‘ธนาคารที่ดิน’มุ่งสร้างความมั่นคงด้านที่ดิน และที่อยู่อาศัยให้ปชช.

'ธนาคารที่ดิน'มุ่งสร้างความมั่นคงด้านที่ดิน และที่อยู่อาศัยให้ปชช.

‘ธนาคารที่ดิน’มุ่งสร้างความมั่นคงด้านที่ดิน และที่อยู่อาศัยให้ปชช.

วันอังคาร ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 15.00 น.

“ไมตรี จงไกรจักร์” บอร์ดสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน เผย “ธนาคารที่ดิน” จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำด้านที่ดินในประเทศ และสร้างโอกาสให้ประชาชนทุกกลุ่ม เข้าถึงที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย อย่างยั่งยืน พร้อมทั้งสร้างความมั่นคงในชีวิตและเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถมีสิทธิในที่ดินของตนเอง

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 นายไมตรี จงไกรจักร์ ในฐานะคณะกรรมการสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (บอร์ดธนาคารที่ดิน) เปิดเผยผ่านเฟสบุ๊ค  “maitree jongkraijug” ว่า ธนาคารที่ดิน ตั้งเป้าหมายเป็นสถาบันที่สร้างความมั่นคงด้านที่ดินและที่อยู่อาศัยให้กับประชาชน โดยมีแนวทางในการช่วยเหลือผู้ที่ไม่มีสิทธิในที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยจำนวนมากในประเทศ 

ขณะนี้มีประชาชนกว่า 3 ล้านครอบครัวที่ยังไม่มีที่ดินเป็นของตนเอง ขณะที่บางส่วนก็ต้องเผชิญปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ กลายเป็นปัญหาสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน

โดยในปี 2568 ธนาคารที่ดิน  มุ่งเน้นการช่วยเหลือประชาชนที่ยังไม่มีที่ดินทำกิน โดยมีแผนที่จะขยายการดำเนินงานใน 15 พื้นที่ทั่วประเทศ

ทั้งนี้ ธนาคารที่ดิน จะสนับสนุนการซื้อที่ดินสำหรับการทำกิน และให้สิทธิในการเช่าซื้อที่ดินแก่ผู้ยากไร้ รวมถึงจัดการที่ดินที่ทับซ้อนกับชุมชนต่าง ๆ ตามพันธกิจของธนาคารที่ดิน

นอกจากนี้ ธนาคารที่ดิน ยังมีโครงการความร่วมมือกับคณะกรรมาธิการแก้ปัญหาหนี้สินและความยากจน สภาผู้แทนราษฎร ในการแก้ไขปัญหาหนี้สินและความยากจนของประชาชน โดยการลงพื้นที่ศึกษาและหาทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว ณ วิวสหกิจชุมชนศาสตร์พระราชาบ้านมั่นคงเมืองแม่สอด ต.แม่ปะ อ.แม่สอด จ.ตาก

นายไมตรี ย้ำว่า “ธนาคารที่ดิน” จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำด้านที่ดินในประเทศ และสร้างโอกาสให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงที่ดินทำกิน และที่อยู่อาศัยอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งสร้างความมั่นคงในชีวิตและเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถมีสิทธิในที่ดินของตนเองได้ โดยการสนับสนุนที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยนี้ จะช่วยลดความเสี่ยงในการสูญเสียที่ดินจากการขายทอดตลาดหรือการบุกรุกที่ดินของรัฐ และสร้างความมั่นคงในการดำรงชีวิตของประชาชน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนในระยะยาว

“ธนาคารที่ดิน” จะดำเนินโครงการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องจะได้รับอย่างต่อเนื่องในปี 2568 เพื่อให้ประชาชนที่ยังขาดที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยได้รับการช่วยเหลืออย่างเต็มที่

อธิบดีกรมปศุสัตว์ต้อนรับผู้แทน ก.อุตสาหกรรมอาหาร แห่งรัฐซาราวัก มาเลเซีย

อธิบดีกรมปศุสัตว์ต้อนรับผู้แทน ก.อุตสาหกรรมอาหาร แห่งรัฐซาราวัก มาเลเซีย

อธิบดีกรมปศุสัตว์ต้อนรับผู้แทน ก.อุตสาหกรรมอาหาร แห่งรัฐซาราวัก มาเลเซีย

วันอังคาร ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 09.57 น.

