อธิบดีกรมปศุสัตว์ร่วมติดตามคณะ รมช.อิทธิฯ ลงพื้นที่ตรวจราชการด่านศุลกากรสะเดา

อธิบดีกรมปศุสัตว์ร่วมติดตามคณะ รมช.อิทธิฯ ลงพื้นที่ตรวจราชการด่านศุลกากรสะเดา

อธิบดีกรมปศุสัตว์ร่วมติดตามคณะ รมช.อิทธิฯ ลงพื้นที่ตรวจราชการด่านศุลกากรสะเดา

วันจันทร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 15.40 น.

17 กุมภาพันธ์ 2568 นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ พร้อมด้วย นายสัตวแพทย์บุญญกฤช ปิ่นประสงค์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ นายสัตวแพทย์ชุติพนธ์ ศิริมงคลรัตน์ ผู้อำนวยการกองสารวัตรและกักกัน นายพินิจ สวัสดิรักษา ปศุสัตว์จังหวัดสงขลา นายสุราษฎร์ สัทธิง ปศุสัตว์จังหวัดสตูล และเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ที่เกี่ยวข้อง ร่วมติดตามคณะ นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการด่านศุลกากรสะเดา จังหวัดสงขลา เพื่อรับทราบผลการปฏิบัติงานของด่านกักกันสัตว์สงขลา ด่านตรวจพืชสะเดา และศูนย์บริหารจัดการด่านตรวจประมง เขต 8 (สงขลา) ในการนี้ได้มอบนโยบายการปฏิบัติงานแก่เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ พร้อมเยี่ยมชมพื้นที่ตรวจปล่อยสินค้าศุลกากร (ขาออก) ณ ด่านศุลกากรสะเดา ตำบลสำนักขาม อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา

กรมปศุสัตว์ โดยนายณัฐชัย วรสุทธิ์ หัวหน้าด่านกักกันสัตว์สงขลา ได้รายงานผลการปฏิบัติงานว่า การส่งออกสินค้าปศุสัตว์ผ่านด่านศุลกากรสะเดาและปาดังเบซาร์เติบโตต่อเนื่อง ในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา โดยมีสินค้าหลัก ได้แก่ โค-กระบือมีชีวิต เนื้อสัตว์ปีกแช่แข็ง ไข่ไก่เพื่อการบริโภคส่งออกไปสิงคโปร์ผ่านมาเลเซีย  ส่วนโค-กระบือมีชีวิตผ่านด่านชายแดนใต้ยังมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ทั้งนี้ ในส่วนการส่งออกกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยงสำเร็จรูป ยังคงเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง ขณะที่ Dog Chews และ Pet Treats มีมูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นถึงความนิยมของสินค้ากลุ่มนี้ในตลาดต่างประเทศ โดยทั้งด่านศุลกากรสะเดาและด่านศุลกากรปาดังเบซาร์มีบทบาทสำคัญในการส่งออกสินค้าปศุสัตว์ของไทยไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินหน้าพัฒนามาตรฐานคุณภาพสินค้า และเสริมศักยภาพด้านโลจิสติกส์ เพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมส่งออก

ทั้งนี้ อุตสาหกรรมปศุสัตว์ไทยมีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มเนื้อสัตว์ปีกแช่แข็ง อาหารสัตว์เลี้ยง และโค-กระบือมีชีวิต หากสามารถพัฒนาห่วงโซ่อุปทานให้มีประสิทธิภาพ ไทยจะสามารถรักษาตำแหน่งผู้นำด้านการส่งออกสินค้าปศุสัตว์ในภูมิภาคอาเซียนได้ในระยะยาว โดยกรมปศุสัตว์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังผลักดันมาตรการเพิ่มขีดความสามารถด้านส่งออก ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมโรคสัตว์ หรือการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โดยปีที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึด ซากสัตว์ลักลอบนำเข้า 

-(016)

‘กรมที่ดิน’อำนวยความสะดวกประชาชน เปิดให้บริการขอหนังสือรับรองราคาประเมินทุนทรัพย์ผ่านระบบ e-Service

'กรมที่ดิน'อำนวยความสะดวกประชาชน เปิดให้บริการขอหนังสือรับรองราคาประเมินทุนทรัพย์ผ่านระบบ e-Service

‘กรมที่ดิน’อำนวยความสะดวกประชาชน เปิดให้บริการขอหนังสือรับรองราคาประเมินทุนทรัพย์ผ่านระบบ e-Service

วันจันทร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 14.38 น.

