‘นฤมล’นำทีมหารือCAWA ชี้ตลาดจีนมั่นใจสินค้าเกษตรไทย

‘นฤมล’นำทีมหารือCAWA  ชี้ตลาดจีนมั่นใจสินค้าเกษตรไทย

‘นฤมล’นำทีมหารือCAWA ชี้ตลาดจีนมั่นใจสินค้าเกษตรไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ หารือกับนายหม่าเจิงจวิน ประธานสมาคมตลาดค้าส่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (China Agriculture Wholesale Market Association : CAWA) เพื่อแสวงหาโอกาสในการค้าสินค้าเกษตรของไทย

ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า บริษัท CAWA ได้นำเข้าสินค้าเกษตรต่างๆ จากไทย เช่น ทุเรียน มังคุด ลำไย โดยมีการนำเข้าทุเรียนมากที่สุด รวมมูลค่า 83 ล้านหยวน ซึ่งทุเรียนเป็นผลไม้ที่มีอัตราการเติบโตสูงที่สุดในตลาดจีน โดยมีปริมาณการนำเข้าทุเรียนสดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงกุ้งขาวแวนนาไมจากไทย 177.3 ตันคิดเป็นมูลค่า 10.61 ล้านหยวน และตั้งแต่จีนระงับการนำเข้าสินค้าประมงจากญี่ปุ่น CAWA เห็นว่า ไทยจะมีโอกาสในการส่งออกสินค้าประมงเพิ่มมากขึ้น บริษัท CAWA ขอให้ภาครัฐส่งเสริมและสนับสนุนการส่งรังนกที่มีคุณภาพดีของไทยมายังจีน เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคชาวจีน

ปัจจุบันบริษัทฯ ได้นำเทคโนโลยี เช่น รหัสติดตาม (traceability code) เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคในจีน ซึ่งสามารถสแกนรหัสและรู้ได้ทันทีว่าสินค้านี้มาจากประเทศไหน การสร้างระบบแหล่งที่มาของสินค้าให้เป็นมาตรฐาน เพื่อให้สามารถแข่งขันกับประเทศอื่นๆ ได้ในอนาคต และเพื่อให้สามารถสร้างความได้เปรียบด้านแบรนด์ที่สำคัญในรสชาติและความประทับใจของผู้บริโภคชาวจีน

ศ.ดร.นฤมลกล่าวต่อว่า ประเทศจีนเป็นคู่ค้าสำคัญของไทย โดยสินค้าเกษตรไทยส่งออกจีนมากเป็นอันดับ 1 และมีแนวโน้มส่งออกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน สินค้าจีนก็ส่งออกไปยังไทยมากเช่นกัน ไทยและจีนมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกัน เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เพื่อให้ไทยสามารถขนส่งสินค้าเกษตรไปจีนได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น

ส่วนเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ไทยและจีนได้ลงนามพิธีสารว่าด้วยหลักเกณฑ์การตรวจสอบกักกันโรค และสุขอนามัยทางสัตวแพทย์ของกรมประมงที่มาจากการเพาะเลี้ยงส่งออกมายังสาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างกระทรวงเกษตรฯ และสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน และหวังว่าจะมีการส่งออกผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำคุณภาพของไทยมายังจีนเพิ่มมากขึ้น

นอกจากนี้ยังมีนโยบายขับเคลื่อนการส่งออกโคมีชีวิต และผลิตภัณฑ์จากไทยไปสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งได้มีการเดินหน้าเจรจายกระดับเปิดตลาดมาอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาของสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (GACC) และจะมีความร่วมมือในระยะอันใกล้นี้ ซึ่งตลาดจีนยังมีความต้องการสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพจากไทย จึงเป็นโอกาสให้ผู้ผลิตและผู้ประกอบการสามารถขยายตลาดไปยังจีนได้