อธิบดีกรมปศุสัตว์ให้การต้อนรับผู้แทนกระทรวงอุตสาหกรรมอาหาร สินค้าโภคภัณฑ์ และการพัฒนาภูมิภาคแห่งรัฐซาราวัก สหพันธรัฐมาเลเซียในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะและหารือด้านความร่วมมือทางด้านปศุสัตว์

วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 16.00 น. นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ พร้อมด้วยนายสัตวแพทย์โสภัชย์ ชวาลกุล รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ นายสัตวแพทย์รักไทย งามภักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าปศุสัตว์ นางสาววนิดา แจ้งประจักษ์ ผู้อำนวยการกองความร่วมมือด้านการปศุสัตว์ระหว่างประเทศ นายสัตวแพทย์จิรภัทร อินทร์สุข ผู้อำนวยการกองควบคุมอาหารและยาสัตว์ และผู้แทนจาก กสส. สพส. กสก. สอส. และ กรป. ให้การต้อนรับ YB Dato Sri Dr. Stephen Rundi Utom รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมอาหาร สินค้าโภคภัณฑ์ และการพัฒนาภูมิภาคของรัฐซาราวัก (Minister of Food Industry, Commodity & Regional Development Sarawak) พร้อมผู้แทนกระทรวงฯ และ Datu Dr Adrian Susin Ambud อธิบดีกรมสัตวแพทย์บริการแห่งรัฐซาราวักแห่งมาเลเซีย (DVSS) ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะและหารือในประเด็นเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนา และรักษาต้นทุนอาหารสัตว์ และแลกเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับความร่วมมือในอนาคตระหว่างไทยกับรัฐซาราวักแห่งมาเลเซีย ณ ห้องพระพิรุณ ตึกอำนวยการชั้น 1 กรมปศุสัตว์ พญาไท กรุงเทพฯ
 

‘อัครา’เผยข่าวดีวิจัยประมง ผสมพันธุ์ปลาหมอฯให้ลูกเป็นหมัน

‘อัครา’เผยข่าวดีวิจัยประมง  ผสมพันธุ์ปลาหมอฯให้ลูกเป็นหมัน

‘อัครา’เผยข่าวดีวิจัยประมง ผสมพันธุ์ปลาหมอฯให้ลูกเป็นหมัน

วันอังคาร ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ กล่าวว่า ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เห็นชอบแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำพ.ศ.2567-2570 ประกอบด้วย 7 มาตรการ(14 กิจกรรม) นั้น กรมประมง ได้ดำเนินโครงการวิจัยการเหนี่ยวนำชุดโครโมโซม 4n ในปลาหมอคางดำ เป็นไปตามมาตรการที่ 6 การพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดปลาหมอคางดำ โดยการนำหลักพันธุศาสตร์มาประยุกต์ใช้เพื่อการควบคุมการแพร่ขยายพันธุ์ของปลาหมอคางดำโดยใช้เทคนิคการเหนี่ยวนำชุดโครโมโซมจากเดิมที่มีจำนวนชุดโครโมโซมตามธรรมชาติ 2 ชุด หรือ 2n ให้เป็นปลาหมอคางดำที่มีชุดโครโมโซม 4 ชุด หรือ 4n โดยจะนำปลาหมอคางดำ 4n เพศผู้ ปล่อยลงสู่แหล่งน้ำเพื่อให้ไปผสมพันธุ์กับปลาหมอคางดำซึ่งมีชุดโครโมโซม 2n ในธรรมชาติ โดยลูกปลาหมอคางดำที่ได้จากการผสมในลักษณะนี้จะได้ลูกปลาฯ ที่มีชุดโครโมโซม 3 ชุด หรือ 3n มีลักษณะที่เป็นหมันไม่สามารถสืบพันธุ์ต่อไปได้