กรมที่ดินอำนวยความสะดวกประชาชน เปิดให้บริการขอหนังสือรับรองราคาประเมินทุนทรัพย์ผ่านระบบ e-Service ฉลองครบรอบ 124 ปี กรมที่ดิน

กรมที่ดินมอบของขวัญวันคล้ายวันสถาปนากรมที่ดิน ครบรอบ 124 ปี (17 กุมภาพันธ์ 2568) เปิดให้บริการขอหนังสือรับรองราคาประเมินทุนทรัพย์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Service) อำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้ง่ายขึ้น

เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2568 นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน เปิดเผยว่า กรมที่ดินได้จัดทำระบบการขอหนังสือรับรองราคาประเมินทุนทรัพย์ ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Service) ผ่านแอปพลิเคชัน SmartLands  ที่เป็นการอำนวยความสะดวก ลดภาระค่าใช้จ่ายและเวลาในการเดินทางของประชาชน สร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการของภาครัฐ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังนี้

1.เป็นบุคคลธรรมดา มีชื่อเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดิน มีความประสงค์ขอหนังสือรับรองราคาประเมินทุนทรัพย์เฉพาะโฉนดที่ดิน (ที่ดินหรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง) โดยยื่นคำขอในเว็ปแอปพลิเคชั่นผ่านคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือได้ทั้งระบบ Android และ IOS ทุกวันและทุกเวลาที่ระบบเปิดใช้งาน

2.ลงทะเบียนและเข้าใช้งานในระบบทางเว็ปไซต์ https://eservice.dol.go.th หรือลงทะเบียนผ่าน Smartlands Application เลือกเมนู “ขอหนังสือรับรองราคาประเมินทุนทรัพย์”

3.กรอกคำขอผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์และชำระเงินผ่าน Mobile Banking หรือตู้ ATM ที่รองรับ QR code เท่านั้น เมื่อระบบตรวจสอบการชำระเงินแล้ว จึงสามารถดาวน์โหลดหนังสือรับรองราคาประเมินทุนทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์ผ่าน E-mail ที่ลงทะเบียนไว้  หากยื่นคำขอและชำระเงินก่อนเวลา 15.00 น.สามารถดาวน์โหลดเอกสารได้หลังเวลา 15.00 น.ของวันที่ยื่นคำขอฯ และหากชำระเงินหลังเวลา 15.00 น.สามารถดาวน์โหลดเอกสารได้ในวันถัดไป กรณีข้อมูลครบถ้วนสมบูรณ์

4.ค่าธรรมเนียมในการให้บริการเรียกเก็บตามกฎหมายอัตราปกติเช่นเดิม เนื่องจากอยู่ระหว่างการทดสอบระบบ เพื่อพัฒนาปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น หากมีการเปลี่ยนแปลงอัตราค่าธรรมเนียม หรือมีค่าบริการเพิ่มเติมกรมที่ดินจะประกาศให้ทราบต่อไป

กรมที่ดินมุ่งมั่นพัฒนาบริการอิเล็กทรอนิกส์ (e-Service) ให้มีความสะดวก รวดเร็ว และใช้งานง่าย (User Friendly) โดยประชาชนสามารถดำเนินการได้เองจากทุกที่ ลดภาระการเดินทางไปสำนักงานที่ดิน เป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนาบริการภาครัฐสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ

‘นฤมล’ขยายศักยภาพเมล็ดพันธุ์ข้าว

‘นฤมล’ขยายศักยภาพเมล็ดพันธุ์ข้าว

‘นฤมล’ขยายศักยภาพเมล็ดพันธุ์ข้าว

วันจันทร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดโครงการขยายศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวและข้าวคุณภาพดีของกลุ่มนาแปลงใหญ่ โดยมีนายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว ผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ และเกษตรกร เข้าร่วม ที่โรงเรียนหนองบัวพิทยาคาร อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู

ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพเกษตรกรในการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวและข้าวคุณภาพดี โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมองค์ความรู้การผลิตเมล็ดข้าวอย่างถูกต้อง เหมาะสม เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรสามารถนำองค์ความรู้การใช้เทคโนโลยีการผลิตต่างๆ ไปประยุกต์ใช้ในการผลิตข้าวคุณภาพในพื้นที่ของตนเอง ซึ่งนอกจากจะเป็นการเพิ่มปริมาณผลผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว และยกระดับคุณภาพข้าวไทยในเวทีการแข่งขันทางการตลาดโลกแล้ว อีกหนึ่งเป้าหมายที่กระทรวงเกษตรฯ ให้ความสำคัญ คือการเพิ่มรายได้เกษตรกร ตลอดจนการสร้างความมั่นคงในอาชีพเกษตรกร ตามนโยบายภาคการเกษตร “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้”

สำหรับ “วันถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อขยายศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวและข้าวคุณภาพดี ภายใต้โครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ปี 2568” กรมการข้าว ได้จัดงานขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมองค์ความรู้เกษตรกรด้านการใช้เทคโนโลยีเพื่อลดต้นทุนการผลิต รวมถึงพัฒนาศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค ตลอดจนยกระดับคุณภาพข้าวไทยในการแข่งขันทางการตลาดระดับโลก ทั้งนี้ ประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกข้าวกว่า 64.08 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 43.38 ของพื้นที่ทำการเกษตรทั้งหมด โดย จ.หนองบัวลำภู มีพื้นที่ทำนาประมาณ 740,000 ไร่ หรือ ร้อยละ 48 ของพื้นที่ใช้ประโยชน์ทางการเกษตรรวมทั้งจังหวัด

รองปลัดฯร่วมประชุม กรรมการพุทธสถานฯ รับทราบการดำเนินการ สอดคล้องวิถีพระวัดป่า

รองปลัดฯร่วมประชุม  กรรมการพุทธสถานฯ  รับทราบการดำเนินการ  สอดคล้องวิถีพระวัดป่า

รองปลัดฯร่วมประชุม กรรมการพุทธสถานฯ รับทราบการดำเนินการ สอดคล้องวิถีพระวัดป่า

วันจันทร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับมอบหมายจากนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ให้เป็นผู้แทน เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการโครงการพุทธสถานทรัพยากรเฉลิมพระเกียรติวัดป่าดานวิเวก ในพระบรมราชูปถัมภ์ ครั้งที่ 1/2568 ที่สำนักงานองคมนตรี ชั้น 1 ทำเนียบองคมนตรี โดยมี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี ที่ปรึกษาฝ่ายฆราวาส เป็นประธานการประชุม และนายอำพน กิตติอำพนองคมนตรี ประธานกรรมการ เป็นประธานการประชุมร่วม

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มีการรายงานผลการดำเนินงานของโครงการฯ รับทราบ 6 เรื่อง ได้แก่ การจัดพิธีบุญประทายข้าวเปลือก ปี 2567-2568 ที่วัดป่าดานวิเวก จ.บึงกาฬ การดูแลและใช้ประโยชน์พื้นที่ป่า การสำรวจบัญชีพรรณไม้และพื้นที่ป่า การศึกษาสรรพคุณทางยาของพืชสมุนไพรและการใช้ประโยชน์ และการดำเนินกิจกรรมสนับสนุนเด็กและเยาวชน และเรื่องพิจารณา 3 เรื่อง ได้แก่ การขอพระราชทานผ้าขาว การขอถุงพระราชทาน และการดำเนินกิจกรรมสนับสนุนเด็กและเยาวชน โดยมติที่ประชุมเห็นชอบตามที่ฝ่ายเลขาฯ นำเสนอ และให้นำข้อแนะนำขององคมนตรี ไปปรับใช้ในการดำเนินกิจกรรมให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น โดยประธานองคมนตรี เน้นย้ำการดำเนินโครงการฯ ที่สอดคล้องกับวิถีปฏิบัติของพระสายวัดป่า ที่เน้นการฝึกปฏิบัติ และใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติ ทั้งนี้ องคมนตรี จะขอพระราชทานทูลเกล้าฯ ถวายรายงานความก้าวหน้าโครงการฯ ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทต่อไป

