ’ปชน.’

วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569, 08.25 น.

เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 นายอัษฎางค์ ยมนาค หรือ เอ็ดดี้ อัษฎางค์ นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ฝันหวานๆ ของติ่งส้ม

#อัษฎางค์ยมนาค | #อ่านเกมอำนาจ

หลังจากมีภาพหวานๆ พี่แต๋มและน้องไหมในรายการของคุณสรยุทธทำให้เกิดภาพฝันหวานของติ่งส้มว่า

“ดูๆ น่าจะมีโอกาสสูงที่คุณแต้มจะถูกพรรคสัมเชิญมา

ร่วมพัฒนาเปลี่ยนแปลงประเทศซ่อมสร้างไปด้วยกัน”

แต่ถ้าไปดูเหตุผลที่คุณศุภจีเข้าร่วมกับพรรคภูมิใจไทยจะพบว่า….

คุณศุภจี ให้เหตุผลหลัก 3 ข้อในการตัดสินใจเข้าร่วมและทำงานกับพรรคภูมิใจไทย 1 ในนั้นคือ จุดยืนชาติและอธิปไตย

• เธออธิบายว่าเข้ามาในช่วงที่ไทยมีความตึงเครียดกับประเทศเพื่อนบ้าน และมองว่าจุดยืนของพรรคภูมิใจไทยเรื่อง “ชาติเป็นที่ตั้ง อธิปไตยเป็นที่ตั้ง” สอดคล้องกับหลักคิดของตน

• เธอระบุว่าพรรคให้ความสำคัญกับชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านและพี่น้องทหาร พร้อมทั้งเชื่อว่าหากภูมิใจไทยได้กลับมาเป็นแกนนำรัฐบาล จะช่วยพาประเทศก้าวข้ามความท้าทายได้อย่างต่อเนื่อง และเธอยินดี “สานภารกิจที่ยังไม่เสร็จให้เสร็จ

ดังนั้น มีโอกาสน้อยมาก หรือแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะเข้าร่วมกับพรรคประชาชน” เพราะ

1. คุณศุภจีมองว่าการสนับสนุนกองทัพคือการ “ช่วยชาติ” ส่วนนโยบายของพรรคส้มที่ต้องการ “รื้อโครงสร้างกองทัพ” จะถูกตีความว่าเป็น “การบ่อนเซาะความมั่นคง” ในสายตาของเธอทันที

2. คุณศุภจี เป็นผู้บริหารระดับสูง ซึ่งโดยธรรมชาติของคนกลุ่มนี้มักจะมีวิธีการทำงานที่แตกต่างจากพรรคแกนนำฝ่ายค้าน

• วัฒนธรรมองค์กรแบบ CEO: เน้นผลลัพธ์ และความราบรื่น มักเลือกวิธี “ซ่อมสร้าง” คือค่อยๆ แก้ไขโดยไม่ให้โครงสร้างหลักพังทลาย การทำงานร่วมกับพรรคภูมิใจไทย (ซึ่งเป็นพรรคแนว “ประนีประนอมประสานประโยชน์”) จึงดูสมเหตุสมผลในมุมของนักบริหารที่ต้องการ “Quick Win” หรือความสำเร็จที่จับต้องได้เร็ว

• วัฒนธรรมพรรคประชาชน: เน้นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง หรือ “รื้อสร้าง” ซึ่งมักก่อให้เกิดแรงเสียดทานสูง และอาจไม่ตอบโจทย์นักบริหารที่ต้องการความสงบเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

3. พรรคประชาชนเป็น”ปฏิปักษ์ต่อทหาร” หรือ “ปฏิรูปทหาร”?