จีนชมก.เกษตรฯ แก้ปัญหาทุกระดับ เปิดตลาดสินค้า มีความก้าวหน้า

จีนชมก.เกษตรฯ  แก้ปัญหาทุกระดับ  เปิดตลาดสินค้า  มีความก้าวหน้า

จีนชมก.เกษตรฯ แก้ปัญหาทุกระดับ เปิดตลาดสินค้า มีความก้าวหน้า

วันพฤหัสบดี ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ดร.ซุน เหมยจุน รัฐมนตรีว่าการสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (GACC) กล่าวภายหลัง ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ เข้าพบและหารือนโยบายและวิสัยทัศน์การส่งเสริม ขยายโอกาส และอำนวยความสะดวกค้าสินค้าเกษตรระหว่างกัน ว่าขอชื่นชมความมุ่งมั่นดำเนินการของกระทรวงเกษตรฯ โดยเฉพาะการดำเนินการที่รวดเร็วและครอบคลุมทุกระดับ ทั้งเกษตรกรผู้ผลิต โรงคัดบรรจุ และผู้ส่งออก กรณีสินค้าไทยตรวจพบปัญหาไม่สอดคล้องกับข้อกำหนดของจีน สำหรับผลไม้ไทย มีส่วนแบ่งในตลาดจีนกว่าร้อยละ 58 ของปริมาณการนำเข้าผลไม้จากต่างประเทศทั้งหมด ด้วยปริมาณการนำเข้ากว่า 870,000 ตัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งทุเรียนไทย ที่ครองส่วนแบ่งตลาดทุเรียนในจีนกว่าร้อยละ 50 ขึ้นไป และคิดเป็นร้อยละ 35 ของปริมาณการส่งออกออกสินค้าเกษตรไทยมายังจีน

นอกจากนี้การหารือในด้านการเปิดตลาดสินค้ามีความก้าวหน้าเป็นที่น่าพอใจ โดยสินค้าพืช GACC อยู่ระหว่างวิเคราะห์ความเสี่ยงในการนำเข้า ขณะที่การยื่นขอเปิดตลาดส่งออกสละและอินทผลัม มายังจีน อยู่ในขั้นตอนที่ GACC เตรียมส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจประเมินสวนและโรงคัดบรรจุที่ประเทศไทย ช่วงเดือนมิถุนายนถึงเดือนกรกฎาคมนี้ ก่อนที่จะกำหนดเงื่อนไขการส่งออก และลงนามในพิธีสารไทย-จีนต่อไป

สำหรับสินค้าปศุสัตว์ ฝ่ายจีนได้รับเอกสารเพิ่มเติมเรื่องการขอส่งออกโคเนื้อมีชีวิตไทยมาจีน ผ่านเส้นทางแม่น้ำโขง มายังท่าเรือกวนเล่ย แล้ว แต่จะต้องรับข้อพิจารณาเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ที่ปรึกษาฯพบผู้ปลูกหญ้าบ้านพังคอง

ที่ปรึกษาฯพบผู้ปลูกหญ้าบ้านพังคอง

ที่ปรึกษาฯพบผู้ปลูกหญ้าบ้านพังคอง

วันพฤหัสบดี ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

พบปะ : นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ พบปะกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกหญ้าบ้านพังคอง อ.เมือง จ.มุกดาหาร มอบเวชภัณฑ์ยาถ่ายพยาธิ แร่ธาตุก้อนให้เกษตรกร ช่วยเหลือเรื่องวัตถุดิบอาหารสัตว์ กำชับหน่วยงานในกระทรวงเกษตรฯ ถอดองค์ความรู้ของเกษตรกร เพื่อลดปัญหาฝุ่น PM2.5

นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่พบปะเกษตรกร พร้อมมอบเวชภัณฑ์ยาถ่ายพยาธิ แร่ธาตุก้อน ให้กับเกษตรกรสมาชิกกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกหญ้าบ้านพังคอง อ.เมือง จ.มุกดาหาร โดยกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกหญ้าบ้านพังคอง ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2564 ก่อตั้งขึ้นโดยการนำของนายสันติ ทรัพย์ส่งเสริม ที่มีความคิดริเริ่มในการจัดตั้งกลุ่ม เพื่อสนับสนุนให้มีธนาคารอาหารสัตว์ให้กับกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ โดยมองว่าในปัจจุบันเกษตรกรในพื้นที่นอกจากจะทำนาปลูกข้าวเป็นอาชีพหลักแล้ว ยังมีการเลี้ยงโค-กระบือในพื้นที่เป็นจำนวนมาก แต่ผลผลิตที่ได้กลับสวนทางทำให้เกิดแนวคิดที่จะปรับเปลี่ยนในรูปแบบเดิมๆ โดยมุ่งเน้นให้เกษตรกรต้องได้รับรายได้ที่เพิ่มขึ้น เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ต้องอยู่ได้

สำหรับสถานการณ์ราคาอาหารสัตว์ในช่วงต้นปี 2565 เป็นต้นมา ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องส่งผลให้การประกอบอาชีพการเลี้ยงปศุสัตว์ เช่น การเลี้ยงโคเนื้อ โคนม กระบือ แพะ และแกะ มีต้นทุนการผลิตสูงขึ้น เนื่องจากอาหารสัตว์เป็นต้นทุนส่วนใหญ่ของการผลิตอาหารสัตว์คิดเป็นประมาณร้อยละ 60 ของต้นทุนทั้งหมด นอกจากนี้การขาดความสามารถในการพึ่งพาตนเองด้านอาหารสัตว์ของชุมชนหรือท้องถิ่นเป็นสาเหตุให้เกษตรกรปศุสัตว์ต้องซื้อวัตถุดิบอาหารสัตว์จากภายนอกมาใช้มากขึ้น ยิ่งส่งผลให้ต้นทุนด้านอาหารสัตว์เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อย ที่ส่วนใหญ่ไม่มีที่ดิน

ส่วนการผลิตอาหารสัตว์เป็นของตัวเอง รวมถึงการขาดโอกาสในการเข้าถึงเครื่องจักรกลและเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยสำหรับใช้ในการลดต้นทุนการผลิตอาหารสัตว์ ทั้งนี้ นายบุญสิงห์ ได้สั่งการกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เข้ามาแนะนำให้เกษตรกรจัดทำบัญชีครัวเรือน และกำชับให้หน่วยงานในกระทรวงเกษตรฯ ถอดองค์ความรู้ของเกษตรกร นำไปใช้เพื่อลดปัญหาฝุ่น PM2.5 ด้วย

เลขาธิการ ส.ป.ก.เจรจาความร่วมมือระหว่างประเทศ ด้านการบริหารจัดการทางการเงินเพื่อเกษตรกรรม

เลขาธิการ ส.ป.ก.เจรจาความร่วมมือระหว่างประเทศ ด้านการบริหารจัดการทางการเงินเพื่อเกษตรกรรม

เลขาธิการ ส.ป.ก.เจรจาความร่วมมือระหว่างประเทศ ด้านการบริหารจัดการทางการเงินเพื่อเกษตรกรรม

วันพุธ ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 15.21 น.

เลขาธิการ ส.ป.ก.เจรจาความร่วมมือระหว่างประเทศ ด้านการบริหารจัดการทางการเงินเพื่อเกษตรกรรม กับกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงของประเทศญี่ปุ่น

เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พร้อมด้วย คณะทำงานโครงการศึกษาการใช้หลักประกันในการขอรับการสนับสนุนทางการเงินภายใต้การดำเนินงานของ ส.ป.ก. เดินทางถึงประเทศญี่ปุ่นเพื่อเจรจาความร่วมมือระหว่างประเทศ ด้านการบริหารจัดการทางการเงินเพื่อเกษตรกรรม กับกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงของประเทศญี่ปุ่น Ministry of Agriculture Forestry and Fishery of Japan (MAFF) โดย Mr. Hagiwara Hideki, Counsellor (Deputy Director-General for Environment, Export and International Affairs Bureau) of MAFF และ Mr. Morii Hideyuki, Director and Senior Negotiator of Bilateral Affairs Division, Export and International Affairs Bureau of MAFF ให้การต้อนรับที่สนามบินฮาเนดะ พร้อมนางบุญฑริกา กระจ่างวงษ์ อัครทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายเกษตร) สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศประจำกรุงโตเกียว และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางการเงินและแนะนำข้อมูลของ NORINCHUKIN ให้ฝ่ายไทยทราบก่อนการเจรจาความร่วมมือระหว่างสองประเทศ