3รมต.เกษตรฯถกสำนักงบฯ วางกรอบด้านการพัฒนาเกษตร

3รมต.เกษตรฯถกสำนักงบฯ  วางกรอบด้านการพัฒนาเกษตร

3รมต.เกษตรฯถกสำนักงบฯ วางกรอบด้านการพัฒนาเกษตร

วันจันทร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมหารือการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 ร่วมกับสำนักงบประมาณ โดยมีนายอิทธิ ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรฯ นายอัคราพรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ น.ส.มัทนา เจริญศรี รองผอ.สำนักงบประมาณ ผู้บริหารในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ เข้าร่วม

สำหรับปีงบประมาณ 2569 กระทรวงเกษตรฯ ได้จัดทำคำของบประมาณรายจ่ายประจำปีตามนโยบายสำคัญของรัฐบาล ภายใต้ 3 นโยบายสำคัญ คือ 1.นโยบายการพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ ทั้งการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจ และการดำเนินงานตามแนวพระราชดำริ 2.นโยบายเร่งด่วน ทั้งการปรับโครงสร้างหนี้ การยกระดับการทำเกษตรให้ทันสมัย การส่งเสริมการท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้าง และ 3.นโยบายระยะกลางและระยะยาว ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการที่ดินของรัฐ การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ การบริหารจัดการน้ำ การสานต่อนโยบาย Carbon Neutrality การปฏิรูประบบราชการ การยกระดับการบริการภาครัฐ และการทูตเศรษฐกิจเชิงรุกเจรจาการค้าเสรี อีกทั้งยังมุ่งเน้นดำเนินงานตามนโยบายสำคัญของ รมว.เกษตรฯ 9 นโยบาย

นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ พร้อมยกระดับสินค้าเกษตรและบริการมูลค่าสูง โดยเน้นการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ และบูรณาการในมิติสินค้า 14 สินค้า ที่สอดคล้องกับ IGNITE THAILAND : AGRICULTUARL HUB ได้แก่ ข้าว กาแฟ กุ้ง โคเนื้อ ทุเรียน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ลำไย ถั่วเหลือง โกโก้ ไก่เนื้อ และหม่อนไหม

ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า การขับเคลื่อนการดำเนินงานของกระทรวงเกษตรฯ จะประสบความสำเร็จได้ต้องมีปัจจัยพื้นฐานทั้งในเรื่องน้ำ ดิน และปัจจัยการผลิตต่างๆ โดยเฉพาะในเรื่องของแหล่งน้ำ ซึ่งในหลายพื้นที่น้ำยังเข้าไม่ถึง และควรให้ความสำคัญกับโครงการยกระดับสินค้าเกษตรมูลค่าสูงทั้ง 14 สินค้าที่กระทรวงเกษตรฯ ต้องการบูรณาการงานในมิติพื้นที่ รวมถึงภารกิจอื่น อาทิ การเพิ่มประสิทธิภาพสินค้าอัตลักษณ์ด้านหม่อนไหม และการยกระดับระบบประเมินเพื่อป้องกันความเสี่ยงภาคสหกรณ์ ซึ่งต้องเร่งพัฒนาทุกเรื่องเพื่อขับเคลื่อนภารกิจให้บรรลุตามเป้าหมายที่วางไว้ อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรฯ พร้อมส่งเสริมให้เกษตรกรพัฒนาศักยภาพ และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันทั้งด้านการผลิตและการส่งออกด้วย

ด้านนายอิทธิ กล่าวว่า ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ พร้อมขับเคลื่อนการดำเนินงานให้บรรลุตามเป้าหมายของรัฐบาล รวมถึงต้องการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ขณะที่นายอัครา กล่าวว่า ได้ทำงานกับพี่น้องเกษตรกร ซึ่งเห็นปัญหาต่างๆ ที่ต้องเร่งแก้ไขและพัฒนาภาคการเกษตรอย่างเร่งด่วน จึงขอให้สำนักงบประมาณ ช่วยพิจารณางบประมาณเพื่อขับเคลื่อนภารกิจของกระทรวงเกษตรฯ ให้สำเร็จตามเป้าหมายต่อไป