สำหรับการดำเนินการเหนี่ยวนำชุดโครโมโซมปลาหมอคางดำ ครั้งนี้ ดำเนินการเหนี่ยวนำด้วยความร้อนที่อุณหภูมิ 40 ํC เป็นระยะเวลา 5 นาที ณ เวลา 80 นาทีหลังผสม ได้ปลาหมอคางดำที่สามารถเจริญเติบโตจนมีอายุ 3 เดือน 1,112 ตัวและมีปลาหมอคางดำที่มีขนาด ที่เหมาะสมสำหรับติดเครื่องหมาย PIT tag ได้ 703 ตัว และสามารถเก็บตัวอย่างเลือดด้วยวิธี pool sample ได้ทั้งหมด 135 กลุ่มตัวอย่าง จากปลาหมอคางดำ 551 ตัว เพื่อตรวจจำนวนชุดโครโมโซมด้วยเครื่อง flowcytometer พบรูปแบบที่มีการแสดงผลเป็นโครโมโซม 4n จำนวน 20 กลุ่มตัวอย่าง และตรวจสอบยืนยันจำนวนโครโมโซมรายตัวเรียบร้อยแล้ว 1 กลุ่มตัวอย่าง ซึ่งขณะนี้ศูนย์วิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำเพชรบุรี จ.เพชรบุรี อยู่ระหว่างดำเนินการเร่งตรวจสอบยืนยันผลรายตัวจนครบ 20 กลุ่มตัวอย่าง ภายในเดือนมีนาคม 2568 ขณะเดียวกันคณะทำงานได้ดำเนินการปรับปรุงขั้นตอนกระบวนการเหนี่ยวนำโครโมโซม เพิ่มเติม 9 รูปแบบ โดยมีการตรวจสอบชุดโครโมโซมเป็นระยะๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเพิ่มจำนวนปลาหมอคางดำที่มีชุดโครโมโซมให้เหมาะสมและเพียงพอเพื่อขยายปล่อยลงแหล่งน้ำ ควบคุมปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติต่อไป

ด้านนายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและรับฟังรายงานความก้าวหน้าโครงการเหนี่ยวนำชุดโครโมโซม 4n ในปลาหมอคางดำ ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำเพชรบุรี โดยปล่อยปลาหมอคางดำเพศผู้ ที่มีโครโมโซม 4n เข้าผสมกับปลาหมอคางดำเพศเมียที่มีโครโมโซม 2n ในหน่วยทดลองเพื่อศึกษาการเข้าคู่ผสมพันธุ์ และความสามารถในการแข่งขันการเข้าคู่ผสมพันธุ์โดยวิธีธรรมชาติ เพื่อให้ได้ลูกปลาที่มีชุดโครโมโซม 3n ซึ่งมีลักษะเป็นหมัน นอกจากนี้ได้มอบพันธุ์ปลากะพงขาว ที่เป็นปลาผู้ล่าในธรรมชาติ ตามมาตรการแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำมาตรการที่ 1 ให้เกษตรกรปล่อยในแหล่งน้ำธรรมชาติและบ่อที่ถูกบุกรุกเพื่อกำจัดและควบคุมปริมาณปลาหมอคางดำ ในพื้นที่ จ.เพชรบุรี

ปลัดฯจัดประชุม คกก.อาหารนมฯ ถก4วาระสำคัญ ให้มีประสิทธิภาพ

ปลัดฯจัดประชุม  คกก.อาหารนมฯ  ถก4วาระสำคัญ  ให้มีประสิทธิภาพ

ปลัดฯจัดประชุม คกก.อาหารนมฯ ถก4วาระสำคัญ ให้มีประสิทธิภาพ

วันอังคาร ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการ (คกก.) อาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชนครั้งที่ 1/2568 โดยมี นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ นายสัตวแพทย์ชุมพล บุญรอด ผอ.สำนักเทคโนโลยีชีวภาพการผลิตปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