ต่อมาคณะฝ่ายไทยเดินทางไปพบกับ Mr. Kunieda Gen, Director, Bilateral Affairs Division, Export and International Affairs Bureau of MAFF และประชุมหารือแนวทางในการให้ความช่วยเหลือแก่เกษตรกรตลอดจนการแก้ไขเรื่องเกษตรกรสูงวัยและการทิ้งร้างที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

จากนั้นได้เดินทางไปประชุมเจรจาเกี่ยวกับการเข้าถึงสินเชื่อเพื่อการเกษตรโดยใช้หลักประกัน ร่วมกับ Mr. Sekiguchi Kouji, Deputy Director of Corporate Design Division of NORINCHUKIN โดยมี Ms. Kasai Shouko, Chief of Asia-Pacific Group, Bilateral Affairs Division, Export and International Affairs Bureau of MAFF ร่วมหารือด้วย โดย MAFF เห็นควรนำประเด็นการเจรจาดังกล่าวเข้าหารือในความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (Japan-Thailand economic partnership agreement, JTEPA) ต่อไป

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’เฝ้ารับเสด็จฯ’ในหลวง-พระราชินี’ เสด็จฯทรงเปิดสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ

'อธิบดีกรมปศุสัตว์'เฝ้ารับเสด็จฯ'ในหลวง-พระราชินี' เสด็จฯทรงเปิดสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’เฝ้ารับเสด็จฯ’ในหลวง-พระราชินี’ เสด็จฯทรงเปิดสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ

วันพุธ ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 15.17 น.

เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 17.00 น.นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ พร้อมด้วย นายธีรวิทย์ ขาวบุบผา ผู้อำนวยการกองงานพระราชดำริและกิจกรรมพิเศษ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เฝ้ารับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จทรงเปิดสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ สวนพฤกษศาสตร์สากล มาตรฐาน BGCI และสวนจากภูผาสู่มหานที ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ในการนี้อธิบดีกรมปศุสัตว์ได้ทูลเกล้าฯ ถวายกระเป้าผลิตภัณฑ์แปรรูปปศุสัตว์ จำนวน 2 กระเป๋า ทูลเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ได้การรับรองมาตรฐาน BGCI ระดับที่ 2 BGCI Conservation Practitioner Accreditation (CPA) จาก Botanic Gardens Conservation International (BGCI) โดยเป็น 1 ใน 17 สวนพฤกษศาสตร์จากทั่วโลกที่ได้การรับรองมาตรฐาน ซึ่งเป็นแห่งเดียวในทวีปเอเชีย จนประสบความสำเร็จได้รับการรับรองเป็นสวนพฤกษศาสตร์สากลมาตรฐาน BGCI โดยเป็นสวนพฤกษศาสตร์มาตรฐานสากลสวนแรกและสวนเดียวในกรุงเทพมหานคร และเป็นสวนแห่งที่ 3 ของประเทศไทย

– 006

‘อธิบดีกรมการข้าว’ร่วมรับเสด็จฯ’ในหลวง-พระราชินี’ เสด็จฯทรงเปิดสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ

'อธิบดีกรมการข้าว'ร่วมรับเสด็จฯ'ในหลวง-พระราชินี' เสด็จฯทรงเปิดสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ

‘อธิบดีกรมการข้าว’ร่วมรับเสด็จฯ’ในหลวง-พระราชินี’ เสด็จฯทรงเปิดสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ

วันพุธ ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 15.14 น.

เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 17.00 น.นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว และผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 18 หน่วยงาน ร่วมรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ สวนพฤกษศาสตร์สากล มาตรฐาน BGCI และสวนจากภูผาสู่มหานที ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เขตจตุจักร กรุงเทพฯ

ในการนี้ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย “มะยงชิด พันธุ์ทูลเกล้า” ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ของจังหวัดนครนายก จัดเป็นผลไม้ตระกูลเดียวกับมะปราง หรือเป็นมะปรางชนิดหนึ่ง แต่ผลมะยงชิดมีหลายขนาดตามลักษณของสายพันธุ์ที่แตกต่างกันไป มีลักษณะเด่น คือ ผลใหญ่ รูปไข่ มีสีเหลืองส้ม เนื้อแน่น กรอบ มีกลิ่นหอม ไม่มียาง ทานแล้วไม่ทำให้เกิดอาการคันคอ เมล็ดลีบสีน้ำตาลอ่อน

– 006

‘นฤมล’ร่วมหารือGACC สร้างความเชื่อมั่นสินค้าเกษตร

‘นฤมล’ร่วมหารือGACC  สร้างความเชื่อมั่นสินค้าเกษตร

‘นฤมล’ร่วมหารือGACC สร้างความเชื่อมั่นสินค้าเกษตร

วันพุธ ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ นำคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงเกษตรฯ หารือกับ ดร.ซุน เหมยจุน รัฐมนตรีว่าการสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (GACC) พร้อมด้วย นายหวัง อี้หยู อธิบดีกรมกักกันพืชและสัตว์ นายหลี่ จิ้นซง อธิบดีกรมความปลอดภัยอาหารนำเข้าและส่งออก และนางกัว ซั่วเยี่ยน อธิบดีกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ และคณะ

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ และ GACC ได้แลกเปลี่ยนนโยบายและวิสัยทัศน์ ที่เกี่ยวเนื่องกับการส่งเสริม ขยายโอกาส และอำนวยความสะดวกค้าสินค้าเกษตรระหว่างกันในหลายประเด็น ซึ่งรวมถึงความมุ่งหวังที่จะรวมกันร่วมกันสร้างความมั่นคงทางอาหารผ่านการเพิ่มเส้นทางการค้าเพื่อขนส่งสินค้าเกษตรระหว่างการโดยใช้รถไฟความเร็วสูง (เส้นทาง กรุงเทพฯ-หนองคาย และเชื่อมต่อเส้นทาง one belt one roadของจีน) และประเด็นการเปิดตลาดสินค้าเกษตร และกลไกคณะทำงานร่วมด้านสุขอนามัยสุขอนามัยพืช ซึ่งกระทรวงฯ และ GACC ได้ประชุมและมีผลงานเป็นที่ประจักษ์อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2547

ศ.ดร.นฤมลกล่าวว่า จีนนับเป็นตลาดส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารเป็นอันดับ 1 ของไทย และสินค้าผลไม้มีสัดส่วนการส่งออกมากที่สุดในสินค้าเกษตรจากไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งทุเรียน มังคุด และมะม่วง ดังนั้นกระทรวงเกษตรฯ จึงมุ่งหวังและตั้งใจว่าจะดำเนินนโยบายและมาตรการที่เข้มงวด เพื่อให้ผู้บริโภคชาวจีน มั่นใจได้ว่าสินค้าผลไม้และสินค้าเกษตรอื่นๆจากไทย มีคุณภาพความปลอดภัยและได้มาตรฐานตามที่ฝ่ายจีนกำหนดไว้ทุกประการ