‘อิทธิ’มอบโฉนดการเกษตร เขตปฏิรูปฯที่หนองบัวลำภู

‘อิทธิ’มอบโฉนดการเกษตร  เขตปฏิรูปฯที่หนองบัวลำภู

‘อิทธิ’มอบโฉนดการเกษตร เขตปฏิรูปฯที่หนองบัวลำภู

วันจันทร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีมอบโฉนดเพื่อการเกษตร ให้แก่เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินจังหวัดหนองบัวลำภู 1,125 ราย รวม 1,302 แปลง เนื้อที่ประมาณ 16,636 ไร่ ในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อ.นากลาง อ.นาวัง อ.ศรีบุญเรือง และ อ.สุวรรณคูหา ที่โรงเรียนคำแสนวิทยาสรรค์ อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู เพื่อให้เกษตรกรสามารถนำไปต่อยอดในการเข้าถึงโอกาสการให้บริการของภาครัฐ โอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้เพิ่มมากขึ้น เกษตรกรมีทางเลือกในการพัฒนาที่ดินและพัฒนาอาชีพของตนเอง เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

สำหรับ จ.หนองบัวลำภู มีเขตปฏิรูปที่ดิน เนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 1.18 ล้านไร่ เป็นพื้นที่เขตดำเนินการปฏิรูปที่ดินได้ เนื้อที่ประมาณ 966,557 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ทั่ว จ.หนองบัวลำภู 6 อำเภอ 44 ตำบล โดยสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมได้ดำเนินการจัดที่ดินให้เกษตรกรแล้วทั้งสิ้น 85,109 ราย 100,198 แปลง เนื้อที่ประมาณ 955,220 ไร่ และดำเนินการปรับปรุงเอกสารสิทธิ ส.ป.ก.4-01 เป็นโฉนดเพื่อการเกษตรแล้ว 4,850 ราย 5,724 แปลง เนื้อที่ประมาณ 76,782 ไร่

‘รมช.อัครา’เยี่ยมกลุ่มรักเกาะยอ เกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงขาวในกระชังทะเลสาบสงขลา

'รมช.อัครา'เยี่ยมกลุ่มรักเกาะยอ เกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงขาวในกระชังทะเลสาบสงขลา

‘รมช.อัครา’เยี่ยมกลุ่มรักเกาะยอ เกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงขาวในกระชังทะเลสาบสงขลา

วันอาทิตย์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 19.03 น.

“รมช.อัครา”เยี่ยมกลุ่มรักเกาะยอ เกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงขาวในกระชังทะเลสาบสงขลา และงานการจัดระบบอนุรักษ์ดินและน้ำในคาบสมุทรสทิงพระ จ.สงขลา

วันนี้ (16 ก.พ.68) นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ ลงพื้นที่พบปะพี่น้องเกษตรกรกลุ่มรักเกาะยอ (กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงขาวในกระชังทะเลสาบสงขลา) โดยมี นายบุรีรัตน์ วงศ์บุรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารโครงการ นายฐิติกร ศรีนิติวรวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 16 นายสิทธิพร เพชรศรี ผู้อำนวยการโครงการชลประทานสงขลา และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ ณ กลุ่มรักเกาะยอ ตำบลเกาะยอ อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา

สำหรับการดำเนินงานของกลุ่มรักเกาะยอ เกิดจากการรวมตัวของกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงขาวในกระชังทะเลสาบสงขลา ที่ได้รับมาตรฐาน GAP จากกรมประมง โดยกลุ่มมีการสร้างเครือข่ายเพื่อช่วยเหลือด้านการตลาดกับกลุ่มผู้เลี้ยงปลากะพงทั่วทั้งเกาะยอ สามารถควบคุมราคาตลาดปลากะพงให้อยู่ในระดับราคาที่เหมาะสม ทำให้กลุ่มเกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น เกิดเป็นอาชีพหลักของสมาชิกด้วย

นอกจากนี้ เกษตรกรชาวประมงได้ร้องขอให้หน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ช่วยบริหารจัดการเรื่องน้ำเน่าเสีย ซึ่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้กรมชลประทานเข้ามาดูแลและบริหารจัดการน้ำในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวเกาะยอต่อไป

จากนั้น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ เดินทางไปยังโครงการเพิ่มศักยภาพพื้นที่ด้วยการจัดระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ บ้านคูวา หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านขาว อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา เพื่อติดตามผลการดำเนินงานการจัดระบบอนุรักษ์ดินและน้ำในคาบสมุทรสทิงพระ โดยการสนับสนุนการปรับเปลี่ยนพื้นที่หรือปรับรูปแปลงนาในลักษณะขุดคู-ยกร่อง เพื่อเพิ่มศักยภาพในการผลิตปาล์มน้ำมัน ลดปัญหาการระบายน้ำของดิน พร้อมทั้งทำคันดินกั้นน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วม

– 006

ควบคุมสารตกค้างในสัตว์และสินค้าสัตว์ ฉลุยผ่านการตรวจประเมินจาก สหภาพยุโรป

ควบคุมสารตกค้างในสัตว์และสินค้าสัตว์ ฉลุยผ่านการตรวจประเมินจาก สหภาพยุโรป

ควบคุมสารตกค้างในสัตว์และสินค้าสัตว์ ฉลุยผ่านการตรวจประเมินจาก สหภาพยุโรป

วันเสาร์ ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 10.01 น.

ไทยยืนยันความเข้มแข็งของระบบควบคุมสารตกค้างในสัตว์และสินค้าสัตว์ ฉลุยผ่านการตรวจประเมินจาก สหภาพยุโรป

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประกาศความสำเร็จผลการตรวจประเมินระบบควบคุมสารตกค้างในสินค้าปศุสัตว์และประมงของไทย ระหว่างวันที่ 4-14 กุมภาพันธ์ 2568 โดยคณะผู้ตรวจประเมินจากสหภาพยุโรป พร้อมยืนยันความเข้มแข็งและมาตรฐานระดับสากลของระบบควบคุมสารตกค้างของไทย

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าการตรวจประเมินครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงความโปร่งใสและความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการรักษามาตรฐานด้านความปลอดภัยอาหาร โดยได้รับความร่วมมือจากกรมปศุสัตว์ กรมประมง สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าไทยสามารถแข่งขันในตลาดสหภาพยุโรปได้อย่างมั่นคงต่อไป

ด้านนายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์ โยธคล เลขาธิการ มกอช. กล่าวว่าคณะผู้ตรวจประเมินจากหน่วยงานด้านการตรวจประเมินและวิเคราะห์ด้านสุขภาพและอาหาร (Health and Food Audits and Analysis: HFAA) ภายใต้กรรมาธิการยุโรปด้านสุขภาพและความปลอดภัยอาหาร (DG SANTE) ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบระบบควบคุมคุณภาพจากส่วนกลางจนถึงภูมิภาค ตลอดทั้งห้องปฏิบัติการวิเคราะห์สารตกค้าง โดยตรวจสอบทั้งแผนการควบคุมและปฏิบัติงานเก็บตัวอย่างและวิเคราะห์ผลอย่างเป็นระบบ รวมถึงการแก้ไขปรับปรุงการตรวจสอบสารตกค้างให้เป็นไปตามข้อกำหนดใหม่ของ EU Regulation (EU) 2021/808 เพื่อให้มั่นใจว่าการส่งออกของไทยยังคงเป็นไปตามข้อกำหนดที่เข้มงวดของตลาดยุโรป

ทั้งนี้ คณะผู้ตรวจประเมินจากสหภาพยุโรปจะดำเนินการสรุปรายงานผลการตรวจประเมินอย่างเป็นทางการภายในสองเดือน โดยหน่วยงานไทยจะติดตามอย่างใกล้ชิดและดำเนินการตามข้อกำหนดของประเทศคู่ค้าอย่างเคร่งครัด เพื่อรักษามาตรฐานและความสามารถในการแข่งขันของการส่งออกสินค้าเกษตรของไทยในตลาดสากลต่อไป

ส.ป.ก. ประชุมคณะกรรมการจัดงาน วันคล้ายวันสถาปนา ส.ป.ก. ครบรอบ 50 ปี ครั้งที่ 3

ส.ป.ก. ประชุมคณะกรรมการจัดงาน วันคล้ายวันสถาปนา ส.ป.ก. ครบรอบ 50 ปี ครั้งที่ 3

ส.ป.ก. ประชุมคณะกรรมการจัดงาน วันคล้ายวันสถาปนา ส.ป.ก. ครบรอบ 50 ปี ครั้งที่ 3

วันเสาร์ ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 09.59 น.

ส.ป.ก. ประชุมคณะกรรมการจัดงาน วันคล้ายวันสถาปนา ส.ป.ก. ครบรอบ 50 ปี ครั้งที่ 3/2568

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568 นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการ ส.ป.ก. เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการจัดงานวันคล้ายวันสถาปนา ส.ป.ก. ครบรอบ 50 ปี ครั้งที่ 3/2568 พร้อมด้วย นายปรีชา ลิ้มถวิล รองเลขาธิการ ส.ป.ก. ผู้ตรวจราชการกรม, ผู้อำนวยการ สำนัก/กอง/ศูนย์ ผู้เชี่ยวชาญ ปฏิรูปที่ดินจังหวัด ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม เพื่อพิจารณาจัดสรรงบประมาณในการจัดกิจกรรม 5 ทศวรรษ ส.ป.ก. และรายงานความคืบหน้าของกิจกรรมของคณะทำงานทั้งหมด 7 คณะ ดังนี้
– คณะทำงานด้านพิธีการและประชาสัมพันธ์
– คณะทำงานฝ่ายวิชาการและนิทรรศการ
– คณะทำงานฝ่ายสถานที่
– คณะทำงานฝ่ายจำหน่ายผลิตภัณฑ์
– คณะทำงานฝ่ายต้อนรับ และอาหาร/เครื่องดื่ม
– คณะทำงานพิธีสงฆ์
– คณะทำงานฝ่ายติดตามประเมินผลการจัดงาน
ณ ห้องประชุมอาคาร 100 ปี ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเสริมนอกภาคการเกษตร อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา และผ่านระบบประชุมทางไกลออนไลน์ Zoom Meeting

‘รมว.นฤมล’ลงพื้นที่ จ.ขอนแก่น ติดตามก่อสร้างสะพาน คสล.พร้อมรับฟังปัญหาจากประชาชน

'รมว.นฤมล'ลงพื้นที่ จ.ขอนแก่น ติดตามก่อสร้างสะพาน คสล.พร้อมรับฟังปัญหาจากประชาชน

‘รมว.นฤมล’ลงพื้นที่ จ.ขอนแก่น ติดตามก่อสร้างสะพาน คสล.พร้อมรับฟังปัญหาจากประชาชน

วันศุกร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 19.14 น.

‘รมว.นฤมล’ลงพื้นที่ จ.ขอนแก่น ติดตามก่อสร้างสะพาน คสล.พร้อมรับฟังปัญหาจากประชาชน ด้าน ชาวบ้าน โผเข้ากอดทั้งน้ำตา ดีใจที่ได้ รมต.มาฟังปัญหาอย่างใกล้ชิด 

เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 12.00 น.  ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่สะพานข้ามคลอง LMC บ้านสำโรง ตำบลบ้านขาม อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น เพื่อพบปะประชาชน และรับฟังปัญหาความเดือดร้อน โดยมีนายวัฒนา ช่างเหลา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น,นายศิริวัฒน์ พินิจพานิชย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายเอกราช ช่างเหลา ส.ส.ขอนแก่น และนายพงศกรณ์ เสาร์ทน สมาชิกพรรคกล้าธรรม ให้การต้อนรับ

โดย ศ.ดร.นฤมล ได้ติดตามโครงการก่อสร้างสะพาน คสล. คลอง LMC กม.36+702 และโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาหนองหวายตำบลบ้านขาม อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น เนื่องจากสะพานข้ามคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งซ้าย มีสภาพเป็นสะพานไม้ ก่อสร้างเมื่อปี 2522 มีอายุการใช้งานมาเป็นระยะเวลานาน ทำให้เกิดการชำรุดเสียหาย ซึ่งประชาชนในพื้นที่ใช้เป็นทางสัญจรและลำเลียงผลผลิตทางการเกษตรได้รับความเดือดร้อน ไม่สามารถใช้ได้ ทั้งนี้จะมีการก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก ขนาดความกว้างผิวจราจร 6 เมตร ความยาว 24 เมตร ในปีงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. 2569 วงเงิน 6.00 ล้านบาท ซึ่งประชาชนประมาณ  700 ครัวเรือนจะได้ใช้เป็นทางลำเลียงผลผลิตทางการเกษตร