ในมุมอนุรักษ์นิยม/ความมั่นคง (ซึ่งคุณศุภจีอาจยืนอยู่จุดนี้): การแตะต้องงบประมาณ, การลดจำนวนนายพล, หรือการวิพากษ์วิจารณ์บทบาททหารในทางการเมือง ถูกมองว่าเป็นการ “ด้อยค่า” และสร้างความอ่อนแอให้สถาบันทหาร ซึ่งเท่ากับเป็น “ปฏิปักษ์” โดยปริยาย

สรุป หากยึดตามเหตุผล 3 ข้อที่คุณยกมา (โดยเฉพาะเรื่องจุดยืนความมั่นคงและการให้ความสำคัญกับทหาร) คุณศุภจีจัดอยู่ในกลุ่ม “Realist/Conservative” (เน้นความมั่นคงจริงจัง) ในขณะที่ พรรคประชาชนคือ ขั้วตรงข้าม

ดังนั้น โอกาสที่เธอจะเข้าร่วมพรรคประชาชนจึง “ยากมาก” ไม่ใช่แค่เพราะเรื่องทหารอย่างเดียว แต่เป็นเพราะ “อุดมการณ์พื้นฐานในการมองโลก” ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

เธออาจจะถูกเชิญได้ในฐานะมือบริหารเศรษฐกิจ แต่ถ้าเงื่อนไขทางอุดมการณ์การเมือง ไม่ตรงกัน โดยปกติแล้วระดับ CEO จะไม่เอาชื่อเสียงตัวเองมาเสี่ยงในสมรภูมิที่ตนเองไม่เชื่อมั่น

เลือกไปสู้กับมาร! ‘นันทิวัฒน์‘ปลุกโหวตพรรคเดียว2ใบ

เลือกไปสู้กับมาร! ‘นันทิวัฒน์‘ปลุกโหวตพรรคเดียว2ใบ

เลือกไปสู้กับมาร! ‘นันทิวัฒน์‘ปลุกโหวตพรรคเดียว2ใบ

วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569, 08.07 น.

เลือกไปสู้กับมาร! ‘นันทิวัฒน์‘ปลุกโหวตพรรคเดียว2ใบ

เมื่อวันที่ 19 ม.ค.2569 นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า “เลือกใครดี บ้านนี้เมืองนี้คนเก่งเยอะมาก ดูจำนวนพรรคการเมืองสิ เยอะแยะตาแป๊ะไก่​ ยั้วเยี้ย นับไม่ถูก​ จำไม่ได้​ เยอะมาก มีพรรคพวกถามมาเยอะ​ ผมเลือกใคร ผมไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคใดเลย ไม่มีความผูกพันธ์กับพรรคใดเป็นพิเศษ 

แต่เลือกตั้งครั้งนี้​ ยอมรับว่าปวดหัว รักพี่เสียดายน้อง​ อยากคว้าไว้หมด แต่มันมีแค่​ 2 เสียง เลือก​ ​สส.เขตกับบัญชีรายชื่อ เดิมตั้งใจจะเลือกบัญชีรายชื่อหนึ่ง เพราะขื่นชมการทำงานของท่าน แต่ยอมรับตามตรงครับ กลัวเสียงแตก​ เสียของเทน้ำเทท่า เลือกไปเขาก็ไม่ได้​ เสียงไม่พอ แถมทำให้พรรคที่เราไ​ม่ชอบ​ เสือกได้ มันยิ่งทำให้ช้ำใจ

ตัดสินใจ เทให้หมดทั้งเขตและพรรค เลือกพรรคที่พอไหว​ ไม่ขี้ริ้วขี้เหล่ ไปสู้กับพรรคมาร ใครเชื่อก็ตามมาครับ”

แบ่งหน้ากันเล่น?! ‘เทพไท’ฉงนใจ ทำไม’แกนนำ ภท.’คิดไม่เหมือนกัน

แบ่งหน้ากันเล่น?! 'เทพไท'ฉงนใจ ทำไม'แกนนำ ภท.'คิดไม่เหมือนกัน

แบ่งหน้ากันเล่น?! ‘เทพไท’ฉงนใจ ทำไม’แกนนำ ภท.’คิดไม่เหมือนกัน

วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569, 07.58 น.

เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า แกนนำภูมิใจไทย ทำไมคิดไม่เหมือนกัน

ช่วงนี้ถ้าใครได้ติดตามความเคลื่อนไหวทางการเมือง หรือการแสดงจุดยืนทางการเมืองของพรรคภูมิใจไทย จะเห็นได้ว่า แกนนำของพรรคภูมิใจไทย 3 ท่าน คือ 1.นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย 2.นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย 3.นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย ทั้ง 3 ท่านได้แสดงจุดยืน แสดงท่าทีต่อปัญหาที่สังคมตั้งคำถามว่า พรรคภูมิใจไทยมีจุดยืนต่อเรื่องเหล่านี้อย่างไร เช่น

1.กรณีจุดยืนเกี่ยวกับกฎหมายสถานบันเทิงครบวงจร หรืออินเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ หรือบ่อนคาสิโน ในช่วงที่รัฐบาลของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ได้ผลักดันกฎหมายอินเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ หรือบ่อนคาสิโน นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในตอนนั้น และในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้สนับสนุนกฎหมายอินเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ หรือบ่อนคาสิโนอย่างเต็มที่ ในขณะเดียวกันนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย คัดค้านและประกาศกลางที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรว่า ไม่สนับสนุนกฎหมายสถานบันเทิงครบวงจร หรืออินเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์อย่างเด็ดขาด

2.กรณีที่มีการดีเบตของแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคการเมืองต่างๆ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เป็นตัวแทนของพรรคภูมิใจไทย เมื่อผู้ดำเนินรายการได้สอบถามเรื่องจุดยืน และแนวทางการแก้ไขปัญหาMOU43และMOU44 ซึ่งนายสีหศักดิ์ได้ตอบคำถามบนเวทีว่า สนับสนุนให้มีการดำเนินการต่อไป เพื่อแก้ปัญหาระหว่างไทยกับกัมพูชา แต่พรรคภูมิใจไทย โดยนายไชยชนก ชิดชอบ ประกาศยกเลิก MOU43 และMOU44 ความขัดแย้งในความเห็นของนายสีหศักดิ์กับของพรรคภูมิใจไทย จะทำอย่างไรต่อไป จนทำให้นายสีหศักดิ์ต้องไปไม่เป็น สับสนอ้ำๆอึ้งๆ และในที่สุดก็กล้าเป็นตัวแทนของพรรคภูมิใจไทยออกมาดีเบตบนเวทีของแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคการเมืองต่างๆ

3.กรณีนายไชยชนก ชิดชอบ ได้ประกาศบนเวทีดีเบตครั้งล่าสุดว่า ถึงตอนนี้พรรคภูมิใจไทยสามารถที่จะจับมือตั้งรัฐบาลได้กับพรรคประชาชน และพรรคกล้าธรรม แต่ไม่สามารถจะจับมือกันร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย จนนายนายอนุทิน ชาญชีวกูล ต้องออกมาตอบคำถามเรื่องนี้ว่า ท่าทีดังกล่าวเป็นความเห็นส่วนตัวของนายไชยชนก เรื่องนี้ถ้าจะตัดสินใจอย่างไร ก็ต้องฟังที่ประชุมพรรคหรือมติของพรรค ทั้งๆที่ในทางการเมือง ท่าทีของหัวหน้าพรรคหรือเลขาธิการพรรคต่อเรื่องใดๆก็ตาม ก็เปรียบเสมือนมติของพรรค แต่เรื่องดังกล่าว ทำไมนายอนุทินและนายไชยชนก จึงมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน

ทั้งหมดนี้เป็นความเห็นต่างของแกนนำคนสำคัญของพรรคภูมิใจไทย สังคมกำลังสับสนว่า ความเป็นเอกภาพในพรรคภูมิใจไทยจะมีหรือไม่ หรือจะเป็นการแบ่งหน้ากันเล่น ระหว่างแกนนำคนสำคัญ 3 ท่าน หรือเป็นต่างคนต่างคิด ต่างคนต่างพูด ยังหาความเป็นเอกภาพ ข้อยุติในพรรคไม่ได้ เป็นเรื่องที่สังคมจะต้องจับตากันต่อไปว่า พรรคภูมิใจไทยจะเดินหน้าในเรื่องเหล่านี้อย่างไร

กาช่องไหน ได้อะไรตามมา? ‘สมชัย’อธิบายชัด!บัตรประชามติสีเหลือง

กาช่องไหน ได้อะไรตามมา? 'สมชัย'อธิบายชัด!บัตรประชามติสีเหลือง

กาช่องไหน ได้อะไรตามมา? ‘สมชัย’อธิบายชัด!บัตรประชามติสีเหลือง

วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569, 07.22 น.

เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 นายสมชัย ศรีสุทธยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความระบุว่า กาช่องไหน ได้อะไรตามมา

บัตรประชามติสีเหลือง มีช่องให้ตัดสินใจกา 3 ช่อง คือ เห็นชอบ ไม่เห็นชอบ และ ไม่แสดงความคิดเห็น หากผลการออกเสียง ช่องใดได้เสียงข้างมาก แล้วอย่างไรต่อ

1. หาก “เห็นชอบ” เป็นเสียงข้างมาก การดำเนินการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่เดินหน้าต่อไป โดย ครม. ชุดใหม่ สามารถเสนอให้รัฐสภาใหม่หยิบร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ที่ค้างในวาระ 2 ของรัฐสภาชุดที่แล้ว มาพิจารณาต่อภายใน 60 วันนับแต่มีรัฐสภาชุดใหม่ได้ หากผ่าน วาระ 2 และ 3 จะสามารถทำประชามติ คำถามที่ 2 เกี่ยวกับวิธีการและสาระสำคัญที่จะแก้

2. หาก “ไม่เห็นชอบ” เป็นเสียงข้างมาก แนวคิดในการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับจะยุติลง หากรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมีข้อบกพร่องเรื่องใด ให้ใช้กลไกรัฐสภาในการแก้รายมาตรา แต่ต้องยอมรับสภาพเงื่อนไข ว่า การแก้รายมาตราทุกเรื่อง ต้องมี สว.ร่วมเห็นชอบ 1 ใน 3 หรือ 67 คนขึ้นไปในวาระที่ 1 และ 3 ทุกครั้ง และหากเป็นการแก้ 4 เรื่อง คือ 1) แก้หมวด 1 หมวด 2 2) แก้เกี่ยวกับคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ตามรัฐธรรมนูญ 3) แก้เกี่ยวกับหน้าที่อำนาจของศาลและองค์กรอิสระ และ 4) แก้วิธีการแก้ ต้องทำประชามติทุกครั้ง

3. หาก “ไม่แสดงความคิดเห็น” เป็นเสียงข้างมาก เท่ากับ การทำประชามติคราวนี้ยังไม่มีข้อยุติ คำตอบที่ต้องการทราบ ยังไม่มีคำตอบ เงินที่ทำประชามติสูญเปล่า หากยังต้องการคำตอบ ต้องทำประชามติใหม่อีกครั้ง

‘กษิต’ยังไม่ถูกใจ! มองเหล่า’แคนดิเดตนายกฯ’ขาดความแหลมคม

'กษิต'ยังไม่ถูกใจ! มองเหล่า'แคนดิเดตนายกฯ'ขาดความแหลมคม

‘กษิต’ยังไม่ถูกใจ! มองเหล่า’แคนดิเดตนายกฯ’ขาดความแหลมคม

วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569, 07.13 น.

เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 นายกษิต ภิรมย์ อดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ อดีตรมว.ต่างประเทศ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า เท่าที่ได้ติดตามสดับตรับฟังการรณรงค์หาเสียง การร่วมอภิปราย ของบรรดาหัวหน้าพรรคและแกนนำแล้ว ก็ยังไม่มีความประทับใจ ดูต่างขาดความแหลมคมและยังไม่สามารถพูดออกมาได้ว่า อะไรคือปัญหาหลักๆ ของสังคมไทย แล้วจะมีนโยบายและวิธีการแก้ไข ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงกันอย่างไร