‘อัครา’รณรงค์ไถกลบตอซัง มุ่งลดการเผาพื้นที่สมุทรปราการ

‘อัครา’รณรงค์ไถกลบตอซัง  มุ่งลดการเผาพื้นที่สมุทรปราการ

‘อัครา’รณรงค์ไถกลบตอซัง มุ่งลดการเผาพื้นที่สมุทรปราการ

วันพุธ ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ร่วมโครงการรณรงค์ไถกลบตอซังคนละครึ่ง “สลายตอซัง สร้างดินยั่งยืน ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม” โดยมีนายธนสาร ธรรมสอน ผู้ช่วยเลขานุการ รมว.เกษตรฯ นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่แปลงนาเกษตรกร ข้างบริษัท เอส. เค.2002 การโยธา จำกัด ต.คลองสวน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความตระหนักให้เกษตรกรทำเกษตรกรรมที่ไม่เผาฟางและตอซังพืชช่วยให้คุณสมบัติของดินดีไม่ถูกทำลาย เพิ่มอินทรียวัตถุในดิน และสามารถใช้ประโยชน์ที่ดินได้อย่างเหมาะสมและยั่งยืน รวมทั้งช่วยลดปัญหาหมอกควันและฝุ่นละออง ลดผลกระทบต่อการเกิดภาวะโลกร้อน

รมช.เกษตรฯ กล่าวว่า กรมพัฒนาที่ดิน ได้ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมให้บรรลุตามเป้าหมายการลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิให้เป็นศูนย์ภายในปี พ.ศ.2613 ตามที่ได้ให้คำมั่นไว้ในเวทีโลก โดยการไถกลบตอซังพืช แทนการเผา ช่วยลดปัญหาการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการเผาวัสดุทางการเกษตร ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพของประชาชน เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศ

นอกจากนี้ การเผาตอซังและเศษพืชที่เกษตรกรทิ้งหลังเก็บเกี่ยว ทำให้เกิดการสูญเสียอินทรียวัตถุและธาตุอาหารในดินเป็นจำนวนมาก การไถกลบตอซังพืชจะช่วยปรับปรุงโครงสร้างของดินให้เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืชดินมีความโปร่งร่วนซุย อุ้มน้ำได้ดี ความหนาแน่นของดินลดลงเพิ่มปริมาณอินทรียวัตถุ และหมุนเวียนธาตุอาหารพืชคืนสู่ดินการงดเผาในพื้นที่ 1 ไร่ จะเพิ่มธาตุอาหารลงดิน ได้แก่ ธาตุไนโตรเจน (N) ฟอสฟอรัส (P) และโพแตสเซียม (K) คิดเป็น มูลค่า 900 บาทต่อไร่ ทำให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยเคมีลงได้ เพื่อหยุดการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม พร้อมผลักดันกิจกรรมของทุกหน่วยงานเพื่อให้เกิดความตระหนักรู้ถึงปัญหาจากการเผาที่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรดิน และสร้างความมั่นคงของเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยต่อไป

ในโอกาสนี้ รมช.เกษตรฯ ร่วมลงแปลงนาเกษตรกรเพื่อร่วมไถกลบตอซังและเทน้ำหมักชีวภาพ ย่อยสลายตอซังข้าว อีกทั้งรับชมนิทรรศการองค์ความรู้ไถกลบ ตอซัง สร้างดินยั่งยืน ฟื้นสิ่งแวดล้อม และบูธผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรของดี จ.สมุทรปราการ สำหรับพื้นที่ต.คลองสวน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ เป็นพื้นที่นำร่องโครงการไถกลบตอซังคนละครึ่ง “สลายตอซัง สร้างดินยั่งยืน ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม”