ทั้งนี้ ที่ประชุมมีวาระเพื่อพิจารณาที่สำคัญ ดังนี้ 1.(ร่าง) คำสั่งคณะอนุกรรมการเพื่อดำเนินงานภายใต้คณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน 2.(ร่าง) คำสั่งคณะทำงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินงานภายใต้คณะอนุกรรมการและการบริหารจัดการโครงการฯ 3.การสำรวจความเห็นต่อหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินงานโครงการฯ ปีการศึกษา 2567 ประกอบการพิจารณาจัดทำหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินงานโครงการฯ ปีการศึกษา 2568

4.กระบวนการและปฏิทินดำเนินงานโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ปีการศึกษา 2568 และ 5.การดำเนินการถ่ายโอนภารกิจ ทั้งนี้ เพื่อให้การบริหารจัดการนมโรงเรียนมีประสิทธิภาพ และเด็กนักเรียนได้รับประโยชน์สูงสุด

รองปลัดฯถกอนุฯสรรหา ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน

รองปลัดฯถกอนุฯสรรหา ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน

รองปลัดฯถกอนุฯสรรหา ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน

วันอังคาร ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการสรรหาปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน ครั้งที่ 1/2568โดยมีผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯเข้าร่วม ที่ห้องประชุมกระทรวงเกษตรฯ (134) และผ่านระบบ Zoom Meeting ว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบการพิจารณาบุคคลเพื่อเสนอชื่อให้ได้รับการแต่งตัวเป็นปราชญ์เกษตรของแผ่นดินประจำปี พ.ศ.2568 ใน 4 สาขา ดังนี้ 1.สาขาปราชญ์เกษตรผู้ทรงภูมิปัญญาและมีคุณูปการต่อภาคการเกษตรไทย ผู้เข้ารับการสรรหา1 ราย 2.สาขาปราชญ์เกษตรเศรษฐกิจพอเพียง ผู้เข้ารับการสรรหา 2 ราย

3.สาขาปราชญ์เกษตรดีเด่น ผู้เข้ารับการสรรหา 2 ราย และ 4.สาขาปราชญ์เกษตรผู้นำชุมชนและเครือข่าย ผู้เข้ารับการสรรหา 2 ราย ทั้งนี้ ได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการจัดทำข้อมูลผู้เข้ารับการสรรหาที่ผ่านเกณฑ์การสรรหา เพื่อเตรียมเสนอต่อคณะกรรมการส่งเสริมปราชญ์เกษตรของแผ่นดินพิจารณาแต่งตั้งเป็นปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน ประจำปี2568 ต่อไป

‘กรมพัฒนาที่ดิน’ประชุมติดตามการขับเคลื่อนนโยบายกรมฯ มุ่งสร้างการพัฒนาที่ดินอย่างยั่งยืน

'กรมพัฒนาที่ดิน'ประชุมติดตามการขับเคลื่อนนโยบายกรมฯ มุ่งสร้างการพัฒนาที่ดินอย่างยั่งยืน

‘กรมพัฒนาที่ดิน’ประชุมติดตามการขับเคลื่อนนโยบายกรมฯ มุ่งสร้างการพัฒนาที่ดินอย่างยั่งยืน

วันจันทร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 16.55 น.

เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2568 ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เป็นประธานการประชุมหัวหน้าส่วนราชการกรมพัฒนาที่ดิน ครั้งที่ 2/2568 ณ ห้องประชุม 1214 ชั้น 2 อาคาร 1 กรมพัฒนาที่ดิน กรุงเทพฯ และผ่านระบบ Application Zoom ไปยังห้องประชุมสถานีพัฒนาที่ดินทั่วประเทศ โดยมี ดร.อาทิตย์ ศุขเกษม , ดร.สุมิตรา วัฒนา และนายสุรชาติ มาลาศรี รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน คณะผู้บริหาร พร้อมด้วยข้าราชการและเจ้าหน้าที่ เข้าร่วม โดยอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน แจ้งที่ประชุมทราบ เรื่องสำคัญได้แก่ ความสำเร็จของการจัดกิจกรรมต่างๆ ของกรมที่ผ่านมา รวมถึงการลงพื้นที่ติดตามงานของคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ ในพื้นที่ต่างๆ ซึ่งที่ประชุมได้รับทราบภาพรวมการเสนองบกลางของกรมฯ รายงานความก้าวหน้าโครงการจัดทำแผนปฏิบัติราชการ ระยะ 5 ปี (พ.ศ.2566 – 2570) ของกรมพัฒนาที่ดิน (ฉบับปรับปรุง) เพื่อขับเคลื่อนทรัพยากรเกษตรยั่งยืน รองรับเกษตรสมัยใหม่ และสินค้าเกษตรมูลค่าสูง การจัดทำเขตพัฒนาที่ดินลุ่มน้ำ และความก้าวหน้าการจัดอบรมด้านอนุรักษ์ดินและน้ำ

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาการติดตามผลการดำเนินงานและการใช้จ่ายงบประมาณ แนวทางการจัดงานวันสถาปนากรมพัฒนาที่ดิน ครบรอบ 62 ปี และการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการการจัดงานวันสถาปนากรมพัฒนาที่ดิน งานกฐินพระราชทาน ประจำปี 2568 แต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาศึกษาและกำหนดเอกลักษณ์องค์กร และการปรับปรุงพิพิธภัณฑ์ดิน ทั้งนี้ เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานของกรมพัฒนาที่ดิน และขับเคลื่อนนโยบาย/โครงการ/ภารกิจสำคัญตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยแก้ไขปัญหาของพี่น้องเกษตรกร ให้กินดีอยู่ดี มีคุณภาพชีวิตที่ดี และภาคเกษตรเติบโตอย่างมั่นคง

– 006

ปลัดฯร่วมงาน ไถกลบตอซัง สร้างดินยั่งยืน ฟื้นสิ่งแวดล้อม

ปลัดฯร่วมงาน  ไถกลบตอซัง  สร้างดินยั่งยืน  ฟื้นสิ่งแวดล้อม

ปลัดฯร่วมงาน ไถกลบตอซัง สร้างดินยั่งยืน ฟื้นสิ่งแวดล้อม

วันจันทร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีเปิดงาน “ไถกลบตอซัง สร้างดินยั่งยืน ฟื้นสิ่งแวดล้อม” ประจำปีงบประมาณ 2568 ที่บ้านเนินมหาเชษฐ์ หมู่ 3 ต.หนองสะเดา อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี และถ่ายทอดสดผ่านระบบ Zoom conference Meeting และ Facebook live กรมพัฒนาที่ดิน ไปยังพื้นที่จัดงานอีก 72 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมรวมกว่า 10,000 คน โดยมี นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรฯ เป็นประธานพิธีเปิดงาน “ไถกลบตอซัง สร้างดินยั่งยืน ฟื้นสิ่งแวดล้อม” ประจำปีงบประมาณ 2568 ที่ จ.ฉะเชิงเทรา และนายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ เป็นประธานพิธีเปิดงาน “ไถกลบตอซัง สร้างดินยั่งยืน ฟื้นสิ่งแวดล้อม” ประจำปีงบประมาณ 2568 ที่ จ.เชียงใหม่

ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม เพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายการลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิ ให้เป็นศูนย์ภายในปี พ.ศ.2613 ด้วยการไถกลบตอซังพืชแทนการเผา ช่วยลดปัญหาการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการเผาวัสดุทางการเกษตร ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพของประชาชน เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศไทย

รองปลัดฯเปิดอบรมหลักสูตร นักบริหารพัฒนาการเกษตรฯ

รองปลัดฯเปิดอบรมหลักสูตร  นักบริหารพัฒนาการเกษตรฯ

รองปลัดฯเปิดอบรมหลักสูตร นักบริหารพัฒนาการเกษตรฯ

วันจันทร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีเปิดโครงการฝึกอบรมหลักสูตร นักบริหารการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ ระดับต้น (นบต.) รุ่นที่ 74 ที่ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเสริมนอกภาคการเกษตร อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมี ดร.ยุทธภูมิ ประสมทรัพย์ หัวหน้ากลุ่มวิชาการและหลักสูตร สถาบันเกษตราธิการ สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯ เป็นผู้กล่าวรายงานความเป็นมาและการดำเนินโครงการฯ

สำหรับการอบรมดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบของนักบริหารการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ ระดับต้น ตลอดจนมีทัศนคติที่ดีในการทำงานร่วมกับผู้อื่น อีกทั้งยังเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์เกี่ยวกับการปฏิบัติงานระหว่างกัน และเพิ่มพูนสัมพันธภาพ เพื่อการติดต่อประสานงานระหว่างหน่วยงานอีกด้วย

‘นฤมล’เผยข่าวดีส่งออก เนื้อโคไปมาเลเซีย-เปิดตลาดจีน

‘นฤมล’เผยข่าวดีส่งออก  เนื้อโคไปมาเลเซีย-เปิดตลาดจีน

‘นฤมล’เผยข่าวดีส่งออก เนื้อโคไปมาเลเซีย-เปิดตลาดจีน

วันจันทร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ประชุมคณะกรรมการนโยบายพัฒนาโคเนื้อ–กระบือ และผลิตภัณฑ์แห่งชาติ (Beef Board) ครั้งที่ 1/2568 โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

ศ.ดร.นฤมลกล่าวว่า ได้เดินหน้าเจรจายกระดับเปิดตลาดมาอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาของสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (GACC) ขณะเดียวกันกรมปศุสัตว์ รายงานว่าเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2568 กรมสัตวแพทย์บริการแห่งสหพันธรัฐมาเลเซีย (DVS) มีหนังสือแจ้งผลการเจรจาเปิดตลาดส่งออกเนื้อโคไปยังประเทศมาเลเซีย ว่าอนุญาตให้ส่งออกเนื้อโคจากไทยไปมาเลเซีย ได้แล้ว ตามข้อกำหนดที่ตกลง และขอให้สถานประกอบการนำส่งคำขอขึ้นทะเบียนไปยัง DVS เพื่อรับการตรวจรับรอง

“กระทรวงเกษตรฯ มีสินค้าเกษตรส่งออกที่สำคัญ โดยเฉพาะยางพารา ที่ไทยส่งออกเป็นอันดับหนึ่งของโลก อย่างไรก็ตาม โคเนื้อและผลิตภัณฑ์เป็นอีกหนึ่งความคาดหวังที่จะผลักดันให้เป็นสินค้าส่งออกอันดับต้นๆ เพื่อเป้าหมายประเทศไทย เป็นผู้ส่งออกโคเนื้อรายใหญ่ของโลก เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมระดับพรีเมียม จึงควรส่งเสริมการเลี้ยงโคให้กับเกษตรกร และสนับสนุนการแปรรูปพัฒนาคุณภาพ มาตรฐาน และรูปแบบ ซึ่งจะสร้างรายได้เพิ่มขึ้นให้กับกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อของไทย ดังนั้นจึงต้องพัฒนาศักยภาพการผลิตและการตลาดโคเนื้อ รวมถึงการลดต้นทุนการผลิตอาหารสัตว์ พัฒนาคุณภาพสินค้าให้ตรงความต้องการของตลาด พัฒนาสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน และมีความปลอดภัย รวมถึงส่งเสริมให้แปรรูปสินค้าเกษตรเพื่อให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น” ศ.ดร.นฤมล กล่าว

รมว.เกษตรฯ กล่าวถึงการแก้ปัญหาราคาโคเนื้อตกต่ำ ว่าได้ผลักดันแนวทางการกำหนดราคาโคเนื้อให้มีเสถียรภาพ เริ่มจากการประกาศราคาแนะนำโคเนื้อมีชีวิตรายภาค โดยสมาคมโคเนื้อแห่งประเทศไทย การจัดทำโครงสร้างราคา การรณรงค์การบริโภคเนื้อโค พร้อมทั้งกำหนดมาตรการป้องกันการลักลอบนำเข้า เข้มงวดการตรวจสอบการลักลอบนำเข้าเนื้อโคผิดกฎหมาย โดยชุดเฉพาะกิจพญานาคราช รวมถึงเข้มงวดป้องกันการลักลอบใช้สารเร่งเนื้อแดง และเจรจาเปิดตลาดโคเนื้อมีชีวิตเพื่อขยายตลาดส่งออกให้มากขึ้น

ทั้งนี้ ที่ประชุมยังร่วมกันพิจารณาในประเด็นที่สำคัญ โดยเห็นชอบการขอรับการสนับสนุนงบประมาณ (งบกลาง) ปีงบประมาณ 2568 สำหรับการจัดซื้อวัคซีนสำหรับโรคปากและเท้าเปื่อยเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันโรคให้ครอบคลุมประชากรโคเนื้อ กระบือ แพะและแกะ ควบคุมป้องกันโรคให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ลดความเสียหายของเกษตรกรจากโรคดังกล่าวตลอดจนเพื่อให้อุบัติการณ์ของโรคลดลง จนไม่พบการระบาดและไม่พบสัตว์ป่วยตายภายในประเทศ สร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศคู่ค้า เพิ่มศักยภาพการส่งออกไปยังต่างประเทศให้มากขึ้น

เกษตรฯรับโล่งานตรวจสอบภายในฯ

เกษตรฯรับโล่งานตรวจสอบภายในฯ

เกษตรฯรับโล่งานตรวจสอบภายในฯ

วันจันทร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นางละออ ขันธรักษ์ ผอ.สำนักตรวจสอบภายใน สำนักปลัดกระทรวงเกษตรฯ เข้าร่วมโครงการสัมมนาการปฏิบัติการประกันคุณภาพงานตรวจสอบภายในภาครัฐประจำปีงบประมาณ 2568 พร้อมได้รับประกาศเกียรติคุณเป็นหน่วยงานที่มีศักยภาพด้านการตรวจสอบภายในภาครัฐ และเป็นไปตามหลักเกณฑ์การประเมินการประกันและการปรับปรุงคุณภาพงานตรวจสอบภายในภาครัฐจากภายนอกองค์กรที่กรมบัญชีกลางกำหนด ในปี 2567 โดยมีนางแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง เป็นผู้มอบประกาศเกียรติคุณ ที่โรงแรมกราฟ โฮเทล กทม.

สำหรับปีงบประมาณ 2567 มีหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ เข้ารับการประเมิน โดยมีผลการประเมินภาพรวมระดับดีเยี่ยม (Leading) ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรฯ และกรมชลประทาน รวมถึงหน่วยงานของกระทรวงเกษตรฯ ที่มีผลการประเมินภาพรวมระดับดี (Leveraging) ได้แก่ กรมปศุสัตว์ และสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร

ทั้งนี้ กรมบัญชีกลาง ได้กำหนดให้มีการประเมินการประกันและการปรับปรุงคุณภาพ งานตรวจสอบภายในภาครัฐจากภายนอกองค์กรทุกปี โดยประเมินตามกรอบมาตรฐาน และหลักเกณฑ์ปฏิบัติการตรวจสอบภายใน สำหรับหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมถึงแนวทางการนำมาตรฐานไปใช้ปฏิบัติ (Implementation Guidance) และแนวทางเสริม (Supplemental Guidance) ของ The Institute of Internal Auditors (IIA) เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็ง ผลักดันให้มีการรักษาคุณภาพของงานตรวจสอบภายใน ส่งเสริมการพัฒนาและยกระดับวิชาชีพการตรวจสอบภายในภาครัฐสู่มาตรฐานสากลอย่างต่อเนื่อง