นอกจากนี้ ยังได้ติดตามความคืบหน้าของโครงการแก้มลิงหนองสำโรง ที่มีปริมาณความจุเก็บกักน้ำเดิมประมาณ 400,000 ลูกบาศก์เมตร แต่ปัจจุบันมีสภาพตื้นเขิน และมีวัชพืชปกคลุมเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นพื้นที่รับน้ำบริเวณรอบข้าง ทำให้เก็บกักน้ำได้น้อยไม่เพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกร จึงต้องขุดลอกตะกอนดิน พร้อมก่อสร้างคันดินบดอัดแน่นผิวจราจรลูกรังบดอัดแน่น ความยาว 1.40 กิโลเมตร และก่อสร้างอาคารระบายน้ำ จำนวน 1 แห่ง อาคารท่อรับน้ำ จำนวน 2 แห่ง ซึ่งเมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ จะสามารถเพิ่มความจุเก็บกักน้ำได้ประมาณ 420,000 ลูกบาศก์เมตร รวมเป็นความจุเก็บกักน้ำทั้งสิ้นประมาณ 820,000 ลูกบาศก์เมตร และได้เริ่มดำเนินการไปแล้วเมื่อวันที่ 10 ม.ค.68

จากนั้น ศ.ดร.นฤมล ได้กล่าวกับประชาชนที่มารอต้อนรับว่า กระทรวงเกษตรฯอยากจะมาเสริมศักยภาพให้เกษตรกรที่นี่ทำมาหากินแล้วได้รายได้สูงขึ้น จะทำอย่างไรให้เงินเหลือในกระเป๋าเยอะขึ้นตรงนี้คือโจทย์ใหญ่ของกระทรวงที่เราจะเข้ามาช่วยเหลือดูแล จึงอยากจะให้ความมั่นใจว่า เราจะดูแลทุกคนเป็นอย่างดี หากใีอะไรที่ต้องการให้ช่วยเหลือก็สามารถแจ้งผ่านมาทาง สส.ได้ เนื่องจากมีการประสานงานกันตลอดอยู่แล้ว

“กระทรวงเกษตรฯเรามีหน้าที่ 2 เรื่องคือ การถวายงานให้กับพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพราะกรมต่าง ๆ ของกระทรวงเกษตรฯก็เกิดขึ้นเพราะในหลวง ร.9 และ ร.10 สานงาน นอกจากนั้นก็คือ การดูแลรับใช้เกษตรกรของพระราชา“ 

อย่างไรก็ตาม ศ.ดร.นฤมล ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกับประชาชนถึงความต้องการ และสิ่งที่อยากให้กระทรวงเกษตรมาดูแล ซึ่งประชาชนก็ได้ฝากถึงปัญหาในพื้นที่ อาทิ การสร้างสะพาน,ปรับปรุงถนนลูกรัง,การก่อสร้างประตูปิดเปิดบริเวณเขื่อนเพื่อป้องกันน้ำทะลัก โดย ศ.ดร.นฤมล ได้ชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจว่า โครงการต่าง ๆ ที่ประชาชนต้องการนั้นได้ถูกบรรจุอยู่ในปีงบประมาณ พ.ศ.68-70 เรียบร้อยแล้ว โดยกระทรวงเกษตรฯจะเดินหน้าปรับปรุงและพัฒนา จ.ขอนแก่น ให้เกษตรกรทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ ระหว่างช่วงพูดคุยกันนั้น ได้มีประชาชนโผเข้ากอด ศ.ดร.นฤมล ด้วยน้ำตาพร้อมกล่าวว่า วันนี้ดีใจมากที่มีรัฐมนตรีผู้หญิงมารับฟังปัญหาของชาวบ้านอย่างใกล้ชิด โดยตนอยากจะให้ช่วยเรื่องราคามันสำปะหลังที่ตกอยู่ในขณะนี้ ซึ่ง ศ.ดร.นฤมล ก็ได้ชี้แจงว่า ไม่ต้องร้องไห้ ปัญหาเรื่องราคามันสำปะหลัง ท่านนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร ได้สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ที่เป็นผู้รับผิดชอบหลักเร่งแก้ปัญหาให้เกษตรกร พร้อมทั้งสั่งห้ามนำเข้ามันสำปะหลังจากต่างประเทศแล้ว ซึ่งกระทรวงเกษตรฯจะติดตามการดำเนินการให้อีกทางหนึ่งด้วย