ผู้ช่วยฯร่วมงาน เกษตรอีสานใต้ มุ่งใช้นวัตกรรม เพิ่มมูลค่าสินค้า

ผู้ช่วยฯร่วมงาน  เกษตรอีสานใต้  มุ่งใช้นวัตกรรม  เพิ่มมูลค่าสินค้า

ผู้ช่วยฯร่วมงาน เกษตรอีสานใต้ มุ่งใช้นวัตกรรม เพิ่มมูลค่าสินค้า

วันพุธ ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ดร.ณมาณิตา กลับบ้านเกาะ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมงานเกษตรอีสานใต้ ประจำปี 2568 ครั้งที่ 16 ภายใต้แนวคิด “นวัตกรรมเกษตรเพิ่มมูลค่าเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืน” ที่มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี โดยมี ร.ต.สรมงคลมงคละสิริ รอง ผวจ.อุบลราชธานี กล่าวต้อนรับ รศ.ดร.ชุตินันท์ ประสิทธิ์ภูริปรีชา อธิการบดีมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี กล่าวรายงานและวัตถุประสงค์การจัดงาน ซึ่งเป็นการเผยแพร่ความรู้และความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีการเกษตร ผลงานของมหาวิทยาลัยในด้านการเรียนการสอน การวิจัย การบริการชุมชน จัดให้มีการสาธิตและฝึกอบรมเกษตรกรให้มีทักษะวิชาชีพการเกษตรสมัยใหม่ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน การประกวดผลผลิตทางการเกษตรเพื่อเป็นแรงจูงใจให้เกษตรกรพัฒนาคุณภาพผลผลิต สนับสนุนกลุ่มเกษตรกรและกระตุ้นให้พัฒนาวิสาหกิจชุมชน

ดร.ณมาณิตากล่าวว่า ที่ผ่านมาได้ให้ความสำคัญต่อการขับเคลื่อนภาคเกษตร นวัตกรรมเกษตร เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรไทย มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพมาตรฐานสินค้าเกษตร ส่งเสริมการสร้างรายได้เกษตรกร เพื่อแก้ปัญหาปากท้องของพี่น้องเกษตรกรให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น จึงร่วมกับมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกร ตลอดจนเป็นการสร้างเศรษฐกิจชีวภาพหมุนเวียนสีเขียว BCG เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรด้วยเทคโนโลยีนวัตกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมกระทรวงเกษตรฯ จึงเร่งรัดให้หน่วยงานในสังกัด ขับเคลื่อนให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

ไทย-จีนลงนามฯตรวจสุขอนามัยสินค้า

ไทย-จีนลงนามฯตรวจสุขอนามัยสินค้า

ไทย-จีนลงนามฯตรวจสุขอนามัยสินค้า

วันพุธ ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ และ ดร.ซุน เหมยจวิน เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีน ประจำสำนักงานศุลกากรแห่งชาติจีน ได้ลงนามในพิธีสารว่าด้วยหลักเกณฑ์การตรวจสอบกักกันโรค และสุขอนามัยทางสัตวแพทย์ของกรมประมงที่มาจากการเพาะเลี้ยงส่งออกมายังสาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างกระทรวงเกษตรฯ และสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (The Protocolon Inspection, and Quarantine,Sanitary Requirements for Farmed Aquatic Products to be Exported from the Kingdom of Thailand to the People’s Republic of China between the Ministry of Agriculture and Cooperatives and the General Administration of Customs of the People’s Republic of China) เนื่องในโอกาสการเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

“พิธีสารฯ ฉบับนี้ มีเป้าหมายเพื่อให้ไทยสามารถส่งออกปลากะพงขาว ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากการเพาะเลี้ยงชนิดแรกภายใต้พิธีสารฯ ไปยังจีนได้ โดยคาดว่าจะสามารถส่งออกได้ปีละมากกว่า 50,000 ตันต่อปี คิดเป็นมูลค่ากว่า 4,900 ล้านบาทต่อปี” ศ.ดร.นฤมล กล่าว

ศ.ดร.นฤมลกล่าวอีกว่า การลงนามครั้งนี้ยังเป็นการกำหนดแนวทางและมาตรฐานด้านสุขอนามัยของผลิตภัณฑ์ประมงที่มาจากการเพาะเลี้ยง ซึ่งจะช่วยให้กระบวนการพิจารณาอนุญาตการส่งออกสินค้าประมงชนิดใหม่เป็นไปอย่างสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น ถือเป็นความสำเร็จของความร่วมมือระหว่างไทยและจีน ที่จะช่วยส่งเสริมศักยภาพการส่งออกสินค้าประมงของไทย รวมถึงสร้างโอกาสให้เกษตรกรและผู้ประกอบการไทยสามารถขยายตลาดสินค้าประมงคุณภาพสู่สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพทางการค้า และส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศในระยะยาว